ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
23-04-2021, 17:54
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  วิวาทะ ส่วนผสมสูตรสำเร็จของคอรัปชั่นไทย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
วิวาทะ ส่วนผสมสูตรสำเร็จของคอรัปชั่นไทย  (อ่าน 682 ครั้ง)
tigerfireback
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« เมื่อ: 12-08-2008, 09:36 »

โดย: editor nutthnet  -  8/10/2007 11:25:39

ส่วนผสมสูตรสำเร็จของคอรัปชั่นไทย

คุณทราบ ส่วนผสมสูตรสำเร็จของอมตะการคอรัปชั่นเมืองไทย กันไหมครับ จริงๆ มันเป็นเรื่องของสามเส้า ที่มีทั้งเย่าและเยือนไปมาหาสู่กันอย่างกลมกลืนมาอย่างช้านานแล้ว สุตรที่ว่านี้ก็คือ

1. นักการเมืองชั่ว
2. ข้าราชการเลว
3. พ่อค้าเห็นแก่ตัว


ลำพังแค่แยกอยู่เองแต่ละส่วนๆ นั่นก็สร้างความบอบช้ำแก่สังคมได้มากมายมหาศาลแล้ว แต่จะยิ่งหนักเข้าถ้ารวมกันตั้งแต่สองส่วนขึ้นไป ดังนั้นกับกรณีคอรัปชั่นซึ่งมีครบถ้วนทั้งสามส่วน จึงเป็นอะไรที่ยากจะแก้ไขได้ในบ้านนี้เมืองนี้ เพราะถ้าจะให้หมดไปต้องทำลายพันธะระหว่างสามส่วนนี้ให้ได้ และแน่นอนว่าแรงต้าน แรงเสียดทาน ที่จะต้องใช้ หรือต้องทนรับ reaction นั้นมันอาจจะเกินที่ใครคนใด หรือองค์กรไหนจะทำได้เพียงผู้เดียว. และก็น่าเห็นใจยิ่งสำหรับนักการเมืองที่ดี ข้าราชการที่ดี พ่อค้าที่ยุติธรรม ที่ต้องทนอยุ่ร่วมอาชีพ หรืออาจยังต้องทำงานด้วยกันกับคน 3 ประเภทข้างต้นนี้

เรามาเริ่มดูทีละ"ตัว" กัน โดยเริ่มจาก 3. ก่อน...
3. พ่อค้าเห็นแก่ตัว นี่คือต้นทางแห่งเส้นทางคอรัปชั่น เพราะเป็นบ่อสูบหรือตักตวงผลประโยชน์ให้กับทั้งสามส่วนได้มากที่สุด ด้วยความที่จิตวิญญาณการเป็นพ่อค้าย่อมต้องหวังผลกำไร จึงยากที่จะทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน ดังนั้นการได้รับทำงานในโครงการของรัฐ การเข้าไปฮั้วเพื่อหวังกฏระเบียบ กติกา ที่เอื้อต่อตนเอง ย่อมหมายถึงผลตอบแทนมหาศาล การลงทุนระหว่างทางที่จะให้ได้มานั้นเพียงเล็กน้อยจึงคุ้มค่าในหลักการของพ่อค้าที่เห็นแก่ตัว โดยอาจไม่ต้องสนว่าจะเป็นการทำลายระบบราชการ เป็นการทำลายสังคม และวงธุรกิจโดยรวมอย่างไร

2. ข้าราชการเลว นี่คือตัวกลาง เป็นตัวเดินเรื่องให้ลุล่วงไป จัดเป็นตัวจักรสำคัญทีเดียวในการจะกระทำผิดต่อบ้านเมืองอย่างคอรัปชั่นนี้ อาจจะด้วยความละโมบในสันดาน หรือเพราะด้วยสภาวะกินตามน้ำบีบบังคับจากผุ้มีอำนาจสูงกว่า ส่วนผสมข้าราชการนี้หากทำเพียงลำพังส่วนเดียวไม่ร่วมกะข้ออื่นมักจะได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เช่น เบียดบังของหลวง ฉ้อโกง ใช้จ่ายงบประมาณรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เมื่อใดที่ร่วมทำ win-win situation ระหว่างแต่ละส่วนกันขึ้นมาละก็งาบกันทีเราต้องเสียค่าโง่ไปเป็นพันเป็นหมื่นล้าน และประเภทนี้มักทำกันเป็นเส้นสายบังคับบัญชา คือได้กินกันถ้วนทั่ว ซึ่งมีตั้งแต่กินจากตัวเล็กขึ้นไป หรือกินจากตัวใหญ่ลงมา แล้วแต่ช่องทางทำกินจะอำนวย แต่ความซวยมักตกอยู่เพียงข้าราชการระดับล่างเท่านั้นที่เอาผิดถึง.

1. นักการเมืองชั่ว ที่เด็ดสุดคือส่วนนี้นี่เอง เพราะเป็นต้นหนควบคุมหรือกำหนดทิศทาง ที่สามารถจะเปลี่ยนรูปแบบ พลิกแพลงมุดช่อง เพื่อเปิดเส้นทางหากินกันได้อย่างต่อเนื่องเป็นล่ำเป็นสันเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกมีตำแหน่งในฐานะบริหารหรือออกกฏหมาย ถ้าคราใดได้รัฐบาลที่มีส่วนนี้น้อยก็นับว่าเป็นโชคของประเทศ แต่ถ้าถึงคราวเคราะห์ได้รัฐบาลหรือหัวหน้ารัฐบาลที่มีสันดานข้อนี้ละก็ อย่าได้ให้กล่าวเลยว่าเราต้องเสียหายเพียงใด

ที่สะดุดใจในสูตรสำเร็จนี้คือ บังเอิญว่าบ้านเมืองไทยของเรามียุครัฐนาวาหนึ่ง ได้ประกาศนโยบายสงครามกับการคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด ถึงขั้นไม่ต้องหาใบเสร็จ แต่การปรากฏว่ากลับเป็นยุคนี้เสียเองที่ดุเดือดกว่ายุคไหน แม้จะมีใบเสร็จก็ตาม! นั่นคงเป็นเพราะว่ามีผู้นำรัฐนาวาที่ เป็นเพียงคนเดียวที่เคยรับบทเป็นทั้ง 3 ส่วนผสมนี้มาเองอย่างครบถ้วน!!! คือ 1. เคยเป้นทั้งพ่อค้า...มาแล้ว  2. เคยเป็นข้าราชการ...มาแล้ว  และ 3. เป็นนักการเมือง...สูงสุด ชนิดที่ไร้ใครเทียมทาน จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าในยุคนั้นวิชามารจะเฟื่องฟู และกระทำกันแบบชั้นเซียนหาตัวจับยาก ซับซ้อนจนหลอกชาวประชาได้กว่าครึ่งประเทศว่าเป็นวีรบุรุษกู้วิกฤติชาติขี่ม้าขาว ก็เพราะด้วยความที่เป็นยอดมนุษย์ 3 in 1 นี่เอง !!!
บันทึกการเข้า
tigerfireback
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #1 เมื่อ: 12-08-2008, 09:38 »

ยาก ย้าก ลงรากลึก ลึก สุด สุด

1.1 ข้าราชการ ถ้าตำแหน่งยังต่ำอยู่ จะกล้าหรือ ที่จะค้ดค้าน ไม่เห็นด้วย กับการกินนอกกินใน ของผู้ที่อยู่เหนือ เดี๋ยวก็ถูกเด้งถูกดอง ไม่ต้องโตกัน

1.2 ข้าราชการ ถ้าตำแหน่งสูงแล้ว ยิ่งไม่กล้า เพราะ กว่าจะมาถึงขั้นนี้ มีแผลเล็กแผลน้อย ทั้งนั้น จะมากน้อยอีกเรื่องหนึ่ง และถูกฝึกตามข้อ 1.1 จนฝังลึกถึงกระดูกแล้ว

2.1 ลูกจ้างพ่อค้า ถ้าตำแหน่งยังต่ำอยู่  อย่าลืม บริษัทจะอยู่ได้ด้วยกำไร กล้าหรือ จะคัดค้านการทำที่ไม่ซื่อตรง ก็บริษัทอื่น มันก็จ่ายค่านำร้อนน้ำชา ของเราไม่จ่าย ไม่เชลีย์ได้ยังไง ก็ต้องทำไปตามคำสั่ง เพื่อผลงาน

2.2 ลูกจ้างพ่อค้า ถ้าตำแหน่งสูงแล้ว สบาย ใครพัง ช่างมัน เก้าอี้ข้าต้องอยู่ บริษัทต้องมีกำไร ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ กินไม่ได้ แล้ว บริษัทจะมีกำไรที่ไหนมาจ่ายเงินเดือน

3. ทั้งหมดยังมีครอบครัว แถมก็ไม่เก่งระดับเรียนแพทย์ เอาตัวรอด ก็คนอื่นเขาก็ทำยังงี้ แล้วจะให้ครอบครัวข้ากินแกลบ ไม่มีหน้ามีตาได้ไง ลูกก็ต้องเรียน เดี่ยวต้องฝากลูกเข้าทำงาน โกง กะล่อน เชลียร์ เอาหมด คนของท่าน พอจะช่วยไหว ท่านโกงเรื่องของท่าน เรื่องของเรา คือ ท่านฝากลูกเข้าทำงานแล้ว ไอ้พวกด่าคนคอรับชั่น มันมาช่วยครอบครัวข้าได้เปล่า

4. นักการเมือง คือพวกที่มีประสพการณ์จากข้อ 1.1  1.2   2.1  2.2  3. สบายมาก แบบนี้ต้องคอรัปชั้น จึงจะอยู่รอด

บันทึกการเข้า
tigerfireback
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #2 เมื่อ: 12-08-2008, 09:42 »

คุณอยากเป็นคนแข็ง ไม่ลงให้ความชั่ว ตรง ยอมหักไม่งอ
ได้ครับ คุณต้องไม่มีครอบครัว หรือถ้ามีก็ต้องแบบคุณจำลอง
หรือคุณก็ต้องหัวดีระดับเรียนแพทย์ จะได้หากินโดยเปิดคลีนิค ไม่ต้องพึ่งใคร

คุณเห็น curve ระฆังคว่ำ ที่ คนหัวดี 15 % อยู่ปลายซ้าย คนหัวซื่อบื้อ 15 % อยู่ปลายขวา
คนฉลาดระดับเฉลี่ย 70 % อยู่ระหว่าง หัวดี และ หัวซื่อบื้อ

พวก 70%   เรียน ก็พวกบริหาร ทำงานก็ไม่ดีเท่าไรนัก
แล้วคุณจะให้ แข็ง ตรง ไม่โอนเอียง ได้อย่างไร แล้วพวกนี้ก็ไม่ใช่อรหันต์ แล้วต้องมีครอบครัว
เรื่องใหญ่ครับ  ครอบครัว ครอบครัว

เริ่มต้น เรียนจบ ทำงาน ตำแหน่งต้นๆ  ในบริษัทเล็กๆ
ก็จบมาทางด้านวิชาที่พวกหัวเฉลี่ยทั้งหลายเรียน เงินเดือนก็ทั่วๆไป

1. สิ่งแรกที่คนดีและรักที่จะดี ต้องทำคือ แบ่งเงินให้พ่อแม่
อย่างน้อยต้อง 20% ของเงินเดือน และต้องทุกเดือน
พ่อแม่กับลูก เกิดมาร่วมใช้กรรม ไม่ใช่บังเอิญ
ดังนั้น ต้องส่งให้ทุกๆเดือน อย่าให้ปีละครั้ง เป็นก้อน
ถ้าทุกเดือนนี่ เงินมันมาก และแม้มีครอบครัวแล้ว
ก็ยังต้องส่งให้ท่านใช้ทุกเดือน  นี่คือกฎ

2. ที่นี้มีแฟน อยากแต่งงาน ทำไงได้ พึ่งทำงานได้ 3 ปี
แฟนบอก อยากแต่ง ต้องมีบ้าน มี รถ เอา ยอม ผ่อน เพื่อได้แต่งงาน
เห็นไม้ครับ เริ่มมีหนี้แล้ว และผ่อนกัน 10กว่า ปี ขึ้นไป
เพราะถ้าเก็บเงินให้ครบ จึงซื้อบ้าน ซื้อรถ แก่ตายก่อน
เมื่อมีหนี้ ตรงนี้แหละครับ ความไม่ตรง ไม่ซื่อสัตย์ เชลียร์ กะล่อน
จะเริ่มเกิดขึ้น ทำไงได้ ครอบครัวรอดต้องมาก่อน


3.ที่นี้มีลูก เรื่องใหญ่ ทั้งเรื่องเลี้ยงดู เรื่องเรียน เริ่มคิดแต่เรื่องครอบครัว
ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น หนี้ก็ยังต้องผ่อนส่งทุกเดือน
เรื่องลูก เริ่มฝากครรภ์ ต้องหาทางใช้เส้น ไม่งั้น รพ.เอกชน ไม่ไหว
เริ่มอนุบาล ฝากเรียน ต้องใช้เส้นอีก รร.เอกชน เสียเงินตายเลย
เริ่มประถม มัธยม เส้นอีก ตอนนี้แม้กระทั่งเด็กหัวดี
พ่อแม่มันยังหาเส้นฝากกันเลย นัยว่า กันเหนียวไว้ก่อน
ส่วนค่าใช้จ่ายยิ่งบาน เพราะ ยังมีค่ากวดวิชาแบบเอาเป็นเอาตายเข้ามาอีก

เหนื่อยแล้ว เท่านี้ก่อน ยังเขียนได้อีกมาก

แล้วแบบนี้หรือ ที่สังคมจะคิดถึงความซื่อตรง ไม่คอรัปชั่น
บันทึกการเข้า
CatEyE
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #3 เมื่อ: 12-08-2008, 19:31 »

ต้นเหตุก็เกิดจาก กิเลส ทั้งนั้น
 
บันทึกการเข้า
tigerfireback
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #4 เมื่อ: 13-08-2008, 15:38 »

ไม่ใช่กิเลศ แน่นอน
อย่าเอา กิเลศ มาเป็นตัวรับผิดชอบ

แต่เป็น สังคม ที่บีบให้คนเป็นหนี้
ตั้งแต่ เริ่ม ตั้ง ครอบคร้ว

เมื่อเป็นหนี้ แล้ว ก็เท่ากับ มีโซ่เหล็กล่ามที่คอ

เสร็จ เสร็จ

======================

อยากไม่มีหนี้ ง่ายครับ
คุณต้องไม่มีครอบครัว หรือต้องหัวดีระดับเรียนแพทย์
หรือถ้ามีก็ต้องแบบคุณจำลอง

แล้วทีนี้ ซื่อสัตย์ ไม่ลงให้ความชั่ว ตรง ยอมหักไม่งอ
ลุยความชั่วทุกรูปแบบ ไม่กะล่อนทั้งต่อหน้าแลลับหลัง
ไม่เชลียร์ ไม่ลำเอียง โห ไม้บรรทัดเหล็ก
ดีครับ ผมชอบ แต่ รับรอง ศัตรูตรึม ทั้งลับทั้งแจ้ง
เพราะมันสวนกะความจริงของสังคม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: