ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2020, 13:15
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ในอดีตไทยยกดินแดนให้อังกฤษเพียงแค่แลกลดดอกเงินกู้สร้างทางรถไฟ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ในอดีตไทยยกดินแดนให้อังกฤษเพียงแค่แลกลดดอกเงินกู้สร้างทางรถไฟ  (อ่าน 4677 ครั้ง)
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« เมื่อ: 28-07-2008, 21:34 »

สโตรเบลกราบบังคมทูลเสนอ ให้ยกดินแดนเพียง 3 เมืองเท่านั้น คือ ไทรบุรี กลันตัน และตรังกานู โดยชี้แจง
ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และบรรดาเสนาบดีเห็นว่า การยกดินแดนมลายูให้อังกฤษนั้น จะ
ทำให้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับดินแดนเหล่านี้ หมดไปโดยอัตโนมัติ จริงอยู่ การเสียดินแดนถือเป็นการเสียเกียรติ
ภูมิของชาติ แต่รัฐบาลไทย ควรจะนึกถึงความจริงที่ว่า ดินแดนเหล่านี้จะหลุดพ้น ไปจากอำนาจของไทยแน่ๆ
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพียงแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น และยิ่งนานวันไป ก็อาจจะสูญเสีย โดยไม่ได้รับอะไรตอบแทนเลย
สโตรเบลใช้เหตุผลธรรมดาๆ ว่าเปรียบเสมือนคนที่เป็นโรคร้ายที่แขนขา ก็ควรจะตัดเนื้อร้ายออกไปเสีย ก่อนที่
เชื้อโรคจะลุกลาม แพร่ไปตามส่วนอื่นของร่างกาย ทันทีที่สโตรเบลทูลเสนอ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ทรงเห็นชอบด้วย เพราะถ้าพูดกันโดยจริงๆ แล้ว พระองค์ไม่ได้ทรงเสียดาย ดินแดนเหล่านี้มากมาย
นัก ถ้าจะต้องทรงคิดอย่างหนัก ก็จะเห็นเป็นเพียงแต่ทรงเกรง "การเสียหน้า" เช่นเคยทรงปรารภว่า
 
....... เราไม่มีความประสงค์อันใด นอกจากที่จะให้หัวเมืองมลายู เป็นพระราชอาณาเขตชั้นนอก ติดกับฝรั่ง อีก
ประการหนึ่ง เมืองเหล่านี้ปรากฏว่า อยู่ในเขตของไทยจะตกไป แต่อังกฤษเข้ามาบำรุงเรา ก็ไม่ขาดทุนอันใด ชั่ว
แต่ไม่ได้ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ไม่เป็นราคากี่มากน้อย แต่ยังรู้สึกว่าเป็นการเสียเกียรติยศอยู่.....
และได้ทรงชี้แจง ให้สโตรเบลทราบว่า สำหรับกลันตัน และตรังกานูนั้น ฉันไม่รู้สึกว่า มีผลประโยชน์อะไรด้วย ขอ
ให้ท่านจัดการอะไร ไปตามความประสงค์ได้
  หลังจากข้อเสนอยกดินแดนมลายูดังกล่าว รัฐบาลสองประเทศ เริ่มเปิดเจรจากันอีกครั้ง และได้นำเรื่องต่างๆ ที่
ยังเจรจาคั่งค้างอยู่ มาพิจารณาพร้อมกัน รวม 4 เรื่อง คือ
1. การโอนรัฐไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ให้อังกฤษ
2. การยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของคนในบังคับอังกฤษในประเทศไทย
3. การสร้างทางรถไฟสายใต้
4. การยกเลิกปฏิญญาลับ ค.ศ.1897
...

ฝ่ายไทยคงต้องการให้เรื่องสร้างทางรถไฟเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว จึงเสนอให้ราห์มันและเกาะลังกาวีแก่อังกฤษ โดยมี
เงื่อนไขว่า อังกฤษจะต้องลดดอกเบี้ยเงินกู้ ที่จะกู้สร้างทางรถไฟ จากอัตราร้อยละ 4 เหลือร้อยละ 3.75


เมื่อประสบปัญหานี้ ทางฝ่ายรัฐบาลอังกฤษ กลับมีความเห็นแตกแยกออกเป็นสองพวก พวกแรกมีเซอร์ จอห์น แอน
เดอร์สัน ข้าหลวงใหญ่ประจำสิงคโปร์ เป็นหัวหน้า พวกนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง กับข้อเสนอของไทย เพราะเห็นว่า อัตรา
ดอกเบี้ย ที่ลดลงร้อยละ 1 ส่วน 4 คุ้มค่ากับดินแดนราห์มัน และเกาะลังกาวี ที่อังกฤษจะได้ แต่เพื่อที่จะให้ได้ประโยชน์
มากที่สุด แอนเดอร์สัน ขอระแงะ ซึ่งอยู่ติดกับกลันตันเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายนายแพชยิต กลับคัดค้านข้อเสนอนี้อย่างรุนแรง
แพชยิตมองไม่เห็นว่า ดินแดนที่ไทยเสนอให้เพิ่มนี้ จะไปเกี่ยวข้องกันอย่างไร กับเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ สร้างทางรถไฟ
เพราะเป็นปัญหาคนละประเด็น เขากลับเห็นว่า อังกฤษเสียสละให้ไทยหลายเรื่องแล้ว เช่น เรื่องการที่จะยอมให้คนใน
บังคับอังกฤษ มาขึ้นศาลไทยแทนศาลกงสุล และการที่อังกฤษ ยอมให้ไทย มีอำนาจสิทธิ์ขาด เหนือเส้นทางรถไฟ
ฉะนั้น อังกฤษควรจะได้ราห์มัน และเกาะลังกาวีเพิ่มขึ้นเฉยๆ โดยไม่ต้องเสียอะไรเป็นการตอบแทนดอกเบี้ยเงินกู้
สร้างทางรถไฟจะต้องคงไว้ในอัตราร้อยละ 4 เช่นเดิม แต่ให้ระงับข้อเรียกร้องขอระแงะ เพราะอาจจะทำให้ไทย ไม่
พอใจและยุติการเจรจาได้

รัฐบาลไทยยอมตกลง ตามข้อเสนอของแพชยิต ยกลังกาวีและราห์มันตอนใต้ให้อังกฤษ อาจจะเป็นไปได้ว่า รัฐบาล
ไทยได้พิจารณาเห็นว่า ข้อยินยอมต่างๆ ของอังกฤษนั้น คุ้มค่าต่อการตกลงกันโดยสันติ เป็นต้นว่า การยอมรับให้คน
ในบังคับอังกฤษทั่วประเทศไทย มาขึ้นตรงต่อศาลไทย การสร้างทางรถไฟทางใต้ จากเพชรบุรีลงไปจนจดชายแดน
มลายู และที่สำคัญที่สุดคือ การเลิกสัญญาลับระหว่างไทย - อังกฤษ พ.ศ.2440 เพราะตามสัญญานี้ ไทยยอมให้อัง
กฤษ มีสิทธิ์เหนือดินแดนทางใต้ จากตำบลบางตะพานลงไป จดสุดแหลมมลายู ซึ่งถ้าพิจารณา ในเชิงปฏิบัติ ไทยได้
สูญเสียดินแดนทั้งหมดไปแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2440 ฉะนั้น ในวันที่ 10 มีนาคม 2451 กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ เสนา
บดีต่างประเทศของไทย และนายราฟ แพชยิต ราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ได้ลงนามในสนธิสัญญาฉบับใหม่ ซึ่ง
มีใจความสำคัญว่า
1. รัฐบาลไทย ยอมยกสิทธิทางการปกครอง และการบังคับบัญชาเหนือดินแดนรับมลายู คือ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู
และปะลิส รวมทั้งเกาะใกล้เคียง ให้แก่อังกฤษ
2. การโอนดินแดนบริเวณนี้ จะจัดให้สำเร็จภายใน 30 วัน นับแต่ได้แลกเปลี่ยนสัตยาบันกันแล้ว
3. จัดตั้งคณะกรรมการ ทั้งฝ่ายอังกฤษและไทยภายในระยะ 6 เดือน นับแต่ได้แลกเปลี่ยนสัตยาบัน เพื่อทำการปักปัน
เขตแดนกัน นอกจากนี้ คนในบังคับไทย ที่เคยอยู่อาศัยในดินแดนดังกล่าวแล้ว ถ้าต้องการเป็นคนไทยต่อไป ต้องย้าย
กลับไปอยู่ในเขตไทยภายในเวลา 6 เดือน และอังกฤษยอมรับว่า บุคคลเหล่านั้น ยังมีสิทธิเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
ในดินแดนเหล่านั้นอยู่ หนังสืออนุญาตต่างๆ ที่ทางรัฐบาลไทยออกให้ไว้ก่อนวันเซ็นสัญญา อังกฤษก็ยังคงยอมรับสิทธิ
อันนั้นต่อไป
4. รัฐบาลอังกฤษยอมรับว่าหนี้สินที่รัฐต่างๆ นั้น มีอยู่ต่อรัฐบาลไทย รัฐบาลสหพันธรัฐมลายูจะชดใช้ให้แทน
5. อำนาจศาลต่างประเทศฝ่ายไทย ตามข้อ 8 ของหนังสือสัญญาปี ค.ศ.1883 จะยังคงใช้อยู่กับคนในบังคับอังกฤษ ที่
เป็นชาวเอเชีย และจดทะเบียน ก่อนวันลงนามในสัญญา คือ คนเหล่านี้จะย้ายขึ้นศาลไทย มีตุลาการแล้วแต่ไทยจะแต่ง
ตั้ง แต่ในเวลาพิจารณาคดี กงสุลอังกฤษต้องไปนั่งฟังอยู่ด้วย และในกรณี ที่คนในบังคับอังกฤษ เป็นจำเลย กงสุลอาจ
พิจารณา มีสิทธิถอนคดีได้ ส่วนคนในบังคับอื่นที่จดทะเบียน หลังวันลงนามในสัญญา จะอยู่ในอำนาจศาลไทย คนใน
บังคับเหล่านี้ จะเปลี่ยนไปใช้ศาลไทยทั้งหมด อย่างเต็มที่ เมื่อไทยมีประมวลกฎหมาย ลักษณะอาญา กฎหมายลักษณะ
แพ่งและการพาณิชย์ กฎหมายลักษณะวิธีพิจารณาคดี และกฎหมายลักษณะพระธรรมนูญจัดตั้งศาล
6. คนในบังคับอังกฤษ จะได้กรรมสิทธิ์ เหมือนคนพื้นเมือง เช่น กรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่ต้องเสียภาษีอากรต่างๆ เหมือน
คนไทย เว้นแต่ไม่ต้องการเป็นทหาร นอกจากนั้น ไทยยังทำสัญญาปักปันเขตแดน และสัญญาเรื่องอำนาจทางการศาล
แยกเป็นพิเศษด้วย

ในสัญญาฉบับนี้ มีภาคผนวก ว่าด้วยการเลิกปฏิญญาลับ ค.ศ.1897 และว่าด้วยการสร้างทางรถไฟสายใต้ โดยที่รัฐบาล
อังกฤษให้เงินกู้ ในการก่อสร้าง ภายใต้เงื่อนไขว่า กรมรถไฟใต้ ในความควบคุมของชาวอังกฤษ จะต้องเป็นผู้ดำเนินการ
ก่อสร้าง

หลังการลงนาม แพชยิต เขียนไปรายงานเซอร์ เอ็ดเวิด เกรย์ (Sir Edward Grey) รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่าง
ประเทศ ฝ่ายรัฐสภาที่ลอนดอนว่า

"ดินแดนที่เราได้ครั้งนี้ มีอาณาเขตกว้างขวาง อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและประชากร เป็นดินแดนที่มีคุณค่า มากกว่ารัฐ
เขมร ที่ไทยเพิ่งยกให้แก่ฝรั่งเศส ในเร็วๆ นี้"
และอีกตอนหนึ่ง

"บัดนี้ อาณาเขตของอังกฤษ ติดต่อกับสตูลทางตะวันตก อำเภอสายบุรีทางตะวันออก และเรากำลังสร้างทางรถไฟขึ้นไป
ทางเหนือรัฐมลายู แน่นอนเหลือเกินว่า หัวเมืองชายแดนไทย ซึ่งประกอบด้วยปัตตานี และระแงะ จะค่อยๆ ตกอยู่ใต้อิทธิพล
อังกฤษ และอังกฤษ จะเข้าไปมีผลประโยชน์ ทางการค้าได้อย่างง่ายดาย"

การยกดินแดนมลายู ให้แก่อังกฤษนี้ ทางไทยไม่ได้แจ้งให้สุลต่าน เจ้าของรัฐเหล่านั้นทราบเลย ทำให้สุลต่านโกรธเคืองมาก
ปรากฏว่า สุลต่านไทรบุรี เคยปรารภกับเอเธอร์ ซี. อดัมส์ ที่ปรึกษาทางการคลัง ประจำรัฐไทรบุรีว่า "ไทยมีสิทธิที่จะยกหนี้
ไปให้ผู้อื่นได้ แต่ไม่มีสิทธิจะยกลูกหนี้ให้ใคร" และในตอนหนึ่ง ได้ปรารภว่า "ประเทศของฉัน ประชาชนของฉัน ถูกขายไป
เหมือนกับขายลูกวัว ฉันให้อภัยคนซื้อ ซึ่งมี่พันธะกับฉันได้ แต่ฉันให้อภัยคนขายไม่ได้" อันที่จริง ระหว่างที่ไทย และอังกฤษ
กำลังเจรจาปรึกษาเงื่อนไข สนธิสัญญาอยู่นั้น รัฐไทรบุรีได้ทราบข่าวมา แต่ไม่ชัดเจน จึงได้ส่งจดหมาย มาถามข้อเท็จจริง
จากรัฐบาลไทยอีกทีหนึ่ง แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงนาพระทัยว่าจะทรงตอบเช่นไร
http://www.baanjomyut.com/76province/south/05.html


นโยบายต่างประเทศไทยแต่โบราณออกแนวนี้อยู่แล้ว ถ้าเสียดินแดนก็ต้องได้ผลประโยชน์คืนมา มีแต่ตอน 2505 นั่นแหละ
ที่เสียเฉยๆ ไม่ได้อะไรเลย ไทยแค่อยากให้ชาวโลกยอมรับ ดินแดนที่เป็นหัวเมืองในสมัยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะเสียไป ดัน
มาปลุกระดมกันในสมัยนี้อย่างกับสมัยก่อนโดนบังคับให้เสียดินแดนทุกครั้ง เอาไปแลกลดดอกเงินกู้อังกฤษเพื่อสร้างทางรถ
ไฟเฉยๆ แบบนี้ ไม่เห็นว่าอังกฤษเอาทหารมาบีบไทยตรงไหน
บันทึกการเข้า
อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 620



« ตอบ #1 เมื่อ: 28-07-2008, 21:44 »

หึหึหึ

ตลกดี

คราวนี้เราเสียดินแดนอีกก็ไม่เป็นไร ว่างั้นเถอะ

อยากให้เมืองไทยมีคนที่คิดอย่างคุณเยอะๆจัง

บันทึกการเข้า

morning star
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,119


don't let them make up your mind


« ตอบ #2 เมื่อ: 28-07-2008, 21:48 »


ได้ครอบครอง สิงค์โปร์ มาเลเซีย ก็เหมือนได้น่านน้ำแถบนี้อยู่แล้ว

คิดอยู่ว่าที่ยกกลันตัน ตรังกานูให้กับอังกฤษไปผนวกกับมาเลเซีย เพื่อตัดปัญหาแบ่งแยกดินแดนที่มีมาตลอด
บันทึกการเข้า

อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
meriwa
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 28-07-2008, 23:01 »

เอามาตัดแปะแต่ละอย่างก็ไม่ได้ดูเวลาร่ำเวลาเล้ย  ใช้หัวแม่ตีนคิดหรือไง

สมัยก่อนกับสมัยนี้มันเทียบกันได้มั้ย กำลังตอนนั้นเราสู้อังกฤษหรือฝรั่งเศษได้หรือเปล่า สมัยนั้นมันยุคอะไร
พูดมาได้ว่าอังกฤษไม่ได้บีบอะไร ก็มรึงตัดแปะไง มันจะมีเขียนได้ยังไงล่ะ ไอ้ฟาย

แต่พอตอนนี้กะแค่ประเทศเขมร ประเทศเล็กๆ ที่ด้อยกว่าเราทุกอย่าง  เสือกกลัวเค้าขึ้นมา ยังจะมีหน้ายกอดีตขึ้นมาเปรียบเทียบอีกหรอ
บันทึกการเข้า

ผู้ปกครองระดับธรรมดา   ใช้ความสามารถของตน    อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง       ใช้กำลังของคนอื่น             อย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง           ใช้ปัญญาของคนอื่น           อย่างเต็มที่

                                                                  ...คำคมขงเบ้ง
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 28-07-2008, 23:37 »

ผมว่าจขกท.เปลี่ยนสัญชาติไปเป็นพวกเขมรซะเถอะ

ประเทศไม่ต้องการคนหนักแผ่นดินเพิ่มขึ้นมาอีกหรอก โดยเฉพาะคนที่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำอย่างจขกท.

บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


ปรมาจารย์เจได
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,771


รักแท้ก็เหมือนผี รู้ว่ามี แต่ไม่เคยเจอ


« ตอบ #5 เมื่อ: 28-07-2008, 23:41 »

ไอ้แก๊สตี๋ตัวเล็กรูปหล่อ

จะบอกให้เรายอมเขมรใช่มะ
โอเค ยอมก็ได้
หากยอมแล้ว ชาวไทยจะได้อะไรกะการสมยอมครั้งนี้บ้าง

อธิบายให้น้องๆเข้าใจทีฮะ
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/jedimaster



"เมืองดอกบัวงาม  แม่น้ำสองสี  มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน  ถิ่นไทยนักปราชญ์  ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามลำเทียนพรรษา  ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์"

ไม่มีใครเน่าบริสุทธิ์ดุจดั่งมูล ประชาชินสมบูรณ์ซะที่ไหน เมื่อยืนหยัดโชว์จู๋และปาขี้ ประชาชินย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าสีขี้ผ่องอำไพ เหลี่ยมจันไsย่อมเป็นใหญ่อยู่ใต้ดิน ...

ขอเชิญร่วมกลุ่มต้านทักษิณใน hi5 ครับ

THAKSIN get out !!
http://www.hi5.com/friend/group/1123605--THAKSIN%2Bget%2Bout%2521%2521--front-html

say no to thaksin !
http://www.hi5.com/friend/group/1186900--say%2Bno%2Bto%2Bthaksin%2B%2521--front-html
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #6 เมื่อ: 28-07-2008, 23:44 »

นั้นมันกี่ปีมาแล้ว
บันทึกการเข้า

bangkaa
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 407



« ตอบ #7 เมื่อ: 29-07-2008, 00:04 »

มันจะอะไร กันนัก กันหนา...

จะเอากันให้ได้รึยังไง

....................................................


จะกล่าวหาใครทำผิด... ก็ทำได้...

แต่ ฝ่ายตน ทำผิด... ก็ควรจะยอมรับบ้าง... เขาถึงเรียกว่า ลูกผู้ชาย...




 
บันทึกการเข้า

มาทำหน้าที่... ใช้หนี้แผ่นดิน...และมาทำบุญ...
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 29-07-2008, 00:34 »

โพสหัวข้อกระทู้บิดเบือนข้อเท็จจริง ขอล็อกกระทู้แล้วกันนะครับ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
หน้า: [1]
    กระโดดไป: