ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
07-03-2021, 22:05
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ข้าราชการประจำผู้มีหน้าที่ หวังผู้บริหารราชการมี คุณธรรม จริยธรรม สำนึกเอง.... 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ข้าราชการประจำผู้มีหน้าที่ หวังผู้บริหารราชการมี คุณธรรม จริยธรรม สำนึกเอง....  (อ่าน 1172 ครั้ง)
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« เมื่อ: 05-08-2008, 12:26 »

“กฤษฎีกา” เตือน “หมัก” รับผิดตั้งที่ปรึกษาฯ เอี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อน
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2551 11:49 น.
 
 
 
พรทิพย์ จาละ 

 
   “พรทิพย์” เตือนที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุม ครม.ห้ามล้วงข้อมูลไปใช้ แต่ไม่ต้องลาออกจากเอกชน แนะ “หมัก” ฟังเสียงให้รอบด้าน และต้องรับผิดชอบหากมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง
       
       วันนี้ (5 ส.ค.) ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการกฤษฎีกา กล่าวถึงการทำความเห็นตามกฎหมายในการเข้าทำหน้าที่และการเข้าร่วมประชุม ครม.ของคณะที่ปรึกษาของ ครม.ว่า ตนไม่มีความเห็นส่วนตัว แต่การเข้าประชุม ครม.เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีว่าจะอนุญาตให้ใครเข้าประชุมได้บ้าง ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่หลายหน่วยที่เข้าประชุม
       
       “ ถ้า ครม.อนุญาตก็ไม่ได้มีปัญหาทางข้อกฎหมายอะไรแต่ผู้ที่อนุญาตต้องรับผิดชอบและผู้เข้าประชุมก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกันว่าข้อมูลอันไหนจะเอาไปใช้ได้หรือไม่ได้อย่างไร อีกทั้งในระเบียบสำนักนายกฯ เรื่องการเข้าประชุมได้กำหนดไว้ว่า คณะรัฐมนตรีมีอำนาจที่อนุญาตให้ใครเข้าประชุมได้บ้าง ก็ไม่น่าจะมีปัญหา” คุณพรทิพย์ กล่าว
       
       เมื่อถามว่า การเข้าประชุมจะขัดต่อกฎหมาย 7 ชั่วโคตร หรือกฎหมายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวว่า เท่าที่จำได้อันนั้นรู้สึกว่ากฎหมายดังกล่าวจะใช้กับรัฐมนตรี และส.ส.เท่านั้น ไม่ได้ขยายความไปถึงที่ปรึกษา เมื่อถามว่าก็แสดงว่าที่ปรึกษาที่ยังมีหุ้นอยู่ในบริษัทเอกชนก็ไม่จำเป็นต้องลาออกจากบริษัทนั้นๆ ใช่หรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ตรงนั้นดูจะไม่เกี่ยว เพราะเรื่องของกฎหมายจำกัดสิทธิในการเข้าประชุม ครม.ค่อนข้างจะจำกัดตัวบุคคลอยู่เหมือนกันว่า คนไหนเข้าข่ายบ้าง ดังนั้น ไม่น่าจะมีเรื่องของที่ปรึกษาหรือข้าราชการการเมืองอื่น
       
       เมื่อถามว่า ถ้ามองจากการเป็นหน่วยงานด้านกฎหมาย ถือว่าเป็นการจงใจเลี่ยงกฎหมายที่ไม่แต่งตั้ง ดร.โกร่งและคณะที่ปรึกษาเป็นข้าราชการการเมือง คุณพรทิพย์ กล่าวว่า คิดว่าดูตามความเหมาะสม เพราะว่าแต่ละคนมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน เมื่อถามว่าแต่การประชุม ครม.ก็เป็นการอินไซด์ข้อมูล เลขาธิการกฤษฎีกา กล่าวว่า ถ้าเอาไปใช้โดยไม่ชอบก็ต้องรับผิดชอบ คงไม่ได้ความว่าไปใช้โดยเสรี
       
       “รับผิดชอบว่าจะไม่เอาอะไรที่ไม่เหมาะสมไปใช้ เพราะข้อมูลที่เป็นความลับใครก็เอาไปใช้ไม่ได้อยู่แล้ว ใครเอาข้อมูลไปใช้โดยเป็นข้อมูลลับไปใช้หาประโยชน์ก็เป็นความผิดอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องกฎหมาย 7 ชั่วโคตรที่ว่าอะไรนั่นหรอก  ส่วนการที่เป็นนักธุรกิจที่ไปล่วงรู้ความลับใน ครม.อันนั้นเป็นเรื่องของความเหมาะสม ผู้ที่แต่งตั้ง ผู้ที่เข้าดำรงตำแหน่งต้องรับผิดชอบเอง” คุณพรทิพย์ กล่าว
       
       เมื่อถามว่าทางกฤษฎีกาได้ท้วงติงอะไรหรือไม่ เพราะอาจจะมีการหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมือง คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ใครจะหยิบยกขึ้นมาก็ได้ แต่ถ้าดูตามข้อกฎหมายแล้วไม่ได้มีอะไรมาก แต่ก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งตั้งและผู้รับแต่งตั้งที่ต้องรับทราบฐานะหน้าที่ของตัวเอง
       
      เมื่อถามว่าแล้วจะขัดต่อหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า คิดเอาเอง เพราะตนไม่ทราบ คิดว่าผู้ตั้งคงดูแล้วว่าคงไม่มีปัญหาที่จะเกิดขึ้น เมื่อถามว่ากฤษฎีกาห่วงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า ไม่ห่วงเพราะไม่ได้เป็นคนตั้ง  แต่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมคงต้องรับฟังความเห็น เพราะอำนาจตัดสินใจเป็นของท่าน ถ้าท่านรับฟังโดยรอบแล้วจำเป็นที่จะต้องตั้งเพราะต้องอาศัยความรู้ความสามารถก็เป็นความรับผิดชอบของท่าน

 
 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000092010
 
 
 
ผมเป็นห่วงการเมืองไทย....
ข้าราชการประจำผู้มีหน้าที่ต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่นักการเมือง ผู้มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ไม่อาจจะแนะนำ เตือนตรงไปตรงมาได้ เพราะรู้เช่นเห็นชาตินักการเมืองว่าไม่สนใจจะฟัง จะยอมรับคำแนะนำที่แปลกแยกจากพวกเขา จาก'อลัชชีกฏหมาย'ของพวก....

ข้าราชการประจำที่มีหน้าที่ จึงต้องพึ่งพา'คุณธรรม จริยธรรม และวุฒิภาวะ'ของนักกาเมืองจะเตือนตนเอง ห้ามตนเอง ยับยั้งตนเองและพรรคพวกไม่ให้ประพฤติชั่ว ละเลยหลักการ'ธรรมาภิบาล'....!!!


แม้แต่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม จึงต้องพิพากษา ลงโทษจำคุก พร้อมอบรม สั่งสอน เตือนสติให้ประพฤติชอบ มีสัมมาทิฐิด้วย และไม่ให้นักการเมืองอื่นๆ ประพฤติตาม เอาเยี่ยงอย่าง.....
 

ปล. ผมใช้ภาษาไทยอย่างสุภาพชน อย่างผู้มีคุณธรรม และ จริยธรรมอย่างนี้ 'ไอ้หอกหัก' ที่ไร้วุฒิภาวะอารมณ์ และพวก 'บัตรเติมเงิน' จะอ่านเข้าใจไหม....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-08-2008, 12:32 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #1 เมื่อ: 05-08-2008, 12:35 »

เอ...ก็แปลก ผู้ที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำหนทางที่ถูกต้อง
เตือนให้ระวังสิ่งที่อาจเกิดปัญหา ห้ามในสิ่งที่ผิด

แต่พอมีคนถามว่าคิดอย่างไร ถูกต้องหรือเปล่า
กลับบอกว่า ไม่รู้สิ ไม่เกี่ยว ไม่ได้เป็นคนทำ
ไปดูกันเองเอง มีอะไรก็รับผิดชอบกันเอาเอง


ประหลาดดีแท้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: