ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-07-2020, 02:59
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  Forbes นำเสนอข้อมูลในหลวงคลาดเคลื่อน? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
Forbes นำเสนอข้อมูลในหลวงคลาดเคลื่อน?  (อ่าน 9547 ครั้ง)
บัวริมบึง
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 384


« ตอบ #50 เมื่อ: 24-08-2008, 01:39 »

ก็ดีนะครับที่Forbes เห็นว่าพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุด แม้จะมีข้อความว่าไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ก็ตาม
คนชั่วมันจะตะแบงอะไรก็เรื่องของมันวันนึงนรกจะกินหัวพวกมันเอง ..

นอกจากทรัพย์สมบัติแผ่นดินแล้ว....
ในหลวงของเราพระองค์ท่านร่ำรวยความรักความเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์
ภาพติดตาที่พระองค์ทรงดำเนินไปในแดนธุรกันดาร พบปะประชาชนของพระองค์
ไม่ว่าฝนตก น้ำท่วม ภัยพิบัติธรรมชาติใดๆ ทรงเยี่ยมเหล่าทหารชายแดนผู้ทุกข์ยาก
 ทรัพย์สินส่วนพระองค์แปรเปลี่ยนเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เหล่าแพทย์อาสา
เข้าบำบัดทุกข์เข็ญ ไม่ว่าไกลเพียงใดพระองค์ท่านทรงพระดำเนิน
..นี่หรือคือพระมหากษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลก
โครงการเป็นสิบเป็นร้อย พระองค์ทรงทดลอง เพื่อแก้ไขปัญหายากจนให้กับประชาชน
...นี่คือหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลกที่ดำรงชีวิตอยู่อยู่แค่พอเพียง

ปล. ประเด็นกระทู้นี้ทำให้อดคิดไปไม่ได้ว่าทำไมไอ้แม้วมันถึงอยากล้ม.....มากมายนัก

 

ก็เพราะว่าประชานิยมของแม้ว....มันสู้พระราชดำริ-โครงการต่างๆของท่านไม่ได้ไง 

เพราะมันเป็นการ "ให้" ที่ต่างกันนะ ...
บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 24-08-2008, 05:25 »

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6916829/P6916829.html
ราชดำเนินบางส่วน เริ่มปลุกปั่นแล้ว

Forbes เค้าก็คงจัดอันดับจากข้อมูลเปิดเผยจากสำนักงานทรัพย์สินฯ
นั่นละค่ะ!!!!เปิดเผยไว้อย่างไรเค้าก็ว่าไปตามนั้นแล้วก็เปรียบเทียบกับ
ชาติอื่น ๆ อีก 

แต่ตามข้อมูลที่ Forbes นำมาแสดงชาติอื่นล้วนอันดับรองทั้งสิ้น!!!


เราก็คงไม่มีความเห็น......ในเรื่องนี้รากหญ้าจะคิดอย่างไรเราก็ตอบแทน
ไม่ได้อีกเช่นกัน โนคอมเม้นท์ค่ะ!!!

จากคุณ : ยี่หร่า@


อันนี้ต้องถามพี่อังฯ ค่ะ ว่าทำไมยี่หร่าถึงได้เลอะเทอะ บิดเบือนได้ขนาดนี้ รอบที่แล้วก็บิดเบือนเรื่องม๊อบคลองเตยประท้วงปิดตลาดว่าเป็นพวกพันทะมิด ทั้งๆ ที่รู้ๆ อยู่ว่าพวกมันนี่แหละ เป็นพวกเอาก๊วนมอไซด์ไปล้อม นสพ. ผู้จัดการ แถมตอนเวิล์ดเทรดที่ไปยืนด่าลุงก็มันอีก แล้วมันจะเป็นพวกเดียวกะพันทะมิดได้ยังไง ยังได้ยินหมักเอาเรื่องที่ว่า พันทะมิดไปล้อมคลองเตยไม่ให้สร้างสภาตรงที่รถไฟคลองเตยอีกต่างหาก (งานทิศทางไทย พาไปลงเหวจะรอดถึงปี 2570 หรือไม่หรือไงเนี่ยแหละ) มันพากันไปได้มั่วขนาดนี้
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 24-08-2008, 05:36 »

ผมเชื่อว่า คนแปลข่าวในประชาไท กับคนเขียนข่าวในฟ้าเดียวกัน

น่าจะเป็นคนๆ เดียวกัน

แต่ในประชาไท ไม่ใส่เรื่อง รวยขึ้น 7 เท่า

สื่ออื่นก็ไม่แปล เห็นแต่ "ฟ้าเดียวกัน"

แต่ ประชาไท ก็ไม่วายทิ้งท้ายด้วย ย่อหน้าแรกของบทความ ฟอร์บ

ผมคิดว่ามันเป็นขบวนการเดียวกัน

ส่วน. ส. ศิวลักษณ์ เค้าเล่นเรื่องสำนักงานทรัพย์สินมานาน

ก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์อยู่เหมือนกัน
บันทึกการเข้า

ไฟไม่ฟ้า
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #53 เมื่อ: 24-08-2008, 06:02 »

สินทรัพย์ 1 ล้านล้านบาท เป็นของแผ่นดินซะที่ไหน พวกคุณลองไปดูสิว่ามีชื่อใครเป็นเจ้าของ
 
ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่รำรวยเหนือกว่ากษัตริย์องค์ใด ๆ ราชวงศ์ใด ๆ ในโลกนี้
จนเศรษฐีน้ำมันยังต้องอายม้วนต้วน ม้วนเสื่อหนีจากอันดับหนึ่งเข้าไปหลบในฮาเล็ม   

โลกหนอโลก

บันทึกการเข้า

...........การเลือกตั้งคือสิ่งชั่วร้ายที่จำเป็น............
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 24-08-2008, 07:35 »

Forbs เค้ากล้าบอกว่าเป็นของ "พระเจ้าแผ่นดิน" เป็นของ King แต่ก็กำกวมว่า เป็นของพระราชวงศ์ด้วย

พูดง่ายๆ ก็เป็นของ "สถาบัน" ไม่น่าสงสัยอะไรถือเอา "ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" เป็นตัวตั้ง แล้วมาบอกว่า รวยขึ้น 7 เท่า ใน 1 ปี

มันใช้สมองส่วนไหนคิด พวกบ้าๆ เชื่อคนง่าย ขอให้ฝรั่งพูดก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ เป็นกละเป็นเกลื้อน

จะว่าไป มีทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่พระราชทานตกทอดมาตั้งแต่ครั้ง รัชกาลที่ 5

ให้เป็นส่วนพระองค์ เป็นที่ๆ ไป

ราชสกุลต่างๆ ก็ได้รับพระราชทานกันมา ถือเป็นมรดกตกทอด ทำให้เกิดดอกผลกันไป รวยบ้างเจ๊งบ้าง

ขายออกให้ประชาชนที่มีเงินซื้อบ้าง

นั่นก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตน

แต่การประเมิน ยังไงก็มากที่สุดในโลกอยู่แล้ว เพราะทรัพย์/ ที่ดิน มีมาตั้ง 200 ปี

โดยศักดิ์ก็คือผู้มีสิทธิ์ครอบครองดินแดนอยู่แล้ว

จะเอาตรงไหนก็ได้ จะพระราชทานตรงไหนก็ได้ ในสมัยก่อน

ที่คงเหลือไว้ ก็มายุคทำโฉนดที่ดิน เช่นที่การรถไฟ ที่ของทหาร ลองประเมินมาสิเป็นเท่าไหร่

วังของพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 5  ก็ซื้อจากชาวบ้านบ้าง

อย่างวังบางขุนพรหมเป็นต้น ตอนหลังรัฐบาลก็ขอซื้อแกมบังคับให้เป็นของรัฐบาล

ถ้าประเมินที่ดิน ผมคิดว่า "ล้านล้าน" ยังน้อยเกินไป

คำว่า "พระเจ้าแผ่นดิน" ก็บอกอยู่แล้วไง

ทำไม กษัตริย์ในประเทศที่มีบ่อน้ำมัน ถึงเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันล่ะ

แล้วบ่อน้ำมันซักวันมันก็หมดไป แต่ "ที่ดิน" มีแต่จะเพิ่มมูลค่า ตามเวลาที่เปลี่ยนไป

สถาบันกษัตริย์ไทยร่ำรวย ผมมองว่าไม่มีอะไรที่น่าสงสัย

เพราะเป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย เป็นสถาบันประจำชาติ อีกต่างหาก

พวกที่คิดจะเปลี่ยนเป็นระบอบประธานาธิบดี ก็ติดตรงนี้แหละ

คิอติดที่จะแปลง "สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" ให้เป็นเงินให้พวกนักการเมืองเข้าไปฮุบได้อย่างไร

ซึ่งจะว่าไปรัฐบาลก็ฮุบไปเยอะแล้ว เห็นได้จาก "สัมปทาน" ต่างๆ นั่นเอง

บางส่วนก็ไปใช้ในทางสาธารณประโยชน์ บางส่วนเป็นที่ทำการของส่วนราชการ

เว้นแต่จะล้มล้างทุกสิ่งทุกอย่างลงไป

แต่ก็น่าจะเป็นความเพ้อฝัน เพ้อเจ้อ ซึ่งไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้ในเมืองไทย

เพราะการยอมรับใน "สิทธิ์ในทรัพย์สิน" เหล่านั้น ประชาชยเต็มใจยกย่องให้ด้วยซ้ำไป

ฝรั่งขี้หมา ประเมิณทุกสิ่งเป็นแค่เงินทอง รู้จักแต่ "ตีราคา" แต่ ไม่รู้จักประเมินคุณค่า

ทักษิณเคยมีความคิดให้ ประเมินสินทรัพย์ทุกอย่างในประเทศไทย ก็เพราะมีแนวคิดที่จะแยกแยะให้เป็นตัวเงิน

ทีแรกบอกว่าจะได้เอาไปเป็นสินทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้...คิดได้แค่นี้

คนพวกนี้ชอบ "ตีราคา" แล้ว เข้าไปซื้อ เข้าไปฮุบ อาศัย "ทุน" เข้าไปครอบครองเป็นเจ้าของ

แล้วพวกนายหน้าการเมืองทั้งหลาย ก็จะได้อาศับเปอรืเซ็นต์ ส่วนต่าง หรือไม่ก็ร่วมทุนกับต่างชาติไปเลย

พวกที่บ้าตามก็เออ..ใช่...เกลียดสถาบันฯ เพราะรวยคนเดียว

ก็เหมือนข้อเขียน "กาหลิบ" นั่นแหละ....คำพูดที่ว่า "รวยโดยไม่แบ่งใคร"

นั่นคือแนวคิดทำนองนี้แหละ มันเชื่อมโยงกันได้

เพราะคนไทยยุคนี้คิดแค่ว่า คนรวยคือคนเก่ง

แต่ลืมไปว่า สถาบันกษัตริย์ อยู่ยั้งยืนยงมาได้ เพราะหลักคุณธรรม หลักทศพิธราชธรรม

ซึ่งหาได้ยากในหมู่คนที่มาทำการเมือง ที่หวังกอบโกยเข้าพวกเข้าพ้อง

โดยแอบอ้างว่า มาโดยการเลือกตั้ง...ย่อมมีความชอบธรรม...ว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย

แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่า มาโดยการโกงเลือกตั้ง...เอวัง..ก็ตรงนี้

สุดท้ายพอโดนคดีโกงชาติ โกงบ้านเมือง ก็หอบเงินหนีไปต่างประเทศ....

ผมไม่เห็นว่าพวกเศษมนุษย์เหล่านั้น มีคุณงามความดีอะไรที่ต้องไปยอมรับนับถือ


สังคมไทยนั้นศรัทธาอะไรก็มักจะบริจาค ยกให้ โดยเต็มใจ

แต่เชื่อมั๊ย มีพวกบ้าๆ ไปตีราคาวัดว่ะ

บางคนโกงกระทั่ง "ที่ดินวัด" แล้วยังงี้มันจะไปเหลือความน่านับถือที่ตรงไหน


บันทึกการเข้า

eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #55 เมื่อ: 24-08-2008, 07:56 »

สินทรัพย์ 1 ล้านล้านบาท เป็นของแผ่นดินซะที่ไหน พวกคุณลองไปดูสิว่ามีชื่อใครเป็นเจ้าของ
 
ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่รำรวยเหนือกว่ากษัตริย์องค์ใด ๆ ราชวงศ์ใด ๆ ในโลกนี้
จนเศรษฐีน้ำมันยังต้องอายม้วนต้วน ม้วนเสื่อหนีจากอันดับหนึ่งเข้าไปหลบในฮาเล็ม   

โลกหนอโลก

ยังจะบิดเบือน เอาง่ายๆ แล้วเวลาจัดอันดับ "ในหลวง" กับอ้ายเหลี่ยม
อยู่อันดับที่เท่าไหร่กัน แม่มันชั่วร้ายเลวทราม เงื่อนไขต่างกัน forbs
ก็รู้ เลยไม่เคยจัดอันดับรวมกันนะสิ forbs ก็เขียนอยู่โต้งๆ ว่า ราชวงค์
ถือทรัพย์สินของประเทศในนามพระองค์ เลยเอามาจัดอันดับรวมกับ
บรรดาเศรษฐีไม่ได้




กระทู้ในราชดำเนินโดนลบไปแล้ว ยังไม่ได้เชฟเลย มีใครเก็บไว้บ้าง
ขอด้วยครับ
บันทึกการเข้า
อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 24-08-2008, 09:01 »

ยังจะบิดเบือน เอาง่ายๆ แล้วเวลาจัดอันดับ "ในหลวง" กับอ้ายเหลี่ยม
อยู่อันดับที่เท่าไหร่กัน แม่มันชั่วร้ายเลวทราม เงื่อนไขต่างกัน forbs
ก็รู้ เลยไม่เคยจัดอันดับรวมกันนะสิ forbs ก็เขียนอยู่โต้งๆ ว่า ราชวงค์
ถือทรัพย์สินของประเทศในนามพระองค์ เลยเอามาจัดอันดับรวมกับ
บรรดาเศรษฐีไม่ได้


กระทู้ในราชดำเนินโดนลบไปแล้ว ยังไม่ได้เชฟเลย มีใครเก็บไว้บ้าง
ขอด้วยครับ

เห็นกระทู้นี้ยังอยู่ค่ะ ใช่กระทู้ที่พูดถึงหรือเปล่าคะ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6916829/P6916829.html



อันนี้ต้องถามพี่อังฯ ค่ะ ว่าทำไมยี่หร่าถึงได้เลอะเทอะ บิดเบือนได้ขนาดนี้ รอบที่แล้วก็บิดเบือนเรื่องม๊อบคลองเตยประท้วงปิดตลาดว่าเป็นพวกพันทะมิด ทั้งๆ ที่รู้ๆ อยู่ว่าพวกมันนี่แหละ เป็นพวกเอาก๊วนมอไซด์ไปล้อม นสพ. ผู้จัดการ แถมตอนเวิล์ดเทรดที่ไปยืนด่าลุงก็มันอีก แล้วมันจะเป็นพวกเดียวกะพันทะมิดได้ยังไง ยังได้ยินหมักเอาเรื่องที่ว่า พันทะมิดไปล้อมคลองเตยไม่ให้สร้างสภาตรงที่รถไฟคลองเตยอีกต่างหาก (งานทิศทางไทย พาไปลงเหวจะรอดถึงปี 2570 หรือไม่หรือไงเนี่ยแหละ) มันพากันไปได้มั่วขนาดนี้

คุณแอนนนนน.. ถามพี่อัง พี่อังก็ตอบแทนไม่ได้หรอกค่ะ 
รู้แต่ว่าคนอื่นๆ ที่เคยอยู่ในห้องกวีการเมืองพันติ๊บนั้นเขารักทักษิณกันสุดจิตสุดใจ
แต่เขาจะรักในหลวงอย่างที่เคยแสดงออกว่ารักหรือเปล่านี่.. โนคอมเมนท์ค่ะ!!


บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
goopong
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


~ประกาศคนหายครับ~


« ตอบ #57 เมื่อ: 24-08-2008, 09:34 »

เพิ่งได้เข้าไปอ่านเวป ฟ้าเดียวกัน มาครับ

สงสัยเหลือเกินครับว่าทำไมตำรวจถึงปล่อยให้มีการจาบจ้วงราชวงค์ได้ขนาดนี้

ถ้ามีใครไปแจ้งความ ตำรวจจะทำอะไรซักอย่างมั๊ยครับ อยากรู้จริงๆ 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 24-08-2008, 12:36 »

ฟ้าเดียวกัน ทำมานานแล้ว แต่ทางการก็ปล่อยปละละเลย

แต่แปลก ทำไมฝ่ายบ้านเมืองอยากให้เปิดๆ น่าจะหาคนเข้าไปตอบชี้แจง


**************************************************
พระราชทรัพย์
พระราชทรัพย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของที่ดินและหุ้น โดยแบ่งออกได้เป็นส่วนๆ โดยสังเขป คือทรัพย์สินส่วนพระองค์ และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์


ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ใช่ทรัพย์สินของส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว[6] และได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย[7] บริหารงานในรูปแบบองค์กรนิติบุคคลภายใต้ชื่อ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินส่วนใหญ่ ได้แก่ ที่ดินและหุ้น

โดยปัจจุบันมีผู้เช่าที่ดินทั่วประเทศมากกว่า 3 หมื่นสัญญา [7] โดยแปลงสำคัญ ๆ ประกอบด้วย ที่ดินโรงแรมโฟร์ซีซั่น ที่ดินสยามพารากอน ที่ดินเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า ที่ดินองค์การสะพานปลา และ ที่ดินริมถนนพระรามที่ 4 ฝั่งเหนือ จากสวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ยาวจรด ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ทั้งนี้บริษัทซีบีริชาร์ดเอลลิส

บริษัทโบรกเกอร์ด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของโลก ได้เคยประมาณการตัวเลขพื้นที่ที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานทรัพย์สินฯ อยู่ที่ 32,500 ไร่ (13,000 เอเคอร์) โดยในบางพื้นที่มีมูลค่าสูงกว่า 380 ล้านบาทต่อไร่ [8] ทั้งนี้ สำนักงานทรัพย์สินฯ ยังได้ลงทุนในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ อีกด้วย

โดยถ้านับรวมทั้งหมด หุ้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ มีอยู่ทั้งหมดคิดเป็น 7.5% ของมูลค่าตลาดรวมของตลาดหุ้นไทย [8] ทำให้พระองค์ทรงได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก[9]

อย่างไรก็ตาม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ชี้แจงถึงกรณีนี้ว่า "บทความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่า ทรัพย์สินที่บทความนำมาประเมินนั้น ในความเป็นจริง มิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่น ที่บทความเดียวกันนี้ไม่ได้จัดอันดับฐานะความร่ำรวย เพราะทรัพย์สินต่าง ๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ"[6]


ทรัพย์สินส่วนพระองค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงมีการลงทุนส่วนพระองค์เอง โดยไม่ผ่านสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยการเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) 43.87% บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 18.56% บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 2.04% [10] [11] [12] เป็นต้น ทรัพย์สินส่วนพระองค์นี้ยังหมายรวมถึง เงินทูลเกล้าถวายฯ ตามพระราชอัธยาศัยต่างๆ ซึ่งทรัพย์สินส่วนพระองค์นั้นไม่ได้รับการยกเว้นเรื่องภาษี และต้องเสียภาษีอากรตามปกติ[7]

แก้เกมได้รวดเร็วมากครับ

ขอแสดงความนับถือผู้ที่ช่วยแก้ไขข้อมูลในวิกิพีเดีย


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A
บันทึกการเข้า

ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #59 เมื่อ: 25-08-2008, 22:24 »

เจ้านายเชื้อพระวงศ์ ไม่ได้รวยเพราะการแก้กฏหมายให้ตัวเองกอบโกย(แบบไอเหลี่ยม)สักหน่อย
พวกท่านเหล่านี้ก็แสวงหาตามโครงสร้างและทรัพย์สินเดิมที่เคยมีอยู่ ก็เท่านั้น
ถ้าอยากกระจายทรัพย์สินเหล่านั้น รัฐก็ดำเนินกุศโลบายเองสิวะ(ให้ฉลาดๆหน่อยนะ ไม่ใช่เอามาโปรยเล่นๆล่อวัวควายแบบเหลี่ยม)

การอ้างว่าสถาบันฯมีอำนาจอิทธิพลต่อการเมือง ชนิดชี้ไม้เป็นนก นี่ก็เหลวไหล
จำได้ไหมว่าเมื่อหลายปีก่อน ที่เหลี่ยมไม่อนุมัติงบประมาณซื้อเครื่องบินพระที่นั่ง ก็ไม่เห็นท่านจะมาว่ากล่าวอะไรแกเลย?
ที่แกมีอันเป็นไป ก้เพราะสร้างศัตรูไว้รอบตัวเองต่ะหาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-08-2008, 20:29 โดย ฮูลิแกน » บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #60 เมื่อ: 25-08-2008, 22:34 »

แต่ลืมไปว่า สถาบันกษัตริย์ อยู่ยั้งยืนยงมาได้ เพราะหลักคุณธรรม หลักทศพิธราชธรรม

ซึ่งหาได้ยากในหมู่คนที่มาทำการเมือง ที่หวังกอบโกยเข้าพวกเข้าพ้อง

โดยแอบอ้างว่า มาโดยการเลือกตั้ง...ย่อมมีความชอบธรรม...ว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย

แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่า มาโดยการโกงเลือกตั้ง...เอวัง..ก็ตรงนี้

สุดท้ายพอโดนคดีโกงชาติ โกงบ้านเมือง ก็หอบเงินหนีไปต่างประเทศ....

ผมไม่เห็นว่าพวกเศษมนุษย์เหล่านั้น มีคุณงามความดีอะไรที่ต้องไปยอมรับนับถือ


สังคมไทยนั้นศรัทธาอะไรก็มักจะบริจาค ยกให้ โดยเต็มใจ

แต่เชื่อมั๊ย มีพวกบ้าๆ ไปตีราคาวัดว่ะ

บางคนโกงกระทั่ง "ที่ดินวัด" แล้วยังงี้มันจะไปเหลือความน่านับถือที่ตรงไหน

เผด็จการในอดีต อย่างสฤษดิ์ ถนอม แกโกงกินบ้างก็จริง แต่ก็ไม่ได้หนีไปเมืองนอก สุดท้ายพอพ้นอำนาจก็ถูกยึดทรัพย์คืนแผ่นดินอยู่ดี
แต่อดีตผู้นำอาร์เจนติน่าคนนึง หอบทรัพย์สินที่ตัวเองโกงมา หนีไปอยู่ยุโรป ทิ้งความปั่นป่วนให้เกิดกับบ้านเมืองตัวเองภายหลัง
แบบไหนน่ากลัวกว่า?
บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: