ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2019, 00:23
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ทวงคืน ปตท. เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน กำไร 200,000 ล้านจริงหรือ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
ทวงคืน ปตท. เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน กำไร 200,000 ล้านจริงหรือ  (อ่าน 5356 ครั้ง)
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #50 เมื่อ: 07-06-2008, 10:40 »

นอกเรื่องไปไกล เอาบทความของผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนมาลงบ้างดีกว่า
กรณ์ จาติกวณิช อดีตผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินระดับนานาชาติ
อดีตกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันเป็น รมว.กระทรวงการคลังเงา
เพิ่งให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจถึงปัญหาแปรรูป ปตท. โดยไม่ต้องอ้างนิตยสารที่ไหน
น่าจะมีเนื้อหาสาระ เข้าเรื่องมากกว่าพวกมั่วโจมตี สนง.ทรัพย์สิน 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กรณ์ จาติกวณิช รัฐบาลแก้ปัญหาสะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง
วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4006 (3206)

สัมภาษณ์พิเศษ



นายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะรัฐมนตรีเงาว่าการกระทรวงการคลัง นโยบายของรัฐบาล ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ"
เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะการขอความร่วมมือลดค่าการกลั่น ซึ่งเป็น
ปัจจัยสำคัญฉุดราคาหุ้น ปตท.ตก เกิดความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้น ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ ทางออกของปัญหาควรทำอย่างไร
ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจดังต่อไปนี้

- ในกรณีอย่างนี้ ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องร้อง ปตท.ได้หรือไม่

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ผมสนับสนุนการ ที่ ปตท.อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ผมคิดว่าเรื่องของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของเรา
มีปัญหาสะสมมาตั้งแต่แรกในเชิงนโยบาย แต่ทุกคนบอกว่า แปรรูปอย่างนี้ก็ยังดีกว่าไม่แปรรูป โดยในสมัยผมเป็นกรรมการ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เคยมีการพูดกันครั้งหนึ่งว่า การแปรรูปถ้าเป็นลักษณะของการแปรรูปที่ไม่ใช่แปรรูปจริง เราควรจะยอม
ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือไม่

ความหมายก็คือ มีการกระจายขายหุ้นแต่ยังมีความเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาตามมา เช่น มีความสับสน
ในแง่ของธรรมาภิบาลว่า สุดท้ายแล้วบริษัทมีหน้าที่สูงสุดในการปกป้องผลประโยชน์ของใคร โดยทั่วไปบริษัทที่จดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ควรมีคำถามนี้ แต่ในกรณี ปตท. ประชาชนสามารถอ้างได้เมื่อเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ แต่ทำไมถึงไม่ดูแล
ประชาชน ซึ่งผมคิดว่าประชาชนมีสิทธิ์ที่จะถาม และก็ถูกต้องที่จะถาม ขณะที่ผู้ถือหุ้นก็มีสิทธิ์ที่จะถามเช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้น
สะท้อนให้เห็นถึง

"ความผิดพลาดทางนโยบาย"

ในอดีตการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ประสบความสำเร็จที่สุด คือ บริษัทผลิตไฟฟ้า เอ็กคอม เพราะครั้งนั้นเป็นการแปรรูปที่แท้จริง
คือขายหุ้นครั้งเดียวทำให้สัดส่วนของรัฐบาลลดลงไปเหลือต่ำกว่า 49% ทำให้ไม่มีความเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงไม่มีประเด็นปัญหา
เรื่องของความขัดแย้ง ในส่วนของบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ

ดังนั้นถ้ารัฐไม่พร้อมที่จะลด สัดส่วน การถือหุ้นให้น้อยกว่า 50% ใน ปตท. ควรพิจารณาตั้งแต่แรกว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำ
ปตท.เข้าตลาด แต่ที่สำคัญกว่านั้นเป็นปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นใน ปตท. คือ ปตท.มีอำนาจผูกขาด และใช้อำนาจผูกขาดนั้น
เพื่อประโยชน์องค์กร เนื่องจาก พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า มีข้อยกเว้นให้กับรัฐวิสาหกิจ

ฉะนั้นสิ่ง ที่เกิดขึ้นก็คือ ปตท.เข้าไปแสวงหากำไรในฐานะบริษัทจดทะเบียน และรักษาสิทธิ์ในความเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงไม่เข้าข่าย
การกำกับดูแลของ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะผู้บริโภคและคู่แข่งเสียเปรียบใน การทำธุรกิจกับ ปตท.
ดังนั้นคิดว่าอย่างน้อยที่สุดที่รัฐบาลควรต้องทำอันดับแรกคือ เร่งไปแก้ไข พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า และคิดว่า พ.ร.บ.แข่งขัน
ทางการค้าควรเข้มงวดมากขึ้นด้วยซ้ำไป

ปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าพูดคุยกันมานานแล้ว และผมเคยพูดหลายครั้งแล้วตั้งแต่ปี 2548 แต่ยังไม่ทำเสียที
จริงๆ แล้วผมว่ายังมีเรื่องสำคัญให้ทำเยอะมากกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ

"ถามว่า เราจะไปเรียกร้อง ปตท.เสียทีเดียวก็ไม่ได้ ผมว่าต้องเรียกร้องรัฐบาลด้วย เนื่องจาก ปตท.ก็ต้องมีจิตสำนึก
เพราะการแข่งขันของ ปตท.เอาเปรียบคนอื่น ผมว่ายังไงมันก็ไม่เหมาะ ดังนั้นต้องปรับที่โครงสร้าง คือ เร่งแก้ไข
พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า"

- เรื่องการขอลดค่าการกลั่น

เรื่อง ของค่าการกลั่นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมานาน การอ้างราคากลั่นสิงคโปร์ ซึ่งมันไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกับต้นทุนการกลั่นของโรงกลั่นไทย โดยเฉพาะ 3 ปีที่ผ่านมา ราคาโรงกลั่นสิงคโปร์สูงขึ้นมาก แต่ราคาดูไบที่เป็นราคาอ้างอิงน้ำมันดิบไม่ได้สูง จึงทำให้ส่วนมาร์จิ้นของ โรงกลั่นเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนการกลั่นคง อยู่ในระดับเดิม เลยมีคำถามว่า ยุติธรรมกับผู้บริโภคไทยหรือไม่ ซึ่งคำตอบคือ ไม่ยุติธรรม เพียงแต่ว่าเราจะใช้กลไกอะไรเท่านั้นเองในการปรับตรงนี้ ซึ่งวันนี้กลไกหรืออำนาจรัฐไม่ชัดเจน ก็ต้องพิจารณาดูว่าหาวิธียังไง

" ที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามจะใช้วิธีการเจรจา แต่ผมว่าแก้ปัญหาอย่างนั้น มันใช้ไม่ได้ เพราะอาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ในระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายมันต้องมีการปรับโครงสร้างให้ทุกฝ่าย รวมทั้งนักลงทุนด้วย เพื่อให้เขารู้ว่ากฎกติกาคืออะไร อย่างนี้นักลงทุนจะไม่ชอบมากที่สุด เพราะไม่ชัดเจนและเป็นความเสี่ยงที่ประเมินไม่ได้ จึงส่งผลต่อความผันผวน ในราคาหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้อง"

- มีความเห็นอย่างไรที่รัฐบาลจะตั้งกองทุนเพื่ออุดหนุนน้ำมัน

ตอน นี้รัฐบาลก็ต้องมีกองทุนขึ้นมา สักกองทุน ที่ประกาศว่าจะเข้ามาอุดหนุน ในส่วนของน้ำมันให้กับรถร่วมบริการของ ขสมก. ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลตั้งใจจะเอา งบประมาณส่วนไหนมา หรืออาจจะเอามาจากกองทุนน้ำมันก็ได้ อย่างไรก็ตามตรงนี้ผมพอรับได้ แต่ต้องเป็นการทำในระยะสั้น แต่ไม่ดีเท่าถ้าในกรณีของรถเมล์ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังเป็นคนจนอยู่ ถ้าสามารถให้บริการตั๋วราคาถูกกับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้สูงอายุ จะตรงเป้ามากกว่า และประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณมันจะดีกว่า

"ตอน นี้รัฐบาลสะเปะสะปะ แก้ปัญหาปลายเหตุ แล้วก็ไร้ทิศทาง ผมคุยกับนักธุรกิจ สิ่งที่เขาอึดอัดที่สุดก็คือมันไม่มีความชัดเจนในเชิงยุทธศาสตร์ว่า เราจะเดินไปทางไหน หรือให้ความสำคัญกับอะไร ที่ผ่านมาเหมือนรัฐบาลเห็นเส้นทางไหนพร้อมก่อนก็เอาไปก่อน แทนที่จะวางแผนการบริหารจัดการในแง่ของความต้องการหรือความคุ้มค่าเป็นตัว นำ"

หน้า 4
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #51 เมื่อ: 07-06-2008, 15:40 »

เหมือนนั่งฟังฝ่ายค้านอภิปราย
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 07-06-2008, 16:01 »

ฝ่ายรัฐบาลก็เล่นแต่ตีสำนวน วนรอบเชือกไปวัน ๆ

แต่หากนำกระทู้นี้ไปถามใน"ห้องสินธร" ก็คงถูกถีบให้ไปใกลๆ ฮ่า ฮ่า

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2008, 16:05 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #53 เมื่อ: 07-06-2008, 20:58 »

"แต่หากนำกระทู้นี้ไปถามใน"ห้องสินธร" ก็คงถูกถีบให้ไปใกลๆ ฮ่า ฮ่า"

น่าจะถูกนะครับ
แต่ไม่ใช่ว่าคนที่นั่น รักเหลี่ยมนะครับ เพราะ เขาก็เบื่อการเมืองครับ เขาไม่ค่อยสนเรื่องรักเหลี่ยมไล่เหลี่ยมหรอก

  แต่เพราะเขาเคยอธิบาย ไว้หลายครั้งหลายทีแล้ว ว่าเรื่องเป็นอย่างไร ในฐานะนักเล่นหุ้น นักลงทุน
แต่คนก็ยังไม่จบ ลากเข้าการเมืองเรื่อย  จนเรื่องปตทเข้าหลักทรัพย์ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อแล้ว

  ส่วนคำอธิบายนะเหรอ หวังว่า คงเดากันออก เพราะเขาเป็นนักเล่นหุ้น มองออก อะไรโปร่งใส ไม่โปร่งใส
ไม่มีใครจะไปอ้าง ข้อมูลมั่วๆ หลอกคนอื่นได้  และที่สำคัญเป็นการมองอย่างนักลงทุน คนไทย ไม่ใช่ NGO หาเหตุ


บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #54 เมื่อ: 07-06-2008, 21:31 »

คนในห้องนั้นไม่สนใจอะไร สนใจแต่เงินครับ
บันทึกการเข้า

Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #55 เมื่อ: 07-06-2008, 21:45 »

ก็คนอ่านทุกคน เค้าก็พิจารณาเองได้ละลุงแคน ว่า จะจัดความสำคัญไว้ที่ประเด็นไหนมากกว่ากัน? (ระหว่างปตท.กำลังปล้นคนไทยทั้งประเทศ กับ ฝ่ายเชียร์ทักษิณที่พยายามโยงเรื่องนี้ไปสำนักทรัพย์สินฯ)

สภาพความเป็นจริงที่ทุกคนต้องเจอเองทุกๆวัน..... มันเป็นคำตอบในตัวมันเอง
ที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพง ต้องจ่ายค่าสินค้าทุกอย่างแพงตามราคาน้ำมัน  ....... >>> ก็อย่างที่ว่า  เมื่อเกิดปัญหาวิกฤตการพลังงานขึ้นทั่วโลก ปตท.(มหาชน) ช่วยเพิ่มวิกฤต หรือ ช่วยลดวิกฤต กันแน่?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2008, 21:55 โดย Iona » บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
KILL...ER
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #56 เมื่อ: 07-06-2008, 22:01 »

ประเด็นทวงคืนปตท. ก็เป็นเพียงแค่วาทกรรม เคาะกะลาไปวันๆ

ทุกวันนี้มันยังตอบไม่ได้เลยว่า เหตุใด อ้ายและอี ที่คัดค้านการนำเข้าตลท.

เสือก มีหุ้นสมนาคุณกับเค้าด้วย

สันดานลูกอีหน้าด้าน หน้าไม่อาย
บันทึกการเข้า

จงภาคภูมิใจในความเป็นไพร่กระฎุมพี
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #57 เมื่อ: 09-06-2008, 08:06 »

"ในวันพุธ นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ บาดาวีของมาเลเซีย แถลงตัดงบอุดหนุนน้ำมัน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จาก1.92 ริงกิต (ประมาณ 20 บาท) เป็น 2.70 ริงกิต (ประมาณ 28 บาท) ต่อลิตร"

อ้างถึง http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000066142

ขนาดมาเลย์ตัดงบประมาณอุดหนุนราคาน้ำมัน ก็ยังถูกกว่า ราคาน้ำมันของประเทศเรา 10กว่าบาท


บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #58 เมื่อ: 09-06-2008, 10:19 »

"ในวันพุธ นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ บาดาวีของมาเลเซีย แถลงตัดงบอุดหนุนน้ำมัน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จาก1.92 ริงกิต (ประมาณ 20 บาท) เป็น 2.70 ริงกิต (ประมาณ 28 บาท) ต่อลิตร"

อ้างถึง http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000066142

ขนาดมาเลย์ตัดงบประมาณอุดหนุนราคาน้ำมัน ก็ยังถูกกว่า ราคาน้ำมันของประเทศเรา 10กว่าบาท




มาเลเซียใช้น้ำมันดิบในประเทศ ไม่ได้ซื้อจากต่างชาตินี่

มันก็เหมือน กาซธรรมชาติ ที่เราอุดหนุนอยู่
ถ้าเลิกอุดหนุนก็ยังถูกกว่าชาวบ้าน 
บันทึกการเข้า
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #59 เมื่อ: 09-06-2008, 17:36 »

มาเลเซียใช้น้ำมันดิบในประเทศ ไม่ได้ซื้อจากต่างชาตินี่

มันก็เหมือน กาซธรรมชาติ ที่เราอุดหนุนอยู่
ถ้าเลิกอุดหนุนก็ยังถูกกว่าชาวบ้าน 


ขอข้อมูลอ้างอิงด้วย ที่บอกมาเลเซียไม่ได้นำเข้าน้ำมัน
บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #60 เมื่อ: 09-06-2008, 17:45 »

อ้าวว...ยังไม่จบเหรอคับ

สำหรับผม ในฐานะนักลงทุนที่ไม่เคยเทรดปตท. ติดใจเรื่องอินไซเดอร์หรือการใช้ข้อมูลวงใน
และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ตลาดหลักทรัพย์หรือกลต.
ผมเห็นว่าหน่วยงานนี้ไม่ค่อยปกป้องดูแลนักลงทุนรายย่อย
เพราะมาตรการต่างๆที่ประกาศใช้ หรือแค่ออกมาให้ข่าว
รายย่อยเจ๊งทุกทีคับ เข้าทางเจ้ามือและรายใหญ่ประจำ..
เรียกว่าเตะหมูเข้าปาก***น่ะคับ..

ความเห็นอื่นๆ ก็เรียนไปแล้วข้างต้น ก็ขอจบแค่นี้คับ..
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #61 เมื่อ: 09-06-2008, 18:02 »

บี้โรงกลั่นคายกำไรดีเซล แฉ5เดือนพุงกาง 2หมื่นล.
ผู้จัดการรายวัน28 พฤษภาคม 2551
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=69916

ทั้งนี้มีการรายงานค่าการกลั่นจากสนพ.ถึงกระทรวงพลังงานว่า

ปี 2549 ส่วนต่างน้ำมันดิบและดีเซลอยู่ที่ 15.27 เหรียญต่อบาร์เรลหรือมีกำไรจากส่วนดังกล่าว 3 บาทต่อลิตร
ปี 2550 เฉลี่ย 16 เหรียญต่อบาร์เรลกำไร 3 บาทต่อลิตรทำให้ปี 2550 เฉลี่ยมีกำไรรวมกว่าหมื่นล้านบาท

ขณะที่ปี 2551
ม.ค. ส่วนต่าง 18 เหรียญต่อบาร์เรลกำไรส่วนต่าง 1 บาทต่อลิตรคิดเป็นเงิน 1,000 ล้านบาท ,
ก.พ. ส่วนต่าง 22 เหรียญต่อบาร์เรลกำไร 1 บาทต่อลิตรเป็นเงิน 1,500 ล้านบาท ,
มี.ค. ส่วนต่าง 30 เหรียญต่อบาร์เรล กำไรส่วนต่าง 3 บาทต่อลิตรคิดเป็นเงิน 4,500 ล้านบาท ,
เม.ย. ส่วนต่าง 35 เหรียญต่อบาร์เรลกำไร 4 บาทต่อลิตรหรือ 6,000 ล้านบาท
และ พ.ค. ส่วนต่าง 45 เหรียญต่อบาร์เรลกำไร 6 บาทต่อลิตรคิดเป็นเงิน 9,000 ล้านบาท

( คิดที่ยอดขายดีเซล 50 ล้านลิตรต่อวัน)


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตราบใดไม่มีการเปิดเผยต้นทุนแท้จริงของน้ำมันเชื้อเพลิง เรื่องไ่ม่มีทางจบหรอกครับ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #62 เมื่อ: 09-06-2008, 18:21 »

สกู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐ เมื่อปีก่อน เอากลับมาอ่านตอนนี้ก็ยังน่าสนใจดีอยู่นะครับ 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปริศนาค่าการกลั่น ไทยสมรู้..ต้มไทย [2 มิ.ย. 50 - 16:50]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=hotnews02&content=49112

โดนใจคนทั้งประเทศ เมื่อ นางเพ็ญจิตร ปัญญวัณศิริ กับพวก 9 คน ร่วมใจยื่นฟ้องหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและ ปตท. ต่อศาลปกครอง

ประเด็นฟ้อง ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากการแบกรับภาระค่าน้ำมัน ที่นับวันสูงขึ้น โดยไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า
น้ำมันที่คนไทยใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันแพงขึ้นตามสภาพความเป็นจริงหรือเปล่า

สิ่งที่คณะผู้ยื่นฟ้องและคนไทยทั้งประเทศตั้งข้อสงสัยที่สุดคือค่าการกลั่น...

น้ำมันยิ่งแพง ค่าการกลั่นแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ค่าการตลาด...ให้กันยังไง น้ำมันแพง บริษัทค้าน้ำมันรวย แต่ทำไม ปั๊มถึงได้แข่งกันเจ๊ง

ที่สำคัญค่าการกลั่น ค่าการตลาด มักจะถูกผู้ค้าน้ำมันหยิบยกเป็นข้ออ้างทวงบุญคุณจากประชาชน บีบให้รัฐบาลปรับขึ้นราคาน้ำมันมาโดยตลอด

“ถ้าคิดกันแบบง่ายๆ ความจริงแล้วค่าการกลั่น ค่าการตลาดของธุรกิจน้ำมัน ไม่แตกต่างไปจากธุรกิจผลิตสินค้าอื่นๆแต่อย่างใด”

ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัทลานนารีซอร์สเซส นักวิชาการปิโตรเลียม
ผู้ได้ทุนรัฐบาลไทยเรียนจบปริญญาตรี-โท-เอก ด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมโดยตรง...กล่าว



ค่าการกลั่นก็เปรียบได้กับค่าแปรรูปสินค้า แปรรูปอ้อยเป็นน้ำตาล แปรรูปน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูป...ต้นทุนในการแปรรูปน้ำมันดิบ
เป็น เบนซิน เป็นดีเซลมีเท่าไร ค่าการกลั่นก็ควรจะเท่านั้น

ค่าการตลาดก็เช่นกัน ก็เงินเปอร์เซ็นต์ เงินกำไร ที่ทางบริษัทน้ำมันจ่ายให้กับปั๊ม แบบเดียวกับบริษัทผลิตสินค้าอย่างอื่นจ่ายให้กับ
ห้างร้านที่ขายปลีก ให้ผู้บริโภคนั่นแหละ

ฟังคำอธิบายแล้ว ค่าการกลั่น ค่าการตลาด ไม่เห็นจะแปลกพิสดารตรงไหน เหมือนธุรกิจทั่วไป...แล้วที่มันมีปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อน
สับสนเสียจนชาวบ้านรู้สึกว่าตัวเองถูกเอาเปรียบนั่นเป็นเพราะอะไร

ดร.สีหศักดิ์ชี้ว่า เป็นเพราะการคิดค่าการกลั่นต่างจากสินค้าอย่างอื่นตรง...

บริษัทน้ำมันคิดมาให้อย่างไร หน่วยราชการไทยเชื่อว่ามันเป็นจริงอย่างที่เขาว่า

“หน่วยราชการไทยไม่มีข้อมูล ไม่มีมาตรฐานในการคิดคำนวณว่าค่ากลั่นน้ำมันที่แท้จริงของโรงกลั่นแต่ละแห่งนั้นมีต้นทุนเท่าไร

น้ำมันดิบกลั่นออกมาเป็นดีเซล เป็นเบนซิน เป็นน้ำมันก๊าด น้ำมันเจ๊ทสำหรับเครื่องบิน เป็นก๊าซแอลพีจี แต่ละตัวมีต้นทุนเท่าไรกันแน่
ตัวเลขที่แท้จริงเราไม่รู้

ตัวเลขที่ผู้ค้าน้ำมันบอกมาเป็นตัวเลขจริง หรือตัวเลขลวง หน่วยราชการไทยที่รับผิดชอบไม่มีตัวเลขมาตรฐานเปรียบเทียบ
เพราะที่ผ่านมา ไม่มีการศึกษาวิจัยเรื่องต้นทุนค่าการกลั่นน้ำมันที่แท้จริงเลย”

ที่สำคัญไปกว่านั้น ค่าการกลั่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้...คิดกันแบบรวบหัวรวบหาง....แล้วมัดมือชก

“เขาคิดแบบซื้อน้ำมันดิบมาในราคาเท่าไร เมื่อกลั่นเสร็จ เอาผลผลิตที่ได้จากการกลั่นทุกอย่างไปเปรียบเทียบกับราคาขายในตลาดโลก
ซึ่งก็คือราคาที่สิงคโปร์

ผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้ทั้งหมดขายได้ในราคาเท่าไร เอาราคานั้นไปหักลบกับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อมา ได้ผลลัพธ์ออกมาเท่าไรนั้นก็คือ ค่าการกลั่น”

เช่น ซื้อนํ้ามันดิบมาในราคาบาร์เรลละ 60 เหรียญสหรัฐฯ พอนำมากลั่น ผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้ทั้งหมดเปรียบเทียบกับราคาในตลาดโลก
ณ วันที่กลั่นออกมา สมมติว่า รวมกันแล้วขายได้ 100 เหรียญ

เอา 100 ไปลบ 60...ค่าการกลั่นจะตกบาร์เรลละ 40 เหรียญ ส่วนจะเป็นลิตรละเท่าไรให้เอา 159 หาร...1 บาร์เรล เท่ากับ 159 ลิตร

ฉะนั้น ค่าการกลั่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้....ไม่ได้คิดจากต้นทุนที่แท้จริงของการกลั่น

ซ้ำร้าย...ค่าการกลั่นก็ไม่ได้คิดจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบ ณ วันที่ซื้อมาจริง

ประเด็นนี้ วิศวกรปิโตรเลียมระดับปริญญาเอกอธิบายว่า ปกติแล้วการซื้อน้ำมันดิบมากลั่น ประเทศไทยจะสั่งซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลาง
เป็นหลัก เพราะในละแวกแถวบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินโดนีเซีย ถูกสิงคโปร์กว้านซื้อไปหมดแล้ว

เราต้องไปซื้อไกล กว่าน้ำมันดิบจะมาถึงโรงกลั่นในบ้านเราจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ฉะนั้น การจะคิดค่า ก็ควรจะต้องคิดจาก
ราคาน้ำมันดิบในวันที่ซื้อจริง

แต่เขากลับคิดราคาต้นทุนน้ำมันดิบ ณ ปัจจุบัน...ที่มักจะแพงกว่า

แม้ผู้ผลิตจะอ้างว่าราคาน้ำมันไม่แน่นอน มีความเสี่ยงสูง มีขึ้นมีลงตลอดเวลาก็ตาม...แต่โดยส่วนใหญ่ราคาปัจจุบันจะแพงมากกว่า
ราคาใน อดีต เพราะมีขึ้นมากกว่าลง

ถ้าลงมากกว่าขึ้น...ราคาน้ำมันต้องลงไปอยู่ต่ำกว่าลิตรละ 20 บาท ไม่ใช่ 30 บาทอย่างนี้

เมื่อเอาราคาน้ำมันดิบปัจจุบันมาคิด ทำให้ตัวเลขที่ทำมาเสนอหน่วยราชการ ค่าการกลั่นจะออกมาต่ำกว่าความเป็นจริง

โชว์ตัวเลขให้พอเชื่อได้ว่า...ฉันไม่ได้เอาเปรียบ

แค่นั้นยังไม่พอ สิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้นั่นก็คือ...น้ำมันดิบที่ซื้อมา 1 ลิตร เวลากลั่นแล้วผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีปริมาตรมากกว่า 1 ลิตร

หลายคนอาจจะงง เป็นไปได้ยังไง?

ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ เป็นวิทยาศาสตร์ล้วนๆเหมือนอย่างที่เราเรียนกันมา สสารทุกอย่างในโลกนี้ เมื่อโดนความร้อนแล้ว
โมเลกุลจะขยายตัว

การกลั่นน้ำมันต้องใช้ความร้อน...ร้อนในระดับที่ ดร.สีหศักดิ์บอกว่า... น้ำมันดิบ 1 ลิตร กลั่นออกแล้วได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ลิตร

คิดดูก็แล้วกัน การคิดค่าการกลั่นตามสูตรแบบนี้ จะทำให้บริษัทน้ำมันโกยกำไรจากค่าการกลั่นมากมายขนาดไหน

นี่ ยังไม่รวมกรณีโรงกลั่นรู้ข้อมูลภายในล่วงหน้า โรงกลั่นโรงไหนจะหยุดซ่อม ซึ่งส่งผลให้น้ำมันสำเร็จรูปขาดตลาด มีราคาแพง
โรงกลั่นจะรีบสั่งซื้อน้ำมันดิบมากักตุน รอกลั่นขายตอนน้ำมันสำเร็จรูปแพง ฟันกำไรค่าการกลั่นมโหระทึก

ฟังคำอธิบาย บริษัทค้าน้ำมันฟันกำไรจากค่าการกลั่นมหาศาล แล้วทำไมยังเรียกร้องขอเพิ่มค่าการกลั่นอยู่อีก?

“นี่เป็นเทคนิคพื้นๆของบริษัทค้าน้ำมัน...” ดร.สีหศักดิ์ บอก

“ถึงจะได้ค่าการกลั่นมหาศาล แต่เขามีเทคนิคที่สามารถนำค่าการกลั่นไปซุกไว้ตามที่ต่างๆไม่ให้เราได้รู้ทัน

วงการค้าน้ำมันสามารถนำกำไรจากค่าการกลั่นไปซุกได้ทั้งที่โรงกลั่นที่ จ็อบเบอร์หรือธุรกิจขนส่งน้ำมัน และซุกไว้ที่ปั๊มหรือค่าการตลาด
ขึ้นอยู่กับว่า เขาต้องการอะไร

ถ้าอยากได้เงินไปลงทุนสร้างขยายโรงกลั่น ก็จะโชว์ตัวเลขว่าโรงกลั่นมีผลกำไรดี เพื่อจะได้ปั่นหุ้นเอาเงินมาลงทุน ยิ่งสร้างตัวเลข
ให้รัฐบาลเชื่อว่า ได้ค่าการกลั่นน้อยแล้วรัฐบาลเพิ่มค่าการกลั่นให้ หุ้นก็จะยิ่งพุ่งถล่มทลาย เมื่อได้ดั่งใจก็เอาค่ากลั่นไปซุกไว้
ในธุรกิจอื่นเพื่อหากำไรต่อ”

ค่าการตลาดก็เหมือนกัน ดร.สีหศักดิ์ ให้ข้อคิด...ทำไมน้ำมันแต่ละชนิดถึงได้ค่าการตลาดไม่เท่ากัน ทั้งที่ให้เท่ากันก็ได้

เพราะน้ำมันไม่เหมือนสินค้าอย่างอื่นๆ ที่ให้ค่าตลาดไม่เท่ากัน จ่ายให้ มากกว่า เพื่อคนขายได้เชียร์ให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าของตัวเอง

ธุรกิจน้ำมัน...เคยเห็นไหมที่มีเด็กมาเชียร์น้ำมัน เหมือนเชียร์เบียร์

มีไหมที่เด็กปั๊มมาเชียร์คนขับรถให้เติม 95 ดีกว่า 91 หรือเชียร์ให้เติมดีเซลดีกว่าเบนซิน...ไม่มี

เพราะในความจริง รถใช้อะไรก็เติมอย่างนั้น แต่ทำไมบริษัทค้าน้ำมันถึงให้ค่าการตลาดน้ำมันแต่ละชนิดไม่เท่ากัน...เพื่ออะไร?

จะเพื่อสร้างความสับสนงงงวยให้เกิดขึ้นในระบบ และจะได้นำไปเป็นข้ออ้างขอขึ้นราคาไม่จบสิ้นหรือเปล่า?

ในเมื่อค่าการตลาด ค่าการกลั่นเป็นเช่นนี้...เลยมีคำถามว่า หน่วยราชการไทยมีความสามารถที่จะรู้ให้ทัน
และปรับเปลี่ยนแก้ไขความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรมได้หรือไม่

วิศวกรปิโตรเลียมระดับด็อกเตอร์ บอกเพียงแต่ว่า ธุรกิจน้ำมันมีเงินเป็นแสนๆล้าน มีความสามารถที่จะจ่ายอะไรก็ได้

เลยทำให้นักการเมือง ข้าราชการและคนที่เกี่ยวข้อง อยากแกล้งโง่...มากกว่าอยากฉลาดกันทั้งนั้น.
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
KILL...ER
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #63 เมื่อ: 09-06-2008, 18:53 »

มรึงก็เรียกร้องให้ยกเลิก เพิกถอนโรงกลั่นเสียเลยสิว้ะ บักหำ

แล้วสั่งนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศทั้งหมดเสียเลย
บันทึกการเข้า

จงภาคภูมิใจในความเป็นไพร่กระฎุมพี
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #64 เมื่อ: 09-06-2008, 22:02 »

ขอข้อมูลอ้างอิงด้วย ที่บอกมาเลเซียไม่ได้นำเข้าน้ำมัน

หาข้อมูลใหม่ไม่ได้ แต่เอาปี 2005 ไปก่อนนะครับ

มาเลเซีย : Net Oil Exporter
• ปริมาณน้ำมันสำรอง 3 พันล้านบาร์เรล
• ปริมาณการผลิต 857.5 พันบาร์เรล/วัน
• ปริมาณการบริโภค 521.3 พันบาร์เรล/วัน
• ปริมาณการส่งออก 300 พันบาร์เรล/วัน (ปี 2003
)
- การผลิตราว 87% เป็นการผลิตน้ำมันดิบ
- ปริมาณน้ำมันสำรองของมาเลเซียมีแนวโน้มลดลง (เดิมอยู่ที่ระดับสูงสุดที่ 4.3
พันล้านบาร์เรล เมื่อปี 1996) แต่ปริมาณการผลิตยังคงเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2002
เนื่องจากมีการพัฒนาแหล่งน้ำมันใหม่ที่อยู่นอกชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง
- บริษัท Petronas ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลมาเลเซียมีโครงการลงทุนสำรวจ
และผลิตน้ำมันในหลายประเทศ อาทิ ซีเรีย อิหร่าน เติร์กเมนิสถาน ปากีสถาน
ซูดาน และแองโกลา ฯลฯ เพื่อหาแหลง่น้ำมันสำรองทดแทน โดยบริษัทมีรายไดจ้าก
การลงทุนในตา่งประเทศคิดเปน็ 1 ใน 3 ของรายไดร้วม
- มาเลเซียมีโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง ทั่วประเทศ โดยมีกำลังการกลั่นน้ำมันรวม
544,832 บาร์เรล/วัน
- ตลาดส่งออกน้ำมันสำคัญของมาเลเซีย ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ และสิงคโปร์


http://www.exim.go.th/doc/research/foreign_weekly_movement/6113.pdf

ปล. ถ้าจะมีการนำเข้าน้ำมัน ก็อาจเป็นเพราะเนื่องจากมีการขยายโรงกลั่นเพิ่มขึ้นกำลังการผลิตเลยเหลือ
 เลยสั่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง มากลั่นเพื่อส่งออกทั้งหมดครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2008, 22:12 โดย mebeam » บันทึกการเข้า
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #65 เมื่อ: 09-06-2008, 22:30 »

ปัจจุบันมาเลย์ ก็นำเข้าน้ำมันจากประเทศอื่นๆ เมื่อรัฐบาลมาเลย์มายกเลิกมาตรการอุดหนุนน้ำมัน ราคาน้ำมันภายในประเทศของมาเลย์เองก็พุ่งถึง40% (จาก20บาท > 28 บาท)
แต่ก็อย่างที่บอก ปตท.เองก็ส่งออกน้ำมันขายต่างประเทศเช่นกัน แต่ก็ขายถูกกว่าราคาขายในประเทศ (เพราะ ราคาขายในตลาดโลกไม่แพงแบบราคาในประเทศเรา)

เค้าจึงถามว่า ปตท.ปล้นใคร?

แล้วรัฐบาลปัจจุบัน มีการวางแผนการแก้ไขปัญหาอย่างไร? มีนโยบายอย่างไร? ..................................

(ผู้ผลิตแบกต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าขนส่งไม่ไหว เริ่มทะยอยปิดตัวหรือลดขนาด ซึ่งมันมีผลกระทบต่อทุกๆคนไปเรื่อยๆ เหมือนที่เขียนไว้ก่อนนี้)

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เถียงกันแค่ว่า จะด่าทักษิณที่แปรรูปเข้าตลาด (ทั้งที่ก็รู้กันโดยทั่วไป ว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็คือ การแสวงหากำไรจากประชาชน)
หรือ จะปกป้องทักษิณอย่างเดียว (โดยไม่สนใจว่าเรื่องนี้ปัญหาต่อประเทศอย่างไร แล้วโยนไปที่สำนักทรัพย์ฯ)

เพราะเรื่องนี้ มันคือ ปัญหาที่ร้ายแรงต่อความเป็นอยู่ของทุกคนในประเทศ และ มันก็สะท้อนถึงการขาดความรู้ข้อมูลข่าวสารการปกปิดข่าวสารของคนในประเทศ

เราจะต้องทำอย่างไรไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก? (นอกจาก การลงชื่อเพื่อคัดค้าน พรบ.การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ที่ทำขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ )

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2008, 23:34 โดย Iona » บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #66 เมื่อ: 09-06-2008, 22:58 »

ปัจจุบันมาเลย์ ก็นำเข้าน้ำมันจากประเทศอื่นๆ เมื่อรัฐบาลมาเลย์มายกเลิกมาตรการอุดหนุนน้ำมัน ราคาน้ำมันภายในประเทศของมาเลย์เองก็พุ่งถึง40% (จาก20บาท > 28 บาท)
แต่ก็อย่างที่บอก ปตท.เองก็ส่งออกน้ำมันขายต่างประเทศเช่นกัน แต่ก็ขายถูกกว่าราคาขายในประเทศ (เพราะ ราคาขายในตลาดโลกไม่แพงแบบราคาในประเทศเรา)

เค้าจึงถามว่า ปตท.ปล้นใคร?



ขอหลักฐานมั่งครับ ที่ว่า ปตท.ขายส่งออกน้ำมันต่างประเทศ ราคาถูกว่าราคาขายในประเทศ
ไม่เคยดูเรื่องนี้เลย
บันทึกการเข้า
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #67 เมื่อ: 09-06-2008, 23:19 »

ถ้าง่ายๆ ดูจากรายการย้อนหลัง http://hiptv.mcot.net/player/hipPlayer.php?SelectSpeed=256k&id=16234 ก็ได้
ที่เชิญ โสภณ สุภาพงษ์ อดีตกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ วิเคราะห์ราคาน้ำมันไทย กับการปั่นราคาน้ำมันตลาดโลก
จะมองเห็นภาพรวมและราคาต่างๆ
บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #68 เมื่อ: 09-06-2008, 23:35 »

ถ้าง่ายๆ ดูจากรายการย้อนหลัง http://hiptv.mcot.net/player/hipPlayer.php?SelectSpeed=256k&id=16234 ก็ได้
ที่เชิญ โสภณ สุภาพงษ์ อดีตกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ วิเคราะห์ราคาน้ำมันไทย กับการปั่นราคาน้ำมันตลาดโลก
จะมองเห็นภาพรวมและราคาต่างๆ

ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นหลักฐานที่ดี  ขอผ่านก่อน
ไม่เป็นไร เดี๋ยว ผมลองค้นๆดูเอง 


เชื่อแล้วครับ ว่าขายในประเทศ ราคาสูงกว่า 
ขายออกเท่า ราคาสิงค์โปร์
ขายใน ราคาสิงค์โปร์+  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-06-2008, 00:16 โดย mebeam » บันทึกการเข้า
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #69 เมื่อ: 10-06-2008, 00:05 »

ถ้าเอาข้อมูล ราคาขายปัจจุบัน แบบยืนยันได้เลย
ลองโทรไป 02-537-3652 (เป็นฝ่ายบริการขายต่างประเทศของปตท.)
ปตท.มีการส่งออกน้ำสำเร็จรูปมานานแล้ว เพราะเรามีกำลังกลั่นเกินปริมาณที่ใช้ ตรงนี้ดูได้ที่เวปปตท.เลยก็ได้
http://www.pttplc.com/th/ps.aspx
บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: