ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 07:54
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  **เปิดแผนสังหาร..!!!!???** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
**เปิดแผนสังหาร..!!!!???**  (อ่าน 5097 ครั้ง)
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« เมื่อ: 03-06-2008, 16:52 »

ใครไม่ชอบนิทานปรำปรา (Myth) ตามศัพท์ของจักรภพ คลิกปิดไปเลยนะครับ


ตอนที่ 1 ..ผู้ก่อการ..



ที่ห้องประชุมลับของเสรีไทย..
การประชุมตามนัดหมายที่ไม่อาจมีหมายนัดได้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางดึกของคืนวันหนึ่ง ภายในห้องที่หรี่แสงไว้เพียงสลัวๆ และบรรยากาศสุดแสนซึมกระทือ

“ผมนัดทุกคนมาประชุมกันในวันนี้ก็เพื่อหาข้อสรุปปัญหาของบ้านเมือง”  ชายนิรนามที่สวมแว่นดำอำพรางแววตากล่าวเมื่อเห็นว่า บุคคลที่นัดหมายไว้มาประชุมกันพร้อมหน้าแล้ว

“ทำไมต้องนัดเอาดึกดื่นป่านนี้”  ชายในชุดขาวที่สวมหมวกปีกสีน้ำตาลตั้งคำถาม

“ภารกิจสำคัญอย่างนี้นัดกลางวันแสกๆ ได้ยังไง  คุณก็รู้ว่า เสรีไทยตอนนี้โดนเจาะโดนไชโดยลิ่วล้อแม้วจนกลายเป็นตาสัปรดไปแล้ว”  ชายนิรนามกล่าวตอบ

“คุณหมายถึงไอ้แก๊ส ไอ้คิว ไอ้จักรพรรดิ ไอ้หมู  ไอ้ขี้เลอะ  ไอ้เภ....”  ชายวัยเลยกลางคนไปจนล้นพ้นที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างไล่เรียงลำดับ

“จุ๊..จุ๊ อย่าเอ็ดไป”  ชายนิรนามลุกจากที่นั่งเดินไปปิดม่านที่ด้านหลังชายผมขาวให้สนิทขึ้น จากเดิมที่มีร่องแสงเล็กๆ สาดผ่านไปได้

“อะไรกันนักหนา มันต้องลึกลับปานนี้เชียวเรอะ”  ชายชุดขาวโพล่งอย่างไม่เข้าใจ

“มันจะไม่ลึกลับได้อย่างไร ในเมื่อเรากำลังวางแผนสังหาร...”  ชายนิรนามกล่าว หลังจากกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมแล้ว

“แผนสังหาร!!!”  ชายอีกสามคนที่เหลืออุทานออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน

ชายนิรนามผงกศีรษะช้าๆ แทนคำตอบ  บรรยากาศภายในห้องสนทนาเหลือเพียงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศและความเงียบจากห้วงรติกาล  เงียบจนได้ยินเสียงอึ่งอ่างในฤดูฝนร้องผ่านเข้ามาในกระจก

“นี่ล่ะ ที่ผมตั้งใจจะบอกพวกคุณ  ถ้าไม่ทำ มันไม่จบ”  ชายนิรนามทำลายความเงียบและยะเยือกด้วยเสียงนุ่มๆ แต่เต็มไปด้วยพลัง

“เฮ้ย..เอากันจริงๆ เหรอ”  ชายหัวล้านที่นิ่งเงียบมาตลอดทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

ชายนิรนามที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำหันไปมองหน้าชายหัวล้าน  แม้ไม่มีคำตอบใดๆ หลุดออกมาจากปากแต่ความนิ่งบนใบหน้าของเขาอนุมานได้ว่า สิ่งที่ได้ยินไม่ได้ผิดเพี้ยน

“ผมไม่ได้บอกภารกิจนี้กับพวกคุณล่วงหน้า เพราะกลัวข่าวจะรั่วออกไป  แต่ตอนนี้ ผมไม่หวั่นเรื่องนั้นแล้ว คำพูดและกริยาของทุกคนในห้องนี้ ผมได้บันทึกเป็นวิดิโอไว้โดยตลอด”  ชายนิรนามชำเลืองขึ้นไปมองกล้องขนาดกลักไม้ขีดสี่ตัวที่ติดอยู่มุมพดานทุกมุม 
พรรคพวกอีกสามคนเหลือบขึ้นไปมองตาม

“ใครที่คิดว่า ไม่เล่นด้วยกับผม มีเวลาที่จะเปลี่ยนใจในตอนนี้นะครับ  แต่ถ้าผมเปิดแผนการนี้เมื่อไร ผมไม่อาจอนุญาตให้ใครถอนตัวได้”  ชายนิรนามเอานิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ ด้วยจังหวะที่เท่าๆ กัน เหมือนจังหวะของเข็มนาฬิกาที่เดินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 
ชายที่นั่งอยู่สองคนมีอาการสงบ แต่มีอยู่คนหนึ่งเริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลน

“คุ..คุณ บอ..บอกแผนการมาก่อนดีไหม  ผะ..ผมจะได้ตัดสินใจได้ถูก”  ชายชุดขาวละล่ำละลัก

ชายนิรนามหยุดอาการเอานิ้วเคาะโต๊ะแล้วหันมามองหน้าชายชุดขาวอย่างเพ่งพินิจ จนชายชุดขาวต้องเบือนสายตาหนี

“เสียใจครับ ถ้าคุณไม่พร้อม ผมยอมรับการเดินออกไปจากห้องในตอนนี้ แต่ไม่มีทางที่ผมจะเปิดเผยแผนลับให้ทราบก่อนอย่างเด็ดขาด คุณต้องตัดสินใจความเป็นเสรีชนด้วยจิตใจของคุณเอาเองในเวลานี้”  ชายนิรนามกล่าวด้วยเสียงราบเรียบประดุจเคลื่นทะเลในยามลมสงบ 

ทุกคนพุ่งสายตาไปที่ชายชุดขาวที่กำลังรู้สึกกระอักกระอ่วนเหมือนกุ้งสะดุ้งไฟ 

ในที่สุด..
ชายชุดขาวก็สั่นศีรษะช้าๆ แล้วลุกขึ้นยืน

“ผม..ผมยอมรับว่า ใจของผมยังไม่กล้าพอ ผมขอถอนตัวก็แล้วกัน”  ชายชุดขาวก้มหน้ายอมรับ ก่อนหันหลังเดินจากไปที่ประตู

“หวังว่า คุณคงเก็บเรื่องที่คุณได้ยินไว้เป็นความลับสุดยอดนะ”  ชายนิรนามกล่าวเมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่า สมาชิกคนหนึ่งกำลังจะเดินจากไป

ชายชุดขาวหันมามองพร้อมครุ่นคิดอยู่ในใจ..

“แน่นอน..ผมทราบกติกาดี”

เสียงประตูที่ถูกปิดดังปังจางหายไปแล้วพร้อมกับร่างของชายชุดขาวคนนั้น

“คุณ..เอ่อ แน่ใจหรือว่า เขาจะไม่ไปปูดเรื่องนี้กับคนภายนอก”  ชายหัวล้านยังหวั่น

ชายนิรนามในชุดดำเปิดรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวตอบ..

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ  ผมคัดเลือกพวกเรามาก็เพราะดูจากประวัติและพฤติกรรมจนแน่ใจแล้วว่า พวกเราเป็นเสรีไทยตัวจริงและรังเกียจพฤติกรรมระบอบทักษิณยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก  แม้เขาจะเดินจากไปโดยรู้ว่า เรามีแผนสังหารก็ตาม แต่เขาจะไม่กล้าเปิดโปงให้ใครรู้อย่างเด็ดขาด...ถ้าเขาฉลาดพอ”  ชายนิรนามเน้นถ้อยคำสุดท้ายก่อนจะแหงนหน้าขึ้นไปมองกล้องวิดิโอบนเพดาน

“ถ้าผมทราบว่า เขาไปเปิดเผยความลับของเราจนทำให้แผนสังหารของเราล้มเหลวเมื่อไร  ผมจะตัดภาพการประชุมที่เหลือออกทั้งหมด เหลือแต่เพียงใบหน้าของเขาตอนที่เดินเข้ามาในห้องประชุมเท่านั้น”  ชายนิรนามกล่าวอย่างเยือกเย็น  วิธีการและความคิดอ่านของเขาแนบเนียนและเฉียบคมตลอดมา คนในเสรีไทยรู้ดี

“ถ้างั้น...”  ชายผมขาวเอ่ยขึ้น
“บอกแผนการของคุณมาเลย”

............................................................................................จบตอนที่ 1


เรื่องราวจะเป็นอย่างไรก็ติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ  เขียนเสร็จเมื่อไรก็จะมาโพสต์เมื่อนั้น
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #1 เมื่อ: 03-06-2008, 16:54 »


ตอนที่ 2 เปิดแผนสังหาร


“เดี๋ยวก่อน!!”  ชายหัวล้านขัดจังหวะ
“ต้องฆ่าแกงกันจริงๆ หรือ  ไม่ใช่ไม่กล้านะ แต่มีวิธีอื่นอีกไหม”

ชายนิรนามขยับแว่นตาดำให้กระชับเพื่อจะสังเกตสีหน้าของชายหัวล้าน  เสรีชนคนนี้ได้รับการคัดเลือกมาทำภารกิจนี้เพราะหัวใจที่แน่วแน่ และความบ้าบิ่นของเขาที่พิสูจน์มาแล้วหลายครั้งผ่านตัวอักษรในบอร์ดแสดงความคิดเห็นของขบวนการ

“ที่ผ่านมา คุณยังคิดว่า มีวิธีการอื่นใดอีกหรือครับ  ตอนที่เกิดรัฐประหาร ไม่มีใครคิดว่า จะต้องจัดการด้วยวิธีเช่นนี้หรอก คิดว่า ทุกอย่างคงจบกันไปแล้ว เมื่อสามารถล้มรัฐบาล ตั้งคตส. และปิดประตูตายกลุ่มบ้านเลขที่ 111 บ้านเมืองจะได้สงบสุขกันเสียที  แต่ก็อย่างที่เห็นๆ กันอยู่  คน..คนนี้ไม่เคยยอมหยุด ไม่เคยยอมแพ้ หากเขายังมีทางรอดแม้หนทางจะขรุขระเพียงใดก็ตาม แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อของใครก็ตาม และแม้จะสร้างความฉิบหายให้กับประเทศชาติขนาดไหนก็ตาม เขาก็ยังต้องการจะฝ่าฟันเอาชนะให้ได้”

“จะว่าไปแล้ว..ก็ต้องคำนับให้กับจิตใจความเป็นนักสู้ของเขานะ”  ชายหัวล้านกล่าวเสียงเนิบๆ แม้จะเกลียดคนๆ นี้เข้าไส้ แต่นักสู้ด้วยกันก็ต้องคารวะจิตใจของนักสู้ด้วยกัน ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝั่งไหน

“อย่าเพิ่งใจอ่อนสิ  เขาสู้เพื่อความอยู่รอดของอภิมหาสมบัติส่วนตัว แต่พวกเรากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ”  ชายนิรนามให้สติ..
“ตอนนี้มันถึงขั้นว่า ถ้าไม่มีคนๆ นี้เสียคนแล้วชาติเราจะอยู่รอดได้ ก็เหมือนกับกระทู้หนึ่งในเสรีไทยของคุณbeastguy ที่ถามว่า..ไล่รัฐบาล ยุบสภา ลาออก แล้วไงต่อไปล่ะ  คำตอบสุดท้ายคือ ไม่รู้”

ชายผมขาวรับฟังแต่ยังทำหน้าชวนให้เวียนหัวอยู่

“แล้วกลุ่มพันธมิตรที่กำลังชุมนุมอยู่ล่ะ พอจะเป็นทางรอดได้มั้ย”  ชายหัวล้านกล่าวต่อ

“อืมม์..ก็นะ..ความจริงผมไม่อยากพูด”  ชายนิรนามถอนหายใจอย่างแรงทีหนึ่งก่อนจะกล่าวตอบ..
“พวกเขาทำได้ส่วนหนึ่ง คือยื้อให้พลังแม้วไม่สามารถเดินเกมได้ตามแผนที่วางเอาไว้  ทำได้แค่ชลอให้คนๆ นี้เดินช้าลงแต่ไม่ได้ทำให้เขาหยุดเดิน  แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ทางรอดของชาติอยู่ดีเพราะพวกเขาได้สร้างกลไกอย่างหนึ่งขึ้นมาใหม่ นั่นคือ กลไกที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ของคนสองความคิด ทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นมาในชาติซึ่งไม่อาจสมานกันได้อีกต่อไป และนับวันรอยร้าวจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นแตกหัก  ถึงตอนนั้น..”  ชายนิรนามหยุดเพื่อถอนหายใจอีกครั้งเมื่อต้องพูดในสิ่งที่ไม่อยากพูด

“..ก็จะต้องมีคนล้มตายอยู่ดี  คราวนี้อาจไม่ใช่แค่คนๆ เดียวอย่างที่เรากำลังจะจัดการ แต่จะเป็นคนทั้งสังคม ซึ่งเราก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า จะมีปริมาณเท่าไรที่จะต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้คนๆ นี้ยอมหยุด”

“หมายความว่า..เราจึงต้องมาทำภารกิจนี้เพื่อให้บุคคลคนเดียวอันตรธานหายไปจากโลกนี้เพื่อแลกกับความอยู่รอดของคนจำนวนมากกว่าในสังคมใช่หรือไม่”  ชายหัวล้านสรุปเป็นเชิงขอความเห็น 
ชายนิรนามไม่พูดว่ากระไรอีกแต่หันไปมองหน้าเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งสองคนเพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีแววตาของความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ปรากฏอยู่อีกแล้ว

“เอาล่ะ....คราวนี้เปิดเผยแผนการของคุณได้หรือยัง”  ชายผมขาวทวงอีกครั้ง

หนุ่มนิรนามที่อยู่ในวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางยังประเปรียวอยู่ เอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อยกกระเป๋าหนังสีดำขนาดเท่าแฟ้มเก็บเอกสารขึ้นมาวางบนโต๊ะ  รูดซิปออกแล้วหยิบเอกสารออกมาปึกหนึ่ง

“ผมจำเป็นต้องใช้การอธิบายให้เข้าใจ ไม่อาจถ่ายเอกสารให้พวกคุณได้”  เขากล่าวก่อนจะแผ่เอกสารสำคัญลงบนโต๊ะ  เพื่อนๆ ที่นั่งประกบอยู่ทั้งสองฟากชะโงกหน้าเข้ามาแบบสุมหัว

“นี่เป็นกำหนดการตารางการเดินทางของเขาใน 7 วันข้างหน้านี้ เขาวางแผนการเดินทางใหม่ทุก 7 วัน และมีเพียงผู้ใกล้ชิดไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า เขาจะเดินทางไปที่ไหน พักที่ไหน นานเท่าไร”  ชายนิรานามอธิบายข้อมูลในเอกสารให้ฟัง

“เอ๊ะ..แล้วคุณได้ตารางเหล่านี้มาได้อย่างไร”  ชายหัวล้านสะดุ้งเมื่อได้เห็นรายละเอียด

“ในกลุ่มพันธมิตรมีพันธแม้วซุกซ่อนอยู่..ในกลุ่มพันธแม้วก็มีพันธมิตรของเราซ่อนตัวอยู่เช่นกัน”  ชายนิรนามบอกเป็นนัยให้ชายหัวล้านไปแปลความเอาเอง

"หนอนบ่อนไส้..!!"

“เรื่องที่อยู่ใต้ดินลึกลงไป 3 ชั้น พวกคุณรู้เพียงแค่ชั้นที่สองก็ถือว่าลึกมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้สึกไปจนถึงชั้นที่สามก็สามารถปฏิบัติการได้”  ชายนิรนามให้ข้อคิดเพิ่มเติม

แม้อยากรู้ที่มาที่ไป แต่ชายทั้งสองก็ไม่คิดว่าจะถามไถ่มากไปกว่านี้ เพราะเชื่อว่า ชายนิรนามคงไม่ยอมเปิดเผยอะไรมากไปกว่านี้เป็นแน่ 

“วันอังคารหน้า เขามีนัดหารือกับผู้นำระดับสูงของเขมรเพื่อเจรจาแลกผลประโยชน์ระหว่างกันอีกครั้งก่อนการตัดสินใจลงทุน เราจะลงมือในวันนั้น ตอนที่เขากลับออกมาจากงานเลี้ยงรับรองตอนหัวต่ำ”  ชายนิรนามเปิดเผยแผนสังหารให้ฟังโดยคร่าว

“อย่างไรล่ะ ยิง..หรือ..ระเบิด”  ชายหัวล้านแทบอดทนรอต่อไปไม่ไหว เขาเป็นอดีตขาบู๊ที่มีประวัติโชกโชนก่อนจะหันมาทำธุรกิจส่วนตัวและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

“ระบบรักษาความปลอดภัยของคนๆ นี้สูงมาก คนแปลกหน้าไม่สามารถเข้าใกล้ในระยะห่าง 50 เมตรได้ ผมเกรงว่า เราอาจไม่มีนักแม่นปืนในระยะนั้น หากยิงพลาด ทุกอย่างก็จบ”

“คุณหมายความว่า เราต้องใช้ระเบิดซึ่งทำลายล้างได้ในเป้าหมายที่..ใหญ่กว่า..”  ชายผมขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นกระพือ  แม้จะเป็นคนมีอุดมการณ์แน่วแน่แต่ในชีวิตของเขาก็ยังไม่เคยคิดลอบสังหารใครมาก่อน

“ผมเกรงว่า เราจำเป็นต้องใช้วิธีนั้น”  ชายนิรนามกล่าวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก

“คุณจำกัดการสูญเสียไว้ได้หรือเปล่า ถ้าใช้ระเบิดเนี่ย..คงไม่ใช่แค่คนๆ เดียวแล้ว”  ชายหัวล้านมองหน้าชายนิรนามแน่วนิ่ง อยากรู้ว่าจะได้รับคำตอบอย่างไร ถ้าต้องตายเป็นเบือคงไม่มีใครเห็นด้วย

“ถ้าระเบิดของเราตรงเป้าหมายเป๊ะ และตรงเวลาที่กำหนด เราจะจำกัดการสูญเสียได้แค่ เขาคนนั้นและคนขับรถ”  คงไม่ง่ายนักที่ชายนิรนามจะขอความเห็นชอบจากเพื่อนของเขาได้หากบอกว่า ระเบิดสามารถทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตในจำนวนที่มากกว่านั้น

“สองคน..แลกกับประเทศชาติ  อืมม์..ช่วยบอกโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นทีสิ  พวกเราไม่ใช่มือระเบิดอาชีพนะ ถ้าพลาดเป้าไปโดนพลเมืองเข้าล่ะก้อ นอกจากจัดการเป้าหมายไม่ได้แล้ว เราจะพลอยซวยกันหมด”  ชายหัวล้านขอทัศนะที่แน่ชัดอีกครั้ง

“ผมได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัตถุระเบิดซึ่งปฏิบัติการอยู่ที่ภาคใต้แล้ว เขาให้โอกาสเรา 80 ต่อ 20 สำหรับความสำเร็จ ปัจจัยที่จะทำให้งานสำเร็จตามเป้าอยู่ที่ลมฟ้าอากาศ ระดับสัญญาณโทรศัพท์และความนิ่งของคนจุดชนวน”  ชายนิรนามตอบด้วยสีหน้าและแววตาที่ยังแน่วนิ่ง

“คุณหมายความว่า นอกจากพวกเราสามคนแล้ว ยังมีคนอื่นๆ รู้เรื่องนี้อีกหรือ”  ชายหัวล้านซักถามต่อ

“แน่นอน..อย่างที่คุณบอกน่ะแหละ  เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ต้องอาศัยมืออาชีพทางด้านนี้มาวางระบบให้ แต่คนที่จุดชนวนต้องเป็นคนของเราเท่านั้น พวกเขาทำหน้าที่ให้เราได้อย่างจำกัดเพื่อความั่นคงของตำแหน่งหน้าที่ของพวกเขาเอง”

“คุณหมายความว่า พวกเขายังรับราชการอยู่งั้นสิ”  ชายหัวล้านพยายามเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม  แต่ชายนิรนามไม่ตอบคำถามของเขาตรงๆ

“ในชั้นความลับที่สาม พวกคุณไม่ควรรู้ ไม่ใช่ไม่ไว้วางใจแต่อาจเป็นอันตรายต่อพวกคุณเอง เพราะหากงานไม่สำเร็จ พวกเขาที่อยู่ในสถานะที่ไม่อาจเปิดเผยตัวได้อาจจำเป็นต้องกำจัดคนที่ล่วงรู้ความลับของพวกเขาได้..ไม่สำคัญด้วยว่าคุณอยู่ฝ่ายไหน”

คำตอบชองชายนิรนามเล่นเอาเพื่อนอีกสองคนนั่งไม่อยู่สุข หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“ถ้างั้น..เอ่อ..ใครจะเป็นคนจุดชนวน”  ชายผมขาวถามขึ้นมา

“ผมยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคล  แต่ถ้าไม่มีใครอาสา คงต้องเป็นผมมั้ง”  พูดจบชายทั้งสามคนก็หันมามองตากันไปมา  เกิดภาวการณ์ที่บีบคั้นอย่างรุนแรงทางอารมณ์ไปจนถึงส่วนลึกที่สุดที่ไม่อาจหยั่งได้ของลูกผู้ชาย ที่เรียกว่า “กึ๋น”

“ผมอาสาเอง”  ชายหัวล้านโพล่งขึ้น

“ไม่ได้ ผมคิดว่า คุณยังไม่นิ่งพอ”  ชายนิรนามรีบค้าน

“งั้นถ้าเป็นผมล่ะ..นิ่งพอไหม”  ชายผมขาวเสนอตัวเอง 

ชายนิรนามนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง..

“ถ้าคุณพี่คิดว่า ตัวเองทำได้ ผมคงต้องให้โอกาส”  ชายนิรนามกล่าว หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบในเวลาที่จำกัด ด้วยวัยวุฒิ และคุณวุฒิการศึกษาของชายผมขาวคนนี้ ทราบมาว่า ไม่ธรรมดา

“แล้วผมล่ะ จะให้ผมทำอะไร”  ชายหัวล้านถาม

“คุณต้องเป็นกำลังสนับสนุน คอยดูต้นทางและให้สัญญาณว่าเมื่อไรจะจุดชนวน ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ถ้าคุณให้สัญญาณผิด แผนการก็พังเหมือนกัน”

“แล้วตัวคุณล่ะ  คุณทำอะไร”  ชายหัวล้านถามชายนิรนามตรงๆ

“ต้องมีคนๆ หนึ่งรับหน้าที่ประสานงานกับทุกฝ่าย  ซึ่งนอกจากเราสามคนแล้ว ผมยังต้องการเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งเป็นนางนกต่อ”

“หา..ยังมีอีกคนเหรอ”  ชายหัวล้านส่งเสียงดัง

“จุ๊..จุ๊ เบาหน่อยครับ  ยังมีอีกคนนึง ซึ่งผมยังไม่ได้เรียกตัวมาเพราะยังไม่รู้ว่าจะเอาใครดีในเสรีไทย”

พูดจบชายนิรนามก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือ

“นี่เป็นรายชื่อของสมาชิกของเรา  ต้องเลือกคนหนึ่งจากในลีสต์นี้” 

กระดาษสีขาวขนาดA4 ถูกวางกลับลงบนโต๊ะ ตรงหน้าชายทั้งสามคน

“เอ๊ะ..อะไรเนี่ย มีแต่ผู้หญิงทั้งน้าน”  ชายผมขาวเอะใจเมื่อสำรวจรายชื่อในกระดาษที่มีอยู่ทั้งหมดแล้ว

“ก็นั่นแหละ..เราต้องการนางนกต่อ ไม่ใช่นายนกต่อ”  ชายนิรนามพยักหน้าทีหนึ่ง 

“ทำหน้าที่อะไร ไหนอธิบายหน่อยซิ” 

“เราต้องการคนที่จะเข้าไปในงานเลี้ยงรับรองวันนั้นได้  ถ้าผู้ชายจะเป็นที่ผิดสังเกตได้ง่ายและคงไม่ผ่านรปภ.ไปได้หรอก  นางนกต่อจะต้องส่งสัญญาณแรกให้ผมทราบว่า เป้าหมายจะเดินทางกลับเมื่อไร เมื่อได้รับสัญญาณแรก ผมจะส่งสัญญาณเตือนให้คุณทั้งสองรู้ตัวล่วงหน้า พวกคุณมีเวลาประมาณ 10 นาทีในการเตรียมพร้อม เมื่อเขาเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป คุณจะเป็นคนที่ให้สัญญาณที่สองให้กับพี่เขาเพื่อจุดชนวน”  ชายนิรนามกล่าวกับชายหัวล้าน ก่อนหันมากล่าวกับชายผมขาวในลำดับต่อมา

“เมื่อคุณพี่ได้รับสัญญาณที่สองมา แสดงว่า รถอยู่ห่างจากจุดระเบิด 30 วินาที คุณพี่นับถอยหลังได้เลย” 

“ผมก็ต้องอยู่ในที่ที่เห็นรถวิ่งผ่านน่ะสิ” 

“คุณพี่จะอยู่บนแคร่ไม้ที่เราจะปลูกให้บนต้นตะเคียน ห่างจากจุดระเบิด 50 เมตร ไม่มีปัญหาเรื่องการมองเห็นเพราะเราจะให้แว่นตากลางคืนอย่างที่พวกทหารใช้สังเกตการณ์เวลาลาดตระเวน  จำไว้ว่า เมื่อได้รับสัญญาณที่สองแล้วแสดงว่า รถเคลื่อนออกจากสถานที่จัดเลี้ยงแล้ว เลยสถานที่เลี้ยงรับรองมา 25 วินาทีจะเป็นทางเลี้ยวโค้งหักศอก พอเห็นหัวรถวิ่งออกจากหัวโค้งมา คุณพี่กดมือถือได้เลย ข้อสำคัญคือ เขาจะมีรถการ์ดนำหน้าหนึ่งคัน เป้าหมายของเราอยู่ที่รถคันที่สอง”

ชายผมขาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นปาดเหงื่อทั้งๆ ที่อากาศในห้องเย็นเฉียบเหมือนห้องเก็บศพ

“เอาล่ะ..มาช่วยผมหานางนกต่อกันดีกว่า ผมคัดมาเฉพาะสาวๆ ในเสรีไทย  พวกคุณก็รู้จักหมอนี่ดี มันบ้ากามแค่ไหน เห็นผู้หญิงสาวๆ ขาวสวยเป็นไม่ได้”  ชายนิรนามตัดกลับเข้าเรื่องนางนกต่อ

“ถ้างั้น คนนี้เป็นไง..น้องเอ้”  ชายหัวล้านแนะ

“คาดเดาอารมณ์ของเธอลำบาก”

“งั้นคนนี้ล่ะ น้องเม่ย”

“ขอเด็กกว่านี้ได้ไหม หมอนี่ชอบเอ๊าะๆ”

“อ้าว..โธ่ว๊อย..แล้วใส่ชื่อมาทำไมล่ะ”

“ผมจัดลำดับเอาไว้เป็นทางเลือกไง ถ้าทาบทามคนที่ต้องการไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเสี่ยงเอาคนถัดๆ ไป”

“งั้น..หนูมารุจังล่ะ”

“แฟนดุไปหน่อย”

“อธิษฐาน..?”

“ห้าวไปนิด”

“งั้นก็คงเหลือชื่อนี้..”  ชายผมขาวเอานิ้วจิ้มลงไปบนกระดาษแรงๆ

“โป๊ะเชะเลย..คนนี้แหละ ของนำเข้าสดๆ ซิงๆ จากดินแดนอาทิตย์อุทัย”  ชายนิรนามดีดนิ้วดังเปาะ

“ใบไม้ทะเล..”  ชายหัวล้านพึมพำ

“คุณเคยเห็นหน้าเธอหรือ? สวยพอจะเขย่าประสาทไอ้บ้านั่นได้มั้ย” 

“หุ่นเช้งวับเลยครับ  หน้าตาไม่สำคัญเท่าไรเพราะผมจะให้แต่งชุดกิโมโนแล้วโปะแป้งเยอะๆ เข้าไปเสิร์ฟชาญี่ปุ่นในงานเลี้ยง”


“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””จบตอนที่ 2

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2008, 16:43 โดย *bonny » บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #2 เมื่อ: 03-06-2008, 16:56 »



ตอนที่ 3 เดินเกมสังหาร

หลังจากการประชุมลับผ่านไปสองวัน ชายนิรนามได้จัดการให้คณะผู้ก่อการทั้งหมดเดินทางไปยังเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา โดยแต่ละคนจะถูกจัดให้เดินทางโดยรถยนต์ไปในเวลาที่แตกต่างกัน และเข้าพักในห้องเช่าต่างสถานที่กัน โดยมีไกด์ชาวเขมรที่พูดภาษาไทยได้ประกบแต่ละคนเอาไว้ คอยปรนนิบัติรับใช้และจัดรถรับส่งให้ทุกคนมาพบปะกันเพื่อประชุมและซักซ้อมแผนการร่วมกันในแต่ละวันก่อนจะแยกย้ายกลับไปห้องพักของแต่ละคนในตอนเย็น โดยที่ไม่มีใครทราบเลยว่า เพื่อนๆ ในคณะคนอื่นๆ พักอยู่ที่ไหนบ้าง

วันที่สามของการมาทำภารกิจล่าสังหาร ที่ประชุมซึ่งเปลี่ยนไปทุกวัน ในวันนี้ย้ายไปจัดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งริมทะเลสาบโตนเลสาป ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุมหลายจังหวัดของกัมพูชา

“ผมได้กำหนดการเป็นที่แน่นอนแล้วว่า คณะนักลงทุนจากไทยจะมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบตอนเช้าวันที่ 17 หลังจากนั้นจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจการทัศนียภาพรอบๆ เกาะกง ก่อนจะกลับมายังที่พักชั่วคราวที่โรงแรม โฮเต็ล เดอ ลา แปก์ในเสียมเรียบ  และตกเย็นจะมีการเลี้ยงรับรองกันที่นั่น จนถึงเวลา...”  โดยไม่แยแสต่อบรรยากาศร่มรื่น และทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบ เมื่อสั่งกาแฟให้ทุกคนแล้ว ชายนิรนามไม่พูดพล่ามทำเพลง เริ่มต้นภารกิจของวันนี้ทันที

“เดี๋ยว..เดี๋ยว..เดี๋ยว..!” 
ก่อนที่ชายนิรนามจะสาธยายต่อไป ชายหัวล้านก็ส่งเสียงขัดคอขึ้นมา
“..ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ..ช่วยอธิบายหน่อยซิ..เรามาอยู่ที่นี่สามวันแล้ว ผมยังไม่รู้เลยว่า ที่นี่ที่ไหน และทำไมต้องแยกย้ายกันอยู่ ห้องพักก็ไม่สะอาด ทำไมเราไม่พักในโรงแรม ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินทุน ผมออกเองก็ได้”  ชายหัวล้านที่วันนี้ดูหัวเสียแต่เช้าอดรนทนไม่ได้  ต้องตั้งคำถามขึ้นในที่ประชุมหลังจากอัดอั้นมานานหลายวัน

ชายนิรนามยิ้มเล็กน้อย ไม่รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินคำถามซึ่งเขาควรจะได้ยินมาก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ

“การแยกกันอยู่ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกท่านครับ พวกเราเป็นคนไทยถ้าไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่ม จะต้องถูกจับตาแน่นอน การแยกกันอยู่ก็เพื่อไม่ให้ต้องพูด ถ้าไม่พูดอะไรก็ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นคนไทย แต่การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มมีโอกาสมากที่จะต้องสื่อสารกันด้วยภาษา อย่าลืมว่า เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาในฐานะนักท่องเที่ยวก่อนจะแปรสภาพเป็นทีมล่าสังหาร ในเวลานี้ ผมเตรียมชื่อเขมรพร้อมกับเอกสารปลอมให้กับทุกท่านไว้แล้ว เวลาจวนตัวจริงๆ ไกด์จะสอนพวกคุณเองว่าต้องทำอย่างไร  ภารกิจลับนี้ไม่อาจให้มีใครคนหนึ่งทำเสียเรื่องขึ้นมาได้เพราะชีวิตของพวกเราทุกคนต่างผูกติดกันอยู่โดยไม่รู้ตัว  ผมจึงจำเป็นต้องแยกทุกคนให้ห่างออกจากกัน ไปมาหาสู่กันไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่า เพื่อนๆ อยู่ที่ไหนกันบ้าง  ความปลอดภัยของเราจึงจะยังรักษาได้อยู่จนถึงวันดีเด่ย์”

“ฟังดูก็เป็นความคิดที่รอบคอบนะ  แต่..ให้ตายเหอะ..ถ้าไอ้ไกด์นั่นมันทิ้งผมเมื่อไร ผมมิต้องตายอยู่ที่นี่เหรอ เงินก็ไม่มี ภาษาก็พูดไม่ได้”  ชายหัวล้านยังบ่นไม่เลิก

“เอาน่า..อีกแค่ 2 วันก็จบๆ กันไปแล้ว หลังจากนั้น ใครจะไปตายที่ไหนก็ช่างหัวมันเถอะ ทนมาได้ตั้ง 3 วัน ทำไมมาแต๋วแตกเอาตอนนี้”  ชายผมขาวตัดรำคาญ  เขาเองก็รู้สึกรันทดไม่แพ้กันแต่ยังเชื่อมั่นในการประสานงานและการวางแผนอย่างรัดกุมของชายนิรนามจึงยอมอดทนจนถึงวันนี้โดยไม่ปริปากบ่น

“ผมอยากจะบอกพวกคุณว่า ตอนนี้เราไม่ได้ป้องกันตัวเองจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของพันธแม้วเท่านั้น แต่ยังต้องป้องกันตัวจากฝ่ายของฮุนเซ็นด้วย”  ชายนิรนามกล่าวเสียงเข้ม

“แล้ว..แล้วคุณใบไม้ทะเลล่ะ จนป่านนี้ผมยังไม่เคยพบหน้าเธอเลย เธออยู่ในแผนของเราด้วยไม่ใช่หรือ”  ชายผมขาวอดไม่ได้ที่จะถามถึงหลังจากรอคอยการมาสมทบของผู้หญิงอีกคนในขบวนการมาหลายวันแล้ว

“ตอนนี้เธออยู่ในเขมรนี่แหละ แต่ภารกิจของเธอไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับพวกคุณ และพวกคุณก้ไม่จำเป็นต้องซักซ้อมร่วมกับเธอ ผมจึงแยกเธอไว้อีกบ้านหนึ่ง และใช้เวลาตอนกลางคืนซักซ้อมแผนร่วมกัน”  ชายนิรนามกล่าว

“โอ้โฮ..เล่นทำโอทีกันจนดึกจนดื่นเลยเรอะ”  ชายหัวล้านสัพยอก นึกอิจฉาขึ้นมาในทันที

“คิดเรื่องบ้าๆ กันแล้ว นี่มันความเป็นความตายของทุกคน ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดหรอก”  ชายนิรนามรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน  นึกถึงภาพที่ตัวเองกำลังติวเข้มแผนการกับใบไม้ทะเลในตอนดึกด้วยความเคร่งเครียด

“การทำโอทีหมายถึง ทำงานตอนล่วงเวลาโว๊ย..ไม่ใช่แปลว่าออรัลเทรนนิ่งซะหน่อย  คุณต่างหากล่ะที่ร้อนตัว..ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  ชายหัวล้านสวนกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะ  เล่นเอาชายนิรนามหน้าแดงก่ำ

“เอาเหอะๆ..ทุกคนต่างมาทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก็แล้วกัน  ในเมื่อคุณใบไม้ทะเลทำงานคนละส่วนกับพวกเราก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาซักซ้อมร่วมกัน ว่าแต่..จนถึงตอนนี้แล้ว ยังไม่เห็นมีใครเอาระเบิดจริงๆ มาให้เราเลย”  ชายผมขาวกล่าว

“ไม่ต้องห่วงครับ  คนของเราอีกชุดหนึ่งซึ่งเป็นมืออาชีพได้ทำการขุดหลุมฝังระเบิดไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

“อ้าว..ทำไมเร็วจัง ยังอีกตั้งสองวันไม่ใช่หรือ เมื่อวานเราไปดูสถานที่จริงก็ยังไม่เห็นคุณบอกเรา” 

“ผมเองก็เพิ่งรู้จากสายของเราเมื่อเช้านี้เอง พวกนี้เป็นมืออาชีพ รู้ว่าจะต้องทำเมื่อไร ทำงานเสร็จแล้วจึงค่อยส่งข่าว เป็นยุทธวิธีที่พวกเขาฝึกมาครับ ป้องกันข่าวรั่วจากหนอนบ่อนไส้”  คำพูดของชายนิรนามแม้จะไม่ได้หมายถึงใคร แต่ทำเอาอีกสองคนต้องหันมามองตากันในทันที

“เหตุที่เราต้องฝังระเบิดไว้ก่อนหลายวันเพราะยิ่งใกล้วันเลี้ยงรับรองของผู้นำประเทศ ตำรวจและทหารจะพลุกพล่านมาก หาจังหวะลงมือทำไม่ได้ ตอนนี้คาดว่า หน่วยฝังวัตถุระเบิดคงกลับประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว”

“นี่ยังมีหน่วยอื่นๆ มาช่วยงานเราอีกไหมเนี่ย”  ชายผมขาวเริ่มเห็นคุณค่าของหน่วยงานที่เป็นมืออาชีพมากกว่าขึ้นมา 

“คงไม่มีแล้วครับ ตอนนี้เหลือพวกเราสี่คนจริงๆ แล้ว”  ทันทีที่คำกล่าวของชายนิรนามจบลง ความรู้สึกอ้างว้าง เดี่ยวดายก็เข้ามาครอบงำภวังค์ของทุกคนในที่ประชุมทันที  มืออาชีพไปกันหมดแล้ว เหลือแต่มือสมัครเล่นที่มีแต่ความมุ่งมั่นแต่ไม่มีความเชี่ยวชาญ  แต่ความสำเร็จของภารกิจดันมาฝากไว้กับมือสมัครเล่นเสียนี่
พวกเขาอดคิดอยู่ในใจไม่ได้ว่า ทำไมมืออาชีพไม่จัดการต่อส่วนที่เหลือให้จบๆ ไปเสียเลย..

“นั่นสิ..ทำไมพวกเขาไม่อยู่ปฏิบัติภารกิจนี้จนจบเลยล่ะ”  ชายหัวล้านพูดแทนใจของทุกคนในที่นั้นออกมา

“เฮ้อ..นี่แหละประเทศไทย.. มืออาชีพแต่ไม่มีอุดมการณ์ คนมีอุดมการณ์ก็ไม่ใช่มืออาชีพ คนสองกลุ่มนี้ต้องทำงานสนับสนุนกันเพื่อผลลัพธ์อย่างเดียวกันแต่ได้รับผลตอบแทนที่แตกต่างกัน  คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตนเมื่อระบอบทักษิณพังครืนไปได้แล้ว ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง แม้ตายไปก็ไม่มีใครรู้จัก”  แม้ชายนิรนามจะไม่ได้บอกว่าคนสองกลุ่มนี้คือใครบ้าง แต่ชายทั้งสองก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยาก

“ถ้าไม่มีพวกเขา เราทำงานนี้เองไม่ได้ ขณะที่ถ้าไม่มีพวกเรา แผนสังหารนี้ก็จะไม่มีใครทำ  ถึงตอนนี้..ผมเริ่มเข้าใจทุกอย่างแล้ว”  ชายผมขาวสามารถเข้าใจ ความหมายที่ไร้นิยามตลอดมาของภารกิจนี้อย่างเข้าถึงแล้ว จึงพูดออกมาอย่างปลงๆ

“อืมม..ม  เอาล่ะ..  วันนี้..เรามาซักซ้อมแผนกันต่อเถอะ”  ชายนิรนามกล่าวด้วยน้ำเสียงและอารมณ์ที่ไม่แตกต่างจากกันนัก

..............................................................................................................จบตอนที่ 3



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-06-2008, 08:01 โดย *bonny » บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #3 เมื่อ: 03-06-2008, 16:59 »

ตอนที่ 4 ..วันสังหาร..


ที่โฮเต็ล เดอ ลา แปกซ์วันนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชามากหน้าหลายตาเดินเข้าเดินออกในโรงแรมตลอดเวลา ด้านนอกของโรงแรมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินลาดตระเวนกันอย่างขวักไขว่ และที่หน้าประตูทางเข้าด้านนอกก็มีการตรวจตราผู้ที่จะผ่านเข้าออกอย่างละเอียดยิบ แม้แต่มด หรือ แมลงสาปก็ยังยากที่จะหลุดรอดเครื่องมือในการตรวจตราไปได้

ชายผมขาวและชายหัวล้านถูกนำมาปล่อยในบริเวณใกล้เคียงกับที่ต้องดักซุ่มตั้งแต่เช้ามืด ขณะที่ชายนิรนามแฝงตัวอยู่ในสถานที่ที่ไม่เปิดเผยไม่ไกลจากโรงแรมนัก

“วันนี้มาถึงเสียที”  ชายนิรนามที่นั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุคพึมพำ เขาถอดแว่นตาสีดำออกแล้วเอานิ้วมือบีบที่หัวตาของตัวเองแรงๆ  ดวงตาทั้งคู่ที่เคยเป็นอาวุธสำคัญในการเจาะใชความรู้สึกของผู้อื่นตลอดมา บัดนี้ไม่เหลือวี่แววของความมั่นคงให้เห็นเอาเสียเลย เขาแทบจะพยุงเปลือกตาทั้งสองข้างให้เผยอขึ้นพร้อมๆ กันต่อไปไม่ไหวแล้ว

ความอิดโรยจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันมาหลายคืนทำให้ชายวัยกลางคนผู้นี้ต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะในที่สุด

เวลา 16.00 น.
ที่หน้าโรงแรมมีความเคลื่อนไหวอย่างผิดสังเกตเกิดขึ้น เมื่อรถเบนซ์สีดำติดฟิล์มกรองแสงสีดำมืดสองคันแล่นเข้ามาจอดภายในโรงแรม หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ไม่ทราบสังกัดกรูกันเข้าไปห้อมล้อมรถคันที่สอง คนขับเปิดประตูแล้ววิ่งอ้อมมาอีกด้านเพื่อเปิดประตูให้ผู้ที่นั่งอยู่เบาะนั่งด้านหลัง  ชายผิวขาวผมสีดำเป็นเงาก้าวลงมาจากรถพร้อมรอยยิ้ม ขยับเสื้อแจ็คเก็ตให้เข้าที่ แล้วยื่นมือออกไปสัมผัสกับฝรั่งผู้บริหารของโรงแรมที่นำพนักงานออกมายืนเรียงแถวต้อนรับยาวถึงปากประตู

เวลา 18.05 น.
ที่หน้าโรงแรมมีรถนำขบวนขับเข้ามาอีกครั้ง ตามด้วยรถของผู้บริหารประเทศกัมพูชาหลายคันเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง หน่ายรักษาความปลอดภัยตั้งด่านตรวจคนเข้าออกอย่างเข้มงวดและไม่อนุญาตให้มีรถเข้าออกในโรงแรมอีกต่อไป

เวลา 19.37 น.  
สัญญาณโทรศัพท์มือถือของชายนิรนามก็ดังขึ้นสองครั้งก่อนจะดับไป  ชายนิรนามกดหน้าจอดูหมายเลขแล้วรีบกดโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนในทันที

เวลา 19.39 น.  
ท่ามกลางลมที่พัดกรรโชกแรงเป็นระยะๆ บนต้นตะเคียนใหญ่ที่มีแคร่ปลูกเอาไว้ระหว่างสองกิ่งใหญ่  ชายคนหนึ่งกำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนนั้น

“เฮ้ย..! อะไรกันวะ อย่าเพิ่งตกนะเว้ย”  ชายผมขาวส่งเสียงวิงวอน เมื่อได้รับสัมผัสกับสายลมที่เริ่มเปียกชื้น ละอองฝนที่โปรยมากับสายลมปะทะใบหน้าของเขา  ท้องฟ้าเบื้องหน้า มีสายฟ้าแลบแปลบๆ ตามมาด้วยเสียงฟ้าคำรามครืนๆ

ชายผมขาวรีบเก็บโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในซอกอกที่มีเสื้อแจ็คเก็ตทับนอกอยู่ และใช้มือที่สั่นเทาล้วงออกมาดูทุก 30 วนาทีด้วยความกระวนกระวายใจ

“โห..โหย..ทำไมมือมันสั่นไปหมดอย่างนี้วะ”  เขาพยายามประคองไม่ให้โทรศัพท์หล่นจากมือ แล้วเอามันซุกกลับเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตตามเดิม

ฝนเริ่มหนาเม็ดขึ้นแล้ว และอาจทวีความรุนแรงขึ้นมาจนกลายเป็นพายุเมื่อไรก็ได้

“โธ่..โธ่ สวรรค์..ทำไมไม่เห็นใจกันบ้างง..เลยยย”  ชายผมขาวเอามือลูบใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน เขาถอดแว่นตากลางคืนออกมาเช็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปากก็พร่ำบ่นทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เป็นใจเรื่อยไป

“ทำไมจนป่านนี้ สัญญาณที่สองยังไม่ยิงเข้ามาอีกนะ..เอ..หรือว่า..คลื่นโทรศัพท์ใช้การไม่ได้..”  ชายผมขาวเกิดอาการวิตกกังวลจนแทบจะกลายเป็นบ้า แอบมองระดับสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ซุกอยู่ในเสื้อที่หน้าอกเป็นระยะๆ อย่างไม่ไว้วางใจ

เวลา 19.47 น.  
โดยยังไม่มีสัญญาณเตือนมาล่วงหน้า ไฟหน้าของรถคันหนึ่งก็สาดออกมาจากหัวโค้ง..

“มะ..มา..แล้ว เฮ่ย..ทำไมไม่ยิงสัญญาณที่สองมาก่อนวะ..”  ชายผมขาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากอกเสื้อ แล้วเอานิ้วจ่อไว้ที่ปุ่มที่ต้องการกด

“รถคันที่สอง..รถคันที่สอง..รถคันที่....” 

รถคันแรกผ่านหัวโค้งออกมาแล้ว แต่ไม่มีวี่แววไฟหน้าของรถคันที่สองส่องตามมาอย่างที่คาดไว้

“หรือว่าไม่ใช่..”  ชายผมขาวเริ่มไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น  นิ้วของเขาที่จ่อไว้ที่ปุ่มที่ต้องการกดเริ่มเกร็งจนแข็งไปแล้ว

รถเก๋งสีดำที่แล่นออกมาจากหัวโค้งวิ่งตรงมาตามถนนก่อนจะชลอความเร็วแล้วจอดอยู่ใกล้ๆ กับต้นไม้ที่ชายผมขาวซุ่มอยู่

“ซวยแล้วเว๊ย..”  ชายผมขาวเริ่มใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของกิ่งไม้ซึ่งขณะนี้ขย่มไปมาด้วยแรงกรรโชกของลม

ชายสองคนวิ่งออกมาจากรถพร้อมอาวุธปืนในมือ.. ตรงเข้ามาที่ต้นตะเคียนใหญ่ที่ชายผมขาวซุ่มอยู่

“ลงมาจากบนแคร่ได้แล้ว”  เสียงตะโกนเป็นภาษาไทยดังขึ้นพร้อมกับลำปืนที่จ่อมาที่ตรงชายผมชาวแอบอยู่พอดี  แสงจากไฟฉายกระบอกโตส่องตัดความมืดขึ้นมาจนกระทบกับสายตาของชายผมขาวอย่างจัง

“ผมไม่มีอาวุธ ผมไม่มีอาวุธ อย่ายิงนะ”  ชายผมขาวร้องลั่น  รู้ตัวในทันทีว่า แผนสังหารล้มเหลวเป็นแน่แล้ว  เพื่อนที่หัวล้านคงโดนจับตัวได้และให้การซัดทอดมาเป็นแน่

ชายผมขาวโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปที่พุ่มไม้ด้านหลังก่อนจะค่อยๆ ปีนลงมาจากต้นไม้  เมื่อเท้าทั้งสองข้างสัมผัสพื้นดิน เขาก็โดนชายฉกรรจ์คนหนึ่งเข้ามาหิ้วปีกในทันที

“แผนการทั้งหมดมันจบลงไปแล้ว ต้องขอโทษคุณพี่ด้วย”  เสียงที่คุ้นหูทำให้ชายผมขาวรีบสะบัดหน้าไปมอง

“อ้าว..เฮ้ย แกเองเหรอ” 

ที่แท้ชายที่คลุมหมวกกันฝนและหิ้วปีกเขาอยู่นี้ก็คือ ชายหัวล้านเพื่อนของเขานั่นเอง
ชายผมขาวรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันทีที่เห็นเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ คิดว่า เพื่อนมีแก่ใจมาช่วยเหลือ

“ครับ ผมเอง แต่ผมเป็นคนนำตำรวจเขมรมาจับคุณพี่เองนะครับ”  ชายหัวล้านกล่าว ในมือของเขาถือปืนพกอยู่ด้วย

“จับผม..เอ๊ะ..นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย”  ชายผมขาวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง  เขาถูกตำรวจเขมรที่มาด้วยกันกับชายหัวล้านสับกุญแจที่มือทั้งสองข้างแล้วลากตัวออกมาจากข้างทางก่อนจะยัดตัวเข้าไปในรถ่กอนที่ชายหัวล้านจะเข้ามานั่งประกบอยู่ด้านข้าง

รถเก๋งสีดำหันหัวกลับไปทางเดิมแล้วแล่นออกไปในทันที

“ช่วยอธิบายหน่อยสิ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”  ชายผมขาวหันมามองชายหัวล้านที่ดูเหมือนไม่มีอาการสะทกสะท้านแต่อย่างใด

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ  จำที่หัวหน้าของคุณบอกได้มั้ย..ในพันธมิตรมีพันธแม้ว และในพันธแม้วก็มีพันธมิตรเป็นหนอนบ่อนไส้ไง..เหอ เหอ เหอ”  ชายหัวล้านกล่าวจบก็หัวเราะอย่างยียวน

“โอ้..นี่ประเทศของเราเป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ”  ชายผมขาวรำพึงอย่างปลงสังเวช  ความหมายของคำกล่าวที่ว่า..เงินสั่งผีให้โม่แป้งได้..ชายผมขาวเพิ่งรู้ซึ้งถึงก้นบึ้งในบัดนี้นี่เอง 

รถแล่นมาจนถึงบริเวณหน้าโรงแรมที่คราคร่ำไปด้วยรถตำรวจเปิดไฟกระพริบจนสว่างจ้าไปหมด  เมื่อรถจอดสนิท ชายหัวล้านก็ก้าวลงจากรถพร้อมกับตำรวจเขมรที่ทำหน้าที่พลขับ แต่ยังยืนคุมเชิงอยู่ที่ข้างๆ รถนั่นเอง

“เป็นไงได้ตัวไหม”  เสียงคนไทยอีกคนตะโกนถามมาแต่ไกลก่อนจะเดินเข้ามาดูที่รถ

“ได้ครับพี่..นั่งสั่นอยู่ในรถนั่นไงล่ะ”  ชายหัวล้านกล่าวกับคนไทยที่เดินเข้ามาดูใกล้ๆ อย่างสนิทสนม

“อ๋อ..ที่แท้ เสรีไทยหน้าตาอย่างนี้นี่เอง..กร๊าก..ก”  ชายหนุ่มวัยกลางคนชะโงกหน้าผ่านกระจกเข้ามาในรถ มองหน้าชายผมขาวแล้วหัวเราะอย่างขบขัน

เมื่อชายผมขาวเห็นหน้าเจ้าคนไทยคนนั้นอย่างถนัดตาก็ถึงกับอึ้ง  ที่แท้ก็ไอ้กร่างที่ตอนนี้เป็น สส.สอบตก แต่ได้ดิบได้ดีมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีในรัฐบาลนี้นี่เอง

“ไอ้สถุนเอ๊ย”  ชายผมขาวสบถออกมาเบาๆ สั่นศีรษะด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา

“หา..ว่าไงนะ  ด่ากูเหรอ”  ไอ้สถุนตามคำสบถกระฟัดกระเฟียดทำท่าจะเอาเรื่อง เอามือเปิดประตูรถแต่ชายหัวล้านฉุดแขนเอาไว้ได้ก่อน

“เฮ้ย..! ทำไรอ่ะ  เดี๋ยวได้เป็นข่าวใหญ่โตหรอก..คราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ”  ชายหัวล้านผลักให้ไอ้สถุนถอยห่างออกไป มันเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับเข้าไปในโรงแรม

“อย่าไปถือสาหาความเลยนะพี่  ผมก็ไม่ชอบมันนักหรอก แต่หลังจากนี้ไป ชีวิตของพี่คงต้องขึ้นอยู่กับพวกมัน กรุณาอย่าแสดงอาการฮีโร่ออกมาอีกนะพี่ เพราะเดี๋ยวผมก็จะกลับเมืองไทยแล้ว คงไม่มีใครช่วยปกป้องพี่หรอก”

“ไอ้หัวล้าน..สาดเอ๊ย..เอ็งทำได้ยังไงวะ”  ชายผมขาวไม่เคยเรียกสรรพนามนั้นกับเพื่อนมาก่อน แต่ตอนนี้อดใจไม่ไหว

“โธ่..อย่าพูดยังงั้นดีกว่าครับ  ผมก็คนเหมือนกัน คนเราต้องเกื้อกูลกันและกัน สังคมจึงจะอยู่ได้ ผมไม่ได้เห็นแก่เงินหรอกนะ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเช่นนี้แต่แรกแล้ว ผมยอมรับว่า มีผลประโยชน์บ้าง แต่ทำอย่างนี้ก็ไม่มีใครต้องตาย มันก็ดีมิใช่หรือ”  ชายหัวล้านที่ยืนเกาะประตูรถอยู่ด้านนอกพูดผ่านหน้าต่างเข้ามา

เวลา 20.12 น.
“เอ้า..เฮ้ย..! เอานังตัวดีนี่ไปดำเนินคดีพร้อมกันด้วย”  เสียงของไอ้สถุนคนเดิมดังขึ้นมาทางด้านหลังของชายหัวล้าน มันเดินดุนหลังผู้หญิงคนหนึ่งในชุดกิโมโนที่มือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือเอาไว้ให้เดินมาที่รถ

“คุณใบไม้ทะเล..!”

แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่ผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ปะแป้งจนหน้าขาววอกราวกับจะไปเล่นงิ้วในชุดกิโมโนสีแดงลายดอกไม้คงจะเป็นใครไปไม่ได้อีกแล้ว

หญิงสาวถูกผลักไสให้เข้ามานั่งในรถข้างๆ กับชายผมขาวก่อนที่ประตูรถจะถูกปิดตังปัง

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”  ชายผมขาวรีบถามทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาจนแป้งสีขาวกลายเป็นสีกระดำกระด่างไปหมดของหญิงสาว จนถึงเวลานี้ ดวงตาทั้งคู่ก็ยังฉาบไปด้วยน้ำหยดใส

“ฮือ..อ ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แต่ไม่คิดว่า จะลงเอยแบบนี้ ความลับแตก อนาเข้าห้องน้ำไปกดสัญญาณให้พี่ พอออกมาก็เจอพวกมันกรูกันเข้ามาจับตัวทันทีเลย”  ใบไม้ทะเลเล่าไปก็สะอื้นไป

“ไม่รู้ว่าหัวหน้าจะช่วยพวกเราได้ไหม คุณรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน”  ชายผมขาวถามถึงชายนิรนามแต่ใบไม้ทะเลสั่นศีรษะไปมา  ปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน ไม่รู้ว่า ใครทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำให้เวลาโดนจับไม่อาจซัดทอดไปถึงผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด ชายนิรนามได้กันตัวเองให้ออกจากวงจรของการซัดทอดได้อย่างดีเยี่ยม จนชายผมขาวนึกสะอีดสะเอียนขึ้นมาในใจ

“ถ้าไม่โดนจับก็คงเอาตัวรอดไปแล้ว”  ชายผมขาวสั่นศีรษะอย่างระอา นึกเสียใจว่า ตอนนั้นเขาไม่น่าขันอาสามารับหน้าที่นี้เลย

เวลา 20.17 น.
มีรถนำขบวนออกมาจากโรงแรมตามด้วยรถเบนซ์สีดำคันใหญ่  ผู้บริหารของโรงแรมและพนักงานมายืนเข้าแถวโบกมืออำลา  ชายผิวขาวหน้าแป้นๆ ในรถเบนซ์เปิดกระจกออกมายิ้มทักทายแล้วโบกมือตอบ

“ในที่สุด..มันก็รอดไปได้ กลับไปสร้างความแตกแยกอย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้ประเทศชาติต่อไป”  ชายผมขาวกล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยากขณะที่ขบวนรถแล่นผ่านหน้าของเขาไป

เมื่อขบวนรถเคลื่อนผ่านไปแล้ว ตำรวจเขมรก็เริ่มขยับแถวกันใหญ่ รถตำรวจเริ่มขยับตัวและเคลื่อนตามๆ กันออกไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ตำรวจเขมรสองนายก็เดินแยกออกมาจากกลุ่มตำรวจที่ยืนรักษาการเดินตรงมาที่รถเก๋งคันสีดำ เปิดประตูรถออกมาแล้วเข้ามานั่งประจำที่นั่งตอนหน้า  ทั้งสองคนพูดภาษาเขมรที่ชายผมขาวและใบไม้ทะเลไม่เข้าใจกับเพื่อนตำรวจที่เดินมาเคาะกระจกรถก่อนจะโบกมือให้ขับผ่านไปได้

“เขาจะเอาเราไปไหนคะ”  ใบไม้ทะเลถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

“คุกน่ะสิ”  ชายผมขาวตอบสั้นๆ

รถเก๋งสีดำวิ่งตามรถคันนำหน้าไปเรื่อยๆ แต่พอวิ่งไปได้สักสิบนาที ก็ชลอความเร็วลงเล็กน้อยปล่อยให้รถคันหน้าวิ่งหายไปในความมืดและคันที่ตามหลังมาแซงผ่านขึ้นไปจนถนนว่างก่อนจะหักเลี้ยวไปวิ่งลุยพงหญ้าข้างทาง

“อ้าว..เฮ้ย ไอ้ขแมร์ จะพาพวกเราไปไหนเนี่ย”  ชายผมขาวร้องลั่น  ขณะที่ใบไม้ทะเลอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

“เขาจะพาอนาไป..ข่ม..ขืน..ไหมคะ อนา..กลัว”  เสียงของใบไม้ทะเลกระเพื่อมเหมือนคนกำลังกลั้วคอ

“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่วิ่งลงข้างทางแบบนี้ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่คุณจะโดน..รุมกินโต๊ะ”

“ว๊าย..ตายแล้ว พี่คะ พี่ต้องช่วยอนาด้วยนะคะ”  ใบไม้ทะเลส่งเสียงแหว ขยับตัวเข้ามาจนชิดร่างชายผมขาว

“เฮ้อ.อ..อ..อนาเอ๊ย”  ชายผมขาวถอนหายใจยาว คิดในใจว่า ลำพังตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมีลมหายใจก่อนถึงเช้าวันพรุ่งนี้หรือเปล่า ไหนเลยจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้

รถแล่นผ่านดงไม้ไปได้พักใหญ่ๆ ก็พบทางเชื่อมที่เป็นถนนลูกรัง วิ่งได้สะดวกขึ้น

“จะขึ้นสวรรค์ทั้งที ทำไมมันต้องลากไปไกลนักวะ”  ชายผมขาวคิดในใจ ไม่กล้าพูดออกมาให้ใบไม้ทะเลได้ยิน

เวลา 20.47 น.
รถเก๋งสีดำก็จอดสนิทตรงลานทุ่งหญ้าที่ถูกเครื่องจักรเหยียบย่ำทับกันจนกลายเป็นหญ้าแห้ง มีขนาดกว้างยาวพอๆ กับสนามกีฬากลางแจ้ง

ชายผมขาวและใบไม้ทะเลต่างหันไปมองด้านนอกหน้าต่างฝั่งของตนเพื่อสำรวจชัยภูมิ

“โอ้โฮ..ทำไมต้องใช้เตียงกว้างใหญ่ขนาดนี้ด้วยวะ”  ชายผมขาวคิดในใจ

ประตูรถด้านหน้าถูกเปิดออกทั้งสองด้าน ตำรวจเขมรทั้งสองก้าวลงจากรถแต่ทิ้งไฟหน้ารถให้เปิดค้างเอาไว้เพื่อให้มีแสงสาดส่องไปบนพื้นหญ้า

“อย่า..อย่านะ..ไม่..ชั้นไม่ลงอย่างเด็ดขาด..สู้ตายนะว๊อย..ย..อย่าทำชั้นเลย..ได้โปรดเถอะนะ..เพื่อเห็นกับสัมพันธภาพไทยกับเขมร..ปล่อยลูกนกลูกกาคนนี้ไปเถอะนะ”  ใบไม้ทะเลทั้งขู่ทั้งขอร้องพัลวันไปหมด  พอตำรวจเขมรเดินมาเปิดประตูรถเธอก็ส่งเสียงร้องช่วยด้วยดังลั่นป่า

“ช่วยด้วย..ใครก็ได้..ช่วยที..!!!”

“อย่าร้องเลยคุณผู้หญิง ลงมาจากรถได้แล้วครับ”  ตำรวจเขมรที่ยืนอยู่ทางฝั่งที่ใบไม้ทะเลนั่งอยู่กล่าวเป็นภาษาไทยด้วยสำเนียงเกือบชัดถ้อยชัดคำ  เล่นเอาคนทั้งสองที่อยู่ในรถถึงกับชะงักงัน

“พวก..พวกคุณพูดภาษาไทยได้หรือนี่”  ชายผมขาวร้องถามทันที

“จำพวกเราไม่ได้เหรอครับ”  ตำรวจเขมรในเครื่องแบบที่อยู่ทางฝั่งของชายผมขาวตอบ เขาดึงหมวกออกจากศีรษะแล้วเอามือขยี้ผมไปมา

ความมืดทำให้ชายผมขาวต้องลงจากรถแล้วเดินเข้าไปดูหน้าในระยะใกล้..

“เฮ้ย..! นี่มันไอ้ขแมร์ไกด์ของฉันนี่หว่า” 

ชายชาวเขมรที่อยู่ในเครื่องแบบตำรวจยิ้มตอบ ฟันสีขาวสดใสของเขาส่งประกายออกมาท่ามกลางความมืด
ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ชายผมขาวก็กระโดดเข้ามาตบไหล่อย่างแรง

“กูโคตรรักเอ็งเลยว่ะ..ฮ่า..ฮ่า..เอิ๊ก..ก”  ชายผมขาวหัวเราะร่าทั้งน้ำตา เขมรคนนี้อยู่กับเขามาตลอด 7 วันเป็นข้ารับใช้ที่เกื้อกูลให้ทุกสรรพสิ่งที่เขาอยากได้

ใบไม้ทะเลก็ก้าวลงจากรถเช่นกัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ชายชาวเขมรอีกคนที่เปิดหมวกออกแล้วเช่นกัน

“แก..แกน่ะเอง เตียลิมบุน ไอ้ไกด์ตัวแสบของชั้น”  ใบไม้ทะเลเรียกชื่อไกด์ชาวเขมรที่ทำหน้าที่คนรับใช้ให้เธอตลอดหลายวันที่ผ่านมาอย่างสนิทสนม เธอโผเข้ากอดเขาทั้งๆ ที่ยังอยู่ในกุญแจมือ

ชายชาวเขมรทั้งสองก็อดที่โอบกอดกลับไปไม่ได้  ภาพของคนสองคู่ยืนกอดกันร่ำไห้ให้กันและกันราวกับญาติพี่น้องที่พลัดพรากและได้กลับมาพบกันอีก ในนาทีนี้ไม่มีขีดขั้นของเชื้อชาติ ไม่มีนายไม่มีบ่าว

“ว่าแต่..เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงเนี่ย พวกแกเป็นตำรวจเหรอ”  ชายผมขาวถาม ขณะยื่นมือออกให้ไกด์ชาวเขมรไขกุญแจมือออก

“เราไม่ได้เป็นหรอกครับ  เราแค่สวมรอยเป็นตำรวจเขมรเท่านั้น”  ไกด์ของชายผมขาวตอบ

“ในเขมรนี่ เครื่องแบบตำรวจหาไม่ยากหรอกครับ แต่ราคาแพงบรรลัย นายคนไทยจัดชุดนี้มาให้พวกเราและซักซ้อมแผนการนี้กันตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้เอง”  ไกด์เขมรของใบไม้ทะเลพูดบ้าง

“นายคนไทย?..ใครคือนายคนไทยคนนั้น?”  ชายผมขาวย้อนถาม

“เขากำลังเดินมานั่นไง” 

ไกด์ชาวเขมรชี้นิ้วไปยังความมืดเบื้องหน้า เงาตะคุ่มๆ ของชายคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากตรงนั้น ร่างของเขาค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาอยู่ในรัศมีทำการของแสงไฟหน้ารถ

“คุณนั่นเอง!”  ชายผมขาวอุทานเสียงดัง  เมื่อร่างของชายนิรนามปรากฏชัดเจนแล้ว
 
“สวัสดีครับคุณพี่ สวัสดีน้องอนา”  ชายนิรนามทักทายเพื่อนชาวไทย ก่อนจะเข้าไปโอบไหล่ไกด์ชาวเขมรทั้งสอง

“ขอบใจนะ..พวกนายทำงานได้ดีมาก ฉันภูมิใจจริงๆ”  ชายนิรนามตบไหล่เขมรทั้งสองเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะขอแยกตัวออกไปพักผ่อน

“ต้องขอโทษคุณพี่และอนาด้วยนะครับที่ทำให้ต้องลำบากกันเช่นนี้”  ชายนิรนามเดินเข้ามาหาคนทั้งสอง ที่กำลังยืนรอคำตอบคำถามที่มีอยู่ในศีรษะมากมาย

“ผมเองก็คิดว่าเสร็จแน่แล้ว ตอนรถวิ่งลงข้างทางนึกถึงหนังเรื่อง”ทุ่งสังหาร”ตลอดเวลาเลย ผมไม่คิดว่า ตำรวจเขมรยินดีจะส่งพวกเราเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมเลยนะ”  ชายผมขาวเล่าความรู้สึกในขณะนั้นออกมา

“กรมตำรวจที่นี่ยังทำงานกันค่อนข้างหละหลวม ไม่มีกฏระเบียบรัดกุม ทำให้คนของเราสามารถแทรกซึมเข้าไปได้อย่างแนบเนียน ทั้งเครื่องแบบ ยศ และบัตรข้าราชการ ผมให้เอเย่นต์ของเราทำปลอมขึ้นมาทั้งนั้น”

“นี่แสดงว่า คุณรู้ล่วงหน้าก่อนแล้วใช่ไหมว่า พวกเราจะถูกจับกุม”  ชายผมขาวขมวดคิ้วพร้อมกับเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเข้มข้นขึ้น

“ครับ..ผมยอมรับ แต่ผมบอกใครไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นทุกคนจะสร้างอคติขึ้นในใจและเล่นบทของตัวเองได้ไม่แนบเนียน”

“ฮึ่ม..ม  เล่นได้ไม่แนบเนียน..ยังมีหน้ามาพูดยังงี้อีก อนาเกือบหัวใจวายตายไปแล้วพี่รู้ไหม”  ใบไม้ทะเลยืนเท้าสะเอว ตีหน้ายักษ์ใส่ชายนิรนาม

“ตกลงที่เราซักซ้อมกันอยู่ทุกวี่ทุกวันเนี่ย..คุณรู้อยู่ก่อนแล้วใช่ไหมว่า จะไม่สำเร็จ”  ชายผมขาวรุกไล่ต่อ

“ใครบอกว่า ไม่สำเร็จล่ะครับ เราจับได้ว่า ใครเป็นหนอนบ่อนไส้ในเสรีไทย ส่วนแผนลอบสังหารก็ยังเป็นไปตามที่คาดหมายไว้”  ชายนิรนามยืนยัน

ก่อนที่จะมีใครยิงคำถามแบบเจ็บแสบกลับมาอีก ชายนิรนามก็รีบชิงพูดขึ้นก่อน

“ไอ้หัวล้านนั่น ผมจับได้ว่า เป็นสายของพวกพันธแม้ว เพราะเขาใช้โทรศัพท์มือถือทุกวัน ซึ่งผมก็ได้สั่งห้ามพวกเราแล้วว่า อย่าใช้มือถือของตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะจะนำทางเราไปสู่หายนะ  แต่เขาก็ไม่เชื่อ ในขณะที่เรายังตรวจสอบการใช้ของเขาได้ พวกนั้นก็ตรวจสอบการใช้ของเราได้เช่นกัน  ผมให้ไกด์เขมรจับตาดูทุกคนทุกฝีก้าว และพบว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่แหกกฏที่ตกลงกันไว้ เมื่อผมรู้เช่นนั้น ก็รีบส่งเบอร์ของเขาไปให้คนของเสรีไทยที่กรุงเทพสืบต่อทันที ระบบตรวจสอบของเพื่อนของเราที่เมืองไทยส่งข่าวกลับมาบอกว่า เบอร์ที่เขาโทรไปหาเป็นเบอร์เดิมตลอด และเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่รู้จักกันดีว่า เป็นของอดีตสส.กทม.พรรคพลังแม้ว”

“ถ้าสามารถแทร็คเบอร์โทรได้เนี่ย..แสดงว่า เครือข่ายของเสรีไทยกว้างไกลและใหญ่โตอย่างนั้นเลยหรือ”  ชายผมขาวรู้สึกว่า ภารกิจนี้คงไม่ใช่แค่คนไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำงานนี้อย่างที่เคยเข้าใจ

“ก็อย่างที่ผมบอก เรามีบุคคลในชั้นความลับที่สามซึ่งแม้แต่ผมก็ไม่รู้จักตัวตนทั้งหมด แต่เบื้องหลังของการช่วยเหลือนี้ ก็มีเรื่องเงิน อำนาจ ผลประโยชน์ รวมทั้งอุดมการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ผมรับรองได้ว่า หน่วยสนับสนุนทั้งหลายไม่รู้หรอกว่า พวกเรากำลังวางแผนลอบสังหารใครอยู่ ภารกิจของพวกเรายังถือเป็นชั้นความลับสูงสุดอยู่”

“แล้วระเบิดที่ฝังไว้ข้างทางล่ะ จะทำอย่างไร ต้องไปกู้คืนไหม”  ชายผมขาวคิด หากทิ้งเอาไว้อย่างนั้น นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นแล้ว ยังอาจเป็นหลักฐานเอาผิดชิ้นสำคัญที่จะสาวมาถึงขบวนการได้

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ มันไม่เคยมีใครไปฝังอยู่แล้ว”  ชายนิรนามพยายามสะกดใบหน้าให้วางเฉย

“หา..ว่ายังไงนะ..ไม่มีระเบิด? ถ้ายังงั้น..ให้ผมไปนั่งตากยุง ตากฝนอยู่บนแคร่เพื่อเหตุผลตะบักตะบวยอะไรล่ะ”  ชายผมขาวชักมีโมโหขึ้นมา

“คุณพี่ก็ได้ทำหน้าที่ตามแผนแล้วไงครับ คือเป็น..นางนกต่อ”

“นางนกต่อ..!!??”  ชายผมขาวงงงันไปหมดแล้ว

“ครับ..ตามแผนของผม คุณพี่กับไอ้หัวล้านต่างหากที่เป็นนางนกต่อ ไม่ใช่อนา”  ชายนิรนามพยายามทำเสียงให้ราบเรียบพร้อมใบหน้าที่ยังคงวางเฉย

“อ้าว..ทำไมกลับกลายเป็นอย่างงั้นไปได้ล่ะ เอาผมมาทนทุกข์ทรมานตั้งหลายวันเพื่อให้ผมเป็นนางนกต่อ แล้วปล่อยให้ไอ้หน้าเหลี่ยมมันลอยนวลออกไปได้อย่างนั้น คุณต้องสติไม่ดีแน่ๆ ถ้าคิดว่า ผมจะไม่เจี๋ยนคอหอยคุณแทน”  ชายผมขาวกล่าวอย่างมีอารมณ์ และทำท่าฮึดฮัดจะเอาเรื่องจริงๆ

“ใจเย็นๆ ครับ  ฟังผมอธิบายให้จบเสียก่อน.. ที่ผมบอกว่า คุณพี่เป็นนางนกต่อก็เพราะผมต้องการให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของพลังแม้วพุ่งเป้ามาที่คุณพี่และไอ้หัวล้านไงครับ  แต่มือสังหารที่วางตัวเอาไว้แต่แรกแล้วก็คือ ใบไม้ทะเล”

“หา...คุ..คุณว่าอะไรนะ”  ชายผมขาวตะลึงจนตาเหลือก พูดประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งที่เพิ่งพูดไปก่อนหน้าแหมบๆ

“ผมถึงบอกไงครับว่า แผนสังหารของเราเดินไปได้ตามที่เราต้องการ จากนี้ไปก็แค่รอเวลาให้ยาออกฤทธิ์และเป้าหมายของเราก็จะค่อยๆ ตายในที่สุด”  เสียงของชายนิรนามที่ยังคงราบเรียบแต่ฟังแล้วเย็นยะเยียบเข้าไปถึงในกระดูก

“เอ๋..คุณพี่ผมหงอกเขาไม่รู้หรือคะว่า อนาเป็นคนวางยาพิษ”  ใบไม้ทะเลทำหน้าเหรอหรา เธอไม่รู้เรื่องรู้ราวจริงๆ ว่าคนอื่นๆ ทำหน้าที่อะไร

“ไม่รู้หรอกครับ เพราะผมไม่เคยบอก”

“อ้อ..เข้าใจละ ที่แท้ความจำเป็นที่ต้องกันพวกเราออกจากกัน ไม่ให้ติดต่อพูดคุยกัน คุณมีเหตุผลอย่างนี้นี่เอง”  ชายผมขาวเพิ่งเข้าใจ อดไม่ได้ที่จะทึ่งความคิดอ่านของชายนิรนามคนนี้

“แต่ผมยังสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง.. เมื่อกี้ผมเห็นเป้าหมายของเรายังยิ้มร่า ไม่มีอาการว่าเจ็บป่วยหรือใกล้จะตายเลยนี่นา” 

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าอนาทำตามที่ผมสั่ง รับรองว่า เขาจะมีอายุไม่เกินอีกเดือนนึงจากนี้ไป เพราะยาที่เราใช้เป็นยาตัวเดียวกับที่สายลับรัสเซียใช้สังหารนายอเล็กซานเดอร์ ลิดวิเนนโก อดีตสายลับรัสเซียที่แปรพักตร์เมื่อสองปีที่แล้วไงครับ ยังจำได้ไหม ยาตัวนี้คือโพโลเนียม-210 ซึ่งจะค่อยๆ เข้าไปทำลายอวัยวะภายในของเหยื่อทีละส่วนๆ ไม่นานนักระบบการทำงานในร่างกายก็จะล้มเหลวหมด อนา..ช่วยอธิบายหน่อยซิว่า คุณใช้มันได้อย่างไร”

“คืองี้ค่ะ..อนาเข้าไปในงานในฐานะพนักงานเสิร์ฟที่มีใบรับรองวิชาชีพจากสถานฑูตญี่ปุ่น มาชงชาตามแบบฉบับต้นตำรับญี่ปุ่นให้กับแขกพิเศษของงานโดยเฉพาะ  การใส่ยาลงไปในชาทำตอนที่ผสมใบชานั่นแหละค่ะ พวกเขมรไม่มีใครรู้เรื่องการชงชาญี่ปุ่น ก็เลยเสร็จเรา”  ใบไม้ทะเลยิ้มพร้อมกับชูกำปั้นทำท่าอัพเปอร์คัทเล็กๆ เหมือนตอนที่เอนา อิวาโนวิชทำตอนที่เซฟเบรคพ๊อยต์ได้

“โอ้โฮ..คุณทำได้ยังไงเนี่ย คุณทำได้ยังไง”  ชายผมขาวเพ้อพกออกมาโดยไม่รู้ตัว ถึงกับยอมปรบมือให้กับแผนการในครั้งนี้ ที่หลอกลวงทุกคน หลอกทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ได้รับผลสำเร็จเพียงอย่างเดียว

เวลา 21.35 น.
บนท้องฟ้ามีเสียงดังกระหึ่มขึ้น ทุกคนแหงนหน้าขึ้นไปมอง วัตถุสีดำที่มีไฟกระพริบกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า และเป็นที่คาดหมายได้ว่า กำลังพุ่งเป้ามาตรงที่คนทั้งหมดกำลังยืนอยู่

“เฮลิคอปเตอร์ที่จะมารับพวกเรามาถึงแล้วครับ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”  ชายนิรนามกล่าวจบก็ออกคำสั่งให้ไกด์ชาวเขมรเลื่อนรถเก๋งสีดำให้ออกห่าง

เฮลิคอปเตอร์ลำขนาดยุ้งข้าวสารส่องสปอร์ตไลท์ลงมาบนลานหญ้า แล้วค่อยๆ ลดระดับลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งขาตะเกียบเหล็กของมันแตะลงบนพื้นดิน 

“มิน่าล่ะ เขาถึงเลือกชัยภูมิตรงนี้ ตอนแรกผมนึกว่าเป็นเตียงซะอีก”  ชายผมขาวหันไปกล่าวกับใบไม้ทะเลอย่างอารมณ์ดี ขณะที่เธอทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจความหมาย

หลังจากมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับไกด์ชาวเขมรแล้ว ทีมล่าสังหารชาวไทยก็ถือโอกาสอำลาไกด์ทั้งสองตรงนั้น  ชาวเขมรทั้งสองยืนรอส่งจนคนไทยทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนเครื่องเรียบร้อยแล้วจึงเดินทางกลับ

“ไชโย..! ได้กลับบ้านซะที”  ใบไม้ทะเลเหยียดแข้งขาอย่างเต็มที่เมื่อนักบินนำเครื่องขึ้นแล้ว

“สวัสดีผู้โดยสารทุกท่าน..จำผมได้ไหม”  นักบินส่งเสียงทักทายมาจากที่นั่งตอนหน้า ก่อนหันหน้ามาประจัน

“เฮ้ย..! คุณน่ะเอง..มาได้ไงเนี่ย”  ชายผมขาวตะลึงแทบตกเก้าอี้  ที่แท้นักบินคนนี้ก็คือ ชายชุดขาวที่พบกันในวันแรกที่มีการประชุมที่กรุงเทพนั่นเอง

"ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า ขอบคุณครับที่จำผมได้ นึกว่า ผมจ๋อยไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วใช่ไหม"  นักบินหัวเราะร่วน ชอบใจที่เห็นชายผมขาวทำหน้าตาเหรอหรา

“ก้อ..ไม่มีอะไรหรอกครับ แผนของเราคือ ต้องให้เขาทำทีว่า แยกตัวออกไป เพื่อที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามไม่จับตา และสามารถทำงานใต้ดินทุกอย่างแทนผมได้  การติดต่อสื่อสารทุกอย่าง และสิ่งอำนายความสะดวกที่เราได้รับในประเทศนี้ เขาเป็นคนทำหน้าที่ทั้งหมด รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ด้วย”  น้ำเสียงและท่าทางของชายนิรนามทำให้ดูประหนึ่งว่า เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่มีอะไรต้องแปลกใจ แต่สำหรับชายผมขาวแล้ว มันเป็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตก็ว่าได้  ที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือ เขารู้สึกแปลกใจตัวเองว่า ตนเองมาทำภารกิจสำคัญนี้จนลุล่วงโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่างเดียวได้ยังไง

“เราจะบินกลับเมืองไทยเลยหรือเปล่าคะ” 

“อ๋อ..ไม่หรอกครับ ผมนัดกับเจ้าของเครื่องนี่ เอาเครื่องไปส่งคืนที่จุดนัดพบ รถของผมจอดรออยู่ที่นั่น”  นักบินตอบกลับมา  เขาเช่าเครื่องบินลำนี้จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเสียมเรียบ ซึ่งให้บริการทัวร์ทางอากาศกับนักท่องเที่ยว

“แต่ผมคงต้องเปลี่ยนแผนการบินแล้วล่ะครับ ผมขอให้คุณกลับลำ แล้วบินลงไปทางใต้เดี๋ยวนี้เลย”  ชายนิรนามออกคำสั่งอย่างเฉียบพลัน

“หือ..อ”  ชายชุดขาวที่ทำหน้าที่นักบินแปลกใจเล็กน้อย เขาชะลอเครื่องอย่างไม่แน่ใจ

“เราจะกลับไปที่จุดนัดพบไม่ได้อย่างเด็ดขาด ผมเปลี่ยนแผนให้ไปลงที่ท่าเรือใกล้กับเกาะกง ตรงนั้นเราสามารถหาเช่าเรือประมงได้ไม่ยาก ถ้าเราเดินทางไปทางบก เราโดนจับแน่”  ชายนิรนามยืนยันที่จะเปลี่ยนเส้นทางการหลบหนีใหม่

นักบินหันมามองหน้าชายนิรนามเพื่อค้นหาความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้น ก่อนจะตัดสินใจทำตามคำสั่งในที่สุด

“สงสัยคุณนักบินคงเพิ่งเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เป็นครั้งแรกล่ะสิ  ถึงได้ทำหน้าอย่างนั้น หึ..หึ..ส่วนผมน่ะ เจอมาทั้งวัน ตอนนี้ชินซะแล้ว”  ชายผมขาวกล่าวกับนักบินแล้วหัวเราะอย่างผ่อนคลาย ไม่คิดอะไรมากแล้ว

เวลา 22.30 น.
ที่จุดนัดพบที่บริษัทเจ้าของเครื่องเฮลิคอปเตอร์นัดกับผู้เช่าว่าจะต้องนำเครื่องมาคืน  มีตำรวจเขมรทั้งในและนอกเครื่องแบบดักซุ่มอยู่รอบๆ พื้นที่ ขณะที่ตัวแทนของบริษัทยืนตัวสั่นอยู่ที่ลานจอดเครื่องบิน     

“ไหนแกบอกว่า มันจะเอาเครื่องมาคืนตอนสี่ทุ่มไง นี่กี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว”  นายตำรวจใหญ่ตวาดใส่ตัวแทนบริษัทที่ยืนหน้าหงออยู่

หลังจากรอกันอย่างอดทนจนถึงเที่ยงคืน ตำรวจก็สั่งถอนกำลัง และให้นำตัวพนักงานตัวแทนบริษัทไปสอบต่อที่โรงพัก ก่อนจะได้ความว่า ผู้มาติดต่อเช่าเครื่องบินเป็นนักบินในกองทัพอากาศของไทยที่มากับไกด์ชาวเขมร เพื่อขอเหมาเครื่องขับเองโดยบอกว่าจะไปรับนักท่องเที่ยวต่อ พร้อมให้ราคาสูงกว่าปกติสองเท่า และยอมวางเงินค้ำประกัน 5 หมื่นบาทพร้อมกับหนังสือเดินทาง  ทางตัวแทนบริษัทเห็นว่า นักท่องเที่ยวขับรถป้ายแดงมาจอดไว้ด้วย คงไม่หนีไปไหน จึงยอมตกลง

ในวันต่อมา..
ตำรวจเขมรได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางไปยังกองตรวจคนเข้าเมืองและโรงแรมต่างๆ จนพบว่า เจ้าของหนังสือเดินทางเป็นคนไทยที่มาเล่นการพนันในบ่อนและเสียเงินจำนวนมาก เมื่อไม่มีเงินก็ถูกทางบ่อนยึดหนังสือเดินทางเอาไว้  เมื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางอย่างละเอียดแล้วจึงพบว่า เป็นหนังสือเดินทางที่ออกโดยถูกต้องตามกฎหมายไทย แต่รูปที่ปิดหนังสือเดินทางไม่ตรงกับเจ้าของหนังสือเดินทางตัวจริง

เวลา 06.00 น.
ที่นอกชายฝั่งประเทศกัมพูชา ในมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ เรือประมงลำหนึ่งลอยละล่องอยู่ท่ามกลางคลื่นลมที่สงบลงไปแล้วหลังเกิดพายุใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา

หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองยืนเกาะราวเหล็กที่กราบเรือด้านหน้า หันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ที่กำลังทอแสงแรกของวันขึ้นมาจากขอบฟ้าเบื้องหน้า  ท้องฟ้าสีน้ำเงินครามกำลังถูกแปรงแสงตะวันฉาบให้เป็นสีส้มอมเหลือง ท้องทะเลสืมืดครึ้มเริ่มโรยด้วยเกล็ดสีทองระยิบระยับ  ลมทะเลที่พัดอ้อยสร้อยพอให้เส้นผมที่ประบ่าโบกสะบัดไปตามแรงพัดโชย

“ตื่นแล้วหรือครับ” 

เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นทางด้านหลัง เป็นเสียงแรกของเช้าวันนี้ที่ผิดแผกไปจากเสียงคลื่นที่กระทบกับท้องเรือ  ใบไม้ทะเลหันหน้ากลับไปมอง ชายคนหนึ่งในภาพที่คุ้นตากับแว่นตาสีดำของเขายืนกอดอกด้วยอริยาบถสบายๆ สิ่งที่ไม่คุ้นตาสำหรับเธอน่าจะเป็นรอยยิ้มที่ดูสดใสบริสุทธิ์ของเขา

“ยังอยากนอนอยู่ค่ะ แต่อยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นมากกว่า”

ชายนิรนามเดินเข้ามายืนเกาะราวเหล็กอยู่ทางด้านข้าง แสงสีทองฉายให้เห็นความอ่อนโยนบนใบหน้าที่ใบไม้ทะเลไม่เคยพานพบจากคนๆ นี้มาก่อน

“อากาศดีจังเลยครับ”

“ค่ะ”  ใบไม้ทะเลตอบไปตามสัญชาตญาณ เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยกับอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษของเขาเท่าใดนัก

“ตอนยังเป็นหนุ่มน้อย ผมเคยฝันอยากที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระสักครั้งกับคนที่ผมรัก บนเรือที่ล่องลอยไปเรื่อยๆ โดยมีขอบฟ้าทั้งสี่ด้านเป็นจุดหมายปลายทาง แต่ความฝันนั้นมันไม่เคยเป็นความจริงได้เลย..”  ชายนิรนามกับสายตาที่เหม่อลอย ริมฝีปากของเขายังอาบไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย

ใบไม้ทะเลอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองหน้าชายนิรนามอย่างพินิจพิจารณา เธอนึกไม่ถึงว่า ชายผู้นี้ยังจะมีอารมณ์โรแมนติกได้เหมือนกัน

หลังจากนั้น..ทั้งคู่ก็เปิดใจสนทนาเรื่องส่วนตัวของกันและกันราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันมาช้านาน  กระทั่ง..แสงแดดเริ่มเจิดจ้าจนแสบตา ใบไม้ทะเลก็รู้สึกว่า มือข้างหนึ่งของชายนิรนามกำลังสัมผัสกับเอวของเธออย่างแผ่วเบาและค่อยๆ กระชับขึ้นเป็นลำดับ

“แดดเริ่มร้อนแล้ว เข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ”

“เอ่อ..อ แล้วคุณพี่อีกคนล่ะคะ”

“ผมจัดการให้เขาลงเรือลำเล็กล่วงหน้ากลับเมืองไทยไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ”

ใบไม้ทะเลไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกหรือเพราะความโคลงของเรือที่ทำให้ศีรษะของเธอซบลงที่แผ่นอกของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล เธอคงสภาพของมันให้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งร่างของคนทั้งสองหายเข้าไปในห้องโดยสารของเรือ

.......................................................................................................จบบริบูรณ์



ข้า..วรพุทธเจ้า..
อาว..มโน..ศิรการ..
....  ......  .....

กรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่านก่อนเดินออกจากโรงภาพยนตร์ ขอบคุณครับ
Please check your belonging before leaving your seat, thank you.  

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-06-2008, 12:53 โดย *bonny » บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
Suraphan07
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,128



« ตอบ #4 เมื่อ: 03-06-2008, 17:01 »

มาลงชื่อ + ตีตั๊วรอครับ...

เชื่อว่า "งานนี้ต้องสำเร็จ"
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-06-2008, 17:02 โดย Suraphan07 » บันทึกการเข้า
มารร้ายพ่ายแพ้รัก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 292



« ตอบ #5 เมื่อ: 03-06-2008, 17:01 »

มาปูเสื่อรออ่่านครับ 
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #6 เมื่อ: 03-06-2008, 17:05 »

อ้าว มีคนเลียนแบบ Q หรือ 999 แล้ว 
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #7 เมื่อ: 03-06-2008, 17:14 »

อ้าว มีคนเลียนแบบ Q หรือ 999 แล้ว 


นอกจาก'มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ' สอดแทรก
ยังชอบเผยอนำเพื่อนรักไปเปรียบเทียบคนอื่นๆ อีกด้วย.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 03-06-2008, 17:17 »

Intro น่าสนใจ

เข้ามาปูเสื่อ 

ว่าแต่ว่า กระทู้นี้ได้รับอิทธิพลมาจากกระทู้นี้ http://forum.serithai.net/index.php?topic=27129.0 หรือเปล่า 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #9 เมื่อ: 03-06-2008, 17:20 »


นอกจาก'มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ' สอดแทรก
ยังชอบเผยอนำเพื่อนรักไปเปรียบเทียบคนอื่นๆ อีกด้วย.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


มันต่างกันตรงไหน สี่ความเห็น เป็นล็อคอินเดียวกัน ปั่นกระจู๋เหมือนกันนั่นแหละ
ว่ากันตามจริงความเห็นหรือนิยายเห่ยๆ แบบนี้ น่าจะไปอยู่ในห้องไร้สาระห้องอื่น
ซะมากกว่า มัน กาก
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #10 เมื่อ: 03-06-2008, 17:21 »

อืมมม...วิธีเขียนเรื่องออกแนว 'ยังไงก็ไม่ชินฯ' เด๊ะเชียว นั่นก็คือ ปาหี่ หลอกคนให้มามุงดูเมียงู กระสือ ในงานวัดแนวๆนั้นเลยอ่ะ...จารย์น่าจะหาเวลาไปคิดเพิ่มยอดม๊อบพันธมารดีกว่าน๊ะ

ไม่เห็นใจพี่ชายสามีบ้างเลย หุ หุ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #11 เมื่อ: 03-06-2008, 17:24 »

อืมมม...วิธีเขียนเรื่องออกแนว 'ยังไงก็ไม่ชินฯ' เด๊ะเชียว นั่นก็คือ ปาหี่ หลอกคนให้มามุงดูเมียงู กระสือ ในงานวัดแนวๆนั้นเลยอ่ะ...จารย์น่าจะหาเวลาไปคิดเพิ่มยอดม๊อบพันธมารดีกว่าน๊ะ

ไม่เห็นใจพี่ชายสามีบ้างเลย หุ หุ

คนรสนิยมต่ำก็ชอบเรื่อง กาก กาก แบบนี้แหละ ไม่มีข้อมูลอะไรก็ จินตนาการน้ำแตกหมู่ กันเล่น
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #12 เมื่อ: 03-06-2008, 17:29 »

อืมมม...วิธีเขียนเรื่องออกแนว 'ยังไงก็ไม่ชินฯ' เด๊ะเชียว
 

อ้าว..อ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยเรอะ..หุ หุ ไม่น่าเชื่อนะ

คนรสนิยมต่ำก็ชอบเรื่อง กาก กาก แบบนี้แหละ ไม่มีข้อมูลอะไรก็ จินตนาการน้ำแตกหมู่ กันเล่น

ว้า..กะว่าจะให้แก๊สเป็นพระเอกของเรื่องแล้วเชียว  ว่าผมอย่างนี้ เดี๋ยวไปแก้ต้นฉบับดีก่า   
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
Scorpio6
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,210


Man on Mission *เสี่ยวฯ>สันติภาพ*


« ตอบ #13 เมื่อ: 03-06-2008, 17:32 »

มารอๆชม....เอ..แต่..คนรอติดตาม...จะโดนจับตาด้วยป่าวอ่ะ
บันทึกการเข้า



คิดจะล้มระบอบทักษิณ ต้องอ่านใจเนวินและเพื่อน
บล็อกเสี่ยวไทบ้าน*แวะเยี่ยมRepublican Collage ของคุณสุธา ชันแสง*
http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2008/03/26/entry-1
"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและในฐานะอย่างไร จงตรองหาว่า จะมีทางใช้ชีวิต
ให้เป็นประโยชน์ในทางใดบ้าง เมื่อตั้งใจคิดถึงมันแล้วก็จะพบเสมอ
ไม่ว่าอยู่ที่ใด เมื่อพบทางแล้วจงลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์"
iceberg
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #14 เมื่อ: 03-06-2008, 17:32 »

ปูเสื่อพร้อม ขนมพร้อม รอตอนต่อไปค่ะ
บันทึกการเข้า
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #15 เมื่อ: 03-06-2008, 17:41 »

ตีตั๋วเข้าชมค่ะ  ท่าทางจะสนุกกว่าอินเดียน่าโจนส์ 
บันทึกการเข้า
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #16 เมื่อ: 03-06-2008, 17:52 »

รอด้วยคนค่ะ...
แต่ขอแว๊บไปหยิบขนมก่อนนะคะ ^^
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
lekapuk
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 279



« ตอบ #17 เมื่อ: 03-06-2008, 17:57 »

ขอจองที่ด้วยคนค่ะ

ถ้าจะมันส์นะค่ะ ฝังนู้น...................ยังตามมาดูด้วยเลย
บันทึกการเข้า

เกลียดทักษิณ ใช่ว่าจะชอบประชาธิปัตย์ อย่าเหมารวม ใช้ความคิดก่อนแสดงความคิดเห็นนะจ๊ะ
caveman
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60



« ตอบ #18 เมื่อ: 03-06-2008, 18:49 »

ซื้อข้าวโพด กับโค้ก มานั่งรอ แล้วครับ
บันทึกการเข้า
Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #19 เมื่อ: 03-06-2008, 21:26 »

มารออ่าน 555+
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
Sweet Chin Music
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,613



« ตอบ #20 เมื่อ: 03-06-2008, 21:28 »

มันต่างกันตรงไหน สี่ความเห็น เป็นล็อคอินเดียวกัน ปั่นกระจู๋เหมือนกันนั่นแหละ
ว่ากันตามจริงความเห็นหรือนิยายเห่ยๆ แบบนี้ น่าจะไปอยู่ในห้องไร้สาระห้องอื่น
ซะมากกว่า มัน กาก

ไอ้นั่นมันเอาแต่ตัดแปะกระทู้ตัวเอง จนกลายเป็นขยะไปแล้ว 555+

แต่ แก๊ส ไม่น่าอ่านกระทู้นี้เลยนะ กลัวจะอ่านแล้วลงไปชักดิ้นชักงอนะ ฮา
บันทึกการเข้า


You'll Never Walk Alone
เข้าไปกันได้ค๊าป- - - >http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetchinmusic&group=1
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #21 เมื่อ: 03-06-2008, 21:55 »

บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
A gates
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24



« ตอบ #22 เมื่อ: 04-06-2008, 00:22 »

รออ่านอยู่นะ

ตัวป่วนมันมีอยู่ทุกที่นั่นแหละ ไม่ต้องไปสนใจ ฝ่ายพวกเราที่ให้กำลังใจมีอีกเยอะแยะ สู้ สู้:slime_fighto:
บันทึกการเข้า

แสวงหามิใช่เพราะรอคอย เชียวชาญมิใช่เพราะโอกาส
สามารถมิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้เเล้วลิขิตฟ้ารึจะสู้มานะตน

 - ผู้นำที่แท้จริง ไม่กระหายที่จะเป็นหัวหน้า ไม่แสวงหาลูกน้อง
   แต่เมื่อ คราวได้เป็น ก็รับภาระอย่างอาจหาญ 
 - เกิดเป็นลูกผู้ชาย จะลำบากเอย่างไรไม่สำคัญ ควรเป็นตัวของ
   ตัวเอง  อย่าขายตนให้แก่ใคร
- สมาคมกับผู้คน เจรจาต้องไพเราะ มารยาทอ่อนโยน แต่จิตใจนั้น
   ต้องคงมั่น
- อย่ามีจิตคิดร้ายผู้อื่น แต่ต้องระวังผู้อื่น
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #23 เมื่อ: 04-06-2008, 00:45 »

ดีใจที่บอนนี่กลับมาครับ ที่นี่มีTroll เยอะเหลือเกิน....เอิ้กกกกกก
 
ไล่รัฐบาลชุดนี้เสร็จแล้ว ผมจะไล่Troll ต่อครับ ข้อมูลมีเพียบ.....เอิ้กกกกกกก
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2008, 00:47 โดย (ลุง)ถึก สไลเดอร์ » บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
northstar
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 635


« ตอบ #24 เมื่อ: 04-06-2008, 03:59 »

รีบอาบน้ำทาแป้ง... มาปูสาดรอครับ... หาตัวแสดงที่จะมาเป็นมือสังหารได้ยังคร๊าบบบบบ
ขอแนะนำนะ... ฉายาเหล่านี้ไม่ใช่ได้เพราะโชคช่วย
999 - มือสังหารหน้าเบี่ยง... เบี่ยงทุกทีที่ถาม...จามทุกทีที่พูดถึง
แถ - มือสังหารหน้าแถ - แม้แต่หมายังต้องหลีกทางให้...ใบมีดโกนที่ว่าแน่ๆ...มาเจอแถแล้วทื่อไม่เป็นท่า
จ๊ะ - มือสังหารหน้าตู๊ดดดดด - แม้แต่ตูดยังอาย... คิดหรือว่าจะผายลมแข่ง

 
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #25 เมื่อ: 04-06-2008, 08:05 »

ปูเสื่อพร้อม ขนมพร้อม รอตอนต่อไปค่ะ
รอด้วยคนค่ะ...
แต่ขอแว๊บไปหยิบขนมก่อนนะคะ ^^

ซื้อข้าวโพด กับโค้ก มานั่งรอ แล้วครับ

แบบ "อาหารชาวม็อบ" ก็ดีนะคะ 



ติดตามต่อได้ ใน "ยังไงก็ไม่ชิน"







บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #26 เมื่อ: 04-06-2008, 08:16 »


มารอนานแล้วนะครับ

 
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
คนเดินดิน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 388


« ตอบ #27 เมื่อ: 04-06-2008, 10:27 »

มาจองที่ครับ
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #28 เมื่อ: 04-06-2008, 14:54 »

เพื่อความสะดวก ผมเอาตอนสองมาแปะตรงนี้ด้วย


ตอนที่ 2 เปิดแผนสังหาร


“เดี๋ยวก่อน!!”  ชายหัวล้านขัดจังหวะ
“ต้องฆ่าแกงกันจริงๆ หรือ  ไม่ใช่ไม่กล้านะ แต่มีวิธีอื่นอีกไหม”

ชายนิรนามขยับแว่นตาดำให้กระชับเพื่อจะสังเกตสีหน้าของชายหัวล้าน  เสรีชนคนนี้ได้รับการคัดเลือกมาทำภารกิจนี้เพราะหัวใจที่แน่วแน่ และความบ้าบิ่นของเขาที่พิสูจน์มาแล้วหลายครั้งผ่านตัวอักษรในบอร์ดแสดงความคิดเห็นของขบวนการ

“ที่ผ่านมา คุณยังคิดว่า มีวิธีการอื่นใดอีกหรือครับ  ตอนที่เกิดรัฐประหาร ไม่มีใครคิดว่า จะต้องจัดการด้วยวิธีเช่นนี้หรอก คิดว่า ทุกอย่างคงจบกันไปแล้ว เมื่อสามารถล้มรัฐบาล ตั้งคตส. และปิดประตูตายกลุ่มบ้านเลขที่ 111 บ้านเมืองจะได้สงบสุขกันเสียที  แต่ก็อย่างที่เห็นๆ กันอยู่  คน..คนนี้ไม่เคยยอมหยุด ไม่เคยยอมแพ้ หากเขายังมีทางรอดแม้หนทางจะขรุขระเพียงใดก็ตาม แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อของใครก็ตาม และแม้จะสร้างความฉิบหายให้กับประเทศชาติขนาดไหนก็ตาม เขาก็ยังต้องการจะฝ่าฟันเอาชนะให้ได้”

“จะว่าไปแล้ว..ก็ต้องคำนับให้กับจิตใจความเป็นนักสู้ของเขานะ”  ชายหัวล้านกล่าวเสียงเนิบๆ แม้จะเกลียดคนๆ นี้เข้าไส้ แต่นักสู้ด้วยกันก็ต้องคารวะจิตใจของนักสู้ด้วยกัน ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝั่งไหน

“อย่าเพิ่งใจอ่อนสิ  เขาสู้เพื่อความอยู่รอดของอภิมหาสมบัติส่วนตัว แต่พวกเรากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ”  ชายนิรนามให้สติ..
“ตอนนี้มันถึงขั้นว่า ถ้าไม่มีคนๆ นี้เสียคนแล้วชาติเราจะอยู่รอดได้ ก็เหมือนกับกระทู้หนึ่งในเสรีไทยของคุณbeastguy ที่ถามว่า..ไล่รัฐบาล ยุบสภา ลาออก แล้วไงต่อไปล่ะ  คำตอบสุดท้ายคือ ไม่รู้”

ชายผมขาวรับฟังแต่ยังทำหน้าชวนให้เวียนหัวอยู่

“แล้วกลุ่มพันธมิตรที่กำลังชุมนุมอยู่ล่ะ พอจะเป็นทางรอดได้มั้ย”  ชายหัวล้านกล่าวต่อ

“อืมม์..ก็นะ..ความจริงผมไม่อยากพูด”  ชายนิรนามถอนหายใจอย่างแรงทีหนึ่งก่อนจะกล่าวตอบ..
“พวกเขาทำได้ส่วนหนึ่ง คือยื้อให้พลังแม้วไม่สามารถเดินเกมได้ตามแผนที่วางเอาไว้  ทำได้แค่ชลอให้คนๆ นี้เดินช้าลงแต่ไม่ได้ทำให้เขาหยุดเดิน  แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ทางรอดของชาติอยู่ดีเพราะพวกเขาได้สร้างกลไกอย่างหนึ่งขึ้นมาใหม่ นั่นคือ กลไกที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ของคนสองความคิด ทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นมาในชาติซึ่งไม่อาจสมานกันได้อีกต่อไป และนับวันรอยร้าวจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นแตกหัก  ถึงตอนนั้น..”  ชายนิรนามหยุดเพื่อถอนหายใจอีกครั้งเมื่อต้องพูดในสิ่งที่ไม่อยากพูด

“..ก็จะต้องมีคนล้มตายอยู่ดี  คราวนี้อาจไม่ใช่แค่คนๆ เดียวอย่างที่เรากำลังจะจัดการ แต่จะเป็นคนทั้งสังคม ซึ่งเราก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า จะมีปริมาณเท่าไรที่จะต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้คนๆ นี้ยอมหยุด”

“หมายความว่า..เราจึงต้องมาทำภารกิจนี้เพื่อให้บุคคลคนเดียวอันตรธานหายไปจากโลกนี้เพื่อแลกกับความอยู่รอดของคนจำนวนมากกว่าในสังคมใช่หรือไม่”  ชายหัวล้านสรุปเป็นเชิงขอความเห็น 
ชายนิรนามไม่พูดว่ากระไรอีกแต่หันไปมองหน้าเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งสองคนเพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีแววตาของความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ปรากฏอยู่อีกแล้ว

“เอาล่ะ....คราวนี้เปิดเผยแผนการของคุณได้หรือยัง”  ชายผมขาวทวงอีกครั้ง

หนุ่มนิรนามที่อยู่ในวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางยังประเปรียวอยู่ เอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อยกกระเป๋าหนังสีดำขนาดเท่าแฟ้มเก็บเอกสารขึ้นมาวางบนโต๊ะ  รูดซิปออกแล้วหยิบเอกสารออกมาปึกหนึ่ง

“ผมจำเป็นต้องใช้การอธิบายให้เข้าใจ ไม่อาจถ่ายเอกสารให้พวกคุณได้”  เขากล่าวก่อนจะแผ่เอกสารสำคัญลงบนโต๊ะ  เพื่อนๆ ที่นั่งประกบอยู่ทั้งสองฟากชะโงกหน้าเข้ามาแบบสุมหัว

“นี่เป็นกำหนดการตารางการเดินทางของเขาใน 7 วันข้างหน้านี้ เขาวางแผนการเดินทางใหม่ทุก 7 วัน และมีเพียงผู้ใกล้ชิดไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า เขาจะเดินทางไปที่ไหน พักที่ไหน นานเท่าไร”  ชายนิรานามอธิบายข้อมูลในเอกสารให้ฟัง

“เอ๊ะ..แล้วคุณได้ตารางเหล่านี้มาได้อย่างไร”  ชายหัวล้านสะดุ้งเมื่อได้เห็นรายละเอียด

“ในกลุ่มพันธมิตรมีพันธแม้วซุกซ่อนอยู่..ในกลุ่มพันธแม้วก็มีพันธมิตรของเราซ่อนตัวอยู่เช่นกัน”  ชายนิรนามบอกเป็นนัยให้ชายหัวล้านไปแปลความเอาเอง

"หนอนบ่อนไส้..!!"

“เรื่องที่อยู่ใต้ดินลึกลงไป 3 ชั้น พวกคุณรู้เพียงแค่ชั้นที่สองก็ถือว่าลึกมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้สึกไปจนถึงชั้นที่สามก็สามารถปฏิบัติการได้”  ชายนิรนามให้ข้อคิดเพิ่มเติม

แม้อยากรู้ที่มาที่ไป แต่ชายทั้งสองก็ไม่คิดว่าจะถามไถ่มากไปกว่านี้ เพราะเชื่อว่า ชายนิรนามคงไม่ยอมเปิดเผยอะไรมากไปกว่านี้เป็นแน่ 

“วันอังคารหน้า เขามีนัดหารือกับผู้นำระดับสูงของเขมรเพื่อเจรจาแลกผลประโยชน์ระหว่างกันอีกครั้งก่อนการตัดสินใจลงทุน เราจะลงมือในวันนั้น ตอนที่เขากลับออกมาจากงานเลี้ยงรับรองตอนหัวต่ำ”  ชายนิรนามเปิดเผยแผนสังหารให้ฟังโดยคร่าว

“อย่างไรล่ะ ยิง..หรือ..ระเบิด”  ชายหัวล้านแทบอดทนรอต่อไปไม่ไหว เขาเป็นอดีตขาบู๊ที่มีประวัติโชกโชนก่อนจะหันมาทำธุรกิจส่วนตัวและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

“ระบบรักษาความปลอดภัยของคนๆ นี้สูงมาก คนแปลกหน้าไม่สามารถเข้าใกล้ในระยะห่าง 50 เมตรได้ ผมเกรงว่า เราอาจไม่มีนักแม่นปืนในระยะนั้น หากยิงพลาด ทุกอย่างก็จบ”

“คุณหมายความว่า เราต้องใช้ระเบิดซึ่งทำลายล้างได้ในเป้าหมายที่..ใหญ่กว่า..”  ชายผมขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นกระพือ  แม้จะเป็นคนมีอุดมการณ์แน่วแน่แต่ในชีวิตของเขาก็ยังไม่เคยคิดลอบสังหารใครมาก่อน

“ผมเกรงว่า เราจำเป็นต้องใช้วิธีนั้น”  ชายนิรนามกล่าวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก

“คุณจำกัดการสูญเสียไว้ได้หรือเปล่า ถ้าใช้ระเบิดเนี่ย..คงไม่ใช่แค่คนๆ เดียวแล้ว”  ชายหัวล้านมองหน้าชายนิรนามแน่วนิ่ง อยากรู้ว่าจะได้รับคำตอบอย่างไร ถ้าต้องตายเป็นเบือคงไม่มีใครเห็นด้วย

“ถ้าระเบิดของเราตรงเป้าหมายเป๊ะ และตรงเวลาที่กำหนด เราจะจำกัดการสูญเสียได้แค่ เขาคนนั้นและคนขับรถ”  คงไม่ง่ายนักที่ชายนิรนามจะขอความเห็นชอบจากเพื่อนของเขาได้หากบอกว่า ระเบิดสามารถทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตในจำนวนที่มากกว่านั้น

“สองคน..แลกกับประเทศชาติ  อืมม์..ช่วยบอกโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นทีสิ  พวกเราไม่ใช่มือระเบิดอาชีพนะ ถ้าพลาดเป้าไปโดนพลเมืองเข้าล่ะก้อ นอกจากจัดการเป้าหมายไม่ได้แล้ว เราจะพลอยซวยกันหมด”  ชายหัวล้านขอทัศนะที่แน่ชัดอีกครั้ง

“ผมได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัตถุระเบิดซึ่งปฏิบัติการอยู่ที่ภาคใต้แล้ว เขาให้โอกาสเรา 80 ต่อ 20 สำหรับความสำเร็จ ปัจจัยที่จะทำให้งานสำเร็จตามเป้าอยู่ที่ลมฟ้าอากาศ ระดับสัญญาณโทรศัพท์และความนิ่งของคนจุดชนวน”  ชายนิรนามตอบด้วยสีหน้าและแววตาที่ยังแน่วนิ่ง

“คุณหมายความว่า นอกจากพวกเราสามคนแล้ว ยังมีคนอื่นๆ รู้เรื่องนี้อีกหรือ”  ชายหัวล้านซักถามต่อ

“แน่นอน..อย่างที่คุณบอกน่ะแหละ  เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ต้องอาศัยมืออาชีพทางด้านนี้มาวางระบบให้ แต่คนที่จุดชนวนต้องเป็นคนของเราเท่านั้น พวกเขาทำหน้าที่ให้เราได้อย่างจำกัดเพื่อความั่นคงของตำแหน่งหน้าที่ของพวกเขาเอง”

“คุณหมายความว่า พวกเขายังรับราชการอยู่งั้นสิ”  ชายหัวล้านพยายามเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม  แต่ชายนิรนามไม่ตอบคำถามของเขาตรงๆ

“ในชั้นความลับที่สาม พวกคุณไม่ควรรู้ ไม่ใช่ไม่ไว้วางใจแต่อาจเป็นอันตรายต่อพวกคุณเอง เพราะหากงานไม่สำเร็จ พวกเขาที่อยู่ในสถานะที่ไม่อาจเปิดเผยตัวได้อาจจำเป็นต้องกำจัดคนที่ล่วงรู้ความลับของพวกเขาได้..ไม่สำคัญด้วยว่าคุณอยู่ฝ่ายไหน”

คำตอบชองชายนิรนามเล่นเอาเพื่อนอีกสองคนนั่งไม่อยู่สุข หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“ถ้างั้น..เอ่อ..ใครจะเป็นคนจุดชนวน”  ชายผมขาวถามขึ้นมา

“ผมยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคล  แต่ถ้าไม่มีใครอาสา คงต้องเป็นผมมั้ง”  พูดจบชายทั้งสามคนก็หันมามองตากันไปมา  เกิดภาวการณ์ที่บีบคั้นอย่างรุนแรงทางอารมณ์ไปจนถึงส่วนลึกที่สุดที่ไม่อาจหยั่งได้ของลูกผู้ชาย ที่เรียกว่า “กึ๋น”

“ผมอาสาเอง”  ชายหัวล้านโพล่งขึ้น

“ไม่ได้ ผมคิดว่า คุณยังไม่นิ่งพอ”  ชายนิรนามรีบค้าน

“งั้นถ้าเป็นผมล่ะ..นิ่งพอไหม”  ชายผมขาวเสนอตัวเอง 

ชายนิรนามนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง..

“ถ้าคุณพี่คิดว่า ตัวเองทำได้ ผมคงต้องให้โอกาส”  ชายนิรนามกล่าว หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบในเวลาที่จำกัด ด้วยวัยวุฒิ และคุณวุฒิการศึกษาของชายผมขาวคนนี้ ทราบมาว่า ไม่ธรรมดา

“แล้วผมล่ะ จะให้ผมทำอะไร”  ชายหัวล้านถาม

“คุณต้องเป็นกำลังสนับสนุน คอยดูต้นทางและให้สัญญาณว่าเมื่อไรจะจุดชนวน ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ถ้าคุณให้สัญญาณผิด แผนการก็พังเหมือนกัน”

“แล้วตัวคุณล่ะ  คุณทำอะไร”  ชายหัวล้านถามชายนิรนามตรงๆ

“ต้องมีคนๆ หนึ่งรับหน้าที่ประสานงานกับทุกฝ่าย  ซึ่งนอกจากเราสามคนแล้ว ผมยังต้องการเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งเป็นนางนกต่อ”

“หา..ยังมีอีกคนเหรอ”  ชายหัวล้านส่งเสียงดัง

“จุ๊..จุ๊ เบาหน่อยครับ  ยังมีอีกคนนึง ซึ่งผมยังไม่ได้เรียกตัวมาเพราะยังไม่รู้ว่าจะเอาใครดีในเสรีไทย”

พูดจบชายนิรนามก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือ

“นี่เป็นรายชื่อของสมาชิกของเรา  ต้องเลือกคนหนึ่งจากในลีสต์นี้” 

กระดาษสีขาวขนาดA4 ถูกวางกลับลงบนโต๊ะ ตรงหน้าชายทั้งสามคน

“เอ๊ะ..อะไรเนี่ย มีแต่ผู้หญิงทั้งน้าน”  ชายผมขาวเอะใจเมื่อสำรวจรายชื่อในกระดาษที่มีอยู่ทั้งหมดแล้ว

“ก็นั่นแหละ..เราต้องการนางนกต่อ ไม่ใช่นายนกต่อ”  ชายนิรนามพยักหน้าทีหนึ่ง 

“ทำหน้าที่อะไร ไหนอธิบายหน่อยซิ” 

“เราต้องการคนที่จะเข้าไปในงานเลี้ยงรับรองวันนั้นได้  ถ้าผู้ชายจะเป็นที่ผิดสังเกตได้ง่ายและคงไม่ผ่านรปภ.ไปได้หรอก  นางนกต่อจะต้องส่งสัญญาณแรกให้ผมทราบว่า เป้าหมายจะเดินทางกลับเมื่อไร เมื่อได้รับสัญญาณแรก ผมจะส่งสัญญาณเตือนให้คุณทั้งสองรู้ตัวล่วงหน้า พวกคุณมีเวลาประมาณ 10 นาทีในการเตรียมพร้อม เมื่อเขาเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป คุณจะเป็นคนที่ให้สัญญาณที่สองให้กับพี่เขาเพื่อจุดชนวน”  ชายนิรนามกล่าวกับชายหัวล้าน ก่อนหันมากล่าวกับชายผมขาวในลำดับต่อมา

“เมื่อคุณพี่ได้รับสัญญาณที่สองมา แสดงว่า รถอยู่ห่างจากจุดระเบิด 30 วินาที คุณพี่นับถอยหลังได้เลย” 

“ผมก็ต้องอยู่ในที่ที่เห็นรถวิ่งผ่านน่ะสิ” 

“คุณพี่จะอยู่บนแคร่ไม้ที่เราจะปลูกให้บนต้นตะเคียน ห่างจากจุดระเบิด 50 เมตร ไม่มีปัญหาเรื่องการมองเห็นเพราะเราจะให้แว่นตากลางคืนอย่างที่พวกทหารใช้สังเกตการณ์เวลาลาดตระเวน  จำไว้ว่า เมื่อได้รับสัญญาณที่สองแล้วแสดงว่า รถเคลื่อนออกจากสถานที่จัดเลี้ยงแล้ว เลยสถานที่เลี้ยงรับรองมา 25 วินาทีจะเป็นทางเลี้ยวโค้งหักศอก พอเห็นหัวรถวิ่งออกจากหัวโค้งมา คุณพี่กดมือถือได้เลย ข้อสำคัญคือ เขาจะมีรถการ์ดนำหน้าหนึ่งคัน เป้าหมายของเราอยู่ที่รถคันที่สอง”

ชายผมขาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นปาดเหงื่อทั้งๆ ที่อากาศในห้องเย็นเฉียบเหมือนห้องเก็บศพ

“เอาล่ะ..มาช่วยผมหานางนกต่อกันดีกว่า ผมคัดมาเฉพาะสาวๆ ในเสรีไทย  พวกคุณก็รู้จักหมอนี่ดี มันบ้ากามแค่ไหน เห็นผู้หญิงสาวๆ ขาวสวยเป็นไม่ได้”  ชายนิรนามตัดกลับเข้าเรื่องนางนกต่อ

“ถ้างั้น คนนี้เป็นไง..น้องเอ้”  ชายหัวล้านแนะ

“คาดเดาอารมณ์ของเธอลำบาก”

“งั้นคนนี้ล่ะ น้องเม่ย”

“มีเด็กกว่านี้ไหม หมอนี่ชอบเอ๊าะๆ”

“อ้าว..โธ่ว๊อย..แล้วใส่ชื่อมาทำไมล่ะ”

“ผมจัดลำดับเอาไว้เป็นทางเลือกไง ถ้าทาบทามคนที่ต้องการไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเสี่ยงเอาคนถัดๆ ไป”

“งั้น..หนูมารุจังล่ะ”

“แฟนดุไปหน่อย”

“อธิษฐาน..?”

“ห้าวไปนิด”

“งั้นก็คงเหลือชื่อนี้..”  ชายผมขาวเอานิ้วจิ้มลงไปบนกระดาษแรงๆ

“โป๊ะเชะเลย..คนนี้แหละ ของนำเข้าสดๆ ซิงๆ จากดินแดนอาทิตย์อุทัย”  ชายนิรนามดีดนิ้วดังเปาะ

“ใบไม้ทะเล..”  ชายหัวล้านพึมพำ

“คุณเคยเห็นหน้าเธอหรือ? สวยพอจะเขย่าประสาทไอ้บ้านั่นได้มั้ย” 

“หุ่นเช้งวับเลยครับ  หน้าตาไม่สำคัญเท่าไรเพราะผมจะให้แต่งชุดกิโมโนแล้วโปะแป้งเยอะๆ เข้าไปเสิร์ฟชาญี่ปุ่นในงานเลี้ยง”


“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””จบตอนที่ 2

บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #29 เมื่อ: 04-06-2008, 15:56 »

ดีใจจังที่รอดพ้นแผนการนรกแตกนี่ได้...เพราะ TLE ชอบแต่ 'นายนกต่อ' หง่ะ
บันทึกการเข้า
Scorpio6
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,210


Man on Mission *เสี่ยวฯ>สันติภาพ*


« ตอบ #30 เมื่อ: 04-06-2008, 16:10 »

ผมจะให้แต่งชุดกิโมโนแล้วโปะแป้งเยอะๆ  
บันทึกการเข้า



คิดจะล้มระบอบทักษิณ ต้องอ่านใจเนวินและเพื่อน
บล็อกเสี่ยวไทบ้าน*แวะเยี่ยมRepublican Collage ของคุณสุธา ชันแสง*
http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2008/03/26/entry-1
"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและในฐานะอย่างไร จงตรองหาว่า จะมีทางใช้ชีวิต
ให้เป็นประโยชน์ในทางใดบ้าง เมื่อตั้งใจคิดถึงมันแล้วก็จะพบเสมอ
ไม่ว่าอยู่ที่ใด เมื่อพบทางแล้วจงลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์"
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: 04-06-2008, 16:39 »

ระวัง สาวๆ จะเข้ามาโวยยยย 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #32 เมื่อ: 04-06-2008, 16:51 »

555555555555555555555
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไม่จริง
แฟนหนูไม่ดุซักกะหน่อย
 

ปล. ไม่คิดเลยค่ะ ว่าจะมีชื่ออยู่ในนั้นด้วย อ่าน ๆ มา กำลังอินเจอชื่อตัวเอง หลุดขำออกมาเลย.. ^^
ภาระกิจสำคัญครั้งนี้ ยกให้ คุณ"ใบไม้ทะเล" ค่ะ.. 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2008, 17:01 โดย มารุจัง » บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
ลูกหินฮะ๛
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,099


เสียเข็มขัด อย่าเสียกุงเกง


« ตอบ #33 เมื่อ: 04-06-2008, 17:06 »

555555555555555555555
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไม่จริง
แฟนหนูไม่ดุซักกะหน่อย
 

ปล. ไม่คิดเลยค่ะ ว่าจะมีชื่ออยู่ในนั้นด้วย อ่าน ๆ มา กำลังอินเจอชื่อตัวเอง หลุดขำออกมาเลย.. ^^
ภาระกิจสำคัญครั้งนี้ ยกให้ คุณ"ใบไม้ทะเล" ค่ะ.. 

  ตายละวา พี่ มารุจัง..
โดนแผนสกัด ดาวลุง.. เอ๊ย รุ่ง
ของพี่บอนนี่..เข้าซะ แร๊วว อ่ะ
    

  (แควนดุ แสดงว่า .......มีแควนแย๊วว   พวกลุงๆ ห้ามแตะต้อง) 
บันทึกการเข้า

  ... ... ... 
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 04-06-2008, 17:19 »


  ตายละวา พี่ มารุจัง..
โดนแผนสกัด ดาวลุง.. เอ๊ย รุ่ง
ของพี่บอนนี่..เข้าซะ แร๊วว อ่ะ
    

  (แควนดุ แสดงว่า .......มีแควนแย๊วว   พวกลุงๆ ห้ามแตะต้อง) 

555 งานนี้สารภาพออกมาเอง 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
มารุจัง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,761


@^____^@


« ตอบ #35 เมื่อ: 04-06-2008, 17:27 »

เย้ยยยยย น้องลูกหินฯ มาเตือนช้าไป แย่เลยยยยย 

แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลืมกันหมดแล้ววววว 
บันทึกการเข้า


ประชาธิปไตย มิได้จบอยู่แค่การเลือกตั้ง
ปล.รูปจากเวบ ผจก.
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #36 เมื่อ: 04-06-2008, 17:31 »

โชคดีที่ไม่เลือก คุณป้าศิลาแลง   

ต่อไวๆเลยค่ะ ไวไวควิก 
บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #37 เมื่อ: 04-06-2008, 17:56 »

“ใบไม้ทะเล..”  ชายหัวล้านพึมพำ

..............

ขอสนับสนุนคุณใบไม้ทะเล อธิฏฐานคุณบอนนี่เอาไว้ไล่สุนัขค่ะ เพราะห้าวเกินไป
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
richard
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #38 เมื่อ: 04-06-2008, 19:39 »

 
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #39 เมื่อ: 04-06-2008, 19:42 »

555555555555555555555
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไม่จริง
แฟนหนูไม่ดุซักกะหน่อย


อ๊ายหยา..!! แฟงลื้อไม่หลุ..เลี้ยวทามมายอาวว้ายเฝ้าบ้าง..

.................................

น้องลูกหิน..เอ๊ย
ผมน่ะ ช่วยชีวิตหนุ่มๆ เสรีไทยไว้หลายคนเลยนะเนี่ย  ไม่ต้องมาอกหักเอาทีหลัง

................................

คุณพรรณชมพู..

"งั้นทำไมไม่เอาป้าศิลาแลง"  ชายผมขาวเสนอชื่อที่ไม่อยู่ในลิสต์

"เราไม่ได้ไปขุดหาโบราณวัตถุนะคุณ"  ชายนิรนามค้อนขวับ

................................

อิ อิ ..อธิฏฐานผมเอาไว้ไล่ไอ้แก๊สและจักรพรรคดิไง  ..ผมเป็นอั้งชิกกง อธิฏฐานก็เป็นไม้ตีสุนัข
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #40 เมื่อ: 04-06-2008, 20:39 »


แผนสูงจริงๆ
แรกๆนึกว่าจะไปฆ่าไปแกงใครที่ไหน
เฮอ ...
ในที่สุดก็มาจัดการกันเอง
สาวๆบ้านเราหมดเรียบแน่คราวนี้

จะมีใครรอดไหมเนี่ย !!!



 
บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #41 เมื่อ: 04-06-2008, 21:12 »




อ่านะๆ คุณ *bonny อย่าไปขู่ครับ

 เดี๋ยวจะเสียกำลังตำรวจที่จะต้องไปคุ้มครองมัน

ที่เจ็บใจก็ตรง ตำรวจได้เงินเพราะภาษีพวกเราไป

ผู้บริหารบ้านเมือง ฟังไว้นะ คนไทยทุกๆคน มีสิทธิเท่าเทียมกันนะ...
บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
ไทมุง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,543



« ตอบ #42 เมื่อ: 04-06-2008, 23:22 »


รออ่านตอนต่อไป
บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #43 เมื่อ: 04-06-2008, 23:48 »

โหยย....เป็นตัวเลือกคนสุดท้ายเลยนะค่ะ









บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #44 เมื่อ: 05-06-2008, 07:57 »

ป้าเฟคของผมหลุดโผได้ไงเนี่ย   
บันทึกการเข้า
พระพาย
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 679



« ตอบ #45 เมื่อ: 05-06-2008, 11:45 »

สวัสดีครับพี่บอนนี่ เล่าเรื่องได้สนุกดีครับ... ว่าแต่ว่าไม่มีใครใบ้หน่อยเหรอครับว่า ชายนิรนาม ชายผมขาว ชายหัวล้าน เป็นใคร? อยากรู้มากกกก

ส่วนสาวเสรีไทยส่งใครไปดี... ไม่มีคอมเมนท์ อิ อิ
บันทึกการเข้า

คลิป นปก บุกทำเนียบชนพันธมิตร
http://pirun.ku.ac.th/~g4685035/01mob.asf
กระทู้ขบวนการเสรีไทยในเวบบอร์ดร่วมคัดคัดกรณีปราสาทพระวิหาร นำโดยคุณ *bonny http://forum.serithai.net/index.php?topic=28065.0
และเอกสารยื่นคัดค้านกระทรวงต่างประเทศไทยและกัมพูชา  http://www.savefile.com/files/1629973
กระทู้สรุปประเด็นปราสาทพระวิหาร โดยคุณ Jerasak http://forum.serithai.net/index.php?topic=28392.0
ใบปลิวขนาด 2 หน้าสรุปประเด็นปราสาทพระวิหาร โดยคุณ Jerasak http://www.savefile.com/files/1626944

แม่น้ำร้อยสายล้วนต้นกำเนิดเดียวกัน... จากสายฝน จากภูเขา ที่ซึ่งคล้ายเจตนารมณ์แห่งฟ้า
เสรีไทยเวบบอร์ด http://forum.serithai.net/
We Open Mind http://www.weopenmind.com/board/index.php
อรุณสวัสดิ์ http://www.arunsawat.com/board/index.php
ที่ทำการเสี่ยวอีสาน[
ไม่ไหวจะเคลียร์
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 11


มองหน้าไมคะ


« ตอบ #46 เมื่อ: 05-06-2008, 15:54 »

 


  ตายละวา พี่ มารุจัง..
โดนแผนสกัด ดาวลุง.. เอ๊ย รุ่ง
ของพี่บอนนี่..เข้าซะ แร๊วว อ่ะ
    

  (แควนดุ แสดงว่า .......มีแควนแย๊วว   พวกลุงๆ ห้ามแตะต้อง) 
บันทึกการเข้า

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #47 เมื่อ: 05-06-2008, 16:10 »

สวัสดีครับพี่บอนนี่ เล่าเรื่องได้สนุกดีครับ... ว่าแต่ว่าไม่มีใครใบ้หน่อยเหรอครับว่า ชายนิรนาม ชายผมขาว ชายหัวล้าน เป็นใคร? อยากรู้มากกกก

ส่วนสาวเสรีไทยส่งใครไปดี... ไม่มีคอมเมนท์ อิ อิ


เปงอดีตคนรู้จายพี่บอนนี่เค้าไงก๊าบบบบ
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #48 เมื่อ: 05-06-2008, 16:35 »

สวัสดีครับทุกๆ คน..
มาส่งการบ้านก่อนนะครับ  เดี๋ยวมีอะไรค่อยคุยกัน..

ตอนที่ 3 ..เดินเกมสังหาร..

ตอนที่ 3 เดินเกมสังหาร

หลังจากการประชุมลับผ่านไปสองวัน ชายนิรนามได้จัดการให้คณะผู้ก่อการทั้งหมดเดินทางไปยังเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา โดยแต่ละคนจะถูกจัดให้เดินทางโดยรถยนต์ไปในเวลาที่แตกต่างกัน และเข้าพักในห้องเช่าต่างสถานที่กัน โดยมีไกด์ชาวเขมรที่พูดภาษาไทยได้ประกบแต่ละคนเอาไว้ คอยปรนนิบัติรับใช้และจัดรถรับส่งให้ทุกคนมาพบปะกันเพื่อประชุมและซักซ้อมแผนการร่วมกันในแต่ละวันก่อนจะแยกย้ายกลับไปห้องพักของแต่ละคนในตอนเย็น โดยที่ไม่มีใครทราบเลยว่า เพื่อนๆ ในคณะคนอื่นๆ พักอยู่ที่ไหนบ้าง

วันที่สามของการมาทำภารกิจล่าสังหาร ที่ประชุมซึ่งเปลี่ยนไปทุกวัน ในวันนี้ย้ายไปจัดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งริมทะเลสาบโตนเลสาป ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุมหลายจังหวัดของกัมพูชา

“ผมได้กำหนดการเป็นที่แน่นอนแล้วว่า คณะนักลงทุนจากไทยจะมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเสียมเรียบตอนเช้าวันที่ 17 หลังจากนั้นจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจการทัศนียภาพรอบๆ เกาะกง ก่อนจะกลับมายังที่พักชั่วคราวที่โรงแรม โฮเต็ล เดอ ลา แปก์ในเสียมเรียบ  และตกเย็นจะมีการเลี้ยงรับรองกันที่นั่น จนถึงเวลา...”  โดยไม่แยแสต่อบรรยากาศร่มรื่น และทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบ เมื่อสั่งกาแฟให้ทุกคนแล้ว ชายนิรนามไม่พูดพล่ามทำเพลง เริ่มต้นภารกิจของวันนี้ทันที

“เดี๋ยว..เดี๋ยว..เดี๋ยว..!” 
ก่อนที่ชายนิรนามจะสาธยายต่อไป ชายหัวล้านก็ส่งเสียงขัดคอขึ้นมา
“..ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ..ช่วยอธิบายหน่อยซิ..เรามาอยู่ที่นี่สามวันแล้ว ผมยังไม่รู้เลยว่า ที่นี่ที่ไหน และทำไมต้องแยกย้ายกันอยู่ ห้องพักก็ไม่สะอาด ทำไมเราไม่พักในโรงแรม ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินทุน ผมออกเองก็ได้”  ชายหัวล้านที่วันนี้ดูหัวเสียแต่เช้าอดรนทนไม่ได้  ต้องตั้งคำถามขึ้นในที่ประชุมหลังจากอัดอั้นมานานหลายวัน

ชายนิรนามยิ้มเล็กน้อย ไม่รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินคำถามซึ่งเขาควรจะได้ยินมาก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ

“การแยกกันอยู่ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกท่านครับ พวกเราเป็นคนไทยถ้าไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่ม จะต้องถูกจับตาแน่นอน การแยกกันอยู่ก็เพื่อไม่ให้ต้องพูด ถ้าไม่พูดอะไรก็ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นคนไทย แต่การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มมีโอกาสมากที่จะต้องสื่อสารกันด้วยภาษา อย่าลืมว่า เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาในฐานะนักท่องเที่ยวก่อนจะแปรสภาพเป็นทีมล่าสังหาร ในเวลานี้ ผมเตรียมชื่อเขมรพร้อมกับเอกสารปลอมให้กับทุกท่านไว้แล้ว เวลาจวนตัวจริงๆ ไกด์จะสอนพวกคุณเองว่าต้องทำอย่างไร  ภารกิจลับนี้ไม่อาจให้มีใครคนหนึ่งทำเสียเรื่องขึ้นมาได้เพราะชีวิตของพวกเราทุกคนต่างผูกติดกันอยู่โดยไม่รู้ตัว  ผมจึงจำเป็นต้องแยกทุกคนให้ห่างออกจากกัน ไปมาหาสู่กันไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่า เพื่อนๆ อยู่ที่ไหนกันบ้าง  ความปลอดภัยของเราจึงจะยังรักษาได้อยู่จนถึงวันดีเด่ย์”

“ฟังดูก็เป็นความคิดที่รอบคอบนะ  แต่..ให้ตายเหอะ..ถ้าไอ้ไกด์นั่นมันทิ้งผมเมื่อไร ผมมิต้องตายอยู่ที่นี่เหรอ เงินก็ไม่มี ภาษาก็พูดไม่ได้”  ชายหัวล้านยังบ่นไม่เลิก

“เอาน่า..อีกแค่ 2 วันก็จบๆ กันไปแล้ว หลังจากนั้น ใครจะไปตายที่ไหนก็ช่างหัวมันเถอะ ทนมาได้ตั้ง 3 วัน ทำไมมาแต๋วแตกเอาตอนนี้”  ชายผมขาวตัดรำคาญ  เขาเองก็รู้สึกรันทดไม่แพ้กันแต่ยังเชื่อมั่นในการประสานงานและการวางแผนอย่างรัดกุมของชายนิรนามจึงยอมอดทนจนถึงวันนี้โดยไม่ปริปากบ่น

“ผมอยากจะบอกพวกคุณว่า ตอนนี้เราไม่ได้ป้องกันตัวเองจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของพันธแม้วเท่านั้น แต่ยังต้องป้องกันตัวจากฝ่ายของฮุนเซ็นด้วย”  ชายนิรนามกล่าวเสียงเข้ม

“แล้ว..แล้วคุณใบไม้ทะเลล่ะ จนป่านนี้ผมยังไม่เคยพบหน้าเธอเลย เธออยู่ในแผนของเราด้วยไม่ใช่หรือ”  ชายผมขาวอดไม่ได้ที่จะถามถึงหลังจากรอคอยการมาสมทบของผู้หญิงอีกคนในขบวนการมาหลายวันแล้ว

“ตอนนี้เธออยู่ในเขมรนี่แหละ แต่ภารกิจของเธอไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับพวกคุณ และพวกคุณก้ไม่จำเป็นต้องซักซ้อมร่วมกับเธอ ผมจึงแยกเธอไว้อีกบ้านหนึ่ง และใช้เวลาตอนกลางคืนซักซ้อมแผนร่วมกัน”  ชายนิรนามกล่าว

“โอ้โฮ..เล่นทำโอทีกันจนดึกจนดื่นเลยเรอะ”  ชายหัวล้านสัพยอก นึกอิจฉาขึ้นมาในทันที

“คิดเรื่องบ้าๆ กันแล้ว นี่มันความเป็นความตายของทุกคน ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดหรอก”  ชายนิรนามรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน  นึกถึงภาพที่ตัวเองกำลังติวเข้มแผนการกับใบไม้ทะเลในตอนดึกด้วยความเคร่งเครียด

“การทำโอทีหมายถึง ทำงานตอนล่วงเวลาโว๊ย..ไม่ใช่แปลว่าออรัลทรีทเม้นท์ซะหน่อย  คุณต่างหากล่ะที่ร้อนตัว..ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  ชายหัวล้านสวนกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะ  เล่นเอาชายนิรนามหน้าแดงก่ำ

“เอาเหอะๆ..ทุกคนต่างมาทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก็แล้วกัน  ในเมื่อคุณใบไม้ทะเลทำงานคนละส่วนกับพวกเราก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาซักซ้อมร่วมกัน ว่าแต่..จนถึงตอนนี้แล้ว ยังไม่เห็นมีใครเอาระเบิดจริงๆ มาให้เราเลย”  ชายผมขาวกล่าว

“ไม่ต้องห่วงครับ  คนของเราอีกชุดหนึ่งซึ่งเป็นมืออาชีพได้ทำการขุดหลุมฝังระเบิดไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

“อ้าว..ทำไมเร็วจัง ยังอีกตั้งสองวันไม่ใช่หรือ เมื่อวานเราไปดูสถานที่จริงก็ยังไม่เห็นคุณบอกเรา” 

“ผมเองก็เพิ่งรู้จากสายของเราเมื่อเช้านี้เอง พวกนี้เป็นมืออาชีพ รู้ว่าจะต้องทำเมื่อไร ทำงานเสร็จแล้วจึงค่อยส่งข่าว เป็นยุทธวิธีที่พวกเขาฝึกมาครับ ป้องกันข่าวรั่วจากหนอนบ่อนไส้”  คำพูดของชายนิรนามแม้จะไม่ได้หมายถึงใคร แต่ทำเอาอีกสองคนต้องหันมามองตากันในทันที

“เหตุที่เราต้องฝังระเบิดไว้ก่อนหลายวันเพราะยิ่งใกล้วันเลี้ยงรับรองของผู้นำประเทศ ตำรวจและทหารจะพลุกพล่านมาก หาจังหวะลงมือทำไม่ได้ ตอนนี้คาดว่า หน่วยฝังวัตถุระเบิดคงกลับประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว”

“นี่ยังมีหน่วยอื่นๆ มาช่วยงานเราอีกไหมเนี่ย”  ชายผมขาวเริ่มเห็นคุณค่าของหน่วยงานที่เป็นมืออาชีพมากกว่าขึ้นมา 

“คงไม่มีแล้วครับ ตอนนี้เหลือพวกเราสี่คนจริงๆ แล้ว”  ทันทีที่คำกล่าวของชายนิรนามจบลง ความรู้สึกอ้างว้าง เดี่ยวดายก็เข้ามาครอบงำภวังค์ของทุกคนในที่ประชุมทันที  มืออาชีพไปกันหมดแล้ว เหลือแต่มือสมัครเล่นที่มีแต่ความมุ่งมั่นแต่ไม่มีความเชี่ยวชาญ  แต่ความสำเร็จของภารกิจดันมาฝากไว้กับมือสมัครเล่นเสียนี่
พวกเขาอดคิดอยู่ในใจไม่ได้ว่า ทำไมมืออาชีพไม่จัดการต่อส่วนที่เหลือให้จบๆ ไปเสียเลย..

“นั่นสิ..ทำไมพวกเขาไม่อยู่ปฏิบัติภารกิจนี้จนจบเลยล่ะ”  ชายหัวล้านพูดแทนใจของทุกคนในที่นั้นออกมา

“เฮ้อ..นี่แหละประเทศไทย.. มืออาชีพแต่ไม่มีอุดมการณ์ คนมีอุดมการณ์ก็ไม่ใช่มืออาชีพ คนสองกลุ่มนี้ต้องทำงานสนับสนุนกันเพื่อผลลัพธ์อย่างเดียวกันแต่ได้รับผลตอบแทนที่แตกต่างกัน  คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตนเมื่อระบอบทักษิณพังครืนไปได้แล้ว ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง แม้ตายไปก็ไม่มีใครรู้จัก”  แม้ชายนิรนามจะไม่ได้บอกว่าคนสองกลุ่มนี้คือใครบ้าง แต่ชายทั้งสองก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยาก

“ถ้าไม่มีพวกเขา เราทำงานนี้เองไม่ได้ ขณะที่ถ้าไม่มีพวกเรา แผนสังหารนี้ก็จะไม่มีใครทำ  ถึงตอนนี้..ผมเริ่มเข้าใจทุกอย่างแล้ว”  ชายผมขาวสามารถเข้าใจ ความหมายที่ไร้นิยามตลอดมา ของภารกิจนี้อย่างเข้าถึงแล้ว จึงพูดออกมาอย่างปลงๆ

“อืมม..ม  เอาล่ะ..  วันนี้..เรามาซักซ้อมแผนกันต่อเถอะ”  ชายนิรนามกล่าวด้วยน้ำเสียงและอารมณ์ที่ไม่แตกต่างจากกันนัก

..............................................................................................................จบตอนที่ 3



เหลืออีกตอนเดียวก็จบแล้วครับ  ผมจะได้เป็นอิสระซักที
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #49 เมื่อ: 05-06-2008, 16:46 »

สวัสดีครับพี่บอนนี่ เล่าเรื่องได้สนุกดีครับ... ว่าแต่ว่าไม่มีใครใบ้หน่อยเหรอครับว่า ชายนิรนาม ชายผมขาว ชายหัวล้าน เป็นใคร? อยากรู้มากกกก


สวัสดีคุณพระพาย..

เรื่องนี้มีผู้ยอมเปิดเผยชื่อยู่คนเดียวเองครับ คือ คุณใบไม้ทะเล
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: