ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
11-07-2020, 03:15
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  พลตรีจำลอง เปิดตัว พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ด้วยสัญญาณ "เหมือนเดิม" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
พลตรีจำลอง เปิดตัว พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ด้วยสัญญาณ "เหมือนเดิม"  (อ่าน 4677 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 28-08-2008, 11:37 »

อย่างที่ผมบอกแล้วว่า โม่งดำ โม่งแดง กำลังจะเปิดตัว

การศึกยังไม่จบ ศพอย่าเพิ่งนับ

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้ว พี้น้องงงง




ระวังเหตุการณ์นองเลือด อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

ศึกษาอดีต มารับใช้ปัจจุบัน

รัฐบาลจะทำอะไรต่อไป คิดให้รอบคอบรอบด้าน

พันธมิตรมิใช่แค่ แกนนำ 9 คน ที่หมายหัวจะจับกุม

การต่อสู้พัฒนามาอีกขั้นหนึ่ง

หากถึงที่สุด....ยังมีเรื่องราวอีกมากหลายให้กล่าวขาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2008, 11:45 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #1 เมื่อ: 28-08-2008, 11:45 »




 What will be, will be. Es kommt, wie es kommt. 

ใช่มั้ย จ๊ะ คุณบัวลอย ?


บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 28-08-2008, 11:50 »

ใช่ครับ

Let It Be

ช่างแม่งงงง

ปี 35 หลังจาก แกนนำถูกจับ คืนนั้นก็เกิดจราจลครับ
บันทึกการเข้า

ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 28-08-2008, 11:51 »

ดูอนาคตแล้วไม่พ้นการเสียเลือดเนื้อและการนองเลือด

ไม่อยากคิดเลยจริงๆครับ

แต่เพื่ออนาคตประเทศชาติของเราได้รับการเยียวยาให้ดีขึ้นในระยะยาว

คนไทยในเวลานี้เห็นว่ามันเกินคุ้มครับ

 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


NoomZ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #4 เมื่อ: 28-08-2008, 11:56 »

หวังพึ่ง ทหารเผด็จการปฎิวัติ
แสดงว่า เป็น พันธมิตรเพื่อเผด็จการทหารปฎิวัติ นี่เอง ธาตุแท้โผล่จนได้
พฤษภา 35 ก็หลอกคนไปตาย ส่วนตัวเองปลอดภัย
สิงหา 51 ก็กำลังหลอกคนไปตายอีก เพื่อสนองความต้องการของตนเองอีก
ไม่ยอมจำบทเรียนเลย
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 28-08-2008, 12:00 »

9 แกนนำ เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง เพียง 1 ส่วน

ที่เหลือจมอยู่ใต้น้ำ...ยังมีอีก 10 ส่วน
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 28-08-2008, 12:04 »

ยังมีสาวกโง่ๆ มาเบี่ยงเบน

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เป็นนายทหารนอกราชการ

อาวุธประจำกสยมีแค่ จุดสองห้อย

นี่คือการปฏิวัติ ใช่ครับ

แต่เป็นการปฏิวัติของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

ทหารประจำการ เอากระโปรงไปใส่ก่อนละกัน
บันทึกการเข้า

saopao
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 199



« ตอบ #7 เมื่อ: 28-08-2008, 12:05 »

หวังพึ่ง ทหารเผด็จการปฎิวัติ
แสดงว่า เป็น พันธมิตรเพื่อเผด็จการทหารปฎิวัติ นี่เอง ธาตุแท้โผล่จนได้
พฤษภา 35 ก็หลอกคนไปตาย ส่วนตัวเองปลอดภัย
สิงหา 51 ก็กำลังหลอกคนไปตายอีก เพื่อสนองความต้องการของตนเองอีก
ไม่ยอมจำบทเรียนเลย
ไม่ได้ต้องการปฎิวัตินะครับ แค่ให้ทหารถอดเครื่องแบบมายีนข้างประชาชน ไม่ต้องลากรถถังมา

ปี 35 นั้น จำลองโดนจับไปก่อนที่จะมีการปราบปรามนี่ครับ...ถ้าอยู่ก้คงตายไปด้วยกัน แหละ
บันทึกการเข้า

NoomZ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #8 เมื่อ: 28-08-2008, 12:11 »

รัฐบาลมากจากการเลือกตั้ง ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกเข้ามา อย่างน้อย 12 ล้านคน
แล้วพันธมิตรล่ะ คนกี่คน คนแค่ไม่กี่หมื่น มีเสียงดังกว่าคน 12 ล้านได้ยังไง แบบนี้มันระบอบเผด็จการแล้ว เสียงน้อยปกครองเสียงมาก
บุก NBT มันใช้สิทธิ์ ชุมนุมโดยสงบตรงไหน
บุกทำเนียบ เข้าไป นี่หรือชุมนุมโดยสงบ

รัฐธรรมนูญ ให้ชุนนุมโดยสงบ ไม่ใช่บุกยึด สถานทีโทรทัศน์ บุกยึดทำเนียบ
ศาลแพ่ง สั่งคุ้มครองแล้ว ยังไม่ฟัง

ล้มล้างอำนาจ บริหาร(รัฐบาล) โดยวิธีการนอกเหนือจากรธน กำหนด
ไม่เรียกปฎิวัติได้ยังไง
บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #9 เมื่อ: 28-08-2008, 12:23 »

ยังมีสาวกโง่ๆ มาเบี่ยงเบน

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เป็นนายทหารนอกราชการ

อาวุธประจำกสยมีแค่ จุดสองห้อย

นี่คือการปฏิวัติ ใช่ครับ

แต่เป็นการปฏิวัติของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

ทหารประจำการ เอากระโปรงไปใส่ก่อนละกัน



ถ้ายอมรับว่าเป็นปฏิวัติ ถ้าไม่สำเร็จ ก็ต้องเป็นกบฎ
คนที่มีแผนปฏิวัติในอดีต เขาก็รู้ตัวกันทั้งนั้น ถ้าทำไม่สำเร็จ ไม่หนีก็ต้องติดคุก หรืออย่างซวยก็โดนประหาร

ลุงแคน ป่าวประกาศออกไปว่าพันธมิตร และเหล่าประชาขนในทำเนียบทำการปฏิวัติ
เวลาทำไม่สำเร็จ จะมางอแง ไม่ยอมรับข้อหากบฎ หาว่าตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุไม่ได้นา

ถ้าไม่พร้อมจะรับข้อหากบฎ ก็อย่าเที่ยวพูดไปว่าทำการปฏิวัติ อายเค้า
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #10 เมื่อ: 28-08-2008, 12:26 »

ผมดูแล้ว ยังไง พันธมิตร ก็ชนะครับ.....

ดูยังไง ฝ่ายทหาร ทั้งที่อยู่ในอำนาจ หรือ นอกราชการ ไม่เล่นด้วย กับรัฐบาล...

จะมีบ้าง ก็บางส่วน ที่ เป็นสายคุณทักษิณ .....แต่ส่วนใหญ่ ผมเชื่อว่า ไม่เอารัฐบาล

นอกจาก พล.อ. พัลลภ แล้ว...ผมเคยเห็นหลังเวที อีกหลายคน....แล้ว ที่ ไม่แสดงตัว อีกไม่รู้เท่าไหร่...


สมัครนั้น ได้ชื่อว่า เป็นนักการเมืองที่ ชอบความรุนแรง แข็งกร้าว ยอมหักไม่ยอมงอ....

หาก ทางฝ่ายทหาร เออ ออ ไปด้วย..ผมว่า รัฐบาลเข้าสลาย ตั้งแต่ คืนแรกที่เข้ายึด ทำเนียบแล้ว...

ฝ่ายตำรวจ เอง ก็ดูไม่ค่อยเต็มอก เต็มใจ จะปฏิบัติตามคำสั่งเท่าไหร่.....ได้ยินมาว่า มีบางส่วน

ยังไม่ชอบรัฐบาลด้วยซ้ำ........

พันธมิตร นั้น ชุมนุมว่า ร้อยกว่าวัน ด้วยหลักอหิงสา แทบจะไม่เห็นร่องรอยความรุนแรง...

ความผิดพลาด ประการเดียว ก็คือ การเข้ายึด ไอทีวี.....แต่ก็ยังเห็น ได้ชัดว่า ไม่ได้ต้องการความรุนแรง...

ถ้า คนรุ่น ลุงแคน ลุงปุ ฯลฯ หรือ หลายคน ในรุ่นเดียวกัน ...คงจำกันได้...หากเป็นในยุคนั้น NBT โดนเผาไปเรียบร้อยแล้ว...

เพราะ เหตุใด....NBT ไม่ได้แสดงตัวเอง เลย ว่า เป็นสื่อ แต่กลับแสดงออกตลอดเวลา ว่า เป็นกระบอกเสียงรัฐบาล...

NBT ไม่ใช่สื่อแล้วครับ หลังจากรัฐบาลลุงหมัก บริหาร...เป็นเพียงแค่ ไมค์อันหนึ่ง ของลุงหมัก และ พวก..

แล้วแบบนี้ จะเรียกว่า พันธมิตร คุกคามสือได้อย่างไร......คนคุกคามสือ คือ รัฐบาลต่างหาก...

ต้องถามครับ ว่า คุณสมัคร มีสิทธิ์ อะไร ไปใช้ ทีวี ของประชาชน ตอบโต้ทางการเมือง ....

ไอ้ 3 ตัวนั่น มันมีสิทธิ์ อะไร ไปอวดโง่ หน้าทีวี ทุกวัน .....

กลุ่มคนที่ เข้าไปยึด NBT ในช่วงเช้า เข้าไปแล้ว ก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย...

ความเสียหาย เล็ก ๆ น้อย ที่ ตวงพร บอก เสียหายมาก..มันเป็นการกล่าวเกินจริง...

พนักงาน เอเอส ทีวี แค่พยายาม จะเข้าไปต่อเชื่อมมสัญญาณ ไม่ได้ เข้าไปทุบ ระบบซะหน่อย...


ผมเกรงใจ พี่น้องที่ไปชุมนุม จริง ๆ ครับ....เมื่อวานนี้ ผม ไปได้เพียงชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถูกตามตัวกลับ...

ก่อนหน้านั้น ก็ไปช่วงบ่าย ๆ 2-3 ครั้ง...

เห็นหน้าตาผู้คนที่นั่นแล้ว....มั่นใจมากกว่า พันธมิตรแพ้ยาก....ช้าเร็ว ก็ชนะอยู่แล้วครับ..

คิดหน้าคิดหลัง หลายตลบแล้ว....ตามหลัง ลุงจำลอง ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ...

ผมอาจ ยอมรับ คุณสนธิ กับ บาง ไม่เต็มหัวใจนัก....

แต่กับ ลุงจำลอง ยอมรับได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจจริง ๆ ครับ..

คุณอย่างคุณจำลอง ถ้า ต้องการเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองจริง ๆ

ลุงหมัก ไม่ได้ ขี้กระผีก หรอกครับ.....



บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 28-08-2008, 12:27 »

พัลลภ ปิ่นมณี
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

   พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เดิมชื่อ อำนาจ นายทหารนอกราชการ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ฝ่ายการเมือง (กอ.รมน.) และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2479 ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร แล้วเข้าศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมนายร้อยทหารบก รุ่นที่ 14 และจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.7 รุ่นเดียวกับ พลตรีจำลอง ศรีเมือง และ พลตรีมนูญกฤต รูปขจร) [[พันเอกประจักษ์ สว่างจิตต์|และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 49

00000000000000000

ผมสร้างตัวจากการรับจ้างรบ บทสัมภาษณ์ พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี
คิดแบบ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จาก"ลาว"ถึง"พฤษภาทมิฬ" และล่าสังหาร"พล.อ.อาทิตย์" จาก มติชนสุดสัปดาห์
'ไอ้นาจ' นักรบชาติหิน จาก เนชั่นสุดสัปดาห์
บันทึกการเข้า

ชามู
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี


« ตอบ #12 เมื่อ: 28-08-2008, 12:30 »

เฮ้ย!!!! นายตำรวจใหญ่เกษียณ สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ ขึ้นเวทีพธม.ด้วยโว้ย

อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล

ยศของท่านได้ยินไม่ชัด พล.ต.ท. หรือเปล่าไม่แน่ใจ

เป็นตำรวจรุ่นพี่ทักษิณ แต่กำลังแฉไอ้เหลี่ยมอยู่

97.75 ครับพี่น้องงงงง

บันทึกการเข้า

สมาชิกหมายเลข #348

ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #13 เมื่อ: 28-08-2008, 12:33 »

  เมื่อรบ ต้องชนะ  


Winning Together !!!

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
apichan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 225



« ตอบ #14 เมื่อ: 28-08-2008, 12:34 »

ลุงแคนถ้าว่างเข้าไปดูนี่หน่อย มีคนคิดถึง

แคน ไทเมือง บอก ยึดทำเนียบ บุก NBT ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6933816/P6933816.html
บันทึกการเข้า
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #15 เมื่อ: 28-08-2008, 12:36 »


ถ้ายอมรับว่าเป็นปฏิวัติ ถ้าไม่สำเร็จ ก็ต้องเป็นกบฎ
คนที่มีแผนปฏิวัติในอดีต เขาก็รู้ตัวกันทั้งนั้น ถ้าทำไม่สำเร็จ ไม่หนีก็ต้องติดคุก หรืออย่างซวยก็โดนประหาร

ลุงแคน ป่าวประกาศออกไปว่าพันธมิตร และเหล่าประชาขนในทำเนียบทำการปฏิวัติ
เวลาทำไม่สำเร็จ จะมางอแง ไม่ยอมรับข้อหากบฎ หาว่าตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุไม่ได้นา

ถ้าไม่พร้อมจะรับข้อหากบฎ ก็อย่าเที่ยวพูดไปว่าทำการปฏิวัติ อายเค้า
ใครที่ไหนหรือครับงอแงไม่ยอมรับข้อหากบฎ ก็เห็นเขาประกาศกันป่าว ๆ ออกเสียงดังฟังชัดดีใจที่ได้เป็นกบฎของรัฐบาลนอมินีทรราชย์

แล้วก็บอกว่าถ้าอยากจะจับก็ไปจับซะอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่มีใครสักคนที่คิดหนีหมายจับไปอยู่ลันดั่นเหมือนคนบางคน
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 28-08-2008, 12:41 »

แหม...แค่เหยียบต้นหญ้าตายไม่กี่ต้น มันทำผิดคิดร้ายอะไรนักหนา

เป็นความแพ่ง อยากได้คืน เค้าจะช่วยปลูกให้ใหม่ ใช้แรงงานคนแก่นั่นแหละ ฮ่า ฮ่า

กฎหมายเล็กๆ เค้าไม่สนใจกันแล้ว ต้องข้อหา กบฎ ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ
บันทึกการเข้า

นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #17 เมื่อ: 28-08-2008, 12:43 »

พัลลภ ปิ่นมณี
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

   พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เดิมชื่อ อำนาจ นายทหารนอกราชการ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ฝ่ายการเมือง (กอ.รมน.) และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2479 ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร แล้วเข้าศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมนายร้อยทหารบก รุ่นที่ 14 และจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.7 รุ่นเดียวกับ พลตรีจำลอง ศรีเมือง และ พลตรีมนูญกฤต รูปขจร) [[พันเอกประจักษ์ สว่างจิตต์|และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 49

00000000000000000

ผมสร้างตัวจากการรับจ้างรบ บทสัมภาษณ์ พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี
คิดแบบ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จาก"ลาว"ถึง"พฤษภาทมิฬ" และล่าสังหาร"พล.อ.อาทิตย์" จาก มติชนสุดสัปดาห์
'ไอ้นาจ' นักรบชาติหิน จาก เนชั่นสุดสัปดาห์


สาย กอ.รมน.เฮฮา บอก "ขอบคุณป๋า" ทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย

เฮ้ย!!!! นายตำรวจใหญ่เกษียณ สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ ขึ้นเวทีพธม.ด้วยโว้ย

อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล

ยศของท่านได้ยินไม่ชัด พล.ต.ท. หรือเปล่าไม่แน่ใจ

เป็นตำรวจรุ่นพี่ทักษิณ แต่กำลังแฉไอ้เหลี่ยมอยู่

97.75 ครับพี่น้องงงงง



พอคนนี้ขึ้นเวทีเข้าอีก ลูกน้องเก่า หน่วย ส.ทั่วประเทศ ยกมือเฮ บอกขอบคุณครับท่าน  
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #18 เมื่อ: 28-08-2008, 12:44 »

ใครที่ไหนหรือครับงอแงไม่ยอมรับข้อหากบฎ ก็เห็นเขาประกาศกันป่าว ๆ ออกเสียงดังฟังชัดดีใจที่ได้เป็นกบฎของรัฐบาลนอมินีทรราชย์

แล้วก็บอกว่าถ้าอยากจะจับก็ไปจับซะอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่มีใครสักคนที่คิดหนีหมายจับไปอยู่ลันดั่นเหมือนคนบางคน



เมื่่อกี้แกนนำยังให้สัมภาษณ์ ออกทีวีเสียงแหบๆ เลย
ว่ารัฐบาล ตั้งข้อหากบฎ  ซึ่งเป็นการเกินกว่าเหตุ  
บันทึกการเข้า
NoomZ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #19 เมื่อ: 28-08-2008, 12:48 »

กบฏ ของ รัฐบาลประชาธิปไตย ที่ประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศไทยเลือกเข้ามาต่างหาก
รัฐบาล พปช มาจากการเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่คนแค่ไม่กี่หมื่นเหมือน พธม

ศาลแพ่ง มีคำสั่งให้ออก ก็ไม่ออก ไหนว่าเคารพศาล ใช่ไหม
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 28-08-2008, 12:54 »

  เมื่อรบ ต้องชนะ  


Winning Together !!!



บางทีรบก็มีแพ้ แต่คราวนี้สงสัย ชนะ 
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 28-08-2008, 12:57 »

กบฏ ของ รัฐบาลประชาธิปไตย ที่ประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศไทยเลือกเข้ามาต่างหาก
รัฐบาล พปช มาจากการเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่คนแค่ไม่กี่หมื่นเหมือน พธม

ศาลแพ่ง มีคำสั่งให้ออก ก็ไม่ออก ไหนว่าเคารพศาล ใช่ไหม

เลือกตั้งมาแบบโกงๆ นะเหรอ จะโดนยุบพรรควันสองวันนี้แล้ว

การ"ดื้อแพ่ง" เป็นความเห็นและการกระทำที่ทำได้ ตอนนี้กำลังอุทธรณ์ ยังไม่จบสิ้นครับ

เพราะเป็นเรื่องการโต้แย้งทางสิทธิ์ในการชุมนุม

คนที่เรียนกฎหมาย ย่อมทราบว่า ทำได้

ส่วนไอ้คนที่มาขึ้นศาลแล้วหนีศาลไปต่างประเทศจนถูกออกหมายจับล่ะ ทำไมไม่ตามจับ

ชาวบ้านในทำเนียบเค้าพร้อมให้จับอยู่แล้ว กล้าหรือเปล่า

ทำไมไม่กระเหี้ ยนกระหือรือมาจับประชาชน ที่ไม่ได้โกงชาติ โกงบ้านเมือง


ไอ้หมัก โดนศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รออาญา ทำไมยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้
บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #22 เมื่อ: 28-08-2008, 13:03 »

กบฏ ของ รัฐบาลประชาธิปไตย ที่ประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศไทยเลือกเข้ามาต่างหาก
รัฐบาล พปช มาจากการเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่คนแค่ไม่กี่หมื่นเหมือน พธม

ศาลแพ่ง มีคำสั่งให้ออก ก็ไม่ออก ไหนว่าเคารพศาล ใช่ไหม

แล้วไหนล่ะตั๋วเครื่องบินไปอังกฤษ ?
แล้วไหนล่ะกระเป๋าเดินทางหนักใบละ 60 กก. จำนวน 9 ใบ ??
...ไม่เห็นจะหนี "คำสังศาล" หลบไปไหนเลย

หรือว่าศาลแพ่ง + ไอ้ทนายหน้าปลาจวดขี้ครอก รร.ราชวินิต + ตำรวจทั้ง สตช. ไม่รู้ว่า "อาคารที่ทำการทำเนียบรัฐบาล" ตั้งอยู่ ณ จุดไหนบนพื้นโลก ???

 
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 28-08-2008, 13:09 »

ลุงแคนถ้าว่างเข้าไปดูนี่หน่อย มีคนคิดถึง

แคน ไทเมือง บอก ยึดทำเนียบ บุก NBT ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6933816/P6933816.html

ที่จริงให้เค้ามาถามที่เสรีไทยสนุกกว่า

ผมขี้เกียจเข้าอยู่แล้วที่นั่น เว้นแต่แอบไปอ่านเพื่อความบันเทิง

ช่วยไปถามเค้าว่า โทษที่พ่อยกแม่ยกเหยีบหญ้าตาย มันผิดอะไรนักหนา
บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #24 เมื่อ: 28-08-2008, 13:10 »

ที่จริงให้เค้ามาถามที่เสรีไทยสนุกกว่า

ผมขี้เกียจเข้าอยู่แล้วที่นั่น เว้นแต่แอบไปอ่านเพื่อความบันเทิง

ช่วยไปถามเค้าว่า โทษที่พ่อยกแม่ยกเหยีบหญ้าตาย มันผิดอะไรนักหนา


ต้องถามว่า
"กระเหี้eนกระหือรือจะเอาให้ได้เลยใช่ไหม ?"
บันทึกการเข้า

NoomZ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #25 เมื่อ: 28-08-2008, 13:14 »

คำสั่งศาลชัดเจน ให้ออกไปจากทำเนียบ การจะอุทรณ์ทำได้ แต่ต้องปฎิบัติตามคำสั่งศาลไปก่อน
สิทธิ์การชุม ต้องทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
แต่การพก ปืน+ใบกระท่อม บุกยึด NBT มันสงบตรงไหน
บุกยึดทำเนียบ มันสงบตรงไหน

พธม กำลังชุมนุมแบบพวกเผด็จการแล้ว คนแค่ ไม่เกิน 5 หมื่น แต่อยู่เหนือคนหลายล้าน เห็นแต่เผด็จการแหละ เสียงส่วนน้อยใหญ่กว่าเสียงส่วนใหญ่

บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 28-08-2008, 13:18 »

ก็บอกแล้ว การปฏิวัติโดยประชาชน ตั้งแต่ครั้ง 14 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ สู้กันมากกว่านี้

อย่าเอาความผิดเล็กๆน้อยๆ มาเล่นกัน

ไม่ได้ผลหรอก ดื้อแพ่งทำได้ ก็บอกแล้วไง

ขอเพียงไม่หนีไปต่างประเทศยืนหยัดสู้อย่างกล้าหาญ เค้ารอให้บังคับคดีอยู่แล้ว

มีอำนาจก็ทำไปสิ
บันทึกการเข้า

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 28-08-2008, 13:23 »

ที่จริงให้เค้ามาถามที่เสรีไทยสนุกกว่า

ผมขี้เกียจเข้าอยู่แล้วที่นั่น เว้นแต่แอบไปอ่านเพื่อความบันเทิง

ช่วยไปถามเค้าว่า โทษที่พ่อยกแม่ยกเหยีบหญ้าตาย มันผิดอะไรนักหนา


โธ่ เอ้ยยย บ.ก.ลายจุดสิ้นราคาแล้วจริงๆ..

ที่ก่อนจะด่าใคร ไม่เคยสนใจข้อมูลอะไร อยากจะด่าใคร ก็ด่าเเละยัดเยียดข้อหาให้คนอื่นๆเขา..และเที่ยวยกว่าตนเองสูงส่ง.กว่าคนอื่นเป็นพวกรักประชาธิปไตย..

ที่ดันกล่าวหาว่า ลุง นั้นเคารพสนธิเป็นศาสดา.. ตามนี้...


อ้างถึง
อดีตสมาชิก ราชดำเนิน ที่ชื่นชมท่านศาสดาลิ้ม คนนี้ไม่ธรรมดาครับ แต่เพี้ยนหนัก บอกวา เป็นความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก เสรีไทย เวบบอร์ด


เพราะช่วงที่ขิงแก่ครองเมือง ก็ลุงกะผมมิใช้หรือ และสมาชิกอีกหลายท่าน  ที่ผมจำได้ไม่เเน่ชัด  ผมก็เลยมิืขอกล่าวถึง แต่ที่เเน่ๆปูเย็นก็ตั้งกระทู้เตือนสนธิ ก็ เลยทำให้กระทู้บานปลายออกไำป ถ้าผมจำไม่ผิดอีกเช่นกัน

ที่ด่าสนธิยังกะอะไรดีน่ะ.....


ดังนั้นคนที่มั่วข้อมูลแบบนี้ผมว่ามันไร้ราคา เพราะไม่ใช่ครั้งเเรกที่คนอย่างบ.ก.ลายจุดที่มั่วข้อมูล และโดนผมจับผิดที่ราชดำเนิน..

ที่ล่าสุดก็คือ กรณีเรื่องที่หาว่า รสช. เขาอายัตทรัพย์ ไม่ใช่ยึดทรัพย์. ที่เเกจะเอามาเทียบกะกรณีคมช.คตส. เพื่อหาเรื่องด่าเขา.. เเละบอกว่าคตสทำโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย เเบบเดียวกะรสช.


ซึ่งผมก็เชื่อว่าบ.ก.ลายจุดก็คงจะอ่านกระทู้นี้ ซึ่งถ้าผมมั่วก็ด่าผมได้้เลย  เอาผมไปนินทาได้เลย ผมไม่กลัว... 
 
 
บันทึกการเข้า
NoomZ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #28 เมื่อ: 28-08-2008, 13:28 »

14 ตุลา รัฐบาลเผด็จการ
พฤษภา รัฐบาลเผด็จการทหาร
สิงหา 51 รัฐบาลประชาชน มาจากการเลือกตั้ง

ต่างกันเยอะ
ผลโพลถึงได้ออกมา คนกทม 70% ไม่เห็นด้วยกับพธม

 
รู้น่าว่า Can กำลังรอให้ รัฐบาลหลงกลเข้าจับกุม จะได้เอาประชาชนเป็นโล่ห์ เสร็จแล้วก็นัดแนะให้ ทหารปฎิวัติ
แผนเดิมๆ ตอน 19 กย ก็แบบนี้

บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #29 เมื่อ: 28-08-2008, 13:28 »

คำสั่งศาลชัดเจน ให้ออกไปจากทำเนียบ การจะอุทรณ์ทำได้ แต่ต้องปฎิบัติตามคำสั่งศาลไปก่อน
สิทธิ์การชุม ต้องทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
แต่การพก ปืน+ใบกระท่อม บุกยึด NBT มันสงบตรงไหน
บุกยึดทำเนียบ มันสงบตรงไหน

พธม กำลังชุมนุมแบบพวกเผด็จการแล้ว คนแค่ ไม่เกิน 5 หมื่น แต่อยู่เหนือคนหลายล้าน เห็นแต่เผด็จการแหละ เสียงส่วนน้อยใหญ่กว่าเสียงส่วนใหญ่




แล้วที่อุดร ฯ ล่ะ
ทั้งไม้ ขวาน มีดพร้า
"ใช้ทำร้ายประชาชนเห็น ๆ อีกต่างหาก"

แล้วที่เชียงรายล่ะ
แห่กัน "ไล่ล่า" เป็นคันรถ
ปิดถนน - ล้อมบ้าน - ใช้หนังสติ๊กและหลาวไม้ไผ่ขว้างปาเข้าไปในเคหะสถาน

แล้วที่เชียงใหม่ล่ะ
ขว้างเยี่ยว ขว้างขี้ใส่
แถมลามปาม "ฉวยโอกาสเก็นแต้มพิเศษ" ขว้างใส่พระบรมฉายาลักษณ์กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

...เป็นไง ?
คดีจิ๊บจ๊อย 
ปรับ 5 ร้อย แล้วปล่อยกลับบ้าน ??



ถามตรง ๆ เหอะ
ระบอบประชาธิปไตยบ้านมรึงเหรอ
ที่ "การละเมิดสิทธิของประชาชน"
ถือเป็นความผิดระดับจิ๊บจ๊อย
ในขณะที่การยึดตึก 1 ตึกแบบไม่ได้ทำอะไรมากกว่า "ยึดมาดูเล่น"
กลับกลายเป็นความผิดขั้นกบฎ

ประชาธิปไตยของประเทศไทย
ในยุคสมัย
ที่นายสมัคร สุนทรเวชเป็นนายก ฯ
สิทธิเสรีภาพของประชาชน
มีความสำคัญน้อยกว่า
ตึกเก่า ๆ 1 ตึก
โว้ย






 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2008, 13:37 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

NoomZ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #30 เมื่อ: 28-08-2008, 13:32 »

คนอุดรทำผิด ก็ดำเนินคดีกับคนอุดรสิ

แล้ว สิทธิของ คน 1 คน ไปละเมิดสิทธิ์คนอีกเป็น ล้าน ประชาธิปไตยบ้านคุณหรือ
พธม มีสิทธิ์ แล้ว คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีสิทธิ์ หรือไง

แล้วพธม ข่มขู่คุกคาม นักข่าว NBT มัน ละเมิดสิทธิ์ประชาชนไหม
หรือว่า พธม เป็นพวก อภิสิทธิ์ชนเทวดา สามารถละเมิดสิทธิ์คนอื่นได้ ฝ่ายเดียว อยากทำอะไรก็ทำ ไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพประชาชน ไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่

แบบนี้ มัน พันธมิตรเพื่อเผด็จการแล้ว ไม่ใช่พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #31 เมื่อ: 28-08-2008, 13:38 »

แล้วลุงหมัก มีสิทธิ์ อะไร ไปใช้ เอ็นบีทีตอบโต้ทางการเมือง...

ไอ้ 3 ตัวนั่นมันมีสิทธิ อะไร ไปโชว์โง่ หน้าทีวีทุกวัน...

แล้ว ไอ้ความรุนแรงที่ว่า ตอนไปยึด เอ็นบีที มันรุนแรงยังไง...
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #32 เมื่อ: 28-08-2008, 13:40 »

ไอ้ 3 ตัวที่ว่า มันยังเคย พากุ๊ย ไปไล่ถล่มบ้านป๋าเปรม...

มันมีสิทธิ์ อะไร ที่ ไปหยิบอิฐบล็อค ไปไล่ขว้างคนอื่น...

แล้วมันมีสิทธิอะไร ไปทำร้าน รวง ชาวบ้านแถวนั้น เสียหาย..
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #33 เมื่อ: 28-08-2008, 13:40 »

อย่างที่ผมบอกแล้วว่า โม่งดำ โม่งแดง กำลังจะเปิดตัว

การศึกยังไม่จบ ศพอย่าเพิ่งนับ

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้ว พี้น้องงงง




ระวังเหตุการณ์นองเลือด อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

ศึกษาอดีต มารับใช้ปัจจุบัน

รัฐบาลจะทำอะไรต่อไป คิดให้รอบคอบรอบด้าน

พันธมิตรมิใช่แค่ แกนนำ 9 คน ที่หมายหัวจะจับกุม

การต่อสู้พัฒนามาอีกขั้นหนึ่ง

หากถึงที่สุด....ยังมีเรื่องราวอีกมากหลายให้กล่าวขาน




ณัฐวุฒิ และ ตวงพร เหมารวม พล.อ.พัลลพ และ นต.ประสงค์ นายทหารนอกราชการ เข้าไปรวมกลุ่มด้วยอยู่แล้ว....
วันนี้เปิดเผยตัว เพื่อปรามนายกฯหอกหัก มท.1โกวิท และ แนวร่วมเป็ดไก่ นรกป่วนกรุง ให้รู้สึกตัว....

กลยุทธ์ ยุทธการต่าง ๆ ที่ดำเนินไปแล้วไม่ใช่'นวกรรมใหม่'สำหรับ พล.ต. จำลอง พล.อ.พัลลพ นต.ประสงค์ ผู้ชำนาญปฏิบัติการในอดีต...
เว้นแต่ไอ้หอกหักและพวกจะคิดว่าตนเหนือกว่า.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2008, 14:42 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
saopao
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 199



« ตอบ #34 เมื่อ: 28-08-2008, 13:42 »

คนอุดรทำผิด ก็ดำเนินคดีกับคนอุดรสิ

ก็ คนของรัฐบาลหนุนหลังอ่ะ

บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #35 เมื่อ: 28-08-2008, 13:51 »

คำสั่งศาลชัดเจน ให้ออกไปจากทำเนียบ การจะอุทรณ์ทำได้ แต่ต้องปฎิบัติตามคำสั่งศาลไปก่อน
สิทธิ์การชุม ต้องทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
แต่การพก ปืน+ใบกระท่อม บุกยึด NBT มันสงบตรงไหน
บุกยึดทำเนียบ มันสงบตรงไหน

พธม กำลังชุมนุมแบบพวกเผด็จการแล้ว คนแค่ ไม่เกิน 5 หมื่น แต่อยู่เหนือคนหลายล้าน เห็นแต่เผด็จการแหละ เสียงส่วนน้อยใหญ่กว่าเสียงส่วนใหญ่




ผมเขียนใหม่ ดูดีกว่าเดิม....
((((((พกปืนใหญ่*ใบกระท่อมลังใหญ่ บุกทำลาย NBT พินาศ และทำเนียบ เหยียบต้นหญ้าแหลกราน มันสงบตรงไหน...?))))))


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ssa
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 68


« ตอบ #36 เมื่อ: 28-08-2008, 13:51 »

--รัฐบาลขายชาติหมดความชอบธรรม ประชาชนมีสิทธิขับไล่
แม้นรัฐบาลหน้าด้าน (ต้องออกตั้งแต่ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่อง ม.190 แล้ว)

--หมายจับ 9 แกนนำ กับหมายจับทักษิณกับเมียต่างกัน
หมายจับทักษิณ คดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแล้ว ส่วนเมียศาลพิพากษาลงโทษแล้ว
คนหนึ่งอยู่ในฐานะ"จำเลย" เมียอยู่ในฐานะ"ผู้ต้องโทษ"
ทั้งสองจงใจหนีการพิจารณาคดี จงใจหนีหมายศาล

แต่ของ 9 แกนนำ คดียังไม่ได้เข้าสู่การฟ้องร้องเป็นคดีชั้นศาล
9 แกนนำยังไม่ได้เป็นจำเลย

หมายจับเป็นเพียงออกให้เนื่องเพราะตำรวจขอในฐานะ"ผู้ต้องสงสัย"
ข้างบนไม่รู้เรื่องแต่อยากบิดเบือน

9 แกนนำอย่าว่าแต่เป็นผู้ต้องโทษแบบเมียทักษิณหรือเป็นจำเลยแบบทักษิณเลย
แม้แต่ฐานะผู้ต้องหายังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ


--คำสั่งศาลคุ้มครองชั่วคราวก็อีกเรื่องที่ผู้แสดงความเห็นข้างบนไม่รู้เรื่อง แต่อยากมั่ว
คำสั่งศาลต้องมีการ"นำหมาย"
หมายต้องส่งแก่ผู้ถูกร้อง
ส่งธรรมดา เจ้าหน้าที่ศาลไปส่ง ต้องผู้ถูกร้องลงชื่อรับหมาย ถึงจะถือว่าถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย
เดินเข้าไปให้ 9 แกนนำลงชื่อรับหมายสิ คริๆๆๆ


คำสั่งศาลต้องปฏิบัติตาม คำสั่งนั้นต้องได้ส่งแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จะส่งยังไง ไม่ง่ายนักหรอก เพราะฉะนั้นสภาพบังคับของคำสั่งศาลยังไม่เกิด
ข้างบนมั่วอีก
55555


ตราบใดที่ 9 แกนนำไม่ลงชื่อรับหมาย สภาพบังคับของคำสั่งศาลก็ยังไม่เกิด
มิพักต้องพูดถึงเรื่องเมื่อมีการอุทธรณ์เลย ยังมีอีกเยอะ



ดังนั้น "หมายจับ"เป็นเพียงหมายจับผู้ต้องสงสัย
ต่างกับหมายจับจำเลยและผู้ต้องโทษ
แล้ว 9 แกนนำก็ไม่ได้ใจฝ่อหนีคดีไปไหนด้วย
ก็อยู่ตรงนั้นไง เข้าไปจับสิ

ส่วนคำสั่งคุ้มครองฯตราบใดที่ส่งโดยชอบไม่ได้ สภาพบังคับก็ยังไม่เกิด

ไม่ต้องออกจากทำเนียบครับ



สู้มัน
เมื่อคืนไปมาแล้ว
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #37 เมื่อ: 28-08-2008, 13:52 »

คนอุดรทำผิด ก็ดำเนินคดีกับคนอุดรสิ
...ก็จับ + ปรับ 500 บาทแล้วไง
"เจตนาฆ่าคน + ขัดขวางการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย"
ตำรวจของสมัคร "แจ้งข้อหาแค่เนี้ย ?!"
น่ารักเนอะ...หน่อมแน้ม  แอ๊บแบ็ว ดีเนอะ

 

แล้ว สิทธิของ คน 1 คน ไปละเมิดสิทธิ์คนอีกเป็น ล้าน ประชาธิปไตยบ้านคุณหรือ
พธม มีสิทธิ์ แล้ว คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีสิทธิ์ หรือไง
แล้ว สิทธิของใครล่ะที่ถูกละเมิด ?
สิทธิในการแสดงออกทา่งการเมืองของผมไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าสิทธิในการขับรถบนถนนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 2 นาที
ของ "คนขับรถผ่านไปแถว ๆ นั้น" ที่ทั้งวันมีไม่ถึง 5000 คันหรอกครับ


แล้วพธม ข่มขู่คุกคาม นักข่าว NBT มัน ละเมิดสิทธิ์ประชาชนไหม
หรือว่า พธม เป็นพวก อภิสิทธิ์ชนเทวดา สามารถละเมิดสิทธิ์คนอื่นได้ ฝ่ายเดียว อยากทำอะไรก็ทำ ไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพประชาชน ไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่
แล้วแก๊งคนรักทักษิณ แก๊งเป๋คลองเตย  ข่มขู่คุกคามเดอเนชั่น  ปิดล้อมตึกเดอะเนชั่น  ละเมิดสิทธิประชาชนไหม ?
มันเห็นชัด ๆ แล้วว่า "คนรักทักษิณ" เป็นโคตรเทวดา  เพราะละเมิดสิทธิคนอื่นแล้วไม่มีควา่มผิดอะไรเลย ( ทุกวันนี้ยังเดินตัวปลิว - บางคนได้เป็นใหญ่เป็นโต  มีรถวีโก้คันใหม่ ๆ ขับอีกต่างหาก )


แบบนี้ มัน พันธมิตรเพื่อเผด็จการแล้ว ไม่ใช่พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย
ยังไงก็ดีกว่า "รัฐบาลจากการเลือกตั้ง  ที่ดิ้นรนเถือกแถกทำเพื่อโคตรเหง้าตระกูล "นายใหญ่" ตระกูลเดียวละวะ !!
 
โถ...แนวร่วมประชาชนเพื่อทักษิณ  เนวินทีวี  และเหล่าขี้ข้ากฎุมพีสามานย์


บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #38 เมื่อ: 28-08-2008, 13:57 »

ยังมีสาวกโง่ๆ มาเบี่ยงเบน

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เป็นนายทหารนอกราชการ

อาวุธประจำกสยมีแค่ จุดสองห้อย

นี่คือการปฏิวัติ ใช่ครับ

แต่เป็นการปฏิวัติของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน

ทหารประจำการ เอากระโปรงไปใส่ก่อนละกัน





ถ้ายอมรับว่าเป็นปฏิวัติ ถ้าไม่สำเร็จ ก็ต้องเป็นกบฎ
คนที่มีแผนปฏิวัติในอดีต เขาก็รู้ตัวกันทั้งนั้น ถ้าทำไม่สำเร็จ ไม่หนีก็ต้องติดคุก หรืออย่างซวยก็โดนประหาร

ลุงแคน ป่าวประกาศออกไปว่าพันธมิตร และเหล่าประชาขนในทำเนียบทำการปฏิวัติ
เวลาทำไม่สำเร็จ จะมางอแง ไม่ยอมรับข้อหากบฎ หาว่าตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุไม่ได้นา

ถ้าไม่พร้อมจะรับข้อหากบฎ ก็อย่าเที่ยวพูดไปว่าทำการปฏิวัติ อายเค้า


ยังมีสาวกโง่ๆ มาเบี่ยงเบน.....

ผมเห็นด้วยครับ.....

สาวกโง่ ๆ ไม่รู้จัก'การปฏิบัติของประชาชน......'ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เพราะใน'ใบบอก' ไม่ยอมพิมพ์ไว้ กลัวสาวก จะเฉลียวใจ สงสัย......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #39 เมื่อ: 28-08-2008, 14:01 »

ถ้าเดือนกันยา 49 หรือ 2-3 วันนี้ นายใหญ่/หมัก เมถุน ทำการปฏิวัติซ้อน ปฎิวัติตนเองได้.....!!!
คงไม่แสดงความกลัว 'การปฏิวัติของประชาชน' เหมือนกุ้งกลัวจนขี้ขึ้นสมอง ออกอาการอย่างนี้หรอก......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

โง่เง่า สมองกุ้ง โยนีมด......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
FireSatongNorth
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107



« ตอบ #40 เมื่อ: 28-08-2008, 14:09 »

นับถือท่านทั้งสองมานานแล้ว และมั่นใจว่าทั้งสองท่านเป็นคนดี รักชาติบ้านเมือง
ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ขอยืนอยู่ข้างความถูกต้อง และประเทศนี้ต้องให้คนดีปกครอง
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #41 เมื่อ: 28-08-2008, 14:10 »

โง่เง่า สมองกุ้ง โยนีมด......

เรียกร้องให้เก้าแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาชนเคารพกฏหมาย เคารพศาลยุติธรรม.....!!!

แต่โง่เง่า สมองกุ้ง โยนีมด......ลืมพฤติกรรม'นายใหญ่' และ เมีย เสียสัตย์ เสียคำมั่นสัญญากับศาลฯ หนีประกัน หนีหมายจับศาลฯ เพราะกลัวโทษติดคุก.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


จนนาฑีนี้ เก้าแกนนำพันธมิตรฯ คนไหนยังไม่มีท่าทีหนีหมายจับศาลยุติธรรมเลย.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #42 เมื่อ: 28-08-2008, 14:11 »

โง่เง่า สมองกุ้ง โยนีมด......

เรียกร้องให้เก้าแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาชนเคารพกฏหมาย เคารพศาลยุติธรรม.....!!!

แต่โง่เง่า สมองกุ้ง โยนีมด......ลืมพฤติกรรม'นายใหญ่' และ เมีย เสียสัตย์ เสียคำมั่นสัญญากับศาลฯ หนีประกัน หนีหมายจับศาลฯ เพราะกลัวโทษติดคุก.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


จนนาฑีนี้ เก้าแกนนำพันธมิตรฯ คนไหนยังไม่มีท่าทีหนีหมายจับศาลยุติธรรมเลย.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


สมองเขาเล็กเกินไปหรือเปล่าครับ ปรามาสไปก็เท่านั้นครับ พวกนี้ทำงานตามใบบอกอยู่แล้ว
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #43 เมื่อ: 28-08-2008, 14:30 »

หุหุ.......อยากให้จับแกนนำจริงๆๆ ถ้าจับจริงๆนี่ลุกเป็นไฟ 
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #44 เมื่อ: 28-08-2008, 14:33 »

คำสั่งศาลชัดเจน ให้ออกไปจากทำเนียบ การจะอุทรณ์ทำได้ แต่ต้องปฎิบัติตามคำสั่งศาลไปก่อน
สิทธิ์การชุม ต้องทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
แต่การพก ปืน+ใบกระท่อม บุกยึด NBT มันสงบตรงไหน
บุกยึดทำเนียบ มันสงบตรงไหน

พธม กำลังชุมนุมแบบพวกเผด็จการแล้ว คนแค่ ไม่เกิน 5 หมื่น แต่อยู่เหนือคนหลายล้าน เห็นแต่เผด็จการแหละ เสียงส่วนน้อยใหญ่กว่าเสียงส่วนใหญ่

หมายจับของศาลชัดเจน ไอ้สองผัวเมียนั่นยอมรับไหม 
บันทึกการเข้า
chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« ตอบ #45 เมื่อ: 28-08-2008, 14:35 »

คำสั่งศาลชัดเจน ให้ออกไปจากทำเนียบ การจะอุทรณ์ทำได้ แต่ต้องปฎิบัติตามคำสั่งศาลไปก่อน
สิทธิ์การชุม ต้องทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
แต่การพก ปืน+ใบกระท่อม บุกยึด NBT มันสงบตรงไหน
บุกยึดทำเนียบ มันสงบตรงไหน

พธม กำลังชุมนุมแบบพวกเผด็จการแล้ว คนแค่ ไม่เกิน 5 หมื่น แต่อยู่เหนือคนหลายล้าน เห็นแต่เผด็จการแหละ เสียงส่วนน้อยใหญ่กว่าเสียงส่วนใหญ่



ไม่ได้ฟังหรือยังไง พธม. ประกาศตั้งแต่แรกแล้วว่า จะอารยะขัดขืน    เพราะทุกอย่างถึงขั้นแตกหักแล้ว จะจับก็เข้าไปจับ ทุกคนพร้อมให้จับ ในหลักนิติศาสตร์ พธม. ผิด แต่นี้เป็นเรื่องของการเมือง  เช่น อเมริกา ต่อสู้เรื่องคนผิวดำ ศาลตัดสินให้คนผิวดำเลิกชุนนุม  คนผิวดำก็ใช้อารยะขัดขืน
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #46 เมื่อ: 28-08-2008, 15:01 »

ประกอบปก

'ไอ้นาจ' นักรบชาติหิน

"ผมเสี่ยงชีวิตมา ทุกคนก็รู้ว่าผมเสี่ยงชีวิตเพื่อประเทศชาติและสถาบันมาตลอด ไม่มีอย่างอื่นเลย"

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.กอ.รมน.) กล่าวภายหลังถูกปลดออกจากตำแหน่ง เมื่อ ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ ลูกน้อง ขับรถขนระเบิดไปป้วนเปี้ยนแถวบ้านรักษาการนายกฯ

ต่อจากนั้น พล.อ.พัลลภ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย

ทำไม พล.อ.พัลลภ จึงถูกเชือด? ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ได้ว่า นายทหารแก่คนนี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็แค่มีเบาะแสแรกว่า ลูกน้องขับรถที่บรรทุกระเบิดออกจาก กอ.รมน. (สวนรื่นฤดี)

คำตอบง่ายๆ ที่หาได้ไม่ยากคือ พล.อ.พัลลภ เป็นนายทหาร จปร.7 รุ่นเดียวกับ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร รักษาการสมาชิกวุฒิสภา สระบุรี, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ระหว่างการชุมนุมขับไล่นายกฯ ทักษิณ พล.อ.พัลลภ ได้ส่งลูกน้องไปดูแลความปลอดภัยให้ พล.ต.จำลอง

"จำลองกับผมเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว เคยส่งไปช่วยตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อเขาไม่ปลอดภัยก็จะโทรมาขอกำลังทหารมาคุ้มกัน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้ว ไม่ใช่ครั้งแรก"

000

อีกคำถามหนึ่งที่ผู้คนมักสงสัยว่า เมื่อบ้านเมืองเกิดความไม่สงบ มีการใช้กำลังความรุนแรง สื่อหรือคนจำนวนหนึ่งมักจะพุ่งเป้าไปที่ 'นายทหาร จปร.7' มากกว่านายทหารรุ่นอื่น

เพื่อค้นหาคำตอบร่วมกัน เราต้องสืบค้นไปถึงเส้นทางชีวิต 'นักรบชาติหิน' พัลลภ ปิ่นมณี!

พื้นเพของ พล.อ.พัลลภ เป็นครอบครัวชาวนาใน อ.สามพราน จ.นครปฐม จบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่น 7 เมื่อปี 2503 มีเพื่อนร่วมรุ่นคนสำคัญๆ อาทิ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, พ.อ.สาคร กิจวิริยะ, พ.อ.บุลศักดิ์ โพธิ์เจริญ และ พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร (เสียชีวิตไปแล้ว)

ประวัติการรับราชการของ พล.อ.พัลลภ นั้น โลดโผนและดุเดือดเลือดพล่าน โดยเขาสมัครใจเข้าไปในพื้นที่อันตรายแทบทุกจุดทั่วประเทศ เพราะเขาเรียนจบหลักสูตรจู่โจม (แรงเยอร์)

ปี 2508 พล.อ.พัลลภ สมัครเข้าเป็นหัวหน้าชุดสตาร์ทีม หรือ Special Thai Ranger Army เข้าไปปฏิบัติการลับในประเทศลาว และถูกติดตามไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อกลับมาแผ่นดินเกิดก็ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ รวมทั้งขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) ในภาคใต้ เรียกว่าผ่านสมรภูมิรบมาจนนับครั้งไม่ถ้วน

กล่าวกันว่า นายทหาร จปร.7 หรือคณะทหารหนุ่ม (ยังเติร์ก) ส่วนใหญ่ของรุ่น เติบโตมาจากครอบครัวที่มีฐานะธรรมดา บางคนอาจใช้คำว่าเป็นลูกชาวนาเสียด้วยซ้ำไป

ส่วนใหญ่ของรุ่นนี้มักจะอยู่ในหน่วยรบ มาจากสายคอมมานด์ และถูกบรรจุเข้ารับราชการในช่วงสงครามเย็น สงครามอินโดจีน และสงครามปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ลักษณะการแสดงออกของรุ่นจึงดูรุนแรง แข็งกร้าว เฉียบขาด ตรงไปตรงมา

ด้วยความที่เป็นนายทหารในห้วงเวลาที่เมืองไทยอุดมไปด้วยความขัดแย้งทางความคิดการเมือง ระหว่างเสรีนิยมกับคอมมิวนิสต์ พวกเขามองเห็นว่าปัญหาการเมืองคือปัญหาของชาติ

นายทหาร จปร.7 จึงกระโดดเข้าร่วมในสมรภูมิการเมืองตั้งแต่ปี 2519 และที่ชัดที่สุดคือ การก่อรัฐประหารปี 2520 ยึดอำนาจจาก 'รัฐบาลหอย' ส่งให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

จากนั้นในปี 2524 พล.อ.พัลลภ สมัยที่เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ถูกเพื่อนรัก พล.ต.มนูญกฤต หลอกให้นำกำลังเข้ามายึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ไม่สำเร็จ จนกลายเป็น 'กบฏเมษาฮาวาย' ในท้ายที่สุด

มีเรื่องที่เล่าขานกันในหมู่ยังเติร์กว่า พล.อ.พัลลภ เป็นนักรบเจนศึก มีชื่อเสียงในด้านการรบ ความ***มเกรียม และมีวินัยทหารเต็มทุกอณู

พ.อ.ประจักษ์ ที่ว่าแน่ๆ ในเรื่องการรบประจันหน้า แต่เมื่อเอ่ยถึงการรบนอกแบบ เพื่อนทุกคนก็ยกให้ "ไอ้นาจ (ชื่อเดิม) มัน***มกว่าทุกคน"

จึงไม่มีใครปฏิเสธเมื่อเขาพูดว่า "ถ้าผมจะฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่รอดมือผมหรอก"!

แม้การก่อรัฐประหาร เมื่อ 9 กันยายน 2528 ของพล.ต.มนูญกฤต เขาจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย แต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 พล.อ.พัลลภก็มีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวนอกแบบร่วมกับ พล.ต.จำลอง และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จนมีการโจษขานว่าศึกการเมืองหนนั้น คือสงครามตัวแทนระหว่าง จปร.5 กับ จปร.7

หลังเกษียณอายุราชการ พล.อ.พัลลภ ก็ยังช่วยเหลืองานฝ่ายการเมืองอยู่บ้าง เคยเป็นที่ปรึกษา รมว.กลาโหม รัฐบาลชวน เป็นที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย และดำรงตำแหน่งรอง ผอ.กอ.รมน.มาอย่างยาวนาน เมื่อเกิดปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.พัลลภ ในฐานะ รอง ผอ.กอ.รมน. ได้เข้าไปร่วมดูแลปัญหา และแอ่นอกรับว่า เป็นผู้สั่งยิงถล่มมัสยิดกรือเซะ จนถูกปรับย้ายให้ไปดูแลงานด้านอื่น

เหตุที่ พล.อ.พัลลภ ผ่านสมรภูมิการเมืองแบบพิเศษมาหลายครั้ง จึงทำให้เขามองว่า

"ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวผู้นำ คือตัวปัญหาของประเทศ ถ้าผู้นำพิจารณาตัวเองได้ ก็จะเป็นบุญของประเทศชาติ แต่ถ้าถึงขั้นประชาชนขับไล่ จะเกิดบาดเจ็บล้มตาย และจลาจล ดังนั้นผู้นำควรจะเสียสละ"

ก็เชื่อว่าผู้นำคนนั้นคงไม่ฟังเขาหรอก!

http://www.nationweekend.com/2006/09/01/NW11_120.php?SecId=NW11&news_id=21480333
บันทึกการเข้า

THE THIRD WAY
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,821


Love looks not with eyes, but with the mind.


« ตอบ #47 เมื่อ: 28-08-2008, 15:08 »

เราสามารถสู้กับคนทุกคน
ยกเว้นคนหน้าด้าน
คำพูด อานันท์ ปัญญารชุน
อดีตนายกรัฐมนตรี

บันทึกการเข้า

ความรักนั้นหวาน ไม่ว่าจะรับหรือให้
************************
การขับไล่ทรราช เป็นภารกิจของเจ้าของประเทศ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 28-08-2008, 15:15 »

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ผมสร้างตัวจากการรับจ้างรบ

ปกรณ์ พึ่งเนตร
อธิคม คุณาวุฒิ


กรุงเทพธุรกิจ : 3 สิงหาคม 2545
--------------------------------------------------------------------------------
พวกแกนนำม็อบ ถ้ามาจากอีสาน เราก็ส่งคนไปบ้านมันทุกวันสิ...ไปบ้านเมียมัน ไปถึงก็ไม่ทำอะไร เช้าก็ไปนั่งคุยกับลูกกับเมียมัน เอาข้าวไปนั่งกิน กินเสร็จก็เล่นกับลูกมัน แค่ 3-4 วันเท่านั้นแหละ เดี๋ยวมันก็ต้องกลับบ้าน เพราะห่วงลูกเมีย นึกดูเมียมันก็โทรมาบอกว่าทหารมาทุกวันเลย เจออย่างนี้ก็ต้องกลับ เราไม่ต้องใช้กำลังอะไรเลย

ภาคใต้ตอนนี้มีกองกำลังติดอาวุธไม่เกิน 50 คน หัวหน้าอีก 4-5 คนเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ พวกนี้มันไม่ใช่โจรกระจอก พอมีคนบอกว่าเป็นโจรกระจอก เราก็พูดไม่ออกเลย ไม่รู้จะทำความเข้าใจกับชาวบ้านยังไง จะบอกว่าพี่น้อง...พวกโจรกระจอกพวกนี้มันยิงตำรวจตาย อย่าไปยุ่งกับมันนะ ชาวบ้านที่ไม่ชอบเราเขาจะได้สมน้ำหน้า

ถ้าจะถามถึงนายทหารที่โด่งดังที่สุดในชั่วโมงนี้ คำตอบอาจจะไม่ใช่ชื่อของผู้บัญชาการทหารบก...หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เหมือนที่คนติดตามข่าวสารคุ้นเคยกัน

แต่ด้วย 'บทบาท' และ 'ท่าที' อันโดดเด่น ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) ซึ่งมีข่าวครึกโครมทางสื่อมวลชนแบบต่อเนื่องไม่มีตกกระแส ตั้งแต่กรณีแฉโพยส่วยตำรวจขอนแก่น การติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายยิงรถนักเรียนที่ราชบุรี เรื่อยมาจนถึงวิวาทะว่าด้วย 'โจรกระจอก' กรณีความรุนแรงในภาคใต้ ที่หลุดออกมาจากปากคนระดับคีย์แมนในรัฐบาล

ไม่แปลก - หากชั่วโมงนี้ ชื่อของ พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี จะถูกใครต่อใครพูดถึงอย่างถี่ยิบ

วิถีของพล.อ.พัลลภ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นสไตล์ของ 'ทหารแท้' คนหนึ่ง ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาปะทะในแต่ละช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นลูกบ้าดีเดือดซึ่งพิสูจน์ผ่านสมรภูมิสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า...มุมมองของรอง ผอ.รมน.ที่มีต่อนักเคลื่อนไหวทางสังคม...วิธีคิดทางสังคมและการเมือง...รวมไปถึงการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งในฐานะแกนนำคนหนึ่งของกลุ่มยังเติร์ก (จปร.7) เขาผ่านมาแล้วทั้งในฐานะ 'ผู้ชนะ' และ 'ผู้แพ้'

จิ๊กซอว์ชีวิตทั้งหมดนั้น ประกอบกันขึ้นมาให้เราเห็นสัณฐานความคิดของนายทหารวัย 60 เศษ...นายทหารที่เดินตามนิยามดั้งเดิมทุกกระเบียดนิ้ว

ที่สำคัญคือ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี คนนี้ ยังเป็นหนึ่งในนายทหารระดับสูง ที่ขึ้นมามีอำนาจตามกติกาทางการเมือง และสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อสังคมได้ทุกครั้งที่เขาขยับตัว แม้กระทั่งในนาทีนี้...นาทีที่คนส่วนใหญ่อาจเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในยุคการเมืองใหม่ - ก็ตามที

กรุงเทพธุรกิจ : ถ้าเปรียบเทียบสถานการณ์ด้านความมั่นคงยุคนี้กับยุคก่อน การทำงานแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ถ้าย้อนกลับไปยุคสงครามเย็น เปรียบเทียบกับปัจจุบันนี้ถือว่าผิดกันมาก เพราะตอนนั้นมีปัญหาภัยจากคอมมิวนิสต์ด้านเดียว แต่มาถึงวันนี้ ปัญหาภัยคุกคามความมั่นคงของชาติมันมีมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ปัญหาคนหลบหนีเข้าเมือง การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ กลุ่มอิทธิพลอำนาจมืด บ่อนการพนัน มันมีเยอะเหลือเกิน และเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทั้งนั้น

กรุงเทพธุรกิจ : คือปัจจุบันดูเหมือนโจทย์มันจะเปลี่ยน แทนที่จะเป็นคอมมิวนิสต์เป้าใหญ่เป้าเดียวโดดๆ มันก็กลายเป็นปัญหากลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเหลื่อมซ้อนกัน สถานการณ์อย่างนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ทำงานยากขึ้นมั้ยครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : พูดถึงอำนาจของคอมมิวนิสต์ขณะนั้น มันเป็นสงครามที่เราทำงานสบายกว่า คือสงครามมันเห็นเป้าชัดเจน และเป็นสงครามด้านเดียว แต่ทุกวันนี้สงครามด้านความมั่นคงมันเยอะไปหมดและเป็นภัยที่เห็นไม่ชัด ไม่เหมือนคอมมิวนิสต์ ดังนั้นทุกวันนี้จึงลำบากมาก โครงสร้างของ กอ.รมน.ปัจจุบันก็ผิดกว่าเมื่อก่อนด้วย

กรุงเทพธุรกิจ : มันผิดกันยังไงครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ทุกวันนี้ กอ.รมน.ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี มีนายกฯ หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายเป็น กอ.รมน. และเดิม

รองผอ.รมน. เดิมเป็นโดยตำแหน่ง สมัยก่อนเลยคือผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) คนเดียว มาถึงปี 2544 รัฐบาลนี้เข้ามา ได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็นรอง ผอ.รมน.มี 3 คน มีรองผอ.รมน.ที่นายกฯมอบหมาย ซึ่งก็คือผม ได้รับแต่งตั้งจากการเมือง อีกท่านหนึ่งคือ ผบ.สส. อีกท่านหนึ่งคือปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ช่วยมีผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอธิบดีกรมการปกครอง

ที่เปลี่ยนอีกอันหนึ่งคือ กอ.รมน.จังหวัด เดิมขึ้นตรงต่อ กอ.รมน.ภาค แต่โครงสร้างใหม่เปลี่ยนไป คือ กอ.รมน.จังหวัดขึ้นกับ กอ.รมน.ใหญ่ สั่งการโดยตรง การปรับเปลี่ยนก็เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

กรุงเทพธุรกิจ : มีส่วนร่วมแล้วตรวจสอบได้มั้ยครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : (หัวเราะ) ตรวจสอบได้ฮะ ตรวจสอบได้หมด วันนี้การทำงานก็ถูกตรวจสอบจากองค์กรอิสระต่างๆ อยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีคณะกรรมาธิการของ 2 สภา

กรุงเทพธุรกิจ : แล้วปัญหาของโครงสร้างใหม่นี้มันอยู่ตรงไหนครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : คือ กอ.รมน.ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2508 ชื่อว่ากองอำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ป.ค.) ซึ่งมี พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์รองรับ แต่มายกเลิกเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2544 ขณะนี้ กอ.รมน.ก็อยู่ในภาวะที่ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับ ทำงานลักษณะผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ทำให้เกิดความยากลำบากในการทำงาน เพราะพื้นที่ที่ กอ.รมน.รับผิดชอบ เป็นพื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และพื้นที่พิเศษ เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

กรุงเทพธุรกิจ : พื้นที่รับผิดชอบลดน้อยลงหรือยังไงครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : มันก็ไม่น้อยลงหรอก เมื่อก่อนทั้ง 75 จังหวัด เป็นพื้นที่ของป.ค. แต่ทุกวันนี้ 31 จังหวัด คือ 30 จังหวัดชายแดน กับ ปัตตานี อีก 1 จังหวัด ส่วนที่เหลือ คำสั่งเขาใช้คำว่าให้ กอ.รมน.สนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หมายความว่าเราเข้าไปในจังหวัดอื่นได้ แต่ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานมากขึ้น

แต่ 31 จังหวัดที่ให้มา เป็นพื้นที่ชายแดน ห่างไกลการคมนาคมและพื้นที่พิเศษ เพราะฉะนั้นการทำงานจึงมีปัญหา เมื่อเราไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงรองรับ เราต้องอาศัยเจ้าพนักงาน แต่เจ้าพนักงานอยู่กับเราไม่ได้ตลอด อย่างตำรวจ เขาก็มีงานประจำของเขา พอเขากลับไปเราก็ไม่สามารถทำงานได้ หรือในสถานการณ์คับขัน เราอาจจำเป็นต้องใช้อาวุธ แต่เราก็ใช้ไม่ได้ อันนี้ก็ทำให้การทำงานของเราลำบากมากขึ้น

กรุงเทพธุรกิจ : สาเหตุที่ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายและเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มันเป็นเพราะที่ผ่านมา กอ.รมน.มีอำนาจมากเกินไปหรือเปล่าครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เมื่อก่อนเป็น บก.ป.ค. มีภารกิจในการปราบคอมมิวนิสต์โดยเฉพาะ อำนาจมันก็เป็นอำนาจเฉพาะ แต่ทุกวันนี้มันต้องเปลี่ยนไป เพราะภารกิจมันเพิ่มมากขึ้น หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน แต่กลับไม่มีกฎหมายรองรับ และงานก็ไม่ใช่งานด้านการข่าวอย่างเดียวเหมือนที่คนทั่วไปเข้าใจ

กรุงเทพธุรกิจ : ฟังจากภารกิจ แสดงว่าตอนนี้รัฐบาลไทยตัดประเด็นเรื่องคอมมิวนิสต์ออกไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ?

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ครับ ยุติโดยสิ้นเชิง ไม่มีแล้ว แต่มามุ่งเน้นเรื่องความมั่นคง

กรุงเทพธุรกิจ : อันนี้เรียนถามเป็นความรู้นิดนึงนะครับ...คือคนประเภทไหนบ้างที่จะถูก กอ.รมน.จับตาเป็นพิเศษ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ก็พวกกลุ่มอิทธิพลอำนาจมืด ค้ายาเสพติด ซึ่งมีเยอะมาก

กรุงเทพธุรกิจ : อย่างพวกนักเคลื่อนไหวทางสังคม พวกเอ็นจีโอ พวกนี้โดนด้วยมั้ยครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : อ๋อ...พวกนี้ไม่ พวกนี้เราเข้าไปดูเงื่อนไขของเขาเฉยๆ ภารกิจข้อหนึ่งของ กอ.รมน.คือ แก้ไขความขัดแย้งทางสังคมด้วยสันติวิธี เพราะฉะนั้นเราจะเข้าไปหมด ที่ท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย โรงไฟฟ้าหินกรูด บ่อนอก ที่เขาโวยมาว่าทำไม กอ.รมน.เข้าไปยุ่ง แต่เราต้องไปเข้าไปดู เราต้องเก็บข้อมูล

อย่างท่อก๊าซที่เราเข้าไป เรามีหน่วยสันตินิมิต ซึ่งจะเป็นหน่วยที่เข้าไปแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี กรณีท่อก๊าซ เราก็เข้าไปเก็บข้อมูลว่าใครเป็นหัวหน้าฝ่ายคัดค้าน ถ้ารัฐบาลตัดสินใจตูมว่าต้องการจะทำ เราจะได้ประกบคนพวกนี้ได้ไง...ข้อมูลมันเป็นอย่างงี้ๆ คุณเฉยไว้ แต่เราไม่ได้ใช้วิธีรุนแรง เราก็ไปดึงประชาชนออกมา เป็นวิธีโดดเดี่ยวพวกหัวหน้า

เราก็ไปพูดกับประชาชนดีๆ ให้เห็นคุณประโยชน์ของท่อก๊าซ แล้วคุณอย่าไปยุ่งนะ พอไอ้หัวหน้ามันถูกโดดเดี่ยว มันก็ทำอะไรไม่ได้หรอก

กรุงเทพธุรกิจ : หมายถึงว่าแกนนำชาวบ้านทุกคน จะถูก กอ.รมน.บันทึกประวัติไว้ทั้งหมด ?

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : มีหมดทุกคน หินกรูด บ่อนอก...

กรุงเทพธุรกิจ : นักวิชาการก็โดนด้วย ?

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : มีทั้งนั้นแหละ เก็บไว้หมด เก็บไว้เพื่อใช้เมื่อรัฐบาลสั่ง แต่เราไม่ได้เอาเขาไปฆ่าไปแกงแบบสมัยก่อนนะ เราใช้วิธีแยกอย่างที่ว่า ใช้จิตวิทยา พอเขาไม่มีประชาชนสนับสนุนก็เสร็จ เขาจะไปเคลื่อนไหวกับใคร

ส่วนมากชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องมีเยอะ แต่แห่ตามเขา พวกนี้ไปปลุกระดม ชาวบ้านก็แห่ตาม เช่น ท่อก๊าซ เราก็ไปชี้แจงทำความเข้าใจว่ามันจะมีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติมหาศาล ทั้งรายได้ พี่น้องจะมีงานทำ เราก็พูดไปเรื่อย หินกรูด-บ่อนอกก็เหมือนกัน ข้อมูลเราเตรียมไว้หมด

แต่มันไม่เหมือนสมัยก่อนที่เรามีหน่วยล่าสังหาร ไอ้อย่างนั้นเขาเอาชื่อมาให้ บอกว่าไอ้นี่แหละแกนนำ ผกค.(ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) เราก็...เป้ง ! จบแล้วกลับมานอน อย่างนั้นมันง่าย (หัวเราะ)

กรุงเทพธุรกิจ : ปฏิบัติการทางจิตวิทยา (ปจว.) ที่ว่า..ทุกวันนี้ยังใช้ได้ผลอยู่เหรอครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ได้ผลครับ เวลานี้ท่อก๊าซก็เข้าไปนานแล้วนะ ที่ชาวบ้านเขาโวยทีหนึ่งว่าทหารเข้ามาทำอะไร จำได้มั้ย...นั่นแหละกำลังพลของ กอ.รมน. แต่เราเข้าไปไม่ได้ติดอาวุธ ก็ไปนั่งคุยกับชาวบ้านว่ามันมีประโยชน์กับประเทศชาติยังไง ตอนนี้ก็น้อยแล้ว คัดค้านอยู่ไม่กี่คน

เหมือนสมัยรัฐบาลชวน ตอนนั้นสนั่น (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์) เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย มนูญ (พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร) เขาเป็นประธานที่ปรึกษาอยู่ ชาวบ้านที่อีสานยกขบวนมาเยอะเลย รัฐบาลก็วางแผนรับกันใหญ่ เขาเรียกผมไป ผมบอกทำแบบนี้ไม่สำเร็จหรอก ใช้กำลังไปบล็อกไปอะไร เดี๋ยวปะทะกัน บาดเจ็บล้มตาย รัฐบาลก็เสียภาพพจน์ อยู่ไม่ได้หรอก

เรื่องแบบนี้มันไม่เห็นยากอะไร เราก็ดูสิว่าพวกที่มาประท้วงมีกี่กลุ่ม พวกไหนเป็นแกนหลัก พวกไหนเป็นตัวสนับสนุน พวกโดนหลอกมา ถ้าเราแยกได้มันไม่ยากเลย

ส่วนพวกแกนหลัก ถ้ามาจากอีสาน เราก็ส่งคนไปบ้านมันทุกวันสิ...ไปบ้านเมียมัน ไปถึงก็ไม่ทำอะไร เช้าก็ไปนั่งคุยกับลูกกับเมียมัน เอาข้าวไปนั่งกิน กินเสร็จก็เล่นกับลูกมัน แค่ 3-4 วันเท่านั้นแหละ เดี๋ยวมันก็ต้องกลับบ้าน เพราะห่วงลูกเมีย (หัวเราะ) นึกดูเมียมันก็โทรมาบอกว่าทหารมาทุกวันเลย เจออย่างนี้ก็ต้องกลับ โดยที่เราไม่ต้องใช้กำลังอะไรเลย

กรุงเทพธุรกิจ : สถานการณ์ที่ใกล้เข้ามาอย่างความรุนแรงทางภาคใต้ เห็นผู้ใหญ่ในรัฐบาลหลายคน ให้ข่าวทำนองว่าเป็นฝีมือของโจรกระจอก...จริงๆ แล้วปัญหาเป็นยังไงครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ผมจะเล่าให้ฟัง...ผมนี่ไปอยู่ภาคใต้ตั้งแต่ปี 2520 สถานการณ์ตอนนั้นมันมีโจรอยู่ 4 กลุ่ม หนึ่งคือขบวนการโจรก่อการร้ายหรือขจก. มีกองกำลังติดอาวุธเป็นพันคน หัวหน้ามีถึง 270 คน สอง โจรจีนคอมมิวนิสต์อีก 3 กลุ่ม นอกจากนั้นยังมี ผกค. ตอนนั้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และสี่คือโจรห้าร้อย อันนี้มีเป็นประจำอยู่แล้ว (หัวเราะ)

ซึ่งเราก็ปราบปรามพวกนี้มาตลอด กระทั่งถึงปีที่แล้ว กำลังพวกนี้ก็ลดน้อยลง หัวหน้าเหลือ 4-5 คน กองกำลังติดอาวุธเราคาดว่าไม่เกิน 50 คนที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ แต่พวกนี้มันไม่ใช่โจรกระจอก พอมีคนบอกว่าเป็นโจรกระจอก เราก็พูดไม่ออกเลย ไม่รู้จะทำความเข้าใจกับชาวบ้านยังไง จะบอกว่าพี่น้อง...พวกโจรกระจอกพวกนี้มันยิงตำรวจตาย อย่าไปยุ่งกับมันนะ ชาวบ้านที่ไม่ชอบเราเขาจะได้สมน้ำหน้า ส่วนชาวบ้านที่เขาไม่เห็นด้วย เขาก็ไม่รู้จะไปยุ่งด้วยทำไม

การพูดว่าโจรกระจอก ทำให้ปฏิบัติการทางจิตวิทยามันเดินไม่ได้

กรุงเทพธุรกิจ : เล่าเรื่องชีวิตราชการของท่านให้ฟังบ้างได้ไหมครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ผมจบ จปร.7 ปี 2503 จบมาบรรจุที่ศูนย์การทหารราบ เรียนหลักสูตรผู้หมวด ผู้บังคับกองร้อยจบ ก็มาอยู่ที่ ร.1 พัน 3 รอ. (กรมทหารราบที่ 1 กองพันทหารราบที่ 3 มหาดเล็กรักษาพระองค์) ทีแรกผมสมัครไปอยู่อุดร เพราะผมไปโตที่นั่น อยู่ที่นั่น 10 ปี แต่เขาไม่ให้ไป เพราะผมเป็นนักรักบี้ของโรงเรียนนายร้อย พอจบมาก็เล่นรักบี้ให้กองทัพบก เขาก็เลยให้เล่นรักบี้ ก็เลยมาอยู่ที่ ร.1 พัน 3

จากนั้นปี 2504 เกิดกรณีเขาพระวิหาร เป็นครั้งแรกที่ผมออกสนาม กองทัพก็ส่งผมไปป้องกันชายแดนที่ตาพระยา ปราจีนบุรี กลับมาผมก็ไปเรียนหลักสูตรจู่โจม (แรงเยอร์) แต่ผมเรียน 2 รุ่นเลย รุ่นแรกผมสอบเข้าไปเรียน จะจบอยู่แล้ว อีกไม่ถึง 8 ชั่วโมงจะจบ ผมทำปืนลั่นใส่เท้าทะลุ (หัวเราะ) พล.อ.พิจิตร (กุลละวณิชย์) ตอนนั้นท่านรับผิดชอบ เป็นครูฝึกอยู่ ท่านไม่ยอมให้ผมจบ ผมก็ต้องเรียนต่ออีกรุ่นหนึ่ง กลายเป็นเรียน 2 รุ่น

จบแล้วก็ไปเรียนหลักสูตรพลร่ม ต่อด้วยหลักสูตรซีไอ มีหน่วยรบพิเศษของอเมริกันมาสอน พอจบก็กลับมาทำงาน อยู่มาวันหนึ่ง ปี 2508 ก็มีเอกสารลับมากจากกองทัพบก ผู้พันก็เรียกไปพบ ในเอกสารบอกว่า กองทัพบกเห็นว่าท่านเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ขอให้ไปทำงานเป็น ผบ.ชุดสตาร์ทีม (Special Thai Ranger Army) ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ชื่อมันเพราะดี (หัวเราะ) ผมก็ไปรายงานตัว แล้วก็รับคำสั่งให้เดินทางไปรายงานตัวที่อุดร

ผมก็ไปพบกับลูกทีมอีก 5 คนจากหน่วยรบพิเศษ ทีมแบบนี้จะมี 6 คน หัวหน้าคือผม รองเป็นจ่า เจ้าหน้าที่สื่อสาร 2 คน พลฯเสนารักษ์ 1 คน และระเบิดทำลาย 1 คน 6 คนนี้จะไปคุมกองโจรลาวที่เรารับมาฝึกเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปทำงานในลาว

กรุงเทพธุรกิจ : ภารกิจตอนนั้นคืออะไรครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : เขาใช้คำว่าขัดขวางการเคลื่อนที่ของทหารเวียดนามเหนือที่ผ่านช่องมูเกีย มาตามเส้นทางโฮจิมินห์ ไม่ให้เข้าเวียดนามใต้ ไม่ให้เข้าเขมรและเข้าประเทศไทย นี่คือภารกิจ

ตอนนั้นยูเอ็น (องค์การสหประชาชาติ) เขาแบ่งเป็นเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ จะล้ำกันไม่ได้ แต่เวียดนามเหนือฉลาด เขาเจาะเข้าไปในประเทศลาว ผ่านทางช่องมูเกีย เสร็จแล้วก็ทำทาง เรียกเส้นทางโฮจิมินห์ เป็นเส้นทางธรรมดา ลอดต้นไม้ เครื่องบินตรวจการไม่เห็น ลอดแล้วก็แอบส่งกำลังพลเข้าเวียดนาม เข้าเขมร และเข้าประเทศไทยได้ทางมุกดาหาร เราก็อยู่ตรงนั้น หน้าที่ก็คือขัดขวางการเคลื่อนที่ ซุ่มโจมตี ตีฉกฉวย วางกับระเบิด ซุ่มยิง สารพัด Hit and Run น่ะ ยิงแล้วหนี

ไปครั้งนั้นผมเป็นร้อยโท ก่อนไปเขาให้เซ็นชื่อลาออกจากกองทัพ เพราะถ้าถูกจับขึ้นมามันก็จะได้ถือว่าผมไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ก็ไปทำงานอยู่ปีหนึ่ง เป็นสิ่งที่เรียกว่าที่สุดในชีวิต มานั่งคิดทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่ารอดมาได้ยังไง

กรุงเทพธุรกิจ : มันเป็นยังไงครับ ที่สุดในชีวิตที่ว่า..

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : คือตอนแรกมันก็สนุกดี...เพราะเวียดนามเหนือยังไม่รู้ เราก็ซุ่มโจมตีขบวนยานยนต์บ้าง วางกับระเบิดบ้าง วันไหนขี้เกียจขึ้นมาก็ไปซุ่มยิงนายทหาร เพราะซุ่มยิงมันง่าย สังเกตนายทหารเวียดนามจะใส่หมวกกะโล่ มีปืนพก และจะถือไม้คอยไล่ตีพวกทหารที่ไม่ค่อยเดิน เราก็แอบอยู่ ยิงแล้วก็หนี

มีวันหนึ่งไปซุ่มยิงอย่างนี้แหละ ก็ไปกันไม่กี่คน กะยิงนายทหารเขา แต่เขาไหวตัว พอยิงเปรี้ยง ! มันส่งกำลังเข้าตามล่าเลย ตามล่าชนิดที่ว่าไม่ยอมปล่อยเลย ไป 6 คนก็เลยแบ่งกันออกเป็น 2 ทีม ทีมละ 3 คน มันไล่ล่า 3 วัน 3 คืน ตามล่าชนิดกระชั้นชิด กระทั่งหมดแรง ข้าวก็ไม่ได้กิน 3 วัน ไม่รู้จะไปไหนแล้ว คิดว่ายังไงก็ต้องตาย เอาปืนพาด ระเบิดมือวาง

วันนั้นเป็นวันที่เรียกว่าที่สุดในชีวิต กลัวที่สุดในชีวิต ไม่คิดว่าจะรอด ก่อนจะตายก็นอนนึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วอย่างที่เขาว่าจริงๆ คิดถึงพ่อแม่เพราะตายแล้วไม่เห็นศพ และที่ผมไปพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าไปไหน รู้แต่ว่าไปราชการชายแดนเท่านั้น ตายที่นั่นต้องทิ้งศพด้วย คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงแฟน (หัวเราะ) นึกในใจเราไม่น่ามาตายตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นอายุ 28 เอง

เชื่อมั้ยมันเดินมา มันเคาะไม้ ไล่ เอ้วๆ ๆ ...กรามเราแทบหักติดปากเลย ไม่ใช่ไม่กลัว...กลัวตาย สั่นไปหมด หันไปมองทหารลาวที่มากับเรา เราก็อายมัน กัดฟันไว้ไม่ให้กระแทก แต่ขานี่ตีดินเลย คิดว่ายังไงก็ไม่รอด แต่โชคดีมันขึ้นมาไม่ทันถึงเรา มันหักขวาลงไปเฉยๆ โอ้โห...โล่งอกเลย เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

ลูกน้องอีกทีมที่ไปด้วยกัน ที่แตกหนีแยกกันไป มีอยู่คนหนึ่งเชื่อมั้ย...มาเจอกันที่จุดนัดพบของฐาน ผมมันเคยดำๆ ...ขาวหมดเลย หน้ามันเต้น ต้องส่งกลับเลย เป็นโรคประสาท

กลับจากหัวหน้ากองโจร ผมไปรบที่เวียดนามใต้ ถูกล้อมอยู่ 18 วันกว่าจะรอดออกมาได้ กลับจากเวียดนาม ผมเป็นหัวหน้าชุดล่าสังหารของกองทัพบก ตอนเป็นหัวหน้าชุดล่าสังหารผมไปทั่วหมด ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภูหินร่องกล้า ไปหมดทุกที่ตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง

กรุงเทพธุรกิจ : ในป่าก็รบมาแล้ว ในเมืองก็รบด้วย อย่างปฏิวัติรัฐประหาร...?

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : (ยิ้ม) ปฏิวัติหลายครั้ง

กรุงเทพธุรกิจ : เคยนับมั้ยครับกว่ากี่ครั้ง

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : จริงๆ มันก็ 2 ครั้ง แต่ถ้าคิดแล้วมันก็ 3 ครั้ง ตอนที่ไปนั่งปฏิรูปด้วย ปี 2519 ตอนนั้นร่วมกับเขาเฉยๆ ไม่ได้ใช้กำลัง ตอนนั้นมันง่าย ไล่หม่อมเสนีย์ (ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี) ปุ๊บเดียวก็จบ

พอมา 20 ตุลา 2520 อันนี้เล่นเองเลย 3 คนมีผม จำลอง (พล.ต.จำลอง ศรีเมือง) มนูญ 3 คนเป็นหัวหอก อันนั้นเอากำลังเข้ายึดเลย

แล้วก็มา 1 เมษา 2524 ที่แพ้ จริงๆ แล้วเมษาฮาวายมันไม่ใช่แพ้หรอก ไม่ได้ยิงกันซักนัด กำลังผมตั้ง 44 กองพัน กระสุนอย่างดี แต่เรามองแล้วว่าเราผิด เราก็ยอมแพ้ แต่ไม่ได้สู้กัน จะเรียกว่าแพ้ไม่ได้หรอก เราก็ยอมเฉยๆ ยอมถอนกำลังกลับ เสร็จแล้วก็หนี ลี้ภัยไปต่างประเทศ หนีไปอยู่ลาว ถูกจับขังอยู่ 2 เดือน

กรุงเทพธุรกิจ : การยึดอำนาจนี่จริงๆ มันยากมั้ยครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : การยึดอำนาจตอนนั้น เรายังเด็กเป็นพันโทเท่านั้นเอง เรื่องยากมันไม่ยากหรอก แต่มันเสี่ยง ถ้าพลาดปั๊บเป็นกบฏเลย โทษไม่จำคุกตลอดชีวิต ก็ประหารชีวิต แต่ที่เราต้องทำเพราะอะไร อย่าง 6 ตุลา 2519 ที่ธรรมศาสตร์รบกันอุตลุดหมด นักศึกษากับตำรวจทหารรบกัน เราก็ต้องยึดอำนาจ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองก็ฆ่ากันตาย

สำหรับ 20 ตุลา 2520 เป็นเหตุการณ์หลังจาก 6 ตุลา 2519 ถ้าจำได้ พอเราล้มรัฐบาลเสนีย์ ก็ตั้งรัฐบาลหอยขึ้นมา ก็เป็นเผด็จการพลเรือน จะเห็นว่าประชาชน นักศึกษา เกิดความแตกแยก หนีเข้าป่า เอาอาวุธมาสู้กัน ผมไปรบมาทั้งลาว เวียดนาม เรามามองสภาพว่าถ้าเราปล่อยอย่างนี้ บ้านเราก็คงเป็นแบบเวียดนาม ลาว เขมร ซึ่งเราไม่อยากให้เป็น

บ้านเมืองลาว เวียดนาม เขมร มันเป็นยังไงรู้มั้ย จะเห็นว่าเราจะไปทางไหน จะเต็มไปด้วยเด็ก ผู้หญิงและคนพิการ อย่างที่เวียดนาม เวลารถทหารไทยผ่าน 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยเด็ก ผู้หญิง คนพิการ มายืนรอเอาอาหาร แน่นไปหมด ทหารไทยก็โยนอาหารไปให้ ก็ตีกันฉิบหายเลย แย่งอาหารกัน

เราผ่านสงครามแบบนี้มา แล้วก็มาเห็นเมืองไทยช่วงปี 2520 หนีเข้าป่าสู้กัน ฆ่ากันเอง เรามองแล้วไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้น เมื่อเป็นอย่างนี้ก็มีทางเดียวคือต้องยึดอำนาจ

กรุงเทพธุรกิจ : การวางแผนปฏิวัติรัฐประหารนี่..เสี่ยงมั้ยครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : เสี่ยง (ทำเสียงสูง) แล้วมันไม่ได้อะไรด้วย เพราะพันโท ไม่รู้จะทำอะไร ยึดเสร็จก็อย่างที่ว่า ถ้าแพ้ก็เป็นกบฏ โทษจำคุกตลอดชีวิต หรือไม่ก็ยิงเป้า ชนะคราวนั้นก็ไม่ได้อะไร อ้อ..จะว่าไม่ได้อะไรเลยก็ไม่ถูก ได้เหรียญหลวงปู่แหวนมาองค์หนึ่ง พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ (อดีตนายกฯ) ท่านให้ เลี่ยมทองมาสลึงเดียว นี่เรื่องจริง (หัวเราะ) แต่ถ้าผมพลาดผมก็ติดคุก

กรุงเทพธุรกิจ : ครั้งนั้นเป็นต้นคิดเองหรือมีใครมาชวน

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : อ๋อ...คิดกันเองเลย แล้วก็ไปทาบทามหลายคนมาเป็นหัว หลายคนปฏิเสธไม่ยอมรับ หาหัวหน้าไม่ได้ ไปหาหลายคนเลย พูดง่ายๆ เป็นสิบๆ คน บางคนเขาก็นั่งฟังเราแล้วก็ปฏิเสธ บางคนก็ไม่ให้พบเลย จนมาได้ พล.อ.เกรียงศักดิ์

กรุงเทพธุรกิจ : คนรู้เยอะอย่างนี้แล้วเรื่องไม่แตกก่อนหรือครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรนะ คิดอย่างเดียวคือทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ เพื่อให้คนไทยยุติสงครามกลางเมือง เท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่าพอทำเสร็จ ผมขอร้องนายกฯเกรียงศักดิ์เลย ข้อแรกคือนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองก่อน ล็อตแรกที่นิรโทษออกมา 265 คน ออกมาหมดเลย ตอนนี้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเป็นอะไรกันเต็มไปหมด สนั่น ขจรประศาสน์ ก็ด้วย

นายกฯเกรียงศักดิ์ ท่านก็อยู่ได้ปีกว่าๆ รัฐมนตรีบางคนของท่านก็เริ่มคอรัปชั่น ผมจับได้ ผมก็เลยไปขอร้องให้ท่านลาออก พอลาออกเสร็จ ก็ไปเชิญป๋า (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) เข้ามา ป๋าก็มาออกนโยบาย 66/23 ก็ยุติสงครามกลางเมืองตั้งแต่นั้นมา

กรุงเทพธุรกิจ : แล้วเมษาฮาวาย (1 เมษา 2524) ใครมาชวนครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : อ๋อ...ตอนนั้นมนูญกฤตเขามาชวน ผมอยู่ชายแดนที่อรัญประเทศ ป๋าเปรมเป็นนายกฯ

กรุงเทพธุรกิจ : จริงๆ ป๋าเปรม ก็เป็นคนที่ท่านเชิญมาเองไม่ใช่หรือครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : เรื่องมันเป็นอย่างนี้ เรื่องป๋าเนี่ย ถ้าพวกผมเป็นคนเฉยๆ นะ เอาแค่เฉยๆ นะไม่ต้องประจบ พวกผมจะมีอำนาจมหาศาลเลย เพราะว่าช่วงนั้นป๋าเปรมเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรีกลาโหม เป็น ผบ.ทบ. อย่างผมนี่กลับมาจากใต้ อยากไปหาป๋า ผมไปเลย ไปหาท่าน ไปนั่งทานข้าวในบ้าน ไม่มีใครมีโอกาสดีเท่าผมหรอก

แต่มันเกิดเรื่องขึ้นเพราะป๋าต่ออายุราชการ ผบ.ทบ.เกษียณ 60 ท่านต่อครั้งแรกเราก็เฉย เพราะตอนนั้นสถานการณ์มันยังไม่ดี พอมาอีกปี ท่านขอต่ออีก เราก็มองว่าถ้าต่อแบบนี้มันไม่ถูก ก็คัดค้านท่าน เพราะตอนนั้นบ้านเมืองสงบแล้ว อันนี้เป็นเรื่องแรกเลย พอคัดค้านท่าน พูดง่ายๆ ท่านก็ไม่พอใจว่าทำไมเราไม่สนับสนุนท่านเหมือนเดิม

อีกเรื่องที่มีปัญหาก็คือ ช่วงนั้นเรากินเหยื่อ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ จปร. 1 ท่านจัดเลี้ยงที่สโมสรกองทัพบก เลี้ยง จปร.1-8 เว้นรุ่น 7 อันนี้เป็นสาเหตุจริงๆ เลยนะ ก็เลยถามเพื่อนๆ ดู พอเรารู้อย่างนั้น ก็มีหลายคนเข้าไปพบป๋า ถามว่าป๋าปล่อยอย่างนี้ได้ยังไง เพราะมันแตกแยกกัน ทีนี้ก็มองกันว่าป๋าอยู่เบื้องหลัง เพราะไม่พอใจเรา...สาเหตุก็เท่านี้เอง

พอหลังจากนั้น ก็มีคำสั่งปล่อยออกมาเรื่อย จะย้ายมนูญ จะย้ายพัลลภ จะย้ายประจักษ์ (พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร) พวกในกลุ่มเนี่ย พอข่าวออกมาปั๊บ มนูญเขาก็ตัดสินใจทำ คือพูดง่ายๆ ก็กินเหยื่อเขาล่ะ เขาปล่อยข่าวมา รุ่นพี่เขาก็หมั่นไส้เราน่ะนะ

แต่ถ้าพูดถึงว่ารุ่น 7 แซงรุ่นพี่นี่ไม่จริง เพราะคำสั่งที่ผมเป็นผู้การ รุ่นผมมี 3 คน รุ่น 5 มี 4 คน รุ่น 8 นี่ 5 คนเลย คำสั่งเดียวกับผม ทำไมไม่ไปว่ารุ่น 8 ทั้งที่รุ่นผมเสี่ยงมาตลอด เสี่ยงทำอะไรต่ออะไร...

กรุงเทพธุรกิจ : เรื่องหมั่นไส้รุ่น 7 นี่จริงใช่มั้ยครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : เรื่องจริงเลย หมั่นไส้รุ่นผม พวกเราก็ยอมรับตรงๆ นะว่ามีหลายคนที่อยู่ในกลุ่มเป็นประเภทปากไม่ดี แล้วก็ประเภท...ลืมตัว กูเข้าบ้านนายกฯได้...อันนี้ยอมรับ ทำให้รุ่นพี่ใหญ่ๆ เขาหมั่นไส้

กรุงเทพธุรกิจ : การเมืองมีผลให้ทหารแบ่งเป็นกลุ่มเป็นพวก...พูดอย่างนี้ได้ไหมครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ก็ยอมรับว่ามีผล ทำให้เราแตกกัน แต่ว่าเราก็มีส่วนทำให้มันแตกด้วย บางคนปากไม่ดี ลืมตัว ไปเบ่งกับรุ่นพี่เขา ไม่ใช่ไม่มี ทำให้รุ่นพี่เขาหมั่นไส้ ก็เลยมีปัญหาขึ้นมา มีการจัดเลี้ยงรุ่น 1 ถึงรุ่น 8 เว้นรุ่น 7 เราก็เข้าใจผิดคิดว่าป๋าอยู่เบื้องหลัง ก็อย่างว่าก็เลยโกรธว่าทำไมทำอย่างนั้น ก็เลยเกิด 1 เมษา ขึ้นมา พอเรารู้ว่ามันไม่จริง เราถึงยอมวางอาวุธ

พอวางอาวุธคราวนั้นผมรู้เลยว่าผมเสี่ยง ผมรู้เลยว่าวันนี้ผมโดนปลดแน่ๆ ผมต้องติดคุกแน่ เรารู้แต่เรายอม ยอมแบบลูกผู้ชาย...กระสุนนัดเดียวไม่ออกจากลำกล้อง ถ้าสู้กันวันนั้น ไม่แน่นะว่าผมจะแพ้ แต่ว่าเราดูแล้วเลือดนองแผ่นดิน เราก็เลยยอม

แต่ผมต้องหนี เพราะโทษผมหนักกว่าเพื่อน นอกจากโดนคดีอาญาฐานกบฏแล้ว ผมยังโดนกฎหมายทหารอีกข้อหาหนึ่ง คือถ้าผู้บังคับหน่วยทหารถอนกำลังต่อหน้าอริราชศัตรู โทษประหารชีวิต ตอนนั้นผมยันอยู่ชายแดน แล้วผมถอนกำลังมาปฏิวัติ ฉะนั้นผมแรงกว่าเพื่อน โทษถึงประหารชีวิต ผมจึงต้องหนี แต่ก่อนจะหนีผมก็ถอนกำลังส่งกลับเข้าฐานเสร็จเลย แล้วก็หนีเข้าลาว ติดคุกอยู่ในลาว 2 เดือน (หัวเราะ)

กรุงเทพธุรกิจ : ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับ พล.ต.มนูญกฤต เป็นยังไงบ้างครับ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มาเล่นการเมือง แล้วอยู่กันคนละพรรค

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ผมกับมนูญกฤตนี่ไม่มีเสื่อมหรอก เพราะเป็นเพื่อนตายกัน

กรุงเทพธุรกิจ : ต่อให้อยู่คนละขั้วการเมือง...?

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ใช่ เป็นเพื่อนตายกัน ผม มนูญกฤต จำลอง ไม่มีทางขาดกัน เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายด้วยกันมา ทั้งในสนามรบ สนามปฏิวัติ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็พร้อมที่จะช่วยกันอยู่ เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหา

กรุงเทพธุรกิจ : ชีวิตราชการและงานการเมืองที่ผ่านมาถือว่าภาคภูมิใจ ?

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : คืออย่างนี้...ผมมาจากตระกูลชาวนา อำเภอสามพราน นครปฐม และสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก จนมาเป็นทหาร ก็ได้ยศถึงพลเอก ซึ่งเป็นยศสูงสุดในกองทัพ ดังนั้นผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ในชีวิตผมเคยอยู่ในศูนย์กลางอำนาจรัฐมาไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าผมคิดหาผลประโยชน์ใส่ตัว ผมมีเงินไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

แต่ชีวิตผมสร้างตัวมาจากการรับจ้างรบ อย่างตอนที่ผมไปเป็นหัวหน้ากองโจรในประเทศที่สาม เงินเดือนผม 1,400 บาท ผมไปได้เงินพิเศษอีก 3,500 บาท แล้วผมไม่ได้ใช้เลย เข้าธนาคารหมด ผมไปเวียดนามอีก ได้เยอะ แล้วผมก็ใช้เงินพวกนี้ไปซื้อที่ดินไว้ ผ่อนไว้เกือบ 10 แปลง ที่ดินเหล่านี้ตอนหลังผมเอามาขายเลี้ยงลูก ขายปลูกบ้านที่อยู่ทุกวันนี้ นี่คือชีวิตผม ฉะนั้นบ้านที่ผมอยู่ ทุกอย่างที่ผมมี ผมแลกมาด้วยชีวิตผมทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นผมถึงไม่แคร์ใคร ถ้าสิ่งนั้นทำไม่ถูก ผมไม่แคร์ ใหญ่เท่าใหญ่ ผมพร้อมแตกหักเลย แต่ถ้าผมผิดนะ ให้ผมไปกราบขอโทษ ผมไปทุกระดับ นี่ผมพูดจากใจจริง

กรุงเทพธุรกิจ : มีเรื่องภูมิใจแล้ว ทีนี้ถ้าให้ทบทวนชีวิตการงานที่ผ่านมา...มีช่วงไหนไหมครับที่นึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกเสียใจ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : (นิ่งคิดสักพัก) ตอนที่ผมรบอยู่ภูหินร่องกล้า...รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ รู้มั้ยช่วงนั้นวิทยุปักกิ่งของผกค. มันด่าผมทุกวัน มันบอกว่านายพัลลภเป็นคนจิตใจ***มโหดฆ่าคนเป็นว่าเล่น ก็ด่าผมเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย ด่าทุกวัน ตอนนั้นมันเรียกผมว่านายพัลลภเลยนะ..มันไม่เรียกยศทหารของผม

กรุงเทพธุรกิจ : เสียใจที่ถูกวิทยุของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยด่าเหรอครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ไม่ใช่หรอก เรื่องด่าไม่เท่าไหร่...แต่เวลาอยู่ในสนามรบมันก็ต้องมีปะทะ ตอนอยู่ภูหินร่องกล้าผมเคยโดนทหารคอมมิวนิสต์ไล่ล่า ตามมาติดๆ เลย ผมก็เห็นทหารของมันมีทั้งผู้หญิงมีทั้งเด็ก แต่พอมันก็ไล่มาติดๆ ผมทำไงรู้มั้ย ไอ้ปืนใหญ่ระยะหวังผล 11 กิโลเมตร...ผมก็เอามาตั้งแล้วยิงจ่อๆ ระยะ 400 เมตร

คุณคิดดูก็แล้วกัน ปืนใหญ่ระยะ 11 กิโลเมตร ผมยิง 400 เมตร พอยิงตูมพวกนั้นก็เละเทะไม่รู้ใครเป็นใคร แต่เสร็จแล้วยังไงรู้มั้ย พวกที่ฐานด่าผมฉิบหายเลย..เฮ้ย มึงเอาไปยิงระยะนั้นเดี๋ยวก็โดนพวกเดียวกันตายห่าหมดหรอก (หัวเราะ)

กรุงเทพธุรกิจ : ตอนนั้นคิดไหมครับว่าเป้าที่เราเล็งปืนใหญ่แล้วยิงไป..มันก็คนไทยด้วยกัน

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : คิดสิ...แต่ตอนนั้นมันเป็นหน้าที่ ผมมีหน้าที่ปกป้องรักษาประเทศ พวกนั้นเป็นคนไทยก็จริง แต่กำลังทำลายประเทศ

กรุงเทพธุรกิจ : ช่วงหลังพอเป็นข่าวมากๆ เคยได้ยินว่าท่านคิดจะลาออกอยู่บ่อยๆ อันนี้จริงเท็จยังไงครับ

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ทุกวันนี้ ถ้ามีคนมาบอกว่าพัลลภเลิกเถอะ ผมกลับทันทีเลยนะ อยากกลับไปตีกอล์ฟ เพราะเมียผมอยากให้กลับอยู่แล้ว เคยสัญญากับเขาว่าเกษียณแล้วจะพาไปเที่ยว นี่ก็ผิดสัญญาเขามานาน 6-7 ปีแล้ว

กรุงเทพธุรกิจ : แล้วใครบ้างครับที่จะบอกให้ท่านเลิกได้

พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี : ผมมีนายอยู่ 2 คนเท่านั้น คือนายกฯ กับ พล.อ.ชวลิต (ยงใจยุทธ) ถ้า 2 คนนี้บอกให้เลิก ผมไปทันทีเลย แต่ตอนนี้คนทั่วไปมีแต่โทรเข้ามาขอร้องไม่ให้ออกทั้งนั้น ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ผมก็บอกว่าหาคนมาแทนผมบ้างสิ (หัวเราะ)
บันทึกการเข้า

hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #49 เมื่อ: 28-08-2008, 15:24 »

อย่างที่ผมบอกแล้วว่า โม่งดำ โม่งแดง กำลังจะเปิดตัว

การศึกยังไม่จบ ศพอย่าเพิ่งนับ

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้ว พี้น้องงงง




ระวังเหตุการณ์นองเลือด อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

ศึกษาอดีต มารับใช้ปัจจุบัน

รัฐบาลจะทำอะไรต่อไป คิดให้รอบคอบรอบด้าน

พันธมิตรมิใช่แค่ แกนนำ 9 คน ที่หมายหัวจะจับกุม

การต่อสู้พัฒนามาอีกขั้นหนึ่ง

หากถึงที่สุด....ยังมีเรื่องราวอีกมากหลายให้กล่าวขาน



แคน  ไทเมือง ลาวกระหายเลือด
สงสัยเคยชินกับการกินลาบก้อยลอยเลือด กระสากลิ่นเลือดเป็นไม่ได้ ปอบเข้าสิงทันที

โม่งดำ โม่งแดง ที่ว่ามันคุยกันรู้เรื่องหมดแล้ว 
มีแต่ไอ้หน้าโง่อย่างพวกคุณเท่านั้นที่ยังไม่รู้ขี้รู้ตดอะไร

เย็นนี้พวกคุณ โดยเฉพาะ ป้า ๆ ยาย ๆ ทั้งหลายที่อยู่ในทำเนียบก็ต้องได้สังเวยเลือดให้มันอีก
ไอ้นาจมันไม่ใช่คน มันเป็น*** มันฆ่าไม่เลือก มันต้องการแค่ให้เหตุการณ์รุนแรงหาข้ออ้างให้ทหารออกมา รปห.

ถ้าหิวเลือดนัก ตอนเย็นก็ลองไปชิมดู ไอ้นาจจัดให้แน่

แล้วอย่าคิดว่าจะมีใครออกมาทำ รปห. อย่างเก่งก็มีใครบางคนเรียกไปพบบอกให้จบ ๆ กันไป
อนุพงษ์ไม่ทำให้หรอกว่ะ อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย ผ้าพันคอมันไม่ขลังอีกต่อไปแล้ว 
เรื่องข้างบนมันสลับซับซ้อนพันกันยิ่งกว่าขี้ในไส้ หญ้าแพรกอย่างพวกคุณจะไปเข้าใจอะไรได้

เลิกบ้าเสียทีเถอะ


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: