ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-09-2020, 06:41
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ปตท... บทเรียนที่ช้ำใจของคนไทย !! (กอร์ปศักด& 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ปตท... บทเรียนที่ช้ำใจของคนไทย !! (กอร์ปศักด&  (อ่าน 1280 ครั้ง)
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« เมื่อ: 25-05-2006, 15:06 »


  วันก่อนได้ยินแว่ว ๆ คำโฆษณาของ ปตท. ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ว่าเป็นสปอตวิทยุ หรือโทรทัศน์ ได้ยินเสียงโฆษณาคล้าย ๆ กับตั้งเป็นคำถาม ว่า “ มีคนถามว่ากำไรของปตท. กลับคืนไปที่ใคร” อะไรๆ ทำนองนี้แหละครับ ท่านผู้อ่านก็คงได้ยินและคงนึกในใจไม่ต่างกับผมเท่าไรว่า ถามทำไม ก็รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าใครเป็นเจ้าของ คนนั้นก็คือผู้ได้ประโยชน์จากผลกำไรที่เกิดขึ้น

          ถ้าถามคำถามกันอย่างนี้ ก่อนหน้า ปตท.เข้า ซื้อ/ขาย ในตลาดหลักทรัพย์ คนไทยทั้งประเทศ คงตอบได้เหมือนกันหมดว่า “ กำไรเป็นของพวกเราครับ!”

          ทำไมรัฐบาลออกสปอตโฆษณาแบบนี้ ทำเพื่ออะไร ทำไมไม่พูดความจริง ทุกวันนี้ ผมมีความรู้สึกแปลก ๆ แปลกใจว่าเป็นแฟชั่นไปแล้วหรือ ที่คนเด่นคนดัง ผู้นำประเทศ ตั้งแต่ดาราไปจนถึงนายกรัฐมนตรีกันเลย มองพวกเราประชาชนคนไทย กินแกลบกันหรืออย่างไร

          ต้องไปดูกันครับว่า ใครคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ปตท.?

          กระทรวงการคลังแน่นอน และนอกจากกระทรวงการคลังแล้ว ก็จะเป็นนักลงทุนจากต่างประเทศทั่วโลกครับ แต่เราไม่มีโอกาสที่จะรู้หรอกครับว่าใครคือผู้ได้รับประโยชน์ (Beneficial) ที่แท้จริง เพราะนักลงทุนเหล่านี้มาในรูปแบบของสถาบันบ้าง กองทุนบ้าง หรือแม้แต่กองทุนส่วนตัว (Private fund) ที่ใช้ตัวแทน (Nominee) ตรงนี้แหละครับที่อันตราย เพราะข่าวแว่ว ๆ ว่ามีเศรษฐีในไทยฝากเงินไว้ในต่างประเทศ ในรูปแบบของ Private Banking และขอสิทธิใช้กองทุนลักษณะนี้ ในการซื้อหุ้นราคาก่อนเข้าตลาด ที่เรียกกันว่าไอพีโอ กอบโกยกำไรกันเพลินไปเลย ที่น่าเจ็บใจ ก็คือฝ่ายรัฐบาล ( แกล้งโง่) ยินยอมให้กองทุนลักษณะนี้ ได้สิทธิในการซื้อหุ้นจำนวนมากโดยจัดชั้นว่าเป็นนักลงทุนต่างชาติ

          พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเป็นคนไทยใช้เงินบาทซื้อ ให้สิทธิซื้อทีละไม่เกิน 5,000-10,000 หุ้น แต่ถ้าเงินคนไทยฝากไว้ในต่างประเทศ ในลักษณะที่เรียกว่า Private Banking แล้วตั้งตัวแทน ใช้ชื่อกองทุนหรู ๆ ผ่านสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง ก็จะได้สิทธิซื้อหุ้นราคาไอพีโอเป็นล้าน ๆ หุ้น

มาดูข้อมูลกันครับ

          ฝ่ายไทย เบื้องต้นมีเพียง กระทรวงการคลัง และ สำนักงานประกันสังคมเท่านั้น

          ก่อนนำ ปตท. เข้าตลาดกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ 100% วันที่ 10 เมษายน 2545 จำนวนหุ้นลดลงจาก 100% เหลือ 69.28% ขายหุ้นให้นักลงทุนทั้งไทยและเทศ ได้เงินเข้าคลังเพียงประมาณ 30,000 ล้าน (ปัจจุบันราคาหุ้นสูงขึ้น 7 เท่า)

          เท่านั้นไม่พอ อยู่ดีๆก็ขายหุ้นเพิ่มอีกครับ วันที่ 22 มีนาคม 2547 เหลือหุ้นในมือเพียง48.55% ขายหุ้นออกไปอีกถึงร้อยละ 17 ราคาหุ้นช่วงนั้น ประมาณ 150 บาทต่อหุ้น ได้เงินเข้าคลังมากหน่อย ป่านนี้รัฐบาล คงใช้ไปหมดแล้ว เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี่ก็ขอกู้อีก 80,000 ล้านบาท สำหรับสำนักงานประกันสังคม ซื้อหุ้นไว้เบื้องต้นร้อยละ   0.61   ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 ถือหุ้นร้อยละ 0.90 เข้าใจว่า ค่อยๆ สะสมไปเรื่อย ๆ

          มีเพียงเท่านี้แหละครับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ฝ่ายไทยคือ กระทรวงการคลังและสำนักงานประกันสังคมในช่วงแรกๆ

          มาภายหลังมีเพิ่มอีก 2 กองทุนที่มาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ฝ่ายไทยได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกองทุนวายุภักษ์

          กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการนั้นเดิมไม่มีชื่อในบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครับ เพิ่งจะโผล่มาเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 ซื้อไว้ 23,369,500 หุ้น ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2548 เหลือ 21,220,550 หุ้น ร้อยละ 0.76 ในระหว่างปีก็ซื้อๆ ขายๆ หากำไรไปเรื่อยๆ ละครับ

          ส่วนกองทุนรวมวายุภักษ์ ชื่อปรากฏเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2547 ว่าถือหุ้นร้อยละ 15.58 สอดคล้องกับเวลาที่กระทรวงการคลังลดสัดส่วนที่ถือไว้ แสดงว่ากระทรวงการคลังใจดีครับ ขายหุ้นของพวกเราให้กองทุนรวมวายุภักษ์ไป

          ฝ่ายไทยที่เห็นๆ อยู่ก็มีเท่านี้แหละครับ รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นใครกันบ้าง ความจริงก็พอจะรับได้ไม่ว่าจะเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือสำนักงานประกันสังคม เพราะผู้ได้ประโยชน์จะเป็นหมู่ข้าราชการและลูกจ้างทั่วไปๆ 7-8 ล้านคนครับ

มาดูฝ่ายต่างประเทศกันดีกว่า จัดอันดับไว้ดังนี้ครับ

- Morgan Stanley & Co., Int’l ร้อยละ 2.36

 - State Street Bank & Trust Company ร้อยละ 1.29

 - Chase Nominees Limited 1 ร้อยละ 0.94

 - HSBC ( Singapore) Nominees Pte.Ltd. ร้อยละ 0.77

 - The Bank Of New York (Nominees Ltd) ร้อยละ 0.65



          ทั้ง 5 นักลงทุนต่างชาติปรากฏชื่อในบัญชี เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2545 แสดงว่าลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นครับ ท่านผู้อ่านสังเกตดูชื่อแต่ละรายชื่อซิครับ โดยเฉพาะ รายที่ 3-5 จะมีคำว่า Nominees ตามท้าย เป็นลักษณะถือแทนแบบที่ผมกล่าวไว้ในเบื้องต้น ไม่ทราบถือหุ้นแทนใคร และยังมีกองทุนแบบ Private Banking อีกที่ได้หุ้นราคาไอพีโอ รายละเป็นล้านหุ้น ไม่ต้องมานั่งรอเข้าคิวตั่งแต่เช้ามืดเพื่อขอส่วน แบ่ง 1000 -2000 หุ้น

          ถึงวันนี้มูลค่าการลงทุนของทั้ง 5 รายจำนวนทั้งสิ้น 168,327,769 หุ้น มีมูลค่าเพิ่มโดยเฉลี่ยประมาณหุ้นละ 200 บาท คิดคร่าวๆ ถ้าขายวันนี้ได้กำไรสามหมื่นล้านบาทเศษ ไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว แบบนี้ไม่รักรัฐบาลคุณทักษิณ แล้วจะไปรักใคร!

          ไม่ใช่มีเพียงเท่านี้ เพราะถึงวันนี้ได้มีนักลงทุนจากต่างประเทศอีกหลายราย เป็นลักษณะตัวแทนเกือบทั้งหมด เข้ามาซื้อหุ้นจากนักลงทุนรายย่อยเป็นจำนวนมาก

          ผมสงสารนักลงทุนรายย่อยทั้งหลาย โดยเฉพาะประเภทที่ไปรอคิวขอส่วนแบ่ง 1,000 - 2,000 หุ้น ต้นทุน 35 บาท พอขึ้นไป 50-60 หรือ 100 บาทต่อหุ้นก็ขายเรียบ ดีใจเพราะคิดว่าได้กำไรมากพอแล้ว จะมีสักกี่คนกันที่มีปัญญา มีเงินเหลือเพียงพอที่จะเก็บหุ้นไว้ได้นานๆ



กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
www.korbsak.com
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-06-2006, 16:17 โดย lynnicky » บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
ผู้ทำลาย
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,496


lynnicky


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25-05-2006, 15:09 »

ลองมาดูชื่อกองทุนรายใหญ่ๆที่เข้ามาซื้อ กันครับ

1. Nortrust Nominees Ltd. ถือหุ้น 0.61% เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2546 และเพิ่มเป็น 0.96% เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2548

2. HSBC Bank Pcl – Clients General A/C ถือร้อยละ 0.72% เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2547 และเพิ่มเป็น 0.75% เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2548

( 1% ประมาณ 30 , 000,000 หุ้น)


นอกจากนี้แล้วยังมีรายชื่อกองทุนต่างชาติอีกเป็นจำนวนมาก ที่อาจไม่นับเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

          ผมเพียงต้องการชี้ให้เห็นว่า เวลานำหุ้นของรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ คนไทยทั่วๆ ไป ไม่ได้เป็นเจ้าของที่แท้จริงอีกแล้ว มีเพียงกลุ่มเศรษฐีไม่กี่ราย

          ความจริงแล้วทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติพิสดารตรงไหน ถ้า ปตท. เป็นเพียงบริษัทของเอกชนทั่วๆ ไป ที่เจ็บใจและช้ำใจอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเหตุผลอย่างนี้ครับ

          1. ปตท. ดำเนินธุรกิจหลักคือ ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน วัตถุดิบทั้งสองอย่าง ค้นพบบนผืนแผ่นดินไทย เป็นทรัพยากรของชาติ คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ พวกเรามอบให้รัฐบาล (ปตท.) นำทรัพยากรเหล่านี้ไปหาผลประโยชน์ และนำกำไรที่ได้ส่งเข้าคลัง รัฐบาลคุณทักษิณนำ ปตท. เข้าตลาด ขายหุ้นให้ต่างชาติ หวังเพียงให้มูลค่าตลาดสูงขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำเพื่อใคร

          2. รัฐบาลฉลาดน้อย จะขายหุ้นทั้งทีไม่รอจังหวะช่วงตลาดบูม ( การกำหนดราคาไอพีโอจะคำนึงถึงสภาพตลาดโดยร่วมในช่วงเวลานั้นๆด้วย ) ตั้งราคาไอพีโอต่ำ ทำให้ได้เงินเข้าคลังเพียงน้อยนิด แกล้งโง่หรือเปล่า ทำให้นักลงทุนจากต่างประเทศ (รวมทั้งฝรั่งหัวดำ) ได้กำไรจากงานมหกรรม ปตท. เป็น หมื่นๆล้านบาท

          รัฐบาลไม่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาดเดิมๆ อีกหรือถึงจะเร่งรัดนำหุ้นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้าตลาดช่วงตลาดซึมอีกครั้ง เมื่อไหร่ถึงจะรู้จักพอกันเสียที

          3. ตั้งแต่นำหุ้นของ ปตท.เข้าตลาดจนถึงวันนี้ ปตท. เคยมีกำไรในปี 2544 2,953 ล้านบาท ปี 2548 ปตท. กำไรเพิ่มเป็น 68,372 ล้านบาท

อย่าบอกนะว่าถ้าไม่เข้าตลาดก็ไม่มีกำไรขนาดนี้


          รายได้หลักของปตท.คือ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ ก๊าซ ร้อย ละ 28 และผลิตภัณฑ์น้ำมัน ร้อยละ 66 แต่ถ้าดูผลกำไรของปตท.ว่าทำไมถึงกำไรมากมายขนาดนั้น ( ปี 2547 กำไร 72,000 ล้านบาท ) จะพบว่า ปตท. ได้กำไรจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติสูงถึงร้อยละ 92.0

          ก๊าซธรรมชาติได้มาจากไหนครับ ปตท. ซื้อจากผู้ที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ มีแหล่งขุดเจาะเต็มไปหมดในอ่าวไทย ซื้อแล้วก็ขายต่อให้ผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า ทั้ง กฟผ. และภาคเอกชน บางส่วนก็นำไปแยกเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบเหล่านี้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน

          จะนำหุ้นเข้าตลาดหรือไม่ ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันดิบก็มีเท่าเดิม สายส่ง ( ท่อ ) ที่วางอยู่บนดินและในทะเล และประชาชนคนไทยยินยอมให้ใช้ที่ดินในการวางท่อได้ ก็มีเหมือนเดิม

           ผู้บริหาร ปตท. ตั้งแต่ระดับบนจนถึงล่างสุดก็เดิมๆ คนไทยทั้งสิ้น ไม่มีฝรั่งหัวขาวที่ไหนโผล่มาให้เห็น ฝีมือคนไทยทั้งนั้นล่ะครับ กำไรที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับนใยบายของคุณทักษิณในการนำปตท.เข้าตลาดแต่อย่างไร

          ถ้าประเทศไทยฐานะทางการคลังย่ำแย่ บรรยากาศอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง และปตท.ต้องใช้เงินลงทุนมาก ต้องการประหยัด หาแหล่งเงินที่ไม่มีดอกเบี้ย ก็อาจพอรับฟังได้บ้าง แต่นี่ก็ไม่ใช่

          ท่านผู้อ่านครับ ทรัพย์สินถาวรของปตท.คือ ส่วนสำรองที่พิสูจน์แล้วของก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ เฉพาะในประเทศ คิดเป็นประมาณเทียบเท่าน้ำมันดิบถึง 645 ล้านบาร์เรล มูลค่าวันนี้ บาร์เรลละ 60 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยเบ็ดเสร็จประมาณ 1.48 ล้านล้านบาท เราเคยเป็นเจ้าของทั้งหมด ฝีมือคุณทักษิณ วันนี้ เราเป็นเจ้าของไม่ถึงครึ่ง

          ในฐานะประชาชนคนไทยผมอยากได้ปตท.คืน ครับ และเป็นห่วง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมากที่สุด พวกเราต้องช่วยกันนะครับและอย่าได้ตั่งอยู่ในความประมาท


ประมาทคนชื่อทักษิณ ชินวัตรไม่ได้เป็นอันขาด



กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
www.korbsak.com
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-06-2006, 16:18 โดย lynnicky » บันทึกการเข้า

แสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #2 เมื่อ: 25-05-2006, 15:29 »

ใครเค้าห้ามไม่ให้ซื้อว้ะ หรือว่าห้ามไม่ให้คนไทยซื้อหรือไงมิทราบ..???
หรือว่าเค้าจำกัดเฉพาะคนนามสกุลนั้นนี้เท่านั้น...
ถ้าใจถึงก็ขายบ้านไปซื้อเลย...เอาเลยสิ...

คนไทยทั้งประเทศได้ประโยชน์จากการที่กระทรวงการคลังได้รับเงินปันผล
รวมทั้งกองทุนทั้งหลายของรัฐก็ได้ประโยชน์จากตรงนั้นได้
แต่ไอ้หงอกนี่ไม่พูดถึง...แปลก...จริงๆว่ะ...เฮ้ย
บันทึกการเข้า
สันตวา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #3 เมื่อ: 25-05-2006, 17:10 »

แน่นอนมันไม่ได้ขึ้นป้ายห้ามซื้อหรอกคุณ แต่มันซื้อไม่ได้เข้าใจไหม มันหมดก่อนที่จะเปิดขายอีก ใจอยากซื้อและไม่ต้องขายบ้านขายช่องเพื่อซื้อด้วย ผมไม่ชอบการขายบ้านเพื่อซื้อหุ้นหรอก เอาเงินเก็บที่หามาได้อย่างสุจริตนี่แหละ ถ้าตั้งใจจะให้คนทั่วไปซื้อได้ก็กระจายหุ้นให้คนไทยทั้งชาติมีสิทธิซื้อได้เท่าๆกันสิ ส่วนใครที่เขาไม่ชอบลงทุนก็ไม่ต้องซื้อ

ส่วนเรื่องคลังได้เงินปันผลน่ะก็ดีอยู่หรอก แต่จะดีกว่านี้ถ้าผลกำไรอันนั้น คลังจะได้ไปทั้งหมดเต็มๆ อย่างน้อยมันก็จะได้กลับมาพัฒนาชาติที่คุณอาศัยอยู่นี่แหละลองตรองดูซักนิดเถอะ
บันทึกการเข้า

!!! Don't try to argue with idiots, they'll only bring you down to their level and beat you with experience. !!!
นู๋เจ๋ง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,877



« ตอบ #4 เมื่อ: 25-05-2006, 17:58 »

น้ำมันก็ คือทรัพย์ในดิน สินในน้ำของลูกหลานไทยแปรรูปแล้ว กำไรทำไมไปอยู่ในมือผู้ถือหุ้น
ทำไมไม่ใช่คนไทยทั้งประเทศได้รับผลประโยชน์ รวม ร่วมกันอ่ะ

วุ๊ย พักนี้ สงสัย บ่อยจัง
บันทึกการเข้า

~จะแน่วแน่...แก้ไข...ในสิ่งผิด~
จูล่ง_j
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,901



« ตอบ #5 เมื่อ: 25-05-2006, 18:01 »

จะเอาคืนได้ยังไง ขายไป 35 บาท ตอนนี้ มัน 200 กว่า ไม่รู้ถึง 300 รึยัง
ถ้าซื้อคืนไม่รู้รัฐเสียหายกี่แสนล้าน
ฟันกำไรเอาๆ เอาผลประโยชน์ของชาติไปเข้ากระเป๋านายทุน
ปตท เอาคืนยากมาก
บันทึกการเข้า

บ้านรามอินทรา
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 280


« ตอบ #6 เมื่อ: 25-05-2006, 18:47 »

ถ้าเป็น ของ รัฐ อย่างบริสุทธ์ ใจจริงๆ
ปตท. ยังเป็น ของคนไทย ทำเพื่อคนไทย

ผมขอเสนอให้ ปตท. กำหนด เพดานกำไล เอาแค่ปีละ หมื่นล้าน ก็พอ
ไม่ต้องไปสนใจ ผู้ถือหุ้น สิงค์ หรือ อื่นๆ

ราคาหุ้นก็จะร่วง รัฐก็ซื้อคืนให้หมด
ดังนั้น ต้องเปลี่ยนผู้บริหาร ปตท. ทั้งหมด
และทำงานภายใต้ การกำหนด เพดานกำไล
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #7 เมื่อ: 25-05-2006, 18:57 »

เหอะ เหอะ ไปเปิดหน้าประวัติศาสตร์ดูก็แล้วกัน
สมัยไหนที่ เราจ้าง UNOCAL ให้ขุดเจาะ แล้วปตท.รับซื้อ
ในราคาตลาดโลก ในสกุลเงิน USD
ใครเป็นคนเซนต์สัญญาเอาไว้

ปตท.กำไรยิ่งเยอะยิ่งดี เงินยิ่งเข้าประเทศมากขึ้น
มีเงินไปลงทุนข้ามชาติมากยิ่งขึ้น
ผมพอใจ ที่เห็นผลประกอบการดีแบบนี้
  Mr. Green Mr. Green
บันทึกการเข้า
สันตวา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #8 เมื่อ: 25-05-2006, 19:18 »

ถ้าคุณอยากเห็น "ปตท.กำไรยิ่งเยอะยิ่งดี เงินยิ่งเข้าประเทศมากขึ้น
มีเงินไปลงทุนข้ามชาติมากยิ่งขึ้น" อย่างที่คุณว่ามานี้จริง คุณก็คงอยากเห็น คลัง ถือหุ้น 100% แน่นอน ใช่ไหมล่ะ

ผมก็อยากเห็น คลังถือหุ้น100% ครับ กำไรเหล่านั้นจะได้กลับมาช่วยพัฒนาชาติเราครับ


บันทึกการเข้า

!!! Don't try to argue with idiots, they'll only bring you down to their level and beat you with experience. !!!
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #9 เมื่อ: 25-05-2006, 19:32 »

อยู่ในรูปเอกชนแบบนี้มันคล่องตัวกว่า
เอาแค่ไปลงทุนในต่างประเทศนี่ก็พอ
ถ้ายังเป็นของรัฐบาลนี่ทำไม่ได้นะ
  Cool
บันทึกการเข้า
โกวเฮง
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 334



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 25-05-2006, 19:36 »

เป็นของรัฐบาลหมด ก็น้ำลายสอกันเป็นแถวดิ
พอๆกับกองสลากฯเลย
อย่างนี้ดีแล้ว กำไรตกถึงมือประชาชน(มีตังค์)ตาดำๆมั่ง
บันทึกการเข้า

สันตวา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #11 เมื่อ: 25-05-2006, 19:37 »

แน่ใจหรือว่าทำไม่ได้ ถ้าลองมีความเชื่อในใจว่าทำไม่ได้ซะแล้วละก็ ยังไงก็ทำไม่ได้แน่ คนที่มีความเชื่อว่าทำไม่ได้ก็ไม่ควรที่จะทำเลย
ถ้าเช่นนี้เราแปรรูปการบริหารราชการแผ่นดินเสียเลยไม่ดีหรือ ก็มันคล่องตัวดีนี่นา
บันทึกการเข้า

!!! Don't try to argue with idiots, they'll only bring you down to their level and beat you with experience. !!!
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #12 เมื่อ: 25-05-2006, 21:21 »

ไม่นึกว่าจะไม่ฉลาด...ระบบราชการมันไม่ต้องแสวงหารายได้นี่
บันทึกการเข้า
สันตวา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #13 เมื่อ: 25-05-2006, 21:25 »

อ้าวนึกว่าจะพอมีสติปัญญาอยู่บ้าง แล้วรัฐวิสาหกิจ น่ะ จุดมุ่งหมายคือแสวงหารายได้อย่างเดียวเหรอครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-05-2006, 21:48 โดย badis » บันทึกการเข้า

!!! Don't try to argue with idiots, they'll only bring you down to their level and beat you with experience. !!!
maninbox
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 74



« ตอบ #14 เมื่อ: 25-05-2006, 21:29 »

ใครเค้าห้ามไม่ให้ซื้อว้ะ หรือว่าห้ามไม่ให้คนไทยซื้อหรือไงมิทราบ..???
หรือว่าเค้าจำกัดเฉพาะคนนามสกุลนั้นนี้เท่านั้น...
ถ้าใจถึงก็ขายบ้านไปซื้อเลย...เอาเลยสิ...

คนไทยทั้งประเทศได้ประโยชน์จากการที่กระทรวงการคลังได้รับเงินปันผล
รวมทั้งกองทุนทั้งหลายของรัฐก็ได้ประโยชน์จากตรงนั้นได้
แต่ไอ้หงอกนี่ไม่พูดถึง...แปลก...จริงๆว่ะ...เฮ้ย

ไอ้ห้ามนะไม่ห้ามหรอก แต่ไ้อ้ขายกันไม่ถึงนาทีนะอะไร แล้วมูลค่ามันเท่าไหร่ที่ได้กันไป พูดเหมือนเปอร์เซ็นต์นึงได้กำไรบาทนึงอะคับ พี่คับ สมบัติชาติคับพี่ ไม่ใช้สมบัติส่วนบุคคล แค่นี้ยังเหลี่ยม เหอๆ
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #15 เมื่อ: 25-05-2006, 21:52 »

ก็ถ้าไม่แปรรูปฯแล้วมันจะกำไรขนาดนี้งั้นเรอะ... Mr. Green Mr. Green
บันทึกการเข้า
สันตวา
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #16 เมื่อ: 25-05-2006, 22:05 »

อืม สรุปก็คือตั้งใจแปรรูปเพื่อขูดกำไรเยอะๆ ไปให้ผู้ถือหุ้น
ปตท น่าจะเปลี่ยนสูตรราคาน้ำมันใหม่เนอะ ทำราคาให้ได้ลิตรละ 50 บาทเลย กำไรจะได้เยอะๆๆๆๆๆ คุณจะได้ดีใจไง
บันทึกการเข้า

!!! Don't try to argue with idiots, they'll only bring you down to their level and beat you with experience. !!!
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #17 เมื่อ: 25-05-2006, 22:14 »

ปตท.ไม่ใช่ผู้กำหนด สูตร ราคาน้ำมัน นะครับ...
ทุกวันนี้แค่กำไรจากค่าก๊าซ และโรงกลั่น...
นี่ถ้ามันไม่อุ้มค่าก๊าซ....ป่านนี้ชาวบ้านคงถามหาใครเป็นคนเซนต์สัญญาอัปยศเอาไว้...
  Mr. Green Mr. Green
บันทึกการเข้า
porameto009
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 328


The Father Who Only Builds : สมเด็จพ่อผู้สร้าง


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 25-05-2006, 22:26 »

ก็ถ้าไม่แปรรูปฯแล้วมันจะกำไรขนาดนี้งั้นเรอะ... Mr. Green Mr. Green
ขนาดนายยังรู้กลโกงของพลพรรคแม้วมัน ยังอุ้มแม้วออกหน้าออกตา เฮ้อ งง!!!!
สงสัยต้องเรียก kller ว่า คิลมั่วแล้วมั้ง
บันทึกการเข้า

ไร้ความเป็นกลางระหว่าง "ดี" กับ "เลว"
http://porameto.kapookclub.com
http://porameto.diaryclub.com
http://porameto.multiply.com/
สมาชิกขบวนการเสรีไทยในเว็บบอร์ดหมายเลข 403
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #19 เมื่อ: 25-05-2006, 23:39 »

ใครเค้าห้ามไม่ให้ซื้อว้ะ หรือว่าห้ามไม่ให้คนไทยซื้อหรือไงมิทราบ..???
หรือว่าเค้าจำกัดเฉพาะคนนามสกุลนั้นนี้เท่านั้น...
ถ้าใจถึงก็ขายบ้านไปซื้อเลย...เอาเลยสิ...

คนไทยทั้งประเทศได้ประโยชน์จากการที่กระทรวงการคลังได้รับเงินปันผล
รวมทั้งกองทุนทั้งหลายของรัฐก็ได้ประโยชน์จากตรงนั้นได้
แต่ไอ้หงอกนี่ไม่พูดถึง...แปลก...จริงๆว่ะ...เฮ้ย


โถไอ้ควาย ไม่อ่านข่าวเหรอ คนเขาไปต่อคิวซื้อตั้งแต่ตีสาม ตีสี่ แต่ขายไปสี่ห้านาที ก็หมด
5555+

เอาไปสนองนักการเมืองหมด

พูดมาได้ห้ามไม่ให้ซื้อ แน่จริงจัดสรรแบบหุ้น RRC สิ

โถไอ้ควายคิลเลอะ เอ้ย มรึงนี่มันควายจริงๆ
บันทึกการเข้า
Killer
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,576


ช๊อบบ ชอบบ...ปฏิวัติ ปลื้ม ค่ะ


« ตอบ #20 เมื่อ: 25-05-2006, 23:51 »

ถอน ปตท.จากตลาดหุ้น อะไรจะเกิดขึ้น

สองวันก่อน ผมได้รับเอกสารจาก ปตท.จะเรียกว่าสมุดปกขาวก็ได้ ข้างในเป็นเรื่องราวการแปรรูปของ ปตท. เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของผู้เรียกร้องให้เลิกแปรรูป ปตท. เพื่อเผยแพร่กับสื่อและผู้ถือหุ้นว่า การแปรรูป ปตท.ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีการผูกขาด ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ใครสนใจก็ไปขอที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ปตท.ได้ ผมคิดว่าเขาคงจะให้

แต่วันนี้ผมจะไม่เขียนถึงข้อมูลในเอกสาร ปตท. แต่จะเอาคำสัมภาษณ์ของคุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ที่ให้สัมภาษณ์กับวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนพฤษภาคม ในประเด็นว่า ถ้าถอนหุ้น ปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์อะไรจะเกิดขึ้น

น่าสนใจมากทีเดียว

ก่อนแปรรูป ปตท.มีมูลค่า 20,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน ปตท.มีมูลค่าตลาดกว่า 700,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13�14 เปอร์เซ็นต์ของตลาดหุ้นไทย

หากรวมมูลค่าตลาดของบริษัทในเครืออีก 800,000 กว่าล้านบาท

มูลค่าตลาดของกลุ่ม ปตท.จะสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท มีสัดส่วนเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าตลาดรวม 5.5 ล้านล้านบาท

ถ้าถอน ปตท.ออกจากตลาดหุ้นวันนี้ อะไรจะเกิดขึ้น

แน่นอนว่า มาร์เก็ตแคปหรือมูลค่าตลาดหุ้นไทยจะหายไปทันที 1.5 ล้านล้านบาท สิ่งที่จะตามมาก็คือ นักลงทุนต่างชาติก็จะถอนการลงทุนในตลาดทุนไทย เพราะตลาดเล็กเกินกว่าจะน่าสนใจ

และโอกาสที่จะสร้างมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นในตลาดหุ้นไทยอีก 1.5 ล้านล้านบาท ในอนาคต เห็นทีจะต้องนับนิ้วกันหลายรอบ

ไม่เพียงแค่นั้น รัฐบาลเองก็ต้องหาเงินสดๆประมาณ 3.5�4 แสนล้านบาท เท่ากับ 25 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินประจำปี เพื่อทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ ซื้อหุ้นคืนจากตลาด เพราะปัจจุบันรัฐถือหุ้น ปตท.อยู่ 68 เปอร์เซ็นต์ แยกเป็นถือโดยตรง 52.5 เปอร์เซ็นต์ ถือผ่านกองทุนวายุภักษ์ 15.6 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อ คนไทยที่ถือหุ้น ปตท.อีก 11 ล้านคน ที่ถือหุ้น ปตท.โดยตรงและโดยอ้อมผ่านกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กองทุนรวม ต่างๆแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีกองทุนไหนในเมืองไทยไม่ถือหุ้น ปตท. เพราะเป็นหุ้นบลูชิพที่ปลอดภัยกำไรสูง

เห็นไหมครับ นี่แค่ตัวอย่างไม่กี่ข้อจากวารสารการเงินธนาคาร ก็คงเห็นแล้วว่า ถอน ปตท.ออกจากตลาดหุ้นจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องไป พูดถึงผลกระทบอีกมากมายมหาศาลที่จะตามมา

การเรียกร้องของกลุ่มเอ็นจีโอที่จะให้ถอนหุ้น ปตท.ออกจากตลาด หลักทรัพย์ จึงเป็นข้อเรียกร้องที่สักแต่เรียกร้อง เพื่ออะไรผมไม่ทราบ แต่ไม่ คำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมาทำร้ายประเทศไทย และทำลายเศรษฐกิจของประเทศ

ผมจึงอยากให้ประชาชนเจ้าของประเทศรับฟังข้อมูลต่างๆอย่างมีสติ เพราะการรับข้อมูลข้างเดียวบ่อยๆอาจทำให้คิดผิด ตัดสินใจผิดก็ได้

กรณีของ ปตท.แตกต่างจากกรณีของ กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิต โดยสิ้นเชิง เพราะธุรกิจนํ้ามันไม่ใช่ธุรกิจผูกขาด มีการแข่งขันกันมาก หากบริษัทนํ้ามันของประเทศไม่เข้มแข็ง ขาดเงินทุน ก็จะสู้บริษัทนํ้ามัน ต่างชาติที่มีมากกว่าไม่ได้ การแปรรูประดมทุนจากเอกชนไปแข่งขันกับเอกชนและต่างชาติ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ถ้าไม่แปรรูป ปตท.ป่านนี้สถานการณ์นํ้ามันในประเทศไทยจะเป็นยังไงก็ไม่รู้

ผมก็ได้แต่เอาข้อมูลมาลงให้อ่านกันตรงนี้ ให้คนไทยทุกระดับรับรู้ข้อมูลกว้างขึ้น จะได้มีการตัดสินใจถูกต้องมากขึ้น ไม่ตกเป็นเหยื่อไปตามกระแส.

“ลม เปลี่ยนทิศ”
บันทึกการเข้า
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #21 เมื่อ: 25-05-2006, 23:58 »

ไม่ได้ข้องใจเรื่องแปร/ไม่แปร

แต่ สงสัยเรื่องวิธีการกระจายหุ้น ไม่ทราบคุณทั่นคนไหนงาบไปก่อนชาวบ้าน ???

บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
ปฐม
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 398



« ตอบ #22 เมื่อ: 26-05-2006, 00:10 »

มันไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น  พอเวลานี้ก็นำข้อมูลมาบอกว่า  "มันแก้ไขไม่ได้"  หรือ  "แก้ไขแล้วจะสูญเสียมากมาย"  แล้วไอ้ตอนขายทำไมไม่ใช้สมองคิดครับ  ใช้เท้าคิดทำไม  กอร์ปศักดิ์  เข้าเปิดประเด็นว่า  "กำไรตกอยู่ที่ใคร"  เพราะในสื่อเขาบอกว่า  "กำไรคืนสู่ใคร"

          แน่นอนว่า  ไม่ได้คืนสู่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของแน่นอน

          น่าคิดนะครับ  ก๊าซธรรมชาติซึ่งมีสิทธ์โดยชอบของคนไทยทั้งประเทศ  แต่ตกอยู่ในกระเป๋าคนบางส่วน

          การแปรรูปไม่ใช่เรื่องผิด  แต่แปรรูปในลักษณะนี้มันผิด  ของประชาชนต้องให้ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของ  จัดขึ้นมาในรูปแบบของการรับบริจาคก็ได้  ไม่ใช่ให้ใครบางกลุ่มเอาไปถือ 

          มันเป็นการกระทำที่สามานย์และลุแก่อำนาจยิ่งนัก

          ประชาชนมีกี่ล้านคน  ถ้าจัดสรรอย่างดีทำไมประชาชนธรรมดาจะเป็นเจ้าของไม่ได้...  อย่างผมขอซื้อ 15 หุ้นก็ต้องขายไม่ใช่ไม่ขายเพราะมันน้อยทำให้มันถูกต้องเขาก็ไม่โวยวาย

          ถ้าหลักแปรรูปใช้หลักนี้  ไม่มีกระแสต่อต้านหรอกครับ
บันทึกการเข้า

ถ้าจะอยู่  ก็ขออยู่อย่าง  เย้ยฟ้าท้าดิน
สี่หามสามแห่
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,460



« ตอบ #23 เมื่อ: 26-05-2006, 00:17 »

เอาประเทศชาติ เป็นตัวประกัน สนองความจั*** ของคนบางกลุ่ม

 Laughing Laughing Laughing
บันทึกการเข้า
enjoylife
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114



« ตอบ #24 เมื่อ: 26-05-2006, 07:01 »

ถอน ปตท.จากตลาดหุ้น อะไรจะเกิดขึ้น.............
............“ลม เปลี่ยนทิศ”

ไม่ต้องถอนจากตลาดหุ้นให้ยุ่งยาก
ถ้ากระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จริงๆ
ขอแค่  งดการจ่ายเงินปันผล 99 ปี
เก็บกำไรไปลงทุน สร้างสาธารณะประโยชน์ไปเรื่อยๆ เอากำไรมาจ่ายค่าน้ำมันแพงแทนประชาชน

มาดูกันว่าใครจะถือหุ้นต่อกันบ้าง
บันทึกการเข้า
กขค
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #25 เมื่อ: 26-05-2006, 21:17 »

P T T =  Pan  Ton  Tae  .... Pin  Ton  Ta  ....Pae  Ton  Tan,
ไม่ต้องช้ำใจหรอก ปตท. เป็นของคนไทย ไทยแท้แท้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: