ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
01-11-2020, 09:45
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน  (อ่าน 4909 ครั้ง)
NA-KORN
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 221


« เมื่อ: 25-06-2008, 16:44 »

องค์คณะไต่สวนของศาลฎีกากรณีเงินสด 2 ล้านสั่งจำคุกทีมทนายความ
ของ พตท.ทักษิณ  ชินวัตร  คนละ  6  เดือนฐานละเมิดอำนาจศาล
ประกอบด้วย  นายพิชิฏ  ชื่อบาน  นางสาวศุภศรี  ศรีสวัสดิ์  นายธนา
ตันศิริ  แถมแจ้งความคดีอาญาข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานต่างหาก
ที่มา..คมชัดลึก 25 มิ.ย. 2551


ก็แบ่งๆกันไป
บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #1 เมื่อ: 25-06-2008, 16:49 »

อ้างถึง
ศาลฎีกาลงโทษสถานหนัก จำคุกคนละ 6 เดือน ทนายความทักษิณ และพวก รวม 3 คน ศาลชี้เสนอสินบน 2 ล้าน เป็นการกระทำความผิดในศาล พร้อมสั่งแจ้งความดำเนินคดีฐานให้สินบน
       
       
       วันนี้ (25 มิ.ย.) ที่ศาลฎีกา เวลา 15.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 2 นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริง นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายธนา ตันศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล กรณีนำถุงขนมสอดไส้เงินสด 2 ล้านบาท มามอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ซี 5 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา
       
       โดยผลทางไต่สวนทราบว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ซึ่งเป็นทนายความในคดี อม.1/2550 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเสมียนทนาย และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นผู้ประสานงาน ได้เดินทางมาที่ศาลฎีกาเพื่อรอรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มารายงานตัวหลังจากกลับจากต่างประเทศ
       
       โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้ให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไปเรียก ม.ล.ฐิติพงศ์ ชมภูนุท นิติกร 5 ประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไปพบที่ห้องพักทนายความเพียง 2 คน พร้อมกับกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาต้องติดต่อประสานงานกันบ่อยครั้ง และทราบว่าเจ้าหน้าที่ของศาลเหน็ดเหนื่อย ในวันนี้จึงมีขนมมาฝาก หลังจากนั้นก็มอบถุงกระดาษ ซึ่งมีการติดสก๊อตเทปอย่างแน่นหนาให้กับ ม.ล.ฐิติพงษ์ หลังรับ ม.ล.ฐิติพงษ์ จึงนำไปสอบถามจากผู้บังคับบัญชาว่าจะรับสินน้ำใจจากทนายความได้หรือไม่ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นถุงขนม อย่างไรก็ดี ทางผู้บังคับบัญชาแจ้งว่าไม่สามารถรับได้ และเมื่อแกะถุงดังกล่าวดูพบว่าเป็นธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท จำนวน 2 ปึก รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท ผู้บังคับบัญชาจึงได้นำไปคืนให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 3
       
       โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นำถุงเงินจำนวน 2 ล้านบาท มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ของศาล มองได้ว่าเป็นการจูงใจให้กระทำการอันเป็นการมิชอบต่อหน้าที่ โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ 3 ร่วมกันรู้เห็นเป็นตัวกลาง ข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ที่ว่าเป็นการหยิบถุงผิด โดยประสงค์จะมอบถุงช็อกโกแลตให้กับเจ้าหน้าที่ และที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และ 2 ต่อสู้ว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นไม่สามารถรับฟังได้
       
       การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) มาตรา 33 กฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมสูงสุดของประเทศ เป็นกรณีร้ายแรง จึงให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ในสถานหนัก ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 น่าจะมีมูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 จึงให้เลขานุการศาลฎีกา ดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ นายพิชิฏ ชื่นบาน และนางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และ2 เดินทางมาศาล ส่วน นายธนา ตันศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยอ้างว่าป่วย ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องเนื่องจากเห็นว่าอาการป่วยไม่ถึงกับเดินทางมาศาลไม่ได้ จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามตัวมาลงโทษต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้กับคุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787

พฤติกรรมส่อเจตนา...
ความหวังยังตั้งไว้ว่า ตุลาการจะเป็นหลักให้ชาติได้ต่อไป..
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #2 เมื่อ: 25-06-2008, 16:52 »

"ขนมโก๋ กินแล้วติดคอ .. ทนายหน้าหอ ไปรอลูกความในคุก"   
บันทึกการเข้า
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #3 เมื่อ: 25-06-2008, 16:52 »

พฤติกรรมส่อเจตนา...
ความหวังยังตั้งไว้ว่า ตุลาการจะเป็นหลักให้ชาติได้ต่อไป..



เห็นด้วยครับ.....    
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
เฮียสาม
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 27



« ตอบ #4 เมื่อ: 25-06-2008, 16:55 »

งานนี้พี่เหลี่ยมจะเอาหน้าไปไว้ที่ซอกหลืบของกิ๊กคนไหนดีน้า.............

 
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #5 เมื่อ: 25-06-2008, 16:55 »

ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า
บันทึกการเข้า
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 25-06-2008, 17:00 »

เฉียบ

** กำลังคอยดูอาจมีคนกำลังจะติดคุกเพิ่ม เพราะละเมิดศาล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2008, 17:01 โดย นทร์ » บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #7 เมื่อ: 25-06-2008, 17:01 »

รอดูองค(ชาต)รักษ์สมเด็จแม้วมาแถครับ
 
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #8 เมื่อ: 25-06-2008, 17:02 »

ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า

วิจารณ์ศาล เดี๋ยวก็โดนอีกคน

...
บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #9 เมื่อ: 25-06-2008, 17:06 »

ทนายพิชิฏ มีกิจการคาร์แคร์ในซอยสตีวิทยา 2 เห็นว่าสินค้ามาจากอังกฤษ
คงได้ไอเดียตอนที่ต้องเดินทางไปอังกฤษบ่อยๆ
ช่วงนี้คงไม่มีเวลาดูแล ภรรยารับหน้าเสื่อแทนละมัง...
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Sth Sweet
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #10 เมื่อ: 25-06-2008, 17:07 »

รอดูองค(ชาต)รักษ์สมเด็จแม้วมาแถครับ
 


TLE......ถึงเค้าจะไม่เห็นด้วยกับวิถีของตะเองในบอร์ดนี้นะ

แต่เค้าสัญญา ว่าถ้าตะเองตามทนายแม้วทั้งสามไปกินขนมในคุกด้วยกัน

เค้าจะเอาข้าวผัดโอเลี้ยง แถมขนม(ไม่แพงขนาดสองล้านนะ) ไปให้น๊าาาาา
รักนะ จุ๊บๆ  
บันทึกการเข้า
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #11 เมื่อ: 25-06-2008, 17:08 »

ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า
วิจารณ์ศาล เดี๋ยวก็โดนอีกคน

...


             

บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #12 เมื่อ: 25-06-2008, 17:09 »

วิจารณ์ศาล เดี๋ยวก็โดนอีกคน

...


ศารเลวใช้ได้เลย หุ หุ
บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #13 เมื่อ: 25-06-2008, 17:10 »

ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า

คดีนี้สำคัญอย่างยิ่ง รอช้าไม่ได้เลยคับ
ไม่งั้นผลเสียจะตกอยู่กับสถาบันตุลาการเอง
ก็จะเข้าทางของอีกฝ่ายที่เป้าประสงค์น่าจะต้องการลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายตุลาการ
ถูกต้องแล้วคับที่ต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วนทันท่วงที

ลืมไปว่า ไม่ต้องรอลงอาญาใช่มั้ยคับ
ศาลฎีกานี่คับ.. เนอะ..
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 25-06-2008, 17:10 »


TLE......ถึงเค้าจะไม่เห็นด้วยกับวิถีของตะเองในบอร์ดนี้นะ

แต่เค้าสัญญา ว่าถ้าตะเองตามทนายแม้วทั้งสามไปกินขนมในคุกด้วยกัน

เค้าจะเอาข้าวผัดโอเลี้ยง แถมขนม(ไม่แพงขนาดสองล้านนะ) ไปให้น๊าาาาา
รักนะ จุ๊บๆ  

 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
Sth Sweet
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #15 เมื่อ: 25-06-2008, 17:11 »

ขออภัยคุณคนไกลเมืองนะคะ ที่โควทคำพูดผิด (รีบร้อนไปหน่อย)

จริงๆตั้งใจโควทของคุณคนนี้เค้าน่ะค่ะ

The Last Emperor โดดเดี่ยวผู้(ไม่)ค่อยน่ารักของพวกเราค่ะ
 

บันทึกการเข้า
fineday
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


« ตอบ #16 เมื่อ: 25-06-2008, 17:12 »

ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า


ไม่เร็วหรอก ทำความผิดกันปลายจมูกศาล ศาลสืบเองได้เลย ไม่ต้องผ่านพวกตำรวย --- บักแม้วกับเมียคงมึน ลืมคิดประเด็นนี้ไป
งานนี้คงไม่มีใครขี้แตก แต่สงสัยจะมีคน "ขี้หด" ... ใครน๊า??? ใครหนอ??? ใครตอบได้ช่วยตอบทีนะจ๊ะ    

คดีอาญา จะนำสืบไปถึงตัว "เจ้าของเงิน" ไหม?
บันทึกการเข้า
totoro on a tree
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112



« ตอบ #17 เมื่อ: 25-06-2008, 17:13 »

ขำๆอ่ะ ตอนนี้ในราชดำเนินวิเคราะห์กันใหญ่

คนทั่วไปมีแต่คนสมน้ำหน้ามัน

ถือว่าใหญ่นัก เราว่าคงเพราะเวรกรรมที่มันก่อไว้

เริ่มออกฤทธิ์แล้ว จริงๆถ้ามันไม่ทำอะไรเลย ก็คงจะดีกว่านี้


แต่ว่าดีใจจริงๆ  

ฝากไปถึงคนที่เชียร์คนทำชั่ว ด่าคนดีด้วยนะ

เวรกรรมมันมีจริงๆค่ะ  เราพูดแค่นี้แหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2008, 17:15 โดย cyber_novice » บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #18 เมื่อ: 25-06-2008, 17:14 »


TLE......ถึงเค้าจะไม่เห็นด้วยกับวิถีของตะเองในบอร์ดนี้นะ

แต่เค้าสัญญา ว่าถ้าตะเองตามทนายแม้วทั้งสามไปกินขนมในคุกด้วยกัน

เค้าจะเอาข้าวผัดโอเลี้ยง แถมขนม(ไม่แพงขนาดสองล้านนะ) ไปให้น๊าาาาา
รักนะ จุ๊บๆ  



เชอะ...เกิดเป็นชะนีย่อมหาความจริงใจได้ยากแท้ สู้เป็นกระเทียมอย่างเติ้ลดีกว่าที่ไขว่คว้าหาความจริงมานอนกอดทุกค่ำคืนย่ะ

"สัมภาษณ์ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ (2) : แล่เนื้อเถือหนัง ‘ตุลาการภิวัฒน์’ แบบไทยๆ

สัมภาษณ์โดย มุทิตา เชื้อชั่ง และชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
ที่มา ประชาไท


ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านมาตลอด 2 ปี อำนาจตุลาการได้มีบทบาทสำคัญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย กระทั่งมีนักวิชาการออกมาชื่นชม และเรียกขานอำนาจตุลาการในยุคนี้ว่า ‘ตุลาการภิวัฒน์’

การที่ศาลกลายเป็นตัวแปรสำคัญในทางการเมือง การที่กฎหมายถูกกำหนดขึ้น ถูกใช้ ถูกตีความท่ามกลางคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์ที่พุ่งตรงไปในระดับหลักการอย่างมากมาย คนใช้กฎหมายกับการเมือง แนบชิดกันอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นโดยไม่เคอะเขิน และได้รับแรงสนับสนุนจากสังคม ฯลฯ เหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อหลักนิติรัฐ และทำให้อำนาจตุลาการ ได้ หรือ เสีย อะไรไปบ้างระหว่างทาง

*****************************

ตอนที่ ๑ อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย

“เราใช้ต้นทุนต่างๆ มาเยอะในช่วงปีกว่าๆ อำนาจ พลัง บารมี ในหลายๆ เรื่อง แล้วมันสึกหรอไปหมด วันนี้ต้นทุนทางสังคมของชนชั้นนำจำนวนมากก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้แต่ศาล ตั้งแต่คุณให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตั้งแต่คุณไม่ให้ประกันตัว กกต.หลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องดี เป็นตุลาการภิวัตน์ แต่ผมมองในทางกลับกันว่า อีกด้านหนึ่งมันกัดเซาะตัวระบบโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวก็ได้”


*****************************

ตอนที่ ๒ แล่เนื้อเถือหนัง ‘ตุลาการภิวัฒน์’ แบบไทยๆ
ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยเรื่องตุลาการภิวัฒน์

*** ทุกวันนี้ เนื้อหาของกฎหมายเป็นยังไง โดยเฉพาะกฎหมายสูงสุด
ผมว่าเนื้อความของกฎหมายมีปัญหาแล้วในหลายเรื่อง ก็เหลือแต่คนใช้ คุณจะใช้กฎหมายในลักษณะที่เป็นธรรมไหม ที่ผ่านมา เราใช้ต้นทุนต่างๆ มาเยอะในช่วงปีกว่าๆ อำนาจ พลัง บารมี ในหลายๆ เรื่องเข้ามาแล้วมันสึกหรอไปหมด วันนี้ต้นทุนทางสังคมของชนชั้นนำจำนวนมากก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้แต่ศาล ตั้งแต่คุณให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตั้งแต่คุณไม่ให้ประกันตัว กกต.หลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องดี เป็นตุลาการภิวัตน์ แต่ผมมองในทางกลับกันว่าอีกด้านหนึ่งมันกัดเซาะตัวระบบโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวก็ได้ แต่ผมตอบไม่ได้ว่าการกัดเซาะแบบนี้มันจะนานเท่าไรถึงจะทำลายตัวโครงกฎหมายทั้งโครง

*** ที่ผ่านมา นักกฎหมายก็ไม่เห็นทำอะไรในการพยายามตรวจสอบการใช้อำนาจศาล นักวิชาการด้านอื่นๆ ยิ่งไปกันใหญ่ เรียกขานกันเลยว่า ‘ตุลาการภิวัตน์’
ก็จริง อำนาจตุลาการถือเป็นอำนาจที่ 3 ในระบอบประชาธิปไตย เขาบอกว่ามันเป็นอำนาจที่อันตรายน้อยที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจที่ active ศาลเริ่มการเองไม่ได้ ที่ไหนไม่มีการฟ้องคดีที่นั่นไม่มีการพิพากษา แต่เราก็รับรู้เหมือนกันในมุมหนึ่งว่าอำนาจที่อันตรายน้อยที่สุดอาจเป็นอันตรายมากที่สุดได้ถ้ามันเริ่ม active หรือขยายหรือก้าวล่วงไปสู่อำนาจอื่น

ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เราอาจไม่ได้ไปมองศาล วงการกฎหมายเองก็คงไม่ได้มองระบบต่างๆ มองในแง่ดีมันทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น วิพากษ์วิจารณ์อะไรได้มากขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่าน ในช่วงที่มีปัญหา มันจะเสียอะไรไปบ้าง

ปัญหาคือโดยพลังที่อำนาจตุลาการมีแต่เดิม มันทำให้คนจำนวนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ และในบ้านเราก็มีกฎหมายบังคับอยู่ จริงๆ การมีกฎหมายคุ้มครองอำนาจรัฐไม่ใช่เรื่องแปลก มันต้องมีความคุ้มครองคนทำงาน แต่ปัญหาคือความพอดีซึ่งขาดมากในบ้านเรา เมื่อไม่พอเหมาะพอประมาณ มันก็คือการกดขี่ในอีกด้านหนึ่ง ทำให้พูดไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี่แหละที่ยุ่งยาก ใครจะเอากระดิ่งไปผูกคอแมว

แต่เอาเข้าจริง มันก็มีความเปลี่ยนแปลง สังคมมีวิวัฒนาการ อะไรที่ถูกตั้งคำถามมันก็จะถูกถามมากขึ้น ผมเชื่อในดุลยภาพของสังคม อะไรที่เกินเลยไปจะต้องถูกดึงกลับมา แต่จะใช้เวลาแค่ไหนเท่านั้นเอง

*** ‘ตุลาการภิวัฒน์’
ตุลาภิวัฒน์ ถ้าไปดูรากฐานที่มาในภาษาอังกฤษ เรียกว่า judicial review คือการที่ฝ่ายศาลหรือฝ่ายตุลาการ ใช้อำนาจในทางตุลาการไปทบทวน ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติ และทางบริหารหรือทางปกครอง

มันคือการเข้าตรวจสอบว่าการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เช่น กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปตรวจสอบการตรากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภาว่าอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญไหม ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานอันหนึ่งของนิติรัฐ หรือรัฐที่ปกครองโดยกฎหมายเป็นใหญ่ที่ถือรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ....

ในอเมริกาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ judicial review เขาจะมองว่า หลักประชาธิปไตยต้องถูกกำกับโดยนิติรัฐด้วย สองเสาหลักนี้เป็นเสาหลักในการค้ำยันประเทศเอาไว้ เพราะถ้าคุณปล่อยให้ผู้แทนราษฎรออกกฎหมายยังไงก็ได้ โดยไม่มีใครเหนี่ยวรั้งเลย อันตรายก็จะเกิด ประเทศที่เจอกับปัญหานี้ชัดเจนคือ เยอรมนี เยอรมนีจึงเกิดศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วเขาก็ใช้อำนาจในทางตุลาการไปทบทวน

อีกกรณีคือการทบทวนการใช้อำนาจในทางปกครอง คือกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองออกกฎ สั่งการไปกระทบสิทธิประชาชน หลักนิติรัฐก็เรียกร้องว่าเวลาที่พวกนี้ใช้อำนาจต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย เมื่อเขาใช้อำนาจล่วงกรอบของกฎหมาย ต้องมีองค์กรที่เป็นกลางเข้ามาตรวจสอบว่าการใช้อำนาจนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็คือศาลปกครองนั่นเอง หรือในประเทศที่ไม่มีศาลปกครองก็ใช้ศาลยุติธรรมแทน

*** หมายความว่าต้องสำรวมในการใช้อำนาจด้วย
ใช่ เพราะมันมีหลักอยู่ว่า การที่เราใช้อำนาจตุลาการเข้าไปควบคุม ตรวจสอบอำนาจพวกนี้ ฝ่ายศาลเองต้องระวังและสำรวมการใช้อำนาจ หมายความว่า ศาลต้องเห็นประเด็นกฎหมายที่อยู่ในบรรดาปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นกฎหมายในปัญหาทางการเมือง ซึ่งมันยุ่งยากซับซ้อนมาก ศาลจะต้องดึงเอาประเด็นทางกฎหมายออกมาแล้วทำให้เป็นประเด็นที่มันชัด แล้วมีเหตุผลในทางกฎหมายเวลาที่ตัดสิน แล้วตัดสินบนพื้นฐานของหลักกฎหมาย

ศาลต้องระวังไม่ไปแสดงออกซึ่งเจตจำนงของการเมืองแทนองค์กรอื่น เช่น ถ้าจะไปวินิจฉัยว่า กฎหมายที่สภาตราขึ้นขัดกับรัฐธรรมนูญ ศาลต้องชี้ให้ได้ว่ามันขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างไร แล้วมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ศาลเห็นว่า ศาลไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ หรือเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่เหมาะ แม้ว่าศาลเห็นเช่นนั้นจริงก็เอาเจตจำนงของตัวเองไปแทนที่เจตจำนงของฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ ศาลไม่มีอำนาจ ถ้าศาลทำอย่างนั้นเท่ากับว่าศาลทำลายหลักการแบ่งแยกอำนาจ...

คำพิพากษาที่ดีต้อง educate หรือให้การศึกษากับทั้งคู่ความและสาธารณะ การให้เหตุผลอย่างที่ผมพูดไปตั้งแต่ตอนต้นว่า คุณให้เหตุผลสั้นๆ ไม่ได้ เรื่องที่มันยิ่งสำคัญคุณต้องให้เหตุผลยาว และต้องชั่งน้ำหนักทุกด้าน

คุณยอมบอกว่า การเลือกตั้งโมฆะ เพราะเหตุว่า กกต. จัดคูหาเลือกตั้งถูกหรือผิด หันคูหาเข้าผนัง เท่านี้ไม่ได้ แต่คุณต้องให้เหตุผลต่อไปว่า มันทำลายเจตจำนงประชาชนอย่างไร แล้วคะแนนเสียงที่ออกมามันไม่นับเป็นเจตจำนงของประชาชนด้วยเหตุอะไร การที่ศาลจะไปตัดสินแบบนี้ ศาลไปทำลายอำนาจของปวงชนหรือไม่ อำนาจอธิปไตยของปวงชนคืออะไร คุณต้องให้เหตุผลในเชิงหลักการทั้งหมด แล้วคุณถึงจะบอกว่าคุณจะตัดสิน...

ผู้พิพากษาของศาลออกมาจากกระบวนยุติธรรม คุณเข้าไปทำงานในทางบริหาร ภายใต้การนำของรัฐบาลที่เกิดขึ้นจากการยึดอำนาจ ส่งคนออกไปในหน่วยงานอื่น โดยเชื่อว่า คนที่มาจากศาลนั้นเป็นคนดีกว่าคนที่อยู่ในหน่วยงานอื่น ทำไมเราถึงคิดอย่างนั้น ทำไมไม่คิดว่าคนที่อยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เป็นคนดีมีคุณธรรมเหมือนกับคนในตุลาการ คนของกรมสรรพากรที่เขาเก่งทำไมไม่คิดว่าเขาเป็นคนดี ผมไม่ได้บอกว่าศาลไม่ดี ผมรู้จักผู้พิพากษาหลายคน มีเพื่อนเป็นผู้พิพากษา มีลูกศิษย์เป็นผู้พิพากษา หลายคนเป็นคนดี มีคนมีความสามารถเยอะ

แต่ในทุกวงการมีทั้งคนดีและคนไม่ดี เราต้องยอมรับตรงนี้ก่อน แล้วคนดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรที่ถูกต้องเสมอ คนดีกับความถูกต้องมันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน มันอาจจะเป็นคนละเรื่องก็ได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องในทางการเมืองที่มีความสลับซับซ้อน แล้วท่านผู้พิพากษาที่อยู่ระบบอย่างนี้ไม่คุ้นเคยหรอกกับไอ้ระบบการเมืองที่มันซับซ้อน

*** แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือ เขาอ้างศาสตร์ของอาจารย์ไปแล้วเรียบร้อย แล้วก็เคลือบด้วยเรื่องของคุณธรรม ศีลธรรม เรื่องนี้จะแยกแยะยังไง เพราะมันถูกผูกโยงกันไป แล้วความดีก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ตัวคุณธรรมนั้นดี มนุษย์ต้องมีคุณธรรม เราก็ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องแยกระหว่างตัวคุณธรรมกับตัวคนซึ่งอ้างคุณธรรมซึ่งเป็นคนละส่วนกัน เหมือนกับที่ผมพยายามจะแยกว่า คุณต้องแยกระหว่างพระเจ้าในศาสนาคริสต์กับศาสนจักรซึ่งอ้างพระเจ้ามาดำเนินการต่างๆ ในนามของพระเจ้า เพราะทั้งศาสนจักรในยุคสมัยกลางที่อ้างพระเจ้า และคนที่อ้างว่าตัวเองมีคุณธรรมในยุคสมัยแห่งเรา ก็ต่างจะอ้างเอาพระเจ้าหรือคุณธรรม มาใช้ในทางซึ่งเป็นประโยชน์กับตัว

แน่นอน คนบางคนเป็นคนดีมีคุณธรรมก็ได้ แต่ถามว่าคนดีมีคุณธรรมทำอะไรไม่ผิดเลยเหรอ มันผิดกันได้ ปัญหาคือ เมื่อคุณอ้างว่าคุณเป็นคนดีมีคุณธรรมแล้ว ในด้านหนึ่งคุณก็มีความคิด ความฝัน ความเชื่อของคุณ แต่มันมีคนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งมีความคิด ความเชื่อ ความฝันไม่ตรงกับคุณ อย่างผมอาจมีความคิด ความฝัน ความเชื่อ ไม่ตรงกับคนซึ่งเป็นคนดีมีคุณธรรม หรืออ้างตัวเองเป็นคนดีมีคุณธรรม ถามว่าถ้าอย่างนั้น ผมเป็นเลวใช่ไหมครับ ที่สุดแล้วหลักแบบนี้มันใช้ไม่ได้

เหมือนเวลาที่บอกให้ประชาชนเลือกคนดีเวลาที่มีการเลือกตั้ง มันเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นเรื่องการเมือง การเมืองคือเรื่องผลประโยชน์ คนชั้นล่างก็ต้องเลือกคนที่มีผลประโยชน์ให้เขา ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูงก็เหมือนกัน คุณเลือกคนที่คุณใกล้ชิด คุณมีผลประโยชน์เกี่ยวพัน มันก็เป็นอย่างนี้ แล้วถามว่าทำไมคุณไม่ตำหนิชนชั้นสูงบ้าง แค่เพียงคุณอ้างว่าด้านนี้มีคุณธรรมเท่านั้นหรือ พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะเข้าข้างอีกด้านหนึ่ง แต่ผมกำลังจะบอกว่า มันคือกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองทั้งหมดเหมือนกัน ผมยังไม่เคยเห็นสถาบันไหนไม่มีผลประโยชน์ทางการเมือง"
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #19 เมื่อ: 25-06-2008, 17:17 »



ไม่เร็วหรอก ทำความผิดกันปลายจมูกศาล ศาลสืบเองได้เลย ไม่ต้องผ่านพวกตำรวย --- บักแม้วกับเมียคงมึน ลืมคิดประเด็นนี้ไป
งานนี้คงไม่มีใครขี้แตก แต่สงสัยจะมีคน "ขี้หด" ... ใครน๊า??? ใครหนอ??? ใครตอบได้ช่วยตอบทีนะจ๊ะ    

คดีอาญา จะนำสืบไปถึงตัว "เจ้าของเงิน" ไหม?



"บทความ: ตุลาการภิวัฒน์ 2 คือรัฐประหารโดยตุลาการ


โดย ฤทธิ์ วิษณุ
ที่มา ชมรมฟ้าใหม่
28 มีนาคม 2551

นับแต่การเปลี่ยนแปลงพ.ศ.2475 โดยคณะราษฎร ซึ่งได้ตัดสินใจนำเอารูปแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขเข้ามาใช้ในการพัฒนาทางการเมืองของประเทศไทย แม้จะมีการแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 อำนาจคือ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ แต่อำนาจหลังสุดนี้ ดูเหมือนจะทำหน้าที่เป็นเพียงแค่อำนาจในระบบตรวจสอบและรองรับอำนาจอื่นมาโดยตลอด ไม่มีอำนาจในการถ่วงดุลแต่อย่างใด

ผู้คนในวงการตุลาการต้องเคยชินกับการถูกเก็บกด ตกเป็นเบี้ยล่างทางอำนาจมาโดยตลอดหลายทศวรรษ เพราะมีบทบาทเป็นเพียงแค่ผู้ใช้ หรือ แสดงอำนาจภายใต้กรอบของกฎหมายที่ถูกกำหนดหรือขีดเส้นให้ตีความได้ตามตัวบทจากอีกสองอำนาจมาโดยตลอด ไม่สามารถเป็นตัวกระทำเพื่อสร้างความยุติธรรมทางสังคมขึ้นมาได้ สถาบันตุลาการกลายเป็นสถาบันที่คร่ำครึ แม้จะดูศักดิ์สิทธิ์จากภายนอกก็เป็นเพียงแค่พิธีการเท่านั้น

แล้ววันหนึ่ง ฟ้าก็เปิดให้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ซึ่งอยู่ในจังหวะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วิกฤตทางการเมือง เพราะอำนาจบริหารและนิติบัญญัติไม่สามารถทำงานต่อไปได้ โดยพระราชดำรัสซึ่งพระราชทานให้แก่ศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกา เพื่อนำประเทศให้พ้นจากวิกฤต “....ที่จะทำให้บ้านเมืองล่มจม บ้านเมืองไม่สามารถที่จะรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง” ซึ่งถือว่า เป็นการใช้อำนาจตุลาการในฐานะอำนาจอธิปไตยโดยองค์พระประมุขเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญของไทย

ปรากฏการณ์ดังกล่าว มีคนพยายามให้คำอธิบายว่าเป็น ตุลาการภิวัฒน์ เพื่อขยายพื้นที่แห่งความยุติธรรมให้กว้างขวางขึ้นในระหว่างที่เกิดสุญญากาศทางอำนาจในห้วงระหว่างยุบสภาของรัฐบาลทักษิณ

ปรากฏการณ์ที่ติดตามมา ได้แก่ หัวขบวนกลุ่มหนึ่งของสถาบันตุลาการได้กระจายตัวกันเข้าสู่วังวนเกลือกกลั้วกับอำนาจทางการเมืองในหลายองค์กร เข้ายึดกุมหรือร่วมสมคบคิดในองคาพยพอย่างจริงจัง เสมือนหนึ่งปีศาจ 108 แห่งเขาเกาเล่งซัว(ในพงศาวดารจีนเรื่อง ซ้องกั๋ง)ที่หลุดออกจากที่คุมขังมาเป็นเวลานาน โดยไม่ใส่ใจหรือแยแสกับคำเตือนของผู้ที่ปรารถนาดีต่อวงการตุลาการว่า การกระทำนั้นอาจเปิดช่องให้นำไปสู่การล้ำเส้นของ “ตุลาการธิปไตย” หรือการปกครองโดยฝ่ายตุลาการ(Judicial Rule) ซึ่งล้ำเกินกรอบของการตรวจสอบเชิงหลักกฎหมายของฝ่ายตุลาการและสุ่มเสี่ยงต่อการที่บุคคลซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะเข้าแทนที่เสียงข้างมากในฐานะกลไกตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อใช้อำนาจแบบเลยเถิดตามกระแสอารมณ์วูบไหวชั่วครู่ชั่วยามของการต่อสู้ทางการเมือง

ผลจากการเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจของตุลาการ ทำให้เราได้เห็นชัดเจนมากขึ้นว่า พวกเขาได้กลายเป็นผู้สมคบคิดกับอำนาจเผด็จการ ใช้โมหาคติแสดงพฤติกรรมอย่างชัดเจนต่างกรรมต่างวาระว่า นอกจากไม่ได้นำความรู้และปัญญามาทำให้ประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤตทางการเมืองชั่วขณะแล้ว พวกเขายังสมอ้างใช้อำนาจเข้าแย่งยึดอำนาจรัฐมาเป็นของตนเองอย่างน่าละอาย

หัวขบวนตุลาการเหล่านี้ที่เคยถูกจำกัดการมีส่วนร่วมใช้อำนาจอย่างขาดตกหกหล่น สมอ้างเอาหลักการเรื่อง ตุลาการตีความก้าวหน้า (Judicial Activism) เพื่อขยายอัตตาและอำนาจของกลุ่มตนเองอย่างเป็นระบบ ทั้งลงมือร่วมสร้างกฎหมายและตีความกฎหมายตามกรอบวิธีคิดของตนเองอย่างเกินเลยด้วยการก้าวข้ามหลักกฎหมายเพื่อการตรวจสอบมาสู่การใช้อำนาจรัฐโดยตรง

สิ่งที่คนเหล่านี้เคยกล่าวหาว่า รัฐบาลทักษิณได้กระทำการหลอมรวมอำนาจ(Fusion of powers) เพื่อสร้างอำนาจเผด็จการรูปแบบใหม่นั้น บัดนี้ กลับกลายเป็นสิ่งที่พวกเขากำลังลงมือกระทำเสียเองอย่างทุศีลและไร้นิติธรรมอย่างเต็มที่

กลุ่มตุลาการกระหายอำนาจที่เคยถูกกำหนดให้ใช้กฎหมายซึ่งคนอื่นเขียนให้เกิดกิเลสแห่งอำนาจตรวจสอบเกินพอดี มาสู่การกำหนดตัวรัฐฐาธิปัตย์เสียเอง และได้ลงมือร่วมกระทำ นับแต่กรณีหักดิบหลักกฎหมายในกรณีใช้กฎหมายย้อนหลังเป็นโทษในการยุบพรรคไทยรักไทย มาถึงการทำหูหนวกตาบอด มองไม่เห็นว่า วีซีดี.ของนายพลจากกองทัพที่สั่งกำลังพลใต้บังคับบัญชาไปลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หรือเอกสารลับคมช.เป็นความผิด ในขณะที่ตั้งหน้าตั้งตาเอาเป็นเอาตายกับการกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ของนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชนและพรรคอื่นๆ

จนท้ายที่สุด เมื่อพรรคดังกล่าว ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ตามหลักประชาธิปไตยของปวงชน และตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมาได้ พวกตุลาการก็ร่วมสมคมคิดหาสาเหตุยุบพรรคกันไปเลย

การแสดงพฤติกรรมในลักษณะของการตรากฎหมายประหนึ่งอำนาจนิติบัญญัติหรือมีลักษณะของการกำหนดนโยบายทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ฯลฯ ประหนึ่งอำนาจบริหารของกลุ่มตุลาการกระหายอำนาจในยามที่บ้านเมืองกำลังเดินออกจากภาวะวิกฤต และสถานการณ์ทางการเมืองกลับเข้าสู่ปกติ ขณะที่ทหารในกองทัพได้ทิ้งอำนาจรัฐประหารเพื่อกลับเข้าสู่กรมกอง เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า แสดงตัวโดยเปิดเผยว่า บัดนี้พวกเขาได้เคลื่อนพลเข้ายึดกุมกลไกรัฐแทนที่กองทัพเป็นที่เรียบร้อย โดยการละเมิดหลักการเรื่อง จิตวิญญาณของกฎหมาย(Spirit of law)อย่างไร้ยางอาย

ตุลาการภิวัฒน์ ได้เปลี่ยนสีแปรธาตุเป็นการรัฐประหารรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกของโลกไปเสียแล้ว นั่นหมายถึงพวกเขาได้สร้างวิกฤตทางการเมืองขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เพื่อแก้วิกฤตที่จบลงไปแล้ว

พฤติกรรมแหกคอกของตุลาการกระหายอำนาจจำนวนน้อยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันตุลาการเท่านั้น พวกเขายังกระทำการละเมิดพระราชดำรัสที่พระราชทานมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2549 อย่างไม่มีชิ้นดี ถือเป็นการจัดการงานนอกสั่งที่สุดบังอาจ

เราจะต้องเปิดโปงและหาทางหยุดยั้งพฤติกรรมกระหายอำนาจ และสมอ้างจัดการงานนอกสั่งของตุลาการเหล่านี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ประชาธิปไตยจะถูกย่ำยีมากกว่านี้"
บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #20 เมื่อ: 25-06-2008, 17:17 »

โคดซวยเลย....

แต่ก็สมน้ำหน้าละ
ถูกใช้ให้ไปทำงานบ้า ๆ บอ ๆ
ยังเสรือกทำ
ค่าจ้างขนขนม(เงิน)คงได้ไม่กี่บาทหรอก

แต่....ว่าแต่ว่า
จะจำคุกแค่พวกตีนโรงตีนศาลไร้ราคาพวกนี้เหรอ
ก็แค่ลิ่วล้อรับจ้าง
ไหนเลย คนพวกนี้ จะมีเงิน 2 ล้าน หิ้วไปฝากศาลได้


เงินใคร?
ใครใช้มา?
ต้องสืบสาว เอาความนะ
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
room5
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



« ตอบ #21 เมื่อ: 25-06-2008, 17:20 »

ธนาไม่มาศาลอ้างปวดหัว ตอนนี้ออกหมายจับละ
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 25-06-2008, 17:21 »

โคดซวยเลย....

แต่ก็สมน้ำหน้าละ
ถูกใช้ให้ไปทำงานบ้า ๆ บอ ๆ
ยังเสรือกทำ
ค่าจ้างขนขนม(เงิน)คงได้ไม่กี่บาทหรอก

แต่....ว่าแต่ว่า
จะจำคุกแค่พวกตีนโรงตีนศาลไร้ราคาพวกนี้เหรอ
ก็แค่ลิ่วล้อรับจ้าง
ไหนเลย คนพวกนี้ จะมีเงิน 2 ล้าน หิ้วไปฝากศาลได้


เงินใคร?
ใครใช้มา?
ต้องสืบสาว เอาความนะ


ระวัง มันอาจะโดนเงินฟาดหัวจนสมองเสื่อมไปชั่วขณะ  
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #23 เมื่อ: 25-06-2008, 17:25 »

ข่าวแว่วมาว่า หนีแล้วครับนายธนา ตอนนี้ออกหมายจับแล้ว
 
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
hitman
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #24 เมื่อ: 25-06-2008, 17:31 »

แผ่นดินนี้ไม่เหมาะกับขี้ข้าแม้วเสียแล้ว   


แต่คนอน่างขี้ข้าปลายแถวในเวปนี้มันจะได้ทันหนีไปเกากรงกับไอ้แม้วหรือเปล่า




สงสัยอยู่อย่างเดียว   หลังจากที่ไอ้แม้วทิ้งมันไปแล้ว      มันกล้าจะ   ไม่ยืนอีกไหม


            สมน้ำหน้า
บันทึกการเข้า
fineday
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


« ตอบ #25 เมื่อ: 25-06-2008, 17:35 »

เอามาฝากเติ้ลคนเดียว...นะจ๊ะ

หลักฐาน คงจะชัด
สมควรแล้ว 
 

เพื่อนเลิฟชิ่งแล้วน๊า เติ้ลควรเตรียมทางหนีทีไล่ไว้บ้าง
พ่อแม้วติดคุกตามทนายไป จะได้ไม่ตรอมใจ
เป็นห่วง กลัวเติ้ลผอมง่ะ 
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #26 เมื่อ: 25-06-2008, 17:36 »

ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้กับคุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #27 เมื่อ: 25-06-2008, 17:37 »

เงินถ้าเบิกมาจากธนาคาร สามารถสาวไปถึงคนที่เบิกออกมาได้และก็จะรู้ด้วยว่าเบิกมาจากบัญชีไหน ครับ

นอกจากจะใช้ ธนบัตรใช้แล้วจากท้องตลาดก้จะยากหน่อย แต่ที่ดูจากรูปถ่ายแล้วรู้สึกว่าเป็นธนบัตรใหม่

ดังนั้นก็น่าจะมีสืทธิ์ที่จะสาวไปถึงเจ้าของเงินได้ครับ

บันทึกการเข้า
KILL...ER
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #28 เมื่อ: 25-06-2008, 17:40 »

อย่าเพิ่งด่วนสรุป

เกมส์นี้ยังไม่จบ

เมื่อเล่นกันสกปรก ใส่ร้ายใส่ความกันขนาดนี้

อย่าได้ฝันว่าจะเกิดความปรองดองกันในชาติ

งานนี้ยาวเสียแล้ว

เตรียมตัวตุนไวไว (ไม่แดกบะหมี่ศักดินามาม่า) ไว้ได้เลยพี่น้อง

บันทึกการเข้า

จงภาคภูมิใจในความเป็นไพร่กระฎุมพี
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #29 เมื่อ: 25-06-2008, 17:41 »

ในพันทิป ประชาไท ยอมรับคำตัดสินนี้ไหมล่ะครับ?

เพราะ 14 ล้านเสียงอยู่ตรงนั้น
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
KILL...ER
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #30 เมื่อ: 25-06-2008, 17:42 »

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้กับคุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787



เป็นแค่เสมียนทนาย ก็พอแล้ว 5555
บันทึกการเข้า

จงภาคภูมิใจในความเป็นไพร่กระฎุมพี
คนไกลเมือง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 167


เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์


« ตอบ #31 เมื่อ: 25-06-2008, 17:43 »

อย่าเพิ่งด่วนสรุป

เกมส์นี้ยังไม่จบ

เมื่อเล่นกันสกปรก ใส่ร้ายใส่ความกันขนาดนี้

อย่าได้ฝันว่าจะเกิดความปรองดองกันในชาติ

งานนี้ยาวเสียแล้ว

เตรียมตัวตุนไวไว (ไม่แดกบะหมี่ศักดินามาม่า) ไว้ได้เลยพี่น้อง



โถๆๆๆ ถ้าไอ้สมเด็จแม้ว มันแน่จริงมันออกตัวนานแล้ว วันก่อนเป็นไง ไปยืนไหว้ปะหลกๆ กับป๋าเปรม คนจริงเขาไม่ทำกันครับ อย่าหลอกตัวเองอีกเลย ออกมาดูความจริงเหอะ
 
บันทึกการเข้า

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นราชพลี
西施无情
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 456


ไซซีไ้ร้ใจ


« ตอบ #32 เมื่อ: 25-06-2008, 17:44 »

ศาลตัดสินก็หาว่าเล่นสกปรก

ทีคดีของทักษิณก็ท้าให้ศาลตัดสิน

บันทึกการเข้า

我愛你, 陈一冰,
justy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,250



« ตอบ #33 เมื่อ: 25-06-2008, 17:59 »


NBT จะเสนอข่าวนี้ยังไง  Rolling Eyes
บันทึกการเข้า

พรรคไทยรักไทยมิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ควรต้องสร้างความยั่งยืนให้แก่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมั่นคงกับหลักการที่ว่า กฎหมายต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นข้อบ่งชี้ด้วยว่า พรรคไทยรักไทย มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่มุ่งประสงค์เพียงดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ นอกเหนือจากครรลองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศตลอดจนบทกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่หาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาลมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบหรือบริหารราชการแผ่นดินโดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อ
chaidan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203



« ตอบ #34 เมื่อ: 25-06-2008, 17:59 »

สงสัยได้เงินมาเยอะ เลยกล้าเสี่ยง ทำมาหากินทางคดีความไม่ได้แล้วทั้งชาติ สม
บันทึกการเข้า
portegasdace
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23



« ตอบ #35 เมื่อ: 25-06-2008, 18:09 »

ทำใจไว้ได้เลยต้องมีคนมาเหน็บศาลแหงๆ

เพราะว่าใครทำอะไรขัดแย้ง กับ อดีตท่านนายก

หรืออาชญากรประเทศ คนนี้ ต้องเป็นอันผิดเสียหมด

เพราะว่า ท่านผู้นี้ทำอะไรถูกไปเสียหมด

เรื่องแดงขนาดนี้ แถได้อีกตามเรื่อง
บันทึกการเข้า
เพื่อนร่วมชาติ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #36 เมื่อ: 25-06-2008, 18:13 »

เห็นอาการทุรนทุรายของสาวกพันธุ์ขี้ข้าของลัทธิศาสดาหน้าเหลี่ยมในกระทู้นี้แล้ว

สะใจหวะ

  

บันทึกการเข้า
ผมเองครับ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 101



« ตอบ #37 เมื่อ: 25-06-2008, 18:14 »

คิดถึงเอียชูนะครับที่เอาโอเลี้ยงไปให้3 หนา แต่เฮียคงไม่กล้าแล้วถ้าขืนทำอีกสงสัยศาลเอาติดคุก  
บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #38 เมื่อ: 25-06-2008, 18:15 »

NBT จะเสนอข่าวนี้ยังไง  Rolling Eyes

เสนอข่าว ม็อบพันธมิตร สร้างความเดือดร้อนให้คนแถวนั้น ต่อไป
เหมียนเดิมมมมมมม
 
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
อมพระมาพูด
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 918


สนิมเกิดแต่เนื้อในตน


« ตอบ #39 เมื่อ: 25-06-2008, 18:21 »

สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม......  สงสัยได้กะตังแยะแฮะ หลังไอคุกๆๆๆๆ 
บันทึกการเข้า

พึงทำความเพียรในวันนี้ ใครเล่าจะรู้วันตายในวันพรุ่ง
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #40 เมื่อ: 25-06-2008, 18:24 »

เงินถ้าเบิกมาจากธนาคาร สามารถสาวไปถึงคนที่เบิกออกมาได้และก็จะรู้ด้วยว่าเบิกมาจากบัญชีไหน ครับ

นอกจากจะใช้ ธนบัตรใช้แล้วจากท้องตลาดก้จะยากหน่อย แต่ที่ดูจากรูปถ่ายแล้วรู้สึกว่าเป็นธนบัตรใหม่

ดังนั้นก็น่าจะมีสืทธิ์ที่จะสาวไปถึงเจ้าของเงินได้ครับ



น่าเสียดายที่ไม่ได้ยึดเงินของกลางเอาไว้ก่อนนะครับ

ถ้าเป็นธนบัตรใหม่เีรียงเลขอาจค้นได้ถึงธนาคารต้นทาง
แม้จะไม่แน่ว่าอาจเบิกมาใส่เซฟไว้นานแล้วก็ตาม

ตอนนี้ถ้าจนแต้มจริงๆ ทนายอาจจะบอกว่าเก็บเงินได้
โดยไม่ได้เบิกมาจากธนาคารที่ไหน
ขนาดมุกตื้นๆ อย่าง "หยิบถุงผิด" ก็ยังใช้มาแล้ว  
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #41 เมื่อ: 25-06-2008, 18:28 »

ที่มาของเงิน จะเป็นสำนวนในคดีที่ตำรวจจะต้องทำเสนอฟ้องผ่านอัยการ เพราะศาลท่านจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีติดสินบนอีกคดีหนึ่ง นอกเหนือจากการสั่งจุคุกในกรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยบนศาลหรือละเมิดอำนาจศาล  

ตำรวจจะต้องไปสืบสวนว่าเงินนั้นมาจากที่ใด ซึ่งคำให้การเบื้องต้นของทนายที่ถูกจำคุก อ้างว่าได้มาจากการขายนาฬิกา ซึ่งก็ต้องไปหาพยานที่ซื้อนาฬิกานั้นไป และนำนาฬิกาดังกล่าวมาเป็นวัตถุพยานด้วย อีกทั้งทนายที่ตกเป็นจำเลยก็ต้องนำสืบว่า ซื้อนาฬิกามาจากที่ใด มีหลักฐานการซื้ออย่างไร อาจจะลามไปถึงต้องนำสืบว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ และพยานที่ซื้อไปก็ต้องถูกตรวจสอบว่า เอสเงินที่ไหนมาซื้อ เบิกมาจากที่ใด ซื้อขายกันวันใด อีกทั้งยังมีคำให้การว่า เตรียมเงินที่ขายนาฬิกาไว้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม ก็ต้องไปนำสืบอีกว่าจะไปซื้อที่ใด  

คือ โกหกนั้นนอกจากจะตายตกนรกแล้ว   การโกหกนั้นย่อมมีความขัดแย้งกับข้อมูลจริงมากมาย ยิ่งโกหกจะยิ่งถลำลึก หลักฐานเท็จยิ่งมากยิ่งถูกตรวจสอบง่าย พยานเท็จยิ่งมาก ยิ่งซวยกันไปทั้งโขยง

ด้วยคำพิพากษาครั้งนี้ จะสะกดให้พยานเท็จลังเลที่จะมาเสี่ยงคกเสี่ยงตาราง และผู้ที่สรางหลักฐานเท็จ ย่อมสยองที่จะเข้าปิ้งไปด้วย คดีนี้ในที่สุด จำเลยทั้งสาม อาจจะยอมรับว่าตนคิดเองที่จะติดสินบนศาล เพื่อตัดตอนเจ้านายให้พ้นผิด

ยอมติดคุกแทนกันจนขนาดนี้แล้ว เจ้านายย่อมเอ็นดูเป็นธรรมดา ขี้ข้าไปตายแทน นายที่ดีย่อมเลี้ยงคู่สมรสและบุตรธิดาเป็นการตอบแทน  ทั้งนี้ยกเว้นที่นายก็ไปตายด้วย จบกันไป  
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #42 เมื่อ: 25-06-2008, 18:29 »

เงินถ้าเบิกมาจากธนาคาร สามารถสาวไปถึงคนที่เบิกออกมาได้และก็จะรู้ด้วยว่าเบิกมาจากบัญชีไหน ครับ

นอกจากจะใช้ ธนบัตรใช้แล้วจากท้องตลาดก้จะยากหน่อย แต่ที่ดูจากรูปถ่ายแล้วรู้สึกว่าเป็นธนบัตรใหม่

ดังนั้นก็น่าจะมีสืทธิ์ที่จะสาวไปถึงเจ้าของเงินได้ครับ

ยังไม่เคยเห็นรูปถ่ายเงินที่ว่าเลยค่ะ ถ้ามีกรุณานำมาแปะได้ไหมคะ 
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #43 เมื่อ: 25-06-2008, 18:37 »

ประกาศ รับสมัครงาน ด่วนนนนนนนนนนนนนน

ตำแหน่ง : คนถือกระเป๋าเงิน

ให้สมัครด้วยตนเองที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า   



http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787

อ้างถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้คุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน

บันทึกการเข้า
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #44 เมื่อ: 25-06-2008, 18:47 »

ยังไม่เคยเห็นรูปถ่ายเงินที่ว่าเลยค่ะ ถ้ามีกรุณานำมาแปะได้ไหมคะ 

เคยเห็นแต่ตอนเงินวางเรียงกันอยู่ในกล่องขนม

ไม่แน่ใจว่า เห็นในข่าวทีวี หรือใน นสพ.

แต่ยังไม่เคยเห็นตอน นำมาแบ-คลี่ ให้เห็นกันจะ ๆ นอกกล่อง

(ใครมีรูป เอามาให้ดูด้วยจ้า อยากเห็นเหมือนกัน)
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #45 เมื่อ: 25-06-2008, 18:47 »

ที่มาของเงิน จะเป็นสำนวนในคดีที่ตำรวจจะต้องทำเสนอฟ้องผ่านอัยการ เพราะศาลท่านจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีติดสินบนอีกคดีหนึ่ง นอกเหนือจากการสั่งจุคุกในกรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยบนศาลหรือละเมิดอำนาจศาล  

ตำรวจจะต้องไปสืบสวนว่าเงินนั้นมาจากที่ใด ซึ่งคำให้การเบื้องต้นของทนายที่ถูกจำคุก อ้างว่าได้มาจากการขายนาฬิกา ซึ่งก็ต้องไปหาพยานที่ซื้อนาฬิกานั้นไป และนำนาฬิกาดังกล่าวมาเป็นวัตถุพยานด้วย อีกทั้งทนายที่ตกเป็นจำเลยก็ต้องนำสืบว่า ซื้อนาฬิกามาจากที่ใด มีหลักฐานการซื้ออย่างไร อาจจะลามไปถึงต้องนำสืบว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ และพยานที่ซื้อไปก็ต้องถูกตรวจสอบว่า เอสเงินที่ไหนมาซื้อ เบิกมาจากที่ใด ซื้อขายกันวันใด อีกทั้งยังมีคำให้การว่า เตรียมเงินที่ขายนาฬิกาไว้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม ก็ต้องไปนำสืบอีกว่าจะไปซื้อที่ใด  

คือ โกหกนั้นนอกจากจะตายตกนรกแล้ว   การโกหกนั้นย่อมมีความขัดแย้งกับข้อมูลจริงมากมาย ยิ่งโกหกจะยิ่งถลำลึก หลักฐานเท็จยิ่งมากยิ่งถูกตรวจสอบง่าย พยานเท็จยิ่งมาก ยิ่งซวยกันไปทั้งโขยง

ด้วยคำพิพากษาครั้งนี้ จะสะกดให้พยานเท็จลังเลที่จะมาเสี่ยงคกเสี่ยงตาราง และผู้ที่สรางหลักฐานเท็จ ย่อมสยองที่จะเข้าปิ้งไปด้วย คดีนี้ในที่สุด จำเลยทั้งสาม อาจจะยอมรับว่าตนคิดเองที่จะติดสินบนศาล เพื่อตัดตอนเจ้านายให้พ้นผิด

ยอมติดคุกแทนกันจนขนาดนี้แล้ว เจ้านายย่อมเอ็นดูเป็นธรรมดา ขี้ข้าไปตายแทน นายที่ดีย่อมเลี้ยงคู่สมรสและบุตรธิดาเป็นการตอบแทน  ทั้งนี้ยกเว้นที่นายก็ไปตายด้วย จบกันไป  

เป็นเจ้าของนาฬิการาคา 2 ล้านถือว่าไม่ธรรมดาด้วยนะครับ
ต้องสอบด้วยว่าไปได้นาฬิกามาได้อย่างไร เอาเงินที่ไหนซื้อ

ผมว่าคราวหน้าควรใช้มุกขายพระเครื่อง เพราะราคาไม่แน่นอน
อ้างได้ด้วยว่าเป็นของเก่าเก็บจากปู่ของปู่ ซึ่งหาที่มาไม่ได้
และพระเครื่องเก่าเก็บฝุ่นจับขายได้เป็นล้านเป็นเรื่องธรรมดา

หรือจะใช้พระเครื่องติดสินบนแทนเงินสดก็ยังได้แบบเนียนๆ
คิดได้ยังไงหอบเงินไปตรงๆ รนหาที่แท้ๆ  
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
cameronDZ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,827


my memory


« ตอบ #46 เมื่อ: 25-06-2008, 18:58 »


คิดได้ยังไงหอบเงินไปตรงๆ รนหาที่แท้ๆ

อ่า...คุณจี สงสัยแบบเดียวกับที่คุณพงษ์เทพ อดีตผู้พิพากษาที่ลดตัวลงไปเป็นเลขาฯส่วนตัวนายใหญ่ สงสัยเลยนะครับ
 
ฝ่ายคนรักเหลี่ยม เขาก็เอาประเด็นนี่ล่ะ มาต่อสู้
บันทึกการเข้า

ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ ขอขมา
จากใครแม้แต่สักคนเดียวเลย
...เช่นกัน คำขอบคุณ ก็ยังไม่เคยมีสักคำ...
แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในใจพวกเขาคงคิดคำเหล่านี้อยู่บ้างหรอก
...แค่คิด ไม่ต้องบอกออกมา ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว...
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #47 เมื่อ: 25-06-2008, 19:02 »

                [size=15อ้าวไม่รอลงอาญาอีก แบบนี้ได้ไปว่าความในคุกดิไอ่ทนายไร้จรรยาบรร เสียชื่อทนายหมดpt][/size]




                                                     เรียนมาแล้วโง่น่าจะออกไปเลี้ยงควายนานละ
บันทึกการเข้า

เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #48 เมื่อ: 25-06-2008, 21:00 »

เป็นเจ้าของนาฬิการาคา 2 ล้านถือว่าไม่ธรรมดาด้วยนะครับ
ต้องสอบด้วยว่าไปได้นาฬิกามาได้อย่างไร เอาเงินที่ไหนซื้อ

ผมว่าคราวหน้าควรใช้มุกขายพระเครื่อง เพราะราคาไม่แน่นอน
อ้างได้ด้วยว่าเป็นของเก่าเก็บจากปู่ของปู่ ซึ่งหาที่มาไม่ได้
และพระเครื่องเก่าเก็บฝุ่นจับขายได้เป็นล้านเป็นเรื่องธรรมดา

หรือจะใช้พระเครื่องติดสินบนแทนเงินสดก็ยังได้แบบเนียนๆ
คิดได้ยังไงหอบเงินไปตรงๆ รนหาที่แท้ๆ  


คุณ jerasak ครับ ผมเคยว่าจะเน้นเรื่องพระเครื่องอยู่เชียวครับ

เพิ่งได้แต่เกริ่นๆไว้ พระเครื่ององค์ ราคา 10-20 ล้านบาท

อันนี้เขาไม่ต้องว่ารับมรดกหรอกครับ ที่ผมคิดเห็นหนทางหลบเลี่ยง

รวยผิดปกติ ง่ายนิดเดียว ผมซื้อมาสมมุติ 1 ล้าน จากนาย ก.

แล้วผมขายให้ นาย ข. 10 ล้านบาท โดยคนเลี่ยงรู้กับ คนซื้อ-ฃาย


รับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมีมา  ผมก็คิดว่าจบเอาง่ายๆนะครับ...





บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #49 เมื่อ: 25-06-2008, 21:14 »


คุณ jerasak ครับ ผมเคยว่าจะเน้นเรื่องพระเครื่องอยู่เชียวครับ

เพิ่งได้แต่เกริ่นๆไว้ พระเครื่ององค์ ราคา 10-20 ล้านบาท

อันนี้เขาไม่ต้องว่ารับมรดกหรอกครับ ที่ผมคิดเห็นหนทางหลบเลี่ยง

รวยผิดปกติ ง่ายนิดเดียว ผมซื้อมาสมมุติ 1 ล้าน จากนาย ก.

แล้วผมขายให้ นาย ข. 10 ล้านบาท โดยคนเลี่ยงรู้กับ คนซื้อ-ฃาย


รับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมีมา  ผมก็คิดว่าจบเอาง่ายๆนะครับ...



ตอนถูกจับได้ คิดไม่ทันค่ะ ออกมุขนาฬิกาไว้

เขาบอกว่า ไม่มีอาชญากรรมใดสมบูรณ์แบบ

ก็แบบนี้ล่ะค่ะเป็นตัวอย่าง 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: