ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24-05-2019, 14:11
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  'จักรภพ'กำชับวิทยุ-เคเบิ้ลท้องถิ่น จัดเวลาพีอาร์รบ. 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
'จักรภพ'กำชับวิทยุ-เคเบิ้ลท้องถิ่น จัดเวลาพีอาร์รบ.  (อ่าน 1286 ครั้ง)
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« เมื่อ: 19-04-2008, 11:40 »

 'จักรภพ'กำชับวิทยุ-เคเบิ้ลท้องถิ่น จัดเวลาพีอาร์รบ.
   
 
   
 ผู้อ่าน 50 คน วันที่ 19 เมษายน 2551 เวลา 10:16:05 น. 
 
     


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมร่วมกับผู้บริหารสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย 19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หัวหน้าฝ่ายข่าวช่อง 11 และผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหรือ ประมาณ 200 คน


 เพื่อชี้แจงข้อมูและแนวทางการทำงานของรัฐบาล ซึ่งผู้บริหารสถานีต้องถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ นายจักรภพ กล่าวว่า

 มีสถานีวิทยุชุมชนจำนวนมากที่ยังไม่ได้ขอจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  ซึ่งได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดทุกจังหวัดไปตรวจสอบอย่างเคร่งครัด



นายจักรภพ กล่าวต่อว่า


ขอกำชับเรื่องการเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูล โดยเฉพาะแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องการทำให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ขอกำชับให้วิทยุชุมชนและเคเบิ้ลท้องถิ่นต้องกำหนดเวลาเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาล



และขอให้เสนอข่าวตามความเป็นจริง ห้ามบิดเบือนเป็นอันขาด

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=27644&catid=8

---


แบบนี้ถือเป็นการเเทรกเเซงสื่อรึไ่ม่...




 
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #1 เมื่อ: 19-04-2008, 12:17 »

ขอกำชับเรื่องการเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูล โดยเฉพาะแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องการทำให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ขอกำชับให้วิทยุชุมชนและเคเบิ้ลท้องถิ่นต้องกำหนดเวลาเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาล


และขอให้เสนอข่าวตามความเป็นจริง ห้ามบิดเบือนเป็นอันขาด


----------------------------------------------------------------------------------------

นโยบายย่อมมีข้อดีข้อเสียไม่มีอะไรที่จะดีทุกด้าน
สื่อต้องเสนอให้ครบทุกด้านแล้วให้ประชาชนตัดสิน
แบบนี้ดูยังไงก็แทรกแซงสื่อชัดๆ จะให้เลียก็บอกมาตรงๆเถอะ
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 19-04-2008, 12:40 »

ขอกำชับเรื่องการเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูล โดยเฉพาะแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องการทำให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ขอกำชับให้วิทยุชุมชนและเคเบิ้ลท้องถิ่นต้องกำหนดเวลาเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาล


และขอให้เสนอข่าวตามความเป็นจริง ห้ามบิดเบือนเป็นอันขาด


----------------------------------------------------------------------------------------

นโยบายย่อมมีข้อดีข้อเสียไม่มีอะไรที่จะดีทุกด้าน
สื่อต้องเสนอให้ครบทุกด้านแล้วให้ประชาชนตัดสิน
แบบนี้ดูยังไงก็แทรกแซงสื่อชัดๆ จะให้เลียก็บอกมาตรงๆเถอะ


อีนังเพ็ญมันจะยอมเหรอ เห็นทุกทีก็พูดถึงแต่ข้อดี ที่ตัวเองได้ผลประโยชน์ พอใครยกข้อเสียออกมา ก็บอกว่าเป็นอำมาตยาฯ, ขั้วตรงข้าม จ้องทำลายล้าง ฯลฯ 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #3 เมื่อ: 19-04-2008, 19:18 »

ขำกลิ้งควายกับแม้ว .. ที่ยุคนี้ ผู้ใหญ่รดน้ำขอพรเด็ก





http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000045799

 

..............................................................................................................

"เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ .. พวกเหี้.ย จัญ.ไร จะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน"

 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 19-04-2008, 21:19 »

วันนี้กับพรุ่งนี้ ไทยพีบีเอส สัมนารับฟังความคิดเห็นของ วิทยุชุมชนและประชาชนทั่วไปครั้งที่ 7 ที่อุบลราชธานี

อ.ขวัญสรวง อ.นวลน้อย และ กรรมการนโยบายไปด้วยตัวเอง...

การเรียกชาววิทยุชุมชนมาประชุมในนามของ รมต.ประจำสำนักนายกในห้วงเวลาเดียวกัน

ถือว่าน่าเกลียดแล้วครับ การต่อสู้กับอำนาจรัฐด้านสื่อ ยังคงต้องลุยต่อไป


จุดมุ่งหมายของวิทยุชุมชน คือกระบอกเสียงของชุมชน มิใช่กระบอกเสียงของรัฐบาล

หากรมต.ประจำสำนักนายก ไม่เข้าใจเรื่อง "วิทยุชุมชน" คงเดินกันลำบาก

การเปิดให้มีวิทยุชุมชน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้สิทธิ์ของประชาชนโดยตรง

มิใช่เปิดให้เป็นกระบอกเสียงของใครคนใดคนหนึ่ง หรือรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง


เช่นเดียวกับ ทีวีสาธารณะ นั่นแหละครับ

รมต.ขี้หมาอดีตนักวิจารณ์ข่าวจะไปเข้าใจอะไรลึกซึ้งปานนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-04-2008, 21:25 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #5 เมื่อ: 19-04-2008, 21:50 »

ขำกลิ้งควายกับแม้ว .. ที่ยุคนี้ ผู้ใหญ่รดน้ำขอพรเด็ก





http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000045799

 

..............................................................................................................

"เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ .. พวกเหี้.ย จัญ.ไร จะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน"

 

ต้องขยาย






อุบ๊ะ ไอ้นี่เข้าขั้นแล้ว บุกถึงพระอารามหลวง ทำพิธีไรของมันอีก
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #6 เมื่อ: 20-04-2008, 12:51 »

    "กฎหมายที่ประกาศบังคับใช้นี้ ไม่ได้มาจากรัฐบาลที่มาจากระบบประชาธิปไตย  เกิดมาจากรัฐบาลชุดที่แล้วภายใต้อำนาจ   คมช. และมีการร่างและให้ผ่านในช่วงท้ายๆ ก่อนหมดวาระของสภานิติบัญญัติฯ   ขอให้ท่านทราบว่าผมกับท่านอยู่บนเรือลำเดียวกัน ที่ไม่ยอมรับอำนาจที่มาจากเผด็จการ  แต่เมื่อผมมีโอกาสเข้ามาดูแลสื่อของภาครัฐ  ผมมองไปไกลกว่านั้น  คือถึงขั้นต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อผ่าทางตันให้กับวิทยุชุมชน" นายจักรภพกล่าว
    เขาย้ำว่าในมุมมองของตน  ไม่ยอมรับว่าวิทยุชุมชนเป็นเรื่องเถื่อน  ผู้ที่เข้ามาทำวิทยุชุมชนมีจิตใจดี  หวังดีต่อสาธารณชน  ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้และผู้ประกอบการวิทยุชุมชนต้องร่วมมือกัน  พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  พ.ศ. 2551  ที่ออกมาได้ทำให้วิทยุชุมชน เคเบิลทีวี หรือแม้แต่ทีวีดาวเทียมเป็นกิจการเถื่อนไปโดยปริยาย
    ทั้งนี้ ตนจะหาทางออกให้กับวิทยุชุมชนทั่วประเทศ  โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้มีโครงการทดลองพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ วิทยุชุมชน  จะมีการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมภายหลังว่าต้องมีกฎระเบียบอย่างไรบ้าง ที่เป็นเงื่อนไขในความร่วมมือดังกล่าว   เช่นรัฐบาลอาจจะขอเวลาของวิทยุชุมชนแต่ละคลื่นที่เข้าร่วมโครงการสัก  2-3 ชั่วโมงเพื่อเป็นสถานีเครือข่ายของรัฐบาล
    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า  อย่างไรก็ตามวิทยุชุมชนมีหลากหลายประเภท  มีทั้งตั้งขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง  หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยเฉพาะ  ซึ่งคงต้องมีการพิจารณากลั่นกรองก่อนพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเข้าร่วม โครงการ   ในเบื้องต้นของโครงการคงมีการประเมินผลก่อนว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ หรือไม่  หลังจากนั้นระยะยาวคงพัฒนาเป็นนโยบายของรัฐบาล
    "ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนรายใดที่เข้าร่วมโครงการถือว่าช่วยงานราชการ  ทางรัฐบาลก็จะช่วยเหลือเป็นการตอบแทน โดยจะทำข้อตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ว่าวิทยุชุมชนในโครงการความร่วมมือดังกล่าวจะต้องไม่ถูกจับดำเนินคดี คือห้ามจับ" นายจักรภพกล่าว


http://www.thaipost.net/index.asp?bk=sunday&iDate=20/Apr/2551&news_id=157381&cat_id=110100


ด่า กม. ว่ามาจากเผด็จการ แต่ใช้ กม. นั้นมาขู่กรรโชกชาวบ้าน

ยังกับพวกเรียกค่าไถ่



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-04-2008, 12:54 โดย Cherub Rock » บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #7 เมื่อ: 20-04-2008, 12:57 »

แทนที่จะให้สิทธิ์เสรีภาพกับประชาชน
รัฐบาลกลับรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ


โคตรจะประชาธิปไตยเลยพี่น้อง

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 22-04-2008, 07:28 »

วิทยุชุมชนทั่วปท.รวมพลต้าน"จักรภพ"แทรกแซง


วิทยุชุมชนทั่วประเทศเตรียมรวมพลต้าน"จักรภพ” ฮุบคลื่น 23 เม.ย.นี้ นักวิชาการ ม.เชียงใหม่ ไล่กลับไปอ่านกฎหมายผู้ประกอบการวิทยุฯให้ละเอียด ชี้รัฐกับ ปชช.แยกคลื่นชัดเจน ผู้ประสานงานเครือข่ายวิทยุชุมชนแห่งชาติเชื่อเป็นฐานกล่อม ปชช.แก้ รธน.


รัฐสภา - 21 เม.ย.51 -


จากกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในการสัมมนาที่จังหวัดขอนแก่น ในลักษณะที่ต้องการจัดระเบียบวิทยุชุมชน โดยยื่นข้อเสนอให้วิทยุชุมชนจัดสรรเวลาให้รัฐคลื่นละ 2-3 ชั่วโมงเพื่อแลกกับการอำนวยความสะดวกในการเปิดวิทยุชุมชนต่อไป ซึ่งได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในส่วนของภาคประชาชนที่เปิดวิทยุชุมชนอย่างต่อเนื่อง



โดยนาย วีรพล เจริญธรรม ผู้ประสานงานสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ กล่าวว่า


 ตาม พ.ร.บ.ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุแห่งชาติปี 2551 ระบุชัดเจนว่ากรมประชาสัมพันธ์และวิทยุชุมชน มีสถานะภาพเท่ากัน ไม่มีใครอยู่เหนือใคร ซึ่งโดยตัวตนของนายจักรภพ การออกมาพูดในลักษณะเช่นนี้ ไม่ผิดจากที่ตนได้เคยทำนายไว้ เพราะเขาเป็นรัฐมนตรีที่ต้องการเข้ามาจัดการกับสื่อ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับพรรคพลังประชาชนโดยเฉพาะ



การข่มขู่วิทยุชุมชนในลักษณะเช่นนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขามีเป้าหมายที่จะใช้วิทยุชุมชนเป็นฐานในการประชาสัมพ ันธ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยเครือข่ายวิทยุขนาดเล็กที่มีนักการเมืองหนุนหลัง เพื่อเป็นฐานในการประชาสัมพันธ์นโยบายประชานิยมอีกทางหนึ่ง เพราะขณะนี้ภาพลักษณ์ของนโยบายประชานิยมของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนกำลังเสื่อมถอย



“ตาม พ.ร.บ.ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุแห่งชาติปี 2551 ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ให้กำหนดหน่วยงานใหม่ที่ชื่อ กสทช. มาดูแลในการจัดสรรคลื่นความถี่ ไม่ใช่ให้กรมประชาสัมพันธ์ มาเป็นผู้ดูแล และมาตรา 78 ในส่วนของบทเฉพาะกาล ยังให้ กสช. เป็นผู้ดูแลก่อนในเบื้องต้น ก่อนที่ กสทช.ยังไม่ได้ตั้งขึ้น ซึ่งตามหลักกฎหมาย ก็เห็นว่านายจักรภพ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาแทรกแซงในส่วนใดได้เลย

ซึ่งในวันพุธที่ 23 เม.ย.ที่จะถึงนี้ กลุ่มสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ จะจัดประชุมกันเพื่อแสดงท่าทีตอบโต้ กรณีที่นายจักรภพ ต้องการเข้ามาแทรกแซงวิทยุชุมชนในลักษณะเช่นนี้” ผู้ประสานงานสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติกล่าว



นาง จิรพร วิทยศักดิ์พันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศน์สัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะคณะกรรมการเครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือกล่าวว่า


ตามหลักของ พ.ร.บ.ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุแห่งชาติปี 2551 ได้แบ่งการจัดสรรคลื่นความถี่ออกเป็น 3 ส่วนคือส่วนของธุรกิจ ส่วนของภาคประชาชนและส่วนของรัฐบาล ซึ่งแต่ละส่วนไม่สามารถก้าวก่ายการทำงานของกันและกันได้


ดังนั้น นายจักรภพ ควรกลับไปอ่าน พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ดีเสียก่อน


 เพราะการพูดในลักษณะเช่นนี้ เป็นเหมือนการแทรกแซงสื่อภาคประชาชนและบิดเบือนการปฏิรูปสื่อ ทั้งนี้รัฐมีสื่อที่อยู่ในส่วนของตนเองเป็นจำนวนมาก

และเมื่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเพื่อใช้สื่อสร้างความเข้มแข็งให้ เกิดขึ้นในชุมชนและถ่วงดุลในเรื่องการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ รัฐจึงไม่มีสิทธิ์ในการแทรกแซงแม้แต่นิดเดียว

การออกมาพูดของนายจักรภพ สร้างความตื่นตัวให้กับวิทยุชุมชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในส่วนของวิทยุชุมชนภาคเหนือเองจะมีการหารือในเรื่องท่าทีของนายจักรภพ ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน


http://www.komchadluek.net/2008/04/21/x_main_a001_199213.php?news_id=199213


ปชป.ขู่ถอด"จักรภพ"ไล่บี้วิทยุชุมชนเป็นพวกแลกปิดสถานี


ปชป. ขู่ถอดจักรภพ ใช้อำนาจไม่โปร่งใส เผยไล่บี้วิทยุชุมชนขอนแก่นออกข่าวรัฐวันละ 2-3 ชั่วโมงแลกไม่ปิดสถานี เตรียมนำหารือกับคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนของพรรค 22 เมษายนนี้ พร้อมเชิญรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์มาให้ข้อมูลเปลี่ยนชื่อช่อง 11 เป็นเอ็นบีที


นายบุญยอดสุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมการคุ้มครองสิท ธิเสรีภาพสื่อมวลชน พรรคประชาธิปัตย์

กล่าวถึงกรณีที่กรมประชาสัมพันธ์อนุญา ตให้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมของเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เ ผด็จการ (นปก.) อาทิ กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ กลุ่มวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ เกี่ ยวกับการรณรงค์ต่อต้านรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลใช้เครื ่องมือของรัฐเพื่อทำประโยชน์ให้ตัวเอง และทำอย่างไม่รักษาคำพูดที่เคยแถลงนโ ยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา



นายบุญยอดกล่าวว่ายังทราบมาว่า  รัฐบาลได้ใช้วิธีการไล่บี้สถานีวิทย ุชุมชนพื้นที่ จ.ขอนแก่น ให้เผยแพร่ข่าวของรัฐบาลวันละ 2-3 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนไม่ให้สถานีวิทยุชุมชนดังกล่าวถูกปิด ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนั้นตนจะ นำไปหารือกับคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน พรรคประชาธิปัตย์อีกค รั้งในวันที่ 22 เมษายนนี้



นายบุญยอดกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่นายจักรภพเพ็ญแขรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ละเมิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญฐานแทรกแซงสื่อมวลชน กรณีที่เปลี่ยนชื่อสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เป็นสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (ช่อง 11) ว่า


วันที่ 22 เมษายนนี้จะหารือแนวทางที่จะเ ชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องกล่าว อาทิ นายเผชิญ ขำโพธิ์ รักษาการอธิบดีก รมประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงเชิญตัวแทนจากบริษัท ฟาติมาบรอดคาสติ้ง อินเตอร์เน ชั่นแนล จำกัด

มาให้ข้อมูลกรณีที่ถูกถอดผังรายการจากคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 105  วิสดอมเรดิโอ หากขอความร่วมมือไปแล้วไม่ได้รับการตอบรับ พรรคประชาธิปัตย์ก็ จะตั้งเรื่องฟ้องนายจักรภพ กรณีใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่โปร่งใส และอาจจะส่ง ผลให้มีการล่าชื่อเพื่อถอดถอนจากการเป็นรัฐมนตรีด้วย 


  ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายจักรภพกล่าวระหว่างไปร่วมงานสัมมนา "สื่อมวลชนคนวิทยุชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้ประกอบการวิทยุชุมชนใน พื้นที่ภาคอีสานเข้าร่วมรับฟังกว่า 500 คน ที่โรงแรมโซฟิเทล ราชา ออคิด จ.ข อนแก่น โดยจะให้ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนมาร่วมโครงการทดลองพัฒนาความร่วมมือร ะหว่างรัฐบาลและวิทยุชุมชน ถ้าผู้ประกอบการวิทยุชุมชนใดเข้าร่วมโครงการจะเข ้าไปเจรจากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรืออาจจะลงนามบันทึกข้อตกลงร่วม กับ สตช.ห้ามจับผู้ประกอบการวิทยุชุมชนระหว่างการดำเนินการโครงการดังกล่าว


http://www.komchadluek.net/2008/04/21/x_pol_k001_199083.php?news_id=199083
บันทึกการเข้า
วิหค อัสนี
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 946



« ตอบ #9 เมื่อ: 22-04-2008, 10:29 »

โปรดสังเกต

ร้องขอเวลาเป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐบาล แลกกับความคุ้มครองจากการถูกจับกุมดำเนินคดีทางกฎหมาย

แบบนี้แถวบ้านเขาเรียก "ขู่กรรโชก" หรือ "Black Mail" ดีๆ นี่เอง

บันทึกการเข้า

_______ดังนี้แล
__เปลวไฟจักลุกโชน
___หามีวันดับลงได้
_ตราบที่ในมือพวกสูเจ้า
ยังแต่น้ำมันเตาให้ราดรดไป
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #10 เมื่อ: 23-04-2008, 17:55 »


จาก กรณีที่นายจักรภพ  เพ็ญแข  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชน โดยจะจัดทำโครงการทดลองพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและวิทยุชุมชน  โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ อีกทั้งมีข้อเสนอจะเจรจากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อละเว้นการจับกุมในช่วงสูญญากาศ

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

 1.รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กำลังใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อควบคุมวิทยุชุมชน การอ้างว่าจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดกับผู้ไม่เข้าร่วมโครงการ เท่ากับใช้อำนาจบีบบังคับทางอ้อมให้ผู้ที่ต้องการดำเนินกิจการต่อไป  เข้ามาเป็นพวกพ้อง กีดกันผู้ที่มีความเห็นแตกต่างและปฏิเสธความหลากหลาย และการมีข้อต่อรองจะเสนอมิให้ตำรวจจับกุมหากได้เข้าร่วมโครงการก็หมิ่นเหม่ ต่อการฝ่าฝืนกฎหมายและส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 2.บทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ พ.ศ. 2551  ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อ 5 มีนาคม 2551 ในมาตรา 78-79 ระบุชัดเจนว่า ระหว่างที่ยังไม่มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเฉพาะออกใบอนุญาตประกอบกิจการฯชั่วคราวมีอายุไม่ เกิน 1 ปีรวมทั้งการกำหนดสัดส่วนผังรายการ โดยทำงานผ่านคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหลายฝ่าย แต่จนถึงขณะนี้คณะอนุกรรมการดังกล่าวยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะคณะรัฐมนตรียังไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งๆ ที่ กทช. ได้ส่งเรื่องไปให้พิจารณาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญของรัฐบาลคือการเร่งรัดให้เกิดคณะอนุกรรมการกิจการกระจาย เสียงฯ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาวิทยุชุมชนมากกว่าการใช้อำนาจรัฐเข้าไป แทรกแซงหรือกระทำการแทน

  3.ปัญหาวิทยุชุมชนเกิดขึ้นยืดเยื้อยาวนานนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545  การแก้ไขระยะยาว รัฐบาลควรเร่งแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พ.ศ. 2543  เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่ระบุให้มีองค์กรอิสระองค์กรหนึ่ง กำกับดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ได้ระบุให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะต้องเร่งรัดให้เกิดกฎหมายเพื่อ รองรับองค์กรอิสระ เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร  แต่จวบจนบัดนี้ ยังไม่มีการดำเนินงานใดๆจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่า หากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ต้องการแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาวิทยุชุมชน ไม่ควรใช้แนวทางแก้ปัญหาโดยสร้างความแตกแยกระหว่างผู้ที่ยอมเป็นพวก กับผู้ที่มีความเห็นแตกต่าง แต่ควรเร่งผลักดันให้เกิดคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงฯซึ่งมีหน้าที่โดย ตรงเพื่อดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจาย เสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ ควรต้องเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อรองรับองค์กรอิสระดังกล่าว เพื่อให้การปฏิรูปสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เป็นจริง และสามารถแก้ปัญหาวิทยุชุมชนได้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้น การกระทำของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายและผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=1877

ปฏิรูปสื่อ ฝันไปเถอะ

รอมาเป็น 10 ปีแล้ว

ก็รอต่อไป...
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 23-04-2008, 18:06 »

รัฐบาลนอมินี ควบคุมสื่อ แทกแซงสื่อ ยิ่งกว่าสมัยหน้าเหลี่ยม

ลิ่วล้อ ทำงานเอาใจนายใหญ่จนลืมความผิดชอบชั่วดี
บันทึกการเข้า

Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #12 เมื่อ: 24-04-2008, 10:01 »

ฟังคุณก่อเขตต์ บอกว่าต่อสู่กันมาตั้งแต่ รธน.40
ยังไม่มีวี่แววว่าคลื่นความถี่จะกลายเป็นทรัพยากรของประชาชน


อีเย็น คงคิดว่าเสียงข้างมากเลือกพรรคพวกมันมา
ดังนั้นสมบัติของประชาชน ก็ต้องเป็นสมบัติของพรรคและเจ้าของพรรคอีเย็น

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
หน้า: [1]
    กระโดดไป: