ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
15-04-2021, 07:22
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "ประดาบ" มาแล้ว...เชิญชาวเสรีไทยโต้แย้ง... 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"ประดาบ" มาแล้ว...เชิญชาวเสรีไทยโต้แย้ง...  (อ่าน 1476 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 18-08-2008, 10:19 »

รัฐธรรมนูญ กับ ศาล    
 
วันที่ 18 ส.ค. 2008 - 04:19:52 น. 
โดย ประดาบ

มีข้อพึงสังเกต ที่มิอาจจะข้ามไปได้ สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทย ในกำมือตุลาการภิวัฒน์  ดังเช่นกรณีนี้...

          1. รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 30 เขียนไว้ว่า...

          บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน

          ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

          การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายและสุขภาพ สถานะของบุคคล สถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม  ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา อบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้

          2. วันที่ 31 กรกฎาคม 2551 ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาลงโทษ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน ข้อหา ร่วมกันหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยอุบาย และร่วมกันแจ้งข้อความเท็จให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ โดยจงใจเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ว่า

          "..จำเลยทั้งสามเป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ และสังคมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะกระทำผิดฐานให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี จำเลยที่ 2 เป็นภริยาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับผู้บริหารประเทศ จำเลยทั้งสามจึงนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย แต่จำเลยทั้งสามกลับร่วมกันกระทำการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อสังคมและระบบภาษี ทั้ง ๆ ที่จำนวนค่าภาษีอากรที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระตามกฎหมายและจำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ชำระแทนในที่สุดนั้นเทียบไม่ได้กับจำนวนทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 และครอบครัวมีอยู่ในขณะนั้น การที่จำเลยที่ 1 จะชำระภาษีอากรไปตามกฎหมายเช่นพลเมืองทุกคน จึงมิได้มีผลกระทบต่อฐานะของจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามจึงร้ายแรง

          พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบายหรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร จำคุกจำเลยทั้งสาม  คนละ 2 ปี ฐานโดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจ ร่วมกันแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 และ  ที่ 2 คนละ 3 ปี..."

          ด้วยเหตุที่ ศาล เป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และ ต้องปฏิบัติหน้าที่ อำนวยการความยุติธรรมแก่บุคคลทั่วไป ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ  ผมจึงมีเหตุที่จะต้องตั้งข้อพึงสังเกต ดังนี้....

          1. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เป็นผู้กระทำความผิดข้อหาร่วมกันหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยอุบาย และร่วมกันแจ้งข้อความเท็จให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ โดยจงใจเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ที่ศาลพิพากษาจำคุก โดยไม่รอลงอาญา และจัดเป็นการกระทำผิดร้ายแรง เนื่องจาก คุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นผู้มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม สูง ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ชัดเจนว่า ไม่สามารถนำเหตุที่บุคคลมีสถานะทางเศรษฐ กิจและสังคม มาเป็นข้ออ้างในการเลือกปฏิบัติ ได้ แต่ศาลได้นำ ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร มาเป็นเหตุแห่งการลงโทษ และกล่าวย้ำเหตุนี้ติดต่อกันถึง 5 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของคำพิพากษาของศาล ต่อกรณีนี้ อย่างชัดแจ้งและเปิดเผย

          2. หากนำกรณีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ไปเปรียบเทียบกับ กรณีนางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล ภริยาของนายจรัล ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ฉ้อโกงที่ดินของบุคคลอื่น  พึงต้องตั้งคำถามต่อศาลว่า เหตุใดนางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล จึงได้รับความเมตตาจากศาล  ให้ได้รับค่าชดเชยการพัฒนาที่ดิน เป็นเงิน 10 ล้านบาท จากเจ้าของที่ดิน ซึ่งถูกนางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล ฉ้อโกง และศาลก็พิพากษาว่านางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล มีความผิดข้อหาฉ้อโกง จริง  ทั้งๆ ที่นางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล เป็นภริยานายจรัล ภักดีธนากุล ข้าราชการตุลาการชั้นผู้ใหญ่  เป็นผู้มีสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ สูง ซึ่งนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย แต่นางทีปสุรางค์ ภักดีธนากุล กลับร่วมกันกระทำการฉ้อโกงบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณต่อตนเอง  อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อสังคมและเจ้าของที่ดิน

          3. หากนำกรณีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ไปเปรียบเทียบกับกรณีท่านผู้หญิงจิตราวดี จุลานนท์ ภริยา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี บุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง สร้างบ้านพักตากอากาศ และจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ยอมย้ายออก  ไม่ยอมคืนที่ดินให้แก่รัฐ แต่กลับยักย้ายถ่ายเทที่ดินเขายายเที่ยงไปให้แก่บุตร ครอบครองต่อ ราวกับว่าเป็นที่ดินของตนเอง มิใช่ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐ ได้แจ้งแล้วว่าเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่มีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของ และมีผู้แจ้งความดำเนินคดีต่อท่านผู้หญิงจิตราวดี จุลานนท์ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี  ไว้แล้ว  กระบวนการยุติธรรม ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ พนักงานสอบสวน  พนักงานอัย การ และ ศาล  จะใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร หรือไม่  เนื่องจากท่านผู้หญิงจิตราวดี จุลานนท์ เป็นภริยาแม่ทัพภาคที่ 2 ภริยาผู้บัญชาการทหารบก ภริยาองคมนตรี และ ภริยานายกรัฐมนตรี  มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูง สามารถซื้อที่ดินสร้างบ้านพักตากอากาศ ที่ใดก็ได้ และ การคืนที่ดินที่ครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้แก่รัฐ ก็มิได้กระทบต่อฐานะทางเศรษฐกิจของท่านผู้หญิงจิตราวดี แต่อย่างใด  นอกจากนี้ ในขณะที่ครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาตินั้น เป็นเวลาเดียวกับที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ หรือ นปม. ในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติเขายายเที่ยง ด้วย  จึงมิอาจจะอ้างได้ว่าไม่รู้ว่าพื้นที่ที่ครอบครอง เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ   ย่อมแสดงให้เห็นว่า ท่านผู้หญิงจิตราวดี จุลานนท์ จงใจที่จะบุกรุกและครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ กล่าวได้ว่ามีเจตนาที่จะฉ้อโกงที่ดินของรัฐ อย่างชัดแจ้ง กรณีเช่นนี้ จึงต้องติดตามดูว่า พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และ ศาล จะตัดสินอย่างไร หลังจากที่ ป.ป.ช. ปฏิเสธที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ ไปแล้ว  ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้หญิงจิตราวดี จุลานนท์ กระทำความผิดตามกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ ไม่เป็นธรรมต่อสังคมและระบบการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และไม่ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ของตนเอง

          คำถามอันเกิดจากข้อสังเกต 3 ข้อ นี้ เป็นคำถามที่น่าจะทำให้ผู้ใช้อำนาจตุลาการ ที่มีความสุจริตใจ เที่ยงตรง ซึ่งอยู่นอกเครือข่ายตุลาการภิวัฒน์ ต้องกระอักกระอ่วนใจที่จะตอบ แต่หากไม่ตอบก็จะทำให้ข้อกล่าวหาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ได้รับความเชื่อถือ เห็นคล้อยตามจากประชาชนทั้งในประเทศ และชาวต่างชาติที่กำลังจับจ้องมาที่กระบวนการยุติธรรม และ ศาลของประเทศไทย อย่างไม่วางตา ด้วยความคลางแคลงสงสัย ว่าข้อกล่าวหาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นความจริงเช่นนั้นหรือ?

          การที่ศาลได้สร้างบรรทัดฐาน นำฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม มาเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาลงโทษผู้กระทำความผิด และให้ถือว่าหากผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม สูง กระทำความผิด จะถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรง ไม่มีเหตุให้ต้องบรรเทาโทษ  ต้องลงโทษเด็ดขาด ไม่รอการลงโทษ เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ของตนเอง เช่นนี้แล้ว  ก็มิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ที่ศาลจะต้องใช้บรรทัดฐานที่สร้างขึ้นนี้ เป็นปัจจัยในการพิจารณาการกระทำความผิดของบุคคลอื่น ด้วย โดยเฉพาะผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม สูง   

          มิเช่นนั้นแล้ว ศาลก็คงไม่พ้นข้อกล่าวหา "เลือกปฏิบัติ" ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 ดังที่ผมได้ยกมากล่าวอ้างไว้ข้างต้น

.................................................

หมายเหตุ : กรณีพนักงานสอบสวน ให้ประกันตัวนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ ไม่ให้ประกันตัว นางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดาร์ ตอปิโดร์" ทั้งๆ ที่ถูกกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน ว่ากระทำความผิด ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เหมือนกัน และมีพฤติกรรมการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน  ก็จัดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 เช่นเดียวกัน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ที่กระทำการขัดรัฐธรรม นูญ 

 

ปล. ผมไม่ได้หายไปไหน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยังคงห่วงหาอาทรเพื่อนร่วมทางที่มีหัวใจดวงเดียวกันเสมอมา และพยายามค้นหาแนวทางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอยู่เสมอ ไม่ได้ละทิ้งภารกิจตามอุดมการณ์  ไม่ได้ทอดทิ้งเพื่อร่วมทาง และ ไม่ได้เล่นตัว จนต้องมีเสียงถามหา หากแต่ต้องการรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับคนในครอบครัว "ชินวัตร" ว่า จะไม่มี Hi-thaksin และ ประดาบ อีกต่อไป   

          แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองดำเนินมาไกลถึงเพียงนี้  การทำงานของผม ก็คงเป็นไปในฐานะนักสังเกตการณ์อิสระคนหนึ่ง  มิใช่ในฐานะ Hi-thaksin ที่อาจจะนำความเดือดร้อนไปถึงครอบครัว "ชินวัตร" ดังเช่นที่กังวลกัน อีก 

          แล้วพบกันอย่างสม่ำเสมอ ที่นี่   ที่เดียว

          เกือบลืม... ช่วยกันบริจาคเพื่อต่อลมหายใจแก่ ประชาไท ด้วยนะครับ

ประดาบ

http://www.thai-grassroots.com/index.php?pid=1ga85g132adbe&id=1917


หมายเหตุลุงแคน

ผมมีคำตอบในใจอยู่แล้ว...แต่อยากฟังความเห็นเพื่อนๆ ครับ

อ้อ...การลดโทษให้ วีระ มุสิกพงศ์ กรณี คดีหมิ่นฯเบื้องสูง ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

กรณีตำรวจปล่อยให้นายจักรภพ เพ็ญแข ยังลอยนวล หมายถึงเลือกปฏิบัติหรือไม่

กรณี ศาลให้ประกัยตัวทักษิณกับเมีย จนเป็นเหตุให้ผู้ต้องคดีหลบหนีศาล เลือกปฏิบัติหรือไม่

ทิ้งไว้ 2 - 3 ประเด็น
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 18-08-2008, 10:36 »

เพิ่งเห็นกระทู้ข้างล่าง...โทษที...

มีประเด็นโต้แย้งว่า...

โทษจงใจหลีกเลี่ยงภาษี มีอัตราโทษถึง 10 ปี แต่ศาลปรานีให้ลงโทษเพียง 3 ปี

เท่าที่อ่านมา เข้าใจว่า กระทงแรก ให้ลง 1 ปี ทั้ง 3 คน

อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษหญิงอ้อกับพี่ชาย เพิ่มคนละ 2 ปี รวมเป็น 3 ปี

แบบนี้ เลือกปฏิบัติหรือไม่

คนรวย คนจน ลูกพี่กับเลขา ลงโทษ 1 ปีเท่ากันใช่มั๊ย
บันทึกการเข้า

Matahari
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228



« ตอบ #2 เมื่อ: 18-08-2008, 10:50 »

กรณีเรื่องการโกงที่ดินของภรรยาคุณจรัล  ที่พวกนปก เคยให้เลขที่อาญาดคดี หมายเลข แล้วไปค้นหาอ่าน ก็ไม่พบว่ามี ก็เลยยังไม่เชื่อเรื่องนี้เพราะว่าไม่มีหลักฐานหาอ่านได้เหมือน เรืองคุณสัก กอแสงเรื่องที่พวกนปก  เคยกล่าว มีเลขที่ในสรรพากรก็ไปอ่าน จึงบางอ้อว่า  พวกนปก พวกเจ้าของโรงน้ำแข็ง ชอบปั้นน้ำเป็นตัว
   คือเรื่องคุณสักที่บอกว่าเลี่ยงภาษีก็ไปอ่าน คือคุณสีกยืนภงด เงินได้ 90 ตามปกติและการขายที่ก็ทำหนังสือว่าไม่จ่ายภาษีการค้า เนืองจากไม่มีอาชีพด้านขายอสังหาริททรัพย์  แต่สรรพากรประเมินว่าต้องเสียภาษีการค้า เนื่องจากคุณสักไปแบ่งโฉนด ก่อนสร้างตึก ที่สรรพากรจะตีความว่าเตรียมการขาย ถิอว่าทำธุรกิจในการขายที่ดิน  ดังนั้นต้องเสียภาษีการค้า  ก็ย้อนด่าและถามว่า ถ้ารุ้ว่าการแบ่งโฉนดโดนตีว่า ขายเป็นอาชีพ เขาจะทำไม ถ้ารุ้ว่าต้องเสียภาษีการค้า แต่พวกนปก จอมปั้นน้ำเป็นตัวก็จะบิดพุถดไม่หมดให้คนเสียหาย  เช่นเรื่องคุณจรัลก็ไปค้นหาอ่านเลขที่พวกนี้อ้างก็ไม่พบ
   เรื่องสรรพากร ...ตามกม ประมวลมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา แต่ในประเทศแทบจะไม่มีใครโดนจำคุกคือยอมเสียภาษ๊และเบี่ยปรับและเงินเพิ่ม  ก็คือถ้านังอ้อ ยอมเสียก็จบแต่ไม่จบ การที่นายประดาบอ้างว่ามีตำแหน่งแล้วเอามาเป็นบทลงโทษก็ปั้นน้าเป็นตัว การลงโทษ ก็แค่ 3-10 ปี ไม่มีการรอลงอาญาหรอกเรือง นอกจากนังอ้อ จะอุทธรณ์ ว่าจะขอเสียภาษีและเงินเพิ่ม การจำคุกก็ไม่เกิด แต่นังอ้อไม่ทำกลัวจะเสียหน้าอ้าวอย่างนี้โกงภาษี ศาลนะปราณี แค่ 3 ปีถ้าศาลแกล้งป่านนี้ 10 ปีไม่ให้ประกันหรอก
   ถ้าเป็นเราให้จำคุกไว้ 10 ปีเพราะอะไร คือ นังอ้อคือใคร เมียนายก มีธุรกิจ ทีใหญ่และมาตรฐาน มีหรือไม่มีนักกม หรือนักบัญชีที่เก่ง มีหรือไม่รุ้ว่ารายได้ไหนไม่เสีย ไม่นั้นคงไม่ทำหนังสือหารือว่า ต้องเสียมะแล้วสรรพาก็ตอบประเด็นว่า ต้องเสีย ก็รู้เน่ว่าต้องเสีย  แล้วมาอ้างว่าสรรพากรบอกว่าไม่ต้องเสีย
   แต่ที่อ้างว่าสรรพากรบอกว่าไม่เสีย ...
   นังอ้อเป็นเมียนายก บอกวาไม่เสีย สรรพากรก็บอกว่า ไม่จ่าย..
   แต่ถ้านังอ้อคือเมียตาเหลียม บอกวาไมเสีย  สรรพากรก็บอกว่าเสีย..
   การอ้างว่าสรรพากบอกว่าไม่เสีย ถ้ากม บอกว่าเสียแต่สรรพากรบอกว่าไม่เสีย คือสรรพากรก็เข้าคุก อย่างทีเห็น แต่พวกนปก จอมปั้นน้ำเป็นตัวว่า  สรรพากรบอกว่าไม่เสีย  แล้วถ้าเหลียมสั่ง ขาราชการอย่างสรรพากกล้าต้านมะ จริงนายประดาบ
   การทีศาลเอาฐานะทางสังคมว่านำมาพิจารณา ก็โกหก เพียงแต่ศาลอ้างว่าและสอนให้เห็นว่าการมีเงินมากมาย การเป็นเมียนายก ควรเป็นต้วอย่างและและการเสียภาษีก็ไม่ทำให้จน แต่อ้างว่าเอาฐานะ เหรอ แค่ 3 ปีขั้นตำและให้ประกั้นอย่างนี้เรียกว่าศาลไม่ยุติธรรมเหรอ ไม่รอลงอาญาหรอก กรณีนี้ มึแต่ยอมเสียก็ไม่จำคุก ถ้าไม่ยอมเสียก็จำคุก
  ส่วนเรื่องนังดารณ๊ นายประดาบก็ปั้นน้ำเป็นตัวอีก สนธิเขาหมิ่นเหรอ  นังดาหมิ่นมะ ทีไม่ปล่อยเพราะว่ากลีวหนีและต้องการหาคนร่วม นี้แหละสันดานเลวพวกนปก ทำไปถึงชอบดูถุกพวกเดียวกัน เอาข้อมูลทีพูโม่หมด ดุถุกว่าคนรักเหลียมโง่
  เหลียมบอกวาศาลไม่ยุติธรรมแล้วพึ่งศาลฟ้องคนอืนทำไม ทีตนเองโดนฟ้องกับเห็นว่าไม่ยุติธรรม
   
   
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 18-08-2008, 11:06 »

แหมดีเลย...ผมกำลังจะเก็บประเด็นไว้เขียนเล่น ๆ

มาตรฐานของทักษิณกับสมัคร คล้ายๆกัน

ทักษิณฟ้องพันธมิตรหลายคดี

แล้วบอกกระบวนการศาลเป็นเรืองของการตั้งธงเอาผิด ในกรณีตนเองถูกฟ้องร้อง

สมัครเอง เคยร้องเรียนนายนาม ยิ้มแย้ม ต่อ ปปช. กรณี รถดับเพลิง เค้ากำลังเรียกให้ไปชี้แจง

แต่พอตัวเองกำลังโดน ปปช. เล่นงาน กลับไปบอกว่าเค้ามาโดยมิชอบ

หรือไปปล่อยข่าวเรื่อง กกต. ปปช. ไม่มีพระบรมราชโองการ

มันไม่คิดบ้างเหรอว่า พรรคพลังประชาชนก็ไปจดทะเบียนพรรคกับเค้านั่นแหละ

เป็นตัวเป็นตน เป็น สส. กันมา ก็เพราะ กกต. รับรอง

ถ้า กกต. มาโดยไม่มีพระบรมราชโองการแล้วมิชอบ ไอ้พวก สส. ลูกแม้วทั้งหมด ก็มาโดยมิชอบตั้งแต่แรก

นายสมัครเองก็เป็นนายกโดยมิชอบสิ...

ยิ่งมาจาก ประธานรัฐสภา ที่โกงการเลือกตั้ง...โอ๊ย...ขี้เกียจพูด อิ อิ
บันทึกการเข้า

ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #4 เมื่อ: 18-08-2008, 11:15 »

พฤติกรรม'นักสังเกตุการณ์อิสระ'ของเวบประชาไท และ 'ผู้เขียนใน 'Hi-thaksin' ปกป้อง เดือดร้อนแทนทักษิณและครอบครัว แตกต่างกันอย่างไร....?


ถ้าอ่านข้อเขียนของเขา ข้อมูลโต้แย้งของคนอื่นๆ ที่ไม่เห็นพ้องด้วย....
ผมสรุปได้ว่า เขาหยิบข้อมูลบางตอนมากล่าว ละทิ้งข้อเท็จจริงบางตอนเพื่อบิดเบือน เบี่ยงเบนไปตามที่ตนเองต้องการ กล่าวร้ายผู้อื่น ใส่ความผู้อื่น เพือยก'นายใหญ่'และ ครอบครัว ให้ศรีษะพ้นน้ำครำบ้าง แม้ว่าร่างกายจะจมอยู่อย่างเดิม ก็เอา.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #5 เมื่อ: 18-08-2008, 11:23 »

'หมัก เมถุน'เคยยกย่องคณะกรรมการ กกต. เมื่อทราบข่าวว่าผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ได้ 233 คนว่ามีความเที่ยงธรรม ปฏิบัติหน้าที่อย่างยุติธรรม....!!!

เมื่อ'ยุทธ์ ตู้เย็น'ถูกใบแดง ความคิดเห็นของ'หมัก เมถุน' เหมือนจิ้งจกเปลี่ยนสีตัว.....!!

เมื่อถูกคณะกรรมการ ปปช. ตรวจสอบพฤติกรรมรับจ้างทำรายการทีวีต่อเนื่องจากเดิม ฯลฯ ก็มีความคิดว่าที่มาที่ไปของคณะกรรมการ ปปช. ไม่ชอบธรรม ไม่สนใจแม้แต่การแสดงความคิดเห็น การชี้แจงจากสำนักงานเลขาพระราชวัง ที่บอกว่าคณะกรรมการ ปปช.ถูกแต่งตั้งจาก'รัฎฐาธิปัตย์' ถูกต้องสมบูรณ์ มีอำนาจตรวจสอบนักการเมืองที่ประพฤติไม่ชอบมาพากล เช่นนายกฯนอมินี......!!!

แก่เพราะอยู่นาน กินยาหมดอายุโดยไม่รุ้ตัว.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2008, 11:26 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 18-08-2008, 11:48 »

รัฐธรรมนูญมาตราเดียว มันยังอ่านให้แตกไม่ได้ สมแล้วที่เป็นระดับลิ่วล้อ
เขียนมาเสียยืดยาว มันตายตั้งแต่บรรทัดแรกแล้ว

อ่านดีๆ นะนายประดาบ "...การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ... จะกระทำมิได้"
แปลว่ารัฐ รวมถึงศาลด้วย ย่อมสามารถ "เลือกปฏิบัติ" ได้ หากมีเงื่อนไขที่ "เป็นธรรม"

ดังนั้น ประเด็นที่ต้องโต้แย้งคือ การ "เลือกปฏิบัติ" นั้น "ไม่เป็นธรรม" หรือ "เป็นธรรม" ต่างหาก

การตัดสินให้เป็นโทษร้ายแรง เพราะเป็นบุคคลชั้นสูง ระดับนักการเมือง ผมถือว่าเป็นการ "เลือกปฏิบัติ" ที่ "เป็นธรรม" แล้ว
เพราะเป็นถึงคนระดับนั้น ย่อมรู้กฎหมายดี และควรทำตัวให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น แต่กลับกระทำผิดเสียเอง

นายประดาบ ว่าไงละ คิดว่าคำตัดสิน "ไม่เป็นธรรม" ตรงไหน
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #7 เมื่อ: 18-08-2008, 11:56 »

กรณี ภรรยา คุณจรัล ผมไม่เห็นรายละเอียด การแถลงคดีในศาล.....คิดว่า ประดาบคงนำมากล่าวอ้าง ลอย ๆ เพื่อเทียบเคียงคดี กับคุณหญิง...

แต่อยากให้มองแบบนี้ครับ...

กรณี การหลีกเลี่ยงภาษี ของคุณหญิง มันมีการแสดงเจตนา ไม่สำนึกผิดมาตลอด ถึงกับมีการกล่าวอ้างพยานหลักฐานเท็จในศาล...

เมื่อเป็นเช่นนี้ ยากที่จำเลย จะได้รับการบรรเทาคดี....


ยิ่งเรื่องคุณสนธิ ยิ่งไปกันใหญ่ ประดาบ ไปกล่าวอ้างรวม ๆ เพื่อดิสต์เครดิตกระบวนการตุลาการ...

คุณสนธินั้น ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวนโดย กรมตำรวจ ไม่ใช่ศาล..

ทำไม ประดาบ ไม่เอากรณีสนธิ ไปเปรียบเทียบ กับ เจ๊เพ็ญ ที่ เรื่องยังไปไม่ถึงไหน...

ต้องผ่าน ไม่รู้ กี่ คณะกรรมการ ในกรมตำรวจ กว่า จะถึงศาล....

เรื่องที่ดิน เขายายเที่ยง ก็ต้องลองไปถาม ดร.เหลิม ดูครับ...เห็นเย้ว ๆ จะเอาเรื่อง

แล้ว จู่ ๆ ทำไมเงียบหาย...หรือว่า ไม่เจอหลักฐานจะเอาผิด ก็เลยเงียบ..

ทำไม มันไม่ยอมพูดถึงเรื่องที่ดินวัด ที่สนามกอล์ฟ อัลไพน์มั่งล่ะ...ไอ้นั่น น่ะ ผิด เห็น ๆ ...


สรุป ไอ้ประดาบนี่ เลิกเขียนบทความ แล้วหัดมาตอบความเห็นมั่งเถอะ

เขียนบทความ แล้วหันตูดหนี ปล่อยให้คนอื่น ตีกัน.......

อาศัย เขียนหนังสือสวย เรียบเรียงเก่ง...แต่ แก่นความคิด เท่าเด็กข้างถนน....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2008, 12:35 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 18-08-2008, 12:04 »

ต้องเห็นคำพิพากษาฉบับเต็มๆ อ่ะ เพราะหลายครั้งที่ปั้นน้ำเป็นตัว

ระวังเหอะ เด๋วโดนคดีสร้างหลักฐานเท็จ ฟ้องอาญา จะเดินเข้าคุกกันเป็นแถบๆ

ปล. ว่างๆ ไปเยี่ยมดาเค้าหน่อยดิ พอเน่าแล้วถีบหัวส่ง อีกหน่อยคงไม่อยากมีใครเป็นแนวร่วม
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 18-08-2008, 12:06 »

การพิจารณาของศาลเรื่องการให้ประกันตัว เป็นดุลพินิจของศาล ประกอบป.วิอาญากระมังครับ

คงมิใช่เป็นดุลพินิจล้วน ๆ มีหลักมีเกณฑ์ให้ปฎิบัติ

คล้ายๆ การออกหมายจับ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ที่ต้องขอร้องให้ "บิ๊กแป๊ะ" ส่งทหารไปรับตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ

และเมื่ออุทรณ์ ศาลก็ให้ยกเลิกหมายจับ
บันทึกการเข้า

แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 18-08-2008, 12:33 »

คดีหมายเลขดำที่ 2715/2540 คดีหมายเลขแดงที่ 993/2547
คดีหมายเลขดำที่ 27152540 คดีหมายเลขแดงที่ 9932547

หมายเลขคดีที่ก๊อปปี้มาจากบทความของประดาบอ่ะแหละ ใครจะหาอ่านตามสะดวก
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #11 เมื่อ: 18-08-2008, 14:12 »



หมายเหตุ : กรณีพนักงานสอบสวน ให้ประกันตัวนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ ไม่ให้ประกันตัว นางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดาร์ ตอปิโดร์" ทั้งๆ ที่ถูกกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน ว่ากระทำความผิด ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เหมือนกัน และมีพฤติกรรมการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน  ก็จัดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 เช่นเดียวกัน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ที่กระทำการขัดรัฐธรรม นูญ 




แค่ข้อความนี้ ก็จบเห่ ...อ่านไปก็มองเห็นความตอหลดตอแหล มารยาสาไถย หน้าไหว้หลังหลอกตามแบบฉบับพวกลิ่วล้อระบอบเหลี่ยมมาแต่ไกล

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 18-08-2008, 14:52 »

แหะ แหะ จับได้อีกประเด็น

ทั้งหลายทั้งปวง ที่ "ประดาบ" เขียนมาเข้าข่าย "หมิ่นศาล" มั๊ยเนี่ย...อิ อิ
บันทึกการเข้า

Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #13 เมื่อ: 18-08-2008, 19:53 »

รัฐธรรมนูญ กับ ศาล    
 
หมายเหตุ : กรณีพนักงานสอบสวน ให้ประกันตัวนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ ไม่ให้ประกันตัว นางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดาร์ ตอปิโดร์" ทั้งๆ ที่ถูกกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน ว่ากระทำความผิด ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เหมือนกัน และมีพฤติกรรมการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน  ก็จัดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 เช่นเดียวกัน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ที่กระทำการขัดรัฐธรรม นูญ 

 
ป.อ. มาตรา ๑๑๒ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย
พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก
ตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

กรณีเหม่งกะทินั้นนำเรื่องคนที่ทำการดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายเผยแพร่ต่อบุคคลที่สามจึงเข้าข่ายหมิ่นประมาทแต่ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย และถ้าไม่ได้กล่าวข้อความของผู้ที่ได้แสดงความดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายก็จะหลุดเรื่องหมิ่นประมาท ขณะที่นังดาได้แสดงความดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายโดยเจตนา ฉะนั้นแม้จะผิดมาตราเดียวกันแต่เจตนาและการกระทำต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงไม่ใช่ความผิดในลักษณะเดียวกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: