ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
22-09-2020, 11:34
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  แฉ!..สัมพันธ์ น้องเมีย"เตช" ซี้แนบแน่น"นพดล"ดึงลูกสาว เป็นเลขาฯ"ส่วนตัว" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
แฉ!..สัมพันธ์ น้องเมีย"เตช" ซี้แนบแน่น"นพดล"ดึงลูกสาว เป็นเลขาฯ"ส่วนตัว"  (อ่าน 3654 ครั้ง)
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« เมื่อ: 27-07-2008, 19:06 »

น้องเมียเตชซี้'นพดล' ดึง'ลูกสาว'เป็นเลขาฯ 
Sunday, 27 July 2008 
   

“สุรินทร์:เลขาอาเซียน” ชื่นชม “เตช” นั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงบัวแก้วคนใหม่ ชี้เป็นที่ยอมรับของคนในกระทรวงและเวทีนานาชาติ เชื่อจะทำให้การทำงานราบรื่นแน่ แต่ยอมรับต้องเผชิญกับงานที่หนัก เผยเบื้องหลัง “เตช-นพดล” มีสัมพันธ์ทางอ้อมผ่านน้องสาวเมีย


ถึงขนาด “นพดล” ดึงตัวลูกสาวน้องเมียเตช มาเป็นเลขาฯส่วนตัว แต่คงไม่มีผลในเรื่องการทำงาน เพราะ “เตช” มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

วันที่ 27 ก.ค. 2551 นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงการที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายเตช บุนนาค เป็นรมว.ต่างประเทศคนใหม่ว่า นายเตชเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุด ทั้งความรู้ ความสามารถ เพราะเชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ การต่างประเทศ มีประสบการณ์การทำงานเป็นที่ยอมรับของคนกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานในตำแหน่งรมว.ต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นอย่างแน่นอน

เลขาธิการอาเซียน กล่าวอีกว่า สิ่งที่รมว.ต่างประเทศคนใหม่ต้องทำงานอย่างหนัก นอกการเจรจาแก้ไปกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารกับทางกัมพูชาแล้ว ต้องรับผิดชอบในการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยอีก 1 ปีครึ่ง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ในการประสานงานในการพัฒนาองค์กรอาเซียน ให้เป็นหนึ่งเดียว และผลักดันประชาคมอาเซียนให้เกิดขึ้นภายในปี 2558 ให้ได้ โดยงานแรกที่ต้องทำคือ การเตรียมจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในปลายปีนี้ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการให้สัตยาบรรณเพื่อมุ่งมั่น และบูรณาการประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกนายเตช บุนนาค ขึ้นดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศคนใหม่นี้ ซึ่งได้รับการชื่นชมจากหลายฝ่ายนั้น ส่วนหนึ่งยังได้รับแรงสนับสนุนจากนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศโดยทางอ้อมด้วย  เนื่องจากภรรยาของนายเตชคือ นางเพ็ญศรี บุนนาค (นามสกุลเดิม “อมาตยกุล”) มีน้องสาวคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันแต่งงานกับอดีตส.ส.ภาคเหนือ ของพรรคไทยรักไทยเดิม แต่มาสอบตกในสมัยเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งน้องสาวของภรรยานายเตชนั้น มีความสนิทสนมเป็นอย่างดีกับนายนพดล ถึงขนาดส่งลูกสาวที่เกิดจากสามีเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว มาเป็นเลขานุการส่วนตัวให้กับนายนพดลที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยที่เลขานุการส่วนตัวคนนี้ก็คือคนที่เดินทางไปเก็บของใช้ส่วนตัวของนายนพดลออกจากกระทรวง ในวันที่เตรียมลาออกจากตำแหน่ง

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่า นายเตชมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเป็นคนที่ไม่หวงอำนาจ เพราะเคยลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวง ในยุคที่ถูกฝ่ายการเมืองครอบงำมาแล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะให้ความยุติธรรมกับข้าราชการ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าจะไปกลัวนักการเมือง อีกทั้งข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศหลายคนก็ให้ความนับถือ จึงเชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างดีแน่

“เตช” ยืนยันทำหน้าที่เจรจาให้ดีที่สุด เชื่อจะได้ข้อยุติระดับหนึ่ง
 
ในเวลา 08.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมประชุมกับนายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ในวันที่ 28 ก.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมดิอองกอร์ พาเลส สปา แอนด์ รีสอร์ท เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชม.

หลังจากนั้นนายธฤต จรุงวัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ แถลงว่า การเดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศกัมพูชา ถือเป็นงานแรก และเป็นการถือโอกาสที่จะเริ่มต้นหารือกับทางกัมพูชา ซึ่งรมว.ต่างประเทศได้ยืนยันว่าจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาต่างๆ และยอมรับว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน แต่ก็เชื่อมั่นว่าบนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันที่มีมาอย่างยาวนาน จะร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้
               
นายธฤต กล่าวว่า ในการเจรจาระหว่างรมว.ต่างประเทศไทยและกัมพูชานั้น ทางไทยมีความตั้งใจที่จะไปหารือกับทางกัมพูชาด้วยความบริสุทธิ์ใจและบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศฯไม่สามารถย้ายที่ตั้งได้ และประชาชนของทั้ง 2 ประเทศก็จะต้องอยู่ร่วมกัน ดังนั้นในการแก้ไขปัญหาควรจะใช้กรอบทวิภาคี เช่นเดียวกันเหตุการณ์เผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ไทยหวังว่าทางกัมพูชาจะมีความใจกว้างและจริงใจในการหารือ โดยที่ไม่ตั้งเงื่อนไขใดๆ ไว้ล่วงหน้า ซึ่งเชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้จะมีข้อยุติในระดับหนึ่ง และรัฐบาลไทยมีความตั้งใจที่จะนำไปสู่ข้อยุติ รวมทั้งหวังว่ากัมพูชาจะเปิดใจกว้างในกรอบความร่วมมือฉันเพื่อนบ้านที่ดี อย่างไรก็ตามไทยมีความพร้อมที่จะชี้แจงทุกเวทีเพื่อให้ประชาคมโลกเข้าใจ
               
อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าประเทศไทยใช้กำลังทหารรุกล้ำในพื้นที่นั้น ตนขอยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ดินแดนเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งในการตกลงระหว่าง 2 ฝ่ายในกรอบบันทึกความเข้าใจเมื่อปี พ.ศ.2543 ได้มีการตกลงกันว่าจะมีการปักปันเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ และจะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าไปทำลายสภาพสิ่งแวดล้อม แต่ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมากลับมีทหารและพลเรือนของกัมพูชา เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งไทยได้ประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชามาแล้ว 4 ครั้ง เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชากำเนินการตามข้อตกลงบันบึกความเข้าใจดังกล่าว
               
“ยืนยันว่าประเทศไทยได้ดำเนินการตามกรอบและครรลองระหว่างประเทศ ในการขอให้กัมพูชาร่วมมือกับไทยในการทำตามพันธะกรณีบันทึกทำความเข้าใจ ซึ่งการที่ทหารไทยเข้าไปในพื้นที่ในครั้งนี้หลังจากที่ไทยได้ประท้วงแล้ว หลายครั้ง และทางกัมพูชาไม่ได้สนองตอบใดๆ ดังนั้นการที่มีทหารไทยเข้าไปในพื้นที่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรุกลานเพราะ เราเข้าไปในพื้นที่ของเรา และก่อนหน้านั้นก็มีทหารของกัมพูชากว่า 200 นายเข้าไปในพื้นที่เช่นเดียวกัน”นายธฤตกล่าว



 
บันทึกการเข้า
public limited
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 161


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 27-07-2008, 23:30 »

อย่าเพิ่งตั้งแง่โยงครับ รอดูผลงานกันก่อนนิ๊สนึง

บางทีเครือญาติกันก็จริง แต่ใช่ว่าเป็นพวกเดียวกันหมดนะ ครอบครัว-พี่น้องเดียวกัน ยังอยู่กันคนละพรรคได้เล๊ย
เว้นตระกูลเดียวเท่านั้นหล่ะที่ตั้งกะหัวยันหางมันระบอบเดียวกัน นิสัยเดียวกันหมด
บันทึกการเข้า

เปิดความคิด พิชิตความไม่รู้ ต้องดู-ต้องอ่าน-ต้องฟัง และสิ่งสำคัญคือมีคุณธรรมต่อชาติบ้านเมือง
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #2 เมื่อ: 27-07-2008, 23:38 »

อย่าเพิ่งตั้งแง่โยงครับ รอดูผลงานกันก่อนนิ๊สนึง

บางทีเครือญาติกันก็จริง แต่ใช่ว่าเป็นพวกเดียวกันหมดนะ ครอบครัว-พี่น้องเดียวกัน ยังอยู่กันคนละพรรคได้เล๊ย
เว้นตระกูลเดียวเท่านั้นหล่ะที่ตั้งกะหัวยันหางมันระบอบเดียวกัน นิสัยเดียวกันหมด
หม่อมอุ๋ยกับปลื้ม พ่อลูกนี้ไปทางเดียวกันรึเปล่าเนี่ย
บันทึกการเข้า
ฟ้าเข้ม
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 462


« ตอบ #3 เมื่อ: 27-07-2008, 23:45 »

คงต้องดูผลงานกันก่อน อย่างน้อยตอนนี้ เราก็ได้คนมีความรู้ความสามารถสมกับหน้าที่

ไม่ใช่เอาทนายตาเหล่มาเป็นรัฐมนตรี ตปท


ก็ได้แต่คาดหวังว่าเค๊าคงใช้ความรู้ความสามารถ ทำในสิ่งที่ถูกต้องและสมควร เพื่อแผ่นดินไทยของเราครับ 
บันทึกการเข้า
เช็คบิล
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 580



« ตอบ #4 เมื่อ: 28-07-2008, 01:22 »

ขอให้ท่านได้ใช้ประสบการณ์และหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ทำงานชิ้นนี้ให้สำเร็จด้วยครับ สู้ ๆ ๆ 
บันทึกการเข้า
เอกราช
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 826


กับคนที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ยังจะสามารถสมาคมด้วยหรือ


« ตอบ #5 เมื่อ: 28-07-2008, 15:31 »

คงต้องดูผลงานกันก่อน อย่างน้อยตอนนี้ เราก็ได้คนมีความรู้ความสามารถสมกับหน้าที่

ไม่ใช่เอาทนายตาเหล่มาเป็นรัฐมนตรี ตปท


ก็ได้แต่คาดหวังว่าเค๊าคงใช้ความรู้ความสามารถ ทำในสิ่งที่ถูกต้องและสมควร เพื่อแผ่นดินไทยของเราครับ 

ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่แล้ว
ไม้รู้ว่าพอเหลาลงไปจะกลายเป็นอะไร
ก็หวังว่าคงไม่เป็นไปตามลิ้งค์


http://forum.serithai.net/index.php?topic=30345.0
บันทึกการเข้า

สภาพดินฟ้าอากาศที่ได้เปรียบมิสู้มีชัยภูมิที่มั่นคง
ชัยภูมิที่เป็นเลิศมิอาจเทียบได้กับความมีน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คน
天时不如地利,地利不如人和
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #6 เมื่อ: 28-07-2008, 15:35 »

อีกฝั่งคิดตรงข้ามว่า

นายเตชมาจาก..
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 28-07-2008, 15:44 »

อย่าเพิ่งตั้งแง่โยงครับ รอดูผลงานกันก่อนนิ๊สนึง

บางทีเครือญาติกันก็จริง แต่ใช่ว่าเป็นพวกเดียวกันหมดนะ ครอบครัว-พี่น้องเดียวกัน ยังอยู่กันคนละพรรคได้เล๊ย
เว้นตระกูลเดียวเท่านั้นหล่ะที่ตั้งกะหัวยันหางมันระบอบเดียวกัน นิสัยเดียวกันหมด

เห็นด้วยกับความคิดนี้นะ เพราะดูประวัติแล้วน่าเชื่อถือ

(อย่างน้อยก็มีให้เห็นว่า หม่อมอุ๋ย กะ ปลื้ม ก็ไม่ได้ไปในทางเดียวกัน, คนตระกูลเวชชาชีวะ ก็ไม่ได้ไปในทางเดียวกันเสมอไป  )
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
สาธุ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 244



« ตอบ #8 เมื่อ: 28-07-2008, 15:52 »

น้องภรรยา  ลูกสาวของน้องภรรยา  ส่วนตัวแล้วผมว่าไกลจากตัวตนของคุณเตชนะครับ


พี่สาวผมไม่ชอบทักษิน แต่พี่เขยผมชอบทักษิน 
พี่ขายคนโตผมชอบทักษิน แต่ลูกๆเขาอีกสามคนไม่ชอบทักษิน

ที่กล่าวมาข้างบนนี่เรื่องจริง

ไม่เห็นมันจะส่งผลมาถึงความชอบหรือไม่ชอบทักษินของผมเลย

มาช่วยให้กำลังใจท่านทำงานอย่างเต็มที่ดีกว่าครับ
สงสัยได้ แต่อย่าพึ่งตัดสินเลยนะครับ
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 28-07-2008, 16:00 »

น้องเมียเตชซี้'นพดล' ดึง'ลูกสาว'เป็นเลขาฯ 
Sunday, 27 July 2008 
   

“สุรินทร์:เลขาอาเซียน” ชื่นชม “เตช” นั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงบัวแก้วคนใหม่ ชี้เป็นที่ยอมรับของคนในกระทรวงและเวทีนานาชาติ เชื่อจะทำให้การทำงานราบรื่นแน่ แต่ยอมรับต้องเผชิญกับงานที่หนัก เผยเบื้องหลัง “เตช-นพดล” มีสัมพันธ์ทางอ้อมผ่านน้องสาวเมีย


ถึงขนาด “นพดล” ดึงตัวลูกสาวน้องเมียเตช มาเป็นเลขาฯส่วนตัว แต่คงไม่มีผลในเรื่องการทำงาน เพราะ “เตช” มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

วันที่ 27 ก.ค. 2551 นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงการที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายเตช บุนนาค เป็นรมว.ต่างประเทศคนใหม่ว่า นายเตชเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุด ทั้งความรู้ ความสามารถ เพราะเชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ การต่างประเทศ มีประสบการณ์การทำงานเป็นที่ยอมรับของคนกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานในตำแหน่งรมว.ต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นอย่างแน่นอน

เลขาธิการอาเซียน กล่าวอีกว่า สิ่งที่รมว.ต่างประเทศคนใหม่ต้องทำงานอย่างหนัก นอกการเจรจาแก้ไปกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารกับทางกัมพูชาแล้ว ต้องรับผิดชอบในการเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยอีก 1 ปีครึ่ง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ในการประสานงานในการพัฒนาองค์กรอาเซียน ให้เป็นหนึ่งเดียว และผลักดันประชาคมอาเซียนให้เกิดขึ้นภายในปี 2558 ให้ได้ โดยงานแรกที่ต้องทำคือ การเตรียมจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในปลายปีนี้ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการให้สัตยาบรรณเพื่อมุ่งมั่น และบูรณาการประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกนายเตช บุนนาค ขึ้นดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศคนใหม่นี้ ซึ่งได้รับการชื่นชมจากหลายฝ่ายนั้น ส่วนหนึ่งยังได้รับแรงสนับสนุนจากนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศโดยทางอ้อมด้วย  เนื่องจากภรรยาของนายเตชคือ นางเพ็ญศรี บุนนาค (นามสกุลเดิม “อมาตยกุล”) มีน้องสาวคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันแต่งงานกับอดีตส.ส.ภาคเหนือ ของพรรคไทยรักไทยเดิม แต่มาสอบตกในสมัยเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งน้องสาวของภรรยานายเตชนั้น มีความสนิทสนมเป็นอย่างดีกับนายนพดล ถึงขนาดส่งลูกสาวที่เกิดจากสามีเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว มาเป็นเลขานุการส่วนตัวให้กับนายนพดลที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยที่เลขานุการส่วนตัวคนนี้ก็คือคนที่เดินทางไปเก็บของใช้ส่วนตัวของนายนพดลออกจากกระทรวง ในวันที่เตรียมลาออกจากตำแหน่ง

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่า นายเตชมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเป็นคนที่ไม่หวงอำนาจ เพราะเคยลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวง ในยุคที่ถูกฝ่ายการเมืองครอบงำมาแล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะให้ความยุติธรรมกับข้าราชการ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าจะไปกลัวนักการเมือง อีกทั้งข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศหลายคนก็ให้ความนับถือ จึงเชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างดีแน่

“เตช” ยืนยันทำหน้าที่เจรจาให้ดีที่สุด เชื่อจะได้ข้อยุติระดับหนึ่ง
 
ในเวลา 08.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมประชุมกับนายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ในวันที่ 28 ก.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมดิอองกอร์ พาเลส สปา แอนด์ รีสอร์ท เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชม.

หลังจากนั้นนายธฤต จรุงวัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ แถลงว่า การเดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศกัมพูชา ถือเป็นงานแรก และเป็นการถือโอกาสที่จะเริ่มต้นหารือกับทางกัมพูชา ซึ่งรมว.ต่างประเทศได้ยืนยันว่าจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาต่างๆ และยอมรับว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน แต่ก็เชื่อมั่นว่าบนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันที่มีมาอย่างยาวนาน จะร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้
               
นายธฤต กล่าวว่า ในการเจรจาระหว่างรมว.ต่างประเทศไทยและกัมพูชานั้น ทางไทยมีความตั้งใจที่จะไปหารือกับทางกัมพูชาด้วยความบริสุทธิ์ใจและบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศฯไม่สามารถย้ายที่ตั้งได้ และประชาชนของทั้ง 2 ประเทศก็จะต้องอยู่ร่วมกัน ดังนั้นในการแก้ไขปัญหาควรจะใช้กรอบทวิภาคี เช่นเดียวกันเหตุการณ์เผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ไทยหวังว่าทางกัมพูชาจะมีความใจกว้างและจริงใจในการหารือ โดยที่ไม่ตั้งเงื่อนไขใดๆ ไว้ล่วงหน้า ซึ่งเชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้จะมีข้อยุติในระดับหนึ่ง และรัฐบาลไทยมีความตั้งใจที่จะนำไปสู่ข้อยุติ รวมทั้งหวังว่ากัมพูชาจะเปิดใจกว้างในกรอบความร่วมมือฉันเพื่อนบ้านที่ดี อย่างไรก็ตามไทยมีความพร้อมที่จะชี้แจงทุกเวทีเพื่อให้ประชาคมโลกเข้าใจ
               
อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าประเทศไทยใช้กำลังทหารรุกล้ำในพื้นที่นั้น ตนขอยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ดินแดนเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งในการตกลงระหว่าง 2 ฝ่ายในกรอบบันทึกความเข้าใจเมื่อปี พ.ศ.2543 ได้มีการตกลงกันว่าจะมีการปักปันเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ และจะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าไปทำลายสภาพสิ่งแวดล้อม แต่ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมากลับมีทหารและพลเรือนของกัมพูชา เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งไทยได้ประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชามาแล้ว 4 ครั้ง เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชากำเนินการตามข้อตกลงบันบึกความเข้าใจดังกล่าว
               
“ยืนยันว่าประเทศไทยได้ดำเนินการตามกรอบและครรลองระหว่างประเทศ ในการขอให้กัมพูชาร่วมมือกับไทยในการทำตามพันธะกรณีบันทึกทำความเข้าใจ ซึ่งการที่ทหารไทยเข้าไปในพื้นที่ในครั้งนี้หลังจากที่ไทยได้ประท้วงแล้ว หลายครั้ง และทางกัมพูชาไม่ได้สนองตอบใดๆ ดังนั้นการที่มีทหารไทยเข้าไปในพื้นที่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรุกลานเพราะ เราเข้าไปในพื้นที่ของเรา และก่อนหน้านั้นก็มีทหารของกัมพูชากว่า 200 นายเข้าไปในพื้นที่เช่นเดียวกัน”นายธฤตกล่าว



 


ว่าแต่ว่า มี Link ต้นฉบับไม๊ครับ
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
varada
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,193



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 28-07-2008, 17:07 »

แต่ที่นี่ เขาพูดในทางตรงกันข้ามนะ
http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=704121

นายเตช บุนนาค คือโคตรอำมาตย์
ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตระกุลบุนนาคเกือบจะยึดประเทศนี้ได้ เพราะฉะนั้น นายเตช จึงเป็นผู้สืบสกุลอำมาตย์มาโดยตรง

หากจะมองในแง่ของการลดกระแสข้อกล่าวหา ลบหลู่เบื้องสูง กับ รัฐบาลขี้เหร่ การแต่งตั้งนายเตช นับว่าเป็นบุญของรัฐบาลจริง แต่ถ้ามองในแง่งานการทูต รับรองได้ว่าแทบหาประโยชน์อันใดไม่ได้เลย

ในวงการทูตทั่วทั้งเอเซียและเกือบทั้งโลกเขารู้กันหมดแล้วว่า วิธีทางการทูตของไทยคือการตลบแตลง เหยียบเรือสองแคม และวิญญาณทางการทูตแบบนี้มันได้ซึมซับเข้าไปในสายเลือดของคนวงการทูตไทยซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของอำมาตย์หรือไม่ก็ขี้ข้าของอำมาตย์ทั้งสิ้น

นักการทูตไทยมักคุยโอ่ว่า ชั้นเชิงการทูตของไทยไม่เป็นรองประเทศใดในโลกแม้แต่มหาอำนาจ ถ้าจะถามว่าประเทศไทยได้ประโยชน์อันใดจากวิธีการทูตแบบขี้ขลาดตาขาวแบบนี้บ้าง นอกจากกรณีสงครามโลกครั้งที่สอง ที่โลกรู้จักคำว่า "Siam talk" กว่าจะตอบได้ผู้ตอบคงต้องนึกอยู่นาน เพราะมันนึกไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าจะถามว่าวิธีการทูตแบบนี้ประเทศอื่นเขารู้สึกอย่างไร ไม่ต้องไปหาคำตอบจากไหน ประเทศรอบข้างของเราไม่มีประเทศใดไว้ใจประเทศไทยแม้แต่ประเทศเดียว ไม่ว่าจะลาว พม่า มาเลเซีย ต่างก็คอยระวังตัวแจกลัวว่าไทยจะเล่นไม่ซื่อทั้งนั้น..

ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ...เพียงแต่อยากจะบอกว่า นายเตช ไม่ใช่เทวดา หากการเจรจากับเขมรจะสำเร็จก็คงไม่ใช่ขึ้นอยู่กับคนๆนี้ แต่เพราะทีมงานของรัฐบาลมากกว่า...
********************************************

สรุปคือโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใหน
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 28-07-2008, 17:24 »

แต่ที่นี่ เขาพูดในทางตรงกันข้ามนะ
http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=704121

นายเตช บุนนาค คือโคตรอำมาตย์
ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตระกุลบุนนาคเกือบจะยึดประเทศนี้ได้ เพราะฉะนั้น นายเตช จึงเป็นผู้สืบสกุลอำมาตย์มาโดยตรง

หากจะมองในแง่ของการลดกระแสข้อกล่าวหา ลบหลู่เบื้องสูง กับ รัฐบาลขี้เหร่ การแต่งตั้งนายเตช นับว่าเป็นบุญของรัฐบาลจริง แต่ถ้ามองในแง่งานการทูต รับรองได้ว่าแทบหาประโยชน์อันใดไม่ได้เลย

ในวงการทูตทั่วทั้งเอเซียและเกือบทั้งโลกเขารู้กันหมดแล้วว่า วิธีทางการทูตของไทยคือการตลบแตลง เหยียบเรือสองแคม และวิญญาณทางการทูตแบบนี้มันได้ซึมซับเข้าไปในสายเลือดของคนวงการทูตไทยซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของอำมาตย์หรือไม่ก็ขี้ข้าของอำมาตย์ทั้งสิ้น

นักการทูตไทยมักคุยโอ่ว่า ชั้นเชิงการทูตของไทยไม่เป็นรองประเทศใดในโลกแม้แต่มหาอำนาจ ถ้าจะถามว่าประเทศไทยได้ประโยชน์อันใดจากวิธีการทูตแบบขี้ขลาดตาขาวแบบนี้บ้าง นอกจากกรณีสงครามโลกครั้งที่สอง ที่โลกรู้จักคำว่า "Siam talk" กว่าจะตอบได้ผู้ตอบคงต้องนึกอยู่นาน เพราะมันนึกไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าจะถามว่าวิธีการทูตแบบนี้ประเทศอื่นเขารู้สึกอย่างไร ไม่ต้องไปหาคำตอบจากไหน ประเทศรอบข้างของเราไม่มีประเทศใดไว้ใจประเทศไทยแม้แต่ประเทศเดียว ไม่ว่าจะลาว พม่า มาเลเซีย ต่างก็คอยระวังตัวแจกลัวว่าไทยจะเล่นไม่ซื่อทั้งนั้น..

ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ...เพียงแต่อยากจะบอกว่า นายเตช ไม่ใช่เทวดา หากการเจรจากับเขมรจะสำเร็จก็คงไม่ใช่ขึ้นอยู่กับคนๆนี้ แต่เพราะทีมงานของรัฐบาลมากกว่า...
********************************************

สรุปคือโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใหน

คน Post เป็นใคร ไม่รู้จัก ไม่สนใจ

ตอนนี้ผมสนใจผลงานของคนๆนี้มากกว่า

ส่วนเรื่องอำมาตต์อะไรนั่น ไร้สาระอ่ะ ก็รู้ๆอยู่ว่าประชาไท มันเป็นยังไง
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
E-pen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #12 เมื่อ: 28-07-2008, 18:39 »

คุณเตช บุนนาค

... "ภรรยาคุณเตช บุนนาคมีน้องสาวชื่อคุณตุ๋ย นามสกุลเดิมคืออมาตยกุล

คุณตุ๋ยแต่งงานกับอดีตสส.ภาคเหนือพรรคไทยรักไทยแต่สอบตกสมัยพลังประชาชน แต่ก็เป็นพลังประชาชนที่มีผลประโยชน์กับระบอบทักษิณมาตลอดในโครงการต่างๆ

คุณตุ๋ยสนิทกับนพดลปัทมะมากจนยกลูกสาวที่เกิดจากสามีเดิมที่เสียชีวิตให้ไปเป็นเลขาส่วนตัวนพดลที่กระทรวงต่างประเทศ   ลูกสาวของคุณตุ๋ยคนนี้ก็คือคนที่ไปเก็บของของใช้ส่วนตัวนพดลออกจากกระทรวงตอนนพดลได้เสร็จภาระกิจยกประสาทพระวิหารให้เขมรที่ฝรั่งเศสตอนก่อนนพดลกำลังจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศช่วงก่อนเดินทางกลับเมืองไทย

พูดง่ายๆคุณเตชท็อาจเป็นนอมีนี่ของนพดลหรือไม่????

ขอให้จับตากันให้ดี" ...

ขอเพื่มเติมอีกหน่อย ...

เลขานพดลที่กระทรวงต่างประเทศคนนี้ชื่อคุณหล่าน ใช้นามสกุลว่าอมาตยกุล คุณตุ๋ยซึ่งก็ใช้นามสกุลว่าอมาตยกุล คุณตุ๋ยเป็นพลังประชาชน 100.000% ภรรยาคุณเตชซึ่งเป็นพี่สาวคุณตุ๋ยก็ใช้นามสกุลเดิมว่าอมาตยกุล คุณหล่านในฐานะหลานภรรยาคุณเตชคนนี้ก็เคยพักอาศัยอยู่กับคุณเตชที่บ้านพักทูตไทยที่ฝร้งเศสสมัยที่คุณเตชเป็นทูตไทยอยู่ที่นั่นเมื่อช่วงสิบกว่าปีก่อน เมื่อปีที่แล้วครอบครัวคุณตุ๋ยกับครอบครัวคุณเตชได้เดินทางไปเที่ยวอังกฤษด้วยกันและไปเยี่ยมลูกสาวคุณเตชที่ชื่อว่าคุณยาใจ บุนนาค ที่เมืองเคมบริดจ์ประเทศอังกฤษ คุณยาใจไปศึกษาวิชาการต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์อยู่ขณะนั้น

สามีคนปัจจุบันของคุณตุ๋ยที่เป็นอดีตสส.ไทยรักไทยซึ่งสอบตกจากการเป็นสส.พลังประชาชนคนนี้สนิทสนมกับนพดลมาก

ฝากข้อคิดว่า... สมัครจะแต่งตั้งคนนี้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่โดยไม่แน่ใจว่าจะทำงานตามคำสั่งของเขาได้อย่างไร? หรีอนายใหญ่แต่งตั้งมาให้? ทำไมนายใหญ่ถึงเอาคุณเตช? นายใหญ่แน่ใจได้อย่างไรว่าจะควบคุมคุณเตชได้? เป็นไปได้ไหมที่ทุกอย่างจะมีการประสานงานกันทางหลังบ้าน? เป็นไปได้ใหมที่ทางหลังบ้านจะเป็นตัวจักรกลในการทำงาน?


...........

http://isc.ru.ac.th/data/PS0003999.doc

คณะอนุกรรมการเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหาร โดยมีนายเตช บุนนาค อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะนักประวัติศาสตร์ เป็นประธาน ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๖...............นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธานการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานในการพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร ทั้งนี้ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหารจะเริ่มดำเนินการภายหลังจากที่ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว
อ่านเต็มๆนี่...แล้วจะรู้ว่าเราถูแหกตาอีกแล้วววววววววววววว.....ทักษิณ.........น่าสงสัย.... มากว่า.....พวกเดียวกัน??????
-------------------------------------------------------------------------------------------
ความร่วมมือตามมติที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีไทย – กัมพูชา
การพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร
- คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาเขาพระวิหาร (ฝ่ายไทย) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานตามที่ได้รับมอบหมายโดยมติคณะรัฐมนตรีร่วมฯ ได้เริ่มดำเนินงานแล้วตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๖ โดยในส่วนของกัมพูชาได้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการระหว่างกระทรวงเพื่อเตรียมการพัฒนาพื้นที่ตาเฒ่าและเขาพระวิหาร” โดยมีนายสก อัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธาน

- ฝ่ายไทยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น ๒ ชุด ได้แก่ (ก) คณะอนุกรรมการวางแผน
การพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร โดยมีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์) เป็นประธาน และ (ข) คณะอนุกรรมการเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหาร โดยมีนายเตช บุนนาค อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะนักประวัติศาสตร์ เป็นประธาน
- คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาเขาพระวิหารไทยและกัมพูชาได้จัดประชุมกลุ่มย่อย
โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายสก อัน รัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธานการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานในการพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร ทั้งนี้ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหารจะเริ่มดำเนินการภายหลังจากที่ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว
อย่าไว้ใจ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #13 เมื่อ: 28-07-2008, 18:51 »

แต่ที่นี่ เขาพูดในทางตรงกันข้ามนะ
http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=704121

นายเตช บุนนาค คือโคตรอำมาตย์
ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตระกุลบุนนาคเกือบจะยึดประเทศนี้ได้ เพราะฉะนั้น นายเตช จึงเป็นผู้สืบสกุลอำมาตย์มาโดยตรง

หากจะมองในแง่ของการลดกระแสข้อกล่าวหา ลบหลู่เบื้องสูง กับ รัฐบาลขี้เหร่ การแต่งตั้งนายเตช นับว่าเป็นบุญของรัฐบาลจริง แต่ถ้ามองในแง่งานการทูต รับรองได้ว่าแทบหาประโยชน์อันใดไม่ได้เลย

ในวงการทูตทั่วทั้งเอเซียและเกือบทั้งโลกเขารู้กันหมดแล้วว่า วิธีทางการทูตของไทยคือการตลบแตลง เหยียบเรือสองแคม และวิญญาณทางการทูตแบบนี้มันได้ซึมซับเข้าไปในสายเลือดของคนวงการทูตไทยซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของอำมาตย์หรือไม่ก็ขี้ข้าของอำมาตย์ทั้งสิ้น

นักการทูตไทยมักคุยโอ่ว่า ชั้นเชิงการทูตของไทยไม่เป็นรองประเทศใดในโลกแม้แต่มหาอำนาจ ถ้าจะถามว่าประเทศไทยได้ประโยชน์อันใดจากวิธีการทูตแบบขี้ขลาดตาขาวแบบนี้บ้าง นอกจากกรณีสงครามโลกครั้งที่สอง ที่โลกรู้จักคำว่า "Siam talk" กว่าจะตอบได้ผู้ตอบคงต้องนึกอยู่นาน เพราะมันนึกไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าจะถามว่าวิธีการทูตแบบนี้ประเทศอื่นเขารู้สึกอย่างไร ไม่ต้องไปหาคำตอบจากไหน ประเทศรอบข้างของเราไม่มีประเทศใดไว้ใจประเทศไทยแม้แต่ประเทศเดียว ไม่ว่าจะลาว พม่า มาเลเซีย ต่างก็คอยระวังตัวแจกลัวว่าไทยจะเล่นไม่ซื่อทั้งนั้น..

ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ...เพียงแต่อยากจะบอกว่า นายเตช ไม่ใช่เทวดา หากการเจรจากับเขมรจะสำเร็จก็คงไม่ใช่ขึ้นอยู่กับคนๆนี้ แต่เพราะทีมงานของรัฐบาลมากกว่า...
********************************************

สรุปคือโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใหน

เจ้าของกระทู้ที่ประชาไท (kosuto) คงเป็นโรคเกลียดอำมาตย์ขึ้นสมอง
คงจะชอบนักการทูตที่เป็นลูกจ้างพ่อค้ากระมัง?


คำพูด "ถ้ามองในแง่งานการทูต รับรองได้ว่าแทบหาประโยชน์อันใดไม่ได้เลย"
ก็ไม่มีน้ำหนักอะไรเลยถ้าจะมองแต่ รมต.ต่างประเทศ นามสกุลบุนนาค

เพราะนามสกุลนี้เก่าแก่ย้อนขึ้นไปได้ก่อนตั้งกรุงรัตนโกสินทร์
คนนามสกุลนี้ในประเทศไทยอย่างน้อยน่าจะมีเป็นหมื่นคน
เฉพาะกรุงเทพฯ+ปริมณฑล ก็เกิน 3 พันคนเข้าไปแล้ว

ยังไ่ม่นับตระกูลที่เดิมเป็นคนนามสกุลนี้แต่ต้องเปลี่ยนนามสกุล
ด้วยเหตุผลทางการเมือง หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
คนตระกูลนี้เยอะถึงขนาดต้องจัดงานสะสางสาแหรกตระกูล
ทำมาหากินอยู่ในทุกวงการ ไม่ได้มีแต่ที่เป็นข้าราชการ

ถ้าจะเหมาสรุปว่าคนนามสกุล "บุนนาค" เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ดูแต่นามสกุลแล้่วประเมินว่าจะทำงานได้หรือไม่ มันไม่เข้าท่า


...

ส่วนเรื่องวิธีการทูตของไทย ผมก็ไม่เห็นว่าจะแตกต่างกับคนอื่น
ไม่มีใครไว้ใจใครได้อยู่แล้ว จะสรุปว่าประเทศอื่นไม่ไว้ใจไทย
ก็ใส่ร้ายประเทศตัวเองมากเกินไป

ยิ่งกรณีการทูตตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเรื่องการแบ่งขั้ว
การเมืองภายในประเทศไทยระหว่างจอมพล ป. กับนายปรีดีย์

เมื่อจอมพล ป. ประกาศสงครามโดยที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
คือนายปรีดีย์ไม่ได้ลงนามในประกาศ ก็เท่ากับเป็นการประกาศ
เอาเองลอยๆ ไม่มีผลตามกฎหมาย


ไทยยกเรื่องนี้ขึ้นชี้แจง จะว่าไทยตลบแตลงได้อย่างไร?

ลงท้ายบทความที่สรุปว่า "นายเตช ไม่ใช่เทวดา หากการเจรจา
กับเขมรจะสำเร็จก็คงไม่ใช่ขึ้นอยู่กับคนๆนี้ แต่เพราะทีมงานของ
รัฐบาลมากกว่า..."


เปิดเผยตัวตนเจ้าของบทความ ว่าเขียนมาเชียร์ทักษิณเท่านั้น  
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #14 เมื่อ: 28-07-2008, 18:58 »

รอดูผลงานเอาดีกว่าไหม
บันทึกการเข้า

คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #15 เมื่อ: 28-07-2008, 19:08 »

ขนาด หมักเองตอนนี้ยังดี้นหนี คดี อาญา มาตรา 119 เลย

เพราะความผิดมันรุนแรงมาก ตอนนี้ยังจะตัดตอน ให้เหล่รับผิดแต่คนเดียวเลย

แล้วคณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็จะทำหน้า ไม่รู้ไม่เห็นแล้วก็จะให้การว่าถูกเหล่หลอก

ถ้า " เตช" กล้าดำเนินการสานต่อภาระกิจจากเหล่ก็ต้องเตรียมย้ายสำมโนครัวไปจากประเทศไทยได้เลย

และคิดว่า เตช คงจะไม่กล้าที่จะตัดสินใจแบบเหล่ และยังไงเตชก็ไม่สามารถโยนความผิดให้คนอื่นได้

เพราะเตชเป้นทั้งนักการทูตและมีความรู้เกี่ยวกับเขาพระวิหารเป็นอย่างดี คนที่จะทำภาระกิจต่อจากเหล่ได้

ต้องขายวิญญาณแล้วอย่างเหล่เท่านั้น


แต่ก็ไม่เคยคิดว่า เตช คนเดียว จะสามารถแก้ปัญหา เขาพระวิหารได้

ยังไงก็ยังยืนยันที่จะต้องเอารัฐบาลขายชาติออกไป แล้วให้คนอื่นมาทำต่อ

เพราะจนบัดนี้ 20วันแล้วรัฐบาลขายชาติยังไม่มีมติ ยกเลิกแถลงการณ์ร่วมเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-07-2008, 21:45 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: