ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
19-04-2014, 16:27
378,181 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ปตท. พลังไทย เพื่อใคร ? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ปตท. พลังไทย เพื่อใคร ?  (อ่าน 2022 ครั้ง)
tonraks
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« เมื่อ: 17-09-2008, 10:48 »

ก่อเห็นข่าวมาเมื่อเช้าอะคับ  ว่าน้ำมันดิบในตลาด นิวยอก มันลดเหลือ $91  จาก $95-96    วันเดียวมันลดไป $5   แล้วทำไมน้ำมันบ้านเรามันไม่ลดตามอะ

ลดแค่ 50ตัง  เอง   อยากรู้ว่า   ถ้าไอ่หอกหักไม่ลดภาษีน้ำมันครั้งก่อน   โซฮอล 95   มันจะ  27฿   มัมจะถูกแบบนี้ป่ะ
บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #1 เมื่อ: 17-09-2008, 10:55 »

ตอนนี้ ค่าการตลาดเฉลี่ย 3.1626 บาท/ลิตร
        ค่าการกลั่นเฉลี่ย   3.8895 บาทฝลิตร

สรุป  ปตท. ฟันกำไรเฉลี่ย  7 บาท/ลิตร
อ้างอิงจากเวป :  http://www.eppo.go.th/retail_prices.html

กำไรกันพุงปลิ้นแล้วครับ อาศัยช่วงฝุ่นตลบ ไม่มีใครสนใจ ฟันกำไรกันไปเรื่อยๆครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2008, 11:03 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 17-09-2008, 11:03 »

โทรไปถามก่อนเมื่อวาน ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ว่า ทำไมไม่ลดราคาเบนซิน ทั้งๆ ที่น้ำมันดิบลงมา 16 เหรียญแล้ว จนเมื่อวานลงหนักต่ำร้อย จะไม่ลดก็น่าเกลียด เลยยอมเฉือนกำไรลดให้หน่อย

ขอขูดรีดนิดนึงหน่ะ นะ 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #3 เมื่อ: 17-09-2008, 11:09 »

อย่าว่าแต่เบนซินเลยครับ....ขนาด ดีเซล เพิ่ง จะลดมา 2 ครั้ง ประมาณ 1.20 บาท

ทั้ง ๆ ที่น่าจะลดได้ 2-3 บาท เป็นอย่างน้อย.....

สงสัย คงเป็นความที่ เก็บสต๊อคน้ำมันดิบ ที่ราคาสูง ๆ ไว้มาก....เลยต้องระบายสต๊อคก่อน ด้วยต้นทุนเก่า...

ต่างกับตอนขาขึ้น...ที่ พอราคาตลาดโลกขึ้นปุ๊บ ราคาขายปลีก ก็ขึ้นปั๊บ....สต๊อคคือกำไร....
บันทึกการเข้า
Prach
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92



« ตอบ #4 เมื่อ: 17-09-2008, 11:16 »

ก็เค้าบอกแล้วไงจ๊ะ ว่า 

ปตท. พลังไทย "เพื่อไืทย"


ดูหุ้นหย่ายๆๆๆๆๆ สิ คนกันเองทั้งน้านนนน


เฮ้อ หัวอกคนไทย
 
บันทึกการเข้า

"สันติภาพอันชั่วร้าย...เลวเสียยิ่งกว่าสงคราม"...ทาซิตุส
ผา หล่มสัก
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« ตอบ #5 เมื่อ: 17-09-2008, 11:39 »

ดูกระทู้นี้สิครับ พวกเขาพากันสรรเสริญ ปอ ตอ ทวย กันยกใหญ่....

http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V7006334/V7006334.html
บันทึกการเข้า
Nai_puan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #6 เมื่อ: 17-09-2008, 11:56 »

ถ้ามั่นใจว่าเขาโกยกำไรเยอะ  ก็เข้าไปซื้อหุ้น PTT สิครับ  ตอนนี้ราคารูดลงมาเหลือ 224 บาทแล้ว

คนที่เขาเฝ้าดูผลประกอบการ ปตท.มาตลอด ยังแห่เทขายกัน

น่าแปลก สำหรับคนที่คิดว่า ปตท.โกยกำไรเยอะ กลับไม่กล้าเข้าไปช้อนซื้อ
บันทึกการเข้า
tonraks
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #7 เมื่อ: 17-09-2008, 12:59 »

ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา  แสนกว่าล้าน  ยังไม่เยอะอีกเหรอคับ . . .   ตอนนั้นอ้างว่า  แบกรับภาระต้นทุนแพง ต้องขึ้นราคาน้ำมัน กำไรยังไปแสนกว่าล้านเลย  แล้วตอนนี้อะ  ?? . . .   
บันทึกการเข้า
พลังเงียบ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #8 เมื่อ: 17-09-2008, 14:43 »

สรุป
เดี๊ยว...โบนัส ลดลง
555

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2008, 14:50 โดย พลังเงียบ » บันทึกการเข้า
ชามู
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี


« ตอบ #9 เมื่อ: 17-09-2008, 14:49 »

ถ้ามั่นใจว่าเขาโกยกำไรเยอะ  ก็เข้าไปซื้อหุ้น PTT สิครับ  ตอนนี้ราคารูดลงมาเหลือ 224 บาทแล้ว

คนที่เขาเฝ้าดูผลประกอบการ ปตท.มาตลอด ยังแห่เทขายกัน

น่าแปลก สำหรับคนที่คิดว่า ปตท.โกยกำไรเยอะ กลับไม่กล้าเข้าไปช้อนซื้อ


คุณคนนี้ โง่จริงหรือโง่เล่นกันแน่เนี่ย

แน่ใจเหรอว่า คนขายหุ้นปตท.ทิ้งเนี่ย เพราะว่าผลประกอบการไม่ดี

ขนาดผลประกอบการไม่ดี ยังล่อไปแสนกว่าล้าน

จะป่วน ควรมีความรู้บ้างครับ
บันทึกการเข้า

สมาชิกหมายเลข #348

ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี
Nai_puan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #10 เมื่อ: 17-09-2008, 17:16 »

คุณคนนี้ โง่จริงหรือโง่เล่นกันแน่เนี่ย

แน่ใจเหรอว่า คนขายหุ้นปตท.ทิ้งเนี่ย เพราะว่าผลประกอบการไม่ดี

ขนาดผลประกอบการไม่ดี ยังล่อไปแสนกว่าล้าน

จะป่วน ควรมีความรู้บ้างครับ


เอ... แล้วพวกคุณฉลาดจริงหรือฉลาดเล่น  หรือว่าจำขี้ปากใครเขามา?

ผลประกอบการของ ปตท. ที่ว่าครึ่งปีแรกกำไรแสนกว่าล้านน่ะ เอาตัวเลขมาจากไหน? ได้อาศัยความฉลาดตรวจสอบดูบ้างรึเปล่า ว่าจริงหรือไม่จริง?

นักลงทุนที่เทขายหุ้นเขามองแนวโน้มออก... ไม่ทราบว่าคนฉลาดอย่างคุณจะรู้หรือเปล่า ว่ากำไรสุทธิจากการขายน้ำมันของปตท.ในไตรมาส 2 ปีนี้ เหลือแค่ 332 ล้านบาท

กำไรลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว(กำไร 2,090 ล้าน) ถึง 84%


ช่วยตอบตามประสาคนฉลาดมากความรู้ด้วยนะ
บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #11 เมื่อ: 17-09-2008, 18:31 »

 

จะมีใครมั๊ยขายหุ้น ราคา พาร์ ให้เรา

เหมาหมดตัวครับ

มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
บัวริมบึง
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 384


« ตอบ #12 เมื่อ: 17-09-2008, 22:20 »

ก่อเห็นข่าวมาเมื่อเช้าอะคับ  ว่าน้ำมันดิบในตลาด นิวยอก มันลดเหลือ $91  จาก $95-96    วันเดียวมันลดไป $5   แล้วทำไมน้ำมันบ้านเรามันไม่ลดตามอะ

ลดแค่ 50ตัง  เอง   อยากรู้ว่า   ถ้าไอ่หอกหักไม่ลดภาษีน้ำมันครั้งก่อน   โซฮอล 95   มันจะ  27฿   มัมจะถูกแบบนี้ป่ะ

ปตท.มันลดไม่เป็นครับ ทำเป็นแต่...รอขึ้นราคา...เท่านั้น!
บันทึกการเข้า
the OCEANER
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« ตอบ #13 เมื่อ: 18-09-2008, 15:42 »

tonraks : ก่อเห็นข่าวมาเมื่อเช้าอะคับ  ว่าน้ำมันดิบในตลาด นิวยอก มันลดเหลือ $91  จาก $95-96   
วันเดียวมันลดไป $5   แล้วทำไมน้ำมันบ้านเรามันไม่ลดตามอะ
ลดแค่ 50ตัง  เอง   อยากรู้ว่า   ถ้าไอ่หอกหักไม่ลดภาษีน้ำมันครั้งก่อน   
โซฮอล 95   มันจะ  27฿   มัมจะถูกแบบนี้ป่ะ

the OCEANER : เราซื้อ-ขายน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์ครับ ดังนั้น เราจะอิงราคาตามตลาดน้ำมันสิงคโปร์
ที่เขาเรียกว่า ราคาน้ำมันหน้าตลาดโรงกลั่นสิงคโปร์
คือ ราคาน้ำมันดิบ ก่อนที่จะนำเข้าไปกลั่นภายในโรงกลั่นน้ำมัน
และอีกอย่าง น้ำมันดิบ ก็คือ น้ำมันที่ยังไม่ได้เข้าโรงงานกลั่นครับ
น้ำมันดิบจะมีสีต่างๆ ตามลักษณะทางกายภาพ และส่วนประกอบทางเคมีที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป
มีทั้งสีเหลือง เขียว น้ำตาล และดำ 
ทั้งนี้ น้ำมันดิบ ยังไม่สามารถเอาไปเติมใส่ในเครื่องจักรเครื่องยนต์ต่างๆได้ในทันทีครับ
ต้องผ่านการกลั่น จะได้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมออกมาหลายชนิดครับ
ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) น้ำมันเครื่องบิน ยางมะตอย เป็นต้นครับ
ผมจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง เพราะจะมีเนื้อหาในวิชาเคมี ม.4 ครับ

คนไทยคนหนึ่ง : ตอนนี้
ค่าการตลาดเฉลี่ย 3.1626 บาท/ลิตร       
ค่าการกลั่นเฉลี่ย   3.8895 บาท/ลิตร
สรุป  ปตท. ฟันกำไรเฉลี่ย  7 บาท/ลิตร
อ้างอิงจากเวป :  http://www.eppo.go.th/retail_prices.html
กำไรกันพุงปลิ้นแล้วครับ อาศัยช่วงฝุ่นตลบ ไม่มีใครสนใจ ฟันกำไรกันไปเรื่อยๆครับ

the OCEANER : ค่าการตลาด และค่าการกลั่น เป็น ต้นทุนครับ
การที่จะเอาตัวเลขจากสองค่านี้ไปบวกรวมกัน แล้วเราจะมาเรียกว่าเป็น กำไร ผมว่าคงไม่ถูกต้องสักเท่าไร
นั่นคือต้นทุนส่วนหนึ่งของน้ำมัน 1 ลิตรครับ

tonraks : ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา  แสนกว่าล้าน  ยังไม่เยอะอีกเหรอคับ . . .   
ตอนนั้นอ้างว่า  แบกรับภาระต้นทุนแพง
ต้องขึ้นราคาน้ำมัน กำไรยังไปแสนกว่าล้านเลย  แล้วตอนนี้อะ  ?? . . .   

the OCEANER : กำไรจากผลประกอบการทั้งหมด ที่มีมูลค่าสูงถึงขณะนี้ เราควรจะต้องพิจารณา ปัจจัยหลักตัวหนึ่งด้วยว่า เราใช้น้ำมันไปกันกี่ลิตร หน่วยเรียกในตลาดค้าปลีก อาจจะใช้คำว่า ลิตร แต่หน่วยเรียกของ ปริมาณน้ำมันดิบ และปริมาณการใช้น้ำมันภายในประเทศไทย ใช้คำว่า ตัน ครับ
ถ้าหาก คุณ tonraks คิดว่า นั่นคือ กำไรที่มหาศาลแล้ว ดูเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียวนะครับ
แต่อย่าลืมว่า กำไร = ราคาขาย - ต้นทุน 
แต่ผมว่า กำไรแสนล้านบาท ที่ว่า อาจจะ ไม่มีทางเป็นไปได้ ครับ
เพราะ ผลประกอบการรวมของตลาดหลักทรัพย์[หลายๆบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมกัน]
ครึ่งปีแรก มีกำไร 3 แสนล้านบาทครับ [312856 ล้านบาท]
กำไร 3 แสนล้านบาทนี้ มาจากยอดการขาย รวม 3.7 ล้านล้านบาท ครับ
แสดงว่า ต้นทุนในการประกอบการของบริษัทต่างๆเหล่านั้น มีมูลค่า 3.4 ล้านล้านบาท
สำหรับบริษัทที่มีมูลค่ากำไรสุทธิรวมสูงสุด 5 อันดับ แรก คือ
บมจ.ปตท. (PTT)
บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP)
บมจ.ไทยออยล์ (TOP)
บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และ
บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)หรือ PTT
เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/51
บริษัทมีกำไรสุทธิ 29,885 ล้านบาท
โดยรายได้จากการขายและบริการ 584,666 ล้านบาท




the OCEANER :
3 เดือน [เม.ย.-พ.ค.-ก.ค.] ประมาณตัวเลขแบบหยาบๆ ตีซะว่า
มีกำไร 30,000 ล้านบาท
จากยอดขายใน 3 เดือน 600,000 ล้านบาท
คิดเป็นต้นทุน 570,000 ล้านบาท

คิดต่อรายเดือน 
มีกำไร 10,000 ล้านบาท
จากยอดขาย 200,000 ล้านบาท
จากต้นทุน 190,000 ล้านบาท
 
จากตัวเลขดังกล่าว จะเห็นได้ว่า
จากการขาย 100 บาท
มีกำไร 5 บาท
จากต้นทุน 95 บาท
ชัดเจนไหมครับ

ดังนั้น คิดเป็นราคาต่อหน่วย : 1 ลิตร
คิดแบบให้ง่ายสุดๆ
น้ำมัน มีราคา 50 บาท ต่อลิตร
2 ลิตร 100 บาท
ปตท. ก็จะมีกำไร 10 บาท ต่อ 1ลิตร

ถ้าปตท.มีกำไร รวม 10,000 ล้านบาทต่อเดือน
แสดงว่า เราใช้น้ำมันกัน 1,000 ล้านลิตร ต่อ 1 เดือน
หรือ 350 ล้านลิตร ต่อวัน
สำหรับคน 70 ล้านคน

เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร
เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร
เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร

สำหรับตัวเลขนี้ เป็นค่าที่ได้จากการคิดแบบหยาบ จากข้อมูลตัวเลขประมาณค่า
แต่จริงๆเราอาจจะไม่ได้ใช้น้ำมันกันถึงขนาดนั้นหรอกครับ หรือ อาจจะมากกว่านี้ ก็เป็นไปได้
เพราะ บริษัทค้าปลีกน้ำมัน ก็มีอยู่หลายบริษัท
ดังนั้น ผมควรสรุปว่า
เฉลี่ย เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร จากปั๊ม ปตท.
เฉลี่ย เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร จากปั๊ม ปตท.
เฉลี่ย เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร จากปั๊ม ปตท.
เฉลี่ย เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร จากปั๊ม ปตท.
เฉลี่ย เฉลี่ย เราใช้น้ำมันกันถ้วนหน้า ทุกคน ในประเทศไทย วันละ 5 ลิตร จากปั๊ม ปตท.

เพราะว่า จริงๆแล้ว กำไรที่ ปตท.ได้นั้น
ไม่ใช่เพียงแต่จากการขายเท่านั้น
แต่ยังได้กำกำไรมาจาก อัตราค่าแลกเปลี่ยนเงิน
และ จากการชำระหนี้ที่ต้องไปกู้เงินมาลงทุน
ทำให้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยด้วย


ผมจะคิดต่อยอดให้อีกนิดว่า ตัวเลขดังกล่าว ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงแต่ตัวกำไรแต่เพียงอย่างเดียว
เราจะดูตัวเลขแต่กำไรก้อนโตๆ ไม่ว่าจะเป็น30,000ล้านบาท หรือ 100,000 ล้านบาท
ก็มักจะเห็นเป็นก้อนใหญ่มากเสมอ
แต่เราก็ลืมนึกไปว่า เขาต้องหาเงินลงทุนและเงินหมุนเวียน ก้อนมหาศาลขนาดนั้นได้จากไหน??
จากกำไรที่เยอะมากขนาดนี้ เราต้องกลับมาดูว่า จริงๆแล้ว กำไรมันแสดงให้เห็นถึงอะไรบ้าง??
กำไรที่มาก เกินจากยอดการขายที่มาก
ยอดการขายที่มาก เกิดมาจากการใช้น้ำมันที่มาก ถูกไหมครับ??
จริงๆแล้วโลกเราทุกวันนี้ เป็น สังคมที่เน้นการบริโภค
ยิ่งคุณบริโภคยิ่งใช้ มากขึ้นเท่าไร บริษัทต่างๆก็จะได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น
จริงๆแล้ว ตัวเลขผลประกอบการเหล่านี้
สื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมมากกว่าครับ

คุณ tonraks อ้างว่าครึ่งปี ได้กำไร แสนกว่าล้านบาท
จริงๆผมว่า การออกมาประโคมข่าวแบบนี้
เป็นผลดีให้กับตัวบริษัทมากกว่าครับ
เพราะเงินลงทุนก็จะยิ่งไหลเข้าไปให้บริษัทมากยิ่งขึ้น
ผู้ลงทุนก็ต่างให้ความสนใจ เพราะว่าจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
ให้กู้ต่างๆก็ยิ่งให้กู้ เพราะว่า ยังไงให้กู้ไปแล้ว ยังไงๆก็ได้รับคืน
ดังนั้น พอจะเข้าใจคำว่าเงินต่อเงินไหมครับ



ดังนั้น ผมจะตีความว่า 1 เดือน ปตท.จะมีกำไร 10,000 ล้านบาท
เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็นภาพ ดังนั้น ปตท.จะมีกำไร วันละ 3,500 ล้านบาท
ดังนั้น เรารู้ราคาขายต่อลิตรอยู่แล้ว ผมจะแสดงวิธี การคิดต้นทุนมาให้ดูกันครับ
ผมจะขออ้างอิงแบบหยาบๆจากข้อมูลในความเห็นของคุณ tonraks ที่บอกว่า 95-96 $US ต่อ บาเรล*
ก็เท่ากับ เป็นเงิน 95x30 = 2850 บาท
[การที่ผมใช้ 30 ก็เพราะว่า เราจะได้ใช้เงินบาทน้อยๆไปซื้อของเพื่อนำเข้ามาใช้]
1 บาเรลเท่ากับ 42 แกลลอน(หน่วยของอเมริกา) แล้ว
1 แกลลอน จะเท่ากับ 3.785 ลิตร
1 บาเรลเลยเท่ากับ 42x3.785 = 158.97 ลิตร ประมาณว่า ได้ 160 ลิตร
ดังนั้น ราคาต้นทุน เฉพาะที่เราต้องซื้อน้ำมันดิบ คือ 2850 บาท หารด้วย 160 ลิตร
ก็จะได้ราคาน้ำมันดิบ 17.8125 บาท
ผมตีซะว่า ต้นทุนที่เป็นราคาซื้อน้ำมันดิบ ลิตรละ 18 บาทแล้ว
บวกกับ ค่าการตลาดเฉลี่ย 3.1626 บาท/ลิตร และ ค่าการกลั่นเฉลี่ย   3.8895 บาท/ลิตร
จะเป็น 18 + 7 = 25 บาท
ต้นทุนน้ำมัน 1 ลิตร 25 บาท
ยังไม่ได้รวมต้นทุนด้านอื่นๆนะครับ
ทั้งในการจ้างงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ การขนส่ง และอื่นๆ

ผมไม่ได้เข้าข้าง บริษัทหรอกนะครับ
แต่ผมอยากให้ทุกคนมองให้รอบด้านก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ
อย่าพยายามตีความเข้าข้างตัวเองมากเกินไป เราก็จะมองภาพได้กว้างมากยิ่งขึ้นครับ

the OCEANER
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2008, 16:05 โดย the OCEANER » บันทึกการเข้า
panda
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 83



« ตอบ #14 เมื่อ: 18-09-2008, 16:46 »

ก็สุดแท้แต่จะอ้างกันแหละครับ

ราคาที่สิงค์โปร์
เงินบางอ่อน/แข็ง
ค่าการตลาดโน่นนี่
แบ๊ะๆๆๆๆ

ถ้าบริหารให้กำไรลด ผมก็โดนปลดผมซี่ ใครจะมารับผิดชอบผม

ยังไงๆ ปตท. ก็ต้องห่วงผลประกอบการของตัวเอง มากกว่าเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศแหละครับ
เป็นหลักสากลของมนุษย์บนโลกนี้ครับ

แล้วใครพอมีข้อมูลสมัยที่ราคาน้ำมันดิบต่ำกว่าร้อยบ้างละครับ (เช่นค่าเงินบาท/$ หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ท่านผู้บิรหารทั้งหลายชอบอ้างกัน)
ผมว่าถ้าเทียบกับตอนนั้น ซึ่งยังไม่มีการลดภาษีสรรพสามิตร ราคามันน่าจะใกล้ๆ กันนะ 
ซึ่งถ้าเป็นจริงตามที่คาด ก็แปลว่า ปตท. สูบเงินรัฐไปอีก เฮ้อ 
บันทึกการเข้า
O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #15 เมื่อ: 18-09-2008, 16:52 »

ไม่ว่าคุณ oceaner จะว่ายังไงก็ จะใช้เหตุผลของคุณ
แต่ผมก็ว่าคุณตอบไม่ได้ว่า ก่อนแปรรูปกำไร หมื่นล้าน หลังแปรรูปกำไรแสนล้าน
ทำไมล่ะครับ

ใช้น้ำมันแพงน่ะผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ
แต่เงินปันผลหลายหมื่นล้าน ต้องแบ่งให้ผุ้ถือหุ้นเนี่ยสิครับมันเจ็บใจ

ผมว่าบ้านเรามีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่นะครับ บอร์ดบริหารมีหุ้นบริษัท
ถ้าทำกำไรได้มากก็ได้ปันผลมาก แล้วมันจะกำหนดราคาเพื่อประชาชนทำไม

บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
the OCEANER
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« ตอบ #16 เมื่อ: 18-09-2008, 19:08 »

เรียน คุณ  O_envi

O_envi : แต่ผมก็ว่าคุณตอบไม่ได้ว่า ก่อนแปรรูปกำไร หมื่นล้าน หลังแปรรูปกำไรแสนล้าน ทำไมล่ะครับ
 
the OCEANER :
ก่อนนี้ ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจ แห่งหนึ่งครับ แต่ได้ ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ ไปเป็น รูปแบบ บริษัท
ซึ่งจากเดิม เป็น รัฐวิสาหกิจ คือ กึ่งรัฐบาล กึ่งบริษัท โดยรัฐบาลเป็นเจ้าของครับ
ซึ่งวิธีการบริหารมันแตกต่างกันครับ
การบริหารแบบรัฐวิสาหกิจ อาจจะดีในแง่มุมหนึ่ง
การบริหารแบบบริษัท ก็อาจจะดีในแง่มุมหนึ่ง
เหตุเพราะว่า แต่เดิมการดำเนินงานภายใต้รูปแบบรัฐวิสาหกิจนั้น
ใครมานั่งบริหาร ก็โกงก็กิน เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง
เงินส่วนนั้น จึงไม่ได้เข้าสู่รัฐ ครับ
และยังประสบปัญหาขาดทุนเสียเป็นส่วนมาก
เพราะว่า คนสั่งงาน มากกว่า คนทำงาน
จึงได้ทำการแปรรูป ปตท. เป็น บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
เพื่อจะได้ขยายกิจการให้กว้างขวางมากขึ้น ทันต่อการแข่งขันครับ
เพราะว่า ในบางครั้ง ปตท.เอง ก็นำน้ำมันที่กลั่นแล้ว ส่งออกไปขายยังตลาดน้ำมันสิงคโปร์อีกด้วยครับ
หากราคาน้ำมันต่างๆในตลาดอื่นๆ มีราคาสูงกว่า ราคาน้ำมันภายในประเทศ
เป็นการดึงเงินเข้ามาสู่ระบบการเงินภายในประเทศได้อีกทางหนึ่งครับ


O_envi  : ใช้น้ำมันแพงน่ะผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ
แต่เงินปันผลหลายหมื่นล้าน ต้องแบ่งให้ผุ้ถือหุ้นเนี่ยสิครับมันเจ็บใจ

the OCEANER : อย่าไปผูกใจเจ็บเลยครับ คุณ O_envi
อย่าลืมว่าใน ข้อดี ก็ยังมี ข้อเสีย
ใน ข้อเสีย ก็ต้องมี ข้อดี
เงินกำไรจากผลประกอบการครึ่งปีแรกนั้น 312,856 ล้านบาท
เงินส่วนนี้จะต้องถูกหักภาษี ด้วยอัตราก้าวหน้า ที่สูงถึง 37% ครับ
จะทำให้รัฐ ได้รับเงินภาษีคืนจากบริษัทครับ
ในรูปแบบเงินก้อนครับ เป็นจำนวนสูงกว่า 110,000 ล้านบาทครับ

ดังนั้น ผมก็เห็นเช่นเดิมอีกแหละครับว่า จริงๆแล้วเราควรจะร่วมมือร่วมใจกันประหยัดครับ
มีข้อคิดอีกหลายแง่มุมครับ ในเรื่องของการบริโภค
เพราะว่า ทุกวันนี้ เราอยู่ภายใตสังคมที่เน้น เร่ง และกระตุ้น การบริโภค เสียจริงๆ

the OCEANER
บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #17 เมื่อ: 18-09-2008, 21:02 »

ไม่รู้ หรือแกล้งโง่

กำไรของปตท.ไม่ใช่ กำไรทั้งหมดที่ปตท ได้

มันมีวิธีมากมาย ที่ไม่ได้ลงกำไรอย่างโชว์ในตลาดหลักทรัพย์

มันก็เหมือนกันทุกบริษัทในเมืองไทยนั่นแหละ มีทั้งบัญชีจริง บัญชีโชว์

คนปตทเองก็ยอมรับว่ามีอีกบัญชีหนึ่งอยู่ในเกาะต่างประเทศเอาไว้ประเคนให้นักการเมือง

อย่างน้อยกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ก็ไม่ได้ลงในบัญชีที่โชว์กับตลาดหลักทรัพย์

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-09-2008, 21:36 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #18 เมื่อ: 19-09-2008, 03:07 »


O_envi  : ใช้น้ำมันแพงน่ะผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ
แต่เงินปันผลหลายหมื่นล้าน ต้องแบ่งให้ผุ้ถือหุ้นเนี่ยสิครับมันเจ็บใจ

the OCEANER : อย่าไปผูกใจเจ็บเลยครับ คุณ O_envi
อย่าลืมว่าใน ข้อดี ก็ยังมี ข้อเสีย
ใน ข้อเสีย ก็ต้องมี ข้อดี
เงินกำไรจากผลประกอบการครึ่งปีแรกนั้น 312,856 ล้านบาท
เงินส่วนนี้จะต้องถูกหักภาษี ด้วยอัตราก้าวหน้า ที่สูงถึง 37% ครับ
จะทำให้รัฐ ได้รับเงินภาษีคืนจากบริษัทครับ
ในรูปแบบเงินก้อนครับ เป็นจำนวนสูงกว่า 110,000 ล้านบาทครับ

การหักภาษีด้วย อัตราก้าวหน้า 37% เขาใช้กับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือเปล่าครับ?
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
bangkaa
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407



« ตอบ #19 เมื่อ: 19-09-2008, 03:41 »

ผมสนับสนุน PTT ให้อยู่ในตลาดต่อไปนะ...

แต่งานนี้ PTT ทำน่าเกลียดมาก...


ณ ระดับ น้ำมันดิบที่ ประมาณ 90 - 100 เหรียญ ช่วงก่อน ที่จะขึ้นไป 150 เหรียญ

น้ำมันดีเซลจะอยู่ประมาณ 30 - 31 บาท


แต่ตอนนี้ กลับอยู่สูงกว่า... ประมาณ 32 บาท...
ซึ่งถ้าเพิ่มภาษีที่ลดให้ดังเดิม จะบวกไปอีกประมาณ 2 - 3 บาท
ตีซะ 35 บาท...


เท่ากับว่า ตอนนี้ ภายใต้สถานการณ์เดิมแบบ ไม่ลดภาษี...

PTT ขายน้ำมันแพงกว่าเดิมถึงประมาณ 5 บาท ภายใต้ราคาน้ำมันดิบเท่ากัน ที่ประมาณ 100 เหรียญ




น่าเกลียดมากๆ ครับ.....




 
บันทึกการเข้า

มาทำหน้าที่... ใช้หนี้แผ่นดิน...และมาทำบุญ...
the OCEANER
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« ตอบ #20 เมื่อ: 19-09-2008, 10:28 »

เรียน คุณ jerasak
ขออภัยในข้อความผิดพลาดของผมเอง
เป็นแบบอัตราก้าวหน้า
กำไร 1 ล้านบาทแรก เสียภาษี 15 %
กำไรล้านที่ 2 ถึง 3 ล้านบาท เสียภาษี 25 %
กำไรตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 30 %

ดังนั้นจึงขอแก้ไข ข้อความ

"เงินกำไรจากผลประกอบการครึ่งปีแรกนั้น 312,856 ล้านบาท
เงินส่วนนี้จะต้องถูกหักภาษี ด้วยอัตราก้าวหน้า ที่สูงถึง 37% ครับ
จะทำให้รัฐ ได้รับเงินภาษีคืนจากบริษัทครับ
ในรูปแบบเงินก้อนครับ เป็นจำนวนสูงกว่า 110,000 ล้านบาทครับ"

เป็น

"เงินกำไรจากผลประกอบการครึ่งปีแรกนั้น 312,856 ล้านบาท
เงินส่วนนี้จะต้องถูกหักภาษี ด้วยอัตราก้าวหน้า ที่สูงถึง 30% ครับ
จะทำให้รัฐ ได้รับเงินภาษีคืนจากบริษัทครับ
ในรูปแบบเงินก้อนครับ เป็นจำนวนสูงกว่า 90,000 ล้านบาทครับ"


เพิ่มเติม
และโดยทั้งนี้ เงินปันผลกำไร ที่บริษัทจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นนั้น
ผู้ถือหุ้น ก็ต้องถูกหักภาษีเงินได้อีกครั้งหนึ่ง
ด้วยอัตราภาษีแบบก้าวหน้า ที่สูงถึง 37%
คล้ายๆว่า ถูกหักยิบหักย่อยหน่ะครับ
เรื่องภาษีนั้น พูดกันง่ายๆเลยก็คือ
เราจะต้องมีหน้าที่เสียภาษีทุกๆครั้ง เมื่อเงินมีการเคลื่อนไหว เปลี่ยนมือ

ขออภัยสำหรับข้อมูลที่ผิดพลาดครับ
the OCEANER
บันทึกการเข้า
rakbankerd
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #21 เมื่อ: 19-09-2008, 10:37 »

กรรม
บันทึกการเข้า

บ้านเมืองที่วุ่นวายทุกวันนี้ก็เพราะเราเลือกคนไม่ดี ให้มีอำนาจในบ้านเมืองคิดถึงแต่ประโยชน์ของตัวเอง
คังดิกคู
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 180


คังดิกคูชื่นชมนายกทักษิณ เกลียดอันธพาลทางเวบบอร์ด


« ตอบ #22 เมื่อ: 19-09-2008, 10:46 »

ก็เค้าบอกแล้วไงจ๊ะ ว่า 

ปตท. พลังไทย "เพื่อไืทย"


ดูหุ้นหย่ายๆๆๆๆๆ สิ คนกันเองทั้งน้านนนน


เฮ้อ หัวอกคนไทย
 

หุ้นใหญ่ๆ เนี่ยของใครครับ รู้หรือยัง ช่วยหาข้อมูลให้หน่อยครับ
บันทึกการเข้า

อย่าเกลียดนายก จนทำลายชาติของตัวเอง
อย่าหลงตัวเองว่าตัวเอง รู้ข้อมูลดีกว่าคนที่รักนายก
อย่าใช้ชีวิตอยุ่ด้วยสำรอกความเกลียดทางเวบบอร์ด
ชีวิตจะเป็นสุข นะจ๊ะ ไม่อยากสีซอให้ฟังบ่อย ๆ
ผู้ใหญ่อี๊ด
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167



« ตอบ #23 เมื่อ: 19-09-2008, 11:50 »

อย่าไปคิดอะไรมาก ให้มันยาว มันลึกเกินไปเลยครับท่านๆ ทั้งหลาย

เอาแค่หลักการ เหตุผลและเป้าหมายของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ภายตายตลาดเสรีก็พอแล้วครับ

คือการขันเสรี เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดในบริการ เพื่อให้กลไกราคามันแข่งขัน และราคามันถูกลง

แต่ ปตท.เมื่อแปลงร่างแล้ว กลับพาเอสโซ คาลเท็กซ์ เชลล์ ขึ้นราคา แทนที่มันจะแข่งขันราคากัน กลับสุมหัวกันขึ้นราคา

แบบนี้อีกหน่อยหากแปลงร่าง การประปาฯ ประชาชนต้องได้อาบน้ำขันละห้าบาท

เดือดร้อนเปลืองงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขอีก ต้องมารักษาโรคขี้กลากและสังคัง ให้ประชาชนอีก

คิดแค่นี้ก็เกินพอที่จะเอาคืนมาได้แล้วครับ

นี่แค่ราคาแก๊สแพงขึ้นด้วยหลายเหตุประกอบกัน ตอนนี้ป่าชุมชนราบไปแล้วครับ ต้นฟืนมันหมดป่าแล้วครับ

เหมือนกรณีที่คนปล่อยข่าวว่ารากต้นสมอรักษาได้ทุกโรค ปรากฎว่าตอนนี้ต้นสมอในป่าเกือบสูญพันธุ์แล้วครับ

จากกรณีน้ำมันและแก๊สแพงขึ้นกลายเป็นสิ่งหายาก ทำให้ต้นฟืนในป่าชุมชนหมดไป ต้นกระดาษก็ขาดตลาด

ราคากระดาษก็เพิ่ม สมุดหนังสือก็แพง นักเรียนผู้ปกครองเดือดร้อนอีก การศึกษาของชาติก็มีปัญหา

แค่นี้ก็แย่แล้วครับท่าน เอามันคืนมาซะ ในช่วงเวลาที่หุ้นมันกำลังจะตก มันต้องเทขายออกแน่นอน


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-09-2008, 11:55 โดย ผู้ใหญ่อี๊ด » บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #24 เมื่อ: 19-09-2008, 12:51 »


"เงินกำไรจากผลประกอบการครึ่งปีแรกนั้น 312,856 ล้านบาท
เงินส่วนนี้จะต้องถูกหักภาษี ด้วยอัตราก้าวหน้า ที่สูงถึง 30% ครับ
จะทำให้รัฐ ได้รับเงินภาษีคืนจากบริษัทครับ
ในรูปแบบเงินก้อนครับ เป็นจำนวนสูงกว่า 90,000 ล้านบาทครับ"

เพิ่มเติม
และโดยทั้งนี้ เงินปันผลกำไร ที่บริษัทจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นนั้น
ผู้ถือหุ้น ก็ต้องถูกหักภาษีเงินได้อีกครั้งหนึ่ง
ด้วยอัตราภาษีแบบก้าวหน้า ที่สูงถึง 37%
คล้ายๆว่า ถูกหักยิบหักย่อยหน่ะครับ
เรื่องภาษีนั้น พูดกันง่ายๆเลยก็คือ
เราจะต้องมีหน้าที่เสียภาษีทุกๆครั้ง เมื่อเงินมีการเคลื่อนไหว เปลี่ยนมือ

ขออภัยสำหรับข้อมูลที่ผิดพลาดครับ
the OCEANER

ตัวเลขที่ว่า ปตท. กำไรครึ่งปีแรก 3 แสนล้านบาทก็ไม่ถูกครับ
จากการตรวจสอบงบการเงินโดยตรงพบว่ากำไรไม่ถึงแสนล้าน
แบ่งเป็น ปตท.กำไรเอง 7 หมื่นล้าน และได้มาจากบริษัทลูก
อีก 2.1 หมื่นล้าน รวมเป็นกำไร 9 หมื่นล้านต้นๆ ครับ

ส่วนตัวเลขภาษีเงินได้อยู่ที่ประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาทนะครับ

ต้องขออนุญาตทักท้วงเพราะถ้าีมีใคร copy ข้อมูลไปอ้างอิงต่อ
อาจกลายเป็นว่า ปตท. จะกำไรทั้งปีถึง 6 แสนล้านบาท


ตัวเลขกำไร 3 แสนล้านบาทในงบดุล เป็น "กำไรสะสม" นะครับ
ถ้าจะดูกำไรครึ่งปีแรกต้องดูที่งบกำไรขาดทุนครับ


...

งบการเงิน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และบริษัทย่อย
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 สามารถดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้

http://www.pttplc.com/Files/Statement/101_T.pdf

จาก งบกำไรขาดทุน งวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551
ปตท. และบริษัทย่อย มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้
รวม 91,710 ล้านบาท และจ่ายภาษีเงินได้ 22,806 ล้านบาทครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-09-2008, 13:17 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #25 เมื่อ: 19-09-2008, 12:54 »

หุ้นใหญ่ๆ เนี่ยของใครครับ รู้หรือยัง ช่วยหาข้อมูลให้หน่อยครับ

ผู้ถือหุ้นใหญ่ 15 อันดับแรกถือหุ้นรวมกัน 80.76% ดูข้อมูลได้ที่ลิงค์นี้ครับ 

http://www.pttplc.com/TH/ir_sh_st.aspx

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 15 อันดับแรกของ ปตท. ณ วันที่ 21 มีนาคม 2551
(วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ประจำปี 2551 ในวันที่ 11 เมษายน 2551)

1. กระทรวงการคลัง                                                                             51.80%
2. กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)              7.73%
3. กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ. หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย    7.73%
4. HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD.                                        2.09%
5. CHASE NOMINEES LIMITED 42                                                         1.64%
6. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด                                                               1.58%  <- ตลท.ถือหุ้น 99.99%
7. STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY                                  1.51%
8. NORTRUST NOMINEES LTD.                                                           1.44%
9. MELLON BANK, N.A.                                                                        1.05%
10.THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED                             0.95%
11.HSBC BANK PLC-CLIENTS GENERAL A/C                                         0.75%
12.สำนักงานประกันสังคม                                                                      0.73%
13.กองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ                                                     0.65%
14.STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY FOR LONDON            0.57%
15.GOVERNMENT OF SINGAPORE INVESTMENT CORPORATION C       0.54%
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-09-2008, 13:07 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
the OCEANER
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« ตอบ #26 เมื่อ: 19-09-2008, 13:13 »

ตามคุณ jerasak ว่าครับ
 
ขออภัย หากข้อมูลผิดพลาด

the OCEANER
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: