ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
22-09-2020, 12:52
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ช่วงนี้ทำไม มติชน "อัด พธม บ่อยจัง??? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2] 3
ช่วงนี้ทำไม มติชน "อัด พธม บ่อยจัง???  (อ่าน 6941 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #50 เมื่อ: 16-09-2008, 21:07 »


อืมม พยายามหลายครั้งแล้วที่จะลากอาจารย์ให้ต่ำลงมา
ดา ตอร์ปิโดน่ะ มัน นปก นปช อะไรเนี่ยแหละ  แต่สิ่งที่ฟังอาจารย์พูด
มันเป็น การให้ความรู้ ไม่เหมือนคุณบัวลอยพยายามอบรมสั่งสอนคนอื่น
อยู่บ่อยๆ แต่ทำมั้ย ทำไม รู้สึกว่า ไม่น่าเชื่อถือซักกะนิด
ช่วย แถ ลง ไข ให้กระจ่าง ใจ หน่อยสิจ๊ะ


 

ต่ำหรือสูง คนดูคนฟังเค้ารู้ด้วยปัญญา

ถ้าไม่บอกเค้าคงไม่รู้หรอกว่าไอ้บ้านี่เป็น "ศาสตราจารย์"

คิดว่าเป็นพวก นปก. ที่พอชนกันได้ในลีลาสำรากขากถุย

ไม่อายปากตัวเอง ก็คิดถึง ตำแหน่งพระราชทานหรือพระเกี้ยวที่มันค้ำคออยู่บ้างนะ

คนจุฬาฯ ไม่เคยสอนให้ไปสำรากต่อที่ชุมนุมชน เข้าใจบ่
บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #51 เมื่อ: 16-09-2008, 21:11 »


ต่ำหรือสูง คนดูคนฟังเค้ารู้ด้วยปัญญา

ถ้าไม่บอกเค้าคงไม่รู้หรอกว่าไอ้บ้านี่เป็น "ศาสตราจารย์"

คิดว่าเป็นพวก นปก. ที่พอชนกันได้ในลีลาสำรากขากถุย

ไม่อายปากตัวเอง ก็คิดถึง ตำแหน่งพระราชทานหรือพระเกี้ยวที่มันค้ำคออยู่บ้างนะ

คนจุฬาฯ ไม่เคยสอนให้ไปสำรากต่อที่ชุมนุมชน เข้าใจบ่



สถาบันไหนๆเค้าก็ ไม่สอนให้สำรากทั้งนั้นแหละ
อย่าเอ่ยชื่อสถาบันออกมาเลย หลายๆคนก็ไม่ได้มีกึ๋น ฮ่าเฮ้ว อะไร
แหมคุณบัวลอยก็ เน้นความเป็นผู้ดีจริงๆนะ เน้นความจริงใจเยอะๆหน่อยสิจ๊ะ
พ่อบ้าสถาบัน เหอๆๆ

ลีลาการพูดของอาจารย์ ก็ได้ใจใครๆ ไปหลายๆคนนะจ๊ะ
โดยเฉพาะ PJ


ไม่นิยมคนปากหวาน ตูดเหม็นอ่ะ


 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 21:16 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 16-09-2008, 21:18 »

คำว่า มารยาท บางทีมันสอนกันยากไง มันมาจากสันดานเดิม

ขัดเกลายังไงก็คงไม่หาย เหมือนนายสมัคร สุนทรเวชนั่นแหละ หอกหักยังไง ก็หอกหักพอกัน

เรียนสถาบันดีๆ จนได้มีความรู้ แต่ดันทำตามไม่ได้

ขนาดพลตรีจำลองห้ามกล่าวคำหยาบ ยังดันทุรังอยู่คนเดียว

แถมยังเป็นตัวต้นเหตุให้มติชนเค้าก่นด่าประนามผ่านสื่อ ยังไม่อายอีก

แล้วจะไปพูดให้นักการเมืองเลวๆ มันอายได้ยังไง เพราะในเมื่อก็ทำเลวในระนาบเดียวกัน


ถ้าไอ้บ้านี่เป็นแกนนำ คงนำพาประชาชนไปลุยกันเลือดตกยางออกไปหลายครั้ง

ดีไม่ดีจะพาคนไปตายซะเปล่า ๆ

ด่าคนอื่นได้ พอสื่อด่ากลับ ดันทำเป็นเดือดร้อน แมนจริง ๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 21:23 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #53 เมื่อ: 16-09-2008, 21:31 »

คำว่า มารยาท บางทีมันสอนกันยากไง มันมาจากสันดานเดิม

ขัดเกลายังไงก็คงไม่หาย เหมือนนายสมัคร สุนทรเวชนั่นแหละ หอกหักยังไง ก็หอกหักพอกัน

เรียนสถาบันดีๆ จนได้มีความรู้ แต่ดันทำตามไม่ได้

ขนาดพลตรีจำลองห้ามกล่าวคำหยาบ ยังดันทุรังอยู่คนเดียว

แถมยังเป็นตัวต้นเหตุให้มติชนเค้าก่นด่าประนามผ่านสื่อ ยังไม่อายอีก

แล้วจะไปพูดให้นักการเมืองเลวๆ มันอายได้ยังไง เพราะในเมื่อก็ทำเลวในระนาบเดียวกัน


ถ้าไอ้บ้านี่เป็นแกนนำ คงนำพาประชาชนไปลุยกันเลือดตกยางออกไปหลายครั้ง

ดีไม่ดีจะพาคนไปตายซะเปล่า ๆ

ด่าคนอื่นได้ พอสื่อด่ากลับ ดันทำเป็นเดือดร้อน แมนจริง ๆ



จ๊ะเห็นด้วยจริง เห็นใครๆก็ช่วยกันตบเอ๊ย
สั่งสอน ไปหลายๆครั้งแล้วก็ยังเหมียนเดิม สันดานจริง ขัดเกลายังไง
ก็ไม่หาย   


      


บันทึกการเข้า

kittie
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


Gouf Girl


เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 16-09-2008, 21:37 »

...กลายเป็นกระทู้เฉ่ง ภูวดล กันไปซะแร๊วววววว (ว่าแต่ลุงๆเถียงอะไรกันคะ ใจร่มๆเน้อ)


...ถ้ามองอย่างไร้อคติเลย ก็ต้องยอมรับแหละค่ะว่า อ. แกหยาบคายเกินไปจริงๆ การพูด "ตรง" ไม่จำเป็นต้อง "หยาบ" ก็ได้ค่ะ ยิ่งช่วงหลังเนื้อหาของแกกลายเป็นเรื่องวนเวียนแต่เรื่องด่ากันไปด่ากันมา หาสาระที่เป็นข้อมูลเชิงลึกไม่ได้เลย


...แกนนำเองก็คงรู้แหละค่ะ ถึงเพลาๆการขึ้นเวทีของแก ไว้ให้แกสงบสติอารมณ์กับเรื่องเมล์ด่านั่นให้ได้ก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่ละกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 22:02 โดย kittie » บันทึกการเข้า

Vi Veri Veniversum Vivus Vici

"By the power of truth I, while living, have conquered the world"


--------------------------------------
My Hi5!!
 
http://kittiepong.hi5.com
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #55 เมื่อ: 16-09-2008, 21:44 »

ความแตกต่างระหว่าง สาวก กับ เสรีชน มันต่างกันไง

พวกสาวกนี่ไม่ต้องทำอะไร อาจารย์สำรากออกมาก็กลืนต่อไปได้เหมือนพวกปอบ ไม่ต้องย่อย ไม่ต้องคิด

แต่เสรีชน จะเชื่อด้วยเหตุ เชื่อในผล เชื่อในสิ่งที่ตรงกับที่ตนเรียนรู้มาจากตำราของจริง

ตรองว่าจริงแล้วจึงเชื่อ

เวลาสาวก โดนกระจกสื่อมวลชนส่องกลับ ก็ทนดูตัวเองไม่ได้

เหมือนกับบรรดาแกนนำหรือวิทยากรบางคนของพันธมิตรที่โดนสื่อส่วนใหญ่เค้าสะท้อนนั่นประไร

เวลาด่าคนอื่นก็บอกทำหน้าที่สื่อ พอโดนสื่อบอยคอต แล้วจะมาบ่นหาพระแสงด้ามยาวอะไร

สื่อมวลชนนั้น ถ้าพอทนเค้าก็ทนกันได้ แต่ถ้ามันรับไม่ไหว เค้าก็แอนตี้ ก็เท่านั้น

แล้วจะมาบ่นแปลกใจ ทำไมสื่อแอนตี้

ผลมันก็มาจากเหตุ นั่นแล นี่คือหลักธรรมขั้นพื้นฐานที่พระพุทธเจ้าสอน เรื่องของ "กรรม" นั่นแหละ

แค่ธรรมะพื้นๆ แค่นี้ยังไม่เข้าใจจะไปสั่ง ไปสอนใครเค้าได้

บอกว่าเอา "ธรรมนำหน้า" แต่วาจาสำรากนี่มันมาจาก "ธรรมะ ข้อไหน"

เค้ามีแต่ "สัมมาวาจา" เค้ามีแต่ ทาน ปิยะวาจา อัตถจริยา สมานตัตตา เข้าใจกันบ้างหรือเปล่า

ไปเรียนมาจากตำราไหนว่า ใช้วาจาสำรากแล้วคนจะเชื่อถือ

หรือว่ามาจาก ศาสดาสนธิและพวกพ้อง


ถ้าความดิบ เถื่อนเป็นของดี คนรอความดิบเถื่อนของภูวดล ก็คงระบาบเดียวกัน

คนดีชอบแก้ไข คนอะไรชอบแก้ตัว กระจกส่องให้ดูแล้ว ยังบอกว่า เฮ้ย...กรูทำไมอุบาทว์จัง ไม่ใช่กรูแน่นอน กระจกบิดเบือน

มันถูกต้อง เที่ยงตรง มีคุณธรรมจริงหรือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 21:54 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #56 เมื่อ: 16-09-2008, 21:52 »




 
ความแตกต่างระหว่าง สาวก กับ เสรีชน มันต่างกันไง

พวกสาวกนี่ไม่ต้องทำอะไร อาจารย์สำรากออกมาก็กลืนต่อไปได้เหมือนพวกปอบ ไม่ต้องย่อย ไม่ต้องคิด

แต่เสรีชน จะเชื่อด้วยเหตุ เชื่อในผล เชื่อในสิ่งที่ตรงกับที่ตนเรียนรู้มาจากตำราของจริง

ตรองว่าจริงแล้วจึงเชื่อ

เวลาสาวก โดนกระจกสื่อมวลชนส่องกลับ ก็ทนดูตัวเองไม่ได้

เหมือนกับบรรดาแกนนำหรือวิทยากรบางคนของพันธมิตรที่โดนสื่อส่วนใหญ่เค้าสะท้อนนั่นประไร

เวลาด่าคนอื่นก็บอกทำหน้าที่สื่อ พอโดนสื่อบอยคอต แล้วจะมาบ่นหาพระแสงด้ามยาวอะไร

สื่อมวลชนนั้น ถ้าพอทนเค้าก็ทนกันได้ แต่ถ้ามันรับไม่ไหว เค้าก็แอนตี้ ก็เท่านั้น

แล้วจะมาบ่นแปลกใจ ทำไมสื่อแอนตี้

ผลมันก็มาจากเหตุ นั่นแล นี่คือหลักธรรมขั้นพื้นฐานที่พระพุทธเจ้าสอน เรื่องของ "กรรม" นั่นแหละ

บอกว่าเอา "ธรรมนำหน้า" แต่วาจาสำรากนี่มันมาจาก "ธรรมะ ข้อไหน"

หรือว่ามาจาก ศาสดาสนธิและพวกพ้อง


ถ้าความดิบ เถื่อนเป็นของดี คนรอความดิบเถื่อนของภูวดล ก็คงระบาบเดียวกัน

คนดีชอบแก้ไข คนอะไรชอบแก้ตัว กระจกส่องให้ดูแล้ว ยังบอกว่า เฮ้ย...กรูทำไมอุบาทว์จัง ไม่ใช่กรูแน่นอน กระจกบิดเบือน

มันถูกต้อง เที่ยงตรง มีคุณธรรมจริงหรือ


เป็นลูกศิษย์จ๊ะไม่ใช่สาวก
เป็นปอบไม่ได้ เพราะ ไม่นิยมกินของดิบๆ จ๊ะ
เขียนว่าตัวเองอีกแล้วนะจ๊ะ คุณบัวลอย
นี่แหละความสามารถพิเศษของคุณบัวลอยข้อหนึ่งที่
เห็นได้ชัดๆ
เท่าที่ดูๆอ่านๆมา คุณบัวลอยก็เรียนรุ่นเดียว
กับอาจารย์ คณะเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่ว่า ทำไมจบมา เห็นความแตกต่างกันได้ชัด
ว่า คุณบัวลอยไม่มีอะไร สู้อาจารย์ท่านได้เลย
ขอโทษที่พูดตรงๆ จ๊ะ


 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 21:56 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #57 เมื่อ: 16-09-2008, 21:56 »

อ้างจาก: OMEGA ที่ วันนี้ เวลา 12:47
ทำไมไม่ฟังให้ครบกระบวนการล่ะครับ บางทีปัญหาของประเทศจะได้ลดน้อยลง

มหาจำลองรับบริจากเพื่อไปช่วยเหลือ ASTV ครับแล้วแต่จิตศรัทธาจากพันธมิตร

มหาท่านส่อเจตนาอยากได้เงินไปเป็นค่าจ้างค่าใชจ่ายพนักงานASTV เพราะ

รายได้ที่ได้จากSMSข่าวยังเข้ามาไม่พอ  แค่นี้ก็ง่ายๆ เสียหายจะตายดิ้น

กันหรือไง ไม่เห็นมีอะไรซับซ้อน  ก็พธม.ไม่มีนายทุนใหญ่หนุนหลังดังว่าไงคร้าบ

 


ความหมายของผมคือ ทำไมไม่ให้โอนเข้าบัญชีทั้งหมด  โปร่งใส ในกรรมการม๊อบเองก็เห็นว่ามียอดเข้ามาแต่ละดือนเท่าไหร่ เอาไปใช้อะไรบ้าง
แต่ถ้ามาเป็นเช็คกับ ธนานัติ  เราจะรู้ได้ไง ว่าคนไปทำธุรกรรมที่ไปรษณีย์ ไม่ได้แอบยักย้ายถ่ายทเงินบริจาค ไปที่ิื่อื่นหรือเข้าบัญชีอื่น


คืนนี้พลตรีจำลองบนเวทีก็พูดถึงเงินบริจาคช่วย astv การเปิดตู้ปณ.  ที่มาที่ไปต่างๆ ยอดเงินล่าสุด

จริงๆถ้าต้องการตรวจสอบ ก็น่าจะทำนะคับ

ส่วนผมไม่ติดใจอะไร

ถ้าเอาเงินภาษีไปใช้ทำที่ประชุมครม. นั่นน่ะผมติดใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 22:00 โดย boyk » บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 16-09-2008, 21:59 »

ถ้าอาจารย์มันเถื่อนได้ขนาดนั้น คนเป็นลูกศิษย์จะขนาดไหน

สถาบันไหนเอาไปใช้ ก็อย่าสงสัย ทำไมบัณฑิตที่ผลิตออกมามันไร้คุณภาพ

ก็อาจารย์มันยังงี้ มันจะไปผลิตลูกศิษย์ดีๆ ออกมาให้สังคมไทยได้ยังไง


หน้าตาอุบาทว์ แล้วยังปากไม่ดีอีก เฮ้อ...กรรมของเวร
บันทึกการเข้า

boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #59 เมื่อ: 16-09-2008, 22:03 »

จัยร่มๆกันนาคับ 

พักไปดื่มน้ำปัสสาวะเดินเล่น ปล่อยอารมณ์ก่อน 

เอาแรงไว้รบกับระบอบสามานย์ดีกว่านา 
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #60 เมื่อ: 16-09-2008, 22:04 »




ถ้าอาจารย์มันเถื่อนได้ขนาดนั้น คนเป็นลูกศิษย์จะขนาดไหน

สถาบันไหนเอาไปใช้ ก็อย่าสงสัย ทำไมบัณฑิตที่ผลิตออกมามันไร้คุณภาพ

ก็อาจารย์มันยังงี้ มันจะไปผลิตลูกศิษย์ดีๆ ออกมาให้สังคมไทยได้ยังไง


หน้าตาอุบาทว์ แล้วยังปากไม่ดีอีก เฮ้อ...กรรมของเวร

อาจารย์ท่านไม่พยายามทำหล่อไงจ๊ะ
บางคนทำหล่อ ทำแล้วทำเล่า ก็ยังไร้ผล แถมขี้อิจฉาอีก เอิ๊กกก อิอิ

ไม่ใช่ดารา หรือ ศิลปิน จ๊ะ


 





คนที่ไม่หล่อเหลา หลายๆคน เค้าก็เซ็กซี่ได้ด้วยความฉลาดนะจ๊ะ


 




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 22:56 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #61 เมื่อ: 16-09-2008, 22:07 »

คืนนี้พลตรีจำลองบนเวทีก็พูดถึงเงินบริจาคช่วย astv การเปิดตู้ปณ.  ที่มาที่ไปต่างๆ ยอดเงินล่าสุด

จริงๆถ้าต้องการตรวจสอบ ก็น่าจะทำนะคับ

ส่วนผมไม่ติดใจอะไร

ถ้าเอาเงินภาษีไปใช้ทำที่ประชุมครม. นั่นน่ะผมติดใจ

เงินบริจาค คนให้เค้าเต็มใจให้ เอาไปทำอะไรก็เรื่องของกรรมการเค้า

ผมคิดว่าคนที่อยากเข้าไปตรวจสอบ ไม่มีเหตุผลหรอกครับ แค่แหย่ๆ ให้หงุดหงิด
บันทึกการเข้า

kittie
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


Gouf Girl


เว็บไซต์
« ตอบ #62 เมื่อ: 16-09-2008, 22:08 »

...ลุงๆ ขา ใจเย็นๆ นะคะ กระทู้หนูเดือดปุดๆแล้ว ถือซะว่าเจ้าของกระทู้ขอละกันนะคะ

...หนูรำคาญไอ้พวกบัตรเติมเงินเข้ามาซ้ำเติมได้ว่าเราแตกกันเองซะแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2008, 22:10 โดย kittie » บันทึกการเข้า

Vi Veri Veniversum Vivus Vici

"By the power of truth I, while living, have conquered the world"


--------------------------------------
My Hi5!!
 
http://kittiepong.hi5.com
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #63 เมื่อ: 16-09-2008, 22:10 »

เห็นด้วยกับลุงแคนคับเรื่องเงินบริจาค  พอดีเห็นสมช.บางท่านติดใจอยู่น่ะคับ
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 16-09-2008, 22:18 »

...ลุงๆ ขา ใจเย็นๆ นะคะ กระทู้หนูเดือดปุดๆแล้ว ถือซะว่าเจ้าของกระทู้ขอละกันนะคะ

...หนูรำคาญไอ้พวกบัตรเติมเงินเข้ามาซ้ำเติมได้ว่าเราแตกกันเองซะแล้ว


อ้อ...บางทีพวกชื่อแปลกๆ ที่เข้ามาแหย่ๆ นั่นแหละพวกเติมเงิน

อยากให้ลุงด่าแกนนำให้ฟัง อิ อิ

ที่จริง คนที่บอกชอบ ภูวดล ลองขยายหน่อยสิ ภูวดล ให้ความรู้อะไรติดตัวมาบ้าง อยากฟัง

ถ้าแบบลุง จะชอบสำราญ รอดเพชร / ประพันธ์ คูณมี หรือ เจ็ปอง / น้องเก๋ มากกว่า

คนอื่นที่เค้าเป็นด็อกเตอร์ ก็ไม่เห็นจะหยาบคาย ด่าพ่อล่อแม่คนอื่นนี่นะ เห็นแต่ไอ้บ้านี่ลุยอยู่คนเดียว

จะด่า จอน ด่าใจ ก็ด่าที่ตัวเค้าสิ จอน ใจ มันเลวยังไง ด่าไปเลย

นี่เล่นไปลำเลิกถึงพ่อเค้า คนมีความรู้หรือนักวิชาการเค้าไม่ทำกันหรอก ฝากไปบอกมันด้วย

มีแต่อาจารย์ห่วยๆ เท่านั้น ที่ไปเล่นเรื่องส่วนตัว ไม่ก็พวกแม่ค้าปากตลาดนั่นและ เค้าชอบกัน

ถ้าจะคุยลึกๆ ฟังภิภพ ได้ความรู้ประชาธิปไตย ดีกว่าไอ้อาจารย์บ้าๆ ติงต๊องคนนี้ซะอีก
บันทึกการเข้า

boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #65 เมื่อ: 16-09-2008, 22:26 »

ผมก็ชอบฟังคุณภิภพพูดนะคับ ไม่หวือหวาแต่พูดแบบคนมีองค์ความรู้ดี

คือแต่ละคนก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

มารวมกันเป็นพันธมิตรก็ตบๆแต่งๆประคองกันไป

มีเป้าหมายเดียวกันนาคับ
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #66 เมื่อ: 16-09-2008, 22:32 »

อ้อ...บางทีพวกชื่อแปลกๆ ที่เข้ามาแหย่ๆ นั่นแหละพวกเติมเงิน

อยากให้ลุงด่าแกนนำให้ฟัง อิ อิ

ที่จริง คนที่บอกชอบ ภูวดล ลองขยายหน่อยสิ ภูวดล ให้ความรู้อะไรติดตัวมาบ้าง อยากฟัง

ถ้าแบบลุง จะชอบสำราญ รอดเพชร / ประพันธ์ คูณมี หรือ เจ็ปอง / น้องเก๋ มากกว่า

คนอื่นที่เค้าเป็นด็อกเตอร์ ก็ไม่เห็นจะหยาบคาย ด่าพ่อล่อแม่คนอื่นนี่นะ เห็นแต่ไอ้บ้านี่ลุยอยู่คนเดียว

จะด่า จอน ด่าใจ ก็ด่าที่ตัวเค้าสิ จอน ใจ มันเลวยังไง ด่าไปเลย

นี่เล่นไปลำเลิกถึงพ่อเค้า คนมีความรู้หรือนักวิชาการเค้าไม่ทำกันหรอก ฝากไปบอกมันด้วย

มีแต่อาจารย์ห่วยๆ เท่านั้น ที่ไปเล่นเรื่องส่วนตัว ไม่ก็พวกแม่ค้าปากตลาดนั่นและ เค้าชอบกัน

ถ้าจะคุยลึกๆ ฟังภิภพ ได้ความรู้ประชาธิปไตย ดีกว่าไอ้อาจารย์บ้าๆ ติงต๊องคนนี้ซะอีก



เอ.....ตอนที่ท่านด่า จอน ใจ ก็เห็นด่าสองคนนี้
ก็ได้ยินอาจารย์ท่าน ยกย่องพ่อนี่นา ฟังคนละแห่งหรือเปล่าหว่า ???
อาจารย์ห่วยๆ เนี่ยคงไม่ใช่อาจารย์ภูวดล แน่นอน เนี่ยถ้าลองคุณบัวลอย
ขึ้นไปพูด อาจจะพอๆกับเวที นปก เมื่อเร็วๆนี้ก็ได้นะ 


 

 

บันทึกการเข้า

แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 17-09-2008, 08:14 »

ลุงคะ จานภูวดลไม่เคยด่าพ่อจานใจค่ะ มีแต่ด่าว่า คนดีๆ อย่างท่านไม่น่าจะมีลูกแบบนี้ได้ เห็นแล้วเสียดาย ท่านมีคุณูปการกับประเทศมาก กี่ทีๆ ก็พูดแบบนี้ค่ะ จานภูฯ อาจจะเป็นคนใจร้อน พูดจาแรงๆ แต่่บางครั้งอาจจะถูกใจคนฟัง เพราะความอึดอัด อยากจะด่าพวกเลวๆ แล้วต้องกระมิดกระเมี๊ยน อุ้ยมันเลว อุ้ยมันชั่วนะคะ พอเจอจานภูฯ เ้ข้า เหมือนมีด่าแทนให้ ถูกใจประมาณนั้น เรื่องที่จะไปเตะถีบ ทำร้ายร่างกาย คงไม่ได้จะให้ผู้ชุมนุมทำจริงๆ หรอก

แต่ว่า ถ้ามันอยู่ๆ ถือมีดยาวเป็นวาเดินเข้ามา อย่าคิดว่า พันทะมิดจะยืนทื่อให้ฟันนะเฟ้ย 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #68 เมื่อ: 17-09-2008, 08:50 »

วันนี้10โมงเช้ามหาจำลอง คุณสมศักดิ์ เปิดเวทีแถลงข่าวสื่อมวลชน

ชี้แจงเรื่องการรับบริจากเพิ่มเติม เรื่องตำรวจ ฯลฯ  แล้วให้สื่อมวลชนสอบถามข้อสงสัย

ไม่เห็นมีแมวน้ำถามซักตัว เค้าเปิดเวทีให้ถามทำไมไม่ถาม มหาจำลองถามย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก

ให้สื่อมวลชนถาม ...เงียบ  ทีงี้ทำไมไม่กล้าถามวะ  ยุวดีไปถามแทนทีป่ะ

 



แล้วได้ยินเรื่องการ ขอรับบริจาค แบบเป็นแต่ให้บริจาคโดยธนาณัติหรือเช็ค ส่งไปที่ตู้ปณ 100 

อยากจะถามว่า มีเหตุผลว่าทำเช่นนั้นทำไม

ส่อเจตนาอะไรหรือเปล่า 
 


คุณจำลองได้ชี้แจงเหตุที่เปิดตูปณ.100 รับบริจาคแล้ว
แต่ไม่บอกคุณหรอกเหตผลอะไร บอกไปแล้วก็ไม่ลึกลับ ซ่อนเร้นอะไร.....
สนใจก็ควรจะไปค้นคว้าด้วยตนเอง จะได้ตรวจสอบได้ด้วย.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า





ถ้าถามง่ายๆ บ่อยๆ อย่างนี้  ไปค้นหาเรื่องมาตอบทุกครั้ง....
จะสบายเกินไป และ ไม่จดจำ.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2008, 08:52 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #69 เมื่อ: 17-09-2008, 09:00 »

"ยักษ์ใหญ่ไทยรัฐร่วมขบวนถล่มพธม.ถามสุริยะใสทำไมปล่อยม็อบอุบาทว์ชักว่าวในห้องทำงานนักข่าว


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ไทยรัฐ,ข่าวสด,สำนักข่าวINN,มติชน,ประชาไท
16 กันยายน 2551



หมายเหตุไทยอีนิวส์:หลังจากทำแนวร่วมเป็นคอหอยกับลูกกระเดือกมานาน สายสัมพันธ์ของพันธมิตรกับสื่อมวลชนไทยก็เริ่มแตกร้าวแล้ว หลังจากวันก่อนการ์ดพันธมิตรได้คุกคามช่างภาพโทรทัศน์ไม่ให้ถ่ายภาพอุจาดตาที่พวกตนก่อขึ้น ตามมาด้วยช่างภาพของข่าวสดถูกล้อมกรอบคุกคาม ทำให้ข่าวสดเปิดศึกนำเสนอข่าวเชิงลบของพันธมิตรทั้งเรื่องมีการขายอุปกรณ์เสพยาไอซ์ในม็อบ การ์ดศรีวิชัยคุมวินมอเตอร์ไซค์ทำเนียบคิดค่าโดยสารโหด และข่าวเกิดมลภาวะน้ำเน่าในที่ชุมนุม แต่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรโบ้ยว่าเพราะสื่อพูดกับพันธมิตรไม่ดีก่อน จึงเกิดการกระทบกระทั่ง

ล่าสุดแกนนำพันธมิตรได้แก้ลำสื่อมวลชนด้วยการขึ้นไปแถลงข่าวบนเวที ซึ่งก็ทำให้สื่อมวลชนบางส่วนกลัวไม่กล้าซักถามเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ขณะที่อีกบางส่วนก็บอยคอตต์การแถลงข่าวในลักษณะดังกล่าว ขณะที่การนำเสนอข่าวเชิงลบของพันธมิตรขยายวงออกไปยังหลายค่าย รวมทั้งยักษ์ใหญ่หัวเขียวไทยรัฐด้วย


ยักษ์ใหญ่ไทยรัฐเล่นแรง“สุริยะใส” อึ้งคำถามม็อบทำอุบาทว์ชักว่าวในห้องนักข่าว

ไทยรัฐเป็นค่ายล่าสุดที่หันมานำเสนอข่าวเชิงลบต่อพันธมิตร โดยเสนอข่าวบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้มีการประชุมการ์ดพันธมิตรฯ โดยเฉพาะประเด็นการกระทบกระทั่งกับสื่อมวลชน ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากภาวะอารมณ์ของการ์ด แต่สื่อมวลชนก็ควรระวังการพูดจาด้วย ทุกวันนี้ฝ่ายตรงข้ามแฝงเข้ามาหลายรูปแบบ บางคนเข้ามาเป็นการ์ด บางคนแขวนป้ายเป็นสตาฟฟ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้ชุมนุมบางคนไปอุจจาระในซอกข้างรังนกกระจอก ซึ่งเป็นห้องทำงานนักข่าว และบางคนไปสำเร็จความใคร่ให้เห็นด้วย นายสุริยะใสตอบว่า มีหรือ แล้วจะให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแล ขอให้ทนอีกหน่อย นักข่าวอาจจะเดือดร้อน แต่ไม่เกินเดือนนี้เชื่อว่าจะได้พื้นที่ทำงานคืน


สื่อบอยคอตพธม.หลังเปลี่ยนการแถลงข่าว


สำนักข่าวINNรายงานว่า สื่อBoycott พันธมิตร หลังเปลี่ยนรูปแบบแถลงข่าว ขึ้นแจงบนเวทีอย่างเดียว อ้าง เพื่อให้ประชาชนฟังด้วยแกนนำต้องการนำเสนออะไร

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้เดินทางมายังห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล เพื่อชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแถลงข่าวประจำวัน ในเวลา 10.00 น. ซึ่งจากเดิมแถลงข่าวในห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบฯมาเป็นการแถลงข่าวบนเวทีพันธมิตร โดยให้เหตุผลว่า เพราะต้องการให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบสิ่งที่แกนนำพันธมิตรฯแถลงต่อผู้สื่อข่าวโดยเร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้น ผู้ชุมนุมคงต้องรอการอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งล่าช้าเกินไปทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนรูปแบบดังกล่าว จะเริ่มวันนี้เป็นวันแรก

นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ยังกล่าวยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เป็นการกดดันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหรือ ทำให้สื่อมวลชนได้รับการจับตามองเป็นพิเศษจากกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเมื่อ พล.ต.จำลอง พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ขึ้นแถลงข่าวบนเวทีปราศรัย ผู้สื่อข่าวทุกแขนงต่างเพิกเฉยต่อการแถลงข่าวในวันนี้ โดยเพียงแต่สังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านล่างเวทีปราศรัยเท่านั้น

ข่าวสดตามกัดต่อเนื่องระบุแถลงข่าวแบบนี้เป็นการคุกคามสื่อ
ทางด้านข่าวสดรายงานว่าเวลา 08.15 น.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวบนเวทีปราศรัย ว่า นับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. แกนนำพันธมิตรฯจะเปลี่ยนรูปแบบการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจากเดิมที่แถลงข่าวที่ห้องผู้สื่อข่าว มาเป็นบนเวทีพันธมิตรฯ ในเวลา 10.00-10.30 น. ขอให้ผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์บนเวที เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ มีความจริงที่สามารถตอบได้ทุกคำถาม และเพื่อให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบข่าวที่แกนนำพูดไปทันที ไม่ต้องไปรออ่านข่าวในวันรุ่งขึ้น

ภายหลังพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เดินเข้ามายังห้องผู้สื่อข่าว เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงการแถลงข่าวโดยจะขึ้นไปแถลงข่าวบนเวทีปราศรัยแล้วให้ผู้สื่อข่าวไปซักถามบนเวทีหรือซักถามด้านล่างเวทีโดยจะมีการจัดไมโครโฟนเอาไว้ให้ โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ผู้ชุมนุมที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล สะพานมัฆวานฯ และผู้ที่ดูเอเอสทีวีทางบ้านได้รับทราบข่าวสารไปพร้อม ๆ กับนักข่าวที่อยู่ในทำเนียบ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่าการให้นักข่าวไปถามกลางผู้ชุมนุมจะเป็นการกดดันการทำหน้าที่สื่อมวลชนมากกกว่า พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการกดดันผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด การที่แกนนำพันธมิตรฯมาพบนักข่าวแต่ละครั้งพวกเราดีใจ การแถลงข่าวแต่ละครั้งพวกเราพูดและคิดไปตามเหตุผล เมื่อถามว่า แกนนำจะการการันตีได้อย่างไรในเรื่องความปลอดภัยของนักข่าวที่ถามคำถามไม่ตรงใจพันธมิตรฯ พล.ต.จำลอง ยืนยันว่า เราขอการันตีในความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวทุกคน แต่เรื่องที่ผู้ชุมนุมมีการแสดงอาการยิ้มหรือหัวเราะออกมาเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ผ่านมาตนและนักข่าวก็ถามกระทบกระทั่งกันอยู่แล้ว ถามแล้วตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า นักข่าวบางสำนักที่ถูกทางพันธมิตรฯโจมตีทุกวันเช่นเอ็นบีทีจะทำงานลำบากมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เราไม่ได้เจาะจงว่าใครจะเป็นเอ็นบีทีหรือสื่อประเภทใด เรามีความเสมอภาคและไม่มีอคติกับสื่อประเภทไหน ซึ่งการย้ายสถานที่แถลงข่าวอยู่ที่ผู้สื่อข่าวจะเห็นด้วยหรือไม่ เราไม่บังคับ ใครอยากมาก็มา ไม่อยากมาก็ไม่เป็นไร ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการคุกคามสื่อหรือไม่ พล.ต.จำลอง ตนคิดว่าเป็นการเปิดเสรีภาพของสื่อที่จะถามได้ทุกคำถาม รวมทั้งประชาชนและผู้ชุมนุมสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่พล.ต.จำลอง ออกจากห้องผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวทุกแขนง ได้หารือร่วมกันโดยลงความเห็นว่าจะไม่มีการไปซักถามข่าวแกนนำบนเวทีหรือหน้าเวที ตามข้อเสนอของพล.ต.จำลอง โดยถือว่าเป็นความพยายามกดดันการทำหน้าที่สื่อมวลชน และเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในการทำหน้าที่ แต่จะรายงานข่าวตามที่แกนนำฯกล่าวบนเวทีเท่านั้น

แกนนำพธม.ย้ายที่แถลงข่าวขึ้นเวที ทำนักข่าวไม่กล้าถาม หวั่นไม่ปลอดภัย "จำลอง"ท้าตร.จับขู่คนมาเยอะขึ้น

ขณะที่มติชนรายงานข่าวว่า แกนนำพธม.เปลี่ยนที่แถลงข่าวจากรังนกกระจอกขึ้นเวที นักข่าวไม่กล้าถาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของกลุ่มแกนนำพันธมิตรฯในวันนี้ (16 ก.ย.) ได้ย้ายสถานที่แถลงข่าวจากห้องนักข่าวเป็นบนเวทีปราศรัย อย่างไรก็ตาม ภายหลังจบการแถลงข่าวดังกล่าว ไม่มีนักข่าวถามปัญหาอย่างที่แล้วมาแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงบนเวทีปราศรัย เมื่อวันที่ 16 กันยายน ว่า ทางแกนนำจะปักหลักในทำเนียบรัฐบาลต่อ โดยจะไม่มอบตัวและพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับอย่างไม่เกรงกลัว แต่ตำรวจเข้ามาจับแกนนำแล้ว ผู้ชุมนุมก็จะมากขึ้น ส่งผลให้การทำงานของตำรวจยากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม เห็นว่าข้อหากบฏนั้นรุนแรงเกินไป

สื่อก็บอยคอต แถมนักวิชาการขาเก่าเฉดหัวแกนเน่ามอบตัว
ขณะเดียวกันสำนักข่าวประชาไทรายงานว่า รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสนับสนุนพันธมิตรมาตลอดได้กล่าวในการเสวนา บทบาทนักศึกษาในวิกฤตการณ์การเมือง ว่า ผมไม่เคยเรียกว่าการกระทำของผมเป็นอารยะขัดขืน(การฉีกบัตรเลือกตั้งและเข้ามอบตัวตำรวจ)...แต่คนเขาชอบเขาก็เรียกอารยะขัดขืน คนไม่ชอบก็เรียกอนารยะขัดขืน แต่ถ้าหนีไปเลย หายไปไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการ หายไปเลยก็ไม่ใช่อารยะขัดขืน แต่ผมพยายามเรียกร้องให้แกนนำพันธมิตรฯ มอบตัว ชัดเจน ผมพูดออกสื่อไปแล้ว

ผมพูดในฐานะที่ผมรักพันธมิตรฯ อย่าไปกลัวเลย ที่บอกว่าจะถูกฆ่าทิ้งระหว่างทาง เพราะถ้าจะถูกฆ่าทิ้งก็ให้ฆ่าก็เป็นความชัดเจนของระบอบยำยำ ทีนี้มีคนบอกว่าเห็นใจแกนนำพันธมิตรฯ นั้น ผมก็เคยคิดว่าถ้าคานธีอารยะขัดขืนฮิตเลอร์จะเกิดอะไรขึ้น เพราะคานธีขัดขืนรัฐบาลอังกฤษ

ผมคิดว่า ถ้าคานธีอยู่ในเยอรมัน คานธีก็ยังคงทำสิ่งเดิม แต่อาจจะเป็นที่รู้จักช้าหน่อย เช่น ต้องรอคนไปขุดศพเจอ ต้องให้มีนักสารคดีไปขุดค้น"



สงสัยว่าช่วงนี้พันธมารน่าจะทำสังฆทานกันบ้างน๊า หุ หุ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #70 เมื่อ: 17-09-2008, 14:35 »

รบกับสื่อกระแสหลัก คงต้องชุมนุมทั้งชาติ ฮ่า ฮ่า

ลุงสมศักดิ์ ขึ้นมาแก้ข่าว เก้าอี้ขาหัก อิ อิ

สู้กันไปลุง...คอยแก้ข่าวผ่านทีวีดาวเทียม ยังไงมันก็ไปสู้สื่อกระแสหลักไม่ได้

เหมาะสำหรับการเคลื่อนไหว เท่านั้นแหละลุง
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #71 เมื่อ: 17-09-2008, 14:48 »

ทีมข่าวไทยอีนิวส์

สำนักข่าวลิ่วล้อทักษิณ ที่ยังรับทรัพย์เขียนข่าว ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน

ถ้ามีข้อมูลดี ก็รับฟังได้...แต่คงไม่ใช่จริงทั้งหมด...

ถึงที่สุดหากหมดท่อน้ำเลี้ยงก็หมดแรงทำงานไปเอง

บันทึกการเข้า

ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #72 เมื่อ: 17-09-2008, 14:59 »

ไอ้ข่าว สื่อบอยคอตมันมีแค่ 3บันทัดเอง เอามาจากไหนยืดยาว

ข่าวเก่าอีกต่างหาก
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 17-09-2008, 15:02 »

ไอ้ข่าว สื่อบอยคอตมันมีแค่ 3บันทัดเอง เอามาจากไหนยืดยาว

ข่าวเก่าอีกต่างหาก


ข่าวไม่ต้องยาวหรอก แค่เขียนว่า

"สื่อบอยคอต" ทุกฉบับคำเดียวก็เหนื่อยแล้ว
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #74 เมื่อ: 17-09-2008, 15:18 »

ทีมข่าวไทยอีนิวส์

สำนักข่าวลิ่วล้อทักษิณ ที่ยังรับทรัพย์เขียนข่าว ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน

ถ้ามีข้อมูลดี ก็รับฟังได้...แต่คงไม่ใช่จริงทั้งหมด...

ถึงที่สุดหากหมดท่อน้ำเลี้ยงก็หมดแรงทำงานไปเอง





"ค่ายมติชนเซ็ง ดาหน้ารุมสับพธม.:ระอาไอ้พวกเล่นไม่รู้จักเลิก    


ที่มา มติชน และข่าวสด
17 กันยายน 2551



ฐากูร บุนปาน,มติชน 17ก.ย.-หลังจากล้มนายกรัฐมนตรีไปแล้ว 2 คน และยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นบ้าน ท่านบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้หรือยัง อย่าเพิ่งอ้างว่าจนถึงวันนี้ การเมืองใหม่หรือสภา-รัฐบาลประชาภิวัฒน์อะไรนั่นยังไม่คืบหน้า มีหมายจับแล้วบอกว่าไม่หนี แต่แน่จริงให้มาลากตัวไปจากกลุ่มสุภาพสตรีที่ล้อมวงให้อยู่..นี่อะไร?



วงศ์ ตาวัน,ข่าวสด 17ก.ย.- แปลกใจมาตลอดว่า ขบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อต่อต้านอำนาจรัฐอันมิชอบ แถมตั้งชื่อหรูหราว่าเพื่อประชาธิปไตย เหตุใดจึงมีเหตุให้ขัดแย้งกับสื่อมวลชน อันเป็นคนในวิชาชีพที่ผูกพันกับคำว่าสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยมากที่สุด!ท่วงทำนองของการ์ดที่ขัดขวางเสรีภาพการทำงานของสื่อมวลชน คือเครื่องสะท้อนเนื้อแท้แห่งขบวนการได้ดีที่สุด!



นายมหาเศรษฐี,ข่าวสด 17ก.ย.-แม้สถานการณ์การเมืองบ้านเราจะคลี่คลายลงบ้างแล้วหลังจากมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่เชื้อไฟยังคงโหมอยู่ เพราะพันธมิตรไม่ยอมรับ บอกว่าจะเอารัฐบาลจากประชาภิวัตน์เท่านั้น เป็นรัฐบาลจากคนฉลาดซื่อสัตย์สุจริตของประเทศ เพียงเฉพาะกลุ่มคนที่มานั่งสุมหัวนอนเกลือกกองขี้กองเยี่ยวอยู่ในทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น..ขณะที่คนทั้งโลกกำลังมุ่งไปสู่ระบอบประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้งอยู่นั้น ฝันของเรากลับสวนทางหวนย้อนไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์ ย้อนลึกไปไกลชนิดที่ว่าประเทศพม่ายังต้องอายเลยทีเดียว



ฐากูร บุนปาน เขียนบทความเรื่อง"ล้างไพ่"ในคอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 ว่า


ไม่ว่าพรรคพลังประชาชนจะเลือก ส.ไหนใน 3 ส.ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็คงไม่แตกต่างกันนัก เพราะต่างต้องเจอ "ไฟท์บังคับ" อย่างที่ จ.จาตุรนต์ ฉายแสง คาดการณ์เอาไว้ คืออยู่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่นานแล้วก็ต้องยุบสภา

ในทางการเมือง(เก่า)ยุบสภาคือการ "ล้างไพ่" ให้ทั้งพรรค-นักการเมืองและประชาชนไปตั้งต้นกันใหม่..ผลประการหนึ่งของการยุบสภาก็คือ สังคมจะหันกลับมาตั้งคำถามกับกลุ่มที่ประจันหน้าอยู่กับรัฐบาลอย่างแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ว่าเมื่อไหร่จะ "ล้างไพ่" กับเขาบ้าง

หลังจากล้มนายกรัฐมนตรีไปแล้ว 2 คน และยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นบ้าน ท่านบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้หรือยัง อย่าเพิ่งอ้างว่าจนถึงวันนี้ การเมืองใหม่หรือสภา-รัฐบาลประชาภิวัฒน์อะไรนั่นยังไม่คืบหน้า

เอาแค่ว่าการเมืองใหม่คืออะไร สภาประชาภิวัฒน์ที่ว่ามาจากไหน ทำไมถึงจะมีบทบาทครอบคลุมกว้างขวาง ขนาดกำหนดชีวิตคนเอาไว้ทุกด้าน

นั่นเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ ต้องถกเถียง ต้องศึกษากัน

ไม่ใช่จู่ๆ ก็จะเอามายัดเยียดให้ชาวบ้าน

หรือใช้วิธีการบังคับขู่เข็ญอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

เป้าหมายดีต้องมีวิธีการที่ถูกต้องด้วย

มีหมายจับแล้วบอกว่าไม่หนี แต่แน่จริงให้มาลากตัวไปจากกลุ่มสุภาพสตรีที่ล้อมวงให้อยู่

นี่อะไร?

เป็นกลุ่มคนหรือองค์กรพิเศษที่กฎหมายแตะต้องไม่ได้

นี่อารยะขัดขืนประเภทไหน?

หรืออาศัยความที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจเกรงใจ เพราะไม่อยากทำให้เกิดปัญหาหนักข้อกว่าที่เป็นอยู่นี้ เลย "ใหญ่" กว่าใครเขาหมดในสังคม

ถูกต้องแล้วหรือ

ยังไม่นับเหตุผลหรือข้ออ้างของการเรียกคนมาชุมนุม ที่เลื่อนพลิ้วไหวไปได้เรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าอะไรคือแก่นแกน

และจะไปจบไปสิ้นตรงไหน

การเมืองเก่าบกพร่องนั้นถูกต้องแล้ว ต้องการปฏิรูปครั้งใหญ่ก็ถูกต้องอีก นักการเมืองจำนวนมากควรจะถูกตรวจสอบ (หรือเผลอๆ ควรจะต้องขึ้นศาลในคดีทุจริตทั้งหลายแหล่) ก็ถูกต้องอีกเหมือนกัน

แต่ทำกันตามกติกาได้ไหมเล่า เสนอแบบให้การศึกษาได้ไหมเล่า เสนอแบบคนเท่าๆ กันได้ไหมเล่า

ไม่ยัดเยียด ไม่บังคับ ไม่เอาแต่ใจ

ไม่ได้หรือ?


ขณะที่วงศ์ ตาวันเขียนบทความขบวนการอะไรในคอลัมน์ ชกไม่มีมุม ในข่าวสด เครือมติชนถึงความมีอำนาจบาตรใหญ่ของพธม.ว่า
การทำงานของนักข่าวนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร หากต้องเจอปัญหาความยากลำบาก โดนปิดกั้นขัดขวาง ไม่ให้เข้าทำข่าว-ถ่ายรูปในบางเหตุการณ์ ในบางพื้นที่

เรื่องแบบนี้มีเยอะในชีวิตนักข่าว

ต้องใช้ความกล้าหาญ ทรหดอดทน ใช้ไหวพริบสติปัญญา ฟันฝ่าอุปสรรค

เพื่อหาข่าวที่ดีที่สุด มีภาพข่าวที่ดีที่สุด มานำเสนอให้ประชาชนคนอ่าน ได้รับรู้ข่าวสารข้อเท็จจริงมากที่สุด

ถ้าไม่โดนข่มขู่คุกคามเสรีภาพอย่างมากมายเกินเหตุ ไม่มีนักข่าวเขาโวยวายหรือเรียกร้องอะไรจนเกินงามหรอก

ฟังเรื่องนักข่าวมีปัญหากับนักรบนักอะไรทั้งหลายแหล่ของม็อบพันธมิตรฯมาหลายหน

แปลกใจมาตลอดว่า ขบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อต่อต้านอำนาจรัฐอันมิชอบ แถมตั้งชื่อหรูหราว่าเพื่อประชาธิปไตย

เหตุใดจึงมีเหตุให้ขัดแย้งกับสื่อมวลชน อันเป็นคนในวิชาชีพที่ผูกพันกับคำว่าสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยมากที่สุด!

เรื่องที่ทะเลาะกันส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของนักข่าว แต่เป็นปัญหาเสรีภาพของการแสวงหาข่าวสารโดยตรง

มีพื้นที่หวงห้ามของม็อบพันธมิตรที่ไม่ให้นักข่าวข้องแวะ ห้ามไปเดินดู ห้ามไปถ่ายรูป

การตรวจตราเวลาเข้าออกบริเวณชุมนุมอย่างเข้มงวด และด้วยท่าทีดุดันยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วยราชการความมั่นคงสุดยอดเสียอีก!!

ล่าสุดเข้าล้อมกรอบและหิ้วตัวช่างภาพ จะลากเข้าไปในเต็นท์

เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลอย่างที่สุด สำหรับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นประชาชนเพื่อประชาธิปไตย!

มีพื้นที่หวงห้ามเกิดขึ้นได้อย่างไรในที่ชุมนุมประชาชน มีการควบ คุมไม่ให้คนนั้นคนนี้เข้าออกตรงไหนเวลาไหน

ทำอย่างนี้ได้หรือ

ข้ออ้างที่ฟังมาตลอด เพื่อความปลอดภัยของแกนนำ ความปลอดภัยของผู้ชุมนุม

ก็น่าเห็นใจ แต่ในทางปฏิบัติ กลับเลยเถิดเหมือนกับมีอาณาจักรเฉพาะของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ผู้อื่นไม่มีสิทธิเหยียบย่างเข้าไปได้!?

ปัญหานี้เกิดบ่อยๆ เกิดทีไรก็มีแกนนำม็อบออกมาชี้แจงทำความเข้าใจ บอกคงไม่เกิดอีก

อย่างว่าแกนนำทั้ง 5-6 คน คงรู้สึกว่าตนเองกำลังทำเรื่องยิ่งใหญ่อย่างมาก กำลังกู้ชาติบ้าง กำลังจะสร้างการเมืองใหม่บ้าง

เรื่องแบบนี้มันเล็กๆ นักข่าวต้องเห็นใจ ต้องอดทนบ้าง

แต่เรื่องที่คิดว่าเล็กๆ นับตั้งแต่ท่วงทำนองสร้างอารมณ์ม็อบ ท่วงทำนองระดมประชาชนมาปักหลักอย่างยืดเยื้อเกินเหตุ

ไปจนถึงท่วงทำนองของการ์ดที่ขัดขวางเสรีภาพการทำงานของสื่อมวลชน

นักข่าว-ช่างภาพ หัวใจของคำว่าเสรีภาพประชาชนแท้ๆ

ท่วงทำนองทั้งหลายทั้งปวง คือเครื่องสะท้อนเนื้อแท้แห่งขบวนการได้ดีที่สุด!

ขณะที่คอลัมนิสต์อีกรายของข่าวสดคือ นายมหาเศรษฐีเขียนบทความชื่อชนะแล้วในคอลัมน์ เมืองไทย25น.ว่า แม้สถานการณ์การเมืองบ้านเราจะคลี่คลายลงบ้างแล้วหลังจากมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่

แต่ก็คลี่คลายลงเพียงระดับหนึ่งเท่านั้นขณะเชื้อไฟยังคงโหมอยู่

เพราะกลุ่มพันธมิตรที่ขณะนี้ได้กลายเป็นกระแสหลักของสังคมไทยไปแล้วยืนยันว่าไม่ยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงข้างต้น

ต้องรัฐบาลประชาภิวัตน์เท่านั้นถึงจะรับได้

คำถามก็คือแล้วเจ้าประชาภิวัตน์ของกลุ่มพันธมิตรมันคืออะไร ใช่ตัวเลข 70/30, 80/20, 90/10 อย่างที่เคยเกริ่นไว้เมื่ออดีตหรือเปล่า

แถลงการณ์ฉบับล่าสุดเฉลยออกมาแล้วว่ารัฐบาลประชาภิวัตน์ต้องปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของกลุ่มการเมือง และปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของกลุ่มทุน

ถ้าตีความตามนั้นสูตรของรัฐบาลประชาภิวัตน์น่าจะ 100/0 คือเป็นตัวแทนที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ไม่มีนักเลือกตั้งเจือปนด้วยให้เป็น*****แม้แต่คนเดียว

ยูโตเปียของกลุ่มพันธมิตรจะเป็นเพียงฝันเปียกหรือไม่ยังไกลเกินกว่าจะมาเสียเวลาคาดการณ์กันในช่วงนี้

แต่ที่แน่ๆ วิกฤตการเมืองไทยคงต้องวุ่นไปอีกนาน

ระบบการเมืองที่ให้ประชาชนเลือกตั้งตัวแทนของตนเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศและนิติบัญญัติซึ่งเป็นวิถีหลักของระบอบประชาธิปไตยที่ทั้งโลกเขายึดถือและปฏิบัติกันนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจไปเสียแล้วในความรู้สึกของกลุ่มพันธมิตรและหมู่สาวกบริวาร

พวกเขาปฏิเสธผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนด้วยความเชื่อว่านั่นเป็นเสียงที่ได้มาจากการซื้อขาย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังโง่เขลาและเห็นแก่อามิสสินจ้างอยู่

คนฉลาดซื่อสัตย์สุจริตของประเทศมีเพียงเฉพาะกลุ่มคนที่มานั่งสุมหัวนอนเกลือกกองขี้กองเยี่ยวอยู่ในทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น

ซึ่งก็เป็นไปได้เพราะมิเช่นนั้นนักวิชาการ สื่อส่วนใหญ่และผู้อาวุโสในบ้านเมืองหลายคนคงไม่ออกมาส่งเสียงโห่ร้องสนับสนุนกันสนั่นประเทศหรอก

ก็น่ายินดีกับทิศทางใหม่ของไทย เพราะในขณะที่คนทั้งโลกกำลังมุ่งไปสู่ระบอบประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้งอยู่นั้น ฝันของเรากลับสวนทางหวนย้อนไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์

ย้อนลึกไปไกลชนิดที่ว่าประเทศพม่ายังต้องอายเลยทีเดียว"
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 17-09-2008, 15:30 »

การเมืองเก่าบกพร่องนั้นถูกต้องแล้ว ต้องการปฏิรูปครั้งใหญ่ก็ถูกต้องอีก

นักการเมืองจำนวนมากควรจะถูกตรวจสอบ (หรือเผลอๆ ควรจะต้องขึ้นศาลในคดีทุจริตทั้งหลายแหล่) ก็ถูกต้องอีกเหมือนกัน

แต่ทำกันตามกติกาได้ไหมเล่า เสนอแบบให้การศึกษาได้ไหมเล่า เสนอแบบคนเท่าๆ กันได้ไหมเล่า

ไม่ยัดเยียด ไม่บังคับ ไม่เอาแต่ใจ

ไม่ได้หรือ?


 
บันทึกการเข้า

คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #76 เมื่อ: 17-09-2008, 15:43 »

จะให้ถอยหรือครับท่านแคน???

ผมกลับมองว่าการต่อสู้ยังคงต้องทำต่อไป ส่วนเรื่องยิบย่อยน่ะครับ คงต้องแก้กันไปตามสถานการณ์ ส่วนสันดานผู้ปราศรัยบางท่านก็ปล่อยไปเหอะครับ เก็บแต่สาระเขามาไว้ในสมองของผมก็พอแล้ว ผมว่าบางทีบางครั้งสื่อนี่แหละตัวดี ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนให้เห็นอยู่ร่ำไป เข้าใจครับว่าต้องง้อไว้บ้าง ผมกลับคิดว่าเล่นไว้เป็นลูกล่อลูกชนก็ดีครับ แบบว่าถูกจริตผมดี อาราม ตบหัวแล้วลูบหลังน่ะครับ ผมว่ายังไงๆ เขาก็หากินอยู่ทางนี้อยู่แล้วครับ นักข่าวดีๆ มีเยอะมากมาย แต่คนเหล่านี้ยากครับกว่าจะฝ่าฟันไปจนถึงระดับที่จะนำเสนอข่าวตามมาตรฐานความชอบธรรมของตัวเขา

พันธมิตรมาไกลเกินกว่าจะถอยออกจากทำเนียบแล้วครับ ในส่วนตัวผม
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
OMEGA
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 233



« ตอบ #77 เมื่อ: 17-09-2008, 15:49 »


ลุงแคน ..ประเด็นพันธมิตรกับสื่อเนี่ย ผมว่าพันธมิตรไม่ค่อยยี่หระกับสื่อเท่าไรนะครับค่อนข่างมองเป็นลบด้วยซ้ำ

ย้อนกลับไปเมื่อพันธมิตรเริ่มเดินหน้าก็ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากสื่ออยู่แล้วและถูกตราหน้าอยู่เสมอ

ว่าทำความเดือดร้อนวุ่นวาย ออกข่าวโจมตีพันธมิตรทั้งไทยรัฐ-เดลินิวส์ฯลฯ  คราวธรรมยาตราเดลินิวส์

ลงข่าวลบซะ ทั้งที่มีกลุ่มต่อต้านมาหาเรื่องพันมิตรคราวประท้วงที่เขาพระวิหาร อื่นๆอีกหลายเหตุการณ์ครับ ...

แกนนำพันธมิตรคงคิดว่าสื่อส่วนใหญ่เป็นสื่อในระบอบทักษิณหรือเป็นสื่อที่ซื้อได้ไปแล้วจึงคิดว่าสนใจกับสื่อ

รังแต่จะเสียสมาธิในการมุ่งหน้าไปซะปล่าวๆกระมังครับ   เห็นการแสดงออกของแกนนำยึดมั่นความคิดต่อสื่อ

อย่างนี้มาตลอดนะครับ..

 
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #78 เมื่อ: 17-09-2008, 15:57 »

จะให้ถอยหรือครับท่านแคน???

พันธมิตรมาไกลเกินกว่าจะถอยออกจากทำเนียบแล้วครับ ในส่วนตัวผม


เพราะถ้าถอยก็หมายความว่าพ่ายแพ้...ผู้แพ้ต้องเป็นคนจ่ายค่าซ่อมแซมทำเนียบกว่า 100 ล้านบาท  โดนดำเนินคดีข้อหากบถ  โดนสาวกด่าหาว่าใจปลาซิว  ดดนปิดAssTV  และโดนคนข้างบนตบกระโหลกแน่ๆ  คริ คริ 
บันทึกการเข้า
mr.g
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188



« ตอบ #79 เมื่อ: 17-09-2008, 16:10 »

นี่คือสงคราม


และสงครามครั้งนี้ ....
ยังไม่จบ

ในสงครามย่อมมีทั้งด้านมืดแล้วก็สว่าง

คุณจะมามองแค่ ระหว่างทาง มีซากศพ คนตาย บ้านเรือนปรักหักพัง
ด้านมืดของสงคราม แค่นั้นหรือ


ทำไมไม่มองไปที่จุดสิ้นสุดของสงครามครั้งนี้บ้าง
ว่า ประชาชนจะได้อะไร ประเทศชาติจะได้อะไร


ผมอ่านความคิดเห็นของคนหลายคนแล้วก็ค่อนข้างผิดหวัง

ผิดหวังกับสื่อสารมวลชนหลายค่าย ที่ทำตัวเป็นพวกตีกิน

คอยฉกฉวยผลประโยชน์หลังจากสงคราม

ยิ่ง หลัง19กันยา ยิ่งเห็นชัด ... ซ้ำซาก
และประชาชน ไม่เคยได้อะไร



............

ผมเชื่อว่าหลายคร
อยากหันมาทำตัวเป็น millitant journalist อย่างเต้มตัว

พอกันที กับ บทบาทสื่อ ที่ทำตัวเป็นพวกตัวกลาง คนกลาง
เช่นในฐานะประชาชนด้วยกัน แม้ผมจะอยู่ ASTV
แม้ไม่ได้เป็นคนทำงานข่าวโดยตรง ผมยังพอใจกับบทบาทของ
คนอย่างสนธิ พอใจกับบทบาทของ นักข่าว ผู้สื่อข่าว ของผู้จัดการ ของ ASTV ในหลายอย่าง
ที่เขาออกมายืนอยู่ข้างประชาชน .......ทำตัวเป็น millitant journalist


ขบถสื่อ .......


สื่อกระแสหลักไม่เคยช่วย ขบวนการประชาชน
ในการโค่นล้มระบอบทักษิณและทุนสามาณย์มานานแล้ว
ซ้ำยังเอาแต่ตำหนิ ติเตียน ........ ความกล้า
ที่จะขึ้นมาอยู่แถวหน้า ....... เคยมีหรือ?

จะมีก็แต่ในช่วงหลัง บางค่ายพอจะเหนียมอาย ขึ้นมาเกาะกระแสนี้บ้าง
เพื่อเป็นยันต์กันไม่ให้ประชาชนเขามองเห็น
ว่าเล่นบทบาทเป็นเช่นไร

ขบถสื่อ ............
ทำเพื่อประชาชน
ทำอย่างหนักและต่อเนื่อง
ไม่สนใจ ใครจะว่าอย่างไร
............ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

ผมยังสงสัยอยู่ว่า
หาก ASTV สามารถรับชม
ได้ด้วย คลื่นความถี่หลัก?

จะยังมีสื่อสารมวลชน ที่ คอยตีกิน
เช่น อดีต และ ปัจจุบัน ที่ผ่านมาหรือไม่?





นี่คือสงคราม


และสงครามครั้งนี้ ....
ยังไม่จบ

ในสงครามย่อมมีทั้งด้านมืดแล้วก็สว่าง

คุณจะมามองแค่ ระหว่างทาง มีซากศพ คนตาย บ้านเรือนปรักหักพัง
ด้านมืดของสงคราม แค่นั้นหรือ


ทำไมไม่มองไปที่จุดสิ้นสุดของสงครามครั้งนี้บ้าง
ว่า ประชาชนจะได้อะไร ประเทศชาติจะได้อะไร
บันทึกการเข้า

ถ้าหากเห็นพ้องต้องตรงกันว่า อธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงของสถาบัน
มาเหนือ ก่อน "พรรค" "พวก"และ "ตัวบุคคล" ความแตกแยกจะไม่บังเกิด


คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #80 เมื่อ: 17-09-2008, 16:25 »

นี่คือสงคราม


และสงครามครั้งนี้ ....
ยังไม่จบ

ในสงครามย่อมมีทั้งด้านมืดแล้วก็สว่าง

คุณจะมามองแค่ ระหว่างทาง มีซากศพ คนตาย บ้านเรือนปรักหักพัง
ด้านมืดของสงคราม แค่นั้นหรือ


ทำไมไม่มองไปที่จุดสิ้นสุดของสงครามครั้งนี้บ้าง
ว่า ประชาชนจะได้อะไร ประเทศชาติจะได้อะไร


ผมอ่านความคิดเห็นของคนหลายคนแล้วก็ค่อนข้างผิดหวัง

ผิดหวังกับสื่อสารมวลชนหลายค่าย ที่ทำตัวเป็นพวกตีกิน

คอยฉกฉวยผลประโยชน์หลังจากสงคราม

ยิ่ง หลัง19กันยา ยิ่งเห็นชัด ... ซ้ำซาก
และประชาชน ไม่เคยได้อะไร



............

ผมเชื่อว่าหลายคร
อยากหันมาทำตัวเป็น millitant journalist อย่างเต้มตัว

พอกันที กับ บทบาทสื่อ ที่ทำตัวเป็นพวกตัวกลาง คนกลาง
เช่นในฐานะประชาชนด้วยกัน แม้ผมจะอยู่ ASTV
แม้ไม่ได้เป็นคนทำงานข่าวโดยตรง ผมยังพอใจกับบทบาทของ
คนอย่างสนธิ พอใจกับบทบาทของ นักข่าว ผู้สื่อข่าว ของผู้จัดการ ของ ASTV ในหลายอย่าง
ที่เขาออกมายืนอยู่ข้างประชาชน .......ทำตัวเป็น millitant journalist


ขบถสื่อ .......


สื่อกระแสหลักไม่เคยช่วย ขบวนการประชาชน
ในการโค่นล้มระบอบทักษิณและทุนสามาณย์มานานแล้ว
ซ้ำยังเอาแต่ตำหนิ ติเตียน ........ ความกล้า
ที่จะขึ้นมาอยู่แถวหน้า ....... เคยมีหรือ?

จะมีก็แต่ในช่วงหลัง บางค่ายพอจะเหนียมอาย ขึ้นมาเกาะกระแสนี้บ้าง
เพื่อเป็นยันต์กันไม่ให้ประชาชนเขามองเห็น
ว่าเล่นบทบาทเป็นเช่นไร

ขบถสื่อ ............
ทำเพื่อประชาชน
ทำอย่างหนักและต่อเนื่อง
ไม่สนใจ ใครจะว่าอย่างไร
............ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

ผมยังสงสัยอยู่ว่า
หาก ASTV สามารถรับชม
ได้ด้วย คลื่นความถี่หลัก?

จะยังมีสื่อสารมวลชน ที่ คอยตีกิน
เช่น อดีต และ ปัจจุบัน ที่ผ่านมาหรือไม่?





นี่คือสงคราม


และสงครามครั้งนี้ ....
ยังไม่จบ

ในสงครามย่อมมีทั้งด้านมืดแล้วก็สว่าง

คุณจะมามองแค่ ระหว่างทาง มีซากศพ คนตาย บ้านเรือนปรักหักพัง
ด้านมืดของสงคราม แค่นั้นหรือ


ทำไมไม่มองไปที่จุดสิ้นสุดของสงครามครั้งนี้บ้าง
ว่า ประชาชนจะได้อะไร ประเทศชาติจะได้อะไร


ผมเข้าใจและตระหนักดีใน สงครามครั้งนี้ครับ ผมก็ยังคงร่วมหัวจมท้ายกับพันธมิตรครับและผมก็กล้าพูดแบบไม่อายปากครับว่าผมเป็น "เสรีชน" เช่นกัน แม้อายุอานามจะไม่มากโขเหมือนหลายๆ ท่าน แต่ผมมีความคิดเป็นของตัวเอง ผมไม่รบกับพี่น้อง เพื่อนพ้องของผมครับ ผมตระหนักและอยากปกป้องคนที่ผมรักและเทอดไว้เหนือเกล้าครับ
บางทีบางครั้งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั้น มันเป็นกระแสที่เราต้องผ่านครับ ผมเชื่อว่าหลายคนอึดอัดใจครับ ผมก็อึดอัดเวลาเราโดนรุมเล่นงานจากหลายๆ ฝ่าย แต่สุดท้ายเราก็ผ่านกันไปได้ ผมเชื่อว่าเล็กๆ น้อยๆ ที่เรากำลังโดนโจมตีอยู่นั้น เราก็สามารถผ่านไปได้ครับ แค่เราต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนยุทธ์และท่าทีในบางครั้งบางเรื่องบ้างครับ สุดท้ายก็เข้าทางเราอยู่ดี
ทำไมถึงเชื่อมั่นเหรอครับ เพราะผมคิดเสมอครับ ว่า "ฟ้ามีตา" คนทำกรรมชั่วอะไรไว้ คืนสนองหมดครับ แต่ผมเป็นประเภทไม่รอฟ้าครับ ผมประเภทถ้ามีโอกาส ผมเอาสายไฟช๊อตและรัดคอครับ ^^

ยึดทำเนียบไว้ เหยียบหัวพวกคนเลว ที่มันมาเป็นกาฝากกับบ้านเมือง
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #81 เมื่อ: 17-09-2008, 17:17 »

ก็ยังยืนยันอยู่ดีครับ ถ้าคิดว่าสื่ออื่นๆ เป็น ศัตรู นั่นก็คิดผิดแล้ว

ถ้าคิดว่านักวิชาการอื่น เป็นศัตรู นั่นก็คิดผิดอีกเช่นกัน

ในเมื่อคุณเรียกร้องประชาธิปไตย การเมืองใหม่

แต่ประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน พวกคุณยังไม่ยอมรับ แล้วจะไปหวังแนวร่วมมาจากไหน

ถึงถามว่า การเมืองใหม่ หรือ ประชาภิวัฒน์ ที่ต้องให้ แกนนำพันธมิตรตีตรา นั่นคงไม่ใช่ การเมืองใหม่ที่สังคมใฝ่หา

ถึงตอนนี้ผมกลับคิดถึงคำพูดอาจารย์สมเกียรติ แกบอกว่าประชาชนตอนนี้ เหมือนไก่ในสุ่ม

โดนไอ้โต้งจิกตี จนทนไม่ไหว กระโจนออกจากสุ่ม แล้วมาเกาะที่ปากสุ่ม ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก..เฮ้ย...แล้วพวกกรูจะไปทางไหนกัน

ถ้าถามว่า การเมืองใหม่ ที่ใฝ่หา จะต้องมาขึ้นกับ แกนนำพันธมิตร แค่คิดก็ผิดแล้วครับ

สื่ออื่นๆ เค้าก็มีสมอง นักวิชการอื่นๆ เค้าก็มีสมอง ที่จะคิด ที่จะทำ

จะไปห้ามคนอื่นคิดหรือใช้สมอง ตลอดจนวิพากษ์วิจารณ์ ย่อมไม่ได้

มันก็เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่พันธมิตรใช้อยู่ตลอดนั่นแหละครับ

สังคมที่หลากหลาย มิใช่มีแค่พันธมิตร กับพวกระบอบทักษิณ

หากคิดว่าเมืองไทยมีกันอยู่แค่นี้ ผิดจังๆ ครับ

หากสังคมอื่นๆ ที่เค้าก็ไม่เอาการเมืองเก่า ไม่เอาระบอบทักษิณ และก็ไม่เอาระบอบพันธมิตร

มันก็เป็นสิทธิ์ของเค้าที่จะคัดค้าน

แนวรบด้านสื่อ ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะรบกับสื่อลิ่วล้อก็เหนื่อยแล้ว

ที่สำคัญ สื่อกีแสหลัก เค้าไม่มองว่า สนธิและ ASTV เป็นสื่อในความหมายของเค้าซีครับ

เพราะเค้าคิดว่า การทำงานของพันธมิตรใช้ ASTV เป็นแค่เครื่องมือทางการเมือง

มันคงจูนกันติดยาก...ที่สำคัญ พันธมิตร อาจจะเป็นผู้คนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ดูแปลกแยกกับคนไทยส่วนใหญ่

การจะไปนำผู้คนที่มีสมอง มีวิชาความรู้ ทำงานด้านสังคม ด้านการเมืองภาคประชาชนมาก่อน คงยากครับ

อย่างมากก็นั่งดูอยู่ห่างๆ ต่างก็ทำงานของตนเองไป

หากพันธมิตร ยังคงวางตัวเองอยู่ในระนาบ ใครวิพากษืกรู กรูต้องเป็นศัตรูกับมัน

คงได้เจ็งเข้าซักวัน


เพราะคนที่เค้าเห็นด้วยในหลักการ แต่ไม่เห็นด้วยในวิธีการอีกเยอะแยะ

เช่นเดียวกับ ทักษิณ ที่มุ่งหวังความสำเร็จโดยไม่สนใจวิธีการ

พันธมิตรก็กำลังเดินเข้าสู่จุดเดียวกันกับทักษิณ

นั่นคือมุ่งแต่เป้าหมาย ไม่สนใจวิธีการ

คงไม่ต้องบอกนะว่า ท้ายที่สุด ผลของมันจะเป็นยังไง....มันเห็นๆ กันอยู่
บันทึกการเข้า

Nai_puan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 231


« ตอบ #82 เมื่อ: 17-09-2008, 17:32 »

บทละครพันธมิตร ใกล้อวสานแล้ว

คนที่เริ่มเห็นความเป็นจริงที่เน่าเฟะ ไม่ว่านักวิชาการหรือนักข่าว ก็ทยอยตีตัวออกห่าง

จะยุแยงปลุกระดมรัฐวิสาหกิจ,ลูกจ้าง,นักศึกษา ก็แทบไม่เกิดผล

บทสุดท้าย ก็คือ หาหนทางหนีตาย... มันก็ได้แค่นั้น
บันทึกการเข้า
iyen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158



« ตอบ #83 เมื่อ: 17-09-2008, 17:47 »

ท่ามมรสุมห้ำ ห่อนได้หวาดไฉน(เพื่อนเคยบอกไว้)

ยังยืนและอยู่ข้างพธม. โดยฉพาะเมื่อเห็นความทุเรศและวิธีการของอีกฝ่ายหนึ่ง  
บันทึกการเข้า

คนพาล เวลาทำชั่ว หาสำนึกถึงผลของมันไม่
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #84 เมื่อ: 17-09-2008, 22:36 »

ดูข่าว ช่อง 7 ตอนเย็นๆ หรือยังครับ หึ หึ...

ดูแล้วคิดยังไงกันบ้าง....

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7008937/P7008937.html

....................................................

แถลงการณ์นี้ ท่านจันทร์ พูดกับคุณบัณฑิต บนเวทีพันธมิตร


เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. (16ก.ย.)  ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม กลุ่มคนจำนวนประมาณ 30 คน ซึ่งประกอบด้วยประชาชน นักศึกษา นักวิชาการ และนักพัฒนาเอกชน ในนาม “กลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักสันติ” ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมท่ามกลางสายฝน เพื่อสร้างพลังสันติในจิตใจ และแสดงเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนผ่านการเมืองอย่างสันติ

ในส่วนของกิจกรรม นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ได้อ่านแถลงการณ์ “กลับวิกฤติให้เป็นโอกาส” ณ บริเวณหมุดคณะราษฎร โดยมีเนื้อหาระบุให้ทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รัฐบาล และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันเปลี่ยนผ่านการเมืองไทยโดยไม่ใช่ความรุนแรง อีกทั้งยังผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการเมืองใหม่โดยใช้วิกฤติทางการเมืองให้เป็นโอกาส เพื่อทำลายโครงสร้างทางสังคมที่ไม่ยุติธรรม

“นี่เป็นความหวังที่อาจเป็นจริงได้ และนี่จะสำคัญยิ่งกว่าการจัดตั้งรัฐบาลระดับชาติไหนๆ การเมืองใหม่ต้องไม่ออกมาจากความคิดของคนบางคนเท่านั้น การเมืองใหม่ต้องกลับไปหาฐานรากทางภูมิปัญญาอย่างดั้งเดิมของเขา” ปัญญาชนสยามกล่าวถึงแนวคิดต่อการเมืองใหม่

ส.ศิวรักษ์ ยังได้ยกตัวอย่างถึงการเริ่มต้นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้แนวคิดของ ปรีดี พนมยงค์ ว่าไม่เพียงต้องการความเสมอภาคในทางกฎหมาย แต่ยังมุ่งไปสู่ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ผ่านทางประกาศคณะราษฎร 6 ประการ ซึ่งแม้ที่ช่วงระยะเวลาผ่านมาจะถูกละเลยไป แต่ในช่วงวิกฤตการเช่นนี้ หลักทั้งหกข้อสามารถนำกลับมาใช้ให้เหมาะกับยุคสมัยได้

ทั้งนี้ ภายหลังจบแถลง ส.ศิวรักษ์ ได้ทำการจุดเทียนแห่งปัญญา และผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ก่อนที่จะพากันเดินเท้าไปยังวัดเบญจมบพิตรฯ เพื่อทำพิธีสวดภาวนาและแผ่เมตตาให้ชาติเกิดความสงบในอุโบสถวัดวัดเบญจมบพิตรฯ หลังจากนั้นจึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

กลับวิกฤติให้เป็นโอกาส

ช่วงนี้ได้เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในบ้านเมืองเรา เราจะทำวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างไร

ในทางพระพุทธศาสนาท่านสอนให้เรารู้จักวางท่าทีที่ถูกต้อง ดังภาษาบาลีใช้คำว่า อุปายโกสล โดยที่เราจะทำเช่นนั้นได้เราต้องเห็นประเด็นให้ชัด ประเด็นที่ว่านี้ คือ ทุกขสัจทางสังคม และเราต้องสาวหาสาเหตุให้ได้ ก่อนที่จะหาทางดับเหตุดังกล่าว ตามทางของพระอริยมรรค

หลายคนอาจกล่าวว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเคลื่อนไหวก่อการไม่สงบขึ้น ไม่แต่บริเวณทำเนียบรัฐบาล หากรวมถึงแถบสะพานมัฆวานและที่อื่นๆ ในหลายต่อหลายจังหวัด

คำถามต่อไปก็คือ พันธมิตรฯ มีความชอบธรรมหรือไม่ในการประกอบกรณียะกิจเช่นนี้ ก็คงต้องตอบได้ว่ารัฐบาลและเสียงข้างมากในรัฐสภามีความชอบธรรมหรือไม่ กล่าวคือว่าโดยรูปแบบของการเลือกตั้ง รัฐสภาและรัฐบาลนี้เป็นไปตามนัยแห่งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย แต่แท้ที่จริงแล้วเนื้อหาสาระของการปกครองอยู่ที่พื้นฐานทางจริยธรรม ถ้าประธานรัฐสภาคนแรกของสภานี้ต้องหลุดจากตำแหน่งไปเพราะทำผิดกฎหมายในข้อฉกรรจ์ ดุจดังนายกรัฐมนตรีคนที่เพิ่งหลุดไปก็เพราะความผิดทางกฎหมาย โดยยังไม่นับคดีอาญาอื่นๆ อันจะตามมาถึงเขา เหตุเพียงเพราะความล่าช้าทางกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ทั้งนี้โดยไม่ต้องกล่าวถึงรัฐมนตรีคนอื่นๆ และสมาชิกสภาคนอื่นๆ มิใยต้องกล่าวถึงการที่ตัวหัวหน้ารัฐบาลเองก็เคยออกมายอมรับว่า เขาเป็นร่างทรงของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ปู้ยี้ปู้ยำบ้านเมืองมาอย่างแสนสาหัสเพียงใด ก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง

ถ้าพันธมิตรขาดความชอบธรรม จะมีมวลชนมาสมทบกับเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไร เป็นเวลากว่าร้อยวันมาแล้ว และนิมิตหมายที่ดีก็ตรงที่ขบวนการกรรมกรของเราซึ่งอ่อนแอมานานก็มาร่วมขบวนการอย่างเข้มแข็งยิ่งๆ ขึ้นทุกที รวมถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่อ่อนกำลังมาแต่หลัง 6 ตุลาคม 2519 ก็เริ่มมาสมทบกับพันธมิตรฯ อีกด้วยเล่า จะว่านี่ไม่เป็นนิมิตหมายอันสำคัญดอกหรือ

พร้อมๆ กันนี้จำต้องกล่าวไว้ด้วยว่า พันธมิตรฯ ก็มีจุดอ่อนที่สำคัญหลายกระทงความ โดยเฉพาะก็ตรงที่ผู้นำบางคนในคณะทั้ง 5 และอีกบางคนนอกไปจากนี้ มีอัตตามากเกินไป มีความอ่อนน้อมถ่อมตัวน้อย เห็นว่าจำเพาะพวกตนเท่านั้นที่ถูกต้องดีงาม โจมตีคนที่ตนถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป บางครั้งอย่างปราศจากความชอบธรรมเอาเลย ทั้งบางครั้งยังใช้ผรุสวาทบวกกับความกึ่งจริงกึ่งเท็จอีกด้วย ผนวกกับการใช้เลศในทางศักดินาขัตติยาธิปไตยและชาตินิยมอย่างสุดๆ โดยไม่สนับสนุนราษฎรส่วนใหญ่ที่ทุกข์ยากอย่างจริงจัง ไม่ว่าสมัชชาคนจน หรือการต่อสู่อื่นๆ อย่างสันติวิธีที่อุดรธานี อุบลราชธานี ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยควรมีบทบาทในทางสร้างสรรค์อย่างสันติวิธีฉันใด กลุ่มอื่นก็มีสิทธิทางสันติประชาธรรมเช่นกัน ไม่ว่าจะแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ฯลฯ ทั้งหมดนี้ควรหลีกเลี่ยงความรุนแรงทั้งทางวจีกรรมและกายกรรม ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่อบรมมโนกรรมให้งอกงามในทางสันติ

ถ้าพันธมิตรฯ และกลุ่มอื่นๆ ถือเอาคำวิจารณ์ดังกล่าวว่าเป็น “ปรโตโฆษะ” หรือเสียงแห่งมโนธรรมสำนึกจากกัลยาณมิตร แล้วปรับท่าทีเสีย ลดความอาขาผวาปีกลง ใช้มธุรสวาจา ผนวกไปกับการเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ฉกรรจ์ๆ อันชนชั้นปกครองปกปิด เพราะชนชั้นปกครองกับสื่อกระแสหลัก รวมถึงการศึกษาในระบบล้วนสยบยอมกับจักรวรรดิอย่างใหม่ อันได้แก่ สหรัฐอเมริกาและจีน ทั้งยังส้องเสพสังวาสกับบรรษัทข้ามชาติด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะทักษิณธนาธิปไตย หรือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

พันธมิตรฯ มี ASTV ซึ่งมีอิทธิพลในทางเป็นสื่อทางเลือกได้ และอาจให้การศึกษานอกระบบได้เป็นอย่างดี จนอาจปลุกมโนธรรมสำนึกของมหาชนให้เกิดจิตสำนึกในทางการเมืองระดับรากหญ้าที่เป็นธรรมิกสังคมนิยม ตามแนวทางของระบบนิเวศวิทยาที่เหมาะสมได้อีกด้วย

นี่เป็นความหวังที่อาจเป็นจริงได้ และนี่จะสำคัญยิ่งกว่าการจัดตั้งรัฐบาลระดับชาติไหนๆ การเมืองใหม่ต้องไม่ออกมาจากความคิดของคนบางคนเท่านั้น การเมืองใหม่ต้องกลับไปหาฐานรากทางภูมิปัญญาอย่างดั้งเดิมของเขา ซึ่งชนชั้นปกครองตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา ได้ทำลายล้างพื้นฐานทางประชาธิปไตยของไทยแต่โบราณมา อย่างมักไม่เป็นที่รับทราบกัน เพราะคณะสงฆ์คือประชาธิปไตยที่แท้ และคณะสงฆ์เคยมีคุณค่ากับราษฎรไทยในทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง

อาณาจักรพึ่งเริ่มมามีอำนาจเหนือธรรมจักรแต่กลางรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา และนั่นคือการเริ่มเกิดวิกฤตการณ์ของคนร่วมสมัย ที่ทำให้สังคมไทยสยบยอมกับราชาธิปไตย ซึ่งเดินตามตะวันตกอย่างเซื่องๆ คนที่ไม่สยบกับระบบดังกล่าวถูกกว่าหาว่าเป็นกบฏ ไม่ว่าที่อุบลราชธานี แพร่ หรือปัตตานี คนกรุงที่ไม่สยบก็ถูกจองจำและไล่ออกจากราชการ ไม่ว่าจะเทียนวรรณ ไกรสรีเปล่ง นรินทร์ กลึง หรือ คณะ ร.ศ.130

ต่อ ร.ศ.150 แล้วต่างหากที่นายปรีดี พนมยงค์ สมารถนำความคิดมาจัดตั้งคณะราษฎรจนทำให้ราชาธิปไตยสิ้นสมรรถภาพไปได้ จนถึงการประกาศความเป็นใหญ่ของราษฎรสยามขึ้นได้ ณ จุดนี้ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ดังท่านอาสภเถระแห่งวัดมหาธาตุยืนยันว่าการอภิวัฒน์ครั้งนั้นเป็นการพลิกแผ่นดิน ให้คนที่เคยเป็นข้า เป็นไพร่ ได้กลายมาเป็นเจ้าของประเทศชาติเป็นครั้งแรก

นายปรีดีไม่ต้องการเพียงความเสมอภาคทางกฎหมาย หากท่านมุ่งไปสู่ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมด้วย ดังการตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองก็เห็นได้ว่า ท่านต้องการเอาธรรมจักรมาเป็นเสียงแห่งมโนธรรมสำนึกของอาณาจักร และการที่ท่านสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสอย่างลึกซึ้งนั้น ท่านต้องการให้เกิดธรรมิกสังคมอย่างมีคณะสงฆ์เป็นแบบอย่าง มีการกระจายอำนาจออกไปให้ภูมิภาคต่างๆ เป็นตัวของตัวเอง แม้จะต่างศาสนา ต่างภาษา อย่างปัตตานีและบริเวณแถบนั้นก็ต้องไม่ด้อยกว่าภาคกลางหรือราชธานี

แนวทางประชาธรรมนี้ถูกย่ำยีโดยทางอธรรมตั้งแต่ พ.ศ.2490 โดยเราได้สยบอยู่กับจักรวรรดิอเมริกันและบรรษัทข้ามชาติมายิ่งๆ ขึ้นทุกที และปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมาด้วยแล้ว มีการนำเอาศักดินาขัตติยาธิปไตย มามอมเมาผู้คนให้สยบยอมยิ่งๆ ขึ้นอีกด้วย

ณ จุดนี้ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ได้มีประกาศคณะราษฎร ด้วยหลักหกประการคือ

1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง

2.จะรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

3.จะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

4.จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่)

5.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการ ดังกล่าวแล้วข้างต้น

6.จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

น่าเศร้าไหมที่หลักทั้ง 6 นี้ ปลาสนาการไปจากจิตสำนึกของชนชั้นปกครองร่วมสมัยจนหมดสิ้น ไม่มีการตระหนักถึงหลักทั้ง 6 แม้ในโรงเรียน หรือสื่อมวลชนกระแสหลัก และการศึกษาในระบบก็คือการสอนให้คนสยบยอมกับทุนนิยม บริโภคนิยม และศักดินาขัตติยาธิปไตย

ถ้าเราต้องการจะออกจากวิกฤติร่วมสมัย เราจะต้องเอาหลักทั้ง 6 นี้กลับมาใช้ให้สมสมัยและการรู้ทันความคิดที่สะกดเราไว้ ที่ครอบงำเรานั้น ต้องใช้สัจจะและสันติประชาธรรมเป็นแกนกลาง เพื่อให้เกิดความปกติในสังคม ซึ่งก็คือศีลนั่นเอง หมายถึง การลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ลดความเอารัดเอาเปรียบ และศีลหรือความเป็นปกติจะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องประกอบด้วยสมาธิ คือการอบรมจิตใจให้สงบ ให้เกิดสันติภาวะภายในแต่ละคน ยิ่งลดความเห็นแก่ตัวลงได้มาเท่าไหร่ ก็จะเกิดความอ่อนน้อมถ่อมตนมากขึ้นเท่านั้น ไม่เห็นคนอื่น สัตว์อื่น เป็นศัตรู หากศัตรูคือความโลภ โกรธ หลง ภายในตัวเราเอง เมื่อเกิดสัมมาสติ ปัญญาก็จะเกิด เห็นสภาพต่างๆ ตามความเป็นจริง ว่าเราอิงอาศัยกันและกัน ควรเกื้อกูลกันและกัน เพื่อสันติประชาธรรมสำหรับโลกเรานี้

ท่านเปรียบปัญญาว่าเป็นแสงสว่างซึ่งขจัดเสียได้ซึ่งความมืด ที่รวมถึงความกลัวและความเห็นแก่ตัว นี่จะทำให้เราเกิดความกล้าหายทางจริยธรรมกล้าท้าทายอำนาจอันอธรรมในทุกๆ ทาง

วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ เป็นเพื่อนของเราคนหนึ่งซึ่งอยู่ในขบวนการองค์กรพัฒนาเอกชน และเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน จนตายจากไปเมื่อเร็วๆ นี้ เธอออกไปร่วมต่อสู้กับคนยากคนจนอย่างสันติวิธี โดยไม่เกลียดผู้ที่กดขี่ข่มเหงเธอและคนยากคนจนทั้งหลาย และในบั้นปลายชีวิต เธอมีเวลาภาวนาอย่างสุขสงบสำหรับตัวเธอเองและสำหรับกัลยาณมิตรของเธออีกด้วย

เธอพูดอย่างจับใจว่า

“ความดีจะเอาชนะความชั่ว และความจริงจะเอาชะความเท็จได้ในที่สุด ถ้าเราอดทนพอ”

จึงควรที่เราจะภาวนาร่วมกัน และแผ่ไมตรีจิตมิตรภาพไปยังพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มอื่นๆ รวมถึงแผ่ขยายความรัก ความเข้าใจไปยังๆ ทุกคนในคณะรัฐบาล ในและนอกสภา รวมทั้งข้าราชการ นักธุรกิจการค้า และอาณาประชาราษฎร รวมทั้งคนในบริษัทข้ามชาติและจักรวรรดิอย่างใหม่ เราไม่โกรธ ไม่เกลียดใคร แต่เราต้องการทำลายโครงสร้างทางสังคมอันอยุติธรรมให้ปลาสนาการไปด้วยอำนาจสัจจะและอหิงสาวิธี

 
ส.ศิวรักษ์ แสดง ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า วันที่ 16 กันยายน 2551 เวลา 18.00น.
บันทึกการเข้า

ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #85 เมื่อ: 17-09-2008, 23:25 »

........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2008, 23:43 โดย ฮูลิแกน » บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #86 เมื่อ: 17-09-2008, 23:41 »

คอการเมืองฮาร์ดคอร์ ฝังใจกับแนวทางมติชนมานาน...ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด

ส่วนแฟนฮาร์ดคอร์ ASTV เพิ่งจะเกิดไม่กี่ปีมานี้เอง

ถ้านับอัตราส่วน คนสูงวัยหรือกลุ่มปัญญาชนย่อมชื่นชมฝ่ายมติชนมากกว่า

การแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างนั้นคือตอบโต้ด้วยเหตุผล

น่าจะเป็นหนทางสร้างความเข้าใจได้ดีกว่า

การวางตัวในฐานะสื่อ มองยังไง พวกสนธิ ASTV ก็ยังแพ้ทางมติชน หรือแม้แต่ เนชั่น

"เปลวสีเงิน" คนเดียวเอาไม่อยู่หรอกครับ เมื่อวานก็คงเห็นแล้วว่า "เปลวสีเงิน" เขียนยังไง

หากเป็นทั้งกระจก ส่องกระจก ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่สื่ออื่นสะท้อนกลับออกมา

การที่เค้าถามมา แล้วเราด่าตอบ น่าจะไม่ชอบด้วยเหตุผล

บนเวทีพันธมิตรก็เห็นถามคำถามไปทั้งสังคม ทำไมไม่เดินไปถามที่พรรคพลังประชาชนเอาเอง...

ก็เห็นถามผ่านสื่อการเมืองของตัวเองทั้งนั้น

เมื่อต้องการแรงสนับสนุนจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองบนๆ ที่สนใจการเมือง หรือมีอิทธิพลทางการเมือง

เราไปมองข้ามตรงนั้นไม่ได้หรอกครับ


เพราะถึงที่สุด คนอ่าน คนชมสื่อนั้นๆ จะเป็นคนตัดสินใจเอง

เรื่องการวางตัวของ ASTV ผมเคยสรุปไปตั้งนานแล้วว่า นั่นไม่ใช่สื่อ ในความหมาย "สื่อที่ดี"

แต่ ASTV เป็นแค่เครื่องมือทางการเมืองของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น


ต้องไม่ลืมว่า คนที่เค้าตรวจสอบสื่อก็ทำงานมอนิเตอร์ และมีรายงานออกมาเหมือนกัน

หรือติติงวิพากษ์วิจารณ์ ระดับออกแถลงการณ์ด่ามาแล้วก็มี...เราจะไม่รับฟังไม่ได้...

การตรวจสอบของสื่อ ไม่ใค่แค่ด่ามา/ด่าไป มันไม่ใช่นะครับ

ถ้าเค้าถามมาเราก็ต้องตอบ ต้องชี้แจงแสดงเหตุผล

ถ้าหากตอบว่า "ถ้ากรูเลว มรึงก็เลวกว่า" มันก็เหมือนการตอบโต้ของพวกลิ่วล้อหน้าเหลี่ยมเท่านั้นเอง


ไม่ใชมาถมว่า มาถามกรูทำไม ทำไมไม่ไปถามพวกนักกินเมืองโกงชาติ...แบบนั้นมันใช้ไม่ได้ครับ

แล้วทำให้มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา เสียเวลา เสียแนวร่วมไปเปล่า ๆ

แค่บุก NBT คราวนั้น ก็เกือบๆ จะแทบจะไม่มีที่ยืนให้พันธมิตร

ดีว่าพวกรัฐบาลมันมาเดินเกมโง่ๆ ทุบตีประชาชน จนกระแสตีกลับ

ยอมรับซะบ้างว่าแกนนำ หรือวิทยากรบางคนมันก็เกินไปจริง ๆ


อืมม์ เห็นด้วยกับลุงแคนครับ...
เราเชียร์ทีมไหน ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมรับแผนการเล่นของกุนซือทีมนั้นเสมอไป
เมื่อปี 98 บอลโลกที่ฝรั่งเศส ผมเชียร์อังกฤษ อยากให้เข้ารอบลึกๆ ...
แต่ผมก่นด่ายุทธวิธีของ เกล็น ฮอตเดิ้ล(ผู้จัดการทีมเวลานั้น) ไปมากมาย เพราะดูมันงี่เง่าเหลือเกิน
สุดท้ายอังกฤษตกรอบแรก ผมเสียใจกับแฟนบอลทีมอังกฤษ แต่ผมสมน้ำหน้าเกล็นฮอตเดิ้ล(ที่โดนรุมด่า)ครับ :slime_slapped

ปล.แต่ยังไงก็ไม่เห็นด้วยกับบทความของ ส.ศิวลึงค์ เพราะเห็นว่าแกยังงมงายบูชารัฐประหาร 2475 อย่างไม่ลืมหูลืมตา
ไม่ต่างกับไอ้จรัลดิษฐ์
บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #87 เมื่อ: 17-09-2008, 23:46 »

รายชื่อองค์กร ภาคประชาชน เมื่อ 14 ก.พ. 2549 ยังมีอยู่นี่ครับ

ลองสำรวจกลับไปสิว่า ยังเหลืออยู่กี่องค์กร แล้วจะรู้ว่า

"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ยังคงมีองค์กรสมาชิกคงเดิมอยู่หรือเปล่า


แล้วอย่าลืมถามกลับไปว่า ทำไมองค์กรเหล่านั้นถึงเดินจากไป

ส. ศิวลักษณ์ แกก็เป็นยังงั้นของแกมาตลอด แต่จงดูว่า โครงร่างเดิมของ อาจารย์ปรีดี เป็นยังไง

ถือเป็นเป้าหมายของ การเมืองใหม่ได้หรือไม่

ถ้ายึดเอาอุดมการณ์เป็นหลัก จะเสนอโดยใคร มันก็ถูกต้องอยู่ดี

หรือ แกนนำพันธมิตรปฏิเสธว่า การเมืองใหม่ เป็นของใหม่ เป็นของแกนนำพันธมิตรเท่านั้น


ผมก็บอกตั้งนานแล้ว "การเมืองใหม่" ก็แค่สินค้าเก่าที่เอามา "ห่อใหม่"
บันทึกการเข้า

OMEGA
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 233



« ตอบ #88 เมื่อ: 18-09-2008, 00:28 »

ดูข่าว ช่อง 7 ตอนเย็นๆ หรือยังครับ หึ หึ...

ดูแล้วคิดยังไงกันบ้าง....

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7008937/P7008937.html

....................................................



เรื่องนี้ถ้านักรบศรีวิชัยทำผิดจริงต้องถูกประนาม  และหรือถ้านักข่าวทำข่าวไม่ครบหรือทำให้ผู้เสพข่าวเข้าใจผิดในเนื้อหาก็น่าจะถูกประนามด้วยเช่นกัน

คือต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดน่ะครับ   ...ไม่ใช่ว่านักรบศรีวิชัยกระทืบใครแล้วมีนักข่าวช่อง7เป็นแนวร่วมเลยไม่มีการนำเสนอข่าวจะเป็นเรื่องที่ดี

ต้องมีการนำเสนอข่าวอย่างเที่ยงตรงเที่ยงธรรม แบบนั้นดีกว่า  หรือไม่ใช่นักข่าวไม่ปลื้มพันธมิตรเลยใส่ใข่ให้แรงเข้าไปอีกอย่างนี้ก็ไม่เหมาะอีกเหมือนกัน

คงต้องหาความจริงกันต่อไป 
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #89 เมื่อ: 18-09-2008, 03:17 »

เรื่องนี้ถ้านักรบศรีวิชัยทำผิดจริงต้องถูกประนาม  และหรือถ้านักข่าวทำข่าวไม่ครบหรือทำให้ผู้เสพข่าวเข้าใจผิดในเนื้อหาก็น่าจะถูกประนามด้วยเช่นกัน

คือต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดน่ะครับ   ...ไม่ใช่ว่านักรบศรีวิชัยกระทืบใครแล้วมีนักข่าวช่อง7เป็นแนวร่วมเลยไม่มีการนำเสนอข่าวจะเป็นเรื่องที่ดี

ต้องมีการนำเสนอข่าวอย่างเที่ยงตรงเที่ยงธรรม แบบนั้นดีกว่า  หรือไม่ใช่นักข่าวไม่ปลื้มพันธมิตรเลยใส่ใข่ให้แรงเข้าไปอีกอย่างนี้ก็ไม่เหมาะอีกเหมือนกัน

คงต้องหาความจริงกันต่อไป 


ก็นี่ไง ผลของการทะเลาะกับสื่อ ไม่ให้ความสะดวกกับสื่อ

ผลเสียสื่อเค้าก็อยู่ของเค้าได้เรื่อยๆ แต่คนเสียหายกลายเป็นพวกพันธมิตร
บันทึกการเข้า

mr.g
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188



« ตอบ #90 เมื่อ: 18-09-2008, 09:03 »

ดูข่าว ช่อง 7 ตอนเย็นๆ หรือยังครับ หึ หึ...

ดูแล้วคิดยังไงกันบ้าง....

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7008937/P7008937.html



ถ้าเด็กเวรตะไลนั่นถือกล่องใส่ปืนบีบีกันเข้าไปจริงๆ ก็คงช่วยไม่ได้แล้วกระมังครับ
อยู่ดีๆ เขาจะไปกระทืบคนไปเรื่อยเปื่อย ก็คงมีคนโดนกระทืบแบบนี้ทุกวัน แล้วก็เป็นข่าวทุกวันแล้ว
นปช. นปก. เข้ามาป่วนไม่รู้กี่รายแล้ว  ความปลอดภัยของผู้ชุมนุมสุงสุด

มีไอ้บ้าเดินถือระเบิดเวลาเข้ามา หรือพกระเบิดสังหารเข้ามา จะให้การ์ดทำอย่างไรครับ?
ยิ่งเวลานี้ ไอ้เสธแดง มันยิ่งย้าๆอยุ่ ใครจะรู้มันอาจจะหาแนวร่วมฮาร์ดคอร์ ให้พกระเบิดเข้าไปในที่ชุมนุม
กะระเบิดสังหารฆ่าตัวเองตายกลางที่ชุมนุมเลย

? ถึงตอนนั้น จะโยนความผิดให้ใครครับ ?

การ์ดใช่ไหม?  .......... นักข่าวมาสนใจความปลอดภัยของผู้ชุมนุมหรือ????
เมื่อก่อนตำรวจ ก็เคยช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเหล่านี้ แต่ตอนนี้เขามาสนใจอะไร





จะจัดฉาก ให้คนบ้าสติแตก เดินถือปืนหรือถืออาวุธซ่อนเข้าไปก้ได้
ให้ การ์ดมันตรวจจับพบ ..... รู้ๆกันอยู่แล้ว จะยั่วการ์ดศรีวิชัยได้อย่างไร ???

ตั้งกล้องให้มันถ่ายยังไงก็ได้
คนเราถ้ามันจะเล่นงานกันแล้ว รู้กันทั้งนั้น วิชารมารเป็นอย่างไร?


สำคัญก็แต่คนบริโภคข่าว คนนำเสนอข่าว เคยตั้งข้อสังเกตไหม
จู่ๆ เขาจะไปไล่กระทืบคนเรื่อยเปื่อย มีด้วยหรือ?
บันทึกการเข้า

ถ้าหากเห็นพ้องต้องตรงกันว่า อธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงของสถาบัน
มาเหนือ ก่อน "พรรค" "พวก"และ "ตัวบุคคล" ความแตกแยกจะไม่บังเกิด


Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #91 เมื่อ: 18-09-2008, 11:58 »

ดีครับ ขอให้สำเร็จ

 
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #92 เมื่อ: 18-09-2008, 13:40 »


เพราะถ้าถอยก็หมายความว่าพ่ายแพ้...ผู้แพ้ต้องเป็นคนจ่ายค่าซ่อมแซมทำเนียบกว่า 100 ล้านบาท  โดนดำเนินคดีข้อหากบถ  โดนสาวกด่าหาว่าใจปลาซิว  ดดนปิดAssTV  และโดนคนข้างบนตบกระโหลกแน่ๆ  คริ คริ 



หนอนฯ 'ตอด'.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ปล.เพื่อไม่ให้เข้าใจภาษาไทยผิด....
ขออธิบายว่า คำว่า'ตอด'เป็นคำบรรยายถึงปลา'ตอด' อุจจาระที่ลอย......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #93 เมื่อ: 18-09-2008, 13:54 »



หนอนฯ 'ตอด'.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ปล.เพื่อไม่ให้เข้าใจภาษาไทยผิด....
ขออธิบายว่า คำว่า'ตอด'เป็นคำบรรยายถึงปลา'ตอด' อุจจาระที่ลอย......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


 
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #94 เมื่อ: 18-09-2008, 13:59 »



หนอนฯ 'ตอด'.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ปล.เพื่อไม่ให้เข้าใจภาษาไทยผิด....
ขออธิบายว่า คำว่า'ตอด'เป็นคำบรรยายถึงปลา'ตอด' อุจจาระที่ลอย......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


เอาน่า แบคทีเรียบางชนิด ก็มีประโยชน์เหมือนกัน ทำให้กากย่อยสลายได้เร็วดี

 
บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #95 เมื่อ: 18-09-2008, 14:09 »




สื่อชั่วๆ คอลัมนิสต์ชั่วๆก็อยู่ได้เรื่อยๆ ถ้ามีคนอ่านโง่ๆ


 
บันทึกการเข้า

มารร้ายพ่ายแพ้รัก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 292



« ตอบ #96 เมื่อ: 18-09-2008, 14:40 »

ขนาดแม่ผมปากจัด ยังไม่ชอบอ.ภูวดลเลย บอกว่าหยาบคายเกิน อ.ภูวดลเคยด่านรากรว่ากระหรี่ อะไรทำนองนี้แหละครับ ผมว่าหยาบคายมาก ๆ ตอนที่แกพูดตอนแรก ๆ ก็ยังพอฟังได้บ้าง ว่าเป็นสไตล์ของแก ดุดัน แต่ตอนหลังรับไม่ไหวจริง ๆ หยาบเกิน
บันทึกการเข้า
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #97 เมื่อ: 18-09-2008, 18:52 »




        
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #98 เมื่อ: 18-09-2008, 19:01 »

ขนาดแม่ผมปากจัด ยังไม่ชอบอ.ภูวดลเลย บอกว่าหยาบคายเกิน อ.ภูวดลเคยด่านรากรว่ากระหรี่ อะไรทำนองนี้แหละครับ ผมว่าหยาบคายมาก ๆ ตอนที่แกพูดตอนแรก ๆ ก็ยังพอฟังได้บ้าง ว่าเป็นสไตล์ของแก ดุดัน แต่ตอนหลังรับไม่ไหวจริง ๆ หยาบเกิน

ซ้าธุ คนดียังมีอยู่ ที่ดูฟังด้วยสติ

 
บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #99 เมื่อ: 18-09-2008, 19:06 »




ด่าพวกชั่วๆ ขายชาติต้องด่าให้แรง
ด่ายังน้อยไปซะด้วยซ้ำ ไอ้พวกสั่งสอนปากหวานๆ แบบนี้
แอบแดรก อยู่เบื้องหลังกับพวกหน้าโง่ อยู่ก็ได้



 
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3
    กระโดดไป: