ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
04-03-2021, 14:33
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  รวมเพลงลูกทุ่งทวงเขาพระวิหาร ปี 2505-ของไทย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
รวมเพลงลูกทุ่งทวงเขาพระวิหาร ปี 2505-ของไทย  (อ่าน 1073 ครั้ง)
E-pen
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« เมื่อ: 30-06-2008, 13:06 »

รวมเพลงลูกทุ่งทวงเขาพระวิหาร http://www.komchadluek.net/2008/06/30/x_ent_f001_209292.php?news_id=209292
 




ขณะที่กรณีปราสาทเขาพระวิหารโบราณสถานระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชายังหาข้อสรุปไม่ได้ และสร้างความสั่นคลอนให้รัฐบาลชุดนี้

โดยมีประชาชนคนไทยผู้รักแผ่นดิน ร่วมกันตรวจสอบการกระทำของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและพรรคพวกอย่างเข้มข้น

ในอดีตวงการลูกทุ่งนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน2505 เป็นต้นมา มีบทเพลงลูกทุ่งที่บันทึกเรื่องราวดังกล่าวไว้หลายเพลงด้วยกัน แต่ละเพลงก็มีเนื้อหาแตกต่างกันไปทีมข่าวลูกทุ่ง "คมชัด ลึก" ขอรวบรวมเพลงเหล่านั้นมาเตือนความจำกันอีกครั้งว่าคนในยุคนั้นรักชาติและแผ่นดินกันมากขนาดไหน





เริ่มด้วยเพลงของคีตกวีลูกทุ่งไพบูลย์ บุตรขัน แต่งเพลงเขาพระวิหารให้ คำรณ สัมบุญณานนท์ ร้องถึง 2 เพลงคือ "เขาพระวิหารเป็นของไทย" และ "เขาพระวิหารแห่งความหลัง" สองเพลงแต่งเมื่อปี 2505 อยู่ในช่วงเกิดข้อพิพาท เพลงแรกนั้นมีเนื้อเพลงเป็นการร้องแบบลำตัด เล่าถึงประวัติการสร้างเขาพระวิหาร มีท่อนหนึ่งว่า "ขี้ตู่กลางนาขี้ตาตุ๊กแกของไทยแท้ๆ ยังมาแย่งเอาไป"

มาที่เพลง"เขาพระวิหาร" แต่งและร้องโดย สุรพลสมบัติเจริญ เพลงนี้ค่อนข้างมีเนื้อหาแรงกว่า2 เพลงก่อนหน้านี้ ครูสุรพลร้องในแบบลิเก และมีอีก 1 เพลง คือเพลง "เขาพระวิหาร" ร้องโดย โกมินทร์นิลวงศ์ เพลงนี้จะออกมาในแนวปลุกใจนิดๆเพลงนี้ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แต่ก็เป็นอีกเพลงที่แสดงความรักและหวงแหนผืนแผ่นดินไทย ที่สมควรได้รับการจารึกอีกเพลงหนึ่ง

ส่วนเพลง"เขาพระวิหารที่รัก" เสียงร้องของศิลปินแห่งชาติ ชายเมืองสิงห์  ร้องคู่กับ ชัยอนุชิต โฆษกและนักร้องแห่งวงดนตรี"จุฬารัตน์" เพลงนี้แต่งโดยพลพรภักดี นักร้อง นักแต่งเพลงปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว






ชายเมืองสิงห์ เล่าถึงเพลงแห่งความทรงจำดังกล่าวว่า "เพลงนี้ผมร้องคนละวรรคกับชัย อนุชิต พอศาลตัดสินเราก็เอาเพลงนี้มาอัดในช่วงปลายปี 2505 มาออกช่วงปี 2506 เพลงใช้ทำนองไทยเดิม เหมือนเพลงยายฉิมเก็บเห็ด เนื้อหาไม่แรง ประมาณคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน เพลงนี้ดังอยู่พักหนึ่ง มีเพลงอื่นๆ ดังมาด้วยเช่น เพลง พ่อลูกอ่อน ชมสวน มาลัยดอกรัก สื่อวิทยุก็เอาไปเปิดกันเยอะ ไม่รู้ว่าเวลานี้ เพลงนี้จะมาเข้ากับเหตุการณ์นี้อีก"

ในเวลาไล่เลี่ยกันมีอีกเพลงหนึ่งที่ถูกนำมาเปิดบ่อยๆ ตามหน้าปัดวิทยุ คือ เพลง "เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย" ร้องโดยก้านแก้วสุพรรณ เพลงนี้แต่งรวมกับ ป.ชื่นประโยชน์ เพลงนี้ ก้าน แก้วสุพรรณ บอกว่า "ผมร้องในสำเนียงเหน่อๆ แบบสุพรรณ เป็นเพลงลูกทุ่ง แต่งขึ้นเมื่อปี 2503 ตอนนั้นเพลงดังพอประมาณ ผมร้องคนแรก ตอนนี้คนถามเรื่องนี้เยอะมาก สื่อมวลชนก็ถาม เวลาไปงานเราก็ไม่ได้ร้องเพลงนี้เลย เราไม่นึกว่าจะกลับมาถูกพูดถึง ป.ชื่นประโยนช์เขาถามว่ามันน่าจะเป็นของใคร ผมบอกว่าเป็นของเรา ปลูกบ้านบันไดจะขึ้นในที่เราหรือที่คนอื่น ก็นำมาใส่เนื้อ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ไปร้องเพลงนั้นผมมอบให้แก่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ท่านเป็นทนายความ"








เนื้อเพลง -เขาพระวิหาร
ขับร้อง โกมินทร์ นิลวงศ์


กัมพูชาเพื่อนเอ่ย ไม่น่าเลยดุดันกันยกใหญ่

คราวก่อน จับคนไทยไปขังไว้

ตอนนี้เอาใหม่ ฟ้องเมืองไทยต่อศาลโลก

พี่น้องชาวไทยทั่วหน้า ฟังผมว่าท่านอย่าวิตก

ไทยก็รักกัมพูชาอยู่เต็มอก อันมรดกเขาพระวิหาร

ไทยนี้ได้เข้าครอบครอง เป็นเจ้าของกันมาช้านาน

จะมาเชือดจะมาเฉือน อย่างไรท่าน

ขวานโบราณ ขวานก็บิ่นลอยไป

ศรีโสภนเสียมราษฎร์พระตะบอง ริมขวานทองทั้งจำปาสักเคยเป็นของไทย

เขมรเองก็รู้อยู่แก่ใจ ไทยคืนให้ไปเพราะมีใจเมตตา

ไม่หวังรุกรานรบสู้ผู้ใด ด้วยว่าชาติไทยนี้รักสงบนานมา

แต่ถ้าใครข่มเหงมาเบ่งศักดา รู้ไว้เถิดว่าไทยไม่ถอยสักก้าวเดียว

หากคิดไปถึงครั้งก่อน ไทยเราเดือดร้อนรบสู้ศัตรูตัวเป็นเกลียว

กัมพูชายกทัพมากราดเกรี้ยว ลดเลี้ยวเกี่ยวต้อนขวาชนชาติไทย

สร้างทุกข์ให้ไทยมากแท้ น่าจะแก้กลับตัวล้างชั่วที่ทำไว้

นี่ยังมาซ้ำ สร้างกรรมให้ไทยขึ้นใหม่

คนไทยเราเสียใจแต่กัมพูชานั่นไซร้ จะเสียใจยิ่งกว่าเรา

---------------------------------------


 เขาพระวิหาร - ขับร้อง  สุรพล สมบัติเจริญ


เขาพระวิหาร โบราณวัตถุของไทย

เคยครองอธิปไตย เพราะเป็นของไทยมาตั้งนมนาน

ถึงใครโกงไป คงครองไว้ได้ไม่นาน

วิญญาณเขาพระวิหาร ของเราโบราณคงอยู่กับไทย


                (ลิเก) มันน่าเจ็บใจร้าวราน เขาพระวิหารของเรา

ด้วยเป็นของไทยครั้งเก่า ถูกโจรปล้นเอาไปได้


ลูกเด็กเล็กแดงก็รู้ เป็นเขาคู่เมืองไทยมา

บันไดขึ้นเขาก็หันหน้า ตั้งทางขึ้นมาทางไทย

ถูกเจ้าคนโกงขี้ตู่ ร้องกู่ว่าเป็นของเขา

ใช้เหลี่ยมเล่ห์กลโกงเรา มันเจ็บเข้าในหัวใจ

ถ้าหากว่าเป็นของเจ้า จะต้องขึ้นเขาทางหน้าผา

เจ้าไม่อายชาวประชา ดูหรือไม่น่าเป็นไปได้

ใช้อุปเท่ห์เล่ห์กล เป็นโจรเบอร์หนึ่งของโลก

มีนโยบายสกปรก ฟ้องกล่าวศาลโลกแก้ไข

ชาวไทยเราแสนจะช้ำ ศาลโลกอธรรมไม่เที่ยง

พิจารณาไม่ลำเอียง ไม่ฟังเสียงข้างคนไทย


เรายอมแพ้เพราะถือเป็นพระ หลีกทางชนะให้มัน

ไม่ช้าหรอกคำจะผลาญ ไม่นานหรอกเจ้าจะบรรลัย

เจ้าอย่าโอ้อวดผยอง ลำพองว่าเจ้าชนะ

สักวันหนึ่งเถิดธรรมะ ย่อมต้องชนะอธรรมได้

เราเก็บความช้ำเคยอยู่ ไม่อยากร้องกู่ต่อกลอน

ถึงเลือดภายในเราจะร้อน สู้เอาธรรมผ่อนข่มใจ

อย่าอวดสำแดงแผลงฤทธิ์ แรงน้อยเพียงนิดอย่ายวน

เจ้าเป็นผู้นำเรรวน ชักชวนเขมรแตกไทย

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งขุน ควรนึกคุณสังวรณ์

เมื่อคราวที่เจ้าเดือดร้อน เคยมาพักผ่อนหนีภัย

เจ้าลืมบุญคุณคุ้มครอง ลืมเมืองพี่น้องที่ใจดี

กลับคิดจะมาย่ำยี ไหงเป็นเช่นนี้ไปได้

เจ้าสร้างแผลใจให้เรา ยังเฝ้าก่อกวนกล่าวหา

วันนี้เราหลั่งน้ำตา วันหน้าเถิดเจ้าจะร้องไห้

เราไม่ลุกแต่เตรียมรับ ถ้าใครขยับถึงตาย

*************************************

เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย

คำร้อง/ทำนอง  ป.ชื่นประโยชน์

ขับร้อง  ก้าน แก้วสุพรรณ



(พูด) เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย


เขาพระวิหาร   โบราณวัตถุของไทย

อ่านข่าวแล้วแสนเจ๊บใจ   เรื่องเขตแดนไทยเขาพระวิหาร

สองครั้งแล้วซิ ที่ก่อเหตุทำรุกราน

ผมเลือดสุพรรณ จะร่วมใจท่านอาสา

พวกเราคนไทย ได้รู้กันทั่วทั้งหมด

ขุ่นเคืองสุดแสนรันทด เมื่อถูกคนคดเกเรหนักหนา

ร้องเอาดื้อๆ ของใครก็ไม่นำพา

จะเอาของข้า ข้ามศพข้าก่อนเถิดเหวย

ประวัติศาสตร์ไทย ทำไมไม่พลิกอ่านดู

ของไทยใครๆก็รู้ อยู่ๆจะเอาเฉยๆ


ทำมาขี้ตู่ ดูๆเป็นเด็กนักเหวย

เป็นอันธพาลเสียเคย เขาว่าช่างหน้าไม่อาย

ผมอยู่สุพรรณ เลือดเนื้อผมนั้นเป็นไทย

ถ้าจะเรียกร้องเมื่อใด ผมต้องรับใช้ดังใจมุ่งหมาย

ทุกคนชาวไทย มอบตัวมอบใจยอมตาย

รุกรานเมื่อไร ต้องได้เห็นดีกัน

ผมร้องเพลงนี้ อุทิศพลีเงินรายได้

ร่วมทุนสมทบชาติไทย ได้ปกป้องไว้ดินแดนเขตขันธ์

ขอเทพเทวา ปกปักรักษาป้องกัน

ผืนดินไทยนั้น สุขสันต์นิรันดร


***********************************

เขาพระวิหารที่รัก

คำร้อง/ทำนองพลพรภักดี

ขับร้อง ชาย เมืองสิงห์-ชัย อนุชิต




แผ่นดินทองของไทย เราไม่ยอมให้ใครมาย่ำยี

ถ้าใครกำแหงคิดแข่งดี เราพร้อมยอมพลีชีพเพื่อไทย

จะเกริ่นกล่าวสุนทร เป็นกลอนร้อง เรื่องพวกพี่น้องเราชาวไทย

เชิญมาสดับรับฟังเรื่อง  ให้ถ้วนทั่วทุกเมืองใกล้และไกล

เรื่องเขาพระวิหารที่ศาลโลก ตัดสินสกปรกใช้ก็ไม่ได้

ไทยเราชาวพุทธนับถือพระไม่เคยคิดเกะกะระรานใคร

เราไม่เคยก่อกรรมทำใครก่อน เจ้ามาทำเดือดร้อนให้แก่ชาวไทย

เราเป็นสุภาพชนไม่อยากจะค้นคว้า  เรื่องเก่าขึ้นมาให้มันแสลงใจ

เรารักสงบไม่ใช่สยบเจ้า ขืนมายุ่งกับเราเจ้าจะบรรลัย

 บ้านเมืองของเจ้าเจ้าก็ต้องหวง แผ่นดินของเราเราก็ห่วงใย

เขาพระวิหารเป็นของไทยแท้ เจ้าว่าเป็นของขแมร์เป็นไปไม่ได้

บรรพบุรุษไทยเราสมัยนั้น สละเลือด เนื้อท่านป้องกันไว้

เขาพระวิหารสถานที่เคารพ อยากได้ต้องข้ามศพของเราไป

ทำผยองพองอ้วนเหมือนดังวัวเปลี่ยว ก้อนดินก้อนเดียวเราก็ไม่ให้

เขาพระวิหาร โบราณสมบัติ  ใครอยากได้ก็ต้องฟาดกันให้ขาดใจ

พวกเราชาวไทยใจรักชาติ  จะไม่ยอมเป็นทาสชาติอื่นใด

ยอมพลีโลหิตทุกๆหยาด เพื่อรักษาเอกราชของชาติไทย

เจ้าหลงนิยมลัทธิอุบาทว์   ยอมตัวเป็นทาสให้เขาช่วงใช้

เจ้าคิดกำแหงเพราะฝ่ายแดงช่วย ระวังจะถึงคราวซวยหมดที่อาศัย

เจ้าเหมือนลูกเขียดน้อยเกิดในรอยตีนงู ทำให้ยอกออกหรูเหลือใจ

 ระวังเจ้าจะเป็นเหมือนเช่นลูกแกะ ไอ้เพื่อนเจ้าจะแคะกินตับไต

เขาพระวิหารสถานถิ่นบูชา เป็นสมบัติล้ำค่าของชาวไทย

แผ่นดินแหลมทองซึงเป็นของเรา จะไม่ยอมให้เจ้าแย่งเอาไป

เจ้าเหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือ จะบีบเจ้าก็สิ้นชื่อสิ้นใจตาย 


********************************************

เขาพระวิหารเป็นของไทย
แต่งโดยไพบูลย์ บุตรขัน 
ขับร้อง คำรณ สัมบุญณานนท์



เขาพระวิหารเป็นของไทย

เขาพระวิหาร โบราณวัตถุแห่งนี้

ขอเชิญน้องพี่ ได้โปรดจงมีความสนใจ

ด้วยเหตุและผล ต้นเรื่องเบื้องหลังอย่างไร

เชิญสดับและรับฟังได้ ผมจะบรรยายให้ฟัง


(ลำตัด)

เอ่อ...เอ้อ...เออ...เอ่ย...เอิง...เอย เขาพระวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ณ ที่ชายแดน

เดิมเป็นเขตแว่นแคว้นติดกับดินแดนฝรั่ง เป็นเขาสูงเสียบฟ้าชะง่อนผาสูงชัน

พระเจ้าสุริยะวรมันขอมโบราณก่อตั้ง สร้างวิหารขึ้นมาเพื่อแผ่ศักดาเกรียงไกร

แต่ผลที่สุดแพ้ไทยเลยมอบให้ฝากฝัง
ขแมร์ไม่ใช่ขอมโบราณไฉนทำไมมาพาลเรียกเอา

ขอมเป็นชาติก่อนเก่าขแมร์มาเข้าทีหลัง อาณาเขตชาติไทยเคยกว้างใหญ่ไพศาล

เป็นดินแดนรูปขวานแต่ครั้งโบราณเบื้องหลัง ตลอดแม่น้ำแม่โขงเคยเชื่อมโยงสายใย

เคยเป็นดินแดนของไทยที่อยู่ในแผนผัง พอถึงยุคต่อมาฝรั่งจึงล่าเมืองขึ้น

ไทยเราแทบล้มทั้งยืนเขตแดนถูกกลืนไปบ้าง เขมรลาวชาวญวนถูกตีรวนยอมแพ้

ไทยพลอยติดร่างแหสุดจะแก้กลับหลัง ถูกโกงเอาเขตดินจึงขวานบินร่อยไป

เราต้องน้ำตาตกในสุดแก้ไขยับยั้ง ไทยชอกช้ำจำทนเพราะไทยเราจนอาวุธ

พอเขาเอาปืนมาอุดไทยต้องทรุดตัวนั่ง เสียมราษฎร์พระตะบองเคยเป็นของไทยเรา

จำต้องยกให้เขามันน่าเศร้าเสียจัง
พอสิ้นยุคซึมแทรกเขาปลดแอกกันไขว่

ไม่ยักจะคืนเขตไทยที่โกงเอาไปแต่หลัง
ไทยเป็นสุภาพบุรุษไม่อยากพูดรื้อฟื้น

 ไม่คิดทวงกลับคืนปล่อยเป็นคลื่นกระทบฝั่ง พี่น้องเอย...เอ๋ย...อยู่ๆมาถูกตู่เอาดื้อๆ

หาว่าไทยแย่งยื้อเขาพระวิหารแปลกจัง ทั้งๆที่อยู่เขตไทยมีทางบันไดขึ้นเขา

อยู่ในเขตแดนเราจะเรียกเอาไม่ฟัง ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเออ...เอิง...เอิง...เอย...

ระวังหน่อยคนขี้ตู่เชิญพลิกประวัติศาสตร์ดูว่าไทยเคยสู้ตายรัง  เป๊กพ่อ

ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก ของเราแท้ๆ แล้วจะมาแย่งเอาไป

ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก เป็นของขแมร์แล้วใยมาขึ้นทางไทย

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2008, 13:11 โดย E-pen » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: