ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
07-07-2020, 15:07
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  บันทึกไว้ด้วยน้ำตา 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2551 ไทยเสียปราสาทเขาพระวิหารอย่างถาวร 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 2 3 [4]
บันทึกไว้ด้วยน้ำตา 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2551 ไทยเสียปราสาทเขาพระวิหารอย่างถาวร  (อ่าน 12452 ครั้ง)
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #150 เมื่อ: 19-06-2008, 22:37 »

เท่าที่ อ่านช่วงหลัง นี่ เชื่อแล้วครับ ว่านายนพดล ซวยแน่
เพราะต้องยอมรับมีนักวิชาการ คิดอย่างพวกท่านทั้งหลายในบอร์ดนี้ อยู่พอสมควร
นายนพดล คงต้านกระแสไม่อยู่ เพราะเหล่านักวิชาการกลุ่มต่างๆออกมาต้านแล้ว

        ทุกอย่างจะเปิดออกและจุดกระแสโลกให้โด่งดังไปเลย  ว่าจนถึงวันนี้ผ่านไป 46 ปีมาแล้ว
คนไทยยังไม่ยอมแพ้ ยังจ้อง ที่จะเอาปราสาทเขาพระวิหารที่โดนโกงไป คืนกลับสู่ประเทศไทยให้จงได้
ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ  ก็จะยืนอยู่บนพื้นฐานนี้ด้วย  
     คนกัมพูชา โปรดรู้ไว้ด้วยว่า รูปเขาพระวิหาร ที่อยู่บนธนบัติท่านนั้น
เราไม่เคยยอมรับว่ามันเป็นของท่าน เรายังคิดว่ามันคือของเรา
เราได้สงวนสิทธิ์ ที่จะไม่ยอมรับ คำตัดสินของศาลโลกไว้แล้ว

งานนี้มีเขมรแตกแน่  


 


บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #151 เมื่อ: 19-06-2008, 22:43 »

เหน็บแนมเหรอคับ

ผมไม่คิดว่าจะได้ประโยชน์อะไรนะ..

งั้นก็เป็นอันจบประเด็นที่สงสัยกันแล้วใช่มั้ยคับ


ที่ผมสนใจก็เกี่ยวกับการกระทำของรัฐมนตรีที่ไปผูกมัดพันธสัญญาใดๆกับต่างชาติโดยที่รัฐสภาไม่ทราบเรื่อง ไม่มีโอกาสเสนอแนะนี่แหละคับ..
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #152 เมื่อ: 19-06-2008, 22:56 »

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ การทำงานแบบไม่โปร่งใสของรัฐบาล แล้วประชาชนจะเชื่อถือได้อย่างไร
ว่าวันไหน รัฐบาลมันจะไปเซ็นต์ ตกลงอะไรกับใคร แบบปกปิดข้อมูลต่อประชาชนอีก
ต้องให้เสียไปแล้วใช้ไหมถึงจะถือมีใบเสร็จ ตลก (ฝ่ายเชียร์เหลี่ยมก็เลิกบ้ามันบ้าง หันมารักประเทศหน่อย)

ศาลโลกเวลานั้นจะว่ายังไง หรือใครจะว่าล๊อบบี้หรืออะไร มันก็คืออดีตที่หลายสิ่งความจริงบไม่กระจ่างชัดเจน แต่ยังไงเราต้องรอวันข้างหน้า
(ถ้าใช้ใจให้เป็นธรรม แล้วมองภาพกว้าง สมควรหรอ ที่ตัดสินให้มีติ่งเล็กๆของอีกประเทศบนหน้าผาอีกประเทศ >>> มันหมายถึง การรบด้วยปากและอาวุธ ไม่มีที่สิ้นสุด ของ2ประเทศ)

ใครจะรู้วันข้างหน้า โลกของเราอาจมี ศาลที่มีอำนาจหน้าที่ แก้ไขปัญหาเรื่องพรมแดนโดยตรง เพื่อลดปัญหาความพิพาทต่างๆโดยตรง ที่มีอำนาจเหนือคำพิพากษานั้น หรือหลักเกณ หลักฐานใหม่ๆ ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-06-2008, 23:36 โดย Iona » บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #153 เมื่อ: 19-06-2008, 23:05 »

อ้างถึง
ฝ่ายเชียร์เหลี่ยมก็เลิกบ้ามันบ้าง หันมารักประเทศหน่อย

ไม่ได้บ้าเหลี่ยมนะ  แต่ขอขำหน่อย พวกที่บ้าเหลี่ยมนี่แปลว่าไม่ได้รักประเทศหรือครับ ???? อีกความหมายหนึ่ง จะรักประเทศได้ ต้องบ้าพันธมิตรใช่ใหมครับ 
บันทึกการเข้า

อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #154 เมื่อ: 19-06-2008, 23:07 »

แนะนำนะ ถ้าเห็นว่านพดลทำผิดจริง ฟ้องแมร่งเลยครับ ไม่ใช่แค่ออกมาเย้วๆบนเวที    
บันทึกการเข้า

ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #155 เมื่อ: 19-06-2008, 23:16 »

แนะนำนะ ถ้าเห็นว่านพดลทำผิดจริง ฟ้องแมร่งเลยครับ ไม่ใช่แค่ออกมาเย้วๆบนเวที    

ฟ้องแน่นอนอยู่แล้วครับ คุณรอดูไปเถอะ อย่าหวังจะรอดเลยครับ

บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #156 เมื่อ: 19-06-2008, 23:28 »

จะเป็นใครไม่สำคัญ ขอเพียงคำพูดที่บางคนคิดว่าแดกดัน ไปเพิ่มรอยหยักในสมองบางคนเป็นพอ

อ้าว....ก็เรื่องเขาพระวิหารนี่ พธม.ของแป๊ะนรกไม่ใช่หรือที่ปลุกปั่นยุยงแต่แรก และที่อ้างๆมาใช้โจมตีในกระทู้นี้ก็จากเว็บแป๊ะนรกทั้งนั้น อย่าทำเป็นไขสือเลยครับ

ก็เลยอยากให้คิดซักหน่อยว่าเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วมันจะเข้าอีหรอบเดียวกับเรื่อง "คดีหมิ่นฯ" หรือเปล่า ที่สุดท้ายแล้วก็โดนพิพากษาจำคุกข้อหาหมิ่น"ทักษิณ" และอ้างสถาบันฯสร้างความแตกแยกในชาติ



โง่แล้วดันทุรังเฟว้ย
สงสัยอ่านภาษาไทยไม่ออก
เอ้า ๆๆ แหกตาดูกระทู้สักหน่้อยว่าเขากำลังคุยกันเรื่องอะไร
แล้วพิจารณาสิว่า เรื่องที่คุณ "ลาก" มาเกี่ยวข้องมัน "เกี่ยวอะไรกันไหม

ไปลาก "คดี่ความส่วนตัว - เรื่องของเขา" มาอ้างข้าง ๆ คู ๆ
อุตส่้าห์อธิบายเรื่องมารยาทแล้วยังไม่สำนึก
ยังลากต่อ - แถเอาให้ได้
...น่าสมเพชเวทนา



5555 ขำ ไม่ฟ้องนั่นแหละดีแล้ว รายนั้นสภาพสตรีแต่เป็นสุภาพบุรุษพอ ไม่จำเป็นต้องฟ้องหรอก มีอย่างที่ใหน กล่าวร้ายเขาก่อนโดยไม่มีหลักฐานอะไร พวกข้างเวทีก็เย้วๆ โห่ร้องสะใจ  พอเจ๊เอาของจริงมาเปิด  หลบหน้าหลบตาไม่โผล่มายืนยัน กะจะให้สังคมลืมเรื่องนี้ไปซะงั้น(เหมือนเรื่องอื่นๆที่แล้วๆมา)  ทำเอาแฟนๆ ที่เย้วๆคิดว่าวีระของจริง อ้าปากค้างคาสะพานมัฆวานไปเลย 5555555

...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกระทู้นี้ ( อีกแล้ว ) ?
...ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหรือคู่กรณีที่ยกมา  มันเกี่ยวข้องอะไรด้วย ??
แถกคราวนี้ "มุดกระโปรงผู้หญิง" มาด้วยอีกต่างหาก !!
...อะไรเนี่ย !
...ไร้สาระ - ไร้ยางอาย เป็นที่สุด


เข็กหัวซักหนึ่งทีซิ เผื่อจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง !!!!!!

เรื่องหมิ่นสถาบันของทักษิณ ที่พธม.โจมตีกล่าวร้ายตั้งแต่ต้น ไม่ใช่หนึ่งในสี่ข้อที่ คมช.ยกมาอ้างเพื่อปฏิวัติหรอกหรือ ?????

แล้ว คมช. มันก็ไม่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้ซักที

ตรงกันข้าม เมื่อวันที่ 25 ธค. 2550 ศาลได้พิพากษาว่า


"ทางนำสืบจำเลยที่ 1 และพฤติการณ์การกล่าวปราศรับของจำเลยที่ 1 ตามวัตถุพยานของจำเลยที่ 1 ก็ดี การแต่งกายของจำเลยที่ 1 ไม่ว่าสีของเสื้อที่ใช้สีเหลือง อันเป็นสีประจำพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตัวอักษรที่หน้าอกเสื้อคำว่า“เราจะสู้เพื่อในหลวง” ก็ดี ล้วนพยายามสร้างภาพของโจทก์ และผู้สนับสนุนโจทก์ ให้มีภาพยืนอยู่ตรงข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และพยายามสร้างภาพของจำเลยกับพวกให้อิงแอบแนบชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันสูงสุดที่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าต้องเทิดทูน เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์กับพวก ไม่จงรักภักดี ทำตัวเสมอพระมหากษัตริย์ หรือไม่ถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ เป็นการแยกประชาชนคนไทยที่จงรักภักดีบางส่วน ให้เป็นฝ่ายตรงข้ามสถาบันพระมหากษัตริย์ นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ"

จำเลยที่หนึ่งในที่นี้ ไม่ใช่ทักษิณ หากแต่เป็น แป๊ะนรกต่างหาก 


แล้วไง ?
มันเกี่ยวอะไรกับกระทู้นี้ ( อีกตามเคย ) ?
หือม์ ??
( อันที่จริงจะโต้แย้งเรื่องที่คุณหยิบยกมาก็ได้  แต่เห็นว่าไม่ใช่สาระของกระทู้  และไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะต้องไปปกป้องไอ้แป๊ะ )




เอ้า...อันนี้ "สอน" นะ
การที่บุคคลหนึ่ง ๆ ถูกกล่าวหาหรือตัดสินว่ามีความผิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ไม่ได้แปลว่าเรื่องอื่น ๆ ที่เขาทำจะต้องผิดไปหมด หรือ "น่าจะผิด" ไปหมด
เช่น
ถ้าคุณโมเสส ( ตัวปลอม...อย่างน้อยก็ทางสมอง ) เป็นพวกวิปริตผิดปกติทางเพศ  ชอบชำเราเอากับหมูเป็นประจำ
...แล้วหากวันหนึ่ง  คุณโมเสส  ( ตัวปลอม...อย่างน้อยก็ทางสมอง ) เกิดจะต้องต่อสู้กับโจรกระจอกของทักษิณเพื่อปกป้องอธิปไตยของแผ่นดิน
...ก็ไม่มีวิญญูชนคนปกติที่ไหนเขาตั้งข้อรังเกียจรังงอน  ปฏิเสธที่จะให้คุณโมเสส  ( ตัวปลอม...อย่างน้อยก็ทางสมอง ) ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาหรอก

...หวังว่าตัวอย่างง่าย ๆ แบบนี้
คงพอจะทำความเข้าใจได้

 
บันทึกการเข้า

สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #157 เมื่อ: 19-06-2008, 23:32 »

เบื่อฉิบหาย ตรรกะ ไอ้พวก ชาติหมา

มีอะไรให้ฟ้อง ...

ฟ้องห่าไร พวกมึงก็เอาแต่เลื่อนไป เลื่อนมา ฆวย..

บอกมีอะไรให้เล่นในสภา

พอเขาจะอภิปราย ก็บอกว่า ไม่มีเวลา ตอนแรกบอกจะปิดประชุม วันที 30 พอเขาจะอภิปราย ก็ชิงปิด 28 ฆวย..


คนอย่างพวกมรึงนี่ นรกไล่มาเกิดจริงๆ ว่ะ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #158 เมื่อ: 19-06-2008, 23:36 »

เท่าที่ อ่านช่วงหลัง นี่ เชื่อแล้วครับ ว่านายนพดล ซวยแน่
เพราะต้องยอมรับมีนักวิชาการ คิดอย่างพวกท่านทั้งหลายในบอร์ดนี้ อยู่พอสมควร
นายนพดล คงต้านกระแสไม่อยู่ เพราะเหล่านักวิชาการกลุ่มต่างๆออกมาต้านแล้ว

        ทุกอย่างจะเปิดออกและจุดกระแสโลกให้โด่งดังไปเลย  ว่าจนถึงวันนี้ผ่านไป 46 ปีมาแล้ว
คนไทยยังไม่ยอมแพ้ ยังจ้อง ที่จะเอาปราสาทเขาพระวิหารที่โดนโกงไป คืนกลับสู่ประเทศไทยให้จงได้
ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ  ก็จะยืนอยู่บนพื้นฐานนี้ด้วย  
     คนกัมพูชา โปรดรู้ไว้ด้วยว่า รูปเขาพระวิหาร ที่อยู่บนธนบัติท่านนั้น
เราไม่เคยยอมรับว่ามันเป็นของท่าน เรายังคิดว่ามันคือของเรา
เราได้สงวนสิทธิ์ ที่จะไม่ยอมรับ คำตัดสินของศาลโลกไว้แล้ว

งานนี้มีเขมรแตกแน่  

ก็ใช่สิครับ.. เขาไม่ได้ค้านกันลอยๆ แต่มีข้อมูลอ้างอิงจริว
ลองเอาเรื่องนี้ไปอ่านเพิ่มเติมสักหน่อย จะยิ่งชัดเจนนะครับ  

==คำประท้วงของรัฐบาลไทยต่อคำตัดสินศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=28088.0
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #159 เมื่อ: 19-06-2008, 23:51 »

อ้างถึง
โง่แล้วดันทุรังเฟว้ย
สงสัยอ่านภาษาไทยไม่ออก
เอ้า ๆๆ แหกตาดูกระทู้สักหน่้อยว่าเขากำลังคุยกันเรื่องอะไร
แล้วพิจารณาสิว่า เรื่องที่คุณ "ลาก" มาเกี่ยวข้องมัน "เกี่ยวอะไรกันไหม

ตกลงไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยวครับ แป๊ะนรกไม่เกี่ยวเลยกับการปลุกปั่นข่าวเขาพระวิหาร
(บอกเด็ก ป. 6 มันจะเชื่อมั้ยเนี้ย....)


อ้างถึง
ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะต้องไปปกป้องไอ้แป๊ะ

ไม่ปกป้องเลยครับ แม้กำลังเสพข่าวของไอ้แป๊ะอยู่ก็ตาม

อ้างถึง
มีอะไรให้ฟ้อง ...
ฟ้องห่าไร พวกมึงก็เอาแต่เลื่อนไป เลื่อนมา ฆวย..

ฟ้องศาลครับ ไม่ใช่ฟ้องสภา หมักเขาเปิดสมัยวิสามัญเพื่อออกฏหมายลูกกับพิณาร่างงบประมาณครับ

ข้อกล่าวหานภดลทำผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าผิดจริง ประหารเจ็ดชั่วโคตรเลยครับ


อ้างถึง
ลองเอาเรื่องนี้ไปอ่านเพิ่มเติมสักหน่อย จะยิ่งชัดเจนนะครับ 

==คำประท้วงของรัฐบาลไทยต่อคำตัดสินศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร==

ประกาศสงครามกับเขมรเลยดีใหมครับ จริงๆ น่าจะประกาศตั้งแต่สมัยชวนเป็นนายกแล้วนะครับ เพราะเรื่องนี้มันเกิดตั้งแต่ 46 ปีที่แล้ว

แล้วอย่าลืมไปทวงเขมรทางประเทศ ลาวทั้งประเทศจากฝรั่งเศษมันด้วย



บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #160 เมื่อ: 20-06-2008, 00:23 »

ตกลงไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยวครับ แป๊ะนรกไม่เกี่ยวเลยกับการปลุกปั่นข่าวเขาพระวิหาร
(บอกเด็ก ป. 6 มันจะเชื่อมั้ยเนี้ย....)


ก็ "ยกตัวอย่าง" ที่มันเกี่ยวข้องกันสิ
ถ้าเขาเอาเรื่องปราสาทเขาพนมรุ้งมาเล่น - มาปั่นกระแส แล้วคุณไม่พึงใจ
คุณก็ควรเอาเรื่องปราสาทเขาพนมรุ้งมาแก้
หรืออย่างน้อยก็เอาเรื่องคดีความระหว่างประเทศที่ใกล้เคียงกันมาแก้
จะยกตัวอย่างเรื่องคูเวตที่อิรัคมันต้องยาตราทัพเข้าไปยึดเอาเอง เพราะไอ้กันเคยรับปากกับมันไว้แล้วไม่ทำให้มาเทียบก็ได้
 ( ส่วนจะเทียบเคียงยังไงค่อยแถก ๆ เอา...ก็ยังดูดี )

วุ้ย...นี่ตั้งใจจะโต้เถียงหักล้างกันในประเด็นปราสาทเขาพนมรุ้ง  ด้วยคดีหมิ่นประมาทระหว่างบุคคลจริง ๆ เหรอ ?

 

 


ไม่ปกป้องเลยครับ แม้กำลังเสพข่าวของไอ้แป๊ะอยู่ก็ตาม

ผมไม่ใช่เดรัจฉานจำพวกวัวอย่างที่คุณโมเสส  ( ตัวปลอม...อย่างน้อยก็ทางสมอง ) ภาคภูมิใจนี่ครับ
จะได้เลือกเสพย์เอาเฉพาะข่าวที่มา์จาก Pantip  ThaiEnews  Prachathai
ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นข้อมูลชิ้นเดียวกันที่ "ปั่นต่อ ๆ กันมา" จากต้นตอเดียวกันนั่นเอง

ผมเสพย์ข่าวทั้งหมดแหละ 
แม้แต่เรื่องโง่ ๆ ที่มั่วหรือแถกแถ ดันดุน ลากถูโดยคนรักทักษิณ



ข้อกล่าวหานภดลทำผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าผิดจริง ประหารเจ็ดชั่วโคตรเลยครับ [/size]
 
ประกาศสงครามกับเขมรเลยดีใหมครับ จริงๆ น่าจะประกาศตั้งแต่สมัยชวนเป็นนายกแล้วนะครับ เพราะเรื่องนี้มันเกิดตั้งแต่ 46 ปีที่แล้ว

แล้วอย่าลืมไปทวงเขมรทางประเทศ ลาวทั้งประเทศจากฝรั่งเศษมันด้วย


ลาก กกก.กกกก....ไปเรื่องทำสงครามบ้าบอห่อหมกอะไรอีก
เขากำลังพิจารณา "ประเด็น" อะไรอยู่ก็กรุณา "อ่าน" ด้วยนะครับ
อย่าเอาแต่ "ดม ๆ" แล้วใช้สัญชาติญาณและความรู้สึกตอบกระทู้
โดยไม่ยอมดู  ไม่รับรู้ อะไรที่คนอื่นเขาแสดงไว้บ้างเลย




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2008, 05:01 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #161 เมื่อ: 20-06-2008, 00:50 »

ก็ใช่สิครับ.. เขาไม่ได้ค้านกันลอยๆ แต่มีข้อมูลอ้างอิงจริว
ลองเอาเรื่องนี้ไปอ่านเพิ่มเติมสักหน่อย จะยิ่งชัดเจนนะครับ  

==คำประท้วงของรัฐบาลไทยต่อคำตัดสินศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=28088.0

ไม่รู้ว่า คุณจี ให้ไปอ่านอะไรกี่ครั้ง แล้ววันนี้ ก็เข้าไปอ่านทุกครั้ง
พออ่านจบ  มันก็เป็นส่วนเติมเต็มในสิ่งที่เราพอจะรู้แล้ว ไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึก ว่ามันใหม่ แปลกใจ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอะไรได้
ตอนนี้ก็อ่านหมดแล้ว ว่าเสียเพราะอะไร แพ้คดีเพราะอะไร เรายื่นประท้วงเรื่องอะไร  มีคนบอกว่าเราได้ทำอะไรไว้

ก็อย่างที่บอก ผมกับคุณจี คิดอยู่คนละพื้นฐาน
คุณจียังหวัง ในคำประท้วง ยังคิดว่าเรายังไม่ได้เสียไปโดยสมบูรณ์แบบ ยังหวังว่าเราจะเอาคืนมาได้ ซึ่งก็ตอบไม่ได้ว่ายังไงและเมื่อไหร่
แต่ผมๆ เชื่อเรื่อง เราได้เสียปราสาทเขาพระวิหารไปตั้งแต่ปี 2505 ( อย่างน้อยก็มี คนที่เชื่อเหมือนผมอีกคนคือ ผบทบ.)

แล้วกระทรวงต่างประเทศ ก็ตัดสินใจดำเนินนโยบายต่างประเทศไปแล้ว โดยพื้นฐานแนวความคิดผม
ถามคุณจี ว่าผิดไหม คำตอบย่อมออกมาผิดอยู่แล้ว
ถามผม ผมก็ว่าไม่ผิด ถ้าจะผิด ก็ผิดเรื่อง ระเบียบปฏิบัติการบริหารงานและการปฏิบัติงานของนักการเมือง ซึ่งก็ไปว่ากันอีกที
 




บันทึกการเข้า
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #162 เมื่อ: 20-06-2008, 01:12 »

ไม่รู้ว่า คุณจี ให้ไปอ่านอะไรกี่ครั้ง แล้ววันนี้ ก็เข้าไปอ่านทุกครั้ง
พออ่านจบ  มันก็เป็นส่วนเติมเต็มในสิ่งที่เราพอจะรู้แล้ว ไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึก ว่ามันใหม่ แปลกใจ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอะไรได้
ตอนนี้ก็อ่านหมดแล้ว ว่าเสียเพราะอะไร แพ้คดีเพราะอะไร เรายื่นประท้วงเรื่องอะไร  มีคนบอกว่าเราได้ทำอะไรไว้

ก็อย่างที่บอก ผมกับคุณจี คิดอยู่คนละพื้นฐาน
คุณจียังหวัง ในคำประท้วง ยังคิดว่าเรายังไม่ได้เสียไปโดยสมบูรณ์แบบ ยังหวังว่าเราจะเอาคืนมาได้ ซึ่งก็ตอบไม่ได้ว่ายังไงและเมื่อไหร่
แต่ผมๆ เชื่อเรื่อง เราได้เสียปราสาทเขาพระวิหารไปตั้งแต่ปี 2505 ( อย่างน้อยก็มี คนที่เชื่อเหมือนผมอีกคนคือ ผบทบ.)

แล้วกระทรวงต่างประเทศ ก็ตัดสินใจดำเนินนโยบายต่างประเทศไปแล้ว โดยพื้นฐานแนวความคิดผม
ถามคุณจี ว่าผิดไหม คำตอบย่อมออกมาผิดอยู่แล้ว
ถามผม ผมก็ว่าไม่ผิด ถ้าจะผิด ก็ผิดเรื่อง ระเบียบปฏิบัติการบริหารงานและการปฏิบัติงานของนักการเมือง ซึ่งก็ไปว่ากันอีกที
 






เค้าค้านจริง แล้วคุณละ คิดอย่างไร ไม่ใช่แค่......(ค้นจากเวปได้แค่บางส่วนมาอย่างไร แล้วนำมันมาอ้างอิงว่ามันคือคำตอบของเรื่องนี้ คำตอบมันเปลี่ยนแปลงได้เมื่อได้ข้อมูลใหม่ที่พิสูจนย์)

เราควรมาแสดงทัศนคติ ความเชื่อด้วยเหตุผล เพื่อแก้ปัญหา หรือไม่ .....คนอ่านพิจารณาเอง ด้วยเหตุผล

ขออนุญาติตอกย้ำเพราะ แสดงความเห็นเพิ่ม แต่ไม่อยากรบกวน เข็นกระทู้ขึ้นด้านบน
ศาลโลกเวลานั้นจะว่ายังไง หรือใครจะว่าล๊อบบี้หรืออะไร มันก็คืออดีตที่หลายสิ่งความจริงไม่กระจ่างชัดเจน แต่ยังไงเราต้องรอวันข้างหน้า
(ถ้าใช้ใจให้เป็นธรรม แล้วมองภาพกว้าง สมควรหรอ ที่ตัดสินให้มีติ่งเล็กๆของอีกประเทศบนหน้าผาอีกประเทศ >>> มันหมายถึง การรบด้วยปากและอาวุธ ไม่มีที่สิ้นสุด ของ2ประเทศ)

ใครจะรู้วันข้างหน้า โลกของเราอาจมี ศาลที่มีอำนาจหน้าที่ แก้ไขปัญหาเรื่องพรมแดนโดยตรง เพื่อลดปัญหาความพิพาทต่างๆโดยตรง ที่มีอำนาจเหนือคำพิพากษานั้น หรือหลักเกณ หลักฐานใหม่ๆ ?


ส่วนเรื่องกระทรวงต่างประเทศ ตอบได้คำเดียว เลือกสส.มาไม่ใช่ว่า มันอยากจะทำอะไรก็ทำได้ ได้ยินไหม นี้คือความรู้สึก (ปกติไม่ค่อยเขียน แต่ขอเขียน เพราะมันรู้สึกอึดอัดกับรัฐบาลเฮงซวย)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2008, 01:51 โดย Iona » บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #163 เมื่อ: 20-06-2008, 01:29 »

เดาว่า ไอ้คนขายชาตินัดเล่นกอล์ฟกับฮุนเซ็นเมื่อเดือนเมษายน

คงจะเจรจาแลกเขาพระวิหารกับการได้สัมปทานเปิดบ่อนที่เกาะกง

 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #164 เมื่อ: 20-06-2008, 02:52 »

ไม่รู้ว่า คุณจี ให้ไปอ่านอะไรกี่ครั้ง แล้ววันนี้ ก็เข้าไปอ่านทุกครั้ง
พออ่านจบ  มันก็เป็นส่วนเติมเต็มในสิ่งที่เราพอจะรู้แล้ว ไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึก ว่ามันใหม่ แปลกใจ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอะไรได้
ตอนนี้ก็อ่านหมดแล้ว ว่าเสียเพราะอะไร แพ้คดีเพราะอะไร เรายื่นประท้วงเรื่องอะไร  มีคนบอกว่าเราได้ทำอะไรไว้

ก็อย่างที่บอก ผมกับคุณจี คิดอยู่คนละพื้นฐาน
คุณจียังหวัง ในคำประท้วง ยังคิดว่าเรายังไม่ได้เสียไปโดยสมบูรณ์แบบ ยังหวังว่าเราจะเอาคืนมาได้ ซึ่งก็ตอบไม่ได้ว่ายังไงและเมื่อไหร่
แต่ผมๆ เชื่อเรื่อง เราได้เสียปราสาทเขาพระวิหารไปตั้งแต่ปี 2505 ( อย่างน้อยก็มี คนที่เชื่อเหมือนผมอีกคนคือ ผบทบ.)

แล้วกระทรวงต่างประเทศ ก็ตัดสินใจดำเนินนโยบายต่างประเทศไปแล้ว โดยพื้นฐานแนวความคิดผม
ถามคุณจี ว่าผิดไหม คำตอบย่อมออกมาผิดอยู่แล้ว
ถามผม ผมก็ว่าไม่ผิด ถ้าจะผิด ก็ผิดเรื่อง ระเบียบปฏิบัติการบริหารงานและการปฏิบัติงานของนักการเมือง ซึ่งก็ไปว่ากันอีกที
 

ยังมีเรื่องที่คุณ mebeam ควรทราบแต่อาจไม่ทราบ หรือเข้าใจผิด
อย่างน้อย 2 ข้อ ที่ทำให้ฐานความคิดของคุณไม่ตรงกับผม

ข้อแรก.. คุณ mebeam คิดว่าการประกาศสงวนสิทธิ์ของรัฐบาลไทยไม่มีผลในทางปฏิบัติ
ข้อ 2 .. คุณ mebeam คิดว่าคำตัดสินของศาลโลกไม่สามารถทบทวนใหม่ได้


...

ในความเป็นจริงและสำคัญที่สุดก็คือ ...

แม้ว่าคำพิพากษาศาลโลกจะมีผลผูกพันคู่พิพาทในส่วนที่เกี่ยวกับคดีที่พิพาทนั้น
โดยเป็นที่สุดไม่มีการอุทธรณ์

แต่คู่พิพาทก็ทรงสิทธิ์ที่จะขอให้ทบทวนคำพิพากษาได้ เมื่อมีการค้นพบข้อเท็จจริง
อันเป็นปัจจัยให้อาจเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน โดยเป็นข้อเท็จจริงที่ขณะมีคำพิพากษา
ออกมา ทั้งศาลโลกและคู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้มีการทบทวนคำพิพากษายังไม่รู้ว่ามีอยู่
โดยมีเงื่อนไขว่าความไม่รู้เช่นว่านั้น ต้องมิได้มาจากความประมาทเลินเล่อ


...

เมื่อคุณ mebeam ทราบแบบนี้แล้ว ผมคิดว่าฐานคิดเราน่าจะกลับมาใกล้เคียงกัน

ข้อแรก.. การประกาศสงวนสิทธิ์ของรัฐบาลไทยมีผลในทางปฏิบัติได้จริง
ข้อ 2 .. คำตัดสินของศาลโลก คู่พิพาทสามารถขอให้ศาลทบทวนใหม่ได้

หวังว่าที่ผมกวนคุณให้อ่านอะไรมากมาย น่าจะพอได้ประโยชน์บ้างนะครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2008, 02:54 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #165 เมื่อ: 20-06-2008, 03:34 »

นอกจากนี้ในคดีปราสาทพระวิหาร กัมพูชายังได้เสนอให้ศาลโลกวินิจฉัยสถานะทางกฎหมาย
ของแผนที่ภาคผนวก 1 (ที่กัมพูชาได้เปรียบ) และเส้นเขตแดนในอาณาบริเวณพิพาท

แต่ศาลโลกไม่รับพิจารณาในประเด็นสถานะทางกฎหมายของแผนที่ และเส้นเขตแดนพิพาท

เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะหากไทยยอมรับเสียเองว่า พื้นที่บริเวณที่ตั้งปราสาทพระวิหาร
อยู่ในอำนาจของกัมพูชา ก็เท่ากับยอมรับเกินคำตัดสินของศาลที่ปฏิเสธไม่รับพิจารณาตั้งแต่ต้น

ดังนั้นเราจึงอนุโลมแค่ให้กัมพูชามีสิทธิในตัวปราสาทพระวิหาร แต่ไม่ยอมรับว่ากัมพูชามีอำนาจ
เหนือพื้นที่ตั้งปราสาทพระวิหาร เป็นประเด็นที่ต้องระลึกไว้ตลอดเวลา

เพราะหากเรายอมรับอำนาจของกัมพูชา อาจเท่ากับไปยอมรับแผนที่ที่กินเขตแดนประเทศไทย
ตลอดแนวพรมแดนลาวและกัมพูชาที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดนแน่ชัด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก

ส่วนในอนาคตเราสามารถนำปราสาทพระวิหารกลับมาได้หรือไม่คงไม่มีใครทราบ

ความจริงการถือปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลโลก ไทยเราก็ปฏิเสธไม่ยอมรับคำพิพากษาตั้งแต่ต้น
ปัจจุบันเขมรก็รุกล้ำเข้ามาในเขตไทยเกินกว่าคำพิพากษา เราต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #166 เมื่อ: 20-06-2008, 04:18 »

ผมอธิบายยาวไม่ถนัด ฝากลิงค์ที่อาจเป็นข้อมูลเสริมให้ก็แล้วกันคับ...

'ขายชาติ-ขายแผ่นดิน' จริงหรือ?

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=20/Jun/2551&news_id=160126&cat_id=500


46 ปีของคดีปราสาทพระวิหาร ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01200651&day=2008-06-20&sectionid=0130
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #167 เมื่อ: 20-06-2008, 04:40 »

ล่าสุดรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ทำหน้าที่เหมือนทนายเขมรไปเรียบร้อยแล้วครับ 

==ไปกันใหญ่! นพดลอ้างธรรมนูญศาลโลก เกิน10ปีไทยรื้อฟื้นคดีปราสาทพระวิหารไม่ได้==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=28095.0
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #168 เมื่อ: 20-06-2008, 13:07 »

555555

ใครที่หลงกลิ่นอันหอมหวนของหญ้าที่ astv แจกให้ อย่ารีบ ถอนตัวกลับมา

ทหารออกมายืนยันแล้ว  และเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องมุสาที่เป็นอาจิณของเว็บแป๊ะนรก MGR


http://www.livevideo.com/video/embedLink/36312DF01E9440719BB03DC381D2E31A/680333/map1.aspx
บันทึกการเข้า

อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #169 เมื่อ: 20-06-2008, 13:09 »

กองทัพการันตีไม่เสียดินแดน ขึ้นทะเบียนเขาวิหารมรดกโลก [19 มิ.ย. 51 - 23:21]

ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ  เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (19 มิ.ย.) พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิการทหาร พร้อมด้วย นายกฤต ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ  กระทรวงการต่างประเทศ พล.ท.แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร แถลงกรณีรัฐบาลกัมพูชาเสนอปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดย พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า กองทัพไทยได้ตรวจสอบพื้นที่ โดยกรมแผนที่ทหารได้นำแผนผังไปตรวจสอบ เพื่อยืนยันความถูกต้อง เมื่อวันที่ 9-11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้สรุปยืนยันว่า  แผนผังที่ทางการกัมพูชาจะนำเสนอต่อยูเนสโกเพื่อประกอบการขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก  มิได้กระทบหรือล่วงล้ำอธิปไตยของไทย หรือไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่รัฐบาลกัมพูชาจะนำพื้นที่ของประเทศไทยไปใช้

 

"กองทัพไม่ยินยอมให้ประเทศใดประเทศหนึ่ง ใช้ดินแดนของเรา กองทัพได้ตรวจสอบทั้งอากาศและทางภาคพื้นดิน ยืนยันจะรักษาอธิปไตยของเราไว้" เสนาธิการทหาร  กล่าวและว่า กองทัพไม่ได้ปกป้องใคร แต่การแถลงครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความถูกต้อง

 

ด้าน พล.ท.แดน กล่าวว่า จุดพิกัดทางยุทธศาสตร์ 26 จุด และเส้นเขตแดน ในแผนที่ฉบับใหม่ ไม่มีส่วนใดล้ำเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทย  โดยจุดที่ใกล้ปราสาทเขาพระวิหารมากที่สุด คือ 1 เมตร และจุดที่ไกลที่สุด คือ 30 เมตร

 

ขณะที่ นายกฤต กล่าวว่า  การดำเนินการทำแผนที่ฉบับใหม่ไม่มีส่วนใดล้ำเข้ามาในประเทศไทย และในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ข้อ 4 ก็ระบุชัดเจนว่า การเสนอให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดก ไม่กระทบต่อสิทธิเหนือดินแดนของทั้งสองฝ่าย


 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดไม่มีการเจรจาแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนให้เสร็จสิ้น ก่อนมีการเสนอให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ตามที่ได้เคยมีการตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ นายกฤต กล่าวว่า เป็นสิทธิของรัฐบาลกัมพูชาที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร รัฐบาลไทยเคยเจรจาเรื่องดังกล่าวแล้ว ต่อข้อถามว่า จะกระทบต่อการเจรจาในอนาคต หลังปราสาทเขาพระวิหารได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกแล้วหรือไม่ นายกฤต กล่าวว่าเกินขอบเขตที่จะตอบได้  ขณะที่ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ประเทศไทยจะไม่เสียดินแดนซ้ำรอยกับปี 2505 อย่างแน่นอน และการชี้แจงดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้ประชาชนสับสน จึงต้องการชี้แจงให้ประชาชนทราบ ไม่เกี่ยวกับประเด็นการเมือง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2008, 13:12 โดย โมเสส » บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #170 เมื่อ: 20-06-2008, 13:18 »

เท่าที่ อ่านช่วงหลัง นี่ เชื่อแล้วครับ ว่านายนพดล ซวยแน่
เพราะต้องยอมรับมีนักวิชาการ คิดอย่างพวกท่านทั้งหลายในบอร์ดนี้ อยู่พอสมควร
นายนพดล คงต้านกระแสไม่อยู่ เพราะเหล่านักวิชาการกลุ่มต่างๆออกมาต้านแล้ว

        ทุกอย่างจะเปิดออกและจุดกระแสโลกให้โด่งดังไปเลย  ว่าจนถึงวันนี้ผ่านไป 46 ปีมาแล้ว
คนไทยยังไม่ยอมแพ้ ยังจ้อง ที่จะเอาปราสาทเขาพระวิหารที่โดนโกงไป คืนกลับสู่ประเทศไทยให้จงได้
ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ  ก็จะยืนอยู่บนพื้นฐานนี้ด้วย 
     คนกัมพูชา โปรดรู้ไว้ด้วยว่า รูปเขาพระวิหาร ที่อยู่บนธนบัติท่านนั้น
เราไม่เคยยอมรับว่ามันเป็นของท่าน เรายังคิดว่ามันคือของเรา
เราได้สงวนสิทธิ์ ที่จะไม่ยอมรับ คำตัดสินของศาลโลกไว้แล้ว

งานนี้มีเขมรแตกแน่ 


 




ที่อยู่บนธนบัตรใช่เขาพระวิหารแน่เหรอ

เขาพระวิหาร กับ นครวัด เป็นคนละอันกันนะครับ
ตกลงคุยเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่าเนี่ย

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #171 เมื่อ: 20-06-2008, 13:27 »

อ้างถึง
เขาพระวิหาร กับ นครวัด เป็นคนละอันกันนะครับ
ตกลงคุยเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่าเนี่ย


จับพลัดจับพลู จริงเท็จแค่ใหน เหล่าสาวกไม่สนหรอก ไม่ต้องตรวจสอบด้วย ขอให้เป็น MGR ก็พอ  .....พอใจจะแดก   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2008, 13:31 โดย โมเสส » บันทึกการเข้า

อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #172 เมื่อ: 20-06-2008, 14:01 »

ไม่อยากให้ประเด็นนี้ตกไปจริงๆ พับผ่า

สองสามวันมานี้ พธม.ใช่ประเด็นนี้ปลุกปั่นยุยงมาตลอด เพื่อปลุกระดมคนมาบุกทำเนียบ
บันทึกการเข้า

Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #173 เมื่อ: 20-06-2008, 14:14 »

ที่อยู่บนธนบัตรใช่เขาพระวิหารแน่เหรอ

เขาพระวิหาร กับ นครวัด เป็นคนละอันกันนะครับ
ตกลงคุยเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่าเนี่ย


นั่นสิ ตกลงเป็นอย่างไหนกันแน่

ว่าแต่ตัวเลขนี้เป็นของไทยหรือกัมพูชา 
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #174 เมื่อ: 20-06-2008, 14:52 »



จับพลัดจับพลู จริงเท็จแค่ใหน เหล่าสาวกไม่สนหรอก ไม่ต้องตรวจสอบด้วย ขอให้เป็น MGR ก็พอ  .....พอใจจะแดก   


ง่า ไปว่าคุณ mebeam เป็นสาวกเมเนเจอร์ ได้ไง

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #175 เมื่อ: 20-06-2008, 15:04 »

555  เ๋ป๋ไปเป๋มา ด่าพวกเดียวกันซะแล้ว
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
kingkong059
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


« ตอบ #176 เมื่อ: 20-06-2008, 15:08 »

อย่ห่วาไอรถโรงเรียนของคุณว่งผ่านบ้านทุกวันเพือนKUก็สอนอยู่ที่นั้นทำไม่จะไม่รู้แหมดึงฟ้าตำทุเรศหนาอย่าเอาKUไปเทียบกับพวกมรงดีกว่ารู้เปล่าไอวิชาอาหรับที่มรึงสอนวันละ6คาบทำไมKUจะไม่รู้แหมปิดเรียนวันสุขไม่ไประหมาดหรอโดเห็นใส่ทุกขดแหละแต่น่าสงสารเนอะยังไงพวกมรึงก็กำจัดตระกูลพิพิสพักดี(เจ้าเมื่องเกาพวกสุไลมาลและพวกแบ่งแยกดินแดนไม่ค่อยชอบตระกูลนี้)ไม่ได้แล้วอีกอย่างหนึ่งไอที่ไปตกลงไว้กับมาเลก็ไม่เป็นผลน่าสงสารแล้วอย่าถ้าจริงพวกมรึงไม่เคยอ่านมนุษยดอคอมหรอKUพวกมรึงปรินแจกกันชิบหายวายปวงขอบอกเลยนะKUรู้จักเด็ฏอาซิสอย่างมรึงดีนี้ยังไม่อยากคุดบรรบุรุสมรึงมาแฉนะไอพวกขายซาติมรึงก็รู้นิว่าทำไมสามจังหวัดไม่เป็นอย่างมรึงต้องการ55555555555ขอให้ทรงมีมายุยิงยืนานอยู่เป็นรมโพรมไทรให้สามจังหวัดชายแดนด้วยเถิน
บันทึกการเข้า
Solidus
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,381



« ตอบ #177 เมื่อ: 20-06-2008, 15:09 »

ปราสาทเขาพระวิหารมีรูปบนธนบัตรกัมพูชา แต่เป็นฉบับที่ผลิตหลังศาลโลกตัดสิน จะยกมาก็ควรรายละเอียดมาให้ครบ ว่าธนบัตรฉบับไหน ผลิตเมื่อไหร่ เนื่องในโอกาสอะไร 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2008, 15:11 โดย solidus » บันทึกการเข้า
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #178 เมื่อ: 20-06-2008, 15:13 »

อ้างถึง
555  เ๋ป๋ไปเป๋มา ด่าพวกเดียวกันซะแล้ว
พลาดกันได้ครับพี่น้อง ไม่ใช่พวกอดีต 2.4 นี่ครับ ที่นัดแนะกันมาอย่างดี  

ส่วน kingkong059  ไปด่าไอ้ไกรศากที่มันเปิด vcd ตากใบบนเวทีพันธมิตรโน่น นั่นแหละ แนวร่วมพวกแบ่งแยกดินแดนของจริง

บันทึกการเข้า

kingkong059
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


« ตอบ #179 เมื่อ: 20-06-2008, 15:28 »

ผมไม่เอาตัวเข้าแรกกับลูกที่ถูกพ่อทิ้งไปมีเมียน้อยหรอกไอคุณไกรสักมันเหี............สุดๆแล้วแต่นะผมก็เข้าใจคุณหละไอเด็กอาซิสได้เงินเดือนจากตะวันออกกลางก็ต้องทำงานให้คุ้มหน่อยไม่นั้นเดียวจะไม่คุมค่าเงินออแต่เห็นลูกพี่คุณกับเจ้านายคุณจะมาปลูกข้าวด้วยกันผมก็เข้าใจนะช่วงนี้เลยต้องทำงานหนักหน่อยออแล้วถ้าแบ่งแยกดินแดนแล้วคุณจองตำแหน่งยังอะแถวบ้านผมได้เป็นนายอำเภอกับลองผู้ว่าแล้วนะแต่คุณก็คงเป็นแค่ลูกเบ้หละเพราะรัฐมนตรีก็คงเป็นอาจารมอปัตตานีแน่ๆเค้าม่เอาครูกระจอกจากโรงเรียนศาสนาหรอก555555555555555 โอยผมขอโทษทีบางี่คุณอาจจบเมืองนอกก็ได้นะเช่นเอกศาสนาจากปากีหรืออียิบดีนะหรืออาจได้ทุนเจ้านายไปซาอุ(ขอบอกพวกที่ไม่รู้จักโรงเรียนอาซิสซักหน่อยครูมักจบศาสนาจากตะวันออกกลางแต่รับเงินเดือนน้อยเลยเก็บกดถ้าเปลียนเป็นรัฐปัตตานีพวกนี้จะเป็นคนทีชาวบ้านนับน่าถือตาแต่ถ้าไม่มีการแบ่งแยกก็แค่...........ตัวหนึ่งเท่านั้นเพราะ กพ ไม่ยอมรับทำงานดีๆไม่ได้เลยเก็บกดไง55555555555555555555เก็นไหมKUรู้จักมรึงดีกว่าที่มึงคิด)
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #180 เมื่อ: 20-06-2008, 15:38 »

พลาดกันได้ครับพี่น้อง ไม่ใช่พวกอดีต 2.4 นี่ครับ ที่นัดแนะกันมาอย่างดี  

ส่วน kingkong059  ไปด่าไอ้ไกรศากที่มันเปิด vcd ตากใบบนเวทีพันธมิตรโน่น นั่นแหละ แนวร่วมพวกแบ่งแยกดินแดนของจริง



 
ไม่ต้องเป็นพวกรับจ้าง หรือนัดแนะอะไรกันหรอกครับ ถึงจะรู้ได้ว่าใครมีความคิดเห็นอย่างไร อยู่ฝ่ายไหน

แค่อ่านให้มากขึ้น ฟังมากขึ้น ก็รู้แล้ว

ควายมันฟังดนตรีไม่เป็น ถึงจะสีซอยังไงมันก็ไม่รู้เรื่อง
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังร้องมอๆๆๆ ไม่เลิก ให้เราฟังอยู่ดี


บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #181 เมื่อ: 20-06-2008, 15:43 »

ยิ่งพูดมาก ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าทำไมปัญหาภาคใต้มันถึงเกิดขึ้นมา มีคนอย่าง kingkong059 อยู่ในพื้นที่นี่เอง


บังไม่ได้จบตะวันออกกลาง จบจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ ป.ตรีจากเมืองไทย มอ.หาดใหญ่

สงสัยจะไม่รู้จักบังโม เจ้าเก่าห้องราชฯซะแล้ว  พึ่งเล่นบอร์ดหรือไอ้น้อง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2008, 15:45 โดย โมเสส » บันทึกการเข้า

isa
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151



« ตอบ #182 เมื่อ: 20-06-2008, 16:00 »

ไอ้คนที่ใช้ชื่อโมเสสเนี่ยใครครับ น่าทุเรศ

บังโม ห้องราชที่ผมรู้จักเป็นคนน่ารัก มีความรู้ สุภาพ
ไม่ได้หยาบคายไร้สติแบบไอ้นี่

โขมยชื่อคนอื่นเค้ามาใช้ก็อุบาทว์พออยู่แล้ว
ยังโชว์สันดานถ่***อีก

สมกับเป็นลิ่วล้อเหลี่ยมจริงๆ

 
บันทึกการเข้า
kingkong059
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


« ตอบ #183 เมื่อ: 20-06-2008, 16:07 »

หรอผมก็จบมอหาดใหญ่เหมือนกันไม่ต้องรู้ว่าคณะไหนหรอกตังแต่ยังไม่สร้างความแตกแยกโดยการคลุมผ้าเรียนอยูเรียนปัตตานีตลอดผ่านอาซิส่บอยผ่านตังแต่มีตึกแค่ตึกเดียวรถรับส่งไม่มีทำไมจะไม่สมัยก่อนเด็ก มอ ปายยังไม่คลุมผมผู้ชายใส่ขาสั้นไปเรียนชาตินี้คงไม่เห็นแบบนั้นอีกแล้วเสียใจมากเรียนมาเลหรอแย่ กพ รับรองเปล่าแต่นะเคยไปอยู่มาเลมาก็เห็นดิว่าเด็กมาเลร้อยละ50ไม่คลุมผมแล้วไม่เรียนศาสนาแล้วจะมาเปิดในไทยทำมวะไอแหลงเพาะพันเชื้อโรคไม่เข้าใจ
บันทึกการเข้า
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #184 เมื่อ: 20-06-2008, 16:09 »

บอกแล้วว่าเป็นใครไม่สำคัญ พิจารณาความคิดเห็นเป็นพอว่าจริงหรือเปล่าที่ว่ามา

ขอสรุปกระทู้นี้ ก่อนที่เรื่องมันจะไปไกลกว่านี้นะครับว่าเหมือนที่กล่าวก่อนหน้านี้แหละ


อ้างถึง
ควายนั้นบริโภคหญ้าเกือบทุกชนิด

แต่วัวจะเลือกหญ้ามากกว่าควาย  หญ้าบางอย่างวัวไม่กินแต่ควายกิน เช่น หญ้านกเค้า หญ้าส้ม หญ้าขนหมู หญ้าบากควาย

ส่วนคน ซึ่งก็อยู่ในคลาสแมมมาเลีย จะเลือกบริโภคออย่างชาญฉลาดกว่ามาก

อย่างน้อยก็ในการบริโภคการข่าวสาร

ยิ่งถ้ารู้ว่าสื่อใดเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย ข่าวสารที่ได้รับมาก็กรองแล้วกรองอีก ตรวจสอบข่าวที่จะบริโภคอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะเชื่อข่าวสารนั้นๆ

เรื่องเขมรนี่ก็เช่นเดียวกัน เพราะทหารก็ออกมาบอกแล้ว

http://www.livevideo.com/video/embedLink/36312DF01E9440719BB03DC381D2E31A/680333/map1.aspx

สาวกแป๊ะนรกตาสว่างได้แล้ว
บันทึกการเข้า

อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #185 เมื่อ: 20-06-2008, 16:12 »

อ้างถึง
หรอผมก็จบมอหาดใหญ่เหมือนกันไม่ต้องรู้ว่าคณะไหนหรอกตังแต่ยังไม่สร้างความแตกแยกโดยการคลุมผ้าเรียนอยูเรียนปัตตานีตลอดผ่านอาซิส่บอยผ่านตังแต่มีตึกแค่ตึกเดียวรถรับส่งไม่มีทำไมจะไม่สมัยก่อนเด็ก มอ ปายยังไม่คลุมผมผู้ชายใส่ขาสั้นไปเรียนชาตินี้คงไม่เห็นแบบนั้นอีกแล้วเสียใจมากเรียนมาเลหรอแย่ กพ รับรองเปล่าแต่นะเคยไปอยู่มาเลมาก็เห็นดิว่าเด็กมาเลร้อยละ50ไม่คลุมผมแล้วไม่เรียนศาสนาแล้วจะมาเปิดในไทยทำมวะไอแหลงเพาะพันเชื้อโรคไม่เข้าใจ

ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก ปัญหามี เพราะต่างคนอยากให้คนอื่นๆต้องเหมือนเราต่างหาก
บันทึกการเข้า

kingkong059
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


« ตอบ #186 เมื่อ: 20-06-2008, 16:23 »

ยังงั้นหรอแปลว่าตุรโลกีหามคลุมผมในมหาลัย ฟรังเศสห้ามคลุมผมไปเรียนหรือไปห้องสมุดแล้วน่าจำไม่ได้ แต่ตรุกีนี้เร็วๆนี้เองความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก ปัญหามี เพราะต่างคนอยากให้คนอื่นๆต้องเหมือนเราต่างหากหรออย่าให้ผมพูดยาวลงไปใน..........ที่สับสนของคุณดีกว่าเพราะคุณยังแยกไออกเลยว่าอะไรเป็นวัตนะทำอะไรเป็น.............แต่นะโรงเรียนที่อนประวัติอาหรับไม่สอนประวัติไทยก็อย่างนี้แหละแล้วยังเรียนวัตนะทำอาหรับอีกไม่เรียนในวัตะทำตัวเองแย่วะโรงเรียนที่เพาะพันเชื่อชัวก็อย่างนีแหละ ใกล้5โมงแล้วไปละหมาดได้แล้วแล้วทุมหนึงก็อยาลืมละหมาดละมัวแต่เชียลูกพี่อยู่ได้
บันทึกการเข้า
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #187 เมื่อ: 20-06-2008, 16:32 »

บังว่าคุณเองต้องเรียนภาษาไทยอีกเยอะนะ  วัตนะทำ(วัฒนธรรม) เพาะพัน(เพาะพันธุ์) !!!!!!!! 

พูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญเซคคิวลาร์ตูรกีที่กำลังจะถูกพรรค AKP เปลี่ยนแปลง(พรรคพลังประชาชนของชาวตูรกี) จนพวกตุลาการรัฐธรรมนูญ(ที่มีทหารหนุน)ออกมายันเรื่องกฏหมายคลุมผ้านั่นหรือครับ............  ไปศึกษาการเมืองภายในของเขาก่อนว่าอะไรเป็นอะไร

ส่วนที่ฝรั่งเศส ถ้าคุณยกประเด็นเชื้อชาติ เพื่อเหยียดหยามพวกอาหรับและอัฟริกา คุณจะได้คะแนนจากพวกชาตินิยมอย่างล้นเหลือ

เหมื่อนที่แป๊ะนรกกำลังหยิบยกเอาประเด็นเขาพระวิหารมาใช้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลนี่แหละ เรื่องการเมืองไม่ต่างกันเลย
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #188 เมื่อ: 20-06-2008, 16:38 »

นอกจากนี้ในคดีปราสาทพระวิหาร กัมพูชายังได้เสนอให้ศาลโลกวินิจฉัยสถานะทางกฎหมาย
ของแผนที่ภาคผนวก 1 (ที่กัมพูชาได้เปรียบ) และเส้นเขตแดนในอาณาบริเวณพิพาท

แต่ศาลโลกไม่รับพิจารณาในประเด็นสถานะทางกฎหมายของแผนที่ และเส้นเขตแดนพิพาท

เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะหากไทยยอมรับเสียเองว่า พื้นที่บริเวณที่ตั้งปราสาทพระวิหาร
อยู่ในอำนาจของกัมพูชา ก็เท่ากับยอมรับเกินคำตัดสินของศาลที่ปฏิเสธไม่รับพิจารณาตั้งแต่ต้น

ดังนั้นเราจึงอนุโลมแค่ให้กัมพูชามีสิทธิในตัวปราสาทพระวิหาร แต่ไม่ยอมรับว่ากัมพูชามีอำนาจ
เหนือพื้นที่ตั้งปราสาทพระวิหาร เป็นประเด็นที่ต้องระลึกไว้ตลอดเวลา

เพราะหากเรายอมรับอำนาจของกัมพูชา อาจเท่ากับไปยอมรับแผนที่ที่กินเขตแดนประเทศไทย
ตลอดแนวพรมแดนลาวและกัมพูชาที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดนแน่ชัด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก

ส่วนในอนาคตเราสามารถนำปราสาทพระวิหารกลับมาได้หรือไม่คงไม่มีใครทราบ

ความจริงการถือปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลโลก ไทยเราก็ปฏิเสธไม่ยอมรับคำพิพากษาตั้งแต่ต้น
ปัจจุบันเขมรก็รุกล้ำเข้ามาในเขตไทยเกินกว่าคำพิพากษา เราต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย 







"สรุปกรณีพระวิหารอย่างย่อ ไทยได้ดินแดนทับซ้อน-เขมรได้จดทะเบียนมรดกโลก


20 มิถุนายน 2551


สรุปกรณีเขาพระวิหารอย่างย่อ ด้วยคำอธิบายจากคุณ X-Phone



"สรุปผลการเจรจาก็คือ ไทยได้เปรียบเรื่องพื้นที่ทับซ้อน ส่วนเขมรได้ประโยชน์คือการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ตามนั้นครับไม่ต้องคิดมาก ส่วนแผนที่ใหม่ที่นพดลยังไม่ได้มาเปิดเผย เพราะมีข้อตกลงกับทางรัฐบาลกัมพูชาไว้ เนื่องจากจะทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านโจมตีได้ เพราะจะไปกระทบการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชา

สำหรับนักวิชาการที่ออกมาพูดว่าเรายอมรับ เรื่องแผนที่กัมพูชา ก็หยุดได้แล้วนะครับ รอหลังจากเดือนกรกฎาคม หลังการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว รัฐบาลไทยจะออกมาแถลงอีกทีหนึ่ง

อ้อ.. และใครคิดว่าหลังจากกัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว จะทำให้ไทยเสียเขาพระวิหารทั้งลูกน่ะ สัญญายูเนสโกว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลก ค.ศ. 1972 ระบุว่าการขึ้นทะเบียนไม่กระทบต่อการอ้างสิทธิในดินแดน ดังนั้นไทยได้ประโยชน์ตรงพื้นที่ทับซ้อนแน่นอน หากกัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนเอาเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกได้จริง"


ส่วนคำอธิบายของอีกท่านหนึ่ง คือ "คุณหมอแว่น" ได้พยายามจะเล่าเรื่องราว สาเหตุที่ทำให้ไทยต้องเสียเขาพระวิหารให้กับฝรั่งเศส ซึ่งปกครองประเทศกัมพูชาอยู่ในช่วงรัฐกาลที่ 5 ของไทย

"ความจริงต้องเท้าความไปที่สมัยรัชกาลที่ 5ฝรั่งเศส นำเรือรบมาปิดอ่าวไทย ทำให้สยามต้องเสียกัมพูชา เพื่อรักษา อธิปไตยของประเทศ สยามเอาไว้ โดยเมื่อทำสนธิสัญญายกดินแดนกัมพูชาให้ฝรั่งเศส ในครั้งนั้น เขาพระวิหารยังอยู่ในเขตแดนของประเทศสยาม

แต่หลังจากนั้น ฝรั่งจอมโกง ได้ทำแผนที่ขึ้นมาใหม่ (ที่แอบเอาเขาพระวิหารไปไว้ในเขตของประเทศกัมพูชา)รูปแบบสวยหรูระดับมาตรฐานโลกมาให้รัฐบาลสยามในสมัยนั้น

รัฐมนตรีมหาดไทยคนแรกของสยาม(ขออภัยที่ไม่เอ่ยนาม) ได้ส่งหนังสือขอบคุณ ไปให้ฝรั่งเศสในจดหมายตอนหนึ่งมีข้อความว่า ขอขอบคุณที่ท่านได้ส่งแผนที่ "ที่ดีและถูกต้อง" มาให้จำนวน 5 ชุด โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าฝรั่งเศสแอบเอาเขาพระวิหารไปแล้ว

และเมื่อท่านรัฐมนตรีท่านนี้ไปเที่ยวที่ เขาพระวิหาร ก็มีกองทหารเกียรติยศของฝรั่งเศส มาเข้าแถวให้การต้อนรับ(เขาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานเลยนะ) ท่านรัฐมนตรีท่านนี้คงดีใจ ที่ทางฝรั่งเศสเอาทหารมาให้เกียรติ แต่ที่จริงนั่นเป็นการยอมรับว่าฝรั่งเศส มีอธิปไตยเหนือบริเวณ เขาพระวิหาร

ในประเทศไทยไปไหนมีกองทหารเกียรติยศต้องใช้ทหารไทยไม่ใช่ทหารฝรั่งเศส

นี่คือหลักฐานที่ศาลโลกใช้ตัดสินว่าเราได้ยกเขาพระวิหารให้กับฝรั่งเศสไปเรียบร้อยแล้ว

ทางประเทศไทยไม่ทราบว่าประเทศกัมพูชามีหลักฐานเหล่านี้จึงมั่นใจว่าจะชนะคดี (ถ้าคิดว่าแพ้คดีแน่คงไม่ยินยอมแน่ๆ)จึงยอมให้ศาลโลกตัดสินคดี(ศาลโลกจะตัดสินคดีระหว่างประเทศได้ต่อเมื่อประเทศคู่พิพาทยินยอมที่จะให้ศาลโลกตัดสิน เมื่อตัดสินแล้วต้องทำตาม)

ศาลโลกตัดสินในปี 2505 เขาพระวิหารก็ตกเป็นของกัมพูชาตั้งแต่นั้น แม้ไทยจะสงวนสิทธิ์อะไรก็เป็นการแก้ขวยไปอย่างนั้นแหละ ไม่มีผลอะไรทางกฎหมายระหว่างประเทศ"
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #189 เมื่อ: 20-06-2008, 17:12 »

แปะมั่ง

ไทยอาจเสียดินแดนครั้งที่ 15
ไทยรัฐ[20 มิ.ย. 51 - 17:16]
 
ในที่สุด นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ผลักดันให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ และ คณะรัฐมนตรี ลงมติรับรอง “แผนที่เขาพระวิหาร” ที่ “รัฐบาลกัมพูชา” เป็น “ฝ่ายจัดทำ” ได้สำเร็จ และ เตรียมนำไปแนบท้ายทะเบียนการขึ้นมรดกโลกของ ปราสาทเขาพระวิหาร ตามที่ ฝ่ายกัมพูชา ชงมาให้เรียบร้อยโรงเรียนฮุนเซน

นายนพดล ที่มีตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ นักข่าวอย่างปลาบปลื้มก่อนเข้าประชุม ครม.ว่า

เดิมกัมพูชาเสนอแผนที่มา 2 แบบ แผนที่แบบที่ 2 รุกล้ำเข้ามาใน ดินแดนไทย แต่กระทรวงต่างประเทศสามารถเจรจาให้ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารตามแบบที่ 1 ที่ไม่รุกล้ำดินแดนไทยได้ หากปล่อยไปจนถึง เดือนกรกฎาคมกัมพูชาจะขึ้นทะเบียนลักษณะ 1+2 คือมีพื้นที่ทับซ้อนของไทยด้วย

นายนพดลโอ้อวดด้วยว่า ถ้าผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ผมเรียนโดยตรงว่า เขาอาจจะขึ้นทะเบียนทั้งแบบที่ 1 และ 2 แต่เมื่อผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ก็ช่วยให้ขึ้นทะเบียนเพียงแบบที่ 1 ไม่มี 2

ฟังดูเหมือนนายนพดลจะขอความดีความชอบในการเจรจาครั้งนี้เสียด้วย

แต่ในเวทีการพูด สิ่งที่ นายนพดล ทำไปอย่างที่ให้สัมภาษณ์ กลับเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงยิ่งในเวทีการเจรจาดินแดนระหว่างประเทศ เพราะนายนพดลยอมรับว่า กำลังเล่นตามเกมที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้กำหนด โดนฝ่าย ไทยไม่มีไพ่ในมือเลย แม้แต่ แผนที่แบ่งแยกดินแดนทั้ง 2 ฉบับ ฝ่ายกัมพูชาก็เป็นฝ่ายเขียนขึ้นแต่ฝ่ายเดียว แล้วให้ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายเลือก นายนพดลก็เลือกแผนที่แบบที่ 1

เมื่อเลือกแล้ว นายนพดลก็ปกปิดคนไทยทั้งประเทศ ไม่ยอมเปิดเผยแผนที่ของกัมพูชาที่ตัวเองเลือกให้ดู โดยอ้างว่าเป็นความลับ ทั้งๆที่ไม่ใช่ความลับ เพราะการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ต้องประกาศอย่างเปิดเผยไปทั่วโลก

แค่ยกแรก นายนพดล ตัวแทนประเทศไทย ก็ แพ้กัมพูชา ไปแล้ว

ในเกมการเมืองระหว่างประเทศ แม้แต่เงื่อนไขการค้าทั่วไป สองฝ่ายก็ต้องมีข้อเสนอของฝ่ายตนอยู่ในมือ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ฝ่ายตนจะได้ประโยชน์ เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองในการเจรจา เพื่อให้ฝ่ายตนได้ประโยชน์มากที่สุด

แต่นี่เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ “การเสียดินแดน” ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย กลับไปเจรจากับเขมรด้วยมือเปล่า ไม่มีแผนที่ที่เป็นข้อเสนอของฝ่ายไทยนำไปขึ้นโต๊ะเจรจา แต่กลับยอมรับเอา “แผนที่ฝ่ายกัมพูชากำหนดทั้ง 2 ฉบับ” เป็นเงื่อนไขเจรจา ซึ่งในทางการทูตถือว่าแพ้ตั้งแต่ยังไม่เจรจาแล้ว เพราะแผนที่กัมพูชาเขียนทั้ง 2 ฉบับ ย่อมเป็นแผนที่ที่ฝ่ายกัมพูชาได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฉบับ เพียงแต่ได้มากและได้น้อยเท่านั้นเอง

ฝ่ายที่จะเสียและเสียอย่างเดียวก็คือ ฝ่ายไทย เพราะไม่มีแผนที่ไปต่อรอง

ผมไม่อยากมองว่า การเอาดินแดนประเทศไทยไปเป็นเดิมพันครั้งนี้ จะมี ผลประโยชน์ส่วนบุคคล เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างที่มีการลือและกล่าวหากันในเวลานี้หรือไม่

แต่มีข้อมูลเชิงลึกบอกว่า หลังจากที่ปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลกแล้ว ที่เชิงเขาพระวิหารฝั่งกัมพูชา ก็จะมีโครงการ “กาสิโน เอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์” เกิดขึ้น เพื่อเป็นแหล่งการพนัน บันเทิง และท่องเที่ยวที่ สำคัญของกัมพูชาติดชายแดนไทยอีกแห่ง ซึ่งเป็น โครงการในความฝัน อีกโครงการของ นายกฯสมเด็จฮุนเซน แห่งกัมพูชาที่คิดมานานแล้ว

หากยอมปล่อยให้ นพดล ปัทมะ เล่นไปตามเกมที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้กำหนดอย่างนี้ ผมเชื่อว่าโอกาสที่ไทยจะเพลี่ยงพล้ำเสียดินแดนครั้งที่ 15 เป็น ไปได้สูงยิ่ง

ในยุครัตนโกสินทร์สองร้อยกว่าปีมานี้ ไทยเสียดินแดนไปแล้ว 14 ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือเขาพระวิหาร เสียดินแดนไปแล้ว 782,877 ตารางกิโลเมตร จากพื้นที่ประเทศไทยอันยิ่งใหญ่ไพศาล 1,294,992 ตารางกิโลเมตร ในอดีต เหลือแค่ 512,115 ตารางกิโลเมตรในปัจจุบัน หรือจะต้องเสียดินแดนอีกครั้งในยุคนี้.

"ลม เปลี่ยนทิศ"
 
 
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #190 เมื่อ: 20-06-2008, 18:42 »

http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=2308

อ้างถึง
เปิดมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2505 พร้อมจดหมายโต้ตอบ และการแสดงข้อคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภายหลังศาลโลกตัดสิน ให้ 'ปราสาทเขาพระวิหาร' ตกเป็นของกัมพูชา นัยยะชี้ชัด ไทยยอมรับคำตัดสิน แต่ยืนยันหนักแน่น ตัวปราสาทอยู่ในดินแดนไทยมาแต่ดั้งเดิม   เช่นนั้น มติครม.

 ทั้งหมด เป็นเอกสารทางราชการ จากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ  'เขาพระวิหาร' รวมทั้งจดหมายของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช มีถึงจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ยืนยันว่า คำพิพากษาของศาลโลก ผิดทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและความเป็นธรรม

1.ลับที่สุด ด่วนที่สุด
ที่ ๕๔๙/๒๕๐๕

๒๑ มิถุนายน ๒๕๐๕

เรื่อง คำพิพากษาคดีเขาพระวิหาร
เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
อ้างถึง โทรเลขของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ 39/2505 และโทรเลขของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ที่ 40/2505

สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนารูปถ่ายบันทึกแสดงความเห็นในชั้นต้นของศาสตราจารย์อังรี โรแลง ตามโทรเลขของกระทรวงฯ ที่อ้างถึงข้างต้น ขอให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ส่งสำเนาคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีเขาพระวิหารให้ทนายของเราทุกคน และให้รายงานความรู้สึกและความคิดเห็นของศาสตราจารย์อังรี โรแลง ถ้าหากมีเกี่ยวกับคำพิพากษาฯ ให้กระทรวงฯ ทราบความแจ้งอยู่แล้ว นั้น

ขอเรียนว่า สำหรับเรื่องการส่งคำพิพากษาของศาลฯ ไปให้ทนายนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ดำเนินการแล้ว โดยชั้นต้นได้ส่งคำพิพากษาไปให้ศาสตราจารย์โรแลง, เซอร์แฟรงค์ ซอสคิส และนายเจมส์ เนวิน ไฮด์ คนละ 1 เล่มเมื่อวันที่ 18 เดือนนี้ ทั้งนี้เพราะคำพิพากษาที่ศาลฯ พิมพ์สำหรับใช้ชั้นแรกมีจำนวนจำกัด สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รีบติดต่อกับสำนักจ่าศาลฯ ขอคำพิพากษาเพิ่มเติมเพิ่งได้วันนี้อีก 3 ชุด และจะได้รีบจัดการส่งให้นาย เจ.จี. เลอเคนส์, นายเดวิด ดาวส์น และนายมาร์เซล สลูสนี โดยด่วนที่สุดในวันนี้

สำหรับเรื่องต่อมาคือ เรื่องความรู้สึกและความคิดเห็นของศาสตราจารย์โรแลง เกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลฯ นั้น ทันทีที่ได้รับโทรเลขกระทรวงฯ ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์นัดหมายและได้เดินทางไปพบศาสตราจารย์โรแลง ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 20 เดือนนี้ ศาสตราจารย์โรแลงได้ให้ความเห็นชั้นต้นโดยย่อ ดังปรากฏในสำเนาบันทึกที่ได้แนบมาเพื่อกระทรวงฯ ได้โปรดทราบ ณ ที่นี้ เรื่องนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รายงานให้กระทรวงฯ ทราบแล้ว โดยทางโทรเลขที่อ้างถึงข้างต้น จึงขอเรียนมาเพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
 ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในระหว่างการสนทนา ข้าพเจ้าได้สอบถามความรู้สึกและความคิดเห็นของศาสตราจารย์โรแลง ในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย คือ

1.ความถูกต้องยุติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลฯ
 ข้าพเจ้าได้ถามความเห็นของศาสตราจารย์โรแลงว่า โดยที่ในปัจจุบันมีผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศอย่างน้อย 2 คน ที่เป็นคนสัญชาติของประเทศคอมมิวนิสต์โดยแท้จริง คือ นาย ปี.วินิอาสกี้ (โปแลนด์) ซึ่งเป็นประธานของศาลฯ และนาย วี. เอม.คอเรทสกี้ (สหภาพโซเวียต) ฉะนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ที่บุคคลเหล่านี้จะเอนเอียงเข้าข้างกัมพูชา ทั้งนี้เพราะกัมพูชาอ้างว่าเป็นกลาง แต่เป็นที่ทราบกันว่ามีความฝักใฝ่กับคอมมิวนิสต์มาก ส่วนประเทศไทยนั้นดำเนินนโยบายสนับสนุนประเทศฝ่ายตะวันตกอย่างชัดแจ้ง

ศาสตราจารย์โรแลงแจ้งว่า จากประสบการณ์ที่เคยว่าความในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมาช้านาน มีความรู้สึกอยู่ประการหนึ่งว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่คอมมิวนิสต์แผ่อิทธิพลเข้าไปได้ยากแห่งหนึ่ง เพราะเหตุผลประการแรกคือ ผู้พิพากษาจากประเทศคอมมิวนิสต์มีจำนวนน้อย และประการต่อมา ลักษณะงานของศาลฯ หนักไปในทางวิชาการอยู่มาก

อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์โรแลงเห็นว่า สำหรับคดีเขาพระวิหารนี้ ผู้พิพากษาบางคน เช่น นายบาเดวังห์ (สัญชาติฝรั่งเศส) และนายคอเรทสกี้ (สหภาพโซเวียต) อาจมีความเอนเอียงเข้าข้างกัมพูชาก็เป็นได้ แต่ส่วนนายวินิอาสกี้ (โปแลนด์) นั้น เท่าที่รู้จักกันมา ศาสตราจารย์โรแลงเห็นว่า จะเป็นคอมมิวนิสต์ในนามมากกว่า เพราะมีท่าทีเป็นคนโปแลนด์สมัยก่อนคอมมิวนิสต์อยู่มาก เป็นนักกฎหมายและอายุมากแล้ว เข้าใจว่าจะไม่สนใจกับลัทธิคอมมิวนิสต์ในการปฏิบัติหน้าที่มากนัก

ศาสตราจารย์โรแลงแจ้งต่อไปว่า คำพิพากษาคดีเขาพระวิหารได้เขียนขึ้นด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ อาจกล่าวได้ว่ามากกว่าคำพิพากษาคดีอื่นๆ ส่วนมากถ้อยคำที่เขียนไม่แสดงให้เห็นร่องรอยของความลำเอียงหรือความไม่ยุติธรรม นอกจากนั้น ศาสตราจารย์โรแลงมีความเห็นว่าผู้พิพากษาบางคน อาทิ เช่น เซอร์เจอรัลล์ ฟิตสมอริซ (สัญชาติอังกฤษ) เป็นต้น มีท่าทีอยากจะช่วยประเทศไทยอยู่มาก แต่คงไม่อาจทำได้ ดังจะเห็นได้จากความเห็นเอกเทศแนบท้ายคำพิพากษาในคดีนี้

2.การดำเนินการขั้นต่อไปในด้านคดีความ
 ข้าพเจ้าได้สอบถามความเห็นของศาสตราจารย์โรแลงว่า ประเทศไทยจะควรดำเนินในอย่างใดต่อไปในด้านคดีความ กล่าวคือจะสมควรฟ้องร้องขอให้ศาลฯ พิจารณาเกี่ยวกับแนวเขตในส่วนอื่นๆ ในบริเวณเทือกเขาดงรักซึ่งยังไม่ชัดแจ้งในขณะนี้หรือไม่? หรือจะควรดำเนินการอย่างอื่นใด?

ศาสตราจารย์โรแลงแจ้งว่า สำหรับเรื่องเขาพระวิหารนั้นเป็นอันหมดปัญหา เพราะศาลฯ ได้วินิจฉัยแล้ว แต่ก็เป็นการดีอย่างหนึ่งที่ผู้พิพากษาหลายคนเห็นว่า เอกสารแนบท้ายหมายเลข 1 ของกัมพูชาไม่สมบูรณ์ในขณะที่ทำซึ่งนับว่าผู้พิพากษาเหล่านี้เชื่อหลักฐานและข้อพิสูจน์ของฝ่ายไทย นอกจากนั้นในคำพิพากษาของศาลฯ ศาลฯ ก็มิได้วินิจฉัยให้ประโยชน์แก่ฝ่ายกัมพูชาตามข้อเสนอสุดท้ายของฝ่ายนั้นในข้อ 1 และ 2 สำหรับปัญหาเรื่องการจะฟ้องร้องขอให้ศาลฯ วินิจฉัยแนวเส้นเขตแดนโดยทั่วไปนั้น คิดว่าถ้ารอดูให้เรื่องคลี่คลายอีกสักเล็กน้อย จึงค่อยพิจารณาจะเหมาะสมกว่า

ศาสตราจารย์โรแลงได้แจ้งด้วยว่า ขณะนี้กำลังศึกษคำพิพากษาอย่างละเอียด และจะได้ทำบันทึกความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมายังข้าพเจ้าโดยด่วนต่อไป


จึงขอเรียนรายงานมาเพื่อกระทรวงฯ ได้โปรดทราบและพิจารณา
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ลงพระนาม  วงษ์มหิป
(หม่อมเจ้าวงษ์มหิป ชยางกูร)





2.ด่วนมาก
ที่ สร. (๐๖๐๑) ๒๑๕๗๖/ ๒๕๐๕      กระทรวงการต่างประเทศ
๒๗ มิถุนายน  ๒๕๐๕

เรื่อง การปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลในคดีปราสาทพระวิหาร
กราบเรียน นายกรัฐมนตรี
อ้างถึง หนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่ สร. (0601) 21136/2505 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2505

อนุสนธิหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่อ้างถึงข้างต้น กราบเรียนเรื่องบันทึกความเห็นของศาสตราจารย์ โรแลง พร้อมด้วยคำแปลภาษาไทย และสำเนาหนังสือรายงานของเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ความละเอียดแจ้งอยู่แล้ว นั้น

บัดนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอประทานเสนอแนวทางเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลในคดีปราสาทพระวิหาร เพื่อประกอบการพิจารณาของ ฯพณฯ ดังต่อไปนี้

1.ในคดีปราสาทพระวิหาร กัมพูชาและประเทศไทยได้รับพันธะที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล แต่กฎเกณฑ์เกี่ยวกับวีธีปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลนั้น กฎบัตรสหประชาชาติก็ดี ธรรมนูญศาลและข้อบังคับของศาลก็ดี มิได้วางหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ไว้ ดังนั้น การปฏิบัติจึงเป็นเรื่องของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย

ในคดีที่พิพาทเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนี้ ศาลได้มีคำพิพากษา และชี้ขาดในส่วนที่จะต้องปฏิบัติไว้ว่าก.อำนาจอธิปไตยเหนือซากปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา

ข.ให้ประเทศไทยถอนกำลังทหาร ตำรวจ คนเฝ้า หรือยามรักษาการที่ได้ส่งไปประจำ ณ ปราสาทพระวิหาร ออกจากปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นดินแดนของกัมพูชา

2.สำหรับ ข้อ ก. คำพิพากษามิได้กำหนดหน้าที่ให้ประเทศไทยต้องปฏิบัติ แต่มีหน้าที่จะต้องงดเว้นการปฏิบัติ กล่าวคือ ไทยจะไม่รุกล้ำเข้าไปในบริเวณซากปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลได้พิพากษาให้อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ซึ่งถ้าหากมีการกระทำเช่นนั้น กัมพูชาก็อาจจะอ้างได้ว่าเป็นละเมิดต่ออธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากปราสาทพระวิหาร

3.สำหรับ ข้อ ข. ประเทศไทยมีพันธะจะต้องถอนกำลังทหาร ตำรวจ คนเฝ้าหรือยามรักษาการ จากซากปราสาทพระวิหาร ซึ่งในคำพิพากษาของศาลก็มิได้มีการห้ามมิให้ประเทศไทยมีกำลังทหาร หรือตำรวจ อยู่นอกบริเวณซากพระวิหาร ซึ่งเป็นอาณาเขตของไทยแต่เรื่องที่ยากแก่การปฏิบัติก็คือ คำพิพากษามิได้ชี้ขาดอย่างชัดแจ้งว่า ซากพระวิหารมีอาณาเขตกว้างขวางเพียงใด ดังนั้น อาจจะมีปัญหาเรื่องการปักหลักเขตแดนใหม่ ซึ่งตามคำพิพากษาของศาลก็มิได้ถือตามแผนที่ภาคผนวก แต่อาจถือตามสันปันน้ำ เว้นแต่บริเวณซากปราสาทเท่านั้น

4.สำหรับ ข้อ ค. ประเทศไทยมีพันธะจะต้องคืนวัตถุจำนวน 1 ชิ้น ที่นักเรียนจากกรมศิลปากร ได้นำเอามาจากปราสาทพระวิหาร วัตถุชิ้นนี้เป็นศิลามีคำจารึกที่อ่านไม่ออกแผ่นศิลาชิ้นนี้กัมพูชาอ้างว่าได้โยกย้ายมาจากปราสาทพระวิหาร โดยอ้างหนังสือของกรมศิลปากรเป็นพยานหลักฐานในคดี

5.การปฏิบัติตาม ข้อ ข. นี้ ไทยอาจปฏิบัติได้เองในบางส่วน แต่การปักหลักเขตแดนเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาเกี่ยวกับบริเวณพระวิหารนั้น น่าจะได้กระทำเมื่อกัมพูชาขอมา และด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย

เรื่องนี้ ปรากฏในบันทึกความเห็นของศาสตราจารย์ โรแลง ฉบับลงวันที่ 21 มิถุนายน 2505 ซึ่งให้ความเห็นว่า ถ้ารัฐบาลไทยเห็นชอบและเห็นเป็นโอกาสอันควรศาสตราจารย์ โรแลง ก็จะรับเป็นผู้ไปทาบทามนาย ปินโต และนาย เรอแตร์ ทนายความของกัมพูชา อย่างไม่เป็นทางการให้

6.ส่วนการปฏิบัติตาม ข้อ ค. นั้น จะต้องคืนให้แก่ผู้มีอำนาจรับมอบแทนรัฐบาลกัมพูชา และควรจะรอไว้ให้กัมพูชาขอมาเสียก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ที่มีอำนาจรับมอบ

ฉะนั้น จึงขอกราบเรียนมาเพื่อพิจารณา ณ ที่นี้
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง

(นายถนัด คอมันตร์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย





4.ด่วนมาก
ที่ สร. (๐๖๐๑) ๒๒๗๐๙๘/๒๕๐๕    กระทรวงการต่างประเทศ
๑๗ สิงหาคม ๒๕๐๕
เรื่อง นำส่งบันทึกข้อสังเกตเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหาร
กราบเรียน นายกรัฐมนตรี
อ้างถึง

1. หนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่ สร.(0201) 21771/2505 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2505 และ
2. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ กต.7964/2505 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2505
สิ่งที่ส่งมาด้วย บันทึกข้อสังเกตเกี่ยวกับคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2505 รวม 30 ชุด

อนุสนธิหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่อ้างถึง นำเสนอบันทึกข้อสังเกตเกี่ยวกับคำพิพากษาในคดีปราสาทพระวิหาร ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2505 ไปเพื่อ ฯพณฯ พิจารณา และหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่อ้างถึงแจ้งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2505 อนุมัติให้พิมพ์บันทึกข้อสังเกตดังกล่าวแล้วได้ นั้น

ขอกราบเรียนว่า ก่อนที่จะเปิดเผยบันทึกฉบับนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ให้นักกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม บันทึกดังกล่าวแล้วอีกครั้งหนึ่ง ดังบันทึกข้อสังเกตเกี่ยวกับคำพิพากษาในคดีปราสาทพระวิหาร ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2505 ที่ขอประทานเสนอมาพร้อมกับหนังสือนี้ รวม 30 ชุด

ขอแสดงความนับถือ

(นายถนัด คอมันตร์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

5.ส่วนตัว      สำนักงานทนายความ
เสนีย์ ปราโมช
๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๕
 
เรียน ท่านนายกรัฐมนตรี ที่นับถือ


ตามที่รัฐบาลได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นเพื่อตรวจพิจารณาและทำคำติชมคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในคดีเขาพระวิหารนั้น กรรมการได้ตรวจพิจารณาทำคำวิจารณ์เสร็จแล้ว ผมจึงได้ส่งวิจารณ์ไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามทางการ ปัญหาที่กรรมการได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณามีว่า ถ้ารัฐบาลเห็นชอบด้วยกับวิจารณ์คำพิพากษาของกรรมการแล้ว จะเป็นการสมควรหือไม่ที่รัฐบาลจะเผยแพร่วิจารณ์ออกไปในเวลานี้ กรรมการได้เสนอเหตุผลต่างๆ เกี่ยวกับข้อนี้มาในบันทึกประกอบวิจารณ์

ถ้ารัฐบาลเห็นว่า เป็นการสมควรที่จะเผยแพร่วิจารณ์พิพากษาในเวลานี้ ผมมีความยินดีจะช่วยเผยแพร่ในทางแสดงปาฐกถาต่อนักศึกษาและผู้สนใจในเรื่องนี้ทั่วไป เพราะตั้งแต่ได้ข่าวว่าศาลตัดสินให้ไทยแพ้คดี นักศึกษามหาวิทยาลัยรวมทั้งประชาชนผู้สนใจได้มารบเร้าให้ผมไปชี้แจงแสดงความจริงในเรื่องนี้เสนอมา

เมื่อได้อ่านวิจารณ์คำพิพากษาแล้ว จะปรากฏในตอนท้ายว่า มีหลักวิชาการแผนที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วยเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งกรรมการได้เรียนคำวิจารณ์ไปตามแนวความคิดเห็นของ พ.ท.พูนพล อาสนะจินดา ผู้เชี่ยวชาญที่ท่านนายกฯ ได้กรุณาอนุมัติให้มาช่วยงานนี้ แต่เท่าที่ได้พยายามเขียนออกมาเป็นคำพูด จะฟังได้สนิทเพียงไรยังเป็นปัญหาอยู่ วิจารณ์ส่วนนี้จะเร้าใจได้ดีเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญนำแผนที่มาแสดงให้ดู เช่นที่กล่าวถึงการปูเส้นกระด้างเป็นเส้นเขตแดน ซึ่งจะทำให้เขตแดนเคลื่อนที่จากความจริงปั่นป่วนกันไปขนาดนั้น เมื่อ พ.ท.พูนพล อาสนะจินดา นำแผนที่มาแสดงให้ดู กรรมการจึงเห็นความจริงตามหลักวิชาได้อย่างชัดแจ้ง กรรมการจึงได้ปรารภกันว่า ถ้ารัฐบาลเห็นเป็นการสมควรที่จะให้มีการเผยแพร่วิจารณ์คำพิพากษาแล้ว หากจะอนุมัติให้มีการแสดงทางโทรทัศน์โดยให้ พ.ท.พูนพล อาสนะจินดา นำแผนที่ไปแสดงให้เห็นเป็นจริงเป็นจังตามหลักวิชาการด้วย อาจได้ผลดี และเมื่อปรารภกันดังนี้แล้ว กรรมการจึงได้มอบหมายให้ผมพิจารณาหาทางเรียนมาให้ท่านนายกฯ ทราบ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า วิจารณ์คำพิพากษานี้จะเป็นเครื่องมือช่วยให้รัฐบาลแสดงความชอบธรรมของไทย และจะแสดงให้คนทั้งหลายได้ทราบว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินคดีนี้ผิดทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ตลอดจนความเป็นธรรม สมดังที่รัฐบาลได้วิจารณ์ไว้แต่เบื้องต้น

     ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง 
         (ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช)

6.ที่ ๑๗๖๓๔/๒๕๐๕    สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

๑๓ กันยายน ๒๕๐๕

เรื่อง บันทึกวิจารณ์คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรณีปราสาทเขาพระวิหาร
เรียน หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ประธานคณะกรรมการพิจารณาคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรณีเขาพระวิหาร
อ้างถึง หนังสือที่ 368/2505 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2505 และหนังสือลงวันที่ 27 สิงหาคม 2505

ตามที่ได้ส่งบันทึกของคณะกรรมการฯ เกี่ยวกับคำวิจารณ์คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรณีปราสาทเขาพระวิหาร และขอเผยแพร่คำวิจารณ์ไปเพื่อพิจารณา นั้น
 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาด่วน
 คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2505 ลงมติให้กระทรวงการต่างประเทศรับไว้ประกอบการพิจารณา เมื่อมีเรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อไป
 จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

(นายมนูญ บริสุทธิ์)
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี




บรรพบุรุษของเรา สู้เพื่อนแผ่นดินไทยกันมาตลอด ตราบจนไอ้เหลี่ยมไอ้เหล่มามีอำนาจ ก็ยอมขายชาติเอาดื้อๆ เวรกรรม 

บันทึกการเข้า
thana-2006
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78


« ตอบ #191 เมื่อ: 21-06-2008, 09:51 »

ใครพอจะทราบไหมครับว่า ประเทศมหาอำนาจเคยขึ้นศาลโลกบ้างไหม แล้วเคยตัดสินให้ประเทศมหาอำนาจแพ้บ้างไหม แล้วเวลาแพ้ประเทศมหาอำนาจเคยปฏิบัติตามบ้างไหม  อยากรุ้นะครับ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #192 เมื่อ: 21-06-2008, 21:49 »


"สรุปกรณีพระวิหารอย่างย่อ ไทยได้ดินแดนทับซ้อน-เขมรได้จดทะเบียนมรดกโลก

20 มิถุนายน 2551

สรุปกรณีเขาพระวิหารอย่างย่อ ด้วยคำอธิบายจากคุณ X-Phone

"สรุปผลการเจรจาก็คือ ไทยได้เปรียบเรื่องพื้นที่ทับซ้อน ส่วนเขมรได้ประโยชน์คือการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ตามนั้นครับไม่ต้องคิดมาก ส่วนแผนที่ใหม่ที่นพดลยังไม่ได้มาเปิดเผย เพราะมีข้อตกลงกับทางรัฐบาลกัมพูชาไว้ เนื่องจากจะทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านโจมตีได้ เพราะจะไปกระทบการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชา

ไม่ทราบว่าคุณ X-Phone เป็นใคร ที่สรุปมามีข้อมูลอะไรยืนยัน?

ถ้าปัญหาที่กัมพูชามากมายขนาดนั้น ก็ควรรอให้เลือกตั้งเสร็จก่อน
แล้วค่อยมาคุยกัน เพราะมันไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนของประเทศไทย

ไม่ทราบว่าคุณนพดลจะต้องไปสนใจ ปกป้องผลประโยชน์ของ
นักการเมืองในพรรครัฐบาลกัมพูชาทำไม?
หรือคุณนพดลเผลอคิดว่าตัวเองเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลกัมพูชา? 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-06-2008, 21:52 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #193 เมื่อ: 21-06-2008, 22:00 »

ใครพอจะทราบไหมครับว่า ประเทศมหาอำนาจเคยขึ้นศาลโลกบ้างไหม แล้วเคยตัดสินให้ประเทศมหาอำนาจแพ้บ้างไหม แล้วเวลาแพ้ประเทศมหาอำนาจเคยปฏิบัติตามบ้างไหม  อยากรุ้นะครับ

ลองดูพฤติกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ และธนาคารโลก ต่อกรณีศาลโลกตัดสินเมื่อ 4 ปีก่อน
ให้อิสราเอลรื้อกำแพงกั้นอิสราเอล-ปาเลสไตน์

นอกจากอิสราเอลจะไม่สนใจปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลกแล้ว
ปรากฎว่าทั้งสหรัฐฯ และธนาคารโลกยังให้เงินสนับสนุนการสร้างกำแพงต่ออีกด้วย 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ธนาคารโลกสนับสนุนทางการเงินแก่การสร้างกำแพงกั้นอิสราเอล-ปาเลสไตน์

อเมริกันซ่อนหา: ข่าวที่ไม่เป็นข่าว ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙
(ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม)
ภัควดี วีระภาสพงษ์ : นักวิชาการ และ นักแปลอิสระ

ทั้งๆ ที่ศาลโลกมีมติออกมาในปี ค.ศ. 2004 เรียกร้องให้รื้อกำแพงกั้นอิสราเอล-ปาเลสไตน์
และชดเชยค่าเสียหายให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ แต่การก่อสร้างกำแพงกลับเร่งมือยิ่งขึ้น
แนวกำแพงกั้นนี้รุกลึกเข้าไปในดินแดนของปาเลสไตน์ ช่วยให้อิสราเอลผนวกดินแดนไปเป็นของตน
ได้มากขึ้นและแบ่งแยกดินแดนของ ปาเลสไตน์ออกเป็นส่วนๆ

ในรายงานของธนาคารโลกที่ออกมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2004 ได้แสดงวิสัยทัศน์ถึง "การพัฒนาเศรษฐกิจ"
ของปาเลสไตน์ โดยไม่เอ่ยถึงการสร้างกำแพงที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

พร้อมกันนั้น ธนาคารโลกวางเค้าโครงนโยบาย "เขตการค้าเสรีตะวันออกกลาง" (Middle East Free Trade Area
-MEFTA) ให้แก่ปาเลสไตน์ โดยธนาคารโลกเสนอให้การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อสร้างเขตอุตสาหกรรม
ขนาดใหญ่เพื่อการส่งออก และอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังยึดครองอิสราเอล เขตอุตสาหกรรมนี้จะก่อสร้าง
บนที่ดินรอบกำแพง ชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกักขังอยู่หลังกำแพงและไร้ที่ดินทำกิน สามารถทำงานเพื่อรายได้ต่ำมายังชีพ

ธนาคารโลกยังเสนอให้สร้างประตูและด่านตรวจไฮเทค ที่ควบคุมโดยกองทัพอิสราเอลตลอดแนวกำแพง เพื่อให้
สามารถควบคุมชาวปาเลสไตน์และขนถ่ายสินค้าได้โดยสะดวก นอกจากนี้ยังมีระบบถนนกั้นกำแพงและอุโมงค์
สำหรับให้คนงานชาวปาเลสไตน์เดินทางไปทำงานได้ แต่เดินทางไปที่อื่นไม่ได้ โรงงานนรกจะกลายเป็นช่องทาง
ยังชีพที่ไม่มีทางเลือกอื่นมากนักสำหรับชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกจองจำอยู่ในชุมชนที่ถูกตัดขาดออกจากกันในเขตเวสต์แบงก์

ธนาคารโลกระบุชัดเจนว่า ค่าแรงในปัจจุบันของชาวปาเลสไตน์สูงเกินไปสำหรับภูมิภาคนี้ ทำให้ไม่สามารถแข่งขัน
กับประเทศอื่น ทั้งๆ ที่ค่าแรงของชาวปาเลสไตน์ต่ำกว่าค่าแรงเฉลี่ยในอิสราเอลถึงสามส่วนสี่ ดังนั้น นอกเหนือจาก
การถูกยึดครองและถูกบังคับขับไล่แล้ว ชาวปาเลสไตน์กำลังจะตกเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจอีกด้วย เขตอุตสาหกรรมนี้
ย่อมเป็นผลประโยชน์ของอิสราเอลในการผลิตสินค้าราคาถูกเพื่อส่งออก

ธนาคารโลกมีแผนที่จะให้ปาเลสไตน์กู้ยืมเงิน เพื่อนำมาสร้างโครงสร้างพื้นฐานตามนโยบาย MEFTA สาเหตุเบื้องหลัง
ไม่ใช่เพราะความใจดีของธนาคารโลก แต่เป็นเพราะอิสราเอลไม่สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารโลก เพราะมีรายได้ต่อหัว
ประชากรสูงเกินไป นั่นหมายความว่า ชาวปาเลสไตน์จะต้องแบกหนี้ เพื่อนำเงินมาสร้างด่านตรวจไฮเทคเพื่อกักขังตัวเอง
ทั้งๆ ที่พวกเขาต่อต้านการสร้างกำแพงกั้นนี้ด้วยซ้ำ

นี่เป็นครั้งแรกที่ธนาคารโลกแสดงอาการกระ***นกระหือรือที่จะเข้าไปหนุนหลังอิสราเอลในการยึดครองดินแดนของ
ปาเลสไตน์ อดีตประธานธนาคารโลกคนก่อนคือ นายเจมส์ วูล์ฟเฟนโซน เคยปฏิเสธโครงการนี้มาแล้ว แต่ประธาน
ธนาคารโลกคนปัจจุบันคือ นายพอล วูล์ฟโฟวิทซ์ ซึ่งมีแนวคิดอยู่ในสายอนุรักษ์นิยมใหม่ตกขอบ คงต้องการมีผลงาน
ชิ้นโบดำระหว่างดำรงตำแหน่ง

ส่วนสหรัฐอเมริกาก็ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลโลก และสนับสนุนเงินจำนวน 50 ล้านดอลลาร์ในการก่อสร้างประตูตาม
แนวกำแพง โดยอ้างว่าเพื่อ "ช่วยตอบสนองความจำเป็นของชาวปาเลสไตน์" สหรัฐอเมริกากำลังผลักดันการเจรจา
เขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีกับหลายประเทศในอาหรับ กระทั่งเจ้าชายซาอุด อัล-ไฟซาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ก็เคยออกมาแสดงความวิตกในเรื่องนี้
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
นักปฏิวัติ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #194 เมื่อ: 21-06-2008, 22:36 »

ผมเพิ่งมาใหม่ ไม่ทราบมีผู้รู้ท่านใด ฟันธงว่า นายนพดล ผิด รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หรือไม่ ครับ ?

เพราะผมตีความเอง(ไม่ใช่นักกฏหมาย) ว่าผิด เนื่องจาก ข้อตกลงดังกล่าว โดยพฤตินัย คือสัญญาว่าไทยยอมรับ ให้กัมพูชามีอธิปไตย เหนือปราสาทพระวิหาร แต่ข้อสงวนสิทธิ์ที่ทนายชุด ม.ร.ว.เสนีย์/ดร.สมปอง บอกว่า เราไม่เคยยอมรับโดยสิ้นเชิง และมีความเห็นว่า คำพิพากษาผิดทั้ง กฏหมาย ข้อเท็จจริง และไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ ถ้าถูกตีความทางกฏหมาย ว่า เสียอธิปไตย (อย่างน้อย พื้นที่ใต้ปราสาทล้วนๆ ก็นับเป็นอธิปไตย) นายนพดล ยังโดน มาตรา 119 ประมวลกฏหมายอาญา ซึ่งโทษแรงสุดๆ ถึงประหารหรือจำคุกตลอดชีวิตด้วย
บันทึกการเข้า

"สุดยอดกลยุทธ์ คือชนะโดยไม่ต้องรบ" ซุนวู

"ผู้นำชั้นเลิศนั้น เพียงแต่เป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตนอยู่
ชั้นรองลงมา เป็นที่รักและสรรเสริญ
ชั้นรองกว่านั้น เป็นที่เกรงกลัวและเกลียดชัง" เหล่าจื๊อ เต้าเต๋อจิง
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #195 เมื่อ: 22-06-2008, 00:10 »

ศาลโลก
ตอนนั้น เรายึดอยู่ ไม่ขึ้นศาลโลก ก็ไม่เห้นเป้นไร ศาลโลกทำอะไรไม่ได้คดีพิพาทแนวชายแดน ใช้กำลังป้องกันไว้ ยิ่งเป็นผา ไม่ลำบากเหมือนที่ราบ
ตอนแพ้ ถ้าดื้อไม่ยอมออก ก็คงไม่เสีย  แต่ไปเสียหายด้านอื่นแทน

ตอนนี้เขาครอบครองแล้ว ชวนขึ้นศาลโลก ใครเขาจะขึ้นด้วย หมดอายุค้าน มา36 ปีแล้ว
ถึงไม่หมดเขาก็ไม่เล่นด้วยหรอก  ถึงศาลโลกตัดสินให้เรา เขมรก็ไม่ยอมคืนอีกใครจะทำไม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4]
    กระโดดไป: