ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
14-07-2020, 11:30
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  พันธมิตรฯใต้ประกาศปิดประตูสู่ภาคใต้ ขวางนายกฯ-รมต.นอมินีเข้าพื้นที่เด็ดขาด 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
พันธมิตรฯใต้ประกาศปิดประตูสู่ภาคใต้ ขวางนายกฯ-รมต.นอมินีเข้าพื้นที่เด็ดขาด  (อ่าน 3306 ครั้ง)
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« เมื่อ: 03-07-2008, 02:19 »



พันธมิตรฯใต้ประกาศปิดประตูสู่ภาคใต้ ขวางนายกฯ-รมต.นอมินีเข้าพื้นที่เด็ดขาด

ชุมพร-เครือข่ายพันธมิตรฯ ประกาศปิดประตูสู่ภาคใต้ พร้อมขัดขวางทุกวิถีทาง ห้ามนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกคน ในรัฐบาลนอมินีเข้าพื้นที่ ถือหมดความชอบธรรมแล้ว
       
       นายสุนทร รักรงค์ ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคใต้ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการประชุมแกนนำพันธมิตรฯ ภาคใต้ทั้งหมด โดยมีมติให้ปิดประตูสู่ภาคใต้ ห้าม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีของรัฐบาลนอมินี นายสมัคร สุนทรเวช เดินทางเข้ามาในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้
       
       ทั้งนี้ หากมีบุคคลใดในรัฐบาลชุดปัจจุบันเดินทางเข้ามา เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคใต้ และประชาชน จะไปรวมตัวกันปิดเส้นทางการเดินทางทันที ไม่ว่าจะโดยทางรถยนต์ หรือเครื่องบิน ก็ตาม ทั้งนี้ พันธมิตรฯภาคใต้ และประชาชนจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถือว่าพฤติกรรมของรัฐบาลชุดปัจจุบันหมดความชอบธรรมแล้ว
       
       นายสุนทร กล่าวต่อว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ภาคใต้ ทุกจังหวัด ได้มีมติประกาศห้ามรัฐมนตรีทุกคนของรัฐบาลนอมินี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เข้าพื้นที่ภาคใต้อย่างเด็ดขาด โดยจะใช้มาตรการเดียวกับการต่อต้านระบอบ “ทักษิณ” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพันธมิตรฯภาคใต้ และประชาชนจำนวนมาก ได้ประกาศปิดประตูภาคใต้ พร้อมกับต่อต้านทุกรูปแบบมาแล้วเช่นเดียวกัน


http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000077819

สำหรับรัฐบาลเหรี้ยชุดนี้
อยากให้ภาคอื่น เอาเป็นตัวอย่าง
ดูว่ามันจะหน้าหนา หน้าทน กันอีกหรือไม่

หรือว่า มันคงดีใจสุดๆ เพราะขี้ขลาดเป็นทุนเดิม
อยู่แล้ว จะได้อยู่แต่ในกรุง โกหกตอแหลไปวันๆ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 02:23 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #1 เมื่อ: 03-07-2008, 03:31 »

พวกนักการเมืองพลังประชาชน - ไทยรักไทยเข้าใจว่าคนเมืองกรุง "ยังไงก็ทน"
...ผิดแล้ว

เพราะทุกวันนี้คนในกรุงเทพ ฯ ยังทนอยู่ได้เพียงเพราะ "ยังมีงานทำ - ยังมีพ่อแม่ต้องดูแล"
หากเมื่อไหร่ "งาน" ของพวกเขาหมดสิ้น - ถูกเลิกจ้าง
สภาพอันกดดันทางเศรษฐกิจของคนกรุงนั้นรุนแรงเกินกว่าที่บรรดานักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ "นักการมืองจากบ้านนอกที่เข้ามาอยู่อาศัยในกรุงเทพ ฯ"
จะเข้าใจ
เพราะคนกรุงเทพ ฯ แท้ ๆ แตกต่างจากคนต่าง จว.ที่เข้ามาอยู่และทำตัวเป็นคนกรุงเทพฯ แบบเปลือก ๆ มากนัก

คนกรุงเทพ ฯ วัยทำงานกว่าครึ่งไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก
ดังนั้นเหตุผลในการมีชีวิตของคุณกรุงเทพ ฯ แท้ ๆ เหล่านี้จึงอยู่ที่ "ความเชื่อมั่นในอนาคต" ว่าจะได้รับสวัสดิการตามสมควรในวัยชรา
ซึ่งทุกวันนี้เราค่อนข้างมั่นใจว่า
"ไม่มี - ไม่เหลือแล้ว"

- ไม่มี  เพราะ "เด็กรุ่นใหม่" ซึ่งจะเป็น "วัยทำงาน" ในวันที่พวกเราแก่ชรา   ล้วนเป็นกลุ่มคน "ไร้ประสิทธิภาพ ไร้น้ำใจ ไร้วัฒนธรรม และเห็นแก่ตัว" 
- ไม่มี  เพราะบรรดาทรัพย์สินของแผ่นดิน  ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่าง ๆ สาธารณประโยชน์ หรือสาธารณสุขมูลฐาน ถูกชำแหละ - แจกจ่าย - ขายหรือให้เช่า  ไปหมดแล้ว  กลายเป็นตลาดนัดบ้า ๆ บอ ๆ  เป็นบ้านมั่นคง - บ้านเอื้ออาทร ( ที่มีแต่กุ๊ย - ขี้เมา - เอากันในหมู่ญาติพี่น้อง )  หรืออย่างดีที่สุดก็คือเป็นศูนย์การค้า - ที่จอดรถ 
...รวมไปถึงพื้นที่ป่า
...รวมทั้งรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ
...ทุกวันนี้รู้ ๆ กันว่าแม้แต่ "ช่องใส่โกฎิอัฐิ" ยังต้องซื้อ - ต้องเช่า!
- ไม่มี  เพราะ "ประกันสังคม" ที่พวกเราจ่ายสั่งสมมาถูกชำแหละแบ่งลงไปให้ "ชนชั้นพิเศษ - ฐานเสียงไทยรักไทย"  ไม่ว่าจะเป็นบรรดาแท้กซี่ คนทำงานไนท์คลับ บาร์  ช่างตัดผม  มอเตอไซค์รับจ้าง ฯลฯ   ที่อยู่ ๆ จู่ ๆ ก็เดินขึ้นมาตบหัวพวกเราได้ - ตะคอกใส่พวกเขาได้ อย่างไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ
- ไม่มี เพราะระบบการศึกษาที่ไม่ได้พัฒนาให้คนมีคุณภาพ  มีแต่ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงซึ่งวุฒิการศึกษา  แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะมีคุณภาพ   ยิ่งไปกว่านั้นคือลืมไปได้เลยในเรื่องจรรยาบรรณ - จริยธรรม   ...อันหมายถึงว่าสังคมไทยในวันข้างหน้าจะมีบัณฑิตมากมาย  แต่ไม่มี "ปัญญาชน" จริง ๆ  ที่จะฝากฝัง - ฝากผีฝากไข้สังคมนี้ไว้ในมือ
...เมื่อทุกคนคิดว่าตัวเอง "เก่ง" หมด + อัตตาสูง ๆ กันทั้งนั้น   ในที่สุดก็ต้องตัดสินกันด้วย 3 อย่าง คือ 1.เงิน > 2.เส้น > 3.กำลัง ( ไม่ว่าจะด้วยกำลังกายหรือกำลังคน )   อันถือได้ว่าเป็นสังคมที่ก้าวข้ามเส้น "ศิวิไลซ์" ไปสู่สภาวะ "เดรัจฉาน" แล้วอย่างสมบูรณ์  เป็นสภาวะที่ "สิ้นสภาพเมือง" หรือ "สูญสิ้นอารยธรรม"


เมื่อไม่มี "ความเชื่อมั่น ฯ"
สิ่งที่คนกรุงเทพ ฯ แท้ ๆ จำเป็นต้องเลือก  จึงมีเพียง 2 กรณี
คือ
1.หนีออกไป   ซึ่งอย่างใกล้ที่สุดเลยก็คือ "หนีลงไปอยู่ภาคใต้ ( ที่ปิดกั้นพวกไทยรักไทย / พลังประชาชนไว้แค่ประจวบ ฯ )" ในขณะที่ส่วนใหญ่ "หนีไปอยู่ต่างประเทศ"   ทิ้งปัญหาและกรุงเทพ ฯ ไว้ให้คนต่างจังหวัดเข้ามาเสพย์ซากที่เหลือ ( และฉีกทึ้งกันเอง )
และ
2.สู้อย่างหมาจนตรอก
...อย่างที่ 2 นี้เองที่มันอาจจะน่ากลัวเกินกว่าที่ใครต่อใครจะคาดคิดได้
ด้วยเหตุผลสั้น ๆ ก็คือ 
ถ้าคนมันชินชาแล้วกับการฆ่าและปล้น...การจะทำสักหนก็ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก
และถ้าคนเราได้ก่ออาชญากรรมแล้วสักครั้ง...การก่ออาชญากรรมครั้งต่อ ๆ ไปก็ง่าย
จนเมื่อได้ก่ออาชญากรรมหลายครั้งแล้วพบว่า "ไม่เห็นมีอะไร"...การก่ออาชญากรรมครั้งสุดท้ายย่อมเกิิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
( อาชญากรรมครั้งสุดท้ายของอาชญากร  คือ  อาชญากรรมที่ไม่นำพาผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งแก่ตนเองและสังคม - ไม่จำกัดขอบเขตความเสียหาย และไม่มีความลังเล  ด้วยอาชญากรถือว่า "เป็นหรือตาย ต่างมีค่าเท่ากัน" )

ถึงวันนั้นแล้ว
หวังว่าบรรดานักการเมืองบ้านนอกที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯ จะหนีทัน
...รวมทั้งคนต่างจังหวัด "อื่น ๆ ที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯ ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นคณะโปงลางสะออน ( เรารู้นะว่าคุณ "รวย" )  คณะตลกเชิญยิ้ม - ชวนชื่น ( เราคิดว่าคุณ "รวย" )
...ดารา  นักร้อง ( เราเชื่อว่าคุณ "รวย" )
...นักมวย  นักกีฬา แด๊นเซอร์  หมอนวด  คุณตัว ฯลฯ ( เราเดาเอาว่าคุณ "มีตังค์" )
...แท็กซี่  ( อย่างน้อยคุณก็มี "รถ" ให้เราเอาไปถอดเป็นชิ้น ๆ )
...ซาลอน บาร์เบอร์ มาซซาจเจอร์  ฯลฯ  ( เรารู้ว่าคุณมี "รายได้" )
...ฯลฯ

เราไม่ได้ปล้นคุณนะ
เราแค่เอาส่วนที่คุณมีมากกว่าเราในขณะนี้ ออกมาแบ่งปันกันใช้
หรือแม้ว่าคุณจะถูกเราฆ่า ก็เป็นสิทธิอันเท่าเทียมกัน  เพราะคุณก็อาจจะฆ่าเราเพื่อป้องกันทรัพย์สินได้เหมือนกัน ( ส่วนเราฆ่าคุณเพราะป้องกันตัว ) 
เรารู้ว่าหากคุณกลับบ้านนอก หรือหากยังอยู่ที่บ้านนอกของคุณ  อย่างน้อยคุณก็มีปัญญาเก็บผัก - จับปลา - ตีกบมากิน นอกเหนือจากการปลูกข้าวปลูกมัน

ในขณะที่เรา...คนกรุงเ้ทพ ฯ
เราไม่มีอะไร - เราไม่เคยมีอะไรอย่างที่พวกคุณมีมาก่อน
เราไม่มีที่ดินป่าซึ่งสามารถบุกรุกเข้าไปยึดครอง
เราไม่มีอาหารได้เปล่าจากข้างทาง 
แม้แต่น้ำดื่มเรายังต้องซื้อ
อยู่ที่ทำงานเราถูกทั้งนายจ้างและลูกค้ากดหัว  ระหว่างกลับบ้านเราโดนกระเป๋ารถเมล์ คนขับรถตู้ ตวาด  เข้าซอยเราต้องระวังคนแปลกหน้าทำร้าย ชิงทรัพย์ หรือคุกคาม
...เรานอนหลังพวกคุณที่อยู่บ้านนอก  เพราะเวลาเข้านอนโดยปกติของพวกเราคือเที่ยงคืน 
...เราตื่นตอน ตี 4  ก่อนพวกคุณที่บ้านนอก เพราะเราต้องแย่งกันขึ้นรถ - แออัดอยู่บนถนน เพื่อรีบเข้าทำงานให้ทัน

เดิมเรามีแต่ "งาน" ที่วันนี้ "นักการเมืองของพวกคุณ" ได้ทำให้่พินาศ - หมดสิ้นลง"
เดิมเรามีแต่ "ปริญญา - ความรู้" ที่วันนี้ "นักการเมืองของพวกคุณ" ได้ทำให้เสื่อมถอยด้อยค่า - ต่ำต้อยลง

เมื่อเราไม่เหลือแล้ว
ไม่เหลืออะไรสำหรับวันนี้
และไม่เหลือ "ความเชื่อมั่นในอนาคต"
เราก็จะเอาจากพวกคุณ 
เอาคืนจากพวกที่เลือก "นักการเมืองพรรคพลังประชาชน - ไทยรักไทย" อย่างพวกคุณ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 05:52 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

the great emperror
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #2 เมื่อ: 03-07-2008, 08:09 »

จะไปปิดมันทำไม อย่างนี้ไอ้เหลิมมันก็คุยได้ว่า มันไม่กลัวหรอกโจรใต้ แต่ที่ไปไม่ได้เพราะ พธม. มาปิดถนน
บันทึกการเข้า
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #3 เมื่อ: 03-07-2008, 10:31 »

ผมเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจหนีกรุงเทพ.. เพียงแต่ผมไม่ได้ลงใต้ ผมขึ้นเหนือด้วยเหตุผลหลายประการ

ขอบคุณข้อความดีๆของปู่เย็นครับ


บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #4 เมื่อ: 03-07-2008, 10:37 »

จะไปปิดมันทำไม อย่างนี้ไอ้เหลิมมันก็คุยได้ว่า มันไม่กลัวหรอกโจรใต้ แต่ที่ไปไม่ได้เพราะ พธม. มาปิดถนน

กรั๊กๆๆๆ ขนาดพันธมิตรคนธรรมดา
มาตัวเปล่าแค่ไม่กี่คนยังกลัวหางจุกตูดวิ่งกลับกทม.แทบไม่ทัน
โจรใต้อาวุธครบ เผลอๆก็ยิงโป้ง ระเบิดตูม เป็นเหลิมมันจะกล้ารึ
ดีแต่ปากอย่างนี้ทุกที

 
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #5 เมื่อ: 03-07-2008, 10:42 »

Thank you....งบประมาณก็จงได้น้อยตลอดไป  ชิลๆ
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #6 เมื่อ: 03-07-2008, 10:46 »

Thank you....งบประมาณก็จงได้น้อยตลอดไป  ชิลๆ

งบประมาณไม่มีก็ไม่เป็นไร อย่าส่งไอ้ตัวเลวๆลงมาทำริยำตำบอนก็แล้วกัน
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #7 เมื่อ: 03-07-2008, 10:51 »

งบประมาณไม่มีก็ไม่เป็นไร อย่าส่งไอ้ตัวเลวๆลงมาทำริยำตำบอนก็แล้วกัน




แค่นี้...ไม่มีคนภาคอื่นเค้าอยากลงใต้หรอกบอกตรงๆ เถื่อนก็ปานนั้น...
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 03-07-2008, 11:00 »

อนาถ

เป็นรัฐบาลเสียเปล่า ถูกประชาชนต่อต้านทั้งภาค

ไม่เข้าใจเลยว่าจะทนอยู่ทำไม ลาออกไปซะ

หรือคิดว่าแน่ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ได้ จะหน้าด้านกันไปถึงไหนก็ไม่รู้
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #9 เมื่อ: 03-07-2008, 11:01 »



แค่นี้...ไม่มีคนภาคอื่นเค้าอยากลงใต้หรอกบอกตรงๆ เถื่อนก็ปานนั้น...


ถ้ามึงลงใต้เมื่อไหร่ ขอให้
ตายโหงต่ายห่าภายในสามวันเจ็ดวันแช่งแต่ตัวมึงก่อน
ถ้าซ่าส์นัก จะแช่งทั้งโคตร อย่าเหยี่ยบก็แล้วกัน  
ส่วนคนปกติ ยินดีต้อนรับทุกๆคน ฮี่ฮี่ คนใต้ใจดี
รักจริง อาจจะไม่หวานหูไปหน่อย แต่เรื่องใจ เต็มร้อย
 ::


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 11:05 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #10 เมื่อ: 03-07-2008, 11:04 »

อนาถ

เป็นรัฐบาลเสียเปล่า ถูกประชาชนต่อต้านทั้งภาค

ไม่เข้าใจเลยว่าจะทนอยู่ทำไม ลาออกไปซะ

หรือคิดว่าแน่ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ได้ จะหน้าด้านกันไปถึงไหนก็ไม่รู้

รัฐบาลนี้มาจากคนทั้งประเทศ...อยู่ๆจะให้อภิสิทธิ์คนใต้เหนือคนภาคอื่น  ถามว่าคนใต้มีสิทธิ์อะไร!?!
บันทึกการเข้า
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #11 เมื่อ: 03-07-2008, 11:07 »

รัฐบาลนี้มาจากคนทั้งประเทศ...อยู่ๆจะให้อภิสิทธิ์คนใต้เหนือคนภาคอื่น  ถามว่าคนใต้มีสิทธิ์อะไร!?!

หน้าด้าน อ้างรัฐบาลมาจากคนทั้งประเทศ
เหรี้ยทุกตัวในคณะรัฐบาลชุดนี้ กรูไม่เอา ไม่ได้เลือกเข้ามา
อย่าสะเออะ อ้างคนทั้งประเทศ ถุ๊ย คิดก่อนเขียนนะไอ้
ลูกเหรี้ย    คนใต้มีสิทธิ์อะไร ถามได้ไอ้ลูกเหรี้ย
มีสิทธิ์ไล่ พวกเหรี้ยไง เข้าใจไว้ด้วย ไอ้เหรี้ย


***** เหรี้ยคือสรรพนามที่ ใช้กับรัฐบาลชุดนี้
พวกคนขายชาติ และพวกแถ แบบหน้าด้านๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 11:16 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

Pig.Army
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 374


Anti พาล-มิต


« ตอบ #12 เมื่อ: 03-07-2008, 11:46 »

อย่างที่ผมว่าไหมล่ะ               
.
.
.
.

"สะตอ สามัคคี"


.
.

ปิดไปเลย แยกไปเลยครับ มันมีปัณหานัก  เห็นอยากแยกอยู่แล้วนี่น่า บนเวที ก็ยก แต่ภาคใต้ คนขึ้นไปพูดก็คนใต้(ส่วนใหญ่) พิธีกร ก็ ใต้  ปลุกระดม คนใต้ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.
.
.
.
ทั้งที่รุ้ๆๆ กันอยู่ว่า คนใต้ไม่ได้เลือก พปช....แต่ เลือก ปชป.    แต่ดันจะมาไล่ พปช.    เห้อ  มันเห็นๆกันอยู่ ว่ายังไง  เอาพาลทะมิต ลงไปประท้วงตรงนั้นเลยไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ..........ไอ้เขาพระวิหารน่ะ ไม่รู้จะเสีย ดินแดนของไทยหรือเปล่า..........แต่ที่แน่ๆ พาล-มิต   แยกคนไทยเรียบร้อยแล้ว......ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.
.
.
.
ยี้ๆๆ    น่ารังเกียจ
บันทึกการเข้า

  สงสัยจะดัง เลยมีคนเอาชื่อไปแอบอ้าง  ตัวจริงเสียงจริงมีคนเดียวน่ะครับ ถ้าพิมพ์แล้ว ไม่จุดเยอะๆ......ไม่ใช่ผมน่ะครับ

 (ขออภัยในบางประโยค อาจจะรุนแรงและแทงใจดำไปหน่อย)
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #13 เมื่อ: 03-07-2008, 11:50 »

อย่างที่ผมว่าไหมล่ะ               
.
.
.
.

"สะตอ สามัคคี"


.
.

ปิดไปเลย แยกไปเลยครับ มันมีปัณหานัก  เห็นอยากแยกอยู่แล้วนี่น่า บนเวที ก็ยก แต่ภาคใต้ คนขึ้นไปพูดก็คนใต้(ส่วนใหญ่) พิธีกร ก็ ใต้  ปลุกระดม คนใต้ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.
.
.
.
ทั้งที่รุ้ๆๆ กันอยู่ว่า คนใต้ไม่ได้เลือก พปช....แต่ เลือก ปชป.    แต่ดันจะมาไล่ พปช.    เห้อ  มันเห็นๆกันอยู่ ว่ายังไง  เอาพาลทะมิต ลงไปประท้วงตรงนั้นเลยไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ..........ไอ้เขาพระวิหารน่ะ ไม่รู้จะเสีย ดินแดนของไทยหรือเปล่า..........แต่ที่แน่ๆ พาล-มิต   แยกคนไทยเรียบร้อยแล้ว......ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.
.
.
.
ยี้ๆๆ    น่ารังเกียจ


อ้าวไอ้เหรี้ยรับใช้ ไอ้เหลี่ยมตัวนี้ ได้โอกาสทันทีเลยนะมึง
มึงนั่นแหละ รอจุดประเด็นนี้ ทันที  คนใต้ที่แท้จริง ไม่มีใครคิดจะแบ่งแยกดินแดน
ทุกคนรักประเทศชาติ ทำไมไม่ด่าไอ้เหรี้ย ที่มันขายชาติ หรือว่าเป็นญาติกับโคตร
พ่อ โคตรแม่มึงด้วย ไอ้หมูอาร์มี่?



คนอีสานที่ขึ้นเวทีพันธมิตร ก็มีไม่น้อย เค้าต่อสู้ เพื่อ
ชาติบ้านเมืองกัน ไม่รู้สึกว่า เค้าเป็นคนภาคอื่น นอกจากเป็นคนไทยด้วยกัน
และก็มีอีกหลายๆคนในนี้ที่ เค้าเป็นคนภาคเดียวกันกับเอ็ง แต่ไม่เหมือนเอ็งเลย
ส่วนเอ็งน่าสงสารมาก รู้สึกว่าจะมีปมด้อย ขอเตือนว่า มึงนั่นแหละ เป็นตัว
หนึ่งที่สร้างความอัปยศ ให้แก่คนภาคเดียวกัน เพราะฉะนั้น คิดใหม่ทำใหม่ก็ยังไม่สาย
แต่ถ้า จะมา เน้นประเด็นนี้ล่ะก็เดี๋ยว จะด่ามึงคนเดียว ฝังดินให้ดู
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 12:05 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

Pig.Army
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 374


Anti พาล-มิต


« ตอบ #14 เมื่อ: 03-07-2008, 12:23 »


อ้าวไอ้เหรี้ยรับใช้ ไอ้เหลี่ยมตัวนี้ ได้โอกาสทันทีเลยนะมึง
มึงนั่นแหละ รอจุดประเด็นนี้ ทันที  คนใต้ที่แท้จริง ไม่มีใครคิดจะแบ่งแยกดินแดน
ทุกคนรักประเทศชาติ ทำไมไม่ด่าไอ้เหรี้ย ที่มันขายชาติ หรือว่าเป็นญาติกับโคตร
พ่อ โคตรแม่มึงด้วย ไอ้หมูอาร์มี่?



คนอีสานที่ขึ้นเวทีพันธมิตร ก็มีไม่น้อย เค้าต่อสู้ เพื่อ
ชาติบ้านเมืองกัน ไม่รู้สึกว่า เค้าเป็นคนภาคอื่น นอกจากเป็นคนไทยด้วยกัน
และก็มีอีกหลายๆคนในนี้ที่ เค้าเป็นคนภาคเดียวกันกับเอ็ง แต่ไม่เหมือนเอ็งเลย
ส่วนเอ็งน่าสงสารมาก รู้สึกว่าจะมีปมด้อย ขอเตือนว่า มึงนั่นแหละ เป็นตัว
หนึ่งที่สร้างความอัปยศ ให้แก่คนภาคเดียวกัน เพราะฉะนั้น คิดใหม่ทำใหม่ก็ยังไม่สาย
แต่ถ้า จะมา เน้นประเด็นนี้ล่ะก็เดี๋ยว จะด่ามึงคนเดียว ฝังดินให้ดู



".
.
.
.
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
. นี่คุณยังจะมาเถียงอีกเหรอเนี่ย   ได้ดู เวที พาลทะมิต บ้างเปล่า เนื้อหาบนเวทีคืออะไร อย่ามา ทำเป็นแป๊วทำเป็นไม่รู้ดีกว่า    ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกก  อยาก เป็นรัฐบาล แต่ดันไปชวนคนพาลมาปลุกระดม   หมดสิทธิ อีกนาน บ่าวเอ้ย  คนเขาไม่เอาด้วย แล้ว  ไม่เห็นเหรอ มีแต่ทางใต้นั่นแหละที่มัวลุ่มหลง  อยากให้ ปชป.เป็น รัฐบาลมั่ง  จน ทำลายประเทศไม่เคารพ เสียงคนอื่น  ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก   ทำเป็นยกตัวเองว่า เก่ง ฉลาด มีอริยะ  ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก..
.
.
.คำพูดกับ การกระทำมันสวนทางกัน แนะนำให้รีบหาทางลง ก่อนที่จะลงไม่ได้ ตอนนี้มีคนเอาบันใดไปพาดให้แล้วรีบๆลง   โอกาศไม่ได้มีบ่อยๆ ..
..
.
หลบบ้านเรา ดีฟ่า น้องบ่าวเฮ้อ
บันทึกการเข้า

  สงสัยจะดัง เลยมีคนเอาชื่อไปแอบอ้าง  ตัวจริงเสียงจริงมีคนเดียวน่ะครับ ถ้าพิมพ์แล้ว ไม่จุดเยอะๆ......ไม่ใช่ผมน่ะครับ

 (ขออภัยในบางประโยค อาจจะรุนแรงและแทงใจดำไปหน่อย)
ดำเกิง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 03-07-2008, 12:32 »

ผมบอกหลายทีแล้วว่า เลิกยุ่งกับบางความเห็นที่มันไม่มีราคาเถอะครับ ต่อปากต่อคำก็เข้าทางเขาเปล่าๆ

เขาตั้งใจยั่ว ให้คุณเป็นเบี้ย จะได้เบี่ยงประเด็น ยิ่งไปโต้ มันก็ยิ่งโต้ ยิ่งยั่วกลับ ข้อความก็รุนแรงขึ้น

กระทู้ดีๆ เนื้อหาดีๆ คุณมามัวด่ากันก็เข้าทางพวกเขาหมด

มีสติกันหน่อยเถอะ รู้เท่าทันเกมส์พวกนี้บ้าง ปล่อยให้เขาพูดไป ไม่ต้องสนใจ มันก็หมดคุณค่าไปเองครับ
บันทึกการเข้า

The Origin of Species
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #16 เมื่อ: 03-07-2008, 13:36 »

ผมบอกหลายทีแล้วว่า เลิกยุ่งกับบางความเห็นที่มันไม่มีราคาเถอะครับ ต่อปากต่อคำก็เข้าทางเขาเปล่าๆ

เขาตั้งใจยั่ว ให้คุณเป็นเบี้ย จะได้เบี่ยงประเด็น ยิ่งไปโต้ มันก็ยิ่งโต้ ยิ่งยั่วกลับ ข้อความก็รุนแรงขึ้น

กระทู้ดีๆ เนื้อหาดีๆ คุณมามัวด่ากันก็เข้าทางพวกเขาหมด

มีสติกันหน่อยเถอะ รู้เท่าทันเกมส์พวกนี้บ้าง ปล่อยให้เขาพูดไป ไม่ต้องสนใจ มันก็หมดคุณค่าไปเองครับ


ขอบคุณครับที่ช่วยกันชี้ทางสว่างให้PJ มัน...เห็นเห่าอยู่หลายกระทู้ แต่ratingไม่ค่อยแหล่มเลยอ่ะ  มันออกแนวด่าเถื่อนๆเหมือนเวทีพันธมารไงงั้นเลย คริ คริ
บันทึกการเข้า
คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #17 เมื่อ: 03-07-2008, 14:20 »

ผมชอบชื่อ User นี้จัง "The great emperror"
 
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #18 เมื่อ: 03-07-2008, 14:34 »


ขอบคุณครับที่ช่วยกันชี้ทางสว่างให้PJ มัน...เห็นเห่าอยู่หลายกระทู้ แต่ratingไม่ค่อยแหล่มเลยอ่ะ  มันออกแนวด่าเถื่อนๆเหมือนเวทีพันธมารไงงั้นเลย คริ คริ


มายอมรับว่าอ่านล่ะสิ ที่เขียน 
ส่วนมึงน่ะพยายามทำเป็นผูดีได้ไม่ถึงห้านาทีหรอกไอ้เหรี้ยเอ๊ยย
เรตติ้งไม่ค่อยแหล่มเลย แล้วมึงมาคลิกหาโคตรพ่อโคตรปู่มึงทำไม
เหอๆ     

กระทู้แรกที่ตั้งในห้องนี้  มึงยังมาต้อนรับกูเลย
   


เห่าไป แถไป ทุกกระทู้น่ะ
ไอ้ตัวเหรี้ยที่ใช้ชื่อ ลาสท์ สากกะเบือ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 14:44 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #19 เมื่อ: 03-07-2008, 14:45 »


มายอมรับว่าอ่านล่ะสิ ที่เขียน 
ส่วนมึงน่ะพยายามทำเป็นผูดีได้ไม่ถึงห้านาทีหรอกไอ้เหรี้ยเอ๊ยย
เรตติ้งไม่ค่อยแหล่มเลย แล้วมึงมาคลิกหาโคตรพ่อโคตรปู่มึงทำไม
เหอๆ     

กระทู้แรกที่ตั้งในห้องนี้  มึงยังมาต้อนรับกูเลย
   


แค่เข้ามาเยี่ยวมาขี้ในกระทู้นี้หน่อยเดียว...ทำไมต้องเดือดดาลขนาดนี้น๊ะ  เติ้ลไม่เข้าจายยยยยย....ง๊งงง
บันทึกการเข้า
personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #20 เมื่อ: 03-07-2008, 14:52 »


แค่เข้ามาเยี่ยวมาขี้ในกระทู้นี้หน่อยเดียว...ทำไมต้องเดือดดาลขนาดนี้น๊ะ  เติ้ลไม่เข้าจายยยยยย....ง๊งงง


มั้ยล่ะ ว่าไม่เกินห้านาทีผู้ดีส้นตีนก็ลายออกทุกครั้ง
มึงไปทุกกระทู้แหละไอ้เหรี้ยลาสท์ สากกะเบือ มึงเคยเข้าใจอะไรบ้างล่ะ ?
พูดถึงขี้เยี่ยวแล้วล่ะก็ใครๆ เค้าก็อยากขี้เยี่ยวรดหัวมึงทั้งนั้นแหละ
ไอ้หน้าหนา เอ๊ยย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 14:54 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

sensei
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 721



« ตอบ #21 เมื่อ: 03-07-2008, 14:55 »

เค้าจ่ายตังค์ตามจำนวนโพสต์ล่ะมั้งเดี๋ยวนี้ 

บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #22 เมื่อ: 03-07-2008, 14:58 »


มั้ยล่ะ ว่าไม่เกินห้านาทีผู้ดีส้นตีนก็ลายออกทุกครั้ง
มึงไปทุกกระทู้แหละไอ้เหรี้ยลาสท์ สากกะเบือ มึงเคยเข้าใจอะไรบ้างล่ะ ?
พูดถึงขี้เยี่ยวแล้วล่ะก็ใครๆ เค้าก็อยากขี้เยี่ยวรดหัวมึงทั้งนั้นแหละ
ไอ้หน้าหนา เอ๊ยย



มีอาการเปลี้ยง่อยทางปัญญาแบบนี้....เติ้ลถือเป็นหน้าที่ต้องเติมเต็มน๊ะ


"อย่าไปกลัวเลยตุลาการวิวัฒน์ เพราะ สุดท้ายจะไปสู่ความเสื่อมเอง

โดย คุณลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบไซต์ thaifreenews
2 กรกฎาคม 2551

การไม่ตั้งอยู่บนหลักของนิติธรรม ย่อมอยู่ได้ไม่นาน และเป็นหนทางสู่ความเสื่อม เหมือนผู้มากบารมีทั้งหลาย ที่ประสพกับความเสื่อมในเวลานี้

สมัยประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี.รูสเวลล์ ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา หลังวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลก ปี 1930s ซึ่งเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของโลก รูสเวลล์ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ให้มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่อุปสรรคที่สำคัญของ รูสเวลล์ คือ ออกกฎหมายอะไรมา ศาลสูงของสหรัฐอเมริกา ก็วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญทั้งหมด เนื่องจาก "ศาลสูง" อเมริกาตอนนั้น ส่วนใหญ่แต่งตั้งมาจากพรรคการเมืองตรงกันข้ามกับ รูสเวลล์ และมีแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน

จนกระแสความชอบธรรมของศาลสูงตกลงไปมาก เพราะเอาตัวเข้ามายุ่งกับความขัดแย้งทางการเมือง สุดท้ายเมื่อสถานการณ์ด้านมวลชนสุกงอมพอ รูสเวลล์ ก็รณรงค์จะแก้ไข รธน. โดยเสนอให้อำนาจประธานาธิบดี ตั้งผู้พิพากาศาลสูงเพิ่มจาก 9 คนเป็น 15 คน (ผู้พิพากษาศาลสูงอยู่ในตำแหน่งตลอดชีวิต) ถึงตอนนั้น ศาลสูงสหรัฐจึงยอมและเลิกเป็นปฎิปักษ์กับประธานาธิบดี และสุดท้ายก็ไมได้แก้ไข รธน.

ตุลาการวิวัฒน์ของไทยก็เหมือนกันครับ หากพวกเขายุ่งการเมืองมากๆ ก็จะนำความเสื่อมมาสู่วงการตุลาการเอง และเมื่อความชอบธรรมของพวกเขาหมดไป และคาดว่าต้องหมดไปแน่นอน เพราะหากทำอะไรที่ขัดแย้งกับมหาชน และเลือกข้าง ความเสื่อมย่อมมาเยือนอย่างแน่นอน

เมื่อความชอบธรรมหมดไป มันก็ถึงเวลาที่ประชาชนจะรณรงค์เพื่อ "ชำระล้างวงการตุลาการ" ถึงตอนนั้น ก็ไม่ใครช่วยพวกเขาได้อย่างแน่นอน เพราะพวกเขา เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขัดแย้งทางการเมือง เป็นตัวปัญหาทางการเมือง ย่อมมีฝ่ายตรงกันข้ามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผมไม่ได้เกรงกลัว หรือหวั่นวิตกต่อพวกตุลาการวิวัฒน์แต่อย่างใด เพราะถึงอย่างไร อำนาจอธิปไตยก็เป็นของปวงชน เมื่อบีบบังคับประชาชนมากๆ "เขื่อนแห่งความศรัทธาก็จะพังทลายลง" ใครก็ช่วยไม่ได้ เมื่อพวกนี้ใช้อำนาจศาลบ่อยครั้ง มันก็สร้างแรงต่อต้านขึ้นมาในระบบศาล อาจกำจัดศัตรูบางคนได้ แต่ไม่อาจ "ทำให้ชนะเลือกตั้งได้" และยิ่งประชาชนรู้สึกว่า "ศาลไม่เป็นธรรม" ประชาชนจะออกคะแนนเสียงตรงกันข้าม หากพวกเขาใช้อำนาจศาลยับยั้งอีก พวกเขาก็ยิ่งตกต่ำลงไปเรื่อยๆ

"ตุลาการวิวัฒน์" คือ ปราการสุดท้ายของพวกเขา เป็นเครื่องมือที่มีความบกพร่อง และไม่สะเด็ดน้ำ ยิ่งใช้ ยิ่งสร้างความเสื่อมมากยิ่งขึ้น

เครื่องมือของพวกอำมาตย์/ศักดินา เดี้ยงไปหลายอย่างแล้ว ตั้งแต่ให้ทหารทำรัฐประหาร ซึ่งถือว่าเลวร้ายที่สุดแล้วสำหรับฝ่ายประชาธิปไตย ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านั้นแล้ว ใช้ม็อบพันธมิตรก็ไม่ได้ผล ใช้ ปชป.กับ สว. ก็ไม่อาจแย่งอำนาจทางการเมืองไปได้

ตอนนี้ เหลืออาวุธ ที่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ไม่มีอานุภาพสูงสุดเท่ารัฐประหาร คือ ตุลาการวิวัฒน์ อาวุธที่บกพร่องนี้ จะทำให้พวกศักดินานี้อยู่รอดได้นานเท่าใด กลโกง ความอยุติธรรม ไม่มีทางทำลายศรัทธาของประชาชนต่อคนที่เขานับถือได้หรอกครับ

ฝ่ายประชาธิปไตยตอนนี้ อาจเกิดความรู้สึกว่า เมื่อไหร่ประชาชนจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินสักที เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริงสักที และผู้มีอำนาจทั้งหลาย ต้องทำตามความต้องการของประชาชน

สำหรับผมนั้น ผมคิดว่า ตอนนี้ประชาชนเป็นใหญ่แล้ว พวกเขาถึงได้หวาดกลัว และระดมเอาอาวุธต่างๆ ออกมาสู้กับประชาชน เพื่อรักษาป้อมปราการสุดท้ายของเขาไว้ให้ได้ แต่ผมไม่คิดว่า พวกเขาจะรักษาเอาไว้ได้ เพราะไม่อย่างนั้น โลกมันก็คงหยุดนิ่งไม่พัฒนาไปนานแล้ว การเปลี่ยนแปลงทุกครั้งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ พวกที่เสียผลประโยชน์ พวกล้าหลังจะออกมาต่อต้านเสมอ แต่สุดท้ายมันก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะไม่อย่างนั้น โลกก็คงไม่มาถึงจุดๆ นี้อย่างแน่นอน

ตอนนี้ พวกเขาพยายามอุดรูรั่วของเขื่อน ที่กำลังใกล้จะแตกเต็มที แต่จะอุดได้นานสักเท่าใด จะขวางอำนาจของประชาชนไปได้กี่น้ำ ผมไม่ได้กังวลเลยครับ เพราะผมเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้เกิดที่ "ผู้เลือกตั้ง" ไปแล้ว คนชั้นนำ ที่เสวยประโยชน์จากโครงสร้างสังคมเดิม เท่านั้น ที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอย่างสิ้นหวัง เพื่อต่อต้านกระแสการเปลี่ยนแปลง

อย่าไปคิดเลยว่า ประเทศไทยจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ จักรวรรดิ ที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจมากที่สุดในโลก หลายจักรวรรดิ ต่างก็พังทลายไปหมดสิ้น ราชวงศ์ ที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก หลายๆ ราชวงศ์ ก็โดนโค่นล้มไปแล้ว นับไม่ถ้วน ผู้นำที่เข้มแข็งทรงอำนาจ ก็ถูกปราบไปแล้วนับไม่ถ้วน

ตุลาการวิวัฒน์ เป็นแค่อุปสรรคอันสุดท้ายของ ฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะการต่อสู้ที่แท้จริง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศในยุคใหม่นั้น จะต้องต่อสู้กันในสนามเลือกตั้ง ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่ง "การสนับสนุนและลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง" จากประชาชน ตรงนี้เป็นภาคบังคับ

ถึงอย่างไร หากไม่ชนะเลือกตั้ง พวกเขาก็ไม่มีทางได้อำนาจรัฐไป ไม่ว่าดิ้นรนอย่างไรก็ตาม เมื่อการเลือกตั้งใหญ่มาถึง พวกศักดินา อำมาตยาธิปไตยไม่ชนะเลือกตั้ง พวกเขาก็ไม่ได้อำนาจรัฐอยู่ดีดังนั้น การต่อสู้นอกเหนือไปจากนี้ ไม่ได้ส่งผลต่อการได้อำนาจทางการเมืองแต่อย่างใด เป็นเพียงแต่เกมการเมือง ที่ผู้มีอำนาจหลงไปเท่านั้นว่า เล่นเกมตรงนี้แล้ว พวกตนจะได้อำนาจรัฐ ได้อำนาจทางการเมือง แต่พวกเขาไม่เฉลียวใจว่า ที่จริงหากไม่ชนะเลือกตั้ง พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะได้อำนาจรัฐอย่างแน่นอน ต่อให้มีเลห์เพทุบายอย่างไร เมื่อไม่ได้คะแนนเสียงจากประชาชน ก็ไม่ได้อำนาจรัฐไป ฝ่ายประชาธิปไตยจึงไม่จำเป็นต้องใจร้อน พวกศักดินา จะทุ่มเทใช้เล่ห์กลอย่างไร หากเปลี่ยนใจราษฎรไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

จงมองข้ามภาพลวงตา และมองไปสู่จุดที่เป็นสาระที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลง แม้พวกเขาจะลงทุนทำรัฐประหาร แต่สุดท้าย พวกเขาก็ครองอำนาจไม่ได้ เพราะประชาชนไมได้อยู่ข้างพวกเขา ดังนั้น อำนาจใดๆ ในการปกครองประเทศ มันก็ไม่มีทางสู้กับอำนาจที่มาจากประชาชนได้ พยายามทำลายล้างฝ่ายประชาชนอย่างไร คนที่ประชาชนสนับสนุนก็ไม่มีทางสูญสลาย

ตุลาการวิวัฒต์ ยิ่งเข้ามา ยิ่งทำให้ความขัดแย้งยุ่งเหยิงยิ่งขึ้น สุดท้ายวงการตุลาการ ก็จะเสื่อมลง เมื่อไม่สามารถรักษาความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรมเอาไว้ได้ สุดท้ายก็จะเสื่อมโทรมไปในที่สุด เกียรติภูมิของตุลาการ จะด้อยค่าลงไปเรื่อยๆ และตุลาการก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง

แต่ตุลาการวิวัฒน์ จะไม่มีทางเปลี่ยนกระแสความขัดแย้งทางการเมืองได้ และไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางการเมืองได้ด้วย

ตุลาการวิวัฒน์มีแต่ "เติมฟืนลงไปใต้กระทะ ทำให้น้ำเดือดแรงยิ่งขึ้น"
บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #23 เมื่อ: 03-07-2008, 15:48 »


ลูกชาวนาไทยเป็นนักวิชาการของห้องราชดำเนิน และประชาถ่***เท่านั้น  ไม่ต้องมาลงให้เปลืองพื้นที่ไม่มีใครอ่านหรอกค่ะ
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #24 เมื่อ: 03-07-2008, 16:14 »

'ถ่oยรักไทย' บุกถล่ม ปชป. รุมยำแกนนำจนเวทีปราศรัยล่ม    


       ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – เครือข่าย ทรท.ระดมคนขวาง ปชป.จัดเวทีปราศรัยที่เชียงใหม่ ส่งคนสกัด “ชวน–อภิสิทธิ์” ถึงสนามบิน จนต้องหลบออกทางอื่น เปิดฉากเผาหุ่น “สนธิ–จำลอง–มาร์ค” ก่อนปิดถนนทางเข้าหอศิลป์ มช.สกัดคนเข้าฟัง แถมเปิดปราศรัยโจมตีประชาธิปัตย์ – ด่าคนเชียงใหม่ที่เดินทางเข้าฟังการปราศรัย ทั้งแสดงความถ่oยลุกฮือรุมยำแกนนำพรรคคู่แข่งถึงหน้าเวที จนต้องยุติการปราศรัยกลางคัน
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.วันนี้ (30 มี.ค.) กลุ่มชาวบ้านในเขตเมืองเชียงใหม่ จำนวนประมาณ 1,000 คน พร้อมด้วยรถสี่ล้อแดงอีกประมาณ 50-60 คัน รถปิกอัพอีกจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปรวมตัวชูป้ายโจมตีพรรคประชาธิปัตย์และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณถนนนิมมานเหมินท์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บริเวณสามแยกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด – หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านหอศิลป์ มช.อันเป็นสถานที่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเปิดปราศรัยใหญ่ชี้แจงประชาชนชาวเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.30 น.วันเดียวกัน
       
       กลุ่มชาวบ้านที่ส่วนหนึ่งสวมเสื้อยืดสกรีน ชื่อ นายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เขต 1 พรรคไทยรักไทย–ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เชียงใหม่ ทรท., นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ / พี่ชายนายปกรณ์ ด้วย ได้เดินทางมารวมตัวกัน และมีสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ สังกัดกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ของนายบุญเลิศ เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านด้วยไม่น้อยกว่า 3 คน
       
       รวมถึง นายมหวรรณ กะวัง เจ้าของคลื่นวิทยุชุมชน 92.5 เมกะเฮิรตซ์ หนึ่งในแกนนำเครือข่ายจงรักและพิทักษ์แผ่นดินเชียงใหม่ ที่ระดมชาวบ้านผ่านคลื่นวิทยุชุมชนของตนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล – พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมกับเดินทางไปประท้วงที่สำนักงานสาขาเชียงใหม่ นสพ.คมชัดลึก เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2549 ที่ผ่านมาด้วย
       
       กลุ่มชาวบ้าน–รถสี่ล้อแดง ได้ทยอยเดินทางเข้าสู่ถนนนิมมานเหมินท์ ช่วงดังกล่าว พร้อมกับนำหุ่นของแกนนำพันธมิตรฯ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แขวนกับราวไม้เดินให้ประชาชนตบตี–ตะโกนด่าตลอดทาง ก่อนที่จะลงมือจุดไฟเผาบริเวณกลางถนนนิมมานเหมินท์
       
       จากนั้นได้ใช้รถสี่ล้อแดง พร้อมด้วยรถปิกอัพอีกจำนวนหนึ่ง จอดเต็มข้างถนน แล้วให้ชาวบ้านเข้าปิดถนนสายดังกล่าวตลอดช่วงสามแยก สสจ.เชียงใหม่ และหน้าหอประชุม มช.เพื่อปิดทางเข้าเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งอยู่บริเวณหอศิลป์ มช.ไม่ให้ชาวบ้านที่ต้องการเข้ารับฟังการปราศรัย–แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าไปถึงเวทีได
       
       ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านยังได้แบ่งกำลังส่วนหนึ่งเดินทางไปที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อประท้วงขับไล่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคที่เดินทางมาโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 17.00 น. จนทำให้แกนนำ ปชป.ต้องเดินทางหลบออกจากสนามบินเชียงใหม่อีกทางหนึ่ง
       
       ต่อมา สภ.ต.ภูพิงค์ ได้ปิดการจราจรบนถนนนิมมานเหมินท์ พร้อมกับส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความสงบ จำนวน 50 นาย พร้อมด้วย นปพ.อีก 50 นาย เข้ามาเฝ้าทางเข้าหอศิลป์ มช.ด้านที่ติดกับคลองชลประทาน เพื่อเปิดช่องทางเข้า-ออกเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ และสกรีนคนเข้า-ออกไปในตัวด้วย ซึ่งสามารถเปิดทางให้ชาวบ้านที่ต้องการเข้าฟังการปราศรัยของแกนนำประชาธิปัตย์ เข้าไปบริเวณเวทีปราศรัยได้เพียงประมาณ 100 กว่าคนเท่านั้น โดยมีแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินทางมาถึงเวทีก่อนชาวบ้านจะรวมกลุ่มประท้วง อาทิ นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมการบริหารพรรค กล่าวปราศรัย ชี้แจงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เป็นต้น
       
       นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านที่ต้องการเดินทางเข้าฟังการปราศรัยอีกหลายร้อยคนที่รออยู่บริเวณรอบๆ หอศิลป์ มช.แต่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปบริเวณเวทีปราศรัยได้
       
       กระทั่งเวลาประมาณ 19.25 น.กลุ่มชาวบ้าน ที่เดินทางมาประท้วงการจัดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ปีนรั้วหอศิลป์ มช. บางส่วนเดินเข้าทางประตูทางเข้า ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าประตูอยู่ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด ทำให้กลุ่มชาวบ้านทะลักเข้าไปถึงหน้าเวทีปราศรัย จนทำให้เวทีปราศรัยต้องหยุดลงชั่วคราว
       
       ในที่สุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคที่เดินทางมาถึงเวทีปราศรัยในเวลาประมาณ 19.20 น.ก็ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชี้แจงเหตุผลการไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
       
       ระหว่างที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยอยู่นั้น กลุ่มชาวบ้านที่สนับสนุนพรรคไทยรักไทย ที่ทะลักเข้ามาถึงเวที ได้ตะโกนด่านายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคนที่เข้าฟังการปราศรัยอยู่ตลอดเวลา ทำให้นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจประกาศยกเลิกเวทีปราศรัยในเวลาประมาณ 19.35 น. โดยให้เหตุผลว่าเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น
       
       จากนั้นคณะผู้ติดตามของพรรคประชาธิปัตย์ และตำรวจอีก 2-3 นาย ได้เข้ามากันตัวนายอภิสิทธิ์ และนายชวน หลีกภัย รวมทั้งแกนนำพรรคอีก 2-3 คน เช่น นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายไชยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายอลงกรณ์ พลบุตร เพื่อเดินทางออกจากเวทีปราศรัย แต่ก็ยังถูกกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทย ขว้างปาสิ่งของ เก้าอี้ ไข่เน่า สี ฯลฯ ใส่อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับพยายามที่เข้าไปให้ถึงตัวแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ตลอดเวลา โดยบางคนพยายามชกหน้านายอภิสิทธิ์ ด้วยถูกกันไว้ก่อน แต่ตัวนายชวน หลีกภัย และแกนนำบางคนถูกเก้าอี้ฟาดใส่ลำตัว-แขน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
       
       ในที่สุดคณะแกนนำของพรรคฯทั้งหมด ก็สามารถเดินทางไปถึงรถและออกจากสถานที่จัดเวทีปราศรัยได้ ท่ามกลางการตามขับไล่ของกลุ่มชาวบ้านที่หนุนพรรคไทยรักไทยอยู่
       
       อย่างไรก็ตาม ยังมีแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์บางส่วน ที่ยังคงอยู่ภายในอาคารหอศิลป์ มช.อยู่ เพื่อรอดูสถานการณ์การชุมนุมประท้วงของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทย ที่ยังคงตะโกนด่าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำอยู่อย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น.จึงเริ่มสลายตัว
       
       นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า คนที่มานี้ไม่ได้มาเพราะความรู้สึกที่แท้จริงของคนเชียงใหม่ แต่มาเพราะหน้าที่ที่ได้รับการว่าจ้างมา ก่อนที่เขาจะเดินทางมาเชียงใหม่ ก็ได้รับรายงานแล้วว่า มีเทศบาลบางแห่งในเชียงใหม่ เกณฑ์คนมาชุมนุมต่อต้านเวทีปราศรัยของพรรค แต่เขาก็จำเป็นต้องมา เพราะได้สัญญากับคนเชียงใหม่ไว้แล้ว ซึ่งเขาเองก็ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งเช่นนี้ขึ้นมาอีก และขอให้เข้าใจด้วยว่า พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่พฤติกรรมที่แท้จริงของคนเชียงใหม่
       
       ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ตั้งแต่เล่นการเมืองมา ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ที่มีถึงขั้นเกณฑ์คนมาต่อต้านการปราศรัยของพรรคคู่แข่ง และอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ ว่า แต่ละคนสามารถสนับสนุนพรรคการเมืองได้ แต่ต้องเคารพสิทธิของคนอื่นเช่นกัน

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9490000043211







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 18:19 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #25 เมื่อ: 03-07-2008, 16:19 »

ฮ่าๆๆๆๆ....เอาข่าวเก่า(แต่เป็นมงคล)ตั้งแต่ปีที่แล้วมา re-cycle แบบนี้  เติ้ลช๊อบชอบ
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #26 เมื่อ: 03-07-2008, 16:59 »

ผว.อุดรรับ ประชาธิปไตยอุดรยังไม่โต เหตุรุนแรงม็อบปิดล้อมเวทีพันธมิตรเช้ายันค่ำ

http://th.thaingo.org/board_2/view.php?id=410

23/4/49 - ชมรมคนรักอุดรบุกปิดล้อมอาคารเฉลิมพระเกียรติ ม.ราชภัฎอุดรธานี กดดันปิดเวทีวิชาการ ?สมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง? ณ ห้องประชุม 1 โดยนายสุริยะใส กตะศิลา และนายชัยวัฒน์ สินสุวงษ์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาร่วมในเวทีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เวลาประมาณ 08.30 น.วันนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมในนามชมรมคนรักอุดรประมาณ 1,000 คน บุกปิดล้อมอาคารเฉลิมพระเกียรติ ม.ราชภัฎอุดรธานี กดดันให้ปิดเวทีวิชาการ ?สมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง? ของเครือข่ายพันธมิตรอุดรธานี ที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน ณ ห้องประชุม 1 ในอาคารดังกล่าว การชุมนุมนำโดยนพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล นายธีรชัย แสนแก้ว สส.พรรคไทยรักไทย นายขวัญชัย ไพรพนา (นายขวัญชัย สาระคำ) นายอุดม บากบั่น นักจัดรายการวิทยุ เอฟเอ็ม 97.50 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งพลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีแกนนำพันธมิตรฯ พร้อมกับเสียงโฮ่ฮาของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งล้อมตัวอาคารไว้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 ผศ.จรูญ ถาวรจักร อธิการบดี ม.ราชภัฎอุดรธานี พล.ต.ต.เขมนัส สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.สิทธิพร โนนจุ้ย ผกก.สภ.อ.เมืองอุดรธานี ประชุมร่วมกับแกนนำ 2 ฝ่าย มีข้อสรุปว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะปิดเวทีเสวนาและจะส่งแกนนำพันธมิตรออกจากจังหวัดอุดรธานี

ภายหลังที่เวทีพันธมิตรได้ยุติลง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เฮโลเข้ามาที่บันไดทางเข้าออกจากตัวอาคารทุกทาง จนกลุ่มพันธมิตรไม่สามารถออกจากตัวอาคารได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายสุริยะใส กตะศิลา และนายชัยวัฒน์ สินสุวงษ์ ไปพักในห้องพักรับรองเพื่อรอให้กลุ่มผู้ชุมนุมสงบลงก่อน โดยต่อมานายจารึก ปริญญาพล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้เดินทางมาเพื่อเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เปิดทางให้แกนนำพันธมิตรออกไปโดยปลอดภัย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังกระจัดกระจายและเฮโลเข้ามายังตัวอาคารปิดทางเข้าออก เป็นพัก ๆ จึงได้มีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และทหาร รวมกว่า 500 คนมาควบคุมสถานการณ์โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าเจรจากับ นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล และนายธีระชัย แสนแก้ว ให้เปิดทางให้แกนนำพันธมิตรโดยนำกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากตัวอาคาร

นพ.วิชัย จิตวณิชกุล สส.พรรคไทยรักไทย ได้ขึ้นปราศรัยต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ?แกนนำพันธมิตรต้องการจะถ่วงเวลาเพื่อสร้างข่าว และต้องการโยงใยสร้างความเสียหายแก่พรรคไทยรักไทยว่าอยู่เบื้องหลัง แต่วันนี้พรรคไทยรักไทยไม่ได้อยู่เบื้องหลัง เราอยู่เบื้องหน้า นพ.วิชัยกล่าว? ก่อนที่จะเดินไปที่ห้องพักของแกนนำพันธมิตรท้าทายให้ออกมา รออยู่ประมาณ 15 นาทีก็เกิดอารมณ์โกรธจึงได้เดินตรงไปแตะประตูห้องพักพร้อมทั้งตะโกนด่าทอด้วยความฉุนเฉียว

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. นายจารึก ปริญญาพล พร้อมด้วย พล.ต.ต.เขมนัส สุขเจริญ ได้เปิดแถลงณ์ต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ ว่าตนได้พยายามไก่เกลี่ยและรับประกันว่าจะนำตัวแกนนำพันธมิตรออกจากบริเวณที่ผู้ชุมนุมปิดล้อมอยู่อย่างปลอดภัย โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตั้งแถวป้องกันพร้อมด้วยโล่และกระบอง แต่ทางแกนนำพันธมิตรยังไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยจึงยังไม่สามารถออกไปได้

นอกจากนี้นายจารึกกล่าวเพิ่มเติมว่า ?การจัดประชุมวิชาการของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นการจัดเวทีเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาประชาธิปไตยในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ผมเห็นด้วยและทุกฝ่ายก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผลไม่ใช่ใช้อารมณ์ เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ใช้ความรุนแรง และเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ต้องยอมรับว่าประชาธิปไตยในจังหวัดอุดรธานียังไม่เติบโตมากพอ แต่ตนก็หวังว่าเหตุการณ์ในวันนี้คงได้เป็นห้องเรียนรู้ประชาธิปไตยของชาวอุดรได้ดีและเร็วขึ้น? นายจารึกกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยังปักหลักปิดล้อมอาคารอยู่จนเวลาพลบค่ำ แกนนำผู้ชุมนุมได้พยายามขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันที่บริเวณสนามฟุตบอลเพื่อที่จะพักรับประทานอาหารเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน และได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงฉวยโอกาสนำแกนนำพันธมิตรฯ ลงจากตึกขึ้นรถตำรวจคุ้มกันอย่างเน่นหนาออกจากที่ชุมนุมอย่างปลอดภัยโดยกลุ่มผู้ชุมนุมไหวตัวไม่ทัน เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. แล้วกลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้สลายตัวในเวลาต่อมา

เฮ้ย ๆๆๆ ไอ้โอ๋ัฐวุฒิ...แบบใช่ไหมวะที่เรียกว่า "มีนักการเมืองหนุนหลัง"


=====================================================================

ถ่oย!ทรท.นำไล่ฆ่า 2ส.ส.อุดรปลุกม็อบล้อมกรอบพันธมิตร'วิชัย'ด่า'ไอ้เหี้ำe'


http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=717

24 เมษายน 2549    กองบรรณาธิการ

พฤติกรรมสุดทราม 2 ส.ส.ไทยรักไทยชเลียร์นายด้วยการปลุกประชาชนห้ำหั่นกัน นำม็อบนับพันล้อมกรอบพันธมิตรฯ ขณะร่วมเสวนาในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี บุกทำร้าย "สุริยะใส" ชกท้อง ก้อนหินปา


    "วิชัย" สุดถ่***เตะประตูห้องประชุมด่า "ไอ้***" ต่อหน้าผู้ว่าฯ-ผบก.   แกนนำพันธมิตรฯ  แถลงประณามปิดกั้นหน่วงเหนี่ยวคุกคาม  ซ้ำรอย 6 ตุลา 19  เรียกร้อง "ทักษิณ-ชิดชัย" รับผิดชอบ ด้าน ทรท.ปัดเป็นเรื่องบุคคลไม่เกี่ยวกับพรรค

    เมื่อวันที่   23  เมษายน  เวลา  10.00 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดอุดรธานี   ได้จัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง ปฏิรูปการเมือง-วิกฤติทักษิณ กรณีเว้นวรรค ที่ห้องประชุมชั้น 2  อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมีนายสุริยะใส  กตะศิลา  ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำพันธมิตรฯ เป็นวิทยากร มีประชาชนเข้าฟังกว่า 300 คน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  การเสวนาเริ่มต้นไปได้เล็กน้อยก็มีประชาชนอ้างว่าเป็นกลุ่มชมรมคนรักอุดร  นำโดยนายสมพงษ์ จันทร์งาม ประธานกลุ่ม นายขวัญชัย ไพรพนา นักจัดรายการวิทยุท้องถิ่น พาชาวบ้านประมาณ 400  คน  ซึ่งทุกคนสวมเสื้อสีขาวและโพกผ้าขาวมีข้อความว่า "ชมรมคนรักอุดร" มาชุมนุมบริเวณด้านหน้าอาคาร  โดยได้มีการโห่ร้องตะโกนขับไล่กลุ่มพันธมิตรฯ  เรียกร้องให้ยกเลิกการจัดเสวนาดังกล่าว  หลังจากนั้นได้เข้ายึดพื้นที่บริเวณชั้น  1  ของอาคารเฉลิมพระเกียรติซึ่งเป็นสถานที่เสวนา ปิดล้อมไม่ให้บุคคลใดเข้า-ออก

    เมื่อเหตุการณ์เริ่มตึงเครียด  เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย  พล.ต.ต.เขมณัส  สุขเจริญ ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.สิทธิพร โนนจุ้ย ผกก.สภ.อ.เมืองอุดรธานี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ  อส. ตชด. และทหารจาก มทบ.24 กว่า 200 นายมาควบคุมสถานการณ์ มีการเจรจากันระหว่างแกนนำพันธมิตรฯ กับนายจรูญ  ถาวรจันทร์  อธิการบดี ม.ราชภัฏอุดรฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตกลงจะยุติการเสวนาและแยกย้ายกันกลับ

    แต่เหตุการณ์เริ่มบานปลายขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อกลุ่มต่อต้านเริ่มทยอยเข้ามา  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องพาแกนนำพันธมิตรฯ  ออกทางบันไดข้างลิฟต์ด้านหลังอาคาร แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า  10 คนได้พยายามเข้ามาทำร้ายพร้อมขว้างปาขวดน้ำ  ก้อนหิน  รองเท้าเข้าใส่  และด่าทอพันธมิตรฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามกันตัวไว้ จนต้องนำกลับขึ้นมาที่เดิมเพราะสถานการณ์ไม่ปลอดภัย

    นอกจากนี้กลุ่มดังกล่าวยังได้เกณฑ์คนภายนอกเข้ามาประท้วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มีเสียงตะโกนเป็นระยะว่า "ฆ่ามันๆ"

    ต่อมานายจารึก  ปริญญาพล  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้เดินทางมาพบและเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุมเพื่อขอร้องให้สลายตัว  ปล่อยนายสุริยะใสและนายไชยวัฒน์ออกจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ แต่กลุ่มชาวบ้านยื่นเงื่อนไขให้นายสุริยะใสและนายไชยวัฒน์เดินทางออกไปก่อนจึงจะสลายตัว

    นายจารึกได้กลับเข้าไปแจ้งต่อกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า  กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดล้อมรับปากจะไม่ทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ  ขณะเดินทางกลับออกจาก ม.ราชภัฏอุดรฯ   แต่นายสุริยะใสและนายไชยวัฒน์ไม่มั่นใจในความปลอดภัย ต้องการให้กลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัวไปก่อนจึงจะออกไป

    หลังการเจรจากันชั่วขณะ ผวจ.อุดรธานีก็ออกไปขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมให้สลายตัว โดยบอกว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ได้เลิกเวทีการเสวนาแล้ว ก็ขอให้ต่างคนต่างกลับ ซึ่งผู้ชุมนุมยอมรับเงื่อนไข  แจ้งว่าจะเปิดทางให้กลับ  อย่างไรก็ตาม  ได้มีผู้โทรศัพท์แจ้งนายสุริยะใสและนายไชยวัฒน์ว่าหากลงมาจะถูกทำร้ายและยิงด้วยหนังสติ๊กขอให้ระวังตัวไว้   ทำให้ทั้ง 2 คนไม่กล้าลงมา ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ยังคงปักหลักอยู่บริเวณด้านล่างอาคารเช่นเดิม

    ช่วงเวลาดังกล่าว  นพ.วิชัย  ชัยจิตวณิชกุล  และนายธีระชัย  แสนแก้ว ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทย  เดินทางไปให้กำลังใจผู้ชุมนุม  บอกว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังแต่อยู่เบื้องหน้า จากนั้นทั้ง  2 คนได้ขึ้นไปที่ห้องพักอาจารย์บริเวณชั้น  2  ของอาคาร  เพื่อรับแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 2 คน อ้างจะรับรองความปลอดภัย แต่แกนนำพันธมิตรฯ ไม่เชื่อ

    สถานการณ์มีท่าทีว่าจะยืดเยื้อออกไปอีก   เมื่อผู้ชุมนุมได้พากันย้ายรถยนต์ที่บรรทุกเครื่องขยายเสียงมาที่บริเวณสนามหญ้าหน้าอาคาร  พร้อมกับโจมตีบุคคลทั้งสองว่าไม่กล้าสู้หน้าประชาชน

    ด้านนายสุริยะใส ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ ASTV ว่า คนที่นำชาวบ้านมาปิดล้อมงานเสวนาครั้งนี้ไม่ใช่นายขวัญชัย   ไพรพนา  นักจัดรายการวิทยุท้องถิ่นอุดรฯ เพียงคนเดียว แต่ยังมี  ส.ส.พรรคไทยรักไทยอีก 2 คน คือ นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล และนายธีระชัย  แสนแก้ว ที่เป็นคนนำชาวบ้านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ  นพ.วิชัยขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดมยั่วยุให้เกิดการตะลุมบอนประทุษร้ายกันในตอนเช้า  หลังจากนั้นฝูงชนก็กรูกันเข้ามาล้อมห้องประชุมด้วยอารมณ์โกรธ

    "ระหว่างการกรูเข้ามาล้อมห้องประชุมนั้น   มีการขว้างปาขวด  ก้อนหิน ทำให้หลายคนได้รับบาดเจ็บ  ผมโดนก้อนหินปา 2 ก้อน ขณะที่มีผู้บาดเจ็บบางคนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ทั้งนี้ผมเชื่อว่าชาวอุดรฯ จะแยกแยะได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร กลุ่มคนที่ก่อเหตุถูกจัดตั้งโดยหัวคะแนนไทยรักไทย เพราะฉะนั้นจะไม่ถือโทษโกรธเคือง และที่จริงผู้เข้าร่วมเสวนาก็เป็นชาวอุดรฯ อยู่ในห้อง 400-500 คน" นายสุริยะใสกล่าว

    นายสุริยะใสกล่าวว่า   จะยังอยู่ในห้องประชุมต่อไป พร้อมกับผู้เข้าร่วมเสวนาอีกจำนวนหนึ่งที่ยังออกไปไม่ได้   และได้แจ้งกับผู้ว่าราชการจังหวัดว่าตนจะลงจากห้องประชุมก็ต่อเมื่อให้ผู้เข้าเสวนาทั้งหมดออกมาได้โดยปลอดภัยก่อน และให้แกนนำม็อบที่อยู่ข้างล่างพาชาวบ้านสลายตัวไปก่อน  ซึ่งทางพันธมิตรฯ ได้ยุติการจัดเสวนาลงแล้วเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า  แต่จากการประเมินสถานการณ์ ถ้าตนและผู้เข้าร่วมเสวนาที่เหลืออยู่ลงไปจากห้องประชุมจะมีการขว้างปาแน่  เพราะมีการเตรียมก้อนหิน หนังสติ๊กเอาไว้  คนที่ลงไปก่อนก็ถูกตี  ถูกชกไปหลายคน  ขณะที่แกนนำม็อบยังมีการปราศรัยยั่วยุให้มีการประทุษร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ

    "ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายซ่องโจร  มีพฤติกรรมที่จะบุกรุกเข้ามาในห้องประชุมตลอดเวลา และมีบางส่วนกินเหล้าด้วย  อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคนกลุ่มนี้เป็นเพียงคนส่วนน้อยที่ทำลายภาพลักษณ์คนอุดรฯ" นายสุริยะใสระบุ

    สำหรับการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่นั้น   นายสุริยะใสกล่าวว่า ขณะนี้มีการเสริมกำลังตำรวจเข้ามารักษาการณ์ประมาณ  400-500  นาย แต่ยังไม่เชื่อมั่นความปลอดภัย เชื่อว่าถ้าเราลงไปก็เอาไม่อยู่  เพราะแกนนำยังไม่พาม็อบสลายตัว  โดยเฉพาะ นพ.วิชัย   ซึ่งขึ้นเวทีปราศรัยตั้งแต่เมื่อเช้าทำให้สถานการณ์เปลี่ยนทันที มีการยั่วยุจนมีคนกรูเขามาที่ห้องเสวนา

    ส่วนนายไชยวัฒน์กล่าวว่า ผู้ว่าฯ อุดรฯ ได้เจรจากับ นพ.วิชัยตั้งแต่เช้า และ นพ.วิชัยได้บอกผ่านผู้ว่าฯ มาว่า ให้ตนและนายสุริยะใสเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก่อน โดยผู้ว่าฯ จะพาเดินผ่านแถวของกลุ่มผู้ชุมนุมไปจนถึงประตูรถ  ซึ่งตนไม่มั่นใจในความปลอดภัย เพราะถ้าใครขว้างปาอะไรมาก็จับมือใครดมไม่ได้  และผู้ว่าฯ เองก็อาจได้รับอันตรายด้วย  แม้แต่ขณะที่ผู้ว่าฯ  กำลังเจรจาอยู่ก็ยังมีคนเตะประตูโครมๆ  อ้างว่ารอนานไม่ได้  จนผู้ว่าฯ ต้องเงียบไป

    นายไชยวัฒน์ระบุว่า   กลุ่มที่มาปิดล้อมขณะนี้มีประมาณ  1  พันกว่าคน หลังจากมีการปิดล้อมอยู่นานกว่า  5 ชั่วโมง และมีแนวโน้มว่าจะนำกำลังคนมาเสริมอีกในช่วงเย็นประมาณ 1 พันคน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สถานการณ์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานียังเป็นไปอย่างตึงเครียดแม้จะมี ผวจ.และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดพยายามคลี่คลายก็ตาม  จนเวลาผ่านไปเกือบ  10 ชั่วโมง จากการเจรจาอย่างหนักของ  ผวจ.และ ผบก.อุดรธานี  กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยอมเคลื่อนย้ายออกจากชั้น  1  อาคารเฉลิมพระเกียรติ  ไปชุมนุมยังสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย  นายสุริยะใสกับนายไชยวัฒน์จึงตัดสินใจออกจากตัวอาคารก่อนที่จะค่ำ  โดยให้ทหารจาก มทบ.24   ยืนเรียงแถวเป็นกำแพงกั้นให้ทั้ง  2 คนขึ้นรถตำรวจที่จอดอยู่ด้านข้างอาคาร  ขับออกจาก  ม.ราชภัฏทันที กระนั้นก็ตาม กลุ่มต่อต้านส่วนหนึ่งได้กรูเข้าหารถ ด่าทอโห่ร้องขับไล่   แต่ตำรวจก็ขับรถฝ่าออกไปได้ จากนั้นก็มีชุดคุ้มกันนำทั้งสองเดินทางไปยังจังหวัดขอนแก่น

    นายสุริยะใสเปิดเผยภายหลังผ่านเหตุการณ์ระทึกว่า  ตนพยายามแยกแยะไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นการกระทำของคนอุดรฯ ทั้งจังหวัด  เพราะเป็นกลุ่มจัดตั้งมีกระบวนการเตรียมการเป็นสัปดาห์   มีการออกใบปลิวปลุกระดมกันมาตลอด  ตอนแรก นพ.วิชัยก็ขึ้นเวทีปราศรัยปกติ  วิจารณ์พันธมิตรฯ บ้าง แต่สถานการณ์มาขมวดตอนที่   นพ.วิชัยขึ้นเวทีปลุกกระดมยั่วยุให้ประชาชนประทุษร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ  เป้าหมายไม่ใช่แค่ล้มเวทีเท่านั้น เพราะมีการเสริมกำลังเพิ่มเรื่อยๆ ด่าแบบหยาบคาย แน่จริงลงมา ลักษณะเอาเรื่อง

    "ผู้ว่าฯ พยายามติดต่อ  นพ.วิชัยกับนายธีระชัยให้เอาม็อบกลับ แต่ก็ไม่มีท่าทีตอบรับอะไร  นพ.วิชัยมาถึงก็เตะประตูห้องปึ้ง  ด่า ไอ้*** พวกมึงนี่ ผู้ว่าฯ กับ ผบก.ภ.อุดรฯ นั่งอยู่ในห้องเงียบกันหมด ถือว่าเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวผม  8 ชั่วโมง จะหารือกันแกนนำพันธมิตรฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ผมคงไม่ยอม"

    นายสุริยะใสกล่าวว่า  ช่วงแรกตนเชื่อตำรวจว่าสามารถคุ้มกันได้  จึงยอมเดินลงมา แต่กลับถูกทำร้าย  ถูกปาเป็นห่าฝน  ทั้งรองเท้า  ขวดน้ำ ก้อนหิน บางคนกรูเข้าชก โดนเข้าที่ซี่โครงด้านซ้าย โดนก้อนหินขว้างที่หน้าอก พอหันหลังวิ่งขึ้นห้อง โดนบล็อกอีก คนที่อยู่บนห้องต้องวิ่งลงมาช่วย ดังนั้นที่บอกว่าพวกตนไม่อยากกลับเป็นการบิดเบือนชัดเจน

    กรณีนายจตุพร   พรหมพันธุ์ รองโฆษกพรรคไทยรักไทย อ้างว่า นพ.วิชัยเข้าไปไกล่เกลี่ยแล้ว นายสุริยะใสกลับหาว่า  นพ.วิชัยมาปลุกม็อบ นายสุริยะใสกล่าวว่า นายจตุพรอย่าปกป้องโจร นพ.วิชัยเข้ามาถีบประตู ผู้ว่าฯ ก็อยู่ พูดแบบนี้ในฐานะพี่น้องกันตนเสียความรู้สึกมาก

    เหตุการณ์ที่จังหวัดอุดรธานี   ทำให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเปิดหารืออย่างเคร่งเครียดที่อนุสรณ์สถาน  14  ตุลา  จากนั้นนายพิภพ ธงไชย นายสุวิทย์ วัดหนู และนายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ แถลงประณามเหตุการณ์ดังกล่าว

    นายปานเทพกล่าวว่า  เวทีการประชุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมอย่างสงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ ไม่ได้เป็นการละเมิดกฎหมาย  แต่สิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำ  เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เป็นการปิดกั้นการแสดงออก ความคิดเห็น  มีการหน่วงเหนี่ยวกักขัง  คุกคามประทุษร้ายร่างกาย ขว้างปาขวดน้ำ ก้อนหิน ยิงหนังสติ๊ก ที่สำคัญมีนักการเมืองจากพรรคไทยรักไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง

    "ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามประกาศว่าได้ถอยแล้ว  เว้นวรรคแล้ว  แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกครั้งเกิดจากฝ่ายรัฐบาลก่อนทั้งสิ้น  ครั้งนี้ก็ปรากฏชัดเจนว่ามี ส.ส.ไทยรักไทยคือนายธีระชัย  แสนแก้ว และ นพ.วิชัย  ชัยจิตวณิชกุล ขึ้นเวมีปราศรัยปลุกระดมประชาชนให้ต่อต้านแกนนำพันธมิตรฯ  จนนำไปสู่ความรุนแรง เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องทบทวนบทบาทตัวเองอย่างเร่งด่วน   และ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ต้องสอบสวน ส.ส.ไทยรักไทยที่เป็นแกนนำในการก่อเหตุครั้งนี้" นายปานเทพกล่าว

    ด้านนายสุวิทย์  วัดหนู  กล่าวว่า  การกระทำครั้งนี้เห็นได้ชัดเจนว่ามีนักการเมืองพรรคไทยรักไทยอยู่เบื้องหลัง   ไม่ต่างจากเหตุการณ์  6  ตุลา 2519 ที่ปูพื้นด้วยการใช้สื่อวิทยุชุมปลุกระดมชาวบ้านให้รู้สึกเกลียดชังการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างไรก็ตาม  การจัดเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ยังคงเหมือนเดิม  แต่พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงและกังวลมีอยู่ 2 ที่ คือ นครราชสีมา และเชียงใหม่ ซึ่งพันธมิตรฯ ไม่กลัว เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

    นายพิภพยืนยันเช่นกันว่า  พันธมิตรฯ จะยังเดินหน้าจัดเวทีทางวิชาการเพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับรู้ทั้ง   2  ด้าน  เพราะที่ผ่านรัฐบาลไทยรักไทยปิดหูปิดตาประชาชนมาตลอด

    "พันธมิตรประชาชนฯ ขอประณามการใช้ความรุนแรงโดยมีนักการเมืองพรรคไทยรักไทยอยู่เบื้องหลังในครั้งนี้  เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงออกทางการเมือง  ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ที่จะต้องดูแลให้ประชาชนได้รับฟังข้อมูลข่าวสารทั้งสองด้าน  เพราะการชุมนุมของพันธมิตรฯ จะมีการประกาศล่วงหน้าตลอดเวลา  เราทำอย่างเปิดเผย  ปรากฏการณ์การขัดขวางเวทีที่ จ.อุดรธานี ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นรัฐบาลรักษาการชุดนี้ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ   ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  และ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์  ผู้ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบด้วยการแถลงข่าวถึงจุดยืนว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในรัฐบาลรักษาการชุดนี้  และนับจากวันนี้หากมีความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้น รัฐบาลต้องรับผิดชอบโดยไม่มีเงื่อนไข" นายพิภพกล่าว

    นายสุริยันต์  ทองหนูเอียด ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีในการแสดงออกบนพื้นฐานของประชาธิปไตย  แต่สิ่งที่กลุ่มคนรักอุดรกระทำนั้นเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น และเชื่อว่ากลุ่มที่มาทำการปิดกั้นนี้เป็นกลุ่มฐานคะแนนของพรรคไทยรักไทย

    ด้านนายธีระชัย  แสนแก้ว ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทย ซึ่งอยู่ในม็อบต้านพันธมิตรฯ  ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ขนคนไปล้อมกลุ่มพันธมิตรฯ หรือกักขังหน่วงเหนี่ยวนายสุริยะใสและนายไชยวัฒน์แต่อย่างใด ในช่วงเช้าตนกับ  นพ.วิชัยได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จาก ผวจ.อุดรฯ และ ผบก.ภ.อุดรฯ ว่าขอให้ไปช่วยเคลียร์กับประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรักอุดรที่ไม่ชอบพวกพันธมิตรฯ   ซึ่งได้ขอร้องให้อธิการบดี ม.ราชภัฏอุดรฯ ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์แล้วว่าไม่ควรให้กลุ่มพันธมิตรฯ มาใช้เวทีของมหาวิทยาลัย  แต่ถูกปฏิเสธ และทางกลุ่มคนรักอุดรทราบมาว่านายสนธิ  ลิ้มทองกุล  แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ จะเดินทางมาในงานด้วย จึงได้นัดหมายรวมกลุ่มกันเพื่อแสดงออกว่าคนอุดรฯ ไม่ต้อนรับกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยความสงบ

    นายธีระชัยกล่าวว่า  เมื่อเดินทางไปยัง  ม.ราชภัฏอุดรธานี ก็ได้เจรจาให้นายสุริยะใสและนายไชยวัฒน์รีบกลับไปโดยจะรับรองความปลอดภัย แต่ทั้ง 2 กลับบ่ายเบี่ยง มีท่าทีต้องการถ่วงเวลาเพื่อให้ดูประหนึ่งว่าถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว    ซึ่งเรื่องนี้ตนมีพยานทั้งประชาชนและ   ผวจ.อุดรธานียืนยันให้ได้ ว่าตนและ  นพ.วิชัยพยายามช่วยเหลือทั้งสองคนว่าจะไม่ถูกทำร้ายหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

    "การที่กลุ่มพันธมิตรฯ  ไปแถลงข่าวว่าพวกผมและคนรักอุดรกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยไม่มีข้อเท็จจริงแบบนี้ ถือเป็นการทำลายคนอุดรฯ ทั้งจังหวัด จะยิ่งทำให้คนอุดรฯ เกลียดกลุ่มพันธมิตรฯ มากขึ้น ทั้งที่ทั้งสุริยะใสและไชยวัฒน์ไม่ได้ถูกกักขังหรือถูกทำร้ายใดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการเขวี้ยงขวดน้ำหรือการขว้างปาอะไร   ผมอุตส่าห์ไปช่วยก็มาหาว่าผมกับ นพ.วิชัยไปอยู่เบื้องหลัง  แบบนี้ใช้ไม่ได้ ผมถามว่าทำไมพูดจบแล้วไม่รีบกลับจะมา ยื้ออยู่บนเวทีทำไม ถ้าไม่ใช่เพื่อให้คนเห็นว่ามีการล้อมกักขัง  แถมนายสุริยะใสก็ยังไปกวนตีนเขา ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ หรือผู้กำกับที่พูดดีๆ แล้วว่าขอให้รีบออกไป แต่ก็ยังไม่ยอมออก  แล้วอ้างว่าไม่ปลอดภัย" นายธีระชัยกล่าว

    สำหรับท่าทีของพรรคไทยรักไทย  นายภิมุข  สิมะโรจน์  รองโฆษกพรรคไทยรักไทย  กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคไทยรักไทยไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องส่วนบุคคลของ  นพ.วิชัยเพียงคนเดียว และก็ยังไม่มีการยืนยันว่า นพ.วิชัยได้ขนคนไปปิดล้อมสถานที่จริงหรือไม่  อาจไม่ใช่ นพ.วิชัยเป็นผู้ทำก็ได้ อีกทั้งพรรคไทยรักไทยก็มี  ส.ส.และสมาชิกมาก  การดำเนินการใดๆ หากเป็นเรื่องส่วนตัวพรรคคงไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมดคงไม่ได้  เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรคไม่ได้ไปตั้งเวทีอะไรในนามมองพรรค

    นายจตุพร  พรหมพันธุ์  รองโฆษกพรรคไทยรักไทย  กล่าวว่า  ตนเพิ่งขึ้นมาจากภาคใต้ พอทราบเรื่องก็โทรศัพท์หานายธีระชัย  แสนแก้ว เขาก็เล่าให้ฟังว่าผู้ว่าฯ ตามให้เขามาไกล่เกลี่ย  เขาก็ไปพูดกับผู้ชุมนุมยืนยันไม่มีการทำร้าย   เรื่องถูกชก  เรื่อง นพ.วิชัยเตะประตู ตนก็เพิ่งได้ยินจากนายสุริยะใส ตนก็พยายามโทร.หานายสุริยะใส  แต่เขาไม่รับสาย ไม่ได้ปกป้องใคร ต่างคนต่างมีหน้าที่กัน พอได้ข่าวก็ห่วงใยฉันมิตรอยู่

    "อยากให้พันธมิตรฯ ทบทวนตัวเองเหมือนกัน  ไปภาคใต้ก็เหมือนวีรบุรุษ  แต่อุดรฯ เป็นเขตพื้นที่พรรคไทยรักไทย   และมีเรื่องกันมาผมก็ไม่เห็นด้วยกับการปิดล้อมกัน ทุกฝ่ายก็ใช้สิทธิของตนเอง  มีปัญหาก็ใช้กฎหมายเป็นหลัก  ไม่มีใครอยากให้เกิดภาพแบบนี้ ยอมรับไม่เป็นผลดีกับพรรคไทยรักไทย  พื้นที่อื่นก็ไม่พอใจ ต่อไปนี้ก็ต้องระมัดระวังขึ้น" รองโฆษกพรรคไทยรักไทยกล่าว

    นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  แถลงว่า การแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่แตกต่างกันสามารถกระทำได้  แต่ไม่ควรจะพัฒนากลายเป็นการก่อความรุนแรง หรือละเมิดสิทธิของกลุ่มบุคคลหรือประชาชนกลุ่มอื่น   ทั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางไปสัมมนาที่อุดรธานีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  ดังนั้นไม่ควรที่จะมีการปลุกระดมให้ประชาชนที่มีความเห็นไม่ตรงกันออกมาแสดงออกถึงความรุนแรง และไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และอาจจะบานปลายเหมือนกรณีความรุนแรงที่ จ.เชียงใหม่

    "มีความไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่เหตุการณ์ครั้งนี้มี ส.ส.ระดับประเทศคนหนึ่งอยู่เบื้องหลัง  ทั้งที่นักการเมืองจะต้องทำหน้าที่คลี่คลายความขัดแย้งของประชาชนในกรณีที่มีความเห็นแตกเป็นหลายฝ่าย แต่กลับทำตัวเป็นผู้ยุยงให้เกิดปัญหาความแตกแยกเสียเอง  ขอเรียกร้องให้นักการเมืองคนดังกล่าวยุติการกระทำที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง    และขอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเฉพาะรัฐบาล จะต้องเอาใจใส่ดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้" นายองอาจกล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า   เมื่อครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกฯ เดินทางไปหาเสียงที่ จ.อดุรฯ ปลายเดือน มี.ค.  เมื่อลงจากเครื่องบินได้มีประชาชนกลุ่มหนึ่งไปชุมนุมต่อต้านที่สนามบิน  ขณะที่ นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล ก็นำประชาชนมาชุมนุมประจันหน้ากันหวิดเกิดเหตุปะทะกัน

    นายขวัญชัย   ไพรพนา  ดีเจท้องถิ่น จ.อุดรฯ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าภารกิจของกลุ่มคนรักอุดรได้รับชัยชนะ  เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่สามารถเปิดเวทีได้ต่อไป ตนจะตามคัดค้านกลุ่มพันธมิตรฯ ทุกครั้งที่จะมีการเปิดเวทีเสวนา

    นายสมพงษ์  จันทร์งาม  ประธานกลุ่มคนรักอุดร  กล่าวว่า ตนขอให้จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศนำการชุมนุมวันนี้ไปเป็นแบบอย่าง โดยที่ไหนพันธมิตรฯ มีการเปิดเวที ก็ให้รวมตัวกันออกมาขับไล่ ไม่ให้จัดเวทีได้สำเร็จ.



เยี่ยงอย่างจากอุดรธานี - ถิ่นไทยรักไทย - พลังประชาชน เชียวนะโว้ยยยย


 



แบบนี้ตู่ - "รัฐศาสตร์ รามคำแหง 8 ปี"
จะแปรญัตติ "เทงบทะลักล้นทะลาย" ให้เมืองอุดร ฯ รึเปล่า
ไหน ๆ ก็จะ "ตัดงบ" 14 จังหวัดภาคใต้แล้วไม่ใช่หรือ ?
( ว่าแต่รัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง  สอนมาว่า "รัฐบาลในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีอำนาจตัดงบหรือกลั่นแกล้งภูมิภาคหรือประชาชนส่วนไหนก็ได ้ที่ประชาชนในพื้นที่นั้นไม่ต้อนรับรัฐมนตรีในรัฐบาลของตน" ใช่หรือเปล่าวะ ?)[/color]
บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #27 เมื่อ: 03-07-2008, 17:57 »

คุณภาพคนมันผิดกัน
คนใต้เขาตรงไปตรงมา  เขา "กล้าสู้กับอันธพาล นักการเมืองที่มีอำนาจ"
ส่วนคนเชียงใหม่ "ระรานฝ่ายตรงข้าม ( โคตรพ่อโคตรแม่ตระกูลชินวัตร )"
คนอุดรธานี "ขุ่มขู่ + พยายามทำร้ายประชาชนธรรมดา"

นักการเมือง ปชป.
วันที่เขาโดนทำลายเวที  เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
แม้แต่วันนี้ไอ้หนุ่มมาร์คก็ยังออกมาบอกว่า "ไม่เห็นด้วย" กับการข่มขู่คุกคามนักการเมืองโดยชาวกระบี่
- ในขณะที่ไอ้เหลิม ( พรรคพลังประชาชน ) ออกมา "ด่าชาวบ้านลับหลัง" หลังจากหางจุดตูดขี้เยี่ยวราดมาถึงกรุงเทพ ฯ
- ในขณะที่ไอ้ตู่ ( พรรคพลังประชาชน ) ออกมาข่มขู่คนใต้ว่า "จะตัดงบประมาณ" ( รัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง สอนมาว่ารัฐบาลมีสิทธิทำได้ - มีสิทธิรังแกประชาชนฝ่ายตรงข้ามกับพวกตน )
- ในขณะที่ไอ้โอ๋ ( พรรคพลังประชาชน ) ออกมาด่าประชาชน และ "อ้างว่าได้ยินมา ( ทั้งกะปี - ตอแหลยกเมฆตามสไตล์ทอล์คโชว์ปาหี่คณะภาสร )" กล่าวหานักการเมือง ปชป.ว่าหนุนหลังม็อบกระบี่


....คนมันผิดกันครับ  คุณภาพและสันดานคนมันผิดกัน


คนกล้า - คนใต้ และพันธมิตร ฯ กล้าสู้กับคนชั่วที่มีอำนาจ
คนถ่oย - คนเชียงใหม่ / อุดร ฯ และ นปก. ดีแต่คุกคามคนมือเปล่าไร้อาวุธ - ไร้การปกป้อง
นักการเมือง ปชป.แสดงออกอย่างสุภาพและมีเหตุผล
นักการเมืองพรรคพลังประชาชน แสดงออกแต่ความถ่oย สถุล และโกหกพกลม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 18:14 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #28 เมื่อ: 03-07-2008, 18:09 »

ปู่เย็นขา
รัฐศาสตร์ ราม ไม่ได้สอนแบบนั้นค่ะ
เรื่องนี้ขอแก้ไข

เพราะตลอดระยะเวลาที่เรียน 3ปีครึ่ง
ไม่เคยได้ยิน หรืออ่านเจอค่ะว่า "รัฐบาลมีสิทธิทำได้ - มีสิทธิรังแกประชาชนฝ่ายตรงข้ามกับพวกตน" ไม่มีนะคะ

แต่ถ้าคนเรียนรัฐศาสตร์ แล้วต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ถึงจะจบ (อย่างนายตู่)


อาจจะโง่เข้าใจผิดไปได้ค่ะ 
ขอให้โทษเป็นราย ๆ ไปค่ะ

ขอแวะเข้ามาแก้ไขนิดนึงค่ะ เผื่อจะมีใครพยายามเสี้ยม ทำตัวเป็นบ่างช่างยุค่ะ

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 18:56 โดย มารุจัง » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #29 เมื่อ: 03-07-2008, 18:52 »

ปู่เย็นขา
รัฐศาสตร์ ราม ไม่ได้สอนแบบนั้นค่ะ
เรื่องนี้ขอแก้ไข

เพราะตลอดระยะเวลาที่เรียน 3ปีครึ่ง
ไม่เคยได้ยิน หรืออ่านเจอค่ะว่า "รัฐบาลมีสิทธิทำได้ - มีสิทธิรังแกประชาชนฝ่ายตรงข้ามกับพวกตน" ไม่มีนะคะ

แต่ถ้าคนเรียนรัฐศาสตร์ แล้วต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ถึงจะจบ
อาจจะโง่เข้าใจผิดไปได้ค่ะ 
ขอให้โทษเป็นราย ๆ ไปค่ะ

 


ฮ่าๆๆๆๆ....ดันล่อกันเองซะเละเชียวเว๊ยยยยยยยยยยยยย
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #30 เมื่อ: 03-07-2008, 18:57 »

ไอ้ตู่มันไม่จบ ม.ราม ฯ
เพราะ่มันเรียนราม ฯ
แต่ไปจบที่ ม.ชินวัตร
บันทึกการเข้า

มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #31 เมื่อ: 03-07-2008, 19:06 »

ไอ้ตู่มันไม่จบ ม.ราม ฯ
เพราะ่มันเรียนราม ฯ
แต่ไปจบที่ ม.ชินวัตร

อ้าวหรอคะ
แสดงว่า มาตรฐาน ม.ชินวัตร คงจะแย่กว่ารามฯ เยอะเลยค่ะ
เพราะขนาดเรียนรัฐศาสตร์ 8 ปียังไม่จบ
แต่ไปจบที่ม.ชินวัตร ก็แสดงว่า โง่บัดซบเลยค่ะ
แล้ว ม.ชินวัตร มาตรฐานคงจะแย่มากนะคะ..

ขอบคุณ ปู่เย็นที่ช่วยให้ความกระจ่างนะคะ..
 

คนข้างล่างนี่ ไม่ไหว อ่านหนังสือข้ามไปข้ามมา
ปู่กับเรา บอกตรงไหนหรือคะ
ว่า ตู่จบ รัฐศาสตร์ ม.ชินวัตร

ปู่บอกแต่ว่าตู่จบ ที่ม.ชินวัตร ไม่ได้จบรามฯ
แต่เคยเรียน รัฐศาสตร์ รามฯ มา 8 ปี ไม่จบ
อ่านแล้วไม่เข้าใจยังมาว่าคนอื่นอีก วู้ ไม่ไหว ไม่ไหว


แล้วก็ จะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับคนอย่างคุณแล้วล่ะค่ะ
ไม่งั้นเดี๋ยวถูกลากไปนอกเรื่องอีก หึหึหึ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 19:13 โดย มารุจัง » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #32 เมื่อ: 03-07-2008, 19:08 »

ปู่กะหลานนี่โง่พอๆกันเลยวุ้ย...ม. ชินวัตรไม่ได้เปิดสอนคณะรัฐศาสตร์เฟ้ยยยยยย
บันทึกการเข้า
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #33 เมื่อ: 03-07-2008, 19:35 »

ยุให้ไทยรบกับเพือนบ้านไม่พอ นี่ยังจะมาทำให้คนต่างภาคเกลียดขี้หน้ากันอีก

พันธมิตรทำอะไรที่มันสร้างสรรค์หน่อยไม่เป็นหรือไง เวร............
บันทึกการเข้า

อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #34 เมื่อ: 03-07-2008, 19:36 »





 
บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #35 เมื่อ: 03-07-2008, 19:36 »

ปู่กะหลานนี่โง่พอๆกันเลยวุ้ย...ม. ชินวัตรไม่ได้เปิดสอนคณะรัฐศาสตร์เฟ้ยยยยยย

ก็ ม.ชินวัตรเปิดสอนแต่ คณะจังไsศาสตร์  สาขาวิชาการเลียไข่นายทุนทรราช เท่านั้น...ไม่ใช่เหรอ ?
...แล้วจะไปมีปัญญาประสิทธิประสาทปริญญาสาขาอื่นได้ไงกัน ?

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 21:01 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #36 เมื่อ: 03-07-2008, 19:40 »

.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 20:53 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #37 เมื่อ: 03-07-2008, 20:54 »


ฮ่าๆๆๆๆ....ดันล่อกันเองซะเละเชียวเว๊ยยยยยยยยยยยยย


ผู้ดีใช้คำว่า  ล่อ  บ่อยจังวุ้ย
ที่บ้านคงล่อกันบ่อยล่ะสิ         

ยุให้ไทยรบกับเพือนบ้านไม่พอ นี่ยังจะมาทำให้คนต่างภาคเกลียดขี้หน้ากันอีก

พันธมิตรทำอะไรที่มันสร้างสรรค์หน่อยไม่เป็นหรือไง เวร............




ไอ้ผู้ดีห่า สองตัวนี้ อย่ามาล่อในกระทู้นี้แล้วกัน 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2008, 20:58 โดย personal jesus » บันทึกการเข้า

วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #38 เมื่อ: 03-07-2008, 23:10 »

ผมเห็นว่าไม่ควรปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงขนาดนั้น มันสุ่มเสี่ยงกับการละเมิด รธน

เอาแค่ลง พรหมทัณฑ์ ไม่ให้การต้อนรับ ไม่คบค้าสมาคม ไม่ทำการซื้อขาย แลกเปลี่ยน พูดคุยใดๆ กับพวกหัวโจกและลิ่วล้อที่สนับสนุนทรราช หากไม่จำเป็นจริงๆ


บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #39 เมื่อ: 04-07-2008, 00:33 »

ผมเห็นว่าไม่ควรปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงขนาดนั้น มันสุ่มเสี่ยงกับการละเมิด รธน

เอาแค่ลง พรหมทัณฑ์ ไม่ให้การต้อนรับ ไม่คบค้าสมาคม ไม่ทำการซื้อขาย แลกเปลี่ยน พูดคุยใดๆ กับพวกหัวโจกและลิ่วล้อที่สนับสนุนทรราช หากไม่จำเป็นจริงๆ




เขาไม่ถึงกับห้ามเดินทางลงใต้หรอกครับ
เขาแค่จะไปต้อนรับขับไล่อย่างสงบทุกครั้งที่เป็ดตีนหมาจะลงใต้เท่านั้น
แต่เป็นดันป่วยเป็นโรคปอดไม่ลงไปเอง นี่ก็ช่วยไม่ได้

 
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #40 เมื่อ: 04-07-2008, 01:29 »



แค่นี้...ไม่มีคนภาคอื่นเค้าอยากลงใต้หรอกบอกตรงๆ เถื่อนก็ปานนั้น...
ไอ้สถุลเอ้ย....คนอิสานแห่ไปทำงานที่ภาคใต้กันเยอะแยะไปหมด ที่บ้านผม
ต้องช่วยกันระดมทุนสร้างโรงเรียนให้ลูกๆคนอิสานที่ติดตามพ่อแม่ สร้างเสร็จไปแล้ว ลูกหลานชาวอิสานได้ร่ำเรียนหนังสือฟรีกัน
ไม่จำเป็นต้องพึ่งงบประมาณเลยสักบาท

 
คนใต้เขาจะใช้ความเถื่อน เฉพาะกับพวกเหี้-ยๆ จำใส่กระโหลกเอาไว้บ้าง....ไอ้ฉัด
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2008, 01:32 โดย (ลุง)ถึก สไลเดอร์ » บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #41 เมื่อ: 04-07-2008, 08:51 »

คุณภาพคนมันผิดกัน
คนใต้เขาตรงไปตรงมา  เขา "กล้าสู้กับอันธพาล นักการเมืองที่มีอำนาจ"
ส่วนคนเชียงใหม่ "ระรานฝ่ายตรงข้าม ( โคตรพ่อโคตรแม่ตระกูลชินวัตร )"
คนอุดรธานี "ขุ่มขู่ + พยายามทำร้ายประชาชนธรรมดา"

นักการเมือง ปชป.
วันที่เขาโดนทำลายเวที  เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
แม้แต่วันนี้ไอ้หนุ่มมาร์คก็ยังออกมาบอกว่า "ไม่เห็นด้วย" กับการข่มขู่คุกคามนักการเมืองโดยชาวกระบี่
- ในขณะที่ไอ้เหลิม ( พรรคพลังประชาชน ) ออกมา "ด่าชาวบ้านลับหลัง" หลังจากหางจุดตูดขี้เยี่ยวราดมาถึงกรุงเทพ ฯ
- ในขณะที่ไอ้ตู่ ( พรรคพลังประชาชน ) ออกมาข่มขู่คนใต้ว่า "จะตัดงบประมาณ" ( รัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง สอนมาว่ารัฐบาลมีสิทธิทำได้ - มีสิทธิรังแกประชาชนฝ่ายตรงข้ามกับพวกตน )
- ในขณะที่ไอ้โอ๋ ( พรรคพลังประชาชน ) ออกมาด่าประชาชน และ "อ้างว่าได้ยินมา ( ทั้งกะปี - ตอแหลยกเมฆตามสไตล์ทอล์คโชว์ปาหี่คณะภาสร )" กล่าวหานักการเมือง ปชป.ว่าหนุนหลังม็อบกระบี่


....คนมันผิดกันครับ  คุณภาพและสันดานคนมันผิดกัน


คนกล้า - คนใต้ และพันธมิตร ฯ กล้าสู้กับคนชั่วที่มีอำนาจ
คนถ่oย - คนเชียงใหม่ / อุดร ฯ และ นปก. ดีแต่คุกคามคนมือเปล่าไร้อาวุธ - ไร้การปกป้อง
นักการเมือง ปชป.แสดงออกอย่างสุภาพและมีเหตุผล
นักการเมืองพรรคพลังประชาชน แสดงออกแต่ความถ่oย สถุล และโกหกพกลม





หัวข้อ: ทหารล็อก 2 พี่น้องตระกูล "บูรณุปกรณ์" - รับปากไม่ก่อกวน  (อ่าน 443 ครั้ง) 

คนเชียงใหม่เกลียดมาก
บุคคลทั่วไป


   ทหารล็อก 2 พี่น้องตระกูล "บูรณุปกรณ์" - รับปากไม่ก่อกวน
« เมื่อ: กันยายน 27, 2006, 11:12:14 PM » 

--------------------------------------------------------------------------------

ทหารล็อก 2 พี่น้องตระกูล "บูรณุปกรณ์" - รับปากไม่ก่อกวน
วันที่ 27 ก.ย. 2549 / มติชน


  2 พี่น้อง "บุญเลิศ-ปกรณ์ บูรณุปกรณ์" นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กับ อดีต ส.ส. เชียงใหม่ ทรท. ถูกทหารเชิญไปทำความเข้าใจที่ค่ายกาวิละ เผยทั้งคู่รับปากจะไม่ขัดขวางหรือต่อต้านการปฏิรูป


เมื่อเวลา 13.10 น. วันนี้(27 ก.ย.) ที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ นายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.จ.เชียงใหม่ พร้อมนางเยาวเรศ บูรณุปกรณ์ ภรรยา เดินทางโดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 110 จากกรุงเทพมหานคร โดยเป็นการต่อเครื่องจากสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 0603 จากประเทศฮ่องกงขระเดียวกันได้มี พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดมารับตัวนายปกรณ์แยกขึ้นรถตู้โฟล์คสวาเก้นสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กค 4567 เชียงใหม่ พร้อมนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพี่ชายที่มารอรับเดินทางไปรายงานตัวที่มณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ส่วนนางเยาวเรศ ภรรยา มีนายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ว.จ.เชียงใหม่ และญาติรวม 4 คน มารับตัวแยกกลับไปเช่นกัน

พล.ต.ศุภอักษร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนักการเมืองในพื้นที่คงเหลือนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เพียงรายเดียวที่ยังไมได้เข้ารายงานตัว แต่ทราบว่าได้แจ้งหัวหน้า คปค. ว่าอยู่ต่างประเทศและยังกลับไม่ได้เพราะลูกไม่สบาย

นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนเดินทางไปต่างประเทศเรื่องธุรกิจตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา และได้โทรศัพท์รายงานให้ พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล และ พล.ท.จิรเดช คชรัตน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 ทราบแล้ว พร้อมทั้งแจ้งว่าจะกลับวันนี้ ยินดีปฏิบัติตาม คปค. เต็มที่เพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบเรียบร้อยโดยเร็ว ส่วนอนาคตทางการเมืองก็จะหยุดกิจกรรมชั่วคราว ส่วนแกนนำชุมชนหรือในพื้นที่นั้นตนไม่ทราบอะไร และขณะนี้ก็ยังไม่ได้พบกับนางเยาวภาแต่อย่างใด

นายบุญเลิศ กล่าวว่า ตนจะเรียกประชุมประธานชุมชนในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อชี้แจงเจตนารมย์ของ คปค.และให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่ทหารและสื่อมวลชนมาร่วมเป็นสักขีพยาน

ต่อมาเวลา 13.50 น.นายปกรณ์ และนายบุญเลิศ ได้เดินทางเข้าพบ พ.อ.สุทัศน์ จารุมณี ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 เพื่อหารือถึงการขอความร่วมมือและปฏิบัติตัวในห้วงงดเว้นบทบาททางการเมืองชั่วคราว โดยมี พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 พ.ท.เจษฎา เงินกอบทอง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 และพ.ท.บุญยืน อินกว่าง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 5 ร่วมชี้แจงกว่า 30 นาที ก่อนเดินทางกลับออกจาก มทบ.33 ค่ายกาวิละ

พ.อ.สุทัศน์ กล่าวว่า ได้ขอให้ทั้งคู่ซึ่งคุมอยู่ในพื้นที่หลักของเมืองเชียงใหม่คือ เขต 1 และเทศบาลนครเชียงใหม่ ช่วยสร้างความสง่างามให้กับคนเชียงใหม่ เพราะพื้นที่นี้ประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจว่าเป็นบ้านเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี และถูกมองว่าจะมีการขัดขวางหรือต่อต้าน หากทำให้บ้านเมืองตรงนี้สงบได้ในอนาคตหาก พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาและได้บริหารประเทศอีกก็จะคือความสง่างามของ พ.ต.ท.ทักษิณ และมีโอกาสเป็นรัฐบุรุษได้ ซึ่งทั้งคู่ก็ปลื้มมากพร้อมรับปากว่าจะให้ทำอะไรก็ขอให้บอก

"เราขอให้ทำการปฏิบัติที่สามารถชี้วัดผลได้ เช่นหากพบข่าวสารว่ามีใครจะทำอะไร ไปเรียกร้องประการใด หรืออ้างอิงถึงใครก็ตามต้องตรวจสอบและคลี่คลายทันที ห้ามให้บุคคลใดไปปั่นป่วน หรือสร้างความสงสัย แตกแยกกับประชาชนไม่ได้ ขอร้องให้สงบ ซึ่งทั้งสองคนรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุ ยกเว้นห่วงมือที่ 3 อย่างเดียว"
 

http://www.midnightuniv.org/forum/index.php?topic=1204.0



ต้องถึงมือถึงไม้อย่างทหาร....
หัวหน้าอันธพาลที่นำกลุ่มคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ทำร้ายร่างการแกนนำพรรคประชาธิปัตย์
หัวหน้าพรรคฯ และประธานพรรคฯ รื้อเวทีปราศัยจนเสียหายใช้การไม่ได้....

จึงเข้าใจภาษาสุภาพชน คนดีประพฤติตนอย่างไร

 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2008, 08:57 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #42 เมื่อ: 04-07-2008, 09:02 »

สรุปก็คือ คุณภาพของคนในถิ่นฐานใดย่อมสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถิ่นฐานนั้นๆ คนเหนือมักได้รับคำชมเสมอว่าใจดีและอ่อนหวาน ในขณะที่คนอีสานมักได้รับการยอมรับว่าเป็นดินแดนแห่งปราชญ์พื้นบ้านและคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมเก่าแก่อย่างยาวนาน  ในขณะที่คนภาคกลางได้รับการยอมรับในเรื่องความเป็นเลิศด้านเกษตรกรรมและการค้าขาย


จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ภาคต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมานานหลายร้อยปีโดยไม่มีปัญหาเรื่องความเชื่อผิดๆเหมือนบางภาคที่เป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศไทย ภาคที่คนทั่วไปไม่กล้าเข้าไปเหยียบ ภาคที่เอาแต่พวกพ้องโดยไม่สนใจถูก-ผิด ภาคที่เห็นแก่ได้ไร้ยางอาย  และภาคที่เป็นแดนมิคสันยี!!!
บันทึกการเข้า
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #43 เมื่อ: 04-07-2008, 09:17 »

สรุปก็คือ คุณภาพของคนในถิ่นฐานใดย่อมสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถิ่นฐานนั้นๆ คนเหนือมักได้รับคำชมเสมอว่าใจดีและอ่อนหวาน ในขณะที่คนอีสานมักได้รับการยอมรับว่าเป็นดินแดนแห่งปราชญ์พื้นบ้านและคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมเก่าแก่อย่างยาวนาน  ในขณะที่คนภาคกลางได้รับการยอมรับในเรื่องความเป็นเลิศด้านเกษตรกรรมและการค้าขาย


จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ภาคต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมานานหลายร้อยปีโดยไม่มีปัญหาเรื่องความเชื่อผิดๆเหมือนบางภาคที่เป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศไทย ภาคที่คนทั่วไปไม่กล้าเข้าไปเหยียบ ภาคที่เอาแต่พวกพ้องโดยไม่สนใจถูก-ผิด ภาคที่เห็นแก่ได้ไร้ยางอาย  และภาคที่เป็นแดนมิคสันยี!!!

ใช่เลย เห็นด้วย ดูตัวอย่าง ไอ้ตู่สิ ไอ้นี่เป็นตัวอย่างได้อย่างดีเลย มันเป็นคนใต้แท้ๆ บอกจะตัดงบภาคใต้

ขนาดมันยังย้ายภาคอยู่เลย เห็นด้วยคร้าบ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #44 เมื่อ: 04-07-2008, 09:21 »

ใช่เลย เห็นด้วย ดูตัวอย่าง ไอ้ตู่สิ ไอ้นี่เป็นตัวอย่างได้อย่างดีเลย มันเป็นคนใต้แท้ๆ บอกจะตัดงบภาคใต้

ขนาดมันยังย้ายภาคอยู่เลย เห็นด้วยคร้าบ


คุณจตุพรมีเลือดสำนึกดีเข้มข้นกว่าเลือดภาคนิยม....จึงสรุปได้ว่าท่านได้หลุดพ้นเวรพ้นกรรมจากตรงนั้นแล้ว!
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: