ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
16-09-2019, 03:42
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ด่วนที่สุด!!!! สมัครก่อรัฐประหาร 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ด่วนที่สุด!!!! สมัครก่อรัฐประหาร  (อ่าน 2145 ครั้ง)
Hacksecrets
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 253



« เมื่อ: 05-09-2008, 00:06 »



ภายหลังจากการที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มอีก 2 ฉบับในวันนี้ (4 กันยายน 2551)

นี่คือการปฏิวัติตัวเอง ของนายสมัคร สุนทรเวช...!!!!

การกระทำในครั้งนี้ เราเรียกว่า Executive Power ซึ่งจะมีใช้ในประเทศที่ปกครองแบบประธานาธิบดีเท่านั้น

Executive Power คือ การโอนอำนาจทั้งหมดของรัฐมนตรี มาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว โดยที่ไม่ต้องผ่านความเห็นของรัฐสภา

นั่นบ่งบอกถึง การไม่เป็นประชาธิปไตย  เพราะไม่จำเป็นต้องมีรัฐสภา

เท่ากับว่า ตอนนี้เราได้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองไปเป็นแบบประธานาธิบดีแล้ว

เนื้อหาจากคำประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กล่าวถึงอำนาจทั้งหมดตกอยู่ที่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว

และเมื่อมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมาแล้ว คำวินิจฉัยใดๆจากศาลปกครอง แม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีผล  ดังปรากฎเป็นหลักฐานตามประกาศ
...................................................................................................................

วันนี้ (4 ก.ย.) พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดเฉพาะกิจ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ว่า ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องออกประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 2 ฉบับ จึงมีความจำเป็นต้องเรียกประชุม ครม.ให้รับทราบและเห็นชอบตามประกาศนี้ ภายใน 3 วัน
       
       พ.ร.ก.ฉบับแรก คือ การจัดตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กอฉ.โดยผ่านความเห็นชอบของ ครม.ซึ่ง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งจัดตั้ง กอฉ.โดย กอฉ.ประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้อำนวยการ ผบ.ตร เป็นรองผู้อำนวยการ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นรองผู้อำนวยการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัยกองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เป็นกรรมการ สำหรับผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เป็นกรรมการและเลขานุการ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือนตามผนวก เป็นเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 19 ตำแหน่ง
       
สำหรับคณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
1.เป็นหน่วยงานหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
2.จัดให้มีหน่วยงานหรือศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อเป็นองค์ประกอบปฏิบัติการภายใต้ กอฉ.ให้มีอำนาจในการแก้ไขปราบปรามยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่ได้รับมอบหมาย
3.ดำเนินการทางด้านการข่าว
4.ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ตามความเป็นจริง เพื่อทำความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลและประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งปฏิบัติการด้านจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดำเนินการข่าวกรองนั้น ให้ดำเนินการด้านการข่าวและต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฉุกเฉินและที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
5.จัดกำลังตำรวจและทหารดำเนินงานตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งประสานส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ดำเนินการป้องกันตัวเอง ตามความสามารถ
6.มอบหมายให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังพล งบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
7.เรียกให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐเข้าประชุมชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสารตามที่เห็นสมควร
8.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตามความจำเป็น
9.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกฯ หรือครม.มอบหมาย

สั่ง ณ วันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2551
นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
       
       พ.ร.ก.อีกฉบับ 1 กำหนดอำนาจหน้าที่ของ ครม.ตามกฎหมาย เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ภายหลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม.ตามกฎหมายฉบับนี้ ให้รัฐนตรี และ ครม.ให้มอบอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตอนุมัติสั่งการตามบังคับบัญชา หรือแก้ไขป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้ง สถานการณ์ฉุกเฉิน หรือช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในท้องที่ที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน

โดยจะมีกฎหมาย 20 ฉบับ ดังนี้

1.พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551
2.พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าน พ.ศ.2493
3.พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547
4.พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
5. พ.ร.บ.ควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495
6. พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2520
7.พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2522
8.พ.ร.บ.ควบคุมอาหาร พ.ศ.2522
9.พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493
10.พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
11.พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2522
12.พ.ร.บ.การสุรา พ.ศ.2493
13.พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522
14.พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535
15.พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485
16.พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490
17.พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ.2499
18. ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมูลนิธิและสมาคม
19.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนและสอบสวน และการใช้อำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
20.ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการใช้กำลังทหาร การเคลื่อนกำลังทหารและการเตรียมพร้อม พ.ศ.2545

ลงนาม นายสมัคร สุนทรเวช
ประกาศวันที่ 4 กันยายน 2551

http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=158424
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-09-2008, 02:05 โดย hacksecrets » บันทึกการเข้า

ความเคลือบแคลง สงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความจริง
Anakinta
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


หน่วยล่าสัตว์


« ตอบ #1 เมื่อ: 05-09-2008, 00:09 »

จะเอาอะไรมาปฎิวัติ 
บันทึกการเข้า

Hacksecrets
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 253



« ตอบ #2 เมื่อ: 05-09-2008, 00:11 »



ตั้งแต่นี้ไป เราจะถูกจำกัดสิทธิในด้านข่าวสาร

โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ก็จะถูกจำกัดสิทธิในการเข้า-ออก เคหะสถาน

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่สามารถที่จะทำการใดๆ อันขัดต่อ พ.ร.ก.นี้ได้ เนื่องจากได้ถูกประกาศใช้แล้ว

และไม่ต้องอ้างถึงคำว่า ชอบ หรือ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกด้วย

 

ง่ายๆ ก็คือ สถานการณ์การตัดสินใจทุกอย่างตอนนี้ อยู่ที่นายสมัคร สุนทรเวช แต่เพียงผู้เดียว

และงบประมาณที่กำลังจะออก ก็จะตกอยู่ในเงื้อมือของ พรรคพลังประชาชน

ส่วนคดีความของนายทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ก็จบข่าว เช่นกัน
.....................................................................................

ส่วนแกนนำพันธมิตร ที่ได้ให้ทนายไปยื่นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ออกเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2551 นั้น

ไม่ว่าคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นไร ก็ไม่มีผลใดๆอีกต่อไป
.....................................................................................

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตามที่ปรากฎว่า ได้มีกลุ่มบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย และนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ ทั้งจะไม่ส่งผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ อันเป็นการกระทำที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย และส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ยุติโดยเร็ว

อาศัย อำนาจตามมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นกฎหมายที่บทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบมาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 38 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 45 และมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายรัฐมนตรีจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน 2551

นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี

และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 194/2551 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบและมอบหมายในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครแล้วนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 7 วรรค 2 และวรรค 4 และมาตรา 10 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการ เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 38 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 45 และมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ให้ ผู้บัญชาการทหารบก รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แม่ทัพภาคที่1 เป็นรองหัวหน้าผู้รับผิดชอบการในแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน มีอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตามที่กำหนดไว้ ในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ดังนี้

1.บังคับบัญชาและสั่งการ ส่วนราชการและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการณ์ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

2.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด หรือมอบหมาย ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 2กันยายน 2551

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 195/2551 เรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครแล้วนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 7 วรรค 3 และมาตรา 15 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการ เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 38 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 45 และมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ข้าราชการทหาร ตำรวจ และพลเรือน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานเฉพาะในเขตที่พื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามพระราชกำหนดดังกล่าว และกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ เท่าที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติงานให้สถานการณ์ยุติลง

2. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เว้นแต่การใช้อำนาจสอบสวนต้องเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจ มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 2 กันยายน 2551
นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี

ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9  แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครแล้วนั้น เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติโดยเร็ว ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายมากขึ้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 9  แห่ง พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการ เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 38 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 45 และมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้

1.ห้ามไม่ให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน  ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร หรือกระทำการใดเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

2. ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือการทำให้แพร่หลาย ซึ่งหนังสือพิมพ์สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจน กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศิลธรรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร

3. ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไข ในการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ ทั้งนี้ตามที่หัวหน้ารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด

4. ห้ามใช้อาคารหรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ใดๆ หรือห้ามเข้าไปในพื้นที่ใดๆ ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด

5. ให้อพยพออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้ ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด

ใน การนี้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนดจะกำหนดเงื่อน เวลาในการปฏิบัติตามข้อหนดหรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตามที่เห็นสมควร เพื่อไม่ให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เกินสมควรแกเหตุก็ได้ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศณ วันที่ 2 กันยายน 2551
นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-09-2008, 01:17 โดย hacksecrets » บันทึกการเข้า

ความเคลือบแคลง สงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความจริง
Mz
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 81



« ตอบ #3 เมื่อ: 05-09-2008, 00:16 »

งี้ก็จับไอ้หอกหักข้อหา กบฏ ได้แล้วอ่ะดิ   
บันทึกการเข้า

vorapoap
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 512



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 05-09-2008, 00:17 »

กระทู้นี้สร้างความตื่นตระหนกครับคุณ hacksecret ยังไงขอฟังความจากสมาชิกท่านอื่นก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-09-2008, 00:20 โดย vorapoap » บันทึกการเข้า

นายดอกเข็ม
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 423



« ตอบ #5 เมื่อ: 05-09-2008, 00:24 »

งี้ก็จับไอ้หอกหักข้อหา กบฏ ได้แล้วอ่ะดิ   

เห็นด้วยครับพี่ แต่สงสัยต้องขังที่ศรีธัญญานะครับ 
บันทึกการเข้า

...ความชอบธรรมต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม...
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #6 เมื่อ: 05-09-2008, 00:24 »

มุขปะเนี่ย

ถ้ามุขเนี่ก็ขำใช้ได้แม้นถอดโค๊ดไม่ค่อยออก

แต่ถ้าไม่มุขผมว่า จขกท. ฝันเฟื่องแล้ว รีบเข้านอนดีกว่านะ
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
jrr.
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 670


« ตอบ #7 เมื่อ: 05-09-2008, 00:29 »


ง่ายๆ ก็คือ สถานการณ์การตัดสินใจทุกอย่างตอนนี้ อยู่ที่นายสมัคร สุนทรเวช แต่เพียงผู้เดียว

.......................................................................................................

มันตัดสินใจคนเดียวน่ะ..ได้.....แต่มันสั่งให้คนทำตามที่มันตัดสินใจได้หรือเปล่าล่ะ !!!

...............คอนนี้มันสั่งขี้มูก ขี้มูกมันยังไม่ยอมจะออกมาเลย !!!
บันทึกการเข้า
inthanon
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


« ตอบ #8 เมื่อ: 05-09-2008, 00:33 »

 
มีด้วยหรือครับอำนาจดังที่ว่า
ในเมื่อรัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงสุดแล้วจะมีอันใดเล่าครับที่จะ สำคัญกว่านั้น
นอกเสียจากการล้มล้างรัฐธรรมนูญ

นั่นคือกบฏ ตามที่รัฐบาลหมักพูดถึงเสมอมาครับ

ผมว่า ลับ ลวง พลาง หรือเปล่า ขอต้นข่าวหน่อยครับ ไม่เห็นประกาศคงยังไม่เชื่อ ถ้าประกาศและมีผลจริงดังว่า
มันคือ กบฏ ขนานแท้ครับ

 
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #9 เมื่อ: 05-09-2008, 00:59 »

 
ถ้ามันทำประชามติมารับรองตัวเองได้จริงๆ

ได้เป็นยิ่งกว่าประธานาธิปดีแน่






แต่มันคงไม่ได้ทำหรอก มีอันเป็นไปซะก่อน Laughing

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ssa
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 68


« ตอบ #10 เมื่อ: 05-09-2008, 01:34 »

ชอบโลโก้ข้างบน ที่ทำลูกกะตานพดลกลอกไปมา



กฎหมายฮิตเลอร์ไงครับ
รวบอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ที่นายสมัครคนเดียว
กฎหมายฉบับนี้ยิ่งกว่าประกาศกฎอัยการศึกอีก
ที่เคยมีนักวิชาการลงชื่อคัดค้านเป็นหางว่าวไง

รัฐประหารเงียบเห็นตรงกับจขกท.ครับ
บันทึกการเข้า
กบในเกาะกง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 41



« ตอบ #11 เมื่อ: 05-09-2008, 01:40 »

ไอ้บ้านี่ชอบทำอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนคนอยู่แล้ว    ไปสู่สุขติไวไว นะป๋าหมักจ๋า
บันทึกการเข้า
TheBluECaT
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 824


"แมวน้อยสีน้ำเงิน..."


« ตอบ #12 เมื่อ: 05-09-2008, 01:57 »

ดึงอำนาจทั้งหมดในประเทศ...

มาไว้กับ "คนบ้าคนเดียว"

ถ้าอนุพงษ์ไม่คิดจะทำอะไรสักอย่าง

ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็น...

"ทหารแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เลยครับ
บันทึกการเข้า

"ยามบุญมากาไก่กลายเป็นหงส์  ยามบุญหลงหงส์เป็นกาน่าฉงน...
ยามบุญมาหมูหมากลายเป็นคน  ยามบุญหล่นคนเป็นหมาน่าอัศจรรย์"
seosaro
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #13 เมื่อ: 05-09-2008, 02:19 »

พอ เข้า ไปตาม Link ใต้ บทความ ถึงเห็นว่า อ้อ ข่าว .....ผู้จัดการออนไลน์

ถามจริงๆ เห่อ ครับ มันบิดเบือนข่าว ขนาดนี้  โกหก ทุกวัน ทั้งๆที่คุณ เองก็ เห็นประจักกะตา เช่น ข่าวนี้เป็นต้น , เมื่อวานก็ แต่งข่าวเอง อะไรของมัน นายก อัดเทปไว้มาลาออก ตอนเช้า
ยิ่งสมัย ก่อน ใส่ร้ายเขา ตัดเศียร พระพรหมย์ งี้
 
ทำไม ถึงให้มัน นำทาง นำชีวิต นำชาติ ได้ขนาดนี้

บันทึกการเข้า
Anakinta
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


หน่วยล่าสัตว์


« ตอบ #14 เมื่อ: 05-09-2008, 02:36 »

พอ เข้า ไปตาม Link ใต้ บทความ ถึงเห็นว่า อ้อ ข่าว .....ผู้จัดการออนไลน์

ถามจริงๆ เห่อ ครับ มันบิดเบือนข่าว ขนาดนี้  โกหก ทุกวัน ทั้งๆที่คุณ เองก็ เห็นประจักกะตา เช่น ข่าวนี้เป็นต้น , เมื่อวานก็ แต่งข่าวเอง อะไรของมัน นายก อัดเทปไว้มาลาออก ตอนเช้า
ยิ่งสมัย ก่อน ใส่ร้ายเขา ตัดเศียร พระพรหมย์ งี้
 
ทำไม ถึงให้มัน นำทาง นำชีวิต นำชาติ ได้ขนาดนี้



อ่านดีๆนะคะ ข่าวกะที่ จขกท. เขียนคนละเรื่อง
บันทึกการเข้า

เทวา
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


« ตอบ #15 เมื่อ: 05-09-2008, 02:38 »

พาดหัวซะ
ทำเป็นสื่อไปได้

รัฐประหารคืออะไรตอบใ ห้ไ ด้ก่อน
บันทึกการเข้า
-3-
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,186


« ตอบ #16 เมื่อ: 05-09-2008, 07:29 »

นปก อยู่ไหนครับ งานเข้าแล้วครับ 
บันทึกการเข้า



ประชาธิปไตยตัดสินความต้องการได้ แต่ตัดสินความถูกต้องไม่ได้!!
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #17 เมื่อ: 05-09-2008, 07:40 »

เห็นด้วยครับพี่ แต่สงสัยต้องขังที่ศรีธัญญานะครับ 

  อ๊าว แบบนี้ รพ.ศรีธัญญา..
 ก็คงต้องโดนปฎิวัติ ด๊วยแน่!ฮะ


แล้วลูกหินจะไปนอนที่ไหน หล่ะเนี่ย??
บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #18 เมื่อ: 05-09-2008, 07:45 »

  อ๊าว แบบนี้ รพ.ศรีธัญญา..
 ก็คงต้องโดนปฎิวัติ ด๊วยแน่!ฮะ


แล้วลูกหินจะไปนอนที่ไหน หล่ะเนี่ย??

มานอนที่ คลีโอ..........

เดี๋ยวเฮียเปิดห้องให้
บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #19 เมื่อ: 05-09-2008, 08:57 »

แต่ถ้าเหล่าพันธมารสร้างมโนภาพกันบ่อยๆ...ท่านนายกฯอาจจัดหั้ยตามขอก็ได้ พวกคุณยังรู้จักนายกฯคนนี้น้อยไปจริงๆ  หุ หุ

ตกลง เราจะไป คลีโอ... กันไหมฮะพี่จ๊ะ 

ปล่อยๆให้ อาแป๊ะ ตี กะลุงหมัก ไปพลางๆก่อนเถอะ
บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
iyen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158



« ตอบ #20 เมื่อ: 05-09-2008, 09:07 »

หมักเดินสายแจงสื่อ อ้างว่า...

การตัดสินใจอยู่เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าการลาออก แต่ตนเลือตั้งทางนี้ เพราะต้องการสร้างบันทัดฐานให้กับ  "ระบอบประชาธิปไตย"

( http://www.posttoday.com/pantamit.php?id=5080 )

ไอ้เผด็จการ ไอ้คนบ้า ไปแล้วจริง ๆ

บันทึกการเข้า

คนพาล เวลาทำชั่ว หาสำนึกถึงผลของมันไม่
นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #21 เมื่อ: 05-09-2008, 09:11 »

จะเอาอะไรมาปฎิวัติ 


อ้าว พี่โหน่ง ก็เอากับเขาด้วยหรือครับ

 
บันทึกการเข้า
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #22 เมื่อ: 05-09-2008, 09:14 »


อืมมม...คลีโอได้ 1 ดอก  แต่ที่ฟาร์มแมวได้ 2 ดอก  เครียดๆๆๆๆๆๆหง่ะ

ถ้าน้องลูกหิน ไปนอนที่นั่น ไม่ได้แค่ 1 ดอกร๊อก

เฮียจัดให้เลือก 5 ดอก เลย

ชอบแบบไหน เฮียจัดให้

บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
นายดอกเข็ม
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 423



« ตอบ #23 เมื่อ: 05-09-2008, 09:15 »


อ้าว พี่โหน่ง ก็เอากับเขาด้วยหรือครับ

 

เอ่อ คิดว่า โก๊ะตี๋ อาราม บอย

ไม่เอา ไม่เอา เดี๋ยวพระเดี๋ยวเจ้า โดน หอก หัก ปฏิวัติ ด้วย
ตอนนี้อะไร ๆ ก็ทำหมด ให้รู้อย่างเดียว กูไม่ออก มีไรปะ 
ทักษิณใช้เวลา 7 ปี สมัครใช้เวลาแค่ 7 เดือนเอง
มือมันคนล่ะชั้นความชั่วเจง ๆ
บันทึกการเข้า

...ความชอบธรรมต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม...
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #24 เมื่อ: 05-09-2008, 09:15 »

ทำบ้านเมือง ดีขึ้นทำเถอะหมักแมว  อยากทำไรก็ทำเหอะเอากันให้ตายไปเลย
 
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 05-09-2008, 09:26 »

สั่งได้แต่ไม่มีใครทำตาม ปล่อยมันบ้าไปคนเดียวละกัน

 
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #26 เมื่อ: 05-09-2008, 09:56 »

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000104933

อ้างถึง
อุบายสมัคร “ตีขิมในเมืองร้าง” !!!
 
โดย สิริอัญญา  5 กันยายน 2551 02:11 น.
 
 
 
ในขณะที่สังคมไทยกำลังใจจดใจจ่อรอฟังข่าวนายสมัคร สุนทรเวช จะประกาศลาออก ก็ปรากฏว่านายสมัคร สุนทรเวช ได้แถลงข่าวผ่านทางช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ยืนยันว่าไม่ยุบสภา ไม่ลาออก ด้วยท่าทีที่ปลอดโปร่งโล่งใจ และกลั้วหัวเราะเป็นระยะๆ
       
       การยืนยันว่าไม่ยุบสภา ไม่ลาออกนั้นไม่ใช่ของใหม่อะไร เพราะเพิ่งพูดย้ำแล้วย้ำอีกต่อเนื่องกันมาหลายครั้งแล้ว และไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องออกมาแถลงเช่นนี้ ราวกับว่าเป็นเรื่องสำคัญและฉุกเฉิน
       
       เหตุการณ์ขณะนี้ใครๆ ก็รู้ว่าตึงเครียด คับขัน ทั้งในคืนวันที่ 3 กันยายน 2551 ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยปกติ ถึงกับต้องส่งกองกำลังตำรวจไปคุ้มกันอารักขาอย่างแน่นหนา ราวกับว่าเตรียมทำการอะไรที่สำคัญอยู่
       
       ในสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ที่มีความคิดจิตใจปกติจะมีท่าทีปลอดโปร่งโล่งใจ หรือกลั้วหัวเราะอย่างครื้นเครงได้เลย ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสังเกต น่าวิเคราะห์ว่าทำไมจึงเป็นไปเช่นนั้น
       
       พิเคราะห์แล้วก็ไม่ใช่เรื่องลึกซึ้งซับซ้อนอะไรนักหนา หากมันเป็นกลอุบายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “อุบายขงเบ้งตีขิมบนกำแพงเมืองร้าง”
       
       มาดูกันว่า “อุบายขงเบ้งตีขิมบนกำแพงเมืองร้าง” นั้นเป็นอย่างไร?
       
       เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหลังพระเจ้าเล่าปี่สิ้นพระชนม์แล้ว ขงเบ้งกำราบปราบปรามกบฏภาคใต้เสร็จแล้ว จึงนำทัพเข้าตีแคว้นเว่ยเป็นครั้งแรก รุกลึกเข้าไปในดินแดนเว่ย จ่อใกล้เมืองหลวงเข้าไปทุกที สุมาอี้แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเว่ยวางแผนรับพลางถอยกับกองทัพหน้าของขงเบ้ง แต่เคลื่อนกำลังพลส่วนใหญ่อ้อมตลบหลังไปยึดจุดยุทธศาสตร์เกเต๋ง
       
       เมื่อสูญเสียเกเต๋งเส้นทางลำเลียงเสบียงอาหารและเส้นทางถอยของกองทัพขงเบ้ง ก็ตกอยู่ในกำมือของข้าศึก ทำให้การรุกของกองทัพใหญ่ส่วนหน้าต้องหยุดชะงักลง และจำเป็นต้องถอยทัพ
       
       การถอยทัพต้องใช้เส้นทางหลายเส้นทาง โดยขงเบ้งคุมทัพรั้งท้าย มีกำลังพลเพียงน้อยนิด และไปพักค้างอยู่ที่เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง สุมาอี้ทราบข่าวว่าขงเบ้งคุมกองหลังล่าถอยมาที่เมืองนี้ จึงยกกองทัพสิบหมื่นตามมา หมายจับเอาตัวขงเบ้งให้จงได้ สามก๊กระบุว่ากำลังพลเปรียบเทียบกันแล้ว กองทัพสุมาอี้ “เป็นอันมาก ดังหนึ่งจะเหยียบเมืองเสีย”
       
       ขงเบ้งเข้าตาคับขัน หนีก็ไม่ทัน สู้ก็ไม่ได้ จึงจำใช้อุบายเมืองร้าง สั่งให้เปิดประตูเมืองทั้งสี่ด้าน ให้คนแก่และทหารสิบสี่สิบห้าคนออกไปทำทีกวาดขยะที่หน้าประตูเมือง ขงเบ้งแต่งตัวแบบนักพรตในลัทธิเต๋า สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน ขึ้นไปนั่งตีขิมบนกำแพงเมือง มีเด็กน้อยสองคน คนหนึ่งถือธงสุริยัน อีกคนหนึ่งถือธงจันทรา ตั้งกระถางธูปใหญ่ จุดธูปใหญ่ปักไว้สามดอกบนโต๊ะข้างหน้า ถัดมาเป็นเตาเผากำยาน ควันกำยานพวยพุ่งโชยกลิ่นหอมเย็นลึกลับ
       
       กองทัพหน้าสุมาอี้เคลื่อนมาถึงแล้วเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็ชะงักอยู่ในระยะห่างประตูเมือง สุมาอี้ขี่ม้ามาถึงกองหน้าแล้วออกไปยืนพินิจพิเคราะห์ดู เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็รำลึกถึงกลในพิชัยสงครามที่ว่าน้อยแกล้งทำเป็นมาก มากแกล้งทำเป็นน้อย ไม่มีแสร้งทำเป็นมี มีแสร้งทำเป็นไม่มีแล้ว ก็คิดว่าขงเบ้งคงซุ่มทหารแล้วลวงให้รุกตีเข้าไปในเมือง จึงแสร้งทำเป็นไม่มีทหาร
       
       แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าในเมืองอาจไม่มีทหารเลย ขงเบ้งจึงแสร้งทำอุบาย คิดดังนั้นแล้วสุมาอี้จึงจ้องเขม็งมองไปที่เด็กสองคนซึ่งถือธงสุริยัน-จันทราอยู่ข้างขงเบ้งก็สะท้านขึ้นในใจ ว่าธงสุริยัน-จันทรานั้นเป็นธงสำคัญสำหรับให้สัญญาณบัญชาการทัพว่าบุกหรือถอย อยู่ในระยะแค่ขงเบ้งเอื้อมมือหยิบมาให้สัญญาณให้ทหารเข้าตีเท่านั้น ใจก็ประหวั่นกลับไปคิดว่าขงเบ้งเตรียมธงสัญญาณให้ทหารเข้าตี จึงลังเลอยู่
       
       สุมาอี้พินิจดูเสื้อคลุมของขงเบ้งก็คำนึงว่านักพรตในลัทธิเต๋าสวมเสื้อคลุมชุดขาวในการปฏิบัติธรรม แต่ขงเบ้งกลับสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีแห่งความล้ำลึก เมื่อประสานกับควันกำยานที่พวยพุ่งออกมาแล้ว ดูประหนึ่งแฝงไว้ด้วยเงาของการรบราฆ่าฟันอยู่ในที
       
       สุมาอี้เป็นผู้เชี่ยวชาญการดนตรีชั้นเลิศของแคว้นเว่ย จึงใคร่หยั่งความมั่นคงในใจของขงเบ้งว่ามีความมั่นคงหรือหวั่นไหวประการใด จึงทำสมาธิจิตสดับฟังเสียงขิมที่ขงเบ้งบรรเลงนั้น เพราะแม้จิตใจคนจะหยั่งยาก แต่อาจสะท้อนออกมาได้จากคำพูด กิริยาอาการว่าลุกลี้ร้อนรนหรือไม่ประการใด
       
       สามก๊กฉบับคนขายชาติของเรืองวิทยาคมระบุว่า สุมาอี้สดับฟังเสียงเพลงนั้นแล้วก็รู้สึกว่า “เป็นท่วงทำนองที่สะท้อนถึงจิตใจของผู้เล่นพิณว่ามีความเบิกบานมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทำนองเพลงรื่นไหลดุจดังกระแสน้ำ ไม่มีติดขัด จังหวะเบาไร้ร่องรอยดุจดังสายลมพัด จังหวะหนักก็หนักหน่วงดุจขุนเขาถล่มทลาย หาใช่จิตใจของผู้ที่มีความหวั่นเกรงหรือสะทกสะท้านแต่ประการใดไม่”
       
       สุมาอี้ฟังทำนองเป็นเสียงเพลงว่า
       
        “สายธารไหลรี่รวมลงสู่ทะเลกว้าง
       พระสมุทรเวิ้งว้างราบเรียบไร้คลื่นลม
       ฝูงปลาน้อยว่ายแหวกชวนชม
        ท้องน้ำล้ำลึกดำมืดราวคืนแรม
        ภูเขาสูงตระหง่านเสียดแทงเมฆ
       ความวิเวกแผ่คลุมปลายฤดูหนาว
       มวลพฤกษาผลิใบแทนใบที่ร่วงราว
       ผีเสื้อหลากสีสันเริงร่าท้าทาย
        ชาวนาแบกไถจูงโคคืนเคหา
       เหลาสุราเปล่งเสียงเจ้งครื้นเครงครัน
        เสียงสวดมนต์บ่นพร่ำพระธรรมแว่วมา
       ฟากฟ้าประจิมประกายแสงแดงจ้า
        สรรพสิ่งหมุนเวียนไปไร้เงื่อนปม
       สายลมแผ่วโชยมายากหารอยต่อ
       สำเนียงพิณห่อนสิ้นเพลงเคล้าคลอ
       เมฆฝนก่อเค้ามางามตาเอย”
       
       สุมาอี้ฟังความจากเสียงเพลงก็ยิ่งสะดุ้งใจ เพราะบทเพลงที่ว่าพระสมุทรอันกว้างใหญ่ ไหนเลยจะไร้คลื่นลม ท้องน้ำอันยากหยั่ง ไหนเลยจะมีแต่ปลาน้อย จึงน่าจะมีมฤตยูใต้ห้วงน้ำลึกแอบแฝงอยู่
       
       เสียงเพลงยังพยายามปิดงำความอันยิ่งใหญ่ไว้อีกว่า ในพงพฤกษา ไหนเลยจะมีแค่ผีเสื้อหลากสีสัน ย่อมต้องมีฝูงนกป่านานาพันธุ์ เมื่อไร้นกป่าก็น่าจะมีการซุ่มทหารไว้ นกป่าจึงหลีกหนีไปสิ้น
       
       เพลงพิณตอนสุดท้ายบ่งบอกว่ายามสันติ ผู้คนทำมาหากินตามปกติสุข ผู้ใฝ่ธรรมพร่ำท่องมนต์ภาวนา แต่ฟากฟ้าไยมีสีโลหิตเจิดจ้า ก็คำนึงว่าความสันตินั้นแท้จริงแล้วก็คือรอยต่อของสงครามตามวัฏฏะ
       
       สุมาอี้ประมวลความทั้งปวงแล้วก็เห็นกระจ่างว่าเป็นกลอุบายของขงเบ้งต้องการลวงให้บุกเข้าไปในเมืองแล้วใช้ทหารซุ่มโจมตี และอาจจะมีทหารรุกตีกระหนาบเข้ามาอีกหลายทิศทาง “ก็ตกใจ ด้วยความประหวั่นครั่นคร้าม เม็ดเหงื่อขนาดใหญ่ไหลลงโทรมหน้าโดยไม่รู้ตัว”
       
       จึงสั่งให้ถอยทัพอย่างฉับพลัน แปรกองหลังเป็นกองหน้า แปรกองหน้าเป็นกองหลัง เร่งรีบถอยทัพในทันที อุบายตีขิมบนกำแพงเมืองร้างจึงสัมฤทธิผลและเลื่องชื่อลือชามาจนถึงทุกวันนี้
       
       สถานการณ์ของนายสมัคร สุนทรเวช ในยามนี้เป็นอย่างไรเล่า?
       
       มวลมหาประชาชนนับล้านๆ กำลังชุมนุมประท้วง กลุ่มคนทุกชนชั้น ทุกชนชาติทุกศาสนา ทุกเพศ ทุกวัย ทุกหน ทุกแห่งถั่งโถมเข้าร่วมชุมนุมกดดันให้ลาออก กระทั่งศูนย์กลางการบริหารของตนคือทำเนียบรัฐบาลก็ถูกยึดไปกว่าสัปดาห์แล้ว ต้องร่อนเร่เป็นสัมภเวสีไปที่นั่นที่นี่ เป็นที่อับอายขายหน้าแก่ชาวโลกเขาไปทั่ว
       
       ความเชื่อถือเชื่อมั่นในการบริหารราชการแผ่นดินหมดสิ้นลงไปแล้ว นักท่องเที่ยวพากันเผ่นหนีออกจากประเทศหลังจากประกาศภาวะฉุกเฉิน ซ้ำเติมวิกฤตทางเศรษฐกิจให้ทรุดหนักลงไปอีก
       
       จะบริหารบัญชาการประการใดก็ไม่เป็นผล ล่าสุดออกคำสั่งย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยไม่ถึง 3 ชั่วโมง ก็ต้องยกเลิกคำสั่งให้กลับเข้าสู่สถานะเดิม
       
       เลขานุการและรัฐมนตรีต่างประเทศก็ลาออก บอกสัญญาณความล้มเหลวของรัฐบาลให้นานาชาติรับรู้อย่างโจ่งแจ้งที่สุด ตบหน้านายสมัคร สุนทรเวช อย่างไม่เกรงอกเกรงใจและโดยไม่รับฟังคำร้องขอใดๆ อีก พรรคร่วมก็เตรียมจะเผ่นหนี พรรคตัวเองก็แตกเป็นหลายเสี่ยง เพราะใครๆ ก็เห็นว่าขืนเป็นเช่นนี้ก็คงตายยกรัง จึงต่างคนต่างคิดอ่านเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่น
       
       ข้าราชการทั้งปวงมีหรือที่จะไม่รู้ความเป็นไป ดังนั้นไม่เพียงแต่จะพากันเข้าเกียร์ว่างกันแทบทั่วประเทศเท่านั้น จำนวนหนึ่งก็ปฏิบัติการอารยะขัดขืนโดยไม่ได้แยแสกันอีกต่อไป
       
       ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก็ไม่มีใครยอมรับนับถือและสั่งใครไม่ได้ โดยเฉพาะท่าทีจากผู้นำกองทัพที่เปิดเผยว่าได้แจ้งให้นายสมัคร สุนทรเวช ทราบว่าการสลายม็อบไม่ใช่เรื่องง่าย และจะยืนข้างประชาชนนั้น ก็ได้เผยความให้เห็นว่ามีการสั่งให้ฝ่ายทหารสลายม็อบ ยืมมือฝ่ายทหารไปเข่นฆ่าประชาชน แต่ฝ่ายทหารเขารู้ทันจึงไม่ยอมเป็นเครื่องมือ ไม่ยอมให้มือเปื้อนเลือด มิหนำซ้ำยังแสดงจุดยืนดังเดิมที่เคียงข้างประชาชนเสียอีก
       
       เมื่อติดขัดดังนี้จึงเกิดกรณีคำสั่งพิเศษให้ระดมพลตำรวจเข้ามาจากทั่วประเทศเกือบ 20,000 คน ค่อยๆ ทยอยกันเข้ามากรุงเทพฯ พร้อมด้วยอาวุธเต็มอัตราศึก และเตรียมรถขนผู้ต้องหาจำนวนมากมาย
       
       จำนวนกำลังพลของตำรวจและอาวุธที่พรั่งพร้อมเช่นนี้ ไหนเลยจะรอดหูรอดตาฝ่ายทหารไปได้ และใครๆ ก็ย่อมเห็นว่ามันอาจจะไม่ใช่แค่เตรียมการสลายม็อบเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเลยเถิดไปเป็นเรื่องอื่นก็ได้
       
       เพราะเรื่องแบบนี้เคยมีบทเรียนมาแล้วเมื่อครั้งพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ คิดปฏิวัติด้วยกำลังตำรวจ หมายจะจู่โจมจับบุคคลสำคัญเสียก่อน แต่ก็ล้มเหลวและถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติจนต้องหนีไปตายในต่างแดน
       
       ตำรวจเขาก็คิดแบบตำรวจ ทหารเขาก็คิดแบบทหาร และย่อมกระจ่างในประวัติศาสตร์แบบนี้เป็นอย่างดี
       
       ที่สำคัญคือปัญหาที่ไอ้โม่งสั่งเคลื่อนย้ายกำลังตำรวจจำนวนมากพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์นั้นไม่ใช่คำสั่งของผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามประกาศภาวะฉุกเฉิน จึงเป็นการเคลื่อนกำลังนอกคำสั่งและภารกิจ
       
       เมื่อประกอบกับเหตุการณ์ที่มีการส่งกำลังตำรวจจำนวนมากไปคุ้มกันบ้านของนายสมัคร สุนทรเวช และการสั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์เตรียมวิทยุแถลงข่าวในเวลาเช้านั้นเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง

       
       การเตรียมพร้อมขั้นสูงจึงเกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น และในที่สุดกำลังตำรวจที่กรีฑาเคลื่อนพลเข้ามาก็ต้องล่าถอยถอนกำลังออกไป ในขณะที่มวลชนซึ่งกำลังระดมกันเข้ามาก็ถูกหยุดยั้งเอาไว้


       เมื่อเป็นเช่นนี้นายสมัคร สุนทรเวช จึงเหมือนอยู่ในเมืองร้างจริงๆ จึงไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำ “อุบายขงเบ้งตีขิมบนกำแพงเมืองร้าง” ด้วยประการฉะนี้.

 
บันทึกการเข้า
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #27 เมื่อ: 05-09-2008, 10:06 »

ลุงสมัคร คงจะแกล้ง เล่นบทผู้ร๊าย
ให้ พวกเรา ชาวไทย รู้รักสามัคคีแน่ๆ เร๊ยย

พอหนัง จบ ลุงสมัครก้อจะ เดินออกมา
บอกว่า ผม ล้อเล่น แน่ๆ
บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
วาโย
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 250


ซ้ายหรือขวาก็ว่าเอียงทั้งคู่ขอสู้อยู่ตรงกลางดีกว่า


« ตอบ #28 เมื่อ: 05-09-2008, 10:35 »

  เรื่องลุงหมักของคุณลูกหินล้อเล่นนี้ออกจะแรงไปหน่อยนะครับ มีคนสังเวญชีวิตไปแล้วหนึ่งศพ พี่น้องรวมชาติแท้ๆ ต่อให้เขาเป็น นปช(หรือนรกป่วนชาติ)ผมก็ไม่อยากให้เกิด (ถึงจะเป็นคุณจ๊ะแหกเป้า...ก็ไม่อยากให้โดนหลอกไปตายแบบนี้เหมือนกัน) เสียดายชีวิตคนไทยด้วยกันครับ
บันทึกการเข้า

มาเถอะพี่น้องพ้องเพื่อนชีวิต ...ตื่นเถอะมวลมิตรผู้ยังหลับไหลจากเรา...คาราวาน (ขอยกท่อนหนึ่งของเพลงคาราวานมาแสดงระกันครับ ถึงเวลาแล้วที่คนหลับต้องตื่นสู้ คนอยู่ต้องก้าวต่อไป)
หน้า: [1]
    กระโดดไป: