อั้ยหมักซัด‘ไอ้หัวเถิก' คุณปีย์ มาลากุล ณ.อยุธยา ผู้รับใช้ใต้ฝ่าละอองธุรีพระบาทฯ

(1/7) > >>

oho:
หมักซัด‘ไอ้หัวเถิก’อีก ปล่อยข่าว‘อัปมงคล’ ตัวต้นเหตุ‘ดึงฟ้าต่ำ’ ปั่นป่วนจนสถาบันเสีย     
Sunday, 11 May 2008 


“หมัก” เอาคืน “ไอ้หัวเถิก” รอบ 2 ซัดกลางจอ ตัวต้นเหตุ “ดึงฟ้าต่ำ” ทำปั่นป่วนไปหมด ชี้เป็นคนทำให้สถาบันเสียหาย หลังปล่อยข่าวไม่เป็นมงคลหลายเรื่อง พร้อมตอบโต้สื่อไปหากินกับผลประโยชน์ในกัมพูชา ลั่น “ทนายความ” มีงานทำแล้ว ต้องส่งฟ้องศาลอย่างเดียว

วันที่ 11 พ.ค. 2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ทางสถานีโทรทัศน์ BNT ว่า “เรื่องที่นสพ.ลงข่าวว่า นายกฯจะไปหากินกับการขุดน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนในกัมพูชา โดยเอาเขาพระวิหารไปแลก พอรู้ข่าว ต่อมาก็มีอีกฉบับเอาด้วย เป็นสารคดีว่าจะไปหากินกับการขุด พรุ่งนี้ทนายความผมมีงานทำแล้ว ต้องไปศาลอย่างเดียวเท่านั้น คนอย่างผมหรือครับ จะเอาเขาพระวิหารไปแลกกับผลประโยชน์ เค้าจะเอาเขาพระวิหารไปขึ้นมรดกโลก ฝ่ายทหาร-กระทรวงต่างประเทศก็ดูแล โอ๊ยทำไมมันจะอะไรกันนักหนา ถึงได้แต่งเรื่องกันแบบนี้”

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ไป ๆมา ๆ ก็มีข่าวไม่เป็นมงคล คืนวันที่ไปกินข้าวกันที่ “โพซาโน” กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก็เห็นพ้องต้องกันให้เป็นเรื่องของสภาฯ คืนวันนั้นปล่อยข่าวว่า แม่ทัพนายกองเข้าไปอยู่บ้านสี่เสาฯ ทำข่าวจะเป็นจะตาย มันจะอะไรกันนักหนา มีออกข่าวให้สมัครเข้าเฝ้าฯเพื่อลาออก ให้จักรภพ (เพ็ญแข) ลาออก มีการออกข่าว ก็ “ไอ้หัวเถิก” นี่แหล่ะครับ ออกข่าวว่า เรียกคนนั้นไปพบ ผบ.ตร.ก็ยังไปพบ ไอ้หัวเถิกนี่แหล่ะที่ออกข่าว เจ้าคณะวัดยานนาวา ผมรู้จักท่านมาตั้งแต่ปี 2519 ตั้งแต่เป็นรมช. 32 ปีผมกับท่านเจ้าคณะรองฯ ก็คุ้นเคยกันมา ไอ้หัวเถิกไปพูดกับท่านเลยว่า นายสมัครจะมาติดต่อให้ท่านเจ้าคุณจะขึ้นทางโน้น-ทางนี้ ให้เจ้าคุณระวังตัว ไอ้คนนี้ล่ะครับ ที่เสียหายทุกวันนี้ก็ไอ้คนนี้ล่ะครับ ที่ดึงฟ้าต่ำ ปั่นป่วนไปหมด ต้องพูดกันไว้เลย ให้รู้กันเลย มันอะไรกันนักหนา คนรู้จักกันมาก็กล่าวหากัน ไปกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ จักรภพก็โดนกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็บอกตำรวจให้จัดการไปเลย ต้องให้รู้ว่า คนแบบนี้ที่ทำให้สถาบันเสียหาย ทำลายสถาบัน นี่ก็ขอเอาคืนเพียงแค่นี้”

นายสมัคร ยังตอบคำถามจากทางบ้านว่า อย่ายุบสภาฯ โดยบอกว่า “ไม่ยุบหรอกครับ ไม่ยุบๆ”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังตอบคำถามที่ว่า อยากให้รัฐบาลหยุดการออกออกอากาศของโทรทัศน์เอเอสทีวีว่า “ไม่ได้หรอกครับ ศาลคุ้มครอง แต่ด่าเหลือเกิน ด่าผมเสียหาย ศาลคุ้มครองมา 2 ปีแล้ว”




ย้อนเหตุ “คำนูณ” ชี้ “หมัก” ด่าคนหัวเถิก กระทบถึง “ปีย์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2551 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา และผู้ใกล้ชิดนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในรายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” ตอนหนึ่งระบุว่า ที่นายสมัครเอ่ยถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง คือ “คนหัวเถิก” ซึ่งทำให้มีคำถามว่าหมายถึงใครกันแน่ ซึ่งทีแรกบางคนอาจนึกถึงนายสุทธิชัย หยุ่น หรือนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ก็ไม่น่าจะใช่ และเมื่อดูเรื่องราวทั้งหมดแล้วเข้าใจว่านายสมัครคงไม่ยอมรับหรอกว่าหมายถึงใคร แต่ก็พอจะอนุมานได้ว่า นายสมัครกำลังพูดถึงนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา เจ้าของบริษัท แฟซิฟิก คอร์ปอเรชั่น จำกัด
       
นายคำนูณ ชี้แจงต่อว่า เรื่องนี้มีความบังเอิญที่มีคอลัมนิสต์ใช้นามปากกาว่า “กาหลิบ” เขียนวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงเหน็บแนมนายปีย์ ในหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ฉบับวันที่ 18 เม.ย. 2551 ว่า นายปีย์เป็นพีอาร์แมเนเจอร์ให้กับระบอบอำมาตยาธิปไตยแบบเดียวกับพล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช   ซึ่งนามปากกานี้ นายจักรภพ เพ็ญแข เคยใช้เมื่อครั้งที่เขียนคอลัมน์ให้กับนสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์อยู่ระยะหนึ่ง และมีแนวโน้มสูงว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่เขียนในนสพ.โลกวันนี้ เพราะฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่นายจักรภพ อาจจะให้ข้อมูลกับนายสมัคร เมื่อถูกถามกรณีเอ็นบีทีเสนอข่าวดังกล่าว
       
“คุณสมัครจะรู้จักคุณปีย์หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่การเอ่ยชื่อคนหัวเถิก จากที่ผมอยู่ในวงการมานาน ผมไม่คิดเป็นคนอื่นเลย และเชื่อว่าคนวงในที่รู้อะไรเป็นอะไร ร้อยละ 99.99 เชื่อว่าคุณสมัครหมายถึงคุณปีย์”นายคำนูณกล่าวและว่า นายปีย์นั้น ถือเป็นผู้ปฏิวัติวงการข่าวโทรทัศน์ไทย เมื่อปี 2527 ผลงานที่โดดเด่นอีกด้านคือการทำวิทยุจราจร จส.100 ในปี 2534 เป็นจุดกำเนิดของวิทยุเพื่อมวลชน และถือว่านายปีย์เป็นคหบดีที่รักชาติรักบ้านเมือง และสถาบันมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ชอบอยู่เงียบๆ จนมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อมีชื่อปรากฏในหนังสือเรื่อง “พระราชอำนาจ” ที่นายประมวล รุจนเสรี เป็นคนเขียน โดยนายปีย์นั้นเป็นคนอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวว่า “เราอ่านแล้ว เราชอบมาก เขียนได้ดี เขียนได้ถูกต้อง ให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก” ไปบอกนายประมวล
       
นอกจากนี้ นายปีย์ยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขั้นสูงสุด เป็นทุติยจุลจอมเกล้า เป็นเครื่องราชฯ ที่ในพระราชทานตามพระราชอัธยาศัย ส่วนภรรยา คือท่านผู้หญิงอารียา มาลากุล ณ อยุธยา ก็ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ตระกูลจุมจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เมื่อ 2547 ได้ถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
       
นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า นายปีย์ไมได้เกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังเอเอสทีวี ที่ตนตั้งคำถามในเรื่องนี้ ก็เพราะเป็นหน้าที่ที่จะต้องตั้งคำถาม เมื่อมีเรื่องที่ควรถาม ถ้าจะหลบเลี่ยง นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องเสี่ยง ก็ทำได้ แต่ในที่สุดจะตอบคำถามตัวเองไม่ได้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้

พรรณชมพู:
ไอ้หัวเถิก  กำลังจะเป็นจำเลย เช่นเดียวกับไอ้ปื๊ด   :slime_bigsmile:

แต่น่ากังวลว่า จะมีไอ้หัวขาด เป็นรายต่อไป ขาดทั้งๆที่เป็นมหาเสนาบดีนี่แหละ   :slime_v:

999:


สื่อออกข่าวคาดเดาเสี้ยมอีกแล้ว คดีคาศาล คงบวชเกินสามวัดแล้ว

ท่านนายกฯ ให้คนฟ้อง รักษาคำพูด เอาเข้ากระบวนการยุติธรรม

สาธารณชนจะได้รับทราบความจริง

oho:
นายปีย์นั้น ถือเป็นผู้ปฏิวัติวงการข่าวโทรทัศน์ไทย เมื่อปี 2527 ผลงานที่โดดเด่นอีกด้านคือการทำวิทยุจราจร จส.100 ในปี 2534 เป็นจุดกำเนิดของวิทยุเพื่อมวลชน และถือว่านายปีย์เป็นคหบดีที่รักชาติรักบ้านเมือง และสถาบันมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ชอบอยู่เงียบๆ จนมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อมีชื่อปรากฏในหนังสือเรื่อง “พระราชอำนาจ” ที่นายประมวล รุจนเสรี เป็นคนเขียน โดยนายปีย์นั้นเป็นคนอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวว่า “เราอ่านแล้ว เราชอบมาก เขียนได้ดี เขียนได้ถูกต้อง ให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก” ไปบอกนายประมวล
       
นอกจากนี้ นายปีย์ยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขั้นสูงสุด เป็นทุติยจุลจอมเกล้า เป็นเครื่องราชฯ ที่ในพระราชทานตามพระราชอัธยาศัย ส่วนภรรยา คือท่านผู้หญิงอารียา มาลากุล ณ อยุธยา ก็ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ตระกูลจุมจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เมื่อ 2547 ได้ถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ดอกฟ้ากับหมาวัด:
ใครในอดีต....เคยไปล๊อบบี้คุณปีย์แล้วไม่สำเร็จ เรื่องอะไร ไปหากันเอาเองแล้วกัน

แหล่งข่าวไม่อยากยืนยัน

คนดีๆยังพอมีเหลือให้ชื่นชมบ้างก็ยังดี

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป