ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-01-2021, 12:49
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  "หัวหิน สีเขียว" ตีข่าวปลุกปั่น เขียนแผน"ปฏิวัติ" ณ.ประชาไท 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
"หัวหิน สีเขียว" ตีข่าวปลุกปั่น เขียนแผน"ปฏิวัติ" ณ.ประชาไท  (อ่าน 568 ครั้ง)
Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« เมื่อ: 21-05-2008, 18:00 »


http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=684988

แผนการปฎิวัติ จาก insider
โพสต์โดย : หัวหิน สีเขียว

 ID # 684988 - โพสต์เมื่อ : 2008-05-06 13:53:01   _   แจ้งลบข้อความ   


มาถึงนาทีนี้ ที่เราได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาได้กว่า3 เดือน... แต่กลิ่นการปฎิวัติ ไม่เคยซาไป...คนไทยยังคงมีการพูดคุยซุบซิบกันถึงเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง.....

มิใช่เพราะประชาชนคนไทยอยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น...แต่เพราะหวาดกลัวว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นต่างหาก....

หวาดกลัวว่า หากเกิดการปฎิวัติเกิดขึ้น ...คนไทยจะเป็นเช่นไร...ประเทศชาติ เศรษฐกิจ จะพังพินาศขนาดไหน ...


เพราะเมื่อประเทศชาติได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ.....กลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงก่อนใคร ก็คือพวกคนไทยที่หาเช้ากินค่ำเหล่านี้.

ไม่ใช่พวกที่มีอำนาจวาสนา มียศฐาบรรดาศักดิ์ เพราะผลกระทบที่มีต่อกลุ่มคนพวกนั้น มีเพียงทำให้ พวกเค้า " รวยน้อยลง " หาใช่เป็นแบบ " ไม่มีจะกิน" อย่างที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยส่วนใหญ่ไม่..


ข้อมูลจาก insider ท่านนี้ บอกกับเราว่า....แผนการปฎิวัติ ยังมีอยู่ และ ได้ถูกวางแผนไว้อย่างรัดกุม ..

การปฎิวัติ ครั้งนี้จะ " รวดเร็ว และ เด็ดขาด " กว่าครั้งที่ผ่านมาล่าสุดเมื่อ 19 กย 49



ส่วนใหญ่ ในการปฎิวัติแทบทุกครั้ง ตัวตั้งตัวตี ในการก่อการ คือ ทหารบก... แต่ การปฎิวัติที่วางแผนกันในครั้งนี้. ผู้ริเริ่มและจะเป็นตัวตั้งตัวตี ในการนี้ ..คือ ทหารอากาศ

และผู้บัญชาการทหารอากาศ คนปัจจุบัน..(..พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข ) ก็คือ อดีต 1 ในคณะ คมช. นั่นเอง...


โดย ผบทอ คนปัจจุบันนี้ ได้คบคิดกับ พลเอก สนธิ บุญยะกลิน ซึ่งภายนอกดูเหมือนเงียบเฉย และ

หายไปจากแวดวงการเมืองไปแล้ว....แต่แท้ที่จริง คนคนนี้ มิได้อยู่เฉยๆเลย..เพียงแต่พยายามทำตัว low profile เพื่อให้ตายใจ เท่านั้น...

แต่ยังคงติดต่อ ประสาน เชื่อมโยงกับทุกกลุ่ม เพื่อหาทางวางแผนในการปฎิวัติ เพื่อกลับมามีอำนาจอยู่ตลอดเวลา)



+++ สาเหตุ ของการปฎิวัติ.....+++


สาเหตุของการปฎิวัติ นั้น.....จะมีหลายประเด็นที่ถูกนำมาอ้าง...โดยเฉพาะประเด็น " การหมิ่นสถาบัน" ...


แต่ สาเหตุจริง มีเพียงประเด็นเดียว.... คือ ผบทอ.คนปัจจุบัน.( พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก).กลัวว่าจะต้องถูกโยกย้ายตำแหน่ง..

และ กลัวว่า คนที่ตนเองสนับสนุนให้ มาเป็น ผบทอ..ต่อจากตัวเองนั้น...จะไม่ได้ถูกรับเลือก...

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ได้ข้อมูลมาจาก insider ในกลุ่มทหารสีเขียวที่หวังดีต่อประเทศชาติด้วยความจริงใจ..พวกเขาคือทหาร ที่อึดอัดใจกับการกระทำของทหารบางกลุ่มที่ไม่รักศักดิ์ศรีของความเป็นทหารอาชีพ.

เพียงมุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ของกลุ่มรุ่น และ พวกพ้อง...และต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้กลุ่ม และพรรคพวกของตัวเองกลับมามีอำนาจอีกครั้งโดยไม่สนใจว่า ประเทศชาติจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นไร..


เนื่องจาก ผบทอ..คนปัจจุบัน (พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข) ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องบินไว้หลายลำ....โดยใช้เงินงบประมาณกองทัพ ผูกพันล่วงหน้าถึง 5ปี....

ปีละ 3 หมื่นล้านบาท


นอกจากเครื่องบินที่ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข สั่งซื้อ จะเป็นเครื่องบินที่เก่าตกยุค และ ไม่เหมาะสม กับ ประเทศไทยแล้ว....

ยังเป็นการซื้อที่ แพงมหาศาล..แต่ ผบทอ. คนปัจจุบันท่านนี้ ก็จะเอาให้ได้ เพราะตัวเองและพรรคพวก จะได้รับค่านายหน้า กินเปอเซ็น จากการซื้อขายครั้งนี้เป็นจำนวนหลายพันล้านบาท...


ดังนั้น ถ้าหาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก ถูกย้ายออกจากตำแหน่ง...รวมทั้งคนที่จะขึ้นมาอยู่ใน ตำแหน่ง ผบทอ. คนต่อไป...ไม่ใช่คนของพวกตน...

แผนการซื้อเครื่องบิน (โหลยโท่ย) ด้วยเงินแพงมหาศาล เช่นนี้ จะต้องถูกระงับ อย่างแน่นอน

และ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก รวมทั้ง พลเอก สนธิ ยุญยะกลิน ก้อจะชวด ค่านายหน้า และ เปอร์เซ็น ในการซื้อขาย.เป็นเงินหลายพันล้านบาท.


(ซึ่งเงินเปอร์เซ็นจากการซื้อขาย จำนวนหลายพันล้านบาท นี้....นอกจากแบ่งเข้ากระเป๋าในหมู่พวกพ้องกันเองแล้ว จะมีการกันส่วนหนึ่ง ออกมาตั้งพรรคการเมือง เพื่อรองรับ

การดำเนินงานทางการเมืองของคนเหล่านี้ด้วย)


ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทำทุกอย่างและ ทุกวิธีทาง เพื่อให้ ตัวเอง...หรือ คนที่จะมาเป็น ผบทอ. คนต่อไป เป็นคนของฝ่ายพรรคพวกของตัวเองเท่านั้น...เพื่อการซื้อขายจะดำเนินตามขั้นตอนได้ต่อไป

-----------------------------------------------------------------------------------

ส่วนทางด้าน กองทัพบก ... ผู้บัญชาการทหารบก ( พลเอก อนุพงศ์ เผ่าจินดา) ที่ประชาชนเห็นว่า ท่านก็ดูว่าจะเข้ากับ นายกสมัคร ได้ดีนั้น....นั่นเป็นเพียงแผนลวงให้ นายกสมัคร ตายใจ เท่านั้น

เพราะการวางแผน ปฎิวัติ ได้มีการจับมือวางแผนกันแล้ว ระหว่าง ทหารอากาศ และ ทหารบก


เมื่อเราคิดถึงการปฎิวัติ เราจะคิดถึงภาพ รถถัง จากกรมกองที่ตั้งอยู่ภายนอกกรุงเทพ แถว สระบุรี หรือ โคราช...วิ่งตลุยๆ เข้ามา ยึดสถานที่สำคัญๆ ในกรุงเทพ...

การเคลื่อนพลเพื่อก่อการปฎิวัติในลักษณะเช่นนี้ มีข้อบกพร่องที่ รถถังเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทาง.เป็นเวลาหลายชม ..กว่าจะวิ่งถึง กรุงเทพ

ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ข่าวในการปฎิวัติ ล่วงรู้ไปถึงฝ่ายรัฐบาลได้..


ส่วนแผนการ ที่จะนำเอารถถัง มาเก็บไว้ใน กรมทหารใน กทม. เพื่อรอการปฎิบัติการนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ลำบาก

เพราะจะยิ่งตกเป็นที่เฝ้าระวัง ของ ฝ่ายรัฐบาล


ดังนั้น สิ่งที่ผู้จะก่อการปฎิวัติ ในครั้งนี้จะทำ...คือ ต้องให้ รถถังเข้ามาถึงกรุงเทพ ให้เร็วที่สุด โดยไม่ให้ ฝ่ายรัฐบาลระแคะ ระคาย..และพร้อมจู่โจมแบบรวดเร็วแบบไม่ให้ทันตั้งตัว...


คำถาม คือ....แล้วผู้จะก่อการปฎิวัติในครั้งนี้จะทำให้ รถถังที่อยู่ใน กรมกองต่างจว...มาถึง กรุงเทพ ได้อย่างไร...โดยไม่ต้องใช้การเดินทางให้เป็นที่ผิดสังเกตุต่อฝ่ายรัฐบาล..????


คำตอบ คือ.... ด้วยความร่วมมืออย่างสุดลิ่มทิ่มประตู จากกองทัพอากาศ รถถังในหน่วยรบ ของกองทัพบก...จะถูกนำขึ้นเครื่องบิน C-130 มาถึงกรุงเทพที่ สนามบินกองทัพอากาศ ( บน. 6) ด้วยเวลาเพียง ไม่ถึงครึ่งชม..


++++ รายละเอียด ของ แผน มีดังต่อไปนี้....+++++


--- ทุกวันนี้ฝ่ายรัฐบาล เฝ้าระวัง การเคลื่อนกำลังพล (รถถัง) ที่คาดว่า จะนำมายึดกรุงเทพ ด้วยทางบก...โดยตามจุดถนน ที่จะเข้าเมืองกรุงเทพ ได้มีการตั้ง พลสังเกตุการณ์ รายงานความเคลื่อนไหว ที่ผิดปกติ..

โดยเฉพาะจาก กรมทหารแถว สระบุรี, หน่วยสงครามพิเศษลพบุรี, และ โคราช...


แต่ รถถัง ที่จะนำมาเพื่อก่อการในครั้งนี้ จะมาจากค่ายทหารอากาศ ที่ ลพบุรี และ กำแพงแสน...

โดยเครื่องบิน C130 ลำตัวยาว จะมี สมรรถนะบรรทุก รถถังได้ 2 เครื่อง ต่อ 1 ลำ ...ส่วนเครื่องบิน C130 ลำตัวสั้น บรรทุกรถถัง ได้ 1 เครื่องต่อ 1 ลำ...

รถถัง พร้อมอาวุธ และ ทหารก่อการเหล่านี้ จะถูกนำขึ้นเครื่อง ในเวลา ตี 3 .....และเครื่องบิน C 130 เหล่านี้ จะขึ้นบิน และ มาถึง สนามบินกองทัพอากาศดอนเมือง ในเวลา ไม่เกิน ตี4 เป็นอย่างช้า..


และ ในเวลา ตี4 ที่ผู้คนนอนหลับ...ถนนใน กทม ยังโล่ง และ ว่าง.....รถถังเหล่านี้ จะออกจาก สนามบินกองทัพอากาศ (บน.6) ใช้เส้นทางถนนในกองทัพอากาศ วิ่งแยกออก เป็น 2 เส้นทาง

ตามถนนวิภาวดี และ พหลโยธิน ใช้เวลาวิ่งไม่ถึง 20 นาที วิ่งเข้าสู่ จุดเป้าหมายที่จะเข้ายึด.. ....( บางจุด จะใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ..ด้วยซ้ำ)


จุดเป้าหมาย ที่ จะเข้ายึดคือ......ลานพระรูป.....กรมประชาสัมพันธิ์.......สถานีโทรทัศน์ ทุกช่อง


โดยเฉพาะ จุดเป้าหมายสำคัญ คือ กระทรวง ไอซีที ดาวเทียมไทยคม....และ สถานีช่อง 11 แห่งใหม่....


เมื่อเข้ายึดได้ จะทำการตัดการสื่อสาร ทุกชนิด....ไม่ว่า จะโทรศัพท์บ้าน หรือ มือถือ....รวมทั้งการเชื่อมต่อ internet ทั้งใน และ นอกประเทศ....

เพื่อตัดช่องทางการติดต่อ...และทำให้ประชาชน ไม่สามารถสื่อสารถึงกันได้ไม่ต่ำกว่า 3 วัน....

(และ หากมีการต่อต้านจากประชาชน ก็จะทำการตัดการเชื่อมต่อการสื่อสารต่อไป จนกว่า จะอยู่ในสถานการณ์ที่ฝ่ายก่อการปฎิวัติ สามารถคุมสถานการณ์ได้)


--- ในขณะเดียวกับที่ ฝ่ายกองกำลัง รถถังทำหน้าที่เข้ายึดสถานที่ต่างๆ ที่กล่าวข้างต้นนั้น....จะมีหน่วยจู่โจม ทำการจู่โจมเข้าจับตัว นักการเมือง ทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด...

(ในขณะที่ เมื่อ 19 กย นั้น การจับตัวนักการเมือง จะนำตัวมาที่กองบัญชาการคณะปฎิวัติ ) แต่ การจับตัวนักการเมืองครั้งนี้...จะมี 2 บัญชี...


ในบัญขีรายชื่อ ที่ 1.......คือ รายชื่อของ นักการเมือง และ คนของพรรคการเมือง จำนวน 50 คน

วิธีการปฎิบัติ คือ....การบุกจู่โจม เข้าจับตัว แล้ว "ฆ่า" ทันที

เพราะ รายชื่อ นักการเมือง และ คนของพรรคการเมือง ในบัญชีราบขื่อที่ 1 นี้ คือ พวกที่ยังไงก็ไม่แปรพักตร์ แน่นอน...

ถ้าปล่อยไว้ คนเหล่านี้ก็จะเป็น หัวขบวน หัวหอกในการ ต่อต้านคณะก่อการปฎิวัติ..


ในบัญชีรายชื่อ ที่ 2......คือ รายชื่อ ของนักการเมือง ที่ คณะก่อการ เชื่อว่า จะแปรพักตร์ มาเข้าข้าง ฝ่ายปฎิวัติ เมื่อถูกเกลี้ยกล่อม หรือ เมื่อถูกบังคับ ได้

วิธีการปฎิบัติ คือ.... การบุกจับตัว นำไปรวมไว้ที่ " ศูนย์รวม " ซึ่งจะเป็นที่ให้ นักการเมืองเหล่านี้อาศัยอยู่โดยไม่ปรากฎตัวต่อที่สาธารณะใดๆ ทั้งสิ้น

เป็นเวลา ไม่ต่ำกว่า 1 เดือน...หรือ จนกว่า ฝ่ายก่อการ จะควบคุมสถานการณ์ได้



สมาชิกราชวงศ์ ทุกพระองค์ จะถูกทูลเชิญ ให้เสด็จไปประทับ ที่ ค่ายสุรนารี โคราช....โดยอ้างสาเหตุ เพื่อถวายการอารักขาความปลอดภัย..

( แต่แท้ที่จริงแล้ว....เป็นการนำทุกพระองค์ มาเป็น เกราะกำบัง ให้กับคณะผู้ก่อการ....

เพราะหากมีทหาร ที่แสดงความไม่เห็นด้วย หรือ ขัดขวางการก่อการปฎิวัติ..ทหารเหล่านั้นก็จะถูกผู้ก่อการปฎิวัติโยน ข้อหา "ทำลายล้างราชวงศ์ " เข้าใส่ทันที )



--- ในวันที่2-3 ของการปฎิวัติ จะมี กลุ่มมวลชนจัดตั้ง...ออกมาแสดงออกภึงการให้การสนับสนุน คณะก่อการปฎิวัติ โดยอ้างเหตุ ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และ นักการเมือง ที่ทำการหมิ่นสถาบัน..



---ในขณะที่ ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถติดต่อสื่อสาร ถึงกันได้เลย...ทั้งทางโทรศัพท์ และ การเชื่อมต่อทาง internet...

ประชาชน จะได้รับการสื่อสาร จากทางเดียว คือ จากทาง โทรทัศน์ และ วิทยุ ที่ทางฝ่ายก่อการได้ยึดไว้...



โดยโทรทัศน์ และ วิทยุ ทุกช่องจะดำเนินการ เป็น ทีวีพูล.(ผ่านเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์)....

ส่วนในด้านการทำข่าว......สถานีข่าวThai PBS โดย เทพชัย หย่อง จะเป็นแม่ข่ายในการนำเสนอข่าว...

ซึ่งประกอปไปด้วยเหล่าคนข่าวในเครือข่าย เดอะเนชั่น...เช่น กนก ธีระ วิศาล ก่อเขต จอมขวัญ ร่วมกับ พิษณุ พิสิทธิ์ จากฝ่ายช่อง 7....ร่วมกันนำเสนอข่าวในลักษณะ Propaganda



ซึ่งก็คือ การนำเสนอข่าวในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ ถึง การเห็นด้วยกับการปฎิวัติ ครั้ง นี้ ของประชาชน.(โดยทำการสัมภาษส์ กลุ่มมวลชนจัดตั้งของฝ่ายก่อการ)..

รวมทั้งการเสนอข่าวสัมภาษส์ ของกลุ่มบุคคล ที่เห็นด้วยกับการปฎิวัติล้มล้างรัฐบาล...เช่น กลุ่มพันธมิตร, สื่อในเครือข่าย, นักวิชาการที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ,

นาย มีชัย ฤชุพันธิ์, นายสุเมธ ตันติเวชกุล, นายอานันท์ ปันยารชุณ ฯลฯ


รวมทั้งการนำเสนอข่าวในเชิงบวก ต่อ คณะผู้ก่อการ..โดยจะเน้นประเด็น การถวายอารักขาความปลอดภัย ให้กับ " สมาชิกราชวงศ์ทุกพระองค์ " ซี่งจะถูกนำเสนอเป็นประเด็นหลัก..

เพื่อตอกย้ำ ข้อหา " ไม่จงรักภักดี " ให้กับ ฝ่ายรัฐบาลที่ถูกล้มไป...



--- ในกรณีที่เริ่มมีการต่อต้านการปฎิวัติ ...แผนการ " ป้ายสี โยนความผิด " จะถูกนำมาใช้

โดยจะมีกลุ่มมวลชนจัดตั้งของฝ่ายก่อการปฎิวัติ ถือป้าย และ ใส่เสื้อที่มีข้อความที่แสดงถึง การสนับสนุน อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ และ รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช

ออกมาแสดงการกระทำสิ่งที่เป็นการ "หมิ่นพระบรมราชานุภาพ ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ " เพื่อทำการป้ายสีว่า การกระทำที่ "หมิ่น และ จาบจ้วง" นี้เป็นการกระทำของฝ่ายต่อต้านการปฎิวัติ

เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายปฎิวัติ ในการเข้าทำการปราบปรามประชาชนที่ต่อต้าน ในขั้นรุนแรง.....



อย่างที่ได้เขียนข้างต้น....การปฎิวัติครั้งที่จะเกิดขึ้นนี้....จะ แตกต่างจาก 19 กย 49...โดยสิ้นเชิง....

เพราะจะเป็นไปแบบเด็ดขาด และ รุนแรง....



แนวคิดของ ผู้วางแผนก่อการ คิดเพียงว่า ถ้าฆ่า นักการเมือง ใน บัญชีรายชื่อ ที่ 1 ...ได้แล้ว.....ตัดการสื่อสารของประชาชน ไม่ให้ต่อกันติดได้แล้ว...

ออกข่าว นำเสนอลักษณะ propaganda ว่า ประชาชนเห็นด้วยกับ การปฎิวัติครั้งนี้แล้ว.....จะทำการล้างสมองคนไทย ให้เห็นดี เห็นงาม ไปกับการปฎิวัติครั้งนี้ได้



ซึ่งคณะผู้ก่อการวางแผนปฎิวัติ ในครั้งนี้....ได้แรงบันดาลใจ มาจาก ที่จีน ทำการปราบปรามอย่างเด็ดขาดต่อประชาชนชาวทิเบต นั่นเอง..

คือ พวกคณะผู้ก่อการ มีความคิดว่า....การปราบปรามผู้ต่อต้าน ให้ เด็ดขาด.....คือ กุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ..



คณะผู้ก่อการ ลืมคิดไปว่า...ที่นี่ไม่ใช่ ทิเบต...แต่ที่นี่ คือ ประเทศไทย ที่ที่คนไทยมีความเจริญแตกต่างกว่าที่ ทิเบต มากมาย

การกดหัว บังคับเช่นนั้น ทำได้ไม่นาน...ขนาดคนทิเบต ยังลุกขึ้นมาสู้....แล้ว กับคนไทยที่ เจริญกว่า และ คุ้นเคยกับอิสระ และ เสรีภาพ มานาน..จะยอมงั้นเหรอ



แน่นอนว่า เมื่อเกิดการปฎิวัติที่รุนแรง ดังแผนข้างต้น....การก่อการ อาจดูเหมือนสำเร็จ ในเบื้องต้น....เพราะเมื่อการปฎิวัติในลักษณะรุนแรงนี้เกิดขึ้น..

ประชาชนย่อมตระหนกตกใจ ในระยะแรก.... ประกอปกับ การสื่อสารที่ใช้เชื่อมต่อกัน ถูกตัดขาดในทุกกรณี..ย่อมเป็นการยากที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาสู้ได้ในทันท่วงที.



แต่เมื่อประชาชน ตั้งตัวได้ และ โต้กลับ...... นั่น คือ..." สงครามกลางเมือง " นั่นเอง..


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทั้งหมด คือ ข้อมูล ที่ผู้เขียน ได้รับจาก insider ทหารสีเขียวท่านนั้น.... ข้าพเจ้า ในฐานะประชาชน คนนึง ทำได้เพียงแต่ นำมาเผยแพร่ต่อ เพื่อ ฟ้องประชาชน ว่า อะไร กำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา...


ข้าพเจ้าหวังว่า...รัฐบาล หรือ ผู้เกี่ยวข้อง จะได้รับรู้ข้อมูล อันนี้ และ นำไปสู่การป้องกัน ไม่ให้เกิดสิ่งเลวร้ายนี้ขึ้นมา...


ด้วยหัวใจรัก ที่มีต่อแผ่นดินเกิด

นาย หัวหิน สีเขียว 
http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=684988
********************************************************
ถ้าจะมีปฏิวัติจริง ไม่มีสุนัขไหนกล้าเสนอหน้ามาพูดเรื่องนี้หรอก
คุณหมักออกมาพูดปาวๆทุกวัน
เพราะนายใหญ่บอกให้มาพูดเพื่อปั่นป่วนบ้านเมือง
เพื่อให้กลบข่าวเลวๆของตัวเอง แค่นั้นแหละพี่น้อง

บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #1 เมื่อ: 21-05-2008, 18:38 »

Aha กับ oho นี่ "ผู้จัดการ" เขาให้ผลัดเวรกันมาดูแล สาขา 2 เหรอ
หรือว่าตัวเดียวกัน แต่ทำให้มันดูน่าเกลียดน้อยหน่อย เลยใช้ 2 ชื่อ
เพ่ๆ ที่นี่เค้าฉลาดนะ ที่ไม่กระโตกกระตากเนี่ย เพราะเค้ายินดีต้อนรับ
หนูๆ หรอก ใช่ว่าเค้าดูไม่ออก นะ ... จะบอกให้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2008, 18:52 โดย snowflake » บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #2 เมื่อ: 21-05-2008, 18:48 »

Aha กับ oho นี่ "ผู้จัดการ" เขาให้ผลัดเวรกันมาดูแล สาขา 2 เหรอ
หรือว่าตัวเดียวกัน แต่ทำให้มันดูน่าเกลียดน้อยหน่อย เลยใช้ 2 ชื่อ
เพ่ๆ ที่นี่เค้าฉลาดนะ ที่ไม่เขาไม่กระโตกกระตากเนี่ย เพราะเค้ายินดีต้อนรับ
หนูๆ หรอก ใช่ว่าเค้าดูไม่ออก นะ ... จะบอกให้

บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
ล้างโคตรทักษิณ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



« ตอบ #3 เมื่อ: 21-05-2008, 19:10 »

Aha กับ oho นี่ "ผู้จัดการ" เขาให้ผลัดเวรกันมาดูแล สาขา 2 เหรอ
หรือว่าตัวเดียวกัน แต่ทำให้มันดูน่าเกลียดน้อยหน่อย เลยใช้ 2 ชื่อ
เพ่ๆ ที่นี่เค้าฉลาดนะ ที่ไม่เขาไม่กระโตกกระตากเนี่ย เพราะเค้ายินดีต้อนรับ
หนูๆ หรอก ใช่ว่าเค้าดูไม่ออก นะ ... จะบอกให้


ถ้าใช่ ก็คงแบบที่คุณโสฯค้างคืน 'flood  โคตะระพ่อ ณ พลังประชาโจร ให้มาเข้าเวรที่นี่มั่ง

ปากพ่นว่า ไม่อิงข้างไหน ไม่ให้น่าเกลียด สุดท้ายก็สั.นดานทาสค้างคืนแม้วมันเก็บเม้มไม่มิด ยายๆ คนที่นี่เขาไม่โง่กินหญ้าแบบสาวก-ขี้ข้าเชียร์โคตรพ่อ Flood นะ จะบอกให้

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: