ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
11-07-2020, 02:08
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  เหล่าอาจารย์+นิสิต+สหภาพแรง.. รุมด่าสื่อผู้จัดการ บังอาจไปต่อว่า "นายโชติศักดิ์" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
เหล่าอาจารย์+นิสิต+สหภาพแรง.. รุมด่าสื่อผู้จัดการ บังอาจไปต่อว่า "นายโชติศักดิ์"  (อ่าน 4646 ครั้ง)
VeN
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #50 เมื่อ: 14-05-2008, 00:33 »

อนุธีร์ เดชเทวพร               กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อยากรู้ว่ากลุ่มที่ว่านี่คือกลุ่มกึ่ง socialist กึ่่งประชาธิปไตยหรือยังไง
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #51 เมื่อ: 14-05-2008, 01:01 »

ผมพึ่งรู้ว่าคนนี้ ไชยันต์ ไชยพร                อาจารย์คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ต่อต้านรัฐธรรมนูญเผด็จการ


ผมบอกว่า "มีเป็นจำนวนมาก" ไม่ใช่บอกว่า "ทุกคน" นะครับ
ผมไม่ได้บอกนะครับว่า อ.ไชยันต์ ต่อต้านรัฐธรรมนูญ 


ผมไม่ได้นับดูว่า 'จำนวนมาก' หรือ 'จำนวนน้อย'
มีจำนวนหนึ่งแน่นอนครับที่ต่อต้านและเรียกว่า'รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550'
เป็น 'รัฐธรรมนูญเผด็จการ' อย่าง'หัวชนฝา'ตามนักประชาธิปไตยแม๊วๆ
แนวร่วมเป็ดไก่ พรรคปล้นชาติ....

และยอมรับว่ารัฐบาลทักษิณเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง
ปฎิเสธจะวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงพฤติกรรม
'เผด็จการจากการเลือกตั้ง' หรือ 'เผด็จการรัฐสภา'....


อจ.ไชยันต์ และ อจ.จรัส เป็นต้น
ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี2550ของพรรคพลังประชาชน...
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
Caocao
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557



« ตอบ #52 เมื่อ: 14-05-2008, 01:52 »

ผมไม่แปลกใจ อ.ใจ กับ ไอ้โชติ รู้จักกันดี เคยร่วมงานกันบ่อย 
บันทึกการเข้า

หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มครอง
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #53 เมื่อ: 23-05-2008, 00:02 »

“ไชยันต์” ย้ำ “ผู้จัดการ” ไม่เหมือน “ดาวสยาม” - ชี้ “จักรภพ” จาบจ้วงสถาบันแรงกว่า 6 ตุลาฯ
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤษภาคม 2551 13:48 น.
 
 
 จากกรณีที่ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ในแวดวงวิชาการได้มีการล่ารายชื่อนักวิชาการ-นักกิจกรรมเพื่อประณามพฤติกรรมของสื่อในเครือข่ายผู้จัดการ โดยระบุว่า สื่อผู้จัดการมีส่วนก่อการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะในกรณีของ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากกรณีการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี ในโรงภาพยนตร์ โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย และคล้ายกับพฤติกรรมของพวกฝ่ายขวาจัดที่นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519
       
       ต่อมา ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2551 ผู้บริหารของสถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า FM 97.75 MHz ก็ออกแถลงการณ์เรื่อง ขออภัยต่อกรณีการใช้คำพูดไม่เหมาะสมในการจัดรายการ พร้อมทั้งแสดงความรับผิดชอบด้วยการถอดถอนรายการ และผู้ดำเนินรายการดังกล่าวออกจากผังของสถานี
       
       สำหรับแถลงการณ์ประณามสื่อเครือผู้จัดการฉบับดังกล่าวนั้น มีบุคคลในแวดวงวิชาการที่เข้าร่วมลงชื่อกว่า 130 คน โดยหนึ่งในนั้น ก็คือ รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ผู้ที่สังคมวงกว้างรู้จักเขาในฐานะ “ปัญญาชนผมยาว” ผู้หาญกล้าฉีกบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งอัปยศเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 พร้อมทั้งแสดงเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ ว่า เป็นการประท้วงอำนาจรัฐอย่างสันติ
       
       ณ วันนี้เขามีทัศนะอย่างไรต่อสื่อในเครือผู้จัดการ รวมถึงคำกล่าวหาที่นักวิชาการ-นักเคลื่อนไหวกลุ่มหนึ่งกำลังยัดเยียดให้สื่อผู้จัดการกลายเป็น “ดาวสยามยุคใหม่” และ “วิทยุยานเกราะยุคดิจิตอล” รวมไปถึงมุมมองของเขาต่อบรรยากาศของการเมืองไทยในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับเมื่อครั้งปี 2519
       
       ในฐานะเป็นหนึ่งในนักวิชาการที่ลงนามด้วย อาจารย์มีความเห็นอย่างไรบ้างกับกรณีการออกมาประณามสื่อเครือผู้จัดการ และการออกมาแสดงความรับผิดชอบของสถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้า?
       
       เท่าที่อ่านจดหมายเปิดผนึกจากอีเมลที่ส่งต่อกันต่อๆ มา เขาพูดถึงรายการวิทยุในคลื่นของเครือผู้จัดการที่คล้ายๆ กับ ว่า คนดำเนินรายการ คล้ายๆ ออกแนวปลุกระดมให้คนไปใช้ความรุนแรงกับคนที่ไม่ยืนในโรงหนัง (นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง) ซึ่งผมคิดว่า ผมไม่ได้สนับสนุนการไม่ยืนในโรงหนังนะครับ แต่ผมคิดว่า เมื่อเขาทำผิดอย่างนั้น และมีการแจ้งความแล้ว มันก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม การที่จะไปปลุกเร้าอารมณ์ในประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหวเช่นนี้ผมคิดว่าไม่สมควร ที่จริงมันก็ไม่มีประเด็นไหนสมควร อย่างเช่น สมมติว่า มีคนๆ หนึ่งไปทำความผิดในคดีข่มขืนแล้วตำรวจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หรือประชาชนในชุมชนนั้นปลุกระดมให้คนไปกระทืบคนที่ข่มขืนมันก็ทำไม่ถูกหรอก มันต้องผ่านกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างว่าประเด็นเรื่องข่มขืน มันคงไม่ได้เป็นเรื่องที่สามารถแพร่กระจายไปในสังคมได้รวดเร็วเท่ากับประเด็นเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ภายใต้บริบทของการเมืองในขณะนี้ ซึ่งมีความอ่อนไหวเกี่ยวกับการนำสถาบันมาใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง ผมไม่เห็นด้วย
       
       ในขณะเดียวกับสถานีวิทยุของเครือผู้จัดการ หากมองในแง่หนึ่ง ในความเป็นมิตรที่ตักเตือนกันได้ ส่วนข้อความในจดหมายเปิดผนึกที่ขอให้แกนนำพันธมิตรฯ (นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย และ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์) ออกมาประณามการกระทำของสื่อเครือผู้จัดการนั้น ผมชี้แจงว่า ผมไม่ได้เป็นคนเขียนนะครับ แต่ข้อความดังกล่าวน่าจะเป็นการชั่งหรือตรวจสอบเพื่อถามถึงตรวจสอบจุดยืนของพันธมิตรฯ กับเรื่องนี้ด้วย คำว่าจุดยืนของพันธมิตรฯ ผมก็ไม่ได้หมายถึงทั้ง 3 คน แต่ผมถามถึงจุดยืนของทุกคนที่เป็นแกนนำ รวมถึงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วยว่ามีจุดยืนอย่างไร ในฐานะที่สถานีวิทยุดังกล่าวอยู่ในการบริหารจัดการของท่าน
       
      เมื่อทางสถานีวิทยุชุมชนเจ้าฟ้าออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการกระทำที่เกิดขึ้นแล้วชี้ชัดต่อสาธารณะว่าการกระทำดังกล่าวเป็นประเด็นเรื่องส่วนตัว เป็นการกระทำส่วนตัว เป็นความคิดเป็นส่วนตัว ไม่ได้เป็นนโยบายของสถานี ไม่ได้เป็นนโยบายของผู้บริหารงาน ไม่ใช่นโยบายของพันธมิตรฯ ผมว่าอันนี้ก็ทำให้เกิดความสบายใจ สบายใจในฐานะที่ว่าพันธมิตรฯ และตัวสถานีเอง ก็มีความห่วงใยในประเด็นนี้ไม่ต่างจากนักวิชาการที่ลงชื่อ ผมคิดว่าเมื่อมีการแถลงออกมาแล้วมันก็น่าจะสบายใจกันทุกฝ่าย
       
        อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมไม่สบายใจเลย และเรียกร้องมาตลอด ก็คือ เรื่องสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ 92.75MHz ซึ่งผมคิดว่านักวิชาการส่วนใหญ่ หรือนักวิชาการที่ผมร่วมเซ็นชื่อด้วยจำนวน 100 กว่าคน จะมีใครบ้างที่ฟังวิทยุชุมชมคนแท็กซี่บ้างหรือเปล่า ซึ่งผมเรียกร้องให้ฟังมานานแล้วนะครับ
       
        เมื่อเปรียบเทียบกับ สำหรับคลื่น 97.75MHz ผมคิดว่า นักวิชาการฟัง ชนชั้นกลางขึ้นไปก็ฟัง อาจเป็นเพราะว่ามันฟังได้ มันมีสาระที่ฟังได้ มันมีเนื้อหาข้อเท็จจริงที่รับได้ และเชื่อว่า มันน่าจะเป็นจริง  ในขณะที่ 92.75MHz นั้น จะมีเนื้อหาในเชิงของการปลุกระดมอย่างรุนแรงมาก ตั้งแต่ช่วงหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาสักพักหนึ่ง วิทยุชุมชนคนแท็กซี่ก็จะปลุกระดมอย่างรุนแรง และใช้ถ้อยคำหยาบคาย นอกจากนี้ ยังปล่อยให้ผู้ฟังที่โทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็นรุนแรงถึงขนาดว่าจะต้องกวาดล้างให้หมดแผ่นดิน จะฆ่ามันให้ตาย ใช้คำหยาบคายต่างๆ นานา นอกจากนี้ ก็ยังมีการใช้ข้อมูลที่ไม่จริง อย่างการกล่าวข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์เอง ทั้งๆ ที่ในหลายกรณีความขัดแย้งมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์เลย ก็เอามารวมมั่วกันไปหมดแล้ว แล้วผู้ดำเนินรายการก็ไม่เคยที่จะพูดตัดบท หรือขอร้องให้อย่าใช้วาจาที่ยั่วยุ ปลุกระดม แล้วทำมาเป็นเวลานานแล้วด้วย
       
       สำหรับตัวผมเอง เมื่อผมมีความกังวลกับ 92.75 MHz มากเท่าใด ผมก็มีความเป็นห่วง 97.75 MHz มากเท่านั้น เมื่อ 97.75 MHz มีข้อความหรือเนื้อหาออกมาในลักษณะนั้น แม้จะมีเพียงอันเดียวผมก็ต้องรีบบอก และบอกแล้วผมก็เห็นว่าเขารับฟัง สามารถที่จะเตือนกันได้คุยกันได้ แต่กรณี 92.75 MHz ผมพูดและบอกไปในสังคมมานานแล้ว และขอฝากไปยังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องสื่อมวลชนด้วยว่า ในฐานะท่านเคยระบุว่าจะลงมาที่จะดูแลเรื่องวิทยุชุมชน ก็ขอให้มาดูแลกรณี 92.75 MHz นี้ด้วย ซึ่งในระยะหลังผมคิดว่าเขาก็รู้ตัว เขาก็แผ่วลง แต่เผลอไม่ได้เลย เพราะเมื่อเผลอเขาก็ออกมาอีก
       
 
 http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000057240
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: