ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-08-2020, 12:58
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ==โพลล่าสุด กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล มากกว่า กลุ่มสนับสนุนแล้ว ครับ== 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
==โพลล่าสุด กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล มากกว่า กลุ่มสนับสนุนแล้ว ครับ==  (อ่าน 936 ครั้ง)
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« เมื่อ: 09-09-2008, 12:55 »

แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่เกือบ 60% จะเลือกเป็นกลาง (มีค่าเป็นศูนย์  Very Happy)

แต่ตอนนี้เสียงที่ตัดสินใจชัดเจนไม่สนับสนุนรัฐบาล มีมากกว่า สนับสนุน
อยู่ที่ 20.5% ต่อ 19.6% และผมไม่ถือว่าพวกเป็นกลางคือพวกสนับสนุน
สรุปว่าตามโพลมีคนกรุงเอาด้วยกับรัฐบาลแค่ 19.6% แล้วครับ 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอแบคโพลล์: ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อการปกครองแบบประชาธิปไตยในท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมือง
เอแบคโพลล์ -- จันทร์ที่ 8 กันยายน 2008 10:54:08 น.
http://www.ryt9.com/news/2008-09-08/42771046/

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง
ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อการปกครองแบบประชาธิปไตยในท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมือง
กรณีศึกษาประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 2,005 ราย ระยะเวลาดำเนิน
โครงการระหว่าง 1 — 6 กันยายน 2551

         ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ถูกศึกษาหรือร้อยละ 74.3 ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเป็นประจำทุกวัน
หรือเกือบทุกวัน และเมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อการปกครองแบบประชาธิปไตย แม้มีความขัดแย้งรุนแรงทางการเมือง
ในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.9 เชื่อมั่นมาก ในขณะที่ร้อยละ 12.0 เชื่อมั่นปานกลาง และร้อยละ 22.1 เชื่อมั่นน้อย

         นอกจากนี้ เมื่อถามถึงการเตรียมรับปัญหาขัดแย้งที่อาจรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วยการกักเก็บอาหาร ข้าวของเครื่องใช้
ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.0 ไม่มีการเตรียมตัวอะไร ในขณะที่ร้อยละ 12.0 ได้เตรียมเอาไว้แล้ว

         ดร.นพดล กล่าวว่า ผลสำรวจที่ค้นพบเช่นนี้ อาจเป็นไปได้อย่างน้อย 3 สาเหตุคือ สาเหตุแรก คือ  ประชาชนยังคงเชื่อมั่นว่า
สถานการณ์การเมืองต่างๆ จะสามารถคลี่คลายลงไปได้ตามระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติและสงบสุข สาเหตุที่สอง คือ คนไทย
อาจมีปัญหาเรื่องกำลังซื้อในช่วงสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในขณะนี้ และสาเหตุที่สาม คือ เป็นไปได้ว่า ที่คนไทยยังไม่เตรียมตัวอะไร
เพราะเป็นลักษณะปกติของคนไทยที่ไม่ค่อยตระเตรียมวางแผนอะไรล่วงหน้า ถ้าสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ ยังไม่เกิด

         ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจพบว่า ระยะเวลาเฉลี่ย ที่ประชาชนได้อธิษฐานภาวนาขอให้ปัญหาขัดแย้งทางการเมือง
ได้ข้อยุติอยู่ที่ 18.40 วันหรือประมาณสองสัปดาห์ข้างหน้า โดยจะเห็นได้ว่าประชาชนได้ไตร่ตรองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
คงจะไม่สามารถยุติลงได้ในระยะเวลาเพียงวันหรือสองวันนี้

         นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ หลายคนอาจเห็นได้ว่า ฝ่ายรัฐบาลก็มักจะอ้างว่ามีเสียงสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่
และฝ่ายไม่สนับสนุนรัฐบาลก็อาจอ้างเสียงคนส่วนใหญ่ แต่ผลสำรวจในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ
และเป็นพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้ง พบว่า คนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.9 ขออยู่ตรงกลาง หรือเป็นพลังเงียบ ในขณะที่
กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ร้อยละ 19.6 และกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ร้อยละ 20.5 ของตัวอย่างที่ถูกศึกษา ซึ่งในทางสถิติ
ถือว่าไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มสนับสนุนและไม่สนับสนุน และไม่ถือว่าเป็นเสียงของคนส่วนใหญ่ แต่เสียงของคนส่วนใหญ่
ในช่วงเวลาที่มีเหตุขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองปัจจุบันกลับเป็นกลุ่มประชาชนที่ไม่ต้องการเลือกข้าง

         ประเด็นสำคัญสุดท้ายคือ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบันนี้ ผลสำรวจพบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.1 ระบุต้องไม่ใช้ความรุนแรง และเป็นประชาธิปไตย ในขณะที่ร้อยละ 8.2 ระบุใช้ทุกวิถีทาง
จัดการขั้นเด็ดขาด และร้อยละ 6.7 ไม่มีความเห็น ตามลำดับ

         ดร.นพดล กล่าวว่า ผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นต่อการปกครองแบบประชาธิปไตย ถึงแม้อยู่
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ขัดแย้งรุนแรงทางการเมือง และยังไม่มีการตระเตรียมตัวกักเก็บอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนอะไร
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเฉลี่ยที่ประชาชนได้อธิษฐานภาวนาขอให้ปัญหาขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงได้ข้อยุติอยู่ประมาณ
สองสัปดาห์ข้างหน้า และผลสำรวจยังพบด้วยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเลือกข้าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล
หรือฝ่ายต่อต้านรัฐบาล จึงเป็นข้อมูลให้สาธารณชนได้พิจารณาไตร่ตรองข้อมูลที่ค้นพบครั้งนี้ตามความเป็นจริง เพื่อไม่อ้าง
จำนวนของประชาชนไปสร้างความชอบธรรมของฝ่ายตนเองในการใช้อำนาจเข้าทำร้ายกัน

         ผ.อ.เอแบคโพลล์ กล่าวต่อว่า ทางออกที่ดีที่สุดในทรรศนะของสาธารณชนในงานวิจัยครั้งนี้คือ ต้องไม่ใช้ความรุนแรง
และต้องเป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ทางสำนักวิจัยฯ ได้คอยเฝ้าระวังสำรวจเก็บข้อมูลอารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชน
อย่างใกล้ชิด เพราะหวั่นว่า ความเบื่อหน่ายและตรึงเครียดของอารมณ์ในหมู่ประชาชนอาจทำให้ต้องเรียกหาทางออกสุดท้าย
ที่เหลืออยู่ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและสร้างความเสียหายต่อประเทศในทุกๆ ด้าน


รายละเอียดงานวิจัย
วัตถุประสงค์และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการวิจัย
1.   เพื่อสำรวจความเชื่อมั่นของสาธารณชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อการปกครองแบบประชาธิปไตย
2.   เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งต่อไประเบียบวิธีการทำโพลล์

         โครงการสำรวจภาคสนามของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรื่อง ความเชื่อมั่นของสาธารณชน
ต่อการปกครองแบบประชาธิปไตยในท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมือง กรณีศึกษาประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 2,005 ราย ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่าง 1 — 6 กันยายน 2551 ประเภท
ของการสำรวจวิจัยครั้งนี้ คือ การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) กลุ่มประชากรเป้าหมาย คือ ประชาชนผู้มีสิทธิ
เลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่าง ได้แก่ การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายขั้น
และกำหนดลักษณะของตัวอย่างให้สอดคล้องกับประชากรเป้าหมายจากการทำสำมะโน ขนาดตัวอย่างที่ทำการสำรวจ
จำนวน 2,005 ตัวอย่าง ช่วงความเชื่อมั่นอยู่ในระดับร้อยละ 95 ขณะที่ขอบเขตความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดขนาด
ตัวอย่างอยู่ที่ +/- ร้อยละ 5 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ
การสัมภาษณ์ หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยได้ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของแบบสอบถามทุกชุด ก่อนนำเข้าวิเคราะห์ข้อมูล
และงบประมาณทั้งสิ้นเป็นของมหาวิทยาลัย โดยมีคณะผู้ดำเนินโครงการวิจัยทั้งสิ้น จำนวน 79 คน

ลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง
จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่างพบว่า
ตัวอย่าง   ร้อยละ 52.7 ระบุเป็นหญิง
ในขณะที่ ร้อยละ 47.3 ระบุเป็นชาย

ตัวอย่าง   ร้อยละ 6.8 ระบุอายุต่ำกว่า 20 ปี
              ร้อยละ 20.3 ระบุอายุระหว่าง 20-29 ปี
              ร้อยละ 24.1 ระบุอายุระหว่าง 30—39 ปี
              ร้อยละ 25.2 ระบุอายุระหว่าง 40—49 ปี
              และร้อยละ 23.6 ระบุอายุ 50 ปีขึ้นไป

ตัวอย่าง   ร้อยละ 73.9 ระบุจบการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี
              ร้อยละ 21.2 ระบุจบปริญญาตรี 
              และร้อยละ 4.9 ระบุจบสูงกว่าปริญญาตรี 
              ร้อยละ 32.7 ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว
              ร้อยละ 21.5 ระบุอาชีพรับจ้างทั่วไป
              ร้อยละ 10.3 ระบุเป็นข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ
              ร้อยละ 9.2 เป็นพนักงานบริษัทเอกชน
              ร้อยละ 8.2 เป็นนักเรียน/นักศึกษา
              และร้อยละ18.1 อื่นๆ  อาทิ แม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ผู้ว่างงาน และไม่ระบุ   
             

โปรดพิจารณาประเด็นสำคัญที่ค้นพบในตารางต่อไปนี้

ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ การติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
ลำดับที่   ความถี่ของพฤติกรรมติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชน   ค่าร้อยละ
    1                    ทุกวัน/ เกือบทุกวัน                                      74.3
    2                    3 — 4 วันต่อสัปดาห์                                    16.3
    3                    ไม่เกิน 1 — 2 วันต่อสัปดาห์                           9.4
                                รวมทั้งสิ้น                                           100.0

ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ความเชื่อมั่นต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
              แม้มีความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองในปัจจุบัน
ลำดับที่          ระดับความเชื่อมั่น          ค่าร้อยละ
   1                 เชื่อมั่นมาก                     65.9
   2                 ปานกลาง                      12.0
   3                 น้อย                             22.1
                    รวมทั้งสิ้น                     100.0

ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ การกักเก็บอาหาร ข้าวของเครื่องใช้
              เตรียมรับปัญหาขัดแย้งที่อาจรุนแรงเพิ่มขึ้น
ลำดับที่          การเตรียมตัว              ค่าร้อยละ
   1          ไม่มีการเตรียมตัวอะไร          88.0
   2          ได้เตรียมตัวแล้ว                 12.0
                 รวมทั้งสิ้น                      100.0

ตารางที่ 4 แสดงค่าเฉลี่ยของระยะเวลา ที่ตัวอย่างได้อธิษฐานภาวนาขอให้ปัญหาขัดแย้งทางการเมืองได้ข้อยุติ
ระยะเวลาเฉลี่ย(วัน)   จำนวนวันต่ำสุด     จำนวนวันสูงสุด     ค่าเบี่ยงเบน          แปลผล
     18.40 วัน                    1                        90                  18.447          ประมาณสองสัปดาห์ข้างหน้า

ตารางที่ 5 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ จุดยืนทางการเมืองล่าสุดในปัจจุบัน
ลำดับที่          จุดยืนทางการเมืองล่าสุดในปัจจุบัน   ค่าร้อยละ
   1              สนับสนุนรัฐบาล                            19.6
   2              ไม่สนับสนุนรัฐบาล                         20.5
   3              ขออยู่ตรงกลาง (พลังเงียบ)             59.9
                            รวมทั้งสิ้น                          100.0

ตารางที่ 6 แสดงค่าร้อยละของตัวอย่างที่ระบุ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน
ลำดับที่          ทางออกที่ดีที่สุด                          ร้อยละ
   1          ไม่ใช้ความรุนแรง เป็นประชาธิปไตย         85.1
   2          ใช้ทุกวิถีทาง จัดการขั้นเด็ดขาด                8.2
   3          ไม่มีความเห็น                                          6.7
                   รวมทั้งสิ้น                                       100.0

--เอแบคโพลล์--
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-09-2008, 13:24 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
May The Force Be With You
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 331


ขอพลังสถิตย์กับท่าน


« ตอบ #1 เมื่อ: 09-09-2008, 13:01 »

หมอเลี้ยบว่าไง  หรือว่าโพลล์เป็นอุปทานหมู่อีก 
บันทึกการเข้า

"เจไดที่ฉลาดมากๆ คนหนึ่งเคยบอกข้าไว้ว่าเราไม่จำเป็นต้องชนะ แต่เราต้องสู้"
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 09-09-2008, 13:12 »

ลองมาดูผลการเลือกตั้งผุ้ว่าราชการกทม.ครั้งล่าสุดนี้น่าจะวัดผลความนิยมจากรัฐบาลหรือปชป.ได้จากตัวแทนพรรคครับ

 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


shrine
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 84


« ตอบ #3 เมื่อ: 09-09-2008, 13:28 »

การที่คนไทยเราจะนิยมชมชอบพรรคการเมืองใดนั้น ยังไงก็คงจะไม่สำคัญเท่ากับการมีความเชื่อมั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ยึดถือเสียงข้างมากของประชาชนเป็นหลักหรอกนะครับ
บันทึกการเข้า
กบในเกาะกง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 41



« ตอบ #4 เมื่อ: 09-09-2008, 13:49 »

หมอเลี้ยบว่าไง  หรือว่าโพลล์เป็นอุปทานหมู่อีก 

ดูแล้วขำจริงๆพูดมาได้เหมือน AF
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #5 เมื่อ: 09-09-2008, 13:50 »

ฮ่าๆๆๆ...แต่ว่าพันธมารกลับปอดแหกไม่กล้าให้ชาวบ้านลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่กลับให้ชาวบ้านแค่30%..... มันบอกอะไรได้บ้างนอกจาก 'ความกลัวทำให้พวกมันเสื่อมงายยยยยย'
บันทึกการเข้า
shishamo
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 127


ผิดมั้ยที่เชียร์พันธมิตร เรื่องของช้าน...


« ตอบ #6 เมื่อ: 09-09-2008, 13:56 »

 

ของเลี๊ยบคือ อุปทานหมูหน้าหัก
บันทึกการเข้า

อยากเห็นอนาคตที่สดใส
shrine
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 84


« ตอบ #7 เมื่อ: 10-09-2008, 21:47 »

ต่อให้ประชาชนจะ ทิ้งพลังประชาชน ทิ้งท่านสมัคร ทิ้งท่านทักษิณ  ฯลฯ

ประชาชนนั้นก็ไม่เอา 70:30 อยู่ดี

บันทึกการเข้า
shrine
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 84


« ตอบ #8 เมื่อ: 10-09-2008, 22:07 »

พวกคุณจะเลือกพรรคไหนนั้นเป็นสิทธิของพวกคุณขอเพียงอย่างเดียวคืออย่าทิ้งประชาํิปไตยอย่างเด็ดขาด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: