ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
30-11-2020, 16:37
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  **คลิปฉาวของ "ไอ้หัวโต"** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
**คลิปฉาวของ "ไอ้หัวโต"**  (อ่าน 1933 ครั้ง)
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« เมื่อ: 17-05-2008, 16:07 »

จาก "คลิปฉาวของไอ้หัวโต" ใน ผู้จัดการออนไลน์วันนี้  มีประเด็นที่น่าสนใจที่ผมอยากจะหยิบยกมาสนทนาในบอร์ดนี้ครับ

 
อ่านบทละครของสมศักดิ์ เจียมธีรกุล ที่พยายามปั้นให้ “เครือผู้จัดการ” เป็นดาวสยามยุคใหม่แล้วขำปนสมเพช
       
       แน่นอนว่า รายการวิทยุรายการหนึ่งของวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า ไม่อาจทน “ขบวนการ”เคลื่อนไหวหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ เพราะผู้จัดรายการมีความเคารพและเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ (เช่นเดียวกับคนไทยส่วนใหญ่) กระทั่งอึดอัดที่รัฐบาลไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆ เขาจึงพลั้งพลาดและบันดาลโทสะในสิ่งที่ไม่ควรจะกล่าวทางสื่อสารมวลชนออกมา
       
      แต่เมื่อทางสถานีวิทยุรู้ว่า ความผิดพลาดนั้นกำลังถูกนำไปขยายความก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างทันที ด้วยการเอาเทปเสียงที่มีคำพูดที่ไม่เหมาะสมนั้นออกจากเว็บไซต์เสีย และตามมาด้วยคำขอโทษ ยอมรับผิด และปิดรายการดังกล่าวทันที  (เป็นที่สงสัยว่า ทำแค่นี้เพียงพอหรือไม่?)
     
       การกระทำผิดและยอมรับผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไปนั้น เป็นสิ่งที่เป็นสากลหรือคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ยอมรับได้หรือไม่ ปุถุชนโดยทั่วไปคงจะมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว
       
       แต่น่าประหลาดเว็บไซต์ฟ้าเดียวกันที่พยายามเรียกตัวเองว่า ปัญญาชน กลับตั้งคำถามเชิงตำหนิว่า คลื่นวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า เอาเสียงคำพูดของผู้ดำเนินการที่ไม่เหมาะสมออกทำไม และก็เอาเสียงนั้นออกมาเพื่อให้มีการดาวน์โหลดเพื่อเผยแพร่ต่อไป โดยไม่ได้ใส่ใจว่า วิทยุชุมชนเจ้าฟ้าได้ดำเนินการอย่างใดต่อความผิดพลาดไปแล้ว
       
       ผมก็เลยสงสัยว่า การที่ผู้ดำเนินรายการวิทยุกล่าวเช่นนั้น เป็นเรื่องที่ควรหรือไม่ควรเผยแพร่กันแน่ในทัศนะของพวกเขา แต่นอกเหนือจากความสงสัยก็ทำให้ผมรู้ความหมายของคำว่า “เด็กเล่นขายของ” ดีขึ้น
       
       ว่ากันที่สมศักดิ์ ผมไม่เคยรู้จักพูดคุยกับเขามาก่อน แม้ว่า แวดวงเพื่อนฝูงรุ่นพี่ที่เป็นครูบาอาจารย์เช่นเดียวกับสมศักดิ์จะเอ่ยชื่อให้ได้ยินบ้างว่า “ไอ้หัวโต” รวมถึงเรื่องราวของ “ไอ้หัวโต”ตอนที่เรียนอยู่ที่ Monash University ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นนับจากนี้ผมจะเรียกเขาง่ายๆ ว่า “ไอ้หัวโต”
       
      ที่ผมได้ยินเพื่อนฝูงพูดถึง “ไอ้หัวโต” อีกอย่างก็คือ ถ้าใครนั่งเถียงกับไอ้หัวโตแล้วคนนั้นบอกว่า ซ้าย ไอ้หัวโต ก็จะต้องบอกว่า ขวา ถ้า 3 คนนั่งคุยกันโดยมี “ไอ้หัวโต” อยู่ด้วย คนหนึ่งว่า ขวา อีกคนว่า ซ้าย ไอ้หัวโต ก็จะต้องบอกว่า เดินหน้า ถ้าคุยกัน 4 คน คนหนึ่งว่า ซ้าย คนหนึ่งว่า ขวา อีกคนหนึ่งว่า เดินหน้า ลองนึกว่า “ไอ้หัวโต” จะพูดว่าอะไร   (ฮ่าๆ ๆ เป็นจิตเภทชนิดที่เรียกว่า คนขวางโลก)
   
       ผมฟังแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ ว่าในโลกจะมีคนประเภทนี้ แม้ว่า นักวิชาการเกือบทุกรายจะถูก “ไอ้หัวโต” ออกมาตอบโต้ด้วยทัศนะที่แตกต่าง ผมก็พยายามคิดว่านั่นเป็นมุมมองทาง “วิชาการ” ที่แตกต่างกันได้
       
       ผมคงไม่ต้องเอาป้ายแขวนคอว่า สมศักดิ์ หรือ “ไอ้หัวโต” มีทัศนคติเช่นใดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะบทความและทัศนะทาง “วิชาการ” ของเขาก็เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้ว ผมไม่ก้าวล่วงลงไปด้วยว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก เพราะเราไม่อาจตัดสินความผิดหรือถูกจากทัศนคติที่แตกต่างกัน
       
       แต่พยายามของ “ไอ้หัวโต” ที่จะเอาความผิดพลาดของรายการวิทยุรายการหนึ่งมากล่าวหาว่า ผู้จัดการ-พันธมิตรฯ กำลังก่อกระแส ‘ละคอนแขวนคอ’ ยุคใหม่ เพื่อทำลายความชอบธรรมของผู้จัดการ-พันธมิตรฯ นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง เพราะความผิดพลาดนั้นเป็นความผิดของปัจเจกบุคคล ไม่ใช่ดำเนินเป็น “ขบวนการ” อย่างที่ “ไอ้หัวโต” จะยัดเยียดให้ แม้ว่าจะเกี่ยวเนื่องเป็น “กระบวนการ” เดียวกันก็ตามที
       
       แน่นอนว่า ข้อกล่าวหาของ “ไอ้หัวโต” เกิดขึ้นก่อนที่วิทยุชุมชนเจ้าฟ้าจะออกมาขออภัยและแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาดไป แต่วิธีคิดของเขานั้นสะท้อนเป็นวิธีคิดแบบเหมารวม
       
       เมื่อเขามีวิธีคิดแบบเหมารวม ผมก็ลองใช้วิธีคิดแบบเดียวกันนี้กับไอ้หัวโต และขบวนการที่กำลังละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ดูบ้าง และผมคิดว่า “ไอ้หัวโต” คงจะเข้าใจว่า ประเด็นนี้ผมไม่ได้พูดถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ผมไม่ได้พูดถึงความผิดถูก แต่ผมจะพูดถึง “ขบวนการเดียวกัน” และ “กระบวนการที่มีอยู่จริง”
       
       ดังนั้นเมื่อมีการกระทำของนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ด้วยความเชื่อส่วนบุคคลหรือไม่ก็ตามแต่ เขาได้ใช้สิทธิในการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และต่อมามีเว็บไซต์ประชาไท และฟ้าเดียวกันได้เขียนบทความสนับสนุนการกระทำของนายโชติศักดิ์ เช่นเดียวกับท่าทีของ “ไอ้หัวโต” ต่อคดีนี้ รวมไปถึงทัศนคติของเพ็ญ จักรภพต่อสถาบันเบื้องสูง ดังนั้นผมจะเหมารวมว่า ทั้งไอ้หัวโต-โชติศักดิ์-ฟ้าเดียวกัน-ประชาไท-เพ็ญ-นปก.เป็นขบวนการเดียวกันได้หรือไม่
       
(ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ)       

แน่นอนว่า “ไอ้หัวโต” และใครต่อใครที่ผมกล่าวถึงจะต้องสะดุ้งโหยงและตอบว่า ไม่ใช่ ดังนั้นผมก็จะบอกต่อว่า พวกคุณทั้งหมดเป็น “กระบวนการเดียวกัน” ที่มีเป้าหมายในการต่อต้านสถาบันเบื้องสูง ด้วยตรรกะที่ “ไอ้หัวโต” สร้างขึ้น จะตอบผมว่าอย่างไรดี
       
       ข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ไม่ควรเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นอีกอย่างที่ “ไอ้หัวโต” พูด แต่การรายงาน “ข้อเท็จจริง” กรณีโชติศักดิ์ กรณีเพ็ญ จักรภพ กรณีของเว็บฟ้าเดียวกัน ฯลฯ กรณีทัศนะของ “ไอ้หัวโต” ที่อ้างว่าเป็นความเห็นทาง “วิชาการ” นั้น เป็นเพียงอากาศธาตุเช่นนั้นหรือ
       
        ผมคงไม่ต้องถามอาจารย์ย่า อาจารย์ยายว่า กรณีปรากฏการณ์ดังกล่าว ที่ “มติชนรายวัน” บอกว่า มีการกระทำอย่างเป็นขบวนการ แม้จะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ดังนั้นสื่อมวลชนควรจะปิดปากตัวเองเสียและปล่อยให้ปรากฎการณ์นั้นดำเนินต่อไปเช่นนั้นหรือ
       
       หรือ “ไอ้หัวโต” จะบอกว่า ทัศนะและบทความที่ตัวเองแสดงออกมานั้นเป็นเพียง “นิทานหลอกเด็ก” แล้วโชติศักดิ์ก็กลายเป็นเหยื่อของนิทานที่ “ไอ้หัวโต” เล่าให้ฟัง
       
       เหมือนที่ “ไอ้หัวโต” กล่าวหาว่า พันธมิตรฯ และเครือผู้จัดการได้มีการสร้างนิทานหลอกเด็ก เรื่อง “ปฏิญญาฟินแลนด์” เป็นเรื่องยกเมฆขึ้น
       
       ซึ่งผมอยากจะถามว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมานั้น สะท้อนว่า การหยิบยกเรื่อง “ปฏิญญาฟินแลนด์” ขึ้นมาว่า มีผู้กำลังทำให้สถาบันกษัตริย์เป็น “เพียงสัญลักษณ์” นั้นเป็นเรื่องยกเมฆ หรือเป็นเรื่องจริง
       
       กรณีเว็บมนุษยดอทคอม เป็นข้อเท็จจริงหรือเรื่องยกเมฆ
       
       ผมไม่รู้ว่า “ไอ้หัวโต” รอดตายมาได้อย่างไรกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519  (หนีหัวซุกหัวซุนน่ะสิ ไม่น่าถามนิ..) แต่ผมก็เศร้าใจทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์นี้ แต่ทัศนะตายสิบเกิดแสน และความอ่อนหัดไม่ใช่หรือที่มีส่วนสำคัญทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงและไม่น่าให้อภัยในครั้งนั้น (ความอ่อนหัดของไอ้หัวโตผมได้สาธยายไปแล้ว ตอนนั้นอายุแค่ 19 เอง ทำได้แค่นี้ก็ดีถม เทียบกับอีกฟากที่ประกอบไปด้วยนายทหารที่วัยใกล้เกษียณ พรั่งพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ชนิดยึดประเทศเล็กๆ ได้  เป็นบทเรียนของไอ้หัวโตว่า ทีหน้าทีหลังอย่าเอากองทัพมดไปลุยไฟ มีเท่าไรก็ตายหมด)
       
       ทั้งในฐานะนักประวัติศาสตร์และผู้ผ่านเหตุการณ์ไม่น่าเชื่อว่า วันนี้ “ไอ้หัวโต” กับพวก กลับพยายามจับ “โชติศักดิ์ อ่อนสูง” มาแขวนคอที่ต้นมะขาม เพื่อให้ “โชติศักดิ์” เป็นเหยื่อในการสร้าง “ละครเรื่องเดิม” เหมือนเรื่อง “สวรรค์เบี่ยง” ที่กลับมาฉายซ้ำ    (ตรงนี้ผมเห็นด้วยกับบทความอย่างยิ่งครับ โชติศักดิ์กำลังเป็นเหยื่อที่เขาเกี่ยวตะขอเบ็ดเพื่อล่อให้ปลาตัวใหญ่มาติด )
 
       ต่างที่คราวนี้ “ไอ้หัวโต” คงไม่ต้องพึ่งพา “ดาวสยาม” แต่ใช้เทคนิคสมัยใหม่แบบ “คลิปฉาว”ที่จะระบาดเป็นไฟลามทุ่ง
 
.......................................................

ปล.
1..ข้อความในวงเล็บสีเขียวเป็นความเห็นของผมเอง
2..ยังมีมาเรื่อยๆ นะครับ เรื่องราวเกี่ยวกับขบวนการล้มสถาบัน ซึ่งกำลังทยอยเปิดตัวออกมาเป็นลำดับ  อย่ากระพริบตานะครับ  เรื่องนี้..ป๋าหมักกำลังโดนปั่นหัว
 
 
 
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #1 เมื่อ: 17-05-2008, 16:14 »

การดึงฟ้าลงมาต่ำเพื่อจัดการศัตรูทางการเมือง เป็นเรื่องของคนขี้ขลาด
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 17-05-2008, 16:20 »

การดึงฟ้าลงมาต่ำเพื่อจัดการศัตรูทางการเมือง เป็นเรื่องของคนขี้ขลาด

แต่การพยายามดึงฟ้าต่ำเพื่อ "จัดการฟ้า" เป็นเรื่องของผู้เจริญแล้ว ว่างั้น 
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #3 เมื่อ: 17-05-2008, 16:21 »



ประวิตร โรจนพฤกษ์

ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น

  

  

๑.

สังคมที่ทุกคนต้องพูด เห็น เหมือนกันไปหมด

และไม่ต้องการตั้งคำถาม ได้ยินคำถาม ฟังคำตอบ หรือแม้กระทั่งตั้งคำถามไม่ได้

คงมิอาจเรียกว่าเป็นสังคมมนุษย์ได้

เพราะการตั้งคำถามเป็นคุณลักษณะที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งอย่างหนึ่ง

ของการเป็นมนุษย์

  

๒.

ผมฝัน ว่าตนเองหลงหลุดไปในเมืองลับแล ที่ผู้คนเชื่อว่า

เมืองตนนั้นแปลกแตกต่าง มีเอกลักษณ์วิเศษพิสดารกว่าที่อื่น และรักสันติ

แต่ ณ เมืองนั้นผมเห็นผู้คนถูกปลุกระดมจนบ้าคลั่ง

ไล่ล่าฆ่าคนที่เห็นต่างอย่างกระหายเลือด

  

๓.

สื่อกระแสหลักจำนวนมากในไทยเลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง  

พวกเขามิเพียงละเลยหน้าที่ที่จะเป็นเวทีเปิดของความเห็นต่าง

ให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนโต้เถียงอย่างสันติ

มิหนำซ้ำ ยังนิ่งดูดายกับการที่สื่อเครือข่ายพันธมิตรฯ

พยายามเรียกร้องให้มีการกดทับ ปราบปราม หรือทำร้าย

  

  

  

ต้องขอออกตัวว่าที่มาพูดที่นี่ไม่ได้มาในนามหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น แม้ว่าผมจะทำงานอยู่ที่นั่น และสิ่งที่ผมจะเสนอก็อาจจะต้องหรือต่างกับความเห็นของคนในหนังสือพิมพ์บ้างก็แล้วแต่

  

ประเด็นนี้เตรียมมาอ่านเป็บบทความสั้นๆ ขอตั้งชื่อบทความว่า "คำถามต่อสังคมที่มิต้องการคำถาม"

  

....ไม่ว่าผู้ฟังจะเห็นด้วย หรือไม่กับนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง กรณีนายโชติศักดิ์ ผู้ไม่ยอมยืนระหว่างเปิดเพลงสรรเสริญฯ ในโรงหนัง ได้ก่อให้เกิดการตั้งคำถามในสังคมว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับสถาบันกษัตริย์ในปัจจุบัน

  

ปฏิกิริยามีทั้งเห็นใจ ชื่นชม รวมถึงโกรธแค้น เกลียดชัง และต้องการทำร้ายหรือแม้กระทั่งประชาทัณฑ์เข่นฆ่านายโชติศักดิ์

  

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในจังหวะที่สถาบันกษัตริย์กำลังถูกนำมาอ้าง เพื่อผลประโยชน์ในการต่อสู้ทางการเมือง โดยกลุ่มที่เรียกตนเองว่า "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" และสื่ออย่าง ASTV นสพ.ผู้จัดการ วิทยุผู้จัดการ อย่างที่ท่านผู้ฟังได้ฟังตอนต้น หรือที่ถูกเรียกขานนามว่าเป็น ดาวสยามยุคใหม่ หรือเรียกว่า ดาวสยามยุคดิจิตอลอาจจะดีกว่า

  

ก่อนอื่นผู้พูดอยากให้พิจารณาข้อเท็จจริงบางประการ เช่น นายโชติศักดิ์กับเพื่อนหญิง หลังจากที่ไม่ยืน ถูกทำร้ายร่างกายในโรงหนัง และตัวนายโชติศักดิ์เองเป็นผู้โทรศัพท์ เรียกให้ตำรวจเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ และการฟ้องเกิดขึ้นหลังจากที่นายโชติศักดิ์ไม่ยอมถอนฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายแก่นายนวมินทร์ นายโชติศักดิ์เท่าที่ผมทราบ ไม่ใช่สมาชิก นปก. หรือ นปช. และก็ไม่สู้จะชื่นชอบนายทักษิณ ชินวัตร

  

แต่ก็มิวายที่สื่อที่ไร้ความรับผิดชอบอย่าง นสพ.ผู้จัดการและ ASTV พยายามที่จะจับแพะชนแกะ ปลุกผีให้ผู้คนคลุ้มคลั่งเกลียดชังนายโชติศักดิ์ และถึงแม้นายโชติศักดิ์จะได้เขียนจดหมายร้องเรียนพยายามอธิบายตนเองแก่ นสพ.ผู้จัดการ แต่ก็ดูเหมือนจะมิได้รับแม้กระทั่งโอกาส ที่จะมีพื้นที่ชี้แจงความเห็นต่างและจุดยืนตัวเองใน นสพ. ฉบับนั้น

  

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาถึงความเห็นทำนองต้องการประชาทัณฑ์ หรือแม้กระทั่งฆ่านายโชติศักดิ์นั้น ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบาก หรือแม้กระทั่งความล้มเหลวของสังคมไทย ที่จะถกพูดหรือตั้งคำถามเรื่องสถาบันกษัตริย์อย่างปกติ โดยมิต้องกระหายเลือด ขาดสติหรือเอียงไปทางขั้วใดขั้วหนึ่งอย่างสุดกู่

  

สังคมที่คนเห็นต่างมิสามารถ แม้เพียงแต่จะมีที่ยืน (หรือที่นั่งในกรณีนี้) หรือตั้งคำถามโดยข้อเขียนหรือการกระทำ แถมยังถูกทำให้เป็นอาชญากรทั้งทางกฎหมายและสังคม และโดยที่น่ากลัวกว่านั้น คือ ผู้คนจำนวนมิน้อยกลับเห็นชอบและชื่นชม คำถามคือ ควรเรียกสังคมเช่นนี้ว่าสังคมอะไร?

  

การตั้งคำถาม หากกระทำมิได้กับบางเรื่อง ย่อมต้องมีผลต่อทักษะในการตั้งคำถามเรื่องอื่นๆ ในชีวิตด้วย และมีผลต่อระดับสติปัญญา ความเข้าใจรับรู้ของผู้คนในสังคมนั้น

  

สื่อกระแสหลักจำนวนมากในไทยเลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเองเกี่ยวกับกรณีข่าวนี้ ซึ่งรวมถึง นสพ.เดอะเนชั่น พวกเขามิเพียงละเลยหน้าที่ที่จะเป็นเวทีเปิดของความเห็นต่างอันมีอยู่หลากหลาย ซึ่งเป็นธรรมดาปกติของสังคมมนุษย์ ให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนโต้เถียงอย่างสันติ มิหนำซ้ำ ยังนิ่งดูดายกับการที่สื่อเครือข่ายพันธมิตรฯ พยายามเรียกร้องให้มีการกดทับ ปราบปราม หรือทำร้าย และไม่เปิดให้พื้นที่ความเห็นหรือคำถามต่างๆ ที่แตกต่างมีที่ทาง

  

สังคมที่ทุกคนต้องพูด เห็น เหมือนกันไปหมด และไม่ต้องการตั้งคำถาม ได้ยินคำถาม ฟังคำตอบ หรือแม้กระทั่งตั้งคำถามไม่ได้ คงมิอาจเรียกว่าเป็นสังคมมนุษย์ได้ เพราะการตั้งคำถามเป็นคุณลักษณะที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งอย่างหนึ่งของการเป็นมนุษย์

  

สังคมที่ขาดความหลากหลาย หรือทำลายความหลากหลาย ย่อมมิต่างอะไรจากพืชไร่เชิงเดี่ยวที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ความเสี่ยงสูง แมลงลงทีเดียวอาจกวาดกินพืชจนหมดไร่ได้ เช่นนี้เปรียบได้กับสังคมที่ผู้คนถูกบังคับให้คิดเห็นไปในทางเดียวกันหมด

  

แน่นอนวัฒนธรรมอุปถัมภ์ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกอบอุ่นผูกพัน ประชาชนจำนวนหนึ่งจึงรู้สึกโกรธแค้น และอาฆาตนายโชติศักดิ์ เพราะรู้สึกถูกละเมิด แต่ความอาฆาต หรือแม้กระทั่งความกระหายเลือด คือด้านมืดของวัฒนธรรมอุปถัมภ์

  

การเขียนข้อความด่าทอนายโชติศักดิ์ทางเว็บ การแสดงความเห็นทำนองเดียวกันทางวิทยุอย่างที่ได้รับฟังมา โดยไม่พยายามโต้เถียงต่างมุม คือความล้มเหลวของผู้คนในสังคมที่จะเผชิญหน้ากับความต่างด้วยเหตุผลและสติอย่างสันติ

  

หลายคนโพสต์ข้อความในเว็บไซต์ประชาไท หรือฟ้าเดียวกัน ฯลฯ ว่านายโชติศักดิ์ ไม่ใช่คนไทยบ้าง ควรไปอยู่พม่า เขมร หรือจีนบ้าง บางคนเรียกโชติศักดิ์เป็น "โชติสัตว์" ดั่งมิใช่มนุษย์ เหล่านี้คือการสร้าง "ความเป็นอื่น" และทำลายความเป็นมนุษย์ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนที่อยากทำร้ายร่างกายนายโชติศักดิ์ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป และผู้คนเหล่านี้จะได้สามารถกระทำรุนแรงต่อนายโชติศักดิ์เยี่ยงสัตว์ได้

  

เรื่องทำนองนี้ก็เคยเกิดขึ้นแล้วในเมืองไทยในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 หรือในตะวันตก ยุคยุโรปตอนกลางหรือยุคมืดที่ผู้คนที่ถูกกล่าวหา หรือไม่ยอมเชื่อคริสต์ศาสนาถูกเข่นฆ่า

  

หรือนี่คือสังคมไทย สังคมพุทธที่มี "ความสงบ" อยู่บนพื้นฐานของการกดขี่โดยคนหมู่มาก ลิดรอนมิให้คนจำนวนหนึ่งที่เห็นต่างสามารถคิดและตั้งคำถามกับสังคม และเป็นสังคมที่มิต้องการคำถามหรือคำตอบหรือคำอธิบายใดๆ อย่างแท้จริง

  

ป.ล. เมื่อคืนวันก่อนผมฝัน ว่าตนเองหลงหลุดไปในเมืองลับแล ที่ผู้คนเชื่อว่า เมืองตนนั้นแปลกแตกต่าง มีเอกลักษณ์วิเศษพิสดารกว่าที่อื่น และรักสันติ แต่ ณ เมืองนั้นผมเห็นผู้คนถูกปลุกระดมจนบ้าคลั่ง ไล่ล่าฆ่าคนที่เห็นต่างอย่างกระหายเลือด ชายคนหนึ่งถูกเตะทุบตีครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนสิ้นลมหายใจ

  

ผู้คนสงสัยว่า ทำไมเหยื่อไม่ยอมประพฤติปฎิบัติเหมือนคนส่วนมาก และเขาไม่กลัวคุกกลัวตะราง หรือแม้กระทั่งห่วงชีวิตตนเองหรืออย่างไร เขาคงกลัวคุก แต่เขาคงทนคุกแห่งสามัญสำนึกที่ถูกผู้คนและสังคมยัดเยียดให้เขาต่อไปไม่ไหวกระมัง

  

ในเมืองลับแลนี้ การไล่ล่าฆ่าผู้เห็นต่างเกิดขึ้นเป็นระยะๆ จนในที่สุดผู้คนที่เห็นต่างหมดไปจากสังคม และผู้คนในเมืองลับแลก็มิต้องคิดแลกเปลี่ยนความเห็นหรือถกเถียงประเด็นอะไรกันอีกต่อไป เพราะทุกคนคิดเห็นเหมือนกันไปหมดแล้ว

  

มันเป็นฝันร้ายที่ดูเสมือนจริงยิ่งนัก แต่หลังจากตื่นขึ้น ข้าพเจ้าก็ตระหนักว่าบางครั้ง โลกแห่งความจริงมันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฝันร้ายเสียอีก และคุณจะตื่นขึ้นก็ไม่ได้อีกต่างหาก หลายคนจึงยอมอยู่ในโลกแห่งฝันร้ายต่อไป

  

  

บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
p
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264


« ตอบ #4 เมื่อ: 17-05-2008, 16:22 »

การดึงฟ้าลงมาต่ำเพื่อจัดการศัตรูทางการเมือง เป็นเรื่องของคนขี้ขลาด

และคนขี้ขลาดมันจะคอยหาโอกาสประพฤติชั่วอย่างไม่มีที่สิ้นสุดครับอาจารย์

บันทึกการเข้า

ถ้ามัวคิดแต่จะโกงและเอาเปรียบคนอื่น จะสอนลูกหลานให้เป็นคนดีได้อย่างไร
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #5 เมื่อ: 17-05-2008, 16:23 »

แต่การพยายามดึงฟ้าต่ำเพื่อ "จัดการฟ้า" เป็นเรื่องของผู้เจริญแล้ว ว่างั้น 

ภรรยาของ พล.ต.สุตสาย เป็นคนทรงเจ้าตาก นี่เรียกดึงฟ้าหากินหรือไม่ 5555
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #6 เมื่อ: 17-05-2008, 16:30 »

แต่การพยายามดึงฟ้าต่ำเพื่อ "จัดการฟ้า" เป็นเรื่องของผู้เจริญแล้ว ว่างั้น 

อ๋อ..นึกได้แล้ว คุณริดกุนกำลังพูดเรื่อง สงครามนางฟ้า ใช่มะ อิ อิ 

................................................



ประวิตร โรจนพฤกษ์

ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น

  

  

๑.

สังคมที่ทุกคนต้องพูด เห็น เหมือนกันไปหมด

และไม่ต้องการตั้งคำถาม ได้ยินคำถาม ฟังคำตอบ หรือแม้กระทั่งตั้งคำถามไม่ได้

คงมิอาจเรียกว่าเป็นสังคมมนุษย์ได้

เพราะการตั้งคำถามเป็นคุณลักษณะที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งอย่างหนึ่ง

ของการเป็นมนุษย์



ถ้าเป็นการตั้งคำถาม แบบ ปุจฉา ผมคิดว่า ทำได้ครับตามรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก  แต่กรณีโชติศักดิ์ไม่ใช่การตั้งคำถาม แต่เป็นเจตนาในการแสดงออกว่า ต่อต้านทั้งการกระทำ และการพูดจา  รวมทั้งมีการชักชวนให้คนอื่นๆ คล้อยตามในสิ่งที่ตัวเองกระทำ

ความผิดของโชติศักดิ์จึงไม่ได้ตัดสินที่ว่า.."ไม่ยืน ไม่ผิด"  แต่ตัดสินที่ว่า "นอกจากไม่ยืนแล้วทำอย่างอื่นๆ อันเป็นการส่อเจตนาด้วยหรือไม่ต่างหาก"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-05-2008, 16:34 โดย *bonny » บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 17-05-2008, 16:32 »

ติดคุกค่ะ ลุงแคนบอกว่า 3 เดือนอ่ะ ส่วนไอ้หัวโต มีแต่คนเก่าคนแก่แถวนี้เรียก ที่โน่นเค้าเรียกจานเจี๋ยมว่า พ่อท่าน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-05-2008, 16:34 โดย แอ่นแอ๊น » บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #8 เมื่อ: 17-05-2008, 16:33 »

อ๋อ..นึกได้แล้ว คุณริดกุนกำลังพูดเรื่อง สงครามนางฟ้า ใช่มะ อิ อิ:slime_smile2:

................................................

ถ้าเป็นการตั้งคำถาม แบบ ปุจฉา ผมคิดว่า ทำได้ครับตามรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก  แต่กรณีโชติศักดิ์ไม่ใช่การตั้งคำถาม แต่เป็นเจตนาในการแสดงออกว่า ต่อต้านทั้งการกระทำ และการพูดจา  รวมทั้งมีการชักชวนให้คนอื่นๆ คล้อยตามในสิ่งที่ตัวเองกระทำ

ความผิดของโชติศักดิ์จึงไม่ได้ตัดสินที่ว่า.."ไม่ยืน ไม่ผิด"  แต่ตัดสินที่ว่า "นอกจากไม่ยืนแล้วทำอย่างอื่นๆ อันเป็นการส่อเจตนาด้วยหรือไม่ต่างหาก"

คำตอบหลังนี้ คุณบอนนี่ ต้องไปบอกคุณ ประวิตร เองนะ เพราเขาตั้งคำถามผมไม่ได้ตั้ง
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #9 เมื่อ: 17-05-2008, 16:37 »

ติดคุกค่ะ ลุงแคนบอกว่า 3 เดือนอ่ะ ส่วนไอ้หัวโต มีแต่คนเก่าคนแก่แถวนี้เรียก ที่โน่นเค้าเรียกจานเจี๋ยมว่า พ่อท่าน

ความหมายของเจ้าของบทความที่ว่า "รอด" คงหมายถึง "ไม่ตาย" ในขณะที่นักศึกษาและประชาชนต้องล้มตายในเหตุการณ์จำนวนมาก
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 17-05-2008, 16:41 »

ความหมายของเจ้าของบทความที่ว่า "รอด" คงหมายถึง "ไม่ตาย" ในขณะที่นักศึกษาและประชาชนต้องล้มตายในเหตุการณ์จำนวนมาก

ก็มีรอดหลายคนค่ะ อย่างคุณพิเชียร ก็รอด เพราะวันนั้นไม่สบายแล้วแม่ไม่ยอมให้ออกจากบ้าน (อันนี้ชัวร์ว่าเฮียแกพูดเอง เถียงกะพี่อ๋อยออกอากาศวิทยุเลย ท่าทางแบบเพื่อนๆ งอนกัน อิอิ)
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #11 เมื่อ: 17-05-2008, 16:47 »

ก็มีรอดหลายคนค่ะ อย่างคุณพิเชียร ก็รอด เพราะวันนั้นไม่สบายแล้วแม่ไม่ยอมให้ออกจากบ้าน (อันนี้ชัวร์ว่าเฮียแกพูดเอง เถียงกะพี่อ๋อยออกอากาศวิทยุเลย ท่าทางแบบเพื่อนๆ งอนกัน อิอิ)

ผมสิครับ รอดของแท้
ตอนสองทุ่มของวันที่ 5 ผมยังยืนยามอยู่เลย แต่แอบแว่บกลับบ้านไปนอน
พอตอนเช้าก็เข้าธรรมศาสตร์ไม่ได้แล้วอ่ะ..เลยรอดหวุดหวิด
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 17-05-2008, 16:49 »

ผมสิครับ รอดของแท้
ตอนสองทุ่มของวันที่ 5 ผมยังยืนยามอยู่เลย แต่แอบแว่บกลับบ้านไปนอน
พอตอนเช้าก็เข้าธรรมศาสตร์ไม่ได้แล้วอ่ะ..เลยรอดหวุดหวิด

อิอิ 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #13 เมื่อ: 21-05-2008, 19:17 »


สังคมที่ขาดความหลากหลาย หรือทำลายความหลากหลาย ย่อมมิต่างอะไรจากพืชไร่เชิงเดี่ยวที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ความเสี่ยงสูง แมลงลงทีเดียวอาจกวาดกินพืชจนหมดไร่ได้ เช่นนี้เปรียบได้กับสังคมที่ผู้คนถูกบังคับให้คิดเห็นไปในทางเดียวกันหมด
ผมคงไม่ต้องบ้าเอาพืชทุกชนิดมาปลูกในแปลงเดียวกันหรอกนะ แล้วถ้าไร่พืชไม่มีการถางวัชพืชสักชนิดเลย มันก็กลายเป็นดงหญ้า ก็เท่านั้น

อ้างถึง
การเขียนข้อความด่าทอนายโชติศักดิ์ทางเว็บ การแสดงความเห็นทำนองเดียวกันทางวิทยุอย่างที่ได้รับฟังมา โดยไม่พยายามโต้เถียงต่างมุม คือความล้มเหลวของผู้คนในสังคมที่จะเผชิญหน้ากับความต่างด้วยเหตุผลและสติอย่างสันติ

หลายคนโพสต์ข้อความในเว็บไซต์ประชาไท หรือฟ้าเดียวกัน ฯลฯ ว่านายโชติศักดิ์ ไม่ใช่คนไทยบ้าง ควรไปอยู่พม่า เขมร หรือจีนบ้าง บางคนเรียกโชติศักดิ์เป็น "โชติสัตว์" ดั่งมิใช่มนุษย์
แล้วที่ไอ้พวกนั้น(หางแดง)มันด่าผู้จงรักภักดี ด้วยคำว่า ไพร่ บ้างล่ะ ทาส บ้างล่ะ? มันหมายความว่างัย? พวกมันมีความชอบธรรมมากว่างั้นหรือ?
  
อ้างถึง
มันเป็นฝันร้ายที่ดูเสมือนจริงยิ่งนัก แต่หลังจากตื่นขึ้น ข้าพเจ้าก็ตระหนักว่าบางครั้ง โลกแห่งความจริงมันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฝันร้ายเสียอีก และคุณจะตื่นขึ้นก็ไม่ได้อีกต่างหาก หลายคนจึงยอมอยู่ในโลกแห่งฝันร้ายต่อไป
ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นฝันร้ายตรงไหน ในตอนนี้
แล้วการอ้างว่าคนอื่นๆที่ปรับตัวอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้นั้น เป็นพวก"ยอมอยู่กับฝันร้าย"???
ถ้างั้นผมคงบอกว่า ปลาที่อาศัยในน้ำนั้นมันคงงี่เง่านะ ที่มันไม่ยอมขึ้นบกมาหาความศิวิไลส์บนแผ่นดิน?
น่าประหลาดจริงนะ พวกที่ปรับตัวอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้ โดยไม่กระทบกระเทือน เป็นพวก ผิด?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-05-2008, 19:52 โดย FuckingIdiot » บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #14 เมื่อ: 21-05-2008, 19:57 »

ปลาที่อยู่ในตู้กลา บางทีคิดว่าในตู้นั้นดีที่สุด

แต่สุดท้ายมันก็กระโดดขึ้นมาตายบนพื้น

บางทีปลาที่ตายอาจมีความสุขกว่าปลาที่โดนขัง
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #15 เมื่อ: 21-05-2008, 20:23 »

ปลาที่อยู่ในตู้กลา บางทีคิดว่าในตู้นั้นดีที่สุด

แต่สุดท้ายมันก็กระโดดขึ้นมาตายบนพื้น

บางทีปลาที่ตายอาจมีความสุขกว่าปลาที่โดนขัง

อืม...ก็ไม่แน่นะครับ ปลาที่โดดออกมาตายแล้วมีความสุขก็คงมี
หากมองมุมกลับ ปลาที่โดดออกมาแล้วรู้ตัวว่าต้องตาย อาจเสียใจก็คงมีเหมือนกัน

แต่ในสังคมมนุษย์ หากไม่คิดชั่วเสียจนต้องโทษโดนขังโดนประหาร
คงไม่มีเหมือนปลาที่โดดออกมาแล้วตาย ยังสามารถกลับตัวเปลี่ยนขั้วได้เสมอ
ยิ่งสังคมไทยใจดี ลืมอะไรง่ายๆ พวกเคยทำผิดก็แก้ตัวได้
พวกที่ลืมอุดมการณ์ แอบเข้าไม่มั่วกับผลประโยชน์ก็มีให้เห็นบ่อยไป

ถึงตอนนั้นคงต้องถามอีกทีว่า
"เชื่อ" ในสิ่งไหน ในตัวเอง ในอุดมการณ์ หรือในความดี
และ "ทำ" สิ่งที่เชื่อแล้ว ตัวเองได้อะไร สังคมได้อะไร?
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #16 เมื่อ: 21-05-2008, 20:26 »

ปลาที่อยู่ในตู้กลา บางทีคิดว่าในตู้นั้นดีที่สุด

แต่สุดท้ายมันก็กระโดดขึ้นมาตายบนพื้น

บางทีปลาที่ตายอาจมีความสุขกว่าปลาที่โดนขัง


ดูยังไงก็ไม่เหมือนปลา หน้าตาอ้วนๆ ดำๆ
ต้องเป็นปลาปักเป้าแหงๆ



ออกมาอาจจะเขวี้ยงหนังสือ 'คนนอก' ทิ้งถังขยะ

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #17 เมื่อ: 21-05-2008, 20:27 »

อ้างถึง
ป.ล. เมื่อคืนวันก่อนผมฝัน ว่าตนเองหลงหลุดไปในเมืองลับแล ที่ผู้คนเชื่อว่า เมืองตนนั้นแปลกแตกต่าง มีเอกลักษณ์วิเศษพิสดารกว่าที่อื่น และรักสันติ แต่ ณ เมืองนั้นผมเห็นผู้คนถูกปลุกระดมจนบ้าคลั่ง ไล่ล่าฆ่าคนที่เห็นต่างอย่างกระหายเลือด ชายคนหนึ่งถูกเตะทุบตีครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนสิ้นลมหายใจ

 ผู้คนสงสัยว่า ทำไมเหยื่อไม่ยอมประพฤติปฎิบัติเหมือนคนส่วนมาก และเขาไม่กลัวคุกกลัวตะราง หรือแม้กระทั่งห่วงชีวิตตนเองหรืออย่างไร เขาคงกลัวคุก แต่เขาคงทนคุกแห่งสามัญสำนึกที่ถูกผู้คนและสังคมยัดเยียดให้เขาต่อไปไม่ไหวกระมัง


ไอ้ประวิตร เคย ทดลอง จริงๆบ้างไหม? ถึงมาสรุปแบบนั้น?
ทดลองหลายๆระดับน่ะ ไม่ใช่อยู่ดีๆไปแหย่รังแตน(เล่นของหนัก) แล้วมาสรุปเอาว่าแตนเป็นแมลงที่ดุร้ายกระหายเลือด?
ผมน่ะเคยมาบ้างแล้ว  ตอนช่วงวันที่ไว้ทุกข์สมเด็จพระพี่นางฯ ผมเองทำงานอยู่ส่วนราชการ"แต่ไม่เคยแต่งเสื้อดำเลย"
แต่ไม่ใช่เพราะผมต้องการท้าทายอย่างบ้าๆบอๆ เหมือนไอ้หัวโต หรือไอ้โฉดสัก
เพราะผมไม่มีเสื้อดำอยู่ที่บ้านเลยสักตัว ก็แค่นั้น...
คนอื่นๆบางคนก็ถาม ผมก็ตอบไปว่าผมไม่มี ทางหน่วยงานก็อนุโลมให้แต่งกายด้วยสีเรียบๆไม่ฉูดฉาด
ผมก็ทำตามเค้าบอก(พอดีมีเสื้อสีออกโทนขาวอยู่มาก เลยใส่เสื้อขาวกางเกงดำแทน)
ไม่เห็นผมจะโดนรุมประชาทัณฑ์จากใคร ตรงไหน?
เช่นเดียวกัน ถ้าโฉดได้ยินเพลงสรรเสริญฯ หรือเพลงชาติตามท้องถนน แล้วไม่ยืน ผมก็เชื่อว่าคงไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่
แต่การจงใจเข้าไปในโรงหนัง ที่รู้ๆกันอยู่แบบนี้ ก็ส่อเจตนา"แหย่รังแตน"แล้ว
บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
บักหัวเถิก
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 438



« ตอบ #18 เมื่อ: 22-05-2008, 00:45 »

  เกิดไม่ทันยุคพี่ท่าน เราเด็ก 2528 อยู่เลยถึงจะรู้แต่ก็รู้ไม่เท่าพี่ท่าน ข้อมูลที่นำมาเผยแพร่ในยุคผมทถูกบิดเบือน จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นไรหมดละ แถมรายละเอียดมีน้อย มากๆๆ 
บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #19 เมื่อ: 22-05-2008, 00:51 »



ไอ้ประวิตร เคย ทดลอง จริงๆบ้างไหม? ถึงมาสรุปแบบนั้น?
ทดลองหลายๆระดับน่ะ ไม่ใช่อยู่ดีๆไปแหย่รังแตน(เล่นของหนัก) แล้วมาสรุปเอาว่าแตนเป็นแมลงที่ดุร้ายกระหายเลือด?
ผมน่ะเคยมาบ้างแล้ว  ตอนช่วงวันที่ไว้ทุกข์สมเด็จพระพี่นางฯ ผมเองทำงานอยู่ส่วนราชการ"แต่ไม่เคยแต่งเสื้อดำเลย"
แต่ไม่ใช่เพราะผมต้องการท้าทายอย่างบ้าๆบอๆ เหมือนไอ้หัวโต หรือไอ้โฉดสัก
เพราะผมไม่มีเสื้อดำอยู่ที่บ้านเลยสักตัว ก็แค่นั้น...
คนอื่นๆบางคนก็ถาม ผมก็ตอบไปว่าผมไม่มี ทางหน่วยงานก็อนุโลมให้แต่งกายด้วยสีเรียบๆไม่ฉูดฉาด
ผมก็ทำตามเค้าบอก(พอดีมีเสื้อสีออกโทนขาวอยู่มาก เลยใส่เสื้อขาวกางเกงดำแทน)
ไม่เห็นผมจะโดนรุมประชาทัณฑ์จากใคร ตรงไหน?
เช่นเดียวกัน ถ้าโฉดได้ยินเพลงสรรเสริญฯ หรือเพลงชาติตามท้องถนน แล้วไม่ยืน ผมก็เชื่อว่าคงไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่
แต่การจงใจเข้าไปในโรงหนัง ที่รู้ๆกันอยู่แบบนี้ ก็ส่อเจตนา"แหย่รังแตน"แล้ว

 

ชี้บ่ง "ประเด็น" ได้ดีครับ
บันทึกการเข้า

ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #20 เมื่อ: 23-05-2008, 00:28 »

วันนี้เพิ่งนึกประเด็นนึงขึ้นมาได้..(ความรู้สึกช้าจริงว่ะกรู)
ว่าการที่คนบางกลุ่ม พยายามเปรียบเทียบวัฒนธรรมบางอย่างว่าเหมือนกับ คุก?
ผมว่ามันเป็นการเปรียบเปรยที่เกินเหตุ
เพราะถ้าเป็นคุกจริงๆ ก็ต้องมีพื้นที่ๆถูกจำกัดไม่ให้เข้าถึง มากกว่าพื้นที่ๆสามารถเคลื่อนไหวได้

ผมจะขอเปรียบเทียบกับ เสาไฟฟ้าแรงสูง อาจจะใกล้เคียงกว่า(ใครเห็นด้วยหรือไม่แล้วแต่พวกคุณ)
คนจำนวนมากรู้แก่ใจว่า คุณจะเดินไปตรงไหนก็ได้  แต่อย่าไปปีนเสานั่นเล่นด้วยความคึกคะนอง ก็เท่านั้น
บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
หน้า: [1]
    กระโดดไป: