ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-11-2020, 18:03
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  [โต้วาที] :: การเมืองใหม่ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
[โต้วาที] :: การเมืองใหม่  (อ่าน 1796 ครั้ง)
RedRabbit
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« เมื่อ: 09-09-2008, 00:11 »

******************************************************

การเมืองใหม่แม้แกนนำจะออกมาบอกว่าเป็นเพียงตุ๊กตาที่ตั้งเอาไว้เท่านั้น

แต่อยากรู้ว่าหากนำมาใช้จริง ๆ จะเกิดผลดี หรือผลเสียอย่างไร

และจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามคติที่ตั้งใหม่

การเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมนับว่าเป็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยดีแล้ว

แต่สำหรับผมเองยังเห็นว่าการเมืองใหม่ยังไม่ใช่สิ่งที่ดีพอที่จะทำให้บ้านเมืองของเราดีกว่าที่เป็นอยู่

เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทุกคนร่วมโต้วาทีในครั้งนี้เพื่อ

เพื่อความกระจ่างแจ้งของระบบการเมืองใหม่

ผมเองจะขอรับหน้าที่คัดค้านการเมืองใหม่เอง

ส่วนท่านใดที่เป็นฝ่ายสนับสนุนนั้นผมไม่จำกัด

แต่ขอเพียงให้บอกว่าตอนนี้ท่านกำลังอยู่ในอาชีพอะไรก็พอ

ปล. ส่วนท่านใดจะร่วมคัดค้านด้วยขอความกรุณาใช้ตัวอักษรสีแดงนะครับ


******************************************************

ขอร้องนิดนึง

1. ขอให้ตอบโดยใช้เหตุผล อย่าใช้อารมณ์ และอย่าเบี่ยงเบนประเด็น
2. อย่าใช้คำหยาบคาย หรือ กระแนะกระแหน เพื่อสาระของการโต้วาที

ผมคิดว่ากระทู้นี้จะทำให้ผู้อ่านตาสว่างมากขึ้น หากผมคัดค้านได้ดีคนที่เป็นกลางอยู่ตอนนี้อาจจะเข้าข้างรัฐบาล

หากท่านมีเหตุผลในการสนับสนุนรับรองว่าท่านจะได้แรงสนับสนุนอีกมายมาย
บันทึกการเข้า
RedRabbit
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #1 เมื่อ: 09-09-2008, 00:43 »

เอาล่ะผมเริ่มก่อนนะครับ "กระต่ายน้อยสีแดง" นักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปี 1  ม. .... และคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหงฯครับ

คัดค้านการเมืองใหม่

อ้างความเข้าใจตามกระทู้นี้ http://forum.serithai.net/index.php?topic=34241.0 เกี่ยวกับการเมืองใหม่และตามแถลงการ ฉบับที่ 20 ของแกนนำ พธม. นะครับผมอยากถามผู้สนับสนุนดังต่อไปนี้ครับ ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นมี 3 ข้อ ผมขอถกทีละข้อนะครับ

1. การตรวจสอบจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น (นักการเมืองกลัวการตรวจสอบ)

เนื่องจากการที่มาของ ส.ส. มี 2 ส่วนคือ เลือกตั้งจากพื้นที่ และคัดสรรตามอาชีพ กลุ่ม หรือองค์กร ซึ่งตอนนี้ไม่จำเป็นต้องระบุว่าอัตราส่วนเท่าไหร่ ดังนั้นการบริหารประเทศจึงไม่มีฝ่ายค้าน เพราะส่วนที่คัดสรรนั้นอาจไม่ได้มากจากพรรคการเมือง จึงไม่มีนโยบายที่มั่นคง ผมคิดว่า ส.ส. จากการคัดสรรนั้นน่าจะจับกลุ่มกันเพื่อบริหารประเทศ แต่ที่สงสัยคือเมื่อไม่มีฝ่ายค้านแล้วเราจะให้ฝ่ายใดตรวรสอบการทำงานของรัฐบาล

ถ้าให้เดาท่านจะตอบว่า เราก็มี ส.ว. เราก็มีองค์กรอิสระงัย อยากถามว่า ส.ว. ตอนนี้ก็มาจากการแต่งตั้ง และองค์กรอิสระก็มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งที่มานั้นเป็นลักษณะคล้ายกับ ส.ส. แบบคัดสรร แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าผู้ที่มาจากการแต่งตั้งและการคัดสรรนั้นจะไม่ใช้ระบบอุปถัมน์ เพราะที่มาคล้ายกัน ดังที่ท่านบอกว่าการเมืองปัจจุบันเน้นเสียงส่วนใหญ่มากเกินไป แล้วในเมื่อเสียงส่วนใหญ่ของการเมืองใหม่มีที่มาแบบเดียวกัน การตรวจสอบจะแข็งแรงได้อย่างไรโดยไม่มีฝ่ายค้าน

2. ประชาชนจะตื่นตัวและแสดงตนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยในฐานะพลเมืองอย่าง 100%

อันนี้การเมืองใหม่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย อยากบอกว่าปัจจุบันมีผู้ที่สนใจการเมืองอย่างแท้จริงไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็น นศ. และสายงานที่เกี่ยวข้อง ที่มาจากส่วนอื่นๆ จะน้อยมาก ต่อให้ทุกบ้านมีเคเบิ้ลทีวีก็ตาม ประชาชนจะตื่นตัวก็ต่อเมื่อมันเป็นกระแสของสังคม พักเดียวก็หายไป เพราะพวกเขาถือว่าการใช่สิทธิ์เลือกตั้งคือการที่พวกเขาได้มอบอำนาจของเขาให้กับผู้ที่พวกเขาไว้ใจไปแล้ว ประเด็นที่กล่าวหาต่อมาก็คือ การซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยที่แกนนำบอกว่าคนระดับรากหญ้านั้น โดนซื้อเสียงมากมาย อยากจะถามว่า เอาอะไรมาวัดว่าโดนซื้อเสียง ถ้าเอาจากใบเหลือง ใบแดงจาก กกต. ที่ พปช. ได้คือตัวบ่งชีนั้น มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เพราะ พปช. ได้รับเลือกตั้งมากมากกว่าพรรคอื่น หากเทียบอัตราส่วนแล้วแต่ละพรรคไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ และที่สำคัญคือ แม้จะมีคนซื้อเสียง แต่ไม่ได้หมายความว่า รากหญ้า จะเลือกคนเหล่านี้ เดี๋ยวนี้สื่อมีมากมาย ชาวบ้านเขารู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ได้ และชาวบ้านไม่ได้โง่ คนที่คิดอย่างนี้ต่างหากที่โง่


3. ขยายเนื้อที่ทางการเมืองให้กับประชาชนทุกหมู่้เหล่า ไม่ใช่แค่เป็นเนื้อที่ของนักการเมืองเท่านั้น

ที่บอกว่าทุกหมู่เหล่านั้นมีอะไรบ้าง แล้วเมื่อบริหารจริง ๆ ประชาชนทำอะไรได้บ้าง เมื่อการคัดสรรนั้นก็เป็นตัวแทนจากประชาชนเช่นกัน แล้วการคัดสรรจะทำการคัดสรรอย่างไร

ผมความรู้น้อยครับ เพราะไม่ค่อยดู ASTV ท่านได้รู้ดีช่วยบอกหน่อย ที่ริงมีประเด็นเรื่องนี้อีกมากมาย แต่ตอนนี้ง่วงแล้ว ไปนอนก่อนครับ
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #2 เมื่อ: 09-09-2008, 00:51 »


อยากจะถามว่า เอาอะไรมาวัดว่าโดนซื้อเสียง ถ้าเอาจากใบเหลือง ใบแดงจาก กกต. ที่ พปช. ได้คือตัวบ่งชีนั้น มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เพราะ พปช. ได้รับเลือกตั้งมากมากกว่าพรรคอื่น หากเทียบอัตราส่วนแล้วแต่ละพรรคไม่แตกต่างกันเท่าไหร่



แฮ่ะๆ แปลว่าปล่อยให้ซื้อเสียงกันไป ว่างั้น Mr. Green

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #3 เมื่อ: 09-09-2008, 00:55 »

 
ที่จริงผมไม่เห็นด้วยกับระบบสรรหา(70-30)

กะว่าจะอยู่ฝั่งระบบเลือกตั้งกับ จขกท.
แต่พอเห็นความเห็นเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งของคุณ เลยอยู่ด้วยไม่ไหวอ่ะ  Laughing

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
RedRabbit
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #4 เมื่อ: 09-09-2008, 01:18 »

แฮ่ะๆ แปลว่าปล่อยให้ซื้อเสียงกันไป ว่างั้น Mr. Green



ไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้ซื้อเสียงนะครับ แต่การแก้ปัญหาการซื้อเสียงนั้นไม่ได้แก้ด้วยการคัดสรร

เพราะจะทำให้ไม่เป็นประชาธิปไตย เราควรจะไปแก้ตรงที่ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งโปร่งใสที่สุด

ไม่ใช่มาแก้ตรงที่ลดการเลือกตั้งลง

ตอนนี้ที่อยากให้ตอบก็คือ ฝ่ายตรวจสอบมาจากไหน / มั่นใจอย่างไรว่าจะไม่ฮั้วกัน / แล้วคนที่มาจากการคัดสรรนั้นแน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่คอรัปชั่น

ผมว่าการเมืองใหม่มันเป็นการเมืองในอุดมคตินะครับ คิดได้แต่ทำไม่ได้ถ้าหากยังดำรงไว้ซึ่งประชาธปไตย

ปล. ผมมานี่ก็เพราะว่าต้องการอ้างด้วยเหตุด้วยผล ผมมีเหตุผลพอ แม้จะอยู่คัดค้านคนเดียวก็ไหวครับ เมื่อคุณอยู่ฝ่ายสนับสนุนมาตั้งแต่ต้นก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนครับ
บันทึกการเข้า
Ldap
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125



« ตอบ #5 เมื่อ: 09-09-2008, 01:45 »

อ้างถึง
ไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้ซื้อเสียงนะครับ แต่การแก้ปัญหาการซื้อเสียงนั้นไม่ได้แก้ด้วยการคัดสรร

เพราะจะทำให้ไม่เป็นประชาธิปไตย เราควรจะไปแก้ตรงที่ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งโปร่งใสที่สุด

ไม่ใช่มาแก้ตรงที่ลดการเลือกตั้งลง

แล้วทุกวันนี้ การเลือกตั้งที่โปร่งใสนั้น ท่านหาได้จากที่ไหน เดี๋ยวนี้เล่นซื้อเสียงกันตั้งแต่ระดับ

ผู้ใหญ่บ้าน => เป็นลูกน้อง นายก อบต. => เป็นลูกน้อง สจ. => เป็นลูกน้อง สส.

ซึ่งมันเป็นทอดๆ เป็นไปไม่ได้ว่า " ไม่มีการซื้อเสียง "

แล้วจะแก้ยังไงดีหละครับ ถึงจะเป็นประชาธิปไตย
การปลูกฝังทางความคิด ให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ของประชาชน ในระบบประชาธิปไตย ให้ถูกต้อง ( หาก รากหญ้าอย่างที่ท่าน จขกท. ว่า แค่ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นลูกน้องพรรคการเมือง พูด ชาวบ้านย่อมเชื่อผู้ใหญ่บ้าน ) ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่ง แต่ก็เป็นไปได้ยาก เมื่อ

- เมื่อ ชาวรากหญ้า ดูแต่ละครน้ำเน่า ไม่สนใจเรื่องบ้านเมือง
- เมื่อชาวบ้านรับข่าวสาร ด้านเดียว ( ส่วนมากมาจากรัฐบาล )

ดังนั้น จะทำยังไงให้เกิดการเมือง ใหม่ขึ้นมาให้ถึงกลุ่มคนเหล่านี้

ปล. ผมไม่สนับสนุน 70/30




บันทึกการเข้า
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #6 เมื่อ: 09-09-2008, 02:04 »

ช่างหัวการเลือกตั้งว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อเถอะ แก้ยาก

น่าจะดูตรงอื่นมากกว่า เช่น แก้กฏหมายให้เปิดอภิปรายต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และการอภิปรายใดๆ มีกฏหมายคุ้มครองอยู่บ้าง ตรงนี้ต้องแก้ ใครกล่าวหาใครต่อไปนี้ต้องส่งให้ฝ่ายตุลาการทันที
เช่น ขอให้ตรวจสอบโครงการรถเมล์ เพราะคาดว่าอาจจะมีการทุจริต ผู้อภิปรายจะต้องยื่นหลักฐานให้ฝ่ายตุลาการทันที และฝ่ายรัฐบาลจะต้องหยุดโครงการนั้นทันที จนกว่าจะมีการพิจารณาออกมา
แล้ว การกล่าวหาดังกล่าวควรจะมีลำดับขั้นเช่น ขอให้ตรวจสอบก่อน และ มั่นใจแล้วว่าทุจริต แล้วนำเข้าสู่อำนาจตุลาการทันที ในลักษณะที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ จะต้องเลิกไอ้ระบบยกมือเสียงข้างมาก
ลากไปได้แล้ว ถ้ามีคนกล่าวหา อำนาจตุลาการจะต้องเข้ามาดูทันทีไม่ต้องรอให้ใครชี้มูล ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องติดดาบให้อำนาจตุลาการอีกด้วย

สรุป ยกเลิกระบบยกมือเสียงข้างมากลากไป ให้อำจตุลาการมีอำนาจมากขึ้นในเชิงรุก เอากระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อัยการ ตำรวจ มาอยู่ในอำนาจตุลาการ
      ติดดาบติดปืนให้อำนาจตุลาการ ให้อำนาจตุลาการเลือกประมุขของตนเองได้ด้วยตัวเอง จะได้ปลอดจากอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและอำนาจฝ่ายบริหาร

ส่วนมันจะโกงเลือกตั้งก็ช่างมัน อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติกับอำนาจของฝ่ายบริหารมันมาจากแหล่งเดียวกันมั่วกันอยู่อย่างนั้น ยกเว้น สว. กลุ่มเดียวเอง
บันทึกการเข้า
RedRabbit
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #7 เมื่อ: 09-09-2008, 02:31 »

ตอบ Ldap

ทุกคนมีงานที่ต้องทำ มีงานที่ต้องรับผืดชอบ การที่จะมานั่งติดตามอย่างตลอดเวลานั้นคงยากครับ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ละทิ้งบ้านเมือง

ส่วนเรื่องการเลือกตั้งนั้นทำให้โปร่งใสมันทำได้อยู่แล้วครับ การปลูกฝังบทบาทและหน้าที่นั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ

แต่สิ่งที่น่าจะทำตอนนี้ก็คือการกรองผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนของประชาชนให้พวกเขาได้ตัวแทนที่ดีจริง ๆ และเอาคนดี ๆ เหล่านั้นมาให้พวกเขาเลือก

ถามว่าจะหาคนดี ๆ มายังงัย ก็เอามาคล้าย ๆ กับที่เขาเลือกตุลาการ หรือทูตก็ได้น่ะแหละครับ คือไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่เคยถูกดำเนินคดีอาญา ไม่เคยทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง ยกเลิกใบเหลือง ทำผิดนิดหน่อยใบแดงทันที เพราะถือว่าทำผิดกฏหมายแล้ว และคุณสมบัติอื่น ๆ อีกซึ่งค่อยว่ากันทีหลังว่าต้องการแบบไหนบ้างถึงจะดีที่เหมาะสมเป็นตัวแทนประชาชน

ตอบ moon

การปกครองระบบอบประชาธิปไตยนอกจากให้ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพมากขึ้นแล้ว จะประกอบไปด้วยอำนาจหลัก 3 ประการ คืออำนาจตุลาการ อำนาจบริหาร และอำนาจนิติบัญญัตครับ และทั้ง 3 อำนาจจะต้องคานกันเอาไว้ อำนาจใดอำนาจหนึ่งจะมีอำนาจมากกว่าไม่ได้ครับ ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย


***************

เอาเป็นว่าประเด็นเราตอนนี้คือ "การคัดกรองตัวแทนที่ดีจริงจะทำงัยดี" ส่วนผมคิดว่ากระบวนการเลือกตั้งสามารถคัดคนที่ดีจริงได้ครับ
บันทึกการเข้า
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #8 เมื่อ: 09-09-2008, 02:44 »

ไอ้ที่ว่าอำนาจทั้งสามคานกันไว้นั่นน่ะ ไม่เห็นใช้ได้ผล เป็นเพียงทฤษฎี แต่ปฏิบัติไม่ได้

ฝ่ายบริหารพวกเดียวกันกับฝ่ายนิติบัญญัติ ยกเว้น ฝ่ายค้าน ส่วน สว. ส่วนนึง ก็ฝ่ายเดียวกับพวกมัน

ฝ่ายตุลาการถูกแทรกแซงตลอด กระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ กรมตำรวจ ทั้งสามหน่วยอยู่ในมือฝ่ายบริหาร

ที่บอกว่าทุกคนมีงานทำ ลองโอน ทั้งสามหน่วยงานไปอยู่ในฝ่ายตุลาการสิ เอาให้ชัดเจน ดูสิว่าจะมี

คนทำงานเพิ่มไหม ลำพังฝ่ายค้านยกมืออย่างเดียว ตายครับ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านก็จะ

บอกว่าเราทำหน้าที่ในสภาได้ดีที่สุดแล้ว สุดท้ายก็เหลว แต่ถ้าดีเอสไอ หรือ ตำรวจ หรือ อัยการ

ไปอยู่กับอีกฝ่ายนึงชัดเจน ทีนี้ก็จะสามารถเข้าไปตรวจสอบได้หมด นี่สิถึงจะบอกว่าคานอำนาจกัน

ฝ่ายตุลาการคานอำนาจฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ฉันมีอำนาจตรวจสอบเธอนะ เพราะฉะนั้น

เธอทำดีๆ
บันทึกการเข้า
Augustine
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 219



« ตอบ #9 เมื่อ: 09-09-2008, 02:47 »

ใจเย็นๆ ทุกคน เค้ามาคุยด้วยดีดีอะ*-*

จขกท. ลองดูกระทู้แนวคิดหลักก่อนก็ได้ครับ

http://forum.serithai.net/index.php?topic=17506.0
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย...   ...ที่ไหนเค้าทำกันแบบนี้

yuwadee
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 137


« ตอบ #10 เมื่อ: 09-09-2008, 07:08 »

แล้วจามั่นใจว่าที่แต่งตั้ง ไม่ใช่มาจากพวกเดียวกัน
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #11 เมื่อ: 09-09-2008, 08:03 »

น่าจะเปลี่ยนชื่อว่า การเมืองล้าหลังตกยุคมากกว่าน๊ะ...เพราะถ้าดีจริง ทำไมคนทั่วโลกเค้าไม่นำมาใช้หล่ะ?
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #12 เมื่อ: 09-09-2008, 08:17 »

"ฟ้าเดียวกัน: การต่อสู้ของพันธมิตรที่มีคุณสนธิอยู่ด้วย มันมีกระบวนการหลังพิงวัง ตรงนี้สร้างความอึดอัดให้ฝ่ายซ้ายจำนวนมากในพันธมิตรหรือไม่?

ปัญหาในเรื่องปรากฏการณ์หลังพิงวังมีมาตลอด และมีความอึดอัดเพราะเป็นกระแสที่เราก็ต่อต้านมาตลอด ถึงขนาดฝ่ายซ้ายมาขอคุยให้ ครป.ถอยออกมา แต่เราต้องยอมรับว่า การสู้กับระบอบทักษิณ เมื่อภาคประชาชนเห็นว่าระบอบทักษิณเป็นตัวปัญหา แต่ภาคประชาชนเองไม่มีกำลังพอที่จะโค่นล้มคุณทักษิณได้ ฉะนั้นก็ต้องเชื่อมประสานกับพลังอื่น ไม่ว่าจะพลังชนชั้นกลาง พลังทุนนิยมในชาติ พลังศักดินา ก็ต้องร่วมกันเพื่อจัดการคุณทักษิณ เพราะพลังศักดินาโดด ๆ ก็จัดการคุณทักษิณไม่ได้ ต้องมาเชื่อมประสานกับพลังของภาคประชาชน ดังนั้นก็เลยเกิดธงหลายผืนในที่ชุมนุม

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าเราจะจัดลำดับความสำคัญอย่างไร เราอาจจะไม่ได้ทั้งร้อยในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่เมื่อต่อสู้แล้วไม่มีใครอยากแพ้ จึงเป็นเหตุให้เราไม่ถอย

ฟ้าเดียวกัน: ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เหมือนพลังศักดินาสามารถยืมมือพลังประชาชนในการจัดการและดึงอำนาจคืนจากคุณทักษิณ พลังศักดินาอาจจะยืมมือเรา แต่ที่แน่ๆ คือ เราไม่ได้รับธงเขามาเคลื่อน?

ผมไม่ปฏิเสธว่าหลังการรัฐประหาร พลังศักดินาเกิดใหม่ ระบอบอำมตยาธิปไตยสามารถเห็นได้ชัดเจนภายใต้โครงสร้างรัฐบาลใหม่ ตรงนี้เราก็ต้องสรุปบทเรียนว่า จะจัดการกับการเกิดใหม่ของพลังศักดินาหรือระบอบอำมาตยาธิปไตยได้อย่างไร และที่ทางของประชาชนหรือการเมืองแบบใหม่ที่สู้กันมาทั้งชีวิตจะอยู่ตรงไหน เราจะทำอย่างไรเพื่อสร้างพื้นที่ของเราขึ้นมาในการกำหนดให้วาระของประชาชนเข้าไปในรัฐธรรมนูญใหม่ และต้องผลักดันให้ก้าวหน้ากว่ารัฐธรรมนูญปี 2540

ส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับในสังคมไทยคือ องค์อำนาจในสังคมไทยมีหลายองค์อำนาจ ไม่ใช่แค่ทุนใหม่กับฝ่ายประชาชนเท่านั้น พลังศักดินา ระบอบอำมาตยาธิปไตย มีอยู่จริง มีอำนาจที่เป็นจริง มีการเคลื่อนไหวปฏิบัติการในตัว และมีการปรากฏตัวออกเป็นช่วง ๆ ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้ามองค์อำนาจส่วนนี้ อีกทั้งระบบอำนาจนิยมยังเข้ามาแทนที่ระบบความคิดใหม่ๆ ในสังคมไทยได้อย่างง่ายดาย เห็นได้จากคนชื่นชมรัฐประหารและเห็นด้วยกับรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ ตรงนี้เป็นการบ้านที่ท้าทายบทใหม่

ผมยังไม่อยากไปสรุปว่านี่เป็นระบอบใหม่ เพราะการทำรัฐประหารครั้งนี้อาจนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ พูดแบบนี้ฝ่ายซ้ายบางคนอาจจะหมั่นไส้ แต่ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสใหม่ที่จะได้ทบทวนเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเข้มข้น ถ้าไม่มีรัฐประหารครั้งนี้ เศรษฐกิจพอเพียงไม่มีทางเกิด เพียงแต่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงในแนวทางอำมาตยาธิปไตยจะกล้าพูดเรื่องกระจายอำนาจมั้ย จะกล้าพูดเรื่องการปฏิรูปที่ดินไหม แต่ถึงที่สุดอย่างน้อยก็ได้ทบทวนว่าเรามีเศรษฐกิจทางเลือก

นายกฯคนใหม่ส่งสัญญาณตั้งแต่วันแรกเลยว่า จะใช้ GNH (Gross National Happiness) หรือความผาสุกของประชาชน แทนดัชนีตัวเลขทางเศรษฐกิจ ผมจึงเชื่อว่าอาจมีโอกาสใหม่ ๆ เกิดขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เรารู้สึกว่าล้าหลัง ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะไปจัดการโอกาสใหม่นี้อย่างไร จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำให้ทางเลือกใหม่ๆ ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติได้อย่างไร ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หรือการลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ กล้าพูดว่าจะเอาการกระจายรายได้มาเป็นวาระแห่งชาติ ผมไม่เคยได้ยินมาในรอบทศวรรษ แต่วันนี้พูดเรื่อง Green GDP (ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่รวมเอาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไปเป็นปัจจัยหนึ่งในการคำนวณ) แต่ก็ต้องไปเช็คว่าหม่อมอุ๋ย คุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ หรือพลเอกสุรยุทธ์ เข้าใจจริงหรือเปล่า จะกล้าแตะลงไปในระดับโครงสร้างหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นก็เป็นแค่การฟอกตัวของอำนาจนิยมใหม่ หรือเป็นการแปรรูปของระบอบอำมาตยาธิปไตยในคราบของอำนาจใหม่เท่านั้น ถ้ามองในมุมนี้ การบ้านอาจจะซับซ้อนกว่าระบอบทักษิณด้วยซ้ำ เพราะเราต้องช่วงชิงและต่อกรกับกลุ่มอำนาจเก่า

ฟ้าเดียวกัน: มองบทบาทของคนอย่างพลเอกเปรมอย่างไรบ้าง?

พลเอกเปรมเป็นสัญลักษณ์ของระบอบอำมาตยาธิปไตย จริง ๆ ระบอบนี้ไม่ได้หายไปจากสังคมไทย แม้จะมีรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็ตาม ถ้าเราดูบทบาทของพลเอกเปรมก็จะเห็นชัด เพียงแต่พื้นที่ของระบอบนี้คับแคบลงในระดับหนึ่ง เพราะการเติบโตของพื้นที่ภาคประชาชนที่มากขึ้น ซึ่งเป็นการท้าทายระบอบนี้โดยตรง ขณะเดียวกัน ระบอบอำมาตยาธิปไตยก็ถูกท้าทายจากทุนใหม่ ซึ่งเป็นพลังที่พาคุณทักษิณขึ้นสู่อำนาจ เราอาจจะพูดว่า ระบอบศักดินายืมพลังจากประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณหรือว่าทุนใหม่ก็เป็นไปได้ แต่ผมคิดว่า พลเอกเปรมไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของการคงอยู่ของระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีพลเอกเปรมแล้วระบอบประชาธิปไตยจะเต็มใบ แต่เป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายอำนาจนิยมหรือระบอบอำมาตยาธิปไตยที่ยังมีพื้นที่ที่แน่นอนในสังคมการเมืองไทย

วันนี้ก็เห็นโดยพฤตินัยได้อย่างชัดเจนว่า พลเอกเปรมใช้อำนาจนั้นผ่าน คปค. ท่านนั่งบัญชาการอยู่ที่บ้านสี่เสาฯ และไม่มีใครคิดว่าท่านจะกล้าทำ หรือไม่มีใครคิดตอนที่นั่งร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ว่า การรัฐประหารครั้งนี้องคมนตรีจะมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเปิดเผยขนาดนี้ "   
บันทึกการเข้า
cafein
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96



« ตอบ #13 เมื่อ: 09-09-2008, 08:36 »

ขอเสนอว่าสมควรมีการเลือกตั้งฝ่ายบริหารแยกจากฝ่ายนิติบัญญัติ
และหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติก็สมควรที่เป็นนิตบัญญัติ ไม่ใช่อ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเองดึงงบล้วงลูกก้าวก่ายข้าราชการ

ส่วนที่จะให้ความรุ้กับประชาชนเป้นงานระยะยาว ถ้าต้องการแบบไวที่สุดสมควรให้สิทธิเลือกตั้งกับผุ้ที่บัตรประจำตัวผุ้เสียภาษี
โดยถือว่าผุ้เสียภาษีได้แสดงในจุดหนึ่งแล้วว่าได้แสดงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ใครอยากจะลงคะแนนเสียงก็ไปทำบัตรผู้เสียภาษีซะ ไม่ยากหรอก
เพราะการสนใจการเมืองของประชาชนในสังคมเกษตรของไทยเป็นเรื่องที่ยาก ไม่มีเวลาก็อย่างหนึ่งแล้ว อิทธิพลความเชื่อต่อผุ้นำท้องถิ่นก็อีกหนึ่งแล้ว
ไหนจะการเข้าถึงข้อมุลข่าวสารละ สังคมเกษตรจริงๆเปิดโทรทัศน์ดุรายการเกี่ยวกับการเมืองไม่ถึงชั่วโมงต่อวันหรอก เพราะเขาดุไม่เข้าใจ อันนี้ไม่ได้ดูถูก
บันทึกการเข้า
Augustine
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 219



« ตอบ #14 เมื่อ: 10-09-2008, 04:41 »

แล้วจามั่นใจว่าที่แต่งตั้ง ไม่ใช่มาจากพวกเดียวกัน

สภาอาชีพ เขาจะตั้งกันเองครับ อย่ามาปัญญาอ่อน
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย...   ...ที่ไหนเค้าทำกันแบบนี้

หน้า: [1]
    กระโดดไป: