ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26-01-2021, 16:40
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  จักรภพ เพ็ญแข(นปก.) เปิดศึกชนป๋าเปรม-->สู่เปิดศึกชน คุณปีย์ มาลากุล ณ.อยุธยา 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
จักรภพ เพ็ญแข(นปก.) เปิดศึกชนป๋าเปรม-->สู่เปิดศึกชน คุณปีย์ มาลากุล ณ.อยุธยา  (อ่าน 2747 ครั้ง)
Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« เมื่อ: 03-05-2008, 22:27 »

‘สหายเพ็ญ’ คารวะจิตใจซ้ายใหม่ ที่แม้แต่ซ้ายเก่ายังหนาว !!
 
โดย คำนูณ สิทธิสมาน 3 พฤษภาคม 2551 12:43 น.
 http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000051788
 
 
ขอยืมบางส่วนของหัวเรื่องวันนี้มาจาก “เนชั่นสุดสัปดาห์” ฉบับที่แล้ว (25 เมษายน 2551) หน่อยนะครับ เพราะเจ็บ ๆ คัน ๆ ถูกใจดี แต่เนื้อหาของเรื่องแม้จะมีลักษณะใกล้เคียงกันแต่รายละเอียดและตัวอย่างจะคืบไปมาก
       
       รบ(ทางความคิด)กับคุณจักรภพ เพ็ญแขนี่ – เป็นเรื่องรื่นรมย์สมใจประการหนึ่ง
       
       จิตใจกล้าต่อสู้กล้าเอาชนะของท่านทำให้เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อำพรางความคิด คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้นเขียนอย่างนั้น มีหลักฐานปรากฏให้อ้างอิงได้อย่างมีน้ำหนัก
       
       ที่มาแรงแซงโค้งตีคู่มาทางตรงก็เห็นจะเป็นคุณโชติศักดิ์ อ่อนสูง และคุณจิตรา คชเดช คนหนึ่งยอมรับอย่างเปิดเผยว่าไม่ยืนถวายความเคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีมาแล้วหลายปี และเมื่อถูกดำเนินคดีก็ถือโอกาสรณรงค์ “ไม่ยืน – ไม่ใช่อาชญากร, เห็นต่าง - ไม่ใช่อาชญากรรม” ให้ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 เสียเลย อีกคนหนึ่งกล้าใส่เสื้อมีข้อความรณรงค์ดั่งว่าไปออกช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ “เย้ย” ให้เห็นกันจะ ๆ
       
       ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2550 ที่คุณจักรภพ เพ็ญแขให้สัมภาษณ์ “มติชนรายวัน” ว่า...
       
       “ผมยอมรับระบบศักดินาไทยไม่ได้ และมีความรู้สึกว่าในตัวคุณทักษิณซึ่งมีจุดอ่อนอยู่หลายเรื่อง แต่คุณทักษิณก็ยังเป็นความหวังที่ดีที่สุดในการเปิดประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลง เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน...”
       
       และโดยเฉพาะที่ให้สัมภาษณ์ “ไทยโพสต์ – แทบลอยด์” ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2550 ว่า...
       
       “ผมต้องการสงครามประชาชน...ที่ไม่มีการจัดตั้ง...”
       
       รวมทั้งการเปิดศึกเดินหน้าชนกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี อย่างเปิดเผยและรุนแรง
       
       จะเป็นการแสดงตัวที่ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุดแล้ว
       
       ปรากฏว่าผมคิดผิด และประมาทคุณจักรภพ เพ็ญแขไปโขอยู่ !
       
       หลังจากวันที่ 24 มีนาคม 2551 ที่พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดีไปแจ้งความท่านว่ากระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการไปพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 จึงไม่ได้ขวนขวายหาเนื้อหาสปีชมาพิจารณา แม้เมื่อมีข่าวว่าวีซีดีสปีชชิ้นนี้พร้อมทั้งเอกสารถอดเทปภาษาอังกฤษและคำแปลภาษาไทยแพร่หลายในหมู่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ผมก็ยังใจเย็น แถมพูดด้วยความประมาททำนองว่าไปตื่นเต้นสนใจอะไรกับสปีชภาษาอังกฤษ คำสัมภาษณ์ภาษาไทยในมติชนกับไทยโพสต์น่ะชัดเจนที่สุดแล้ว
       
       จนกระทั่งได้มีโอกาสดูและอ่านเมื่อวันอังคารที่ 29 เมษายน 2551 โดยได้สำรวจกับคุณสโรชา พรอุดมศักดิ์ – ผู้ที่น่าจะเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษไม่แพ้ใคร – แล้ว ว่าเป็นบทถอดเทปภาษาอังกฤษที่ตรงกับเนื้อหาการพูดในวีซีดีและบทแปลภาษาไทยที่ไม่ผิด
       
       จึงเข้าใจว่าเหตุไฉนคุณจักรภพ เพ็ญแขให้ความสำคัญกับการชี้แจงเจตนารมณ์ของสปีชชิ้นนี้ !
       
       นอกจากจะกล่าวถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์อย่างชนิดไม่มีความยำเกรงและการให้เกียรติเหลืออยู่แล้ว ยังแสดงความมั่นใจเหลือล้นว่าการเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง (the complete change) กำลังเริ่มขึ้นแล้ว

       
       “...Current political crisis in my opinion is the clash between democracy and patronage system directly. It’s a head-on clash, and this would change Thailand and its foundations....
       
       “...Never before that such a high number of people came out to say that we no longer need your patronage. It’s simply democracy that we want, not someone to pad in the back, not someone to say that, well, “I’ll make your life a little better but you shoud feel most greateful to us.”....”

       
       มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คนที่วันนี้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นต้นประโยคว่า...
       
       “We missed some opportunities in the past...”
       
       แล้วก็ต่อด้วยเหตุการณ์ปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 โดยคณะราษฎรที่มีท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์เป็นมันสมอง กล่าวถึงชีวประวัติสั้น ๆ ของท่านอาจารย์ปรีดี โดยเน้นประโยคอมตะของท่านที่ให้สัมภาษณ์ นิตยสารเอเชียวีคเมื่อราว ๆ ปี 2524 ว่า “เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจ ข้าพเจ้าไม่มีประสบการณ์ – เมื่อข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจ” แล้วต่อด้วยประโยคที่ว่า...
       
       “...The idea of having things at a wrong time has been reminding us that we probably need a leader to rearrange all of that for us.”
       
       ภาษาอังกฤษของผมไม่ดีพอ – อันที่จริงแย่เลยแหละ – จึงไม่กล้านำไปเปรียบเทียบกับภาษาไทยที่คุณจักรภพ เพ็ญแขพูดกับมติชนรายวัน 4 เดือนก่อนหน้านั้น....
       
       “คุณทักษิณ(ก็ยัง)เป็นความหวังที่ดีที่สุดในการเปิดประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลง เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน...”
       
       คงจะไม่เป็นธรรมถ้าผมจะฟันธงไปว่าในมุมมองของคุณจักรภพ เพ็ญแข...

       
       พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรคือ “a leader” ที่จะมา “rearrange all of that” ในสิ่งที่ท่านปรีดี พนมยงค์และคณะราษฎร “missed some opportunities in the past” !
       
       ถึงไม่กล้าฟันธง แต่ผมมีสิทธิที่จะแอบตั้งคำถามและข้อสงสัยในใจ
       
       สปีชของคุณจักรภพ เพ็ญแขที่ FCCT ไม่ว่าจะมองโดยภาพรวม หรือตัดตอน ล้วนล่อแหลมหมิ่นเหม่ทั้งนั้น แต่ผู้พูดนอกจากจะกล้าหาญแล้วยังฉลาดพอตัวที่จะไม่เอ่ยถึงคำ “อมาตยาธิปไตย” และ/หรือ “ศักดินา” ใช้และเน้นแต่คำ “ระบบอุปภัมภ์” หรือ “Patronage system” เป็นหลัก กุญแจสำคัญในการต่อสู้คดีอยู่ที่ตรงนี้
       
       จะผิดป.อาญา ม. 112 หรือไม่ ผมไม่รู้ และไม่ใส่ใจ 
     
       เพราะเมื่อมองโดยองค์รวมแล้ว ผมเชื่อว่าผมรู้ว่าคุณจักรภพ เพ็ญแขมีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร จะเรียกท่านว่าเป็น “ซ้ายใหม่” ตามเนชั่นสุดสัปดาห์ได้หรือไม่ ก็สุดแท้แต่ใจ แต่สำหรับภาษา “ซ้ายเก่า” ในอดีตแล้ว จิตใจที่กล้าต่อสู้กล้าเอาชนะกล้าประกาศอุดมการณ์ไม่เลือกที่เยี่ยงนี้เขาเรียกว่าเป็นคนประเภท...
       
       “ลูกที่ดีของพรรค”

       
       นี่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญกว่าม. 112 เยอะ !

       
      ปี 2550 ท่านผู้นี้ในนาม นปก. เปิดศึกชนกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาถึงปี 2551 ท่านผู้นี้เมื่อเป็นรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์แล้วก้าวไปอีกขั้น เปิดศึกชนกับคุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา
       
      ทางออกของปัญหานี้ ไม่ใช่แค่ด้วยป.อาญา ม. 112 !!
       
       เพราะนี่คือ “วิกฤตของระบอบ” ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายเบาบางยิ่งกว่ายุคสงครามเย็นเมื่อเผชิญหน้ากับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเสียอีก
       
       คนบางคน ณ วันนี้ของปี 2551 ต่างกับท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์เมื่อปี 2475
       
       นอกจากมีทั้ง “อำนาจ” และ “ประสบการณ์” แล้ว – ยังมี “เงิน” และ “ลูกที่ดี” อีกต่างหาก !


*************************************************************


*  (83.11 KB, 450x578 - ดู 268 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2008, 09:14 โดย Aha555 » บันทึกการเข้า
Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« ตอบ #1 เมื่อ: 03-05-2008, 22:38 »



สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
 
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ พระนามเดิม เจ้าฟ้าชายกลาง (พ.ศ. 2362 - พ.ศ. 2429) พระราชโอรสพระองค์กลางในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประสูติแต่ สมเด็จพระราชชายานารี เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี (พระนามเดิม พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงจันทบุรี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทองสุก ซึ่งเป็นพระธิดาใน พระเจ้าอินทวงศ์ แห่งนครเวียงจันทน์) ประสูติเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๓๖๒

หลังทรงสำเร็จการศึกษา ทรงเข้ารับราชการกรมวัง ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับราชการกรมวัง ดูแลภายในพระบรมมหาราชวังและพิจารณาตัดสินคดีความ กรมพระคชบาล และกรมสังฆการีธรรมการ (ปัจจุบันคือกรมการศาสนา) ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศและทรงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมหมื่นบำราบปรปักษ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๔

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ ทรงบังคับบัญชากรมพระภูษามาลาคลังวิเศษคลังข้างใน ทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย มีพระบรมราชโองการให้เลื่อนขึ้นเป็น สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมขุนบำราบปรปักษ์ ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการพร้อมกันสมมติให้เป็น ผู้สำเร็จราชการในพระราชสำนักและว่าพระคลังทั้งปวง ต่อมาทรงเป็นผู้สำเร็จราชการกรมมหาดไทย สมุหนายกอัครมหาเสนาบดี ว่าราชการหัวเมืองต่างๆ และเกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศ ทรงเป็นประธานของพระบรมวงศานุวงศ์ ต่อมาทรงได้รับการเลื่อนพระอิสริยยศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๘

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๒๙
ทรงเป็นต้นราชสกุล มาลากุล


แหล่งข้อมูล : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C

บันทึกการเข้า
RiDKuN
Administrator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,015



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 04-05-2008, 00:15 »

ไม่ต้องสงสัยแล้วครับ ว่ามันคิดจะล้มล้างแน่นอน
ถ้าวันนี้เราไม่พูดไม่ทำอะไร ปล่อยให้พวกมันทำกันไป ไม่นานมันคงสายเกินแก้แล้ว
บันทึกการเข้า

คนไม่มี "อุดมคติ" ไม่ใช่ "นักการเมือง"
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #3 เมื่อ: 04-05-2008, 00:35 »


       “...Current political crisis in my opinion is the clash between democracy and patronage system directly. It’s a head-on clash, and this would change Thailand and its foundations....
       
       “...Never before that such a high number of people came out to say that we no longer need your patronage. It’s simply democracy that we want, not someone to pad in the back, not someone to say that, well, “I’ll make your life a little better but you shoud feel most greateful to us.”....”


 


ข้อความนี้ ก็สื่อความนัยค่อนข้างชัดครับ เมื่อเทียบบริบทในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองช่วงหลังๆ

ว่าต้องการ ระบบประชาธิปไตยเฉยๆ เท่านั้น (โดยไม่้ต้องมีอะไรมาต่อท้าย??)

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« ตอบ #4 เมื่อ: 04-05-2008, 08:57 »

http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=134250
จักรภพ เพ็ญแข ศักดินาที่ดีมีอยู่ในโลก คือศักดินาที่คบหาทักษิณ ชินวัตร!??

           ขอเขียนต่อเนื่องเรื่อง “ความบังเอิญ” และ/หรือ “ความบังเอิญอย่างร้ายกาจ” ว่าด้วย NBT, จักรภพ เพ็ญแข, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, นปก. และแนวความคิดต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกสักวัน

          ขอกราบเรียน ท่านนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ว่าผมคิดผมเขียนของผมเอง ทั้ง ณ ที่นี้ และที่ ASTV ในรายการยามเฝ้าแผ่นดินเมื่อคืนวันจันทร์วันอังคารที่ 21-22 เมษายน 2551 ไม่มีวาระซ่อนเร้นเพื่อให้ร้ายป้ายสีใคร โดยเฉพาะกับตัวท่านนายกฯ นั้น ผมออกจะปรารถนาดีอย่างยิ่งด้วยซ้ำ


          ไม่มี “ไอ้หัวเถิก” (คำของท่านนายกฯ สมัคร) คนไหนมาบงการ !

          คุณพ่อผมสมัยเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็รับราชการสำนักพระราชวัง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณมามากหลาย ลูกผมก็เรียนวชิราวุธซึ่งเป็นโรงเรียนที่ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนอยู่ทุกปี ผมเป็นคนไทยลูกหลานชาวกรุงเก่า ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเลยก็เสียชาติเกิด

          กรณี NBT กับข่าวเนปาล ผมไม่ได้ให้ร้ายใคร เพียงแต่เรียงร้อยข้อมูลจากปัจจุบันไปสู่อดีต 2-3 ปีที่ผ่านมา และตั้งข้อสังเกตให้ผู้อ่านผู้ชมใช้วิจารณญาณตัดสินเอาเอง....ถือเป็นการทำหน้าที่ตามวิชาชีพ ถ้าไม่ทำก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีใครเอาผิดหรอก แต่มันละอายใจ

          เรื่อง “ไอ้หัวเถิก” ที่นายกฯ พูดเมื่อวันอาทิตย์นี่มันก็เข้าข่าย “บังเอิญอย่างร้ายกาจ” อีกเรื่องนะ

          กราบขอประทานโทษนะครับ ผมไม่ตั้งใจจะใช้คำว่า “ไอ้” กับใคร แต่เผอิญเป็นคำเฉพาะที่ท่านนายกฯ สมัครท่านใช้ และเป็นเรื่องบังเอิญสำคัญที่ไม่อยากให้ผู้อ่านละเลย ก็เลยจำเป็นที่จะต้องพูดต้องเขียนคำนี้
          ความบังเอิญนี้


          เมื่อวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2551 ผู้ใช้นามปากกา “กาหลิบ” -- ซึ่งเป็นนามปากกาเดียวกับที่คุณจักรภพ เพ็ญแขเคยใช้เขียนบทความใน “ผู้จัดการรายสัปดาห์”

         - ไปเขียนใน “โลกวันนี้” หัวข้อ “ภารกิจของคุณปีย์” กล่าววิพากษ์วิจารณ์คุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยาในทำนองว่าเป็นผู้ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระดับเดียวกับที่ท่านอาจารย์ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชเคยทำ ล่าสุดเมื่อวานนี้ นายกฯ สมัครก็ออกรายการพูดคนเดียวของท่านบอกกระแสวิพากษ์วิจารณ์สงสัยว่าท่านยังมี “เลือดสีน้ำเงิน” อยู่หรือไม่ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่อง NBT สารคดีเนปาล และคุณจักรภพ เพ็ญแขนั้น มาจากคนคนหนึ่งที่ท่านเรียกว่า...

         
“ไอ้หัวเถิก”

          ฟังทีแรก ผมยังนึกว่าเป็นคุณสุทธิชัย หยุ่น เพราะบังเอิญ “คมชัดลึก” ฉบับวันอังคารที่ 22 เมษายน 2551 ผู้ใช้นามปากกาว่า “ไฟเย็น” เขียนวิพากษ์ NBT กรณีสารคดีเนปาลไว้ทำนองเดียวกับผม แถมยังให้ข้อมูลเพิ่มว่าไม่ใช่สารคดีเนปาลเท่านั้นที่ NBT ให้ความสนใจ หากยังมีสารคดีปฏิวัติฝรั่งเศสที่นำสู่การประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และสารคดีเกี่ยวกับโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ที่โค่นล้มอำนาจพระเจ้าจอห์นที่ 1 แห่งอังกฤษ
          แต่มาคิดซ้ำอีกที ด้วยความเคารพนะครับ...คุณสุทธิชัย หยุ่นน่ะท่านเลยคำว่า “เถิก” ไปนานแล้ว และสมญาในวงการก็ไม่ใช่คำนี้
          หรือจะไปคิดว่าเป็นคุณสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คุณพิภพ ธงไชย คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข หรือ ฯลฯ ในหมู่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ไม่น่าจะใช่ เออ - ถ้าเป็นคำว่า “หัวโต” หรือ “หัวเกรี๋ยน” ค่อยน่าพิจารณา
          ความคิดก็เลยมาหยุดอยู่ที่คุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา อย่างช่วยไม่ได้!
          ทว่า “ไอ้หัวเถิก” ที่นายกฯ สมัครกล่าวถึงในเชิงลบ จะเป็นคุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา - คนที่ “กาหลิบ” เขียนถึงอย่างเหมือนจะยกย่องแต่แฝงนัยประหวัดกล่าวหาว่าเป็นพีอาร์แมเนเจอร์ของระบบอมาตยาธิปไตยไทย ที่จะทำทุกทางเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยไทยยืนอยู่บนหลัก 3 สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ - หรือไม่
          คุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยาไม่มีตำแหน่งแห่งที่ในทางราชการใดๆ


          เท่าที่ผมทราบบริษัทแปซิฟิคฯ ของท่านยังเป็นผู้ผลิตรายการ จส. 100 ที่มีลักษณะพิเศษ ภรรยาท่านมีเชื้อชาติเดิมเป็นชาวอินโดนีเซีย นับถือศาสนาอิสลาม ทำงานรับใช้โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอย่างแข็งขัน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้าชั้นสูงมานานแล้ว จึงมีคำนำหน้านามว่า “ท่านผู้หญิง” ทั้งท่านและภรรยาเป็นคหบดีชาวไทยที่รักชาติรักบ้านเมือง  แต่ทำงานเงียบๆ ไม่ปรากฏเป็นข่าว จะมีอยู่ครั้งเดียวก็เมื่อกลางปี 2548 ตอนที่คุณประมวล รุจนเสรีพิมพ์หนังสือ “พระราชอำนาจ” ในฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 มีบทนำเพิ่มขึ้นมาใช้ชื่อว่า “อาเศียรวาท” ท่านผู้เขียนเอ่ยชื่อคุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยาว่าเป็นผู้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับหนังสือ “พระราชอำนาจ” มาบอกท่าน

          เมื่อ “กาหลิบ”-ที่เคยเป็นนามปากกาของคุณจักรภพ เพ็ญแข-เพิ่งเขียนถึงคุณปีย์ มาลากุล ณ อยุธยาอยู่ไม่กี่วัน ท่านนายกฯ สมัครก็มาโพนทะนาว่า “ไอ้หัวเถิก” อยู่เบื้องหลังการให้ร้ายป้ายสีรัฐมนตรีจักรภพ เพ็ญแข
          ก็ให้บังเอิญที่รัฐมนตรีคนนี้มีผู้สังเกตว่าใกล้ชิดท่านนายกฯ สมัครเป็นพิเศษ
          ไปออกรายการที่ NBT ช่วงเช้าวันอาทิตย์คราใด ท่านก็ติดตามไปด้วยเป็นส่วนใหญ่
          เหล่านี้ - ล้วน “บังเอิญ” ทั้งนั้น!

          อันที่จริง ใครจะไปว่าคุณจักรภพ เพ็ญแขท่านชิงชังระบบศักดินา และระบบอมาตยาธิปไตย ทั้งหมดโดยไม่มีการจำแนก ก็ไม่ถูก    ในการเขียนบทความโดยใช้ชื่อจริงลงใน “ประชาทรรศน์รายสัปดาห์” ทั้งในหัวข้อ “เกียเนนทราแห่งเนปาล...ก่อนสิ้นซึ่งกษัตริย์” เมื่อต้นปี 2551 (ขอโทษ...ข้อมูลไม่อยู่ใกล้ตัว...เลยอ้างฉบับที่แน่นอนไม่ได้) และในหัวข้อ “รับเสด็จ...เจ้าบาห์เรน” (ฉบับวันที่ 8-14 มีนาคม 2551) ท่านรัฐมนตรีมีการจำแนกแยกแยะ

          ประการหนึ่ง ท่านชิงชังขุนนางหรือผู้คนในระบบอมาตยาธิปไตยที่เพ็ดทูลให้พระมหากษัตริย์ทรงฟื้นฟูระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
          อีกประการหนึ่งท่านพิจารณาที่องค์พระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์


          คุณจักรภพ เพ็ญแขกล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีบาห์เรนที่เป็นเชื้อพระวงศ์ระดับสูงว่ารู้จักคบหาคน ท่านนายกรัฐมนตรีบาห์เรนมีความผูกพันกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร.... ในตอนท้ายของข้อเขียน “รับเสด็จ...เจ้าบาห์เรน” คุณจักรภพ เพ็ญแขเขียนว่า...
          “ถ้าผู้มีอำนาจจริงในเมืองไทยรักบ้านรักเมืองมากกว่ารักตัวเอง การรัฐประหารที่ผ่านมาคงจะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ก็คงต้องยอมรับว่าจิตสำนึกรักชาติรักแผ่นดินขนาดยอมอดทนผ่านสันดอนต่างๆ ไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างสมบูรณ์ มีอยู่แต่หมู่ประชาชนตาดำๆ เท่านั้นเอง ไปตั้งความหวังกับใครอื่นเห็นจะยาก...
          “ก็ขนาดเจ้าบาห์เรนที่เป็นศักดินาอยู่ด้วยองค์เองแท้ๆ ยังรู้เลยครับว่า ถ้าต้องการจะร่วมมือทำประโยชน์กันจริงๆ จังๆ แล้ว สมควรจะมีพระราชปฏิสันถารกับใครในเมืองไทย...”

          อ่านแล้ว...ก็ไม่ถึงกับตรงไปตรงมาชัดเจนนักหรอก
          แต่อดไม่ได้ที่อ่านแล้ว “บังเอิญ” ที่จะเกิดความรู้สึกเหมือนที่ผมพาดหัวไว้ข้างต้นวันนี้

 

 


*  (83.11 KB, 450x578 - ดู 230 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2008, 09:05 โดย Aha555 » บันทึกการเข้า
DAWN
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 180


« ตอบ #5 เมื่อ: 04-05-2008, 10:15 »

  มนุษย์ มีสังคม และทุกสังคมต้องการผู้นำ
ทั้งต้องการผู้นำที่สร้างความผาสุขให้ประชาชน ซึ่งคนไทยก็เป็นเช่นนั้น สังคมไทยเราได้ผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนมามากครั้ง
  ทุกครั้งก็จะมีผู้นำขึ้นมากล่าวว่า "เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน" เราต้องทำการเปลี่ยนแปลง ต้องยึดอำนาจจากผู้นำเก่า
  แต่พี่น้องครับ จนแล้วจนรอด การเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเป็นเพียงเพื่องผลประโยชน์ของผู้มากุมบังเหียนทางการเมือง
  มีการฉกฉวยผลประโยชน์ให้พวกพ้องและตนเองทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยการอ้างว่าได้รับมอบสิทธิ์จากประชาชนโดยถูกต้อง ในระหว่างที่มีสิทธิ์นี้อยู่พวกเขามีอำนาจจะกอบโกยอย่างไรก็ไม่ผิด มันจึงเกิดการรวบรวมสิทธิ์ ทั้งการซื้อโดยตรง
และการลงทุนอื่นๆเพื่อให้ได้สิทธิ์นั้นมา แล้วก็กอบเอาโกยเอา ประชาชนจะเดือดร้อนอย่างไรไม่เกี่ยว
      ขณะที่ผู้นำดั้งเดิมของไทยซึ่งไม่เหมือนผู้นำในสังคมอื่นๆ ชนชาติอื่นๆ ได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของชนในชาติ ท่านไม่คิดเบียดบัง ท่านไม่เคยกำหนดนโยบายเพื่อประโยชน์ของธุรกิจที่เป็นของตนเองหรือพวกพ้อง ไม่เคยคิดกอบโกยเอาแต่ได้เข้าตระกูล
  แต่ทุกอย่างที่เกิดจากสมองของท่าน เป็นเพื่อประชาชนของท่าน คนไทยทุกคนที่ไม่มีอคติทางความคิด ไม่ยึดติดในระบอบจึงรักและหวงแหนผู้นำที่แท้จริงของสังคมไทย ใครอย่ามาคิดบังอาจเปลี่ยน คนไทยไม่ยอม
   เพราะมันกำลังจะมาทำให้ความสุขของประชาชาติหมดไป มันกำลังจำทำให้การกอบโกยเพื่อพวกพ้องเป็นความชอบธรรม
   ประชาตาดำๆ ต้องทนยอมรับการกระทำเหล่านั้น เพราะได้มอบสิทธิ์ให้แล้ว ..... พอก่อนมันอัดอั้น...แล้วค่อยต่อใหม่.... มันทำอะไรกัน........
บันทึกการเข้า

Shr
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #6 เมื่อ: 04-05-2008, 10:22 »

จส.100 ท่าจะโดนบีบให้หลุดการเช่าสถานีแล้วกระมัง  แต่ต้องไปบีบทางทหาร เพราะสถานีเป็นของทหาร 

สมาชิก จส.100 มีจำนวนมากมาย มากกว่าแท๊กซี่หน้าโง่เยอะนัก  นับเป็นมวลชนที่มีช่องทางการสื่อสารมากกลุ่มหนึ่ง พวกสาธารณรัฐสร้างศัตรูสายนี้ ไอ้เพิ่มอีกเยอะค่ะ   
บันทึกการเข้า
Aha555
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



« ตอบ #7 เมื่อ: 04-05-2008, 11:23 »

http://www.managerradio.com/radio/DetailRadio.asp?program_no=1011

+++ ใครรู้ ช่วยสอนวิธีเอาคลิ๊ปวีดีโอนี้ ขึ้นหน้าเว็บบอร์ด ให้ทีครับพี่ครับ +++

รวบรวมผลงาน ไอ้เหลี่ยมและแก๊งของมัน..จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน!!

 


*  (45.41 KB, 371x276 - ดู 216 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
oho
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


« ตอบ #8 เมื่อ: 12-05-2008, 21:16 »

เหรื้ยเลือกเหรื้ย..จึงได้เหรื้ย(เหลี่ยม)


*  (26.81 KB, 270x300 - ดู 185 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-05-2008, 21:22 โดย oho » บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 13-05-2008, 03:52 »

ข้อความปรากฎในเว็บของรัฐสภา

ท่านผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่สนใจทำอะไรเลยหรือ

ป้อนเข้าปากท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติเลยนะนั่น
บันทึกการเข้า

ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 13-05-2008, 05:26 »

จส.100 ท่าจะโดนบีบให้หลุดการเช่าสถานีแล้วกระมัง  แต่ต้องไปบีบทางทหาร เพราะสถานีเป็นของทหาร 

สมาชิก จส.100 มีจำนวนมากมาย มากกว่าแท๊กซี่หน้าโง่เยอะนัก  นับเป็นมวลชนที่มีช่องทางการสื่อสารมากกลุ่มหนึ่ง พวกสาธารณรัฐสร้างศัตรูสายนี้ ไอ้เพิ่มอีกเยอะค่ะ   

มันอาจจะโดนคนใช้ Comfort-100 เสร็จแล้วเอาไปเทใส่หน้า
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #11 เมื่อ: 13-05-2008, 20:15 »

นี่ไง น้าเหลิม ร้องหาหลักฐานอยู่ เอาไปโลด......
บันทึกการเข้า
ABCAB
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 311


Wipe out Thaksin


« ตอบ #12 เมื่อ: 13-05-2008, 20:50 »

จริงๆ ถ้าจะ refer patronage ระบบกษัตริย์ ควรจะบอกว่าเป็น
nation-wide acceptable system from past till now

แต่ถ้าระบบ patronage อีกระบบ ของไอ้เหลี่ยมคือ
hidden and non-accepted system with ambiguous aim

แค่ว่าอีเพ็ญมันจะยอมรับหรือไม่...เท่านั้นแหละ

ระบบแรกมันเป็น spiritual ระบบหลังมันเป็น monetary
การยอมรับก็แตกต่างกันดั่งผมบนศีรษะกับเศษธุลีที่ติดใต้ส้นตีน
บันทึกการเข้า

.....................................................

* * W A N T E D - DEAD OR ALIVE * *

73,000 million Baht PRICED !! A "walk-like-a-man" gator
Accused in swallowing his own mother land in cheap !!
หน้า: [1]
    กระโดดไป: