ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-04-2014, 11:48
378,181 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เก็บข่าว!..แฉเหตุการณ์"ธัมมไชโยโกงที่ดิน"สมเด็จเกี่ยวยื้อช่วย.. แต่พระสังฆราชไล่ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
เก็บข่าว!..แฉเหตุการณ์"ธัมมไชโยโกงที่ดิน"สมเด็จเกี่ยวยื้อช่วย.. แต่พระสังฆราชไล่  (อ่าน 6475 ครั้ง)
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« เมื่อ: 13-09-2008, 20:22 »

http://rabob.tripod.com/daily179.htm

เดลินิวส์ 16/5/2542

"ตูมตาม"พลิกลิ้นแล้ว สมเด็จเกี่ยว ยืนยันไม่ฉันสินบน

"เสฐียรพงษ์"ลุยดงขมิ้น ระบุปัญหา พระปลอม"ไชยบูลย์-ธัมมไชโย"ล่าช้า  เกิดจากพระเถระสมเด็จวัดสระเกศ(สมเด็จเกี่ยว)ลงมาปกป้อง    ส่วนสมเด็จวัดชนะฯก็พูดไม่ออกได้รับอุปถัมถ์ค้ำจุนมาตลอด    

"สมเด็จเกี่ยว"พูดแล้วทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอน ถ้าฟ้องนิคหกรรมแล้วไม่ตัดสินค่อยมาว่ากัน ปฏิเสธสินบนเบนซ์ย้ำชัดคนอย่างอาตมาใครก็ซื้อไม่ได้ ขุดหลักฐานอีกโล้นห่มเหลืองใช้มูลนิธิของตัวเองกว้านซื้อที่สุพรรณฯแจ้งราคาต่ำโกงภาษีรัฐ ปาราชิกซ้ำซาก   

ชาวบ้านเพชรบูรณ์แฉซ้ำอีกไปไล่ซื้อให้ราคา 3 หมื่น แต่แจ้งซื้อ-ขายไม่กี่พัน เปิดข้อกฎหมายฟ้องร้องเพิ่มคดีอาญาได้ตามมาตรา 147 ยักยอกทรัพย์ จำคุก 5-20 ปี ส่วนฟ้องร้องตามกฎนิคหกรรมเหลือแค่ 2 ประเด็นอวดวิเศษกับอมที่ดิน กลิ่นไม่ดีแล้ว"อาคม"ออกมากลืนน้ำลาย โอนที่ดิน"ธัมมชโย"ไม่ได้ขีดเส้นตายไว้ 7 วัน

บิ๊กยูคอมผวาธุรกิจกระทบออกหนังสือเปิดผนึกชี้แจง "พระพยอม"ระบุเห็นชัดแล้วพรรคไหนอุ้มมารศาสนา



ขั้นตอนการกระชากผ้าเหลืองออกจากร่างพระปลอม"นายไชยบูลย์ สุทธิผล"ที่ต้องปาราชิกตามที่สมเด็จพระสังฆราชทรงมีลายพระหัตถ์วินิจฉัยแล้วนั้น  ได้ปรากฎรูปร่างชัดเจนขึ้นเป็นระยะ ๆ โดย ณ ขณะนี้จะมีการฟ้องร้องทั้งคดีทางโลกและคดีทางธรรม ตามขั้นตอนของกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรมพ.ศ. 2511 และกฎฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ

สำหรับการฟ้องคดีทางโลกนั้นมีผู้ประกาศตัวแล้วคือนางสาลี่ เพ็ชร์ชูดี ชาวบ้านต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ที่ให้สภาทนายความเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องให้เนื่องจากนางสาลี่ต้องการบริจาคที่ดินให้วัดพระธรรมกาย 1 ไร่ แต่กลับได้มีการทำหลักฐานให้นางสาลี่ลงนามขายที่ดินให้มูลนิธิธรรมกายแทน จำนวน 2 ไร่ 3 งาน 84.5 ตารางวา ซึ่งราคาซื้อ-ขายกันต้องไร่ละ 2 ล้านบาทขึ้นไปแล้ว แต่กลับไปทำสัญญาซื้อ-ขายเพียง 1.6 แสนบาท โดยที่นางสาลี่ก็ไม่รู้เรื่อง



แฉอีกโกงภาษีที่ดิน

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ผู้สื่อข่าว"เดลินิวส์"ประจำจ.สุพรรณบุรี รายงานว่าครอบครัวนายเมืองนางสาลี่ เพ็ชร์ชูดี ที่ได้ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมการฉ้อโกงของนายไชยบูลย์ ได้มีการโทรศัพท์มาให้กำลังใจครอบครัวเพ็ชร์ชูดีอย่างมาก และขอให้ต่อสู้เพื่อกระชากผ้าเหลืองพระปลอมออกมา

นายประเสริฐ วรรณศิริ บุตรเขยนางสาลี่ -นายเมือง ที่ได้รับมอบอำนาจให้จัดการเรื่องนี้กล่าวว่าก่อนหน้าที่วัดจะมาเอาที่ดินของนางสาลี่ ก็มีการไปซื้อที่ดินของนางย้อม โกมล ซึ่งเป็นที่ตาบอดอยู่หลังที่ดินของนางสาลี่ไปก่อนในวงเงิน 2 ล้านบาท และซื้อที่ดินนางถนอม ศรีทองสุข 3 ไร่เท่าที่สอบถามได้เงินไป 3 ล้านบาท,นางองุ่น ทองอ่อน 3 งานได้เงินไป 2 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังมีที่ดินของนายจุ้น สุขเจริญ หลานหลวงพ่อสด จันทสโร ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายและเป็นคนสองพี่น้องด้วย ก็มีปัญหาโดยนายจุ้นได้ตั้งใจบริจาคที่ดินสร้างอนุสรณ์สถานให้หลวงพ่อสด แต่ต่อมาก็รู้ความจริงว่า  ที่ดินถูกโอนให้"มูลนิธิธรรมกาย"ไป ทางวัดจึงได้เอาเงินมาให้นายจุ้นเป็นการตอบแทน


 

ผู้สื่อข่าวยังไปตรวจสอบสัญญาซื้อ-ขายที่ดินที่ "มูลนิธิธรรมกาย" ของนายไชยบูลย์(ธัมมชโย) ทำขึ้นด้วย โดยปรากฎว่า ที่ดินที่ซื้อไป ได้มีการแจ้งตัวเลขเท็จในการซื้อขายเพื่อเลี่ยงภาษีทั้งสิ้น อาทิที่ดินของนางย้อมผู้นำบุญของวัด ที่ระบุว่าขายที่ดินได้เงิน 2 ล้านบาท ปรากฎว่าจากหลักฐานที่สำนักงานที่ดินอำเภอสองพี่น้อง กลับลงว่าซื้อ-ขายกันแค่ 7 แสนบาท ทำให้เสียภาษีและค่าธรรมเนียมที่ดินต่ำเกินจริง โดยใช้ราคาประเมินเป็นเกณฑ์

ส่วนที่ดินแปลงอื่นก็แจ้งเท็จเช่นกัน อาทิ โฉนดที่ 995 จากนางถนอม ศรีทองสุข 3 ไร่ ระบุในสัญญาซื้อ-ขายค่ 1 ล้านบาท แต่นางถนอมยืนยันว่าขายได้ไร่ละ 1 ล้าน เป็นเงิน 3 ล้านบาท โฉนดเลขที่ 20378 จากนางองุ่น ทองอ่อน จำนวน 277 ตารางวา แจ้งที่ดินว่าซื้อ-ขายเพียง 2 หมื่นบาท แต่ที่นางองุ่นบอกก็คือซื้อ-ขายกัน 2 ล้านบาท



ผู้นำบุญธรรมกายโต้

ส่วนนางย้อย โกมล อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/6 ถ.ราษฎร์อุทิศ ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ผู้นำบุญเขตอ.สองพี่น้องของวัดพระธรรมกายออกมาตอบโต้ กรณีนางสาลี่ว่าตนเองไม่น่าชวนนางสาลี่เข้าวัดเลย และรู้เรื่องดีตลอด รวมถึงปัญหาที่ดินที่นายจุ้น สุขเจริญ หลานหลวงพ่อสด บริจาคให้วัด แต่กลับไปโอนซื้อ-ขายให้มูลนิธิธรรมกาย จนสุดท้ายวัดต้องจ่ายเงินคืนให้นายจุ้นเพื่อตัดปัญหา

"วัดธรรมกายไม่อยากมีเรื่องเพราะเป็นลูกหลานหลวงพ่อสด ซึ่งอยากได้เงินได้ทองมากกว่าได้บุญ ก่อนหน้านี้เคยมีการเตือนแล้วให้ระวังลูกหลานหลวงพ่อสดให้ดี"

นางย้อยกล่าวด้วยว่าตนมีที่ดิน 7 ไร่ 2 งาน ซึ่งขายให้กับมูลินิธิ 4 ไร่ และมอบให้วัดฟรี ๆ อีก 1 ไร่ รวม 5 ไร่ 2 งาน ได้เงินทั้งหมดมา 2 ล้านบาท จริงและเหลือที่ดินอีก 2 ไร่ นายวทีชัย งามชัยสุวรรณ หัวหน้าสาขาวัดธรรมกายจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ติตด่อขอซื้อที่ให้กับวัด โดยตกลงจะหาที่แปลงอื่นมาแลกกัน และจะเป็นพยานเรื่องที่ดินที่สุพรรณบุรีให้วัด ที่เพชรบูรณ์ก็โกง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ดินอีกจังหวัดที่  นายไชยบูลย์(ธัมมชโย)เข้าไปซื้อโดย "ใช้ชื่อตัวเอง" อาทิที่ดินที่อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ จำนวน 789 ไร่ 1 งาน 32 ตารางวา ผู้สือข่าว"เดลินิวส์"เดินทางไปยังพื้นที่และพบนายคำแพง นีระพันธุ์ อายุ 48 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านเขาบ่อทอง หมู่ 10 ต.ท่าข้าม โดยนายคำแพงกล่าวว่าทางวัดได้มากว้านซื้อที่ดินไปจริง ไม่มีใครบริจาคให้ โดยให้ราคาสูงถึงไร่ละเกอืบ 30,000 บาท ในช่วงปี 2535 ทั้งที่ราคาซื้อ-ขายขณะนั้นอยู่ที่ไร่ละ 6,000-7,000 บาท แต่มีข้อแม้ต้องขายเป็นที่ผืนเดียวกันตลอดไป ทำให้ตนและลูกบ้านประมาณ 15 คนรวมตัวกันขาย ตั้งแต่น้อยสุด 6 ไร่ไปถึง 120 ไร่ ได้ที่ดินประมาณ 700 ไร่ แม้ชาวบ้านพอจะรู้ว่ามีทองคำอยู่ในบริเวณนี้ มีการขุดพบก็เฉย ๆ

ที่ดินที่จ.เพชรบูรณ์ทั้งหมด"ใส่ชื่อนายไชยบูลย์เป็นผู้ซื้อ" อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีการแจ้งตัวเลขซื้อ-ขายเป็นเท็จกับทางที่ดินอำเภอด้วย อย่างเช่นของนายคำแพง โฉนดเลขที่ 13959 จำนวน 33 ไร่เศษ แจ้งราคาซื้อ-ขายแค่ 279,990 บาทหรือเฉลี่ยไร่ละ 8,484 บาท ทั้งที่ซื้อ-ขายจริงราคา 30,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการแจ้งความเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีการโอนที่ดิน และเป็นการโกงราชการเช่นเคย



ด้านความคืบหน้า "เรื่องการฟ้องร้องให้ถอดผ้าเหลืองนายไชยบูลย์ (ธัมมชโย)ตามกฏนิคหกรรม"   ล่าสุดนายสมพร เทพสิทธาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานฯรวบรวมเอกสารและข้อมูลทั้งหมด ที่คณะกรรมการศาสนารวบรวมไว้ โดยจะแยกประเด็นออกมาเป็นเรื่องของการอวดอุตริมนุษธรรม และการฉ้อโกงที่ดินของทางวัด ซึ่งจะนำรายชื่อผู้ที่ถูกโกงที่ดินซึ่งมาฟ้องกับทางสภาทนายความมาผนวกด้วย คาดว่าในวันจันทร์นี้คงสมบูรณ์

"หากเป็นไปตามที่กำหนดไว้ จะนำไปยื่นต่อกรมการศาสนาในวันที่ 17 พ.ค. แน่นอน และจะเสนอเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีดำเนินการตามกฏมหาเถรสมาคมฉบับที่ 24 ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ หากเจ้าคณะไม่รับคำฟ้องคงทำไม่ได้ เพราะในระเบียบมีไว้ชัด ถ้าไม่ฟ้องก็ถือว่าผิดกฏหมายเหมือนกัน เมื่อมีการรับฟ้องเจ้าคณะก็จะตั้งกรรมการสอบสวน และเรียกโจทก์คือผู้เสียหายเรื่องที่ดินไปสอบต่อเอง"



"ยูคอม"ผวาเข้าหาพระพยอม

ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจที่เจ้าของหรือผู้บริหารมีชื่อเข้าไปเป็นผู้บริจาคเงินให้วัดพระธรรมกาย ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว โดยนายจาตุรนต์ หิมะทองคำ ผู้อำนายการฝ่ายการตลาดฝ่ายเวิล์ดโฟน 1800 บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซสคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือแทค ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบดิจิตอล 1800 กล่าวว่า ตัวแทนของบริษัทได้เข้านมัสการพระพยอม กัลยาโน และได้กราบเรียนให้ทราบถึงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการนำเงินบริจาคของ นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูคอม ให้กับวัดธรรมกาย ว่าเป็นเงินส่วนตัว ยูคอมไม่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญบริษัทแทค และยูคอมเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีที่มาที่ไปของการใช้เงินอย่างชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ การนำเงินไปใช้ในโครงการตอบแทนสังคม ที่ทำมาตลอดมีการแสดงบัญชีอย่างชัดเจน


"บุญชัย"แจงเงินบุญ

ส่วนนายบุญชัย ทำจดหมายเปิดผนึก "กรณีการทำบุญกับวัดพระธรรมกาย" เพื่อเผยแพร่ด้วย โดยระบุว่าตนเพิ่งปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังมาไม่นาน ยังขาดภูมิปัญญาที่จะอรรถาธิบายหลักธรรมจึงขอหลีกเลี่ยง ที่จะเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างนี้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง จากความไม่สบายใจต่อข่าวเชิงวิพากษ์วิจารณ์ตนและธุรกิจจึงขอชี้แจงเรื่องต่าง ๆ

นายบุญชัยกล่าวว่าตนเป็นพุทธศาสนิกชน ได้ทำบุญในรูปลักษณ์ต่าง ๆ ผ่านวัดในพระพุทธศาสนาต่าง ๆมากมายตามกำลังศรัทธาและกำลังทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่เฉพาะแค่กับวัดพระธรรมกาย และใช้ทรัพย์สินส่วนตัวและครอบครัว ไม่ใช่ของธุรกิจ ผิดถูกประการใดในส่วนนี้ตนและครอบครัวย่อมต้องรับผิดชอบเต็มเปี่ยม ไม่เป็นธรรมแน่นอนหากจะกล่าวหาวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ต่อกิจการธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่

นอกจากนั้นในการเข้าร่วมปฎิบัติธรรมและบริจาคทาน ไม่ว่ากับวัดไหนนั้น กระทำลงไปด้วยศรัทธาในพุทธศาสนา หวังสืบทอดพุทธศาสนาให้มีอายุยืนยาวต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธศาสนาในเชิงเนื้อหาคือหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เพราะศรัทธาในเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งเท่านั้น

สำหรับการร่วมปฏิบัติธรรมและบริจาคทานกับวัดพระธรรมกาย ก็เพราะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจในแนวทาง วิธีการเผยแพร่หลักธรรมของคณะสงฆ์และคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งผ่านการศึกษาทางโลกมาค่อนข้างสูง น่าจะยังผลให้พุทธศาสนามีพัฒนาก้าวกระโดด เพื่อที่จะเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งดับความร้อนรุ่มในกิเลส ตัณหา ของพลโลกยุคปัจจุบันและอนาคตลงได้บ้าง

"ผมปฏิบัติธรรมน้อยเกินกว่าที่จะมีภูมิปัญญาตัดสินพิสูจน์ได้ว่า การเผยแพร่หลักธรรมของพระสงฆ์สาวกพุทธศาสนารูปใด ผิดไปจากหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ และโดยข้อเท็จจริงแล้ว ข้อกล่าวหาว่าคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายเผยแพร่หลักธรรมผิดเพี้ยน ก็เพิ่งเกิดขึ้นเป็นกระแสในสังคมไทยเพียงชั่วระยะไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง หลังจากที่ผมเข้าร่วมปฏิบัติธรรมและบริจาคทานกับวัดพระธรรมกายมาหลายปี"

นายบุญชัยกล่าวอีกว่าตนมีความเห็นโดยสุจริตว่าการวิพากษ์วิจารณ์กรณีวัดพระธรรมกาย ควรดำเนินต่อไป หากแต่ควรจำแนกแยกแยะ ระหว่างคนที่ทำบุญกับวัดพระธรรมกายออกจากกัน หากปรากฎผลที่สุดตามกระบวนการและครรลองว่าวัดพระธรรมกาย หรือวัดอื่นใดผิดก็ต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูก ไม่ใช่การเหมารวมว่าพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติธรรมและบริจาคทาน กับวัดพระธรรมกายหรือวัดอื่นใดผิดไปด้วย และเห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้รู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ในประเด็นการปฏิรูปพุทธศาสนา



กลืนน้ำลายโอนที่ไม่ใช่7วัน

ทางด้านนายอาคม เอ่งฉ้วน รมช.ศึกษาธิการกล่าวว่า ขณะนี้การโอนที่ดินมาเป็นของวัดยังไม่สามารถดำเนินการได้ครบ เพราะมีการอ้างว่าต้องให้ผู้บริจาคลงนามยินยอมก่อน ซึ่งกรมการการศาสนาพยายามเร่งแล้ว อาจต้องใช้เวลามากกว่า 1 เดือน เรื่องนี้ไม่เคยกำหนดต้องโอนให้เสร็จใน 7 วัน โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนกรมการศาสนารายงานครม.ว่าต้องใช้วเลาประมาณ 3 เดือน แต่ครม.เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้เวลาขนาดนั้น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รมว.มหาดไทย มอบอำนาจไปทางอธิบดีกรมที่ดินแล้ว ขั้นตอนสามารถลัดได้ และมั่นใจว่าจะมีการโอนที่ดินไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดสัญญา ส่วนเรื่องการฟ้องรอ้งตามกฎนิคหกรรมเมื่อครบ 10 วัน จะให้กรมการศาสนาเป็นเจ้าของเรื่องยื่นฟ้องต่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี หากประชาชนจะนำข้อมูลมาเพิ่มให้อีก ต้องรอให้ฝ่ายสงฆ์พิจารณาก่อน ถ้าเพิ่มเติมก็สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอาคมเคยให้สัมภาษณ์ด้วยตนเองเมื่อวันอังคารที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมาโดยระบุว่าจะโอนที่ดินให้เสร็จใน 7 วัน แต่ขณะนี้ได้มีการกลับคำพูดแล้ว

นายปรีชา สุวรรณทัต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายไชยบูลย์ ว่า มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเด็นการฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งกรณีทางโลกผู้ที่เสียหายโดยตรงถึงจะฟ้องร้องต่อศาลได้ ส่วนที่มีข่าวพาดพิงนายสมพร เทพสิทธา แกนนำพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย จะดำเนินการฟ้องร้องไม่ได้นั้นเป็นการกล่าวถึงการฟ้องร้องทางโลก แต่การฟ้องร้องทางธรรม นายสมพรทำได้อาทิยื่นฟ้องในเรื่องของการอวดอุตริมนุสธรรม



"ไม่ใช่เฉพาะนายสมพร พุทธบริษัททุกคนสามารถกระทำการได้ ซึ่งการยื่นฟ้องปาราชิกให้การขาดจากความเป็นพระ การวินิจฉัยก็ต้องนำไปเข้ากฏนิคหกรรม แต่ในความเห็นส่วนตัวผมขอยึด "ลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระบัญชา กล่าวคือ พระธัมมชโยได้ขาดจากความเป็นพระไปแล้ว"   การนำเรื่องฟ้องปาราชิกก็จะเท่ากับว่าเรายังยอมรับความเป็๋นพระของนายไชยบูลย์ จะขาดหรือไม่ขาดจากความเป็นพระจึงขึ้นอยู่ที่คำวินิจฉัยของมหาเถรสมาคม เท่ากับว่าเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ "



"เสฐียรพงษ์" เฝ้าสังฆราช

สำหรับบรรยากาศที่วัดบวรนิเวศฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาลงนามถวายพระพรต่อสมเด็จพระสังฆราชฯตามปกติ แต่ยังไม่ได้เข้าเฝ้า ต่อมาเวลา 09.00 น. น.พ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เดินทางมาถวาย การตรวจพระอาการ พร้อมกับกล่าวว่า ขณะนี้พระอาการ ทรงเป็นปกติดีแล้ว แต่อยากให้ท่านได้พักผ่อนมากๆ เนื่องจากพระวรกายยังอ่อนเพลีย แต่ได้ลดการให้พระโอสถลง อีกทั้งยังให้งดศาสนกิจอื่นๆต่อไป ส่วนงานสดับพระปาติโมกข์นั้นทางแพทย์อนุญาต เพราะถือเป็นกิจสงฆ์ที่สำคัญทางพุทธศาสนา ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชฯทรงลงมาสดับเดือนละสองครั้ง

ต่อมาในเวลา 13.30 น. นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ได้เดินทางมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชที่รถพระเทียบ ระหว่างที่ทรงเสด็จไปที่พระอุโบสถเพื่อสดับพระปาติโมกข์ นายเสฐียรพงษ์ได้เข้ากราบพระบาท และสมเด็จพระสังฆราชฯทรงตรัสว่า "ขออำนวยพร"

จากนั้นนายเสฐียรพงษ์ ได้เข้าพบ ม.ล.จิติ นพวงศ์ ศิษย์ผู้ใกล้ชิดสมเด็จพระสังฆราชฯ ใช้เวลาหารือประมาณครึ่งชั่วโมง นายเสฐียรพงษ์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เดินทางมาสอบถามพระอาการและเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯ เท่านั้นไม่ได้ถวายคำแนะนำแต่อย่างใด เพราะตั้งแต่ทรงพระประชวรก็ไม่ได้มาเข้าเฝ้า ม.ล.จิตติกล่าวว่านายเสฐียรพงษ์มาหารือเกี่ยวกับเรื่องที่ห่วงใยในพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องที่มีใบปลิวโจมตีลบหลู่สมเด็จพระสังฆราชฯและสถาบันชั้นสูง ว่าจะทำอย่างไรดีต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เพราะว่าผู้ที่ควรจะกระโดดมาช่วยทันทีกลับนิ่งเฉย ตนจึงบอกไปว่า การดำเนินการกับวัดพระธรรมกายต้องใช้เวลา และเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงไม่มีบารมีใดที่จะทัดเทียมกับบารมีของศาสนาได้

นอกจากนี้นายเสฐียรพงษ์ ยังได้มอบหนังสือชื่อว่า "บทเรียนชาวพุทธจากธรรมกาย" ฝากถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชฯด้วย


ระบุพระเถระอุ้มไชยบูลย์ (ธัมมชโย)

อย่างไรก็ตามนายเสฐียรพงษ์ กล่าวภายหลังงว่าตามปกติก็ไม่เคยเข้าเฝ้า ก็เพียงแต่กราบไหว้อยู่ห่าง ๆ บังเอิญโชคดี วันนี้เป็นวันพระอุโบสถ เห็นรถพระเทียบของสมเด็จพระสังฆราชที่รับสมเด็จฯจากตำหนักไปยังพระอุโบสถ และเห็นผู้สื่อข่าวเต็มไปหมด ก็เลยถามว่ามาทำไมกัน ได้ความว่า วันนี้สมเด็จพระสังฆราชจะลงสวดปาฏิโมกข์ จึงได้เข้าไปกราบพระบาทท่านด้วยความตื้นตันใจ และก็ไมไ่ด้พูดอะไรเลยสักคำเพราะว่าไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปเข้าเฝ้า แต่ท่านตรัสว่า "ขออำนวยพร" ทำให้เกิดปิติไม่ได้รับคำท่าน


"ขณะนี้พระเถระทั้งหลายของมหาเถรฯ ไม่เห็นด้วยกับสมเด็จเกี่ยวปกป้องไชยบูลย์(ธัมมชโย)กันอยู่ พระก็แปลก หากว่าพระผู้ใหญ่ไม่เอา พระลูกน้องก็ไม่กล้าหือ เกรงใจกัน อย่างสมเด็จวัดชนะฯก็เกรงใจสมเด็จวัดสระเกศ ความจริงอำนาจอยู่ที่พระพรหมโมลี แต่ท่านก็เป็นอย่างนั้นของท่าน ก็ยกให้วัดชนะฯ ซึ่งเป็นเจ้าคณะหนผู้ดูแล มีอำนาจสูงสุด แต่ก็รู้กันอยู่ว่า วัดชนะเกรงใจวัดสระเกศเนื่องจากอุปถัมภ์ค้ำจุนกันมา แล้วมูลนิธิวัดพระธรรมกายก็อยู่ที่วัดสระเกศก็เกรงใจกันอยู่นั่นแหละ ที่เป็นปัญหาในตอนนี้ก็คือ ท่านไม่ห่วงพระศาสนากันบ้างเลย ห่วงแต่ตัวท่านเอง มีอำนาจในการทำอะไรได้ก็ไม่ทำ"


นายเสฐียรพงษ์ยังกล่าวเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง "สืบหาหลักฐานต้นตอของใบปลิวที่ล่าสุดจาบจ้วงถึงสถาบันชั้นสูง"  โดยระบุว่าเลวร้ายมาก ไม่น่าเกิดขึ้นเลย ไม่ว่าจะเป็นใครทำก็ตาม ต้องระงับไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่ควรมีมนุษย์ประเภทนี้



ฟ้องอาญาเพิ่มได้อีกกระทง

นายปลื้ม โชติษชยางกูร อดีตอาจารย์สอนวิชา พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ฯ อดีตหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา และ พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ได้ร่วมเป็นวิทยากรรายการ "ธรรมะร่วมสมัย" ออกอากาศในวันที่ 15 พ.ค.ทางคลื่นเอฟเอ็ม 100.5 สำนักข่าวไทย

นายปลื้มกล่าวว่า "สมเด็จพระสังฆราชฯ ในฐานะประมุขของพุทธศาสนามีพระราชดำริออกมาให้ขาดจากความเป็นพระ หากประมุขเบื้องสูงมีดำริออกมา ต้องคิดว่าดำริของพระองค์เป็นบัญชาหรือไม่"  ซึ่งตามมาตรา 8 พ.ร.บ.สงฆ์นั้นตนว่าไม่ใช่ เพราะอำนาจของพระบัญชาประมุขจะใช้ในเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นกิจของสงฆ์ แต่ไม่ใช่เพื่อบัญชาลงโทษใคร ..มหาเถรฯจึงไม่นำเอาบัญชานี้มา"สั่งสึกพระวัดธรรมกาย"

เรื่องของที่ดินนั้นเป็นอาบัตติปาจิตตีย์ซื้อที่ดินที่ใดก็เป็นอาบัติที่นั่น ก่อนมีพระราชดำริ ไม่ปรากฎหลักฐานที่จะแสดงต่อสาธารณชน ตนเคยพูดเรื่องนี้กับพระผู้ใหญ่ซึ่งรับว่าจะชำระให้ ว่าพระไชยบูลย์เป็นสังฆาธิการถูกหรือผิดอย่างไร ก็ควรจะถอดถอนออกจากตำแหน่งก่อนแล้วมาสอบสวนกัน ถ้าหากไม่ผิดก็กลับเข้ามาว่ากันเรื่องนิคหกรรม อธิกรณ์ แต่พระผู้ใหญ่ไม่ได้ทำตามที่ตนเสนอไป



"เหมือนกับกรณีข้าราชการประจำ ต้องให้ย้ายออกจากตำแหน่งเสียก่อน แล้วจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวน อย่างน้อยให้ออกจากเจ้าอาวาสเสียก่อนแล้วให้ตั้งพระเถระผู้ใหญ่ไปรักษาการแทน หรือให้พระในวัดพระธรรมกายที่มีอายุ 5 พรรษา แต่ต้องเป็นรูปที่ไม่สอนนิพพานเป็นอัตตา เป็นต้นธรรมต้นธาตุ รักษาการแทน"

ต่อข้อถามที่ว่า หากจะนำกฎข้ออื่นที่ใช้แทนกฎนิคหกรรม หรือการใช้กฎหมายอาญาร่วมไปด้วยจะได้หรือไม่ นายปลื้มตอบว่า สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งกฎหมายอาญาและกฎนิคหกรรม เพราะจ้าอาวาสถือเป็นพนักงานตามพ.ร.บ.สงฆ์ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งปกครองสงฆ์ หากพนักงานผู้นั้นทำทุจริตมีโทษหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ในเรื่องของการรักษาสมบัติของวัด แต่กลับไปเบียดบังผลประโยชน์เป็นของตัวเอง เป็นการกระทำทุจริต มีระวางโทษจำคุก 5-20 ปี ระวังพระธรรมกายพกปืน

นอกจากนั้นในรายการธรรมะร่วมสมัยได้เปิดเผยข้อมูลความไม่ชอบมาพากลของวัดฉาวด้วย โดยได้มีคนที่เคยไปบวชเป็นสามเณรแก้วที่วัดให้ข้อมูลว่า ในช่วงที่ไปบวชเมื่อปี 2541 ที่ผ่านมา ได้พบพฤติกรรมของพระแกนนำในวัด ที่เป็นผู้ควบคุมดูแลสามเณรแก้ว โดยครั้งหนึ่งพระที่ดูแลสามเณรแก้วได้ฝากย่ามให้ดูแล และบังเอิญที่ได้มีการล้วงเข้าไปในย่ามก็พบปืน .38 อยู่ในย่ามด้วย ซึ่งสร้างความประหลาดใจและสงสัยอย่างมาก เนื่องจากทำไมพระถึงต้องพกปืน เรื่องนี้มีบุคคลที่พบเห็นสามารถมาพยานยืนยันได้

ส่วนศูนย์เฉพาะกิจกรณีธัมมชโยของคณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัมนา(สพพ.) นอกจากจะเคลื่อนไหวโดยการจุดตะเกียงเจ้าพายุไปหาสมเด็จพุฒาจารย์ วัดสระเกศ(เกี่ยว อุปเสโณ) แล้ว ได้มีข้อสเนอให้ชาวพุทธจัดชุมนุมใหญ่ในวันวิสาขบูชาที่ 29 พ.ค. เพื่อแสดงเจตนารมณ์และประชามติกำจัดอลัชชีและลัทธิเดียร์ถีย์ในศาสนาพุทธ นอกจากนั้นจากการล่าลายชื่อชาวพุทธ จนถึงในวันที่ 15 พ.ค.นี้ เริ่มมีการส่งคำประกาศฯทางไปรษณีย์ถึงศูนย์เฉพาะกิจฯแล้วจาก49 จังหวัด รวมแล้วมีผู้ร่วมลงชื่อจำนวน 4,379 คน ในจำนวนนี้มีพระภิกษุจำนวน 81 รูปจากจ.แแพร่และจ.สงขลาร่วมลงชื่อไม่ยอมรับควาเมป็นพระของธัมมชโยด้วย

ข้อเสนอเพิ่มเติมจากประชาชนหลายจังหวัดต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับธัมมชโยสึกจากความเป็นพระอย่างรวดเร็ว จำนวน 132 คน ให้ระงับกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับหลักธรรมวินัยของวัดธรรมกายจำนวน 368 คน ปลดกรรมการมหาเถรสมาคมออกจากตำแหน่งไว้ก่อน จำนวน 85 คน และไม่ยอมรับควาเมป็นเจ้าอาวาสวัดธรรมกายของธัมมชดยจำนวน 63 คนและหนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อคำประกาศไม่ยอมรับความเป็นพระของธัมมชโยนั้น คือ นายอำนวย สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร รวมอยู่ด้วย




"สมเด็จเกี่ยว"เปิดใจ

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่อุโบสถวัดสระเกศราชวรวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถรสมาคม ที่มีอาวุโสสูงสูดสายมหานิกาย เดินทางไปเป็นพระอุปัชฌาย์ในการอุปสมบทให้พระในวัด ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ สมเด็จพุฒาจารย์ กล่าวกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงกรณีข่าวการรับสินบนที่วัดพระธรรมกายให้พระเถระว่า อาตมาเป็นพระผู้ใหญ่ เห็นใจสื่อมวลชนที่ได้ข่าวมาอย่างไรก็ลงไปตามนั้น ไม่ได้ถือสา เพราะเรื่องราวทั้งหมดที่มีคนออกมากล่าวหา

"โดยเฉพาะเรื่องของการรับสินบนนั้น อาตมาอยากให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสใช้เวลาในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้จะดีกว่า วันหนึ่งทุกคนคงจะเข้าใจและได้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร อาตมาบอกได้เลยว่าเรื่องข้อกล่าวหาต่างๆนั้นไม่เป็นอะไรหรอก ใครจะกล่าวหาอย่างไรก็ไม่ว่า เพราะเมื่อเรื่องราวทั้งหมดจบแล้วอาตมาจะชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้ง ตอนนี้ก็พูดกันไปว่ากันไป ใครได้ข่าวมาก็ลงกันไป แม้จะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงบ้าง แต่เราเป็นพระจะทำอย่างไรได้ ขอยืนยันว่าคนอย่างอาตมานั้นนะ ไม่มีหรอกที่ใครจะมาให้สินบน และไม่เคยคิดจะปกป้องใครเพราะไม่รู้จะปกป้องไปทำไม"

สมเด็จพุฒาจารย์กล่าวอีกว่าขอให้ทุกคนเข้าใจในข้อเท็จจริงด้วยว่า มหาเถรฯเป็นองค์กรสูงสุดของคณะสงฆ์ จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฏตามระเบียบ ตลอดจนแบบแผนที่มีวางไว้ ขอให้ลองพิจารณาถึงข้อเท็จจริงว่า มหาเถรฯจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ นอกจากต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ ใครจะว่าอะไรก็เป็นสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ ไม่ผิดหรอก แต่ในฐานะที่เป็นมหาเถรฯ กฏต้องเป็นกฏ นอกเหนือจากนี้ทำไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระบวนการที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาตามกฏระเบียบของคณะสงฆ์แบบนี้ถือว่า ตรงตามระเบียบที่มหาเถรฯวางไว้หรือไม่ สมเด็จพุฒาจารย์กล่าวย้ำว่า ใช่ ระเบียบแบบแผนมีไว้อย่างไรต้องปฏิบัติทุกเรื่อง ถ้าเข้าสู่กฏระเบียบ ถ้าถึงวันนั้นถ้ามหาเถรฯไม่ทำอะไรก็มาว่ากันก็ได้

ด้านพระเทพโสภณ เจ้าคณะ 12 ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระพุฒาจารย์วัดสระเกศ กล่าวเสริมในเรื่องนี้ว่า การที่ความคิดเห็นของคนที่มองเรื่องวัดพระธรรมกายนั้น แตกต่างกันเพราะมุมกันคนละมุม อาตมาอยากถามว่าสื่อมวลชนจะเอาความถูกต้องตามกฏระเบียบหรือว่า จะเอาความถูกใจเป็นที่ตั้ง เพราริ่มไปตัดสินเองว่าเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้นสึกไปแล้วทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีการเข้าสู่กระบวนการตามกฏมหาเถรสมาคม

"ถ้าหากว่ามีการนำเข้าสู่กระบวนการมหาเถรฯแล้ว ถ้ามหาเถรฯไม่จัดการถึงตอนนั้น จะมาว่ามหาเถรฯก็ได้ แต่อยู่ๆจะมาบอกว่าปลดมหาเถรฯนั้น อาตมาบอกตรงๆพูดแบบนั้นมันเลอะเทอะ แต่ถ้าบอกว่ากฏระเบียบที่ใช้อยู่มันชราภาพอย่างนี้ซิค่อยน่าฟัง เพราะเราอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน แม้มีกฏระเบียบออกมาแล้วเราไม่ชอบใจแต่ก็ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สงฆ์ก็เหมือนกันออกมาใช้ตั้งแต่ 2535 จะให้ทุกคนชอบไม่ได้เหมือนกัน แต่เราต้องปฏิบัติแบบนี้ อาตมาเห็นด้วยที่จะให้เข้าสู่กระบวนการกฏนิคหกรรมหรือกฏปกครองแน่นอน" ตามหาแก่นธรรมไล่พระเถระ



ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ จะมีการแพร่ภาพรายการ "ตามหา..แก่นธรรม" โดยมีวิทยากรเข้าร่วมแสดงมุมมองอาทิ พระดุษฎี เมธังกูโร พระลูกศิษย์ท่านพุทธทาส กำนันทรง องค์ชัยวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา หรือเจ้าของท่าข้าวกำนันทรง และรศ.บุญเรือน อินทวรันต์ นายกยุวพุทธกะสมาคม นครสรรค์ และเจ้าของรางวัลเสมาทองคำ มีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายสุเมธ โสฬส ผู้ดำเนินรายการ

กระทู้แรกของรายการนี้เป็นคำถามถึงกรณีพระปาราชิกกับคนฆ่าคนตายใครจะมีความผิดมากกว่ากัน ซึ่งวิทยากรที่เข้าร่วมรายการต่างมีมุมมองคล้ายกันว่า หากเป็นการปาราชิกด้วยเหตุพระฆ่าคนตายพระจะผิดถึง 2 กรรม คือนอกจากจะต้องปาราชิกแล้วยังมีความผิดโทษบานฆ่าผู้อื่นตายด้วย หากพระรูปที่ต้องปาราชิกด้วยเหตุอื่นไม่ใช่การฆ่าคนตาย ก็ต้องแยกประเด็นกฏหมายกับพระธรรมวินัย ดังนั้นจึงต้องมองว่าพระมีคนกราบไหว้นับถือ แต่ต้องปาราชิกถือว่ามีความผิดร้ายแรงกว่าคนฆ่าคนตาย เพราะคนที่ฆ่าคนตายนั้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล จึงมองได้ว่าการที่พระต้องปาราชิกเป็นเพราะเอาคนมาทำเป็นพระ แน่นอนว่าต้องอดไม่ได้ที่จะต้องประพฤติผิด ส่วนการไม่ยอมปาราชิกเป็นคนมันยังดื้อรั้นอยู่เท่านั้นเอง

จากนั้นเป็นกระทู้ถามตรงกรณีนายไชยบูลย์(ธัมมไชโย) ด้วยเรื่องความสับสนในมติมหาเถรฯที่ออกมาเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการตีความออกมาเป็นสองนัย โดยนัยของกรมศาสนาระบุว่านายไชยบูลย์ยังมิได้ต้องปาราชิก คณะสงฆ์มีมติให้ใช้กฏนิคหกรรม จึงต้องรอการสอบสวน ขณะเดียวกันทางสภาทนายความกับมองว่ามหาเถรฯมีมติให้ยอมปฏิบัติตามลายพระหัตถ์ โดยให้ดำเนินการปาราชิกไม่ต้องใช้กฏนิคหกรรม




ยุคเสื่อมวงการสงฆ์

เรื่องดังกล่าววิทยากรกล่าวว่าเป็นปัญหาที่ชาวพุทธต้องตัดสินใจ หากพุทธบริษัทเห็นด้วยกับสมเด็จพระสังฆราช ก็ย่อมมีผลเป็นปาราชิกตามลายพระหัตถ์ ซึ่งเป็นการผิดพระธรรมวินัย ส่วนกรณีที่ทำผิดทางกฏหมายโลกทางฝ่ายบ้านเมืองก็ต้องเข้ามาจัดการ บางส่วนไม่เห็นด้วยก็ต้องไปเข้ากฏนิคหกรรม แต่ไม่ว่าจะเป็นแนวทางไหนก็ต้องจบแบบเดียวกัน อย่างไรก็ตามหากเป็นไปได้อยากให้พระสังฆราช ออกพระบัญชามาจัดการให้เรียบร้อยในช่วงสมัยพระองค์ เพราะไม่แน่ใจว่าต่อจากท่านแล้วจะมีความบริสุทธิ์ใจเช่นเดียวกันหรือไม่

นอกจากนั้นการที่คณะสงฆ์ไม่วินิจฉัยตามสมเด็จพระสังฆราช ไม่ได้หมายความไม่เห็นด้วยกับพระองค์ แต่เป็นการตีฝีปากเพื่อยึดอายุนายไชยบูลย์(ธัมมไชโย)ออกไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะก่อให้เกิดผลดีเลย จะมีปัญหาติดตามมามากมาย อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สุจริต จนสงสัยกันว่าคณะสงฆ์นั่งทับอะไรอยู่ ขอให้มั่นใจได้เลยว่าเวลานี้ถึงไม่มีมหาเถรฯ ก้ยังอยู่ได้และเผยแผ่ศาสนาให้กว้างใหญ่ได้ สรุปว่าต้องเลือกเอาระหว่างสมเด็จพระสังฆราช หรือจะเลือกฝ่ายมหาเถรฯ



ที่ผ่านมาไม่เคยมียุคใดสมัยใดเลยที่คณะสงฆ์ถูกย่ำยี ถูกรังเกียจมากขนาดนี้ สื่อมวลชนก็ช่วยกันขุดคุ้ยจนเหม็นไปหมดแล้ว หลายคนบอกว่าโชคดีที่ไม่รู้จักสมเด็จองค์ไหนเลย เพราะจะได้ไม่ต้องกราบไหว




สำหรับหนังสือแสดงเจตจำนงของอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มีบางตอนบางประโยคมีเว้นวรรคไว้สำหรับแต่เติมภายหลัง อาทิอาจเติมว่าและ/หรือ มูลนิธิวัดพระธรรมกาย ถ้าจะเปิดช่องให้มีการโอนที่ดินไปเป็นของมูลนิธิ เห็นชัดว่าเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก เพราะมูลนิธิมีฆราวาสมามีอำนาจในมูลนิธิได้ จึงสมควรโอนที่ดินเป็นของวัดให้หมด หากมีโอกาสได้กราบทูลสมเด็จพระสังฆราช จะกราบทูลให้ทรงทราบว่า พุทธบริษัทจะไม่ปล่อยให้สมเด็จพระสังฆราชต้องว้าเหว่เพียงลำพัง ฉะนั้นชาวพุทธควรแสดงออกให้ปรากฏชัดเจนว่าสนับสนุนลายพระหัตถ์ของพระองค์

หลังจากจบกระทู้ที่สองนี้ทางผู้ดำเนินรายการได้ขอให้แสดงมติว่าจะยืนอยู่ฝ่ายไหน ปรากฏว่าประชาชนที่เข้ารวมบันทึกรายการ ต่างยกมือสนับสนุนลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราช

กระทู้ถัดไปเป็นกระทู้ถามสาเหตุที่ให้มีการวินิจฉัยตัดสิน กรณีนายไชยบูลย์ตามลายพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช แต่กลับมีการปกป้องกันอย่างออกหน้า ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

ประเด็นนี้พระดุษฎีกล่าวว่าว่า ญาติโยมต้องเข้มแข็งมากขึ้นจะไปหวังพึ่งใครไม่ได้แล้ว เพราะไม่มั่นใจในความบริสุทธิ์ ตอนนี้คนที่ห่มผ้าเหลืองมีอยู่ด้วยกัน 2 พวกคือพวกหนึ่งอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนได้ อีกพวกหนึ่งอยู่เพราะผ้าเหลือหากินง่าย ญาติโยมต้องแยกแยะให้ดี กรณีวัดพระธรรมกายก็เช่นกันหากแก้ไขไม่ดีก็จะแบ่งเป็นก๊ก เคยได้เห็นการโกงมามากแล้ว คิดง่ายทอดผ้าป่าครั้งเดียวได้เงินหลายสิบล้าน แต่บอกว่ามีไม่มากนิดหน่อย ก็แสดงว่าวัดจนแต่พระรวย ญาติโยมอย่าหลงประเด็นเรื่องที่ดินเรื่องเล็ก แต่เงินที่ทำบุญพระกลับเอาไปทำบาปคนทำบุญก็บาป โดยเฉพาะเรื่องอวดอุตริมนุสะรรมที่บาปมากกว่า

"เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ กรมศาสนาหย่อนยานมากที่สุด เจ้าคณะภาคหนึ่งน่าสงสารเพราะจะสอบสวนยังต้องวิ่งไปหานายไชยบูลย์เลย ลูกวัดของสมเด็จเองยังจัดการไม่ได้เลย" ซัดโกงภาษีที่ดินก็ปาราชิก



กระทู้ต่อมาเป็นเรื่องของพระเถรฯนิยมที่จะซื้อหารถยนต์ราคาแพงๆหลายล้านบาท ไม่เป็นการเหมาะสมของผู้ถือศิล 227 ข้อ กำนันทรงมีมุมองว่า ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเรื่องนี้ พระต้องตัดความโลภโกรธหลง เป็นการหลอกลวงประชาชนมีรถเท่เพื่อให้คนบริจาคเงินมากๆ



พระอาจารย์ดุษฎีเห็นว่าเรื่องการซื้อรถยนต์ราคาแพงๆ อยากให้ดูตัวอย่างอาจารย์ชา สุภัทโท ที่ล่วงลับไปแล้วมีโยมมาถวายรถราคาหลายล้านท่านยังต้องประชุมพระลูกวัด ปรากฏว่าพระทุกองค์เห็นด้วยให้รับไว้ แต่มีอยู่รูปหนึ่งกับคัดค้านว่าไม่น่าเอาเปรียบญาติโยม เพราะเรายังบิณฑบาตรอยู่ แต่กลับมานั่งรถราคาแพงๆขณะที่ชาวบ้านยังลำบากอยู่ ที่สุดก็ปฏิเสธไม่ยอมรับรถคันดังกล่าว ควรซื้อรถที่เป็นประโยชน์ต่อกิจสงฆ์ใช้ประโยชน์มากอย่างรถตู้ พระเวลาตายไปมีทรัพย์สินมากๆเป็นการประจานตัวเอง อย่าอ้างว่าต้องใช้ในกิจสงฆ์เพราะเวลาโยมนิมนต์มักนำรถมารับ จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถยุโรป


ท่านพุทธทาสก็เช่นกันเวลาญาติโยมนิมนต์ก็ใช้รถกะบะราคา 50,000 บาทเท่านั้น ถ้าท่านนั่งรถแพงก็จะเทศน์ให้ชาวบ้านฟังไม่ได้เพราะตัวเองยังไม่ละกิเลส ใครจะถวายไม่รับอย่างเดียว แต่จะว่าไปมหาเถรฯก็อาจมีความรอบคอบเพราะไม่จับนายไชยบูลย์ ไม่เช่นนั้นสึกไปแล้วที่ดินก็จะตกเป็นของนายไชยบูลย์ทั้งหมด เห็นได้ว่ามีความตั้งใจจะไม่คืนอยู่แล้ว สังเกตได้ว่ามีการยึกยักทยอยโอน แม้แต่จะโอนที่ดินเป็นของตัวเองยังโกงประเทศชาติเลย เพราะได้ใช้ความพยายามหลบเลี่ยงภาษีรัฐ เท่านี้ก็ผิดพระธรรมวินัยแล้ว



พระพยอมซัดบิ๊กกรมศาสนา

ที่วัดสวนแก้ว นนทบุรี พระพิศาลธรรมพาทีหรือพระพยอม กัลยาโร ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้วกล่าวถึงกรณีที่นายอำนาจ บัวศิริ ผ.อ. พุทธมณฑล ที่ไปร่วมรายการ "ชิตังเม" แล้วได้กล่าวสนับสนุนวัดพระธรรมกายว่า เป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่ามีเส้นสนกลในกันอยู่ จะคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมศาสนาแต่ไปร่วมรายการวิทยุของวัดพระธรรมกาย แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันเปรียบเหมือนเป็นขโมยกับขมาย คือธรรมกายขโมยของประชาชนไปแล้วถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือนักการเมืองขมายต่อไปอีกทอดหนึ่ง เพื่อเตรียมเงินไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ตรงนี้มีหลายคนตั้งข้อสังเกตุและสงสัยกันอยุ่ เพราะไม่เช่นนั้นจะมาออกรายการเชียร์กันทำไม ใครๆก็ดูออกว่าเขาเข้าไปอยุ่กับเดียรถีได้อย่างไร

"กรณีธรรมกายนี้นับเป็นคุณแก่พระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง เพราะยิ่งนานก็ยิ่งขุดคุ้ยเบื้องหลังออกมาได้อีกมาก ทราบว่าพรรคการเมืองไหน บริษัทไหนที่เข้าไปให้การสนับสนุน ดีไม่ดีพรรคการเมืองใหญ่อาจจะพลาดตอนนี้ก็ได้ เข้าตำราพระดึงการเมือง หรือการเมืองดึงพระ ดีไม่ดีจะร่วงไปตามๆ กัน เพราะท่าทีที่แสดงออกมาให้เห็นคือเชื่อใจนายไชยบูลย์ อาตมาเคยเชื่อใจ เคยศรัทธาและชื่นชมในตัวคุณชวนมาโดยตลอด ยอมรับว่าตรงนี้เกิดความระแวงสงสัย อย่างไรก็ตามอาตมาเห็นด้วยกับแนวทางการใช้กฏ มส.ที่ 24 ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการมาดำเนินการ กับอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายก่อน"

นอกจากนั้นพระพยอมยังกล่าวถึง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญว่า ก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถ้าจัดการกับธรรมกาย จะต้องมีผลกระทบต่อวัดปากน้ำแน่นอน เนื่องจากเป็นต้นแบบของวัดพระธรรมกาย ปัญหาอยู่ที่กรรมการ มส.3-4 รูป ทางออกในขณะนี้มี 2 ทางเท่านั้นคือรัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจโดยมีประชาชนเป็นพลังจำนวนมาก ช่วยกันกดดันก็จะสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างเช่น ผู้ที่เป็นนักธุรกิจสนับสนุนวัดพระธรรมกายอยู่ ถ้ามีประชาชนร่วมกันคว่ำบาตร ไม่ใช้โทรศัพท์ยี่ห้อนั้นเขาก็คงอยู่ไม่ได้

"ถ้าเราพ่ายแพ้ให้แก่สมเด็จเกี่ยวฯที่อุ้มเดียร์ถีย์อยู่ โดยท่านเหล่านี้ จะต้องขึ้นเป็นประมุขสงฆ์ในอนาคต เรามิต้องกราบไหว้ประมุขที่อุ้มเดียร์ถีย์หรืออย่างไร" พระพยอมกล่าว



ทางด้านนางมยุรา อุรเคน รองโฆกพรรคความหวังใหม่ได้กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านขอเรียกร้องให้นายชวนและรัฐบาลจัดการปัญหานี้ ไม่เช่นนั้นฝ่ายค้านคงต้องออกมาดำเนินการในเรื่องหนึ่งเพื่อปกป้องศาสนา

http://rabob.tripod.com/daily179.htm

**************************************************************



หลังอ่านจบ ตัวหนังสือระหว่างบรรทัด ข้อความแต่ละตัวอักษร พินิจพิเคราะห์แล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ???

1.สมเด็จพระสังฆราชฯ มีคำสั่งโดยออกหนังสือให้ปราชิก ธัมมไชโยธรรมกาย
2.สมเด็จเกี่ยว ปกป้อง ธัมมไชโยธรรมกาย และข้อกล่าวหารับสินบนรถเบนซ์
3.พรรคไทยรักไทยสนับสนุนวัดธรรมกายอย่างออกหน้า
4..หนังสือพิมพ์ขุดคุ้ยระเอียดยิบในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง รู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง
5..กรมศาสนาเฉยไม่ปฏิบัตตามต่อหนังสือสมเด็จพระสังฆราชฯ
6.พระเถระสมาคมพระผู้ใหญ่เฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหนังสือพระสังฆราชฯ

รู้สึกแปลก ๆ อะไรกันบ้างไหมกับศาสนาในเมืองไทย?? 

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิด รู้แจ้ง-เห็นจริง ตามคำพระพุทธเจ้าตรัส จริง ๆ


http://rabob.tripod.com/daily179.htm



*  (7.64 KB, 150x218 - ดู 4844 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-09-2008, 20:26 โดย oho » บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #1 เมื่อ: 13-09-2008, 20:37 »


ขอบคุณค่ะ กำลังหาอ่านอยู่พอดีเลย
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #2 เมื่อ: 13-09-2008, 20:45 »

กรณีพระปลอม นายไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ ธัมมชโย แห่งสำนักธรรมกายนั้น ผมถือว่ามันเป็น
ลัทธิลวงโลกลัทธิหนึ่งที่ทำตัวเป็นเหลือบในศาสนาพุทธมานานแล้ว
  สมควรที่ชาวพุทธทั้งหลายต้องช่วยกันขุดรากถอนโคนให้สิ้นทรากไปพร้อมๆกับระบอบทักษิณ

 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
raphael99
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #3 เมื่อ: 13-09-2008, 20:53 »

เอ่อถ้ายังไงจะกล่าวหาพระรูปใดๆในศาสนา

กรุณาไปพบท่านและสนทนาธรรมกับท่านสักสิบนาทีก่อนนะครับ

รูปแรกสมเด็จเกี่ยว จะสงสัยท่านก็ลองไปพบท่านก่อน

เรื่องทักษิณหนุนสมเด็จเกี่ยวผมไม่รู้หรอก

แต่ถ้าจะพูดตรงๆ ท่านเป็นพระถ้าใครมาทำบุญก็คงสนทนาตามปกติ

ทักษิณหาประโยชน์จากท่านมากกว่าทำนองว่า

ใครรักสมเด็จฯต้องชอบทักษิณอะไรงี้

ความชั่วแบบนี้นายเหลี่ยมมีเป็นปกติ

พระรูปใดปฎิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์

รูปนั้นย่อมมีความสามารถในการแสดงธรรม

พิสูจน์ด้วยตัวเองเถอะครับ

รับรองด้วยหัวที่ไร้ค่าของผม
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #4 เมื่อ: 13-09-2008, 21:03 »

รู้สึกว่าสมเด็จพระสังฆราชบอกว่าเป็นเรื่องของทางมหานิกาย ให้จัดการกันเอาเองไม่ก้าวก่าย ถือว่าวินิจฉัยเสร็จแล้ว เรื่องเลยดองอยู่แบบนี้ แต่ที่แปลกก็คือชาวพุทธบางพวกกลับใช้เรื่องทางโลกไปตัดสินเรื่องทางธรรมนี่สิยิ่งแปลก
บันทึกการเข้า
ผา หล่มสัก
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162



« ตอบ #5 เมื่อ: 13-09-2008, 21:14 »

เห็นเขาว่ากันว่า วัดนี้ห้ามนักข่าวเข้าไปทำข่าว...

ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหนครับ...
บันทึกการเข้า
\(^_^)/
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 617



« ตอบ #6 เมื่อ: 13-09-2008, 21:51 »

เห็นเขาว่ากันว่า วัดนี้ห้ามนักข่าวเข้าไปทำข่าว...

ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหนครับ...


  อย่าว่าแต่ "นักข่าว" เรย..คู้นนน..
แค่ประชาชนธรรมดาสามัญ "ถือกล้อง" เดินเข้าไปในบริเวณ..
"วัดจานบิน" เด่วพวกลูกสมุน "โล้น" ห่มเหลือง..ก็จะออกมา "สั่ง"..
ห้ามถ่ายรูป..แถมเวลาเข้าออกจะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินตรวจตรา..
หยั่งก่ะ "ป้อม" ปราการ..นี่มันสถานที่ "อะไรวะ"..ถ้าเป็นวัดวาอาราม
คนจะเข้าจะออกมันเป็นที่ "สาธารณะ" ไม่ใช่หรือไง?? กิจกรรมสงฆ์..
และวิธีปฏิบัติธรรมของไอ๋พวก "โล้น" ห่มเหลือง..พวกนี้มันมิอาจเปิดเผย..
ต่อชาวโลกหรือไง(วะ) มันมีลับลมคมในอะไรกันในนั้นป่าวก็ไม่รู้ได้..
คิดดูอีกที..อาจเป็นแหล่ง "ซ่องสุม" หรือ "ซ่องโจร" หรือสถานที่..
"ฟอกเงิน" ของพวกนักการเมืองหรือ "มิจฉาชีพ" หรืออะไรอีกสารพัด "ก็..แหล่ว..แต๋"
เป็นไปได้ป่าวว่า..การ "ปฏิรูปการเมืองครั้งนี้" หากสำเร็จ..ขอให้บรรจุ "กฏหมาย"..
สำหรับใช้ตรวจสอบ "วัดจำพวกนี้" ให้ "เข้มข้นเด็ดขาด" ไปเลยจะดีไหมๆๆๆๆๆๆๆ


อ้างถึง


  เราไม่อยากซื้อหน่ะ ถูกผู้จัดการบังคับให้ซื้อพระธรรมกายประจำตัวของวัดพระธรรมกายค่ะ องค์ละ 15,000 บาท ผู้จัดการอ้างว่า " ถูกแล้ว 15,000 คนอื่นเช่าแพงกว่านี้อีก บุญกุศลถ่วมท้นแรงจริง ๆ แล้วพวกเราจะได้ไปสวรรค์ระดับดุสิตบุรีย์พร้อม ๆ กัน ที่นั้นมีแต่พระโพธิสัตย์และพระอรหันตร์ เป็นแดนสุขสวดีที่เป็นอมตะ ฯลฯ " อะไรก็ไม่รู้ ชอบเพ้อแบบนี้ทุกวัน โดยหักจากเงินเดือน เดือนละ 1,000 บาท ซื้อแล้วเก็บใว้ในเจดีย์ ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนมากค่ะ เริ่มหักเงินเดือนสิ้นปีนี้ประเดิมคนละ 1000 บาท แต่พูดไม่ออก เดี๋ยวซวย ทำยังไงดีค่ะเดือนร้อนมากค่ะ      
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-09-2008, 21:59 โดย \(^_^)/ » บันทึกการเข้า

 
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« ตอบ #7 เมื่อ: 14-09-2008, 00:00 »

ข่าว : มติชน-ข่าวสด
13 มกราคม 2550



สมเด็จเกี่ยวส่งพระครูอรรถเมธีเชียร์ทักษิณกลับมาใหญ่

งานทำบุญพรรคไทยรักไทย

 
นายจาตุรนต์ ฉายแสง
หน.พรรคไทยรักไทย ในงานทำบุญพรรค
 

 


อ้างถึง
ดับเบิ้ลแสตนดาร์ด

       ปีกลายมีพระรับนิมนต์ไปขึ้นเวทีพันธมิตรสนทนาเรื่องจริยธรรมของผู้นำ พระรูปนั้นถูกอธิบดีกรมการศาสนาออกมาอัดว่าต้องลงโทษฐานทำผิดคำสั่งมหาเถร แต่ปีนี้พระลูกวัดสระเกศ ของสมเด็จเกี่ยว รับกิจนิมนต์ไปเทศน์เชียร์ทักษิณถึงพรรคไทยรักไทย ก็เป็นการเมืองล้วนๆ ไม่เห็นผู้มีอำนาจวาสนาหน้าไหนออกมาวิจารณ์ กลัวตกงานหรือไงไม่ทราบ นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนาว่าไง หรือว่าถ้าเป็นพระวัดสระเกศสามารถเทศน์ได้ไม่จำกัดลีลา แต่ถ้าเป็นวัดอื่นก็จะโดนดี นี่หรือคือมาตรฐานการปกครองของคณะสงฆ์ไทย ว่าแต่เขาอีเหนาเป็นเองซะเรื่อย เฮ้อ...

http://www.alittlebuddha.com/News%202007/January%2007/03%20January%2007.html
     

พระวัดสระเกศประกาศตัวเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคได้นิมนต์พระครูอรรถเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ มาปาฐกถาธรรม โดยพระครูอรรถเมธีกล่าวตอนหนึ่งว่า จากที่ได้พบปะชาวพุทธที่อยู่ในยุโรป ต่างเรียกร้อง อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาดูแลบ้านเมือง เพราะประเทศไทยกำลังมีปัญหา รัฐบาลที่ผ่านมาได้สร้างผลงานจนเป็นที่ยอมรับ ทั้งเรื่องการทำนุบำรุงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพวกท่านเคยผ่านการบริหารบ้านเมืองมาแล้ว รู้ว่าอะไรถูกผิด ก็ไม่อยากแนะนำอะไรมาก วันนี้ต้องการทำบุญเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ก็อยากจะให้พวกเราช่วยกันแก้ปัญหาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลับมาดังเดิม ต้องช่วยกันขจัดสิ่งไม่ดีที่มีอยู่ในขณะนี้ออกไป ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม

       "อาตมาได้รับฝากจากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(สมเด็จเกี่ยว)มาว่า พวกท่านต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในต่างจังหวัดทุกคนก็พร้อมสนับสนุนให้อดีตนายกฯมาทำงาน ยังต้อนรับพรรคไทยรักไทยเหมือนเดิม และยังเป็นแฟนคลับให้การสนับสนุนพวกท่าน ส่วนตัวอาตมาเองก็รักพรรคไทยรักไทยเหมือนกัน ขอให้อดทน มีสติมั่นคง มีความเพียรจัดการกับปัญหาบ้านเมืองให้ไปในทิศทางที่ดี เพื่อรักษา 3 สถาบันหลักของชาติให้อยู่คู่โลกใบนี้ชั่วกัลปวสาน" พระครูอรรถเมธีกล่าว

       ผู้สื่อข่าวรายงานในการทำบุญเลี้ยงพระเช้า พรรคไทยรักไทยได้นิมนต์พระครูอรรถเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ มาแสดงธรรม โดยพระครูอรรถเมธีเทศนาตอนหนึ่งว่า "..จากการที่ได้ไปพบปะชาวพุทธที่อยู่ในยุโรป ต่างเรียกร้องอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดูแลบ้านเมือง เพราะประเทศไทยกำลังมีปัญหา และที่ผ่านมาได้สร้างผลงานจนเป็นที่ยอมรับหลายเรื่อง เมื่อวันนี้ต้องการทำบุญเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ก็อยากจะให้พวกเราช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลับมาเหมือนเดิม ช่วยกันขจัดสิ่งไม่ดีที่มีอยู่ออกไป.."

     "ฟ้าใสเมื่อไหร่ ขอให้รู้ไว้ว่าชาวบ้านต่างจังหวัดทุกคนยังเป็นแฟนคลับ พร้อมสนับสนุนพรรคไทยรักไทยเหมือนเดิม" พระครูอรรถเมธีกล่าว พร้อมมีเสียงปรบมือของสมาชิกพรรคดังขึ้นและเสียงสาธุตามมา จากนั้นนายสุธรรมได้ลุกขึ้นกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า "พิธีศาสนาครั้งนี้เป็นโอกาสดี ที่เราได้มาพบหน้ากัน.."

     หลังการเทศนา นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล พร้อมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักไทยหลายคนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พระครูฯเทศน์ดี น่าจะนำไปเผยแพร่ และถามผู้สื่อข่าวว่าบันทึกเทปไว้หรือไม่ ถ้าไม่ได้บันทึกไว้ จะหาเทปมาให้นำไปฟังและเผยแพร่

 

ข่าว : มติชน-ข่าวสด
13 มกราคม 2550


 http://www.komchadluek.net/2007/01/12/k001_81686.php?news_id=81686
 



*  (70.96 KB, 380x259 - ดู 2681 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-09-2008, 00:03 โดย oho » บันทึกการเข้า
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« ตอบ #8 เมื่อ: 14-09-2008, 10:31 »

 


*  (7.64 KB, 150x218 - ดู 2147 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
banana_dot
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 187



« ตอบ #9 เมื่อ: 14-09-2008, 11:04 »

วัดธรรมกายมีรายการเป็นของตัวเองผ่านเคเบิ้ลด้วยน่ะครับพี่น้อง...TV for you
วัดสามารถทำได้ด้วยเหรอครับ...
บันทึกการเข้า

-"ภาพแห่งความทรงจำ แม้จะเลือนรางไปตามการเวลา หากแต่เป็นเรื่องที่มีคุณค่าทางจิตใจ ย่อมจะย้อนกลับมาทำให้มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงเสมอ "
คังดิกคู
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 180


คังดิกคูชื่นชมนายกทักษิณ เกลียดอันธพาลทางเวบบอร์ด


« ตอบ #10 เมื่อ: 14-09-2008, 11:26 »

อ้อ ว่าธรรมกายไม่พอ ตอนนี้จะลามมาหาสมเด็จเกี่ยวกันแล้วใช่ไหม

เลวจริงๆ ไปเลยไป ไปนับถือ ไอ้พวกที่แยกตัวจากมหาเถรสมาคม เรียกตัวเองว่าสมณะ ไม่โกนคิ้ว กล้าประกาศว่าตัวเองตรัสรู้แล้ว ตอนยืนฉี่บนโถส้วม

ไปๆๆๆๆ ไปเลย ไปอยู่ในลัทธิอโศกเลยไป๊

วันข้างหน้ามันจะจับพวกเอ็งใส่ม่อฮ่อม กันทุกคน 
บันทึกการเข้า

อย่าเกลียดนายก จนทำลายชาติของตัวเอง
อย่าหลงตัวเองว่าตัวเอง รู้ข้อมูลดีกว่าคนที่รักนายก
อย่าใช้ชีวิตอยุ่ด้วยสำรอกความเกลียดทางเวบบอร์ด
ชีวิตจะเป็นสุข นะจ๊ะ ไม่อยากสีซอให้ฟังบ่อย ๆ
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #11 เมื่อ: 14-09-2008, 11:36 »

อ้าวววว มีเอเลี่ยน
สมาชิกลัทธิจานบินมาป่วนอีกแล้ว
โอ๊ยยยย แตะไม่ได้เลยนะเนี่ย
แตะปุ๊บส่งสัญญาณ กระดิกนิ้วเรียก พวกเอเลี่ยนมาป่วนเชียว

 

บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #12 เมื่อ: 14-09-2008, 12:30 »

วัดธรรมกายนี่ ผมว่าตอนนี้แตะต้องลำบาก
เพราะเส้นสายเยอะ และมี ไทยรักไทยหนุน
อีกทั้งก็มีประชาชนจำนวนมาก ที่โดนกล่อมจนหลง วัดธรรมกาย
ตอนนี้ต้องกำจัดระบอบทักษินก่อน ค่อยมีเวลาไปยุ่งกับ วัดธรรมกาย
บันทึกการเข้า

iyen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158



« ตอบ #13 เมื่อ: 14-09-2008, 12:36 »

ขอบคุณมาก ๆ เลยกั๊บสำหรับข้อมูล ต้องเก็บไว้เป็นแฟ้มเลยล่ะ
ถ้ามีอีกเอามาฝากอีกน๊ะ 
ถือว่าทำบุญ ช่วยเหลือสาวกจานบินให้หูตาสว่างขึ้นบ้าง 
บันทึกการเข้า

คนพาล เวลาทำชั่ว หาสำนึกถึงผลของมันไม่
E-pen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #14 เมื่อ: 15-09-2008, 16:04 »

แก๊งจานบินธรรมโกย มันหลุดคดี เพราะแก๊งอัยการ อสส. ไม่ส่งคดีฟ้องศาล
ไม่สั่งฟ้องเหลือบโล้นห่มเหลืองธัมโม๊ะไชโย


 


*  (37.33 KB, 400x400 - ดู 2399 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 15-09-2008, 16:25 »

มันเกี่ยวอยู่กับลัทธจานบิน นิกายอวกาศยาน

 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
\(^_^)/
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 617



« ตอบ #16 เมื่อ: 15-09-2008, 16:51 »

อ้อ ว่าธรรมกายไม่พอ ตอนนี้จะลามมาหาสมเด็จเกี่ยวกันแล้วใช่ไหม

เลวจริงๆ ไปเลยไป ไปนับถือ ไอ้พวกที่แยกตัวจากมหาเถรสมาคม เรียกตัวเองว่าสมณะ ไม่โกนคิ้ว กล้าประกาศว่าตัวเองตรัสรู้แล้ว ตอนยืนฉี่บนโถส้วม

ไปๆๆๆๆ ไปเลย ไปอยู่ในลัทธิอโศกเลยไป๊

วันข้างหน้ามันจะจับพวกเอ็งใส่ม่อฮ่อม กันทุกคน 

เห่ย..ไอ้ "ควาย"..เอ็งซื้อ "วัตถุมงคล"..
อย่างเช่น "สร้อยข้อมือ กำไลข้อเท้า..ของชาวสวรรค์"..
ยัง(วะ)??รีบๆซื้อ "บุญล่วงหน้า" นะโว้ยย..
เด๋ว..ตายห่ะ??.ไป..จาได้นำไปใช้ใน "ชาติหน้า"..บนสวรรค์.
กร้ากกก...!!!   


 
บันทึกการเข้า

 
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #17 เมื่อ: 15-09-2008, 17:07 »

อยากถามเหมือนกันว่า ไม่โกนคิ้วแต่ประพฤติตนในกรอบ กลับโกนคิ้วแล้วบอกให้ชาวโลกรู้ว่าบุญนั้นผ่อนได้ อย่างไหนลวงโลก ทั้งสองนิกายยังไม่ไดการรับรองนะครับ ไม่ต้องแถไปไกล

เอาสองข้อนี้เปรียบกันก้พอ สาธุ
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
Bo.
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 106



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 15-09-2008, 17:28 »

คริคริ
ถวายส้มตำปู จะได้สร้อยอัญมณีรูปปูน้อย

 

คิดได้ไงเนี่ย
บันทึกการเข้า

You can't walk no line.
Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« ตอบ #19 เมื่อ: 15-09-2008, 17:53 »

ปัญหาคือ

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดน สมเด็จญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช วินิจฉัยแล้ว ว่า อาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระ

ส่วน สมเด็จเกี่ยวฯ

ก็โดน พระป่ากรรมฐานฝ่ายธรรมยุติ และ มหานิกาย จำนวนสามหมื่นรูป ประชุมสงฆ์ ปรับอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ กรณีสมรู้ร่วมคิดกับนายวิษณุ เครืองาม ยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราชฯ

สองท่านนี้ หากถือ ตามพระธรรมวินัย ก็ไม่มีผู้ใดเป็นพระ ทั้งสิ้น ทั้ง เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ สมเด็จเกี่ยวฯ
บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #20 เมื่อ: 15-09-2008, 19:23 »

ปัญหาคือ

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดน สมเด็จญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช วินิจฉัยแล้ว ว่า อาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระ

ส่วน สมเด็จเกี่ยวฯ

ก็โดน พระป่ากรรมฐานฝ่ายธรรมยุติ และ มหานิกาย จำนวนสามหมื่นรูป ประชุมสงฆ์ ปรับอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ กรณีสมรู้ร่วมคิดกับนายวิษณุ เครืองาม ยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราชฯ

สองท่านนี้ หากถือ ตามพระธรรมวินัย ก็ไม่มีผู้ใดเป็นพระ ทั้งสิ้น ทั้ง เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ สมเด็จเกี่ยวฯ

เดี๋ยวก่อน...

ปรับอาบัติปาราชิกในฐานไหนหรือครับ พอดีผมไม่ได้ติดตามข่าวนี้มาตั้งแต่แรก


บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
น้องแบ๊งค์เองครับ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 800


« ตอบ #21 เมื่อ: 15-09-2008, 19:31 »

สมเด็จเกี่ยวท่านรับนิมนต์ไปเปิดแพรป้ายร้านรับนิมนต์ครั้งนึงเป็นแสนนะครับ ลูกศิษย์กับญาติๆท่านขับเบนซ์500 ทุกคน
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #22 เมื่อ: 15-09-2008, 19:38 »

เดี๋ยวก่อน...

ปรับอาบัติปาราชิกในฐานไหนหรือครับ พอดีผมไม่ได้ติดตามข่าวนี้มาตั้งแต่แรก



น่าจะเป็นกรณีธัมมี่มากกว่าเรื่องยักยอกทรัพย์ แม้โจกท์จะไม่เอาความแต่ความผิดได้สำเร็จไปแล้วครับ แต่ชาวพุทธบางคนกลับใช้กฎทางโลกไปตัดสินกฎทางธรรมครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2008, 19:40 โดย ฟัักแม้ว » บันทึกการเข้า
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #23 เมื่อ: 15-09-2008, 19:41 »

ยักยอกทรัพย์ไงครับ แม้โจกท์จะไม่เอาความแต่ความผิดได้สำเร็จไปแล้วครับ แต่ชาวพุทธบางคนกลับใช้กฎทางโลกไปตัดสินกฎทางธรรมครับ


อ๋อ ผมหมายถึงกรณีสมเด็จเกี่ยวฯ น่ะครับ เพราะเห็นเขียนไว้ว่าปรับปาราชิก "ในกรณีสมรู้ร่วมคิดยึดอำนาจพระสังฆราช"

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #24 เมื่อ: 15-09-2008, 19:52 »

อ๋อ ผมหมายถึงกรณีสมเด็จเกี่ยวฯ น่ะครับ เพราะเห็นเขียนไว้ว่าปรับปาราชิก "ในกรณีสมรู้ร่วมคิดยึดอำนาจพระสังฆราช"


งั้นคงเป็นเรื่องยึดเอาสิทธิกระมังครับ เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้ยกให้ซะหน่อยนี่ครับ ส่วนเรื่องสังฆเภทนั้นคงได้แค่สังฆาทิเสส
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2008, 20:08 โดย ฟัักแม้ว » บันทึกการเข้า
นักปฏิวัติ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #25 เมื่อ: 17-09-2008, 00:58 »

เข้ามาอุ่นเครื่อง ประเด็นนี้ และขอบคุณ เจ้าของกระทู้ สำหรับข้อมูลครับ
บันทึกการเข้า

"สุดยอดกลยุทธ์ คือชนะโดยไม่ต้องรบ" ซุนวู

"ผู้นำชั้นเลิศนั้น เพียงแต่เป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตนอยู่
ชั้นรองลงมา เป็นที่รักและสรรเสริญ
ชั้นรองกว่านั้น เป็นที่เกรงกลัวและเกลียดชัง" เหล่าจื๊อ เต้าเต๋อจิง
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 17-09-2008, 09:35 »

ปัญหาคือ

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดน สมเด็จญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช วินิจฉัยแล้ว ว่า อาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระ

ส่วน สมเด็จเกี่ยวฯ

ก็โดน พระป่ากรรมฐานฝ่ายธรรมยุติ และ มหานิกาย จำนวนสามหมื่นรูป ประชุมสงฆ์ ปรับอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ กรณีสมรู้ร่วมคิดกับนายวิษณุ เครืองาม ยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราชฯ

สองท่านนี้ หากถือ ตามพระธรรมวินัย ก็ไม่มีผู้ใดเป็นพระ ทั้งสิ้น ทั้ง เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ สมเด็จเกี่ยวฯ

เข้ามาบอกว่า รอข้อมูลเพิ่มเติมกรณีนี้เหมือนกันครับ

แต่ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยว กับ วิษณุ ร่วมมือกันพยายามให้พระสังฆราชฯ เซ็นแต่งตั้งเกี่ยวเป็นพระสังฆราชฯ แทน ตอนนที่องค์พระสังฆราชฯ ทรงประชวร

ไม่ทราบว่าถูกต้องไม๊ครับ
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #27 เมื่อ: 17-09-2008, 14:07 »

เข้ามาบอกว่า รอข้อมูลเพิ่มเติมกรณีนี้เหมือนกันครับ

แต่ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยว กับ วิษณุ ร่วมมือกันพยายามให้พระสังฆราชฯ เซ็นแต่งตั้งเกี่ยวเป็นพระสังฆราชฯ แทน ตอนนที่องค์พระสังฆราชฯ ทรงประชวร

ไม่ทราบว่าถูกต้องไม๊ครับ
http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=125
http://larndham.net/index.php?s=5df4826701607ede7cafd745eeca2d8a&showtopic=11707&st=0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2008, 14:10 โดย ฟัักแม้ว » บันทึกการเข้า
E-pen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #28 เมื่อ: 17-09-2008, 14:22 »

อ้างถึง
[size=12t]เข้ามาบอกว่า รอข้อมูลเพิ่มเติมกรณีนี้เหมือนกันครับ

แต่ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยว กับ วิษณุ ร่วมมือกันพยายามให้พระสังฆราชฯ เซ็นแต่งตั้งเกี่ยวเป็นพระสังฆราชฯ แทน ตอนนที่องค์พระสังฆราชฯ ทรงประชวร

ไม่ทราบว่าถูกต้องไม๊ครับ[/size]

สมเด็จพระสังฆราช พระชนมายุ 96 ปี แล้วครับ อายุเกือบ 100 ปีแล้วนะครับ

อาจมีบ้างเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มากับโรคคนแก่ครับ

แต่จะกล่าวหาว่า อาพาธจนปฏิบัติงานไม่ได้เลยนั้น ไม่น่าจะเป็นความจริงครับ

เพราะล่าสุด สมเด็จพระสังฆราช ก็ยังเคยออกมาอ่านคำอวยพรให้ประชาชน ที่หน้าโทรทัศน์ได้เลยครับ

แม้ว่าเสียงพูดจะไม่ค่อยชัด  แต่นั่นก็เป็นเพราะสาเหตุอายุเกือบ 100 ปี แล้วนะครับ.. ไม่ใช่ป่วยครับ


 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2008, 14:24 โดย E-pen » บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #29 เมื่อ: 17-09-2008, 14:50 »

ตอนนี้ธรรมกายกำลังเข้ายึดครอง วงการสงฆ์ ปีปีหนึ่งเขาสอนเด็กในสังกัดให้ได้ ปธ9 จำนวนมาก

เพื่อที่จะเข้าครอบครองในอนาคต

พวกเราคอยดูแล้วกัน
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
น้องแบ๊งค์เองครับ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 800


« ตอบ #30 เมื่อ: 18-09-2008, 16:37 »

 
บันทึกการเข้า
mr.g
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188



« ตอบ #31 เมื่อ: 18-09-2008, 17:37 »

ตอนนี้ธรรมกายกำลังเข้ายึดครอง วงการสงฆ์ ปีปีหนึ่งเขาสอนเด็กในสังกัดให้ได้ ปธ9 จำนวนมาก

เพื่อที่จะเข้าครอบครองในอนาคต

พวกเราคอยดูแล้วกัน



เด็กพวกนั้นแหละครับ ที่ใช้อินเตอร์เน็ทเป็นเครื่องมือ เข้าไปอาศํยเวปบอร์ดการเมืองตามที่ต่างๆ
โจมตี สมเด็จพระสังฆราช โจมตีหลวงตา มหาบัว บางคนเหิมเกริมถึงขนาดจาบจ้วงไปถึงในหลวงและสมเด็จพระราชินี
เอาเถอะครับ พูดมากเดี๋ยวจะโดนลบเสียอีก ความจริงบางครั้งเอามาพูดกันตรงๆโต้งๆกันมันก็ไม่ได้
 
บันทึกการเข้า

ถ้าหากเห็นพ้องต้องตรงกันว่า อธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงของสถาบัน
มาเหนือ ก่อน "พรรค" "พวก"และ "ตัวบุคคล" ความแตกแยกจะไม่บังเกิด


egoman
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120



« ตอบ #32 เมื่อ: 18-09-2008, 18:03 »

ผมมีเพื่อนอยู่ คน นะ เขาเป็นพวกนับถือ ธรรมกาย เขาหาว่าผมเป็น
บัวไต้นำนะจ๋ะ เพราะไม่บริจาค เงินทองให้เขา นะจ๋ะ

ตกลงผมคงเป็นพวกบัวไม่ผุดไม่เกิดแล้ว นะจ๋ะ ทั้งที่ผมจะไม่มีแด.... นี้นะจ๋ะ

ผมคงไม่ได้ขึ้นสวรรค แล้ว ใช่ใหมท่าน ไชยโย นะจ๋ะ   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: