ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
07-07-2020, 17:30
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ชาญวิทย์ เกษตรศิริ : "ปราสาทเขาพระวิหาร"เป็นของเขมร 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ : "ปราสาทเขาพระวิหาร"เป็นของเขมร  (อ่าน 11845 ครั้ง)
พบกันครึ่งทาง
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


« ตอบ #50 เมื่อ: 23-06-2008, 19:27 »

เครดิตใครมันไม่สำคัญไปกว่า  ว่าความจริงมันคืออะไร

ไหนใครในนี้บอกไม่ใช่เหรอว่ารัฐบาลยกบันได 160 ขั้นให้เขมร
เลยโดนรัฐบาลแก้ลำขอขึ้นทะเบียนกะไดซะเลยให้มันรู้แล้วรู้รอด

จะว่าไงอีก  เลยเปลี่ยนไปขอขึ้นทะเบียนร่วมกะเขาเนี่ย
สะกดคำว่าหน้าด้านเปงกันเปล่าว๊า

ศ่าลโลกตัดสินให้เขาไปแล้ว ตั้ง 46 ปี โดยไม่มีการคัดค้านใดๆหลังจากนั้น
จะเอาก็ต้องทำสงคราม  ถ้าจะเอางั้นจริง
แล้วความชอบธรรมในสายตาชาวโลกมันจะอยู่ที่ใคร คิดสิคิด

ไปขัดแข้งขัดขาเขา แล้วได้อะไร
ไปถามไอ้ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ  ว่ามันมีวิธีไหนเอาเขาพระวิหารคืนโดยไม่ทุเรศ
บันทึกการเข้า
montra
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #51 เมื่อ: 23-06-2008, 19:41 »

ยกปราสาท เขาพนมรุ้งให้ด้วย เพราะเป็นศิลปะ ขอมวะ
บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #52 เมื่อ: 23-06-2008, 19:51 »

ประเด็น ประเด็นเขาพระวิหาร จุดติดแล้ว


ในเขมรนะ


เตรียมอพยพคนไทยกลับประเทศได้

 

ไล่คนไทยกลับประเทศ ปิดด่านตลาดโรงเกลือไปเลย ก็ได้ครับ...

 


บันทึกการเข้า
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« ตอบ #53 เมื่อ: 23-06-2008, 19:56 »

อ้างถึง
ประเด็น ประเด็นเขาพระวิหาร จุดติดแล้ว


ในเขมรนะ


เตรียมอพยพคนไทยกลับประเทศได้


สมเพชสมองขี้เปียกโพสต์โชว์งั่งหว่ะ
อิอิ+...โง่แล้วยังอวดฉลาดจริงหนอ
ตรูว่า มรึงไปบอกเขมรโคดมารดาท่านรีบอพยพออกไปจากเมืองไทยเถิด
ค หนอ ค เหลี่ยม เอ๊ย เหลี่ยม งั่ง เอ๊ย
อิอิ+


 
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #54 เมื่อ: 23-06-2008, 20:10 »

ยกปราสาท เขาพนมรุ้งให้ด้วย เพราะเป็นศิลปะ ขอมวะ
ถ้าเรื่องศิลปะขอมล่ะก็มีเป็นสิบ ๆ แห่งเลย
บันทึกการเข้า
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« ตอบ #55 เมื่อ: 23-06-2008, 20:29 »

เครดิตใครมันไม่สำคัญไปกว่า  ว่าความจริงมันคืออะไร

อ้างถึง
ไหนใครในนี้บอกไม่ใช่เหรอว่ารัฐบาลยกบันได 160 ขั้นให้เขมร
เลยโดนรัฐบาลแก้ลำขอขึ้นทะเบียนกะไดซะเลยให้มันรู้แล้วรู้รอด

จะว่าไงอีก  เลยเปลี่ยนไปขอขึ้นทะเบียนร่วมกะเขาเนี่ย
สะกดคำว่าหน้าด้านเปงกันเปล่าว๊า

ศ่าลโลกตัดสินให้เขาไปแล้ว ตั้ง 46 ปี โดยไม่มีการคัดค้านใดๆหลังจากนั้น
จะเอาก็ต้องทำสงคราม  ถ้าจะเอางั้นจริง
แล้วความชอบธรรมในสายตาชาวโลกมันจะอยู่ที่ใคร คิดสิคิด

ไปขัดแข้งขัดขาเขา แล้วได้อะไร
ไปถามไอ้ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ  ว่ามันมีวิธีไหนเอาเขาพระวิหารคืนโดยไม่ทุเรศ

นี่คือผลผลิตความรู้ภูมิปัญญาจากซ่องฟรีทีวีEเพ็ญ
น่าอนาถหัวกระบาลคนไทย..ช่างเหมาะกับคำโบราณ "บัวใต้น้ำ + สีซอให้ ค ฟัง"
อิอิ+


 
บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #56 เมื่อ: 23-06-2008, 20:33 »

เครดิตใครมันไม่สำคัญไปกว่า  ว่าความจริงมันคืออะไร

ไหนใครในนี้บอกไม่ใช่เหรอว่ารัฐบาลยกบันได 160 ขั้นให้เขมร
เลยโดนรัฐบาลแก้ลำขอขึ้นทะเบียนกะไดซะเลยให้มันรู้แล้วรู้รอด

จะว่าไงอีก  เลยเปลี่ยนไปขอขึ้นทะเบียนร่วมกะเขาเนี่ย
สะกดคำว่าหน้าด้านเปงกันเปล่าว๊า

ศ่าลโลกตัดสินให้เขาไปแล้ว ตั้ง 46 ปี โดยไม่มีการคัดค้านใดๆหลังจากนั้น
จะเอาก็ต้องทำสงคราม  ถ้าจะเอางั้นจริง
แล้วความชอบธรรมในสายตาชาวโลกมันจะอยู่ที่ใคร คิดสิคิด

ไปขัดแข้งขัดขาเขา แล้วได้อะไร
ไปถามไอ้ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ  ว่ามันมีวิธีไหนเอาเขาพระวิหารคืนโดยไม่ทุเรศ

ถ้าจะพูดว่าเราไม่มีการทำอะไรหลังจากนั้น ถ้าจะผิด ข้างล่างนั้นมีคำพูดของ นายพลผ้าขาวม้าแดง

แสดงถึงการไม่ยอมรับในอธิปไตยเขมร อย่างแน่นอน

ผมอยากจะรู้ว่า ฮุนเซนจะมีวิธีอะไรในการชนะเลือกตั้ง ยกเว้นปลุกระดมให้คนคลั่งชาติเผาสถานฑุตไทย
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #57 เมื่อ: 23-06-2008, 20:33 »

งดส่งออกผงชูรสไปเขมรซักสามอาทิตย์ก็แดงกันทั้งประเทศแล้ว  
บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #58 เมื่อ: 23-06-2008, 20:38 »

เครดิตใครมันไม่สำคัญไปกว่า  ว่าความจริงมันคืออะไร

ไหนใครในนี้บอกไม่ใช่เหรอว่ารัฐบาลยกบันได 160 ขั้นให้เขมร
เลยโดนรัฐบาลแก้ลำขอขึ้นทะเบียนกะไดซะเลยให้มันรู้แล้วรู้รอด

จะว่าไงอีก  เลยเปลี่ยนไปขอขึ้นทะเบียนร่วมกะเขาเนี่ย
สะกดคำว่าหน้าด้านเปงกันเปล่าว๊า

ศ่าลโลกตัดสินให้เขาไปแล้ว ตั้ง 46 ปี โดยไม่มีการคัดค้านใดๆหลังจากนั้น
จะเอาก็ต้องทำสงคราม  ถ้าจะเอางั้นจริง
แล้วความชอบธรรมในสายตาชาวโลกมันจะอยู่ที่ใคร คิดสิคิด

ไปขัดแข้งขัดขาเขา แล้วได้อะไร
ไปถามไอ้ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ  ว่ามันมีวิธีไหนเอาเขาพระวิหารคืนโดยไม่ทุเรศ


ไม่ขัดแข้งขัดขาแล้วใครได้ประโยชน์ล่ะ  ชิ่ว ๆ ๆๆ
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #59 เมื่อ: 23-06-2008, 20:56 »

เจ้ากรมแผนที่ทหาร อธิบดีฯ กระทรวงการต่างประเทศ มากันหลายคน

เชิญชมให้หายข้องใจ

หรือไม่หาย ก็ได้รายชื่อคนให้ด่าเพิ่ม

จะเป็นอย่างไหน แล้วแต่อคติประจำใจ/ มิจฉาทิฐิส่วนตน


 
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
เบื่อไอ้เหลี่ยม
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 389


« ตอบ #60 เมื่อ: 23-06-2008, 22:34 »

คนเขมร รวมถึงคนไทยใจเขมรแบบ mebeam ควรออกจากประเทศไทยไปด้วยเลยนะครับ
บันทึกการเข้า
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #61 เมื่อ: 23-06-2008, 22:40 »





















 
บันทึกการเข้า

อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #62 เมื่อ: 23-06-2008, 23:04 »

เอกสารที่นำมาอ้างอิงรกบอร์ดเปล่า ๆ มันไม่มีค่าพอที่นำมาอ้างอิงหรอก คราวคดีหมิ่นเห็นทหารนอกรีตมันมุดอยู่แต่ในรู
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
นักปฏิวัติ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #63 เมื่อ: 23-06-2008, 23:57 »

อ้างถึง ข้อความของ อ.ชาญวิทย์

“...แผนที่และสัญญาเหล่านั้นขีดเส้นให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในอินโดจีนของฝรั่งเศส หาได้ใช้หลักทางภูมิศาสตร์หรือสันปันน้ำ หรือทางขึ้นไม่

การกำหนดพรมแดนดังกล่าว รัฐบาลสยามในสมัยนั้นของรัชกาลที่ 5 และสมเด็จกรมพระยาดํารงฯ ได้ยอมรับไปโดยปริยายโดยมิได้มีการท้วงติงแต่อย่างใด..."

เป็นความฉลาด แต่ขาดความเฉลียว และเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ของ รัชกาลที่ 5 เนื่องจาก ข้อเท็จจริงคือท่านเกรงว่าฝรั่งเศส ซึ่งนำเรือปืนล่องน้ำเจ้าพระยามาจ่อ และประเมินแล้วว่าแสนยานุภาพ เราสู้ไม่ได้ในการรบระยะยาว จึงกลัวว่าถ้าแข็งขืนแล้ว เราแพ้สงคราม จะถูกฝรั่งเศสยึดไปมากกว่านี้ ท่านจึงเปลี่ยนสนามรบด้วยอาวุธมารบด้วยปัญญา คือใช้การฑูตแทน (ผมว่าเป็น สุดยอดกลยุทธ์ ที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกทีเดียว)

อาจารย์ชาญวิทย์ อาจไม่รู้คำโบราณ "พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต" และ "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย"

ขอตัดตอนมาจาก ศิลปวัฒนธรรม

จากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เราสามารถเข้าใจโดยเปรียบเทียบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ กับพระเจ้าอยู่หัวของเรา เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการนำตำราของซุนวูมาใช้ กล่าวคือ

๑. ผู้ที่คิดแต่จะสู้ฝ่ายเดียว ก็ถูกหมายเอาชีวิตได้ : เมื่อเรือปืนแองกองสตองค์ (L"Inconstance) และโคเมท (Comet) ผ่านสันดอนที่ปากน้ำเข้ามา มันก็แล่นตรงเข้ามากรุงเทพฯ เลย โดยมุ่งหมายที่จะรบต่อไป และถึงแม้จะมีการตั้งรับบนสองฝั่งแม่น้ำ แต่ฝ่ายสยามก็ยุติการยิงโดยสิ้นเชิง โดยหันมากรองสถานการณ์ใหม่ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป? กองทัพสยามมิได้รับคำสั่งให้สู้ตาย ถึงแม้จะสามารถทำได้ และฝ่ายสยามซึ่งมีกำลังมากกว่าย่อมจะสามารถจมเรือฝรั่งเศสได้ แต่การสงครามก็จะขยายวงกว้างเป็นเงาตามตัว
๒. ผู้ที่คอยแต่จะรักษาตัวรอด อาจถูกจับกุมเป็นเชลย : ไม่ปรากฏว่ามีทหารสยามหนีทัพเลย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ยังประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเรียกประชุมเสนาบดี เพื่อลำดับเหตุการณ์และหาวิธีแก้ไข ท่ามกลางข่าวลือที่ทหารฝรั่งเศสกุขึ้นว่า พระเจ้าแผ่นดินเตรียมที่จะหลบหนีเอาตัวรอด พร้อมกับทรัพย์สมบัติจำนวนมากของพระองค์

๓. ผู้ที่หุนหันพลันแล่นอาจถูกยั่วเย้าให้หลงกล : ภายหลังการสู้รบไม่เป็นผล มีพระราชดำรัสสั่งให้ยุติการรบทันที ถึงการยุทธ์จะมีเปอร์เซ็นต์ชนะมากกว่าแพ้ แต่ความผลีผลามกลับจะให้ผลตรงกันข้าม ดังนั้นเมื่อนายทหารเดนมาร์กผู้บัญชาการรบ คือพระยาชลยุทธโยธิน (Captain Andre Du Plessis De Richelieu) เกือบจะหลงกลศึก โดยกราบบังคับทูลว่า สยามจะสามารถเผด็จศึกเร็วขึ้น ถ้าพระเจ้าอยู่หัวทรงสั่งการให้ใช้เรือพระที่นั่งมหาจักรีพุ่งเข้าชนเรือข้าศึกซึ่งจอดอยู่เฉยๆ ก็จะสำเร็จได้โดยง่าย แต่ก็ทรงปฏิเสธ เพราะไม่มีพระราชประสงค์ให้การรบทางกายภาพดำเนินต่อไป อันเป็นหลุมพรางของข้าศึก
๔. ผู้ที่คิดแต่ความบริสุทธิ์ผ่องแผ้วของตน อาจถูกเหยียบย่ำใส่ไคล้ : ภายหลังความพ่ายแพ้ในยกแรก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงขัดขืนดื้อดึงว่าฝ่ายสยามเป็นฝ่ายถูก และควรได้รับความเป็นธรรมจากการที่เรามิได้เป็นผู้เริ่มสงคราม เราจึงน่าจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ที่มิได้ต้องการสงคราม แต่ถูกบีบคั้นให้เข้าสู่สงคราม การโต้แย้งใดๆ ย่อมฟังไม่ขึ้นในสถานการณ์เช่นนั้น การรบได้เปิดฉากขึ้นแล้วทั้ง ๒ ฝ่าย สิ่งที่ต้องกระทำอย่างรวดเร็วคือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แทนข้ออ้างเรื่องความรักสงบ

๕. ผู้นำทัพที่รักขุนทหารและราษฎร มักจะยุ่งยากใจ : การปกป้องข้าราชสำนักย่อมเป็นสิ่งที่พึงกระทำของประมุขแห่งราชสำนักนั้น แต่ในฐานะจอมทัพที่พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงดำรงอยู่เช่นกัน มิได้ทำให้ทรงลำเอียงในจิตใจแต่อย่างใด มีหลักฐานเขียนไว้ว่า การยอมความของเสนาบดีว่าการต่างประเทศ (กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ) ในวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ นั้น เป็นการลงพระนามไปโดยมิได้รับพระราชานุมัติ และเป็นไปได้ที่จะทำการลงไปโดยขัดต่อพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ ๕ ซึ่งย่อมจะเป็นที่ขัดเคืองพระราชหฤทัยก็ตามที แต่ก็มิได้ทรงใช้อารมณ์ เมื่อตั้งพระสติได้ จึงทรงรับเอาปัญหาทั้งหมด มาจัดการแก้ไขด้วยพระองค์เสียเอง ทั้งยังปรากฏอีกว่า ในการดำเนินการเจรจากับผู้นำประเทศระหว่างเสด็จฯ สู่ทวีปยุโรปนั้น มิได้มีเสนาบดีกระทรวงกลาโหม หรือเสนาบดีว่าการต่างประเทศ ติดตามไปทำหน้าที่ด้วยเลย

ซุนวูเขียนต่อไปว่า "การใช้กำลังทหาร จึงเหมือนหนึ่งธรรมชาติของน้ำ น้ำย่อมจัดกระแส ไหลบ่าไปตามลักษณะภูมิประเทศฉันใด การยุทธ์ก็ต้องเอาชนะกันตามสภาวะข้าศึกฉันนั้น การยุทธ์จึง "ไม่มี" หลักเกณฑ์ตายตัว เฉกเช่นน้ำ ซึ่งหามีรูปลักษณะอันแน่นอนไม่ จึงผู้เอาชนะด้วยปฏิบัติการอันเหมาะสมกับความผันแปรของข้าศึกนั้น เขาคือเทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์"

นับจากวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เป็นต้นไปจนตลอดรัชกาลที่ ๕ เราจะไม่พบว่าสยามใช้กำลังทหารในการรบตามรูปแบบกองทัพที่มีหลักเกณฑ์ตายตัวอีกเลย ยุทธศาสตร์การรบต่อจากนี้ ล้วนเป็นทฤษฎีติดอาวุธทางความคิดทั้งสิ้น

Source บทความจากวารสารศิลปวัฒนธรรม (copy มาจาก web มติชน ลืม copy link มา) แต่มีเอกสารอ้างอิง
เอกสารประกอบการค้นคว้า

(๑) ไกรฤกษ์ นานา. เบื้องหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป. ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ มติชน, ๒๕๔๙.

(๒) แชน ปัจจุสานนท์, พลเรือตรี. กรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และการรบที่ปากน้ำเจ้าพระยา สมัย ร.ศ. ๑๑๒. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๑๙.

(๓) เพ็ญศรี ดุ๊ก, ศ.ดร. การต่างประเทศกับเอกราชและอธิปไตยของไทย. ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๒.

(๔) _______. ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๓๙.

(๕) เยรินีกับโมเสดแห่งอัจฉริยภาพ, กรุงเทพฯ : คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๘.

(๖) หนังสือพิมพ์ Le Petit Journal. Paris, 25 October 1896.

(๗) หนังสือพิมพ์ L"ILLUSTRAZIONE ITALIANA. Rome, 23 May 1897.

(๘) หนังสือพิมพ์ L"ILLUSTRAZIONE ITALIANA. Rome, 17 October 1897.

บันทึกการเข้า

"สุดยอดกลยุทธ์ คือชนะโดยไม่ต้องรบ" ซุนวู

"ผู้นำชั้นเลิศนั้น เพียงแต่เป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตนอยู่
ชั้นรองลงมา เป็นที่รักและสรรเสริญ
ชั้นรองกว่านั้น เป็นที่เกรงกลัวและเกลียดชัง" เหล่าจื๊อ เต้าเต๋อจิง
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #64 เมื่อ: 24-06-2008, 00:02 »

การจะอธิบายให้คนคลั่งชาติเข้าใจ บางทีก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำสุภาพมากนัก    
บันทึกการเข้า

personal jesus
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632



« ตอบ #65 เมื่อ: 24-06-2008, 00:05 »

การจะอธิบายให้คนคลั่งชาติเข้าใจ บางทีก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำสุภาพมากนัก    

ไอ้มะอึก ส้นตีน ที่ถูกต้องเป็นอย่างนี้

การจะอธิบาย ให้คนขายชาติเข้าใจ มันต้องด่ากันให้ชัดๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม
บันทึกการเข้า

นักปฏิวัติ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #66 เมื่อ: 24-06-2008, 00:11 »

ขอยกข้อความของ อ.ชาญวิทย์อีกครั้ง

“...แผนที่และสัญญาเหล่านั้นขีดเส้นให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในอินโดจีนของฝรั่งเศส หาได้ใช้หลักทางภูมิศาสตร์หรือสันปันน้ำ หรือทางขึ้นไม่..."

แสดงให้เห็นว่า ฝรั่งเศส มันไร้ความชอบธรรม โกงประเทศเรา อย่างหน้าด้านๆ เพราะหลักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับ คือแนวสันปันน้ำ

สมดังที่ ข้อความในจดหมายของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช มีถึงจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ยืนยันว่า คำพิพากษาของศาลโลก ผิดทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและความเป็นธรรม
บันทึกการเข้า

"สุดยอดกลยุทธ์ คือชนะโดยไม่ต้องรบ" ซุนวู

"ผู้นำชั้นเลิศนั้น เพียงแต่เป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตนอยู่
ชั้นรองลงมา เป็นที่รักและสรรเสริญ
ชั้นรองกว่านั้น เป็นที่เกรงกลัวและเกลียดชัง" เหล่าจื๊อ เต้าเต๋อจิง
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #67 เมื่อ: 24-06-2008, 00:20 »

อ.ชาญวิทย์ ออกแนวซ้าย ก็เที่ยวโยนความผิดไปตั้งแต่รุ่น ร.4 / ร.5

แต่ไม่เน้นว่าเราได้คืนมาสมัยหลังสงครามอินโดจีน จนกระทั่งมีจังหวัดพิบูลสงคราม

เรื่องพิพาทดินแดน มันต้องอาศัยกระบอกปืน และอิทธิพลนั่นแหละไปเจรจา

อยากถามทหารแบบเสธ.แดงจัง ตอนนี้ทำไมทหารไทยไม่เข้าไปชิดเขตแดน และยืนยันเขตแดนไทยและส่งทหารเข้าไปดูแลล่ะ


บันทึกการเข้า

chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« ตอบ #68 เมื่อ: 24-06-2008, 01:29 »




แล้วคุณล่ะคะ รู้สึกยังไง  คิดว่าจุดประสงค์ของไอ้บทความบ้านี่คืออะไร

เดี๊ยนรู้สึกสะอิดสะเอียน ผู้เขียนจะรังเกียจอมาตยาธิปไตย หรือรักทักษิณ หรืออะไรก็ไม่รู้
ที่อ่านดู อาจารย์มีความรู้ขั้นเทพ แต่ดันเอาข้อเท็จจริงไปสนับสนุนความอคติลำเอียงของตนเองซะงั้น

เหตุผลคือ

เดี๊ยนขอสรุปโครงสร้างของบทความบ้านี่ก่อน
1. นำเสนอข้อเท็จจริงความรู้ด้านประวัติศาสตร์
2. ลำดับเหตุการณ์กรณีพิพาทเรื่องดินแดน
3. บทสรุป อ่านแล้ว ดูเหมือนวัตถุประสงค์ของบทความบ้านี่
พยายามชี้ว่า กรณีเขาพระวิหารเป็นเพียงวาทะกรรมปลุกปั่นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง


นี่คือใจความสำคัญของบทความ

- เริ่มด้วยประวัติศาสตร์เรื่องเขตแดน  พยายามตอกย้ำว่า จริงๆแล้วปราสาทพระวิหารเกือบจะถูกทิ้งร้างด้วยซ้ำ

ไม่ทราบว่าจะตอกย้ำหาพระแสงอะไร 
มีคนสนใจปราสาทหรือไม่  มันก็คนละเรื่องกับการปกป้องผลประโยชน์ของชาติด้านเขตแดน
ซึ่งเป็นเรื่องซีเรียสมาก ละเอียดอ่อน
พยายามจะเอาความรู้ทางประวัติศาสตร์  มาตัดสินท่าทีทางการทูตหรือไงไม่ทราบ??


- พระวิหารสมควรเป็นของเขมร เพราะเป็นสถาปัตยกรรมขอม และ ร.5 ทรงยกให้ฝรั่งเศสไป

มีความรู้ขั้นเทพ นี่หรือคือตรรกะที่คิดได้?? ผู้อ่านคงเข้าใจได้เองไม่ต้องขยายความ
ยุคนั้นฝรั่งเศสบีบคั้นไทยได้  ดินแดนส่วนนั้นก็ควรเป็นของเขมร? บ้า
แล้วไอ้ก่อนหน้านั้นที่เป็นเมืองขึ้นไทยล่ะ

จริงๆแล้วคือ ทีใครทีมัน จังหวะใครได้เปรียบ ก็สามารถแย่งดินแดนกันไปมาได้ต่างหาก


- พอ ป.พิบูล ขึ้นมาก็ทวงพระวิหารคืน  เป็นวิธีของอมาตย์ หวังจะสร้างคะแนนเสียง

สรุปว่า พอเราไปยืมมือญี่ปุ่นบีบฝรั่งเศส(เอาคืนมันบ้าง)
แล้วเราก็ได้ดินแดนคืนมา  เป็นความชั่วร้ายของอมาตยาธิปไตย
อมาตย์ทำอะไรก็ชั่วไปหมด  แม้เราจะได้ดินแดนคืนก็ตาม  นี่คือตรรกะ?  อายลูกศิษย์มั่งป่าวเนี่ย


- ต่อมาพอไทยแพ้สงครามโลก ต้องแลกเปลี่ยนโดยการคืนดินแดน 
อมาตยาธิปไตยไม่ยอม  เอาธงขึ้นไปปักบนปราสาทซะอีก เลยคิดว่าเป็นการเล่นแง่

5555 เอาธงขึ้นไปปักบนโบราณสถานซึ่งมีทางขึ้นอยู่ในดินแดนของไทย นี่คือการเล่นแง่?
พอกัมพูชาได้เอกราช ก็อยากจะต่อสู้เอาปราสาทคืน ทีใครทีมัน
เมื่อรัฐบาลไทยปลุกกระแสสู้คดีเพื่อรักษาดินแดน  ก็หาว่าหลอกระดมเงินจากประชาชนอีก



คือไม่ว่าจะมีเหตุการณ์สำคัญใดๆในประวัติศาสตร์พระวิหาร
อาจารย์ก็พยายามจะบอกว่า มันเป็นเกมส์การเมืองทั้งสิ้น

ทั้งนี้ ก็เพื่อจะลดความชอบธรรมของการจุดประเด็นของพันธมิตร(โยงกับอำมาตย์)
แค่นั้นเองใช่มั้ย  จิตสำนึกเรื่องผลประโยชน์ของชาติ ไม่ต้องไปคิดถึงมัน

น่าเศร้าที่คนคิดแบบนี้ เป็นอาจารย์สั่งสอนคนในชาติ



จริงๆแล้ว มันไม่ใช่กงการอะไรเลยของไอ้เหล่ ที่จะต้องไปลงนามยอมรับ
นี่คือท่าทีทางการทูต ที่ไม่สมควรเปลี่ยนแปลง


ถึงเราไม่ลงนามยอมรับ  เรื่องนี้ก็จะไม่บานปลายเป็นสงครามขึ้นมาได้หรอกไม่มีอะไรต้องเสีย

แต่ที่แสดงท่าทียอมรับ  เพราะมีอะไรบางอย่างที่จะ "ได้"  หรือว่าไง

หน้าที่เรามีอย่างเดียวเท่านั้น คือ ค้านในที่ประชุม unesco
เพราะครั้งแรกที่มันยื่นแผนที่ไป  มันล้ำดินแดนไทย
คอยระวังไอ้เขมร ที่ตลบแตลงปลิ้นปล้อนเป็นเอี้ย  เท่านั้นเอง


ถ้ามันยื่นแผนที่ที่ถูกต้องแล้ว  เราจะเฉยๆไว้  หรือจะค้านก็ยังได้เลย

แต่เฉยดีกว่านะ  ถ้าเป็นมรดกโลกแล้ว เราก็จะได้ผลทางการท่องเที่ยวด้วย

ถ้าค้าน ก็เป็นการแสดงจุดยืนที่คงเส้นคงวา  ว่าเราไม่เห็นด้วยกับศาลโลก แค่นั้นเอง








เห็นด้วยมากๆครับ  ตรงและ ถูกประเด็นเลย  เจตนาของบทความพยายามจะลดความชอบธรรม  มันเหมือนทีใครทีมัน
บันทึกการเข้า
chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« ตอบ #69 เมื่อ: 24-06-2008, 02:20 »

 " ที่สำคัญ คณะวิจัยมองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องความต้องการเปลี่ยนเส้นเขตแดน ทั้งทางบกและทางทะเลของไทย เพื่อหวังผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มการเมือง โดยมีเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นสื่อบังหน้า”


ผมเห็นด้วยกับ คณะนักวิจัยคณะนี้น่ะครับ ....

บันทึกการเข้า
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #70 เมื่อ: 24-06-2008, 08:27 »

ด่าได้ดีค่ะ

แล้วพวกหลายๆคนในบอร์ดนี้  ที่พยายามสร้างความชอบธรรมให้ผลประโยชน์ของเขมร  ปกป้องว่านพดลทำถูกอยู่ร่ำไป
แบบนี้  เราจะเรียกว่าอะไรดีคะ  รักชาติดีมั้ย 



ไม่ได้ด่าครับ แค่บอกว่าผมไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ เท่าไร แล้วจริง ๆ ผมก็ไม่ได้เชื่อว่าสิ่งที่นพดลทำนั้นถูก และถึงแม้จะโอนเอนไปในทางที่เชื่อว่ามันจะทำไม่ถูก แต่จะให้ผมบอกว่าผิด โดยใช้อคติเพียงเพราะเขาตาเหล่ อย่างเดียว ผมก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้ก็รอ ๆ ดูว่า เมื่อไร เอกสารที่เซ็นต์กันไปนั้น จะถูกเปิดเผยออกมาอย่างครบถ้วน ถึงตอนนั้นผมคงตัดสินใจอีกทีแหละครับ

แต่ถ้าจะตีความว่าที่ผมไม่ค่อยคล้อยตาม เป็นเพราะผมปกป้องนพดล ผมคงห้ามไม่ได้เหมือนกัน แล้วถ้าจะเลยเถิดไปว่าผมไม่รักชาติ ผมก็คงว่าอะไรไม่ได้อีกเหมือนกัน

บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #71 เมื่อ: 24-06-2008, 09:30 »

ด่าได้ดีค่ะ

แล้วพวกหลายๆคนในบอร์ดนี้  ที่พยายามสร้างความชอบธรรมให้ผลประโยชน์ของเขมร  ปกป้องว่านพดลทำถูกอยู่ร่ำไป
แบบนี้  เราจะเรียกว่าอะไรดีคะ  รักชาติดีมั้ย 

ไม่ได้ด่าครับ แค่บอกว่าผมไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ เท่าไร แล้วจริง ๆ ผมก็ไม่ได้เชื่อว่าสิ่งที่นพดลทำนั้นถูก และถึงแม้จะโอนเอนไปในทางที่เชื่อว่ามันจะทำไม่ถูก แต่จะให้ผมบอกว่าผิด โดยใช้อคติเพียงเพราะเขาตาเหล่ อย่างเดียว ผมก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้ก็รอ ๆ ดูว่า เมื่อไร เอกสารที่เซ็นต์กันไปนั้น จะถูกเปิดเผยออกมาอย่างครบถ้วน ถึงตอนนั้นผมคงตัดสินใจอีกทีแหละครับ

แต่ถ้าจะตีความว่าที่ผมไม่ค่อยคล้อยตาม เป็นเพราะผมปกป้องนพดล ผมคงห้ามไม่ได้เหมือนกัน แล้วถ้าจะเลยเถิดไปว่าผมไม่รักชาติ ผมก็คงว่าอะไรไม่ได้อีกเหมือนกัน



คุณ ScaREKwaI ต้องการโชวฺ์ชาวบ้านว่า "กูนักเรียนนอก เป็นคนไม่หูเบา ใช้สมอง" เท่านั้นเองครับ ให้ดูแหวกแนวกว่าชาวบ้านร้านตลาดเขาหน่อย เอะอะก็แป๊ะลิ้มขู่กรรโชก  เห็นมันพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องเป็นปีแล้ว ไม่เห็นจะมีหลักฐานแวดล้อมว่า แป๊ะลิ้มมันกรรโชกอะไรจากใคร
บันทึกการเข้า

Rule of Law
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 185


« ตอบ #72 เมื่อ: 24-06-2008, 12:23 »

ใจเย็นน่าพี่น้อง 


ไม่ได้ด่าครับ แค่บอกว่าผมไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ เท่าไร แล้วจริง ๆ ผมก็ไม่ได้เชื่อว่าสิ่งที่นพดลทำนั้นถูก และถึงแม้จะโอนเอนไปในทางที่เชื่อว่ามันจะทำไม่ถูก แต่จะให้ผมบอกว่าผิด โดยใช้อคติเพียงเพราะเขาตาเหล่ อย่างเดียว ผมก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้ก็รอ ๆ ดูว่า เมื่อไร เอกสารที่เซ็นต์กันไปนั้น จะถูกเปิดเผยออกมาอย่างครบถ้วน ถึงตอนนั้นผมคงตัดสินใจอีกทีแหละครับ

แต่ถ้าจะตีความว่าที่ผมไม่ค่อยคล้อยตาม เป็นเพราะผมปกป้องนพดล ผมคงห้ามไม่ได้เหมือนกัน แล้วถ้าจะเลยเถิดไปว่าผมไม่รักชาติ ผมก็คงว่าอะไรไม่ได้อีกเหมือนกัน




ขอเคลียร์ ไม่ได้ประชดคุณ   จริงๆ

สำรับชาญวิทย์ และอีกหลายๆคนในบอร์ด มีพฤติกรรมที่แบบว่า
ไม่เคยแสดงจุดยืนว่า รัฐบาลต้องแสดงออกอย่างไร ถึงจะดีที่สุดในการปกป้องผลประโยชน์ของไทย

ตลอดเวลา มันพูดเข้าข้างแต่ผลประโยชน์เขมร  ปกป้องนพดล
จุดประสงค์  "อาจจะ"  ต้องการลดความชอบธรรมของพันธมิตร (ผลประโยชน์ชาติ ไม่พูดถึงดีกว่า)

คุณ scare อาจจะมองว่า  คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่ว่าไม่รักชาติ.... ก็เป็น general นะคะ

แต่เดี๊ยนยืนยัน  ไอ้พวกที่มีพฤติกรรมอย่างที่ว่า ต้องประนามเท่านั้น  ไม่ต้องคิดเผื่อว่ามันรักชาติ

บันทึกการเข้า

Your C.V is nothing. Your future plan...is everything.
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #73 เมื่อ: 24-06-2008, 12:56 »

มรดกโลกที่อยู่ในเขตทับซ้อน มีหลายแห่งที่ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของ 2 ประเทศ

ไทยเสียเปรียบที่ไปยอมรับให้เขมรขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวในครั้งนี้

ทั้งที่เมื่อรัฐบาลที่แล้วก็ยังคัดค้านอยู่

ประเด็นทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ จะพูดยังไงก็พูดยังยากอยู่ เพราะมันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อาณาจักรฟูนันมาแบ่งพวก เจนละบก / เจนละน้ำ

การหยิบประเด็นประวัคิศาสตร์ รังแต่จะทะเลาะกัน เพราะหากจะว่าไป ชาวเจนละบก ก็อยู่ในฝั่งไทยนี่เอง

ประชาชนทั่วไปไม่ใช่คนในแวดวงประวัติศาสตร์หรือนักวิชาการที่จะยอมรับความแตกต่างทางความคิดแล้วอยู่ด้วยกันได้

ประชาชนมักจะเชื่อในสิ่งที่ตนอยากเชื่อ

ดังนั้นรัฐบาลนายสมัครจึงต้องตกอยู่ในวงล้อมของข้อกล่าวหาว่า "ขายชาติ" อย่างช่วยไม่ได้

เพราะคนไทยคิดว่า รัฐบาลนายสมัครทำให้ประเทศไทยเสีญประโยชน์
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #74 เมื่อ: 24-06-2008, 14:41 »

เอาคำตอบจากอีกกระทู้มาตอบที่นี่ด้วย เพราะเนื้อหาเข้ากับกระทู้นี้มากกว่า..

เขมรพยายามปลุกกระแสชาตินิยม โดยอ้างอิงความสัมพันธ์ทางชนชาติว่าเขมรคือขอม
ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเขมรได้ลิขสิทธิ์ผูกขาดความเป็นลูกหลานขอมตั้งแต่เมื่อไหร่

เรื่องหนึ่งที่ควรพิจารณาคือ ประชาชนชาวอีสานใต้จำนวนมากก็มีเชื้อสายเขมรเหมือนกัน
และอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องมาหลายร้อยปีแล้ว ในขณะที่เมื่อเกือบ 600 ปีก่อน กษัตริย์เขมร
ได้อพยพย้ายเมืองหลวงไปหลายแห่ง จนสุดท้ายไปอยู่ที่พนมเปญ

ถามว่าหากจะอ้างชาติพันธุ์กันจริงๆ บรรดาประชาชนชาวอีสานใต้ของไทยที่อยู่ในพื้นที่
บริเวณปราสาทพระวิหารเช่นชาวศรีสะเกษ จะไม่มีสิทธิในปราสาทพระวิหารหรือ?


เทียบกับประชาชนชาวเขมรประมาณสิบล้านคนเศษ ที่ปัจจุบันก็ผสมกับชาวเวียดนาม
และชาวจีนไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าชาวเขมรปัจจุบันเคยอาศัย
ในพื้นที่ปราสาทพระวิหารตอนที่สร้างปราสาท ไม่แน่ว่าชาวศรีสะเกษอาจเป็นลูกหลาน
ของผู้สร้างปราสาทพระวิหารตัวจริงก็ได้ ขณะที่ชาวเขมรปัจจุบันอยู่แต่ที่พนมเปญ

...

เพราะไม่ว่าจะวาดภาพระบายสีแสดงขอบเขตอาณาจักรโบราณอย่างไร จะเป็นอาณาจักร
หริภุญชัยของมอญ อาณาจักรอยุธยาของไทย อาณาจักรพุกามของพม่า อาณาจักรขอม
ของชาวเขมร ความจริงแล้วชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ก็ยังคงเป็นเผ่าพันธุ์เดิมของพื้นที่นั้นๆ

ไม่ใช่ว่าไทยไปครอบครองอีสานเหนือแล้วจากลาวจะกลายเป็นไทย หรือไปครอบครอง
อีสานใต้แล้วจากเขมรจะกลายเป็นไทย หรือไปครอบครองภาคใต้แล้วแขกจะเป็นไทย
ชาวบ้านแต่ละพื้นที่ก็ยังคงเป็น ลาว เขมร แขก อยู่เหมือนเดิม 

ที่จะมีไม่เหมือนเดิมจริงๆ ก็คือตัวผู้นำที่อพยพย้ายไปตามเขตอิทธิพลตัวเองเท่านั้น
ซึ่งกรณีกษัตริย์เขมรก็เก็บข้าวของหนี ทิ้งดินแดนไปอยู่เป็นเพื่อนเวียดนามนานแล้ว
ทิ้งให้ปราสาทพระวิหารรกร้างอยู่ถึง 500 ปี กระทั่งเจ้านายฝ่ายไทยเป็นผู้ไปค้นพบ
ในภายหลังเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้นไม่แปลกอะไรถ้าชาวศรีสะเกษจะเิดินขบวนเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืน
เพราะถือเป็นโบราณสถานของบรรพบุรุษ ที่ค้นพบบนแผ่นดินแม่ของพวกเขาแท้ๆ


ในขณะที่ประเทศไทยก็ทรงสิทธิในฐานะเจ้าของดินแดนก่อนที่จะถูกโกงสนธิสัญญา
และกัมพูชามีสิทธิแค่สืบทอดการโกงจากฝรั่งเศส โดยอ้างว่าไทยไม่คัดค้านการโกง

และอาศัยคำตัดสินเพี้ยนๆ ของศาลโลกมาบังหน้าเท่านั้น 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 24-06-2008, 14:47 »

ไปเจอแหล่งข้อมูลดีๆ เลยเอามาฝาก ผมเก็บลงในบล็อคแล้ว



เอกสารประกอบการเสวนา
 
" เขาพระวิหาร : ระเบิดเวลาจากยุคอาณานิคม "

วันศุกร์ที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑


http://www.oknation.net/blog/canthai/2008/06/24/entry-1
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #76 เมื่อ: 24-06-2008, 14:55 »

ความเห็นของ อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ในฐานะนักประวัติศาสตร์สามารถรับฟังได้
ว่าชาวเขมรมีความเกี่ยวพันกับอาณาจักรขอม

แต่ความเห็นที่ว่าไทยควรคืนปราสาทพระวิหารให้เขมร ไม่น่าจะเป็นความเห็น
ในฐานะนักประวัติศาสตร์ แต่น่าจะเป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น

เหมือนความเห็นของผมที่ว่า ชาวไทยในพื้นที่อีสานใต้ก็น่าจะเป็นลูกหลานขอม
และอยู่ในพื้นที่ปราสาทพระวิหารจริงๆ ในขณะที่เจ้าเขมรย้ายหนีออกจากพื้นที่
ไปตั้งแต่เกือบ 600 ปีก่อนแล้ว ดังนั้นชาวอีสานก็ควรมีสิทธิในปราสาทพระวิหาร
ทั้งในฐานะเป็นลูกหลานของชาวขอม และเป็นเจ้าของพื้นที่ในปัจจุบัน

...

และต่อให้เป็นความเห็นในฐานะนักประวัิติศาสตร์ ก็อาจใช้บริหารประเทศไม่ได้

เพราะยังมีข้อจำกัดในทางกฎเกณฑ์การทูต ข้อจำกัดทางการทหาร รวมไปถึง
ความรู้สึกของประชาชนไทยโดยทั่วไป ที่เป็นเจ้าของดินแดนตัวจริง
เขมรคงเกี่ยวข้องกับขอม แต่ผมไม่เห็นด้วยที่ต้องคืนปราสาทพระิวิหารให้เขมร  
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #77 เมื่อ: 24-06-2008, 15:02 »

 
อาจารย์ท่านรู้ดีเรื่องประวัติศาสตร์
แต่ไม่ได้หมายความว่าความคิดในแง่ประวัติศาสตร์จะถูกต้องเหมาะสมเสมอไป

อย่างที่ท่านเสนอให้เปลี่ยนชื่อ ไทย เป็น สยาม
ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเห็นด้วยกับท่าน


แต่ที่เสนอให้เหลือสภาเดียวผมเห็นด้วยนะ

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
morning star
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,119


don't let them make up your mind


« ตอบ #78 เมื่อ: 24-06-2008, 16:34 »



อยากให้เอากรณีปัตตานีมาเปรียบเทียบด้วย
บันทึกการเข้า

อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #79 เมื่อ: 25-06-2008, 01:46 »

คุณ ScaREKwaI ต้องการโชวฺ์ชาวบ้านว่า "กูนักเรียนนอก เป็นคนไม่หูเบา ใช้สมอง" เท่านั้นเองครับ ให้ดูแหวกแนวกว่าชาวบ้านร้านตลาดเขาหน่อย เอะอะก็แป๊ะลิ้มขู่กรรโชก  เห็นมันพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องเป็นปีแล้ว ไม่เห็นจะมีหลักฐานแวดล้อมว่า แป๊ะลิ้มมันกรรโชกอะไรจากใคร

ผมไม่เห็นว่าคำตอบนี้มีนัยตรงไหนที่จะโต้หรือจะแย้งความเห็นที่อ้างของผมมาเลย หรือว่าพอใครไม่เห็นด้วยก็คือ โง่ ใครไม่คล้อยตามก็คือ ควาย ไปเสียหมด แล้วก็เหมาสุ่มไปเรื่อย คนที่อยู่ต่างประเทศไม่ใช่นักเรียนนอกทุกคนหรอกครับ มีเยอะไปที่ไม่ได้มาเรียน

แต่ถ้าโต้หรือแย้งความเห็นของผมไม่ได้ จะจิกกันที่คุณสมบัติส่วนตัว ก็ไม่ว่ากันแหละครับ ผมรับได้อยู่แล้ว แล้วถึงแม้ว่าจะเจอคำตอบแบบของคุณ ผมก็คงไม่โต้แย้งคุณแบบที่คุณโต้แย้งผมหรอกนะครับ

ตั้งแต่เข้าบอร์ดนี้มา กลุ่มคนที่ถูกผมด่าหยาบคายมีไม่เยอะ ทั้งหมดเป็นพวกก่อกรรมทำชั่วกับประเทศ หรือคนที่ก่อกรรมทำเข็ยกับบอร์ดเท่านั้น ผมไม่เคยด่าว่าสมาชิกที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากผมว่าควาย หรือกินหญ้า หรือโง่ เพราะผมเชื่อว่าหลักสำคัญอย่างยิ่งประการหนึ่งของประชาธิปไตยคือการรับฟังความเห็นที่แตกต่างอย่างให้เกียรติ ซึ่งในสมาชิกในบอร์ดนี้มีคนเข้าใจเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย และที่ไม่เข้าใจก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

ผมเข้าใจนะครับว่าในภาวะที่ขุ่นเคือง สภาวะความมั่นคงของ "วุฒิภาวะ" มันก็สั่นคลอนได้

ผมเชื่อว่าภายใต้สภาพของสังคมไทยที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เราต้องไม่หูเบา เราต้องใช้สติพินิจพิเคราะห์ให้มากกว่าปกติ เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง แล้วผมก็คงไม่ว่าอะไรคุณหรอครับ ถ้าคุณจะไม่ใช้  แล้วก็คงไม่เป็นไรอีกเหมือนกันถ้าผมจะใช้ แล้วโดนคุณว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2008, 02:01 โดย ScaRECroW » บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #80 เมื่อ: 27-06-2008, 19:13 »

ประเทศไทยเป็นอาณาจักร ที่มีหลากหลายชาติพันธุ์รวมกันอยู่มานานแล้ว

จะไปเอาเรื่อง "ชาติพันธุ์" มาเกี่ยวเนื่องกับเรื่อง "รัฐชาติ" ก็ตกประวัติศาสตร์ แน่นอน

แถมยังลืมไปอีกว่า ข้อพิพาทเรื่องดินแดน มีขึ้นได้ตลอดเวลาเพราะแม้จะมีคำพิพากษาแต่ไทยก็สงวนสิทธิ์ที่จะคัดค้าน

ถึงขนาดเดินขบวนประท้วงคำตัดสินศาลโลกทั่วประเทศ ก็แสดงว่า "เรื่องยังไม่จบ"


ผมไม่ทราบว่า พวกนักประวัติศาสตร์มันเคยไปเดินสำรวจ หมู่บ้านภูมิสรอล เชิงเขาพระวิหารมั๊ย

ที่นั่นเป็นที่ตั้งหมวด ตชด. มานาน พูดเขมรทั้งนั้น นั่นแหละเจ้าของตัวจริง

หากจะยึดเอาชาติพันธุ์ พวกนักประวัติศาสตร์ขี้หมา เคยไปเดินในพื้นที่มั๊ย

รู้มั๊ยว่า ภาษา ความเชื่อ วัฒนธรรมอีสานใต้ โดยเฉพาะชายแดน

คนไทยแถบนั้น ก็คือ เขมร ทั้งนั้นแหละ

หรือจะไปดู พระธาตุพนม ก็คนลาว คนญวณ ทั้งนั้น

จะเอาเรื่องชาติพันธุ์มาวัดได้ยังไง

ในเมื่อเขาพระวิหาร ก็คือสมบัติของชาวบ้าน "ภูมิสรอล" อ.กันทราลักษณ์

แค่ชื่อหมู่บ้านก็เห็นชัดๆ ว่าเป็นเขมร ใช่มั๊ย

แต่นั่นคือ "คนไทย" ครับ เป็นคนไทยมาตั้งแต่สมัยรัชการที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มาแล้ว

ถ้าจะบอกว่าเป็นของเขมร ก็คือเขมรในหมู่บ้าน "ภูมิสรอล" นั่นไง


นักวิชาการโง่ประเภทคิดว่า "ไทย" คือ กรุงเทพ ต้องพูดภาษากลาง พวกหน้าโง่ทั้งนั้น

ถ้าใช้วิธีคิดแบบนี้ รัฐปัตตานีก็เป็นของมาเลย์ ไปเลยดีมั๊ย

ไอ้บ้า


ผมอยากรู้ข้อมูลในแง่ที่ว่า
-คนแถวนั้น(ภูมิสรอล)เดือดร้อนมั้ย กับการที่เป็นส่วนหนึ่งของไทย?
-คนแถวนั้น(ภูมิสรอล)เดือดร้อนมั้ย? หากจะต้องอยู่กับกัมพูชา?
-คนแถบนั้น มีผลประโยชน์กับพื้นที่เขาพระวิหารหรือไม่? หรือใครจะมาครอบครองก็ไม่ต่างกัน?
-ถ้าคนแถวนั้นไม่เดือดร้อน ไม่ว่าจะตกไปอยู่กับใคร เราก็ค่อยออกมากล่าวกันตรงๆเรื่องผลได้ผลเสีย(ของรัฐส่วนกลาง จากทั้งสองประเทศ) ที่จะเกิดขึ้นจากแอร์เรียนี้(ทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียน) โดยที่ไม่จำเป็นต้องปลุกชาตินิยมขึ้นมา 
บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
西施无情
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 456


ไซซีไ้ร้ใจ


« ตอบ #81 เมื่อ: 27-06-2008, 19:43 »

หากกัมพูชาจะกรุณายกทางเข้าด้านหน้าที่ตัวพระวิหารหันมาทางประเทศไทย หันกลับไปทางกัมพูชา และขยับนิดหน่อยให้พ้นเขตแดนไทย ได้ ดิฉันคิดว่า เราก็น่าจะยอมให้เขาพระวิหารนี้เป็นของกัมพูชาไปนะคะ


หากในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ อย่าไปมองประวัติศาสตร์ค่ะ ตอนนี้เขาพระวิหารทับที่ประเทศไทยอยู่ ต้องเป็นของไทยในส่วนนั้น
บันทึกการเข้า

我愛你, 陈一冰,
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #82 เมื่อ: 27-06-2008, 20:18 »

ผู้พิพากษาเสียงข้างน้อย ได้ทำคำพิพากษาไว้เหมือนกันนะ

เห็นท่านสมปอง นำมาเอ่ยถึง คำว่า "อธิปไตยเหนือซากปราสาท" กับคำว่า "พื้นที่ทับซ้อน"

"พื้นที่ทับซ้อน" ท่านหมายถึง พื้นที่ใต้ปราสาท ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ตามแผนที่ฝรั่งเศส


เพราะฝั่งไทย ถือเอา "สันปันน้ำ" หรือ "หน้าผา" นั่นแหละเป็นเส้นกำหนดเขตแดน

คือไทยไม่ยอมรับว่า แผนที่ฝรั่งเศสถูกต้องไง มันถึงมีข้อพิพาท


แต่ฝั่งเขมร ก็ทำทางขึ้นทางด้านทิศตะวันตกขึ้นมาแล้ว ทางที่เข้าหมู่บ้านเขมรนั่นแหละครับ

หากจะแก้ไข ไทยก็ต้องไปแก้กฎหมาย หรืออนุญาตให้คนไทย เข้าไปปักหลักในเขตอทยานแห่งชาติได้

อย่างน้อยก็จะได้เข้าไปทำมาค้าขายแข่งกันในบริเวณนั้น


หรือไม่ ฝ่ายทหารไทยต้องไปผลักดันเขมรออกไปให้พ้นแนวเขตที่ไทยยึดถือ

หรือกลับไปใช้ข้อตกลงร่วม สมัยปี 2543
บันทึกการเข้า

ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #83 เมื่อ: 27-06-2008, 20:32 »

ผมเห็นด้วยกับตรงสีน้ำเงิน เพราะถ้าเราไม่ยอมรับคำตัดสินก็เท่ากับว่าเราไม่ยอมรับกฏหมายระหว่างประเทศ อีกหน่อยคงยุ่งเหมือนกัน วันดีคืนดีไทยไม่ยอมรับกฏหมายระหว่างประเทศ แล้วจะเอาตรังกานู ไทรบุรี ไชยา ถูกอังกฤษโกงไปคืนจากมาเลเซีย เอาทวาย มะริด ตะนาวสีคืนจากพม่า  พม่าบอกว่าแม่ฮ่องสอนเชียงรายไม่ใช่ของไทยอ้างย้อนไปสมัยพระเจ้าเหา ลาวบอกว่าภาคอิสานถูกไทยใช้กำลังยึดมาขอคืน แล้วทวงพระแก้วมรกตคืนด้วย มันก็คงวุ่นพิลึก


เรื่องมันอยู่ตรงนี้จริง ๆ ว่า รัฐบาลทำอย่างนั้นเพื่ออะไร ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศหรือของใคร ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ ก็ต้องชี้แจงออกมาว่าประโยชน์มีอะไร แล้วต้องบอกด้วยว่าส่วนที่เสียจะมีอะไรบ้าง

ที่ผิดก็คือรัฐบาลไม่มีสิทธิ์จะทำเรื่องนี้โดยไม่ขอความเห็นจากประชาชน

เห็นด้วยเป็นที่สุดครับ 
บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: