ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
03-03-2021, 04:42
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ขบวนการยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครอง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ขบวนการยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครอง  (อ่าน 924 ครั้ง)
wincha
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


« เมื่อ: 21-07-2008, 00:38 »

แผนการยึดอำนาจการปกครอง เป็นขบวนการที่แยบยนและลึกซึ้ง ซึ่งทำกันอย่างเป็นระบบและวางแผนอน่างแนบเนียน เพื่อมุ่งสู่การปกครองระบบสาธารณรัฐในอนาคต ซึ่งวาระซ่อนเร้นคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังก่อการคนใดคหนึ่งจะได้เป็นประธานาธิบดี ระหว่างทุนสามานย์กับสังคมนิยมฯหลงยุค

1. ขบวนการขั้นที่หนึ่ง รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นจุดเริ่มต้นของการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเข้ายึดครองประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จ ดังคำกล่าวในสมัยนั้นว่า “ใครเป็นนายทุนมีเงินสักหมื่นล้านบาท ก็สามารถซื้อประเทศไทยได้ทั้งประเทศ” นั่นคือที่มาของการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ใส่พานให้นายทุนซื้อประเทศไทยได้ด้วยอำนาจเงิน ซึ่งจะเห็นได้จากนักร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 หลาย ๆ คน (สสร.) ผันตัวเองเป็นสมาชิกของพรรคนายทุน เพราะได้วางหลุมพรางไว้แล้ว รู้แน่นอนว่าเมื่อเข้าร่วมก็มีโอกาสเป็นใหญ่มีตำแหน่งเมื่อเข้าไปรับใช้นายทุน เพราะนายทุนมีเงินที่จะซื้อประเทศไทยได้อย่างแน่นอน และผลก็ปรากฏเป็นจริงเช่นทีประชาชนคนไทยได้รู้ได้เห็นมาแล้ว

2. ขบวนการขั้นที่สอง พรรคนายทุนเริ่มก่อตั้งเพื่อเตรียมเข้าสู่การเมืองยึดครองประเทศไทย
ตามที่รัฐธรรามนูญปี 2540 ที่ได้ใส่พานรองรับไว้แล้ว การซื้อเสียง ซื้อนักการเมือง ซื้อพรรคการเมือง ซื้อข้าราชการ ซื้อองค์กรอิสระ สารพัดซื้อเพื่อปูทางยึดครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ (คำว่า “ซื้อ” หมายถึง การเสนอผลประโยชน์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เงิน ตำแหน่ง อำนาจ ตลอดจนแลกกับการแบล็กเมล์) ดังนั้น การยึดอำนาจรัฐได้เบื้องต้นคือบรรไดขั้นแรกที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองขั้นตอนต่อไป ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นการผสมผสานระหว่างกลุ่มทุนสามานย์และกลุ่มสังคมนิยมคอมมิวส์นิสต์หลงยุค เข้าไปเสวยสุขเสวยอำนาจ กอบโกยโกงกินเพื่อเตรียมสร้างฐานอำนาจทางการเมือง ฐานอำนาจด้านกำลังเงิน และฐาะอำนาจมวลชน เพื่อรุกคืบหน้าสู่เป้าหมายสุดท้าย

3. ขบวนการขั้นที่สาม แผนการสะดุดเพราะความเหิมเกริมเหลิงในอำนาจจนถูกปฏิวัติรัฐประหาร ทำให้สูญเสียอำนาจไปในช่วงหนึ่ง ดังนั้นความพยายามที่จะยึดอำนาจกลับคืนอีกครั้งจึงมีการวางแผนจัดทำกันอย่างเป็นระบบ ทั้งใต้ดินและบนดิน โดยไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องถูกครรลองครองธรรม เพราะมุ่งแต่ชัยชนะเพียงอย่างเดียว แผนดำเนินการด้วยวิชามารสกปรกจึงทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในยุคที่รัฐบาลของฝ่ายปฏิวัติรัฐประหาร อ่อนแอ ไม่ทันเกม หน่อมแน้ม (โดยเฉพาะการเอาคนของเครือข่ายอำนาจเก่าเข้าร่วมรัฐบาล นั่นคือความปัญญานิ่มที่สุดเท่าที่เคยเห็นการปฏิวัติที่ผ่านมา) ทำตัวเป็นนักประชาธิปไตย ในคราบเผด็จการทหาร และบริหารประเทศเหมือนกับบ้านเมืองอยู่ในยามปกติสุข ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามรุกฆาตทุกรูปแบบ (ซึ่งมีการกล่าวอาฆาตที่จะเช็กบิลคืนเมื่อได้อำนาจคืนก็มีการกล่าวให้ทราบในขณะนั้น) ด้วยความเป็นขิงแก่ หลงไว้ใจฝากบ้านฝากเมืองไว้กับคนไร้น้ำยาบริหารประเทศ จึงตกหลุมพรางของฝ่ายที่ต้องการยึดอำนาจคืน และดำเนินการยึดอำนาจคืนได้สำเร็จ และนี่คือบทเรียนที่เจ็บปวดของประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่จะต้องหันกลับมาแตกแยกทำลายล้างเข็ญฆ่าฟันกันเองอีกครั้งหนึ่ง

4. ขบวนการขั้นที่สี่ รบแตกหักโดยมีธงเปลี่ยนแปลงการปกครองเต็มรูปแบบ ก่อนอื่นต้องปลดบ่วงคดีของนายทุน และรักษาสถานะของพรรคการเมือง จึงเป็นความยุ่งยากในเบื้องต้นที่จะต้องรุกฆาตในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญปี 2550 อย่างเอาเป็นเอาตายเป็นอันดับต้น ๆ แม้ว่าแผ่นดินนี้จะลุกเป็นไฟ แผ่นดินจะนองด้วยเลือดของประชาชน ก็ไมได้เป็นอุปสรรคเพราะนั้นคือแผนการหนึ่งที่จะยุแหย่ให้เกิดสงครามประชาชนอยู่แล้ว เพื่ออุ้มนายทุนให้กลับมายืนได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่ขบวนการเปลี่ยนนแปลงการปกครองก็ดำเนินการควบคู่กันไป การโฆษณาชวนเชื่อกรณีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศส อังกฤษ และเนปาล จึงถูกนำมาตอกย่ำอย่างมีวาระซ่อนเร้นในช่วงเวลานี้ ด้วยน้ำมือของคนที่เป็นแกนนำเพราะมีอำนาจในมือที่จะสั่งการ ตลอดจนขบวนการการจาบจ้วง ลบหลู่หมิ่นเบื้องสูงที่ถูกถ่ายทอดตามสื่อต่าง ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การล้างสมองคนไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญ ฯ การเผยแพร่ด้วยใบปลิวเถื่อน การออกหนังสือขายตามแผงหนังสือทั่วไป เป็นต้น ซึ่งเป็นขบวนการที่ดำนินการหนักมือขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งบนดินและใต้ดิน รวมทั้งมีคนที่มีตำแหน่งถึงระดับเสนาบดี แสดงทัศนคติอย่างชัดเจนในทำนองพูดจาลบหลู่และจาบจ้วงสถาบัน มุ่งหวังล้มศักดินา ก็กล้าทำอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะมีคนฟังอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

คำถามในใจของประชาชนคนไทยทั้งประเทศในขณะนี้ คือ

1. ผู้รับผิดชอบต่อการปกป้องรักษาสถาบัน ชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์ และประชาชน จะปล่อยให้ขบวนการดังกล่าวกระทำกันอย่างเมามันและฮึกเหิม จนบรรลุเป้าหมาย เช่นนั้นหรือ ทั้ง ๆ ที่ได้ประสบบทเรียนจากรัฐบาลขิงแก่ หน่อมแน้ม ปล่อยให้ขบวนการอำนาจเก่ายึดอำนาจสำเร็จ ซึ่งเป็นผลมาจากดำเนินการทั้งใต้ดินบนดิน จนได้กลับมาชูหน้าชูตาทำร้ายบ้านเมืองได้อีกเช่นที่ได้รู้ได้เห็นรัฐบาล ชคม .ในปัจจุบันนี้

2. ผู้ที่เคยปฏิญาณตนว่าจะปกป้องรักษาสถาบัน ชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์ และ
ประชาชน จะไม่ทำตามคำปฏิญาณเช่นนั้นหรือ หรือจะปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรมเช่นที่รัฐบาลขิงแก่ได้บทเรียนมาแล้ว โดยปล่อยให้ประชาชนต้องเข่นฆ่ากันเองตามแผนที่เขาต้องการได้เห็นคือการทำสงครามประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเปลี่ยนแปลงการปกครองเช่นนั้นหรือ

3. ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จะนิ่งดูดายไม่รู้สึกร้อนรู้หนาวต่อเหตุการณ์บ้านเมืองที่
มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังวางแผนอุบาทว์คิดร้ายทำลายประเทศและมีการดำเนินการในขณะนี้อย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนั้นหรือ

4. คำถามต่อมาคือ ประชาชนคนไทย (บางคน บางกลุ่ม) ที่เห็นดีเห็นงามร่วมขบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มั่นใจและแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองสำเร็จแล้วประเทศชาติจะดีขึ้น ประชาชนจะสุขสบายขึ้น ถ้ายังคิดตรรกะไม่ได้จะยกตัวอย่างให้ได้เห็นหลังจากทำการเปลี่ยนแปลงสำเร็จ คือ กลุ่มทุนสามานย์จะยึดครองผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้ในมืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตลอดจนครอบงำธุรกิจสำคัญ ๆ ไว้ในมือจนหมดสิ้น และที่สำคัญคือรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เช่นกลุ่มพลังงาน จะถูกผันเป็นธุรกิจผูกขาดของกลุ่มทุนสามานย์แล้วผลจะเป็นอย่างไรกับประชาชน นักธุรกิจรายอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติของทุนสามานย์ก็จะอยู่ไม่ได้และล้มหายตายจากไปในที่สุด ในขณะเดียวกันกลุ่มสังคมนิยมฯ ก็จะพยายามแสวงหาอำนาจด้วยการยึดมวลชนเป็นฐานเพื่อให้มีอำนาจต่อรองกับทุนสามานย์ และผันตัวเองผสมกลมกลืนหาผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มทุนสามานย์สร้างความร่ำรวยให้กับตัวเอง ซึ่งวิธีการที่จะครอบงำได้อย่างเบ็ดเสร็จคือการใช้อำนาจปกครองด้วยระบบเผด็จการเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นนโยบายหลักของทั้งสองกลุ่ม เพื่อกดหัวประชาชน ชนชั้นกรรมาชีพ จนโงหัวไม่ขึ้น ดังเช่นรัฐบาลบางประเทศที่อยู่รอบ ๆ ประเทศไทยที่เห็น ๆ ประมาณ 2-3 ประเทศใช้แนวทางดังกล่าว นี่คือความจริงที่จะเกิดขึ้นเพราะมีของจริงให้ได้เห็นอยู่แล้ว ทั้งนี้เพราะประเทศเหล่านั้นไม่มีศูนย์ร่วมจิตใจคนในประเทศ มีแต่ชนชั้นปกครองเข้ามากอบโกยหาผลประโยชน์ด้วยการช่วงชิงอำนาจกันเท่านั้น และในอนาคตประเทศไทยจะมีแต่กลุ่มทุนและกลุ่มสังคมนิยมฯ โดยกองกำลังติดอาวุธ (ทหาร) จะตกเป็นเครื่องมือ ที่จะรบราฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงอำนาจเพื่อกอบโกยผลประโยชน์กันไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นวิธีที่จะยึดครองอำนาจของฝ่ายที่ได้อำนาจเพื่อสามารถครองอำนาจได้นานที่สุดและมั่นคงที่สุดคือต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามโงไม่ขึ้นด้วยการใช้อำนาจเผด็จการแบบสุด ๆ ผลสุดท้ายกลุ่มที่ต้องรับกรรมคือ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศนั่นเอง

5. คำถามสุดท้าย ในขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทำให้การรบราฆ่าฟันเพื่อชิงอำนาจกันยังมีการถ่วงดุลย์กัน บ้านเมืองจึงมีความสงบร่มเย็นระดับหนึ่งภายใต้ร่มโพธิสมภารของเจ้าเหนือหัวของปวงชนชาวไทย ซึ่งคนไทยโชคดีที่มี “เจ้าเหนือหัว” ที่คอยดูแลทุกข์สุขของประชาชนด้วยหลักการ “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม” แล้วประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะละทิ้งสิ่งที่ประเสร็จที่สุดไปหาสิ่งที่ไม่มีอะไรแน่นอนในอนาคตหรือ แต่ที่แน่ ๆ คือ ถ้าปล่อยให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสำเร็จ ประชาชนคนไทยจะได้เห็นคือ ชคม. แล้วจะช้ำใจไปตลอดชีวิต

http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=690192
บันทึกการเข้า

"ความดีของมนุษย์จะสิ้นสุดลงเมื่อมาเป็นนักการเมือง" อริสโตเติ้ล
หน้า: [1]
    กระโดดไป: