ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
31-03-2015, 16:41
378,181 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  รายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท -------------มหาชนเอา ปตท ของไทย คืนมา ได้แล้ว 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
รายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท -------------มหาชนเอา ปตท ของไทย คืนมา ได้แล้ว  (อ่าน 8153 ครั้ง)
ปตท
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 22-07-2008, 10:03 »

ลำดับที่   รายชื่อ   จำนวนหุ้น   ร้อยละของจำนวนหุ้นทั้งหมด
1   กระทรวงการคลัง   1,459,885,575    51.80
2   กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)   217,900,000    7.73
3   กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ. หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย   217,900,000    7.73
4   HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD.   59,117,288    2.09
5   CHASE NOMINEES LIMITED 42   46,347,400    1.64
6   บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด   44,627,201    1.58
7   STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY   42,649,005    1.51
8   NORTRUST NOMINEES LTD.   40,729,686    1.44
9   MELLON BANK, N.A.    29,622,665    1.05
10   THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED   26,954,391    .95
11   HSBC BANK PLC-CLIENTS GENERAL A/C   21,251,600    .75
12   สำนักงานประกันสังคม   20,755,100    .73
13   กองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ   18,313,100    .65
14   STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY FOR LONDON   16,189,825    .57
15   GOVERNMENT OF SINGAPORE INVESTMENT CORPORATION C   15,305,300    .54

http://www.pttplc.com/TH/ir_sh_st.aspx
 
บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 22-07-2008, 10:06 »

นี่ไงครับรายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท.

ตัวอย่าง 4 ใน 6 รายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท มากสุดซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับพรรคไทยรักไทยทั้งสิ้น

1. นายทวีฉัตร จุฬารกูร – หลานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (เลขาธิการพรรคไทยรักไทย) 2.2ล้านหุ้น

2. นายประยุทธ มหากิจศิริ – กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 2ล้านหุ้น

3. นายดิษฐพล ดำรงรัตน์ – ญาติ นพ. พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ สส. กทม. พรรคไทยรักไทย 1.7ล้านหุ้น

4. นายสุธี มีนชัยนันท์ – ญาตินายวิชาญ มีนชัยนันท์สส. กทม. พรรคไทยรักไทย 3แสนหุ้น

จริงๆแล้ว 6 อันดับแรกนั้นได้หุ้นทั้งหมด 16 ล้านหุ้น มูลค่าขณะนั้นมีมูลค่าเพียง 385 ล้านบาท แต่2ปีถัดมามีมูลค่าถึง 1,377 ล้านบาทแล้ว ดูแค่นี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าทำไม ทรท ถึงอยากนำ กฟผ. เข้าตลาดหุ้นนัก แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่นายยกไม่กล้าเผชิญหน้ากับกลุ่มประท้วง แบบนี้ไม่เรียกว่าขายชาติแล้วจะขายอะไรครับ

แหล่งข้อมูล: นสพ. ไทยรัฐ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2547 หน้า 19 หัวข้อ “ทักษิณกร้าว” แหล่งข่าวนี้ไม่ได้เปิดเผยถึง 2 หุ้นที่เหลือ แต่จำนวนที่หุ้นที่หักล้างจากจำนวนหุ้นของสี่บุคคลข้างบนนี้ก็คือ 2 หุ้นที่เหลือนั้นถือหุ้นถึง 9.8ล้านหุ้น

-------------ทวงคืน ปตท
บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 22-07-2008, 10:10 »

ปตท. ตบตา หมกเม็ดประชาชน

ปตท ให้ข่าวว่า น้ำมันแพงขึ้น โปรดช่วยเสนอ ข้อเท็จจริงเพื่อมิให้ประชาชนถูกหมกเม็ด ตบตา หรือ โกงราคาน้ำมัน ปี พศ 2549 บริษัทไทยออยล์ ซื้อน้ำมัน ดิบ จากตะวันนอกกลาง เช่น ดูไบ หรือโอมานส่วนใหญ่ หนึ่งในสี่ ของน้ำมันดิบ ขุดจากประเทศไทย ไม่ได้ซื้อจากเวสต์เท็กซัส แต่ชอบอ้างราคาที่เวสต์เท็กซัส เพราะราคาสูง อ้างเพื่อความชอบธรรมในการโกหกประชาชนเพื่อขึ้นราคา โกยกำไร ให้นายทุนเอกชน อีก สามสิบถึงสี่สิบ% ที่ถือหุ้นปตท.ไม่ใช่เข้าหลวง หมดทุกบาททุกสตางค์


โดย คิดที่ หนึ่งดอลลาร์ สหรัฐ มีค่า เท่ากับ 34.34 บาท และ หนึ่งบาเรลล์ เท่ากับ 160 ลิตร
ราคาน้ำมันขึ้น หนึ่งดอลล่าร์ จะเท่ากับเงินไทย 21 สตางค์ ต่อลิตร โดย คิดที่ 34.34 บาทต่อดอลล่าร์

เราจะเห็น ว่า ราคาน้ำมันดิบ ดูไบ โอมาน ที่ประเทสไทยซื้อน้ำมันดิบส่วนใหญ่ที่นี่ อยู่ที่ 16-17 บาทต่อลิตร น้ำมันเบนซิล สำเร็จรูปที่ สิงคโปร์ 20 บาท ต่อลิตร ถูกกว่าเมืองไทย สิบบาท ปตท ร่วมกับรัฐบาลก่อน ๆ ออกกฎหมาย และระเบียบให้ตนเอง ตั้งราคาได้ตามใจฉัน โดยอ้างราคากลไกตลาด แต่ตัวเองโกยกำไรเข้ากระเป๋า ปีละเกือบแสนล้าน ที่มีเอกชนถือหุ้นเกือบ 40 %

เงินเหล่านี้ ขูดรีดมาจากประชาชน และสื่อมวลชน ที่ตามไม่ค่อยจะทันเกมส์ เพราะมัว แต่รายงานราคาน้ำมันจาก ที่แพงๆ แต่ไม่เคยรายงานว่า โรงกลั่นกอบโกยกำไรค่าการกลั่นแต่ ละลิตรเท่าไร กำไรไปเท่าไร ซึ่งเท่ากับร่วมตบตาประชาชน เท่ากับสมรู้ร่วมคิดขูดรีดประชาชน ซึ่ง สื่อมวลชนก็ควรจะตามให้ทันเกมส์ และ อย่าร่วมกันซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชน และความเดือดร้อนของประชาชาติ โปรดพิจารณา เวลาออกข่าวสู่ สาธารณะ ช่วยกันรักษาชาติบ้านเมือง และ บรรเทาความเดือดร้อนคนในชาติ ด้วยกัน

ให้ทุกท่านสังเกต ทำไมถึงไม่รายงาน เป็นบาทต่อลิตร และ ทำไมถึง ไม่รายงาน ค่าการกลั่นว่าโรงกลั่น กำไรเท่าไร แต่บอกเพียงว่า ค่าการตลาด คือราคา หน้า ปัมพ์น้ำมัน กำไร 40 สตางค์ ต่อลิตร เท่ากับการหมกเม็ดประชาชน เพื่อมิให้ประชาชนลุกขึ้น มาต่อต้าน การขึ้นราคาน้ำมัน และน้ำมันดิบหนึ่งลิตร สามารถ ผลิต (กลั่น ) ผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงอื่นๆได้กว่าสิบชนิด เช่นเบนซิน ดีเซลล์ น้ำมันเตา น้ำมันเครื่องบิน ยางมะตอย ก๊าซ ฯลฯ แต่ละตัวก็คิดค่าการผลิต หรือค่าการกลั่นทุกตัว ทั้งๆที่มาจาก กระบวนการกลั่น หรือผลิต ทีเดียว

ขอเรียกร้องสื่อมวลชน แสดงความมีจริยะธรรม ความรู้ทันเกมส์ และความกล้าหาญ อย่ามัวแต่โทษนักการเมือง หรือคนนั้นคนนี้ พวกเราทุกฝ่ายต้องหันมาดูตนเองว่าได้ร่วมทำร้ายประเทศชาติไหม จะด้วยความตามไม่ทันเกมส์ หรือ สมรู้ร่วมคิดไม่อาจจะทราบได้ ที่เขียนมานี้อยากให้ท่านสื่อมวลชนบางสื่อรู้ตัวด้วยค่ะ โดยเฉพาะ ช่องเก้า

(พูดตรงๆ อย่าโกรธกัน เพราะเห็นชอบรายงานราคาน้ำมันที่เวสต์เท็กซัส ทั้งๆที่ เราไม่ได้ซื้อจากที่นั่น และราคาน้ำมันวันนี้จะมาถึงเมืองไทยก็ อีก 45 วัน เพราะต้องใช้เวลาขนส่ง เพรา ฉะนั้นราคาน้ำมันวันนี้ คือต้นทุนเมื่อ 45 วันก่อน ขอความกรุณาเสนอข้อเท็จจริงสู่ ประชาชน เพื่อช่วยกันบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพราะน้ำมันมีผลต่อสินค้า และบริการ ทุกตัว ความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า)

พทพญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี
0868810408 thai9lee@gmail.com

อันนี้มาจาก  fwm 
บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 22-07-2008, 10:17 »

http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2007/07/I5624004/I5624004.html

อันนี้เซฟมาจาก พันทิป
บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 22-07-2008, 10:20 »

ลิงค์จากพันทิป  เมื่อกี้เข้าไปยังอยู่  ใครเซฟเป็น ก็เซฟซะ

เด๋วโดนลบทิ้ง

บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 22-07-2008, 10:33 »

โสภณ”เปิดโปงขบวนการปล้นชาติแปรรูปปตท.
"โสภณ สุภาพงษ์” เปิดโปงขบวนการปล้นชาติ หลังการแปรรูปน้ำมันเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปี 48 บริษัทน้ำมันฟันกำไรกว่า 202,020 ล้านบาท แนะรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศต้องมีจริยธรรม

(13พค.) เวลา 15.00 น.กลุ่มพันธมิตรประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนาในหัวข้อ “ใครอยู่เบื้องหลังน้ำมันแพง” โดยมี นายโสภณ สุภาพงษ์” รักษาการสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ เป็นวิทยากร ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องบรรยาย 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีแพทย์ กลุ่มข้าราชการ ภาคเอกชนและประชาชนสนใจร่วมรับฟังกว่า 100 คน

บรรยากาศการเสวนาในครั้งนี้ ก่อนที่นายโสภณ สุภาพงษ์ รักษาการส.ว.กทม.จะพูดถึงเรื่องน้ำมัน ได้มีการพูดถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ว่า ประกอบด้วย ปัจจัยภายในคือ จิตสำนึก ส่วนปัจจัยภายนอก คือสังคมแวดล้อม และกรรมเก่า ซึ่งได้มีการหยิบยกประเด็นต่างๆ ขึ้นมาพูดคุย ซึ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องเสวนาเต็มไปด้วยเสียงปรบมือ

สำหรับหลักจริยธรรมที่คนไทยต้องยึดถือ ประกอบด้วย ศาสนา พระมหา*** และอธิปไตย โดยศาสนาบอกว่าอบายมุขเป็นสิ่งไม่ดี แต่รัฐบาลบอกว่าดี เพราะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น, รัฐบาลพูดประโยคที่ว่า “เชื่อผมเหอะ” ,”ไม่รู้อย่าพูด” เป็นประจำ จนทำให้คนเป็นทาส ซึ่งขัดแย้งกับที่พระพุทธเจ้าบอกว่า “อย่าเชื่อตถาคต” นอกจากนี้ยังได้พูดถึง มาตรา 3 ซึ่งเป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุด กล่าวว่า มาตรา 3 บัญญัติไว้ว่า อธิปไตยเป็นของปวงชน ***ทรงใช้อธิปไตยผ่านศาล สภา และ ครม.ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เพื่อให้เกิดระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

"ผมมองว่า ปัจจุบัน ระบอบประชาธิปไตยได้ตกอยู่ในอำนาจของทรราชแล้ว โดยที่ผู้นำทรราชเป็นผู้ปกครอง โดยมีสภา และองค์กรอิสระบางองค์กรเป็นผู้ใต้ปกครอง ซึ่งที่ผ่านมา ผมเคยเตือนเขาหลายครั้งแล้วว่า อย่าเป็นทรราช และศรีธนญชัย อย่าปกครองแบบปกปิดและครอบครองประเทศ ผู้นำประเทศต้องไม่มีความคิดที่จะปกปิดและครอบครองประเทศ ไม่คิดที่จะมารับใช้ประชาชน อย่าเข้ามา เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ขาดจริยธรรมและจิตสำนึกที่ดี เอาเงินทองเข้ามาครอบงำความคิด จนเกิดการปล้นชาติในที่สุด" นายโสภณ กล่าว


**ปี 48 บริษัทน้ำมันทำกำไรกว่า 2 แสนล้านบาท

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า สมบัติชาติที่น่าครอบครองของกลุ่มทรราชมากที่สุด ประกอบด้วย น้ำมัน ไฟฟ้า โทรคมนาคม และการบิน โดยในแต่ละปีบริษัทน้ำมันมีรายได้ปีละ 8 แสนล้านบาท ไฟฟ้าปีละ 3 แสนล้านบาท และโทรคมนาคมปีละ 2 แสนล้านบาท ซึ่งหากรวมตัวเลขทั้งหมดพบว่าจะได้มีเม็ดเงินไม่ต่ำกว่าปีละ 1.3 ล้านล้านบาท

ในปี 2545 ปตท.ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐวิสหากิจถูกแปรรูปเป็นบริษัทเข้าตลาดหุ้น โดยพบว่าปัจจุบันผู้ที่หุ้นร้อยละ 30 เป็นของประชาชน ส่วนอีกร้อยละ 70 ตกอยู่ในมือของรัฐบาล นักการเมือง ทุนสิงคโปร์ ที่มี***โม่งไปตั้งบริษัทที่สิงคโปร์แต่เป็นคนไทย

"ปัญหาน้ำมันที่ทั่วโลกประสบปัญหา มีอยู่ 2 อย่าง นั่นคือการเก็งกำไร โดยน้ำมันดิบที่ขายอยู่ที่ตะวันออกกลางขายเพียง 3-4 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ต่อบาร์เรลล์ แต่ที่พุ่งเป็นบาร์เรลล์ละ 70 เหรียญนั้นเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์ของบริษัทข้ามชาติ แต่สิ่งที่ประเทศไทยประสบปัญหาแตกต่างไปจากประเทศอื่นนั่นคือ มี***โม่งเอาเครื่องมือที่ใช้ดูแลประชาชน นั่นคือ ปตท.ไปขายให้กับต่างชาติ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ และกำหนดนโยบายทุนพลังงาน (กำหนดราคา) ก็ไปเป็นกรรมการให้กับบริษัทน้ำมัน ซึ่งสามารถกำหนดราคาสูงขึ้นเพื่อทำกำไรให้กับพวกพ้อง ที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ประชาชนในระดับรากหญ้านั่นเอง" นายโสภณ กล่าว

หลังจากที่มีการแปรรูป ปตท.ทำให้บริษัทน้ำมันต่างๆ มีกำไรเพิ่มขึ้น โดยในปี 45 มีกำไร 22,099 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีกำไรสูงสุดในรอบ 10 ปี ปี 46 ทำกไร 56,686 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 150% ปี 47 ทำกำไร 120,989 ล้านบาท และในปี 48 ทำกำไรทั้งสิ้น 202,020 ล้านบาท

"สาเหตุที่ทำให้บริษัทน้ำมันมีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นกรรมการของบริษัท โดยข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ว่า ผู้ที่เข้ามาเป็นกรรมการจะต้องทำกำไรให้กับบริษัท ดังนั้นเจ้าหน้าที่ที่เป็นกรรมการก็ต้องกำหนดราคาน้ำมันให้สูงมากขึ้นแต่เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง" รักษาการ สว.กทม.กล่าว

ข้อมุลเก่า เอามาแปะ  ให้อ่านพอ พธม  แฉ  บนเวที  จะได้เข้าใจที่มาที่ไป
บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 22-07-2008, 10:37 »

ผู้เขียน      หัวข้อ: ถ้าท่านขับแท็กซี่ ต้องรักนายกทักษิณมากๆ นะครับ
เจ้าของอู่ให้เช่าแท็กซี่

   
   ถ้าท่านขับแท็กซี่ ต้องรักนายกทักษิณมากๆ นะครับ
 เมื่อ: 2006-04-22 12:25:49
ถ้าท่านขับแท็กซี่ ต้องรักนายกทักษิณมากๆ นะครับ

หากท่านเช่าแท็กซี่ขับ หรือขับแท็กซี่ของตนเอง มามากกว่า 7-8 ก็น่าจะรู้ว่า 7-8 ปีก่อน
เมื่อท่านส่งรถคืนแล้วเหลือเงินกลับบ้านมาก หรือน้อยกว่า? วันนี้

บางท่านอาจจะตอบว่า "น้อยกว่าก็จริง" แต่ก็ธรรมดา เพราะปัจจุบันแท็กซี่มันเยอะ
ผมขอถามหน่อยว่าทำไมเยอะขึ้นล่ะครับ?
ก็ในเมื่อสมัยก่อนเขามีการ จำกัดจำนวนแท็กซี่กันไม่ให้เลขทะเบียนเกิน 7 ท XXXX
แต่ปัจจุบันเลขทะเบียนแท็กซี่ มีไปยัน ฮฮ XXXX แล้วมั้ง
ทำไมเขาไม่มีการจำกัด จำนวนแท็กซี่แล้วหรือ?

ยิ่งแท็กซี่มีเยอะใครได้ประโยชน์ครับ?
1. ปตท. ของใครหว่า? กระทรวงการคลังถือหุ้นแค่ 52.47% ทั้งที่ตอนแปรรูป ปตท. มันบอกว่าแปรรูปแค่ 30%
ไม่เชื่อก็ดูที่นี่ http://www.settrade.com/S13_FastQuote.jsp?txtBrokerId=IPO&txtSymbol=PTT&selectPage=5

2. บริษัท โตโยต้า และ บริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ เอ!....ของใครหว่า?

3. หากต้องดาวน์แท็กซี่น้อยๆ ....แล้วก็ผ่อนนานๆ.... Capital OK ได้ดอกเบี้ยเยอะๆ เอ!....Capital OK ของใครหว่า?
หรือไม่ ผ่อนหมดรถก็พัง ถ้าจะซ่อมก็ต้องกู้เพิ่ม ยิ่งขับแท็กซี่มีลูกเรียนด้วย ก็เป็นทาสเจ้าหนี้ต่อไป

4. ปัจจุบันแท็กซี่ มันใช้แก๊ส ไม่ใช้น้ำมัน อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ก็ลดลงครึ่งหนึ่ง แก๊สก็แพง อะไหล่ก็แพง เอ!....ใครขายหว่า?

5. นโยบายใหม่สนับสนุนให้แท็กซี่ใช้แก๊ส NGV แทน LPG (แก๊สหุงต้ม) เห็นเข้าว่าราคาแก๊ส NGV ถูกกว่า LPG
ถูกกว่าจริงครับ แต่อัตตราการเผาไหม้สิ้นเปลืองกว่า LPG 3 เท่า ถ้าใช้ NGV วันหนึ่งต้องเติมไม่ต่ำกว่า 2 เที่ยว
ปั๊มที่เดิม NGV ก็มีน้อย และอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้ใช้แก๊ส NGV ก็แพงกว่า เหล่านี่ใครขายครับ?

6. อ้อ...ลืมบอกไปผมเจ้าของอู่ให้เช่าแท็กซี่ครับ ตอนนี้มีรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นอีกเยอะ เพราะไม่มีการจำกัดจำนวนรถเหมือนสมัยก่อน
แค่จ่ายบนโต๊ะให้ท่านนิดหน่อยก็ ขอจดทะเบียนเพิ่มได้แล้วครับ ยังไงผมก็ไม่ขาดทุนเพราะคนอีสานชอบขับแท็กซี่มากที่สุด

นี่ถ้าไม่รับประทานแกลบ หรือหญ้าก็น่าจะคิดได้นะ

2006-04-22 12:25:49/เจ้าของอู่ให้เช่าแท็กซี่

อันนี้ไปเจอมาจาก  บ้านหนอน  เซฟไว้นานแล้ว  อ่านแล้วเสียดสีดี  แต่ก็มีข้อมูลอีกด้าน
บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 22-07-2008, 10:43 »

ขัดเต็มๆ..............โดยเฉพาะการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแก๊สทั้งLPG และNGV ปตท.กะจะหลอกให้คนไทยใช้แก๊สNGVความบริสุทธิ์70กว่าๆเปอร์เซนต์ที่ไม่สามารถขายให้ต่างประเทศได้ มาตราฐานNGVอยู่ที่90กว่าสำหรับตลาดโลก (มาเลย์ผลิตได้98-99เปอร์เซนต์) เพราะถ้าขายไม่ได้ก็เสียเปล่า แถมเอามาขาย8.50บาท ยังได้เป็นบุญคุณอย่างสูงกับคนไทยอีก เอาไว้ทวงบุญคุณแบบโฆษณาของปตท.

อันนี้ไปเจอมาจากไหนไม่รู้  เซฟไว้  เอามาแปะ

เผื่อใครที่มีข้อมูลจะได้มาให้ความรู้ต่อ


ยังมีข้อมูลเรื่อง ปตท อีกมาก  รอฟัง พธม  บอกจะแฉ  จะดูว่าคราวนี้จะ work ไหม
บันทึกการเข้า
ปตท
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 22-07-2008, 10:58 »

s~NOP~py- 04-26-2006

เล่านิทานเรื่องน้ำมันปตท.ให้ฟัง

พี่ขวัญบอกว่า ราคาน้ำมันที่พรุ่งพรวดขึ้นมา ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ก็เลยหาอะไรมาเล่าให้ฟังกัน จะได้รู้ที่มาที่ไปว่า ทำไมน้ำมันที่ตอนเราหัดขับรถกันใหม่ๆ น้ำมันลิตรละ 10-12 บาท ที่เมื่อก่อนเนี่ย ปั๊มไหนมีคนเข้ามาเติมครบ 300 นี่ แถมน้ำกันเป็นลิตร แต่ปัจจุบันเต็มถัง 1500 ยังไม่ค่อยจะอยู่เลย ขึ้นกันมากกว่า 100% เริ่มเลยนะ แอ่น แอน แอนท์

ปตท. ชื่อเดิม การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องพลังงานของประเทศชาติ พลังงานคือ น้ำมันและแก๊ส วันดีคืนดีมีไอ้สมองใสอยู่หนึ่งราย สองราย ที่บอกว่า ตอนนี้ราคาน้ำมันในโลกจะขึ้นราคาก็เลยดำเนินการแปรรูป ปตท.จากรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทจำกัด ในการแปรรูปโดนคัดค้านต่างๆนาๆ แต่เขาบอกว่าเขาจะแปรรูปประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ อีก 75 เปอร์เซ็นต์ยังเป็นของรัฐบาล

ถามว่าแล้วคุณแปรไปทำไม เขาบอกแปรเพราะ

ข้อที่ 1. เพื่อให้การบริหารงานโปร่งใสและคล่องตัว
ข้อที่ 2. เพื่อ ปตท.จะได้ไม่ต้องให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้
ข้อที่ 3. จะได้เกิดการแข่งขัน ตอนนั้นมีคนเถียงกันคอเป็นเอ็นแต่ไม่มีใครฟัง เขาเลยประกาศแปรรูป หุ้น

ปตท.ที่เขาขายออกไปเขาขายหุ้นละ 35 บาท ปรากฏว่าไม่มีประชาชนคนไหนได้หุ้นมากมาย คนนึงได้ 10 หุ้น 100 หุ้น ที่ได้เป็นล้านล้านหุ้นมันโผล่ขึ้นมาจำได้ไหมที่นามสกุล"จึงรุ่งเรืองกิจ" แล้วใช้ nominee คือ ตัวแทน ตัวแทนไม่เปิดเผยตัวจริง ตัวแทนมาจากสิงคโปร์ วิธีการคือพวกนี้เอาเงินที่ขนออกไปสิงคโปร์ แล้วส่งเข้ามาเพื่อเป็นตัวแทนมาซื้อหุ้น ปตท.
เอาล่ะ เขาก็ขายหุ้นไป 35 บาท หุ้น ปตท.ขายออกไป ขายออกไปไม่ถึงปี หุ้น ปตท.ขึ้นเป็น 200 เกือบ 300 บาทนะ ย้ำ จาก 35 ไปเป็น เกือบ 300 ปรากฏว่า ไป check ดูกันใหม่ ที่บอกรัฐบาลถือหุ้นอยู่ 75 เนี่ย วันนี้มันเหลือแค่ 51 เปอร์เซ็นต์ มันแอบขายทิ้งไปรวมเบ็ดเสร็จ 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เป็นไร เรามาดูเหตุผลกันแล้วกัน

ปตท.เนี่ยปีที่แล้วมันกำไรแสนล้านบาท คำถามมีอยู่ว่า ใครให้สิทธิไปขายหุ้นให้พวกกันเอง 49 เปอร์เซ็นต์ แล้วแบ่งปันผล 49,000 ล้านเนี่ย เอาไปให้พวกเอกชน ซึ่งพวกเราไม่มีวันรู้เลยว่าคือหมูหมากาไก่ที่ไหน แต่ก็พอจะเดาได้ว่ากลุ่มของใคร นี่คือการแปรรูป

คิดในมุมกลับ น้ำมันถ้ามันแพง ถ้ามันจะคิดลิตรละ 30 บาท อย่างมากเราก็ด่า หรือไม่ก็บ่น ว่าน้ำมันแพง แต่ว่าถึงที่สุดแล้วถ้ารัฐบาลเป็นเจ้าของ 100 เปอร์เซ็นต์ กำไรแสนล้านจากน้ำมันแพงมันยังเข้ารัฐทุกบาททุกสตางค์ใช่ไหม

คือถ้ามันแพงแล้วทุกอย่างเป็นของรัฐ เราก็ยังกัดฟันสู้กับมัน

แต่ว่า หุ้น ปตท.ที่มันตั้งราคาขาย 35 บาทเนี่ย ราคาจริงที่มันขายมันต้องขาย 250 บาท ไม่ใช่ 35 บาท
มันถึงขายทิ้ง มันถึงไปซื้อส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ แล้วมันก็ไปไล่ซื้อในตลาดเรื่อยๆ
ให้รัฐบาลขายออกไปเรื่อยๆ จาก 35 เป็น 50 เป็น 60 70 มันซื้อ 150 ยังกำไรเลย แล้วน้ำมันมีแต่ขึ้นตลอดเวลา

แล้วนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตผู้ว่าการ ปตท. ซึ่งกลายเป็นกรรมการผู้จัดการ ก็บอกว่า
แหมเรื่องน้ำมันนั้นเรากำไรน้อย 3 เปอร์เซ็นต์ 2 เปอร์เซ็นต์ กำไรน้อย แต่นายประเสริฐพูดความจริงไม่หมด เพราะน้ำมันเนี่ยมันมีกระบวนการอย่างนี้ ฟังน๊า...

น้ำมันเนี่ยมันต้องเอามาจากน้ำมันดิบ น้ำมันดิบต้องไปซื้อต่างประเทศมา พอซื้อมาเสร็จก็ต้องมาเข้าโรงกลั่น ระหว่างซื้อเข้าโรงกลั่นนั้น มันมีค่าใช้จ่ายช่วงหนึ่ง ถามว่าโรงกลั่นเนี่ยของใคร โรงกลั่นเนี่ย ปตท.มันถือหุ้นอยู่ 49 เปอร์เซ็นต์ 51 เปอร์เซ็นต์ พวกมันถืออยู่ เห็นหรือยัง แล้วมันก็ไปคิดราคาที่โรงกลั่นก่อนที่จะเป็นน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซลมาเนี่ยในราคาสูง

ทำไมถึงรู้ว่ามันกำไรเยอะ เพราะอีโรงกลั่นไทยออยล์ หรือโรงกลั่นที่มันกลั่นน้ำมันเนี่ย ปี 2546 มันกำไรทั้งปีเนี่ย พันกว่าล้านบาท
ปี 2547 มันกำไรทั้งปีเนี่ย 17,000 ล้าน

ถามอีกข้อว่า มันเพิ่มอะไรรึเปล่าในโรงกลั่น ไม่ได้เพิ่มเลย ไม่ได้สร้างอะไรเพิ่ม มันไปเพิ่มราคาค่ากลั่น โดยที่มันบอกว่ามันไปอิงราคาค่ากลั่นที่สิงคโปร์ สิงคโปร์เขากลั่นราคาลิตรละเท่านี้ มันก็ไปอิงเท่านี้ ถามบอกว่า

ใครสั่งให้มันไปอิงที่สิงคโปร์ แค่น้ำมันดิบที่นำเข้ามายังแพงไม่พออีกเหรอ เห็นหรือยัง
เพราะฉะนั้นแล้วมันกินไปตอนหนึ่ง คือค่ากลั่น

ยัง ยังไม่จบ เขาก็บอกอีกว่า น้ำมันเนี่ยไม่ใช่ธุรกิจที่ ปตท.มีกำไร แก๊สต่างหากที่มีกำไร เอาล่ะ พูดเรื่องแก๊ส แก๊ส ปตท.ผูกขาดขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตตีซะว่า 1 หน่วยขายให้ 175 บาท ประมาณนั้น แก๊สตัวเดียวกันที่ขายให้โรงบรรจุแก๊สของปตท.เอง ขายให้ 125 ถูกกว่ากัน 50 บาท แล้ว 125 ถึงมาบวกราคาทำเป็นแก๊สหุงต้มให้พวกแม่บ้านจ่ายกัน เพราะฉะนั้นแล้วได้ไปเด้งแล้วจากแก๊สหุงต้ม พอขายราคาแก๊สซึ่งแพงมากให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ใครจ่ายเงินการไฟฟ้าฝ่ายผลิตให้เอามาจ่าย ปตท. ก็ไอ้พุ้ยไง ที่มันใช้แก๊สทำกับข้าวกินเองอยู่ทุกวันน่ะ อ้อ...ขอโทษที่ต้องพาดพิง กลัวไม่เห็นภาพ

สืบเนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเอาไปขายต่อภูมิภาค นครหลวง เพราะฉะนั้นแล้วราคาแก๊สที่แพงขึ้นจากการปั่นที่พวกเราต้องแบกโดยจ่ายคืนให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง

ไฟฟ้าภูมิภาค นครหลวงจ่ายคืนให้ฝ่ายผลิต ฝ่ายผลิตเอาไปจ่ายให้ ปตท. แล้วใครรวย ก็พวก 49 เปอร์เซ็นต์นั่นไง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

สิ่งที่มันต้องการแปรรูป แปรรูป แปรรูปแล้วประสิทธิภาพมันดีขึ้นตรงไหน ยังเห็นโครงสร้างพนักงาน ปตท. เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าเปลี่ยนชื่อจากผู้ว่าการฯเป็นกรรมการผู้จัดการ รองผู้ว่าการฯ เป็นรองกรรมการผู้จัดการ นั่นข้อที่ 1
โครงสร้างไม่ได้ทำให้การบริหารงานดีขึ้น

ข้อที่ 2. ทำให้เกิดการแข่งขันเหรอ ไม่ใช่แน่นอน สมัยก่อนเรามี ปตท.เอาไว้ถ่วงดุลบริษัทน้ำมันฝรั่ง ถ่วงดุลเอสโซ่ ถ่วงดุลเชลล์ ถ่วงดุลคาลเท็กซ์ วันนี้มันไปรวมหัวฮั้วกันกระทืบคนไทย ข้อ3. รัฐบาลไม่ต้องค้ำประกันเงินกู้ กำไรปีตั้งแสนล้านจะไปค้ำประกันทำอะไรล่ะ เงินสดก็มี แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด หลังจากการแปรรูป เห็นมั๊ยคืออะไร คือความรู้สึกที่เด็กปั๊มเดินมาเก็บเงินหลังจาก เวลาคุณเติมน้ำมันเต็มถังไง มีอะไรไม่เคลียร์มั๊ยครับ

---------อันนี้ มีคน fwm  มาให้เหมือนกัน  เอามาให้อ่านเป็นข้อมูลประกอบความเข้าใจ
บันทึกการเข้า
deen
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 06-08-2008, 15:24 »

ลำดับที่   รายชื่อ   จำนวนหุ้น   ร้อยละของจำนวนหุ้นทั้งหมด
1   กระทรวงการคลัง   1,459,885,575    51.80
2   กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)   217,900,000    7.73
3   กองทุนรวม วายุภักษ์ หนึ่ง โดย บลจ. หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย   217,900,000    7.73
4   HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD.   59,117,288    2.09
5   CHASE NOMINEES LIMITED 42   46,347,400    1.64
6   บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด   44,627,201    1.58
7   STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY   42,649,005    1.51
8   NORTRUST NOMINEES LTD.   40,729,686    1.44
9   MELLON BANK, N.A.    29,622,665    1.05
10   THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED   26,954,391    .95
11   HSBC BANK PLC-CLIENTS GENERAL A/C   21,251,600    .75
12   สำนักงานประกันสังคม   20,755,100    .73
13   กองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ   18,313,100    .65
14   STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY FOR LONDON   16,189,825    .57
15   GOVERNMENT OF SINGAPORE INVESTMENT CORPORATION C   15,305,300    .54

http://www.pttplc.com/TH/ir_sh_st.aspx
 
บันทึกการเข้า
irq5
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,149



« ตอบ #10 เมื่อ: 06-08-2008, 16:01 »

นี่ไงครับรายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท.

ตัวอย่าง 4 ใน 6 รายชื่อผู้ถือหุ้น ปตท มากสุดซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับพรรคไทยรักไทยทั้งสิ้น

1. นายทวีฉัตร จุฬารกูร – หลานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (เลขาธิการพรรคไทยรักไทย) 2.2ล้านหุ้น

2. นายประยุทธ มหากิจศิริ – กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 2ล้านหุ้น

3. นายดิษฐพล ดำรงรัตน์ – ญาติ นพ. พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ สส. กทม. พรรคไทยรักไทย 1.7ล้านหุ้น

4. นายสุธี มีนชัยนันท์ – ญาตินายวิชาญ มีนชัยนันท์สส. กทม. พรรคไทยรักไทย 3แสนหุ้น

จริงๆแล้ว 6 อันดับแรกนั้นได้หุ้นทั้งหมด 16 ล้านหุ้น มูลค่าขณะนั้นมีมูลค่าเพียง 385 ล้านบาท แต่2ปีถัดมามีมูลค่าถึง 1,377 ล้านบาทแล้ว ดูแค่นี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าทำไม ทรท ถึงอยากนำ กฟผ. เข้าตลาดหุ้นนัก แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่นายยกไม่กล้าเผชิญหน้ากับกลุ่มประท้วง แบบนี้ไม่เรียกว่าขายชาติแล้วจะขายอะไรครับ

แหล่งข้อมูล: นสพ. ไทยรัฐ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2547 หน้า 19 หัวข้อ “ทักษิณกร้าว” แหล่งข่าวนี้ไม่ได้เปิดเผยถึง 2 หุ้นที่เหลือ แต่จำนวนที่หุ้นที่หักล้างจากจำนวนหุ้นของสี่บุคคลข้างบนนี้ก็คือ 2 หุ้นที่เหลือนั้นถือหุ้นถึง 9.8ล้านหุ้น

-------------ทวงคืน ปตท

หาหลักฐานตัวนี้ให้ได้มั๊ยครับ
บันทึกการเข้า

.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMddMMMs..
.:MMMMMMMMMMMMMMMMMMMMMssMMMMs..
.:Mddddddddddddddddddddddddddo+ddddNs..
.:M................................................hs..
.:M.............//:................//:.............hs..
.:M...........:MMs.............NMd............hs..
.:M................................................hs..
.:M................................................hs..
.:M.............yNNNNNNNNNN................hs..
.:M.................................................hs..
.:dyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyyho..

....W..W::W:...AAA...NN...N...TTTTT..EEEEE...DDD..........
.....Ww.wW...AAAA..N..N..N......T.....EEE......D....D.......
.....-W...W...A......A N....NN......T.....EEEEE...DDD..........
. . . . . . . . . . . . thaksin shinawatra
หน้า: [1]
    กระโดดไป: