ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-01-2021, 22:46
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  อจ.มอ.ออกแถลงการณ์หนุนพันธมิตรฯ-จี้รบ.ลาออก 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
อจ.มอ.ออกแถลงการณ์หนุนพันธมิตรฯ-จี้รบ.ลาออก  (อ่าน 647 ครั้ง)
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« เมื่อ: 27-08-2008, 19:02 »

วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลา 13:43:48 น.  มติชนออนไลน์ จำนวนคนอ่านล่าสุด 924 คน


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1219819470&catid=01

อจ.มอ.ออกแถลงการณ์หนุนพันธมิตรฯ-จี้รบ.ลาออก

กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง  ขอให้รัฐบาลยุติการใช้ความรุนแรงและลาออก

 

จากผลการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลโดยการนำของ นายสมัคร  สุนทรเวช  นายกรัฐมนตรี  ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง อันได้แก่

 

1) เกิดความแตกแยกของประชาชนในชาติ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และการใช้สื่อของรัฐที่ไม่เป็นกลาง NBT

 

2) การสูญเสียอธิปไตยของชาติเนื่องจากความผิดพลาดในนโยบายต่างประเทศกรณีปราสาทพระวิหาร (ขายชาติ)

 

3) เกิดความตกต่ำทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการขาดวินัยทางการเงิน การคลัง และการแทรกแซงการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย

 

4) มีการบริหารงานที่ส่อไปในทางทุจริตเชิงนโยบาย 

 

5) คณะรัฐมนตรีหลายคนเป็นผู้ที่มีข้อกล่าวหาคดีอาญา อันไม่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อประชาชน 

 

6) ขาดคุณธรรมและจริยธรรม อันก่อให้เกิดปัญหาการขาดศรัทธาอย่างรุนแรงในหมู่ประชาชนอย่างไม่เคยมีมาก่อน   

 

ปัญหาทั้งหมดนี้นำมาซึ่งความห่วงใยตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ-เจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ว่าบ้านเมืองใกล้จะล่มแล้ว   ดังนั้นกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลา-นครินทร์  จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้

 

1) ยุติการโฆษณาชวนเชื่อผ่านกระบอกเสียงของรัฐซึ่งมาจากภาษีอากรของราษฎร และต้องเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาชนอย่างเป็นธรรม

 

2) หยุดการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนทุกรูปแบบ ทั้งการใช้กำลังปราบปราม และการยั่วยุด้วยถ้อยคำผ่านสื่อต่างๆ อันจะนำไปสู่ความแตกแยกของประชาชนในชาติที่ยากต่อการเยียวยา

 

3) ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลลาออก เพื่อแก้วิกฤติของบ้านเมืองในขณะนี้ อันจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว

 

จากวิกฤติการณ์ของปัญหาและข้อเรียกร้องดังกล่าว  กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลา-นครินทร์ ขอสนับสนุนภารกิจกู้ชาติของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่กรุงเทพมหานครในขณะนี้

 

กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

27 สิงหาคม 2551

บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #1 เมื่อ: 27-08-2008, 19:49 »

http://www.komchadluek.net/2008/08/27/x_main_a001_218093.php?news_id=218093

อ้างถึง
72องค์กรร่อนแถลงการณ์ไม่เอาความรุนแรง
 
 
เครือข่ายแพทย์ พยาบาล นักวิชาการ นักศึกษาและภาคประชาชน จำนวน 72 องค์กร ร่อนแถลงการณ์ไม่เอาความรุนแรง พร้อมแถลงการณ์คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’2535 และ ข้อเสนอคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)


เครือข่ายแพทย์ พยาบาล นักวิชาการ นักศึกษาและภาคประชาชน ไม่เอาความรุนแรง จำนวน 72 องค์ได้ออกแถลงการณ์ถึงสื่อมวลชนความว่า

เรียน สื่อมวลชน

เครือข่ายแพทย์ พยาบาล นักวิชาการ นักศึกษาและภาคประชาชน ไม่เอาความรุนแรง

แถลงการณ์ของกลุ่มในวันที่ 27 สิงหาคม 2551 เวลา 16.30 น.ใต้ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กทม. เนื้อหาของแถลงการณ์ เป็นไปดังนี้

เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองนับแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา มีความล่อแหลม ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นบาดเจ็บล้มตายได้ทุกเมื่อ ในนามเครือข่ายแพทย์ พยาบาล นักวิชาการ นักศึกษาและภาคประชาชน ไม่เอาความรุนแรงซึ่งประกอบด้วย องค์กรทั้งหมด 72 องค์กร ดังรายนามข้างท้าย

ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายระมัดระวังและยืนหยัดในการไม่ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาทุกรูปแบบ ดังนี้

1. ขอให้ทุกฝ่ายงดใช้ความรุนแรง และพฤติกรรมที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงทุกรูปแบบในการแก้ไขปัญหาการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ รัฐบาลต้องไม่ใช้กำลังในการสลายการชุมนุม และฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม โดยอยู่ในขอบเขตตามรัฐธรรมนูญ

2. ขอให้ทุกฝ่ายอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยแพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีที่เกิดเหตุใดๆ ที่มีความจำเป็น

เครือข่ายองค์กร ดังต่อไปนี้

1. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช)

2. เครือข่ายนักวิชาการ

3. มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว

4. ชมรมแพทย์ชนบท

5. มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.)

6. บางกอกฟอรั่ม

7. เครือข่ายวิชาชีพเพื่อสุขภาพ

8. เครือข่ายพี่น้องมหิดล

9. กลุ่มแรงคิด

10. เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

11. เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อปฏิรูปการศึกษา

12. ขบวนการตาสับปะรด

13. สมาคมผู้ปกครองแห่งชาติ

14. พรรคสัจธรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง

15. กลุ่มนิด้าเสวนาสาธารณะ

16. กลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทย

17. เครือข่ายชีวิตสาธารณะจังหวัดพัทลุง

18. ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนจังหวัดพัทลุง

19. มูลนิธิดอกไม้และนกกระดาษเพื่อสันติภาพ

20. กลุ่มนักศึกษานิด้าเพื่อประชาธิปไตย

21. กลุ่มยุติธรรมสาธารณะ

22. กลุ่มญาติวีรชนพฤษภา 35

23. เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ

24. ชมรมครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวกรุงเทพฯ

25. เครือข่ายครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวจังหวัดเชียงใหม่

26. เครือข่ายครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวจังหวัดสุรินทร์

27. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษากรุงเทพฯ

28. เครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียนนจังหวัดลำปาง

29. เครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียนจังหวัดสุรินทร์

30. เครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียนจังหวัดกาฬสินธุ์

31. เครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียนจังหวัดสงขลา

32. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดลำปาง

33. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดน่าน

34. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดพะเยา

35. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดสุรินทร์

36. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดกาฬสินธุ์

37. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดสงขลา

38. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดพัทลุง

39. ศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดสุราษฎรธานี

40. เครือข่ายสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน

41. เครือข่ายเยาวชนต้านเอดส์ประเทศไทย

42. ศูนย์กิจกรรมเยาวชนเพื่อชุมชนและสังคม

43. เครือข่ายเท่าทันสื่อ

44. เครือข่ายเยาวชนจังหวัดบุรีรัมย์

45. เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา

46. เครือข่ายวิทยุเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว

47. กลุ่มเยาวชนค้นธรรมนำสื่อความดี

48. กลุ่มนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม (YIY)

49. เครือข่ายเยาวชนภาคอีสาน 19 จังหวัด

50. เครือข่ายยุวเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

51. เครือข่ายสงขลาฟอรั่มเพื่อประชาคมพลเมืองเด็ก

52. เครือข่ายต้นกล้าสื่อจังหวัดสงขลา

53. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดนนทบุรี

54. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดสมุทรปราการ

55. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดกรุงเทพฯ

56. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดสมุทรสาคร

57. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดนครปฐม

58. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดอำนาจเจริญ

59. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดสุรินทร์

60. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดเชียงใหม่

61. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดลำพูน

62. เครือข่ายผู้หญิงและเด็กเพื่อยุติความรุนแรงจังหวัดชุมพร

63. สภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร

64. เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือ

65. กลุ่ม We move

66. ชมรมหรี่เสียงกรุงเทพ

67. มูลนิธิเยาวชนเพื่อการพัฒนา

68. มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน

69. มูลนิธิวิถีสุข

70. มูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน

71. เครือข่ายหมออนามัย

72. สมาคมนักศึกษาผู้ปฏิบัติธรรม

ข้อเสนอคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)

 การคลี่คลายสถานการณ์ของรัฐบาล ต่อการปฏิบัติการทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 สืบเนื่องจากการปฏิบัติการทางการเมืองของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ในวันอังคารที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยการบุกเข้าไปปิดล้อมและชุมนุมในสถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และสถานนีโทรทัศน์เอ็นบีทีของรัฐบาล โดยการบังคับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยุติการดำเนินงาน เพื่อกดดันและเรียกร้องให้รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งนั้น

 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องด้วยความห่วงใย มีความเห็นและข้อเรียกร้องต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

 1. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คลี่คลายปัญหาโดยใช้สันติวิธีและวิถีทางทางการเมืองโดยวิถีทางการเมืองและโดยสันติวิธี ยุติความคิดที่จะสลายการชุมนุมของกลุ่ม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ที่ชุมนุมกดดันอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล ด้วยการใช้กำลังปราบปรามด้วยความรุนแรงดังที่ ได้เกิดการปะทะบางส่วนในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา การใช้กำลังรุนแรงอาจจะนำมาสู่การสูญเสียของทั้งสองฝ่ายโดยไม่จำเป็นและอาจทำให้สถานการณ์บานปลายเลวร้ายยิ่งขึ้น ดังที่เคยเกิดขึ้นในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 การเผชิญหน้าครั้งนี้ ครส. ยังเชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถใช้วิถีทางทางการเมือง และกระบวนการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาได้ หากรัฐบาลตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน

 2. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นพื้นฐาน ในการจัดการปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ การกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือเหตุสถานการณ์บานปลาย โดยไม่ต้องประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อควบคุมสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร เพราะนอกจากจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางสังคมได้ อาจทำให้สถานการณ์บานปลายยิ่งขึ้น และปัญหานี้กองทัพไม่ควรมาเกี่ยวข้อง

 3. กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ได้บุกรุกเข้าไปในสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT เมื่อช่วงเช้ามืดของวันอังคารที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อบังคับให้พนักงานของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวยุติการทำหน้าที่และตัดสัญญาณการออกอากาศ เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน การข่มขู่และขัดขวางไม่ให้สื่อมวลชนทำหน้าที่เพื่อปิดกั้นไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน แม้ให้เหตุผลว่าสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลนั้น ไม่สามารถอ้างได้เพื่อใช้กำลังกระทำการข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนดังกล่าวได้ ซึ่งถือเป็นการรอนสิทธิของผู้อื่นและปิดกั้นทางเลือกข้อมูลข่าวสารของประชาชน ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรจึงควรยุติไม่ให้เกิดการกระทำในลักษณะเช่นนั้นอีก

 4. การที่ประชาชนเข้าไปชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลและสถานที่ราชการอื่นๆ นั้น แม้จะถือเป็นการต่อสู้ถือเป็น “สิทธิทางการเมือง” ที่จะใช้วิธีการ “อารยะขัดขืน” ซึ่งสามารถกระทำได้ในบางสถานการณ์ แต่ผู้ใช้วิธีการอารยะขัดขืน ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิของผู้อื่นโดยเกินสมควร และต้องใช้โดยสันติวิธี แม้เมื่อถูกใช้กำลัง หรือยั่วยุจากอีกฝ่ายหนึ่ง และผู้ใช้ต้องยอมรับผลทางกฎหมายที่ตามมาโดยไม่ขัดขืน ดังนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการควบคุมการชุมนุมของผู้ร่วมชุมนุม มิให้เกิดการปะทะ หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าและสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นในอนาคต อันจะเป็นผลเสียที่กระทบต่อ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” เอง และสังคมโดยรวม

 5. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาพิจารณาต้นเหตุของปัญหาทั้ง หมด ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง อันเป็นมูลเหตุให้เกิดการเคลื่อนไหว เผชิญหน้า และความขัดแย้งทางสังคมมาอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา คือปัญหาการคอร์รัปชั่นของคณะรัฐบาลชุดเก่า โดยเฉพาะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีในชั้นศาล เราขอให้ทุกฝ่ายเคารพในกระบวนการยุติธรรม เพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้ง โดยไม่มีการดำเนินการกดดัน หรือแทรกแซงกระบวนการศาลในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และต้องไม่ใช้วิถีทางนอกกระบวนการประชาธิปไตยใดๆ เพื่อลบล้างหรือทำลายกระบวนการดังกล่าวในอนาคต อันจะเป็นปลายเหตุของความรุนแรงและความขัดแย้งทางสังคมที่ไม่สิ้นสุด

 6. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) เป็นห่วงว่า สถานการณ์อาจจะขยายผลไปสู่ความรุนแรงขั้นจราจลได้ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมคลี่คลายปัญหา เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะ รัฐบาล, พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคการเมืองทุกพรรค ร่วมเปิดเจรจาทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหา โดยใช้กระบวนการรัฐสภา เปิดให้มีการอภิปรายทางการเมือง โดยเฉพาะจากฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยให้มีการโต้แย้งและลงมติทางการเมือง เพื่อแสวงหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อก้าวผ่านวิกฤติการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ และสร้างบรรทัดฐานสังคมประชาธิปไตยในอนาคต และกองกำลังอาวุธ โดยเฉพาะกองทัพจะต้องไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเป็นกิจการของพลเรือนอย่างเด็ดขาด

27 สิงหาคม 2551

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.)

แถลงการณ์คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’2535

สังวรณ์ต่อเหตุการณ์พฤษภา 2535 ยุติความรุนแรงและเงื่อนไขที่นำไปสู่ความสูญเสีย

 สืบเนื่องจากการชุมนุมปิดล้อมสถานที่ราชการหลายแห่งของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในวันอังคารที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อกดดันและเรียกร้องให้รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ลาออกนั้น คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’ 2535 ซึ่งได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด มีความเป็นห่วงและความเห็นต่อทุกฝ่ายดังต่อไปนี้

 1. คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’ 2535 ขอเรียกร้องให้รัฐบาล แก้ไขปัญหาโดยใช้สันติวิธีทุกรูปแบบ ไม่ใช้กำลังปราบปรามและความรุนแรงในการคลี่คลายปัญหา เพราะในฐานะรัฐบาล มีหน้าที่ต้องดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชน ไม่มีสิทธิทำร้ายประชาชนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเลือกข้างฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐบาล หรืออยู่ข้างไหน ฝ่ายใดทั้งสิ้น โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหาโดยไม่เลือกปฏิบัติ

 2.คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’ 2535 เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลที่จะไม่สลายการชุมนุม รัฐบาลจะต้องดำเนินการโดยไม่ให้มีการนองเลือด ดังคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ชีวิตคนสำคัญ ซ่อมไม่ได้ แต่สิ่งของซ่อมได้ ดังนั้น จะต้องไม่มีนโยบายที่จะปราบปรามหรือสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อเป็นเหตุให้มีการสลาย จนเกิดความสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อ หรือการบาดเจ็บของประชาชนได้

 3.คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’ 2535 ขอเรียกร้องให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ในฐานะที่รับผิดชอบการชุมนุม จะต้องหยึดหลักสันติวิธี และควบคุมการชุมนุมให้ดีกว่านี้ ระมัดระวังในการละเมิดและคุกคามสิทธิของผู้อื่นอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะสื่อมวลชน

 คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’ 2535 หวังว่า เหตุการณ์จะมีการคลี่คลายไปสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้น โดยไม่เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียใดๆ และสามารถก้าวผ่านความรุนแรงจากความขัดแย้งในครั้งนี้ได้โดยเร็วที่สุด

27 สิงหาคม 2551

คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’ 2535


นำมาให้อ่านค่ะ 
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 27-08-2008, 19:52 »

นักวิชาการ มธ.อัด ตร.ตั้งข้อหา"กบฏ"แกนนำพันธมิตรฯ รุนแรงเกินไป
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2551 19:34 น.
 
 
       นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจตั้งข้อหา 9 แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ข้อหาเป็นกบฏต่อแผ่นดิน ว่า เป็นการตั้งข้อหาที่เกินความเป็นจริง และรุนแรงเกินไป เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่เข้าข่ายข้อหาดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย โดยอย่างมากที่สุด หากจะมีการตั้งข้อกล่าวหาเกิดขึ้น ก็คงจะสามารถกระทำได้ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
        อย่างไรก็ตาม นายปริญญา ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า ตราบใดที่การชุมนุมยังคงเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ประชาชนก็สามารถใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ตามกฎหมาย ในการตัดสินใจว่าจะเลือกข้าง หรือไม่เลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การไม่ใช้ความรุนแรง
 
 
 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


คุณแม่ดุ๊กดิ๊ก
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 133


« ตอบ #3 เมื่อ: 27-08-2008, 19:54 »

เห็นด้วยกับบทความนี้ หนึ่งพันเปอร์เซนต์   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: