ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2019, 00:35
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ทวงคืน ปตท. เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน กำไร 200,000 ล้านจริงหรือ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
ทวงคืน ปตท. เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน กำไร 200,000 ล้านจริงหรือ  (อ่าน 5357 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 03-06-2008, 19:46 »

อยากได้ข้อมูลเชิงวิชาการ หากกำไร 200,000 ล้าน ก็เท่ากับ 1 ใน 10 ของงบประมาณแผ่นดิน

คุณจีฯ พอจะมีมั๊ยครับ หรือท่านอื่นๆ ใครมีข้อมูลบ้าง

ขายหุ้น 1 นาที 17 วินาที ให้หน้าเหลี่ยม / สุริยะ จริงหรือไม่
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #1 เมื่อ: 03-06-2008, 20:03 »

ตัวเลขปี 2550 ค่ะ


บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 03-06-2008, 20:07 »

รัฐมีหุ้นอยู่เท่าไหร่ครับ

เห็นเล่นเรื่องน้ำมัน บนเวทีพันธมิตรตั้งแต่วันแรก วันนี้ มาเล่นต่อแบบเป็นเรื่องเป็นราว

เปรียบเทียบกับข้อมูล กฟผ. ซึ่งมีสินทรัพย์ สี่แสนล้าน...( ว่างั้นนะ )
บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #3 เมื่อ: 03-06-2008, 20:15 »

บันทึกการเข้า
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 03-06-2008, 20:16 »

อ้างถึง
ฝ่ายไทย เบื้องต้นมีเพียง กระทรวงการคลัง และ สำนักงานประกันสังคมเท่านั้น

ก่อนนำ ปตท. เข้าตลาดกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ 100% วันที่ 10 เมษายน 2545 จำนวนหุ้นลดลงจาก 100% เหลือ 69.28% ขายหุ้นให้นักลงทุนทั้งไทยและเทศ ได้เงินเข้าคลังเพียงประมาณ 30,000 ล้าน (ปัจจุบันราคาหุ้นสูงขึ้น 7 เท่า)

ันที่ 22 มีนาคม 2547 เหลือหุ้นในมือเพียง48.55% ขายหุ้นออกไปอีกถึงร้อยละ 17 ราคาหุ้นช่วงนั้น ประมาณ 150 บาทต่อหุ้น ได้เงินเข้าคลังมากหน่อย ป่านนี้รัฐบาล คงใช้ไปหมดแล้ว เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี่ก็ขอกู้อีก 80,000 ล้านบาท สำหรับสำนักงานประกันสังคม ซื้อหุ้นไว้เบื้องต้นร้อยละ   0.61   ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 ถือหุ้นร้อยละ 0.90 เข้าใจว่า ค่อยๆ สะสมไปเรื่อย ๆ

มีเพียงเท่านี้แหละครับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ฝ่ายไทยคือ กระทรวงการคลังและสำนักงานประกันสังคมในช่วงแรกๆ

มาภายหลังมีเพิ่มอีก 2 กองทุนที่มาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ฝ่ายไทยได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกองทุนวายุภักษ์

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการนั้นเดิมไม่มีชื่อในบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครับ เพิ่งจะโผล่มาเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 ซื้อไว้ 23,369,500 หุ้น ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 เหลือ 21,220,550 หุ้น ร้อยละ 0.76 ในระหว่างปีก็ซื้อๆ ขายๆ หากำไรไปเรื่อยๆ ละครับ

ส่วนกองทุนรวมวายุภักษ์ ชื่อปรากฏเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2547 ว่าถือหุ้นร้อยละ 15.58 สอดคล้องกับเวลาที่กระทรวงการคลังลดสัดส่วนที่ถือไว้ แสดงว่ากระทรวงการคลังใจดีครับ ขายหุ้นของพวกเราให้กองทุนรวมวายุภักษ์ไป

ฝ่ายไทยที่เห็นๆ อยู่ก็มีเท่านี้แหละครับ รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นใครกันบ้าง ความจริงก็พอจะรับได้ไม่ว่าจะเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือสำนักงานประกันสังคม เพราะผู้ได้ประโยชน์จะเป็นหมู่ข้าราชการและลูกจ้างทั่วไปๆ 7-8 ล้านคนครับ

มาดูฝ่ายต่างประเทศกันดีกว่า จัดอันดับไว้ดังนี้ครับ

    * Morgan Stanley & Co., Int’l ร้อยละ 2.36
    * State Street Bank & Trust Company ร้อยละ 1.29
    * Chase Nominees Limited 1 ร้อยละ 0.94
    * HSBC ( Singapore) Nominees Pte.Ltd. ร้อยละ 0.77
    * The Bank Of New York (Nominees Ltd) ร้อยละ 0.65

อ้างจาก http://www.korbsak.com/ptt.htm
บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #5 เมื่อ: 03-06-2008, 20:32 »

ข้อมูลที่นำขึ้นไปพูดบนเวทีพันธมิตร ถูกบ้างผิดบ้างเรื่องตัวเลข
แต่สาระสำคัญก็คือ คนใกล้ชิดนักการเมืองได้รับการแบ่งสรรปันส่วนหุ้นไอพีโอ ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ได้หุ้นในวันจอง

รายละเอียดเกี่ยวกับงบ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ราคาย้อนหลัง  ดูได้ที่นี่คับ เป็นข้อมูลล่าสุด

http://marketdata.set.or.th/mkt/stockquotation.do?language=th&country=TH

เรื่องทวงคืนปตท. ผมไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่
หุ้นเข้าตลาดไปแล้วหลายปีจากราคาไม่กี่สิบบาทจนขึ้นไปสูงสุดแถวๆ 400 บาท
ไม่ใช่จู่ๆขึ้นไปเป็นร้อยอย่างที่อดีตสว.คุณมาลีรัตน์หรือคุณศิริชัย ไม้งามปราศรัย

แต่จะมีวิธีการเช่นไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ก็รอดูข้อเสนอของฝ่ายต่างๆต่อไป...

ปล.ผมไม่เคยซื้อหุ้นปตท.หรอกคับ ราคาสูงไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-06-2008, 20:39 โดย boyk » บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #6 เมื่อ: 03-06-2008, 21:10 »

ประเด็นนอกจากประเด็นกำไรที่เกินควรแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรมองคือ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาของปตท.

1.ปตท.สร้างมาจากงบประมาณของประเทศ (คือสร้างมาจากภาษีของประชาชนทุกคน)
2.ปตท.มีวัตถุประสงค์เพื่อ ลดการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปราคาแพงจากต่างประเทศในอดีต
3.ปตท.มีหน้าที่เป็นผู้สนันสนุนด้านพลังงานโดยไม่หวังผลกำไร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ,การผลิต,การเกษตร,อื่นๆ ที่เป็นของคนไทยทุกคน
ให้มีต้นทุนไม่สูงมาก สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็ง  (เพราะ เงินของประชาชนที่เสียภาษีทั้งประเทศนั่น เป็นใช้ลงทุนสร้างปตท.เพื่อสิ่งเหล่านี้)

(วันนี้กลับกลายเป็นว่า ประชาชนทั้งประเทศที่เป็นผู้ลงทุนสร้างปตท.ขึ้นมา ต้องมาจ่ายค่าน้ำมันในราคาสูงมากซ้ำเติม เพื่อให้เกิดผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้นปตท.)

ถ้าวันนั้นคนไทยทุกคน มีความรู้ประกอบ ข้อ1.-3. เราแทปทุกคน คงไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปนี้ <<< ประเด็นนี้ มันสำคัญถึงการปกปิดข่าวสารความรู้ต่อประชาชนในเวลานั้น และการเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนบางส่วน
เพราะทุกคนก็จะตั้งใจทำงาน ทำมาหากิน ด้วยอาชีพที่แตกต่าง ย่อมไม่สามารถรู้ในทุกๆสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปปตท.

แล้วเมื่อนำความสำคัญเรื่อง ต้นทุนที่สูงขึ้นของการผลิตต่างๆทั่วประเทศ จากราคาน้ำมันในตอนนี้ จนผู้ผลิตต่างๆไม่สามารถอยู่ได้นั้น มันมีความเสียหาย
มากยิ่งกว่า ส่วนดีที่ได้จากการนำปตท.ไปเพิ่มขนาดให้ตลาดหลักทรัพย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-06-2008, 21:32 โดย Iona » บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #7 เมื่อ: 03-06-2008, 21:28 »

หาข้อมูลผลกำไรที่ http://www.settrade.com ก็ได้ ใส่ชื่อย่อ PTT
หน้าข้อมูลหุ้นรายตัว เลือก ข่าวบริษัท สามารถอ่านย้อนหลังได้ส่วนหนึ่ง
เช่น หนังสือนำส่งงบการเงิน ปตท. สำหรับไตรมาส 1/2551  http://www.settrade.com/simsImg/news/2008/08018646.t08
คือ 3เดือนแรกของปีนี้ ปตท.ประกาศกำไรสุทธิ 26,133 ล้าน  (จากปตท.ไม่ร่วมปตท.อื่นๆที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ถ้าใครว่างจะนำกำไรจากปตท.อื่นมารวมเลยก็ดี)

เราก็จะเห็นว่า แค่ 3 เดือนแรกของปีนี้ ปตท.เอากำไรใกล้เคียงกับ กำไรทั้งปีของปตท.ก่อนการแปรรูป
(นี่คือ ราคาที่ทุกคนในประเทศต้องจ่าย(ค่าน้ำมัน) เพราะ ผลของการปกปิดข่าวสารความรู้ต่อประชาชนในเวลานั้น และการเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนบางส่วนของประเทศ)

ปล.ใครเก่งๆช่วยหาลิงค์อ้างอิง ราคากำไรสุทธิทั้งปี ของปตท.ก่อนการแปรรูปให้ที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-06-2008, 22:04 โดย Iona » บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #8 เมื่อ: 03-06-2008, 21:36 »

งบการเงินตั้งแต่ปี 2541

http://www.pttplc.com/TH/ir_fi.aspx?

โหลดได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #9 เมื่อ: 03-06-2008, 22:20 »

วันแรกที่ขาย ขายหมดเกลี้ยงจริง มีคนซื้อไม่ทันจริง
แต่ หลังจากนั้น ราคามันตกลง ถ้าใครซื้อไม่ทันวันแรก
สามารถ ช้อนซื้อได้ในตลาดหุ้น แถมในราคาที่ต่ำกว่าด้วย

 และเป็นอย่างนั้นอยู่หลายเดือน จนกระทั่งราคาหุ้นเริ่มสูงขึ้น
 คนที่ได้หุ้นในวันที่ขายวันแรก ไม่ค่อยคิดดีใจเรื่องที่ตัวเองได้หุ้นก่อน
กลับอิจฉา คนที่ช้อนซื้อราคาต่ำๆในตลาดเสียอีก

 
บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #10 เมื่อ: 03-06-2008, 22:39 »

โดยปกติ หุ้นบลูชิพ มีกำไรต่อเนื่อง ต่างชาติและกองทุนให้ความสนใจ
นักลงทุนทั่วไปก็อยากได้หุ้นจองเช่นนี้เหมือนกัน
หวังว่าเมื่อเข้าตลาดแล้วราคาจะปรับขึ้นไป โดยเฉพาะวันแรกที่เข้าตลาด

หลังจากนั้นปรากฏการณ์ทุบหุ้นก็เกิดขึ้นเพื่อดูดซับหุ้นจากรายย่อยที่ตื่นตระหนกและไม่มั่นใจภาวะขณะนั้น
ก็จะมีข่าวร้ายต่างๆมากระทบตลอดเวลา

เมื่อเขา(ใครก็ไม่ทราบ..) สามารถเก็บหุ้นได้มากพอ
นักวิเคราะห์ก็จะแนะนำว่าราคาหุ้นลงมาเยอะแล้ว หรือเยอะเกินไปแล้ว น่าเข้าไปรับ
ซึ่งตอนนั้นราคาก็กำลังวกกลับ
กว่าที่นักลงทุนรายย่อยจะมั่นใจ กล้าเข้าไปซื้อ ราคาก็ไปพอสมควร
และยิ่งกลัว ราคาก็ยิ่งปรับขึ้น คนที่ขายไปแล้วก็กลัวว่าราคาจะแพงไป ไม่กล้ารับกลับ
ทุกอย่างจึงเป็นเกมที่องทุนและรายใหญ่กำหนด

คนที่รอหุ้นเข้าตลาด รอให้ราคาปรับตัวลงแล้วเข้าซื้อก็พอมี แต่นั่นก็อาจนับเนื่องจากบทเรียนกรณีหุ้นปตท.
ซึ่งไม่ใช่ทุกตัวจะเป็นเช่นนั้น บางตัวเข้ามาต่ำจองและยังต่ำจนทุกวันนี้ก็มี
บางตัวก็คล้ายปตท. บางตัวเข้ามาแล้วไปหน้ามากกว่าถอยหลังกลับก็มี

แต่ทุกกรณี รายย่อยมักจะพ่ายแพ้...เป็นส่วนใหญ่..
หุ้นมีผู้คุมราคา
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #11 เมื่อ: 03-06-2008, 23:06 »

วันแรกที่ขาย ขายหมดเกลี้ยงจริง มีคนซื้อไม่ทันจริง เพราะ ให้ยอดแบงค์พาณิชย์5แห่งขาย ก่อนถึงเวลาแบ๊งค์ก็กั๊กยอดซื้อให้ลูกค้าตัวเองไว้แล้ว คนอื่นก็อด
แต่ หลังจากนั้น ราคามันตกลง ถ้าใครซื้อไม่ทันวันแรก
สามารถ ช้อนซื้อได้ในตลาดหุ้น แถมในราคาที่ต่ำกว่าด้วย

 และเป็นอย่างนั้นอยู่หลายเดือน จนกระทั่งราคาหุ้นเริ่มสูงขึ้น
 คนที่ได้หุ้นในวันที่ขายวันแรก ไม่ค่อยคิดดีใจเรื่องที่ตัวเองได้หุ้นก่อน
กลับอิจฉา คนที่ช้อนซื้อราคาต่ำๆในตลาดเสียอีก

 

"เรื่องที่นักลงทุนควรรู้ไว้สักหน่อย ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อนในวันที่ 6 ธันวาคม 2544 วันที่ ปตท. ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก ปรากฏว่าหุ้นเปิดตลาดที่ราคา 38 บาท และปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 38.25 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากราคาจอง 35บาทไป 3.25 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.28 และเนื่องจากมีแรงขาย ทำกำไรออกมาหนาแน่น หลังจากนั้น จึงกดราคาหุ้นลงมาจนต่ำสุดที่ 35.50 บาท ก่อนที่จะปิดตลาดที่ 35.75 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.14 จากราคาจองที่ 35 บาทต่อหุ้น และหลังจากนั้นไม่กี่วัน ราคาตกมาที่ 29 บาท น่าแปลกมั้ยล่ะครับ จังหวะนั้น 29 บาท ไม่ซื้อกันจะมาซื้อเอาตอน 400 บาท "

คนนี้เขียนไว้ ดีมาก มีรายละเอียดอีกลองไปอ่านดูครับ
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=144596

บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #12 เมื่อ: 03-06-2008, 23:29 »

อันนี้เป็นบทความที่ทีมข่าวเศรษฐกิจนสพ.ไทยรัฐ ทำไว้ เมื่อปลายปีที่แล้ว
พิจรณาดูครับ


ปตท.สมบัติชาติหรือสมบัติใคร เปิดข้อดี-ข้อเสียหากต้องออกจากตลาดหุ้น

--------------------------------------------------------------------------------
มีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบเกี่ยวกับการแปรรูป บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในปี 2544 ต่อเนื่องจนถึงปี 2545 ที่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติให้มีการกระจายหุ้น ปตท. แก่นักลงทุน รวมถึงประชาชนทั่วไป ทั้งใน และต่างประเทศว่า ได้ดำเนินการตามกระบวนการต่างๆอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ขณะที่การเสนอขายหุ้นในราคา IPO (Initial Public Offering) มีความโปร่งใสจริงๆ หรือว่าสร้างกำไรจากโครงสร้างการกำหนดราคาที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน โยงใย ไปกับผลประโยชน์ของกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองอย่างที่มีบุคคลบางกลุ่มพยายาม กล่าวหา

ที่สำคัญ ปตท.สมควรเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป หรือว่าควรที่ภาครัฐ จะซื้อหุ้นคืน เพื่อให้รัฐกลับมาถือหุ้นใน ปตท. 100% และมีอำนาจเต็มในการบริหาร จัดการ ปตท. เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ถ้าคำตอบต้องเป็นไปตามความต้องการของมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งได้ยื่นฟ้องขอให้มีการเพิกถอน ปตท.ออกจากตลาด หลักทรัพย์แล้วล่ะก็ อะไรจะเกิดขึ้น? ที่สำคัญสถานะของประเทศ ไทยในสายตาของภาคเอกชนทั้งใน และต่างประเทศ จะเป็นอย่างไร?!

ในฐานะเป็นสื่อมวลชน มีหน้าที่ต้องนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน ทีมเศรษฐกิจ ขอนำท่านผู้อ่านไปค้นหาคำตอบ และความจริงร่วมกันในคำถาม และข้อสงสัยต่างๆตามลำดับความสำคัญก่อนหลังดังต่อไปนี้

• เพราะมีคนได้รับประโยชน์อยู่เพียงไม่กี่คน การแปรรูป ปตท.จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งยังทำให้ผู้บริหาร ปตท. และผู้ถือหุ้นมีกำไรมหาศาล แต่เงินกลับไปเข้ากระเป๋าเอกชน และกลุ่มทุนธุรกิจการเมือง ทั้งที่ ปตท.เป็นสมบัติ ของชาติ ที่สำคัญหลังการแปรรูป ปตท.ยังมุ่งแสวงหากำไรเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นเป็นหลัก แทนที่จะมุ่งเน้นผลประโยชน์กลับคืนสังคม

ในรายงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป ได้ดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ และกฎระเบียบของ ก.ล.ต.ซึ่งผ่านการตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้วจากสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ได้เป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์กับกลุ่มใด ขณะที่การกระจายหุ้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ของตลาดหลักทรัพย์ และแนวปฏิบัติที่เป็นสากล ซึ่งต้องจองซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่เป็นธนาคาร หรือนายหน้าค้าหลักทรัพย์

ส่วนสนนราคาที่เสนอขายก็อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงนั้น ซึ่งดัชนีหุ้น (SET Index) อยู่ที่ 305 จุด พิสูจน์ ได้จากราคาหุ้นที่ขึ้นลงในระดับใกล้เคียงกับราคาที่เสนอขาย (หุ้นละ 35 บาท) อยู่นานถึง 9 เดือน นับตั้งแต่วันที่เปิดให้มีการซื้อขาย ในวันที่ 6 ธ.ค. 2544 จนถึงเดือน ก.ย. 2545 โดยราคาลดลงไปอยู่ ในระดับต่ำสุดที่ 29 บาท ณ วันที่ 30 เม.ย. 2544

ถ้านักลงทุน หรือประชาชนทั่วไปที่จองซื้อไม่ได้ มี ความต้องการจะลงทุนในหุ้น ปตท.ก็สามารถเข้าไปซื้อ ในตลาดได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาจอง

สำหรับการเสนอขายหุ้น ปตท.ดังกล่าว เป็นการนำหุ้นในส่วนของการเพิ่มทุนหลังการจัดตั้งเป็นบริษัท มาเสนอขายต่อประชาชน มิใช่เป็นการนำทรัพย์สินเดิมของ ปตท.ออกขายแต่อย่างใด ในขณะที่ ปตท.ยังคงมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ. วิธีการงบ ประมาณ ซึ่งรัฐโดยกระทรวงการคลังถือหุ้นทางตรงอยู่ 52% และถ้ารวมกองทุนที่รัฐถือทางอ้อม เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนวายุภักษ์ด้วย ผู้ถือหุ้นใหญ่ ยังคงเป็นรัฐ 68%

ถ้านับเอาการลงทุนผ่านกองทุน และสถาบันการลงทุนในประเทศของคนไทยอีกกว่า 11 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 12% ก็คงจะเห็นว่า คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน ปตท.อยู่ถึง 80%

ปตท.จึงไม่ใช่เป็นของกลุ่มบุคคลใด หรือเอื้อประโยชน์แก่ใครเป็นการเฉพาะ หากแต่ยังคงเป็นสมบัติของชาติที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามมูลค่ารวมตลาดหลักทรัพย์ (Merget Cap)

• เหตุใดราคาพลังงานทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) จึงแพงขึ้นหลังการแปรรูป ทั้งๆที่ก๊าซธรรมชาติ และแอลพีจี มีแหล่งผลิตในประเทศไทย ส่วนการขึ้นราคาน้ำมันก็ทำให้ ปตท.มีกำไรเป็นจำนวนมหาศาล ในแต่ละปี
โดยข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และก๊าซหุงต้ม ต้องผูกติดอยู่กับกลไกราคาในตลาดโลก เพราะประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบวันละกว่า 700,000 บาร์เรล เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำมันดิบในประเทศ ส่วนที่บางประเทศ เช่น มาเลเซีย มีราคาน้ำมันถูกกว่าไทย ก็เพราะมาเลเซียมีแหล่งน้ำมันดิบในประเทศตนเอง แถมยังมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันมาช่วยอุดหนุนราคาขายปลีกในประเทศให้

สำหรับประเทศไทย ราคาจำหน่ายน้ำมันทุกลิตร จะถูกบวกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอนุรักษ์พลังงาน และการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมกันประมาณ 10 บาทต่อลิตร แม้ว่าราคาขายปลีกหน้าโรงกลั่นจะอยู่ที่ประมาณ 19 บาท ต่อลิตรก็ตามที แต่หากรวมภาษีสังคมต่างๆเหล่านี้แล้ว ราคาหน้าปั๊มก็จะเป็นอย่างที่เห็น

ส่วนก๊าซธรรมชาติ แม้จะมีแหล่งก๊าซ ในอ่าวไทย แต่ไทยไม่สามารถกำหนดราคาได้เอง เพราะตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ไทยยังไม่มีศักยภาพในการขุดเจาะ จึงต้องพึ่งพานักลงทุนจากต่างชาติ ที่แต่ละหลุมต้องใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท โดยบริษัท ยูโนแคล จำกัด และบริษัท เชฟรอน จำกัด ในฐานะผู้ขุดเจาะหลักในไทย คือ ผู้ทำหน้าที่เจรจากับรัฐบาลไทย ในการอ้างอิงสูตรราคา โดย ปตท.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และเป็นเพียงผู้รับซื้อหน้าปากหลุมเท่านั้น

แม้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ปตท.สผ.จะเป็นผู้นำร่องสำรวจขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ แต่ก็ยังต้องแข่งขันประมูลสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติกับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็มีสัดส่วนในสัมปทานก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยไม่ถึง 30% ของสัมปทานทั้งหมด

เช่นเดียวกับก๊าซหุงต้มที่ต้องขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลกซึ่งสูงกว่าราคาในประเทศ แต่เนื่องจากรัฐบาลได้อุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มมาโดยตลอด ทำให้ผู้บริโภคใช้ก๊าซหุงต้มในราคาที่ถูกมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเงินจากผู้ใช้น้ำมันมาชดเชยให้กับผู้ใช้ก๊าซหุงต้ม จนส่งผลให้มีการนำไปใช้งานผิดประเภท เช่น ไปใช้ในรถแท็กซี่ รถยนต์บ้าน ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมต่างก็หันมาใช้ก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้นจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลจำต้องทยอยลดการอุดหนุนอันเป็นภาระรายจ่ายของ ภาครัฐลง ด้วยการปล่อยราคาลอยตัวในสิ้นปี 2551

• กำไรจากการแปรรูป ปตท.ถูกนำไปใช้อย่างไร เพราะหลังการแปรรูป ปตท.ยังมุ่งแสวงหาแต่กำไรเพื่อ ตอบแทนผู้ถือหุ้นเป็นหลัก แทนที่จะมุ่งเน้นผลประโยชน์ กลับคืนสังคม

จากนี้ไปจนถึง 5 ปีข้างหน้า ปตท. จะสามารถส่งเงินรายได้เข้า รัฐประมาณ 300,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการที่ ปตท.ระดมทุนได้มาจากผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และกำไรจากผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในเครือซึ่งได้นำมาขยายกิจการรวมกันได้กว่า 600,000 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการที่ ปตท.ได้เข้าไปพลิกฟื้นกิจการของบริษัทลูกที่ประสบปัญหาหนี้สินจากการลงทุน และการขาดสภาพคล่องในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ กระทั่งมีกำไรขึ้นมา เช่น โรงกลั่นไทยออยล์ และโรงกลั่นระยอง ตลอดจนถึงกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีในเครือ

ทั้งนี้ กำไรของ ปตท.มาจากหลายช่องทาง โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจปิโตรเคมี ก๊าซธรรมชาติ ส่วนธุรกิจน้ำมัน ประสบความขาดทุนเกือบทุกปี หรือปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวน และปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ ปตท.ต้องช่วยรับภาระแทนประชาชน ด้วยการชะลอการปรับขึ้นราคา เห็นได้จากผลประกอบการปี 2549 ที่ ปตท.มีกำไร 95,261 ล้านบาท เป็นกำไรที่มาจากการทำธุรกิจ ปตท.โดยตรง 38% หรือประมาณ 36,199 ล้านบาท อีก 62% หรือ 59,061 ล้านบาท มาจากบริษัทลูก และบริษัทที่ปตท.ไปร่วมลงทุน

ในปี 2549 ปตท.ได้ใช้เม็ดเงินกว่า 26,000 ล้านบาท ที่มาจากผลกำไร เพื่อช่วยผ่อนภาระของประชาชน ทั้งทางตรง และทางอ้อม โดยการตรึงราคาขายปลีกน้ำมัน 4,000 ล้านบาท รวมทั้งการชดเชยราคาก๊าซหุงต้มแก่ประชาชนประมาณ 20,000 ล้านบาท ชดเชยราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) อีกประมาณ 2,000 ล้านบาท ปีเดียวกัน ปตท.ยังได้นำส่งเงินรายได้เข้ารัฐ ผ่านภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินปันผล รวม 58,894 ล้านบาท ส่วนในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ ปทต.ได้ส่งเงินเข้ารัฐไปแล้ว 51,467 ล้านบาท

ถ้าคิดเป็นเงินนำส่งเข้ารัฐตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน ปตท.ได้นำเงินส่งเข้ารัฐแล้ว 140,000 ล้านบาท จากที่ก่อนการแปรรูป ปตท.สามารถนำเงินส่งเข้ารัฐได้เพียงปีละ 7,000-10,000 ล้านบาทเท่านั้น

• ทำไมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่ได้ รับผลกระทบทางธุรกิจเมื่อศาลปกครองสั่งเพิกถอนแผน การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ตรงกันข้าม ปตท. กลับจะมีผลกระทบสูงมากหากถูกเพิกถอนออกจากตลาด หลักทรัพย์

ธุรกิจของ ปตท.แตกต่างไปจาก กฟผ. เนื่องจาก กฟผ.ทำธุรกิจ แบบผูกขาดเพียงรายเดียว ส่วน ปตท. ทำธุรกิจที่มีการแข่งขันเสรี เกือบทุกกิจการมีการแข่งขันกับเอกชนในธุรกิจประเภทเดียวกัน รวมทั้งเป็นการทำธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง มีความหลากหลาย เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก

การแปรรูปของทั้ง 2 องค์กร จึงไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้ เนื่องจากขั้นตอนการดำเนินการมีความแตกต่างกัน ลักษณะการทำธุรกิจก็แตกต่างกัน แม้การแปรรูปจะต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดเดียวกันใน พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ก็ตาม

ขณะเดียวกัน การแปรรูปของ ปตท.ในประเด็นของคณะกรรมการที่ดำเนินการแปลงสภาพจากรัฐวิสาหกิจไปเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) ก็มีคุณสมบัติถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมาย แม้มีการร้องเรียนในภายหลังว่ามีคุณสมบัติขัดกับข้อกำหนด แต่หลังจากตรวจสอบ ก็พบว่าคุณสมบัติของคณะกรรมการที่มาดำเนินการเรื่องนี้ของ ปตท.ไม่ขัดต่อเงื่อนไขแต่อย่างใด

ต่างจากกรณีของ กฟผ.ที่คณะกรรมการบางคนมีคุณสมบัติขัดต่อเงื่อนไขของกฎหมาย ขณะที่ขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ขาดการรับฟังความเห็นจากประชาชนฝ่ายต่างๆอย่างตรงไปตรงมา แม้จะทำประชาพิจารณ์ถึง 4 ครั้ง แต่ก็ขาดการรับฟังความเห็นเบื้องต้น ก่อนการ ทำประชาพิจารณ์ทุกครั้ง จึงเป็นเหตุให้ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาว่า เป็นการแปรรูปผิดขั้นตอน มีผลให้ กฟผ.ต้องระงับการกระจายหุ้น และกลับคืนสู่สถานภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจดังเดิม

เมื่อไม่ได้กระจายหุ้นในตลาดหลัก ทรัพย์ จึงไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดได้รับผลกระทบจาก กฟผ. แต่ในกรณีของ ปตท. ซึ่งได้มีการกระจายหุ้นใน ตลาดหลักทรัพย์แล้ว ผลกระทบจึงมีสูง และไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะผู้ลงทุนจำนวน 700,000-800,000 บัญชีเท่านั้น หากแต่ยังกระทบถึงนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนผ่านกองทุนต่างๆในประเทศอีกถึง 11 ล้านคน

สำหรับข้อถกเถียงเรื่องการรอนสิทธิ์ในที่ดินเพื่อการวางท่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะหมดไปเมื่อ ปตท.ไม่มีสภาพเป็นรัฐ วิสาหกิจ ขณะนี้กฎหมายให้ ปตท.สามารถขอรอนสิทธิ์จากคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงานเป็นผู้อนุมัติได้ จากเดิมที่ ปตท.ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการอยู่

• บมจ.ปตท.ควรอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป หรือควร ให้รัฐบาลซื้อคืน

หากต้องการเอา ปตท.กลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้น 100% สิ่งแรกที่รัฐบาลต้องทำคือ ระดมเงินทุนกว่า 472,150 ล้านบาทเพื่อซื้อหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์คืน เพราะ ปตท.มีทุนจดทะเบียนทั้งหมด 2,816 ล้านหุ้น กระทรวงการคลังถืออยู่ 1,467 ล้านหุ้น คิดเป็น 52.17%

จึงเหลือจำนวนหุ้นที่รัฐบาลต้องใช้เงินเพื่อตั้งโต๊ะรับซื้อคืน 47.83% หรือ 1,349 ล้านหุ้น ซึ่งหากคำนวณจากราคาหุ้น ปตท.ที่ปิด ณ วันที่ 7 ธ.ค.2550 ที่ 356 บาท ก็ต้องใช้เงินกว่า 472,150 ล้านบาท ในการซื้อหุ้นกลับมาเป็นของรัฐบาล

จึงเกิดคำถามว่า รัฐบาลจะหาเงินจำนวนมากดังกล่าวมาจากไหน และในภาวะที่ประเทศไทยยังต้องการใช้เงินทุนเพื่อการพัฒนาในหลายด้าน โดยเฉพาะในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่อย่างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แต่รัฐกลับต้องนำเงินจำนวนมากไปซื้อหุ้น ปตท.คืน นอกจากจะเป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆไปแล้ว ยังไม่มีเหตุผลว่า จะเอา ปตท.กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่ออะไร ในขณะที่ ปตท.ได้ชื่อว่ามีการบริหารจัดการที่ดีที่สุด มีความสามารถในการทำกำไรได้สูงสุด ขณะเดียวกันยังสามารถเกื้อหนุนกิจกรรมสังคมได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังเป็นกิจการที่สามารถคานอำนาจ และแรง กดดันจากธุรกิจน้ำมันข้ามชาติได้เป็นอย่างดี

สำหรับการให้รัฐซื้อคืนในราคาเดิมที่เสนอขายครั้งแรกหุ้นละ 35 บาท ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนักลงทุนทั่วโลกจะมองประเทศไทยเหมือนเด็กเล่นขายของ จะเลยเถิดไปจนถึงขั้นเลิกทำการค้ากับประเทศไทยเพราะขาดความน่าเชื่อถือ เพราะหุ้น ปตท.ในปัจจุบันนักลงทุนได้เปลี่ยนมือกันมาหลายรอบแล้ว และต้นทุนราคาในตลาดหลักทรัพย์ก็เปลี่ยนไปเป็นหุ้นละ 356 บาทแล้ว

ที่สำคัญก็คือ หุ้นในกลุ่ม ปตท. ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 2.18 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 33.51% ของมูลค่ารวมของตลาด หากต้องถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยจะหมดลงในฉับพลัน

ถึงเวลานั้น เงินทุนจะไหลออกจากประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เพราะสับสนในความไม่แน่นอน และหันไปลงทุนใน ตลาดหุ้นประเทศอื่นแทน เมื่อไม่มีเงินลงทุนในประเทศไทย ก็จะทำให้อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลง ประเทศไทยจะมีสถานะที่เรียกได้ว่า ล้มทั้งยืนในทันที!!

ในขณะที่ ปตท.ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นบริษัทข้ามชาติไปแล้ว จะขาดความคล่องตัวในการดำเนินงาน และขยายกิจการ จากเดิมที่ สามารถระดมเงินทุนจากตลาดหลักทรัพย์ได้ ก็จะต้องเปลี่ยนไปกู้เงินมาลงทุนแทน ส่งผลให้ประเทศมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไปอีก.
 

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 03-06-2008, 23:50 »

อ้า...เสรีไทยข้อมูลเพียบ...ไม่ใช่จะด่ากันแบบมันๆ อย่างเดียว อิ อิ

 

ผมคิดว่าลดโทนด่าลงมาเป็นทำให้ฝั่งโน้นเป็นตัวตลกดีกว่าครับ

ปรับตัวลงเล่นแบบสุภาพ...คนดูก็รู้สึกดีขึ้น เหมือนที่เวทีพันธมิตรจัดวันนี้ดีเยี่ยม


 
บันทึกการเข้า

boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #14 เมื่อ: 04-06-2008, 00:13 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลคับ...

อย่างที่ผมบอก
อ้างถึง
คนที่รอหุ้นเข้าตลาด รอให้ราคาปรับตัวลงแล้วเข้าซื้อก็พอมี แต่นั่นก็อาจนับเนื่องจากบทเรียนกรณีหุ้นปตท.

คือคงไม่ใช่ว่าจะมีใครมารอซื้อที่ราคา 300-400 ในตอนนี้ และส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครทราบว่าปตท.มีศักยภาพในการทำกำไรแค่ไหน
ก่อนจะมาถึงราคาในปัจจุบัน นักลงทุนมีการเข้าซื้อและขายออกกันหลายต่อหลายรอบ
มีทั้งได้ที่กำไรมหาศาลกลายเป็นขาใหญ่ในตลาดหุ้นอย่างเช่นเสี่ยยักษ์ (อ่านบทสัมภาษณ์ "กูรูหุ้นพันล้าน วิชัย วชิรพงศ์")
ที่เข้าผิดจังหวะขาดทุนกันไปก็ไม่น้อย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรับรู้อยู่แล้ว

ประเด็นที่จขกท.หรือพันธมิตรต้องการจะบอกหรือตั้งคำถามก็คือ
การจัดสรรหุ้นให้กับพวกพ้องตัวเองรวมถึงใช้การการซื้อตัวนักการเมืองดังที่อดีตสว. มาลีรัตน์ แก้วก่าปราศรัยบนเวทีพันธมิตร
ที่เรียกว่า การใช้ข้อมูลวงใน หรืออินไซเดอร์ ซึ่งนักลงทุนนักเล่นหุ้นก็ทราบว่า เรื่องนี้มีอยู่จริง ทุกวันนี้ก็ยังดำรงอยู่

และผมเองก็เรียนแล้วว่าไม่เห็นด้วยหากจะเอาปตท.ออกจากตลาด
เพียงแต่จะมีวิธีจัดสรรประโยชน์อย่างไรให้กลับไปสู่สังคมมากยิ่งขึ้น..
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
Yai
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #15 เมื่อ: 04-06-2008, 00:19 »

ตอนนี้เอาคืนคงยากแล้วครับ เพราะตั้งแต่ศาลปกครองตัดสินครั้งผ่านมา เค้าก็บอกว่ามันกระทบผู้ถือหุ้น อันนี้ก็น่าจะเอารายชื่อผู้ถือหุ้นมาเปิดเผยหน่อยนะครับ
แล้วก็อาจจะถามความสมัครใจ ว่าอยากจะช่วยชาติหรือไม่ อาจจะขายคืนในราคาต่ำกว่าราคาตลาด แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่เค้าจะมาเปิดเผยรายชื่อ
พวกที่ไปซื้อกองทุนจากต่างประเทศ เพราะเจตนาต้องการหลบเลี่ยงไม่อยากเปิดเผยตัวตนอยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #16 เมื่อ: 04-06-2008, 00:30 »

ถ้าจะอ่านของไทยรัฐที่ยกมา  ต้องอ่านดี ดีๆนะครับ
อย่าอ่านผ่านๆ เดี๋ยวไม่อย่างนั้นจะเป็นหนังคนละม้วน
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #17 เมื่อ: 04-06-2008, 00:39 »

ยืนยันอีกครั้งว่าไทยรัฐระ-ยำครับ....เอิ้กกก
 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #18 เมื่อ: 04-06-2008, 11:00 »

ว่าแล้วก็มา พวกด่าเอามัน   
บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 04-06-2008, 11:31 »

บวกผู้ถึอหุ้นใหญ่ โดยรวมกองทุนของรัฐเข้าไปด้วย บวกยังไงก็ไม่ถึง 75% ตามเงื่อนไขอ่ะ ได้แค่ 69.94 เอง แถมกองทุนที่ว่า ไม่ใช่รัฐบาลถือร้อยเปอร์เซ็นจะมานับสัดส่วนทั้งหมดแล้วเอาไปบวกับหุ้นที่กระทรวงการคลังถือก็กระไรอยู่

ที่แอนติดใจคือ คณะกรรมการกำหนดราคาพลังงานมากกว่าอ่ะ ที่จริงการตั้งคณะกรรมส่วนนี้ควรจะมีตัวแทนฝ่ายผู้บริโภคเข้าไปร่วมด้วย ตกลงตอนนี้ท่อก๊าซคืนกันไปถึงไปนแล้วก็ไม่รู้

Reviewed Quarter 1 and Consolidated F/S (F45-3)                                 
               (Reviewed Quarter-1 and Consolidated F/S (F45-3))               
           Report: Reviewed Quarterly Financial Statements                     
                          Name PTT PUBLIC COMPANY LIMITED                       
                                                                               
                                                        Reviewed               
                                                     (In thousands)             
                                            Ending   31 March                   
  The Consolidated Financial Statement                                         
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)                26,132,555       22,573,037           
        EPS (baht)                         9.27              8.05               
                                                                               
                                                                               
  The Company Financial Statement                                               
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)               17,153,303        12,541,287           
        EPS (baht)                         6.09              4.47               
                                                                               

Reviewed Quarter-1 and Consolidated F/S (F45-3)                                 
          (Reviewed Quarter-1 and Consolidated F/S (F45-3))                     
    Reports: Reviewed Quarterly Financial Statements                           
    Name: PTT AROMATICS AND REFINING PUBLIC COMPANY LIMITED                     
            AND JOINT VENTURE COMPANY                                           
                                                                               
                                                        Reviewed               
                                                     (In thousands)             
                                                     Ending 31 March           
                                                                               
The Consolidated Financial Statement                                           
                                                       Quarter-1               
         Year                                 2008                   2007       
                                                                               
    Net profit (loss)                      1,487,632                  N/A       
    EPS (baht)                                 0.50                   N/A       
                                                                               
The Company Financial Statement                                                 
                                                       Quarter-1               
         Year                                  2008                   2007     
                                                                               
    Net profit (loss)                      1,518,317                  N/A       
    EPS (baht)                                 0.51                   N/A       
                                                                               

Reviewed Quarter 1 and Consolidated F/S (F45-3)                                 
               (Reviewed Quarter-1 and Consolidated F/S (F45-3))               
           Report: Reviewed Quarterly Financial Statements                     
                          Name PTT CHEMICAL PUBLIC COMPANY LIMITED             
                                                                               
                                                        Reviewed               
                                                     (In thousands)             
                                            Ending   31 March                   
  The Consolidated Financial Statement                                         
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)                5,715,217          2,674,533           
        EPS (baht)                       3.82          1.79                     
                                                                               
                                                                               
  The Company Financial Statement                                               
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)                4,125,110          1,867,889           
        EPS (baht)                       2.76          1.25       

Reviewed Quarter 1 and Consolidated F/S (F45-3)                                 
               (Reviewed Quarter-1 and Consolidated F/S (F45-3))               
           Report: Reviewed Quarterly Financial Statements                     
       Name PTT EXPLORATION AND PRODUCTION PUBLIC COMPANY LIMITED               
                                                                               
                                                        Reviewed               
                                                     (In thousands)             
                                            Ending   31 March                   
  The Consolidated Financial Statement                                         
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)                8,904,712          6,771,356           
        EPS (baht)                       2.70                2.06               
                                                                               
                                                                               
  The Company Financial Statement                                               
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)                5,648,896          4,513,411           
        EPS (baht)                       1.71                1.37           

Reviewed Quarter 1 and Consolidated F/S (F45-3)                                 
               (Reviewed Quarter-1 and Consolidated F/S (F45-3))               
           Report: Reviewed Quarterly Financial Statements                     
                          Name IRPC PUBLIC COMPANY LIMITED                     
                                                                               
                                                        Reviewed               
                                                     (In thousands)             
                                            Ending   31 March                   
  The Consolidated Financial Statement                                         
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)                1,628,126          2,757,634           
        EPS (baht)                         0.08               0.14             
                                                                               
                                                                               
  The Company Financial Statement                                               
                                               Quarter 1                       
                Year                       2008              2007               
                                                                               
        Net profit (loss)                1,177,948          2,432,879           
        EPS (baht)                          0.06              0.12   

ไม่รู้ครบยังนะคะ เพราะว่าถ้าจะดูงบจริง ต้องดูงบรวมใน 56-1 ว่าที่ Consolidated  มีบริษัทอะไรบ้าง และอะไรบ้างที่ไม่รวมในงบ อะไรบ้างที่นับซ้ำ ถามว่ารวมเท่าไหร่ ขี้เกียจหาให้อ่ะ ส่วนตัวเลขที่เค้าอ้างๆ กันน่าจะเอามาบวกๆ รวมกันหมดทั้งกลุ่มบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทที่เข้าไปถือหุ้น ที่วันก่อนใครว้า ออกมาปฏิเสธเสียงแข็งบอกว่า ไม่ใช่ๆ โรงกลั่นไม่ได้กำไรเยอะขนาดถึง 2 แสนล้าน อันนั้นเค้ารวมเอาส่วนอื่นที่ไม่ใช่โรงกลั่นเข้ามาด้วย  หลุดออกมา สารภาพเต็มๆ ว่า รวมๆ แล้วตัวเลข 2 แสนล้านอาจจะไม่ได้ผิดจากความเป็นจริงเท่าไหร่
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 04-06-2008, 12:17 »

บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #21 เมื่อ: 04-06-2008, 14:49 »

ผมยังมีคำตอบ ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้อยู่อีกตั้งหลายข้อ

  ถ้าวันนั้น ไม่มีการแปรรูป ปตท.

   1. อันไหนจะนำ เงินเข้าคลังมากกว่า กัน ชาติจะได้ประโยชน์เพิ่มหรือลดลง
   2. ราคาน้ำมันปตท.จะถูกกว่านี้หรือเปล่า  ถ้ามันถูกจริง  เอสโซ่ เชลล์ เขาจะอยู่กันยังไง
   3. ทรัพย์สินของชาติ มันเพิ่มมูลค่าขึ้น หรือว่าโดนขายไป
   4. เรารับได้หรือ ไม่ได้ ที่จะมีคนบางส่วนได้รับผลประโยชน์เพิ่มไปพร้อม กับชาติด้วย 

 
บันทึกการเข้า
BeastGuy
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210


« ตอบ #22 เมื่อ: 04-06-2008, 15:21 »

ก่อนจะทวงคืนต้องถามก่อนว่า
เมื่อก่อนตอนเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้ให้รัฐเท่าไหร่
แล้วพอมาเป็นเอกชนตอนนี้ ได้ให้รัฐเท่าไหร่
อย่างไหนมากกว่ากัน
ผมว่าถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่จนถึงตอนนี้ รัฐคงไม่ได้เงินเยอะขนาดนี้แน่ ๆ

ส่วนเรื่องผู้ถือหุ้น อันนี้ผมไม่เคลียร์เท่าไหร่
เห็นบอกว่า ยังไม่ได้ทันได้ยื่นจองเลย หุ้นหมดไปแล้ว
ขนาดไปต่อแถวตั้งแต่ตีสี่ยังไม่ได้
ไม่รู้ว่ากั้กหุ้นให้ใครหรือเปล่า ให้นักการเมืองที่ไหนหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้
แต่ดูในรายชื่อผู้ถือหุ้นแล้ว กลับเป็นพวกบริษัทต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นนอมินีใครอีกเหมือนกัน
ถ้าใครอธิบายเพิ่มเติมได้ ช่วยหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
เบื่อไอ้เหลี่ยม
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 389


« ตอบ #23 เมื่อ: 04-06-2008, 15:45 »

เลิกคิดได้เลย ทวงคืน ปตท น่ะ
การทวงคืน ปตท เหมือนกับการที่ผู้หญิงออกลูก แล้วจะเอาลูกกลับเข้าท้องอีกครั้งน่ะครับ มันทำได้ไหม  ถ้าทำได้ ต้องเปลืองตัว เปลืองแรงขนาดไหน ที่สุด ก้ทำไม่ได้ เพราะว่า ไอ้คนถือหุ้นมันไม่ยอมขายจะ ยึดคืนได้ยังไงครับ
บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #24 เมื่อ: 04-06-2008, 16:11 »

ก่อนจะทวงคืนต้องถามก่อนว่า
เมื่อก่อนตอนเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้ให้รัฐเท่าไหร่
แล้วพอมาเป็นเอกชนตอนนี้ ได้ให้รัฐเท่าไหร่
อย่างไหนมากกว่ากัน
ผมว่าถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่จนถึงตอนนี้ รัฐคงไม่ได้เงินเยอะขนาดนี้แน่ ๆ

ส่วนเรื่องผู้ถือหุ้น อันนี้ผมไม่เคลียร์เท่าไหร่
เห็นบอกว่า ยังไม่ได้ทันได้ยื่นจองเลย หุ้นหมดไปแล้ว
ขนาดไปต่อแถวตั้งแต่ตีสี่ยังไม่ได้
ไม่รู้ว่ากั้กหุ้นให้ใครหรือเปล่า ให้นักการเมืองที่ไหนหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้
แต่ดูในรายชื่อผู้ถือหุ้นแล้ว กลับเป็นพวกบริษัทต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นนอมินีใครอีกเหมือนกัน
ถ้าใครอธิบายเพิ่มเติมได้ ช่วยหน่อยครับ

การจำหน่าย นั้น เป็นการแบ่งโควต้าให้ 5 แบ๊งค์พาณิชย์ เป็นคนขาย
ก็เลยทำให้มีการกั๊ก หรือจองภายใน โดยลูกค้ารายใหญ่ๆ หรือ มีพระคุณกับแบ๊งค์ไปเป็นส่วนใหญ่ก่อนแล้ว
ทำให้  จำนวนทีเหลือออกขายคนที่ต่อคิวซื้อเพียงน้อยนิด หรือแทบไม่มีเลย
 ถ้าจะมีคนผิดก็ คนตั้งราคาขาย  ไม่รู้ว่าทำไมตั้งแค่ 35 บาท
 แต่มันคงจะเสียหายมากกว่านี้ถ้าตั้งราคาจอง50 บาท แต่พอปล่อยในตลาดกลับได้ 20 -30 บาท

บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #25 เมื่อ: 04-06-2008, 17:10 »

หลังจากเข้าตลาดราคามันก็ร่วงต่ำกว่าราคาวันแรกตั้งนานไม่เห็นมีคนซื้อ ตอนนี้ทำเป็นความจำเสื่อม
จำได้แต่วันแรกว่าแย่งกันจอง ไม่รู้จะถุยด้วยคำว่าอะไรดี รู้มั้ยองค์กรที่ได้โควต้าล็อตแรกแล้วเอาออก
มาขายทำกำไรหลายหมื่นล้านตอนราคามันไปหลายเท่าแล้วคือใคร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา
กษัตริย์ไง เผลอๆ ถ้าไม่ได้กำไรจากหุ้นปตท.นี้ อาจต้องตัดขายกิจการใหญ่ๆ ให้ต่างประเทศไปอีก
ก็ได้ หัดมองโลกในความเป็นจริงกันบ้างเหอะ ถ้าอยู่เป็นรัฐวิสาหกิจอย่างเมื่อก่อน กำไรเอาไปสร้าง
พระเมรุยังไม่พอเล้ย
บันทึกการเข้า
Rule of Law
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 185


« ตอบ #26 เมื่อ: 04-06-2008, 18:37 »

กำไรๆๆๆ  ส่งเงินให้หลวง พร้อมๆกับที่มีคนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์ไปด้วย แต่..

ถ้ามุ่งเน้นแต่การส่งเงินให้หลวง โดยค้ากำไรเกินควรกับคนไทยด้วยกันเอง
ไม่ได้พัฒนาการสร้างรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ....
ถามว่า แบบนี้ ปตท. จะมีบทบาทอะไรต่างจากกองสลาก


กองสลาก ตั้งขึ้นมาเพื่อดูดๆๆเงินจากคนไทยส่งให้หลวง  เท่านั้นเองจริงๆ
เราสร้าง ปตท ขึ้นมา เพื่อวัตถุประสงค์อย่างนี้หรือ

เชื่อขนมกินได้เลย ปตท.ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2521 ซึ่งมีวิกฤตการณ์น้ำมันทั่วโลก
วัตถุประสงค์หลักในการก่อตั้ง  ไม่ใช่เพื่อดูดเงินอย่างแน่นอน
ตั้งขึ้นเพื่อ ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ
ตั้งแต่เกิดมา milestones หลักของปตท.คือ บริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ควบคู่ไปกับเป็น dealer น้ำมัน

ในปัจจุบัน

ราคาน้ำมัน ปตท จะทำให้ถูกลงได้หรือไม่....

เรื่องนี้  ไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่รู้โครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง
ถ้าจะอ้างกันง่ายๆว่า  ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น เราจึงต้องใช้น้ำมันแพง เพราะเราต้อง import
แล้วการประกาศอ้างอิงราคาน้ำมันดิบจาก"แหล่งเดียว" ในตอนนี้
กับข้อเท็จจริงที่ว่า "เราซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งนั้นอย่างเดียวหรือ" มันยังไงกัน?
ส่วนต่างระหว่างราคาที่อ้าง  กับราคาที่ซื้อจริง  มันมีหรือเปล่า





ผลกำไรประมาณๆ1แสนล้านของปตท. หลักๆมาจาก 2 หน่วยธุรกิจเท่านั้น คือ ปตทสผ และกลุ่มก๊าซดูหน้า 102
http://www.pttplc.com/Files/Statement/91_T.pdf

เมื่อดูแล้ว จะเกิดคำถามทันทีว่า
ลูกค้าของ ปตทสผ มันเป็นใคร  ทำไมถึงฟันกำไรต่อยอดขายได้สูงขนาดนั้น?
คำตอบคือ  ปตทสผ ขายระหว่างกัน มากที่สุด  ฟันกำไรกันเองแบบโหดๆ

ลูกค้ากลุ่มก๊าซคือใคร? ปตท.ค้ากำไรจากลูกค้าตัวเองได้กว่าปีละ 5หมื่นล้านเชียวหรือ
คำตอบคือ ลูกค้ารายใหญ่ของก๊าซ คือ กฟผ ฮ่ะ...... (อ้างอิงจากกระทู้เก่าๆของคุณ jerasak)

EBIT ของก๊าซ กับ สผ รวมกัน  ประมาณ 1 แสนล้าน

คำถามสุดท้ายไอ้กำไรที่  ขายระหว่างกัน(สผ) รวมกับขายให้ กฟผ(ก๊าซ) 
คุณช่วยเอากำไรต่ำกว่า 1 แสนล้าน จะได้ไหม เพราะมันเป็นเงินคนไทยตาดำๆ?

คำตอบ.....................(เติมเอง)
(ไม่เป็นไรๆ ขอให้แบ่งเศษเนื้อเศษกระดูกให้หนูมั่ง หนูก็จะภักดีเหมือนหมาตัวหนึ่ง)








บันทึกการเข้า

Your C.V is nothing. Your future plan...is everything.
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #27 เมื่อ: 04-06-2008, 23:52 »

จะมองแต่รายได้รัฐที่เพิ่มขึ้นจากกำไรปตท.อย่างเดียวหรือ?

น้ำมันแพง มันคือ ต้นทุนการผลิต การให้บริการเพิ่ม > ผู้ผลิตและผู้ให้บริการสู้ราคาต้นทุนที่เพิ่มไม่ไหว > ขึ้นราคา ลดการผลิต ปรับปรุงการผลิต > ลดอัตรจ้างงาน >เพิ่มการว่างงาน >ลดการบริโภค (มันหมายถึง รัฐจะมีรายได้จากการเก็บภาษีจากการอุปโภคบริโภคลดลงไปเรื่อยๆ)

ดังนั่นระหว่างผลกำไรที่เพิ่มจากปตท. กับ รายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลงในระยะยาว สิ่งไหนมันเสียหายร้ายแรงกว่ากัน

ตัวอย่างง่ายๆ
1. ลองถามเกษตรกรสิ (ผู้ผลิต) ว่าเค้าเดือนร้อนจากปัญหาราคาน้ำมันแค่ไหน ถึงเค้าจะขายได้ราคาเพิ่มแต่กำไรมันไม่ได้เพิ่ม เนื่องจาก ผู้ซื้อลดลง เพราะราคาสินค้าที่แพงขึ้นแต่เงินเดือนเท่าเดิมหรือเพิ่มแค่เล็กน้อย
2. ลองถามคนขับแท็กซี่สิ(ผู้ให้บริการ) ว่าเค้าเดือนร้อนจากปัญหาราคาน้ำมันแค่ไหนถึงราคาจะเพิ่มขึ้นแต่กำไรมันไม่ได้เพิ่ม เนื่องจาก ผู้โดยสารลดลง เพราะราคาสินค้าที่แพงขึ้นแต่เงินเดือนเท่าเดิมหรือเพิ่มแค่เล็กน้อย

ทั้ง เกษตรกรและคนขับแท็กซี่ ก็ต้องเจอปัญหาสินค้าราคาแพงเช่นเดียวกันอาชีพอื่นๆ ถึงมีรายได้เพิ่มจากราคาที่เพิ่มขึ้น แต่มันก็แทปจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะ ราคาสินค้ามันแพงขึ้นเหมือนกัน?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2008, 18:24 โดย Iona » บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
room5
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 573



« ตอบ #28 เมื่อ: 05-06-2008, 02:55 »

[บ้านผมอยู่หลังการไฟฟ้า ตอนประท้วงไม่ให้ขายการไฟฟ้าไปทุกวันเลย
ข้างบ้านดูถูก (ตอนนั้น) พอมาเมื่อทิดที่แล้วเค้าคงได้ดูรายการตาสว่างมั้ง
ที่พูดเรื่องน้ำมัน มีหน้ามาบอกผมอีกว่า ดีนะที่การไฟฟ้าไม่แปรรูปด้วย

ผมเลยเอาตีนลูบหน้ามันไปที (คิดในใจ)
ผมก็ยิ้มๆไม่ได้พูดอะไร

พวกโง่ๆไม่ยอมสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆตัวมัน
พอภัยถึงตัวพึงจะมารู้สึก
นี่คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ
บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #29 เมื่อ: 05-06-2008, 04:33 »

บทความมาฝาก..

กรณี ปตท. หลังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
http://blogazine.prachatai.com/user/prasart/post/315


น้ำมันยิ่งแพง บริษัทน้ำมันยิ่งกำไร แต่ยิ่งไม่รับผิดชอบต่อสังคม
http://blogazine.prachatai.com/user/prasart/post/712

บทความที่ 2 อ่านประกอบ อาจไม่เกี่ยวกับปตท.โดยตรง แต่เป็นหนทางที่ปตท.อาจจะเลือกเดิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2008, 04:44 โดย boyk » บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #30 เมื่อ: 05-06-2008, 09:13 »

วันแรกที่ขาย ขายหมดเกลี้ยงจริง มีคนซื้อไม่ทันจริง
แต่ หลังจากนั้น ราคามันตกลง ถ้าใครซื้อไม่ทันวันแรก
สามารถ ช้อนซื้อได้ในตลาดหุ้น แถมในราคาที่ต่ำกว่าด้วย

 และเป็นอย่างนั้นอยู่หลายเดือน จนกระทั่งราคาหุ้นเริ่มสูงขึ้น

 คนที่ได้หุ้นในวันที่ขายวันแรก ไม่ค่อยคิดดีใจเรื่องที่ตัวเองได้หุ้นก่อน
กลับอิจฉา คนที่ช้อนซื้อราคาต่ำๆในตลาดเสียอีก

 


ราคาตกหลายวัน หรือ หลายเดือน...

คนที่ไม่ได้เป็น'insider' ไม่รู้หรอกว่าก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์
บริษัทฯ มีทรัพย์สินมากกว่า 400,000 ล้านบาท ด้วยภาษีประชาชน
เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปรับลดให้มีมูลค่าหุ้นประมาณ 200,000 ล้านบาท
จึงมีราคาค่าหุ้นประมาณ 20 บาทต่อหุ้น...

ถึงอย่างนั้น'ขาใหญ่' ก็ไม่หนำใจ
และไม่ต้องการให้สังคมคนกินหญ้าไม่พอใจ
จึงปั่นหุ้นกดราคาให้ต่ำลง
เพื่อจะได้อ้างอิงว่าราคาที่ตั้งไว้'เหมาะสม' หรือ 'เกินความจริง'......

'คนกินหญ้า' ชอบอ้างอิงอย่างเจ้าของคคห. เพื่อปลอบใจตนเอง
และปกป้อง'ขาใหญ่/นายใหญ่'......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2008, 09:21 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #31 เมื่อ: 05-06-2008, 09:30 »

รัฐบาล'ลูกกรอก' โดยกระทรวงการคลังของ'หมอเลี๊ยบ'
ต้องเรียก'ตัวแทนกระทรวงการคลัง'ซึ่งเป็น'กรรมการ' ไปกำหนดนโยบาย ราคา และผลกำไรขั้นใหม่
เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของประชาชนและภาคธุรกิจ....

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #32 เมื่อ: 05-06-2008, 11:04 »

ในช่วงภาวะวิกฤตสำนักงานทรัพย์สินฯ ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน สำนักงานทรัพย์สินฯ ในปี 2544 ได้ใช้ที่ดินของ
ทรัพย์สินฯ บริเวณสวนมิสกวัน และบริเวณคุรุสภา จำนวน 14,100 ตารางวา ซึ่งมีมูลค่า 1,198.5 ล้านบาท ไปแลกกับ
หุ้นของกระทรวงการคลังเพื่อไปเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ซึ่งกระทรวงการคลังได้
จัดสรรหุ้นให้แก่สำนักงานทรัพย์สินฯ จำนวน 34,242,857 หุ้น (ราคาหุ้นละ 35 บาท) โดยต้นปี 2547 ราคาหุ้นของ
ปตท. มีราคาเพิ่มขึ้นมาถึง 5เท่าตัว โดยมายืนอยู่ ณ ระดับ 140 – 170 บาท ส่งผลให้สำนักงานทรัพย์สินฯ มีกำไรจาก
การเพิ่มมูลค่าหุ้น ปตท. ไปเป็นจำนวนถึงกว่า 35,000 ล้านบาท ในเดือนกันยายน 2547 สำนักงานทรัพย์สินฯ ถือหุ้นใน
ปตท. เท่ากับ 16.4 ล้านหุ้น


ง่ายๆ แค่นี้เข้าใจหรือยังว่าใครได้ประโยชน์
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #33 เมื่อ: 05-06-2008, 11:22 »

ในช่วงภาวะวิกฤตสำนักงานทรัพย์สินฯ ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน สำนักงานทรัพย์สินฯ ในปี 2544 ได้ใช้ที่ดินของ
ทรัพย์สินฯ บริเวณสวนมิสกวัน และบริเวณคุรุสภา จำนวน 14,100 ตารางวา ซึ่งมีมูลค่า 1,198.5 ล้านบาท ไปแลกกับ
หุ้นของกระทรวงการคลังเพื่อไปเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ซึ่งกระทรวงการคลังได้
จัดสรรหุ้นให้แก่สำนักงานทรัพย์สินฯ จำนวน 34,242,857 หุ้น (ราคาหุ้นละ 35 บาท) โดยต้นปี 2547 ราคาหุ้นของ
ปตท. มีราคาเพิ่มขึ้นมาถึง 5เท่าตัว โดยมายืนอยู่ ณ ระดับ 140 – 170 บาท ส่งผลให้สำนักงานทรัพย์สินฯ มีกำไรจาก
การเพิ่มมูลค่าหุ้น ปตท. ไปเป็นจำนวนถึงกว่า 35,000 ล้านบาท
ในเดือนกันยายน 2547 สำนักงานทรัพย์สินฯ ถือหุ้นใน
ปตท. เท่ากับ 16.4 ล้านหุ้น


ง่ายๆ แค่นี้เข้าใจหรือยังว่าใครได้ประโยชน์

เคยได้ยินแต่การใช้ที่ดินแลกหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่เคยเห็นเรื่องเอาที่ดินแลกหุ้น ปตท.

ดูตอนนี้ในรายชื่อผู้ถือหุ้นก็ไม่เห็นมี สนง.ทรัพย์สินฯ และหุ้นจำนวน 34 ล้านหุ้นๆ ละ 35 บาท
ก็เป็นเงินแค่ ประมาณ 1200 ล้าน ถ้าราคาขึ้นเป็น 170 บาท ก็มีมูลค่าแค่ประมาณ 5800 ล้าน
ถ้าจะำำกำไรในส่วนนี้ก็แค่ 4600 ล้านบาท เอาตัวเลขที่ไหนมา 35,000 ล้าน... ข่าวมั่วชัดๆ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2008, 11:27 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #34 เมื่อ: 05-06-2008, 11:55 »

เคยได้ยินแต่การใช้ที่ดินแลกหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่เคยเห็นเรื่องเอาที่ดินแลกหุ้น ปตท.

ดูตอนนี้ในรายชื่อผู้ถือหุ้นก็ไม่เห็นมี สนง.ทรัพย์สินฯ และหุ้นจำนวน 34 ล้านหุ้นๆ ละ 35 บาท
ก็เป็นเงินแค่ ประมาณ 1200 ล้าน ถ้าราคาขึ้นเป็น 170 บาท ก็มีมูลค่าแค่ประมาณ 5800 ล้าน
ถ้าจะำำกำไรในส่วนนี้ก็แค่ 4600 ล้านบาท เอาตัวเลขที่ไหนมา 35,000 ล้าน... ข่าวมั่วชัดๆ 
กระทรวงการคลังจัดให้แค่นั้นตามข่าว ที่เหลือ สนง.ทรัพย์สินฯ ไม่ได้เป็นง่อย หาเองซื้อเองขายเองก็เป็น
(ในเมื่อมันได้กำไร ทำไมต้องรอให้รัฐป้อน) จนตัวเลขที่ได้มาเป็น 35,000 ล้าน รายละเอียดหาอ่านเอาได้ที่
Author ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์ 
Title โคตรเก่ง จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ยึด SCB คืนจากคลัง / ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์
Date 2547
บันทึกการเข้า
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #35 เมื่อ: 05-06-2008, 13:00 »

กำไรๆๆๆ  ส่งเงินให้หลวง พร้อมๆกับที่มีคนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์ไปด้วย แต่..

ถ้ามุ่งเน้นแต่การส่งเงินให้หลวง โดยค้ากำไรเกินควรกับคนไทยด้วยกันเอง
ไม่ได้พัฒนาการสร้างรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ....
ถามว่า แบบนี้ ปตท. จะมีบทบาทอะไรต่างจากกองสลาก


กองสลาก ตั้งขึ้นมาเพื่อดูดๆๆเงินจากคนไทยส่งให้หลวง  เท่านั้นเองจริงๆ
เราสร้าง ปตท ขึ้นมา เพื่อวัตถุประสงค์อย่างนี้หรือ



ขืนเราไม่สร้างปตทให้แข็งแรงมั่นคง สุดท้ายการบริหารงานจะสู้ บ.น้ำมันจากต่างชาติไม่ได้
เมื่อนั้น กำไรจากการค้าปลีกน้ำมันภายในชาติส่วนใหญ่ต้องตกอยู่ในมือของ บ.ต่างชาติแน่นอน
มันจะดีกว่าการส่งเงินให้หลวงตรงไหน

  เหมือนถ้าวันนี้ไม่มีกองสลาก จะมีเม็ดเงินจำนวนเท่าไหร่ ที่เข้าสุ่ธุรกิจมืดผิดกฎหมาย
สู้เอาเงินของคนอยากเสี่ยงโชคเข้าหลวง อย่างน้อยมันก็เอาไปพัฒนาชาติ
 อย่างนี้ดีแล้วเดี่ยวมันก็กลับมาหาเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
บันทึกการเข้า
Iona
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #36 เมื่อ: 05-06-2008, 15:12 »

แล้วคนเชียร์ทักษิณ จะไม่พูดถึงเลยหรือว่า ถ้าทักษิณไม่เอาไปแปรรูปเป็นของตัวเองและพวกพ้อง จะเกิดปัญหาพวกนี้ไหม? แต่กลับเอาประเด็นนี้ มาโยงที่สำนักงานทรัพย์สินฯ
(เรื่องนี้ทุกคนที่อ่าน ควรใช้วิจารณญาณให้มากๆ ว่าพวกเชียร์ทักษิณตามบอร์ด มีวัตถุประสงค์คืออะไร? เพราะ เห็นแถประมาณนี้กับเรื่องปตท.หลายบอร์ด)

ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทุกอย่างในประเทศ นั้นมีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในการเริ่มสร้างอยู่แล้ว ตั้งแต่ในอดีต (ไม่ว่าจะเป็นตัวเงิน ที่ดินหรืออื่นๆ ไม่เคยดูสารคดีหรือ)
และตลอดมา องค์กรรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ก็ไม่ได้เน้นสร้างผลกำไร แต่เน้นให้มีราคาต่ำ เพื่อผลักดันการพัฒนาประเทศก่อน ดังนั้น องค์กรเหล้านี้จึงมักปิดบัญชีด้วยผล เท่าทุนหรือขาดทุน

แล้วทำไม ไม่เอาตรงนี้มาพูดด้วยเหล่า (เค้าเหล่านี้รู้หรือจงใจไม่แก้ลงว่าไม่รู้?)


บันทึกการเข้า

เงินงบประมาณของประเทศที่นำไปใช้จ่ายต่างๆ มาจาก การจัดเก็บภาษีที่เราประชาชนคนไทยทุกคนต้องจ่ายกันอยู่แล้วทั้งจากภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม(vet 7) (ขอย้ำว่าทุกคนเพราะเมื่อเราได้ซื้อสินค้าใดๆ สินค้านั้นยอมมีต้นทุนมาจากการเสียภาษีแล้ว) หรือจากการจัดเก็บจากทรัพย์สินส่วนรวมของคนไทยทุกคนที่เกิดบนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษา ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิน แผ่นน้ำ ใต้แผ่นดิน ใต้แผ่นน้ำ ท้องฟ้า อวกาศ

เงินงบประมาณของประเทศ ไม่ได้มาจากเงินของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่มีใครสมควรอย่างยิ่งที่จะแอบอ้างว่าเงินนี้เป็นของตนนำมาแจกจ่าย การแอบอ้างนั้น เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม และไม่ยุติธรรมต่อความรู้ของทุกๆคนในประเทศที่ต้องเสียภาษี

อย่าโทษหรือด่าว่า คนที่เค้าไม่มีโอกาศเข้าถึงข่าวสารข้อมูล ปัญหาจะแก้ได้คือ ทำอย่างไรให้เค้าเหล่านั้น ได้เข้าถึงข่าวสารข้อมูล

หลอกคนไทยตลอดไป คิดว่าหลอกได้หรือ? รัฐบาลของทักษิณ

เป็นเรื่องแปลก...สิ่งที่คนโกงกลัวที่สุดคือ ....ไม่ได้มีชีวิตเพื่อใช้เงินที่โกงมา? ประวัติศาสตร์โลกมีให้เห็น
Rule of Law
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 185


« ตอบ #37 เมื่อ: 05-06-2008, 17:50 »

ขืนเราไม่สร้างปตทให้แข็งแรงมั่นคง สุดท้ายการบริหารงานจะสู้ บ.น้ำมันจากต่างชาติไม่ได้
เมื่อนั้น กำไรจากการค้าปลีกน้ำมันภายในชาติส่วนใหญ่ต้องตกอยู่ในมือของ บ.ต่างชาติแน่นอน
มันจะดีกว่าการส่งเงินให้หลวงตรงไหน

  เหมือนถ้าวันนี้ไม่มีกองสลาก จะมีเม็ดเงินจำนวนเท่าไหร่ ที่เข้าสุ่ธุรกิจมืดผิดกฎหมาย
สู้เอาเงินของคนอยากเสี่ยงโชคเข้าหลวง อย่างน้อยมันก็เอาไปพัฒนาชาติ
 อย่างนี้ดีแล้วเดี่ยวมันก็กลับมาหาเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม


ลากไปจนได้ ค้ากำไรเกินควร หมายถึงทำให้ ปตท แข็งแกร่ง.....

กำไรปีละ 1 แสนล้าน  ต่อให้เหลือปีละ 5 หมืนล้าน ก็ยังแข็งแกร่งได้
แต่มันไม่ทำหรอก  เพราะต้องแบ่งให้ nominee แดกด้วย



บันทึกการเข้า

Your C.V is nothing. Your future plan...is everything.
NA-KORN
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 221


« ตอบ #38 เมื่อ: 05-06-2008, 18:57 »

ขืนเราไม่สร้างปตทให้แข็งแรงมั่นคง สุดท้ายการบริหารงานจะสู้ บ.น้ำมันจากต่างชาติไม่ได้
เมื่อนั้น กำไรจากการค้าปลีกน้ำมันภายในชาติส่วนใหญ่ต้องตกอยู่ในมือของ บ.ต่างชาติแน่นอน
มันจะดีกว่าการส่งเงินให้หลวงตรงไหน

  เหมือนถ้าวันนี้ไม่มีกองสลาก จะมีเม็ดเงินจำนวนเท่าไหร่ ที่เข้าสุ่ธุรกิจมืดผิดกฎหมาย
สู้เอาเงินของคนอยากเสี่ยงโชคเข้าหลวง อย่างน้อยมันก็เอาไปพัฒนาชาติ
 อย่างนี้ดีแล้วเดี่ยวมันก็กลับมาหาเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม


ปตท.แข็งแรงขิ้น  แต่  ประชาอ่อนแอลง  มีประโยชน์อะไร
ต้องสำนึกให้ได้ว่า  ปตท. (รัฐวิสาหกิจ) ตั้งมาเพื่ออะไร
เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการพลังงานใช่หรือไม่  หากใช่ ทุกวันนี้
ปตท.(มหาชน) เพิ่มวิกฤตหรือลดวิกฤตกันแน่ 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #39 เมื่อ: 05-06-2008, 20:55 »

กระทรวงการคลังจัดให้แค่นั้นตามข่าว ที่เหลือ สนง.ทรัพย์สินฯ ไม่ได้เป็นง่อย หาเองซื้อเองขายเองก็เป็น
(ในเมื่อมันได้กำไร ทำไมต้องรอให้รัฐป้อน) จนตัวเลขที่ได้มาเป็น 35,000 ล้าน รายละเอียดหาอ่านเอาได้ที่
Author ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์ 
Title โคตรเก่ง จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ยึด SCB คืนจากคลัง / ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์
Date 2547

พอถูกจับผิดได้ ก็ด้นต่อไปเรื่อยว่า สนง.ทรัพย์สินฯ ซื้อขายเองจนกำไร 3 หมื่นกว่าล้าน 

ที่ตอบมาผมสงสัยว่า คุณอยากประหยัดฯ มั่วต่อเองหรือเปล่า เพราะข้อความที่คุณเอามาลง
ผมตรวจสอบแล้วพบว่าคุณไปลอกมาจากเอกสารเรื่อง ..

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กับบทบาทการลงทุนทางธุรกิจ ( ส่วนท้าย )
โดย รศ.ดร.พอพันธ์ อุยยานนท์

http://hello-siam.blogspot.com/2008/01/blog-post_12.html

คุณอยากประหยัดฯ ไปลอกมาทั้งดุ้นทุกตัวอักษร และเขาก็อ้างลอยๆ ว่าสนง.ทรัพย์สินฯ
กำไร 35,000 ล้านบาท โดยไม่ได้อธิบายว่าตัวเลขคำนวณมาจากอะไร แต่มีการอ้างอิง
บทความของ ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์ ซึ่งคุณอยากประหยัดฯ ก็ไปยกมาอ้างทั้งดุ้น
ทุกตัวอักษร ตอบผมอีก

ผมเชื่อว่าตัวคุณเองก็คงไม่เคยอ่านบทความของคุณทรงเกียรติฉบับจริง ทำได้แค่อ้าง
ตามเอกสารของ อ.พอพันธ์ ที่อ้างอิงบทความของ คุณทรงเกียรติ อีกที

ยิ่งไม่ต้องถามว่า คุณทรงเกียรติ เจ้าของบทความเป็นใคร มีหน้าที่รับผิดชอบอะไร
เกี่ยวข้องกับกรณีซื้อขายหุ้น ปตท. หรือไม่ หรือรู้ข้อมูล สนง.ทรัพย์สินฯ จริงหรือไม่
สุดท้ายคุณอยากประหยัดฯ ก็แค่พวกตัดแปะเอกสารชั้นรองที่เชื่อถืออะไรไม่ได้ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-06-2008, 21:20 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #40 เมื่อ: 05-06-2008, 22:04 »

หลังจากเข้าตลาดราคามันก็ร่วงต่ำกว่าราคาวันแรกตั้งนานไม่เห็นมีคนซื้อ ตอนนี้ทำเป็นความจำเสื่อม
จำได้แต่วันแรกว่าแย่งกันจอง ไม่รู้จะถุยด้วยคำว่าอะไรดี รู้มั้ยองค์กรที่ได้โควต้าล็อตแรกแล้วเอาออก
มาขายทำกำไรหลายหมื่นล้านตอนราคามันไปหลายเท่าแล้วคือใคร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา
กษัตริย์ไง เผลอๆ ถ้าไม่ได้กำไรจากหุ้นปตท.นี้ อาจต้องตัดขายกิจการใหญ่ๆ ให้ต่างประเทศไปอีก
ก็ได้ หัดมองโลกในความเป็นจริงกันบ้างเหอะ ถ้าอยู่เป็นรัฐวิสาหกิจอย่างเมื่อก่อน กำไรเอาไปสร้าง
พระเมรุยังไม่พอเล้ย

ถ้า สนง.ทรัพย์สินฯ ขายหุ้นทำกำไร 35,000 ล้านบาทอย่างที่คุณอยากประหยัดฯ เอามาแปะจริง
ผมลองคำนวณคร่าวๆ ถ้ากำไร 170-35=135 บาทต่อหุ้น จะต้องซื้อขายหุ้นกว่า 259 ล้านหุ้น
โดยต้องซื้อที่ราคาหุ้นละ 35 บาท และขายได้ที่ 170 บาททั้งหมด
ถ้าจะกล่าวหา คุณอยากประหยัดฯ ไปหาหลักฐานการซื้อขายหุ้น 259 ล้านหุ้นมาให้ดูสิครับ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #41 เมื่อ: 06-06-2008, 06:14 »

ถ้า สนง.ทรัพย์สินฯ ขายหุ้นทำกำไร 35,000 ล้านบาทอย่างที่คุณอยากประหยัดฯ เอามาแปะจริง
ผมลองคำนวณคร่าวๆ ถ้ากำไร 170-35=135 บาทต่อหุ้น จะต้องซื้อขายหุ้นกว่า 259 ล้านหุ้น
โดยต้องซื้อที่ราคาหุ้นละ 35 บาท และขายได้ที่ 170 บาททั้งหมด
ถ้าจะกล่าวหา คุณอยากประหยัดฯ ไปหาหลักฐานการซื้อขายหุ้น 259 ล้านหุ้นมาให้ดูสิครับ 


หุ้นมันวันนึงซื้อขายได้ตั้งหลายรอบ ไม่จำเป็นต้องซื้อขายทีเดียวล็อตเดียวแล้วได้กำไรขนาดนั้น
ไม่ทราบว่ารู้จักการซื้อขายหุ้นในตลาดหรือเปล่า

ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ของโครงการที่มีที่มาที่ไปนี้ ถ้ามีข้อสงสัยก็ไปถามเจ้าของโครงการได้
หรือถ้ามีการแจกจ่ายข้อมูลอันเป็นเท็จ สำนักงานทรัพย์สินก็มีสิทธิฟ้องได้เช่นกัน ไม่ใช่ว่าสำนัก
งานทรัพย์สินจะฟ้องไม่เป็น ปกติก็ฟ้องไล่ที่ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยเป็นประจำ สำนักงานทรัพย์สิน
เองยังไม่มาปฏิเสธเลยว่าข้อมูลนี้เท็จ แล้วจะมาสงสัยอะไร ไม่ใช่ข้อมูลใบปลิวแจกซะหน่อย
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #42 เมื่อ: 06-06-2008, 18:47 »

หุ้นมันวันนึงซื้อขายได้ตั้งหลายรอบ ไม่จำเป็นต้องซื้อขายทีเดียวล็อตเดียวแล้วได้กำไรขนาดนั้น
ไม่ทราบว่ารู้จักการซื้อขายหุ้นในตลาดหรือเปล่า

ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ของโครงการที่มีที่มาที่ไปนี้ ถ้ามีข้อสงสัยก็ไปถามเจ้าของโครงการได้
หรือถ้ามีการแจกจ่ายข้อมูลอันเป็นเท็จ สำนักงานทรัพย์สินก็มีสิทธิฟ้องได้เช่นกัน ไม่ใช่ว่าสำนัก
งานทรัพย์สินจะฟ้องไม่เป็น ปกติก็ฟ้องไล่ที่ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยเป็นประจำ สำนักงานทรัพย์สิน
เองยังไม่มาปฏิเสธเลยว่าข้อมูลนี้เท็จ แล้วจะมาสงสัยอะไร ไม่ใช่ข้อมูลใบปลิวแจกซะหน่อย

คุณอยากประหยัดฯ แค่ยอมรับมาตรงๆ ว่าเดาเรื่องซื้อขายหุ้นเอาเองโดยไม่หลักฐานก็พอแล้ว
และข้อมูลที่คุณใช้ก็แค่เอกสารชั้นรองของ อ.พอพันธ์ ที่ไปอ้างอิงข้อมูลคนอื่นอีกทีไม่ได้ทำเอง

การที่ สำนักงานทรัพย์สินฯ ไม่ฟ้องร้อง ไม่ได้หมายความว่าให้การรับรองความถูกต้องนะครับ
ถ้าผมเป็นผู้บริหาร สนง.ทรัพย์สินฯ ก็คงไม่ไปยุ่งวุ่นวายให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะสถานะ
ของ สนง.ทรัพย์สินฯ ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

วิทยานิพนธ์ประเภทที่ไม่ได้ทำข้อมูลเองแต่ใช้วิธีอ้างงานคนอื่น ความน่าเชื่อถือก็ไม่มากไปกว่า
งานของคนอื่นที่อ้างถึงเท่านั้น บทความของคุณทรงเกียรติที่อ้างถึงก็แค่บทความที่ไปเขียนลง
ในนิตยสารฉบับหนึ่ง ไม่ใช่งานวิจัยอะไรทั้งนั้น ไม่ได้มีความน่าเชื่อถือตรงไหน

ถ้าจะอ้างง่ายๆ แค่เอกสาร อ.พอพันธ์ ไม่มีอย่างอื่น ผมว่าคุณใช้ข้อมูลแบบกลวงๆ นะ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #43 เมื่อ: 06-06-2008, 21:32 »

ถ้าใช้ตรรกะแบบที่ว่าวิทยานิพนธ์ไม่น่าเชื่อถือ ข้อมูลจากหนังสือ(ไม่ใช่นิตยสาร)ที่พิมพ์ขายทั่วไป
ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม อ้างอิงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันยังโกหกได้ แบบนี้ข้อมูลจากเวทีพันธมิตร
เกือบทุกเรื่องก็กลายเป็นเรื่องโกหกหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่ใช้วิธีอนุมาน เช่น โภคินต้องเอาความ
ลับไปบอกทักษิณ วินมาร์คมีทักษิณเป็นเจ้าของ ก็เป็นเรื่องไร้สาระหาที่มาที่ไปไม่ได้ไปหมด เพราะไม่
เคยมีใครเอาข้อมูลที่เป็นหลักฐานมาบอก ถ้าจะดัดจริตเชื่อยากก็ขอให้มีมาตรฐานหน่อยเหอะ ไม่ใช่
หนังสือ วิทยานิพนธ์ ในท้องตลาดใครคิดจะโกหกอย่างไรก็ทำได้ โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน ใช้สมองหน่อย
นะครับ ไม่ใช่ตะแบงอย่างเดียว
บันทึกการเข้า
KILL...ER
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #44 เมื่อ: 06-06-2008, 21:44 »

คุณอยากประหยัดฯ แค่ยอมรับมาตรงๆ ว่าเดาเรื่องซื้อขายหุ้นเอาเองโดยไม่หลักฐานก็พอแล้ว
และข้อมูลที่คุณใช้ก็แค่เอกสารชั้นรองของ อ.พอพันธ์ ที่ไปอ้างอิงข้อมูลคนอื่นอีกทีไม่ได้ทำเอง

การที่ สำนักงานทรัพย์สินฯ ไม่ฟ้องร้อง ไม่ได้หมายความว่าให้การรับรองความถูกต้องนะครับ
ถ้าผมเป็นผู้บริหาร สนง.ทรัพย์สินฯ ก็คงไม่ไปยุ่งวุ่นวายให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะสถานะ
ของ สนง.ทรัพย์สินฯ ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

วิทยานิพนธ์ประเภทที่ไม่ได้ทำข้อมูลเองแต่ใช้วิธีอ้างงานคนอื่น ความน่าเชื่อถือก็ไม่มากไปกว่า
งานของคนอื่นที่อ้างถึงเท่านั้น บทความของคุณทรงเกียรติที่อ้างถึงก็แค่บทความที่ไปเขียนลง
ในนิตยสารฉบับหนึ่ง ไม่ใช่งานวิจัยอะไรทั้งนั้น ไม่ได้มีความน่าเชื่อถือตรงไหน

ถ้าจะอ้างง่ายๆ แค่เอกสาร อ.พอพันธ์ ไม่มีอย่างอื่น ผมว่าคุณใช้ข้อมูลแบบกลวงๆ นะ 

โธ่... น้า..jerasak  ไปเถียงกะผู้เชียวชาญด้าน CPB เค้าได้ไง

ระดับน้า ยังถือว่า ห่างชั้นมาก
บันทึกการเข้า

จงภาคภูมิใจในความเป็นไพร่กระฎุมพี
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #45 เมื่อ: 07-06-2008, 03:17 »

ถ้าใช้ตรรกะแบบที่ว่าวิทยานิพนธ์ไม่น่าเชื่อถือ ข้อมูลจากหนังสือ(ไม่ใช่นิตยสาร)ที่พิมพ์ขายทั่วไป
ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม อ้างอิงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันยังโกหกได้ แบบนี้ข้อมูลจากเวทีพันธมิตร
เกือบทุกเรื่องก็กลายเป็นเรื่องโกหกหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่ใช้วิธีอนุมาน เช่น โภคินต้องเอาความ
ลับไปบอกทักษิณ วินมาร์คมีทักษิณเป็นเจ้าของ ก็เป็นเรื่องไร้สาระหาที่มาที่ไปไม่ได้ไปหมด เพราะไม่
เคยมีใครเอาข้อมูลที่เป็นหลักฐานมาบอก ถ้าจะดัดจริตเชื่อยากก็ขอให้มีมาตรฐานหน่อยเหอะ ไม่ใช่
หนังสือ วิทยานิพนธ์ ในท้องตลาดใครคิดจะโกหกอย่างไรก็ทำได้ โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน ใช้สมองหน่อย
นะครับ ไม่ใช่ตะแบงอย่างเดียว

ผมอ่านที่คุณตอบแล้ว ผมไม่เข้าใจประเด็นของคุณนะ ตกลงจะสรุปว่าอย่างไรแน่

คุณจะยืนยันว่าวิทยานิพนธ์ที่อ้างอิงบทความในนิตยสารรายเดือนมีความน่าเชื่อถือ
ทั้งที่คุณเองยังไม่เคยอ่านบทความที่ว่ามาก่อนอย่างนั้นหรือ?

ก่อนหน้านี้ก็ดั้นเมฆอธิบายตัวเลขลอยๆ 35,000 ล้านที่ไม่รู้ว่าคำนวณมาอย่างไร
ว่า สนง.ทรัพย์สินฯ ซื้อขายเองจนได้กำไรเท่านั้น

การทำวิทยานิพนธ์ เมื่ออ้างอิงเอกสารประกอบ จะมีระดับชั้นของความน่าเชื่อถือ
เรื่องนี้ไม่ใช่การดัดจริตเชื่อยาก หรือไม่มีมาตรฐาน แต่มาตรฐานเป็นแบบนี้จริงๆ
คุณคิดว่าบทความที่เขียนลงในนิตยสารรายเดือนมีความน่าเชื่อถือแค่ไหนล่ะครับ


ข้อมูลจากเวทีพันธมิตร รวมทั้งเรื่องอื่นๆ เช่น โภคินเอาความลับไปบอกทักษิณ
วินมาร์คมีทักษิณเป็นเจ้าของ เป็นแค่ความเชื่อทั้งนั้น ใครเคยยืนยันหรือครับ
ว่าจริงแท้แน่นอน ทั้งคุณทั้งผมก็รู้กันอยู่ว่าัยังเป็นแค่ข้อสงสัย ซึ่งผมก็ยืนยันว่า
ผมสงสัยจริงๆ เพราะมีเหตุผลแวดล้อมต่างๆ ที่น่าสงสัย เรื่องนี้เราเคยคุยกันแล้ว
และผมก็ยกตัวอย่างมาประกอบยืดยาว
..ไม่ใช่มีแค่เอกสารชิ้นเดียวด้วนๆ อ้างอิงนิตยสารรายเดือนแบบของคุณ.. 

วิทยานิพนธ์ของ อ.พอพันธ์ ถึงเกี่ยวพันสถาบันฯ แต่ใช้วิธีอ้างอิงงานเขียนคนอื่น
ผู้เรียบเรียงจึงไม่ต้องรับผิดชอบความถูกต้องของเนื้อหา เหมือนกับผมอ้างอิง
ว่า "อยากประหยัดให้ติดแก๊ส กล่าวว่า สนง.ทรัพย์สินฯ หาเองซื้อเองขายเอง
จนกำไรหุ้น ปตท. 35,000 ล้านบาท : เสรีไทยเว็บบอร์ด 05-06-2008"


จนถึงป่านนี้คุณยังหาข้อมูลมายืนยันไ่ม่ได้เลยว่า 35,000 ล้านบาทมาจากไหน
วนไปวนมาก็หยุดอยู่แค่เอกสารชิ้นเดียวที่ไม่มีรายละเอียด ใครกันแน่ที่ตะแบง 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2008, 03:20 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #46 เมื่อ: 07-06-2008, 03:18 »

โธ่... น้า..jerasak  ไปเถียงกะผู้เชียวชาญด้าน CPB เค้าได้ไง

ระดับน้า ยังถือว่า ห่างชั้นมาก

ใครคือผู้เชี่ยวชาญด้าน CPB หรือครับ?

ไม่ทราบตำแหน่งที่ว่านี้ใครเป็นแต่งตั้ง?
หรือว่าเป็นเหล่าสาวกที่ประชาไท? 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
ปรมาจารย์เจได
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,771


รักแท้ก็เหมือนผี รู้ว่ามี แต่ไม่เคยเจอ


« ตอบ #47 เมื่อ: 07-06-2008, 03:35 »

หาก ปตท ยังเป็นบริษัทเอกชนที่สามารถควบคุมราคาน้ำมันในประเทศได้แบบนี้ มันไม่เสรีหรอก
ใครหน้าไหนจะเข้ามาขายถูกกว่า ปตท ก็ไม่ได้
อย่างนี้มันแข่งขันเสรีที่ไหน

อยากลอยตัวราคาน้ำมันบ้าบอก็ทำไป แต่เอากฏหมายที่ให้ ปตท ควบคุมบริษัทน้ำมันอื่นๆที่มาแข่ง ปตท ด้วย
บันทึกการเข้า

http://www.oknation.net/blog/jedimaster



"เมืองดอกบัวงาม  แม่น้ำสองสี  มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน  ถิ่นไทยนักปราชญ์  ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามลำเทียนพรรษา  ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์"

ไม่มีใครเน่าบริสุทธิ์ดุจดั่งมูล ประชาชินสมบูรณ์ซะที่ไหน เมื่อยืนหยัดโชว์จู๋และปาขี้ ประชาชินย่อมมีชีวิตใหม่ เมื่อท้องฟ้าสีขี้ผ่องอำไพ เหลี่ยมจันไsย่อมเป็นใหญ่อยู่ใต้ดิน ...

ขอเชิญร่วมกลุ่มต้านทักษิณใน hi5 ครับ

THAKSIN get out !!
http://www.hi5.com/friend/group/1123605--THAKSIN%2Bget%2Bout%2521%2521--front-html

say no to thaksin !
http://www.hi5.com/friend/group/1186900--say%2Bno%2Bto%2Bthaksin%2B%2521--front-html
KILL...ER
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



« ตอบ #48 เมื่อ: 07-06-2008, 07:18 »

ใครคือผู้เชี่ยวชาญด้าน CPB หรือครับ?

ไม่ทราบตำแหน่งที่ว่านี้ใครเป็นแต่งตั้ง?
หรือว่าเป็นเหล่าสาวกที่ประชาไท? 

น้า jerasak หาข้อมูลแต่ใน google แต่เค้าลงทุนวิ่งไป กระทรวงพานิชย์ ไปหมกตัวอยู่หอสมุดฯ จะไปเทียบชั้นเค้าได้ไงครับ เรื่องเนี้ยะ 
บันทึกการเข้า

จงภาคภูมิใจในความเป็นไพร่กระฎุมพี
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #49 เมื่อ: 07-06-2008, 10:22 »

น้า jerasak หาข้อมูลแต่ใน google แต่เค้าลงทุนวิ่งไป กระทรวงพานิชย์ ไปหมกตัวอยู่หอสมุดฯ จะไปเทียบชั้นเค้าได้ไงครับ เรื่องเนี้ยะ 

อย่างนั้นหรือครับ..

คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมหาข้อมูลแต่ใน google
ผมจะบอกให้ว่ายุคสมัยนี้แล้ว ติดต่อกับคน
ที่รับผิดชอบโดยตรงยังง่ายกว่าค้น google

ถ้าผู้เชี่ยวชาญของคุณไปอ้างอิงข้อมูลจาก
บทความในนิตยสารรายเดือน ผมก็สงสัยว่า
คนเขียนบทความกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ CPB
ไปด้วยหรืออย่างไร


ต่อให้เขาลงทุนวิ่งไปกระทรวงพานิชย์ หรือ
ไปหมกตัวอยู่หอสมุดฯ มันก็ไม่ทำให้ข้อมูล
ในนิตยสารรายเดือนน่าเชื่อถือขึ้นมาได้


แค่อ้างอิงข้อความที่คนอื่นเขียนมาเท่านั้น
มันจะไปยากอะไร ยกตัวอย่างเช่น

"อยากประหยัดให้ติดแก๊ส กล่าวว่า สนง.ทรัพย์สินฯ หาเองซื้อเองขายเอง
จนกำไรหุ้น ปตท. 35,000 ล้านบาท : เสรีไทยเว็บบอร์ด 05-06-2008"


หรือ

"KILL...ER กล่าวว่า ผู้เชียวชาญด้าน CPB ลงทุนวิ่งไป กระทรวงพานิชย์
ไปหมกตัวอยู่หอสมุดฯ : เสรีไทยเว็บบอร์ด 6-7 มิุถุนายน 2551"


เป็นไงครับ ตอนนี้ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญ CPB หรือยัง
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2008, 10:24 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: