ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 08:04
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  จดหมายเปิดผนึก เรื่อง จุดยืนทางวิชาการต่อกรณี “ปราสาทพระวิหาร” 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
จดหมายเปิดผนึก เรื่อง จุดยืนทางวิชาการต่อกรณี “ปราสาทพระวิหาร”  (อ่าน 4652 ครั้ง)
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #50 เมื่อ: 30-07-2008, 13:00 »

คำพิพากษาของศาลโลก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505(คศ. 1962) ที่ว่า “ศาลนี้ โดยคะแนน 9 ต่อ 3 เห็นว่า ปราสาทพระวิหาร ตั้งอยู่บนดินแดน ที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา” (THE COURT,By nine votes to three,FINDS THAT THE TEMPLE OF PREAH VIHEAR IS SITUATED IN TERRITORY UNDER THE SOVEREIGNTY OF CAMBODIA.) ซึ่งประเทศไทยโดยคณะรัฐมนตรีในยุคนั้น ได้ลงมติและประกาศว่า ไทยยอมรับคำพิพากษาของศาลโลก ตามพันธกรณีในฐานะที่เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

นี่ไม่ใช่คำพิพากษา นี่คือการสรุปข่าว เอาคำพิพากษาทั้งหมดมากางกันดีกว่านะ
บันทึกการเข้า
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #51 เมื่อ: 30-07-2008, 13:30 »

นี่ไม่ใช่คำพิพากษา นี่คือการสรุปข่าว เอาคำพิพากษาทั้งหมดมากางกันดีกว่านะ

จะเอาอะไรมากาง ก็ได้ข้อสรุปเหมือนกันหมด คือ ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร
มันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้หรอกคุณ
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #52 เมื่อ: 30-07-2008, 13:34 »

เฮ้อ....เกินเยียวยา
กระทู้เก่าๆก็มีไว้ครบทุกประเด็นแล้ว ขยันหน่อยครับ
อย่าใช้วิธีไม่มีข้อมูลแล้วจะมาเถียงข้างๆคูๆ รอให้คนอื่นยัดข้อมูลให้
วิธีแบบนี้เลิกเถอะ สมเพช

v
v
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2008, 13:40 โดย login not found » บันทึกการเข้า
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #53 เมื่อ: 30-07-2008, 13:38 »

เฮ้อ....เกินเยียวยา
ไม่มีข้อมูลแล้วจะมาเถียงข้างๆคูๆ
เลิกเถอะครับ สมเพช


ไม่กล้ามากกว่ามั๊ง
บันทึกการเข้า
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #54 เมื่อ: 30-07-2008, 13:52 »

จะเอาอะไรมากาง ก็ได้ข้อสรุปเหมือนกันหมด คือ ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร
มันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้หรอกคุณ

ที่นี่คือประเทศไทย ซึ่งมีประชากรประมาณ 64 ล้านคน ซึ่งถ้าแบ่งแบบหยาบๆ จะแบ่งได้ 4 พวก

1. สรุปได้ว่า ปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนเป็นของเขมรเรียบร้อยแล้ว
2. สรุปได้ว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่เคยติดตามข่าว
3. สรุปได้ว่า ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร แต่พื้นที่ทับซ้อนเป็นของไทย
4. สรุปได้ว่า ทั้งปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนยังเป็นของไทยอยู่

ผมคือคนไทยคนหนึ่งซึ่งด้อยสติปัญญา แต่มีความเห็นตรงกับข้อ 4 ซึ่งตั้งอยู่บนทัศนคติที่ว่า
ไม่ว่าคำพิพากษาของศาลโลกจะเป็นเช่นไร เราจะต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด และทุกวิถีทางโดยชอบธรรม
เพื่อให้ได้มาซึ่งปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ทับซ้อน ต่อเมื่อเราได้ต่อสู้จนถึงที่สุด และทุกวิถีทางโดยชอบธรรมแล้ว
เราจะต้องเสียทั้งสองส่วนไปก็ไม่เป็นไร จงยอมรับในสิ่งที่มันเกิด

แต่จนถึงเวลานี้ ยังไม่เห็นผู้มีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองได้พยายามลุกขึ้นสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งทั้งสองสิ่ง
ได้แต่บอกว่ามันได้เป็นของเขมรแล้วโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งมีปัญหาบานปลายนั่นแหละ ถึงได้ขยับเขยื้อน
ทำในสิ่งที่ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ดีควรจะทำ ซึ่งควรจะทำมานานแล้ว
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #55 เมื่อ: 30-07-2008, 14:03 »

คำพิพากษาของศาลโลก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505(คศ. 1962) ที่ว่า “ศาลนี้ โดยคะแนน 9 ต่อ 3 เห็นว่า ปราสาทพระวิหาร ตั้งอยู่บนดินแดน ที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา” (THE COURT,By nine votes to three,FINDS THAT THE TEMPLE OF PREAH VIHEAR IS SITUATED IN TERRITORY UNDER THE SOVEREIGNTY OF CAMBODIA.) ซึ่งประเทศไทยโดยคณะรัฐมนตรีในยุคนั้น ได้ลงมติและประกาศว่า ไทยยอมรับคำพิพากษาของศาลโลก ตามพันธกรณีในฐานะที่เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

ประสาทพระวิหารนี่ มันมีขนาดหลายตารางกิโลเมตร เลยเน๊อะ....เอา จะเอาไงก็เอา...

 
บันทึกการเข้า
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #56 เมื่อ: 30-07-2008, 14:24 »

ที่นี่คือประเทศไทย ซึ่งมีประชากรประมาณ 64 ล้านคน ซึ่งถ้าแบ่งแบบหยาบๆ จะแบ่งได้ 4 พวก

1. สรุปได้ว่า ปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนเป็นของเขมรเรียบร้อยแล้ว
2. สรุปได้ว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่เคยติดตามข่าว
3. สรุปได้ว่า ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร แต่พื้นที่ทับซ้อนเป็นของไทย
4. สรุปได้ว่า ทั้งปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนยังเป็นของไทยอยู่

ผมคือคนไทยคนหนึ่งซึ่งด้อยสติปัญญา แต่มีความเห็นตรงกับข้อ 4 ซึ่งตั้งอยู่บนทัศนคติที่ว่า
ไม่ว่าคำพิพากษาของศาลโลกจะเป็นเช่นไร เราจะต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด และทุกวิถีทางโดยชอบธรรม
เพื่อให้ได้มาซึ่งปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ทับซ้อน ต่อเมื่อเราได้ต่อสู้จนถึงที่สุด และทุกวิถีทางโดยชอบธรรมแล้ว
เราจะต้องเสียทั้งสองส่วนไปก็ไม่เป็นไร จงยอมรับในสิ่งที่มันเกิด

แต่จนถึงเวลานี้ ยังไม่เห็นผู้มีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองได้พยายามลุกขึ้นสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งทั้งสองสิ่ง
ได้แต่บอกว่ามันได้เป็นของเขมรแล้วโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งมีปัญหาบานปลายนั่นแหละ ถึงได้ขยับเขยื้อน
ทำในสิ่งที่ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ดีควรจะทำ ซึ่งควรจะทำมานานแล้ว

คุณจะไปต่อสู้กับอะไรอีก ทุกอย่างมันยุติลงไปหมดแล้ว ไทยได้ร้องค้าน ไทยได้สงวนสิทธิ์ ไทยได้ทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
แต่ท้ายที่สุดปราสาทก็คงเป็นของเขมรอยู่วันยังค่ำ

แล้วที่พากันประท้วงอยู่นี่ มันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ได้ปราสาทคืนมาหรือ ก็เปล่า
มันมีแต่ไปสะกิดแผลเก่าของความแตกแยกให้มันลุกลามขึ้นมาอีก เพื่อผลทางการเมือง เพื่อล้มกลุ่มคนบางกลุ่ม เท่านั้น
เรื่องไม่เป็นเรื่องก็กุกันขึ้นมา ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวเท็จ ก็พากันสร้างขึ้นมา
แผนที่ก็วาดกันเอาเองตามใจชอบ ตรงนั้นของเขมรตรงนี้ของไทย พูดเอง เออเอง
บางพวกลามปามไปกว่านั้น จะทวงดินแดนกลับคืนมา
นี่ไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกอะไร 
 
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #57 เมื่อ: 30-07-2008, 14:31 »

คุณจะไปต่อสู้กับอะไรอีก ทุกอย่างมันยุติลงไปหมดแล้ว ไทยได้ร้องค้าน ไทยได้สงวนสิทธิ์ ไทยได้ทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
แต่ท้ายที่สุดปราสาทก็คงเป็นของเขมรอยู่วันยังค่ำ

แล้วที่พากันประท้วงอยู่นี่ มันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ได้ปราสาทคืนมาหรือ ก็เปล่า
มันมีแต่ไปสะกิดแผลเก่าของความแตกแยกให้มันลุกลามขึ้นมาอีก เพื่อผลทางการเมือง เพื่อล้มกลุ่มคนบางกลุ่ม เท่านั้น
เรื่องไม่เป็นเรื่องก็กุกันขึ้นมา ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวเท็จ ก็พากันสร้างขึ้นมา
แผนที่ก็วาดกันเอาเองตามใจชอบ ตรงนั้นของเขมรตรงนี้ของไทย พูดเอง เออเอง
บางพวกลามปามไปกว่านั้น จะทวงดินแดนกลับคืนมา
นี่ไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกอะไร 
 

ไปอยู่ไหนมาครับ....ช่วงนี้ เค้ากำลังพูดถึงเรื่องการเสียดินแดน 4.6 ตร.กม. ไม่ใช่ปราสาท พระวิหาร

เรื่องศาลโลกตัดสินอย่างไร คนในเว็ป เค้ารู้กันหมดแล้ว....ออกมาที่สว่าง ๆ สิครับ...

หายใจลึก ๆ แล้ว อ่านข่าวเยอะหน่อย....อ่านเสร็จ แล้ว ก็คิดว่า อะไร จริง หรือไม่จริง...


 

บันทึกการเข้า
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #58 เมื่อ: 30-07-2008, 14:41 »

ไปอยู่ไหนมาครับ....ช่วงนี้ เค้ากำลังพูดถึงเรื่องการเสียดินแดน 4.6 ตร.กม. ไม่ใช่ปราสาท พระวิหาร

เรื่องศาลโลกตัดสินอย่างไร คนในเว็ป เค้ารู้กันหมดแล้ว....ออกมาที่สว่าง ๆ สิครับ...

หายใจลึก ๆ แล้ว อ่านข่าวเยอะหน่อย....อ่านเสร็จ แล้ว ก็คิดว่า อะไร จริง หรือไม่จริง...


 



เอ้า เขมรเอาดินแดนตรงนี้ไปแล้วหรือครับ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
โอ ตกข่าว ตกข่าว
เสียดินแดนจริง ๆ แล้วสิเรา
 
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #59 เมื่อ: 30-07-2008, 14:52 »

คุณจะไปต่อสู้กับอะไรอีก ทุกอย่างมันยุติลงไปหมดแล้ว ไทยได้ร้องค้าน ไทยได้สงวนสิทธิ์ ไทยได้ทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
แต่ท้ายที่สุดปราสาทก็คงเป็นของเขมรอยู่วันยังค่ำ

แล้วที่พากันประท้วงอยู่นี่ มันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ได้ปราสาทคืนมาหรือ ก็เปล่า
มันมีแต่ไปสะกิดแผลเก่าของความแตกแยกให้มันลุกลามขึ้นมาอีก เพื่อผลทางการเมือง เพื่อล้มกลุ่มคนบางกลุ่ม เท่านั้น
เรื่องไม่เป็นเรื่องก็กุกันขึ้นมา ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวเท็จ ก็พากันสร้างขึ้นมา
แผนที่ก็วาดกันเอาเองตามใจชอบ ตรงนั้นของเขมรตรงนี้ของไทย พูดเอง เออเอง
บางพวกลามปามไปกว่านั้น จะทวงดินแดนกลับคืนมา
นี่ไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกอะไร 
 


'คนที่ราบสูง'.......
นายกฯหมัก เมถุน อดีตรมต.กต.ที่ขายชาติยืนยันและทวงบุญกับพวกรากหญ้า บัตรเติมเงิน ว่า พวกเขาสองตนได้ปกป้องแผ่นดินไทยไม่ให้สูญเสียให้เขมรแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ขยายความนายกฯเขมร รมว.กต.เขมรต้องการเพียงปราสาทพระวิหาร เท่านั้น บริเวณอื่นๆยังเป็นของคนไทยอยู่.....!!!

คนไทยที่ไม่ได้เป็นพวกรากหญ้า บัตรเติมเงิน ได้ฟัง ได้รู้แล้ว ก็คิดว่ามนุษย์ขายชาติสองตนนั้นโกหกพวกรากหญ้า บัตรเติมเงินที่รัก ศรัทธาพวกเขา อย่างไร้ยางอายที่สุด.....

น่าสงสาร น่าสังเวชสติปัญญาของพวกรากหญ้า บัตรเติมเงินที่ไม่รู้ว่าปราสาทพระวิหารอยู่บนยอดเขา ชะง้อนเขา ตามคำวินิจฉัยของศาลโลก(?)นั้น ไม่มีทางเท้าเดินขึ้น นอกจากจะเดินขึ้นจากฝั่งไทย ดินแดนไทย....

ดังนั้นสมเด็จฮุนเซน รมว.กต.เขมรได้สมคบคิดกับนักธุรกิจการเมืองแม๊ว นายกฯนอมินี และ รมว.กต.ในขณะนั้นว่าที่ดินรอบบริเวณหลายตารางกี่โลเมตร(4.6 ตรม.กม.)ก็เป็นของเขมรด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่นักธุรกิจการเมืองแม๊วจะได้รับจากบ่อพลังงานในอ่าวไทยที่ทับซ้อนกับเขมร ที่สมเด็จฮุนเซน มีอำนาจชี้นิ้วจะให้เป็นของผู้ใด...

ถ้าแผนการนี้สำเร็จเรียบร้อยโรงเรียนสมเด็จฮุนเซน ผู้ที่จะได้ประโยชน์คือ นักธุรกิจการเมืองแม๊ว สมเด็จฮุนเซน เหลือเศษๆ ให้นายกฯนอมินีและอดีตรมต.กต.ที่ยอมสมรู้สมคบคิดยกดินแดนไทยให้เขมรด้วย.....



ชาวที่ราบสูง....
ต้องพูดอะไรนอกเหนือจาก'ใบบอก'พิมพ์ไว้บ้าง ไม่ใช่หน้าด้าน ไร้ยางอาย พูดตาม'ใบบอก'เกี่ยวกับ'ปราสาทพระวิหาร' เท่านั้น


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #60 เมื่อ: 30-07-2008, 15:09 »


'คนที่ราบสูง'.......
นายกฯหมัก เมถุน อดีตรมต.กต.ที่ขายชาติยืนยันและทวงบุญกับพวกรากหญ้า บัตรเติมเงิน ว่า พวกเขาสองตนได้ปกป้องแผ่นดินไทยไม่ให้สูญเสียให้เขมรแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ขยายความนายกฯเขมร รมว.กต.เขมรต้องการเพียงปราสาทพระวิหาร เท่านั้น บริเวณอื่นๆยังเป็นของคนไทยอยู่.....!!!

คนไทยที่ไม่ได้เป็นพวกรากหญ้า บัตรเติมเงิน ได้ฟัง ได้รู้แล้ว ก็คิดว่ามนุษย์ขายชาติสองตนนั้นโกหกพวกรากหญ้า บัตรเติมเงินที่รัก ศรัทธาพวกเขา อย่างไร้ยางอายที่สุด.....

น่าสงสาร น่าสังเวชสติปัญญาของพวกรากหญ้า บัตรเติมเงินที่ไม่รู้ว่าปราสาทพระวิหารอยู่บนยอดเขา ชะง้อนเขา ตามคำวินิจฉัยของศาลโลก(?)นั้น ไม่มีทางเท้าเดินขึ้น นอกจากจะเดินขึ้นจากฝั่งไทย ดินแดนไทย....

ดังนั้นสมเด็จฮุนเซน รมว.กต.เขมรได้สมคบคิดกับนักธุรกิจการเมืองแม๊ว นายกฯนอมินี และ รมว.กต.ในขณะนั้นว่าที่ดินรอบบริเวณหลายตารางกี่โลเมตร(4.6 ตรม.กม.)ก็เป็นของเขมรด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่นักธุรกิจการเมืองแม๊วจะได้รับจากบ่อพลังงานในอ่าวไทยที่ทับซ้อนกับเขมร ที่สมเด็จฮุนเซน มีอำนาจชี้นิ้วจะให้เป็นของผู้ใด...

ถ้าแผนการนี้สำเร็จเรียบร้อยโรงเรียนสมเด็จฮุนเซน ผู้ที่จะได้ประโยชน์คือ นักธุรกิจการเมืองแม๊ว สมเด็จฮุนเซน เหลือเศษๆ ให้นายกฯนอมินีและอดีตรมต.กต.ที่ยอมสมรู้สมคบคิดยกดินแดนไทยให้เขมรด้วย.....



ชาวที่ราบสูง....
ต้องพูดอะไรนอกเหนือจาก'ใบบอก'พิมพ์ไว้บ้าง ไม่ใช่หน้าด้าน ไร้ยางอาย พูดตาม'ใบบอก'เกี่ยวกับ'ปราสาทพระวิหาร' เท่านั้น



คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ผีพอลพตเข้าฝันบอกคุณ หรือนายฮุนเซนสายตรงจากเขมรเข้ามารายงานเรื่องนี้ต่อคุณ
นายทักษิณ นายสมัคร หรือใครต่อใครที่คุณว่า เป็นเจ้าของประเทศนี้หรือ ถึงจะมีสิทธิ์ยกดินแดนส่วนนั้นส่วนนี้ให้เขมร

พื้นที่ทับซ้อนก็คือพื้นที่ทับซ้อน มันมีเป็นสิบ ๆ จุด เดี๋ยวนี้ก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าเป็นของใครกันแน่
แล้วเรื่องอะไรถึงพากันมาโวยวายว่า มันจะตกเป็นของเขมร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2008, 15:15 โดย hilander » บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #61 เมื่อ: 30-07-2008, 15:22 »

ผมได้บอกไปแล้วว่ามันไม่มีอะไรที่ต้องศึกษาอีกหรอก
ปราสาทพระวิหารนั้นเป็นของเขมร พื้นที่โดยรอบก็เป็นของเขา ตามมติของศาลโลก และตามมติของ ครม.ปี2505
คุณจะไปตะแบงเอาอะไรอีก

หรือคุณยังติดใจในประเด็นไหน


พื้นที่ทับซ้อนก็คือพื้นที่ทับซ้อน มันมีเป็นสิบ ๆ จุด เดี๋ยวนี้ก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าเป็นของใครกันแน่
แล้วเรื่องอะไรถึงพากันมาโวยวายว่า มันจะตกเป็นของเขมร

 Mr. Green
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #62 เมื่อ: 30-07-2008, 15:28 »

Mr. Green


แล้วไง
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #63 เมื่อ: 30-07-2008, 15:48 »

ผมได้บอกไปแล้วว่ามันไม่มีอะไรที่ต้องศึกษาอีกหรอก
ปราสาทพระวิหารนั้นเป็นของเขมร พื้นที่โดยรอบก็เป็นของเขา ตามมติของศาลโลก และตามมติของ ครม.ปี2505
คุณจะไปตะแบงเอาอะไรอีก

หรือคุณยังติดใจในประเด็นไหน



พื้นที่ทับซ้อนก็คือพื้นที่ทับซ้อน มันมีเป็นสิบ ๆ จุด เดี๋ยวนี้ก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าเป็นของใครกันแน่
แล้วเรื่องอะไรถึงพากันมาโวยวายว่า มันจะตกเป็นของเขมร

Mr. Green


พวกได้หน้า ลืมหลัง.....!!!
 


ปล. ไม่ขอขี้แจงเพิ่มเติม...
ขอให้ถือว่าต่างสำนึกในความเป็นไทย
และมีที่มาที่ไป แตกต่างกันเถอะครับ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2008, 15:51 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #64 เมื่อ: 30-07-2008, 16:06 »

พวกได้หน้า ลืมหลัง.....!!!
 




เหรอ
แล้วไง

หลังศาลโลกมีมติ ไม่ใช่ไทยหรอกหรือที่ไปขีดพื้นที่ให้เขาว่า ตรงนี้ของไทย ตรงนั้นของเขมร
พอเขาจะขึ้นทะเบียนปราสาท เขาก็ส่งแผนที่ที่ไทยกำหนดให้นั้นมาให้ตรวจสอบ
เมื่อปี 2505 คุณเคยว่าอย่างนี้ ปี 2551 ผมก็จะว่าตามคุณ

พวกบ้าจี้ก็เต้นผาง จะเรียกร้องปราสาทคืน เป็นของไทย เป็นของไทยมา 600 ปีแล้ว เขมรขี้โกง ฝรั่งเศสขี้โกง ศาลโลกก็ขี้โกงตามเขาไปด้วย ( ข้อมูลจากกระทู้ในเสรีไทย )   ไป ๆ มา ๆ กลับมาเปลี่ยนแนว กลายไปว่าเราจะเสียพื้นที่ในส่วนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน ทักษิณเอาไปแลกกับพื้นที่ทับซ้อนในทะเลบริเวณที่เป็นแหล่งน้ำมันซะแล้ว

พื้นที่โดยรอบปราสาทที่ผมว่าคือบริเวณที่ตัวปราสาทตั้งอยู่ ( ซึ่งไทยไปกำหนดให้เขาเองว่าจากตรงไหนถึงตรงไหน ) ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหากันอยู่

อย่า อย่า อย่าเล่นทีเผลอ ไม่กระจอกขนาดนั้นหรอกน่า


   
บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #65 เมื่อ: 30-07-2008, 16:10 »

เหรอ
แล้วไง

หลังศาลโลกมีมติ ไม่ใช่ไทยหรอกหรือที่ไปขีดพื้นที่ให้เขาว่า ตรงนี้ของไทย ตรงนั้นของเขมร
พอเขาจะขึ้นทะเบียนปราสาท เขาก็ส่งแผนที่ที่ไทยกำหนดให้นั้นมาให้ตรวจสอบ
เมื่อปี 2505 คุณเคยว่าอย่างนี้ ปี 2551 ผมก็จะว่าตามคุณ

พวกบ้าจี้ก็เต้นผาง จะเรียกร้องปราสาทคืน เป็นของไทย เป็นของไทยมา 600 ปีแล้ว เขมรขี้โกง ฝรั่งเศสขี้โกง ศาลโลกก็ขี้โกงตามเขาไปด้วย ( ข้อมูลจากกระทู้ในเสรีไทย )   ไป ๆ มา ๆ กลับมาเปลี่ยนแนว กลายไปว่าเราจะเสียพื้นที่ในส่วนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน ทักษิณเอาไปแลกกับพื้นที่ทับซ้อนในทะเลบริเวณที่เป็นแหล่งน้ำมันซะแล้ว
พื้นที่โดยรอบปราสาทที่ผมว่าคือบริเวณที่ตัวปราสาทตั้งอยู่ ( ซึ่งไทยไปกำหนดให้เขาเองว่าจากตรงไหนถึงตรงไหน ) ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหากันอยู่

อย่า อย่า อย่าเล่นทีเผลอ ไม่กระจอกขนาดนั้นหรอกน่า


   

 
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
วาโย
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 250


ซ้ายหรือขวาก็ว่าเอียงทั้งคู่ขอสู้อยู่ตรงกลางดีกว่า


« ตอบ #66 เมื่อ: 30-07-2008, 16:35 »

 ไม่ศึกษาก็ไม่รู้จริงสิครับเข้ามาแถตามใบบอกหรือ ขนาดนาย-กหน้าด้านแล้วยังยอมกลับลำส่ง รมต เตชไปเจรจาเลย สงสัยหน้าคุญไฮนี่คอนกรีตเสริมเหล็กตราหัวควายเลยนะนี่
บันทึกการเข้า

มาเถอะพี่น้องพ้องเพื่อนชีวิต ...ตื่นเถอะมวลมิตรผู้ยังหลับไหลจากเรา...คาราวาน (ขอยกท่อนหนึ่งของเพลงคาราวานมาแสดงระกันครับ ถึงเวลาแล้วที่คนหลับต้องตื่นสู้ คนอยู่ต้องก้าวต่อไป)
mastseri
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #67 เมื่อ: 30-07-2008, 16:44 »

เค้าไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วคุ๊ณณณณณ   ..... เฮ้อ  

ไม่ต้องการโต้นะครับ  คุณไปหาอ่านข้อมูลเอาเองก็ได้ เรื่องแผนที่น่ะ

ว่าไอ้ที่คุณเข้าใจมาตลอด  มันผิดหรือถูก  กับสถานการณ์ปัจจุบันที่เรากำลังเจรจากับเขมร แบบชุลมุนฝุ่นตลบกันอยู่เนี่ย

 

..........ยกเว้นแต่เพียงว่า  คุณ hilander  คิดว่า 4.6 ตร.ม.   มันเป็นของเขมรมาตั้งนานแล้วและคิดแบบนั้นตลอดมา    




ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น  ก็ป่วยการที่จะคุยกันแล้วว่ะ  

.............เฮ้ยยยยยยย!!!!!!! เจอคนเขมรในเว็บนี้อีกคนแล้วเว้ยยยยยยย



บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #68 เมื่อ: 30-07-2008, 17:04 »

ใครที่ยังสนใจเรื่องนี้ น่าจะไปดูว่า รัฐบาลทำไมต้องกลับลำ เข้าไปเจรจาเพื่อรักษา 4.6 ตารางกิโลเมตรไว้

ผลเป็นยังไงก็น่าจะรู้ แผนที่ ในเสรีไทย ก็มีที่มาที่ไป มีการอ้างอิง ไม่ใช่เขียนขึ้นเอง

แผนที่ฝรั่งเศส แผนที่ไทย แผนที่เขมร มีให้ดูกันหมดแล้ว

ถ้าจะตะแบง น่าจะศึกษาเรื่องราวให้มากกว่า สงสัยไม่ได้ฟังอภิปรายในสภา ที่ใช้เวลาอธิบายถึง 15 ชั่วโมง

ถามจริงๆ ไปอยู่ที่ไหนมาครับ
บันทึกการเข้า

login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #69 เมื่อ: 30-07-2008, 17:14 »

ใครอยากอ่านเนื้อความกระทู้นี้จริงๆ กลับไปหน้าแรกนะครับ
นี่เขาพาออกทะเลไปไกลแล้ว (ตัวเขาก็ยังไม่รู้ด้วยมั๊งว่าหลงถึงทะเลไหน)

โปรดสังเกต คนเขมรในเว็บไม่ว่าจะ จ๊ะ แก๊ส หมู ไม่โผล่มาในกระทู้นี้ซักนิด
แม้แต่คนเขมรตั้งกระทู้ก็หายจ้อย เหลือเขมรเบลอบางคนยังไม่รู้ตัว

 
บันทึกการเข้า
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #70 เมื่อ: 30-07-2008, 18:12 »

คิดอยู่เหมือนกัน จขกท.มาตั้งไว้แล้วก็หายจ้อย

ปล่อยให้ใครก็ไม่รู้ มาแบบมวยวัดเลย ชกมั่ว สะเปะสะปะไปหมด
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
Rule of Law
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 185


« ตอบ #71 เมื่อ: 30-07-2008, 18:13 »

จะต้องศึกษาอะไรอีก ในเมื่อปราสาทเป็นของเขมรมันก็ต้องอยู่ในที่ของเขมรสิ
ถ้าอย่างที่คุณว่า ปราสาทเป็นของเขมรแต่ที่ดันเป็นของไทย นั่นมันบ้าแล้ว

อย่างเช่น เขมรจะฟ้องศาลโลกว่าปราสาทเขาพนมรุ้งเป็นของเขมรมันย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะปราสาทนี้อยู่ในเขตไทย
เขมรฟ้องศาลโลกว่าปราสาทพระวิหารเป็นของเขา เพราะมันอยู่ในเขตของเขา
ในเมื่อศาลโลกวินิจฉัยแล้วว่าปราสาทเป็นของเขมร ดังนั้นมันก็ต้องประกอบกันไปว่าบริเวณที่ตั้งของปราสาทมันก็ต้องเป็นของเขมรด้วย

ถ้าไม่เข้าใจจะสรุปชัด ๆ อีกครั้ง ว่าปราสาทของเขมรก็ต้องตั้งอยู่ในที่ของเขมร 
คุณจะไปทึกทักว่าปราสาทเป็นของเขมรจริง แต่ที่ตั้งของของปราสาทนั่นเป็นที่ของไทย
นี่เป็นเรื่องบ้าที่ไม่มีประชาคมโลกที่ไหนยอมรับได้หรอก ไปพูดที่ไหนก็มีแต่เขาจะหัวร่อใส่หน้าคุณเท่านั้นแหล่ะ


อยากโพสต์กระทู้สร้างผลงาน ก็หัดแม่นข้อมูลหน่อย
ทำตัวเป็นขยะป่วนน่ารำคาญ

ไม่มีประชาคมโลกที่ไหนเขายอมรับหรอก  ยกเว้น ไอ้หน้าเมถุน


http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=149831

"สมัคร"กร้าวเฉ่งกลับเขมร ตอก"ฮุนเซ็น" ยันพื้นที่พิพาทดินแดนไทย

อ่านซะตัวโตๆ จะได้หายง่าว
เป็นไงล่ะ  พ่อลูกกรอกมันบอกว่าเป็นดินแดนไทยว่ะ

เชื่อได้เลย น้ำหน้าอย่างนี้ไม่มีทางอยู่ในบอร์ดนาน เห็นมาหลาย log in แล้ว


บันทึกการเข้า

Your C.V is nothing. Your future plan...is everything.
hilander
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #72 เมื่อ: 30-07-2008, 18:22 »

ใครอยากอ่านเนื้อความกระทู้นี้จริงๆ กลับไปหน้าแรกนะครับ
นี่เขาพาออกทะเลไปไกลแล้ว (ตัวเขาก็ยังไม่รู้ด้วยมั๊งว่าหลงถึงทะเลไหน)

โปรดสังเกต คนเขมรในเว็บไม่ว่าจะ จ๊ะ แก๊ส หมู ไม่โผล่มาในกระทู้นี้ซักนิด
แม้แต่คนเขมรตั้งกระทู้ก็หายจ้อย เหลือเขมรเบลอบางคนยังไม่รู้ตัว

 

เอ้า นี่ออกทะเลไปแล้วเหรอ ว้า

แล้วที่ทวงเหยง ๆ ก่อนหน้านี้ ที่คุณแนะนำให้ผมไปอ่าน สรุปว่าตอนนี้เป็นอย่างไร หรือว่าเสร่อหน้าแตกแล้วก็หายจ้อย

เช่น http://forum.serithai.net/index.php?topic=28392.0



จากกรณีรัฐบาลสมัคร กับปราสาทพระวิหาร ทำให้มีข้อมูลหลั่งไหลออกมามากมาย
แต่อาจไม่สะดวกในการจัดทำเป็นเอกสารเผยแพร่ ผมก็เลยลองสรุปข้อมูลที่พอหาได้
จัดทำเป็นบทความขนาดไม่ยาวนัก ที่พอจะพิมพ์ได้ใน 2 หน้ากระดาษ A4 (1 แผ่น)

คุณพระพายได้กรุณาช่วยทำเป็นไฟล์ PDF และ MsWord ที่สะดวกในการเผยแพร่
ซึ่งผู้สนใจสามารถ Download ได้จากลิงค์นี้ครับ

http://www.savefile.com/files/1626944

เป็น zip ไฟล์ขนาดเพียง 86 kb (เล็กมาก) มีทั้งไฟล์ doc และ pdf
ถ้าเห็นว่าพอมีประโยชน์จะนำไปพิมพ์แจก หรือส่งต่อกันทางอีเมล์ก็เชิญได้นะครับ 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

==สรุปประเด็นกรณีรัฐบาลสมัครกับปราสาทพระวิหาร==

เรื่องปราสาทพระวิหาร สรุปง่ายๆ ก็คือ "ไทยถูกฝรั่งเศสโกง" โดยการทำแผนที่ผิดสนธิสัญญา
ระหว่างไทยฝรั่งเศส พ.ศ. 2447 ที่ระบุเอาไว้ตั้งแต่มาตรา 1 ว่ากำหนดเส้นเขตแดนที่ "สันปันน้ำ"
และการทำแผนที่นั้นไม่อยู่ในข้อกำหนดใดๆ ของสนธิสัญญา  ศาลโลกวินิจฉัยว่าแผนที่ดังกล่าว
ไม่มีผลผูกพันมาแต่ต้น ..แผนที่ดังกล่าวจึงไม่เคยได้รับการรับรองจากประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน..

พื้นที่ปราสาทพระวิหารอยู่ในความครอบครองของไทยมาเกือบ 600 ปี นับแต่สมัยเจ้าสามพระยา
ที่เขมรถูกไทยตีนครธมแตก เมื่อปี พ.ศ. 1974 และเสียหายหนักจนย้ายเมืองหลวงไปพนมเปญ
ทิ้งปราสาทพระวิหารให้รกร้างอยู่ร่วม 500 ปี กระทั่งกรมหลวงสรรพสิทธิฯ พระเจ้าน้องยาเธอ
ในรัชกาลที่ 5 ขณะเป็น ข้าหลวงต่างพระองค์ มณฑลอีสาน ทรงค้นพบอีกครั้งในปี พ.ศ. 2442
ขณะนั้นปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตแดนไทย เช่นเดียวกับบางส่วนของลาวและเขมร มีหลักฐาน
ทรงจารึกปี ร.ศ. ที่พบและพระนาม ไว้ที่ชะง่อนผาเป้ยตาดี ข้อความว่า "๑๑๘ สรรพสิทธิ"

หลังฝรั่งเศสเข้ายึดครองอินโดจีน ไทยและฝรั่งเศสมีการทำสนธิสัญญา พ.ศ. 2447 ซึ่งต่อมา
ฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ผิดๆ ที่ไม่มีการระบุในสนธิสัญญาให้ต้องจัดทำ มามอบให้ไทย 50 ชุด
ในแผนที่ไม่ใช้สันปันน้ำเป็นเส้นเขตแดน และทำให้ปราสาทพระวิหารไปอยู่ในเขตของกัมพูชา
ไทยไม่ได้รับรองหรือคัดค้านความถูกต้องของแผนที่แต่อย่างใด และต่อมาฝรั่งเศสได้ส่งทหาร
เข้าประจำการที่ปราสาทพระวิหารโดยไม่มีสนธิสัญญาใดๆ รองรับ

ต่อมาฝรั่งเศสอ่อนแอลงหลังรบแพ้เยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 และรบแพ้ไทยใน สงคราม-
พิพาทอินโดจีน เมื่อ พ.ศ. 2484 ทำให้ต้องคืนดินแดนให้ไทย ครอบคลุมถึงปราสาทพระวิหาร
ซึ่งไทยได้สร้าง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นอนุสรณ์แด่ผู้พลีชีพในสงครามที่มีชัยเหนือฝรั่งเศส
แต่หลังสงครามโลก ไทยต้องคืนดินแดนที่ยึดคืนได้ให้ฝรั่งเศส แลกกับการไม่เป็นผู้แพ้สงคราม
และได้เข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ

พ.ศ. 2502 ภายหลังกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส มีการฟ้องร้องไทยต่อศาลโลก โดยอ้างอิง
แผนที่ ที่ฝรั่งเศสทำไว้โกงๆ แล้วส่งมาให้ไทยใช้ กัมพูชาอ้างต่อศาลว่าฝรั่งเศสโกงแล้วไทยไม่ค้าน
แสดงว่ายอมยกปราสาทพระวิหารให้ฝรั่งเศส  ดังนั้นกัมพูชาก็ควรได้รับสิทธิโกงปราสาทสืบต่อด้วย

คำตัดสินของศาลโลกเห็นได้ชัดว่าลำเอียงเข้าข้างเขมรมากๆ เพราะไม่มีหลักฐานเป็นทางการใดๆ
ว่าผู้มีอำนาจฝ่ายไทยให้การรับรองแผนที่ขี้โกงนั้น แม้แต่ศาลโลกเองก็ยังยอมรับว่าฝรั่งเศสโกง
แต่อ้างหลักว่าไทย "นิ่งเฉย" แล้วศาลเหมาเอาว่าไทยให้การรับรอง

นอกจากนี้ศาลโลกยังให้ความสำคัญกับการกระทำต่างๆ ของบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้แทนประเทศไทย
โดยตีความการกระทำต่างๆ ว่าสามารถรับรองความถูกต้องของแผนที่ขี้โกง และรับรองอธิปไตย
ของฝรั่งเศสเหนือปราสาทพระวิหาร เช่น การเยือนปราสาทพระวิหารของกรมพระยาดำรงฯ

ในขณะที่สนธิสัญญาเท่านั้นที่ทำโดยผู้มีอำนาจจริง และได้ระบุการแบ่งเขตแดนด้วยสันปันน้ำ
ไว้ตั้งแต่มาตราแรกอย่างชัดเจนแต่ศาลกลับอ้างว่าสนธิสัญญาถูกลบล้างโดยการนิ่งเฉยของไทย
ต่อแผนที่ขี้โกง ที่ทำขึ้นโดยไม่มีอะไรรองรับ


ฝรั่งเศสเองมีโอกาสหลายครั้งที่จะเสนอให้ไทยรับรองแผนที่นี้แต่ไม่เคยเสนอ หากจะถือเกณฑ์
เดียวกันก็จะได้ว่าฝรั่งเศสเองก็นิ่งเฉยที่จะให้ไทยรับรองแผนที่เช่นกัน มีหลักฐานคือสนธิสัญญา
ที่ทำใหม่ใน ปี พ.ศ. 2468 และ พ.ศ. 2480 ต่างมีข้อความยืนยันเส้นเขตแดนตาม สนธิสัญญา
ปี พ.ศ. 2447 ที่ถือตามสันปันน้ำ และไม่มีการอ้างอิงแผนที่ขี้โกงแต่อย่างใด

สรุปว่าหลังถูกฝรั่งเศสโกงและเขมรโกงตามน้ำ รัฐบาลไทยยังรู้สึกว่าถูกศาลโลกโกงซ้ำอีกด้วย

หลังคำตัดสินศาลโลก รัฐบาลไทยจึงมีหนังสือคัดค้านคำตัดสินและประกาศสงวนสิทธิโดยชัดแจ้ง
ที่จะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนหากมีสิทธิประการใดเกิดขึ้นในอนาคต
(เช่น มีการจัดตั้ง
องค์กรระหว่างประเทศใหม่ๆ เช่น ศาลคดีพิพาทเขตแดนระหว่างประเทศ หรือมีกฎหมายใหม่ๆ
เช่น กฎหมายสนธิสัญญาไม่เป็นธรรม ฯลฯ) โดยมีเนื้อความบางส่วนดังนี้

"รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใดๆ
ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการ
กฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง และตั้งข้อประท้วงต่อคำพิพากษาของ
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา"


การที่รัฐบาลสมัคร รับรองสิทธิของกัมพูชาตามคำตัดสินศาลโลกจึงเท่ากับลบล้างคำประกาศ
สงวนสิทธิที่รัฐบาลไทยได้เคยทำไว้ กลายเป็นการประกาศสละสิทธิเหนือปราสาทพระวิหาร
อย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลไทย


ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ อาจเท่ากับประกาศยอมรับความถูกต้องของแผนที่ซึ่งฝรั่งเศสทำโกงไทยไว้
และมีพื้นที่ครอบคลุมแนวชายแดนอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่จำกัดเฉพาะพื้นที่ไม่กี่ตารางกิโลเมตร
บริเวณปราสาทพระวิหารเท่านั้น


รัฐมนตรีนพดล และรัฐบาลสมัคร ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลยที่จะต้องเร่งรีบสนองประโยชน์เขมร
เพราะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีเขมรหรือรัฐบาลเขมร ที่กำลังจะมีเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 27 กรกฎาคม นี้
เรื่องปราสาทพระวิหารจะสร้างคะแนนให้พรรครัฐบาลของสมเด็จฮุนเซ็นที่เป็นเพื่อน พตท.ทักษิณ
ในขณะที่ไทยยังไม่ได้ประโยชน์จากกรณีปราสาทพระวิหารเลย ทั้งที่รัฐบาลได้เปรียบในการต่อรอง

สรุปว่ารัฐบาลสมัครและรัฐมนตรีนพดลกระทำผิดพลาดร้ายแรงกรณีปราสาทพระวิหาร 
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #73 เมื่อ: 30-07-2008, 19:33 »

เอ้า เขมรเอาดินแดนตรงนี้ไปแล้วหรือครับ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
โอ ตกข่าว ตกข่าว
เสียดินแดนจริง ๆ แล้วสิเรา
 

โห ไม่น่าเชื่อ หลังจากความเห็นนี้ แล้วยังมีคนมาคุยด้วยอีก...

ฮ่า ๆ มนุษย์ หลายชื่อ...เดี๋ยวเป็นผู้หญิง เดี่ยว เป็นผู้ชาย....เดี๋ยว เป็นกระเทย...


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-07-2008, 19:37 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #74 เมื่อ: 30-07-2008, 19:45 »

เหรอ
แล้วไง

หลังศาลโลกมีมติ ไม่ใช่ไทยหรอกหรือที่ไปขีดพื้นที่ให้เขาว่า ตรงนี้ของไทย ตรงนั้นของเขมร
พอเขาจะขึ้นทะเบียนปราสาท เขาก็ส่งแผนที่ที่ไทยกำหนดให้นั้นมาให้ตรวจสอบ
เมื่อปี 2505 คุณเคยว่าอย่างนี้ ปี 2551 ผมก็จะว่าตามคุณ

พวกบ้าจี้ก็เต้นผาง จะเรียกร้องปราสาทคืน เป็นของไทย เป็นของไทยมา 600 ปีแล้ว เขมรขี้โกง ฝรั่งเศสขี้โกง ศาลโลกก็ขี้โกงตามเขาไปด้วย ( ข้อมูลจากกระทู้ในเสรีไทย )   ไป ๆ มา ๆ กลับมาเปลี่ยนแนว กลายไปว่าเราจะเสียพื้นที่ในส่วนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน ทักษิณเอาไปแลกกับพื้นที่ทับซ้อนในทะเลบริเวณที่เป็นแหล่งน้ำมันซะแล้ว

พื้นที่โดยรอบปราสาทที่ผมว่าคือบริเวณที่ตัวปราสาทตั้งอยู่ ( ซึ่งไทยไปกำหนดให้เขาเองว่าจากตรงไหนถึงตรงไหน ) ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหากันอยู่

อย่า อย่า อย่าเล่นทีเผลอ ไม่กระจอกขนาดนั้นหรอกน่า


   

55  ตัวปราสาท มันคงมี รากแขนง เหมือนต้นปีบ....ที่ขยาย ไปกว้าง ได้เป็นร้อยเมตรเลยเชียว....

ศาลโลกเค้าเลยตัดสินบริเวณพื้นที่รอบ ๆ ปราสาท ให้เขมรไปด้วย...

 

ว่าแต่ล็อคอินเก่าโดนไปแล้วเหรอ
บันทึกการเข้า
西施无情
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 456


ไซซีไ้ร้ใจ


« ตอบ #75 เมื่อ: 30-07-2008, 19:57 »

คุณจะไปต่อสู้กับอะไรอีก ทุกอย่างมันยุติลงไปหมดแล้ว ไทยได้ร้องค้าน ไทยได้สงวนสิทธิ์ ไทยได้ทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
แต่ท้ายที่สุดปราสาทก็คงเป็นของเขมรอยู่วันยังค่ำ

แล้วที่พากันประท้วงอยู่นี่ มันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ได้ปราสาทคืนมาหรือ ก็เปล่า
มันมีแต่ไปสะกิดแผลเก่าของความแตกแยกให้มันลุกลามขึ้นมาอีก เพื่อผลทางการเมือง เพื่อล้มกลุ่มคนบางกลุ่ม เท่านั้น
เรื่องไม่เป็นเรื่องก็กุกันขึ้นมา ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวเท็จ ก็พากันสร้างขึ้นมา
แผนที่ก็วาดกันเอาเองตามใจชอบ ตรงนั้นของเขมรตรงนี้ของไทย พูดเอง เออเอง
บางพวกลามปามไปกว่านั้น จะทวงดินแดนกลับคืนมา
นี่ไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกอะไร 
 

แน่ใจเหรอ ?? ไทยเนี่ยนะ ได้ทำอะไร ?? ไหนสมัครบอกว่ายังไงไทยก็ไม่เสียแดนไทยไง ?? แล้วปราสาทที่ตั้งอยู่บนแดนไทย ต้องกลายเป็นของเขมรไปเนี่ยนะไม่เสียดินแดน ?? แล้วกุข่าวบ้าบออะไร ?? สมองไม่รับข่าวสารมากกว่ามั้ง?? เฮ่อ .. ไม่มีความรักชาติเลย คนไทยรึเปล่าเนี่ย ?? แผนที่วาดเองบ้านเอ็งดิ!!
บันทึกการเข้า

我愛你, 陈一冰,
นักปฏิวัติ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #76 เมื่อ: 03-08-2008, 12:45 »

คำพิพากษาของศาลโลก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505(คศ. 1962) ที่ว่า “ศาลนี้ โดยคะแนน 9 ต่อ 3 เห็นว่า ปราสาทพระวิหาร ตั้งอยู่บนดินแดน ที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา” (THE COURT,By nine votes to three,FINDS THAT THE TEMPLE OF PREAH VIHEAR IS SITUATED IN TERRITORY UNDER THE SOVEREIGNTY OF CAMBODIA.) ซึ่งประเทศไทยโดยคณะรัฐมนตรีในยุคนั้น ได้ลงมติและประกาศว่า ไทยยอมรับคำพิพากษาของศาลโลก ตามพันธกรณีในฐานะที่เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

คำตอบ ตัวสีแดง ไม่มีคำพูดว่าพื้นที่รอบตัวปราสาทเป็นของเขมร แต่อย่างใดครับ
บันทึกการเข้า

"สุดยอดกลยุทธ์ คือชนะโดยไม่ต้องรบ" ซุนวู

"ผู้นำชั้นเลิศนั้น เพียงแต่เป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตนอยู่
ชั้นรองลงมา เป็นที่รักและสรรเสริญ
ชั้นรองกว่านั้น เป็นที่เกรงกลัวและเกลียดชัง" เหล่าจื๊อ เต้าเต๋อจิง
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: