ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
12-07-2020, 03:32
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  บันทึกไว้ด้วยน้ำตา 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2551 ไทยเสียปราสาทเขาพระวิหารอย่างถาวร 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2 3 4
บันทึกไว้ด้วยน้ำตา 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2551 ไทยเสียปราสาทเขาพระวิหารอย่างถาวร  (อ่าน 12462 ครั้ง)
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« เมื่อ: 18-06-2008, 19:47 »

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000071774

อ้างถึง
เสร็จมันแล้วพี่น้อง! “นพดล” ลงนามมอบเขาพระวิหารให้เขมรแล้ว

“นพดล” ถือวิสาสะปิดห้องงุบงิบกับ “ทูตเขมร” ลงนามไฟเขียวให้ทางการกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกแล้ว แถมยังมีหน้ามาทวงบุญคุณ อ้างเป็นผลงานที่ต้องบันทึกเป็นเกียรติประวัติไปชั่วลูกชั่วหลาน ระบุ สมควรได้ดอกไม้มากกว่าก้อนหิน ลั่นไม่ได้เสียดินแดนสักตารางนิ้วเดียว ด้วยการใช้กราฟฟิกแหกตาชาวบ้าน
       
       วันนี้ (18 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงนามยินยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทวิหารเป็นมรดกโลก ร่วมกับ นายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมิให้สื่อมวลชนเข้าไปในห้องดังกล่าวเลย ซึ่ง นายนพดล อ้างว่า ทางกัมพูชาไม่สะดวกให้เข้าถ่ายภาพในส่วนของตนไม่มีปัญหาอะไรที่จะปิดบัง ไม่นั้นไม่มาเซ็นและแถลงข่าวที่นี้ เซ็นที่อื่นก็ได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายนพดล ได้บอกกับผู้สื่อข่าว ว่า ที่ไม่ลงนามที่กระทรวงต่างประเทศ เพราะมีกลุ่มพันธมิตรฯ ล้อมอยู่
       
       หลังจากนั้น ในเวลา 14.30 น.นายนพดล ได้แถลงข่าวร่วมกับ นายกฤต ไกรกิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ พล.ท.แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร โดยไม่ได้มีตัวแทนจากประเทศกัมพูชา ร่วมแถลงแต่อย่างใด ถึงกรณีการดำเนินการของฝ่ายไทยกรณีกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยก่อนการแถลงข่าว นายนพดล ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหาร เตรียมความพร้อมเรื่องแผนที่เพื่อใช้ในการแถลงข่าว
       
       นายนพดล กล่าวว่า สืบเนื่องจากความสับสนของข้อมูลในเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เมื่อปี 2549 และ ปี 2550 ทางกัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนตัวปราสาทโดยรวมตัวปราสาท และพื้นที่ทับซ้อน คือ 1+2 มันล้ำเข้ามาในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรของเรา ทางกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ได้พยายามคัดค้านมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งการพิจารณาที่เมืองไครส์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 ทางคณะกรรมการมรดกโลก หรือ ยูเนสโก จึงเลื่อนมาพิจารณาในปีนี้ในเดือนกรกฎาคม ในสมัยที่ 32 เนื่องจากเวลาล่วงพ้นไปถ้าเราปล่อยเนิ่นช้าไป ประเทศไทยก็สุ่มเสี่ยงที่อาจถูกมองว่าเสียดินแดน ในส่วนที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนตนก็เลยเจรจากับ นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เกาะกง และเดินทางไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22, 23 เดือนทีผ่านมา เจรจากันด้วยความยากลำบาก
       
       นายนพดล กล่าวว่า ท้ายที่สุดทางกัมพูชาได้ตกลงที่จะจำกัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท คือ เอาเฉพาะ 1 ไม่เอา 2 เมื่อเป็นเช่นนี้ผลที่ตามมา คือ ทำให้เราไม่สุ่มเสี่ยงที่จะต้องเสียดินแดนใดๆ ในพื้นที่ทับซ้อน ตนอยากจะให้สื่อมวลชนได้ดูแผนที่ฉบับที่ 1 นายนพดล กล่าวพร้อมยกแผนที่ประกอบ ระบุว่า แผนที่ที่เห็นเป็นแผนที่ L7017 คือ แผนที่หน่วยงานของรัฐบาลไทย ใช้เป็นแผนที่ในการปฏิบัติงานในตอนแรกเมื่อปี 2505 ศาลโลกได้ตัดสินว่ากรรมสิทธิ์ของตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา คณะรัฐมนตรีที่มี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีมติคณะรัฐมนตรียกกรรมสิทธิ์ในตัวปราสาท ให้กับกัมพูชาตามคำวินิจฉัยของศาลโลก
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ นายนพดล ได้ชี้แจงแผนที่ โดยชี้จุดของตัวปราสาท และเส้นเขตแดนของไทยในแผ่นที่ แผนที่ที่เราได้ใช้ทำงานมาตั้งแต่ปี 2505 จนกระทั่งปัจจุบัน 46 ปี เป็นเช่นนี้ถ้าให้ดูชัดเจนจากภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นว่าตัวปราสาทอยู่นอกเส้นเขตแดนของเรา ตัวปราสาทอยู่ในพื้นที่ของเขา ประเด็นอยู่ที่ว่า หลังจากที่เราพูดคุยกับกัมพูชาให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทห้ามขึ้นรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนของเรากัมพูชา จึงต้องไปทำแผนที่ขึ้นมาใหม่ ตามข้อตกลงที่กรุงปารีส
       
       “อันนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จของกระทรวงการต่างประเทศที่เจรจาสำเร็จ ผมควรจะได้ดอกไม้ ไม่ใช่ได้ก้อนหิน เป็นการเจรจาทางการทูตที่ลูกหลานจะต้องโจษจัน ไปอีกนานว่าทำสำเร็จได้อย่างไร” นายนพดล กล่าว
       
       นายนพดล กล่าวว่า กัมพูชาเขียนแผนที่มาใหม่ (ยกแผนที่อันใหม่มาให้ดู) นี้คือ แผนที่ที่กัมพูชาที่ นายอลงกรณ์ บอกว่า หมกเม็ด ที่วุฒิสมาชิกบอกว่าล้ำเข้ามาในพื้นที่ไทย หรือพันธมิตรฯ ไปด่าตนที่หน้ากระทรวง แผนที่ที่กัมพูชาทำขึ้นมาใหม่ ไม่มีตอนใดเลยที่ตัวปราสาทรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนของไทยแม้แต่ตารางมิลเดียว ใช้ตารางนิ้วเดียวอาจจะใหญ่ไป จุดที่แคบที่สุดห่างประมาณ 3 เมตร จุดที่ 10 และ 11 ของแผนที่ ห่างประมาณ 10 เมตร นี้คือ แผนผังที่ทางกัมพูชาได้แก้ไขเพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย นี้คือ แผนที่ฉบับล่าสุดที่เรามีการแนบในแถลงการณ์ร่วมไม่มีตอนใดรุกล้ำเข้ามาในประเทศไทย
       
       นายนพดล ได้ยกแผนที่ฉบับดั้งเดิมที่ขอขึ้นทะเบียนปี 2549 พร้อมกับกล่าวว่า เป็นแผนที่ที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นแผนที่ที่เรารับไม่ได้ จึงขอเจรจาแก้ไขมาเป็นแผนที่ใหม่ ซึ่งทุกอย่างไม่มีที่จะเป็นเขตอนุรักษ์ ในเขตพื้นที่ของเราตัวปราสาทในผังใหม่ อยู่ในพื้นที่เขาทั้งหมด ไม่มีตอนใดของปราสาทที่ล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน แม้แต่น้อย นี่คือ ความจริง ข้อเท็จจริงของประเทศไทยและกัมพูชาในขณะนี้ที่ประชาชนต้องรู้ และตนไม่เคยคิดที่จะปกปิดแผนที่นี้เลย เพียงแต่ว่าเราเพิ่งได้รับแผนที่และมีการเซ็นเอกสารจากทางกัมพูชาในวันนี้ ขอให้สื่อมวลชนกรุณาถ่ายรูปแผนที่ไว้แล้วไปลง นี้คือ ความสำเร็จของกระทรวงการต่างประเทศ
       
       ด้าน เจ้ากรมแผนที่ทหาร กล่าวว่า ขอยืนยันว่า สิ่งที่ทางกรมแผนที่ทำ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของกรมแผนที่ทหารลงไปในพื้นที่ทำการสำรวจพื้นที่จริงๆ ซึ่งเป็นหนแรกในรอบหลายสิบปีที่เราได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจในเขาพระวิหาร เพราะเป็นเขตแดนของกัมพูชาทางกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ทางกรมแผนที่ทหารไปสำรวจเพียงฝ่ายเดียว เราใช้เวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-11 มิ.ย.เข้าไปทำการสำรวจด้วยเครื่องมือรังวัดพิกัด จีพีเอสดาวเทียม เข้าไปรังวัดตัวปราสาททั้งหมด และหาค่าพิกัดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องผลที่ออกมาเป็นแผนผัง 1 ต่อ 4000 ส่วนที่ใกล้เส้นเขตแดนที่สุด คือ 3 เมตร ซึ่งอยู่ทางด้านใต้ ด้านซ้ายของตัวปราสาทและสูงขึ้นมาจะห่างประมาณ 25 เมตร ช่วงห่างสูงสุด คือ 30 เมตร ช่วงบันไดหน้าสุดท้ายจนถึงเส้นเขตแดนทางเหนือของไทยห่างประมาณ 10 เมตร จากการสำรวจในพื้นที่และจากการรังวัดอย่างละเอียด ขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนใดในขอบเขตที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทับซ้อน หรือเหลื่อมล้ำเข้ามา ในเขตแดนไทย
       
       นายนพดล กล่าวต่อว่า หลังจากที่เราได้ตรวจสอบแผนผังฉบับนี้ ทางประเทศไทยได้เสนอเนื่องให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ และเมื่อวาน คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติคำแถลงการณ์ร่วมและแผนผังของแผนที่ที่ยื่นเข้ามาใหม่ และได้มีการลงนามร่วมกันระหว่างตนและรองนายกรัฐมนตรี สก อาน จากนั้นขั้นตอนต่อไปเราจะส่งแผนที่และคำแถลงการณ์ร่วมไปให้ทางยูเนสโกได้ลงนามและยูเนสโกจะส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ 5-9 เดือนกรกฎาคมนี้ ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศไทยและกรมแผนที่ทหาร และสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานทุกหน่วยงานได้ปกป้องอธิปไตยเพื่อไม่ให้ไทยได้สุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน ไม่มีตารางนิ้วเดียวที่เราต้องสูญเสียให้ใคร และไม่มีใครได้ดินแดน
       
       “เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ที่ไปกล่าวหาผม บอกว่า ผมมีประโยชน์ทับซ้อนหรือไปเสียดินแดน จึงเป็นความเท็จทั้งสิ้น เราทำในสิ่งซึ่งเราสำนึกว่าเราเป็นข้าแผ่นดินเราต้องทำเพื่อปกป้องอธิปไตยของเราแล้วเราได้ทำสำเร็จจากการเจรจาที่กรุงปารีส และจากเอกสารหลักฐานที่สื่อมวลชนได้เห็นอย่างชัดเจน ไม่มีการหมกเม็ดมีความโปร่งใสทุกขั้นตอน เราทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ จากทางกรมแผนที่ทหาร ได้ไปตรวจสอบนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ให้เพื่อนสื่อมวลชนได้ทราบ” นายนพดล กล่าว
       
       นายนพดล กล่าวต่อว่า ถ้าถามว่า พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร จะทำอะไรต่อไป ซึ่งมีวัดมีตลาด มีบ้านคนอยู่นิดหน่อย ซึ่งเกิดมาตั้งแต่ปี 2543 เราต้องรักษาอธิปไตยของเราต่อไปเราจะไปเจรจาพูดคุยกันทำแผนบริหารจัดการร่วมกันในส่วนนี้ และยื่นให้องค์การยูเนสโกหรือคณะกรรมการมรดกโลกภายใน 2 ปี คือปี 2553 ฉะนั้น ที่ตรงนี้คงไม่ใช่ที่จะไปขายลูกชิ้นปิ้ง หรือเป็นที่ที่ประชาชนไปอยู่อย่างสกปรกไร้ระเบียบ เราจะต้องไปหารือร่วมกับกัมพูชาเพราะเราก็อ้างสิทธิ์ทับซ้อน เขาก็อ้างสิทธิ์ทับซ้อน วิธีที่จะทำคือต้องเจรจาทางช่องทางการทูตเพื่อพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ ให้มีความสวยงามและเป็นการอนุรักษ์โบราณสถานของเรา
       
       นายนพดล กล่าวว่า ประเทศไทยมีกรอบความร่วมมือทวิภาคีกับประเทศกัมพูชา ประเทศไทยมีกรอบความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกตกับลาว กับกัมพูชาในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวประเทศไทย มีข้อผูกพันในแง่ของการร่วมมือกันตามกรอบของแอคแมค ที่เราจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวร่วมกันเมื่อสถานที่แห่งนี้ตัวปราสาทได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็จะนำมาซึ่งการไหลมาของนักท่องเที่ยวที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศ นี้คือ ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวของ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงการดำเนินการของฝ่ายไทยกรณีกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยได้ทำสำเนาคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ของคำแถลงการณ์ร่วม ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2551 เวลา 23.35 น.แต่ไม่ได้ทำสำเนาแผนที่ที่ใช้เป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งเนื้อหาในคำแถลงมีดังนี้
       
       เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ได้มีการประชุมระหว่าง นาย สก อาน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักรัฐมนตรีของราชอาณาจักรกัมพูชา กับ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศของราชอาณาจักรไทย เพื่อสานต่อการหารือเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก การประชุมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส โดยมี นางฟรองซัวส์ ริวิแยร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวัฒนธรรมของยูเนสโก เอกอัครราชทูตฟรานเชสโก คารูโซ นายอเซดีน เบส์ชาวุช นางปาโอลา ลีออนซินี บาร์โตลี และ นายจีโอวานนี้ บอคคาร์ดี เข้าร่วมการประชุมด้วย
       
       การประชุมเป็นไปอย่างฉันท์มิตรและด้วยความร่วมมืออันดี ในระหว่างการประชุมทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน ดังนี้
       
       1.ราชอาณาจักรไทยสนับสนุนการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งเสนอโดยกัมพูชา ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 32 (ณ เมื่องคิวเบก ประเทศแคนาดา ในเดือนกรกฎาคม 2551) ขอบเขตของปราสาทปรากฏตาม N.1 ในแผนที่ที่จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกัมพูชาตามที่แนบมาพร้อมนี้ ทั้งนี้ แผนที่ดังกล่าวได้กำหนดเขตอนุรักษ์(buffer zone) ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของตัวปราสาทไว้ด้วยดังปรากฏตาม N.2
       
       2.ด้วยเจตนารมณ์แห่งไมตรีจิตและการประนีประนอม ราชอาณาจักรกัมพูชายอมรับว่าปราสาทพระวิหารจะได้รับการเสนอให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยในชั้นนี้ไม่มีเขตอนุรักษ์ในพื้นที่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตัวปราสาท
       
       3.ให้ใช้แผนที่ที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 แทน แผนที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และรวมทั้ง “Schema Directeur pour la Zonage de Preah Vihear” ตลอดจนการอ้างอิงโดยรูปภาพต่างๆ ทั้งหมดที่แสดงให้เห็นถึงเขตคุ้มครอง (core zone) หรือการกำหนดเขตอื่นๆ (zonage) ในบริเวณปราสาทพระวิหารตามที่ระบุในเอกสารประกอบคำขอขึ้นทะเบียนของกัมพูชา
       
       4.ในระหว่างที่ยังไม่มีผลของการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ในพื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหารทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือดังปรากฏตาม N.3 ในแผนที่ที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ข้างต้น แผนบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการจัดทำขึ้นร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกัมพูชาและของไทย โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการอนุรักษ์ระดับสากล เพื่อรักษาคุณค้าอันเป็นสากลที่โดดเด่นของปราสาท ทั้งนี้ ให้บรรจุแผนกาบริหารจัดการดังกล่าวไว้ในแผนบริหารจัดการฉบับสุดท้ายสำหรับตัวปราสาทและพื้นที่รอบๆ ตัวปราสาท ซึ่งจะต้องเสนอต่อศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 สำหรับการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในสมัยที่ 34 ในปี2553
       
       5.การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกจะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศ
       
       6.ราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก นายโคอิชิโร มัตซุอุระ สำหรับความช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกในกระบวนการอันนำไปสู่การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

บันทึกไว้ในหน้าดำมืดของประวัติศาสตร์ ภายใต้ระบอบทักษิณ ไทยเสียปราสาทเขาพระวิหารไปโดยถาวรแล้ว ไม่อาจจะอ้างสิทธิ์เหนือตัวปราสาทได้อีก แม้จะมีการปักปันเขตแดนตามหลักสากลในภายหลัง อีกทั้งจะนำไปสู่การสูญเสียพื้นที่รอบปราสาท เท่าที่เป็นอาณาเขตของปราสาททั้งหมด

ของจารึกชื่อ

นาย สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
นาย นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวการต่างประเทศ

คณะรัฐมนตรีทั้งหมด  พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด

และตระกูลชินวัตร

เป็นผู้รับผิดทั้งปวง
บันทึกการเข้า
อิรวันชาห์ IrWanSyah
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 870



« ตอบ #1 เมื่อ: 18-06-2008, 19:58 »

อ้าง MGR อีกแล้ว

อ้างถึง
ควายนั้นบริโภคหญ้าเกือบทุกชนิด

แต่วัวจะเลือกหญ้ามากกว่าควาย  หญ้าบางอย่างวัวไม่กินแต่ควายกิน เช่น หญ้านกเค้า หญ้าส้ม หญ้าขนหมู หญ้าบากควาย

ส่วนคน ซึ่งก็อยู่ในคลาสแมมมาเลีย จะเลือกบริโภคออย่างชาญฉลาดกว่ามาก

อย่างน้อยก็ในการบริโภคการข่าวสาร

ยิ่งถ้ารู้ว่าสื่อใดเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย ข่าวสารที่ได้รับมาก็กรองแล้วกรองอีก ตรวจสอบข่าวที่จะบริโภคอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะเชื่อข่าวสารนั้นๆ


อะๆๆๆ  ..... ขอดักทางไว้ก่อนนะ  ทั้ง NBT, manager และ astv ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ต้องตรวจสอบกันให้ดี พี่น้อง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ
บันทึกการเข้า

see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #2 เมื่อ: 18-06-2008, 20:06 »

*  เอาข่าวมาแปะให้เพิ่ม ...............

    “ม.ล.วัลย์วิภา” ชี้ กลุ่มการเมืองใช้เขาพระวิหารบังหน้าแลกประโยชน์-เปลี่ยนเส้นแดนบก/ทะเลไทย

    “ม.ล.วัลย์วิภา” นักวิชาการไทยคดี มธ.จี้รัฐบาลไทย-รัฐบาลกัมพูชา แสดงความโปร่งใสในการยื่นจดทะเบียนประสาท
     เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เชื่อเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นสื่อบังหน้าความต้องการเปลี่ยนเส้นเขตแดน
     ทั้งทางบกและทางทะเลของไทย เพื่อหวังผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มการเมือง ชี้แผนที่กัมพูชาขีดเส้นแบ่งเขตแดน
     ทางทะเลกินเกาะกรูด และพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติ สอดคล้องข้อมูล “สนธิ” ที่ส่งให้ ผบ.ทบ.เมื่อปี 49 เร่งนักวิชาการ
     ร่วมกันเขียนข้อเสนอยูเนสโกชะลอขึ้นทะเบียนประสาทเขาพระวิหาร ..........................................................
     .........................................................................................................................................


    “เส้นเขตแดนทางทะเลมีเส้นเขตแดนเดิมตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ที่เกาะกรูด จะต้องเป็นของไทย และ ในปี 2544
     รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้บรรลุข้อตกลงกับทางกัมพูชา ด้วยการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งน่าสงสัย
     ว่า ทำไมการปักปันเขตแดนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นอธิปไตยของชาติ เหตุใดจึงไม่มีการเปิดเผยข้อมูลในวงกว้าง
     หรือผ่านกระบวนการรับรองการเปลี่ยนเส้นเขตแดนที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหารรับรู้แต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น จึงเชื่อว่า เขาพระวิหาร
     เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตแดน และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพื้นที่ JDA ด้วย”
............................................
     ...........................................................................................................................................
     ...........................................................................................................................................

     ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากไม่ยืนยันเขตอธิปไตยหรือเส้นเขตแดนตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2505 ไทยจะเสียดินแดน
     ให้กัมพูชา ซึ่งแผนที่ใหม่ของกัมพูชามีนัยเป็นการยืนยันท่าทีของกัมพูชาที่ไม่ยึดถือเขตอธิปไตย หรือเส้นเขตแดนตามมติคณะ
     รัฐมนตรี พ.ศ.2505 เมื่อไม่มีการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนให้ชัดเจนเสียก่อน แต่เลือกแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ร่วม
     และออกแถลงการณ์ร่วม ไทยจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบและเสียดินแดนให้กัมพูชาในที่สุด ..............................................
     ..................................................................................................................................................
     ..................................................................................................................................................
       
     ทั้งนี้ รายละเอียดหนังสือที่นายสนธิทำถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมื่อปี 2549 ตอนหนึ่งได้ระบุว่า

       
     “พื้นที่ไหล่ทวีปทับซ้อนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาอันเป็นปมปัญหาที่ต้องเจรจากันดังกล่าวนี้มีพื้นที่
      ประมาณ 25,789 ตารางกิโลเมตร เป็นที่รับรู้กันทั่วว่าเป็นแหล่งที่คาดว่าจะมีทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันที่อุดมสมบูรณ์
      ที่สุดแหล่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์
       
      พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) มีความพยายามจะเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลดังกล่าวมาแล้ว
      อย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับการเตรียมการจะหาประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรดังกล่าวพร้อมกันไป  ดังจะเห็นได้จากข่าวที่
      นายโมฮัมเหม็ด อันฟาเยด  มหาเศรษฐีชาวอียิปต์เจ้าของห้างสรรพสินค้าแฮร์รอดส์และสโมสรฟุตบอลฟุตบอลฟูแลมในประเทศ
      อังกฤษ เดินทางมาประเทศไทยในฐานะแขกส่วนตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2543 ในชั้นแรกก็อ้างว่าเพื่อสังเกตการณ์พัฒนาการ
      ฟุตบอลไทยโดยได้ร่วมมือกับโครงการของพรรคไทยรักไทย ส่งนักฟุตบอลเยาวชนไปฝึกที่ประเทศอังกฤษ แต่ในชั้นต่อมาก็
      มีข่าวว่า นายโมฮัมเหม็ดมีความสนใจที่จะร่วมลงทุนในกิจการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทย และเขตทับซ้อนทาง
      ทะเลไทย-กัมพูชาด้วย
       
      รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจาปัญหาเขตทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาด้วยการมีบันทึกความเข้าใจ
      ระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ไทยกับกัมพูชา อ้างสิทธิ์ในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.44 ยังผลให้มีการจัดตั้ง
      คณะกรรมการร่วมด้านเทคนิคไทย-กัมพูชา ประชุมกันครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2544 นับจากนั้นมา การเจรจาด้านเขตแดนทาง
      ทะเลไทย-กัมพูชาได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิด จากผู้ที่รักชาติรักแผ่นดิน เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายได้มีข้อเสนอที่ชัดเจนของตนเอง
      โดยเฉพาะฝ่ายไทยยืนยันที่จะดำรงสิทธิ์และอำนาจอธิปไตยเหนือเกาะกูดซึ่งมีหลักฐานที่พิสูจน์ชัด ทั้งทางประวัติศาสตร์และ
      หลักฐานทางวัฒนธรรมว่า ดินแดนตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ จนทำให้ต้องมีการกันพื้นที่ในการเจรจา”


      ตัดมาเฉพาะบางส่วนของข่าว .... http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000071752

      จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้มีการพยายามมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล แม้ว ...........

      ส่วนคนเบื้องหลังกรณีนี้ คือใคร  ตัวหนังสือสีแดง  คงพอจะตอบคำถามบางอย่างได้บ้าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-06-2008, 20:09 โดย see - u » บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 18-06-2008, 20:09 »

อ้าง MGR อีกแล้ว

อ้างถึง
ควายนั้นบริโภคหญ้าเกือบทุกชนิด

แต่วัวจะเลือกหญ้ามากกว่าควาย  หญ้าบางอย่างวัวไม่กินแต่ควายกิน เช่น หญ้านกเค้า หญ้าส้ม หญ้าขนหมู หญ้าบากควาย

ส่วนคน ซึ่งก็อยู่ในคลาสแมมมาเลีย จะเลือกบริโภคออย่างชาญฉลาดกว่ามาก

อย่างน้อยก็ในการบริโภคการข่าวสาร

ยิ่งถ้ารู้ว่าสื่อใดเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย ข่าวสารที่ได้รับมาก็กรองแล้วกรองอีก ตรวจสอบข่าวที่จะบริโภคอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะเชื่อข่าวสารนั้นๆ


อะๆๆๆ  ..... ขอดักทางไว้ก่อนนะ  ทั้ง NBT, manager และ astv ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ต้องตรวจสอบกันให้ดี พี่น้อง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ


งั้นขอถามหน่อยว่า คุณได้ "กรอง" แล้วได้ความว่าไง ???
บันทึกการเข้า

Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #4 เมื่อ: 18-06-2008, 20:16 »

นพดลปิดดีลยก เขาพระ วิหาร ให้ เขมร

 แลกกับสัมปทานพัฒนา เกาะ กง 99 ปี ทั้งรีสอร์ ท คาสิ โน  และ สนามบิน ที่ทักษิณจับมือกับฮุน เซ็น ผ่าน  Okhna Kith Meng

ลอง ไปค้นข้อมูลกันนะ ครับ กิต  เม็ง  เดินตามรอย เท้าทักษิณทุกอย่าง ตอนนี้การลงทุน ใส เขมร ฮุน  เซ็น  ให้กิต  เม็ง ออกหน้า ตัดสิน ใจ แทนทั้งหมด

คนที่ดีลกับ เขมรตอนนี้จะ รู้ว่าทุกอย่างต้องผ่าน กิต  เม็ง  เท่านั้น จึงจะ ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล ตอนนี้กิต  เม็ง กว้านซื้อทุกอย่าง  โรง แรม Cambodiana  โรงกลั่นน้ำ มัน ล่าสุดสัมปทาน เกาะ กง 99 ปี ซึ่งท้ายที่สุดผลประ โยชน์ ก็กลับ ไปอยู่กับฮุน  เซ็น  และ ทักษิณ สองนายทุนตัวจริง เบื้องหลัง กิต  เม็ง

บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #5 เมื่อ: 18-06-2008, 20:18 »

ยังครับ ถ้าเราทุกคนเข้าไปคัดค้านกับ ยูเนสโก

อย่าไปยอมรับในการที่เขมรจะมาถือสิทธิในปราสาทวิหาร

เพราะมติรัฐมนตรี ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่ได้ทำประชาพิจารและยังไม่ได้การรับรองจากรัฐสภา

ดังนั้นมติคณะรัฐมนตีและการไปเซ็นสัญญาก็ถือว่าเป็นโมฆะ

แต่ถ้าเราไม่สนใจที่จะไปคัดค้าน ก้เป็นอันว่าเสร็จแม้ว

ยังเหลือโอกาศสุดท้ายที่เราจะไปทวงเขาพระวิหารคืนมา

ในเบ่ายวันศุกร์นี้ ออกมาทวงเขาวิหารของเราคือมา

อย่ายอมให้แม้วเอาไปแลกผลประโยชน์เข้าตัวมัน ครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-06-2008, 20:24 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #6 เมื่อ: 18-06-2008, 20:19 »

ขอโทษครับ กระทู้ขึ้นซ้ำ

นพดลมาเชียร์แขกให้กับพันธมิตรอีกแล้ว

งานนี้จะมีคนที่ทนไม่ได้ออกมาอีกเพียบ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-06-2008, 20:31 โดย คนไทยคนหนึ่ง » บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 18-06-2008, 20:20 »

เรื่องสำคัญแบบนี้ ถือเป็นเหตุให้ทหารสามารถทำ "อะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง" ได้ทันที เพื่อขัดขวางไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่แปลกมากที่ทหารนิ่ง จะมาอ้างว่าอยู่ใต้บังคับบัญชารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนี้ฟังไม่ขึ้น
บันทึกการเข้า

moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #8 เมื่อ: 18-06-2008, 20:30 »

เฮ้ย ทำไมมันรวบรัดตัดความขนาดนี้วะ รัฐมนตรีแมงยังตอบคำถามให้ประชาชนหายสงสัยไม่ได้เลย

แมงมีที่ไหนวะเซนต์กันก่อน แล้วค่อยมาแถลงบอกให้ประชาชนรู้ มันลุแก่อำนาจจริงๆ เลย

ไม่ฟังเสียงประชาชนคนไทยเลย หรือว่ามันเตรียมจะย้ายไปอยู่เขมรกันหมดแล้วแน่อนเลย

เลยต้องเคลียร์เส้นทางต่างๆ เอาไว้
บันทึกการเข้า
sensei
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 721



« ตอบ #9 เมื่อ: 18-06-2008, 20:36 »

ขอให้เวรกรรมสนองไอ้เหล่เร็วๆอย่างสาสม 
บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #10 เมื่อ: 18-06-2008, 20:41 »

วันก่อน (17 มิถุนายน พ.ศ. 2551) กรรมาธิการต่างประเทศวุฒิสภา
เพิ่งจะยื่นกระทู้ด่วน ถามรัฐมนตรีต่างประเทศในเรื่องนี้

วันนี้ รมต.ต่างประเทศ ยังไม่ตอบก็ไปเซ็นตกลงกับเขาเสียแล้ว  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ยื่นกระทู้ด่วน นพดล สงสัยวาระซ้อนเร้น เขาพระวิหาร
โดย มติชน วัน อังคาร ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551 00:00 น.

กมธ. ต่างประเทศ วุฒิสภา ยื่นกระทู้ด่วนถาม นพดล 4 ประเด็นหลัก เสนอเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก หากตอบไม่ชัด
อาจมีมติส่งหนังสือถึงก.ต่างประเทศและยูเนสโก ขอให้ชะลอการขึ้นทะเบียนออกไป ชี้รมว.ต่างประเทศอาจมี
ผลประโยชน์ส่วนตัว หรือ มีใครเกี่ยวข้อง วอนรักษาศักดิ์ศรีประเทศด้วย

ที่รัฐสภา ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวว่า
หลังจากที่กมธ.ต่างประเทศ ร่วมกับ กมธ.ศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปและวัฒนธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง
การเสนอให้เขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชาในลักษณะข้ามพรมแดน เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน
ที่ผ่านมา จึงได้ยื่นกระทู้ด่วนถาม นายนพดล ปัมทะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อ กรณีดังกล่าว
เนื่องจากวันที่ 2-10 กรกฎาคม ที่ควิเบก ประเทศแคนนาดา จะมีการประชุมหาข้อสรุปเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียน
ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดก โลก โดยจะถามใน 4 ประเด็น คือ

1.รัฐบาลมีการ เตรียมประเด็นที่จะนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโกอย่างไร
   และจะพิจารณาในวาระไหน
2.ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจะนำไปคัดค้านหรือสนับสนุนการขึ้น ทะเบียนประสาทเขาพระวิหาร
   เป็นมรดกโลกของรัฐบาลกัมพูชา
3.เมื่อยังมีปัญหาเรื่องทับซ้อนอยู่และการประท้วงของไทย เรื่องการก่อสร้างล่วงล้ำเข้ามาของฝ่ายกัมพูชาฝ่ายเดียว
   เชื่อได้อย่างไรว่า กัมพูชาจะไม่รื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำ และจะให้ไทยมีส่วนร่วมในการบริหารพื้นที่ทับซ้อนอื่นๆ และ
4. ถ้ารัฐบาลกัมพูชาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว คาดว่าจะมีผลกระทบอย่างไรและรัฐบาลได้เตรียมการเรื่องดังกล่าว
    ไว้เช่นใดบ้าง

ทั้งนี้ กมธ.ต่างประเทศ จะประชุมอีกครั้ง ซึ่งอาจมีมติส่งหนังสือถึงกระทรวงต่างประเทศและยูเนสโกขอให้ชะลอการขึ้น
ทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกออกไปก่อน

ม.ร.ว.ปรียนันทนา กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกเศร้าสลดที่ไทยเสียเปรียบประเทศกัมพูชาที่จะจดทะเบียนมรดกโลกแต่ ฝ่ายเดียว
เพราะรู้สึกว่า การล็อบบี้ของกัมพูชามีอิทธิพลต่อยูเนสโกมาก และรับทราบว่า มีการบิดเบือนข้อมูล โดยใช้นักวิชาการ
ฝรั่งเศสซึ่งมีความเชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โรมัน แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญมรดกโลก มีการระบุว่า บริเวณเขาพระวิหารควรเป็น
ของกัมพูชามาตลอด โดยเฉพาะผาเป้ยตา ที่มีชุมชนด้านล่างเขาพระวิหารซึ่งใช้บันไดด้านข้างและหัก เป็นข้อมูลในการอ้างอิง
ขณะที่บอกว่าบันไดทางขึ้นเขาพระวิหารที่อยู่ฝั่งไทยนั้นมีการสร้างขึ้นมา ใหม่ภายหลัง นอกจากไทยจะเสียเปรียบมากขึ้น
หากปล่อยให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร ฝ่ายเดียว ขณะที่ไทยไม่มีข้อต่อรองและการเตรียมพร้อม โดยเฉพาะ
กรณีที่กัมพูชาดื้อรั้นตลอดโดยไม่ยอมรับการว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อน โดยอ้างว่า ยึดถือแผนที่ของฝรั่งเศส
1 ต่อ 2 แสนตารางกิโลเมตร ขณะที่ไทยยึดแผนที่ของสหรัฐอเมริกา1 ต่อ 5 หมื่นตารางกิโลเมตร กระทั่ง นายนพดล
เดินทางไปที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา ไปเจรจากับรัฐบาลกัมพูชา และทราบว่า มีแผนที่อีกเล่มหนึ่ง รวมทั้งกัมพูชา
ยังยอมรับว่า พื้นที่ดังกล่าวทับซ้อนด้วย โดยครอบคลุมพื้นที่โดยรอบตัวปราสาท 4.6 ตารางกิโลเมตร

'รมว.ต่าง ประเทศอาจจะมีผลประโยชน์ส่วนตัว หรือของใครเกี่ยวข้องหรือเปล่าถึงต้องรีบเร่ง โดยเฉพาะการเดินทาง
ไปประชุมที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีการหารือเรื่องมรดกโลกอีก 61 แห่ง เพราะทราบมาว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไปตีกอล์ฟกับ สมเด็จฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา ที่กำลังใกล้เลือกตั้ง และยังมีเรื่องแก๊ซธรรมชาติด้วย
ทั้ง นี้ กระทรวงการต่างประเทศสนใจแต่เรื่องการเสียเขตแดนและความสัมพันธ์ระหว่าง2 ประเทศ แต่เมื่อมีการดำเนินการ
ไม่ถูกต้องเพราะไม่ยึดข้อเท็จจริงอาจจะทำให้เกิดความ บาดหมางตามมาอย่างเช่นในจ.ศรีสะเกษ ที่ขณะนี้ขับไล่คนกัมพูชาแล้ว
ดังนั้นนายนพดลควรรักษาและยึดถือศักดิ์ศรีของประเทศและมรดกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เป็นที่ตั้ง' ม.ร.ว.ปรียนันทนา กล่าว
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #11 เมื่อ: 18-06-2008, 20:42 »

ยุคนี้คงเหลือแต่ทหารของ ไอ่แม้ว ทหารกล้าตายไปหมดแล้วผมว่านะครับการที่เสียดินแดนครั้งนี้ ต้องร่วจาลึกชื่อ พล.อ อนุพงษ์  เผ่าจินดา
 พล.อ บุญสร้าง และ ผบ.เหล่าทัพ ทุกเหล่าทุกคนไว้เป็นที่จดจำชั่วลูกชั่วหลาน สันดานเลวเงินปิดปากพวกมิงไว้หมดแล้วมั้ง
บันทึกการเข้า

อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 18-06-2008, 20:42 »

..ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในห้องรักเหลี่ยมตรงนู้น หาคนสะดุ้งสะเทือนเรื่องนี้ไม่มีเลย 
ต่างพากันเห็นพ้องต้องตาม พณฯ เหล่เนรคุณทุนหลวงกันหมด
http://pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6717277/P6717277.html
..อนิจจัง! 

บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
sensei
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 721



« ตอบ #13 เมื่อ: 18-06-2008, 20:45 »

ยุคนี้คงเหลือแต่ทหารของ ไอ่แม้ว ทหารกล้าตายไปหมดแล้วผมว่านะครับการที่เสียดินแดนครั้งนี้ ต้องร่วจาลึกชื่อ พล.อ อนุพงษ์  เผ่าจินดา
 พล.อ บุญสร้าง และ ผบ.เหล่าทัพ ทุกเหล่าทุกคนไว้เป็นที่จดจำชั่วลูกชั่วหลาน สันดานเลวเงินปิดปากพวกมิงไว้หมดแล้วมั้ง


เห็นด้วยครับ ไม่ยอมขยับทำอะไรเลย ไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร ยางอายมีกันบ้างไหม
บันทึกการเข้า

บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #14 เมื่อ: 18-06-2008, 20:50 »

เสียใจมากมายครับ ด้วยใจจริง
บันทึกการเข้า

moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #15 เมื่อ: 18-06-2008, 20:56 »

นี่แหละครับ รัฐบาลเผด็จการ ชัดมากเลย

อ้างว่าได้รับเลือกมาโดยประบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นคนเลือกมา

แต่แมงไม่สนใจเสียงของประชาชนเลย เศร้าใจจริงๆ

เห็นด้วยกับคุณ คนไทยคนหนึ่ง ครับ เราประชาชนต้องช่วยกันคัดค้านทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบ

ให้องค์การยูเนสโกเห็น ว่าประชาชนคนไทย ไม่เห็นด้วยกับการกระทำครั้งนี้ของมัน
บันทึกการเข้า
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #16 เมื่อ: 18-06-2008, 20:58 »

..ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในห้องรักเหลี่ยมตรงนู้น หาคนสะดุ้งสะเทือนเรื่องนี้ไม่มีเลย 
ต่างพากันเห็นพ้องต้องตาม พณฯ เหล่เนรคุณทุนหลวงกันหมด
http://pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6717277/P6717277.html
..อนิจจัง! 



    
บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #17 เมื่อ: 18-06-2008, 21:14 »

เท่าที่ดู เรื่องราว

นพดลไม่สามารถ กระทำได้


ที่ทำไปแล้วยก ครับ


ที่เหลือก็คือ เอาไอ้เหล่มาสับ ๆ ๆ ๆ ๆ


ไม่ต้องสนใจว่าข่าวจากที่ไหนอย่างไร ใครมีก็เอามาลง ใครขวางก็ เงียบ ๆ ไป



เว็บ http://www.mfa.go.th/  เชี่ยเถิกมันปิดหนีไป


ถุยมัน 
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #18 เมื่อ: 18-06-2008, 21:17 »

พวกไม่ติดตาม คอยแขวะ ก็ฝากถุยซ้ำไปด้วยครับ


ผมเปิดเว็บเชี่ยที่โพสนี้ เข้าไม่ได้เลย


 
บันทึกการเข้า
KILL...ER
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #19 เมื่อ: 18-06-2008, 21:42 »

ตอนแรกนึกว่า แม่ไอ้ลิ้มตาย เห็นร้องห่มร้องไห้กันใหญ่โต

ที่แท้ก็เรื่องเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนี่เอง ก็มันเป็นของเขา เขาจะเอาไปทำฮวงซุ้ยแม่ไอ้ลิ้ม ก็ทำกันไปสิ ไปเสือกอะไรกับเค้าล่ะ

เรื่องระดับนี้ ทหารเห็นเค้าเฉยๆ ไม่ว่าอะไรนี่หว่า หรือว่า ไอ้ลิ้มกับเดรัจฉานนักวิชาการพวกนั้นมันรู้เรื่องนี้ดีกว่าทหาร หือออออ


----------------

เอาเรื่องที่เสียดินแดนแน่ๆ ดีกว่า บ้านร่มเกล้า อุตรดิตถ์ นี่ไงของจริง No mans land โดนลาวกลืนเรียบร้อยไปแล้ว ใบ้แดกกันไปเลย รบกันตายโหงเป็นร้อยเป็นพัน วีรบุรุษมัน ขับรถถังมายึดอำนาจอยู่นี่ เหอ เหอออ
บันทึกการเข้า

จงภาคภูมิใจในความเป็นไพร่กระฎุมพี
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #20 เมื่อ: 18-06-2008, 21:56 »

ตอนแรกนึกว่า แม่ไอ้ลิ้มตาย เห็นร้องห่มร้องไห้กันใหญ่โต

ที่แท้ก็เรื่องเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนี่เอง ก็มันเป็นของเขา เขาจะเอาไปทำฮวงซุ้ยแม่ไอ้ลิ้ม ก็ทำกันไปสิ ไปเสือกอะไรกับเค้าล่ะ

เรื่องระดับนี้ ทหารเห็นเค้าเฉยๆ ไม่ว่าอะไรนี่หว่า หรือว่า ไอ้ลิ้มกับเดรัจฉานนักวิชาการพวกนั้นมันรู้เรื่องนี้ดีกว่าทหาร หือออออ


----------------

เอาเรื่องที่เสียดินแดนแน่ๆ ดีกว่า บ้านร่มเกล้า อุตรดิตถ์ นี่ไงของจริง No mans land โดนลาวกลืนเรียบร้อยไปแล้ว ใบ้แดกกันไปเลย รบกันตายโหงเป็นร้อยเป็นพัน วีรบุรุษมัน ขับรถถังมายึดอำนาจอยู่นี่ เหอ เหอออ

กลับบ้านไปถามพ่อไป
บันทึกการเข้า
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #21 เมื่อ: 18-06-2008, 21:59 »

ตอนแรกนึกว่า แม่ไอ้ลิ้มตาย เห็นร้องห่มร้องไห้กันใหญ่โต

ที่แท้ก็เรื่องเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนี่เอง ก็มันเป็นของเขา เขาจะเอาไปทำฮวงซุ้ยแม่ไอ้ลิ้ม ก็ทำกันไปสิ ไปเสือกอะไรกับเค้าล่ะ

เรื่องระดับนี้ ทหารเห็นเค้าเฉยๆ ไม่ว่าอะไรนี่หว่า หรือว่า ไอ้ลิ้มกับเดรัจฉานนักวิชาการพวกนั้นมันรู้เรื่องนี้ดีกว่าทหาร หือออออ


----------------

เอาเรื่องที่เสียดินแดนแน่ๆ ดีกว่า บ้านร่มเกล้า อุตรดิตถ์ นี่ไงของจริง No mans land โดนลาวกลืนเรียบร้อยไปแล้ว ใบ้แดกกันไปเลย รบกันตายโหงเป็นร้อยเป็นพัน วีรบุรุษมัน ขับรถถังมายึดอำนาจอยู่นี่ เหอ เหอออ

คนอย่างคิล มีความรู้แค่นี้

นี่คิลตัวจริงป่าววะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ป้าดาล้างสมองมาเหรอจ๊ะ จากฉลาดเลยกลายเป็นอย่างนี้
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
คนไทยคนหนึ่ง
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744


« ตอบ #22 เมื่อ: 18-06-2008, 22:02 »

                         รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
                ตราไว้ ณ. วันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2550

    มาตรา 190     พระมหากษัตริย์ ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ
สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือกับองค์กรระหว่างประเทศ

    หนังสือสัญญาใดที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทย
มีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออก
พระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือ
สังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ
อย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ
ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว

    ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตาม
วรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และต้องชี้แจง
ต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอ
ความเห็นชอบด้วย
   เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน
คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น
และในกรณีที่
การปฎิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลาง
และขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็ว
เหมาะสม และเป็นธรรม

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อ
ความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน
อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฎิบัติตามหนังสือสัญญา
ดังกล่าวโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฎิบัติ
ตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป

     ในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้
นำบทบัญญัติ ตามมาตรา 155 (1) มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม

บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #23 เมื่อ: 18-06-2008, 22:06 »

ตอนแรกนึกว่า แม่ไอ้ลิ้มตาย เห็นร้องห่มร้องไห้กันใหญ่โต

ที่แท้ก็เรื่องเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนี่เอง ก็มันเป็นของเขา เขาจะเอาไปทำฮวงซุ้ยแม่ไอ้ลิ้ม ก็ทำกันไปสิ ไปเสือกอะไรกับเค้าล่ะ

เรื่องระดับนี้ ทหารเห็นเค้าเฉยๆ ไม่ว่าอะไรนี่หว่า หรือว่า ไอ้ลิ้มกับเดรัจฉานนักวิชาการพวกนั้นมันรู้เรื่องนี้ดีกว่าทหาร หือออออ

----------------

เอาเรื่องที่เสียดินแดนแน่ๆ ดีกว่า บ้านร่มเกล้า อุตรดิตถ์ นี่ไงของจริง No mans land โดนลาวกลืนเรียบร้อยไปแล้ว ใบ้แดกกันไปเลย รบกันตายโหงเป็นร้อยเป็นพัน วีรบุรุษมัน ขับรถถังมายึดอำนาจอยู่นี่ เหอ เหอออ

ถ้าเรื่องเสียดินแดนบ้านร่มเกล้าเป็นความจริงอย่างที่คุณ KILL...ER บอก
แล้วตกลงเราจะเชื่อใจทหาร ให้ปกป้องดินแดนได้จริงหรือ? 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #24 เมื่อ: 18-06-2008, 22:44 »

ทำไมใช้ L7017 ว่ะ

ทำไมไม่ช่ L7018 ?????
บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #25 เมื่อ: 18-06-2008, 22:50 »

1. เราเสียปราสาทเขาพระวิหารไปตั้งแต่ แพ้ ศาลโลกปี 2505 แล้วไม่มีทางจะได้คืนตั้งแต่วันนั้นแล้ว
        ทุกคนในโลกยอมรับแล้วว่ามันเป็นของเขมรแล้ว  และที่สำคัญเราเปลี่ยน เส้นกั้นพรหมแดนประเทศไปแล้ว
    ตลอดมาเวลาเรามีปัญหากัน เขมรจะปิดพรมแดน ปิดปราสาท ห้ามคนไทยขึ้น เราก็ยอมรับกันมา เกือบ 50 ปีแล้ว

2. พื้นที่บริเวณปราสาทหิน ส่วนหนึ่ง ยังทับซ้อนตกลงกันไม่ได้ว่าเป็นของใคร เพราะถือเขตแดนต่างกัน
    ส่วนนี้ไทยไม่ยอมเหมือนกัน ยังไม่มีใครตัดสินว่าจะเป็นของใคร หรือจะแบ่งกันอย่างไร

3. วันดีคืนดี เขมรจะขอเอาปราสาทเขาพระวิหารของเขา  ขึ้นทะเบียนมรดกโลก โดยจะจด ครอบคลุมพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหา
    กันในข้อ 2. ด้วย ซึ่งไทยยอมไม่ได้  (  พื้นที่ยังตกลงกันไม่ได้ จะไปขอจด  จดได้มันก็ยึดที่ ที่มีปัญหาไปด้วยซิ ไทยเลยค้าน )

4.  เขมรยอมจดขึ้นทะเบียน  พื้นที่ แค่รอบๆปราสาทเขาพระวิหารจริง ไม่กินพื้นที่ที่มีปัญหา เราจึงยอม เพราะไม่รู้จะค้านเรื่องอะไร ( ใครรู้บอกที  )

5. ทหาร เห็นแล้วว่า ไม่เห็นมีอะไรยื่นมาวุ่นวาย เขตไทย   แผนที่ทหารที่ยึดเขตแดนประเทศ ก็ไม่มีใครล่วงล้ำมาจดอะไร ก็ธงเขียวไม่มีปัญหา
   เขมรมันจะทำอะไรในที่ของมัน ก็เรื่องของมัน



    สิ่งที่กระทรวงต่างประเทศกลัว คือ เขมรยึดเขตแดนที่มีปัญหาดึงดันจะยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้ได้ และไทยคัดค้านไม่เป็นผล เกิดยูเนสโกมันอนุมัติขึ้นมา
             ดินแดนที่มีปัญหาจะตกเป็นของเขมรทันที   ( นี่แหละเสียดินแดนของแท้  )

    แต่ก็ดันมีพวกนึงคิดไปอีกแบบ  แกล้งลืม หรือหลอกตัวเองไปว่าเรายังไม่ได้เสียปราสาทเขาพระวิหาร อย่างถาวร
    โมเมว่าการได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกของปราสาทเขาพระวิหาร พึ่งจะเป็นการประกาศสิทธิ์เหนือเขาพระวิหารของเขมร
    รับไม่ได้ เป็นเดือดเป็นแค้น


  ลองมาคุยดูครับ ตรงไหนที่ผมเขียนผิด  

  
  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-06-2008, 23:56 โดย mebeam » บันทึกการเข้า
Register_AC
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119



« ตอบ #26 เมื่อ: 18-06-2008, 23:52 »

..ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในห้องรักเหลี่ยมตรงนู้น หาคนสะดุ้งสะเทือนเรื่องนี้ไม่มีเลย 
ต่างพากันเห็นพ้องต้องตาม พณฯ เหล่เนรคุณทุนหลวงกันหมด
http://pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6717277/P6717277.html
..อนิจจัง! 



^
^

ไปตอบกระทู้นี้ไว้สองความเห็น ตอบไปไม่ถึง ครึ่งชั่วโมง กระทู้โดนลบเลยต้องกลับมานี่เลย ...
 
บันทึกการเข้า
เพื่อนร่วมชาติ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #27 เมื่อ: 19-06-2008, 00:07 »

1. เราเสียปราสาทเขาพระวิหารไปตั้งแต่ แพ้ ศาลโลกปี 2505 แล้วไม่มีทางจะได้คืนตั้งแต่วันนั้นแล้ว
        ทุกคนในโลกยอมรับแล้วว่ามันเป็นของเขมรแล้ว  และที่สำคัญเราเปลี่ยน เส้นกั้นพรหมแดนประเทศไปแล้ว
    ตลอดมาเวลาเรามีปัญหากัน เขมรจะปิดพรมแดน ปิดปราสาท ห้ามคนไทยขึ้น เราก็ยอมรับกันมา เกือบ 50 ปีแล้ว

2. พื้นที่บริเวณปราสาทหิน ส่วนหนึ่ง ยังทับซ้อนตกลงกันไม่ได้ว่าเป็นของใคร เพราะถือเขตแดนต่างกัน
    ส่วนนี้ไทยไม่ยอมเหมือนกัน ยังไม่มีใครตัดสินว่าจะเป็นของใคร หรือจะแบ่งกันอย่างไร

3. วันดีคืนดี เขมรจะขอเอาปราสาทเขาพระวิหารของเขา  ขึ้นทะเบียนมรดกโลก โดยจะจด ครอบคลุมพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหา
    กันในข้อ 2. ด้วย ซึ่งไทยยอมไม่ได้  (  พื้นที่ยังตกลงกันไม่ได้ จะไปขอจด  จดได้มันก็ยึดที่ ที่มีปัญหาไปด้วยซิ ไทยเลยค้าน )

4.  เขมรยอมจดขึ้นทะเบียน  พื้นที่ แค่รอบๆปราสาทเขาพระวิหารจริง ไม่กินพื้นที่ที่มีปัญหา เราจึงยอม เพราะไม่รู้จะค้านเรื่องอะไร ( ใครรู้บอกที  )

5. ทหาร เห็นแล้วว่า ไม่เห็นมีอะไรยื่นมาวุ่นวาย เขตไทย   แผนที่ทหารที่ยึดเขตแดนประเทศ ก็ไม่มีใครล่วงล้ำมาจดอะไร ก็ธงเขียวไม่มีปัญหา
   เขมรมันจะทำอะไรในที่ของมัน ก็เรื่องของมัน



    สิ่งที่กระทรวงต่างประเทศกลัว คือ เขมรยึดเขตแดนที่มีปัญหาดึงดันจะยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้ได้ และไทยคัดค้านไม่เป็นผล เกิดยูเนสโกมันอนุมัติขึ้นมา
             ดินแดนที่มีปัญหาจะตกเป็นของเขมรทันที   ( นี่แหละเสียดินแดนของแท้  )

    แต่ก็ดันมีพวกนึงคิดไปอีกแบบ  แกล้งลืม หรือหลอกตัวเองไปว่าเรายังไม่ได้เสียปราสาทเขาพระวิหาร อย่างถาวร
    โมเมว่าการได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกของปราสาทเขาพระวิหาร พึ่งจะเป็นการประกาศสิทธิ์เหนือเขาพระวิหารของเขมร
    รับไม่ได้ เป็นเดือดเป็นแค้น


  ลองมาคุยดูครับ ตรงไหนที่ผมเขียนผิด  

  
  


รู้สึกจะผิดตั้งแต่ข้อ 1 แล้วนะ รัฐบาลไทยไม่เคยยอมรับอย่างเป็นทางการ และบรรพบุรุษสมัยนั้นก็กั๊กเอาไว้ โดยหวังว่าวันหนึ่งเราอาจมีโอกาสได้คืนมา

แล้วไอ้เหล่มันเป็นใคร มันเป็นลูกจ้างใคร มันถึงคิดจะเป็นรัฐมนตรีไทยคนแรกที่รับรองสิทธิ์ของเขมรอย่างเป็นทางการ
บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,042



« ตอบ #28 เมื่อ: 19-06-2008, 00:15 »


พระยาละแวกคนที่ 2

ที่มาเกิดในแผ่นดินเขมรยุคปัจจุบันเมื่อครั้งเสียเขาพระวิหาร

คนไทยเคยเชื่อว่าคือ สมเด็จนโรดมสีหนุ ถึงนาทีนี้

ต้องสะกิดให้ท่านผู้อ่านไม่ลืมว่าราชวงศ์นโรดมถนัดอย่างยิ่งในการใช้ลัทธิชาตินิยม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งลัทธิชาตินิยมที่มีเป้าหมายอยู่ที่ประเทศไทย

เป็นเครื่องมือรณรงค์ทางการเมือง

 
ครั้งหนึ่ง สมเด็จนโรดมสีหนุขึ้นมาอยู่เหนือจิตใจคนเขมรได้

ก็เพราะชนะคดีความได้ปราสาทเขาพระวิหารไปอยู่ภายใต้อธิปไตยเขมร

 
ครั้งหนึ่ง สมเด็จนโรดมรณฤทธิ์โจมตีว่าฮุนเซ็นเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดให้เวียดนาม
 
จนสามารถเบียดแทรกการเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีร่วมกับฮุนเซ็นได้
 
ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นรณรงค์ทางการเมืองจากภายนอกประเทศแท้ๆ
 
ครั้งนี้ ราชวงศ์นโรดมเริ่มรณรงค์เรื่องปราสาทสด๊กก็อกธมและปราสาทตาเมียนธม

เมื่อไม่นานมานี่เอง
 

แต่ใครจะเป็นพระยาละแวก 2003
 
ระหว่างฮุนเซ็น, สม รังสี หรือเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์นโรดมรายใด

ผู้อ่านต้องตัดสินใจเองครับ
 
แต่ขอเพียงอย่าได้มุ่งว่าเป็นเรื่องของบุคคลสถานเดียว

เรื่องราวมีนัยทางเศรษฐกิจและการเมืองซ้อนกันอยู่

สถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ

และตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาด้วยมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

มอดไหม้ไปกลางพระเพลิงเมื่อคืนวันที่ 29 มกราคม 2546

ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน
 

นั่นไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่ง
 
นั่นไม่ใช่แค่เพียงมีค่าเสมอแผ่นดินไทย
 
เพราะอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศไทย

ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่นานาอารยประเทศในประชาคมโลกยอมรับ

แต่นั่นคือสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ลงรากลึกในแผ่นดินเขมร
 
ความเป็นไทยที่เริ่มต้นตั้งแต่วัฒนธรรม ไปจนถึงการลงทุน

การค้าขาย และการครอบงำวิถีชีวิตของคนเขมรทุกระดับ
 
ที่ชนชั้นปกครองของเขมรไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านล้วนเป็นห่วง

และนำมาเป็นประเด็นหาเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


เป็นเรื่องปกติครับที่แต่ละชาติจะต้องมีแนวคิดชาตินิยม

 
ทุกวันนี้ กลุ่มทุนชาติเขมรเติบโตลำบากหากไม่ร่วมมือกับทุนต่างชาติจากไทย
 
เราเองมีสิทธิต้านการรุกรานจากทุนนิยมโลกฉันใด
 
คนเขมรก็มีสิทธิต้านการรุกรานจากทุนไทยได้ฉันนั้น

เพียงแต่ต้องเป็นชาตินิยมอย่างมีวัฒนธรรมครับ
 
ผมเองก็ชาตินิยม

 
ตลอด 4 ปีมานี้ได้แสดงความคิดเห็นต่อต้านการครอบงำทางเศรษฐกิจ

จากสหรัฐอเมริกาและระบบทุนนิยมโลกมาโดยตลอด รวมถึงการรุกรานทางวัฒนธรรม
 
แต่ผมไม่เคยชักชวนให้คนไทยลุกขึ้นไปเผาสถานทูตอเมริกา
 
ไม่เคยชักชวนคนไทยให้เลิกดูหนังฮอลิวู้ด

ผมเพียงรณรงค์ทางปัญญาผ่านเสียงและตัวหนังสือให้คนไทยรู้เท่าทันตะวันตก

สถานทูตของประเทศใดถือเป็นดินแดนของประเทศนั้น

ต่อให้สงครามใหญ่กว่านี้ รบกันตายเป็นเบือ

ยังมีน้อยครั้งครับที่รบกวนสถานทูตของคู่สงคราม
 
พระยาละแวก 2003 ไม่ว่าจะเป็นใคร

กำลังทำให้เขมรกลายเป็นชนชาติที่ไร้วัฒนธรรม
 
สมควรถูกขับออกจากประชาคมโลกเสียด้วยซ้ำ
 
พระยาละแวก 2003 ใช้ประเทศไทยและคนไทยเป็นเหยื่อ


และ....

พระยาละแวก 2003

ขาดความเป็นลูกผู้ชายอย่างยิ่งที่ใช้ผู้หญิงไทยตัวเล็ก ๆ

ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นเครื่องมืออย่างเลือดเย็นที่สุด...

พายัพ วนาสุวรรณ 30 ม.ค. 2546


http://www.saranair.com/article.php?sid=5375



พระยาละแวก....2008  ปัตตะนาขึ้นเยอะ เซ้งของเก่าจาก...เจ้านาย

แถมตายังไม่สามัคคีกันด้วย
บันทึกการเข้า

***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ

      น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #29 เมื่อ: 19-06-2008, 01:02 »

1. เราเสียปราสาทเขาพระวิหารไปตั้งแต่ แพ้ ศาลโลกปี 2505 แล้วไม่มีทางจะได้คืนตั้งแต่วันนั้นแล้ว
        ทุกคนในโลกยอมรับแล้วว่ามันเป็นของเขมรแล้ว  และที่สำคัญเราเปลี่ยน เส้นกั้นพรหมแดนประเทศไปแล้ว
    ตลอดมาเวลาเรามีปัญหากัน เขมรจะปิดพรมแดน ปิดปราสาท ห้ามคนไทยขึ้น เราก็ยอมรับกันมา เกือบ 50 ปีแล้ว

2. พื้นที่บริเวณปราสาทหิน ส่วนหนึ่ง ยังทับซ้อนตกลงกันไม่ได้ว่าเป็นของใคร เพราะถือเขตแดนต่างกัน
    ส่วนนี้ไทยไม่ยอมเหมือนกัน ยังไม่มีใครตัดสินว่าจะเป็นของใคร หรือจะแบ่งกันอย่างไร

3. วันดีคืนดี เขมรจะขอเอาปราสาทเขาพระวิหารของเขา  ขึ้นทะเบียนมรดกโลก โดยจะจด ครอบคลุมพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหา
    กันในข้อ 2. ด้วย ซึ่งไทยยอมไม่ได้  (  พื้นที่ยังตกลงกันไม่ได้ จะไปขอจด  จดได้มันก็ยึดที่ ที่มีปัญหาไปด้วยซิ ไทยเลยค้าน )

4.  เขมรยอมจดขึ้นทะเบียน  พื้นที่ แค่รอบๆปราสาทเขาพระวิหารจริง ไม่กินพื้นที่ที่มีปัญหา เราจึงยอม เพราะไม่รู้จะค้านเรื่องอะไร ( ใครรู้บอกที  )

5. ทหาร เห็นแล้วว่า ไม่เห็นมีอะไรยื่นมาวุ่นวาย เขตไทย   แผนที่ทหารที่ยึดเขตแดนประเทศ ก็ไม่มีใครล่วงล้ำมาจดอะไร ก็ธงเขียวไม่มีปัญหา
   เขมรมันจะทำอะไรในที่ของมัน ก็เรื่องของมัน



    สิ่งที่กระทรวงต่างประเทศกลัว คือ เขมรยึดเขตแดนที่มีปัญหาดึงดันจะยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้ได้ และไทยคัดค้านไม่เป็นผล เกิดยูเนสโกมันอนุมัติขึ้นมา
             ดินแดนที่มีปัญหาจะตกเป็นของเขมรทันที   ( นี่แหละเสียดินแดนของแท้  )

    แต่ก็ดันมีพวกนึงคิดไปอีกแบบ  แกล้งลืม หรือหลอกตัวเองไปว่าเรายังไม่ได้เสียปราสาทเขาพระวิหาร อย่างถาวร
    โมเมว่าการได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกของปราสาทเขาพระวิหาร พึ่งจะเป็นการประกาศสิทธิ์เหนือเขาพระวิหารของเขมร
    รับไม่ได้ เป็นเดือดเป็นแค้น


  ลองมาคุยดูครับ ตรงไหนที่ผมเขียนผิด  

ครับคุณ mebeam 

แนะนำให้อ่านข้อมูลในกระทู้ข้างล่างนี้เพิ่มเติมนะครับ
ไม่แปลกเลยถ้าหากคนไทยที่รู้รายละเอียดเรื่องนี้
จะพยายามดำเนินการปกป้องผลประโยชน์ของไทย

==ข้อพิพาทไทย-กัมพูชาในปราสาทพระวิหาร ข้อมูลจากอดีตเอกอัครราชทูตไทย==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=28045.0
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #30 เมื่อ: 19-06-2008, 02:06 »

 1 ไทย ไม่มีวันดึงข้อพิพาท ปราสาทเขาพระวิหาร ขึ้นกลับเวทีศาลโลกแล้ว เพราะ...(เหตุผลเยอะแยะ)
 2. รัฐบาลไทย ยอมรับในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระ วิหาร แล้วโดย
     - เขียนแผนที่ประเทศไทยใหม่ เอาเขาพระวิหารออกไปในเขตแดนกัมพูชา 
     - ถอนเจ้าหน้าที่ไทยออกหมด ดูทหารเขมร ปักธงชาติในปราสาท และบริหารจัดการปราสาท
     - ตลอดเกือบ 50 ปีมานี่ มีรัฐบาลไหนจะทวงปราสาทเขาพระวิหารคืนหรือเปล่า
     - เราอาจอ้างว่าเราสงวนคำตัดสิน ค้านคำตัดสิน  แต่เราก็ยอมทำตามคำตัดสิน ปากเราบอกไม่ยอมรับ
       แต่การปฏิบัติเรา ยอมรับมาตลอดตั้งแต่มีคำตัดสิน

  ถ้าไม่ยอมรับอธิปไตย ก็เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่เราสู้สุดชีวิตไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกออกไปได้
 แต่ถ้าวันใด เรายอมเขียนแผนที่ประเทศไทยใหม่ ตัด3จังหวัดไป เอาเจ้าหน้าที่รัฐออกมา ดูเขาปกครองกันเอง ยอมให้
ใช้ธงชาติอื่น ที่ไม่ใช่ธงไตรรงค์  ผ่านไป 50 ปีแล้วเรามาบอกว่ารัฐบาลไทยไม่เคยยอมรับอย่างเป็นทางการ เรื่องการแยกดินแดน
3 จังหวัดต้องเป็นของไทย เราจะเอาคืน มันใช่ที่มั๊ยเนี่ย 
 
   

    นอกเรื่องหน่อย  ครั้งนึงผมไปทัวร์เวียงจันทร์ ไกด์ลาว มีโปรแกรมเที่ยวชมวัดพระแก้วด้วย เห็นว่าเป็นวัดใหญ่นักท่องเที่ยวเยอะ
ผมและคณะไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับวัดนี้เลย ใจก็อยากเห็นพระแก้วเมืองลาวว่าจะเหมือนเมืองไทยมั๊ย พอจะไหว้เห็นแต่แท่นฐาน
หนึ่งในคณะทัวว์เลยถามไกด๊ "อ้าวพระไปไหนล่ะ " ไก๊ด์ลาวก็บอกว่า "ย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพไง"  คณะผมหน้าเจื่อนลงไปเลย ไม่นึกว่าจะองค์เดียวกัน
เข้าเรื่องแล้ว ว่ากันต่อเลย 



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-06-2008, 02:13 โดย mebeam » บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #31 เมื่อ: 19-06-2008, 02:44 »



http://www.youtube.com/watch?v=9ImZk0FIbNY

เขาพระวิหาร การเสียดินแดนครั้งสุดท้าย ของประเทศไทย



        ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งใหญ่ในกัมพูชาว่ากันว่า “กระแสรักชาติ” จะถูกปลุกขึ้นมาเพื่อผลทางการเมือง การเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ก็เช่นกัน เรื่องร้อนๆ “เขาพระวิหาร” ก็ถูกนำขึ้นมาเป็นประเด็นที่มีผลทางการเมืองในกัมพูชาอีกครั้ง

         อยู่ๆ กัมพูชาก็ยื่นเรื่องต่อ องค์การยูเนสโก ขอขึ้นทะเบียน “เขาพระวิหาร” เป็น “มรดกโลก” โดยไม่บอกกล่าวฝ่ายไทย เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

          แต่ผู้แทนไทยในที่ประชุมประท้วง เพราะองค์ประกอบ ของเขาพระวิหารไม่ได้มีแต่ ปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งอยู่ในเขตกัมพูชา เท่านั้น แต่ยังมีโบราณสถานอีกหลายอย่าง ประกอบกันเป็นเขาพระวิหาร เช่น ภาพแกะสลักนูนต่ำ สระตราว สถูปคู่ เป็นต้น อยู่ในเขตไทย มรดกโลกที่สมบูรณ์จะต้องมีองค์ประกอบครบถ้วน

         เมื่อไทยท้วงด้วยเหตุผลเช่นนี้ ยูเนสโกก็เลื่อนการพิจารณาออกไป โดยให้ไทยกับกัมพูชาไปตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน และนำเข้าพิจารณา ในที่ประชุมที่รัฐควีเบค ประเทศแคนาดา ในเดือนหน้านี้ศาลโลก พิพากษาให้ ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นของกัมพูชาในปี 2505 โดยบอกแต่เพียงว่า “ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในอาณาเขต ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา” แต่ไม่ได้บอกว่ามีอาณาเขต กว้างยาวแค่ไหน กระทรวงมหาดไทยของไทยจึงกำหนดพื้นที่ไม่เกิน 150 ไร่ ให้เป็นเขตปราสาทเขาพระวิหาร โดยมีช่องบันไดหัก ให้ฝ่ายเขมรต่ำมีทางขึ้นปราสาท เขาพระวิหารได้

          ในหนังสือ เขาพระวิหาร ไทยเสียดินแดนครั้งสุดท้าย ของ โรม บุนนาค ได้บันทึกเหตุการณ์วันที่ พลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวปราศรัย ที่ลานปราสาทเขาพระวิหาร ในวันส่งมอบดินแดนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2505 ไว้ดังนี้

         “ข้าพเจ้ามีความเสียใจมากที่ต้องมาทำหน้าที่เช่นนี้ แต่การปฏิบัตินี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจำต้องปฏิบัติ ตามพันธกรณีที่เรามีต่อศาลโลก

          วันนี้เป็นวันหนึ่งซึ่งประวัติศาสตร์จะต้องจารึกว่า ไทยจำต้อง สละอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหาร ข้าพเจ้ากำหนดเวลาตั้งแต่ 12.00 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม 2505 เป็นวันที่เรา จะถอนทุกสิ่งทุกอย่างออกจากเขตแดนนี้

          ข้าพเจ้าขอซ้อมความเข้าใจกับท่านว่า เขตแดนนี้เริ่มจากจุดแรก ที่ช่องบันไดหัก โดยนับระยะห่างจากถนนหินโบราณลงมา 20 เมตร เราจะปักป้ายที่นี่ และแนวเขตจะเล็งเป็นเส้นตรงจากหลักที่ 1 มาสู่ปลายบันไดนาค ห่างจากจุดกึ่งกลางปลายบันได 20 เมตร เป็นเส้นที่ 2 แล้วจึงเล็งเป็นแนวตรง ไปเป็นหลักสุดท้าย ห่างจากแนวปราสาทในเส้นกึ่งกลาง 100 เมตร ตัดตรงไปจนทะลุหน้าผาเป้ยตาดี

         มีงานที่เราจะต้องปฏิบัติหลายอย่างในวันนี้ ก่อนอื่นคือ การเชิญธงไตรรงค์พร้อมด้วยเสา จากบริเวณปราสาทมาประดิษฐาน ในเขตของเรา และจะไม่มีการเชิญธงลงจากยอดเสา พร้อมด้วยเสานี้ จะเคลื่อนย้ายตั้งลงมาโดยไม่นอนด้วย เพราะวันหนึ่งข้างหน้า เราอาจจะต้องนำธงนี้ไปประดิษฐานที่เดิมเหนือเป้ยตาดีอีกครั้งหนึ่ง...”

         อ่านแล้วขนลุกครับ ทหารสมัยก่อนเขาถือธงชาติเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้จะต้องเสียดินแดนตามคำพิพากษาของศาลโลก เมื่อจะเคลื่อนย้าย “ธงชาติไทย” ออกจากดินแดน พลเอกประภาส ยังให้ยกธงทั้งเสาแบบ ตั้งตรงออกมา ไม่ให้มีการลดธงลงจากยอดเสา หรือแบกเสาธง ออกมาอย่างผู้แพ้
           พลเอกประภาสยังสั่งกำชับตำรวจตระเวนชายแดนด้วยว่า รั้วก็ดี ป้ายก็ดี ที่ปักไว้นั้น ถือเป็นสมบัติของชาติไทย หากมีผู้ใดล่วงล้ำ ผ่านแนวเข้ามา ให้ไล่ออกไป หากขัดขืนขอให้ใช้กำลังได ้โดยไม่ต้องรอขออนุญาตแต่อย่างใด

          เห็นความเด็ดขาดของชายชาติทหารสมัยก่อนแล้ว ต้องชื่นชมครับ

          ก็ต้องดูว่า รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช ที่มี นายนพดล ปัทมะ เป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ จะสามารถรักษาอธิปไตย เขาพระวิหารที่ประเทศไทย มีอยู่ตามคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อ 46 ปีก่อนได้หรือไม่ หรือจะต้องเสียดินแดนในยุคนี้อีกครั้ง ซึ่งไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในโลกยุคปัจจุบัน

โดย "ลมเปลี่ยนทิศ"                                                                    คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย                                                             ที่มา ไทยรัฐ



 
 
 ระบุอยู่ในหลักสุตร การเรียนครับ เราเสียดินแดนไปแล้ว 14 ครั้งครับ
ถึงมันจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่เราก็ต้องยอมรับมันครับ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #32 เมื่อ: 19-06-2008, 03:27 »



http://www.youtube.com/watch?v=9ImZk0FIbNY

เขาพระวิหาร การเสียดินแดนครั้งสุดท้าย ของประเทศไทย

...

          ในหนังสือ เขาพระวิหาร ไทยเสียดินแดนครั้งสุดท้าย ของ โรม บุนนาค ได้บันทึกเหตุการณ์วันที่ พลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวปราศรัย ที่ลานปราสาทเขาพระวิหาร ในวันส่งมอบดินแดนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2505 ไว้ดังนี้

         “ข้าพเจ้ามีความเสียใจมากที่ต้องมาทำหน้าที่เช่นนี้ แต่การปฏิบัตินี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจำต้องปฏิบัติ ตามพันธกรณีที่เรามีต่อศาลโลก

          วันนี้เป็นวันหนึ่งซึ่งประวัติศาสตร์จะต้องจารึกว่า ไทยจำต้อง สละอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหาร ข้าพเจ้ากำหนดเวลาตั้งแต่ 12.00 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม 2505 เป็นวันที่เรา จะถอนทุกสิ่งทุกอย่างออกจากเขตแดนนี้

          ข้าพเจ้าขอซ้อมความเข้าใจกับท่านว่า เขตแดนนี้เริ่มจากจุดแรก ที่ช่องบันไดหัก โดยนับระยะห่างจากถนนหินโบราณลงมา 20 เมตร เราจะปักป้ายที่นี่ และแนวเขตจะเล็งเป็นเส้นตรงจากหลักที่ 1 มาสู่ปลายบันไดนาค ห่างจากจุดกึ่งกลางปลายบันได 20 เมตร เป็นเส้นที่ 2 แล้วจึงเล็งเป็นแนวตรง ไปเป็นหลักสุดท้าย ห่างจากแนวปราสาทในเส้นกึ่งกลาง 100 เมตร ตัดตรงไปจนทะลุหน้าผาเป้ยตาดี

         มีงานที่เราจะต้องปฏิบัติหลายอย่างในวันนี้ ก่อนอื่นคือ การเชิญธงไตรรงค์พร้อมด้วยเสา จากบริเวณปราสาทมาประดิษฐาน ในเขตของเรา และจะไม่มีการเชิญธงลงจากยอดเสา พร้อมด้วยเสานี้ จะเคลื่อนย้ายตั้งลงมาโดยไม่นอนด้วย เพราะวันหนึ่งข้างหน้า เราอาจจะต้องนำธงนี้ไปประดิษฐานที่เดิมเหนือเป้ยตาดีอีกครั้งหนึ่ง...
 
 ระบุอยู่ในหลักสุตร การเรียนครับ เราเสียดินแดนไปแล้ว 14 ครั้งครับ
ถึงมันจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่เราก็ต้องยอมรับมันครับ

ตัวคุณ mebeam เอาข้อความมาเองแล้วไม่เห็นหรือครับ ว่ามีการประกาศไว้อย่างไร
เมื่อรวมกับข้อมูลจากอดีตเอกอัครราชทูต ก็คือเราประกาศสงวนสิทธิ์เอาไว้แล้ว

เรื่องนี้ก็เหมือนกรณีเกาะไต้หวัน ผ่านมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาพอๆ กับประสาทพระวิหาร
จะเห็นว่าเกาะไต้หวันก็มีรัฐบาลของตัวเอง มีธงตัวเอง มีการเลือกตั้งเองอะไรทุกอย่าง


..แต่ประเทศจีนก็ยังสงวนสิทธิ์เหนือเกาะไต้หวันมาจนถึงปัจจุบันนี้..

ในเมื่อคนรุ่นก่อนได้ประกาศสงวนสิทธิ์เอาไว้ แล้วเราเป็นบ้าอะไรต้องไปลงนามล้างสิทธิ
ในทางการทูตเขามีแต่ may be ไม่มี yes/no เพราะเราเป็นประเทศไม่ได้เป็นบุคคล
ตกลงคุณได้อ่านข้อมูลจากเอกอัครราชทูตแล้วหรือเปล่าครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-06-2008, 03:30 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #33 เมื่อ: 19-06-2008, 03:41 »

1 ไทย ไม่มีวันดึงข้อพิพาท ปราสาทเขาพระวิหาร ขึ้นกลับเวทีศาลโลกแล้ว เพราะ...(เหตุผลเยอะแยะ)
 2. รัฐบาลไทย ยอมรับในอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระ วิหาร แล้วโดย
     - เขียนแผนที่ประเทศไทยใหม่ เอาเขาพระวิหารออกไปในเขตแดนกัมพูชา 
     - ถอนเจ้าหน้าที่ไทยออกหมด ดูทหารเขมร ปักธงชาติในปราสาท และบริหารจัดการปราสาท
     - ตลอดเกือบ 50 ปีมานี่ มีรัฐบาลไหนจะทวงปราสาทเขาพระวิหารคืนหรือเปล่า
     - เราอาจอ้างว่าเราสงวนคำตัดสิน ค้านคำตัดสิน  แต่เราก็ยอมทำตามคำตัดสิน ปากเราบอกไม่ยอมรับ
       แต่การปฏิบัติเรา ยอมรับมาตลอดตั้งแต่มีคำตัดสิน

  ถ้าไม่ยอมรับอธิปไตย ก็เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่เราสู้สุดชีวิตไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกออกไปได้
 แต่ถ้าวันใด เรายอมเขียนแผนที่ประเทศไทยใหม่ ตัด3จังหวัดไป เอาเจ้าหน้าที่รัฐออกมา ดูเขาปกครองกันเอง ยอมให้
ใช้ธงชาติอื่น ที่ไม่ใช่ธงไตรรงค์  ผ่านไป 50 ปีแล้วเรามาบอกว่ารัฐบาลไทยไม่เคยยอมรับอย่างเป็นทางการ เรื่องการแยกดินแดน
3 จังหวัดต้องเป็นของไทย เราจะเอาคืน มันใช่ที่มั๊ยเนี่ย 
 
    นอกเรื่องหน่อย  ครั้งนึงผมไปทัวร์เวียงจันทร์ ไกด์ลาว มีโปรแกรมเที่ยวชมวัดพระแก้วด้วย เห็นว่าเป็นวัดใหญ่นักท่องเที่ยวเยอะ
ผมและคณะไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับวัดนี้เลย ใจก็อยากเห็นพระแก้วเมืองลาวว่าจะเหมือนเมืองไทยมั๊ย พอจะไหว้เห็นแต่แท่นฐาน
หนึ่งในคณะทัวว์เลยถามไกด๊ "อ้าวพระไปไหนล่ะ " ไก๊ด์ลาวก็บอกว่า "ย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพไง"  คณะผมหน้าเจื่อนลงไปเลย ไม่นึกว่าจะองค์เดียวกัน
เข้าเรื่องแล้ว ว่ากันต่อเลย 

ในโลกไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ...

บรรพบุรุษรุ่นก่อนได้ประกาศสงวนสิทธิ์เอาไว้ให้เราแล้ว
ก็เท่ากับเรายังทรงสิทธิ์นั้นอยู่

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ก่อนนี้สมัยฝรั่งเรืองอำนาจ
มีใครเคยคิดหรือว่าจะได้กลับคืนมา แต่เมื่อเวลาผ่านไป
กฎเกณฑ์กฎหมายต่างๆ เปลี่ยนแปลง เราก็เอาคืนมาได้

กรณีปราสาทพระวิหาร เห็นอยู่แต่ต้นว่า ฝรั่งเศสโกงเรา
เพราะตกลงแบ่งเขตกันไว้ที่สันปันน้ำ แต่กลับมาตั้งฐาน
อยู่ในปราสาทพระวิหาร แล้วอ้างมั่วๆ ว่าไทยไม่คัดค้าน

อ้างมั่วว่าไทยเอาแผนที่ไปใช้เท่ากับยอมรับความถูกต้อง
ทั้งที่การเอาเอกสารมาใช้ไม่ได้หมายถึงว่ายอมรับความ
ถูกต้องของเอกสารบางส่วนหรือทั้งหมด

ตราบใดที่เรายังสงวนสิทธิ์ มันก็คือแค่รอเวลาเท่านั้นเอง
ไม่มีจังหวะเราก็ไม่ทำอะไร หากมีโอกาสทำได้เราก็ทำ

แต่การดำเนินการสละสิทธิ์ทำเพื่ออะไร บ้าหรือโง่ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 19-06-2008, 08:41 »

ตราบใดที่เรายังสงวนสิทธิ์ มันก็คือแค่รอเวลาเท่านั้นเอง
ไม่มีจังหวะเราก็ไม่ทำอะไร หากมีโอกาสทำได้เราก็ทำ

แต่การดำเนินการสละสิทธิ์ทำเพื่ออะไร บ้าหรือโง่



คุณ jerasak คุณไปคุยกับไอ้พวกขายชาติ ไม่รู้เรื่องหรอก

พวกเหียกนี่ ถ้ากรณีเขาพระวิหารนี้ไปเกิดในจีนหรือเกาหลีใต้ แล้วมีไอ้พวกเลวนี่ออกมาเป็นกระบอกเสียงให้ต่างชาติ บั่นแผ่นดินตัวเอง ป่านนี้โดนกวาดล้างเข้าคุกไปหมดแล้ว
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #35 เมื่อ: 19-06-2008, 09:39 »

ศาลโลกเค้าตัดสินไปแล้ว...มติครม.ปี2505ของไทยมันแห้วน๊ะเพราะเวทีโลกเค้าไม่ยอมรับ ในเมื่อศาลโลกเค้าตัดสินไปแล้วว่าตัวประสาทเขาพระวิหารเป็นของเขมร แล้วคนไทยบางคนจะไม่ยอมรับ...ก็ลาออกจาก UN ไปซิ


เบื่อพวกไม่ยอมรับในกติกาจริงๆ เฮ้อ!!
บันทึกการเข้า
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #36 เมื่อ: 19-06-2008, 09:43 »

จงร้องไห้..ให้น้ำตาท่วมแผ่นดิน..เมื่อคนจั***ยกแผ่นดินไทยให้ต่างชาติ
นี่เป็นภาพแผนผังปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นภาคผนวกท้ายคำร้องที่ฝ่ายกัมพูชายื่นต่อศาลโลก

แผนผังใหม่ที่กัมพูชาทำขึ้นและนายนพดลฯบอกไทยไม่เสียดินแดน ลักษณะลากเส้นยาวจากเป้ยตาดีลงไปจนถึงเชิงเขาบริเวณร้านค้าและชุมชนชาวกัมพูชา

ในขณะที่หลังศาลโลกมีคำพิพากษาเส้นเขตแดนจะถูกปิดกั้นอยู่ตรงบริเวณบันไดทางขึ้นกับลานนาคราช ซึ่งเป็นไปตามแผนผังภาพที่ 1 เพราะกัมพูชาแสดงภาพไปเท่านั้น ประตูนี้อยู่มาจนถึงปี 2542 เมื่อมีการเปิดเขาพระวิหารอย่างเป็นทางการจึงถูกรื้อลงมาอยู่ที่เชิงเขา

การที่ฝ่ายกัมพูชาทำแผนผังขึ้นมาใหม่ ลากยาวลงไปจนถึงเชิงเขา แล้วนายนพดลฯมาบอกว่าไม่เสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียวนั้น ไม่รู้ว่า "โง่" หรือไม่รู้จริง ๆ หรือว่า "แกล้งโง่"
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #37 เมื่อ: 19-06-2008, 09:55 »

ใช่ครับ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะยืนอยู่คนละพื้นฐาน

คุณ คิดว่าเรายังไม่เสียปราสาทหินเขาวิหาร ยังฝันว่ามันยังเป็นของเรา วันนี้เราโดนโกงไป สักวันมันต้องกลับมาเป็นของเรา
ผม คิดว่าเราเสียไปเรียบร้อยแล้ว  เหมือนกระทรวงต่างประเทศตั้งเป็นพื้นฐาน ก่อนที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ

สำหรับผม การได้ยินว่าปราสาทเขาพระวิหารยังเป็นของไทย เพราะเราสงวนสิทธิ์ไว้  แล้ว มันไม่ต่างกับ
       ได้ยินว่าเหล่า รัฐกลันตัง ตรังกานู ไทรบุรี และปริศ  ยังเป็นของไทย เพราะตอนเราเสียดินแดนส่วนนี้
        ให้อังกฤษ คงมีใคร สักคนสงวนสิทธิ์ไว้ด้วย ไม่ยอมรับ เราคงยังรอดินแดนเหล่านี้ กลับมาเป็นของไทยอยู่ ขำดีมั๊ย


ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นรัฐบาล  อย่าลืม ใส่วาระแห่งชาติ ทวงคืนเขาพระวิหารลงไปในนโยบายด้วย  หรือเอาแค่
ต่อแต่นี้ เราจะ มีนโยบายทางต่างประเทศกับประเทศกัมพูชา บนพื้นฐาน ปราสาทหินเขาพระวิหารยังเป็นของไทยอยู่
ดูซิพรรคเขาจะทำมั๊ย

  ลำดับความการประท้วงเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

    1 ยอมไม่ได้ที่กัมพูชาจะเอาไปยื่นขอมรดกโลก เพราะยังมีที่ไทยติดอยู่มากมาย กลัวจะเสียดินแดนเพิ่ม จากการขอจดของกัมพูชา
    2. ยอมไม่ได้ที่จะเสียดินแดนของไทยเพิ่มจากปี2505 เพราะทักษิณจะเอาพื้นที่ทับซ้อนไปแลกกับสัมปะทาน ( จุดชนวนประท้วง )
    3.  เร่งรัด กระทรวงต่างประเทศเปิดแผนที่เพื่อจะดูว่า ไทยเสียดินแดนเพิ่มหรือเปล่า เขมรขอจดในที่ทับซ้อนหรือเปล่า ( เริ่มเร่งเร้าใส่พิรุธให้กระทรวงต่างประเทศ )
    4. อ้าวเปิดมา เขมรขอจดทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจริงๆ ไม่กินที่นอกบริเวณปราสาทเลย ( อ้าวแล้วจะประท้วงเรื่องอะไรดีล่ะ )
       ( อย่ากระนั้นเลย กลับมาเล่น ประเด็น ตัวปราสาทดีกว่า  ปราสาทยังเป็นของไทย แค่ขอจดก็ผิดแล้ว ว่าแล้วก็รีบไปหาข้อมูลดีฝ่า ว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ปราสาทเป็นของไทยอยู่ )

 


 



บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #38 เมื่อ: 19-06-2008, 10:04 »

ใช่ครับ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะยืนอยู่คนละพื้นฐาน
ถูกแล้ว เรายืนอยู่คนละพื้นฐาน เพราะคุณอยู่บนพื้นฐานของการขายชาติ

คุณ คิดว่าเรายังไม่เสียปราสาทหินเขาวิหาร ยังฝันว่ามันยังเป็นของเรา วันนี้เราโดนโกงไป สักวันมันต้องกลับมาเป็นของเรา
ผม คิดว่าเราเสียไปเรียบร้อยแล้ว  เหมือนกระทรวงต่างประเทศตั้งเป็นพื้นฐาน ก่อนที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ
นี่มันไม่ใช่เรื่องของความคิดความเชื่อ มันคือ "ข้อเท็จจริง" ข้อเท็จจริงที่ว่า กำลังมีคนยกดินแดนบางส่วนให้ต่างชาติไปผ่าน "นิติกรรมอำพราง" โดยอ้างว่าช่วยต่างชาติยกขึ้นเป็นมรดกโลก ทั้งๆที่ยังมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะได้ดินแดนคืน แต่โคตรเหง้าพ่อแม่คุณบอกว่า ให้มันไปเหอะ ไม่ต่างจากโสเภณี




คุณ mebeam ครับ แม่คุณคือกระหรี่ชั้นต่ำ ย้ำ แม่คุณคือกระหรี่ชั้นต่ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-06-2008, 10:06 โดย Thailand = Land of Srithanonchais » บันทึกการเข้า

นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #39 เมื่อ: 19-06-2008, 10:07 »

ขอต่ออีกนิดหนึ่ง หากดูจากภาพถ่ายทางอากาศแล้วเขตแดนของกัมพูชาบนปราสาทพระวิหารควรอยู่ ณ จุดใด
ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ตามภาพถ่าย ตามคำพิพากษาของศาลโลกกัมพูชาจะได้อธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารเฉพาะในกรอบสีดำตามภาพเท่านั้น

ส่วนพื้นที่ต่อเนื่อง(กรอบสีแดง) ลงไปจนถึงเชิงเขารวมทั้งบริเวณบ้านเรือน ชุมชนชาวกัมพูชาล้วนเป็นของไทยทั้งสิ้น

แล้วยังมีหน้ามาบอกอีกว่าไม่เสียดินแดน แบบนี้มันน่าเอาไปกุดหัวซะสักเจ็ดชั่วโคตร
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #40 เมื่อ: 19-06-2008, 10:09 »

ใช่ครับ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะยืนอยู่คนละพื้นฐาน

คุณ คิดว่าเรายังไม่เสียปราสาทหินเขาวิหาร ยังฝันว่ามันยังเป็นของเรา วันนี้เราโดนโกงไป สักวันมันต้องกลับมาเป็นของเรา
ผม คิดว่าเราเสียไปเรียบร้อยแล้ว  เหมือนกระทรวงต่างประเทศตั้งเป็นพื้นฐาน ก่อนที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ

สำหรับผม การได้ยินว่าปราสาทเขาพระวิหารยังเป็นของไทย เพราะเราสงวนสิทธิ์ไว้  แล้ว มันไม่ต่างกับ
       ได้ยินว่าเหล่า รัฐกลันตัง ตรังกานู ไทรบุรี และปริศ  ยังเป็นของไทย เพราะตอนเราเสียดินแดนส่วนนี้
        ให้อังกฤษ คงมีใคร สักคนสงวนสิทธิ์ไว้ด้วย ไม่ยอมรับ เราคงยังรอดินแดนเหล่านี้ กลับมาเป็นของไทยอยู่ ขำดีมั๊ย


ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นรัฐบาล  อย่าลืม ใส่วาระแห่งชาติ ทวงคืนเขาพระวิหารลงไปในนโยบายด้วย  หรือเอาแค่
ต่อแต่นี้ เราจะ มีนโยบายทางต่างประเทศกับประเทศกัมพูชา บนพื้นฐาน ปราสาทหินเขาพระวิหารยังเป็นของไทยอยู่
ดูซิพรรคเขาจะทำมั๊ย

  ลำดับความการประท้วงเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

    1 ยอมไม่ได้ที่กัมพูชาจะเอาไปยื่นขอมรดกโลก เพราะยังมีที่ไทยติดอยู่มากมาย กลัวจะเสียดินแดนเพิ่ม จากการขอจดของกัมพูชา
    2. ยอมไม่ได้ที่จะเสียดินแดนของไทยเพิ่มจากปี2505 เพราะทักษิณจะเอาพื้นที่ทับซ้อนไปแลกกับสัมปะทาน ( จุดชนวนประท้วง )
    3.  เร่งรัด กระทรวงต่างประเทศเปิดแผนที่เพื่อจะดูว่า ไทยเสียดินแดนเพิ่มหรือเปล่า เขมรขอจดในที่ทับซ้อนหรือเปล่า ( เริ่มเร่งเร้าใส่พิรุธให้กระทรวงต่างประเทศ )
    4. อ้าวเปิดมา เขมรขอจดทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจริงๆ ไม่กินที่นอกบริเวณปราสาทเลย ( อ้าวแล้วจะประท้วงเรื่องอะไรดีล่ะ )
       ( อย่ากระนั้นเลย กลับมาเล่น ประเด็น ตัวปราสาทดีกว่า  ปราสาทยังเป็นของไทย แค่ขอจดก็ผิดแล้ว ว่าแล้วก็รีบไปหาข้อมูลดีฝ่า ว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ปราสาทเป็นของไทยอยู่ )

 

คิดแบบ คนขายชาติ ย่อมคิดแตกต่างกับ คนรักชาติ

"ศาลโลกได้ตัดสินให้ "เฉพาะปราสาทพระวิหาร" เท่านั้นตกเป็นของกัมพูชา มิใช่ผืนดิน หรือ "เขาพระวิหาร" ทั้งอาณาบริเวณ
      
นั่นก็คือ "ปราสาทพระวิหาร" ของกัมพูชาตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินในเขตสันปันน้ำของไทย"

เสมือน คุณมาสร้างบ้านบนที่ดินของฉัน  จำเป็นด้วยหรือ ที่ฉันจะต้องยกที่ดินผืนนั้นให้แก่คุณ  

ถ้าแยกเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ของประเทศชาติไม่ออก คิดแต่จะเล่นการเมืองโดยไม่ดูผลประโยชน์ของประเทศชาติ  ก็เสียชาติเกิดจริงๆ  ลิ่วล้อลูกหาบทักษิณ ไร้สมองไร้สติปัญญาจริงๆ  อาศัยแผ่นดินไทยเกิด แต่สัญชาติชั่วนั้นแนบติดตัวไม่ยอมถอน

เวร
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #41 เมื่อ: 19-06-2008, 10:13 »

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000071917



แผนที่ A มาตราส่วน 1:10,000 เป็นแผนที่ที่เป็นทางการของไทย แสดงแนวเส้นเขตแดนฝรั่งเศส-สยามปี 1907 (Line 1) ซึ่งไทยได้โต้แย้งต่อศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2505 กับแนวเส้นเขตแดน (Line 2) ที่ไทยใช้หลักสากลยึดถือแนวสันปันน้ำเป็นหลักในการแบ่งเส้นเขตแดนและได้อ้างสิทธิอันชอบธรรมเหนืออาณาบริเวณพื้นที่สีเขียว การยกผืนดินที่ตั้งปราสาทพระวิหารให้แก่กัมพูชากำลังจะสร้างความยุ่งยากให้แก่การกล่าวอ้างอธิปไตยของไทย


ไม่ว่านายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยกับนายทหารบางคนจะพูดจะแถลงอย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายังคงเงียบกริบด้วยความพึงพอใจ และ สื่อในกัมพูชาได้หยุดวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างสิ้นเชิง ในกรณีปราสาทพระวิหาร
       
       สำหรับชาวไทยที่ได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับความขัดแย้งกรณีไทย-กัมพูชากรณีเขาพระวิหาร หรือ กระทั่งได้ไปเที่ยวชมปราสาทบนยอดผาแห่งนี้มาแล้วก็อาจจะมองไม่เห็นภาพว่าตรงไหนเป็นของไทย และตรงไหนตกเป็นของกัมพูชาโดยคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศกรุงเฮกเมื่อ 46 ปีก่อน
       
       แผนที่ที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่บนเว็บไซต์แห่งหนึ่งของกัมพูชาในตอนค่ำวันพุธ (18 มิ.ย.) ที่ผ่านมาอาจจะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น
       
       แม้ว่าไทยจะยอมรับคำตัดสินของศาลโลกว่า "ปราสาทพระวิหาร" ตกเป็นของกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2505 เป็นต้นมาแต่จนกระทั่งถึงวันพฤหัสบดีที่ 19 มิ.ย.2551 นี้รวมเวลา 46 ปีกับอีก 4 วัน ประเทศไทยไม่เคยยอมรับแม้สักวันเดียวว่าผืนแผ่นดินบริเวณ "เขาพระวิหาร" รวมทั้งที่ตั้งของ "ปราสาทพระวิหาร" เป็นของประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้
       
       ประเทศไทยได้ยึดถือเอาแนว "สันปันน้ำ" อันเป็นหลักสากลที่ใช้ในการปักปันเขตแดน เป็นหลักในการโต้แย้ง
       
       อาจจะมีผู้คนจำนวนมากยังไม่เคยได้ทราบจุดยืนของไทยในเรื่องนี้ ทั้งๆ ผู้แทนของไทยได้แจ้งเรื่องนี้ต่อศาลโลกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และมีเอกสารหลักฐานปรากฏอยู่จำนวนมากในทุกวันนี้
       
       แนวสันปันน้ำหมายถึงแนวที่ลากเชื่อมโยงจุดสูงของภูเขาให้เป็นแนวแบ่งพรมแดน เส้นเขตแดนจึงออกมาตรงบ้าง คดเคี้ยวบ้างหรือกระทั่งบางประเทศออกมาเป็นรอยหยักเลยก็มี
       
       สภาพภูมิศาสตร์แนวชายแดนเขต "เขาพระวิหาร" นั้นเข้าข้างไทย เนื่องจาก "ประสาทพระวิหาร" ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงซึ่งเป็นจุด "สันปันน้ำ" เป็นจุดสูงยอดหนึ่งของแนวเขาพนมดงรัก โดยมีดินแดนกัมพูชาอยู่เบื้องล่าง
       
       เมื่อปี 2505 ศาลโลกได้ตัดสินให้ "เฉพาะปราสาทพระวิหาร" เท่านั้นตกเป็นของกัมพูชา มิใช่ผืนดิน หรือ "เขาพระวิหาร" ทั้งอาณาบริเวณ
       
       นั่นก็คือ "ปราสาทพระวิหาร" ของกัมพูชาตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินในเขตสันปันน้ำของไทย (ดูแผนที่ A และ B)
       
       ตีความคำพิพากษาของศาลโลกแบบคำต่อคำก็คือ ปราสาทพระวิหารนั้นเป็นเสมือนศาลพระภูมิของเพื่อนบ้าน ที่ตั้งอยู่ในบนที่ดินของบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งเจ้าของบ้านมีสิทธิ์ที่จะขออำนาจศาลสั่งให้รื้อถอนออกไป แต่ประเทศไทยก็มิได้ใช้ท่าที่เช่นนั้น เพราะมีอารยะมากกว่านั้น
       
       ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าว ไทยจึงสมควรมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องขอใช้ประโยชน์ "ศาลพระภูมิ" ร่วมกันได้ บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ ไม่กระเทือนถึงอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของกันและกันในส่วนนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำและรัฐบาลนี้ก็เลือกที่จะไม่ทำ
       
       การเซ็นความตกลงยอมรับในเอกสาร แผนที่ และเปิดทางให้กัมพูชานำปราสาทพระวิหารเข้าจดทะเบียนเป็นมรดกโลกในวันพุธ (18 มิ.ย.) ที่ผ่านมา จึงเท่ากับเป็นการรับรองว่า เจ้าของศาลพระภูมินั้นมีสิทธิเหนือที่ดินผืนน้อยในบ้านของตัวเอง และให้สามารถนำไปจดจำนองทำประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวได้
       
       ไม่มีใครทราบว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ซึ่ง 2-3 เดือนมานี้คอยแก้ต่างให้กับรัฐบาลกัมพูชามาตลอด มีความปรารถนาอะไรอยู่ลึกๆ ในใจ แต่ทางการกัมพูชาซึ่งโดยปรกติจะเอะอะโวยวาย ในทุกกรณีเกี่ยวกับพระวิหาร กำลังนิ่งเงียบอย่างผิดสังเกต


แผนที่ B มาตราส่วน 1:200,000 แสดงภาพรวมที่ตั้งปราสาทพระวิหารและแนวเส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝรั่งเศสเมื่อ 100 ปีก่อน (Line 1) กับเส้นเขตแดนที่ไทยกล่าวอ้าง (Line 2) โดยยึดสันปันน้ำตามหลักสากล ไทยยืนยันการกล่าวอ้างในเรื่องนี้ตลอด 46 ปีที่ผ่านมา 
 
 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ สื่อต่างๆ ในกัมพูชาทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยังคงฉับไวอยู่เช่นเดิม เว็บไซต์ต่างๆ จะนำข่าวคราวความเคลื่อนไหวในประเทศไทยขึ้นนำเสนอต่อผู้อ่านอย่างฉับพลันแบบเรียลไทม์ ทันทีที่พวกเขาสืบค้นเจอบนเวิลด์ไวด์เว็บ
       
       แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ผู้อ่านพลันเงียบเสียงลงอย่างผิดสังเกต เสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแทบจะไม่ปรากฏอีก ซึ่งสมเด็จฯ ฮุนเซน กับคณะต้องขอบคุณนายนพดล ปัทมะกับรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช
       
       แน่นอนรัฐบาลกัมพูชาพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของนายนพดล เพราะว่าแต่นี้เป็นต้นไปแผนการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารไม่มีอุปสรรคขัดขวางอีกแล้ว เมื่อประเทศไทยที่เป็นคู่กรณีไม่มีข้อโต้แย้ง พวกเขายังสามารถใช้อ้างอิงได้อีกในอนาคต หากมีการนำข้อพิพาทพรมแดนกับไทยไปขึ้นศาลโลกอีกครั้ง
       
       เมื่อเดือนก่อนสื่อในกัมพูชาตีพิมพ์ข่าวกับรูปภาพอย่างใหญ่โต เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยกทีมไปตีกอล์ฟกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและผู้นำทางการเมืองกับธุรกิจอีกหลายคน ทีมของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จอมโปรเจ็ค CTX ที่อื้อฉาวรวมอยู่ด้วย
       
       สื่อในกัมพูชากล่าวว่า การไปครั้งนั้นมิใช่การไปเล่นกอล์ฟเพื่อความสนุกสนาน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หรือ ด้วยความคิดถึงกันระหว่างเพื่อนเก่าเท่านั้น หากแต่อดีตนายกรัฐมนตรีผู้อื้อฉาวของไทยมีแผนการ "ล่าทรัพยากร" ทั้งการเช่าที่ดิน 99 ปีกับการสูบน้ำมันในน่านน้ำอ่าวไทยอีกด้วย
       
       เป็นที่ทราบกันดีว่าสายสัมพันธ์ทางธุรกิจอันแน่นแฟ้นระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับกลุ่มธุรกิจในจีน เป็นกลไกอันสำคัญในการประสานผลประโยชน์กับกลุ่มของสมเด็จฯ ฮุนเซน ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2528 ทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทยต่างก็มีคอนเน็คชั่นที่ดีกับคณะผู้นำในกัมพูชา
       
       เพราะฉะนั้นก็จึงเป็นเหตุอันสมควร ที่นายนพดลจะต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นที่พอใจของทางการกรุงพนมเปญ และจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อมิให้ความสัมพันธ์อันดีของสองฝ่ายถูกกระทบกระเทือน แม้กระทั่งจะต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง
       
       นายนพดลให้สัมภาษณ์รายการทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 97 เมกะเฮิรสในวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า "เวลาเป็นของกัมพูชามิใช่ของไทย" เนื่องจากฝ่ายนั้นได้ยื่นขอจดทะเบียนต่อองค์การยูเนสโกไปแล้ว ขอจึงต้องเร่งทำงานอย่างรีบด่วน


หลังจากศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชาในเดือน มิ.ย.2505 ในเดือนถัดมาไทยก็ได้ยื่นบันทึกต่อศาลโลกพร้อมแผนที่ฉบับนี้แสดงที่ตั้งของปราสาทพระวิหารกับบริเวณโดยรอบและเส้นเขตแดนตามแนวสันปันน้ำที่ไทยสงวนที่จะกล่าวอ้าง ภาพล่างซ้ายแสดงให้เห็นว่าไทยยอมรับให้พื้นที่แก่ปราสาทที่กว้างที่สุดเพียง 100 เมตรเท่านั้น อาณาบริเวณข้างนอกเส้นปรุเป็นพื้นที่เขตสันปันน้ำ

รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยคงจะลืมไปว่า รัฐบาลไทยซึ่งเป็นคู่กรณีมีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งได้ทุกเมื่อ แม้กระทั่งหลังจากคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาเสร็จสิ้น คู่กรณีก็ยังสามารถยกขึ้นมาโต้แย้งได้เช่นเดียวกัน
       
       และปราสาทพระวิหารมิใช่ศาลพระภูมิ ผืนดินที่ตั้งอยู่กับอาณาบริเวณโดยรอบก็มิใช่ที่ดินผืนเล็กมุมรั้วบ้าน
       
       ทั้งหมดเป็นผืนดินมีพื้นที่รวมกันหลายตารางกิโลเมตร และ แผ่นดิน "เขมรต่ำ" หรือ ดินแดนกัมพูชาตามหลักสากลนั้น ก็จะต้องอยู่ใต้ลงไปราว 500 เมตร ไม่ควรจะอยู่บนยอดผา
       
       ที่ตั้งของปราสาทพระวิหารทั้งอาณาบริเวณนั้นกินแนวยาวตั้งแต่หน้าผาชัน เป็นทางเดินลาดต่ำลึกเข้าไปในดินแดน "ในเขตสันปันน้ำ" ของไทยเป็นระยะทางกว่า 600 เมตร ขณะที่ประเทศไทยได้ขีดเส้นดินแดนโดยรอบปราสาทตั้งแต่บริเวณหน้าผาทั้งสองด้านให้เป็นดินแดนพิพาท (ดูแผนที่ A และ B) โดยยึดหลักสันปันน้ำ
       
       ไทยทำสิ่งนี้โดยโต้แย้งกับแนวเขตแดนที่พวกฝรั่งเศสขีดเอาไว้ให้สยามต้องยอมรับอย่างจำยอมเมื่อปี 2450 (1907) หรือ 101 ปีก่อน
       
       ถึงแม้ว่าศาลโลกในกรุงเฮกจะใช้แผนที่ฝรั่งเศส-สยามฉบับดังกล่าวอ้างอิงในการยกเขตปราสาทพระวิหารให้แก่กัมพูชา แต่ไทยก็ได้โต้แย้งเรื่องเส้นเขตแดนมาตั้งแต่ครั้งนั้น เรื่องนี้มีหลักฐานเป็นบันทึกอย่างชัดเจน
       
       กรณีปราสาทพระวิหารและดินแดนโดยรอบจึงเป็นกรณีพิพาทที่มิอาจแยกจากกันได้ และยังเป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชามาตลอด 46 ปี ประเทศไทยยังคงยืนยันกรานในจุดยืนนี้มาตลอด และได้แสดงเจตนาที่พร้อมจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเมื่อไรก็ได้
       
       น่าเสียดายอย่างยิ่งก็คือเกือบ 50 ปีที่ผ่านมาไทยยังไม่เคยมีโอกาสได้กระทำเช่นนั้น ด้วยสถานการณ์ที่ไม่อำนวย ทั้งภายในและภายนอก


แผนที่ฝรั่งเศสที่ศาลโลกกรุงเฮกใช้อ้างอิงในการตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา แต่เป็นแผนที่ที่กำหนดเส้นพรมแดนโดยไม่ได้ยึดแนวสันปันน้ำ อันขัดต่อหลักสากลและไทยได้โต้แย้งเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2505 ประเทศไทยได้ยอมรับว่า "ปราสาทพระวิหาร" เป็นของกัมพูชา แต่ไม่เคยยอมรับอาณาบริเวณบนยอดผาและรอบๆ ว่าเป็นของประเทศนั้น ไทยได้ทำบันทึกยื่นต่อศาลระหว่างเทศยืนยันที่จะยึดแนวส้นเขตแดนตามหลักสากลโดยใช้สันปันน้ำเป็นเส้นแบ่ง

ช่วงปี 2508 จนถึงปี 2523 ภายในต้องเชิญกับการก่อการร้ายของฝ่ายคอมมิวนิสต์ และสิ่งที่แทรกซ้อนขึ้นมาในระหว่างนั้นก็คือสงครามในกัมพูชาที่มีทหารเวียดนามนับแสนอยู่ในประเทศนั้น
       
       บนเขาพระวิหารในช่วงปีนั้นเป็นที่ตั้งของกองกำลังเขมรแดงที่เป็นมิตรกับประเทศไทยทั้งทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี
       
       จากนั้นสถานการณ์ทางการเมืองในกัมพูชาก็เข้าสู่ความยุ่งยากมาตลอด ดังจะเห็นได้จากที่สองประเทศเพิ่งจะเริ่มเจรจาเกี่ยวกับการปักปันเขตแดนระหว่างกันเมื่อไม่กี่มานี้เอง
       
       แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถลบล้างจุดยืนของไทย ที่ยังคงสงวนสิทธิที่จะอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนและโดยรอบพระวิหาร
       
       การยอมรับเอาแผนที่ที่ฝ่ายกัมพูชาร่างขึ้นมาเสนอ จึงไม่ต่างกับการยกผืนดินที่ตั้งของปราสาทให้แก่ประเทศกัมพูชาไปโดยปริยาย และกำลังจะสร้างปัญหาให้แก่การกล่าวอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนโดยรอบตามแนวสันปันน้ำ ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของไทย
       
       รัฐบาลกัมพูชาสามารถนำกรณีที่ไทยยกดินแดนบนยอดผาให้ไปอ้างอิงหรือโต้แย้งกรณีพิพาทเหนือดินแดนแห่งอื่นๆ ได้เมื่อมีชาวไทยผู้รักชาติ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นเสนอให้ศาลโลกอีกครั้งหนึ่งในวันข้างหน้า.

****************************************************





บันทึกการเข้า
นิรนาม
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554



« ตอบ #42 เมื่อ: 19-06-2008, 10:17 »

ใช่ครับ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะยืนอยู่คนละพื้นฐาน

คุณ คิดว่าเรายังไม่เสียปราสาทหินเขาวิหาร ยังฝันว่ามันยังเป็นของเรา วันนี้เราโดนโกงไป สักวันมันต้องกลับมาเป็นของเรา
ผม คิดว่าเราเสียไปเรียบร้อยแล้ว  เหมือนกระทรวงต่างประเทศตั้งเป็นพื้นฐาน ก่อนที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ

สำหรับผม การได้ยินว่าปราสาทเขาพระวิหารยังเป็นของไทย เพราะเราสงวนสิทธิ์ไว้  แล้ว มันไม่ต่างกับ
       ได้ยินว่าเหล่า รัฐกลันตัง ตรังกานู ไทรบุรี และปริศ  ยังเป็นของไทย เพราะตอนเราเสียดินแดนส่วนนี้
        ให้อังกฤษ คงมีใคร สักคนสงวนสิทธิ์ไว้ด้วย ไม่ยอมรับ เราคงยังรอดินแดนเหล่านี้ กลับมาเป็นของไทยอยู่ ขำดีมั๊ย


ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นรัฐบาล  อย่าลืม ใส่วาระแห่งชาติ ทวงคืนเขาพระวิหารลงไปในนโยบายด้วย  หรือเอาแค่
ต่อแต่นี้ เราจะ มีนโยบายทางต่างประเทศกับประเทศกัมพูชา บนพื้นฐาน ปราสาทหินเขาพระวิหารยังเป็นของไทยอยู่
ดูซิพรรคเขาจะทำมั๊ย

  ลำดับความการประท้วงเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

    1 ยอมไม่ได้ที่กัมพูชาจะเอาไปยื่นขอมรดกโลก เพราะยังมีที่ไทยติดอยู่มากมาย กลัวจะเสียดินแดนเพิ่ม จากการขอจดของกัมพูชา
    2. ยอมไม่ได้ที่จะเสียดินแดนของไทยเพิ่มจากปี2505 เพราะทักษิณจะเอาพื้นที่ทับซ้อนไปแลกกับสัมปะทาน ( จุดชนวนประท้วง )
    3.  เร่งรัด กระทรวงต่างประเทศเปิดแผนที่เพื่อจะดูว่า ไทยเสียดินแดนเพิ่มหรือเปล่า เขมรขอจดในที่ทับซ้อนหรือเปล่า ( เริ่มเร่งเร้าใส่พิรุธให้กระทรวงต่างประเทศ )
    4. อ้าวเปิดมา เขมรขอจดทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจริงๆ ไม่กินที่นอกบริเวณปราสาทเลย ( อ้าวแล้วจะประท้วงเรื่องอะไรดีล่ะ )
       ( อย่ากระนั้นเลย กลับมาเล่น ประเด็น ตัวปราสาทดีกว่า  ปราสาทยังเป็นของไทย แค่ขอจดก็ผิดแล้ว ว่าแล้วก็รีบไปหาข้อมูลดีฝ่า ว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ปราสาทเป็นของไทยอยู่ )

 

ก็ดูเอาเองก็แล้วกันว่ามันน่าประท้วงไหม...ในเมื่อมีการลากเส้นยาวเหยียดกินแผ่นดินไทยไปโขหนึ่ง

เออ..แล้วไอ้ชุมชนที่ลงมาตั้งรกรากในแผ่นดินไทยก็ช่วย ๆ กันเอาออกไปด้วยนะ หรือไม่งั้นก็โอนสัญชาติมาเป็นไทยซะให้มันหมดเรื่องหมดราว
บันทึกการเข้า

"คืนที่ดำทะมึนมืดสนิท ยังรอแสงอาทิตย์ส่องสว่าง มีที่ไหนถูกปิดทุกทิศทาง เพียงม่านควันหมอกบางมันพรางตา"ถ้อยวลีของ..ประเสริฐ  จันดำ
ถ้อยวลี - จาก; "บันทึกจากกองร้อย ทหารปลดแอก" โดย..เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
      นักรบจรยุทธอย่างพวกเราไม่รู้ว่าบ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเรามีปิตุภูมิเป็นของพวกเรา ทุกหนทุกแห่งที่เราล้มตัวลงนอนที่นั่นก็คือบ้าน
“บ้านของเราก็คือประเทศชาติ พ่อแม่ของเราก็คือประชาชน และเราจะไปทุกหนทุกแห่งเพื่อจัดการกับเจ้าคนที่มันเหยียบย่ำบ้านกับพ่อแม่ของเรา”
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #43 เมื่อ: 19-06-2008, 10:18 »

คุณไปยกข้อมูลอะไรมา มันก็ไม่สนหรอกครับ เพราะในใจมันมีอยู่ตัวเดียว "คุณพ่อทักษิณ"

ใครจะตายห่า ประเทศจะแตกเป็นเสี่ยง ยังไงมันก็ไม่สน มันสนอย่างเดียว เพื่อ "คุณพ่อทักษิณ"  คน***ๆพวกนี้ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงใช้กฎหมายจัดการไม่ได้หรอกครับ ไปดู อเมริกา จีน รัสเซีย เขาจัดการศัตรูต่อความมั่นคงของชาติสิ  เมืองไทยแปลกว่ะ ปล่อยพวกนี้ออกมาเพ่นพ่านไปทั่ว
บันทึกการเข้า

paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #44 เมื่อ: 19-06-2008, 10:19 »

ที่คุณพรรณชมพูยกตัวอย่างมานี่แหละ ชัดเจนเลย

คุณmebeam ประสาทพระวิหาร กับเขาพระวิหาร นะครับ ไม่ใช่ ปราสาทเขาพระวิหาร ไม่งั้นคุณจะหลงประเด็น
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #45 เมื่อ: 19-06-2008, 10:22 »

ที่คุณพรรณชมพูยกตัวอย่างมานี่แหละ ชัดเจนเลย

คุณmebeam ประสาทพระวิหาร กับเขาพระวิหาร นะครับ ไม่ใช่ ปราสาทเขาพระวิหาร ไม่งั้นคุณจะหลงประเด็น

มันรู้ครับ มันไม่ได้โง่หรอก แต่มันแกล้งโง่ให้หลงประเด็น  ไม่ต้องไปสุภาพกับคนเลวๆพวกนี้ครับ
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #46 เมื่อ: 19-06-2008, 10:25 »

คิดแบบ คนขายชาติ ย่อมคิดแตกต่างกับ คนรักชาติ

"ศาลโลกได้ตัดสินให้ "เฉพาะปราสาทพระวิหาร" เท่านั้นตกเป็นของกัมพูชา มิใช่ผืนดิน หรือ "เขาพระวิหาร" ทั้งอาณาบริเวณ
      
นั่นก็คือ "ปราสาทพระวิหาร" ของกัมพูชาตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินในเขตสันปันน้ำของไทย"

เสมือน คุณมาสร้างบ้านบนที่ดินของฉัน  จำเป็นด้วยหรือ ที่ฉันจะต้องยกที่ดินผืนนั้นให้แก่คุณ  

ถ้าแยกเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ของประเทศชาติไม่ออก คิดแต่จะเล่นการเมืองโดยไม่ดูผลประโยชน์ของประเทศชาติ  ก็เสียชาติเกิดจริงๆ  ลิ่วล้อลูกหาบทักษิณ ไร้สมองไร้สติปัญญาจริงๆ  อาศัยแผ่นดินไทยเกิด แต่สัญชาติชั่วนั้นแนบติดตัวไม่ยอมถอน

เวร



แล้วเวลาคุณซื้อบ้าน...คุณโอนแต่ตัวบ้านโดยไม่โอนที่ดินเหรอ? อย่ามาบิดเบือนข้อเท็จจริงหน่อยเลย ประสาทเขาพระวิหารตกเป็นของเขมรเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้แล้ว แล้วตอนนี้เขมรเค้าก็มีความชอบธรรมที่จะขอขึ้นปราสาทเป็นมรดกโลก  ไม่เห็นเกี่ยวว่าไทยเสียดินแดนใดๆเลย

และที่เอาแผนที่มากางกันน๊ะ...เป็นของจริงที่รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศเค้าเซ็นต์ตกลงไปแล้วหรือเปล่า? อย่ามาทำเนียนหาเหตุไล่รัฐบาลเลยบอกกงๆ
บันทึกการเข้า
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #47 เมื่อ: 19-06-2008, 10:26 »

เอาคำว่า ทักษิณ, พันธมิตร, ปชป, ลิ่วล้อการเมือง เก็บเข้าลิ้นชัก

แล้วท่องแต่คำว่า  ประเทศไทย ครับ
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #48 เมื่อ: 19-06-2008, 10:33 »

คนบางจำพวก มันไม่เคยสนใจประเทศไทยหรอกค่ะ
มันคิดถึงแต่ขอให้เหลี่ยมได้ประโยชน์ก็พอ

เหล่มันยกดินแดนของไทยไปให้มันเต็ม ๆ เลยค่ะ
เป็นไปได้มั้ยคะ ที่เราจะปิดทางขึ้นลงไม่อนุญาตให้ใช้
ถอดถอนรื้อพวกบ้านเรือนของเขมรที่เข้ามาอยู่ในเขตแดนไทยออกให้หมด
ปิดทางที่จะเข้ามาถึงบันไดขึ้นลงปราสาท
ให้มันไปหาวิธีขึ้นเองเอง
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #49 เมื่อ: 19-06-2008, 10:36 »



แล้วเวลาคุณซื้อบ้าน...คุณโอนแต่ตัวบ้านโดยไม่โอนที่ดินเหรอ? อย่ามาบิดเบือนข้อเท็จจริงหน่อยเลย ประสาทเขาพระวิหารตกเป็นของเขมรเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้แล้ว แล้วตอนนี้เขมรเค้าก็มีความชอบธรรมที่จะขอขึ้นปราสาทเป็นมรดกโลก  ไม่เห็นเกี่ยวว่าไทยเสียดินแดนใดๆเลย

และที่เอาแผนที่มากางกันน๊ะ...เป็นของจริงที่รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศเค้าเซ็นต์ตกลงไปแล้วหรือเปล่า? อย่ามาทำเนียนหาเหตุไล่รัฐบาลเลยบอกกงๆ


อ้าววว มาโชว์โง่ปนงั่งอีกแล้ว  

งั้นถามมั่ง เวลาเราเช่าที่ดินเขาแล้วปลูกบ้านอยู่เอง หมายความว่าที่ดินนั้นจะตกเป็นของเราเลยหรือ  ถ้าโง่มากไปเล่นกระทู้การเมือง ไป  ตรงนี้เราคุยกันเรื่องชาติเรื่องแผ่นดิน

ขายตัวรับใช้ทักษิณ เพราะโคตรตระกูลไม่สั่งสอน ยังแค่ด่ากัน แต่ขายชาตินี่ มันต้องกระทืบกัน ไม่มีข้อยกเว้น

เด๋วโดน ๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
    กระโดดไป: