ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
15-04-2021, 06:01
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  สมัครโหนฟ้า ทำลายฝ่ายตรงข้ามหรือสมานฉันท์ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
สมัครโหนฟ้า ทำลายฝ่ายตรงข้ามหรือสมานฉันท์  (อ่าน 821 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 21-08-2008, 10:43 »

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม 2551
สมัครโหนฟ้า ทำลายฝ่ายตรงข้ามหรือสมานฉันท์
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 44 , 05:15:45 น.   


“สมัคร” ย้ำพึ่งพระบารมีลดขัดแย้ง

บ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานพระราชทานธงสัญลักษณ์โครงการ “จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน สร้างสามัคคี” โดยมีคณะรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ปลัดกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง นายสมัครกล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า จุดประสงค์ของการจัดงาน เพราะขณะนี้บ้านเมืองแบ่งเป็น 2 ฝ่าย จึงต้องขออาศัยบารมีของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินจัดงาน ทำให้ บรรยากาศความร้าวฉานหายไปกลับสู่ภาวะปกติ ขอให้ ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ทหาร ตำรวจ ร่วมมือกัน ไม่ได้หรูหราฟุ่มเฟือยหรือเสียหายอะไร ถ้าเขาไม่มาก็ให้รู้ไปเลยว่าปฏิเสธ งานนี้ทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เอาเถอะจะได้ รู้ใจกันตอนนั้น จะได้รู้เลยว่าซีกหนึ่งจะทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน  อีกซีกหนึ่งไม่ทำ  ก็เป็นอันว่าจะได้รู้ว่าคุณคิดอย่างไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา บอกแล้วว่าอาศัยพึ่งพระบารมี  

ขอดับชนวนร้าวฉานในบ้านเมือง

“มีโอกาสได้ถวายรายงานนี้ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระองค์ตรัสขอให้สำเร็จ  ผมก็รับด้วยเกล้าฯและนำมาถ่ายทอด  และได้ถวายรายงานด้วยว่าเมื่อมาเป็น รมว.กลาโหม ก็ทำหน้าที่กับทางฝ่ายทหาร สถานะงานที่รัฐบาลทำได้ เพราะฝ่ายทหารรับประกันว่าไม่มีเหตุที่จะทำให้เกิดเหตุ รัฐบาลกับฝ่ายความมั่นคงเข้าใจกันได้ดี ไม่มีเรื่องที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินจะต้องมีความลำบากพระราชหฤทัย ในฐานะผู้นำรัฐบาล วันนี้มาขอความร่วมมือท่านทั้งหลายที่เป็นพสกนิกรด้วยกัน ในใจจะคิดอย่างไรสุดแท้แต่ แต่คิดว่าควรอาศัยบารมีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินดับชนวนความร้าวฉานในบ้านเมือง ใครฟังแล้วจะคิดอ่านอะไร โปรดอย่าไปตีความอย่างอื่น ขอเข้าใจกันอย่างเดียวเราทำให้บ้านเมืองเรากลับไปเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาขัดแย้ง เหตุที่เกิดความขัดแย้งชนิดแบ่งฝักสองฝ่าย ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีเหตุผลพอที่จะมาร้องขอที่จะไม่ทำให้เรื่องนี้ยืดเยื้อกันต่อไป” นายสมัครกล่าว

(ไทยรัฐ)

***********************************

".... ถ้าเขาไม่มาก็ให้รู้ไปเลยว่าปฏิเสธ งานนี้ทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เอาเถอะจะได้ รู้ใจกันตอนนั้น จะได้รู้เลยว่าซีกหนึ่งจะทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน  อีกซีกหนึ่งไม่ทำ  ก็เป็นอันว่าจะได้รู้ว่าคุณคิดอย่างไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา บอกแล้วว่าอาศัยพึ่งพระบารมี ....."

-------------------------------------------------------------
อาการโหนฟ้าแบบนี้ ทำให้รู้ได้เลยว่านายรัฐมนตรีจะอาศัยเหตุการณ์นี้ทำลายความชอบธรรมของฝ่ายตรงข้าม

ใช้เรื่องสถาบันลงมาเล่นเป็นการเมือง...ซึ่งรัฐบาลดีๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของประชาชนทั้งประเทศไม่สมควรทำ

ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น คือ ตำแหน่งตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ตำแหน่งที่ใครคนใดคนหนึ่งจะใช้เพื่อประโยชน์ในทางการเมือง หรือทำร้ายประชาชนที่คิดแตกต่างจากตนเอง

ทั้งๆที่รู้ว่ามีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ยังดันมาเอาเรื่องนี้พิสูจน์ใจกัน..บ้าหรือเปล่า

วันที่ 12 สิงหาคม เค้าก็ทำให้เห็นแล้ว อันการถวายความจงรักภักดีนั้นเป็นหัวใจของประชาชนคนไทยทุกคน

ใครก็จัดงานได้ ไม่จำเป็นว่าต้องที่ท้องสนามหลวง หรือที่ซึ่งรัฐบาลจัดให้

อย่าคิดว่าตนเองทำตามหน้าที่แล้วคนอื่นไม่มาร่วมกลายเป็นคนคิดเป็นอย่างอื่น

วิธีการเช่นนี้ นายสมัครก็เคยอยู่ในกลุ่มยานเกราะ ที่ปลุกระดมให้เกิดเหตุร้ายในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มาแล้ว

เวลาผ่านมานานแมกไม้ยากกลับกลาย สันดานคนก็ไม่เปลี่ยนไปจริง ๆ

ถ้าจะจับความกันจริงๆ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เริ่มเรื่อง
"เราจะสู้เพื่อในหลวง" มาก่อนใครๆ

ชี้เป้าให้ทางการดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูง จนตนเองถูกดำเนินคดีไปด้วย

ชี้เป้าให้รัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมัคร ต้องลาออกจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูง

นั่นยังไม่พิสูจน์ว่า ฝ่ายไหนคิดอย่างไรอีกหรือ

ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนั้น ทำมาก่อน ทำมานาน และยังทำอยู่

แต่รัฐบาลคิดไป ทำไป ไม่มีแผนงานมาก่อน แล้วจะเอาเรื่องแบบนี้ย้อนไปใส่ฝ่ายตรงกันข้าม

บอกตรงๆ คิดมักง่ายเกินไป

คนที่เค้าไม่ชอบใจรัฐบาล เค้าก็ไปทำของเค้าเองได้ ไม่ต้องมาตามไปฟังเพลงที่นายกรัฐมนตรีร้องในวันสำคัญเช่นนั้น

เวทีถวายพระพร เวทีเฉลิมพระเกียรติ คนไทยทุกหมู่เหล่าเค้าร้องเพลง สดุดีมหาราชา และเพลงพระราชนิพนธ์

ไม่มีใครบ้ามาใช้เวทีอันศักดิ์สิทธิ์ มาร้องเพลงตามใจฉัน เสียงยังกะควายออกลูกให้ประชาชนฟังแบบนั้น

แหม...เปรียบเรือน้อย ล่องลอย...อะไรนั่น ควายร้องยังฟังไรกว่าเยอะเลย

เรื่อง "สมัครโหนฟ้า" มีคนไทยหลายคนคิด แต่ไม่ค่อยมีคนเขียน แต่ไปเจอบทความของมติชนเค้าตั้งข้อสังเกตไว้ดี ลองอ่านดูครับ

แต่พูดก็พูดนะ ถ้าหากพันธมิตรเค้าจัดงานถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา 2551

รัฐบาลของนายสมัครจะมาร่วมงานกับเค้ามั๊ย

ถ้านายสมัครไม่กล้ามา ก็รู้ได้เลยว่านายสมัครคิดยังไง

เอายังงั้นเลยดีมั๊ยหมัก...เอามั๊ย ๆ ๆ ๆ


แคน ไทเมือง

*************************************

'สมัคร' คนโหนฟ้า

:โดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ

อาการของ'สมัคร' ณ วันนี้..คล้ายคลึงกับอาการของ'พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร' อย่างยิ่ง ซึ่งหลังจาก'พ.ต.ท. ทักษิณ' ประกาศ'เว้นวรรค' ได้สักพัก ก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ อีกคำรบหนึ่ง โดยอ้างเหตุเรื่องการจัดงานพิธีถวายเจ้านาย

'สมัคร สุนทรเวช' นายกรัฐมนตรี และรมว. กลาโหม แถลงข่าวการจัดงาน'116 วันจากวันแม่ถึงวันพ่อ" เป็นครั้งแรก ผ่านรายการ 'สนทนาประสาสมัคร' เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งนอกจากจะให้เหตุผลในการจัดงานเพื่อถวายเจ้านายทั้ง 2 พระองค์แล้ว

เขายังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า '...เป็นการอ้างเหตุขอบารมีเจ้านายมาดับชนวน แบ่งซีกกันอย่างนี้ ผมก็ต้องพยายามไม่ให้แบ่งซีก..'

หลังจากนั้นมีคำยืนยันจากปาก'สมัคร' อีกครั้งในขณะร่วมงานที่วัดยานนาวา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ว่า 'ในยามที่บ้านเมืองแตกแยก ผมก็ต้องพึ่งบารมีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน... ใครจะอะไรยังไงต่อไป แต่กระผมจะไม่ใช่คนริเริ่ม จะไม่เป็นฝ่ายไปทำความรุนแรง'

ทำให้สังคมอดสงสัยไม่ได้ว่านายกฯ ที่ประกาศตัวว่า เป็น'คนเลือดสีน้ำเงิน' มุ่งมาดปรารถนาจัดงานเทิดราชบัลลังก์อย่างแท้จริง

หรือมีวาระซ่อนเร้นกันแน่ ?

ไม่เช่นนั้นคงไม่ป่าวประกาศ'เหตุผลระหว่างบรรทัด' ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ

บิ๊กการเมืองหลายคนวิจารณ์ว่า อาการของ'สมัคร' ณ วันนี้ดูแล้วคุ้นๆ และคล้ายคลึงกับอาการของ'พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร' อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงปลายรัฐบาล'ทักษิณ 2' อย่างยิ่ง ซึ่งหลังจาก'พ.ต.ท. ทักษิณ' ประกาศ'เว้นวรรค' ได้สักพัก ก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ อีกคำรบหนึ่ง โดยอ้างเหตุเรื่องการจัดงานพิธีถวายเจ้านาย

อย่างไรก็ตามถ้าเปรียบเทียบวิบากกรรมของนายกฯ คนที่ 23 กับนายกฯ คนที่ 25 จะพบว่า'สมัคร' ตกอยู่ในอาการ'คางเหลือง' และ'ปางตาย' กว่า'พ.ต.ท. ทักษิณ' หลายเท่า

เนื่องจาก'พ.ต.ท. ทักษิณ' ในวันนั้น ถูกตราหน้าว่าเป็น'ผู้นำที่ขาดความชอบธรรม' หลังครอบครัว'ชินวัตร' เทขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้เทมาเส็กของสิงคโปร์ โดยไม่เสียภาษี

ขณะที่'สมัคร' ในวันนี้ กำลังจะถูกชี้หน้าว่า เป็น'ผู้นำที่มีปัญหาทางกฎหมาย' หลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 5 คดี ใน 3 ศาล อาทิ คดีหมิ่นประมาท' สามารถ ราชพลสิทธิ์' อดีตรองผู้ว่าราชการกทม. ซึ่งอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์(แพ้ในคดีศาลชั้นต้น)  คดีชิมไปบ่นไปซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ

คดีความทั้งหมดนี้อาจทำให้เขาขาดคุณสมบัติจากการเป็นนายกฯ !

จึงไม่แปลกอะไรหาก'สมัคร' จะหลุดปากต่างกรรมต่างวาระด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า'ใครๆ กลัวศาลทั้งนั้น'

อย่างไรก็ตาม'คนใกล้ตัว' ผู้นำฝีปากกล้าเผยว่า'สุดยอดความกลัว' ของ'สมัคร' หาได้อยู่ที่ศาลไม่ หากแต่อยู่ที่' คน' นายสมัครเข้าใจว่าเป็น'คนชี้ทิศตุลาการภิวัฒน์'

ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการยักคิ้วหลิ่วตาให้'ลูกหาบพปช' (พรรคพลังประชาชน) ออกมาเย้วๆ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550  โดยอ้างว่า ต้องการตรวจสอบองคมนตรีที่เข้าไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ในบริษัทเอกชนหลายแห่ง

แม้ในเวลาต่อมา ข้อเสนอดังกล่าวจะถูกปิดเกมอย่างรวดเร็วด้วยการออกมาปฏิเสธโดย'มือกฎหมายรัฐบาล' เพราะเกรงว่าการรื้อ'รัฐธรรมนูญสีเขียว' จะล่มทั้งขบวน หากไปแตะเอาองคมนตรี เข้า

แต่อย่างน้อย 'ปากสกปรก' ก็ได้ส่งสัญญาณตรงถึง'มือที่มองไม่เห็น' แล้วว่า'รู้นะว่าคิดอะไรอยู่ อย่าให้มันมากไป'

และทำให้'สัญญาลับ' ที่'สมัคร' เคยให้ไว้กับ'นายใหญ่' นั่นคือ จะไม่ยุบสภา ไม่ลาออกจนกว่างบประมาณปี 2552 จะผ่าน และการเตรียมความพร้อมเรื่องไพร่พลในกระทรวงมวลชนเสร็จเรียบร้อย มีความเป็นไปได้สูงขึ้น

แต่พลันที่'สมัคร' อ้างเหตุขอพึ่งพระบารมี จัดงาน'116 วันจากวันแม่ถึงวันพ่อ' อายุขัยนายกฯ คนที่ 25 ก็เหมือนจะถูกต่อออกไปอีก 3 เดือน (ถึงเดือนธันวาคม) จากเดิมที่ทำท่าว่า จะสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือนกันยายน เพราะทั้ง'นายใหญ่' กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึง'อำนาจที่ 3' คงไม่อยากถูกโยนข้อหาขัดขวางการจัด'งานมงคลของประเทศ' ใส่ เนื่องจากเป็นเรื่องอ่อนไหวสำหรับคนไทย

อย่างไรก็ตามปลายทางนายกฯ คนที่ 25 ที่เคยบอกเล่า ให้คนใกล้ชิดฟัง กลับมิได้สิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2551 แต่'สมัคร' ต้องการครองอำนาจไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เพื่อจารึกลงประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่าบุคคลที่ถูกมองว่าเป็น'นอมินี' อย่างเขา สามารถเป็นนายกฯ ได้ครบปี

จึงทำนายได้ว่า'สมัคร' จะก่อวีรกรรม'คนโหนฟ้า' อีกหลายระลอก!!!

มติชน

ปชป.อัด 'สมัคร' สร้าง 10 ชนวนขัดแย้ง

นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการ 116 วันจากวันแม่ถึงวันพ่อ เพื่อความสมานฉันท์ ว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มโครงการ แต่ตนเชื่อว่าโครงการนี้จะสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเป็นหลัก แต่ที่ผ่านมา นายสมัคร ในฐานะผู้นำการบริหารประเทศ กลับมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงก่อให้เกิดชนวนเกิดความขัดแย้งแยกย่อยได้เป็น 10 เรื่อง

1.เริ่มแรกที่นายสมัครเข้ามาทำงาน ก็ได้พูดเรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 โดยระบุว่ามีคนตายเพียง1 คน

2.ที่ระบุว่าผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบ มีสาเหตุมาจากการอดอาหารและทับกันตาย

3.ที่อ้างว่ามีมือสกปรก อีแอบผมขาว และมือที่มองไม่เห็นจ้องล้มรัฐบาล

4.มีขบวนการวางแผนปฏิวัติล้มรัฐบาล แต่สุดท้ายก็โทษว่าเป็นความผิดของสื่อ

5.เหตุการณ์ปะทะคารมและมีปัญหากับสื่อหลายครั้ง

6.การที่รัฐฐาลผลักดันแก้รัฐธรรมนูญ

7.นายสมัครเคยระบุว่าจะสนับสนุนให้มีการล้างแค้นทางการเมือง

8.การประกาศว่าจะสลายม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยระบุว่าจะใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด

9.จัดรายการสนทนาประสาสมัคร เพื่อเป็นช่องทางโจมตีผู้อื่น และ

10.สนับสนุนให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ใช้สื่อของรัฐจัดรายการความจริงวันนี้ เพื่อโจมตีผู้อื่น โดยเฉพาะองค์อิสระ

ซึ่งทั้ง 10 ข้อคือชนวนความขัดแย้ง หากรัฐบาลไม่จริงจังที่จะสมานฉันท์ ตนคิดว่า 365 วันก็ไม่สามารถทำได้

ดังนั้น นายกฯ ต้องทำเป็นตัวอย่าง โดยงานแรกที่ต้องทำ คือถอดรายการความจริงวันนี้ ออกจากสถานีโทรทัศนเอ็นบีที

เพื่อจะได้แสดงออกถึงการเริ่มต้นสร้างความสมานฉันท์
 
**********************************************

http://www.oknation.net/blog/canthai/2008/08/21/entry-3
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 21-08-2008, 10:50 »

อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน

******************************
ถ้าหากจะดึงเรื่อง "สมัครโหนฟ้า" มากล่าว ไม่นับสมัยยานเกราะเมื่อห้วงหลัง 14 ตุลา 2516 - 6 ตุลา2519

เมื่อ เร็วๆ นี้ก็จะเห็นว่า นายสมัคร แอบอ้างเอาเรื่อง ปปช. แต่งตั้งมาโดยไม่มี "พระบรมราชโองการ" ซึ่งเป็นความใน พรบ. ปปช. 2542

แต่ในความเป็นจริง สำนักราชเลขาธิการท่านอธิบายมาแล้ว โดยขอให้เปิดชั้นความลับในหนังสือดังกล่าว

จะว่าไปโดยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น่าจะสามารถขอดูหนังสือนั้นได้ แม้จะกำหนดชั้นความลับไว้ก็ตาม เพราะอำนาจของนายกรัฐมนตรี ย่อมมีมหาศาล

ทำไมต้องไปรบกวนให้ สำนักราชเลขาธิการทำเรื่องขอมาให้เปิดชั้นความลับ

เรื่องนายสมัคร โหนฟ้า...ก็ไม่วายแขวะไปทาง "องค์กรอิสระ" ต่าง ๆ ซึ่งโดยหลักจะต้อง "มีพระบรมราชโองการ"

นายสมัครลืมไปว่า องค์กรอิสระที่มีอยู่นั้นได้รับรองในมาตรา 298-299 ในรัฐธรรมนูญ 2550 ไปเรียบร้อยแล้ว

เนื่องเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่าง รัฐธรรมนูญ 2549 มาเป็นรัฐธรรมนูญ 2550 และ ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยรับรองความถูกต้องไว้อีกชั้นหนึ่ง

ตามคำขอของ ทนายความฝ่ายทักษิณนั่นแหละครับ

หลักวิชา "โหนฟ้า" ของนายสมัครในกรณีนี้ ลิ่วล้อต่างรับลูกกันมาเคลื่อนไหว ให้ข้อมูลผิดๆ ต่อสาธารณะ โดยนายสมัครลอยตัวเหนือปัญหา

ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้เปิดเกม "โหนฟ้า" อ้างเรื่อง "พระบรมราชโองการ" ขึ้นมาก่อน

นายสมัครโหนฟ้าก็โหนไป ทำได้เท่าที่ควรทำและไม่มีใครต่อว่านายสมัครเพราะประชาชนทุกคนรักฟ้า...อย่าว่าแต่ 3 เดือนแค่นั้น

ประชาชนทุกหมู่เหล่ายินดีเต็มใจทำกันตลอดทั้งชีวิต มืใช่แค่เวลา 116 วันเท่าที่รัฐบาลประกาศออกมาเท่านั้น

แต่ถ้าสมัครคิด "โหนฟ้า" เพื่อมาทำลายความชอบธรรมของ "มหาวิทยาลัยราชดำเนิน"

สมัครจะต้องคิดผิด เพราะพันธมิตรฯ ประกาศตั้งแต่ปี 48-49 "เราจะสู้เพื่อในหลวง" มาตั้งแต่ต้น

แม้ภาพพจน์เก่าๆ ของสมัครที่บอกว่า "มีเลือดสีน้ำเงิน" ที่ใครก็ลบล้างได้ยาก

แต่ต้องไม่ลืมว่าการกระทำของรัฐบาลนอมินีของสมัคร ก็ถูกแฉว่ากำลังขายชาติทำให้ชายแดนลุกเป็นไฟ จนถึงขั้นสูญเสียอธิปไตยและดินแดน

เมื่อไปกระแซะ "ลูกจีนรักชาติ" จึงโดนตอกกับว่า "ลูกพระยาหอกหักขายชาติ"

ผลดีประการหนึ่งของลีลา "โหนฟ้า" ของสมัครนอกจากจะจะทำเพื่อดิสเครดิตพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

แต่หลักวิชาโหนฟ้าของสมัคร ก็ทำให้ทักษิณและลิ่วล้อหน้าแตกวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศแล้ว

รัฐบาลหอกหักขายชาติ จะโหนฟ้ามาทำอะไรที่เป็นการ "โกงกินชาติ" ด้วยการอนุมัติงบประมาณอะไรบ้างและลบล้างหลักการรัฐธรรมนูญอะไรอีกบ้าง

เพราะหากจะ "อิงฟ้า" หรือ "โหนฟ้า" ต้องกลับไปฟังพระราชดำรัสที่องค์พระประมุขตรัสแก่บรรดา "ตุลาการ" หลายครั้งหลายคราในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ถ้าจะอิงฟ้าโหนฟ้า ต้องให้ประชาชนมั่นใจว่านั่นเป็น "พระราชประสงค์" ที่แท้จริง

อย่าได้"อิงฟ้า โหนฟ้า" กระทำชั่วช้าเลวทรามต่อประเทศชาติเป็นอันขาด

การขอพึ่งพระบารมี นั้นถูกต้องแล้ว เพราะคนไทยทุกคนก็อาศัยพระบารมีของพระองค์ผู้ทรงเป็นหลักชัยของแผ่นดินคุ้มเกล้าฯคุ้มกระหม่อมทั้งนั้น

และหากศาลท่านพิจารณาคดีของนายกรัฐมนตรี หรือยุบพรรคการเมือง ก็ขอให้ยอมรับ "พระบารมี" อย่าได้ออกมากล่าวหาแบบคนไม่มีหลักการอีกเลย

อย่ายึดถือคติ "ข้าไม่ผิด ข้าถูกกลั่นแกล้ง" เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังไม่มีแผ่นดินอยู่ในขณะนี้

ประเทศชาติจะได้ดำเนินไปอย่างสงบสุขกันเสียที

ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีต้องยึดมั่นคำพูดของตนว่าจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ใครจะออกฤทธิ์ออกเดชยังไง รัฐบาลจะอดทน

เพื่อให้เหตุการณ์สงบ...อย่าได้ออกมาข่มขู่ แตกหัก หรือบอกว่าจะให้สันติบาลตรวจสอบให้เป็นเหตุให้เกิดความบาดหมางอีกต่อไป

มิฉนั้นตัวนายกรัฐมนตรี จะโดนข้อหาหนักจากประชาชนผู้เฝ้าสังเกตการณ์ไปไม่พ้น

เมื่อมาบอกว่า "ดูซิว่าพวกที่ไม่มาร่วมคิดยังไง"

นี่คือหลักอิงฟ้า ใช้หอกทมิฬ แทงทมิฬ

แต่รัฐบาลต้องทำให้เห็นว่า ได้เร่งรัดคดีความของนายจักรภพ เพ็ญแข หรือแม้แต่คดีของนายวีระ มุสิกพงศ์ ให้ดำเนินไปอย่างไม่ติดขัด

อย่าลืมซะล่ะ ถ้าพันธมิตรคิดจัดงาน "5 ธันวามหาราช" นายสมัครและพรรคพวกต้องมาร่วมนะ...

ถ้าไม่มาก็ให้รู้กันไปเเลยว่า พวกนายสมัครคิดยังไงกับสถาบันฯ

แคน ไทเมือง
บันทึกการเข้า

อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #2 เมื่อ: 21-08-2008, 12:49 »

ก็สมัครกำลังเท้าลอย เป็นหังหน้าพลังโจรแบบตัดแปะ ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน

กะฝ่ายพธม ก็ไม่เผาผีกันอยู่แล้ว

ครึ่งตัวไปอยู่ในคุก

แล้วจะให้สมัครพึ่งใคร

รัฐบาลนอมินี ถึงจะชั่ว แต่มันยังไม่โกงแบบจะจะ ปชชก็ ยังไม่อยากเลือกตั้งใหม่

สมัครโหนฟ้าขวาจัด ทำให้ประชาชน บางส่วนสบายใจ ว่ามันจะไม่ทำอะไรเลวๆ ที่ลิ่วล้อแม้วมันอยากทำ
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #3 เมื่อ: 21-08-2008, 13:57 »


".... ถ้าเขาไม่มาก็ให้รู้ไปเลยว่าปฏิเสธ งานนี้ทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เอาเถอะจะได้ รู้ใจกันตอนนั้น จะได้รู้เลยว่าซีกหนึ่งจะทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน  อีกซีกหนึ่งไม่ทำ  ก็เป็นอันว่าจะได้รู้ว่าคุณคิดอย่างไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา บอกแล้วว่าอาศัยพึ่งพระบารมี ....."


เอกชน คนไทยที่จงรักภักดีร่วมกัน ริเริ่มร่วมกันจัดงานเฉลิมฯ ที่สนามหลวงกว่า 10 ปีต่อเนื่องยิ่งใหญ่มาทุกปี ยกเว้น 5 ธันวาคม 2549 ที่อดีตนายกฯพล.อ.สุรยุทธ์ ถูกวางยา ทำลายชื่อเสียง ความนับถือ....!!!

คนไทยที่จงรักภักดีต่อในหลวง ไม่เคยสำราก ".... ถ้าเขาไม่มาก็ให้รู้ไปเลยว่าปฏิเสธ งานนี้ทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เอาเถอะจะได้ รู้ใจกันตอนนั้น จะได้รู้เลยว่าซีกหนึ่งจะทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน  อีกซีกหนึ่งไม่ทำ  ก็เป็นอันว่าจะได้รู้ว่าคุณคิดอย่างไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา บอกแล้วว่าอาศัยพึ่งพระบารมี ....."

คณะจัดงานเชิญชวนว่าใครว่าง สะดวก ก็ไปรวมกันที่สนามหลวง ใครมีปัญญา ความสามารถ มีสถานที่กว้างขวาง ก็รวมกันจัดในสถานที่นั้น บางหมู่บ้านก็จัดภายในหมู่บ้าน แล้วแต่สะดวก แล้วแต่พอใจ คณะจัดงานฯ ก็ไม่เคย ขู่เข็ญบ้านข้างเคียงให้มาร่วม....





ถ้าจำเลยหลบหนีคดี หลบหนีหมายจับของศาลยุติธรรม จำเลยถูกพิพากษาจำคุก รออุทธรณ์ พ่อเล้า แม่เล้า จะจัดงานฯ แล้วสุจริตชนจำเป็นต้องไปร่วมงาน ไปประทับตรา'หน้า(ดอก)ทอง'ให้ด้วยฤา.....? 



ปล. คนไทยรุ่นใหม่ ไม่ได้ไหว้คนห่มเหลืองทุกคน....
ถ้าเขาจะไหว้ก็ไหว้ผ้าเหลืองสัญญลักษณ์ของพระสงฆ์ ไม่ได้ไหว้โจรผู้ร้ายที่ห่มผ้าเหลืองนั้น...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-08-2008, 14:00 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: [1]
    กระโดดไป: