ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
07-07-2020, 15:53
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  Forbes นำเสนอข้อมูลในหลวงคลาดเคลื่อน? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
Forbes นำเสนอข้อมูลในหลวงคลาดเคลื่อน?  (อ่าน 9540 ครั้ง)
Love Aey
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« เมื่อ: 21-08-2008, 23:21 »

http://www.forbes.com/2008/08/20/worlds-richest-royals-biz-richroyals08-cz_ts_0820royal_slide_2.html?thisspeed=25000

http://www.forbes.com/2008/08/20/worlds-richest-royals-biz-richroyals08-cz_ts_0820royalintro.html?partner=links

โดย นิตยสารดังกล่าวได้ระบุถึงทรัพย์สินขนาด 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วยที่ดิน หุ้นในเครือซีเมนต์ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทเทเวศน์ประกันภัย แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือการนำเสนอสิ่งที่ขาดหลักฐานมาพิสูจน์ ซึ่งอยู่ในประโยคสุดท้ายของสไลด์

คงต้องพูดได้แล้วว่าจิ๊กซอว์ชิ้นใหม่ที่จะใช้โจมตีสถาบันถูกปล่อยออกมาแล้ว งานนี้นักวิชาการที่เป็นซ้ายรับมาขยายความต่อแน่ ประจวบเหมาะกับคนบางคนไปอยู่ต่างประเทศ เมื่อนำข้อเขียนของกาหลิบมาประกอบกัน รู้สึกว่าชัดมาก
บันทึกการเข้า
อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #1 เมื่อ: 21-08-2008, 23:49 »

เป็นการประเมินคร่าวๆ ครับ

ข้อมูลเหล่านี้มีในวีกีพีเดียตั้งนานแล้ว

ข้องมูลทรัพย์สิน ของทุกคนที่ลงในForbes นั้นปรัเมิน แต่ใกล้เคียงความจริง

ผมก็ไม่แปลกใจอะไร ทำไมคุณพูดเหมือนกะว่า ไม่เคยรู้

บันทึกการเข้า

อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #2 เมื่อ: 21-08-2008, 23:50 »

อ้างถึง
Keep in mind that the wealth of the royals comes from inheritances or positions of power; it is often shared with extended families and often represents money controlled by them in trust for their nation or territory. For these reasons, none of the 15 royals on this list would qualify for our annual ranking of the world's billionaires, regardless of their net worth.

อันนี้สำคัญครับ เขาอธบายไว้
บันทึกการเข้า

อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #3 เมื่อ: 21-08-2008, 23:55 »

ส่วนประโยคสุดท้าย เป็นมุมมองของฝรั่งครับ

ฝรั่งพูดไร ก็ใช่ว่าถูกทั้งหมด

บันทึกการเข้า

Better World
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


« ตอบ #4 เมื่อ: 22-08-2008, 00:33 »

อย่าไปเชื่อพวกข่าวฝรั่งเลยครับ เพราะพวกนี้ปั้นเรื่องเก่ง เนื่องจากว่า ฝรั่งนั้นเป็นทุนนิยม เห็นทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ คนเขียนอาจได้ข้อมูลมาผิดจากพวกนัก lobbyish ที่ตั้งใจจะทำลายสถาบัน ส่วนประโยคสุดท้ายนั้น ผมคิดว่าคนไทยที่ไม่มีความจงรักภักดีบางคนเป็นคนให้ข่าวครับ ก็ปล่อยให้เป้นไปตามกฎแห่งกรรมแล้วกัน ใครที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง ต่อสถาบัน สุดท้ายมักจะมีจุดจบไม่ค่อยจะสวยเท่าไร 
บันทึกการเข้า
Love Aey
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #5 เมื่อ: 22-08-2008, 05:02 »

ผมอาจจะระแวงมากไปก็ได้ ไม่รู้สิครับทุกอย่างมันบังเอิญสอดคล้องกันไปหมด นอกประเทศก็มีการปล่อยข่าวทำลายสถาบัน ในเชิงชี้นำกลายๆ ส่วนในประเทศก็คอยมี ส.ส.ออกไปร้องเรียนแทนใครที่สถานฑูตอังกฤษ กลับมาก็นั่งจ้ออยู่นั่นว่าอังกฤษเป็นประเทศแม่แบบของประชาธิปไตย ด้วยความที่เป็นคนระแวงสุดๆ ผมระแวงว่าคนที่กำลังหนีอยู่นอกประเทศอาจไปป่าวประกาศเงียบๆว่าคนที่เล่นงานไอ จนไอต้องหนีมานี่คือคนที่พวกยูสงสัยว่าอยู่เบื้องหลัง 19 กันยา ดังนั้นยูต้องช่วยให้ไอได้ลี้ภัยนะ ไม่งั้นไอตายแน่ ส่วนเรื่องความมั่งคั่งที่จัดอันดับมานี่ อาจมีพวกลิ่วล้อ ซ้ายหลงยุค ไปตะโกนเงียบๆหรือตะโกนเสียงดังว่า มันช่างสวนทางกับเศรษฐกิจพอเพียงเสียจริง

ครับผมอาจจะระแวงมากไป แต่คนที่กำลังสู้ด้วยนี่คือทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าจะหนีไปเหมือนหมา แต่สันดานการแก้แค้นก็เหมือนงู ถ้าคิดว่าไปแล้วไปลับไม่กลับมา คงประมาทเกินไป
บันทึกการเข้า
ปรมาจารย์เจได
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,771


รักแท้ก็เหมือนผี รู้ว่ามี แต่ไม่เคยเจอ


« ตอบ #6 เมื่อ: 22-08-2008, 06:11 »

เอาเหอะ
รวยก็รวย ไม่เป็นไร

คนเรามีหลายแบบ
รวยแล้วน่านับถือก็มี
และรวยแต่ไม่น่านับถือก็มีเยอะแยะไป

ใครจะโจมตีก็ช่างมัน
นักวิชาการซ้ายบ้าซ้ายบอ
มีหรือไม่มี ไทยก็ไม่ได้เจริญหรือแย่ลงทางเศรษฐกิจและพลังงานหรอก

มีแต่ด่าเจ้าแล้วเชลียร์เหลี่ยมไปวันๆ
ใส่ใจมันทำไม
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/jedimaster



"เมืองดอกบัวงาม  แม่น้ำสองสี  มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน  ถิ่นไทยนักปราชญ์  ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามลำเทียนพรรษา  ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์"

ไม่มีใครเน่าบริสุทธิ์ดุจดั่งมูล ประชาชินสมบูรณ์ซะที่ไหน เมื่อยืนหยัดโชว์จู๋และปาขี้ ประชาชินย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าสีขี้ผ่องอำไพ เหลี่ยมจันไsย่อมเป็นใหญ่อยู่ใต้ดิน ...

ขอเชิญร่วมกลุ่มต้านทักษิณใน hi5 ครับ

THAKSIN get out !!
http://www.hi5.com/friend/group/1123605--THAKSIN%2Bget%2Bout%2521%2521--front-html

say no to thaksin !
http://www.hi5.com/friend/group/1186900--say%2Bno%2Bto%2Bthaksin%2B%2521--front-html
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 22-08-2008, 06:39 »

ประชาไท นำมาเสนอต่อแล้ว

เห็นในกลุ่มฟ้าใหม่เล่นมาตลอด

แต่น่าจะถอดออกเมื่อ ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา


* f2.JPG (78.91 KB, 748x570 - ดู 731 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 22-08-2008, 06:46 »

พอดีผ่านไปเห็นเมือคืน เนื้อหาก็มีครับ เก็บไว้แล้ว

ตอนหนึ่งของข่างประชาไทเขียนเน้นโปรยนำของแหล่งข่าวว่า

....ทั้งนี้ ในช่วงต้นของบทความ ฟอร์บรายงานสถานะของกษัตริย์คเยนทรา แห่งเนปาลว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประชาชนเนปาลได้ลงมติยกเลิกระบอบกษัตริย์ทั้งมีการกดดันให้กษัตริย์เคยนทราย้ายออกจากพระราชวังในกรุงกาฐมาณฑุ เนื่องจากพระราชวังดังกล่าวจะถูกใช้ทำพิพิธภันฑ์....

ผมก็เลยคิดว่ามันแหม่งๆ ที่เขียนแบบนั้น

ทั้งๆที่เว้นไม่แปลในบางช่วง แต่ทำไมประโยคแรก ๆ ที่ไม่ควรกล่าวถึงจึงต้องแปลติดมาด้วย ????

แม้จะเคยจัดอันดับมาก่อนหลายปี ก็ตามทีเถอะ...

แต่ในเว็บที่ไม่ชอบสถาบันกษัตริย์ ก็นำมาเป็นข้อมูลเชิงลบ ให้วิพากษ์กันตลอด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-08-2008, 07:41 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 22-08-2008, 08:10 »

เนชั่นทันข่าวรายงานแบบนี้

นิตยสาร"ฟอร์บส"ระบุในหลวงเป็นราชวงศ์ผู้ร่ำรวยสุดในโลก
 06:29 น.

นิตยสาร"ฟอร์บส์"รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ภูมิพล อดุลยเดช"พระชนมายุ 80 พรรษา ของไทย ทรงเป็นราชวงศ์ผู้มีพระราชทรัพย์มากที่สุดของโลก ( World Wealthiest ่s Royal ) ด้วยพระราชท่รัพย์มูลค่ารวม 35,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท

ฟอร์บส์ระบุว่าได้ปรับอันดับของพระองค์หลังจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งกำกับดูแลพระราชทรัพย์ เปิดเผยการครอบครองที่ดินจำนวนรวมมาก รวมทั้งจำนวน 87,000 ไร่ ( 3,493 เอเคอร์) ในกรุงเทพมหานคร แต่ฟอร์บส์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มูลค่าทรัพย์สินของราชวงศ์จากประเทศต่างๆส่วนใหญ่ที่ติดอันดับ มักนับรวมพระราชทรัพย์ของสมาชิกราชวงศ์ทั้งหมด หรือทรงครอบครองพระราชทรัพย์ของประเทศในนามของพระองค์ ส่งผลให้ไม่มีราชวงศ์ใดที่ติดอันดับอภิมหาเศรษฐีประจำปีของนิตยสาร"ฟอร์บส์"ในแต่ละปี

ผู้ที่ตามมาเป็นอันดับสองแบบห่างๆคือ ชี๊คคาลิฟา บิน ซาเอด อัล นาห์ยาน พระชนมายุ 60 พรรษา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศที่ร่ำรวยด้วยน้ำมัน โดยทรงมีพระราชทรัพย์ 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 760,000 ล้านบาท อันดับสามคือ กษัตรย์อับดุลเลาะห์ บิน อับเดล อาซิซ พระชนมายุ 84 พรรษาของซาอุดิอาราเบีย ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ทรงมีพระราชทรัพย์ 21 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 700,000 ล้านบาท

สำหรับสุลต่าน ฮาจี ฮาสซานี โบลเกีย แห่งบรูไน พระชนมายุ 62 พรรษา ผู้เคยครองอันดับหนึ่งนั้น ตกไปอยู่อันดับที่ 4 ด้วยพระราชทรัพย์ 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 660,000 ล้านบาท ซึ่ง"ฟอร์บส์"ระบุว่า เป็นเพราะทรงต้องตัดลดปริมาณการผลิตน้ำมันของประเทศลง เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองลดน้อยลง 
 
 
 
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #10 เมื่อ: 22-08-2008, 08:30 »

เนชั่นทันข่าวรายงานแบบนี้

นิตยสาร"ฟอร์บส"ระบุในหลวงเป็นราชวงศ์ผู้ร่ำรวยสุดในโลก
 06:29 น.

นิตยสาร"ฟอร์บส์"รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ภูมิพล อดุลยเดช"พระชนมายุ 80 พรรษา ของไทย ทรงเป็นราชวงศ์ผู้มีพระราชทรัพย์มากที่สุดของโลก ( World Wealthiest ่s Royal ) ด้วยพระราชท่รัพย์มูลค่ารวม 35,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท

ฟอร์บส์ระบุว่าได้ปรับอันดับของพระองค์หลังจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งกำกับดูแลพระราชทรัพย์ เปิดเผยการครอบครองที่ดินจำนวนรวมมาก รวมทั้งจำนวน 87,000 ไร่ ( 3,493 เอเคอร์) ในกรุงเทพมหานคร  แต่ฟอร์บส์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มูลค่าทรัพย์สินของราชวงศ์จากประเทศต่างๆส่วนใหญ่ที่ติดอันดับ มักนับรวมพระราชทรัพย์ของสมาชิกราชวงศ์ทั้งหมด หรือทรงครอบครองพระราชทรัพย์ของประเทศในนามของพระองค์ ส่งผลให้ไม่มีราชวงศ์ใดที่ติดอันดับอภิมหาเศรษฐีประจำปีของนิตยสาร"ฟอร์บส์"ในแต่ละปี

ผู้ที่ตามมาเป็นอันดับสองแบบห่างๆคือ ชี๊คคาลิฟา บิน ซาเอด อัล นาห์ยาน พระชนมายุ 60 พรรษา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศที่ร่ำรวยด้วยน้ำมัน โดยทรงมีพระราชทรัพย์ 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 760,000 ล้านบาท อันดับสามคือ กษัตรย์อับดุลเลาะห์ บิน อับเดล อาซิซ พระชนมายุ 84 พรรษาของซาอุดิอาราเบีย ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ทรงมีพระราชทรัพย์ 21 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 700,000 ล้านบาท

สำหรับสุลต่าน ฮาจี ฮาสซานี โบลเกีย แห่งบรูไน พระชนมายุ 62 พรรษา ผู้เคยครองอันดับหนึ่งนั้น ตกไปอยู่อันดับที่ 4 ด้วยพระราชทรัพย์ 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 660,000 ล้านบาท ซึ่ง"ฟอร์บส์"ระบุว่า เป็นเพราะทรงต้องตัดลดปริมาณการผลิตน้ำมันของประเทศลง เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองลดน้อยลง 
 
 
 





ข้อความที่เน้นสีนั้น นิตยสารฯได้ให้คำอธิบายไว้ชัดเจนแล้วสำหรับผู้มีสติปัญญา วุฒิภาวะ และสัมมาทิฐิเข้าใจได้........!!!

ส่วนเวบประชาไท สื่อฯอื่นๆ แหล่งข่าวอื่นๆ รวมทั้ง'บัตรเติมเงิน'ในเวบบอร์ดนี้ นำความจริงส่วนหนึ่ง แต่งสี ต่อเติม บิดเบือน เบี่ยงเบนอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ผู้มีสติปัญญา วุฒิภาวะ และสัมมาทิฐิจะพิจารณาได้ด้วยตนเอง.....

นอกจากนี้ยังสามารถประเมินความคิดเห็นของคนที่อ้างหลัก'กาลามสูตร' หรือ เป็น'กะลาชน' ได้ว่าเป็นอย่างไร......?



ปล. ทักษิณอ้างว่ามีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมากน้อยเพียงใด...
ดูได้ ประเมินได้จากบริวาร ลิ่วล้อในเวบบอร์ดต่างๆ ในสื่อฯปลายแถวได้แสดงออก  จึงไม่ต้องประหลาดใจ'พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' นักวิชาการ ผู้นำทางความคิด และสุจริตชน จึงไม่เคยเชื่อว่าทักษิณ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทั้งปากและใจ.....!!!


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-08-2008, 10:25 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 22-08-2008, 08:53 »

ทำลับๆ ล่อ ๆ

ถ้าเป็นลบกระทู้ก็พอคุยกันได้

แต่ถึงขั้นปั้นข่าว ก้อบรูป แถมแปลบางช่วงบางตอน เน้นบางตอน

มันส่อเจตนา

ที่สำคัญ ถ้าบริสุทธิ์ใจ ไปลบข่าวตัวเองทำไม

ทำไมไม่เก็บเป็นข่าวเก่าเหมือนข่าวอื่นๆ ทั้งหลาย


อย่าที่เนชั่นเค้าแปล ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร
บันทึกการเข้า

ผู้ ญ ธรรมดา ที่นางฟ้าอยากเป็น
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 217



« ตอบ #12 เมื่อ: 22-08-2008, 10:17 »

ราชวงศ์จักรีดำรงอยู่คู่ประเทศไทยมา 200 กว่าปีแล้ว 

การมีทรัพย์สินมาก จึงไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

**************************************

สำหรับคนที่จะเล่นประเด็นทรัพย์สินส่วนพระองค์

กรุณาไปดูคนที่เคยจ่ายเช็คเด้ง จนศาลตัดสินแล้วว่าผิดจริง

และ ในปี 2544 แจ้งว่ามีทรัพย์สินไม่กี่หมื่นล้าน

ผ่านไปเพียง 6-7 ปี มีอย่างต่ำแสนล้าน

(เฉพะขายหุ้นให้เทมาเซก ก็ 70,000 กว่าล้านแล้ว) เป็นไปได้อย่างไร

อันนี้น่าคิดมากกวาเยอะ
 
บันทึกการเข้า

ถ้าเหล่าเทพเจ้าอยู่รวมกันเป็นเมือง พลเมืองเทพเทวดาเหล่านั้นจะมีการปกครองหรือไม่?  คำตอบคือ มี

และถ้าจะถามว่าระบอบอะไร? คำตอบก็คือ


"ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบที่ดีเยี่ยมสำหรับเทพเจ้า แต่ไม่เหมาะสมเลยกับมวลมนุษย์!"  (Jean Jacques Rousseau)
Albert Einsteins
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 146



« ตอบ #13 เมื่อ: 22-08-2008, 10:37 »

ขอตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุการณ์ที่สื่อต่างชาติมักออกมาให้ข้อมูลเหล่านี้ (ซึ่งผมว่าดูไม่ดีต่อเรานัก เหมือนจุดประเด็ด จุดกระแสให้ึคนฉุกคิด ต่อยอดไปเรื่องอื่นๆได้)
ทำเป็นกระบวนการ และ ดูประจวบเหมาะเกินไปที่สื่อเล่นเรื่องนี้
ผมคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประชาสัมพันธ์ที่โจรหนีคุกจ้างแน่ๆ เหมือนเฉกเช่นคราวที่แล้วที่เร่ร่อน
ผมคิดว่าเรื่องนี้มีนัยยะ บางอย่าง และมีผลดีต่อโจรหนีคุกแน่ๆ



หรือผมคิดมากไป


 




บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 22-08-2008, 10:48 »

สำนักงานทรัพย์สินฯ ไม่ใช่ของส่วนพระองค์ค่ะ นับรวมไม่ได้หรอก ถ้าพูดคร่าวๆ เป็นของกงสี ประมาณว่าของส่วนกลางของราชวงศ์ จะว่าให้ตรงๆ คือของแผ่นดิน สื่อต่างประเทศที่ชอบให้ข้อมูลแบบนี้ อาจจะเพราะไปเอาข้อมูลจาก NGOs ชั่วๆ บางคน 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #15 เมื่อ: 22-08-2008, 14:18 »

จากมติชนค่ะ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1219385234&grpid=01&catid=42

อ้างถึง
ฟอร์บส์ จัดอันดับ 15 ราชวงศ์ร่ำรวยที่สุดในโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชทรัพย์ในปีนี้ถูกจัดว่ามากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน ซึ่งพระองค์ทรงดำเนินเป็นโครงการในพระราชดำริ มากกว่า 2,000 โครงการ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน การจัดอันดับราชวงศ์ที่มีทรัพย์สิน ร่ำรวยที่สุดในโลก 1-15 อันดับ โดยนิตยสาร ฟอร์บส์ ในวันที่ 21 สิงหาคม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทย มีพระชนมายุ 80 พรรษา เป็นกษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก 62 ปี ทรงมีพระราชทรัพย์สินมูลค่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำหน้าที่เป็นหน่วยลงทุน และจัดการทรัพย์สินต่าง ๆ โดยพระองค์ได้รับพระฉายาว่า เป็นกษัตริย์นักพัฒนา เนื่องจากทรงทำโครงการพระราชดำริมากกว่า 2,000 โครงการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ยากจน ตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์

อันดับ 2 ชีค คาลิฟา บิน ซาเยด อัล นาห์ยัน พระชนมายุ 60  พรรษา  มีพระราชทรัพย์  23,000 ล้านดอลลาร์ ทรงครองนครอาบู ดาบี ซึ่งกำลังทำเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมของตะวัน ออกกลาง

อันดับ 3 กษัตริย์อับดุลลาห์ บิน อับดุลลาซีซ์  ประเทศซาอุดีอาระเบีย พระชนมมายุ 84 พรรษา ทรงมีทรัพย์สิน 21,000 พันล้านดอลลาร์ ขึ้นครองราชย์ปี 2005 จากนั้นทรงเริ่มก่อสร้างเมืองมูลค่า 26 พันล้านดอลลาร์

อันดับ 4 สุลต่านฮัจยี ฮาสซานาล โบลเกียห์ สุลต่านแห่งบรูไน พระชนมพรรษา 62 พรรษา มีทรัพย์สิน 20,00 ล้านดอลลาร์ ขึ้นครองราชย์เป็นสุลต่านองค์ที่ 29 แห่งราชวงศ์บรูไนเมื่อ 41 ปีที่ผ่านมา ทรงรับมรดกตกทอดจากราชวงศ์ที่มีอายุยืนนานมา 600 ปี ทรงเป็นนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และผู้นำศาสนาด้วยพระองค์เอง เป็นประเทศที่มีน้ำมันและแหล่งแก๊สธรรมชาติ แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองเริ่มลดลง ทำให้มูลค่าทรัพย์สินลดลง ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่รวยเป็นอันดับหนึ่ง

อันดับ 5 ชีค โมฮัมหมัด บิน ราชฮิด อัล มากตูม พระชนมมายุ 58 พรรษา เจ้าผู้ครองนครดูไบ มีทรัพย์สมบัติมูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์ ทรงเป็นซีอีโอของดูไบ อิงค์ ทรงร่วมทรัพย์สมบัติกับพี่น้องอีก 2 พระองค์ เมื่อปี 2007 ทรงเข้าไปซื้อหุ้นธนาคารเอชเอสบีซี และธนาคารดัตช์ เสนอซื้อกิจการห้างสรรพสินค้า ชื่อบาร์เนย์ ที่นครนิวยอร์ก และบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดตั้งกองทุนการศึกษาตะวันออกกลาง

อันดับ 6 เจ้าชายฮานส์-อาดัมที่ 2 แห่งลิกเตนสไตน์ พระชนมพรรษา 63 พรรษา มีทรัพย์ สิน  5,000 ล้านดอลลาร์ พระองค์ทรงรับมรดกตกทอดมาจากราชวงศ์ที่ยืนยาวกว่า 900 ปี ทรงเป็นนักสะสมศิลปะ 4 ศตวรรษ มีธนาคารเป็นของพระองค์เองคือแอลจีที แบงก์ แต่กำลังถูกสอบสวนในคดีที่เอื้อให้คนรวยเลี่ยงภาษีหรือไม่ และทรงมีอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทในสหรัฐที่ผลิตข้าวอินทรีย์คือไม่ใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ใด ๆ

อันดับ 7 ชีค ฮามาด บิน คาลิฟา อัล ทานิ เจ้าผู้ครองแคว้นกาตาร์ มีพระชนมมายุ 56 พรรษา ทรัพย์สมบัติ 2,000 ล้านดอลลาร์ ทรงยึดอำนาจจากพระราชบิดาโดยไม่เสียเลือดเนื้อเมื่อปี 1995 เป็นผู้นิยมในด้านการกีฬา เและทรงเป็นผู้สนับสนุนสถานีวิทยุกระจายเสียงอัล จาซีรา รวมทั้งสถานีวิทยุภาคภาษาอังกฤษชื่อเดียวกัน

อันดับ 8 กษัตริย์โมฮัมหมัดที่ 4 แห่งโมร็อกโก พระชนมพรรษา 46 พรรษา มีทรัพย์สิน  1,500 ล้านดอลลาร์ ทรงได้รับฉายาว่า "กษัตริย์แห่งคนจน" พระองค์พยายามจะให้ประชาชนของตนพ้นจากความยากจน ทรงลงทุนธุรกิจเหมืองฟอสเฟต และด้านการเกษตร

อันดับ 9 เจ้าชายอัลเบิร์ตที่ 2 แห่งโมนาโก พระชนมพรรษา 20 พรรษา มีทรัพย์สิน 1,400 ล้านดอลลาร์ ทรงปกครองโมนาโก เมื่อปี 2005 ต่อจากพระราชบิดา เจ้าชายอัลเบิร์ต ทรงมีอสังหาริมทรัพย์ และมีหุ้นอยู่ในมอนติคาโล กาสิโน เป็นพระราชโอรสของเจ้าชายอัลเบิร์ต และเจ้าหญิงเกรซ อดีตดาราหนังฮอลลีวู้ดที่สิ้นพระชนม์ไปเมื่อ 26 ปีที่แล้ว

อันดับ 10 สุลต่านคาบูส์ บิน ซาอิด แห่งโอมาน พระชนมพรรษา 67 พรรษา มีทรัพย์สมบัติ 1,100ล้านดอลลาร์

อันดับ 11 เจ้าชายการิม อัล ฮุสเซนี แห่ง อากา ข่าน  (the Aga Kahn)  อายุ 71 ปี มีพระราชทรัพย์ 1,000 ล้านดอลลาร์ เป็นกษัตริย์ผู้ไม่มีดินแดนครอบครองถือเป็นผู้นำจิตวิญญาณของชาวมุสลิม ประเทศอิสไมลี (Ismaili) ประมาณ 15 ล้านคน  ครองราชสมบัติครบ 51 ปี   มีธุรกิจตั้งแต่ฝรั่งเศสถึงสวิส ทรงชอบเลี้ยง และเพาะพันธุ์ม้า

อันดับ 12 สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ พระชนมพรรษา 82 พรรษา ทรงมีทรัพย์สิน 650 ล้านดอลลาร์

อันดับ 13 ชีค ซาบาห์ อัล ซาห์บา เจ้าผู้ครองประเทศคูเวต พระชนมพรรษา 79 พรรษา ทรงมีทรัพย์สิน 500 ล้านดอลลาร์

อันดับ 14 พระราชินีบีทริกซ์ วิลเฮม มินา อาร์มการ์ด แห่งเนเธอร์แลนด์ พระชนม พรรษา 70  พรรษา ทรัพย์สมบัติ 300 ล้านดอลลาร์

อันดับ 15 กษัตริย์มัสวาติ ที่ 2 แห่งสวาซิแลนด์ พระชนมพรรษา 40 พรรษา ทรัพย์สมบัติ 200 ล้านดอลลาร์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระชนมพรรษาน้อยที่สุด
บันทึกการเข้า
ขบวนการไดโนเสาร์
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


« ตอบ #16 เมื่อ: 22-08-2008, 16:13 »

ฝรั่งลงข่าวในหลวงร่ำรวยที่สุดเหนือกษัตริย์ทั่วโลก พวกเราพสกนิกรคนไทยต้องปลาบปลื้มปิติสิครับ
ของเราไม่มีบ่อน้ำมันเหมือนซาอุ บรูไน ท่านรวยกว่าได้ ต้องแสดงถึงพระราชอัจริยภาพ เป็นKingเหนือKings เราเป็นที่1ของโลก

ทำไมหลายคนแสดงความเห็นเหมือนไม่น่าดีใจกับข่าวนี้ ประหลาด
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #17 เมื่อ: 22-08-2008, 16:34 »

ฝรั่งลงข่าวในหลวงร่ำรวยที่สุดเหนือกษัตริย์ทั่วโลก พวกเราพสกนิกรคนไทยต้องปลาบปลื้มปิติสิครับ
ของเราไม่มีบ่อน้ำมันเหมือนซาอุ บรูไน ท่านรวยกว่าได้ ต้องแสดงถึงพระราชอัจริยภาพ เป็นKingเหนือKings เราเป็นที่1ของโลก

ทำไมหลายคนแสดงความเห็นเหมือนไม่น่าดีใจกับข่าวนี้ ประหลาด


กังวลพวกอเวไนยสัตว์ บิดเบือน เบี่ยงเบน หรือ ต่อยอดเรื่องอื่นๆ มากกว่า......
ผมว่าคนไทยที่รัก จงรักภักดีต่อในหลวงอย่างมีสติ จะกังวลพวกอเวไนยสัตว์ รัก ไม่รัก ในหลวงเพื่ออะไร...

พระพุทธเจ้ายังมี เถรเทวฑัต........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #18 เมื่อ: 22-08-2008, 16:49 »

ฝรั่งลงข่าวในหลวงร่ำรวยที่สุดเหนือกษัตริย์ทั่วโลก พวกเราพสกนิกรคนไทยต้องปลาบปลื้มปิติสิครับ
ของเราไม่มีบ่อน้ำมันเหมือนซาอุ บรูไน ท่านรวยกว่าได้ ต้องแสดงถึงพระราชอัจริยภาพ เป็นKingเหนือKings เราเป็นที่1ของโลก

ทำไมหลายคนแสดงความเห็นเหมือนไม่น่าดีใจกับข่าวนี้ ประหลาด


กังวลพวกอเวไนยสัตว์ บิดเบือน เบี่ยงเบน หรือ ต่อยอดเรื่องอื่นๆ มากกว่า......
ผมว่าคนไทยที่รัก จงรักภักดีต่อในหลวงอย่างมีสติ จะกังวลพวกอเวไนยสัตว์ รัก ไม่รัก ในหลวงเพื่ออะไร...

พระพุทธเจ้ายังมี เถรเทวฑัต........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า






คคห.ที่ยอดเยี่ยมครับ  ขอชม.....


บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 22-08-2008, 17:06 »

ถ้าประชาไท บริสุทธิ์ใจ ลบข่าวออกทำไม ในข่าวเก่าก็ไม่ยอมเก็บ

ที่สำคัญสื่ออื่นไม่ยอมแปลคำนำของ ฟอร์บ เรื่องกษัตริย์เนปาล

แต่ ประชาไท เก็บมาทิ้งท้าย...จงใจเกินไปหรือเปล่า


มติชน แปลต่อมาจาก AFP ก็ไม่มีข้อความอันไม่สมควร แปลกมั๊ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-08-2008, 17:41 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 23-08-2008, 01:24 »

ประชาไทยลงข่าวชี้แจงจากกระทรวงการต่างประเทศ
---------------------------------------------------------------
กระทรวงต่างประเทศโต้ Forbes กรณีจัดลำดับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก   
 
22 สิงหาคม 2551 ข่าวสารนิเทศ เว็บไวต์กระทรวงต่างประเทศ เผยแพร่คำชี้แจงกรณีที่นิตยสาร Forbes ได้เผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2551 ซึ่งได้จัดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในลำดับแรกของพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุด โดยคำชี้แจงดังกล่าวงมีเนื้อความว่า...

ตามที่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2551 นิตยสาร Forbes ได้เผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2551 และได้จัดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในลำดับแรกของพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดนั้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ชี้แจงว่า บทความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าทรัพย์สินที่บทความนำมาประเมินนั้น ในความเป็นจริงมิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่นที่บทความเดียวกันนี้ไม่ได้จัดอันดับฐานะความร่ำรวย เพราะทรัพย์สินต่างๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ

สำนักงานทรัพย์สินฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "ที่ดิน" ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนใหญ่หน่วยงานราชการ องค์กรสาธารณะกุศลเป็นผู้ใช้ประโยชน์ และจัดให้ประชาชนที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย รวมทั้งชุมชนอีกกว่าหนึ่งร้อยแห่งเช่าในอัตราที่ต่ำ มีเพียงส่วนน้อยประมาณร้อยละ 7 ของที่ดินที่จัดให้เอกชนเช่าและจัดเก็บในอัตราเชิงพาณิชย์

กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนเพิ่มเติมว่า บทความพิเศษดังกล่าวยังได้พาดพิงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯว่าทรงเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2549 ซึ่งไม่ถูกต้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงไม่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติดังกล่าวแต่อย่างใด การที่ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เป็นเพียงหน้าที่ขององค์พระมหากษัตริย์ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปยังนิตยสาร Forbes ด้วยแล้ว

--------------------------------------------------------------------------------
โดย : ประชาไท   วันที่ : 22/8/2551 

--------------------------------------------------------------------------------

และนำข่าวเก่ากลับมาขึ้นใหม่
--------------------------------------------------------------------------------
ฟอร์บจัดอันดับใหม่ ราชวงศ์ไทยรวยที่สุดในโลก     


10 ลำดับราชวงศ์ที่รวยที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของฟอร์บ

 
นิตยสารฟอร์บ เสนอบทความราชวงศ์ที่รวยที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่าพระมหากษัตริย์ของไทยมีพระราชทรัพย์มากที่สุดในบรรดา 15 ราชวงศ์ที่อยู่ในทำเนียบการจัดอันดับของฟอร์บ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแห่งราชอาณาจักรไทย ทรงอยู่ในลำดับสูงสุดของทำเนียบราชวงศ์ที่รวยที่สุดในโลกในปีนี้ โดยมีพระราชทรัพย์ประมาณการได้ล่าสุดกว่า 35 พันล้านเหรียญฯ (1.19 ล้านล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท: 34 ดอลลาร์) โดยพระราชทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นนี้สืบเนื่องจากความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ลำดับที่ 2 คือ ชีค คาลิฟา บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน แห่งอาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) มีพระราชทัพย์ประมาณ 23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ความมั่งคั้งของพระองค์เกิดจากการที่เมืองอาบูดาบีเป็นเมืองที่มีแหล่งน้ำมันสำรองคิดเป็น 95 เปอร์เซ็นต์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนั้นอาบูดาบียังมีชื่อเสียงเนื่องมาจากการลงทุนระดับแนวหน้าโดยบรรษัทที่รัฐเป็นเจ้าของนั่นคือเงินลงทุน 7.5 พันล้านเหรียญฯ ในบริษัท Citibank   

จากรายงานของฟอร์บส์นั้น พบว่าพระมหากษัตริย์หลายพระองค์มีพระราชทรัพย์ลดลง เนื่องจากผลกระทบที่ต่างๆ ไป เช่น สุลต่านแห่งบรูไน ซึ่งเป็นกษัตริย์จากเอเชียอีกเพียงประเทศเดียวที่เข้าทำเนียบราชวงศ์ที่รำรวยของฟอร์บ ราชทรัพย์ของสุลต่านแห่งบรูไน (ทรัพย์สิน 20 พันล้านเหรียญฯ) ลดลงจากปีที่ผ่านมาเนื่องจากต้องลดอัตราการผลิตน้ำมันเนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศบรูไนลดลง โดยฟอร์บระว่า กิจการน้ำมันนั้นเป้นมรดกตกทอดของราชวงศ์บรูไนซึ่งเป็นราชวงศ์มุสลิมซึ่งมีอายุกว่า 600 ปี

กษัตริย์โมฮัมมัดที่ 6 แห่งประเทศโมร็อกโก ขณะนี้มีทรัพย์สินรวม 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2 พันล้านเหรียญฯ เนื่องจากภัยแล้งที่รุนแรงส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศชะลออยู่ที่ระดับ 2 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่กล่าวมานั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับ 6 ราชวงศ์จากประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งทำเงินส่วนใหญ่จากการค้าน้ำมัน

อันดับที่ 5 ชีค โมฮัมมัด บิน ราชิด อัล มาคทูม แห่งดูไบ ทรงมีพระราชทรัพย์สุทธิ 18 พันล้านเหรียญฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Dubai Holding ซึ่งมีการลงทุนใหญ่ๆ ในหลายบริษัท เช่น โซนี่ และบริษัทผลิตอาวุธ EADS  และเมื่อเร็วๆ นี้กองทุนรวมเพื่อการลงทุนของชีคพระองค์นี้ได้ใช้เงิน 5 พันล้านเหรียญฯ เพื่อถือหุ้นในบริษัท MGM Mirage และ 825 ล้านเหรียญฯ เพื่อซื้อกิจการค้าปลีก Barneys New York

อันดับ 6เจ้าชายฮันส์ อาดัมที่ 2 แห่งลิกเตนสไตน์ มีพระราชทรัพย์ทรัพย์ประมาณการ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยที่ LGT Bank ซึ่งเป็นหล่งทุนหลักของพระองค์ (บริหารโดยราชวงศ์มากว่า 70 ปี)ตกเป็นเป้าในคดีหลีกเลี่ยงภาษีอันอื้อฉาว ซึ่งบริษัทของพระองค์ถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือลูกค้าฐานะดีหลายรายในการ “ซุกซ่อน” ทรัพย์สิน จากการสืบสวนของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ พบว่าพระอนุชาของพระองค์ (เจ้าชายฟิลิป) มีส่วนเกี่ยวข้องในการนี้ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งประธานของ LGT

เจ้าชายอัลเบิร์ตที่ 2 แห่งโมนาโก เป็นกษัตริย์พระองค์เดียวที่ยังไม่อภิเษกสมรส และถูกร่ำลือว่าทรงส่งแฟนสาวของของพระองค์เข้าเรียนคอร์สติวเข้มภาษาฝรั่งเศส  พระองค์มีพระราชทรัพย์ประมาณ 1.4 พันล้านเหรียญฯ ประกอบไปด้วยอสังหาริมทรัพย์ และหุ้นส่วนกิจการคาสิโนในโมนาโก  พร้อมทั้งทรงวางแผนที่จะขยายพื้นที่ของประเทศ (ซึ่งมีขนาดเท่ากับ Central Park ในนิวยอร์ก) โดยการสร้างเขตปกครองใหม่ในทะเลซึ่งจะตั้งอยู่บนเสาขนาดมหึมา โครงการดังกล่าวนี้สร้างความวิตกกังวลแก่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอยู่พอสมควร

กษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่ไม่ได้มีมีดินแดนครอบครอง (ในฐานะประมุขแห่งรัฐ) ก็คือ อากาข่าน (ทรงเป็นนักขี่ม้า) ถือเป็นผู้นำจิตวิญญาณของชาวมุสลิมอิสไมลิยาห์ (Ismaili Muslims) กว่า 15 ล้านคนที่กระจายอยู่ทั่วโลก มีพระราชทรัพย์สุทธิอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านเหรียญฯ เมื่อเร็วๆ นี้พระองค์ได้ซื้อหุ้นในบริษัทประมูลม้าที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ

พระราชินี 2 พระองค์ที่ติดอยู่มนทำเนียบของฟอร์บ กำลังถูกกล่าวขวัญเกี่ยวกับการสละราชสมบัติ โดยมีข่าวลือว่า พระราชินีบีทริกซ์แห่งเบลเยียม (อันดับที่ 14) จะสละราชบังลังก์เพื่อพระราชโอรส ในขณะที่พระราชินีอลิซาเบธแห่งอังกฤษ (อันดับที่ 12) ทรงวางแผนที่จะคำรงตำแหน่งต่อไป บดบังความหวังของพระราชโอรสอย่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ที่มุ่งจะครองราชบัลลังก์ในระยะเวลาอันใกล้นี้

ฟอร์บระบุว่า การประเมิณทรัพย์สินของราชวศ์นั้นต้องใช้ทั้ง ศาตร์และศิลป์ประกอบกันไป เนื่องด้วยความสัมพันธ์ระหว่างความมั่งคั่งของบุคคลกับรัฐนั้นมีลักษณะเฉพาะของแตกต่างกันไป

ตัวอย่างเช่น  กษัตริย์มัสวาติที่ 3 แห่งสวาซิแลนด์ (อันดับที่ 15 ของโลก) เป็นผู้สืบทอด 2 กองทุนรวมที่สร้างขึ้นโดยพระราชบิดาในนามของ Swazi nation ในขณะที่พระองค์ทรงอยู่ในอำนาจนั้นพระองค์มีพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ที่จะใช้จ่ายทรัพย์สิน ซึ่งนี่เองทำให้พระองค์ทรงสามารถสร้างพระราชวังสำหรับพระมเหสีแต่ละพระองค์รวม 13 พระองค์ และทรงจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบวันเฉลิมพระชนมพรรษาอย่างสุดเหวี่ยงในหลายๆ วโรกาส หนึ่งในนั้นคือการฉลองครบรอบพระชนมายุ 40 พรรษาเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งมีรายงานว่าใช้เงินมูลค่ากว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (85 ล้านบาท)

ในประเทศอังกฤษ สินทรัพย์บางอย่างของราชวงศ์ เช่น พระราชวังบักกิ้งแฮม และเครื่องเพชรของราชวงศ์อังกฤษ (the British crown jewels) ให้ถือว่าเป็นของ British nation ไม่ใช่ของพระราชินีอลิซาเบธ ซึ่งสิ่งของที่กล่าวไปนั้นไม่ถูกนับรวมในโภคทรัพย์สุทธิของพระองค์  เพราะที่จริงแล้ว ความมั่งคั่งของพระองค์มาจากทรัพย์สินในอังกฤษและสก๊อตแลนด์ งานจิตรกรรมและประติมากรรม เครื่องประดับ และแสตมป์สะสมที่รวบรวมโดยพระอัยกา 

ฟอร์บระบุว่าได้ติดตามสถานะของราชวงศ์ระดับแนวหน้าจำนวนหนึ่งมาหลายปี (เช่น พระราชินีแห่งอังกฤษ และสุลต่านแห่งบรูไน) แต่การนำเสนอผ่านบทความดังกล่าวเป็นเพียงครั้งที่ 2 ที่เผยแพร่ทำเนียบราชวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดอย่างละเอียด  แต่สถาบันกษัตริย์ของประเทศอย่างสเปนและญี่ปุ่นกลับพลาดที่จะเข้าร่วมการจัดอันดับไปอย่างน่าเสียดาย

15 ราชวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกซึ่งอยู่ในทำเนียบการจัดอันดับของฟอร์บ ยังคงถือครองความมั่งคั่ง แม้จะมีข้อตั้งแต่การหลีกเลี่ยงภาษี จนกระทั่งการยุบสภาผู้แทนราษฎรในประเทศสวาซิแลนด์และคูเวต โดยที่กลุ่มราชวงศ์เหล่านี้มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปีที่ผ่านมามีพระราชทรัพย์รวมกันประมาณการที่ 95 พันล้านเหรียญฯ

ฟอร์บระบุว่า แม้ว่าราชวงศ์ต่างๆ จะถือครองความมั่งคั่ง แต่ก็พบว่าสาเหตุแห่งความมั่งคั่งนั้นหากไม่มาจากมรดกตกทอดก็มาจากพระราชอำนาจซึ่งผูกโยงกับความเป็นชาติและดินแดน และความมั่งคั่งนี้ก็จะกระจายไปในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ นี่เป็นเหตุผลที่การจัดอันดับมหาเศรษฐีของโลกที่ฟอร์บทำอยู่เป็นประจำไม่นำเอากรณีของราชวงศ์ต่างๆมาจัดอันดับด้วย ไม่ว่าราชวงศ์เหล่านี้จะมีพระราชทรัพย์สุทธิสูงเพียงใดก็ตาม

ทั้งนี้ ในช่วงต้นของบทความ ฟอร์บรายงานสถานะของกษัตริย์คเยนทรา แห่งเนปาลว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประชาชนเนปาลได้ลงมติยกเลิกระบอบกษัตริย์ทั้งมีการกดดันให้กษัตริย์เคยนทราย้ายออกจากพระราชวังในกรุงกาฐมาณฑุ เนื่องจากพระราชวังดังกล่าวจะถูกใช้ทำพิพิธภันฑ์

ที่มา:

The World's Richest Royals (Tatiana Serafin, www.forbes.com, 20 August 2008)

อ่านบทความแปลฉบับสมบูรณ์จากฟ้าเดียวกัน  Forbes รายงาน “ราชวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก”

http://www.forbes.com/home/2008/08/20/worlds-richest-royals-biz-richroyals08-cz_ts_0820royalintro.html

---------------------------------------------
โดย : ประชาไท   วันที่ : 21/8/2551
-----------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 01:28 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #21 เมื่อ: 23-08-2008, 01:38 »

ขอตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุการณ์ที่สื่อต่างชาติมักออกมาให้ข้อมูลเหล่านี้ (ซึ่งผมว่าดูไม่ดีต่อเรานัก เหมือนจุดประเด็ด จุดกระแสให้ึคนฉุกคิด ต่อยอดไปเรื่องอื่นๆได้)
ทำเป็นกระบวนการ และ ดูประจวบเหมาะเกินไปที่สื่อเล่นเรื่องนี้
ผมคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประชาสัมพันธ์ที่โจรหนีคุกจ้างแน่ๆ เหมือนเฉกเช่นคราวที่แล้วที่เร่ร่อน
ผมคิดว่าเรื่องนี้มีนัยยะ บางอย่าง และมีผลดีต่อโจรหนีคุกแน่ๆ



หรือผมคิดมากไป


 






ไม่หรอกผมก็คิดเหมือนคุณ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 23-08-2008, 01:59 »

ข่าวสารนิเทศ
บทความพิเศษของนิตยสาร Forbes เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุด

22 สิงหาคม 2551 21:09:19

ตามที่ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2551 นิตยสาร Forbes ได้เผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2551 และได้จัดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในลำดับแรก ของพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุด นั้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ชี้แจงว่า บทความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่า ทรัพย์สินที่บทความนำมาประเมินนั้น ในความเป็นจริง มิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่น ที่บทความเดียวกันนี้ไม่ได้จัดอันดับฐานะความร่ำรวย เพราะทรัพย์สินต่างๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ

สำนักงานทรัพย์สินฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ที่ดิน” ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนใหญ่หน่วยงานราชการ องค์กรสาธารณะกุศลเป็นผู้ใช้ประโยชน์ และจัดให้ประชาชน ที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย รวมทั้งชุมชนอีกกว่าหนึ่งร้อยแห่ง เช่าในอัตราที่ต่ำ มีเพียงส่วนน้อยประมาณร้อยละ 7 ของที่ดิน ที่จัดให้เอกชนเช่าและจัดเก็บในอัตราเชิงพาณิชย์

กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนเพิ่มเติมว่า บทความพิเศษดังกล่าวยังได้พาดพิงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าทรงเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งไม่ถูกต้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงไม่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติดังกล่าวแต่อย่างใด การที่ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นเพียงหน้าที่ขององค์พระมหากษัตริย์ ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย



ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปยังนิตยสาร Forbes ด้วยแล้ว



* * * * * * *
http://www.mfa.go.th/web/200.php?id=20551

อ้อ...ข่าวเก่าของประชาไท นำมาขึ้นใหม่ แต่เติม URL ไปให้อ่านฉบับ "สมบูรณ์" ที่ "ฟ้าเดียวกัน"

อ่านสำนวนคล้ายๆ กัน หรืออาจเป็นคนเดียวกันแปล แต่ เนื้อหา ไม่เหมือนกัน

http://www.sameskybooks.org/2008/08/22/the-worlds-richest-royals/
 
บันทึกการเข้า

justy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,250



« ตอบ #23 เมื่อ: 23-08-2008, 08:32 »

ทักษิณน่าจะไปอยู่เคนย่าน่ะ ไม่รู้ประชาชนชาวเคนย่าจะยอมรับมหาเศรษฐีคนนี้หรือเปล่า

แหม๋...มันจ้างผีโม่แป้งได้จริงๆแฮ่ะ   

บันทึกการเข้า

พรรคไทยรักไทยมิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ควรต้องสร้างความยั่งยืนให้แก่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมั่นคงกับหลักการที่ว่า กฎหมายต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นข้อบ่งชี้ด้วยว่า พรรคไทยรักไทย มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่มุ่งประสงค์เพียงดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ นอกเหนือจากครรลองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศตลอดจนบทกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่หาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาลมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบหรือบริหารราชการแผ่นดินโดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อ
OMEGA
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 233



« ตอบ #24 เมื่อ: 23-08-2008, 08:43 »

 ก็ดีนะครับที่Forbes เห็นว่าพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุด แม้จะมีข้อความว่าไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ก็ตาม
คนชั่วมันจะตะแบงอะไรก็เรื่องของมันวันนึงนรกจะกินหัวพวกมันเอง ..

นอกจากทรัพย์สมบัติแผ่นดินแล้ว....
ในหลวงของเราพระองค์ท่านร่ำรวยความรักความเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์
ภาพติดตาที่พระองค์ทรงดำเนินไปในแดนธุรกันดาร พบปะประชาชนของพระองค์
ไม่ว่าฝนตก น้ำท่วม ภัยพิบัติธรรมชาติใดๆ ทรงเยี่ยมเหล่าทหารชายแดนผู้ทุกข์ยาก
 ทรัพย์สินส่วนพระองค์แปรเปลี่ยนเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เหล่าแพทย์อาสา
เข้าบำบัดทุกข์เข็ญ ไม่ว่าไกลเพียงใดพระองค์ท่านทรงพระดำเนิน
..นี่หรือคือพระมหากษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลก
โครงการเป็นสิบเป็นร้อย พระองค์ทรงทดลอง เพื่อแก้ไขปัญหายากจนให้กับประชาชน
...นี่คือหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลกที่ดำรงชีวิตอยู่อยู่แค่พอเพียง

ปล. ประเด็นกระทู้นี้ทำให้อดคิดไปไม่ได้ว่าทำไมไอ้แม้วมันถึงอยากล้ม.....มากมายนัก

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 08:49 โดย OMEGA » บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #25 เมื่อ: 23-08-2008, 08:48 »

ทักษิณน่าจะไปอยู่เคนย่าน่ะ ไม่รู้ประชาชนชาวเคนย่าจะยอมรับมหาเศรษฐีคนนี้หรือเปล่า

แหม๋...มันจ้างผีโม่แป้งได้จริงๆแฮ่ะ   




ข่าวว่า นายกฯเบอร์มิวดา ยินดีต้อนรับให้ทักษิณ จำเลยหนีประกันตัว หนีหมายจับศาลยุติธรรมไทย ไปอยู่เบอร์มิวดาในฐานะ'ผู้ลี้ภัย' ด้วยความเข้าใจ ความรู้สึก'หัวอกอันเดียวกัน'.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ลุงอ่ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 31

คิดถึงโลก ชาติบ้านเมือง ชุมชน แล้วจึงคิดถึงตนเอง


« ตอบ #26 เมื่อ: 23-08-2008, 09:01 »

พระราชินีอังกฤษ ทรงตรัสยกย่องพระเจ้าอยู่หัวของเราด้วยความชื่นชมว่า Rama Nineth The Great
ไม่ใช่ด้วย พระราชทรัพย์ ที่เป็นทรัพย์สิน เงินทอง ที่ดิน แห่งความเป็นพระมหากษัตริย์
แต่ด้วย ราชทรัพย์แห่งความจงรักภักดี ที่ประชาชนทั้งประเทศ ถวายแด่พระองค์

ขอจงทรงพระเจริญ
บันทึกการเข้า
เพื่อนฝัน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 493



« ตอบ #27 เมื่อ: 23-08-2008, 09:06 »

"บัวแก้ว" แถลง โต้ "ฟอร์บส์" คลาดเคลื่อน !! ยืนยันที่ดินไม่ใช่ทรัพย์ส่วนพระองค์

เหตุที่ฟอร์บส์จัดอันดับราชวงศ์รวยที่สุดในโลก ปีนี้ ระบุ "ในหลวง" ทรงมีพระราชทรัพย์เป็นที่ดินจำนวนมาก สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แจงว่า มิใช่ทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดิน

คลิกอ่าน ฟอร์บส์ จัดอันดับ 15 ราชวงศ์ร่ำรวยที่สุดในโลก

กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ชี้แจงเรื่องบทความพิเศษของนิตยสารฟอร์บส์เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดระบุว่า นิตยสาร ฟอร์บส์ ได้เผยแพร่บทความพิเศษเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกประจำปี พ.ศ. 2551 และได้จัดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในลำดับแรก ของพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดนั้น
 
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ชี้แจงว่า บทความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าทรัพย์สินที่บทความนำมาประเมินนั้น ในความเป็นจริงมิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดินซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่น บทความเดียวกันนี้ไม่ได้จัดอันดับฐานะความร่ำรวยเพราะทรัพย์สินต่างๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ
 
สำนักงานทรัพย์สินฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "ที่ดิน" ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนใหญ่หน่วยงานราชการ องค์กรสาธารณะกุศลเป็นผู้ใช้ประโยชน์และจัดให้ประชาชนที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย รวมทั้งชุมชนอีกกว่าหนึ่งร้อยแห่ง เช่าในอัตราที่ต่ำ มีเพียงส่วนน้อยประมาณร้อยละ 7 ของที่ดิน ที่จัดให้เอกชนเช่าและจัดเก็บในอัตราเชิงพาณิชย์

 

กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงเพิ่มเติมว่า บทความพิเศษดังกล่าวยังได้พาดพิงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าทรงเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งไม่ถูกต้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติดังกล่าวแต่อย่างใด การที่ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์  ทรงเป็นประมุข เป็นเพียงหน้าที่ขององค์พระมหากษัตริย์ ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปยังนิตยสารฟอร์บส์ด้วยแล้ว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1219415460&grpid=00&catid=42
บันทึกการเข้า

ใครสอนใครสั่ง ดูถูกประชาชน เป็นม็อบข้างถนน บิดเบือนเหมือนคนตกรุ่น
เรามาชุมนุม ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ขับไล่รัฐบาลหุ่น ที่เป็นสมุนของอาชญากร
Great Wall
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21



« ตอบ #28 เมื่อ: 23-08-2008, 09:40 »

สำนักงานทรัพย์สินฯ ไม่ใช่ของส่วนพระองค์ค่ะ นับรวมไม่ได้หรอก ถ้าพูดคร่าวๆ เป็นของกงสี ประมาณว่าของส่วนกลางของราชวงศ์ จะว่าให้ตรงๆ คือของแผ่นดิน สื่อต่างประเทศที่ชอบให้ข้อมูลแบบนี้ อาจจะเพราะไปเอาข้อมูลจาก NGOs ชั่วๆ บางคน 

เป็นคำกล่าวที่ตรงใจ ง่ายต่อการเข้าใจดีครับ

และขอขอบคุณทุกความคิดเห็น ที่ช่วยกันนำความจริงให้กระจ่างต่อคนไทยทั่วๆไป

ไอ้พวกสื่อโลกตะวันตกบางกลุ่มมันมักมองที่ตัวเลขทรัพย์สินที่บางองค์กรถือครอง

โดยไม่คำนึงถึงที่มา และ การทำประโยชน์ต่อส่วนรวมขององค์กรเหล่านั้น

 

และก็มั่นใจว่า เป็นหนึ่งของผลงานของบริษัทที่ไอ้เลวทักษิณ ชินวัตร ว่าจ้างให้ทำทุกอย่าง
ทำทุกอย่างเพื่อมันจะได้อยู่รอด ...จ้างผีฝรั่งโม่แป้ง พวกเราก็ต้องเหนื่อยกันหน่อยล่ะ

http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=154309
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 11:39 โดย Great Wall » บันทึกการเข้า
eAT
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,066



« ตอบ #29 เมื่อ: 23-08-2008, 10:38 »

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6916829/P6916829.html
ราชดำเนินบางส่วน เริ่มปลุกปั่นแล้ว

Forbes เค้าก็คงจัดอันดับจากข้อมูลเปิดเผยจากสำนักงานทรัพย์สินฯ
นั่นละค่ะ!!!!เปิดเผยไว้อย่างไรเค้าก็ว่าไปตามนั้นแล้วก็เปรียบเทียบกับ
ชาติอื่น ๆ อีก 

แต่ตามข้อมูลที่ Forbes นำมาแสดงชาติอื่นล้วนอันดับรองทั้งสิ้น!!!


เราก็คงไม่มีความเห็น......ในเรื่องนี้รากหญ้าจะคิดอย่างไรเราก็ตอบแทน
ไม่ได้อีกเช่นกัน โนคอมเม้นท์ค่ะ!!!

จากคุณ : ยี่หร่า@
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 23-08-2008, 10:43 »

ฟ้าเดียวกันนำไปใส่ไข่ ให้ชาวบ้านตามฟอร์ม
--------------------------------------------------------
http://www.sameskybooks.org/2008/08/22/the-worlds-richest-royals/

อันดับสูงสุดในทำเนียบของเราคราวนี้ก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งทรัพย์สินสุทธิที่ประมาณการได้ล่าสุดประมาณ 35 พันล้านเหรียญฯ (หรือ 1.19 ล้านล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท: 34 ดอลลาร์) เพิ่มขึ้นจากเดิม 7 เท่า เป็นผลมาจากความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  พระมหากษัตริย์ไทยทรงครองอันดับสูงสุดจากที่เคยเป็นของสุลต่านแห่งบรูไน ซึ่งเป็นกษัตริย์เอเชียอื่นอีกเพียงพระองค์เดียวที่ติดอันดับ  (ทรัพย์สิน 20 พันล้านเหรียญฯ) และเป็นกษัตริย์หนึ่งในสองพระองค์เท่านั้นที่มีโภคทรัพย์ลดลงจากปีก่อนหน้า  องค์สุลต่านผู้ซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากราชวงศ์มุสลิมซึ่งมีอายุกว่า 600 ปี จำเป็นต้องลดอัตราการผลิตน้ำมันของประเทศบรูไนลง เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองกำลังจะหมดไป

At the top of our list is Thailand's King Bhumibol Adulyadej, whose $35 billion estimated net worth is up sevenfold as a result of increased transparency of his Crown Property Holdings. He takes the top spot from the only other Asian monarch on the list, the Sultan of Brunei, worth $20 billion, one of only two rulers worth less than they were last year. The sultan, who inherited the riches of an unbroken 600-year-old Muslim dynasty, has had to cut back on his country's oil production because of depleting reserves.

มันเอามาจากไหน รวยขึ้น 7 เท่า

พอตามดู อ้อ...ปีที่แล้วสำรวจเอง เออเองว่ามีทรัพย์สิน 5,000


*******************************************
5กิ๊กผม..เธอเป็นยอดมนุษย์
22 August 2008 เมื่อ 9:16 pm

ตอบ#3คุณเข้าใจผิด มีคนเขียนตอบในกระทู้ข้างในว่างี้
ที่คุณยกมานี่คือข้อมูลของปี 2007 คือปีที่แล้วครับคุณ wangman

ปีที่แล้วท่านอยู่อันดับห้าคือ 5,000 ล้านเหรียญ

ที่มา: http://www.forbes.com/2007/08/30/worlds-ri…royalintro.html

ข้อมูลของปีนี้ ปี 2008 ท่านอยู่อันดับหนึ่งเรียบร้อยแล้วคือ 35,000 ล้านเหรียญ

ที่มา: http://www.forbes.com/home/2008/08/20/worl…royalintro.html

กรุณาสังเกตดูปีด้วยครับ แล้วจะรู้ว่าฟ้าเดียวกันไม่ได้แปลมั่ว แหมคุณก็ อย่างว่าเนอะ ก็เราจงรักภักดีนี่นา

***********************************************


ดูมันทำ

 


* tp.JPG (23.89 KB, 459x281 - ดู 544 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 10:52 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #31 เมื่อ: 23-08-2008, 11:12 »

ขอตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุการณ์ที่สื่อต่างชาติมักออกมาให้ข้อมูลเหล่านี้ (ซึ่งผมว่าดูไม่ดีต่อเรานัก เหมือนจุดประเด็ด จุดกระแสให้ึคนฉุกคิด ต่อยอดไปเรื่องอื่นๆได้)
ทำเป็นกระบวนการ และ ดูประจวบเหมาะเกินไปที่สื่อเล่นเรื่องนี้
ผมคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประชาสัมพันธ์ที่โจรหนีคุกจ้างแน่ๆ เหมือนเฉกเช่นคราวที่แล้วที่เร่ร่อน
ผมคิดว่าเรื่องนี้มีนัยยะ บางอย่าง และมีผลดีต่อโจรหนีคุกแน่ๆ



หรือผมคิดมากไป


 







คิดเหมือนกันค่ะ มันดูมีเจตนาแอบแฝงแน่นอน

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 23-08-2008, 11:15 »

ไทยโพสต์ พาดหัวข่าวตัวเท่าหม้อแกงว่า

"โจมตีสถาบัน"

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=23/Aug/2551&news_id=162907&cat_id=501

โดยตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวนี้ลงกันแพร่หลายในอังกฤษ ก่อนอเมริกาเสียอีก
บันทึกการเข้า

หน้าเหลี่ยมด้าน ณ ประชาไท
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 219


กูขอสู้พวกมึง ถึงเวลา กูจะออกไป แน่นอนขอให้เรียก


« ตอบ #33 เมื่อ: 23-08-2008, 12:09 »

^
^
^


ลุงแคน และ สหายทุกท่าน

พวกเรารับรู้เรื่องพวกนี้มานานกันแล้วไม่ใช่หรือ???

นอกเหนือจากมาโพสต์ให้หงุดหงิดใจ อยู่แบบนี้เรื่อยๆมากี่ปีแล้ว

เราทำอะไร ไม่ได้เลยหรือ

มีประโยชน์อะไรที่จะมาบอกกันแล้วก็ ตั้งกระทู้ใหม่ๆไปเรื่อยๆ

เราเคลื่อนไหวอะไรได้บ้างละครับ

ผม คนหนึ่ง พร้อมเสมอ
บันทึกการเข้า

ผมไม่ใช่แฟน ประชาธิปัตย์ 
ไม่ใช่แฟน พลังประชาชน

แต่


สนับสนุน การกวาดล้างไอ้พวก นักการเมือง ชั่วๆ แบบเดิม

ไอ้เสนาะ ไอ้เตี้ยหมาตื่น ไอ้หนั่น ไอ้พวก***นี้ไม่ต้องไปเรียก ป๋านำหน้าหรอก



Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 23-08-2008, 12:19 »

ห้วงที่ผ่านมา พวกเราก็ส่งข้อมูล ประจาน คลิป และอะไรต่อมิอะไรมากมาย

ได้ผลในระดับหนึ่ง ส่วนคนที่อยากออกไประบายอารมณ์ ก็ไปได้ที่ราชดำเนิน

ทำไงได้ล่ะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ก็ต้องใช้หลักกฎหมายเข้าจัดการ

พวกเราใครเห็นอะไรไม่ชอบมาพากล ก็บอกต่อ ให้ความรู้ ชี้แจงแสดงเหตุผล

บางที ข่าวกระแสหลัก ก็ออกจากข่าวในเน็ตนี่แหละครับ

ช่วยๆ กันดูแล ส่วนใครจะไปทำอะไรรุนแรง มันเป็นเรื่องส่วนตัว

แต่คงไม่ใช่แนวทางสันติ ที่พวกเรายึดถือกันมา

จะว่าไป แค่ระดับ หน้าเหลี่ยม หากจะกำจัดโดยวิธีนอกกฎหมาย มันไม่ยากหรอกครับ

แต่ผลที่จะตามมามันก็น่าจะยุ่งยากกันพอสมควร

ใครมีหน้าที่ก็ทำกันไป


บันทึกการเข้า

หน้าเหลี่ยมด้าน ณ ประชาไท
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 219


กูขอสู้พวกมึง ถึงเวลา กูจะออกไป แน่นอนขอให้เรียก


« ตอบ #35 เมื่อ: 23-08-2008, 12:28 »

^
^

โทดนะลุงแคน

ผมเห็นข่าวพวกนี้มาเป็นปีแล้วตั้งแต่ เหลี่ยมมัน มีอิทธิพลในบ้านเมือง

บางที ก็อึดอัดครับ

รม ขึ้นประจำเรย 

บันทึกการเข้า

ผมไม่ใช่แฟน ประชาธิปัตย์ 
ไม่ใช่แฟน พลังประชาชน

แต่


สนับสนุน การกวาดล้างไอ้พวก นักการเมือง ชั่วๆ แบบเดิม

ไอ้เสนาะ ไอ้เตี้ยหมาตื่น ไอ้หนั่น ไอ้พวก***นี้ไม่ต้องไปเรียก ป๋านำหน้าหรอก



วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #36 เมื่อ: 23-08-2008, 12:29 »


ข่าวว่า นายกฯเบอร์มิวดา ยินดีต้อนรับให้ทักษิณ จำเลยหนีประกันตัว หนีหมายจับศาลยุติธรรมไทย ไปอยู่เบอร์มิวดาในฐานะ'ผู้ลี้ภัย' ด้วยความเข้าใจ ความรู้สึก'หัวอกอันเดียวกัน'.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ขอให้จัดหาที่เป็น เกาะส่วนตัวกลางเขตสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ให้ทั่นแม้วและครอบครัวได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขที่นั่นไปเลยนะครับ 



บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
วาโย
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 250


ซ้ายหรือขวาก็ว่าเอียงทั้งคู่ขอสู้อยู่ตรงกลางดีกว่า


« ตอบ #37 เมื่อ: 23-08-2008, 12:47 »

 เจอแบบนี้ก็หงุดหงิดเหมือนกันครับ บอกตรงๆอยากหาระเบิดไปวางบริษัทผีโม้แป้งที่ไอ้เหลี่ยมไปจ้างจริงๆครับ ส่วนไอ้เหลี่ยมอยากเอาตีนลูบหน้ามัน
บันทึกการเข้า

มาเถอะพี่น้องพ้องเพื่อนชีวิต ...ตื่นเถอะมวลมิตรผู้ยังหลับไหลจากเรา...คาราวาน (ขอยกท่อนหนึ่งของเพลงคาราวานมาแสดงระกันครับ ถึงเวลาแล้วที่คนหลับต้องตื่นสู้ คนอยู่ต้องก้าวต่อไป)
Great Wall
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21



« ตอบ #38 เมื่อ: 23-08-2008, 13:07 »

ห้วงที่ผ่านมา พวกเราก็ส่งข้อมูล ประจาน คลิป และอะไรต่อมิอะไรมากมาย

ได้ผลในระดับหนึ่ง ส่วนคนที่อยากออกไประบายอารมณ์ ก็ไปได้ที่ราชดำเนิน

ทำไงได้ล่ะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ก็ต้องใช้หลักกฎหมายเข้าจัดการ
พวกเราใครเห็นอะไรไม่ชอบมาพากล ก็บอกต่อ ให้ความรู้ ชี้แจงแสดงเหตุผล

บางที ข่าวกระแสหลัก ก็ออกจากข่าวในเน็ตนี่แหละครับ

ช่วยๆ กันดูแล ส่วนใครจะไปทำอะไรรุนแรง มันเป็นเรื่องส่วนตัว

แต่คงไม่ใช่แนวทางสันติ ที่พวกเรายึดถือกันมา

จะว่าไป แค่ระดับ หน้าเหลี่ยม หากจะกำจัดโดยวิธีนอกกฎหมาย มันไม่ยากหรอกครับ

แต่ผลที่จะตามมามันก็น่าจะยุ่งยากกันพอสมควร

ใครมีหน้าที่ก็ทำกันไป




เห็นควรด้วย(กับความเห็น)ของลุงแคนครับ   
บันทึกการเข้า
iyen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158



« ตอบ #39 เมื่อ: 23-08-2008, 13:12 »

ทีมสร้างภาพ วางกลยุทธให้หน้าเหลี่ยมคงได้รับค่าจ้างมหาศาลเลยเนอะ
คิดดูแล้วกันเหลี่ยมทุ่มทุนขนาดนี้ จะหวังกำไรขนาดไหน?กี่เท่าตัว? สยอง
บันทึกการเข้า

คนพาล เวลาทำชั่ว หาสำนึกถึงผลของมันไม่
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: 23-08-2008, 13:19 »

ผมก็ทำได้แค่นั้น ปี 49 ก็มาไล่หน้าเหลี่ยมอยู่เป็นปี จนเค้าปฏิวัติกัน อิ อิ

ปีนี้ แก่ไปเยอะ เลยนั่งหน้าแป้น หาข่าวตามเน็ตบอกกล่าวกันไป

เปิดบล็อค เปิดเว็บ ตรงไหนคนอ่านเยอะก็ไปแทรกๆ เอาไว้

กลุ่มที่ส่งข่าวผ่านอีเมล์ ก็เยอะครับ ทำแบบช่วยๆ กันไป

น่าเสียดาย ที่ฝ่ายไล่เหลี่ยม ไม่ค่อยมีเงินทองเหมือนเค้า ไม่งั้นคงได้ไล่ต้อนกันสนุก

แค่ประชาไท เห็นบอกว่าใช้งบ ปีละหลายแสน

พวกเราใช้เงินบริจาค เช่าโฮสท์ เดือนละ 4-500 บาท อิ อิ

ทำกันด้วยใจ ทำด้วยใจรักความถูกต้องและคุณธรรมกันแค่นั้นเอง

แต่ไม่แน่นะครับ ถ้าฝ่ายโน้นรุกกลับรุนแรง ผมมองว่า เหตุรุนแรงจะเกิดได้

นี่ก็ได้ข่าวว่าจะชุมนุมให้กำลังใจหน้าเหลี่ยมที่จตุจักร์ เฮ้อ..เดี๋ยวก็ได้ตีกันตาย
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #41 เมื่อ: 23-08-2008, 15:26 »

เนชั่นทันข่าวรายงานแบบนี้

นิตยสาร"ฟอร์บส"ระบุในหลวงเป็นราชวงศ์ผู้ร่ำรวยสุดในโลก
 06:29 น.

นิตยสาร"ฟอร์บส์"รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ภูมิพล อดุลยเดช"พระชนมายุ 80 พรรษา ของไทย ทรงเป็นราชวงศ์ผู้มีพระราชทรัพย์มากที่สุดของโลก ( World Wealthiest ่s Royal ) ด้วยพระราชท่รัพย์มูลค่ารวม 35,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท

ฟอร์บส์ระบุว่าได้ปรับอันดับของพระองค์หลังจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งกำกับดูแลพระราชทรัพย์ เปิดเผยการครอบครองที่ดินจำนวนรวมมาก รวมทั้งจำนวน 87,000 ไร่ ( 3,493 เอเคอร์) ในกรุงเทพมหานคร แต่ฟอร์บส์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มูลค่าทรัพย์สินของราชวงศ์จากประเทศต่างๆส่วนใหญ่ที่ติดอันดับ มักนับรวมพระราชทรัพย์ของสมาชิกราชวงศ์ทั้งหมด หรือทรงครอบครองพระราชทรัพย์ของประเทศในนามของพระองค์ ส่งผลให้ไม่มีราชวงศ์ใดที่ติดอันดับอภิมหาเศรษฐีประจำปีของนิตยสาร"ฟอร์บส์"ในแต่ละปี

ผู้ที่ตามมาเป็นอันดับสองแบบห่างๆคือ ชี๊คคาลิฟา บิน ซาเอด อัล นาห์ยาน พระชนมายุ 60 พรรษา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศที่ร่ำรวยด้วยน้ำมัน โดยทรงมีพระราชทรัพย์ 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 760,000 ล้านบาท อันดับสามคือ กษัตรย์อับดุลเลาะห์ บิน อับเดล อาซิซ พระชนมายุ 84 พรรษาของซาอุดิอาราเบีย ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ทรงมีพระราชทรัพย์ 21 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 700,000 ล้านบาท

สำหรับสุลต่าน ฮาจี ฮาสซานี โบลเกีย แห่งบรูไน พระชนมายุ 62 พรรษา ผู้เคยครองอันดับหนึ่งนั้น ตกไปอยู่อันดับที่ 4 ด้วยพระราชทรัพย์ 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 660,000 ล้านบาท ซึ่ง"ฟอร์บส์"ระบุว่า เป็นเพราะทรงต้องตัดลดปริมาณการผลิตน้ำมันของประเทศลง เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองลดน้อยลง

ลุงแคนครับ จากข่าวที่นำมาลง เนชั่นทันข่าวคำนวณที่ดินเป็นไร่ผิดไป 10 เท่าจากที่ฟอร์บรายงานนะครับ

ที่ดิน 1 เอเคอร์มีขนาดประมาณ 2.529 ไร่ หรือคิดง่ายๆ คือประมาณ 2.5 ไร่ หรือ 1,000 ตารางวา
ดังนั้นที่ดินในกรุงเทพฯ 3,493 เอเคอร์ ตามรายงาน จะเท่ากับประมาณ 8,800 ไร่ ไม่ใช่ 87,000 ไร่

ถ้ามีที่ดินในกรุงเทพฯ 87,000 ไร่ คำนวณราคาที่ดินแค่ตารางวาละ 1 แสน จะเป็นเงิน 3.48 ล้านล้านบาท
หรือประมาณ 100 พันล้านเหรียญสหรัฐ จะกลายเป็นรวยที่สุดในโลกนะครับ

ผมก็ไม่รู้ว่าฟอร์บไปเอาข้อมูล 3,493 เอเคอร์มาจากไหน แต่ที่เรารู้กันแน่ๆ คือที่ดินของ สนง.ทรัพย์สิน
ให้ส่วนงานราชการ และประชาชนเช่าใช้ประโยชน์ในราคาต่ำมากๆ บางแห่งต่ำเป็นพันเท่าราคาตลาด
ซึ่งถ้าจะทำกำไรจากที่ดินกันจริงๆ ป่านนี้ สนง.ทรัพย์สิน คงมีสินทรัพย์มากกว่าบิล เกตต์ไปแล้ว

ที่สำคัญคือทรัพย์สินในความดูแลของ สนง.ทรัพย์สิน ไม่ใช่ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่ฟอร์บเอามาคิดรวม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 15:35 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #42 เมื่อ: 23-08-2008, 15:55 »

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6916829/P6916829.html
ราชดำเนินบางส่วน เริ่มปลุกปั่นแล้ว

Forbes เค้าก็คงจัดอันดับจากข้อมูลเปิดเผยจากสำนักงานทรัพย์สินฯ
นั่นละค่ะ!!!!เปิดเผยไว้อย่างไรเค้าก็ว่าไปตามนั้นแล้วก็เปรียบเทียบกับ
ชาติอื่น ๆ อีก 

แต่ตามข้อมูลที่ Forbes นำมาแสดงชาติอื่นล้วนอันดับรองทั้งสิ้น!!!

เราก็คงไม่มีความเห็น......ในเรื่องนี้รากหญ้าจะคิดอย่างไรเราก็ตอบแทน
ไม่ได้อีกเช่นกัน โนคอมเม้นท์ค่ะ!!!

จากคุณ : ยี่หร่า@


สนง.ทรัพย์สินฯ มีที่ดินในความดูแลเป็นจำนวนมากและเป็นที่รับรู้มานานแล้ว

แต่เดิมมาที่ดินทั้งหมดในประเทศไทยก็เป็นของพระมหากษัตริย์โดยชอบธรรม
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำโฉนดที่ดิน เพื่อผู้ที่ได้รับพระราชทาน
จะได้มีกรรมสิทธิ์สืบทอด และซื้อขายถ่ายโอนกันได้ ที่ดินส่วนใหญ่ที่ครอบครอง
กันในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากได้รับพระราชทานมาก่อนทั้งนั้น

ที่ดินส่วนใดไม่มีผู้ได้รับพระราชทานก็ยังคงเป็นของพระมหากษัตริย์มาถึงปัจจุบัน
อธิบายง่ายๆ คือคณะราษฎร์ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน แต่ไม่กล้ายึดราชสมบัติ
ก็เลยต้องตั้ง สนง.ทรัพย์สินฯ มาดูแลราชสมบัติที่ส่วนใหญ่คือที่ดิน

การใช้ประโยชน์ที่ดินในความดูแลของ สนง.ทรัพย์สิน มีผู้รับผิดชอบดูแลโดยเฉพาะ
แต่ในกรณีมีเหตุจำเป็นก็จะโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ เช่น

ตอนเริ่มโครงการปฏิรูปที่ดินเมื่อปี 2518 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
ที่ดินในความดูแลของ สนง.ทรัพย์สิน จำนวนถึงกว่า 5 หมื่นไร่ เพื่อปฏิรูปที่ดิน
ให้เป็นที่ทำกินของราษฎร นับเป็นการบริจาคที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง

กว่า 60 ปีที่ทรงครองราชย์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำที่ดินในความดูแล
สนง.ทรัพย์สิน รวมทั้งที่ดินส่วนพระองค์ ไปใช้ประโยชน์เพื่อราษฎรมาโดยตลอด
และถ้านับย้อนไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ก็มีการพระราชทานที่ดินจำนวนมหาศาล
ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานต่างๆ ตัวอย่างเช่น การรถไฟฯ

มีแต่พวกขบวนการคิดร้ายฯ เท่านั้น ที่พยายามปลุกปั่นสร้างกระแสกับประชาชน
อย่างกรณี login ยี่หร่า@ ที่เรารู้จักหน้าตา ก็แสดงเจตนาชัดๆ ว่าคิดอย่างไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 16:10 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #43 เมื่อ: 23-08-2008, 16:10 »

ข้อมูลประเมินราคาที่ดิน คงคิดตามพื้นที่ ราคาประเมินของกรมที่ดิน ( ตอนนี้การประเมินเป็นหน้าที่กรมอะไรไม่รู้ตามไม่ทันรู้สึกจะอยู่กระทรวงการคลัง )

แต่ก็อย่างที่รู้ ที่ดิน แบบ ที่ริมถนนราชดำเนิน มีมาตั้งแต่สมัยไหน คงมองลำบาก จะตีค่ายังไง

ชื่อ "พระเจ้าแผ่นดิน" ก็บอกอยู่แล้ว การที่จะได้โฉนดที่ดิน นั้นถือว่าได้รับพระราชทานด้วยซ้ำ

ถ้าเอาเรื่องประเมินราคาที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์มาประเมิน คงยากเหมือนกัน

บางอย่างประเมินค่ามิได้ด้วยซ้ำ

ผมมองว่า ฝรั่งมั่วๆ อย่างปีที่แล้วบอกว่า มี 5,000 ปีนี้ มี 3 หมื่น 5

แล้วก็บอกว่า รวยขึ้น 7 เท่า ผมว่ามันบ้าครับ


แถมยังรู้อีกว่ารวยขึ้นเพราะการบริหารงานที่โปร่งใสของสำนักงานทรัพย์สิน มันเอาข้อมูลมาจากไหน

ทำไมรวยขึ้น 7 เท่า โปร่งใสยังไงก็ไม่มีทางรวยขึ้น 7 เท่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 16:15 โดย Can ไทเมือง » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #44 เมื่อ: 23-08-2008, 16:28 »

การประเมินที่ดิน เล่นประเมินแบบใหม่ ตามราคาประเมิน

แต่ตึกเก่าๆ เกิน 40-50 ปี ถ้าเป็นการประเมินแบบทางการ ก็เสื่อมค่าจนไม่เหลือ

แต่หากถามว่า ประเมินตึกโบราณ มันประเมินยังไง ตีค่าได้มั๊ย ตียังไง

ผมคิดว่ามันมั่วครับ
บันทึกการเข้า

คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #45 เมื่อ: 23-08-2008, 19:10 »

ฝรั่งลงข่าวในหลวงร่ำรวยที่สุดเหนือกษัตริย์ทั่วโลก พวกเราพสกนิกรคนไทยต้องปลาบปลื้มปิติสิครับ
ของเราไม่มีบ่อน้ำมันเหมือนซาอุ บรูไน ท่านรวยกว่าได้ ต้องแสดงถึงพระราชอัจริยภาพ เป็นKingเหนือKings เราเป็นที่1ของโลก

ทำไมหลายคนแสดงความเห็นเหมือนไม่น่าดีใจกับข่าวนี้ ประหลาด

ที่หลายๆคนไม่ดีใจกับข่าวนี้มันอยู่ที่ประโยคนี้ครับ

The world's longest-reigning monarch is revered as a deity. His Crown Property Bureau, through which he holds wealth, granted unprecedented access this year, revealing vast landholdings, including 3,493 acres in Bangkok. He also owns stakes in the publicly listed Siam Cement and Siam Commercial Bank. He recently increased investment in Deves Insurance in order to take it private. While the crown remains technically separate from state, the king exerts enormous influence and is thought to have given his implicit blessing to the 2006 coup that overthrew former prime minister Thaksin Shinawatra.

http://www.forbes.com/2008/08/20/worlds-richest-royals-biz-richroyals08-cz_ts_0820royal_slide_2.html?thisspeed=25000
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-08-2008, 19:27 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
Great Wall
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21



« ตอบ #46 เมื่อ: 23-08-2008, 20:01 »

ฝรั่งลงข่าวในหลวงร่ำรวยที่สุดเหนือกษัตริย์ทั่วโลก พวกเราพสกนิกรคนไทยต้องปลาบปลื้มปิติสิครับ
ของเราไม่มีบ่อน้ำมันเหมือนซาอุ บรูไน ท่านรวยกว่าได้ ต้องแสดงถึงพระราชอัจริยภาพ เป็นKingเหนือKings เราเป็นที่1ของโลก

ทำไมหลายคนแสดงความเห็นเหมือนไม่น่าดีใจกับข่าวนี้ ประหลาด

เพราะพวกฝรั่งมันอ่านหนังสือไทยไม่ออก และไม่เข้าใจพระเจ้าแผ่นดินของเรา
มันจึงหาเรื่องที่น่าซาบซึ้งใจแบบนี้ไม่ได้ไงล่ะครับ....
 เมื่อครู่แว่บเข้าไปอ่านใน อรุณสวัสดิ์ เลยขอนำสิ่งดีๆที่น่าชื่นใจมาให้อ่านกัน



http://www.mylifewithhismajestytheking.com/readerpage.cfm?Openid=26F5E8B9-A2EC-4452-878E-3C55D089F9A9
บันทึกการเข้า
อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #47 เมื่อ: 23-08-2008, 21:35 »

เรื่องที่ดินนั้น ผมรู้เพราะ ศ.ศุรัก [คนที่โดนคดีหมิ่นยุคแรกๆ] พูดไว้นานแล้ว

แต่เพิ่งรู้ความจริงจากการแถลงของกระทรวงต่างประเทศ เมื่อวานนี้แหละ

ศ.ศุรัก ไอ้นี่แหละจอมล้างสมอง ปรมาจารย์ของ ไอ้ดำไม่ยืนนั่น

ผมไม่อยากเอ่ยชื่อมันตรงๆ เป็น*****มือ
บันทึกการเข้า

chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« ตอบ #48 เมื่อ: 23-08-2008, 23:09 »

ผมกังขา จริงๆ ฝรั่งมันมารู้ข้อมูลในประเทศได้อย่างไร และรู้ได้ไงว่าในหลวงเกี่ยวกับการปฏิวัติ และเนื้อข่าวก็พยามยาม เชื่อมว่าในหลวงเกี่ยวกับการเมือง  เนื้อความในข่าวนี้รู้สึก จะคล้ายกับ หนังสือของไอพวกจักภพ the king naver smile 

ผมว่า ต้องมีคนไทยเนี้ยแหละที่ต้องการทำให้เป็นข่าว เพราะ หนังสือเล่มนี้ออกมานานแล้ว ไม่มีใครทำให้เป็นข่าวใหญ่โต ผมว่า คนที่หนีไปอังกฤษมันกำลัง ทำร้ายประเทศอย่างรุนแรง และมันกำลังทำให้ชาวโลกคิดว่าประเทศไทย ถูกแทรกแซงโดย สถาบัน และเพื่อที่มันจะลี้ภัย  แต่ผมว่ามันไม่ยอมง่ายๆ หรอก มันกำลังรอให้ คนคนนึงสิ้นก่อน  แล้วจะกับมาผงาดแน่ มันพยายามให้ทั่วโลกเห็นว่ามันต่อสู้กับสถาบัน ทั้งๆที่ไม่ใช่เลย
บันทึกการเข้า
chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #49 เมื่อ: 23-08-2008, 23:32 »

ทั้งเล่นข่าว ทั้งลาออกจากผู้บริหารสโมสร
ก็แค่ไม่อยากโดนส่งกลับเท่านั้นแหล่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: