ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
05-08-2020, 01:39
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ณ ทางสามแพร่ง เหล่าทาสจึงแปรทาส 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ณ ทางสามแพร่ง เหล่าทาสจึงแปรทาส  (อ่าน 576 ครั้ง)
ผู้ใหญ่อี๊ด
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167



« เมื่อ: 11-09-2008, 10:25 »

สถานการณ์การเมือง ณ วันนี้ กันยายน 2551 พลพรรคพลังทาสเดินมาถึงทางสามแพร่งแล้ว ทางที่หนึ่งคือทางที่เดินมา ข้างหน้ามีอยู่สองแพร่ง ถึงตอนนี้นายทาสสั่งให้แปรทาส ปฏิบัติการเล่นแร่แปรธาตุ โดยใช้ธาตุเงินเป็นสื่อเพื่อแปรธาตุจากพลังทาสหนึ่งเดียวเป็นสองส่วนแยกไปกลุ่มละทางกลุ่มละแพร่ง ก่อนที่พลังทาสจะแตกเป็นเสี่ยงๆหาชิ้นส่วนรวมธาตุและทาสไมได้จากการยุบพรรคและจากแรงกดดันทางการเมืองในขณะนี้
แพร่งที่หนึ่งแยกไปพรรคเพื่อทาสตั้งอยู่หัวเมืองฝ่ายเหนือ เพื่อเตรียมโพร์แมนทาสคนใหม่ตั้งเป็นนายกฯทาสคนใหม่ แพร่งนี้อาจพลาดท่าเสียทีเสียรังวัดให้หัวเมืองสุพรรณ
แพร่งที่สองโดยการนำของพลังทาสฝ่ายอิสานเพื่อกระจายตัวไปแฝงอยู่ตามพรรคต่างๆพรางตัวไว้เพื่อรวบรวมเสียงไปมอบให้ประชาธิปัตย์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล โดยให้เพื่อทาสเป็นฝ่ายค้าน แต่ทาสส่วนหนึ่งยังร่วมกุมอำนาจรัฐไว้ได้อยู่ เพื่อกลับมารวมธาตุและรวมทาสอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ทั้งสองแพร่งนี้ จะทำให้เป้าของ พธม.ส่ายไปมา ยิงปิดยิงพลาดจนเป็นเหตุให้ตัดสินใจบอม(หรืออะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่สามรถคาดได้) แต่การแยกสองแพร่งนี้มีข้อดีอย่างนึง คือ นปก.หรือ นปช.ก็อาจสลายหรือแยกตามไปด้วย การสั่งการไม่มีเอกภาพและอ่อนแอร่วงโรยไปในที่สุด และจะก่อเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อรวมทาสได้หลังการเลือกตั้ง

หากถึงขณะและขนาดนั้นแล้วถือว่า บ้านเมืองได้ก้าวข้ามบึงจรเข้ได้ขอบหนึ่งแล้ว หมายถึงทุกฝ่ายรวมทั้ง พธม.ด้วย หลังจากนั้นจึงจะทำการเมืองใหม่ได้ พูดง่ายๆคือเมื่อทุกฝ่ายก้าวออกจากดงควันปืนแล้วจึงจะมองเห็นหน้ากัน ตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็เรียกร้องและต้องการสิ่งใหม่ในทางการเมือง โดยเฉพาะประชาชนจะพิจารณาวิถีการเมืองใหม่หลังจากที่ผ่านความบอบช้ำอย่างสาหัส การเมืองใหม่ที่ประชาชนเข้าใจและเป็นประชาธิปไตยจริงๆจังๆ การเมืองที่เข้าถึงได้โดยประชาชนทุกขณะจิต การเมืองที่หลากหลายกลุ่มตัวแทนในสภาฯ มากว่าตัวแทนจำนวนนับประชากรในพื้นที่เขตอย่างเดียว แต่สภารูปแบบใหม่อาจจะมีตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ กลุ่มกิจกรรม กลุ่มต่างสถานะ กลุ่มศาสนาและความเชื่อ ที่แม้ความจริงแล้วก็เป็นประชากรของชาติที่แทรกและอาศัยอยู่ในแต่ละเขตเลือกตั้งเดิมก็ตาม

เชื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน
ทางวิทยาศาสตร์บอกว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตามเวลาและอุณหภูมิ
ทางพุทธบอกว่าสรรพสิ่งในจักรวาลย่อมเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา(อุณหภูมิคือส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง)
ตอนนี้บ้านเมืองเราก็มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิทางสังคมการเมืองอย่างร้อนแรง
เวลาที่ผ่านพ้นในแต่ละวันมาก็ได้บ่งบอกความเป็นไปอย่างชัดเจนอยู่แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางการเมืองอยู่ทุกวัน แล้วเราจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
จงร่วมกันปลี่ยนแปลงซะเถอะ หากเปลี่ยนไม่ได้ควรเลือกปรับปรุงให้เหมาะสมกับบ้านเมืองและกาลเวลา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: