ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-03-2019, 14:51
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  ชายคาพักใจ  |  กำปั้น กับ ลูกผู้ชาย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
กำปั้น กับ ลูกผู้ชาย  (อ่าน 5561 ครั้ง)
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« เมื่อ: 20-07-2008, 08:24 »

ข่าวเกี่ยวกับ นักเรียน นักศึกษา ทะเลาะวิวาทแล้วก็ทำร้ายกันด้วยอาวุธ หรือข่าวที่นักเรียนโดนทำร้ายด้วยอาวุธรุนแรง มีมาให้เห็นในระยะ 10 ปีนี้ มากเหลือเกิน แต่ผมไม่ยักเห็นข่าวที่บอกว่า นักเรียนตีกัน โดยไม่ใช้อาวุธ หรือ หากใช้ก็ ดวลกันเดี่ยวๆ


ย้อนกลับไปสมัยวัยรุ่นของผม ณ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงทั้งเรียนดีและก็เกเรซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วน (มีผู้ใหญ่และผู้นำในบ้านเมืองหลายท่านสำเร็จจากที่นี่)แถวพญาไท แต่ปัจจุบันมันกลายไปเป็นโรงเรียนสห และ ชื่อเสียงต่างๆก็เหลือไว้เป็นอดีต


สมัยนั้น เราตัดสินกันด้วยหมัด กำปั้น หากจะใช้อาวุธ ก็จะมีมีด ไม้ ฟุตเหล็ก อย่างเก่งก็ระเบิดขวด

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการยกพวกเข้าตีกัน โดยมากก็หมัดรุ่นๆนี่แหละ ที่สำคัญ หากมีอาวุธ คนมีก็ต้องเจอกับคนที่มี แบบ "ตัวต่อตัว"


ผมเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของพวกชอบบู๊ (ไร้สาระอิ๊บอ๋ายเลย เมื่อมาคิดได้เอาตอนโตๆแล้ว)  เรียกว่า ตีกันที่ไหน ก็ไปที่นั่น จนแม้กระทั่งไม่ได้ไปในบางครั้ง ยังโดนกองกลาง(ครูปกครอง)เรียกไปสอบ เพราะถือเป็นดาราขาประจำ

ทุกครั้งที่ไปตีกับ โรงเรียนอริที่มีใหญ่ๆอยู่สองสามโรงเรียน ก็มี ไพศาลศิลป์ สันติราษฎร์ การช่างอินทราชัย.....

ส่วนใหญ่ก็ใช้กำปั้นนี่แหละ ตะบันชกกัน มันได้ใจดี มันลูกผู้ชายดี แม้จะยกพวกเข้าตีกัน แต่ก็จับคู่ชกกันแบบเดี่ยวๆ

มีบ้างบางคนที่พกมีด ก็ดวลมีดกัน  มีไม้ก็ดวลไม้ฟาดกัน

พวกที่มีปืน จะไม่ใช้จนกว่า มีการล่าถอย และจะยิงพวกที่มีปืนไล่ตามมา จะไม่ยิงคนไม่มีปืน

ส่วนระเบิดขวด เป็นการปาเพื่อลาจาก ไม่ใช่ปาเข้าใส่กลุ่ม แต่ปาสกัดเพื่อถอย จะมีไปโดนบ้างก็ไม่เจ็บมากมาย

...................สมัยนั้น โรงเรียนสามัญ จะไม่มีไปตีกับโรงเรียนช่างกล เพราะช่างกล จะตีกับพวกก่อสร้าง ส่วนพาณิชย์นั้น ไม่ตีกับใคร ยกเว้นพาณิชย์สีลม ที่เกเร มากหน่อย(สมัยนั้น)


เราเป็นโรงเรียนเดียวที่ตีมันดะ มีเรื่องไปทั่วกะโรงเรียนอื่นไม่เว้นช่างกล ช่างก่อสร้าง

สมัยก่อน ช่างกลนุ่งขาสั้นครับ เหมือนๆกะ โรงเรียนสายสามัญนั่นแหละ  อย่างปทุมวันนั้น ก็กางเกงขาสั้น เสื้อขาว ถุงเท้าดำ  แต่ดูแต่ละคนหน้าเหมือนอายุ25 ไปแล้ว

ส่วนอริอมตะคู่กัดตลอดกาลก็คือ ก่อสร้างอุเทนถวาย กางเกงน้ำเงิน เสื้อขาว ถุงเท้าขาว แต่เท่ตรงเข็มขัดขาวนี่แหละ

มีเรื่องเล่าแซวกันเล่นว่า พระวิษณุอุเทนน่ะ แข็งแรงกว่า ปทุมวัน ทั้งที่ก็องค์เดียวกันนั่นแหละ เพราะ ปทุมวัน พระวิษณุ นั่น แต่อุเทน ยืน...................คิดได้ไงผมก็ไม่ทราบ แต่มันก็ขำๆดี

สมัยก่อน ที่ถือว่าหยามกันมากๆก็คือ เมื่อตีกันไปแล้ว ก็จะมีการยึดเข็มโรงเรียน  เอาไปกลัดถุงเท้า เพื่อหยามกัน หรือไม่ก็ไปรุมยึดจากนักเรียนอื่นๆบนรถเมล์บ้าง ตามสถานที่ต่างๆบ้าง ได้มาก็มาทำแบบนั้น


มันก็แปลก ว่า ช่างกล ช่างก่อสร้าง ตีกัน ทั้งที่มีสิ่งยึดถือ นับถือเดียวกันนั่นคือ พระวิษณุกรรม...........ตีกันทำไมวะ? งง

             ในอดีต การมีเรื่องกันนั้น ก็แค่ชกต่อย เป็นส่วนใหญ่ .............หลายครั้งที่การชกต่อยทำให้ได้เพื่อนต่างโรงเรียน และเข้าใจกันมากกว่าเดิม บางคนคบหากันสนิท จนแก่เฒ่าก็มี

ผมมีเพื่อนเก่าที่เคยตีกัน คนละโรงเรียนอยู่สี่ห้าคน ที่ปัจจุบันยังคบหากันอยู่ อย่างสนิทเหมือนมันเป็นญาติผู้ใหญ่ของลูกหลานผมเลยก็ว่าได้ ทั้งที่สมัยก่อน โรงเรียนมันกะผม เป็นอริกันตลอด

เราเจอกันและตีกัน ชกกัน สามสี่ครั้ง เพราะพวกมันก็เป็นกลุ่มแบ๊ดบอยส์ เหมือนกัน

ครั้งที่มันกะผมกลายเป็นเพื่อนกันก็คือ งานกาชาดที่สวนอัมพร นั่นเอง

พวกมันวิ่งหางจุกตูด เมื่อโดนช่างเย็บหนัง ราชดำเนิน เอามีดปาดหนังไล่ฟัน แถม มีช่างกลอะไรก็ไม่รู้ช่วยยำอีกกลุ่มใหญ่ มันมีกันแค่ห้าหกคนเอง

พวกผมไปกันห้าคน........อาวุธก็ไม่มีครับ มองเห็นไกลๆแล้ว ก็จำได้ เพราะไอ้คนนี้มันผมตั้งๆ ซึ่งผมเรียกมันว่า ไอ้เม่น

เพื่อนในกลุ่มบอกว่า เฮ้ย สมน้ำหน้า แต่ผมกลับบอกว่า สงสารมันว่ะ พวกน้อย โดนไล่แบบนั้น มีหวังโดนกระทืบตาย จึงชวนพวกไปช่วยมัน ทั้งที่ มันน่ะ อริขาประจำเลย


ผลออกมาคือ กองกันทั่วถ้วนครับ พวกผมหนักกว่ามันอีก แผลเหวอะกันไปตามๆ  ดีว่า รุ่นพี่ที่เรียนช่างกลไทยสุริยะ เห็น ก็เลยมาปรามทัพให้ ...........

จากนั้นเป็นต้นมา กลุ่มมันกะกลุ่มผม กลายเป็นเพื่อสนิทกันไปเลย แต่ก็ตีกันเหมือนเดิม เพียงแต่ หากเป็นพวกมัน ผมปล่อยไป หากมันเห็นเป็นพวกผม มันก็ปล่อยไป

.....................ทุกวันนี้ มันกะผม ถือว่าเป็นพี่น้องกันก็ว่าได้ ขนาดว่ามันไว้ใจให้ลูกสาวมันมาอยู่บ้านผมเพื่อเรียนหนังสือ ตั้งสี่ห้าปี.


คำว่าลูกผู้ชายนั้น กินความกว้างและลึกเหลือเกิน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทราบก็คือ การรู้จักให้อภัย การรู้จักเสียสละ และ รู้แพ้ รู้ชนะ  ที่สำคัญ ต้องไม่เอาเปรียบใคร และช่วยคนที่อ่อนแอ หรือ ได้ทุกข์ โดยไม่ลังเล

ไม่รู้ว่า เด็กสมัยนี้ ที่เป็นผู้ชาย จะมีความเป็นลูกผู้ชายมากพอที่จะตัดสินปัญหาความไม่ชอบขี้หน้ากัน ด้วยหมัดรุ่นๆ แบบตัวต่อตัว จบแล้วก็จับมือกัน จะมีสักคนไหม?
แต่จะให้ดีก็อย่าทะเลาะกันเลย


บ้านเมืองเราตอนนี้ ดูหมือนจะตีกันเองไปทุกหย่อมหญ้า จะมาจากเหตุใดก็ตามทีเถอะ แต่จะตีกันแบบลูกผู้ชายจะได้ไหม เห็นๆมีแต่พวกที่ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ผิดก็ไม่ยอมรับ เอาพวกมากเข้าว่า แทนที่จะเล่นตัวๆ


มัวแต่ตีกันเอง........จนคนอื่นๆมันรุกที่ เผาบ้าน
บางคน ชักศึกเข้าบ้าน สุมหัวกับคนอื่นมาตีพี่น้องตัวเองก็มี
...........................มันไม่ใช่ลูกผู้ชายหรอกไอ้พวกนี้  เจอกันขอฉะตัวต่อตัวด้วยกำปั้น จะกล้าไหม? ก็ไม่รู้


ในบอร์ดนี้ ที่ทราบ ก็มีพี่ถึก สไลเดอร์นี่แหละ ที่เป็นรุ่นพี่ ลูกผู้ชาย ฉะกันด้วยหมัด ไม่มีหมาหมู่ เป็นแบบให้น้องๆชาวหญ้าแพรก ดอกมะเขือเดินตาม


ผมมันรุ่นน้องพี่ถึก  อยู่ รุ่นไอ้จิมมี่ที่มันเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งไปแล้ว จะมีใครรู้ล่ะว่า ไอ้มี่มันดวลมีด กะ อริ แทงจนสาหัสมาแล้วในอดีต.....
ผมรู้ เพราะ ผมเองโดนแทงจนล้มไง  แล้วไอ้มี่นี่แหละที่มาช่วยผม


ทุกวันนี้ ผมจึงมั่นใจว่า ที่พึ่งประชาชน มีความเป็นลูกผู้ชายร้อยเปอร์เซนต์  แต่กับรัฐบาลผมว่า ไม่มีสักคน


พวกนี้ ใจไม่กล้าพอที่จะฉะกันตัวต่อตัวหรอก ดีแต่หมาหมู่ ให้เป็นตัวอย่างแก่เยาวชนไปวันๆ





บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
NIRANAME
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46



« ตอบ #1 เมื่อ: 24-07-2008, 06:36 »

เพิ่งทราบข้อมูลเชิงลึก

ช่างกลนุ่งขาสั้น 
บันทึกการเข้า

www.panthamitr.com

พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย
หน้า: [1]
    กระโดดไป: