ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
30-11-2020, 03:52
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  ความไม่เป็นกลางทางการเมืองของ กกต มีใบเสร็จหรือไม่ครับ? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ความไม่เป็นกลางทางการเมืองของ กกต มีใบเสร็จหรือไม่ครับ?  (อ่าน 3139 ครั้ง)
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 17-06-2006, 16:29 »

มีข้อน่าสงสัยว่า กกต ไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่ง "ไม่สมควร" เป็นคนกลางจัดการเลือกตั้ง

ปัญหาก็คือ กกต เองนั่งยัน นอนยัน ยืนยันว่าทำตามกฎหมาย ไม่ได้ผิดกฎหมายอยู่ตลอดเวลา ระบอบประชาธิปไตยเองก็ไม่เคยมีการระบุอย่างชัดเจนมาก่อนว่า "ไม่เป็นกลางทางการเมืองเนี่ยวัดได้อย่างไร หรือมีพฤติกรรมใดที่ชี้ชัดว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง ที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย"

แม้จะมีการอ้างถึงพฤติกรรมหลายประการที่ไม่น่าไว้วางใจของ กกต. แต่เมื่อเขาอ้างว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมไม่มีความผิดในฐานพฤติกรรมต้องสงสัยนั้น

อยากจะชวนคุยกันง่ายๆ ยกตัวอย่างเดียวกันให้เห็นชัดๆ จะๆ และน่าจะเป็นหัวข้อปัญหาที่กำลังร้อนอยู่ครับ...
"กรณี กกต ส่งเรื่องยุึบพรรคไทยรักไทยโดยไม่ชี้มูลความผิด เป็นมาตรฐานที่แตกต่างกับที่เคยทำก่อนหน้านี้ในกรณียุบพรรคอื่น ถือเป็น ใบเสร็จ ความไม่เป็นกลางทางการเมืองเพื่อดำเนินการตามกฎหมายถอดถอน กกต ได้หรือไม่?"
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 17-06-2006, 16:49 »

มีหลายอย่างครับที่คนที่มีความสำนึกเขาคิดได้ แต่ กกต. คิดไม่ได้
ตัวอย่างเช่น การรับผิดชอบในการที่ทำให้เสียงบประมาณเลือกตั้งไป 2,000 ล้านบาท ควรจะลาออกหรือไม่
กกต. ชุดนี้คิดไม่ออก บอกอย่างเดียวว่าทำตามกฎหมาย แต่ไม่รู้จักความรับผิดชอบด้านสังคม
อย่าแปลกใจหากได้รับรู้ว่า กกต. ชุดนี้บางคนอาจจะเป็นคนอกตัญญู ไม่รู้คุณคน หรือทำงานแบบไม่มีความรับผิดชอบ
เพราะเขาก็จะบอกแต่ว่า "ไม่ผิดกฎหมาย" แล้วก็กระทำการตามอำเภอใจต่อไป
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 18-06-2006, 02:33 »

ที่คุณ RidKun ให้ความเห็นมาเป็นเรื่องอันเนื่องมาจากกรณี "การออกเสียงโดยลับ" ซึ่งเป็นความผิดระดับ "เทคนิค" ไม่สามารถสาวไปถึงกรณี "การไม่เป็นกลางทางการเมือง" ซึ่งเป็นประเด็นหลักในการปรับเปลี่ยน กกต. ถ้าเราไม่ชัดเจนในประเด็นนี้ กกต ก็ยังถือเป็นกรรมการที่สามารถปฏิบัติงานได้ตามหลักประชาธิปไตย โดยอย่างมากแค่ถูกมองว่า "ขาดความสามารถ" ในการปฏิบัติการเท่านั้นครับ ซึ่งประเด็นขาดความสามารถนี้หมดไปได้ง่ายๆ ด้วยประเด็น "มีประสบการณ์มากขึ้นและขอโอกาสแก้ตัว"

การเปิดกระทู้นี้ของผมแค่อยากทดลองดูเท่านั้นแหละครับ ว่าจะมีคนที่อยากคุยกันเนื้อๆ บ้างหรือไม่ หรือจะเป็นแค่เวทีของเจ้าถิ่นกับแก๊งซิ่งกวนเมืองกันเท่านั้น

เวทีสาธารณะที่ไหนที่ไหนก็คงแบบนี้มั้งครับ ยากที่จะปรับตัวขึ้นไปเป็นสนามทดลองทางความคิด การเติบโตทางปัญญาของสังคม ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายของ "ขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ด" แห่งนี้

คนที่ผ่านไปมา ณ ที่แห่งนี้ก็เช่นกัน คนที่มีการมีงานและเป็น "ของจริง" คงยากที่จะหาเวลาอันน้อยนิดมาเล่นกระทู้พวกนี้ ถ้าหากไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจมากนัก... หรือการหาสิ่งที่น่าสนใจเป็นสิ่งที่ยากเกินไป มองไปทางไหนก็เจอแต่แก๊งชวนตีกันเองไปหมดแบบนี้

จุดก่อกำเนิดของขบวนการ ความร่วมแรงร่วมใจกันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ... แต่ถ้าหากเราไม่มี "นวัตกรรม" ที่ไปไกลกว่าเวบบอร์ดสาธารณะทั่วไปที่มีแค่ การแบ่งห้อง จัดกลุ่ม กำหนดสิทธิ และการกำหนดมาตรการกระทู้ ผมว่าที่นี่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นจุดเด่นหรือแตกต่างกับที่อื่น และนานๆ ไปก็จะมีสภาพที่เหมือนกัน หรือไม่ก็กลายสภาพเป็นเวบชมรมเพิ่มขึ้นอีกชมรมเท่านั้น เสรีทงเสรีไทยอะไรนั่นก็คงไม่ต้องไปพูดถึงมันอีก

ปิดกระทู้แต่เพียงเท่านี้ครับ... ผมคิดว่าควรแปลงสภาพให้เหมาะสมกับเวบบอร์ดแห่งนี้น่าจะสบายใจที่สุด เข้ามาระบายอารมณ์ แล้วก็จากไป รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ ไม่ให้ถูกลูกหลง อย่าให้เจ้าถิ่นกับแก๊งซิ่งเห็นเป้าเราชัดนัก เดี๋ยวจะถูกตีหัวแตก... ชะแว๊บบบ
บันทึกการเข้า
Chicago
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 18-06-2006, 03:56 »

โห ท่านพระพาย เล่นพูดซะตรงกลางแสกหน้าแบบนี้ สมาชิกที่นี่ก็สะอึกแย่สิ!
เขามีแต่ตีหัวเข้าบ้าน ท่านเล่นตีหัวเจ้าของบ้านแล้วพัดหนีไป ’dern ซะไม่มี
นับถือๆ

ยังไงก็หวังว่าข้อเขียนของท่านจะช่วยให้บางคนได้สติขึ้นมาบ้างว่ากำลังทำอะไรกันอยู่
แล้วคนอื่นที่มองดูจากภายนอกเขาเห็นเป็นอย่างไร
ผงเข้าตาตัวเองมักเขี่ยไม่ออก ฉันใดก็ฉันนั้น
บันทึกการเข้า
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #4 เมื่อ: 18-06-2006, 05:30 »

ออกเสียงโดยลับ ถ้ามองแค่ว่าเป็นความผิดทางเทคนิคก็ได้  Cool
แต่มองว่าไม่ใช่ ก็ได้เหมือนกัน

เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับการโดนสังเกตการณ์ ว่าไม่ได้กาตามที่ขายเสียงไป
หรือในกรณีอื่นๆ รวมทั้ง รัฐธรรมนูญ ยังบ่งชี้ไว้เป็นสำคัญ ว่าการลงคะแนนต้องเป็นความลับ

การกระทำ ที่ตั้งใจหันคูหาออก เป็นเรื่องการกระทำแบบเทคนิค
ซึ่งกกต ได้อ้างว่าไปดูงานต่างประเทศมา

แต่เวลามันเข้ามูลความผิดแล้ว
มันเป็นการผิดกฎหมายแม่ อย่างรัฐธรรมนูญน่ะสิครับ

ซึ่งการไม่ใส่ใจใน กฎหมายหลักอาจจะกล่าวได้ว่า
ไม่ยึดหลักประชาธิปไตยแบบไทย
โดยการเอาวิธีของชาติอื่นๆ มาใช้ โดยมองข้ามความสำคัญของ รธน.
ซึ่งการที่ต้องลงคะแนนโดยเป็นความลับ นั้นสำคัญในไทย
ที่เป็นระบบอุปถัมภ์ ต้องเชื่อผู้ใหญ่ และมีการขายเสียงกันมาตลอด
เป็นการป้องกันประชาชนให้สามารถออกเสียงได้เต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่สถานะใด
ยากดีมีจน มีพ่อทำงานพรรคนี้ แต่อยากเลือกอีกพรรคเป็นต้น

เพราะฉะนั้น ถ้าเก่งถึงขนาดประดิษฐ์คำว่า ผิดพลาดทางเทคนิค
แล้วมาสร้างความชอบธรรมให้ กกต ได้
ก็น่าจะเข้าใจได้เองอยู่แล้วว่า ทำไมถึงมีคน ขาดความเชื่อถือใน กกต ชุดนี้ได้

ส่วนตัวผมเองไม่มีความเห็นว่า กกต ชุดนี้ควรออกหรือไม่ออก
ปล่อยให้เป็นอำนาจของศาลที่จะวินิจฉัย ครับ
เพราะอาจจะมีฝั่งที่คิดว่า กกต ชุดนี้ไม่เป็นกลางทางการเมือง
ส่วนผมตัวผมมองว่า ความไม่เป็นกลางนั้น ไม่ใช่เรื่องสังเกตได้ง่ายๆ
แต่ คนอื่นอาจจะมองว่ากกต. ไม่เป็นกลาง
ซึ่งไม่สามารถหา จุดที่ยุติได้แน่ๆ
เพราะฉะนั้น สำหรับผมปล่อยให้เป็นหน้าที่ศาลครับ
เนื่องจากตอนนี้เราต้องการข้อยุติจากทุกฝ่าย

ส่วนกรณี การพูดแก้เกี้ยว ว่ามาตั้งคำถามเพื่อทดสอบ บอร์ดแห่งนี้
ถ้าคิดว่ามันช่วยสร้างน้ำหนัก ให้กกต ชุดนี้ สามารถอยู่รอดปลอดภัยได้
และเกี่ยวข้องกับการ ถกเถียง ในหัวข้อนี้
ลองเชื่อมโยง เพิ่มเติมดูนะครับ
หรือไม่ก็ลองเปิดเป็นอีกกระทู้นึง



บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #5 เมื่อ: 18-06-2006, 05:35 »

มีแต่จะยอมรับหรือไม่เท่านั้น

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีพรรคลงสมัคร พรรคใหญ่เพียงแค่พรรคเดียว
ขณะที่พรรรคอื่น เป็นพวกที่ถูกพรรคใหญ่จ้างมาลง หลักฐานคือ กกต. สั่งยุบพรรคเล้กไปแล้ว
ดังนั้น กกต. จะอ้างไม่รู้ว่า การเลือกตั้งเป็นอย่างไรไม่ได้ การจัดคูหา ทำให้เอื้อประโยชน์ให้พรรค
ที่ลงเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน

1. กกต. ตอนแรกยอมรับว่า ต้องการไม่ให้คนแอบถ่ายบัตร เพื่อไปรับเงิน นั่นคือ ยอมรับอยู่แล้ว
ว่ามีการรับเงินมาลงคะแนน การหันแบบนี้ เป็นการช่วยให้ คนภายนอกเห็น โดยไม่ต้องถ่ายรูป
ต่างหาก นั่นคือ ใครรับเงิน ก็เพียงแค่ยก หรือว่า ขยับตัวเล็กน้อย หัวคะแนนก็สามารถมองเห็น
แล้วโดยไม่ต้องถ่ายรูป แล้วมันป้องกันการซื้อเสียงได้ตรงไหนกัน

2. การออกแบบบัตรลงคะแนน เอื้อให้หัวคะแนน มองเห็นได้ง่ายขึ้น มันไม่มีเหตุผล ที่จะย้ายช่อง
ไม่ลงคะแนนไปที่มุนล่างขวา ขณะที่ครั้งก่อน มันอยู่ด้านบน ซึ่งบางครั้ง หัวคะแนนอาจจะมองไม่
ถนัด ว่าคนเขาเลือกลงคะแนนให้ใคร การย้ายแบบนี้ ทำให้สามารถคาดเดาได้ว่า ลงช่องไหน
เพราะถ้าลงช่องไม่ลงคะแนน ต้องขยับบัตรเลือกตั้งเพื่อให้ลงได้ แต่กาช่องบน ไม่ต้องขยับ

3. อ้างมั่วๆ ว่าประเทศอื่น หันแบบนี้ ทั้งๆที่ประเทศอื่นเขาไม่มีการซื้อเสียงแบบเมืองไทย ดังนั้น
การระมัดระวัง จึงไม่จำเป็นต้องเข้มข้นเหมือนเมืองไทย

4. การติดเบอร์ผุ้สมัคร ไว้ในหน่วยเลือกตั้ง ผิดอย่างมาก เพราะว่า รู้อยู่แล้วว่าลงพรรคเดียว
โดยอ้างว่า เตรียมไว้ตอนเลือก สว. อ้าว ก็ตอนนี้มันเลือก สส แล้วมันก็มีไม่เกิน 2 เบอร์ ส่วนใหญ่
นี่ก็เบอร์เดียวด้วยซ้ำ แล้ว สว. จะมีปัญญาไปติดหรือ กทม มีเป็น 100 จะไปแปะไว้ที่ไหน

5. พฤติกรรมให้สัมภาษณ์ ของวาดสะหนา ก็เห็นได้ชัดแล้ว ยื้อผลยุบ ทรท แต่ดันไปเร่ง
ยุบ ปชป ทั้งๆที่อ่อนแสนอ่อน ถ้าหาว่า ปชป ผิดเพราะไม่ล่อซื้อ แล้ว ทรท ไม่ผิดที่ดันไปซื้อ
พรรค เล็กหรือไง
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 18-06-2006, 07:30 »

การพิจารณาเรื่อง "ความเป็นกลาง" มองไม่ยาก หากใช้เรื่อง "พฤติกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา"

คำถามคือ กกต. ใช้วิจาณญาณแบบใหน ทำไมเปลี่ยนวิธการกาบัตรี "หันหลังให้กรรมการ"

หรือย้ายช่อง.."ไม่ออกเสียง" หรือ "ไม่ประสงค์จะลงคะแนน" ไว้ล่างขวาของบัตรลงคะแนน

การพิจารณาแค่นี้คงเป็นเครื่องชี้ได้ว่า..."ไม่เป็นกลาง" ไม่สามารถปิดการลงคะแนนให้เป็น "ความลับ"

ซึ่งตรงนี้คือสร้างแรงกดันให้ผู้ออกเสียงลงคะแนน เนื่องจาก"เชื่อว่า" มีการจ้างออกเสียงหรือ "ซื้อเสียง"


บันทึกการเข้า

kobkla
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 97


« ตอบ #7 เมื่อ: 18-06-2006, 08:12 »

หาได้จากข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏอยู่ทั่วประเทศไทย ผ่าน สื่อ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์
บันทึกการเข้า
atumyata
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 88


« ตอบ #8 เมื่อ: 18-06-2006, 09:16 »

ถ้าจะว่าเรื่องใบเสร็จคงลำบาก กว่าจะหาได้คงต้องใช้เวลาอีกนาน ไม่ทันใจโจ๋เด็กแก๊งค์หงซิ่งอย่างผม
การที่ กกต อยู่ทำงานต่อก็เหมือนกัน มีหลักฐานอะไรที่จะยืนยันว่าปัญหาต่างๆ จะดีขึ้น ถ้ามีหลักฐานช่วยแสดง
บันทึกการเข้า
INC.BKK
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 325

Tuksin Get Out!


« ตอบ #9 เมื่อ: 18-06-2006, 14:54 »

ความเป็นกระเบื้องนั่นแหล่ะครับ กับการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมจากคนไปเป็น กระเบื้องก็คือใบเสร็จที่คนทั่วไปสังเกตุได้ครับ
บันทึกการเข้า

Tuksin GET OUT !
O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #10 เมื่อ: 18-06-2006, 16:05 »

หลายกรณีครับที่กกต ตัดสินเข้าข้างทักษิณ

เรื่องสัญญาว่าจะแจกโน้ตบุ๊ค กกต บอกว่าเป็นนโยบายทำได้ผมว่า
ตัดสินแบบนี้อันตรายมากเป็นมาตรฐานที่ไม่ดีเลยในอนาคตรับรองวุ่นวายแน่

เรื่องแม่ยายทักษิณแจกผ้ากู้ชาติเนี่ยกับขายเสื้อทักษิณสู้ๆ ราคาต่ำ ผมไม่รุ้ว่า
กกต แก้ตัวว่ายังไง แต่ไม่ว่าจะแก้ตัวยังไงผมว่ามันก็ผิดนะ

แล้วก็แจกตังค์ให้อาจารย์อีกมีภาพหลักฐานชัดเจน

แบบนี้เอียงป่าวครับ

สมัยก่อน กกต เข้างวดมาก ผมจำได้ ศิริ หวังบุญเกิด แค่นำพวงหรีดไปให้ในงานศพ
โดนใบแดง
ลีน่า จัง มีกระเทยแต่งตัวแฟนซีเป็นขบวน โดนใบแดง

ถ้ากกต ไม่เข้มงวดแบบนี้จะมี กกต ไปทำไม
บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
news
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 18-06-2006, 21:11 »

ความไม่เป็นกลาง คือ การเอื้อประโยชน์ให้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เช่น กรรมการมวย ทำแกล้งมองไม่เห็น เมื่อ ฝ่ายน้ำเงินชกใต้เข็มขัดฝ่ายแดง ทั้งๆที่ ชกแบบ Slow motion จนคนดูเห็นกันทั้งประเทศ
หรือ ให้โอกาสพี่เลี้ยงฝ่ายน้ำเงิน ไปนั่งคุมเชิง มุมเสาฝ่ายแดงและนั่งฟังโค้ชฝ่ายแดงสอนเชิงมวยได้

ลองเปรียบเทียบ แค่นี้กับการ หันคูหาเอาก้นออกด้านนอก แค่นี้ ก็มองเจตนาออกแล้วว่า ต้องการให้เห็น

การลงคะแนนลับ คำว่าลับ แปลว่า มองโดยปกติต้องไม่เห็น จะรู้จะเห็นได้ต้อง ใช้ความพยายามที่จะโขมยหรือแอบดู ไม่ใช่เห็นกันประเจิดประเจ้อ ทั่วบ้านทั่วเมืองแบบนี้ แล้วยังมีหน้า หนา มาบอกว่า เสือกมอง ไปถึงจะเห็น
แล้วยังเถียงว่าที่อื่นประเทศอื่นก็ทำถมไป หันก้นออกนอก
ถามหน่อย จริยธรรมเขานะ แค่ข่าวไปเที่ยวซ่อง รัฐมนตรีเค้าก็รีบลาออกแล้ว เรื่องซื้อเสียง ประเทศเขาก็ซื้อกันไม่ได้ไม่เคยมีในจิตวิญญาณ เลยไม่ต้องหันก้นมาเป็นหลักฐานว่า ที่จ่ายเงินไปนะ คนรับเงินกาให้ตรงช่องขวาบนจริงไหม

ระดับอย่างเราๆนะ ทำกันชิบ หาย กันทุกวงการยังด้านอยู่ต่ออีกยกแผง แค่เรื่องonet anet มั่วจนเละ ยังด้านบอก เรื่องจิ้บจ้อย กูม่ายยยออก เหมือนลูกพี่เล้ยย ผ่าเหอะ ฟามรับผิดชอบสูงจริ้งๆ

แล้วไอ้การจัดคูหาการลงคะแนน ที่ไม่เป็นความลับ มันเอื้อประโยชน์ให้พรรคไหนละ แค่นี้ก็เป็นใบเสร็จ ชัดเจนแล้วว่า ไม่เป็นกลาง
จะถามมาใบเสร็จทำไม

มีผู้ได้ประโยชน์จากการกระทำ กรรมชี้เจตนา ชัดเจนเป็นทอดๆ ต้องใช้อวัยวะส่วนไหนช่วยตรองอีกเหรอ
บันทึกการเข้า
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #12 เมื่อ: 19-06-2006, 01:17 »

มีหรือเปล่าไม่รู้แต่ว่า

แค่มีหมาอยู่ตัวหนึ่ง เคยเห่าเอาไว้ว่า

 " ผมจะจัดการทันที ไม่ต้องมีใบเสร็จ "

ก็ยังไม่เห็นมันจะทำอะไรได้ซักอย่าง

5555+

หมาเห่า แท้ๆ
บันทึกการเข้า
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: 19-06-2006, 01:50 »

สวัสดียามดึก

พระพายมาตอนดึกๆ นึกว่ากระทู้ปิดไปแล้ว ที่ไหนได้ มีคนมาคุยด้วยตั้งเยอะ... ขออภัยที่มาช้า เวลาไม่ค่อยมีหน่ะครับ

เท่าที่อ่านความเห็นของเพื่อนๆ ที่นี่ทุกคน ผมเห็นใบเสร็จออกมาตั้งหลายใบ เป็นประเด็นน่าสนใจทั้งนั้นครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นบิลเงินสดครับ ใช้เบิกทางราชการไม่ได้ อิ อิ

คุณเพนกวินให้ความเห็นว่าความเป็นกลางไม่สามารถหาข้อยุัติได้ง่ายๆ เหมือนคุณ Atumyata ส่วน คุณ eAT ก็เปิดประเด็นไปที่การพิจารณา "พฤติกรรม" เช่นเดียวกับคุณ CanCan และคุณ news

แต่ที่ฮาที่สุดก็คือคุณ INC.BKK ที่ว่าใบเสร็จก็คือความเป็นกระเบื้องนั่นแหละ... แต่กรณีนี้คงจะวุ่นน่าดู เพราะเฮียสนติ๊แกบอกว่ากับคนอย่างหนาเนี่ย เราต้องหนาหน้าด้านยิ่งกว่า... เลยกลายเป็นว่ามีกระเบื้องฝ่ายธรรมะกับกระเบื้องฝ่ายอธรรม... แยกใบเสร็จลำบากน่าดูครับ

จะมีก็แต่ความเห็นของ O_envi ที่เสนอใบเสร็จได้น่าสนใจ เรื่องแม่ยายกับเรื่องแจกตังค์เทียบกับกรณีคุณลีน่ากับคุณศิริ ระดับความเข้มต่างกันชัดเจน แต่เทียบกันได้หรือไม่คงต้องรอนักกฎหมายเข้ามาให้ความเห็น... ที่นี่มีไม๊ครับ?... ยู้ฮู นักกฎหมายอยู่หนายยย

ที่แน่ๆ ติดตามข่าววันอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย ปชป. ยิงประเด็นหลายเรื่อง มีการขยายผลจากเรื่อง "เลือกปฏิบัติ" กรณีดึงเรื่องยุบพรรคทรท. กับเร่งยุบพรรค ปชป. ซึ่งเป็นประเด็นเชิงป้องกันตัวและมีเป้าหมายหลักทางการเมืองถล่มพรรคไทยรักไทยเป็นหลัก ขยายผลมาที่กรณี กกต ยื่นเรื่องยุบพรรคทรท.โดยไม่ชี้มูลความผิดเป็นการ "เลือกปฏิบัติ" ต่างจากมาตรฐานที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเป้าหมายมาถล่ม กกต โดยตรง

การ "เลือกปฏิบัติ" หลายๆ กรณีที่สามารถระบุอ้างอิงเปรียบเทียบได้รวมกันมากๆ เข้า ตอนนี้กำลังแปรสภาพเป็น "ใบเสร็จ" ที่มีผลทางกฎหมายได้ครับ เพียงแต่ที่ผ่านมา ปชป. ไม่สนใจใบเสร็จ กกต. มัวแต่ไปหาใบเสร็จทรท. เพิ่งมาเปลี่ยนเป้าหมายก็วันสองวันมานี้... โทษใครไม่ได้ครับ มันเป็นกรรมเวรที่ กกต เปิดช่องขึ้นมาเอง

วันนี้ชวนคุยแต่เพียงเท่านี้ครับ แล้วเรามาดูกันต่อว่าใบเสร็จ ปชป. เนี่ยจะเบิกได้หรือเปล่า? หรือว่าใบเสร็จจะถูกตัดตอนกันที่การโยนไปมาของ กกต กับ อสส ไม่ถึงมือศาลเสียที... ราตรีสวัสดิ์ครับ
บันทึกการเข้า
Coolly_Jade
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318


ฉันจะบิน บิน บิน สู่เสรีภาพอันยิ่งใหญ่


« ตอบ #14 เมื่อ: 19-06-2006, 02:45 »

จะถามหาใบเสร็จคือต้องการให้เอาหลักฐานมายืนยันให้หนักแน่นงั้นหรือ
การกระทำ จิตใจของแต่ละคนเอาจะเอาใบเสร็จจากไหนมายืนยันได้
ขนาดเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดยังไม่สามารถบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างของคนหนึ่งคนได้ละเอียด
ยิ่งจะบอกว่าผิดกฏหมายตรงไหน นี่ยิ่งท้าทาย
เพราะรู้ตัวอยุ่ว่าไม่มีองค์กรใดๆสามารถทำงานหรือเอาตัวเองออกได้ขณะนี้
ปปช ไปถึงไหนก็เงียบเหงาสิ้นดี ปกติรัฐบาลต้องคอยประกาศคอยบอกว่าอะไรเป็นไปถึงไหน
ต่อให้ ปปช มีได้เกิดได้ 2สภาก็ยังเป็นปัญหาในฐานะและหน้าที่ ทำได้หรือไม่ได้
กกต เองก็รู้ในข้อนี้ แล้วยังมีหน้าว่าไม่ได้ทำผิด
ถ้าจะอ้างการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะมาวัด คนทั่วไปก็รู้ดี
มันเป็นมารยาท เป็นความรับผิดชอบ
รัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่ได้ถูกเรียกว่าทดสอบหรอกครับ
แบบนี้มันเรียกว่าถูกย่ำยีเสียจนแทบไม่เหลือซาก
รัฐธรรมนูญทำพลาดที่ไว้ใจคนที่เป็นการเมืองมากเกินไป
ขนาดมาตรา7ที่เป็นข้อสำหรับอุดช่องโหว่ก็ถูกแปรไปหลายรูปแบบ
เพราะไม่ได้กำหนดลงไปตรงๆ คนจึงสุดแต่จะสรรหาเอาไปใช้แต่ละมุมมอง
เงื่อนไขของการใช้ก็แต่ละคนแต่ละฝ่ายอีกแหละ
แต่ก็ไม่วายมีคนมาอ้างเป็นบางครั้งบางคราวทั้งๆที่การกระทำไม่ได้เห็นแก่เจตนาของรัฐธรรมนูญเลย
จะบอกไม่ผิดกฏนะใช่แน่ แต่ก็เฉพาะตอนนี้
ถ้าหน่วยต่างๆตามองค์ประกอบอยุ่ครบ และทำหน้าที่ของตนได้ตามเจตนารมแห่งรัฐธรรมนูญ
ป่านนี้ กกต ไม่เหลือซากให้เห็นหรอกครับ
อย่าว่าแต่ กกต เลย แม้แต่ทักษิณก็เถอะ
ที่แย่ยิ่งกว่าก็คือ คนที่ทำให้ระบบแห่งรัฐธรรมนูญพิกลพิการไป เป็นผุ้บริหารของบ้านเมือง
เป็นแบบนี้คิดว่ายังจะมีอะไรเหลืออีกหรือ สำหรับเมืองไทย

****สิ่งที่อยากจะถามสำหรับคนที่พยายามอ้างกฏหมาย
       รู้หรือลืมไปหรือเปล่า ว่าเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้คืออะไร


บันทึกการเข้า

ทักษิณาธิปไตย เสรีทางความคิด เผด็จการต่อการแสดงออก ใครเห็นด้วยเป็นคนดี ใครคัดค้านเป็นกุ๊ย
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #15 เมื่อ: 19-06-2006, 06:14 »

มาตอบซะยาว
แต่ก็มั่วใบเสร็จเช่นเคย

สงสัยต้องนิยามใบเสร็จกันทั้งสองฝ่าย มาเทียบกัน
ถ้าใบเสร็จของคุณ จขกท คือใบเสร็จจริงๆ
ผมว่าคงไม่ต้องคุยกันล่ะมั้ง

สำหรับผมใบเสร็จ แปลว่าหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ได้ว่าผิดจริง
ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะรู้มาก่อนว่าเป็นใบเสร็จ
แค่คิดว่ามันเป็นใบเสร็จที่ใช้ได้
คนที่ชี้ขาดว่ามันใช้ได้ จริงๆ ก็คือศาล นั่นล่ะ

ซึ่งภาพท่านธรรมรักษ์ และ อิ่นๆ ก็เข้าข่ายใบเสร็จ
เพียงแต่ผู้ตรวจสอบบัญชี(ศาล) จะมองว่าเข้าตำราหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง
หรือมองว่าเป็นบิลเงินสด ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย ก็ว่ากันไปเรื่อยล่ะครับ
ไม่มีข้อยุติ ถึงบอกว่าพูดยาก ให้ดูกันที่ศาลดีกว่าตัดสินกรณีไหนอย่างไร

มาอ้างใบเสร็จตอน คดียังไม่คืบหน้า
หรือบางกรณียังไม่เกิดคดี
คงไม่ไปถึงไหนหรอกครับ
เพราะต่างก็อ้างว่าเบิกได้เหมือนกัน
ไม่มีใครชี้ขาด
ถึงคุณจะมาบอกว่าเป็นบิลเงินสด ให้ทิ้งไปเถอะ
แต่ศาลอาจเห็นอีกอย่างก็ได้

รอสักพัก เดี๋ยวใบเสร็จ เช็คบิล ซิวจี๊
คงตามมาเป็นชุดๆ
เพราะเห็นตั้งธงจะเอาชนะกันด้วยกฎหมายแล้วนี่เนอะ
 Shocked
บันทึกการเข้า
นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #16 เมื่อ: 19-06-2006, 07:58 »

ถ้าอยากรู้เรื่องใบเสร็จ ก็ต้องให้กกตลุกจากเก้าอี้ก่อนครับ
เพราะในขณะนี้พวกท่านนั่งทับมันไว้เลยไม่มีใครเห็น
บันทึกการเข้า
atumyata
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 88


« ตอบ #17 เมื่อ: 19-06-2006, 08:56 »

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณเกตุ ให้ กกต ลุกออกไป รับรองน้ำลดตอผุดอีกเยอะ 
บันทึกการเข้า
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 20-06-2006, 13:38 »


สวัสดีคุณเพนกวิน

ผมตอบยาวเพราะมีคนคุยด้วยหลายคน แต่ที่ตอบคุณคงจะสั้นไปหน่อย เห็นคุณอยากคุยเรื่อง "การยุติด้วยศาล" มาทั้ง 2 ข้อความ ผมคิดว่าประเด็นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย แต่เห็นว่าเรื่องนี้จะกระทบความเชื่อมั่นของสังคมอยู่บ้าง รวมทั้งผมยังคงสนใจเรื่อง "ใบเสร็จ" อยู่ก็เลยเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่คราวนี้มีประเด็นไม่มาก ผมจะคุยกับคุณละเอียดหน่อย

เรื่องศาลนั้น ปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นคำตอบสำเร็จรูปในสังคมไปแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะกระแสจงรักภักดี ทำให้ทั้งสังคมคาดหวังไปเช่นนั้น แต่จริงๆ แล้วการดำเนินการของศาลมีรายละเอียดขั้นตอนที่ค่อนข้างมาก

อันดับแรก ศาลทำงานคนเดียวไม่ได้ ศาลตั้งประเด็นเองตัดสินเองไม่ได้ ต้องมีอัยการส่งเรื่อง หรือต้นเรื่องอื่นๆ เช่น อาจเป็นองค์กรอิสระที่ทำตามอำนาจหน้าที่เป็นต้น

ทั้งนี้ ต้นเรื่องจะเป็นใครก็ตาม... ก็ต้องทำสำนวนพร้อมพยานหลักฐานในเบื้องต้นส่งไปด้วย ซึ่งต้องมีความหนักแน่นพอสมควรศาลจึงจะรับฟ้อง เพื่อเข้ากระบวนการพิจารณาของศาลอีกหลายขั้นตอน

เข้าใจหรือยังครับว่าทำไมผมถึงเน้น "ใบเสร็จ" และถ้าคุณเชื่อศาล อยากช่วยศาล ก็ช่วยกันหาใบเสร็จกันน่าจะดีกว่านะครับ เพราะถ้ามีใบเสร็จเจ๋งๆ เผยแพร่ในเวบบอร์ดนี้ ผมแน่ใจว่าจะมีช่วยเราทำงานต่อเองโดยอัตโนมัติ

บอกตรงๆ ว่าใบเสร็จที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนี้ ผมยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าจะเวิร์ค ถึงแม้ผมจะไม่รู้กฎหมาย แต่คนอย่างพี่หนาและอื่นๆ ที่มาจากตำรวจน่าจะ "มั่นใจอะไรบางอย่าง" ถึงได้อยู่ทนขนาดนี้ รวมถึงกล้าดำเนินการหลายๆ หมิ่นเหม่ต่อการทำผิดได้หน้าตาเฉยแบบนี้

สำหรับเรื่องบิลเงินสดกับบิลเบิกนั้น ผมแค่ยกตัวอย่างชัดๆ เท่านั้นครับ เหมือนคุณไปกินข้าวร้านอาหาร โดยปกติจะต้องมีบิลเก็บตังค์มาให้คุณ "เช็คบิล" ใช่หรือเปล่าครับ ถ้าเป็นคุณตัวคนเดียวไปกินข้าวก็คงไม่กังวลกับบิลแบบนี้เท่าไหร่นัก บ๋อยอาจคำนวณสดๆ แล้วเก็บตังค์จากคุณก็ได้ แต่ถ้าหากคุณพาลูกค้าไปกินข้าวด้วยภารกิจของ "องค์กร" คุณย่อมต้องการบิลที่เบิกได้ตามกฎหมายใช่หรือไม่?

พอมีคนเสนอบิลมาหลายๆ ใบ ผมย่อมต้องแยกทั้งสองประเภทให้ชัดเจน อันไหนเป็นบิลที่เป็น "ความรู้สึกส่วนตัว" อันไหนเป็นบิลที่เป็น "พยานหลักฐานที่หนักแน่น" ผมเองก็อยากช่วยศาลเหมือนคุณนั่นแหละ ทั้งที่รู้ว่าศาลเองก็น่าจะมีธงชัยอยู่ในใจแล้วว่าจะใช้ใบเสร็จไหน แต่ก็น่าสนุกดีที่พวกเราจะได้ช่วยกันลุ้นช่วยกันทายว่ามันอันไหนหว่า จริงตามคาดไม๊ อะไรทำนองนั้นใช่ไหมครับ

-----

สำหรับคุณเกตุและคุณ Atumyata.... ผมเห็นด้วยว่าหลักฐานนั้นพวก กกต นั่งทับอยู่ แต่ผมไม่เห็นด้วยที่อยู่ๆ ก็นึกอยากไล่ใครก็ไล่โดยไม่มีหลักฐานที่หนาแน่นเสียก่อน เหมือนกับที่สหรัฐบุกอิรักเพราะแค่ "สงสัยว่ามีอาวุธร้ายแรง" สงครามเสร็จมาตั้งนานแล้วยังหาอาวุธร้ายแรงกันไม่เจอเลยครับ.. ผมไม่อยากให้กรณีนี้เกิดขึ้นกับเรา ไล่เขาออกไปแล้วหาหลักฐานเอาผิดเขาไม่ได้ มันจะแย่กันไปใหญ่

อย่างไรก็ตาม ผมอยากชวนเพื่อนๆ มาลุ้นกันดีกว่าครับ ว่า กกต จะเสร็จศาลท่าไหน

แล้วค่อยคุยกันใหม่ครับ
บันทึกการเข้า
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 20-06-2006, 15:16 »

มีลิงก์เพิ่มเติมให้อ่านบทความของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการวันนี้นะครับ

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000079774

รายงานพิเศษ : กกต. ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์”…ต้องชี้ความผิด ทรท.!!

อมรรัตน์ ล้อถิรธร...รายงาน
       
หลัง ท้าทายสังคมด้วยการเล่นบทที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพูดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน (เลือกตั้งพรรคเดียวไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน) หรือการเปิดฉากคัดง้างสถาบันศาล (ไม่ลาออกเพื่อเปิดทางให้มี กกต.ชุดใหม่) ล่าสุด กกต.กำลังสวมบทชิ่ง โยนเผือกร้อน (ยุบพรรค ทรท.) ให้อัยการสูงสุดเป็นคนฟันธงแทน เมื่ออัยการไม่รับลูก(ส่งเรื่องกลับ) กกต.ก็ทำท่าว่าจะโดดข้ามขั้นตอน ด้วยการไม่เล่นเกมที่รู้ว่าตนจะแพ้ (ชี้มูล ทรท.) แล้วหันไปเล่นเกมใหม่ที่ตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบ(ตั้งคณะทำงานร่วม) บางที...เกมที่ กกต.คิดว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายชนะ อาจจบลงด้วยความพ่ายแพ้ เพราะถูกฟ้องอาญา ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีก 1 คดีก็เป็นได้
...
...
--------------------

นี่เป็นตัวอย่างนะครับ ว่า ณ เวลาปัจจุบันนี้ สถานการณ์มันไปถึงไหน ประเด็นไหนที่เราควรจับตามอง

และนี่แหละครับ ความสำคัญของใบเสร็จที่ยกไว้เป็นกระทู้ถามตั้งแต่แรก ตัวอย่างเดียวกันเลยครับ

ปัญหาก็คือ ใครจะฟ้อง กกต กรณีนี้? ฟ้องแล้วจะชนะหรือไม่?... ใบเสร็จนี้ใช้ได้หรือเปล่า?
(ดูเหมือนว่า ปชป ไม่ตามต่อเรื่องนี้ซะแล้ว ผมจะรอดูอีกสักวันสองวันในกรณีนี้ครับ)
บันทึกการเข้า
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #20 เมื่อ: 20-06-2006, 18:14 »

แปลว่าคำว่า ใบเสร็จ คุณตรงกับผมใช่ไหมครับ
ว่าเป็นหลักฐานที่เอาผิดได้แบบแน่นหนา

ซึ่งกระบวนการ จะเป็นอัยการสูงสุด คณะอนุกรรมการฯ ที่กกต แต่งตั้ง หรือสำนวนจากกกต. เองก็ตาม
สุดท้าย คนที่จะคัดแยก ว่าเป็น ก็ไม่ใช่พวกเราอยู่ดี
หรือว่าคุณตั้งกระทู้มาเพื่อคัดแยก เองว่าอันไหนเป็นใบเสร็จที่ใช้ได้ อันไหนไม่ได้
คุณเอาหลักอะไรมาวัดครับ แล้วจะให้ใครเชื่อถือครับ ปัญหานี้จะเป็นข้อถกเถียงที่ไม่มีวันยุติ ด้วยความถูกต้อง
แต่มันจะไปจบที่โวหาร และความดื้อด้านแทน

การหาใบเสร็จที่ตัวเองมั่นใจว่าถูกนี่ล่ะคือปัญหา
ถ้าคุณมีใบเสร็จที่มั่นใจได้ เช่นหลักฐานการเปลี่ยน ข้อมูล ในฐานข้อมูลสมาชิกพรรค ของกกต.
นั่นแปลว่าคุณเป็นพยานใช่ไหมครับ ไม่ใช่คนเล่นเว็บบอร์ด หรือผู้ชมวงนอก

เรื่องความจงรักภักดี ทำให้คนเชื่อถือศาลอาจจะเกี่ยวข้องกับความรู้สึก
แต่ความจริง เป็นการที่ในหลวงทรงสะกิดเตือน ให้องค์กรที่มีอยู่ทำงานเต็มประสิทธิภาพต่างหาก
ไม่ใช่ศาลได้รับมอบหมายอำนาจจากในหลวงมาจัดการปัญหา เพราะศาลมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว
ศาลที่ตัดสิน ไม่ได้เหนื่อยมากขึ้น หรือทำงานมากขึ้น เพราะการตัดสินก็เท่าเดิม

เพียงแต่กระบวนการมันเป็นที่สนใจมากขึ้นเท่านั้นเอง
มีแรงกดดัน มากมายจากหลายฝ่าย

ถ้าคุณมีหลักฐาน ใบเสร็จ ไม่ต้องโพสต์ตามเว็บบอร์ดครับ
ไปแจ้งตัวเองกับอัยการสูงสุด แล้วให้ท่านพิจารณาเอาว่า
ท่านจะใช้หลักฐานคุณหรือเปล่าดีกว่า เพราะมันมีขั้นตอนของมัน
หรือถ้าข้อมูลไม่พอท่านก็เรียกเพิ่ม จากแหล่งต่างๆ

ไม่ทราบว่าคุณตั้งกระทู้นี้มาด้วยใจอยากให้บ้านเมืองพบทางออกเรื่องกกต.
หรืออยากมาเถียงแทนกกต. ผมก็ขี้เกียจจะเดา

คิดว่าตอนนี้ จับตาดูการทำงานของสำนักงานอัยการสูงสุด
กกต, ศาลรัฐธรรมนูญ  ด้วยความสงบ ไม่ไปกดดัน สร้างเรื่องเพิ่มเติมดีกว่าครับ
เพราะหลักฐานที่ใช้ได้ ใช้ไม่ได้ เจ้าของสำนวนฟ้อง คนชี้มูล จะรู้เองครับ
ให้มากไป ก็อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนฟ้อง

ที่น่าสมเพชคือ การที่กกต ไม่ชี้มูล
เมื่อไม่ชี้มูล ความผิด จะทำสำนวนต่อได้อย่างไร
เหมือนเอาข้อมูลดิบยัดใส่มือ แล้วบอกว่าเอาไปจัดการเลยครับ

แต่คนเอาไปทำต่อไม่รู้ว่า จะให้เอาไปทำอะไร
จะให้อัยการ สรุปจากผลไปหาเหตุ
เอาหลักฐานมากางแล้วเดาว่าจะให้เอาไปทำอะไรต่อเหรอครับ

คนที่เชื่อว่า กกต บริสุทธิ์ใจเนี่ยงี่เง่าเต็มทน
อย่างนี้เขาเรียกเตะถ่วงแบบน่าเกลียด...
เป็นกลางหรือไม่ไปคิดเอาเถอะครับ...
บันทึกการเข้า
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #21 เมื่อ: 21-06-2006, 13:32 »


เรียนคุณเพนกวินฯ

ถูกต้องแล้วค้าบ... ตอนนี้เราคงเข้าใจตรงกันเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่ที่ไม่ตรงก็คือ ผมไม่ได้นึกเองเออเองว่าใบเสร็จอะไรเป็นอะไร


คุณพูดอีกก็ถูกอีก... ใบเสร็จใช้่ได้หรือไม่ได้ไม่มีทางรู้จนกว่าจะเบิกได้แล้ว

แต่ให้คุณนึกถึงตอนรับบิลเพื่อไปเบิกนะครับ... คุณจะไม่รู้เชียวหรือครับว่าอะไรมันเบิกได้ไม่ได้

รู้ครับ.. ไม่ได้รู้เองด้วย ... แต่เป็นเพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้

1.บิลต้องมีชื่อบริษัท, ร้านค้า ที่ชัดเจน
2.มีที่อยู่ชัดเจน
3.มีตราประทับของบริษัทชัดเจน
4.มีหมายเลขผู้เสียภาษีชัดเจน

นี่ครับ... บิลที่เบิกได้ตามกฎหมาย ไม่ต้องถึงฝ่ายการเงินของบริษัทเราก็รู้ว่าถ้ามีองค์ประกอบเหล่านี้ครบ ก็น่าจะเบิกได้ แต่แน่นอนว่าเบิกได้หรือไม่ก็ต้องให้การเงินดำเนินการ

แต่ก่อนยื่น เราก็ต้องดูองค์ประกอบ ตามกฎหมาย เหล่านี้ให้ครบ ใช่หรือไม่ครับ?

คุณจะเช็คบิล กกต ใช้บิลเงินสดกี่ทีกี่ทีก็เด้งกลับหมด... คุณจะไม่รู้เชียวหรือครับว่ามันจะเด้งไม่เด้ง

ถ้าหากคุณติดตามข้อความผมละเอียด จะเห็นนะครับว่าผมชี้ประเด็น ตามกฎหมาย ที่ใบเสร็จเบิกได้จะต้องมี นั่นคือ การเลือกปฏิบัติ ถ้ามีอ้างอิงชัดเจนเหมือนตราประทับในใบเสร็จเบิกได้ มันย่อมเช็คบิลไปถึงเรื่อง "ความเป็นกลางทางการเมือง" ได้

ศาลเป็นเพียงส่วนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมนะครับ.. ไม่ใช่ว่าเราส่งขี้หมากองหนึ่งเข้าไปแล้วศาลจะเช็คบิล กกต ได้ แต่มันมีกฎหมายกำกับตลอดกระบวนการ จะมาอ้างเองเออเองไม่ได้

กกต จะปลดออกด้วยหนทางไหนครับ?... ด้วยประเด็นความเป็นกลางทางการเมือง (อาจมีประเด็นอื่น แต่ผมไม่เชื่อว่าทำได้เร็วนัก แม้แต่เรื่อง "ความเชื่อถือ" กกต ก็ต้องพิสูจน์ความเป็นกลางทางการเมืองของ กกต ให้ได้)

กรณีคูหาหันออก ไม่สามารถเช็คบิลความเป็นกลางทางการเมืองได้ เพราะไม่เข้าข่ายตราประทับเรือง "เลือกปฏิบัติ" ทั้งนี้เพราะทุกคนต้องใช้คูหาที่หันออกเหมือนกัน ทุกพรรคการเมืองก็เห็นเหมือนกัน การใช้เกณฑ์พฤติกรรมบ่งบอกเจตนา ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนครับว่า กกต เอื้อประโยชน์ฝ่ายไหน คิดเองทั้งนั้น การหันคูหาออกจึงเป็นประเด็นทาง "เทคนิค" ที่ไม่ใช่ตราประทับที่จะเช็คบิล กกต ในกรณีนี้

เห็นหรือยังครับ ว่าผมคิดเองเออเองหรือไม่? (พับผ่าเถอะ ผมไม่คิดว่าจะต้องมานั่งอธิบายละเอียดขนาดนี้เลยนิ... แต่เพื่อความเข้าใจกันก็คงต้องจำเป็น  Undecided)

แม้แต่คุณเพนกวินเองก็ยังระบุว่า กกต ควรจะต้องชี้มูลไปพร้อมกับสำนวนยุบพรรค ทรท ด้วย... คุณเองก็รู้นี่ครับว่าใบเสร็จใบไหนเบิกได้ไม่ได้... อ้างอิงจากอะไร... ก็อ้างจากกฎหมายนั่นแหละ... คิดเองเออเองเสียเมื่อไหร่

แต่กรณีนี้นี่ กกต เตรียมตัวมาดี บอกว่ากฎหมายไม่ได้ระบุไว้... หมายความว่าไอ้ที่เราคิดว่าเป็นไปตามกฎหมาย กลับไม่มีระบุไว้ ใบเสร็จก็ใช้ไม่ได้

เห็นหรือยังครับ? ว่าทำไมผมถึงถามหาใบเสร็จ... กกต มาไม้นี้ทุกครั้ง ถ้าเราเตรียมตัวดีไม่พอ เอา กกต ออกไม่ได้หรอกครับ ... แล้วคุณรู้ไหมครับ ถ้าศาลกดดันให้ กกต ลาออกตลอดเวลา แล้วสุดท้ายเอาออกไม่ได้... ศาลที่เป็นที่พึ่งสุดท้าย เป็นความหวังสุดท้ายของเราจะหมดความน่าเชื่อถือไปทันที พังกันไปทั้งสามขา

ปล. ผมว่าคุณอย่าเพิ่งปักธงเลยว่าผมเขียนเพื่อช่วยหรือยำ กกต ถ้ามีทิฐิและดึงดันที่จะออกอาวุธมันทุกกระบวนท่า ผมก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับคุณไปทำไม หรือคุณอยากให้ผมแปลงกายเป็นนักเลงแก๊งซิ่งก็บอกมา จะได้อัดกันให้จะจะกันไปข้าง (รู้สึกว่าที่นี่จะชอบกันแบบนี้ใช่ไหมครับ ไม่ตีกันอยู่ไม่ได้เนี่ย)
บันทึกการเข้า
O_envi
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 495



« ตอบ #22 เมื่อ: 21-06-2006, 18:12 »

เพิ่งนึกออกอีกเรื่องครับเรื่องนางสอิ้ง ป้ายแดง เธอคนนี้หลังจากประท้วงที่
จตุจักรแล้วเอาเงินมาจากไหนไปซื้อ Dmax ป้ายแดง อันนี้กกต คงต้องหาหลักฐานครับ
ถ้าเอาเงินจาก ทรท จริงทักษิณก็ต้องโดนใบแดงครับแถมอาจจะมีข้อหาอื่นๆ อีกตามมาครับ
บันทึกการเข้า

The change musts come one by one.It has to start with you
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #23 เมื่อ: 22-06-2006, 11:06 »

มันไม่มีคำตอบหรอกครับ
คุณตั้งคำถาม หลอกคนอื่น

ตอนแรกก็ว่าจะไม่เปิดโปง
เห็นว่าเป็นข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ

เนื้อในกระทู้ เรื่องการหันคูหา ไปมา หรือความผิดกกต ทางเทคนิค
มันเป็นเรื่อง ความไม่น่าเชื่อถือ/ ความเลินเล่อ /สะเพร่า ในการทำงาน
ไม่ใช่เรื่องความเป็นกลาง ครับ

ส่วนความไม่เป็นกลางทางการเมือง มันจะดูยังไงครับ
ผมถึงบอกว่ามันต้องมีการรวบรวมจากการกระทำ ของ กกต.
แล้วส่งเป็นสำนวน เป็นชุดๆ ว่ากกต มีความไม่เป็นกลางทางการเมืองยังไง
มีเหตุผลน่าเชื่อถืออย่างไร ซึ่งอาจจะเกิดจากการกระทำ ผิดของกกต ครั้งเดียว
หรือ เกิดจากการกระทำผิดซ้ำๆจนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ก็แล้วแต่ใครจะมอง

มันเป็นหน้าที่ของคนอื่น เป็นของของพรรคปชป ด้วยซ้ำ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากความไม่เป็นกลาง
ส่วนชาวบ้านอย่างพวกผมเดือดร้อน เรื่อง ความสะเพร่า ของกกต มากกว่า
คุณก็พยายามเบี่ยงประเด็นไปว่า เสรีไทย ไม่น่าเชือถือ มีแต่คนจะรุมอัดคุณ ซึ่งไม่เกี่ยวกับกระทู้เลย

ผมไม่สาวความต่อนะครับ
พูดแค่นี้หวังว่าจะเข้าใจสิ่งที่ผมคิดเห็นต่อกระทู้นี้

ทางที่ดีไปแลกเปลี่ยนกับ พรรคปชป. ดีกว่าครับ
หรือคุณเป็น ปชป. มาหาข้อมูล ไปใช้
หรือเป็นพวกรักทักษิณ มาป่วน
ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะตั้งธงปรักปรำ หรือผลักให้คุณไปเป็นแก็งค์ซิ่ง ครับ

แต่โจทย์กระทู้มันเป็นการหลอกถาม
ผมก็ต้องมีอารมณ์เป็นธรรมดา
เพราะอ่านดูแล้วคนที่ดูฉลาดอย่างคุณไม่น่า มองประเด็นสองประเด็นนี้ผิด
นอกจากจงใจเอามารวมกัน เพื่อเหตุผลบางอย่าง...
บันทึกการเข้า
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #24 เมื่อ: 22-06-2006, 18:02 »


คุณต้องเรียนรู้อีักมากครับคุณเพนกวิน...

ข้อแรก... เรื่องความละเอียดรอบคอบ ... ที่คุณเขียน
ตอนแรกก็ว่าจะไม่เปิดโปง
เห็นว่าเป็นข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ

เนื้อในกระทู้ เรื่องการหันคูหา ไปมา หรือความผิดกกต ทางเทคนิค
มันเป็นเรื่อง ความไม่น่าเชื่อถือ/ ความเลินเล่อ /สะเพร่า ในการทำงาน
ไม่ใช่เรื่องความเป็นกลาง ครับ


แต่ที่ผมเขียนตั้งกระทู้คืออันนี้ครับ
อยากจะชวนคุยกันง่ายๆ ยกตัวอย่างเดียวกันให้เห็นชัดๆ จะๆ และน่าจะเป็นหัวข้อปัญหาที่กำลังร้อนอยู่ครับ...
"กรณี กกต ส่งเรื่องยุึบพรรคไทยรักไทยโดยไม่ชี้มูลความผิด เป็นมาตรฐานที่แตกต่างกับที่เคยทำก่อนหน้านี้ในกรณียุบพรรคอื่น ถือเป็น ใบเสร็จ ความไม่เป็นกลางทางการเมืองเพื่อดำเนินการตามกฎหมายถอดถอน กกต ได้หรือไม่?"


้ข้อที่สองสามสี่ ผมไม่ได้ถูกรุมอัด, ผมไม่ได้กล่าวหาว่าที่นี่ขาดความน่าเชื่อถือ, และแน่นอนว่าผมไม่ได้หลอกถามใคร แค่ลองชวนคุยเท่านั้น
(ไปอ้างอิงมาให้ชัดเจนนะครับว่าผมเขียนตรงไหน)

โอย... ใส่ร้ายกันเห็นๆ... สมาชิกของแท้ของที่นี่เขาต้อนรับเพื่อนใหม่กันแบบนี้หรือครับ?

เห็นชัดนะครับว่าเริ่มแรก ถ้าอ่านให้ดีคุณจะเห็นว่าผมพยายามที่จะสร้างสรรค์กระทู้ดีๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทดลองดูว่าจะได้แตกต่างจากกระทู้อื่นๆ ที่เอาแต่ตีกันในที่นี้หรือไม่?

แล้วดูที่คุณทำสิครับ... พอกระทู้เริ่มมีการแลกเปลี่ยนกันดีๆ คุณก็พยายามใส่ร้ายโจมตีผม จนกระทู้ที่น่าจะดีกลายเป็นกระทู้ตีกันไปจนได้ น่าเสียใจที่เวบคุณภาพมีสมาชิกแบบนี้...

บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #25 เมื่อ: 26-06-2006, 14:53 »

การพิจารณาเรื่อง "ความเป็นกลาง" มองไม่ยาก หากใช้เรื่อง "พฤติกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา"

คำถามคือ กกต. ใช้วิจาณญาณแบบใหน ทำไมเปลี่ยนวิธการกาบัตรี "หันหลังให้กรรมการ"

หรือย้ายช่อง.."ไม่ออกเสียง" หรือ "ไม่ประสงค์จะลงคะแนน" ไว้ล่างขวาของบัตรลงคะแนน

การพิจารณาแค่นี้คงเป็นเครื่องชี้ได้ว่า..."ไม่เป็นกลาง" ไม่สามารถปิดการลงคะแนนให้เป็น "ความลับ"

ซึ่งตรงนี้คือสร้างแรงกดันให้ผู้ออกเสียงลงคะแนน เนื่องจาก"เชื่อว่า" มีการจ้างออกเสียงหรือ "ซื้อเสียง"






ขอเสริมต่อจากคุณแคน....

ก่อนอื่นขอบอกว่า คุณพระพายและคุณชิคาโก สอดรับประสานเสียงกันดีมาก...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

คุณพระพายเข้ามาใน"เสรีไทยเว็บบอร์ด" อยากจะให้"เสรีไทยเว็บบอร์ด"เป็นดั่งที่คุณปรารถนา หรือให้ "เสรีไทยเว็บบอร์ด" เป็นตัวของตัวเอง.....?


ผมได้เห็น"แขก"ของ"เสรีไทยเว็บบอร์ด" แสดงตัวเป็นคนกลาง(?) อยากให้ประเทศชาติ(ทักษิณ?)สมานฉันท์ เข้ามาเรียกร้องความเป็นกลาง เสรีทางความคิด  สามารถวิพากษ์วิจารณ์ สมาชิกและ"เสรีไทยเว็บบอร์ด"ได้

และขอให้สมาชิกฯ เข้าใจคุณทักษิณและระบอบทักษิณผ่านความคิดเห็นของ"คนรักทักษิณ" หลายรูปแบบ หลายแนวทาง

ถ้า"แขก"ที่เข้ามา เข้าใจ "ความเป็นกลาง" "เสรีทางความคิดเห็น" และเห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองไทยมากกว่าพรรคพวกอย่างถูกต้อง ไม่มีเจตนาอื่นๆ แอบแฝง  น่าจะเข้าใจดีว่า "เสรีไทยเว็บบอร์ด"เป็นอย่างไร คนที่ถูกขับไล่ โยกย้านจาก"ราชดำเนิน" เพราะสาเหตุใด.....

ถ้าคุณจะแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง และเสรี คุณคงไม่จำกัด หรือ ห้ามคนในเว็บบอร์ดนี้วิพากษ์วิจารณ์ในความคิดเห็นของเขาด้วย ไม่ใช่หรือ 



ถ้าคุณต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างเดียวใน"ราชดำเนิน" และต้องการให้คนที่นี่นิ่งเฉย ไม่นำพา ก็ป่วยการจะแสดงความคิดเห็นต่อไป เพราะเป็นไปไม่ได้หรอก........จะบอกให้


"เสรีไทยเว็บบอร์ด" ไม่ใช่ที่คนอื่นจะมาแสดง"อนาธิปไตย" แล้วบอกคนที่นี่ว่าเป็น "ประชาธิปไตย".......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


















บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #26 เมื่อ: 26-06-2006, 14:55 »

ความเป็นกระเบื้องนั่นแหล่ะครับ กับการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมจากคนไปเป็น กระเบื้องก็คือใบเสร็จที่คนทั่วไปสังเกตุได้ครับ



คุณ"พระพาย" เจ้าของกระทู้จะเข้าใจความหมายของ"กระเบื้อง" ของคุณ INC.BKK  หรือไม่ ?

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #27 เมื่อ: 26-06-2006, 14:59 »

ถ้าอยากรู้เรื่องใบเสร็จ ก็ต้องให้กกตลุกจากเก้าอี้ก่อนครับ
เพราะในขณะนี้พวกท่านนั่งทับมันไว้เลยไม่มีใครเห็น



ถ้าอยากรู้เรื่องใบเสร็จ ก็ต้องให้กกตลุกจากเก้าอี้ก่อนครับ
เพราะในขณะนี้พวกท่านนั่งทับมันไว้เลยไม่มีใครเห็น
......


ถ้าลุกขึ้นมาแล้ว แทนที่จะเป็นใบเสร็จความเป็นกลาง แต่"ขี้หมา" จะทำอย่างไร  ?

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #28 เมื่อ: 28-06-2006, 03:38 »


ขออภัยคุณปุถุชน ช่วงที่ผ่านมาผมมีธุระยุ่ง ก็เลยไม่ได้เข้ามาคุยด้วย วันนี้กว่าจะเสร็จธุระก็ดึกมากแล้ว

ผมยินดีที่จะคุยแลกเปลี่ยนกับคุณทีละข้อดังนี้ครับ

คุณพระพายเข้ามาใน"เสรีไทยเว็บบอร์ด" อยากจะให้"เสรีไทยเว็บบอร์ด"เป็นดั่งที่คุณปรารถนา หรือให้ "เสรีไทยเว็บบอร์ด" เป็นตัวของตัวเอง.....?

ทุกคนล้วนมีความคาดหวัง อย่างน้อยผมก็คาดหวังให้มีการแลกเปลี่ยนทางความคิดที่เสรี ไม่มีการแสดงอารมณ์เถื่อนไร้เหตุผลใส่กัน คงต้องถามกลับคุณปุถุชนหล่ะครับ... ความเป็นตัวของตัวเองของเวบบอร์ดเสรีไทยที่คุณถามมานั้น "แปลว่าอะไร?"

สำหรับผม เวบบอร์ดนั้นไม่มีความเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่ต้น แต่มันเริ่มจาก "ทุกคน" ที่จะต้องกระทำการควบคุมทางสังคมซึ่งกันและกัน ความเป็นตัวของตัวเองของเวบบอร์ดนั้น ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างมันขึ้นมา

เมื่อผมเข้ามาชวนคุย แต่กลับมีบางคนมาชวนตี ผมมีสิทธิหนีไปไกลๆ หรือไม่ก็ช่วยกันสร้างสรรค์จิตสำนึกของสังคมที่นี่ ช่วยกระตุ้นให้ก่อเกิดวัฒนธรรมที่พึงประสงค์ "ใช่หรือไม่?" แต่ผมคนเดียวย่อมทำไม่ได้ ถ้าคุณและพวกเราไม่เห็นด้วยไม่ช่วยกัน

ผมได้เห็น"แขก"ของ"เสรีไทยเว็บบอร์ด" แสดงตัวเป็นคนกลาง(?) อยากให้ประเทศชาติ(ทักษิณ?)สมานฉันท์ เข้ามาเรียกร้องความเป็นกลาง เสรีทางความคิด  สามารถวิพากษ์วิจารณ์ สมาชิกและ"เสรีไทยเว็บบอร์ด"ได้

ผมไม่สนใจว่ากลางหรือไม่กลาง มีข้างได้ วิจารณ์บุคคลสาธารณะได้ ... แต่ไม่ใช่ว่าคุยกันดีๆ กลับมากล่าวหาว่าร้ายผมเสียเฉยๆ แบบนี้ ความคิดเสรี กับความเถื่อนเสรี ไม่ใช่สิ่งเดียวกันนี่ครับ ถ้าคุยกันดีๆ มีความเห็นไหนบ้างครับ ที่ผมมีปัญหากับเขา

ถ้าคุณจะแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง และเสรี คุณคงไม่จำกัด หรือ ห้ามคนในเว็บบอร์ดนี้วิพากษ์วิจารณ์ในความคิดเห็นของเขาด้วย ไม่ใช่หรือ

ถ้าคุณต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างเดียวใน"ราชดำเนิน" และต้องการให้คนที่นี่นิ่งเฉย ไม่นำพา ก็ป่วยการจะแสดงความคิดเห็นต่อไป เพราะเป็นไปไม่ได้หรอก........จะบอกให้


เรื่องนี้ผมตอบคุณอย่างชัดเจนไปแล้วครับ... คุณเห็นอย่างชัดเจนในการเขียนกระทู้ของผมได้ ผมไม่ได้ห้ามความคิดเสรี ผมไม่ได้ห้ามการวิจารณ์เสรี คุณเป็นคุัณ ผมเป็นผม ผมแสดง "อารมณ์" ของผมชัดเจน และผมยินดีที่จะเห็นคุณมีความรู้สึกร่วมที่จะสร้างสรรค์ความคิดต่างๆ กัน ทุกครั้งที่มีคนชวนผมดีๆ ผมก็จะเข้ามาแลกเปลี่ยนคุยด้วย แต่การวิจารณ์ที่กระทบกระทั่งโจมตีกันตั้งแต่แรกรู้จัก ผมไม่คิดว่านี่คือ "ความคิดเสรี"  และผมเห็นด้วยเรื่องไม่ควรมีการแสดงอนาธิปไตย ความเถื่อนต่างๆ ทั้งจากเจ้าถิ่นหรือจากแก๊งซิ่งใด ใช่หรือไม่

ผมว่าคนที่นี่เข้าใจอะไรบางอย่างผิดอยู่นะครับ... ความคิดเสรี? ความเป็นตัวของตัวเองของเวบบอร์ด?

"เสรีไทยเว็บบอร์ด" ไม่ใช่ที่คนอื่นจะมาแสดง"อนาธิปไตย" แล้วบอกคนที่นี่ว่าเป็น "ประชาธิปไตย".......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ประโยคนี้ ผมว่าคุณเขียนเอง งงเองนะครับ... เพราะที่นี่ "เป็นอยู่" และผมประสบพบกับตัวเอง ผมคุยด้วยดีๆ แต่กลับมีคนกร่างออกอาวุธมันทุกกระบวนท่า ด้วยท่าทีรักประชาธิปไตยของที่นี่เสียเหลือเกิน... เสรีไทยเวบบอร์ดควรเป็นอย่างนั้นหรือไม่ครับ?
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #29 เมื่อ: 28-06-2006, 04:30 »

ไม่ได้มาออกความเห็นตามหัวข้อกระทู้
แต่ขออนุญาตนำกระทู้คุณพระพายไปแสดงที่อื่น
และขออภัยที่พาดพิง

http://forum.serithai.net/index.php?topic=3530.msg48917#msg48917
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #30 เมื่อ: 28-06-2006, 18:39 »

คุณพระพาย เขียนมาหลายประโยค
ก็ไม่ได้ตอบผมเลยสักนิด

ความเป็นกลางวัดได้จากไหน ก็ถกเถียงมาได้สักพักแล้วครับ
ตอนนี้ ศาลอาญา กำลังพิจารณา เรื่องที่ นาย ถาวร เสนเนียม ฟ้อง กกต และ พวก รวมทั้ง เลขานุการ กกต ด้วย
แต่โจทย์ถอนฟ้อง พลเอก จารุภัทร รายเดียว

การยื่นฟ้อง ครั้งนี้เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตัวไม่เป็นกลางของกกต
เขาได้ฟ้องไปแล้ว มีการนำพยาน มา เบิกความไปหลายปาก แล้ว

รอดู คดีนี้ก็ได้ครับ...
ว่าความเป็นกลางของกกต ได้รับการพิสูจน์หรือไม่ อย่างไร
โดยประเด็นที่ฟ้องนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การที่กกต ลงไปจัดการ
เอื้อ ประโยชน์ให้ ทรท ในการรับสมัครเลือกตั้งที่สงขลา


จบกระทู้นี้ได้แล้วมั้งครับ
แล้วรอดู ศาลตัดสินอย่างไรในประเด็นนี้...

แล้วก็อย่าพูดนักเลยว่าคุณเป็นคนดีมาก
คนที่นี่เป็นอนารยชน ชอบทำตัวไม่มีเหตุผล

คุณเองรู้อยู่แก่ใจว่าเขียนกระทู้ เอามัน ไม่มีเหตุผล หรือเปล่า
ลากสองเรื่องไม่เกี่ยวกันมาเป็นกระทู้ หรือเปล่า
คุณให้คนอื่นไปเรียนรู้อีกเยอะๆ
แล้วคุณได้เปิดใจ อ่าน สิ่งที่ผมเขียน หรือเปล่า
คุณเข้ามาแสดงท่าทีแลกเปลี่ยน อย่างมีเจตนาดี หรือเปล่า

หรือว่าเข้ามาอวดเบ่ง เฉยๆ..
ทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจตัวเองนะครับ
บันทึกการเข้า
พระพาย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #31 เมื่อ: 29-06-2006, 02:58 »


พระพายมาตอนดึกๆ อีกแล้ว

เมื่อเห็นการพาดพิง ก็คงต้องเขียนถึง สวัสดีคุณเพนกวิน... คุณสงสัยถึงผมหลายๆ อย่าง ผมตอบทีละประเด็นดังนี้

ผมไม่ตอบคุณในเนื้อหามีหลายสาเหตุ ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ข้อความก่อนหน้านี้ของคุณ เริ่มต้นด้วยการโจมตีผม ซึ่งก็คือการไม่พยายามเรียนรู้ในสิ่งที่ผมเขียน แต่ดื้อที่จะอัดกับผมให้ได้ (หรืออยากเห็นผมแปลงกายเป็นนักเลงแก๊งซิ่งก็ไม่ทราบได้) ผมก็เลยแปลงกายให้คุณดูเป็นตัวอย่าง เนื้อหงเนื้อหาก็ไม่ต้องสนใจมันแล้วครับ เพราะเริ่มต้นคือการตีกันก็คือการตีกัน จะมาไหลแหลทำชวนคุยกันไปทำไมไม่ทราบ

ดูที่คุณเขียนถึงผมนะครับ (จากทุกข้อความที่คุณเขียนในกระทู้นี้นะครับ)
1
อ้างถึง
ส่วนกรณี การพูดแก้เกี้ยว ว่ามาตั้งคำถามเพื่อทดสอบ บอร์ดแห่งนี้
ถ้าคิดว่ามันช่วยสร้างน้ำหนัก ให้กกต ชุดนี้ สามารถอยู่รอดปลอดภัยได้
และเกี่ยวข้องกับการ ถกเถียง ในหัวข้อนี้
ลองเชื่อมโยง เพิ่มเติมดูนะครับ
2
อ้างถึง
มาตอบซะยาว
แต่ก็มั่วใบเสร็จเช่นเคย
3
อ้างถึง
ไม่ทราบว่าคุณตั้งกระทู้นี้มาด้วยใจอยากให้บ้านเมืองพบทางออกเรื่องกกต.
หรืออยากมาเถียงแทนกกต. ผมก็ขี้เกียจจะเดา
4
อ้างถึง
ตอนแรกก็ว่าจะไม่เปิดโปง
เห็นว่าเป็นข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ
...
...
คุณก็พยายามเบี่ยงประเด็นไปว่า เสรีไทย ไม่น่าเชือถือ มีแต่คนจะรุมอัดคุณ ซึ่งไม่เกี่ยวกับกระทู้เลย
...
...
ทางที่ดีไปแลกเปลี่ยนกับ พรรคปชป. ดีกว่าครับ
หรือคุณเป็น ปชป. มาหาข้อมูล ไปใช้
หรือเป็นพวกรักทักษิณ มาป่วน
ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะตั้งธงปรักปรำ หรือผลักให้คุณไปเป็นแก็งค์ซิ่ง ครับ

แต่โจทย์กระทู้มันเป็นการหลอกถาม
ผมก็ต้องมีอารมณ์เป็นธรรมดา
เพราะอ่านดูแล้วคนที่ดูฉลาดอย่างคุณไม่น่า มองประเด็นสองประเด็นนี้ผิด
นอกจากจงใจเอามารวมกัน เพื่อเหตุผลบางอย่าง...
5
อ้างถึง
คุณเองรู้อยู่แก่ใจว่าเขียนกระทู้ เอามัน ไม่มีเหตุผล หรือเปล่า
ลากสองเรื่องไม่เกี่ยวกันมาเป็นกระทู้ หรือเปล่า
คุณให้คนอื่นไปเรียนรู้อีกเยอะๆ
แล้วคุณได้เปิดใจ อ่าน สิ่งที่ผมเขียน หรือเปล่า
คุณเข้ามาแสดงท่าทีแลกเปลี่ยน อย่างมีเจตนาดี หรือเปล่า

หรือว่าเข้ามาอวดเบ่ง เฉยๆ..
ทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจตัวเองนะครับ

คุณ "กล่าวหา" ผมถึงขนาดนี้ ยังมาเรียกร้องให้ผม "เปิดใจ" เข้าใจคุณอีก... เห็นแก่ตัวชะมัด คุณหน่ะยังไม่เปิดใจเลิกระแวงผมเลย เห็นผมครั้งแรกแท้ๆ ใส่แว่นดำหน่อยเดียว พาลให้เป็นโจรไปหมด

ที่สำคัญอันดับรองลงมาก็คือ การตั้งและตอบคำถามของคุณที่มีต่อผมนั้นไม่ค่อยมีคุณภาพเท่าใดนัก ไหลแหลสร้างภาพมากกว่า ดูตัวอย่างที่คุณเขียนสองสามแห่งในกระทู้นี้นะครับ
1
อ้างถึง
เพราะฉะนั้น สำหรับผมปล่อยให้เป็นหน้าที่ศาลครับ
เนื่องจากตอนนี้เราต้องการข้อยุติจากทุกฝ่าย
2
อ้างถึง
สำหรับผมใบเสร็จ แปลว่าหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ได้ว่าผิดจริง
ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะรู้มาก่อนว่าเป็นใบเสร็จ
แค่คิดว่ามันเป็นใบเสร็จที่ใช้ได้
คนที่ชี้ขาดว่ามันใช้ได้ จริงๆ ก็คือศาล นั่นล่ะ
แต่พอคุณพบว่าเริ่มเพลี่ยงพล้ำในเหตุัผล คุณก็เขียนได้หน้าตาเฉย (ในข้อความที่คุณเรียกร้องให้ผมตอบนั่นแหละ) แบบนี้ครับ
อ้างถึง
ส่วนความไม่เป็นกลางทางการเมือง มันจะดูยังไงครับ
ผมถึงบอกว่ามันต้องมีการรวบรวมจากการกระทำ ของ กกต.
แล้วส่งเป็นสำนวน เป็นชุดๆ ว่ากกต มีความไม่เป็นกลางทางการเมืองยังไง
มีเหตุผลน่าเชื่อถืออย่างไร ซึ่งอาจจะเกิดจากการกระทำ ผิดของกกต ครั้งเดียว
หรือ เกิดจากการกระทำผิดซ้ำๆจนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ก็แล้วแต่ใครจะมอง

มันเป็นหน้าที่ของคนอื่น เป็นของของพรรคปชป ด้วยซ้ำ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากความไม่เป็นกลาง
ส่วนชาวบ้านอย่างพวกผมเดือดร้อน เรื่อง ความสะเพร่า ของกกต มากกว่า

ก็ไม่รู้ว่า "ศาล" ที่คุณเน้นย้ำเน้นย้ำหนานั้นหายไปไหนแล้ว?... คุณนำคำเขียนของผมมาเขียนใหม่ให้เป็นของคุณได้หน้าตาเฉยแบบนี้ จะให้ผมตอบอะไรคุณครับ? (ขี้เกียจโคว้ดอ้างอิงแล้วครับ วุ่นเหลือเกิน)

ผมคงสรุปกระทู้เร็วๆ นี้... มีสมมติฐานหลายอย่างที่น่าสนใจ (จากการเข้ามาลองสัมผัสที่นี่ครั้งแรกของผม)
1.การตีกันเป็นรูปธรรมเห็นอยู่ประปราย... แต่ก็เป็นเนื้อหาหลักของการได้ฝึกคิดฝึกฝีมือ และฝึกตั้งประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำลายกันทางสังคมการเมือง
2.การระแวงกันเป็นสาเหตุหลัก ... และมีค่อนข้างสูงมากในที่แห่งนี้
3.การใส่ร้ายป้ายสีเป็นอาวุธหลัก
4.มีความพยายามให้มีการใช้อาวุธต่อกันได้อย่างชอบธรรม(จากทั้งสองฝ่าย)... ในนามของเสรีทางความคิด ถึงขนาดปักหลักเป็นหลักการสำคัญของเวบบอร์ด แต่คนส่วนใหญ่ทั่วไปคงไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก เพราะบรรยากาศจะคล้ายราชดำเนินไปหน่อย และมีผลต่อเนื่องไปยังการ "ทำลาย" เป้าหมายอย่างจริงจัง
5.มีลักษณะของลัทธิกลายๆ คือมีอุดมการณ์ มีผู้ชี้นำ(ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือกระทู้อยากติงและเตือนฯ เป็นต้น) อาจมีผู้ชี้เป้า และมียุวชนติดอาวุธผู้ภักดีและถูกครอบงำง่ายช่วยดำเนินการให้ (ใครฟะที่แฝงตัวเข้ามา ตูจะจัดการให้หมด)
6.มีดารานำแสดงหลากหลาย มีกลิ่นเน่านิดๆ แต่ก็สนุกดีเป็นที่ติดตามของคนกลุ่มใหญ่

ความเห็นอื่นต้องรอคนให้ข้อมูลเพิ่มเติม ผมจะรอ... แต่ที่ผมสงสัยอย่างยิ่งและยังไม่ได้รับคำตอบก็คือ... คนที่นี่ชอบแบบนี้ อยากให้เป็นแบบนี้จริงหรือ? นี่คือจุดเริ่มต้นของราชดำเนิน2 ชัดๆ

ปล. ส่วนคุณ snowflake ทำลิงก์ไปนั้น ผมได้เข้าไปอ่านบ้างแล้ว ทำให้เข้าใจบอร์ดนี้เพิ่มขึ้นพอสมควร ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
เพนกวินน้อยนักอ่าน
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 866



« ตอบ #32 เมื่อ: 06-07-2006, 05:49 »

ขอโทษทีที่ตอบช้า ไม่ได้เข้ามาเสียนาน...

คุณก็กำลังใส่ร้าย ผมอยู่ใช่ไหมครับ
เอามาแยกเป็นข้อๆ แบบนี้ แต่ไม่มีเหตุผลประกอบ
มีแต่ให้พิจารณาดู ๆ แล้วก็โน้มน้าวใครๆ ว่าผมไล่ต้อนคุณ


ผมเห็นว่ามันเป็นการโต้แย้ง หักล้างความคิดเห็นกัน
จะบอกว่าเป็นการสร้างภาพอะไรก็แล้วแต่
หรือจะบอกว่า เอาแต่ปรักปรำระแวงคนอื่นก็แล้วแต่สำนวนอีกเหมือนกัน

ใครทำอะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจ ครับ
ความคิดเห็นที่คุณ แสดงเจตจำนงจะปิดกระทู้นี้ในตอนต้นๆ บอกได้เป็นอย่างดี
ถึงเจตนา ของคุณ ในการเข้ามาแลกเปลี่ยน
คนระแวงเป็นใคร ก็หาได้จากความคิดเห็นนั้นเอง

ผมก็ขี้เกียจ จะนำเอาคำพูดคุณมาใส่กรอบแล้วกล่าวหาคนอื่น
เหมือนที่คุณทำอยู่เสียด้วย

เอาเป็นว่า ถ้าคิดแค่ว่าผม หักล้างความเห็นคุณ แล้วมองว่า
เป็นการไม่ต้อนรับ และทนไม่ได้ คิดเอาเองว่าเป็นการโจมตี
เลยท้อถอย และคิดจะไป ก็เชิญ ครับ
มันเป็นความอ่อนแอ ของคุณเอง ผมห้ามไม่ได้

แต่ถ้าคิดจะ ให้ความเห็นอันสูงส่งอันใด
ก็เชิญส่งเข้ามา ถึงแม้มีคนไม่น้อมรับ
ระบบ และ เจตนา ของเวบบอร์ด ที่นี่ก็เปิดรับอย่างเสรี โดยตัวมันเองอยู่แล้ว




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: