ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
11-07-2020, 02:57
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  **เปิดแผนสังหาร..!!!!???** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
**เปิดแผนสังหาร..!!!!???**  (อ่าน 5098 ครั้ง)
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #50 เมื่อ: 05-06-2008, 17:01 »

อ่านจบตอนที่ 3 แล้วค่ะ
อย่าลืมเอาตอนที่ 4 มาให้อ่านเร็ว ๆ นะคะ..
ตามอ่านอยู่

ถึงตอนที่ 3 แล้ว คุณใบไม้ทะเล ยังไม่ออกมาแสดงเลยค่ะ... รออยู่นะคะ.. 
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #51 เมื่อ: 05-06-2008, 18:47 »


ชิมไปอ่านไปค่ะ
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #52 เมื่อ: 05-06-2008, 19:05 »

มารอติดตามครับ

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
ABCAB
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 311


Wipe out Thaksin


« ตอบ #53 เมื่อ: 05-06-2008, 21:07 »

ได้อ่านเรื่องยาวคุณบอนนี่อีกแล้ว

ชอบ ชอบ ครับ


ขอ copy ไว้ก่อน จะอ่านอีกทีครับ

(ต้องรอตอนจิตว่างๆ หน่อย)



 
บันทึกการเข้า

.....................................................

* * W A N T E D - DEAD OR ALIVE * *

73,000 million Baht PRICED !! A "walk-like-a-man" gator
Accused in swallowing his own mother land in cheap !!
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #54 เมื่อ: 05-06-2008, 21:13 »

มีรายการแอบไปติวกันสองคนด้วย   อิจฉาาาาา   
บันทึกการเข้า
Gu
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 68



« ตอบ #55 เมื่อ: 06-06-2008, 09:27 »

รอ รอ รออออ
บันทึกการเข้า

ชีวิตคือการเดินทางบางครั้งการเดินทางก้อแสนจะยาวนานเกินไปสำหรับชีวิตคนหนึ่งคน
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #56 เมื่อ: 07-06-2008, 12:17 »

สวัสดีครับ..
มาส่งการบ้านตอนสุดท้ายนะครับ..

สังเกตดู กระทู้นี้แม้คนตอบไม่เยอะ แต่จำนวนคลิกเข้ามาเยอะมากๆ แสดงว่า ละครสนุก
ยังไงช่วยเข้ามาแสดงตัวด้วยก็ดีนะครับ
..............................................................................................


ตอนที่ 4 ..วันสังหาร..


ที่โฮเต็ล เดอ ลา แปกซ์วันนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชามากหน้าหลายตาเดินเข้าเดินออกในโรงแรมตลอดเวลา ด้านนอกของโรงแรมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินลาดตระเวนกันอย่างขวักไขว่ และที่หน้าประตูทางเข้าด้านนอกก็มีการตรวจตราผู้ที่จะผ่านเข้าออกอย่างละเอียดยิบ แม้แต่มด หรือ แมลงสาปก็ยังยากที่จะหลุดรอดเครื่องมือในการตรวจตราไปได้

ชายผมขาวและชายหัวล้านถูกนำมาปล่อยในบริเวณใกล้เคียงกับที่ต้องดักซุ่มตั้งแต่เช้ามืด ขณะที่ชายนิรนามแฝงตัวอยู่ในสถานที่ที่ไม่เปิดเผยไม่ไกลจากโรงแรมนัก

“วันนี้มาถึงเสียที”  ชายนิรนามที่นั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุคพึมพำ เขาถอดแว่นตาสีดำออกแล้วเอานิ้วมือบีบที่หัวตาของตัวเองแรงๆ  ดวงตาทั้งคู่ที่เคยเป็นอาวุธสำคัญในการเจาะใชความรู้สึกของผู้อื่นตลอดมา บัดนี้ไม่เหลือวี่แววของความมั่นคงให้เห็นเอาเสียเลย เขาแทบจะพยุงเปลือกตาทั้งสองข้างให้เผยอขึ้นพร้อมๆ กันต่อไปไม่ไหวแล้ว

ความอิดโรยจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันมาหลายคืนทำให้ชายวัยกลางคนผู้นี้ต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะในที่สุด

เวลา 16.00 น.
ที่หน้าโรงแรมมีความเคลื่อนไหวอย่างผิดสังเกตเกิดขึ้น เมื่อรถเบนซ์สีดำติดฟิล์มกรองแสงสีดำมืดสองคันแล่นเข้ามาจอดภายในโรงแรม หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ไม่ทราบสังกัดกรูกันเข้าไปห้อมล้อมรถคันที่สอง คนขับเปิดประตูแล้ววิ่งอ้อมมาอีกด้านเพื่อเปิดประตูให้ผู้ที่นั่งอยู่เบาะนั่งด้านหลัง  ชายผิวขาวผมสีดำเป็นเงาก้าวลงมาจากรถพร้อมรอยยิ้ม ขยับเสื้อแจ็คเก็ตให้เข้าที่ แล้วยื่นมือออกไปสัมผัสกับฝรั่งผู้บริหารของโรงแรมที่นำพนักงานออกมายืนเรียงแถวต้อนรับยาวถึงปากประตู

เวลา 18.05 น.
ที่หน้าโรงแรมมีรถนำขบวนขับเข้ามาอีกครั้ง ตามด้วยรถของผู้บริหารประเทศกัมพูชาหลายคันเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง หน่ายรักษาความปลอดภัยตั้งด่านตรวจคนเข้าออกอย่างเข้มงวดและไม่อนุญาตให้มีรถเข้าออกในโรงแรมอีกต่อไป

เวลา 19.37 น.  
สัญญาณโทรศัพท์มือถือของชายนิรนามก็ดังขึ้นสองครั้งก่อนจะดับไป  ชายนิรนามกดหน้าจอดูหมายเลขแล้วรีบกดโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนในทันที

เวลา 19.39 น.  
ท่ามกลางลมที่พัดกรรโชกแรงเป็นระยะๆ บนต้นตะเคียนใหญ่ที่มีแคร่ปลูกเอาไว้ระหว่างสองกิ่งใหญ่  ชายคนหนึ่งกำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนนั้น

“เฮ้ย..! อะไรกันวะ อย่าเพิ่งตกนะเว้ย”  ชายผมขาวส่งเสียงวิงวอน เมื่อได้รับสัมผัสกับสายลมที่เริ่มเปียกชื้น ละอองฝนที่โปรยมากับสายลมปะทะใบหน้าของเขา  ท้องฟ้าเบื้องหน้า มีสายฟ้าแลบแปลบๆ ตามมาด้วยเสียงฟ้าคำรามครืนๆ

ชายผมขาวรีบเก็บโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในซอกอกที่มีเสื้อแจ็คเก็ตทับนอกอยู่ และใช้มือที่สั่นเทาล้วงออกมาดูทุก 30 วนาทีด้วยความกระวนกระวายใจ

“โห..โหย..ทำไมมือมันสั่นไปหมดอย่างนี้วะ”  เขาพยายามประคองไม่ให้โทรศัพท์หล่นจากมือ แล้วเอามันซุกกลับเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตตามเดิม

ฝนเริ่มหนาเม็ดขึ้นแล้ว และอาจทวีความรุนแรงขึ้นมาจนกลายเป็นพายุเมื่อไรก็ได้

“โธ่..โธ่ สวรรค์..ทำไมไม่เห็นใจกันบ้างง..เลยยย”  ชายผมขาวเอามือลูบใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน เขาถอดแว่นตากลางคืนออกมาเช็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปากก็พร่ำบ่นทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เป็นใจเรื่อยไป

“ทำไมจนป่านนี้ สัญญาณที่สองยังไม่ยิงเข้ามาอีกนะ..เอ..หรือว่า..คลื่นโทรศัพท์ใช้การไม่ได้..”  ชายผมขาวเกิดอาการวิตกกังวลจนแทบจะกลายเป็นบ้า แอบมองระดับสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ซุกอยู่ในเสื้อที่หน้าอกเป็นระยะๆ อย่างไม่ไว้วางใจ

เวลา 19.47 น.  
โดยยังไม่มีสัญญาณเตือนมาล่วงหน้า ไฟหน้าของรถคันหนึ่งก็สาดออกมาจากหัวโค้ง..

“มะ..มา..แล้ว เฮ่ย..ทำไมไม่ยิงสัญญาณที่สองมาก่อนวะ..”  ชายผมขาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากอกเสื้อ แล้วเอานิ้วจ่อไว้ที่ปุ่มที่ต้องการกด

“รถคันที่สอง..รถคันที่สอง..รถคันที่....” 

รถคันแรกผ่านหัวโค้งออกมาแล้ว แต่ไม่มีวี่แววไฟหน้าของรถคันที่สองส่องตามมาอย่างที่คาดไว้

“หรือว่าไม่ใช่..”  ชายผมขาวเริ่มไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น  นิ้วของเขาที่จ่อไว้ที่ปุ่มที่ต้องการกดเริ่มเกร็งจนแข็งไปแล้ว

รถเก๋งสีดำที่แล่นออกมาจากหัวโค้งวิ่งตรงมาตามถนนก่อนจะชลอความเร็วแล้วจอดอยู่ใกล้ๆ กับต้นไม้ที่ชายผมขาวซุ่มอยู่

“ซวยแล้วเว๊ย..”  ชายผมขาวเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของกิ่งไม้ซึ่งขณะนี้ขย่มไปมาด้วยแรงกรรโชกของลม

ชายสองคนวิ่งออกมาจากรถพร้อมอาวุธปืนในมือ.. ตรงเข้ามาที่ต้นตะเคียนใหญ่ที่ชายผมขาวซุ่มอยู่

“ลงมาจากบนแคร่ได้แล้ว”  เสียงตะโกนเป็นภาษาไทยดังขึ้นพร้อมกับลำปืนที่จ่อมาที่ตรงชายผมชาวแอบอยู่พอดี  แสงจากไฟฉายกระบอกโตส่องตัดความมืดขึ้นมาจนกระทบกับสายตาของชายผมขาวอย่างจัง

“ผมไม่มีอาวุธ ผมไม่มีอาวุธ อย่ายิงนะ”  ชายผมขาวร้องลั่น  รู้ตัวในทันทีว่า แผนสังหารล้มเหลวเป็นแน่แล้ว  เพื่อนที่หัวล้านคงโดนจับตัวได้และให้การซัดทอดมาเป็นแน่

ชายผมขาวโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปที่พุ่มไม้ด้านหลังก่อนจะค่อยๆ ปีนลงมาจากต้นไม้  เมื่อเท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นดิน เขาก็โดนชายฉกรรจ์คนหนึ่งเข้ามาหิ้วปีกในทันที

“แผนการทั้งหมดมันจบลงไปแล้ว ต้องขอโทษคุณพี่ด้วย”  เสียงที่คุ้นหูทำให้ชายผมขาวรีบสะบัดหน้าไปมอง

“อ้าว..เฮ้ย แกเองเหรอ” 

ที่แท้ชายที่คลุมหมวกกันฝนและหิ้วปีกเขาอยู่นี้ก็คือ ชายหัวล้านเพื่อนของเขานั่นเอง
ชายผมขาวรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันทีที่เห็นเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ คิดว่า เพื่อนมีแก่ใจมาช่วยเหลือ

“ครับ ผมเอง แต่ผมเป็นคนนำตำรวจเขมรมาจับคุณพี่เองนะครับ”  ชายหัวล้านกล่าว ในมือของเขาถือปืนพกอยู่ด้วย

“จับผม..เอ๊ะ..นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย”  ชายผมขาวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง  เขาถูกตำรวจเขมรที่มาด้วยกันกับชายหัวล้านสับกุญแจที่มือทั้งสองข้างแล้วลากตัวออกมาจากข้างทางก่อนจะยัดตัวเข้าไปในรถ่กอนที่ชายหัวล้านจะเข้ามานั่งประกบอยู่ด้านข้าง

รถเก๋งสีดำหันหัวกลับไปทางเดิมแล้วแล่นออกไปในทันที

“ช่วยอธิบายหน่อยสิ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”  ชายผมขาวหันมามองชายหัวล้านที่ดูเหมือนไม่มีอาการสะทกสะท้านแต่อย่างใด

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ  จำที่หัวหน้าของคุณบอกได้มั้ย..ในพันธมิตรมีพันธแม้ว และในพันธแม้วก็มีพันธมิตรเป็นหนอนบ่อนไส้ไง..เหอ เหอ เหอ”  ชายหัวล้านกล่าวจบก็หัวเราะอย่างยียวน

“โอ้..นี่ประเทศของเราเป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ”  ชายผมขาวรำพึงอย่างปลงสังเวช  ความหมายของคำกล่าวที่ว่า..เงินสั่งผีให้โม่แป้งได้..ชายผมขาวเพิ่งรู้ซึ้งถึงก้นบึ้งในบัดนี้นี่เอง 

รถแล่นมาจนถึงบริเวณหน้าโรงแรมที่คราคร่ำไปด้วยรถตำรวจเปิดไฟกระพริบจนสว่างจ้าไปหมด  เมื่อรถจอดสนิท ชายหัวล้านก็ก้าวลงจากรถพร้อมกับตำรวจเขมรที่ทำหน้าที่พลขับ แต่ยังยืนคุมเชิงอยู่ที่ข้างๆ รถนั่นเอง

“เป็นไงได้ตัวไหม”  เสียงคนไทยอีกคนตะโกนถามมาแต่ไกลก่อนจะเดินเข้ามาดูที่รถ

“ได้ครับพี่..นั่งสั่นอยู่ในรถนั่นไงล่ะ”  ชายหัวล้านกล่าวกับคนไทยที่เดินเข้ามาดูใกล้ๆ อย่างสนิทสนม

“อ๋อ..ที่แท้ เสรีไทยหน้าตาอย่างนี้นี่เอง..กร๊าก..ก”  ชายหนุ่มวัยกลางคนชะโงกหน้าผ่านกระจกเข้ามาในรถ มองหน้าชายผมขาวแล้วหัวเราะอย่างขบขัน

เมื่อชายผมขาวเห็นหน้าเจ้าคนไทยคนนั้นอย่างถนัดตาก็ถึงกับอึ้ง  ที่แท้ก็ไอ้กร่างที่ตอนนี้เป็น สส.สอบตก แต่ได้ดิบได้ดีมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีในรัฐบาลนี้นี่เอง

“ไอ้สถุนเอ๊ย”  ชายผมขาวสบถออกมาเบาๆ สั่นศีรษะด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา

“หา..ว่าไงนะ  ด่ากูเหรอ”  ไอ้สถุนตามคำสบถกระฟัดกระเฟียดทำท่าจะเอาเรื่อง เอามือเปิดประตูรถแต่ชายหัวล้านฉุดแขนเอาไว้ได้ก่อน

“เฮ้ย..! ทำไรอ่ะ  เดี๋ยวได้เป็นข่าวใหญ่โตหรอก..คราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ”  ชายหัวล้านผลักให้ไอ้สถุนถอยห่างออกไป มันเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับเข้าไปในโรงแรม

“อย่าไปถือสาหาความเลยนะพี่  ผมก็ไม่ชอบมันนักหรอก แต่หลังจากนี้ไป ชีวิตของพี่คงต้องขึ้นอยู่กับพวกมัน กรุณาอย่าแสดงอาการฮีโร่ออกมาอีกนะพี่ เพราะเดี๋ยวผมก็จะกลับเมืองไทยแล้ว คงไม่มีใครช่วยปกป้องพี่หรอก”

“ไอ้หัวล้าน..สาดเอ๊ย..เอ็งทำได้ยังไงวะ”  ชายผมขาวไม่เคยเรียกสรรพนามนั้นกับเพื่อนมาก่อน แต่ตอนนี้อดใจไม่ไหว

“โธ่..อย่าพูดยังงั้นดีกว่าครับ  ผมก็คนเหมือนกัน คนเราต้องเกื้อกูลกันและกัน สังคมจึงจะอยู่ได้ ผมไม่ได้เห็นแก่เงินหรอกนะ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเช่นนี้แต่แรกแล้ว ผมยอมรับว่า มีผลประโยชน์บ้าง แต่ทำอย่างนี้ก็ไม่มีใครต้องตาย มันก็ดีมิใช่หรือ”  ชายหัวล้านที่ยืนเกาะประตูรถอยู่ด้านนอกพูดผ่านหน้าต่างเข้ามา

เวลา 20.12 น.
“เอ้า..เฮ้ย..! เอานังตัวดีนี่ไปดำเนินคดีพร้อมกันด้วย”  เสียงของไอ้สถุนคนเดิมดังขึ้นมาทางด้านหลังของชายหัวล้าน มันเดินดุนหลังผู้หญิงคนหนึ่งในชุดกิโมโนที่มือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือเอาไว้ให้เดินมาที่รถ

“คุณใบไม้ทะเล..!”

แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่ผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ปะแป้งจนหน้าขาววอกราวกับจะไปเล่นงิ้วในชุดกิโมโนสีแดงลายดอกไม้คงจะเป็นใครไปไม่ได้อีกแล้ว

หญิงสาวถูกผลักไสให้เข้ามานั่งในรถข้างๆ กับชายผมขาวก่อนที่ประตูรถจะถูกปิดตังปัง

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”  ชายผมขาวรีบถามทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาจนแป้งสีขาวกลายเป็นสีกระดำกระด่างไปหมดของหญิงสาว จนถึงเวลานี้ ดวงตาทั้งคู่ก็ยังฉาบไปด้วยน้ำหยดใส

“ฮือ..อ ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แต่ไม่คิดว่า จะลงเอยแบบนี้ ความลับแตก อนาเข้าห้องน้ำไปกดสัญญาณให้พี่ พอออกมาก็เจอพวกมันกรูกันเข้ามาจับตัวทันทีเลย”  ใบไม้ทะเลเล่าไปก็สะอื้นไป

“ไม่รู้ว่าหัวหน้าจะช่วยพวกเราได้ไหม คุณรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน”  ชายผมขาวถามถึงชายนิรนามแต่ใบไม้ทะเลสั่นศีรษะไปมา  ปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน ไม่รู้ว่า ใครทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำให้เวลาโดนจับไม่อาจซัดทอดไปถึงผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด ชายนิรนามได้กันตัวเองให้ออกจากวงจรของการซัดทอดได้อย่างดีเยี่ยม จนชายผมขาวนึกสะอีดสะเอียนขึ้นมาในใจ

“ถ้าไม่โดนจับก็คงเอาตัวรอดไปแล้ว”  ชายผมขาวสั่นศีรษะอย่างระอา นึกเสียใจว่า ตอนนั้นเขาไม่น่าขันอาสามารับหน้าที่นี้เลย

เวลา 20.17 น.
มีรถนำขบวนออกมาจากโรงแรมตามด้วยรถเบนซ์สีดำคันใหญ่  ผู้บริหารของโรงแรมและพนักงานมายืนเข้าแถวโบกมืออำลา  ชายผิวขาวหน้าแป้นๆ ในรถเบนซ์เปิดกระจกออกมายิ้มทักทายแล้วโบกมือตอบ

“ในที่สุด..มันก็รอดไปได้ กลับไปสร้างความแตกแยกอย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้ประเทศชาติต่อไป”  ชายผมขาวกล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยากขณะที่ขบวนรถแล่นผ่านหน้าของเขาไป

เมื่อขบวนรถเคลื่อนผ่านไปแล้ว ตำรวจเขมรก็เริ่มขยับแถวกันใหญ่ รถตำรวจเริ่มขยับตัวและเคลื่อนตามๆ กันออกไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ตำรวจเขมรสองนายก็เดินแยกออกมาจากกลุ่มตำรวจที่ยืนรักษาการเดินตรงมาที่รถเก๋งคันสีดำ เปิดประตูรถออกมาแล้วเข้ามานั่งประจำที่นั่งตอนหน้า  ทั้งสองคนพูดภาษาเขมรที่ชายผมขาวและใบไม้ทะเลไม่เข้าใจกับเพื่อนตำรวจที่เดินมาเคาะกระจกรถก่อนจะโบกมือให้ขับผ่านไปได้

“เขาจะเอาเราไปไหนคะ”  ใบไม้ทะเลถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

“คุกน่ะสิ”  ชายผมขาวตอบสั้นๆ

รถเก๋งสีดำวิ่งตามรถคันนำหน้าไปเรื่อยๆ แต่พอวิ่งไปได้สักสิบนาที ก็ชลอความเร็วลงเล็กน้อยปล่อยให้รถคันหน้าวิ่งหายไปในความมืดและคันที่ตามหลังมาแซงผ่านขึ้นไปจนถนนว่างก่อนจะหักเลี้ยวไปวิ่งลุยพงหญ้าข้างทาง

“อ้าว..เฮ้ย ไอ้ขแมร์ จะพาพวกเราไปไหนเนี่ย”  ชายผมขาวร้องลั่น  ขณะที่ใบไม้ทะเลอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

“เขาจะพาอนาไป..ข่ม..ขืน..ไหมคะ อนา..กลัว”  เสียงของใบไม้ทะเลกระเพื่อมเหมือนคนกำลังกลั้วคอ

“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่วิ่งลงข้างทางแบบนี้ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่คุณจะโดน..รุมกินโต๊ะ”

“ว๊าย..ตายแล้ว พี่คะ พี่ต้องช่วยอนาด้วยนะคะ”  ใบไม้ทะเลส่งเสียงแหว ขยับตัวเข้ามาจนชิดร่างชายผมขาว

“เฮ้อ.อ..อ..อนาเอ๊ย”  ชายผมขาวถอนหายใจยาว คิดในใจว่า ลำพังตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมีลมหายใจก่อนถึงเช้าวันพรุ่งนี้หรือเปล่า ไหนเลยจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้

รถแล่นผ่านดงไม้ไปได้พักใหญ่ๆ ก็พบทางเชื่อมที่เป็นถนนลูกรัง วิ่งได้สะดวกขึ้น

“จะขึ้นสวรรค์ทั้งที ทำไมมันต้องลากไปไกลนักวะ”  ชายผมขาวคิดในใจ ไม่กล้าพูดออกมาให้ใบไม้ทะเลได้ยิน

เวลา 20.47 น.
รถเก๋งสีดำก็จอดสนิทตรงลานทุ่งหญ้าที่ถูกเครื่องจักรเหยียบย่ำทับกันจนกลายเป็นหญ้าแห้ง มีขนาดกว้างยาวพอๆ กับสนามกีฬากลางแจ้ง

ชายผมขาวและใบไม้ทะเลต่างหันไปมองด้านนอกหน้าต่างฝั่งของตนเพื่อสำรวจชัยภูมิ

“โอ้โฮ..ทำไมต้องใช้เตียงกว้างใหญ่ขนาดนี้ด้วยวะ”  ชายผมขาวคิดในใจ

ประตูรถด้านหน้าถูกเปิดออกทั้งสองด้าน ตำรวจเขมรทั้งสองก้าวลงจากรถแต่ทิ้งไฟหน้ารถให้เปิดค้างเอาไว้เพื่อให้มีแสงสาดส่องไปบนพื้นหญ้า

“อย่า..อย่านะ..ไม่..ชั้นไม่ลงอย่างเด็ดขาด..สู้ตายนะว๊อย..ย..อย่าทำชั้นเลย..ได้โปรดเถอะนะ..เพื่อเห็นแก่สัมพันธภาพไทยกับเขมร..ปล่อยลูกนกลูกกาคนนี้ไปเถอะ”  ใบไม้ทะเลทั้งขู่ทั้งขอร้องพัลวันไปหมด  พอตำรวจเขมรเดินมาเปิดประตูรถเธอก็ส่งเสียงร้องช่วยด้วยดังลั่นป่า

“ช่วยด้วย..ใครก็ได้..ช่วยที..!!!”

v
v
v
v
v
v
...............ฮี่..ฮี่..ฮี่...ยังไม่จบครับ..จบอย่างนี้ แฟนของคุณใบไม้ทะเลเอาผมตายแน่
เนื่องจากตอนนี้มันยาวมากครับ ต้องแบ่งเป็นสองท่อน กลัวคนอ่านที่มีความอดทนน้อยจะตาลายครับ

แต่งท่อนจบเสร็จเมื่อไรก็จะรีบนำมาลงครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2008, 12:21 โดย *bonny » บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
Scorpio6
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,210


Man on Mission *เสี่ยวฯ>สันติภาพ*


« ตอบ #57 เมื่อ: 07-06-2008, 13:05 »

“ช่วยด้วย..ใครก็ได้..ช่วยที..!!!”
v
v
v
v
v
v


มาลุ้นให้คุณอนา...รอดจากปากเหยี่ยว ปากกา..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2008, 13:12 โดย Scorpio6 » บันทึกการเข้า



คิดจะล้มระบอบทักษิณ ต้องอ่านใจเนวินและเพื่อน
บล็อกเสี่ยวไทบ้าน*แวะเยี่ยมRepublican Collage ของคุณสุธา ชันแสง*
http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2008/03/26/entry-1
"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและในฐานะอย่างไร จงตรองหาว่า จะมีทางใช้ชีวิต
ให้เป็นประโยชน์ในทางใดบ้าง เมื่อตั้งใจคิดถึงมันแล้วก็จะพบเสมอ
ไม่ว่าอยู่ที่ใด เมื่อพบทางแล้วจงลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์"
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #58 เมื่อ: 07-06-2008, 13:57 »

“ช่วยด้วย..ใครก็ได้..ช่วยที..!!!”
v
v
v
v
v
v


มาลุ้นให้คุณอนา...รอดจากปากเหยี่ยว ปากกา..

ครับ..มาลุ้นให้ตำรวจเขมรทั้งสองคน..อิ อิ
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #59 เมื่อ: 07-06-2008, 14:13 »

จะมาทันมั้ยยยยเนี่ยะ 

สองวันก่อน ว่าจะถาม..เหตุใดไม่มีบอดี้การ์ดแอบติดตามหนูอนา เพราะภารกิจนี้ใหญ่หลวงนัก ความเสี่ยงสูงมั่ก ๆ พลาดพลั้งอาจจะชอกช้ำใจ  Mr. Green Mr. Green Mr. Green

จะเลือกหนุ่มไหนดี

๑. คุณชายรุจ แห่งเดอะสตาร์ 4 เชิญตัวมาร้องเพลง "หมดเวลาแก้ตัว" มีแฟนคลับตามมาอีกขโยงส่งเสียงกรี๊ดดดดดด อาจจะทำให้โปลิกขแมร์ถอดใจ 



๒. หนุ่มล่ำ คิง ออฟ เคลย์ คนนี้ ตำรวจขแมร์แค่เห็นกล้ามของน้องล่ำก็ขาสั่นแล้ว 





บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #60 เมื่อ: 07-06-2008, 14:28 »

น่านนน บอกแร้วววว ไม่เชื่อออออออออ

ให้เลือกคุณป้าศิลาแลง   รับรองไอ้พวกเขมร รีบปล่อยทันทีเมื่อจับได้

ข่มขืนไม่ลงงงงงงงง


 
บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #61 เมื่อ: 07-06-2008, 15:02 »


คุณใบไม้ทะเลคิดไปเองหรือเปล่าคะ

 
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #62 เมื่อ: 07-06-2008, 15:43 »

น่านนน บอกแร้วววว ไม่เชื่อออออออออ

ให้เลือกคุณป้าศิลาแลง   รับรองไอ้พวกเขมร รีบปล่อยทันทีเมื่อจับได้

ข่มขืนไม่ลงงงงงงงง


ถ้าเลือกป้าศิลาแลง ก็เป็นลมตายตั้งแต่ตอนแต่งชุดกิโมโนนั่นแหละ

.................................................

เม่ยกับอธิฏฐานเอ๊ย..ทำเป็นพูดดีไปเหอะ

มาแลกบทกับใบไม้ทะเลมั้ยล่ะ 

.................................................
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #63 เมื่อ: 07-06-2008, 18:03 »

โหยยยยย ไรเนี่ย
อ่าน ๆ อยู่ขาดตอน
รมณ์เสียยยยยยยยย 

มาต่ออย่างไวเลย... เห็นใจคนรอบ้างจิ
กำลังลุ้นอยู่เชียววววว ว่าแต่ว่า คุณ ใบไม้ฯ จะเป็นไงบ้างหนอ 
(ใครจะเสร็จใครน้าาาาาา  )

ถ้าเลือกป้าศิลาแลง ก็เป็นลมตายตั้งแต่ตอนแต่งชุดกิโมโนนั่นแหละ

ระดับป้าศิลาแลงแล้ว ไม่เป็นลมง่าย ๆ หรอกค่ะ.. พกยาหอม ยาดมไปด้วยอยู่แล้นนนนนน
(ป้าขา หนูล้อเล่นนะคะ ^^ )
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #64 เมื่อ: 07-06-2008, 18:11 »

ชอบครับ ชอบ
รอลุ้นตอนจบด้วยใจระทึก...
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #65 เมื่อ: 09-06-2008, 15:41 »

พูดจริงๆครับเรื่องการลอบสังหารนี่...ได้ข่าวมาว่าท่านอดีตนายกฯทักษิณกำลังถูกลอบสังหารโดยกลุ่มhard core สายเหยี่ยวหน้าเดิมๆ  สังเกตุไหมว่าอยู่ๆทำไมแป๊ะลิ้มพูดเรื่องตัวมันเองจะถูกลอบยิง!?!
บันทึกการเข้า
DAWN
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 180


« ตอบ #66 เมื่อ: 09-06-2008, 17:19 »

ว่าจะรออยู่เงียบๆ แล้วเชียวนะครับ(กลัวเขาจะหาว่าติดนิยาย)
แต่คราวนี้มันดูท่าจะนานเกิน เป็นฮ้วงเป็นห่วง คุณใบไม้ทะเล จะคอแห้งซะก่อน ตะโกนมา 3 วันแล้ว
เรื่องก็ยังไม่เดินต่อ หรือถ้าเป็นภาพค้างนิ่งๆ แมงวันก็จะเข้าปากซะ โธ่ น่าสงสาร

 
บันทึกการเข้า

Shr
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #67 เมื่อ: 09-06-2008, 21:32 »

อ้างถึง

“ช่วยด้วย..ใครก็ได้..ช่วยที..!!!”
v
v
v
v
v
v
...............ฮี่..ฮี่..ฮี่...ยังไม่จบครับ..จบอย่างนี้ แฟนของคุณใบไม้ทะเลเอาผมตายแน่
เนื่องจากตอนนี้มันยาวมากครับ ต้องแบ่งเป็นสองท่อน กลัวคนอ่านที่มีความอดทนน้อยจะตาลายครับ

แต่งท่อนจบเสร็จเมื่อไรก็จะรีบนำมาลงครับผม   
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-06-2008, 12:21 โดย *bonny » 
 


    
เอ่อ... พี่บอนนี่ฮะ
พวกผู้ร๊ายย.. ลากนางเอกไป.....ตั้งแต่

07-06-2008, 12:21

  ตอนนี๊...2 วัน 2 คืนแล้ว
(พี่ใบไม้ทะเล) นางเอกของเรื่อง..
อาการจะ...เป็นยังไงบ้างฮะ ?
บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #68 เมื่อ: 09-06-2008, 22:07 »


ป่านนี้แป้งที่โปะไว้คงหลุดหมดแล้วค่ะ

 

บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #69 เมื่อ: 10-06-2008, 00:06 »

พอบรรยายแบบแป้งๆ โปะๆ กัน เลยทำให้นึกไปถึงดอกซากุระชุบแป้งทอดซะงั้น 

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #70 เมื่อ: 10-06-2008, 08:37 »


    
เอ่อ... พี่บอนนี่ฮะ
พวกผู้ร๊ายย.. ลากนางเอกไป.....ตั้งแต่

07-06-2008, 12:21

  ตอนนี๊...2 วัน 2 คืนแล้ว
(พี่ใบไม้ทะเล) นางเอกของเรื่อง..
อาการจะ...เป็นยังไงบ้างฮะ ?

จะไปเหลือหรือครับ..

อุ๊ย..!!!! ขอโทดดง่ะ  ดันหลุดต้นฉบับออกมา


เดี๋ยววันนี้ตอนบ่ายเจอบทสรุปของเรื่องแน่นอนครับ  ผมหายไปเพราะเมื่อวานไปหาหมอครับ และยังแต่งเรื่องไม่เสร็จ ไม่กล้าโผล่หน้ามาเลยอ่ะ
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #71 เมื่อ: 10-06-2008, 10:05 »


    
เอ่อ... พี่บอนนี่ฮะ
พวกผู้ร๊ายย.. ลากนางเอกไป.....ตั้งแต่

07-06-2008, 12:21

  ตอนนี๊...2 วัน 2 คืนแล้ว
(พี่ใบไม้ทะเล) นางเอกของเรื่อง..
อาการจะ...เป็นยังไงบ้างฮะ ?

นี่ถ้าเรียกใช้บริการคุณป้าศิลาแลง ป่านนี้ผู้ร้ายตายไปหมดแล้วค่ะ เฉาตาย 
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #72 เมื่อ: 10-06-2008, 12:57 »

ตอนที่ 4 ..วันสังหาร..


ที่โฮเต็ล เดอ ลา แปกซ์วันนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชามากหน้าหลายตาเดินเข้าเดินออกในโรงแรมตลอดเวลา ด้านนอกของโรงแรมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินลาดตระเวนกันอย่างขวักไขว่ และที่หน้าประตูทางเข้าด้านนอกก็มีการตรวจตราผู้ที่จะผ่านเข้าออกอย่างละเอียดยิบ แม้แต่มด หรือ แมลงสาปก็ยังยากที่จะหลุดรอดเครื่องมือในการตรวจตราไปได้

ชายผมขาวและชายหัวล้านถูกนำมาปล่อยในบริเวณใกล้เคียงกับที่ต้องดักซุ่มตั้งแต่เช้ามืด ขณะที่ชายนิรนามแฝงตัวอยู่ในสถานที่ที่ไม่เปิดเผยไม่ไกลจากโรงแรมนัก

“วันนี้มาถึงเสียที”  ชายนิรนามที่นั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุคพึมพำ เขาถอดแว่นตาสีดำออกแล้วเอานิ้วมือบีบที่หัวตาของตัวเองแรงๆ  ดวงตาทั้งคู่ที่เคยเป็นอาวุธสำคัญในการเจาะใชความรู้สึกของผู้อื่นตลอดมา บัดนี้ไม่เหลือวี่แววของความมั่นคงให้เห็นเอาเสียเลย เขาแทบจะพยุงเปลือกตาทั้งสองข้างให้เผยอขึ้นพร้อมๆ กันต่อไปไม่ไหวแล้ว

ความอิดโรยจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันมาหลายคืนทำให้ชายวัยกลางคนผู้นี้ต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะในที่สุด

เวลา 16.00 น.
ที่หน้าโรงแรมมีความเคลื่อนไหวอย่างผิดสังเกตเกิดขึ้น เมื่อรถเบนซ์สีดำติดฟิล์มกรองแสงสีดำมืดสองคันแล่นเข้ามาจอดภายในโรงแรม หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ไม่ทราบสังกัดกรูกันเข้าไปห้อมล้อมรถคันที่สอง คนขับเปิดประตูแล้ววิ่งอ้อมมาอีกด้านเพื่อเปิดประตูให้ผู้ที่นั่งอยู่เบาะนั่งด้านหลัง  ชายผิวขาวผมสีดำเป็นเงาก้าวลงมาจากรถพร้อมรอยยิ้ม ขยับเสื้อแจ็คเก็ตให้เข้าที่ แล้วยื่นมือออกไปสัมผัสกับฝรั่งผู้บริหารของโรงแรมที่นำพนักงานออกมายืนเรียงแถวต้อนรับยาวถึงปากประตู

เวลา 18.05 น.
ที่หน้าโรงแรมมีรถนำขบวนขับเข้ามาอีกครั้ง ตามด้วยรถของผู้บริหารประเทศกัมพูชาหลายคันเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง หน่ายรักษาความปลอดภัยตั้งด่านตรวจคนเข้าออกอย่างเข้มงวดและไม่อนุญาตให้มีรถเข้าออกในโรงแรมอีกต่อไป

เวลา 19.37 น.  
สัญญาณโทรศัพท์มือถือของชายนิรนามก็ดังขึ้นสองครั้งก่อนจะดับไป  ชายนิรนามกดหน้าจอดูหมายเลขแล้วรีบกดโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนในทันที

เวลา 19.39 น.  
ท่ามกลางลมที่พัดกรรโชกแรงเป็นระยะๆ บนต้นตะเคียนใหญ่ที่มีแคร่ปลูกเอาไว้ระหว่างสองกิ่งใหญ่  ชายคนหนึ่งกำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนนั้น

“เฮ้ย..! อะไรกันวะ อย่าเพิ่งตกนะเว้ย”  ชายผมขาวส่งเสียงวิงวอน เมื่อได้รับสัมผัสกับสายลมที่เริ่มเปียกชื้น ละอองฝนที่โปรยมากับสายลมปะทะใบหน้าของเขา  ท้องฟ้าเบื้องหน้า มีสายฟ้าแลบแปลบๆ ตามมาด้วยเสียงฟ้าคำรามครืนๆ

ชายผมขาวรีบเก็บโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในซอกอกที่มีเสื้อแจ็คเก็ตทับนอกอยู่ และใช้มือที่สั่นเทาล้วงออกมาดูทุก 30 วนาทีด้วยความกระวนกระวายใจ

“โห..โหย..ทำไมมือมันสั่นไปหมดอย่างนี้วะ”  เขาพยายามประคองไม่ให้โทรศัพท์หล่นจากมือ แล้วเอามันซุกกลับเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตตามเดิม

ฝนเริ่มหนาเม็ดขึ้นแล้ว และอาจทวีความรุนแรงขึ้นมาจนกลายเป็นพายุเมื่อไรก็ได้

“โธ่..โธ่ สวรรค์..ทำไมไม่เห็นใจกันบ้างง..เลยยย”  ชายผมขาวเอามือลูบใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน เขาถอดแว่นตากลางคืนออกมาเช็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปากก็พร่ำบ่นทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เป็นใจเรื่อยไป

“ทำไมจนป่านนี้ สัญญาณที่สองยังไม่ยิงเข้ามาอีกนะ..เอ..หรือว่า..คลื่นโทรศัพท์ใช้การไม่ได้..”  ชายผมขาวเกิดอาการวิตกกังวลจนแทบจะกลายเป็นบ้า แอบมองระดับสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ซุกอยู่ในเสื้อที่หน้าอกเป็นระยะๆ อย่างไม่ไว้วางใจ

เวลา 19.47 น.  
โดยยังไม่มีสัญญาณเตือนมาล่วงหน้า ไฟหน้าของรถคันหนึ่งก็สาดออกมาจากหัวโค้ง..

“มะ..มา..แล้ว เฮ่ย..ทำไมไม่ยิงสัญญาณที่สองมาก่อนวะ..”  ชายผมขาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากอกเสื้อ แล้วเอานิ้วจ่อไว้ที่ปุ่มที่ต้องการกด

“รถคันที่สอง..รถคันที่สอง..รถคันที่....” 

รถคันแรกผ่านหัวโค้งออกมาแล้ว แต่ไม่มีวี่แววไฟหน้าของรถคันที่สองส่องตามมาอย่างที่คาดไว้

“หรือว่าไม่ใช่..”  ชายผมขาวเริ่มไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น  นิ้วของเขาที่จ่อไว้ที่ปุ่มที่ต้องการกดเริ่มเกร็งจนแข็งไปแล้ว

รถเก๋งสีดำที่แล่นออกมาจากหัวโค้งวิ่งตรงมาตามถนนก่อนจะชลอความเร็วแล้วจอดอยู่ใกล้ๆ กับต้นไม้ที่ชายผมขาวซุ่มอยู่

“ซวยแล้วเว๊ย..”  ชายผมขาวเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของกิ่งไม้ซึ่งขณะนี้ขย่มไปมาด้วยแรงกรรโชกของลม

ชายสองคนวิ่งออกมาจากรถพร้อมอาวุธปืนในมือ.. ตรงเข้ามาที่ต้นตะเคียนใหญ่ที่ชายผมขาวซุ่มอยู่

“ลงมาจากบนแคร่ได้แล้ว”  เสียงตะโกนเป็นภาษาไทยดังขึ้นพร้อมกับลำปืนที่จ่อมาที่ตรงชายผมชาวแอบอยู่พอดี  แสงจากไฟฉายกระบอกโตส่องตัดความมืดขึ้นมาจนกระทบกับสายตาของชายผมขาวอย่างจัง

“ผมไม่มีอาวุธ ผมไม่มีอาวุธ อย่ายิงนะ”  ชายผมขาวร้องลั่น  รู้ตัวในทันทีว่า แผนสังหารล้มเหลวเป็นแน่แล้ว  เพื่อนที่หัวล้านคงโดนจับตัวได้และให้การซัดทอดมาเป็นแน่

ชายผมขาวโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปที่พุ่มไม้ด้านหลังก่อนจะค่อยๆ ปีนลงมาจากต้นไม้  เมื่อเท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นดิน เขาก็โดนชายฉกรรจ์คนหนึ่งเข้ามาหิ้วปีกในทันที

“แผนการทั้งหมดมันจบลงไปแล้ว ต้องขอโทษคุณพี่ด้วย”  เสียงที่คุ้นหูทำให้ชายผมขาวรีบสะบัดหน้าไปมอง

“อ้าว..เฮ้ย แกเองเหรอ” 

ที่แท้ชายที่คลุมหมวกกันฝนและหิ้วปีกเขาอยู่นี้ก็คือ ชายหัวล้านเพื่อนของเขานั่นเอง
ชายผมขาวรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันทีที่เห็นเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ คิดว่า เพื่อนมีแก่ใจมาช่วยเหลือ

“ครับ ผมเอง แต่ผมเป็นคนนำตำรวจเขมรมาจับคุณพี่เองนะครับ”  ชายหัวล้านกล่าว ในมือของเขาถือปืนพกอยู่ด้วย

“จับผม..เอ๊ะ..นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย”  ชายผมขาวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง  เขาถูกตำรวจเขมรที่มาด้วยกันกับชายหัวล้านสับกุญแจที่มือทั้งสองข้างแล้วลากตัวออกมาจากข้างทางก่อนจะยัดตัวเข้าไปในรถ่กอนที่ชายหัวล้านจะเข้ามานั่งประกบอยู่ด้านข้าง

รถเก๋งสีดำหันหัวกลับไปทางเดิมแล้วแล่นออกไปในทันที

“ช่วยอธิบายหน่อยสิ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”  ชายผมขาวหันมามองชายหัวล้านที่ดูเหมือนไม่มีอาการสะทกสะท้านแต่อย่างใด

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ  จำที่หัวหน้าของคุณบอกได้มั้ย..ในพันธมิตรมีพันธแม้ว และในพันธแม้วก็มีพันธมิตรเป็นหนอนบ่อนไส้ไง..เหอ เหอ เหอ”  ชายหัวล้านกล่าวจบก็หัวเราะอย่างยียวน

“โอ้..นี่ประเทศของเราเป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ”  ชายผมขาวรำพึงอย่างปลงสังเวช  ความหมายของคำกล่าวที่ว่า..เงินสั่งผีให้โม่แป้งได้..ชายผมขาวเพิ่งรู้ซึ้งถึงก้นบึ้งในบัดนี้นี่เอง 

รถแล่นมาจนถึงบริเวณหน้าโรงแรมที่คราคร่ำไปด้วยรถตำรวจเปิดไฟกระพริบจนสว่างจ้าไปหมด  เมื่อรถจอดสนิท ชายหัวล้านก็ก้าวลงจากรถพร้อมกับตำรวจเขมรที่ทำหน้าที่พลขับ แต่ยังยืนคุมเชิงอยู่ที่ข้างๆ รถนั่นเอง

“เป็นไงได้ตัวไหม”  เสียงคนไทยอีกคนตะโกนถามมาแต่ไกลก่อนจะเดินเข้ามาดูที่รถ

“ได้ครับพี่..นั่งสั่นอยู่ในรถนั่นไงล่ะ”  ชายหัวล้านกล่าวกับคนไทยที่เดินเข้ามาดูใกล้ๆ อย่างสนิทสนม

“อ๋อ..ที่แท้ เสรีไทยหน้าตาอย่างนี้นี่เอง..กร๊าก..ก”  ชายหนุ่มวัยกลางคนชะโงกหน้าผ่านกระจกเข้ามาในรถ มองหน้าชายผมขาวแล้วหัวเราะอย่างขบขัน

เมื่อชายผมขาวเห็นหน้าเจ้าคนไทยคนนั้นอย่างถนัดตาก็ถึงกับอึ้ง  ที่แท้ก็ไอ้กร่างที่ตอนนี้เป็น สส.สอบตก แต่ได้ดิบได้ดีมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีในรัฐบาลนี้นี่เอง

“ไอ้สถุนเอ๊ย”  ชายผมขาวสบถออกมาเบาๆ สั่นศีรษะด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา

“หา..ว่าไงนะ  ด่ากูเหรอ”  ไอ้สถุนตามคำสบถกระฟัดกระเฟียดทำท่าจะเอาเรื่อง เอามือเปิดประตูรถแต่ชายหัวล้านฉุดแขนเอาไว้ได้ก่อน

“เฮ้ย..! ทำไรอ่ะ  เดี๋ยวได้เป็นข่าวใหญ่โตหรอก..คราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ”  ชายหัวล้านผลักให้ไอ้สถุนถอยห่างออกไป มันเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับเข้าไปในโรงแรม

“อย่าไปถือสาหาความเลยนะพี่  ผมก็ไม่ชอบมันนักหรอก แต่หลังจากนี้ไป ชีวิตของพี่คงต้องขึ้นอยู่กับพวกมัน กรุณาอย่าแสดงอาการฮีโร่ออกมาอีกนะพี่ เพราะเดี๋ยวผมก็จะกลับเมืองไทยแล้ว คงไม่มีใครช่วยปกป้องพี่หรอก”

“ไอ้หัวล้าน..สาดเอ๊ย..เอ็งทำได้ยังไงวะ”  ชายผมขาวไม่เคยเรียกสรรพนามนั้นกับเพื่อนมาก่อน แต่ตอนนี้อดใจไม่ไหว

“โธ่..อย่าพูดยังงั้นดีกว่าครับ  ผมก็คนเหมือนกัน คนเราต้องเกื้อกูลกันและกัน สังคมจึงจะอยู่ได้ ผมไม่ได้เห็นแก่เงินหรอกนะ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเช่นนี้แต่แรกแล้ว ผมยอมรับว่า มีผลประโยชน์บ้าง แต่ทำอย่างนี้ก็ไม่มีใครต้องตาย มันก็ดีมิใช่หรือ”  ชายหัวล้านที่ยืนเกาะประตูรถอยู่ด้านนอกพูดผ่านหน้าต่างเข้ามา

เวลา 20.12 น.
“เอ้า..เฮ้ย..! เอานังตัวดีนี่ไปดำเนินคดีพร้อมกันด้วย”  เสียงของไอ้สถุนคนเดิมดังขึ้นมาทางด้านหลังของชายหัวล้าน มันเดินดุนหลังผู้หญิงคนหนึ่งในชุดกิโมโนที่มือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือเอาไว้ให้เดินมาที่รถ

“คุณใบไม้ทะเล..!”

แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่ผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ปะแป้งจนหน้าขาววอกราวกับจะไปเล่นงิ้วในชุดกิโมโนสีแดงลายดอกไม้คงจะเป็นใครไปไม่ได้อีกแล้ว

หญิงสาวถูกผลักไสให้เข้ามานั่งในรถข้างๆ กับชายผมขาวก่อนที่ประตูรถจะถูกปิดตังปัง

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”  ชายผมขาวรีบถามทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาจนแป้งสีขาวกลายเป็นสีกระดำกระด่างไปหมดของหญิงสาว จนถึงเวลานี้ ดวงตาทั้งคู่ก็ยังฉาบไปด้วยน้ำหยดใส

“ฮือ..อ ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แต่ไม่คิดว่า จะลงเอยแบบนี้ ความลับแตก อนาเข้าห้องน้ำไปกดสัญญาณให้พี่ พอออกมาก็เจอพวกมันกรูกันเข้ามาจับตัวทันทีเลย”  ใบไม้ทะเลเล่าไปก็สะอื้นไป

“ไม่รู้ว่าหัวหน้าจะช่วยพวกเราได้ไหม คุณรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน”  ชายผมขาวถามถึงชายนิรนามแต่ใบไม้ทะเลสั่นศีรษะไปมา  ปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน ไม่รู้ว่า ใครทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำให้เวลาโดนจับไม่อาจซัดทอดไปถึงผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด ชายนิรนามได้กันตัวเองให้ออกจากวงจรของการซัดทอดได้อย่างดีเยี่ยม จนชายผมขาวนึกสะอีดสะเอียนขึ้นมาในใจ

“ถ้าไม่โดนจับก็คงเอาตัวรอดไปแล้ว”  ชายผมขาวสั่นศีรษะอย่างระอา นึกเสียใจว่า ตอนนั้นเขาไม่น่าขันอาสามารับหน้าที่นี้เลย

เวลา 20.17 น.
มีรถนำขบวนออกมาจากโรงแรมตามด้วยรถเบนซ์สีดำคันใหญ่  ผู้บริหารของโรงแรมและพนักงานมายืนเข้าแถวโบกมืออำลา  ชายผิวขาวหน้าแป้นๆ ในรถเบนซ์เปิดกระจกออกมายิ้มทักทายแล้วโบกมือตอบ

“ในที่สุด..มันก็รอดไปได้ กลับไปสร้างความแตกแยกอย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้ประเทศชาติต่อไป”  ชายผมขาวกล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยากขณะที่ขบวนรถแล่นผ่านหน้าของเขาไป

เมื่อขบวนรถเคลื่อนผ่านไปแล้ว ตำรวจเขมรก็เริ่มขยับแถวกันใหญ่ รถตำรวจเริ่มขยับตัวและเคลื่อนตามๆ กันออกไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ตำรวจเขมรสองนายก็เดินแยกออกมาจากกลุ่มตำรวจที่ยืนรักษาการเดินตรงมาที่รถเก๋งคันสีดำ เปิดประตูรถออกมาแล้วเข้ามานั่งประจำที่นั่งตอนหน้า  ทั้งสองคนพูดภาษาเขมรที่ชายผมขาวและใบไม้ทะเลไม่เข้าใจกับเพื่อนตำรวจที่เดินมาเคาะกระจกรถก่อนจะโบกมือให้ขับผ่านไปได้

“เขาจะเอาเราไปไหนคะ”  ใบไม้ทะเลถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

“คุกน่ะสิ”  ชายผมขาวตอบสั้นๆ

รถเก๋งสีดำวิ่งตามรถคันนำหน้าไปเรื่อยๆ แต่พอวิ่งไปได้สักสิบนาที ก็ชลอความเร็วลงเล็กน้อยปล่อยให้รถคันหน้าวิ่งหายไปในความมืดและคันที่ตามหลังมาแซงผ่านขึ้นไปจนถนนว่างก่อนจะหักเลี้ยวไปวิ่งลุยพงหญ้าข้างทาง

“อ้าว..เฮ้ย ไอ้ขแมร์ จะพาพวกเราไปไหนเนี่ย”  ชายผมขาวร้องลั่น  ขณะที่ใบไม้ทะเลอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

“เขาจะพาอนาไป..ข่ม..ขืน..ไหมคะ อนา..กลัว”  เสียงของใบไม้ทะเลกระเพื่อมเหมือนคนกำลังกลั้วคอ

“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่วิ่งลงข้างทางแบบนี้ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่คุณจะโดน..รุมกินโต๊ะ”

“ว๊าย..ตายแล้ว พี่คะ พี่ต้องช่วยอนาด้วยนะคะ”  ใบไม้ทะเลส่งเสียงแหว ขยับตัวเข้ามาจนชิดร่างชายผมขาว

“เฮ้อ.อ..อ..อนาเอ๊ย”  ชายผมขาวถอนหายใจยาว คิดในใจว่า ลำพังตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมีลมหายใจก่อนถึงเช้าวันพรุ่งนี้หรือเปล่า ไหนเลยจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้

รถแล่นผ่านดงไม้ไปได้พักใหญ่ๆ ก็พบทางเชื่อมที่เป็นถนนลูกรัง วิ่งได้สะดวกขึ้น

“จะขึ้นสวรรค์ทั้งที ทำไมมันต้องลากไปไกลนักวะ”  ชายผมขาวคิดในใจ ไม่กล้าพูดออกมาให้ใบไม้ทะเลได้ยิน

เวลา 20.47 น.
รถเก๋งสีดำก็จอดสนิทตรงลานทุ่งหญ้าที่ถูกเครื่องจักรเหยียบย่ำทับกันจนกลายเป็นหญ้าแห้ง มีขนาดกว้างยาวพอๆ กับสนามกีฬากลางแจ้ง

ชายผมขาวและใบไม้ทะเลต่างหันไปมองด้านนอกหน้าต่างฝั่งของตนเพื่อสำรวจชัยภูมิ

“โอ้โฮ..ทำไมต้องใช้เตียงกว้างใหญ่ขนาดนี้ด้วยวะ”  ชายผมขาวคิดในใจ

ประตูรถด้านหน้าถูกเปิดออกทั้งสองด้าน ตำรวจเขมรทั้งสองก้าวลงจากรถแต่ทิ้งไฟหน้ารถให้เปิดค้างเอาไว้เพื่อให้มีแสงสาดส่องไปบนพื้นหญ้า

“อย่า..อย่านะ..ไม่..ชั้นไม่ลงอย่างเด็ดขาด..สู้ตายนะว๊อย..ย..อย่าทำชั้นเลย..ได้โปรดเถอะนะ..เพื่อเห็นกับสัมพันธภาพไทยกับเขมร..ปล่อยลูกนกลูกกาคนนี้ไปเถอะนะ”  ใบไม้ทะเลทั้งขู่ทั้งขอร้องพัลวันไปหมด  พอตำรวจเขมรเดินมาเปิดประตูรถเธอก็ส่งเสียงร้องช่วยด้วยดังลั่นป่า

“ช่วยด้วย..ใครก็ได้..ช่วยที..!!!”

“อย่าร้องเลยคุณผู้หญิง ลงมาจากรถได้แล้วครับ”  ตำรวจเขมรที่ยืนอยู่ทางฝั่งที่ใบไม้ทะเลนั่งอยู่กล่าวเป็นภาษาไทยด้วยสำเนียงเกือบชัดถ้อยชัดคำ  เล่นเอาคนทั้งสองที่อยู่ในรถถึงกับชะงักงัน

“พวก..พวกคุณพูดภาษาไทยได้หรือนี่”  ชายผมขาวร้องถามทันที

“จำพวกเราไม่ได้เหรอครับ”  ตำรวจเขมรในเครื่องแบบที่อยู่ทางฝั่งของชายผมขาวตอบ เขาดึงหมวกออกจากศีรษะแล้วเอามือขยี้ผมไปมา

ความมืดทำให้ชายผมขาวต้องลงจากรถแล้วเดินเข้าไปดูหน้าในระยะใกล้..

“เฮ้ย..! นี่มันไอ้ขแมร์ไกด์ของฉันนี่หว่า” 

ชายชาวเขมรที่อยู่ในเครื่องแบบตำรวจยิ้มตอบ ฟันสีขาวสดใสของเขาส่งประกายออกมาท่ามกลางความมืด
ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ชายผมขาวก็กระโดดเข้ามาตบไหล่อย่างแรง

“กูโคตรรักเอ็งเลยว่ะ..ฮ่า..ฮ่า..เอิ๊ก..ก”  ชายผมขาวหัวเราะร่าทั้งน้ำตา เขมรคนนี้อยู่กับเขามาตลอด 7 วันเป็นข้ารับใช้ที่เกื้อกูลให้ทุกสรรพสิ่งที่เขาอยากได้

ใบไม้ทะเลก็ก้าวลงจากรถเช่นกัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ชายชาวเขมรอีกคนที่เปิดหมวกออกแล้วเช่นกัน

“แก..แกน่ะเอง เตียลิมบุน ไอ้ไกด์ตัวแสบของชั้น”  ใบไม้ทะเลเรียกชื่อไกด์ชาวเขมรที่ทำหน้าที่คนรับใช้ให้เธอตลอดหลายวันที่ผ่านมาอย่างสนิทสนม เธอโผเข้ากอดเขาทั้งๆ ที่ยังอยู่ในกุญแจมือ

ชายชาวเขมรทั้งสองก็อดที่โอบกอดกลับไปไม่ได้  ภาพของคนสองคู่ยืนกอดกันร่ำไห้ให้กันและกันราวกับญาติพี่น้องที่พลัดพรากและได้กลับมาพบกันอีก ในนาทีนี้ไม่มีขีดขั้นของเชื้อชาติ ไม่มีนายไม่มีบ่าว

“ว่าแต่..เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงเนี่ย พวกแกเป็นตำรวจเหรอ”  ชายผมขาวถาม ขณะยื่นมือออกให้ไกด์ชาวเขมรไขกุญแจมือออก

“เราไม่ได้เป็นหรอกครับ  เราแค่สวมรอยเป็นตำรวจเขมรเท่านั้น”  ไกด์ของชายผมขาวตอบ

“ในเขมรนี่ เครื่องแบบตำรวจหาไม่ยากหรอกครับ แต่ราคาแพงบรรลัย นายคนไทยจัดชุดนี้มาให้พวกเราและซักซ้อมแผนการนี้กันตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้เอง”  ไกด์เขมรของใบไม้ทะเลพูดบ้าง

“นายคนไทย?..ใครคือนายคนไทยคนนั้น?”  ชายผมขาวย้อนถาม

“เขากำลังเดินมานั่นไง” 

ไกด์ชาวเขมรชี้นิ้วไปยังความมืดเบื้องหน้า เงาตะคุ่มๆ ของชายคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากตรงนั้น ร่างของเขาค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาอยู่ในรัศมีทำการของแสงไฟหน้ารถ

“คุณนั่นเอง!”  ชายผมขาวอุทานเสียงดัง  เมื่อร่างของชายนิรนามปรากฏชัดเจนแล้ว
 
“สวัสดีครับคุณพี่ สวัสดีน้องอนา”  ชายนิรนามทักทายเพื่อนชาวไทย ก่อนจะเข้าไปโอบไหล่ไกด์ชาวเขมรทั้งสอง

“ขอบใจนะ..พวกนายทำงานได้ดีมาก ฉันภูมิใจจริงๆ”  ชายนิรนามตบไหล่เขมรทั้งสองเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะขอแยกตัวออกไปพักผ่อน

“ต้องขอโทษคุณพี่และอนาด้วยนะครับที่ทำให้ต้องลำบากกันเช่นนี้”  ชายนิรนามเดินเข้ามาหาคนทั้งสอง ที่กำลังยืนรอคำตอบคำถามที่มีอยู่ในศีรษะมากมาย

“ผมเองก็คิดว่าเสร็จแน่แล้ว ตอนรถวิ่งลงข้างทางนึกถึงหนังเรื่อง”ทุ่งสังหาร”ตลอดเวลาเลย ผมไม่คิดว่า ตำรวจเขมรยินดีจะส่งพวกเราเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมเลยนะ”  ชายผมขาวเล่าความรู้สึกในขณะนั้นออกมา

“กรมตำรวจที่นี่ยังทำงานกันค่อนข้างหละหลวม ไม่มีกฏระเบียบรัดกุม ทำให้คนของเราสามารถแทรกซึมเข้าไปได้อย่างแนบเนียน ทั้งเครื่องแบบ ยศ และบัตรข้าราชการ ผมให้เอเย่นต์ของเราทำปลอมขึ้นมาทั้งนั้น”

“นี่แสดงว่า คุณรู้ล่วงหน้าก่อนแล้วใช่ไหมว่า พวกเราจะถูกจับกุม”  ชายผมขาวขมวดคิ้วพร้อมกับเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเข้มข้นขึ้น

“ครับ..ผมยอมรับ แต่ผมบอกใครไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นทุกคนจะสร้างอคติขึ้นในใจและเล่นบทของตัวเองได้ไม่แนบเนียน”

“ฮึ่ม..ม  เล่นได้ไม่แนบเนียน..ยังมีหน้ามาพูดยังงี้อีก อนาเกือบหัวใจวายตายไปแล้วพี่รู้ไหม”  ใบไม้ทะเลยืนเท้าสะเอว ตีหน้ายักษ์ใส่ชายนิรนาม

“ตกลงที่เราซักซ้อมกันอยู่ทุกวี่ทุกวันเนี่ย..คุณรู้อยู่ก่อนแล้วใช่ไหมว่า จะไม่สำเร็จ”  ชายผมขาวรุกไล่ต่อ

“ใครบอกว่า ไม่สำเร็จล่ะครับ เราจับได้ว่า ใครเป็นหนอนบ่อนไส้ในเสรีไทย ส่วนแผนลอบสังหารก็ยังเป็นไปตามที่คาดหมายไว้”  ชายนิรนามยืนยัน

ก่อนที่จะมีใครยิงคำถามแบบเจ็บแสบกลับมาอีก ชายนิรนามก็รีบชิงพูดขึ้นก่อน

“ไอ้หัวล้านนั่น ผมจับได้ว่า เป็นสายของพวกพันธแม้ว เพราะเขาใช้โทรศัพท์มือถือทุกวัน ซึ่งผมก็ได้สั่งห้ามพวกเราแล้วว่า อย่าใช้มือถือของตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะจะนำทางเราไปสู่หายนะ  แต่เขาก็ไม่เชื่อ ในขณะที่เรายังตรวจสอบการใช้ของเขาได้ พวกนั้นก็ตรวจสอบการใช้ของเราได้เช่นกัน  ผมให้ไกด์เขมรจับตาดูทุกคนทุกฝีก้าว และพบว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่แหกกฏที่ตกลงกันไว้ เมื่อผมรู้เช่นนั้น ก็รีบส่งเบอร์ของเขาไปให้คนของเสรีไทยที่กรุงเทพสืบต่อทันที ระบบตรวจสอบของเพื่อนของเราที่เมืองไทยส่งข่าวกลับมาบอกว่า เบอร์ที่เขาโทรไปหาเป็นเบอร์เดิมตลอด และเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่รู้จักกันดีว่า เป็นของอดีตสส.กทม.พรรคพลังแม้ว”

“ถ้าสามารถแทร็คเบอร์โทรได้เนี่ย..แสดงว่า เครือข่ายของเสรีไทยกว้างไกลและใหญ่โตอย่างนั้นเลยหรือ”  ชายผมขาวรู้สึกว่า ภารกิจนี้คงไม่ใช่แค่คนไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำงานนี้อย่างที่เคยเข้าใจ

“ก็อย่างที่ผมบอก เรามีบุคคลในชั้นความลับที่สามซึ่งแม้แต่ผมก็ไม่รู้จักตัวตนทั้งหมด แต่เบื้องหลังของการช่วยเหลือนี้ ก็มีเรื่องเงิน อำนาจ ผลประโยชน์ รวมทั้งอุดมการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ผมรับรองได้ว่า หน่วยสนับสนุนทั้งหลายไม่รู้หรอกว่า พวกเรากำลังวางแผนลอบสังหารใครอยู่ ภารกิจของพวกเรายังถือเป็นชั้นความลับสูงสุดอยู่”

“แล้วระเบิดที่ฝังไว้ข้างทางล่ะ จะทำอย่างไร ต้องไปกู้คืนไหม”  ชายผมขาวคิด หากทิ้งเอาไว้อย่างนั้น นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นแล้ว ยังอาจเป็นหลักฐานเอาผิดชิ้นสำคัญที่จะสาวมาถึงขบวนการได้

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ มันไม่เคยมีใครไปฝังอยู่แล้ว”  ชายนิรนามพยายามสะกดใบหน้าให้วางเฉย

“หา..ว่ายังไงนะ..ไม่มีระเบิด? ถ้ายังงั้น..ให้ผมไปนั่งตากยุง ตากฝนอยู่บนแคร่เพื่อเหตุผลตะบักตะบวยอะไรล่ะ”  ชายผมขาวชักมีโมโหขึ้นมา

“คุณพี่ก็ได้ทำหน้าที่ตามแผนแล้วไงครับ คือเป็น..นางนกต่อ”

“นางนกต่อ..!!??”  ชายผมขาวงงงันไปหมดแล้ว

“ครับ..ตามแผนของผม คุณพี่กับไอ้หัวล้านต่างหากที่เป็นนางนกต่อ ไม่ใช่อนา”  ชายนิรนามพยายามทำเสียงให้ราบเรียบพร้อมใบหน้าที่ยังคงวางเฉย

“อ้าว..ทำไมกลับกลายเป็นอย่างงั้นไปได้ล่ะ เอาผมมาทนทุกข์ทรมานตั้งหลายวันเพื่อให้ผมเป็นนางนกต่อ แล้วปล่อยให้ไอ้หน้าเหลี่ยมมันลอยนวลออกไปได้อย่างนั้น คุณต้องสติไม่ดีแน่ๆ ถ้าคิดว่า ผมจะไม่เจี๋ยนคอหอยคุณแทน”  ชายผมขาวกล่าวอย่างมีอารมณ์ และทำท่าฮึดฮัดจะเอาเรื่องจริงๆ

“ใจเย็นๆ ครับ  ฟังผมอธิบายให้จบเสียก่อน.. ที่ผมบอกว่า คุณพี่เป็นนางนกต่อก็เพราะผมต้องการให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของพลังแม้วพุ่งเป้ามาที่คุณพี่และไอ้หัวล้านไงครับ  แต่มือสังหารที่วางตัวเอาไว้แต่แรกแล้วก็คือ ใบไม้ทะเล”

“หา...คุ..คุณว่าอะไรนะ”  ชายผมขาวตะลึงจนตาเหลือก พูดประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งที่เพิ่งพูดไปก่อนหน้าแหมบๆ

“ผมถึงบอกไงครับว่า แผนสังหารของเราเดินไปได้ตามที่เราต้องการ จากนี้ไปก็แค่รอเวลาให้ยาออกฤทธิ์และเป้าหมายของเราก็จะค่อยๆ ตายในที่สุด”  เสียงของชายนิรนามที่ยังคงราบเรียบแต่ฟังแล้วเย็นยะเยียบเข้าไปถึงในกระดูก

“เอ๋..คุณพี่ผมหงอกเขาไม่รู้หรือคะว่า อนาเป็นคนวางยาพิษ”  ใบไม้ทะเลทำหน้าเหรอหรา เธอไม่รู้เรื่องรู้ราวจริงๆ ว่าคนอื่นๆ ทำหน้าที่อะไร

“ไม่รู้หรอกครับ เพราะผมไม่เคยบอก”

“อ้อ..เข้าใจละ ที่แท้ความจำเป็นที่ต้องกันพวกเราออกจากกัน ไม่ให้ติดต่อพูดคุยกัน คุณมีเหตุผลอย่างนี้นี่เอง”  ชายผมขาวเพิ่งเข้าใจ อดไม่ได้ที่จะทึ่งความคิดอ่านของชายนิรนามคนนี้

“แต่ผมยังสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง.. เมื่อกี้ผมเห็นเป้าหมายของเรายังยิ้มร่า ไม่มีอาการว่าเจ็บป่วยหรือใกล้จะตายเลยนี่นา” 

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าอนาทำตามที่ผมสั่ง รับรองว่า เขาจะมีอายุไม่เกินอีกเดือนนึงจากนี้ไป เพราะยาที่เราใช้เป็นยาตัวเดียวกับที่สายลับรัสเซียใช้สังหารนายอเล็กซานเดอร์ ลิดวิเนนโก อดีตสายลับรัสเซียที่แปรพักตร์เมื่อสองปีที่แล้วไงครับ ยังจำได้ไหม ยาตัวนี้คือโพโลเนียม-210 ซึ่งจะค่อยๆ เข้าไปทำลายอวัยวะภายในของเหยื่อทีละส่วนๆ ไม่นานนักระบบการทำงานในร่างกายก็จะล้มเหลวหมด อนา..ช่วยอธิบายหน่อยซิว่า คุณใช้มันได้อย่างไร”

“คืองี้ค่ะ..อนาเข้าไปในงานในฐานะพนักงานเสิร์ฟที่มีใบรับรองวิชาชีพจากสถานฑูตญี่ปุ่น มาชงชาตามแบบฉบับต้นตำรับญี่ปุ่นให้กับแขกพิเศษของงานโดยเฉพาะ  การใส่ยาลงไปในชาทำตอนที่ผสมใบชานั่นแหละค่ะ พวกเขมรไม่มีใครรู้เรื่องการชงชาญี่ปุ่น ก็เลยเสร็จเรา”  ใบไม้ทะเลยิ้มพร้อมกับชูกำปั้นทำท่าอัพเปอร์คัทเล็กๆ เหมือนตอนที่เอนา อิวาโนวิชทำตอนที่เซฟเบรคพ๊อยต์ได้

“โอ้โฮ..คุณทำได้ยังไงเนี่ย คุณทำได้ยังไง”  ชายผมขาวเพ้อพกออกมาโดยไม่รู้ตัว ถึงกับยอมปรบมือให้กับแผนการในครั้งนี้ ที่หลอกลวงทุกคน หลอกทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ได้รับผลสำเร็จเพียงอย่างเดียว

เวลา 21.35 น.
บนท้องฟ้ามีเสียงดังกระหึ่มขึ้น ทุกคนแหงนหน้าขึ้นไปมอง วัตถุสีดำที่มีไฟกระพริบกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า และเป็นที่คาดหมายได้ว่า กำลังพุ่งเป้ามาตรงที่คนทั้งหมดกำลังยืนอยู่

“เฮลิคอปเตอร์ที่จะมารับพวกเรามาถึงแล้วครับ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”  ชายนิรนามกล่าวจบก็ออกคำสั่งให้ไกด์ชาวเขมรเลื่อนรถเก๋งสีดำให้ออกห่าง

เฮลิคอปเตอร์ลำขนาดยุ้งข้าวสารส่องสปอร์ตไลท์ลงมาบนลานหญ้า แล้วค่อยๆ ลดระดับลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งขาตะเกียบเหล็กของมันแตะลงบนพื้นดิน 

“มิน่าล่ะ เขาถึงเลือกชัยภูมิตรงนี้ ตอนแรกผมนึกว่าเป็นเตียงซะอีก”  ชายผมขาวหันไปกล่าวกับใบไม้ทะเลอย่างอารมณ์ดี ขณะที่เธอทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจความหมาย

หลังจากมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับไกด์ชาวเขมรแล้ว ทีมล่าสังหารชาวไทยก็ถือโอกาสอำลาไกด์ทั้งสองตรงนั้น  ชาวเขมรทั้งสองยืนรอส่งจนคนไทยทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนเครื่องเรียบร้อยแล้วจึงเดินทางกลับ

“ไชโย..! ได้กลับบ้านซะที”  ใบไม้ทะเลเหยียดแข้งขาอย่างเต็มที่เมื่อนักบินนำเครื่องขึ้นแล้ว

“สวัสดีผู้โดยสารทุกท่าน..จำผมได้ไหม”  นักบินส่งเสียงทักทายมาจากที่นั่งตอนหน้า ก่อนหันหน้ามาประจัน

“เฮ้ย..! คุณน่ะเอง..มาได้ไงเนี่ย”  ชายผมขาวตะลึงแทบตกเก้าอี้  ที่แท้นักบินคนนี้ก็คือ ชายชุดขาวที่พบกันในวันแรกที่มีการประชุมที่กรุงเทพนั่นเอง

"ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า ขอบคุณครับที่จำผมได้ นึกว่า ผมจ๋อยไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วใช่ไหม"  นักบินหัวเราะร่วน ชอบใจที่เห็นชายผมขาวทำหน้าตาเหรอหรา

“ก้อ..ไม่มีอะไรหรอกครับ แผนของเราคือ ต้องให้เขาทำทีว่า แยกตัวออกไป เพื่อที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามไม่จับตา และสามารถทำงานใต้ดินทุกอย่างแทนผมได้  การติดต่อสื่อสารทุกอย่าง และสิ่งอำนายความสะดวกที่เราได้รับในประเทศนี้ เขาเป็นคนทำหน้าที่ทั้งหมด รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ด้วย”  น้ำเสียงและท่าทางของชายนิรนามทำให้ดูประหนึ่งว่า เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่มีอะไรต้องแปลกใจ แต่สำหรับชายผมขาวแล้ว มันเป็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตก็ว่าได้  ที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือ เขารู้สึกแปลกใจตัวเองว่า ตนเองมาทำภารกิจสำคัญนี้จนลุล่วงโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่างเดียวได้ยังไง

“เราจะบินกลับเมืองไทยเลยหรือเปล่าคะ” 

“อ๋อ..ไม่หรอกครับ ผมนัดกับเจ้าของเครื่องนี่ เอาเครื่องไปส่งคืนที่จุดนัดพบ รถของผมจอดรออยู่ที่นั่น”  นักบินตอบกลับมา  เขาเช่าเครื่องบินลำนี้จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเสียมเรียบ ซึ่งให้บริการทัวร์ทางอากาศกับนักท่องเที่ยว

“แต่ผมคงต้องเปลี่ยนแผนการบินแล้วล่ะครับ ผมขอให้คุณกลับลำ แล้วบินลงไปทางใต้เดี๋ยวนี้เลย”  ชายนิรนามออกคำสั่งอย่างเฉียบพลัน

“หือ..อ”  ชายชุดขาวที่ทำหน้าที่นักบินแปลกใจเล็กน้อย เขาชะลอเครื่องอย่างไม่แน่ใจ

“เราจะกลับไปที่จุดนัดพบไม่ได้อย่างเด็ดขาด ผมเปลี่ยนแผนให้ไปลงที่ท่าเรือใกล้กับเกาะกง ตรงนั้นเราสามารถหาเช่าเรือประมงได้ไม่ยาก ถ้าเราเดินทางไปทางบก เราโดนจับแน่”  ชายนิรนามยืนยันที่จะเปลี่ยนเส้นทางการหลบหนีใหม่

นักบินหันมามองหน้าชายนิรนามเพื่อค้นหาความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้น ก่อนจะตัดสินใจทำตามคำสั่งในที่สุด

“สงสัยคุณนักบินคงเพิ่งเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เป็นครั้งแรกล่ะสิ  ถึงได้ทำหน้าอย่างนั้น หึ..หึ..ส่วนผมน่ะ เจอมาทั้งวัน ตอนนี้ชินซะแล้ว”  ชายผมขาวกล่าวกับนักบินแล้วหัวเราะอย่างผ่อนคลาย ไม่คิดอะไรมากแล้ว

เวลา 22.30 น.
ที่จุดนัดพบที่บริษัทเจ้าของเครื่องเฮลิคอปเตอร์นัดกับผู้เช่าว่าจะต้องนำเครื่องมาคืน  มีตำรวจเขมรทั้งในและนอกเครื่องแบบดักซุ่มอยู่รอบๆ พื้นที่ ขณะที่ตัวแทนของบริษัทยืนตัวสั่นอยู่ที่ลานจอดเครื่องบิน     

“ไหนแกบอกว่า มันจะเอาเครื่องมาคืนตอนสี่ทุ่มไง นี่กี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว”  นายตำรวจใหญ่ตวาดใส่ตัวแทนบริษัทที่ยืนหน้าหงออยู่

หลังจากรอกันอย่างอดทนจนถึงเที่ยงคืน ตำรวจก็สั่งถอนกำลัง และให้นำตัวพนักงานตัวแทนบริษัทไปสอบต่อที่โรงพัก ก่อนจะได้ความว่า ผู้มาติดต่อเช่าเครื่องบินเป็นนักบินในกองทัพอากาศของไทยที่มากับไกด์ชาวเขมร เพื่อขอเหมาเครื่องขับเองโดยบอกว่าจะไปรับนักท่องเที่ยวต่อ พร้อมให้ราคาสูงกว่าปกติสองเท่า และยอมวางเงินค้ำประกัน 5 หมื่นบาทพร้อมกับหนังสือเดินทาง  ทางตัวแทนบริษัทเห็นว่า นักท่องเที่ยวขับรถป้ายแดงมาจอดไว้ด้วย คงไม่หนีไปไหน จึงยอมตกลง

ในวันต่อมา..
ตำรวจเขมรได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางไปยังกองตรวจคนเข้าเมืองและโรงแรมต่างๆ จนพบว่า เจ้าของหนังสือเดินทางเป็นคนไทยที่มาเล่นการพนันในบ่อนและเสียเงินจำนวนมาก เมื่อไม่มีเงินก็ถูกทางบ่อนยึดหนังสือเดินทางเอาไว้  เมื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางอย่างละเอียดแล้วจึงพบว่า เป็นหนังสือเดินทางที่ออกโดยถูกต้องตามกฎหมายไทย แต่รูปที่ปิดหนังสือเดินทางไม่ตรงกับเจ้าของหนังสือเดินทางตัวจริง

เวลา 06.00 น.
ที่นอกชายฝั่งประเทศกัมพูชา ในมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ เรือประมงลำหนึ่งลอยละล่องอยู่ท่ามกลางคลื่นลมที่สงบลงไปแล้วหลังเกิดพายุใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา

หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองยืนเกาะราวเหล็กที่กราบเรือด้านหน้า หันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ที่กำลังทอแสงแรกของวันขึ้นมาจากขอบฟ้าเบื้องหน้า  ท้องฟ้าสีน้ำเงินครามกำลังถูกแปรงแสงตะวันฉาบให้เป็นสีส้มอมเหลือง ท้องทะเลสืมืดครึ้มเริ่มโรยด้วยเกล็ดสีทองระยิบระยับ  ลมทะเลที่พัดอ้อยสร้อยพอให้เส้นผมที่ประบ่าโบกสะบัดไปตามแรงพัดโชย

“ตื่นแล้วหรือครับ” 

เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นทางด้านหลัง เป็นเสียงแรกของเช้าวันนี้ที่ผิดแผกไปจากเสียงคลื่นที่กระทบกับท้องเรือ  ใบไม้ทะเลหันหน้ากลับไปมอง ชายคนหนึ่งในภาพที่คุ้นตากับแว่นตาสีดำของเขายืนกอดอกด้วยอริยาบถสบายๆ สิ่งที่ไม่คุ้นตาสำหรับเธอน่าจะเป็นรอยยิ้มที่ดูสดใสบริสุทธิ์ของเขา

“ยังอยากนอนอยู่ค่ะ แต่อยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นมากกว่า”

ชายนิรนามเดินเข้ามายืนเกาะราวเหล็กอยู่ทางด้านข้าง แสงสีทองฉายให้เห็นความอ่อนโยนบนใบหน้าที่ใบไม้ทะเลไม่เคยพานพบจากคนๆ นี้มาก่อน

“อากาศดีจังเลยครับ”

“ค่ะ”  ใบไม้ทะเลตอบไปตามสัญชาตญาณ เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยกับอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษของเขาเท่าใดนัก

“ตอนยังเป็นหนุ่มน้อย ผมเคยฝันอยากที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระสักครั้งกับคนที่ผมรัก บนเรือที่ล่องลอยไปเรื่อยๆ โดยมีขอบฟ้าทั้งสี่ด้านเป็นจุดหมายปลายทาง แต่ความฝันนั้นมันไม่เคยเป็นความจริงได้เลย..”  ชายนิรนามกับสายตาที่เหม่อลอย ริมฝีปากของเขายังอาบไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย

ใบไม้ทะเลอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองหน้าชายนิรนามอย่างพินิจพิจารณา เธอนึกไม่ถึงว่า ชายผู้นี้ยังจะมีอารมณ์โรแมนติกได้เหมือนกัน

หลังจากนั้น..ทั้งคู่ก็เปิดใจสนทนาเรื่องส่วนตัวของกันและกันราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันมาช้านาน  กระทั่ง..แสงแดดเริ่มเจิดจ้าจนแสบตา ใบไม้ทะเลก็รู้สึกว่า มือข้างหนึ่งของชายนิรนามกำลังสัมผัสกับเอวของเธออย่างแผ่วเบาและค่อยๆ กระชับขึ้นเป็นลำดับ

“แดดเริ่มร้อนแล้ว เข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ”

“เอ่อ..อ แล้วคุณพี่อีกคนล่ะคะ”

“ผมจัดการให้เขาลงเรือลำเล็กล่วงหน้ากลับเมืองไทยไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ”

ใบไม้ทะเลไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกหรือเพราะความโคลงของเรือที่ทำให้ศีรษะของเธอซบลงที่แผ่นอกของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล เธอคงสภาพของมันให้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งร่างของคนทั้งสองหายเข้าไปในห้องโดยสารของเรือ

.......................................................................................................จบบริบูรณ์



ข้า..วรพุทธเจ้า..
อาว..มโน..ศิรการ..
....  ......  .....

กรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่านก่อนเดินออกจากโรงภาพยนตร์ ขอบคุณครับ
Please check your belonging before leaving your seat, thank you.  

บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #73 เมื่อ: 10-06-2008, 13:07 »

"หลังจากนั้น..ทั้งคู่ก็เปิดใจสนทนาเรื่องส่วนตัวของกันและกันราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันมาช้านาน  กระทั่ง..แสงแดดเริ่มเจิดจ้าจนแสบตา ใบไม้ทะเลก็รู้สึกว่า มือข้างหนึ่งของชายนิรนามกำลังสัมผัสกับเอวของเธออย่างแผ่วเบาและค่อยๆ กระชับขึ้นเป็นลำดับ

“แดดเริ่มร้อนแล้ว เข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ”

“เอ่อ..อ แล้วคุณพี่อีกคนล่ะคะ”

“ผมจัดการให้เขาลงเรือลำเล็กล่วงหน้ากลับเมืองไทยไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ”

ใบไม้ทะเลไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกหรือเพราะความโคลงของเรือที่ทำให้ศีรษะของเธอซบลงที่แผ่นอกของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล เธอคงสภาพของมันให้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งร่างของคนทั้งสองหายเข้าไปในห้องโดยสารของเรือ"


วี๊ดดดดดดวิ้ววววววววว
มีฉากโรแมนติกตอนจบด้วยยยยยย
ว้าว ว้าว ว้าว
มิน่าถึงไม่เลือกป้าศิลาแลง... อิอิอิ

 
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #74 เมื่อ: 10-06-2008, 13:13 »

555
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #75 เมื่อ: 10-06-2008, 15:47 »

"หลังจากนั้น..ทั้งคู่ก็เปิดใจสนทนาเรื่องส่วนตัวของกันและกันราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันมาช้านาน  กระทั่ง..แสงแดดเริ่มเจิดจ้าจนแสบตา ใบไม้ทะเลก็รู้สึกว่า มือข้างหนึ่งของชายนิรนามกำลังสัมผัสกับเอวของเธออย่างแผ่วเบาและค่อยๆ กระชับขึ้นเป็นลำดับ

“แดดเริ่มร้อนแล้ว เข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ”

“เอ่อ..อ แล้วคุณพี่อีกคนล่ะคะ”

“ผมจัดการให้เขาลงเรือลำเล็กล่วงหน้ากลับเมืองไทยไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ”

ใบไม้ทะเลไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกหรือเพราะความโคลงของเรือที่ทำให้ศีรษะของเธอซบลงที่แผ่นอกของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล เธอคงสภาพของมันให้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งร่างของคนทั้งสองหายเข้าไปในห้องโดยสารของเรือ"


วี๊ดดดดดดวิ้ววววววววว
มีฉากโรแมนติกตอนจบด้วยยยยยย
ว้าว ว้าว ว้าว
มิน่าถึงไม่เลือกป้าศิลาแลง... อิอิอิ

 


โอโอโอ   แฮ้ปปี้เอนดิ้ง  จะมีภาคต่ออีกไหมเนี่ย   

สนุกค่ะ สนุก   
บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #76 เมื่อ: 10-06-2008, 16:18 »


กรี๊ดๆๆๆๆไม่ยอมๆๆๆค่ะ จบหวานเกินไป
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
moon
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 780


« ตอบ #77 เมื่อ: 10-06-2008, 16:37 »

ผิดหวังครับ ผิดหวังอย่างแรงเลย


ที่มันน่าจะเป็นเรื่องจริง


ขอบคุณครับ สนุกมากเลย
บันทึกการเข้า
ชามู
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี


« ตอบ #78 เมื่อ: 10-06-2008, 16:45 »

แหมท่าน bonny

ขึ้นต้นเรื่องให้อารมณ์ประมาณ MI 3 เลยนะ

ไหงตอนจบกลายเป็น Pretty Woman ไปได้เนี่ย

ลืมขอบคุณไป อย่างไรก็อ่านสนุก คลายเครียดดีครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-06-2008, 16:56 โดย ชามู » บันทึกการเข้า

สมาชิกหมายเลข #348

ชามู ปลาวาฬตัวใหญ่ใจดี
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #79 เมื่อ: 10-06-2008, 17:46 »

สวัสดีครับทุกท่าน..

โอ้โห..เรตติ้งกระฉูด เกือบ 2000 คลิกแน่ะ แสดงว่า ชาวเสรีไทยชอบซีรีย์เกาหลี

...............................

คุณมารุจัง..

อิจฉาล่ะสิ

................................

คุณพรรณชมพู..

มีแน่นอนครับ เรื่องหน้าป้าศิลาแลงได้เป็นนางเอกแน่นอนครับ ชื่อเรื่องว่า "สืบจากศพ"

................................

อธิฏฐาน..

ผมกำลังหานางเอกเรื่อง "ไข้หวัดเป็ด"  ไม่ทราบว่าสนใจไหมครับ  มีฉากเลิฟซีนแบบ เม้าท์ ทู เม้าท์ด้วย

..................................

คุณชามู..

อิ อิ ผมว่าลงท้ายมันเจมส์บอนด์นะ

..................................

คุณmoon..

นั่นดิ ผมก็ผิดหวัง  ผิดหวังที่................................................มันจบแบบนี้ น่าจะมีต่ออีกซักสิบนาที รับรอง...ฮึ่มๆ ๆ:slime_smile2:

.....................................

คุณŞiłąncē Mőbiuş

ขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่านมาโดยตลอด หวังว่า เนื้อหาจะมีเกล็ดเล็กๆ ที่นำไปขยายความคิดและอารมณ์ได้บ้าง
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #80 เมื่อ: 10-06-2008, 18:31 »

ไม่ค่ะ.. ไม่อิจฉาเล้ยยยยยย

ชีวิตเค้า น่าอิจฉากว่านี้อีกนะ.. จะบอกให้

อิอิอิ
 
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #81 เมื่อ: 10-06-2008, 22:04 »

โอ้ว จบแล้ว~!!!


อ่านๆ ไป ได้บรรยากาศแบบนิยายแดน บราวน์ เลยนะเนี่ย 

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #82 เมื่อ: 10-06-2008, 22:46 »

จบหวานเชียว พี่บอนนี่ อ่านไปยังเขิลเลย นึกว่าอ่านนิยายเรื่อง ดั่งดวงหฤทัย    

ว่าแต่ว่า ใบไม้ทะเล ได้เป็นมือสังหาร เลยเหรอค่ะ โอ้ววว เหมือนฝันเลย

ว่าแต่ว่า ค่าตัวยังไม่ได้รับเลยนะค่ะ
 

บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #83 เมื่อ: 11-06-2008, 08:16 »


ว่าแต่ว่า ค่าตัวยังไม่ได้รับเลยนะค่ะ
 



โธ่..อนาเอ๊ย  คนสร้างและกำกับการแสดง กู้เงินเขามาทำตั้งหลายตังค์ ป่านนี้ยังไม่ได้คืนซักกะบาทนึงเลย

ค่าตัวนักแสดงทั้งหมดจึงจำเป็นต้อง...............................................ชักดาบ
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
Scorpio6
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,210


Man on Mission *เสี่ยวฯ>สันติภาพ*


« ตอบ #84 เมื่อ: 11-06-2008, 17:30 »

ป่านนี้แป้งที่โปะไว้คงหลุดหมดแล้วค่ะ

 



..หลังปะแป้งเสร็จพร้อมแสดง

..ทอม ครูสท์ ปลอมเป็นชายหัวล้านมาเข้าฉาก

ส่วนนักแสดงอื่นๆ...ช่วยกันหามาภาพมาประกอบครับ


นำภาพมาประกอบเพื่อให้เห็นชัดๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-06-2008, 17:39 โดย Scorpio6 » บันทึกการเข้า



คิดจะล้มระบอบทักษิณ ต้องอ่านใจเนวินและเพื่อน
บล็อกเสี่ยวไทบ้าน*แวะเยี่ยมRepublican Collage ของคุณสุธา ชันแสง*
http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2008/03/26/entry-1
"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและในฐานะอย่างไร จงตรองหาว่า จะมีทางใช้ชีวิต
ให้เป็นประโยชน์ในทางใดบ้าง เมื่อตั้งใจคิดถึงมันแล้วก็จะพบเสมอ
ไม่ว่าอยู่ที่ใด เมื่อพบทางแล้วจงลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์"
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #85 เมื่อ: 11-06-2008, 17:35 »

ใครคือชายนิรนามผู้นั้น

ผู้ได้.....................

 
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #86 เมื่อ: 11-06-2008, 17:44 »

^
^
^

เป็นสายลับขบวนการ ที่มีรหัสประจำตัวเป็นเลข 9 สามตัวครับ   
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #87 เมื่อ: 12-06-2008, 08:03 »

..หลังปะแป้งเสร็จพร้อมแสดง


ส่วนนักแสดงอื่นๆ...ช่วยกันหามาภาพมาประกอบครับ


นำภาพมาประกอบเพื่อให้เห็นชัดๆ

ยืนยันครับว่า ใบไม้ทะเลผอมกว่าและแหล่มกว่านี้อีกครับ...(เห็นมาแล้ว)
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #88 เมื่อ: 12-06-2008, 09:04 »

ยืนยันครับว่า ใบไม้ทะเลผอมกว่าและแหล่มกว่านี้อีกครับ...(เห็นมาแล้ว)

เอารูปมา Post เล้ยยยยยยยยยยยยยย 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #89 เมื่อ: 12-06-2008, 10:21 »

คุณป้าศิลาแลงฝากมาให้คุณ bonny

-----------------




อีตา bonny

ถ้าเรื่องหน้าป้าไม่ได้เป็นนางเอก  เป็นได้เจอม๊อบแน่นอน จำไว้

---------------

 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-06-2008, 10:23 โดย พรรณชมพู » บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #90 เมื่อ: 12-06-2008, 10:56 »

เอารูปมา Post เล้ยยยยยยยยยยยยยย 

คุณยอมติดคุกแทนผมไหมล่ะ

......................................................................

คุณป้าศิลาแลงฝากมาให้คุณ bonny

-----------------




อีตา bonny

ถ้าเรื่องหน้าป้าไม่ได้เป็นนางเอก  เป็นได้เจอม๊อบแน่นอน จำไว้



ที่ผมไม่เลือกเพราะพระเอกถอนตัวกันหมดครับ
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #91 เมื่อ: 12-06-2008, 20:00 »

^
^
^

เป็นสายลับขบวนการ ที่มีรหัสประจำตัวเป็นเลข 9 สามตัวครับ   

เป็นซะงั้น  Mr. Green Laughing Mr. Green

แบบนี้ต้องเปิดเพลงประกอบตอนจบค่ะ 




ความรักไม่รู้จบ_Kvam Ruk Mai Roo Job.mp3

http://www.esnips.com/doc/48185aa9-2ae1-4b59-830e-ae31d5fb3e35/ความรักไม่รู้จบ_Kvam-Ruk-Mai-Roo-Job


Rak-mai-roo-dub.mp3

http://www.esnips.com/doc/09a64f41-e19b-4615-829a-c45fa0910f99/Rak-mai-roo-dub



ยืนยันครับว่า ใบไม้ทะเลผอมกว่าและแหล่มกว่านี้อีกครับ...(เห็นมาแล้ว)

มายืนยันอีก ๑ เสียงค่ะ  Mr. Green  Mr. Green

พี่บอนนี่พูดเหมือนตาเห็นเล้ยยย 

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: