ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-02-2021, 09:15
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  'ไอ้หมัก'ร้อนตัว!สาปแช่งคอลัมนิสต์บรรลัยวายวอด ยกตนสาบานอีกแล้วเรื่อง 'น้ำตาล' 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
'ไอ้หมัก'ร้อนตัว!สาปแช่งคอลัมนิสต์บรรลัยวายวอด ยกตนสาบานอีกแล้วเรื่อง 'น้ำตาล'  (อ่าน 1215 ครั้ง)
Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« เมื่อ: 04-05-2008, 11:37 »

'สมัคร' ร้อนตัว! สาปแช่งคอลัมนิสต์บรรลัยวายวอด ยกตนสาบานอีกแล้วคราวนี้เรื่อง 'น้ำตาล'
     วันที่ 04 พฤษภาคม 2551 - เวลา 10:57:29 น. 
 

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000051936
http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=1960

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่า ประเด็นการขึ้นราคาน้ำตาลเพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อยและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า มีส่วนได้เสีย กับโครงการดังกล่าว 500 ล้านบาท ว่า ตนไม่สนว่าใครจะว่าอย่างไร ตนขอสาบานว่าหากตนหากินกับน้ำตาลได้เงินมาแม้สักบาทเดียว ต้องให้มีอันเป็นไปบรรลัยวายวอดทั้งวงศ์ตระกูลอย่าได้มีความเจริญในบ้านเมืองนี้อีกต่อไปในวันข้างหน้า แต่ถ้าตนไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ได้แตะต้องเงินแม้สักบาทเดียว ทำเพื่อบ้านเมืองของตน เพื่อชาวไร่อ้อยขอให้คนเขียนคอลัมน์มีอันเป็นไป บรรลัยวายวอด และมีอันเป็นไปทันตาเห็น

"ถ้าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ฉบับนี้ เขียนว่ากล่าวผมอย่างนี้ได้ หากินกับน้ำตาล ปมกก็จะต้องบอกได้เลยว่า ถ้าหากผมไปหากินกับน้ำตาลไปยุ่งเกี่ยวนี่ได้มาสักบาท ต้องให้มีอันเป็นบรรลัยวายวอดทั้งวงศ์ตระกูล อย่าได้มีความเจริญเลยในบ้านเมืองนี้ อีกต่อไปในวันข้างหน้า หมดเลยครับ ให้บรรลัยวายวอดไปหมดเลย แต่ถ้าผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่ได้ไปแตะต้องสักบาทเดียว ผมทำเพื่อบ้านเมืองของผม ก็ขอให้คนเขียนคอลัมภ์มีอันเป็นไป ขอให้บรรลัยวายวอดมันไปเลยให้ทันตาเห็น รวมทั้งฉบับที่กล่าวหาผมได้มา 500 ล้านด้วย" นายสมัครกล่าวอย่างมีอารมณ์

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อถึงกรณี นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า คนที่พูดจาว่ากล่าวผู้อื่นฝ่ายเดียวตามสำนวนไทยว่า เป็นคนละเลงขนมเบื้องด้วยปาก ส่วนกรณี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แถลงผลวิจัย การศึกษารอบพิเศษเรื่อง (วิ)วาท กรรม สมัครกับสื่อ ศึกษา “พฤติกรรม-แบบแผนและกลวิธีการสื่อสาร” ของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่มีต่อสื่อมวลชน วานนี้ นั้น ตนเห็นว่า ทำไมสื่อมวลชนไม่ย้อนดูตัวเองบ้างว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรีมา 3 เดือน มีบทความเขียนกระแทกแดกดันตนเท่าไหร่ และออกเสื้อสีขาว คุกคามสื่อ เท่ากับคุกคามประชาชน และกล่าวหาว่าตนเป็นนายกรัฐมนตรีที่คุกคามสื่อ ไม่เคยมียุคไหนที่จะคุกคามสื่อได้มากขนาดนี้ ตนจึงแปลกใจว่าทำไมปากตนปากเดียวทำได้ขนาดนี้ เพราะการคุกคามสื่อ ต้องเป็นการสั่งปิดหนังสือพิมพ์  เจ้าหน้าที่ตำรวจจับสื่อมวลชนโดยไม่มีเหตุผล สั่งไม่ให้เขียนบทความ แต่ที่ผ่านมาเป็นเพียงการตอบคำถามตามแบบฉบับของตนเท่านั้น 

นายสมัคร กล่าวต่อถึงประกาศว่าตนจะยุติการพบปะสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ในวันอังคาร และ วันศุกร์ ว่า ภรรยาและญาติพี่น้องของตนขอร้องให้ตอบคำถามเบาๆหน่อย    ตนจึงเห็นว่าควรจะยุติการพบปะสื่อมวลชนสักพัก เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ยิ่งดีใหญ่ เพราะตนก็มีรายการของตน รายการนี้ไม่เลิกแน่นอน ไม่ว่าใครจะกระแหนะกระแหนอย่างไร เพราะคนทั้งบ้านทั้งเมืองอยากฟังตน ใครไม่อยากฟังก็ไปฟังรายการอื่น เพราะตนมีเรื่องสื่อสารกับราษฎรให้เข้าใจในการบริหารราชการของรัฐบาล

"บันคีมูน (เลขาธิการสหประชาชาติ) จะยกย่องสื่อก็เป็นเรื่องของบันคีมูน สื่อก็ทำหน้าที่ของสื่อไป  ผมก็ทำหน้าที่ของผม ต่างคนต่างมีสถานะ จะให้ผมไปประจ๋อประแจ๋ ไม่ได้หรอก เพราะไม่ใช่ผมต่างคนต่างอยู่ สื่อฟัดนายกรัฐมนตรีได้ ทำไมจะถูกฟัดกลับบ้างไม่ได้  นายกรัฐมนตรีคนอื่นพินอบพิเทา ไม่ห้าม แต่จะให้ผมเปลี่ยน ครับๆ คงไม่ได้" นายสมัครกล่าว และว่า  จากนี้ไปจะยกเลิกรายการพบปะสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ทุกวันอังคารและวันศุกร์เป็นการถาวร เพราะตนมีที่พูดของตน สื่อจะไม่เสนอข่าวตนก็ไม่เป็นไร ส่วนตนก็ทำงานให้บ้านเมืองต่อไป





mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Footage/Advertisment_280706.wmv       
((เพลง [ทักษิณด่า]ไอ้หมักไอ้สัด))

mms://tv.manager.co.th/videoclip/radio/1011/1011-1372.wma
((ประวัติศาสตร์จารึกผลงานท่านพ่อเหลี่ยมและแก๊ง))





 


*  (14.13 KB, 100x120 - ดู 159 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2008, 11:48 โดย Aha555 » บันทึกการเข้า
nominee
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« ตอบ #1 เมื่อ: 04-05-2008, 12:49 »

ยินดีที่ได้ยินสมัครกล่าวว่า
จากนี้ไปจะยกเลิกรายการพบปะสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ทุกวันอังคารและวันศุกร์เป็นการถาวร

และจะยินดีมากขึ้นถ้าสื่อมวลชนใช้โอกาสนี้ พัฒนาการนำเสนอข่าว
โดยเลิกสื่อสารแบบกาคาบข่าว คือ เอาไมค์ไปจ่อปากคนโน้น คนนี้ที
แต่เน้นที่สาระและการวิเคราะห์ครับ
บันทึกการเข้า
nominee
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« ตอบ #2 เมื่อ: 04-05-2008, 13:07 »

นายสมัคร กล่าวต่อถึงประกาศว่าตนจะยุติการพบปะสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ในวันอังคารและวันศุกร์ ว่า ภรรยาและญาติพี่น้องของตนขอร้องให้ตอบคำถามเบาๆหน่อย ตนจึงเห็นว่าควรจะยุติการพบปะสื่อมวลชนสักพัก

นายสมัครกล่าว และว่า  จากนี้ไปจะยกเลิกรายการพบปะสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ทุกวันอังคารและวันศุกร์เป็นการถาวร เพราะตนมีที่พูดของตน สื่อจะไม่เสนอข่าวตนก็ไม่เป็นไร ส่วนตนก็ทำงานให้บ้านเมืองต่อไป

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ก็ไม่ได้อยากจะมานั่งจับผิดในคำพูดเล็กๆน้อยๆหรอกครับ เพียงแค่สงสัยว่า
1. ตกลงพะนะทั่น จะยุติการพบสื่อมวลชนสักพัก หรือยุติถาวร
2. เหตุใดภรรยาและญาตพี่น้องของพะนะทั่น จึงเพิ่งจะขอร้องตอนนี้

ข้อ 2 ไม่ตอบก็ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ข้อ 1 นะ สงสัยจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2008, 14:53 โดย nominee » บันทึกการเข้า
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #3 เมื่อ: 04-05-2008, 13:52 »

*  เหมาะสมแล้วที่เป็น .....  รัฐบาลลูกกรอก   ทำงานด้วย  >  ปาก

    เอะ อะ ... อะไรก็ท้าสาบาน   หรือไม่ก็  แช่งเค๊ากลับ

    เข้าข่าย    เพ้อเจ้อ !!    แล้วลุง 


บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #4 เมื่อ: 04-05-2008, 14:28 »

หากผู้สาบานตายลงเสียก่อน
ผลแห่งการสาบานจะตกแก่ลูกหลาน บริวาร และมนตรีผู้ให้การอุปถัมป์ค้ำชู

เพราะการสาบาน ถือเป็น "วจีกรรม - มโนกรรม" ( ทางโลกเทียบได้กับ "นิติกรรม" )
ที่เมื่อผู้ใดก่อขึ้นแล้ว  ย่อมเกิดสถานภาพ "เจ้ากรรม - นายเวร" ( ทางโลกเทียบได้กับ "เจ้าหนี้ - ลูกหนี้" )
ซึ่งจำเ้ป็นต้องมีการทำให้ "วจีกรรม - มโนกรรม" นั้นสิ้นสุดลง  ไม่ว่าจะด้วยการพิสูจน์ทราบ ( ทางโลกเทียบได้กับ "การเวนคืนนิติกรรม - การสิ้นสุดแห่งนิติกรรมตามเงื่อนไขและข้อผูกมัด" ) หรืออโหสิกรรม ( ทางโลกเทียบได้กับ "การบอกล้างซึ่งนิติกรรม" )

โดยพื้นแล้วนายสมัครเป็นคนดวงดี - เกิดในภูมิปาโลฤกษ์ หรือ ฤกษ์แห่งผู้ปกครองแผ่นดิน
ดังนั้นคำสาบานจึง "แรงกว่าปกติ" เนื่องจาก "มีแผ่นดิน - เทพารักษ์เป็นผู้ร่วมสถานภาพเจ้ากรรมนายเวร*"
หรือ กรรมจะหนักหนาสาหัสชนิดว่าต่อให้ตายไปก่อน  ก็ยังจะต้องอยู่ในสภาพเปรตหรืออสูร ( ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เพราะติดด้วยแผ่นดิน - เทพารักษ์ไม่ยอมให้ติดค้างกรรม )
เพื่อทนดูความฉิบหายของลูกหลาน บริวาร และมนตรีผู้อุปถัมป์ค้ำชู ไปจนกว่าจะหมดสิ้น
...ถ้าอดทนไม่ไหว - ขันติธรรมไม่แกร่งพอ  เปรตหรืออสูรตนนี้อาจจะต้องกระทำการใด ๆ เพื่อให้ลูกหลาน บริวาร และมนตรีผู้อุปถัมป์ค้ำชูเหล่านั้น ถึงแก่กาลฉิบหายวอดวายอย่างรวดเร็ว  ตนจึงจะได้หมดสิ้นสภาวะแห่งการเป็นเปรต - อสูร แล้วไปรับโทษต่้อในนรกภูมิ หรือไปผุดไปเกิดในสถานของเดรัจฉาน สำหรับการรับผลกรรมอื่น ๆ ต่อไป

...บางที นายสมัคร "อาจสาบานไปโดยซื่อ" ก็ได้
คือ  ตนเอง "ไม่รับ - ไม่เอา - ไม่ได้" ซึ่งผลประโยชน์ จริง ๆ
แต่ญาติมิตร บริวาร หรือมนตรีผู้อุปถัมป์ "ได้รับซึ่งผลประโยชน์" นั้นไป
การสาบานของนายสมัคร ย่อมถือว่า "สำเร็จ" แล้ว
...เกิดเป็น "มูลหนี้" ที่ต้องมีการชำระแล้ว
โดยเฉพาะด้วยเหตุที่นายสมัครอยู่ในสถานภาพของ "ผู้ปกครองแผ่นดิน"
ผู้ร่วมเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ชื่อ "แผ่นดิน - เทพารักษ์ ( พระสยามเทวาธิราช  พระเสื้อเมือง  พระทรงเมือง ฯลฯ )" ทรงร่วมรับรู้แล้ว




* ส่วนทักษิณ  เกิดในช่วงเทวีฤกษ์  จึงมีกรรมอันผูกพันกับ "สตรี - เพศหญิง" เช่น 
1. จักฉิบหายด้วยสันดานแบบผู้หญิง ๆ ของตน  อาทิ  นิสัยขี้อิจฉา  ตอหลดตอแหล   พูดจาอะไรไม่รู้จักคิดให้รอบคอบเสียก่อน  จุกจิกจู้จี้  วุ่นวาย  ไร้หลักการ  ยอมละทิ้งซึ่งเกียรติ - ศักดิ์ศรีเพื่อสิ่งที่หลงใหล  หูเบาเชื่อคนง่าย  ลำเอียง - ชอบคนขี้ประจบ  ฯลฯ
2. จักฉิบหายด้วยโทสจริต  โมหจริต  หรือการทรยศของหญิง
3. จักฉิบหายด้วยสันดานแบบผู้หญิง ๆ ของบริวาร ( บริวารที่ไม่ใช่หญิง )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2008, 14:47 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« ตอบ #5 เมื่อ: 04-05-2008, 14:57 »

หากเป็นเยี่ยง คุณ qazwsx กล่าวไว้ ในบรรทัดสุดท้าย

เห็นทีงานนี้ ... คงไม่พ้น E-เพ็ญ ทำให้ฉิหาย เป็นแน่แท้!!

เอิ๊ก เอิ๊ก..

 
บันทึกการเข้า
แอ่นแอ๊น
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,591


"Angela Gheorghiu" My goddess


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 04-05-2008, 15:49 »

ลองถามสมาคมชาวไร่อ้อยดูว่า รอบนี้ลงขันกันไปกี่ล้าน ที่แน่ๆ รอบที่แล้ว ญาติข้อยบอกว่า ลงขันกันกองละร้อย (มีหลายกอง) 
บันทึกการเข้า

       

"เมื่อเจตนาเบี่ยงเบนไปจากความจริง การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บางทีก็เป็นเพียงภาษาสุภาพสำหรับการพูดเท็จนั่นเอง" : วิถีแห่งปราชญ์ พิมพ์ครั้งที่ ๗ หน้า ๒๐๖
stromman
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 526



« ตอบ #7 เมื่อ: 04-05-2008, 16:02 »

ตามนั้นครับ ท่าน แอ่นแอ๊น พี่ว่า 500 ล้านนั้นอาจเป็นท่านหมัก รมต. อุด ได้500 ล้าน ส่วนท่านหมักก็น่าจะได้พอๆกัน
กองละ 100 ล้าน โรงงานน้ำตาลประเทศไทยมีกี่โรง คิดเองเด้อ
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 04-05-2008, 17:08 »

คนเป็นถึงนายกยังวุฒิภาวะทางอารณ์ต่ำแบบนี้แย่

มีหน้ามาแช่งคนอื่นผ่านสื่อแบบนี้

สงสัยจริงๆเลยว่าไอ้เหลี่ยมไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าไอ้จมูกหมูนี่รึไง
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


Huad
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


« ตอบ #9 เมื่อ: 04-05-2008, 17:13 »

โธ่ ไอ้หมัก ที่เขารอฟังมรึงน่ะไม่ใช่เขาชี่นชอบหรือพิศวาสหรอก เขาฟังว่ามรึงจะปล่อยไก่อะไรออกมาอีก ทุกคนที่ฟังล้วนรอสวน ทั้งนั้น อย่าเข้าใจผิดว่าเขาชื่นชอบ เวรกรรม  ดูแต่รายการคุยข่าวสิมันก็หาแดรกกับการพูดแบบไม่คิดของมรึงนะแหละ
บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 04-05-2008, 18:58 »

ถ้าสาบานแล้วพ้นผิด ก็ไม่ต้องมีตำรวจ ไม่ต้องมีอัยการ ไม่ต้องมีศาลแล้วละมั้งครับ
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
DAWN
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 180


« ตอบ #11 เมื่อ: 04-05-2008, 19:35 »

ถ้าสาบานแล้วพ้นผิด ก็ไม่ต้องมีตำรวจ ไม่ต้องมีอัยการ ไม่ต้องมีศาลแล้วละมั้งครับ
โดยส่วนมาก การสาบานมักจะเกิดหลังจากไม่สามารถหาเหตุผล ความจริงใดๆมาอธิบายแจกแจงได้แล้ว
ใช้เพื่อยุติการซักถาม ลุงหมักแกคงจนหนทางจริงๆ หรือตัดบทไม่อยากอธิบายกระมังครับ ไม่น่าเป็นวิธีของคนเป็น
 นาย ก.เลย
บันทึกการเข้า

Shr
หน้า: [1]
    กระโดดไป: