ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-05-2019, 16:43
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  'กุเทพ'โทษรัฐบาล'ชวน'ปล่อยเขมรยึดพื้นที่ทับซ้อน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
'กุเทพ'โทษรัฐบาล'ชวน'ปล่อยเขมรยึดพื้นที่ทับซ้อน  (อ่าน 1955 ครั้ง)
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 20-07-2008, 12:38 »

    
'กุเทพ'โทษรัฐบาล'ชวน'ปล่อยเขมรยึดพื้นที่ทับซ้อน
   
   
  วันที่ 20 กรกฎาคม 2551 เวลา 12:19:43 น.    

 
     


ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน(พปช.) ในฐานะโฆษกพรรค แถลงถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยและชาวบ้าน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษที่ผ่านมา มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ว่า


 จากการตรวจสอบกับคนในที่ ยืนยันไม่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายเห็นใจชาวบ้าน เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกรณีเขาพระวิหารโดยตรง


ในขณะที่บคคลภายนอกเข้ามาทำกิจกรรมแล้วก็ไป นอกจากนี้ยังมีคำถามจากคน จ.ศรีสะเกษว่า



 มีคนบางกลุ่มพยายามทำให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้เหตุการณ์ลุกลามไปสู่สงคราม  ถามว่าเรื่องนี้ใครได้ประโยชน์ และหากรักชาติจริง ทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วย



โฆษก พปช.ยังกล่าวว่า


 ชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนตั้งแต่ปี 2543 สมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่บางคนเรียกรับค่าตอบแทน

 เพื่อแลกกับการให้ชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขาย โดยไม่มีการตรวจสอบ ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพชา เร่งปักปันเขตแดนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต



'ผมไม่อยากโทษ นายชวน เพราะเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการเอง เรื่องนี้มีมาหลายรัฐบาลแล้ว

แต่ก็แปลกใจว่า ที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลไหนแสดงความรับผิดชอบ ไม่เหมือนรัฐบาลชุดนี้ ที่รัฐมนตรีถึงกับต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ'
ร.ท.กุเทพกล่าว
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=41634&catid=1
 

บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 20-07-2008, 12:39 »

เปิดบันทึก 'ไทย-กัมพูชา'ยุค'ชวน หลีกภัย'กรณีปัญหาพื้นที่'ทับซ้อน'ชายแดน
 
   
  วันที่ 19 กรกฎาคม 2551 เวลา 20:51:54 น. 
 
     



'เพื่ออำนวยความสะดวกให้การสำรวจตลอดแนวเขตแดนทางบกร่วมกันเป็นไปอย่าง ประสิทธิผล หน่วยงานของรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านั้นจะงดเว้นการดำเนินการ ใดๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน'



หมายเหตุ'มติชน' - เป็นบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ซึ่งรัฐบาลของทั้งสองประเทศจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2543 สมัยที่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  เป็นนายกรัฐมนตรี



ทั้งนี้ นายชวน กล่าวว่า  ข้อ 5 ของบันทึกดังกล่าวระบุว่า ทั้งสองประเทศจะไม่ดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ทับซ้อน


---------------------


รัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา ปรารถนาที่จะกระชับความผูกพันแห่งมิตรภาพที่มีอยู่ระหว่างประเทศทั้งสองให้ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เชื่อว่า การปักปันเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาจะช่วย ระงับความขัดแย้งตามชายแดนที่เกิดจากปัญหาเขตแดน และจะกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มีอยู่ระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้น ยิ่งขึ้น และเอื้ออำนวยต่อการเดินทางและความร่วมมือของประชาชนของประเทศทั้งสองตามแนว ชายแดน



ระลึกถึงแถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยกับนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาฉบับลงวันที่ 13 มกราคม 2537 (ปี ค.ศ.1994) ซึ่งได้ตกลงกันจะจัดตั้งคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาในเวลาอันสมควร


ระลึกอีกด้วยถึงคำแถลงร่วมเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมาธิการจัดทำหลักเขต แดนทางบกร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่ 21 มิถุนายน 2540 (ปี ค.ศ.1997) ซึ่งได้ตกลงกันจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมไทย-กัมพูชา ที่จะได้รับมอบหมายภารกิจให้จัดทำหลักเพื่อชี้แนวเขตแดนทางบกระหว่างประเทศ ทั้งสองได้ตกลงกันดังต่อไปนี้


ข้อ 1

จะร่วมกันดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาให้เป็นไปตามเอกสารต่อไปนี้

(ก) อนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศสแก้ไขเพิ่มเติมข้อบทแห่งสนธิสัญญาฉบับลงวัน ที่ 3 ตุลาคม รัตนโกสินทรศก 112 (ปี ค.ศ.1893) ว่าด้วยดินแดนกับข้อตกลงอื่นๆ ฉบับลงนาม ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก 122 (ปี ค.ศ.1904)
(ข) สนธิ สัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ฉบับลงนาม ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทรศก 125 (ปี ค.ศ.1907) กับพิธีสารว่าด้วยการปักปันเขตแดนแนบท้ายสนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทรศก 125 (ปี ค.ศ.1907) และ
(ค) แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ.1907 กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้อนุสัญญาฉบับปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ.1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส


ข้อ2

 
1.ให้มีคณะกรรมาธิการจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมŽ ประกอบด้วยประธานร่วม 2 คน และกรรมาธิการอื่นๆ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลของไทย ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับที่ปรึกษา รัฐบาลกัมพูชาผู้รับผิดชอบกิจการชายแดนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นประธาน ร่วม รัฐบาลของประเทศทั้งสองจะแจ้งการแต่งตั้งดังกล่าวต่อกันภายในหนึ่งเดือนหลัง จากบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เริ่มใช้บังคับ

2.คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมจะประชุมกันปีละครั้งในประเทศไทยและประเทศ กัมพูชาสลับกัน ในกรณีที่จำเป็น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมอาจประชุมกันสมัยพิเศษเพื่อหารือเรื่องเร่งด่วนที่ อยู่ในขอบข่ายอำนาจหน้าที่

3.ให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมมีอำนาจหน้าที่ต่อไปนี้
(ก) รับผิดชอบให้การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมเป็นไปตามข้อ 1
(ข) พิจารณาและรับรองแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วม
(ค) กำหนดความเร่งด่วนของพื้นที่ที่จะสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน
(ง) มอบหมายงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนให้คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วมซึ่งจะ กล่าวถึงในข้อ 3 ต่อไป และควบคุมดูแลและติดตามการดำเนินการให้เป็นผลตามที่ได้มอบหมาย
(จ) พิจารณารายงานหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เสนอโดยคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม
(ฉ) ผลิตแผนที่แสดงเส้นเขตแดนทางบกที่ได้สำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกแล้ว และ
(ช) แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการใดๆ เพื่อปฏิบัติงานเฉพาะรายใดๆ ที่อยู่ในขอบข่ายอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม


ข้อ 3


1.ให้มีคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม ประกอบด้วยประธานร่วม 2 คน และอนุกรรมาธิการอื่นๆ ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งจากประธานกรรมาธิการเขตแดนร่วมของแต่ละฝ่าย

2.ให้คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วมมีอำนาจหน้าที่ต่อไปนี้
(ก) พิสูจน์ทราบตำแหน่งที่แน่ชัดของหลักเขตแดน 73 หลักซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนเมื่อปี ค.ศ.1909 และ ค.ศ.1919 และรายงานผลการพิสูจน์ทราบต่อคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมเพื่อพิจารณา
(ข) จัดทำแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วม
(ค) แต่งตั้งชุดสำรวจร่วมเพื่อปฏิบัติงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม
(ง) เสนอรายงานหรือข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนต่อคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม
(จ) จัดทำแผนที่แสดงเส้นเขตแดนทางบกที่ได้สำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกแล้ว
(ฉ) แต่งตั้งผู้แทนผู้ได้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่จำเป็น เพื่อควบคุมดูแลงานสนามแทนประธานอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม และ
(ช) แต่งตั้งคณะทำงานทางเทคนิคใดๆ เพื่อช่วยงานเฉพาะรายใดๆ ที่อยู่ในขอบข่ายอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม

3.ในการปฏิบัติงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนในพื้นที่ใดๆ ชุดสำรวจร่วมจะได้รับการยืนยันความปลอดภัยจากกับระเบิดเสียก่อน


ข้อ 4


1.เพื่อความมุ่งประสงค์ของงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ให้แบ่งเขตแดนทางบกร่วมกันตลอดแนวออกเป็นหลายตอนตามที่คณะอนุกรรมาธิการ เทคนิคร่วมจะได้ตกลงกัน

2.เมื่อดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนแล้วเสร็จแต่ละตอน ให้ประธานกรรมาธิการเขตแดนร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ และแผนที่ที่จะแนบบันทึกความเข้าใจดังกล่าวซึ่งแสดงตอนที่ได้ดำเนินการแล้ว เสร็จไว้


ข้อ 5


เพื่ออำนวยความสะดวกให้การสำรวจตลอดแนวเขตแดนทาง บกร่วมกันเป็นไปอย่างประสิทธิผล หน่วยงานของรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านั้นจะงดเว้นการดำเนินการ ใดๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน เว้นแต่จะเป็นการดำเนินการของคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วมเพื่อประโยชน์ในการ สำรวจและจัดทำหลักเขตแดน


ข้อ 6


1.รัฐบาลแต่ละฝ่ายจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของฝ่ายตนในการปฏิบัติงานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน

2.รัฐบาลทั้งสองจะรับผิดชอบค่าวัสดุสำหรับหลักเขตแดนหรือหมุดหมายพยานกับ การจัดทำและผลิตแผนที่แสดงเส้นเขตแดนทางบกที่ได้สำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทาง บกแล้วอย่างเท่าเทียมกัน


ข้อ 7


1.รัฐบาลของประเทศทั้งสองจะเตรียมการที่จำเป็นเกี่ยวกับการเข้าเมือง การกักกันโรคติดต่อ และพิธีการศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การปฏิบัติงานสำรวจและจัดทำหลักเขต แดน

2.โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุปกรณ์ วัสดุ และเสบียงในปริมาณที่สมควรและสำหรับชุดสำรวจร่วมใช้เฉพาะในการสำรวจและจัดทำ หลักเขตแดนทางบก แม้ว่าได้นำข้ามแดน จะไม่ถือเป็นการส่งออกจากประเทศหนึ่งหรือนำเข้าอีกประเทศหนึ่ง และจะไม่ต้องชำระอากรศุลกากรหรือภาษีอื่นๆ เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกหรือนำเข้าซึ่งสินค้า

ข้อ 8

ให้ระงับข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดจากการตีความหรือการบังคับใช้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้โดยสันติวิธีด้วยการปรึกษาหารือและการเจรจา

ข้อ 9

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเริ่มใช้บังคับในวันลงนามบันทึกความเข้าใจโดย ผู้แทนผู้ได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องเพื่อการนี้จากรัฐบาลของ แต่ละฝ่ายได้ลงนามบันทึกความเข้าใจนี้ไว้เป็นสำคัญ

ทำขึ้นเป็นคู่ฉบับ ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2543 เป็นภาษาไทย ภาษาเขมร และภาษาอังกฤษ ตัวบททุกฉบับใช้เป็นหลักฐานได้เท่าเทียมกัน ในกรณีที่มีการตีความแตกต่างกันระหว่างตัวบทใดๆ ให้ใช้ตัวบทฉบับภาษาอังกฤษสำหรับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย สำหรับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

ลงนามโดย

ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย
นายวาร์ คิม ฮง ที่ปรึกษารัฐบาลผู้รับผิดชอบกิจการชายแดนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=41587&catid=6

*******
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #2 เมื่อ: 20-07-2008, 12:47 »

ตรงไหนครับ...ที่ทำให้ไทยเสียดินแดน พื้นที่ทับซ้อน.....

รัฐบาลลุงหมักรับผิดชอบด้วยการลาออกของ รมต.ต่างประเทศ....เหอะ ๆ ...

พูดไปได้.....ยืนเถียงอยู่เป็นวรรค เป็นเวร...พอจนมุม ก็ลาออก เพราะ กลัวลามไปทั้งรัฐบาล...

ทนายตาเหล่..ไม่ใช่ลาออกอย่าง เดียว ยังต้องติดคุกอีกต่างหาก...

มาแบบปองพล อีกคนแล้ว....เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ คนอื่น...มันถนัดจริง ๆ ไอ้ระบอบทักษิณเนี่ย...

 

บันทึกการเข้า
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #3 เมื่อ: 20-07-2008, 12:51 »

จาเอาอาไรกับไอ้หมอนี่ ขนาดชื่อมัน มันยังโกหกเลย คำว่า กุ หมายถึงไม่เคยเกิดขึ้น โกหก ไม่เป็นจริง ไม่มีอยู่จริง ไม่เคยมีอยู่

นอกนั้นแปลเอาเอง 5555555555555 ก็ให้ฐานเสียงของมันเชื่อไปเถอะ ได้แค่นั้นแหละ
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #4 เมื่อ: 20-07-2008, 13:01 »

ฟายเอ๊ย...สมัยนั้นเขาได้ทำอะไรกันที่ไหน
ก็มีแต่สมัยมันนี่แหละที่ทำเป็นเรื่องเป็นราวให้เสียดินแดน

ใครไปตกลง ใครบอกไม่ให้ทหารทำอะไร
ก็มีแต่สมัยมันและพ่อมันทั้งนั้น
ดีแต่โทษคนอื่น..หน้าตัวเมียยกแก๊ง...
บันทึกการเข้า
ssa
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 68


« ตอบ #5 เมื่อ: 20-07-2008, 13:34 »

ถึงขนาดเฉือนแผ่นดินยกให้ต่างชาติ

บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #6 เมื่อ: 20-07-2008, 13:46 »

   
'กุเทพ'โทษรัฐบาล'ชวน'ปล่อยเขมรยึดพื้นที่ทับซ้อน
   
   
  วันที่ 20 กรกฎาคม 2551 เวลา 12:19:43 น.    

 
     


ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน(พปช.) ในฐานะโฆษกพรรค แถลงถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยและชาวบ้าน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษที่ผ่านมา มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ว่า


 จากการตรวจสอบกับคนในที่ ยืนยันไม่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายเห็นใจชาวบ้าน เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกรณีเขาพระวิหารโดยตรง


ในขณะที่บคคลภายนอกเข้ามาทำกิจกรรมแล้วก็ไป นอกจากนี้ยังมีคำถามจากคน จ.ศรีสะเกษว่า



 มีคนบางกลุ่มพยายามทำให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้เหตุการณ์ลุกลามไปสู่สงคราม  ถามว่าเรื่องนี้ใครได้ประโยชน์ และหากรักชาติจริง ทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วย



โฆษก พปช.ยังกล่าวว่า


 ชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนตั้งแต่ปี 2543 สมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่บางคนเรียกรับค่าตอบแทน

 เพื่อแลกกับการให้ชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขาย โดยไม่มีการตรวจสอบ ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพชา เร่งปักปันเขตแดนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต



'ผมไม่อยากโทษ นายชวน เพราะเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการเอง เรื่องนี้มีมาหลายรัฐบาลแล้ว

แต่ก็แปลกใจว่า ที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลไหนแสดงความรับผิดชอบ ไม่เหมือนรัฐบาลชุดนี้ ที่รัฐมนตรีถึงกับต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ'
ร.ท.กุเทพกล่าว
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=41634&catid=1
 




ข้อความพรรค์นี้ ถ้าตีพิมพ์ใน'ใบบอก' ของพรรคฯ ให้พวกบัตรเติมเงิน เช่น  'อยากประหยัดฯ' 'หนอนฯ' 'KILL..er' 'หมูเขมร' และ'กาลามชน' อ่านภายใน ไม่เผยแพร่สู่ภายนอก ก็จะไม่มีใครจับได้ว่า'กุเทพ'โกหก ตลบแตลง ปลิ้นปล้อน ใส่ความเหมือน'หมัก เมถุน'นายกฯไร้วุฒิภาวะ ทนายหน้าหอ'สัปดน'.....
เพราะพวก'บัตรเติมเงิน' ล้างสมอง สติปัญญาก่อน จึงจะได้รับบัตรเติมเงินและใบบอกไปอ่าน.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #7 เมื่อ: 20-07-2008, 13:57 »

   
'กุเทพ'โทษรัฐบาล'ชวน'ปล่อยเขมรยึดพื้นที่ทับซ้อน
   
   
  วันที่ 20 กรกฎาคม 2551 เวลา 12:19:43 น.    

 
[color=blue]ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน(พปช.) ในฐานะโฆษกพรรค แถลงถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยและชาวบ้าน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษที่ผ่านมา มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ว่า


 จากการตรวจสอบกับคนในที่ ยืนยันไม่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายเห็นใจชาวบ้าน เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกรณีเขาพระวิหารโดยตรง



ใช่วันนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอด แถมอยู่ข้างหลังกลุ่มชาวบ้านที่ไปปิดถนนเสียด้วย ไม่เห็นมี "นักการเมืองอยู่ข้างหลังเลยแม้แต่คนเดียว" เห็นมีแต่ตำรวจเรียงแถวกันเป็นตับ

แต่สงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง..ไอ้แกนนำชาวบ้านที่ตะโกนด่าพันธมิตรปาว ๆ ทั้งคนที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีตำแหน่งเป็นนายก อบต.กับคนที่เป็นกำนัน ซึ่งเป็นคนไปประกาศหอกระจายข่าวให้คนออกไปชุมนุม จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นหัวคะแนนใหญ่ของ ส.ส.พรรคพลังประชาชน เขต ๓ ศรีสะเกษ คนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่พี่ชายของนายก อบจ.ศรีสะเกษ

เพราะขนาดนายก อบจ.ศรีสะเกษ เข้าไปพูดคุยด้วยพวกยังบอก "ไม่เกี่ยวกัน ถอยไปไกล ๆ"

ส่วนรถที่เอาไปใช้ขนคนไปชุมนุมก็เป็นรถติดตรา อพ.ปร. ของ อบต.แถบนั้น มีชื่อ ส.ส.พรรคพลังประชาชนติดหราอยู่ที่กระบะท้ายในฐานะผู้บริจาค

ยืนยันเลยครับ "นักการเมืองไม่ได้อยู่ข้างหลัง ตำรวจกับผมต่างหากอยู่ข้างหลังกลุ่มผู้ชุมนุม"

สะใจมั๊ย..ไอ้กุ...
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #8 เมื่อ: 20-07-2008, 14:11 »

   
'กุเทพ'โทษรัฐบาล'ชวน'ปล่อยเขมรยึดพื้นที่ทับซ้อน
  
   
  วันที่ 20 กรกฎาคม 2551 เวลา 12:19:43 น.    

 
     
ชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนตั้งแต่ปี 2543 สมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่บางคนเรียกรับค่าตอบแทน

เพื่อแลกกับการให้ชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขาย โดยไม่มีการตรวจสอบ ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพชา เร่งปักปันเขตแดนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต



'ผมไม่อยากโทษ นายชวน เพราะเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการเอง เรื่องนี้มีมาหลายรัฐบาลแล้ว

แต่ก็แปลกใจว่า ที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลไหนแสดงความรับผิดชอบ ไม่เหมือนรัฐบาลชุดนี้ ที่รัฐมนตรีถึงกับต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ'
ร.ท.กุเทพกล่าว
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=41634&catid=1


แน่ใจนะว่าจำปีไม่ผิด..

จริง ๆ แล้วต้องย้อนกลับไปดูการเปิดเขาพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานระหว่าง จ.ศรีสะเกษ - จ.พระวิหาร เมื่อปี ๒๕๔๑

ชาวกัมพูชากลุ่มนี้เข้ามาทำมาค้าขาย ตั้งแต่ช่วงการเปิดเขานั้นแหละ ลองย้อนกลับไปดูซิเป็นรัฐบาลไหน ใช่ "รัฐบาลบิ๊กจิ๋ว" แห่งพรรคความหวังใหม่ ที่ "ร.ท.กุเทพ" อาศัยแจ้งเกิดทางการเมือง และตอนนั้น ร.ท.กุเทพก็เป็น ส.ส.พรรครัฐบาลด้วยเหมือนกันนี่นา

ส่วนอาคารที่ตลาดที่เขมรเข้ามาอยู่ ก็เป็นอาคารที่ ข้าราชการระดับสูงของ อ.กันทรลักษ์ ผู้หนึ่ง ซึ่งใกล้ชิดสนิทสนมอยู่กับพรรคชาติไทย ของบประมาณจาก อบจ.ศรีสะเกษ ไปสร้างไว้ตั้งแต่เมื่อคราวเปิดเขาพระวิหารปี ๒๕๓๕ - ๒๕๓๖

จำให้แม่น ๆ หน่อยพี่ชาย อย่าใช้โวหารกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองที่เคยทำไว้ โยนความผิดไปให้คนอื่นเลย อายเขา
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #9 เมื่อ: 20-07-2008, 14:12 »

ขออนุญาตลบตัวนี้ครับ ซ้อนกับตัวข้างบน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-07-2008, 14:14 โดย นิรนาม » บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #10 เมื่อ: 20-07-2008, 15:12 »

นายกุเทพ มาอีกแล้ว เหมือนเดิม

พูดจาไร้สาระ ไร้ราคาเช่นเคย

นักข่าวก็เช่นกัน ไม่ควรให้ราคากับ นักการเมืองชั้นต่ำประเภทนี้
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
西施无情
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 456


ไซซีไ้ร้ใจ


« ตอบ #11 เมื่อ: 20-07-2008, 15:32 »

กุเ่ทพ = กุเรื่องระดับเทพ
บันทึกการเข้า

我愛你, 陈一冰,
นีโอคอมมิวนิสต์
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #12 เมื่อ: 20-07-2008, 16:11 »

สไตล์เดิมๆ ของพวกไทยรักไทยครับบอกความจริงส่วนหนึ่งที่เป็นคุณกับตนเองและหรือเป็นโทษกับผู้อื่น เพื่อให้พวกรากหญ้ามันคล้อยตาม ไม่ได้บอกว่ารากหญ้าโง่นะครับ แต่ความรู้มีน้อยโอกาศในการไขว่ขว้าหาความรู้หรือข้อมูลก็น้อย เป็นได้แค่ควายให้เค้าจูงจมูกเท่านั้นไม่รู้จักหัดไปไถนาด้วยตัวเอง
บันทึกการเข้า
คาคาชิ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 521


ที่นี่เหมือนโลกที่โดนมนุษย์ต่างดาวบุกหาตรรกะไม่เจอ


« ตอบ #13 เมื่อ: 20-07-2008, 16:39 »

กุเ่ทพ = กุเรื่องระดับเทพ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #14 เมื่อ: 20-07-2008, 17:22 »

แน่ใจนะว่าจำปีไม่ผิด..

จริง ๆ แล้วต้องย้อนกลับไปดูการเปิดเขาพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานระหว่าง จ.ศรีสะเกษ - จ.พระวิหาร เมื่อปี ๒๕๔๑

ชาวกัมพูชากลุ่มนี้เข้ามาทำมาค้าขาย ตั้งแต่ช่วงการเปิดเขานั้นแหละ ลองย้อนกลับไปดูซิเป็นรัฐบาลไหน ใช่ "รัฐบาลบิ๊กจิ๋ว" แห่งพรรคความหวังใหม่ ที่ "ร.ท.กุเทพ" อาศัยแจ้งเกิดทางการเมือง และตอนนั้น ร.ท.กุเทพก็เป็น ส.ส.พรรครัฐบาลด้วยเหมือนกันนี่นา

ส่วนอาคารที่ตลาดที่เขมรเข้ามาอยู่ ก็เป็นอาคารที่ ข้าราชการระดับสูงของ อ.กันทรลักษ์ ผู้หนึ่ง ซึ่งใกล้ชิดสนิทสนมอยู่กับพรรคชาติไทย ของบประมาณจาก อบจ.ศรีสะเกษ ไปสร้างไว้ตั้งแต่เมื่อคราวเปิดเขาพระวิหารปี ๒๕๓๕ - ๒๕๓๖

จำให้แม่น ๆ หน่อยพี่ชาย อย่าใช้โวหารกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองที่เคยทำไว้ โยนความผิดไปให้คนอื่นเลย อายเขา


รัฐบาลชวน ผสมงูเห่าตั้งแต่ปลายปี 2540 แล้ว
บันทึกการเข้า
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #15 เมื่อ: 20-07-2008, 20:37 »

รัฐบาลชวน ผสมงูเห่าตั้งแต่ปลายปี 2540 แล้ว
ขอบคุณที่เตือน ผมเบลอไปหน่อย รัฐบาลบิ๊กจิ๋วอยู่ในตำแหน่งระหว่างวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ถึง ๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๐
ก่อนลาออก ๓ วัน คือ ในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ไปพบปะประชาชนที่สนามหน้าศาลากลางศรีสะเกษ มีผู้คนแห่ไปต้อนรับกว่า ๑๐,๐๐๐ คน "บิ๊กจิ๋ว" ประกาศถ้าแก้ปัญหาภาคอีสานไม่ได้จะไปโดดแม่น้ำมูลตาย และไม่มีวันที่จะยุบสภา หรือลาออกอย่างเด็ดขาด

คล้อยหลัง ๓ วันลาออกเฉยเลย

ทีนี้..มาว่ากันต่อกรณี "กุเทพ" ระบุว่า
"ชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนตั้งแต่ปี 2543 สมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่บางคนเรียกรับค่าตอบแทน

เพื่อแลกกับการให้ชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขาย โดยไม่มีการตรวจสอบ ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพชา เร่งปักปันเขตแดนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

'ผมไม่อยากโทษ นายชวน เพราะเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการเอง เรื่องนี้มีมาหลายรัฐบาลแล้ว

แต่ก็แปลกใจว่า ที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลไหนแสดงความรับผิดชอบ ไม่เหมือนรัฐบาลชุดนี้ ที่รัฐมนตรีถึงกับต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ'"


"กุเทพ" พูดถูกบางส่วน เช่น มีเจ้าหน้าที่บางคนเรียกรับค่าตอบแทนเพื่อแลกกับการให้ชาวกัมพูชาเข้ามาค้าขาย ซึ่งเจ้าหน้าที่คนที่ว่าก็คือคนใกล้ชิดนักการเมืองพรรคชาติไทย ที่เข้าร่วมรัฐบาลมาเกือบทุกยุคทุกสมัย

อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นระดับพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ กลางปี ๒๕๔๒ ฝ่ายไทยโดยกรมทหารพรานที่ ๒๓ ได้ยื่นประท้วงฝ่ายกัมพูชากรณีปลูกสร้างอาคารในพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนและปล่อยน้ำเสียจากชุมชนลงในสระตราว ทำให้ราษฎรไทยได้รับความเดือดร้อน

วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๒ ได้มีการประชุมกันในระดับพื้นที่ระหว่าง จ.ศรีสะเกษกับ จ.พระวิหาร ทำบันทึกข้อตกลงร่วม ไม่ให้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในรัศมี ๕๐๐ เมตร จากเขตที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนชัดเจน รวมทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่ไหลเข้ามาในเขตแดนไทย และกรณีปัญหาชุมชนชาวกัมพูชาที่บริเวณเชิงเขาพระวิหารด้วย และนำไปสู่การลงนามร่วมระหว่างรัฐบาลไทยที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี กับรัฐบาลกัมพูชา ในปี ๒๕๔๓

ในสมัยรัฐบาลทักษิณในปี ๒๕๔๔ ปัญหานี้ก็ยังคงมีอยู่แต่ก็ไม่มีการแก้ไข ทั้งที่ฝ่ายทหารดำเนินมาตรการต่าง ๆ หลายมาตรการ เช่น

วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ กองกำลังสุรนารี ได้ประกาศปิดทางขึ้นชมเขาพระวิหาร อ้างว่า ทางฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่เปิดตลาดจำหน่ายสินค้าอยู่บริเวณเชิงเขาพระวิหาร ได้สร้างความสกปรกบริเวณตลาดเชิงเขา ปล่อยของเสียลงลำธารที่ไหลลงสู่เขตชุมชนในฝั่งไทย อีกทั้งมีการหลอกขายสินค้าปลอมให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งมีข่าวลักลอบซื้อขายยาเสพติด ดังนั้น จึงต้องปิดเขาพระวิหาร จนกว่าทางฝ่ายกัมพูชาจะปรับปรุงสภาพแวดล้อมต่างๆ รวมทั้งจัดระเบียบต่างๆ ให้ดีเสียก่อน จึงจะพิจารณาเปิดทางผ่านให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมเขาพระวิหารได้ต่อไป

วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๔ ฝ่ายกัมพูชา ได้เร่งจัดระเบียบตลาดบริเวณเชิงเขาอย่างเร่งด่วน ใช้กระสอบทรายกั้นปิดทางน้ำไม่ให้สิ่งสกปรกน้ำเน่าเสียไหลลงสู่ลำธาร ช่วยกันจัดเก็บขยะมูลฝอยต่างๆ จนเสร็จเรียบร้อย เพื่อให้ถูกต้องตามที่ทางฝ่ายทหารไทยได้ตั้งข้อสังเกตไป แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่สามารถเจรจาตกลงเปิดเขาพระวิหารได้ เพราะฝ่ายทหารเห็นว่าฝ่ายกัมพูชามีการก่อสรางบ้านเรือนเพิ่มเติม
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 20-07-2008, 20:43 »

อ้าว โยนขี้ให้คนอื่นอีก

ถ้าพวกมรึงคิดว่าไม่มีปัญญาทวงคืน ไม่มีกึ๋นแก้ปัญหาก็ลาออกไป ให้ปชป.เขาเข้ามาแก้ปัญหาแทนสิ

ไม่ใช่โยนชั่วใส่คนอื่นแบบนี้

บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #17 เมื่อ: 20-07-2008, 20:51 »

ต่อยอดกันหน่อยอ่านให้จุใจกันไปเลย

ระหว่างการปิดเขาพระวิหารของทหารไทยครั้งนี้ มีการเจรจาแก้ไขปัญหากันหลายรอบแต่ก็ไม่สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมได้

เริ่มจากวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๔๕ นายสวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี ผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.)ศรีสะเกษ ร่วมกับภาคเอกชน ไปเจรจากับนายรง สุวรรณ และนายบุญ สุวรรณ รอง ผวจ.พระวิหาร ประเทศกัมพูชา เพื่อเจรจาเปิดเขาพระวิหาร ให้นักวิ่งมินิมาราธอนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปชม เป็นปฐมฤกษ์ก่อนจะเปิดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ คราวนี้เป็นทางฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมเปิดอ้างว่ายังจัดภูมิทัศน์รอบ ๆ บริเวณที่พักเชิงเขาพระวิหารไม่เรียบร้อย

ปี ๒๕๔๕ รัฐบาลไทย – กัมพูชา มีการทำเอ็มโอยูโครงการสำรวจและจัดทำหลักเขตไทย-กัมพูชาที่ระบุถึงการอำนวยความสะดวกการสำรวจตลอดแนวเขตแดนทางบก, ทางทะเล แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใด ๆ เกิดขึ้นและเขาพระวิหารยังถูกปิดต่อไป

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ ที่ จ.อุบลราชธานี มีมติร่วม ครม. ไทย-กัมพูชา เห็นชอบให้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่เขาพระวิหารเพื่อประโยชน์ร่วมกันด้านการท่อง เที่ยว-ศึกษาประวัติ ศาสตร์ ทั้งยังกำหนดให้มีการดำเนินการเสนอเขาพระวิหาร “เป็นมรดกโลกร่วมกัน”

วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ประชุมร่วมกับนาย ซก อาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กรุงเทพฯ เรื่อง การร่วมพัฒนาปราสาทพระวิหาร พร้อมแถลงข่าวร่วมกันภายหลังการประชุม

ช่วงนี้เขาพระวิหารยังคงถูกปิดต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๘ นายเปรี๊ยบ ตัน ผวจ.พระวิหาร กัมพูชา มีหนังสือแจ้งถึง นายถนอม ส่งเสริม ผวจ.ศรีสะเกษ แจ้งว่า ฝ่ายกัมพูชาพร้อมที่จะเปิดเขาพระวิหารในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๘ เวลา ๐๘.๐๐ น.

โดยในช่วงที่มีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมปราสาทพระวิหารนั้น มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ยินยอมเปิดเขาพระวิหารมีผลมาจาก ในห้วงกลางปี ๒๕๔๕ กลุ่มคนที่ควบคุมการเปิด - ปิดเขาพระวิหารทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ร่วมกันบรรลุข้อตกลงใหม่ ซึ่งเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากผลประโยชน์ท้องถิ่นและทุนท้องถิ่น ไปสู่ผลประโยชน์ระดับชาติและทุนข้ามชาติ ซึ่งมีมูลค่าทางด้านธุรกิจไม่น้อยกว่า ๑ หมื่นล้านบาท มากกว่ารายได้จากค่าผ่านแดนขึ้นปราสาทพระวิหาร จากร้านค้าบริเวณผามออีแดงและค่าที่จอดรถ ที่มีมูลค่าเพียงไม่กี่ล้านบาท ทั้งนี้มีรายงานข่าวในทางสืบสวนสอบสวนว่าจะมีการลงทุนแบบครบวงจรในระดับหมื่นล้านบาท สร้างโรงแรมและกาสิโน บริเวณตรงข้ามกับช่องตาเฒ่า สร้างกระเช้าลอยฟ้าในฝั่งกัมพูชาขึ้นเขาพระวิหาร ที่ภูพนมฉัตร และฝ่ายกัมพูชามีแผนที่จะปิดตายเส้นทางขึ้นจากฝ่ายไทบริเวณผามออีแดงแบบ "ถาวร" ทั้งนี้ในห้วงระยะเวลาเดียวกัน มีบริษัทยักษ์เอกชนจากประเทศญี่ปุ่นได้เจรจากับรัฐบาลกัมพูชาเพื่อขอสัมปทานก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าจากเขต อ.จอมกะสาน จ.พระวิหาร บริเวณภูพนมฉัตร เพื่อนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมเขาพระวิหาร โดยรัฐบาลกัมพูชาได้อนุมัติสัมปทาน บริษัทดังกล่าวอยู่ระหว่างทำการก่อสร้างถนนจาก จ.อุดรมีชัย ไปยัง อ.จอมกะสาน จ.พระวิหาร อีกสายหนึ่งสร้างเชื่อมต่อไปยังช่องตาเฒ่า ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ส่วนใครจะแอบไปเจรจากับใครไปสืบเสาะกันเอาเองนะครับ...
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
samepong(ยุ่งแฮะ)
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,402



« ตอบ #18 เมื่อ: 20-07-2008, 22:27 »

อย่าพยายามแก้ตัวแทน รัฐบาลนี้อีกเลยได้ไหมครับ คุณแก๊ซ ในเมื่อวันนี้ เขมรมันบอกให้เราถอนทหารออกจากพื้นทีทับซ้อนแล้วไมเข้ามาทำไม มันมีสิทธิ์มากกว่าเราเหรอ แล้วมันยังหันกระบอกปืน มาใส่เรา แล้วจะปกป้องรัฐบาลแบบนี้ไว้ เพื่ออะไรครับ
บันทึกการเข้า

เวลาจะพิสูจน์ความเชื่อ สักวัน ไม่ว่าความเชื่อนั้นจะถูกหรือผิด ผมขอรับไว้ด้วยตัวเอง คิเสียว่าทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
LEOidentity
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 567


« ตอบ #19 เมื่อ: 22-07-2008, 08:47 »

ล่าสุด ผมดูพี่กุ โต้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
กับอาจารย์คมสันต์ หนึ่งในผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของผมเอง

ดูแล้ว...ก็ให้สมเพชพี่กุ ซะเหลือเกิน
พี่กุพยายามจะบอกว่า รัฐธรรมนูญนี้ต้องแก้ไข โดยเฉพาะในข้อที่ทำให้พรรคของพี่เขาจะต้องถูกยุบ
แต่อาจารย์คมสันต์ ก็ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องแก้ ได้ร่างมาไว้เป็นอย่างดีแล้ว
พี่กุก็พยายามจะแถว่า "รัฐธรรมนูญนี้ ทำให้รัฐบาลมีปัญหา"

อาจารย์คมสันต์มองด้วยสายตาเหยียดพี่กุมาก และยิ้มเหยียดให้อีกหนึ่งที แล้วบอกว่า
"ก็ผมร่างไว้ เพื่อจะไม่ให้นักการเมือง (อย่างพวกคุณ) ทำอะไรผิดๆ น่ะสิ"
ถ้าพี่กุและพวก และเจ้านายของพี่กุ ไม่ทำผิดอะไรไว้
จะต้องเดือดร้อนทำไม

พี่กุก็ยังแสดงอาการหน้าด้านบอกว่า รัฐธรรมนูญมันผิด
เพราะมาเอาผิดกับคนทำผิดอย่างพวกมัน
พยายามเถียงโดยการอ้างนานาอารยะประเทศ

ก็โดนอาจารย์คมสันต์ตอกกลับอีกว่า คนที่พี่กุอ้างนั้น
รู้จักกับอาจารย์ดีทุกคน และเงื่อนไขแต่ละประเทศย่อมแตกต่างกัน

พี่กุใบ้รับประทาน เพราะจุดไต้ตำตอ
จะอ้างคนโน้นคนนี้ ก็รู้ทันไปหมด
ก็เลยไถลต่อไปว่า ยังไงๆ รัฐธรรมนูญนี้ก็ผิด พูดได้อยู่แค่นั้น

แล้วพี่กุแกชอบทำหน้าเหมือนแกรู้จริงเลยนะ...อย่างนี้เขาเรียก แอ๊บ รึป่าว
แกชอบกุจริงๆ ครับ ชื่อทางราชการของแกคือ  กุขั้นเทพ ครับพี่น้อง...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-07-2008, 08:49 โดย LEOidentity » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: