ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
19-07-2019, 02:41
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  'เลขาฯ ตุ๊'ของไอ้เป็ด พ่อไอ้ปี๊ด 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
'เลขาฯ ตุ๊'ของไอ้เป็ด พ่อไอ้ปี๊ด  (อ่าน 1467 ครั้ง)
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 28-06-2008, 14:36 »

 

   
 ผู้อ่าน 761 คน วันที่ 28 มิถุนายน 2551 เวลา 10:13:54 น.    

     
'ไอ้ตุ๊' ที่ มท.1 พูดถึงเป็นคนติดตามรัฐมนตรีเฉลิมนั่นเอง มีความใกล้ชิดสนิทสนม และข้าราชการในกระทรวงรู้จัก และเรียกขานกันว่า 'เลขาฯตุ๊' แม้จะไม่มีคำสั่งแต่ตั้งอย่างเป็นทางการก็ตาม โดย'เลขาฯตุ๊' ไม่ได้เป็นเด็กซื้อก๋วยเตี๋ยว แต่เป็น'กุนซือ'ของมท.1


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่หยิบยกเอาเรื่อง "ไอ้ตุ๊" คนสนิท มท.1 ที่มีที่ดินเกาะราชาใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 48 ไร่ มาอภิปรายซึ่งตั้งข้อสังเกตความไม่โปร่งใสในการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิที่ดิน


เนื่อง จากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐ มีมติให้มหาดไทยเพิกถอน น.ส.3 ก. เพราะหลักฐานจากแผนที่ทหาร-การทำประโยชน์ทั้งหมดไม่พบว่ามีการทำประโยชน์มา ก่อน น่าเชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิดำเนินการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีการเสนอเรื่องให้ รมว.มหาดไทยคนปัจจุบัน เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด



" ที่ดินแปลงนี้เป็นที่มาของการแต่งตั้งบุญเชิด คิดเห็น รองอธิบดี และรักษาการอธิบดีกรมที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดินเป็นเด็กของ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนสนิทข้างกาย เป็นกุนซือทำมาหากินอยู่ด้วยกัน คนคนนี้คือ นายสุทธิชาติ อัศวศิรโยธิน ตำแหน่งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย" นายสุเทพกล่าว



ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิมพยายามชี้แจงว่า "เรื่องที่ดิน อ.ถลาง ที่เกี่ยวพันกับลูกน้อง และนายสุทธิชาติ ที่พูดถึงคือไอ้ตุ๊ คนซื้อก๋วยเตี๋ยว รู้จักกัน แต่ไม่ได้เป็นเลขานุการส่วนตัวของผม"



"ไอ้ตุ๊" ที่ มท.1 พูดถึงนั้น เป็นคนติดตามรัฐมนตรีเฉลิมนั่นเอง มีความใกล้ชิดสนิทสนม และข้าราชการในกระทรวงรู้จัก และเรียกขานกันว่า "เลขาฯตุ๊" แม้จะไม่มีคำสั่งแต่ตั้งอย่างเป็นทางการก็ตาม


" เลขาฯตุ๊" ไม่ได้เป็นเด็กซื้อก๋วยเตี๋ยว อย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่ "เลขาฯตุ๊" เป็นนักธุรกิจใหญ่ เป็นผู้บริหารโรงแรมมากมาย และเป็นกรรมการบริหารบริษัท ราชาใหญ่ไอส์แลนด์ และบริษัท ราชาใหญ่เอสเตท อีกทั้งทางครอบครัวยังกิจการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และรีสอร์ท อยู่ที่ จ.ภูเก็ต



ที่มาเดินอยู่ในกระทรวง ก็ไม่เพียงมาส่งข้าวหมกไก่หรือก๋วยเตี๋ยว

 แต่ เลขาฯตุ๊ถูกวางตัวไว้เป็นกุนซือ วางแผนงานให้ มท.1  อีกทั้งยังพกบัตรประจำตัวสีม่วง ที่ระบุว่าเป็นคณะทำงาน รมว.มท. มีห้องทำงานอยู่ในห้องรัฐมนตรีเสร็จสรรพ
 

ที่สำคัญมักจะเข้าร่วมประชุม และไปตามงานกับทั่น มท.1 ซึ่งปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมต่างๆ ยังต้องให้ความเกรงใจ !!


ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11067

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=38273&catid=25
บันทึกการเข้า
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 28-06-2008, 14:50 »


เกาะน่าซื้อใน ภูเก็ต

นิตยสารผู้จัดการ กันยายน 2543

   
   


น่านน้ำทะเลอันดามัน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีเกาะน้อยใหญ่ ที่เหมาะแก่การพักผ่อน หรือท่องเที่ยว และสามารถเข้าไปจับจองซื้อหา ที่ดิน ได้อย่างถูกต้องหลายเกาะ


เ ก า ะ ร า ช า ใ ห ญ่



"เกาะราชาใหญ่ "เป็นหนึ่งในหลายเกาะ ที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุน ที่จะเข้าไปพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการลงทุนด้านโรงแรม ที่พัก และรีสอร์ต


เกาะราชาใหญ่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะภูเก็ต ห่างจากเกาะภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งเกาะกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร มีพื้นราบ และเนินเขา ที่มีความสูงไม่มากนัก ชาวบ้านได้เข้าไปทำการจับจอง ที่ดินทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ และอาศัยอยู่ ที่เกาะราชาใหญ่ประมาณ 16 ครอบครัว ส่วนพื้นที่ราบ ที่อยู่ติดทะเลชาวบ้าน และนักลงทุนได้พัฒนาบางส่วนเป็นที่พัก และร้านอาหารสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว

เกาะราชาใหญ่ถือว่ามีศักยภาพในการท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะชายหาด ที่มีความสวยงามตั้งอยู่ทางด้านตะวันตก ของเกาะอยู่ระหว่างหุบเขา ชายหาดมีลักษณะคล้ายรูปเกือกม้า เรียกว่า "อ่าวน้ำตาตก" หรือ "อ่าวบังกาโล" มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาดลักษณะคล้ายกับหมู่เกาะสิมิลัน ทางใต้ของอ่าวมีจุดชมวิว ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะได้ทั้งหมด นอก จากนี้ยังมี "อ่าวสยาม" "อ่าวทือ" และทางตะวันออกของเกาะยังมีอ่าวขอนแค ที่เหมาะสมสำหรับการดำน้ำดูปะการัง ซึ่งปัจจุบันเกาะราชาใหญ่ได้กลายเป็นแหล่งดำน้ำ ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในทะเลอันดามัน เพราะน้ำทะเลรอบเกาะใสตลอดทั้งปี และมีปะการัง ที่มีความสวยงาม และสัตว์น้ำต่างๆ ที่หายากต่างจากจุดดำน้ำอื่นๆ เช่น ปะการังเขากวาง และปะการังสกุลแข็งชนิดต่างๆ ปลาไหลทะเล ปลากระเบน ปลาปักเป้า ปลาหมึกยักษ์

นอกจากกิจกรรมดำน้ำลึก ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของเกาะราชาใหญ่ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น ดำน้ำตื้น หรือ สน็อกเกอร์ริ่ง การตกปลา เป็นต้น

การเดินทางไปเกาะราชาใหญ่ สามารถใช้บริการบริษัททัวร์ ซึ่งมีบริการแพ็กเกจทัวร์ไปเกาะราชาใหญ่อยู่ 2 บริษัท คือ บริษัท ราชาไอส์แลนด์ทัวร์ จำกัด โดยมีเรือเร็วจะออกจาก ท่าเรืออ่าวฉลองบนเกาะภูเก็ตทุกวันในเวลา 9.00 น. ราคาทัวร์อยู่ ที่ 1,050 บาท ซึ่งเป็นราคา ที่รวมค่าเรือ อาหารเ ที่ยง และอุปกรณ์ดำน้ำแบบสน็อกเกอร์ริ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที และบริษัท พาวน์เทรเวล จำกัด จัดแพ็กเกจทัวร์ในราคา 1,000 บาทต่อคน นอกจากนี้ยังมีเรือเร็วให้เช่าแบบเหมา ลำ ในราคาตั้งแต่ 5,000-8,000 บาท/วัน โดยจะมีเรือให้บริการตลอด ที่อ่าวฉลอง สำหรับคนที่ต้องการจะเดินทางไปดำน้ำ ก็สามารถ ที่จะติดต่อผ่านทางบริษัทดำน้ำในภูเก็ตได้ โดยราคา อยู่ ที่ 3,000-4,000 บาท/คน/วัน ใช้เวลาเดินทางโดยเรือของบริษัทดำน้ำประมาณ 1-2 ชั่วโมง

จาก ที่เกาะราชาใหญ่กลายเป็นแหล่งดำน้ำ ที่มีชื่อเสียง และการเดินทางค่อนข้างจะสะดวก ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรปนิยม ที่จะเดินทางไปพักผ่อน ที่เกาะราชาใหญ่ ทำให้ปัจจุบันมีนักลงทุนทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้า ไปลงทุนด้าน ที่พัก ที่เกาะราชา ทำให้มีรีสอร์ตทั้งหมด 4 แห่ง เกิดขึ้นบนเกาะราชาใหญ่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรีสอร์ตขนาดเล็ก ที่จำนวนห้องไม่เกิน 30 ห้อง โดยขณะนี้ ที่เกาะราชาใหญ่ มีห้องพักไม่เกิน 100 ห้อง เป็นการลงทุนจากชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ ที่เกาะราชาใหญ่ 1 ราย นักลงทุนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต 1 ราย ส่วน ที่เหลือ 1-2 รายเป็นรีสอร์ตของนักลงทุนต่างชาติประกอบด้วยรายา รีสอร์ท มีห้องพัก 20 ห้อง ราคา 800 บาท/คืน, บ้านรายา มีห้องพัก 24 ห้อง ราคาตั้งแต่ 1,600-2,100 บาท/คืน, ราชาเอ็กคลูทีฟ มีห้องพัก 18 ห้อง ราคาตั้งแต่ 600-1,200 บาท/คืน, จังเกิ้ลบังกาโล มีห้องพัก 10 ห้อง ราคาตั้งแต่ 600-800 บาท/คืน

การเดินทางไปเกาะราชาใหญ่นั้น นักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางในช่วงไฮซีซั่น คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคม-มิถุนายนเท่านั้น โดยในช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 100 คน/วัน ส่วนช่วงโลว์ ซีซั่น ที่พักบางแห่งจะปิดให้บริการ เพราะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปน้อยมากไม่ถึงวันละ 10 คน

สำหรับ ที่ดินบนเกาะราชาใหญ่นั้น ถูกชาวบ้านในเขตตำบลราไวย์เข้าไปจับจองครอบครองปลูกมะพร้าวทำประโยชน์ กันกว่า 50 ปีประมาณ 70 กว่าราย แต่เป็นการครอบครองโดยไม่มีเอกสารสิทธิ ปัจจุบันได้เปลี่ยนมือไปแล้วหลายราย โดยบางรายซื้อมา เพื่อเก็งกำไร มีอยู่ 10 กว่าแปลง ซึ่งก็พร้อม ที่จะขายถ้าหากได้ราคา ที่เหมาะสม อย่างเช่น ที่บริเวณอ่าวสยาม ประมาณ 27 ไร่ และอีกแปลงหนึ่งอยู่ ที่อ่าวบังกาโล ประมาณ 15 ไร่ ทำเลสวยทั้งสองแปลง ตั้งราคาไว้ ที่ไร่ละ 6-7 แสนบาท ส่วน ที่ดิน ที่มีเอกสารสิทธิ น.ส.3 มีอยู่ทั้งหมด 4 ราย เป็นของนักลงทุนทั้งหมด

ส่วน ที่ดิน น.ส.3 แปลงใหญ่มีอยู่จำนวน 2 แปลง เป็น ของบริษัท ราชาใหญ่ไฮแลนด์รีสอร์ท จำกัด เนื้อ ที่ 48 ไร่ และของบริษัท ราชาใหญ่เอสเตท จำกัด เนื้อ ที่ 99 ไร่ ซึ่ง ที่ดินทั้งสองแปลงนี้เจ้าของมีความประสงค์ ที่จะขายให้กับนักลงทุนไม่ว่าไทยหรือต่างชาติเข้าพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยได้เปิดประมูลเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากความไม่ชัดเจนเรื่องการได้มาของเอกสารสิทธิ ทำให้การประมูลต้องเลื่อนออกไป

อีกรายเป็นที่ดิน ที่ของ โต๊ะอิหม่าม หว้าหาด จันทร์ดี อายุกว่า 60 ปี ชาวบ้าน ต.ราไวย์ ชึ่งครอบครองทำประโยชน์กว่า 80 ไร่ ปลูกมะพร้าว และพืชผลอื่นๆ อยู่ติดกับ ที่ดินของบริษัทราชาใหญ่ไอส์แลนด์รีสอร์ท ที่ประกาศประมูลขายได้กล่าวกับ แก้ว บัวสุวรรณ ประธานกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ที่ลงไปดูสภาพพื้นที่เกาะราชาใหญ่ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2543 ว่า ที่ดินของตนเองก็พร้อม ที่จะขายเช่นเดียวกัน หากมีนักลงทุนต้องการซื้อ และให้ราคา ที่เหมาะสม


ทางด้าน สุทธิชาติ อัศวศิรโยธิน กรรมการบริหารบริษัท ราชาใหญ่ไอส์แลนด์ และบริษัท ราชาใหญ่เอสเตท สามี ของกรนันท์ เจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดิน 2 แปลงบนเกาะราชาใหญ่



ที่ประกาศประมูลขาย ได้เปิดเผยว่า หลังจาก ที่ได้ประกาศผ่าน สื่อต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศแล้ว มีนักลงทุนหลาย ประเทศให้ความสนใจติดต่อสอบถามรายละเอียด และแสดงความจำนงมาดู ที่ดินทั้ง 2 แปลง ซึ่งมีทั้งจีนแดง หรือจีนแผ่นดิน ใหญ่ สิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เยอรมนี และอังกฤษ ตามลำดับ ส่วนใหญ่เมื่อมาเห็นภูมิประเทศ ที่สวยงาม ต่างลงความเห็นว่า น่าจะลงทุนสร้างโรงแรม รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศระดับเกรดเอได้"


"สำหรับราคา ที่ดินนั้น สังเกตดูจากการประเมินของนักลงทุน ที่มาดูพื้นที่ คาดหมายกันว่า น่าจะไม่ต่ำกว่าแปลงละ 200 ล้านบาท แต่หลังจาก ที่มีข่าวออกมาว่า ที่ดินมีปัญหานักลงทุนต่างก็ลังเล และทำให้การประมูลครั้งนั้น ต้องล้มไป ก็ต้องรอให้ทุกอย่างได้ข้อสรุป ที่ชัดเจน ทางบริษัทฯ ก็จะติดต่อแจ้งให้นักลงทุนกลุ่มนี้ทราบ พร้อมส่งหลักฐานยืนยัน และจะกำหนดวัน เวลา สถานที่ประมูลใหม่" สุทธิชาติกล่าว

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=141


นายสุทธิชาติ  อัศวศิรโยธิน (ตุ๊)

เกิด          18 ธันวาคม 2508

ที่อยู่         59 ถ.สีลม (สีลมซอย 9) แขวงบางรัก เขตบางรัก กทม.10500

Tel.         มือถือ 01-682-2222  Fax 02-238-2653

ทำงาน     โรงแรม Montana Frand Puket

                205/16 ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83150

http://www.chulampa22.com/rp/name22.htm
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #2 เมื่อ: 28-06-2008, 21:12 »

เลขาฯ ตุ๊ คนนี้ เคยมีชื่อเป็นผู้จัดการ โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
มีชื่อในข่าวช่วงก่อนรัฐประหาร หลังจากนั้นก็หายหน้าไป 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข่าว22.00น.: สุวรรณภูมิ พร้อมเปิดให้บริการโรงแรม 10 กันยายน นี้
Posted on Wednesday, September 06, 2006

นาย สุทธิชาติ อัศวศิรโยธิน ผู้จัดการบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยันว่า
โรงแรมมีความพร้อมที่จะให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนนี้ เนื่องจาก
ได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกส่วนแล้ว ซึ่งรวมถึงด้านการรักษาความปลอดภัย

เบื้องต้น คาดว่า จะมีรายได้จากการให้บริการไม่ต่ำกว่าปีละ 500 ล้านบาท โดยโรงแรม
จะเน้นการให้บริการที่หลากหลาย และครบวงจร สำหรับราคาห้องพักจะอยู่ที่ระดับ
5,000 - 10,000 บาทต่อคืน

http://www.moneychannel.co.th/Menu6/Moneylinenews%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA/tabid/89/newsid491/4731/Default.aspx
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หน้า: [1]
    กระโดดไป: