ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-10-2020, 12:15
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ==คำอภิปรายประวัติศาสตร์ของ "เทพเทือก" กรณีโภคินช่วยทักษิณเก็งกำไรค่าเงินบาท== 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2] 3
==คำอภิปรายประวัติศาสตร์ของ "เทพเทือก" กรณีโภคินช่วยทักษิณเก็งกำไรค่าเงินบาท==  (อ่าน 8678 ครั้ง)
prinz_bismarck
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


« ตอบ #50 เมื่อ: 17-04-2008, 16:51 »

ปัญญาอ่อนหรือเปล่า หรือว่าเพิ่งตื่นมาอ่านบอร์ดนี้ มันแปะไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว
เหตุผลซังกะบ๊วยอะไรก็ไม่เห็นมี จินตนาการทั้งนั้น ข้อเท็จจริงก็มีแค่โภคินอยู่ในที่
ประชุม แล้วไงต่อ น้ำแตกกันทั้งบอร์ด นกกระจอกยังไม่กินน้ำ เห้อ

ผมเป็นคนที่แถไม่เก่งหรอกครับ และผมก็ไม่เก่งเท่าคุณ jerasak ด้วย เดี๋ยวรอ คุณ jerasak มาก่อน
แล้วจะคอยดูคุณชอบแถวิ่งหนีหางจุกตูด


 
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #51 เมื่อ: 17-04-2008, 16:58 »

วินมาร์กใครบอกตรงไหนวะว่าเป็นของลูกแม้ว ไอ้มั่ว บอกกันเองอะดิ
รู้เรื่องอะไรที่เป็นข้อเท็จจริงมั่งเนี่ย งี่เง่าแบบนี้ถึงไม่พัฒนา

555 ไม่ได้ตัดแปะข่าวมาประกอบแค่นี้ทำบ่น
นี่ถ้าใช้จินตนาการน้ำแตกตามประสาแถแก็สเน่า
จะบอกว่าเป็นของลูกเมียน้อยแม้วก็ยังได้เลย
หรือจะให้เป็นของคนใช้ คนสวน คนขับรถก็ยังได้ แม้วก็เคยทำให้เห็นอยู่

จินตนาการเอาเองพูดมาไม่มีหลักฐาน ฟลัดกระทู้
ไม่ว่าคนเก่าคนใหม่มาทีไรก็ขยะเหมือนเดิม
บันทึกการเข้า
ธาตุน้ำ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


ตอแหลทั้งเพ!!!


« ตอบ #52 เมื่อ: 17-04-2008, 17:01 »

อ่า มาอ่านข้อมูลครับ

 
บันทึกการเข้า

ต้านวิกฤตเผด็จการ...จริงเหรอ เว็บเนี่ย?
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 17-04-2008, 21:46 »

พ่อมาแล้วลูกแก๊ส ทีหลังอย่าไปทำแบบนี้อีกนะลูก มันไม่งามนะ 

http://www.thainn.com/exchange/temp_news.php?type1=1&type2=4&page=0&topic=2752&view=0
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #54 เมื่อ: 17-04-2008, 22:43 »

ผมเป็นคนที่แถไม่เก่งหรอกครับ และผมก็ไม่เก่งเท่าคุณ jerasak ด้วย เดี๋ยวรอ คุณ jerasak มาก่อน
แล้วจะคอยดูคุณชอบแถวิ่งหนีหางจุกตูด


 

วิ่งไปไหนล่ะ บอกแล้วว่ารู้จักกัน เมืองไทยคนตั้งหกสิบกว่าล้าน ทำไม ทำไม ทำไม ต้องขายให้คุณหญิง
แถมเป็นหลังจากลดค่าเงินซะด้วย ตอนนั้นเงินทักษิณเงินคุณหญิงไม่กลายเป็นเงินที่ได้จากการรู้ข่าวล่วง
หน้าเรอะ แต่คิดว่าไม่ใช่เงินสกปรกอะไรหรอก ไม่งั้นคงไม่มีข่าวนี้ จริงมะ

หนังสือสัญญาดังกล่าว  ทำขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2540 ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่
สาขาแม่ริม  ระหว่าง  พลเอกสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์สยามมกุฎราชกุมาร (โดยนาย
สมบูรณ์  คุปติมนัส  แทน) กับ นางพจมาน ชินวัตร (โดยนายสมบูรณ์ คุปติมนัส แทน)

หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินฉบับนี้  ระบุในตอนท้ายว่า ผู้ขายยอมขายที่ดินแปลงดังกล่าวแก่ผู้ซื้อในราคา  12,186,000 
บาท สิ่งปลูก สร้างในที่ดินแปลงนี้ไม่มี ผู้ซื้อที่ดินแปลงนี้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและทำการ เกษตร นอกจากสำเนาสัญญา
ซื้อขาย ยังประกอบด้วยสำเนาโฉนดที่ดินและ สารบัญจดทะเบียนแสดงต่อ  ป.ป.ช.ด้วย  โดยเริ่มจากสำเนาการออก
ใบแทน โฉนด  เลขที่  22079 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 2 ไร่ 4 ตร.ว. ออกให้แก่นายปิยะ ภิรมย์ภักดี
สัญชาติไทย

ในสารบัญจดทะเบียน ระบุว่า โฉนดที่ดินฉบับเดิม ออกให้ เมื่อวันที่ 24 มกราคา 2538 ผู้รับสัญญาคือ พันตรีหญิงหม่อม
สุจาริณี  มหิดล  ณ  อยุธยา  โดยนายปิยะ ภิรมย์ภักดี ออกให้ ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2538 รวม 16 โฉนด

บรรทัดถัดมา  วันที่  24 เมษายน 2540 พันตรีหญิงหม่อมสุจาริ ณี มหิดล ณ อยุธยา โอนให้พลเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์สยามมกุฎราชกุมาร ตามคำสั่งศาลจังหวัดนนทบุรี คดีแดงที่ 3281/2539 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2539
ซึ่งต่อมาในวัน 9 ตุลาคม 2540 ที่ดินจำนวน 16 โฉนดนี้ คุญหญิงพจมาน ชินวัตร ได้ซื้อในเวลาต่อมา.
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=xcite&post_date=20/Apr/2544&news_id=31287&cat_id=200100
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #55 เมื่อ: 17-04-2008, 23:21 »

จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เคยได้ยินป่ะ


ถ้าไม่ใช้จินตนาการตำรวจก็สืบหาโจรไม่ได้หรอก
ต้องรอให้มันเดินเข้ามามอบตัวอย่างเดียว


ที่จริงแบบนี้ไม่เรียกว่าจินตนาการล้วนๆ
เค้าเรียก อนุมาน



วันๆคิดแต่เรื่องน้ำแตกๆ เดียวมันก็บอกอนุมานน้ำแตกอีก

บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #56 เมื่อ: 18-04-2008, 02:31 »

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=xcite&post_date=20/Apr/2544&news_id=31287&cat_id=200100

เงินโกงเค้ามาไม่ใช่เรอะ แบบนี้เท่ากับรับเงินโจรหรือเปล่า

บ้าไปใหญ่แล้ว เขามีแต่เรื่องรับของโจร มีที่ไหนรับเงินโจร? 

แบบนี้พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถเมล์ การไฟฟ้า การประปา ฯลฯ
ไม่โดนข้อหารับเงินโจรกันหมดหรือ ในเมืองมีโจรเยอะแยะ

ถ้าเป็นการซื้อการขายกันธรรมดา ตรว.ละแค่ พันเดียว แบบนี้
จะมีปัญหาได้ยังไง ที่ดินทั้งหลายในประเทศถ้าสืบย้อนขึ้นไป
ก็เคยเป็นของเชื้อพระวงศ์มาก่อนมากมายทั่วประเทศ
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส จินตนาการน้ำเน่าของแท้ โอย..ขำ!!! 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #57 เมื่อ: 18-04-2008, 02:48 »

วินมาร์กใครบอกตรงไหนวะว่าเป็นของลูกแม้ว ไอ้มั่ว บอกกันเองอะดิ
รู้เรื่องอะไรที่เป็นข้อเท็จจริงมั่งเนี่ย งี่เง่าแบบนี้ถึงไม่พัฒนา

เรื่องนี้อธิบายไม่ยาก ก็คุณทักษิณชอบพูดกลับไปกลับมาเป็นประจำ
ถ้าจะทำให้มีใครจำสับสนบ้างไม่ใช่เรื่องแปลก

ขนาดเรื่องหุ้นชินคอร์ปที่ขายให้เทมาเส็ค พูดมาตลอดว่าเป็นของลูกๆ
วันดีคืนดียังบอกว่าเป็นของตัวเองเสียเฉยๆ แล้วจะให้จำยังไงดี 

==ทักษิณสารภาพแล้วครับว่าหุ้น SHIN ที่ขายได้เงิน 7 หมื่นล้านเป็นของตัวเองจริงๆ==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=21586.0

...

(เอาตัวอย่างข้อความในกระทู้มาลงไว้สักหน่อย)

จากที่ทักษิณเคยปฏิเสธมาตลอดว่าหุ้น SHIN เป็นของลูก ยกให้ลูกไปแล้ว ไม่ใช่หุ้นของผม
การขายหุ้นเป็นเรื่องของลูก ผมไม่เกี่ยว ผมไม่ได้ซุกหุ้นและไม่ได้เป็นคนขายหุ้น

เวลาผ่านไปไม่นาน หลังโดนรัฐประหารคงเริ่มเบลอ เผลอสติให้สัมภาษณ์ จอม เพ็ชรประดับ
ว่า "ต่อมา ปี 2549 ตอนผมขายหุ้นทั้งหมด รวมกันแล้วก็ประมาณ 7 หมื่นกว่าล้าน"
แถมตบท้ายด้วยว่าตัวเองเคยมีเงินรวมกันกว่า 7 หมื่นล้านแต่ต้องมายืมเงินคนอื่น

*ทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหากรณีซุกหุ้น ได้สารภาพไว้ในวิดีโอ เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้วครับ*
ดังนั้นพวกเราโปรดทราบ และช่วยเผยแพร่ให้ประชาชนชาวไทย (และชาวโลก) รับรู้โดยทั่วกัน 

ปล. บทสัมภาษณ์ทั้งหมดสามารถอ่านได้ตามลิงค์นี้นะครับ..
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=17345&catid=1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 15:34 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #58 เมื่อ: 18-04-2008, 02:58 »

เอกสารอะไรต่างๆ ก็ทำกลับไปกลับมาย้อนหน้าย้อนหลังจนคนทำเบลอ
ทำให้ภริยานายกฯ กลายเป็น "คุณหญิงบ่าวตั้ง" ล่วงหน้า
ป่านนี้ทีมทนายชินฯ หาเหตุผลเพิ่มเติมได้บ้างหรือยังก็ไม่รู้ 

==กรณีครอบครัวอดีตนายกฯ ซุกหุ้นไว้กับญาติโดน คตส. จับพิรุธได้จังๆ อีกแล้วครับ==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=24123.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 05:18 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #59 เมื่อ: 18-04-2008, 09:24 »

วาทะเด็ดวันนั้น จากซุกหุ้นภาคสอง ถึง วินมาร์ค......เอกสารส่งตรงจากสิงค์โปร์


Any withdrawal is authorized by Mr. T.    shinnawatra

อย่าแก้กฏหมาย หนีผิดซะก่อนล่ะ


 
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #60 เมื่อ: 18-04-2008, 09:38 »

บ้าไปใหญ่แล้ว เขามีแต่เรื่องรับของโจร มีที่ไหนรับเงินโจร? 

แบบนี้พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถเมล์ การไฟฟ้า การประปา ฯลฯ
ไม่โดนข้อหารับเงินโจรกันหมดหรือ ในเมืองมีโจรเยอะแยะ

ถ้าเป็นการซื้อการขายกันธรรมดา ตรว.ละแค่ พันเดียว แบบนี้
จะมีปัญหาได้ยังไง ที่ดินทั้งหลายในประเทศถ้าสืบย้อนขึ้นไป
ก็เคยเป็นของเชื้อพระวงศ์มาก่อนมากมายทั่วประเทศ
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส จินตนาการน้ำเน่าของแท้ โอย..ขำ!!! 

แค่โภคินนั่งอยู่ในห้อง พวกเล่นขุดเรื่องเก่าซ้ำซากขึ้นมาแปะทุกเรื่อง
มันเกี่ยวไงกับกระทู้นี้ บางคนก็เล่นเอาพระราชดำรัสมาตีความว่าพระองค์
พูดกระทบถึงกรณีนี้ ไม่รู้จงรักภักดีภาษาอะไร ส่วนข่าวเรื่องซื้อขายที่ดิน
นั่นไม่รู้จะหลบข้อเท็จจริงยังไงก็บอกว่า เป็นการซื้อขายกันธรรมดา แถม
มั่วไปว่าที่ดินทั้งหลายในประเทศเคยเป็นของเชื้อพระวงศ์มาก่อน อยาก
ขำก๊าก ไม่สืบต่อไปอีกล่ะว่าก่อนหน้านั้นอีกเชื้อพระวงศ์ไปยึดที่ของใคร
มา อนุมานได้น้ำแตกจริงๆ ว่ะ นึกว่าแค่จินตนาการเป็นอย่างเดียว ไม่ลอง
คิดมั่งล่ะถ้าพระราชดำรัสนั้นเป็นการจงใจด่าทักษิณแล้ว ทำไมถึงปล่อย
ให้มีการซื้อขายที่ดินกับครอบครัวทักษิณอีก ใบ้อะดิ ยอมรับมาเหอะว่า
ใช้พระราชดำรัสตีความเข้าข้างตัวเอง (จัดอยู่ในพวกเลว นรกส่งมาเกิด
ไม่สมควรเกิดมาเป็นคนไทยอีก ควรย้ายบ้านไปอยู่ต่างดาว)

ไม่ไหวหว่ะสมแล้วกะที่เค้าว่าบอร์ดนี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ข่าว
เล็กๆ ถึงกับทำน้ำแตกท่วมบอร์ดเลย
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #61 เมื่อ: 18-04-2008, 12:26 »

ไม่ไหวหว่ะสมแล้วกะที่เค้าว่าบอร์ดนี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ข่าว
เล็กๆ ถึงกับทำน้ำแตกท่วมบอร์ดเลย

เว็บบอร์ดรุ่นไหนมีพระอาทิตย์ขึ้น

จินตนาการไม่ถึงว่ะ เห็นแต่ไอ้ตัวหัวกลมๆ 

แต่ไม่รู้ทิศไหนเป็นทิศไหน WM ช่วยทำรูปเข็มทิศให้ที

 
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #62 เมื่อ: 18-04-2008, 12:35 »

แค่โภคินนั่งอยู่ในห้อง พวกเล่นขุดเรื่องเก่าซ้ำซากขึ้นมาแปะทุกเรื่อง
มันเกี่ยวไงกับกระทู้นี้ บางคนก็เล่นเอาพระราชดำรัสมาตีความว่าพระองค์
พูดกระทบถึงกรณีนี้ ไม่รู้จงรักภักดีภาษาอะไร ส่วนข่าวเรื่องซื้อขายที่ดิน
นั่นไม่รู้จะหลบข้อเท็จจริงยังไงก็บอกว่า เป็นการซื้อขายกันธรรมดา แถม
มั่วไปว่าที่ดินทั้งหลายในประเทศเคยเป็นของเชื้อพระวงศ์มาก่อน อยาก
ขำก๊าก ไม่สืบต่อไปอีกล่ะว่าก่อนหน้านั้นอีกเชื้อพระวงศ์ไปยึดที่ของใคร
มา อนุมานได้น้ำแตกจริงๆ ว่ะ นึกว่าแค่จินตนาการเป็นอย่างเดียว ไม่ลอง
คิดมั่งล่ะถ้าพระราชดำรัสนั้นเป็นการจงใจด่าทักษิณแล้ว ทำไมถึงปล่อย
ให้มีการซื้อขายที่ดินกับครอบครัวทักษิณอีก ใบ้อะดิ ยอมรับมาเหอะว่า
ใช้พระราชดำรัสตีความเข้าข้างตัวเอง (จัดอยู่ในพวกเลว นรกส่งมาเกิด
ไม่สมควรเกิดมาเป็นคนไทยอีก ควรย้ายบ้านไปอยู่ต่างดาว)

ไม่ไหวหว่ะสมแล้วกะที่เค้าว่าบอร์ดนี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ข่าว
เล็กๆ ถึงกับทำน้ำแตกท่วมบอร์ดเลย

ใครไปยึดที่ใครมาก่อนเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ มีหลักฐานแน่จริงก็บอกมาสิครับ
หรือมีแต่จินตนาการประสาคุณอย่างเดียว  

ถ้าจะเอาอะไรมาลงควรระวังตัวด้วยว่าลงข้อความอะไรไว้คุณต้องรับผิดชอบ

...

การซื้อขายก็ปกติ ในช่วงเวลาปกติ ราคาที่ซื้อขายกัน 12 ล้านบาทเศษ
ถ้าคุณรู้จักคำนวณราคา ก็จะพบว่าตก ตรว. ละ 1 พันก็เป็นราคาปกติอีก

(ผมไปดูตามกระทู้ที่เอาข่าวนี้ไปลง เห็นมีคนคำนวณมั่วเข้าไป ตรว.ละ
15000 บาท ประเมินกันวุ่นวายว่าซื้อขายแพง .. ความจริงข่าวมันลงห่วย)


...

การซื้อขายกันในปี 40 ไปเกี่ยวอะไรกับพระราชดำรัสที่ีมีในปี 41-42 ?

เรื่องราวเกิดก่อนมีกระแสพระราชดำรัสจริงไหม และตอนนั้นครอบครัวชินฯ
ก็ยังเป็นคนดีในสายตาสังคมอยู่ แต่ถูกเปิดโปงขึ้นมาในภายหลังเรื่อยๆ

ดูตามลำดับเวลาก็สรุปได้เพียงแค่นี้ ที่เหลือเป็นจินตนาการของคุณล้วนๆ

กระแสพระราชดำรัสมีขึ้นภายหลังการซื้อขายชัดๆ คุณต่างหากไปลากเรื่อง
การซื้อขายที่ดินที่ไม่เกี่ยวข้องมาโยงรวมกัน เพียงเพื่อปกป้องตระกูลชินฯ

กรณี สมเด็จพระบรมฯ ทรงขายที่ดิน ตัวคุณไปรู้ไปเห็นเหตุการณ์หรือเปล่า
มีแค่ข่าวสั้นๆ ที่ไทยโพสต์ลงไม่ครบถ้วนกระบวนความก็ลากมาใช้ฟอกผิด
ให้กับตระกูลชินฯ  ... มันสมควรแล้วหรือ

(ที่ว่า "จัดอยู่ในพวกเลว นรกส่งมาเกิด ไม่สมควรเกิดมาเป็นคนไทยอีก
ควรย้ายบ้านไปอยู่ต่างดาว"
ก็พิจารณาตัวเองเอาไว้ด้วยแล้วกัน)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 12:46 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #63 เมื่อ: 18-04-2008, 14:42 »

ใครไปยึดที่ใครมาก่อนเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ มีหลักฐานแน่จริงก็บอกมาสิครับ
หรือมีแต่จินตนาการประสาคุณอย่างเดียว  

การซื้อขายก็ปกติ ในช่วงเวลาปกติ ราคาที่ซื้อขายกัน 12 ล้านบาทเศษ
ถ้าคุณรู้จักคำนวณราคา ก็จะพบว่าตก ตรว. ละ 1 พันก็เป็นราคาปกติอีก

(ผมไปดูตามกระทู้ที่เอาข่าวนี้ไปลง เห็นมีคนคำนวณมั่วเข้าไป ตรว.ละ
15000 บาท ประเมินกันวุ่นวายว่าซื้อขายแพง .. ความจริงข่าวมันลงห่วย)


ยึดที่เกี่ยวอะไรกันคนละเรื่อง นี่พูดเรื่องซื้อขายที่ดิน ตามทันมั้ยเนี่ย หรือว่าเบลอจน
ลืมจับผิด เห็นว่าการซื้อขายของคุณหญิงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ทั้งที่
ประเทศไทยมีคนมีเงินซื้อที่ดินแปลงนั้นได้ตั้งเยอะ ตอบหน่อยทำไมต้องคุณหญิง

การซื้อขายกันในปี 40 ไปเกี่ยวอะไรกับพระราชดำรัสที่ีมีในปี 41-42 ?

เรื่องราวเกิดก่อนมีกระแสพระราชดำรัสจริงไหม และตอนนั้นครอบครัวชินฯ
ก็ยังเป็นคนดีในสายตาสังคมอยู่ แต่ถูกเปิดโปงขึ้นมาในภายหลังเรื่อยๆ

จะบอกว่าหลังลดค่าเงินจนถึงวันที่ 9 ตุลา 40 ครอบครัวชินฯ ยังเป็นคนดีในสายตาวัง
เหรอ จินตนาการเลยเถิดไปหรือเปล่า ว่ากันตรงๆ ยอมรับดีกว่าว่าพระราชดำรัสที่ยกมา
นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทักษิณในเหตุการณ์ลดค่าเงินเลย ตีความเองทั้งนั้น ตีความ
เลยเถิดกับพระราชดำรัสก็ยอมรับเหอะ ลูกผู้ชายหรือเปล่า หรือว่าตุ๊ดหว่า

ถ้าจะ ตีความอะไรที่เป็นพระราชดำรัส ควรระวังตัวด้วยว่าลงข้อความอะไรไว้คุณต้องรับผิดชอบ 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #64 เมื่อ: 18-04-2008, 15:25 »

ยึดที่เกี่ยวอะไรกันคนละเรื่อง นี่พูดเรื่องซื้อขายที่ดิน ตามทันมั้ยเนี่ย หรือว่าเบลอจน
ลืมจับผิด เห็นว่าการซื้อขายของคุณหญิงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ทั้งที่
ประเทศไทยมีคนมีเงินซื้อที่ดินแปลงนั้นได้ตั้งเยอะ ตอบหน่อยทำไมต้องคุณหญิง

จะบอกว่าหลังลดค่าเงินจนถึงวันที่ 9 ตุลา 40 ครอบครัวชินฯ ยังเป็นคนดีในสายตาวัง
เหรอ จินตนาการเลยเถิดไปหรือเปล่า ว่ากันตรงๆ ยอมรับดีกว่าว่าพระราชดำรัสที่ยกมา
นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทักษิณในเหตุการณ์ลดค่าเงินเลย ตีความเองทั้งนั้น ตีความ
เลยเถิดกับพระราชดำรัสก็ยอมรับเหอะ ลูกผู้ชายหรือเปล่า หรือว่าตุ๊ดหว่า

ถ้าจะ ตีความอะไรที่เป็นพระราชดำรัส ควรระวังตัวด้วยว่าลงข้อความอะไรไว้คุณต้องรับผิดชอบ 

"ยึดที่เกี่ยวอะไรกันคนละเรื่อง นี่พูดเรื่องซื้อขายที่ดิน ตามทันมั้ยเนี่ย หรือว่าเบลอจน
ลืมจับผิด เห็นว่าการซื้อขายของคุณหญิงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ทั้งที่
ประเทศไทยมีคนมีเงินซื้อที่ดินแปลงนั้นได้ตั้งเยอะ ตอบหน่อยทำไมต้องคุณหญิง"


เรื่อง "ยึดที่" ตัวคุณอยากประหยัดเองเป็นคนเอาข้อความมาลง ซึ่งมันนอกประเด็น
ผมเป็นคนถามว่าเกี่ยวอะไรกัน ในเมื่อมันคนละเรื่อง แล้วคุณไปพูดถึงทำไม
คุณนั่นแหละที่โพสเองเบลอเอง (ตกลงตามตัวเองทันไหมเนี่ย) 

...

ในเมื่อคุณยกเรื่องคุญหญิงซื้อที่ดินขึ้นมา คุณก็ลองบอกมาสิว่าบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์
ในความเห็นผมคิดว่าเป็นการซื้อขายธรรดา หรือคุณคิดว่าไม่ธรรมดาก็บอกมา

..ควรระวังตัวด้วยว่าลงข้อความอะไรไว้คุณต้องรับผิดชอบ..

...

"จะบอกว่าหลังลดค่าเงินจนถึงวันที่ 9 ตุลา 40 ครอบครัวชินฯ ยังเป็นคนดีในสายตาวัง
เหรอ จินตนาการเลยเถิดไปหรือเปล่า ว่ากันตรงๆ ยอมรับดีกว่าว่าพระราชดำรัสที่ยกมา
นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทักษิณในเหตุการณ์ลดค่าเงินเลย ตีความเองทั้งนั้น ตีความ
เลยเถิดกับพระราชดำรัสก็ยอมรับเหอะ ลูกผู้ชายหรือเปล่า หรือว่าตุ๊ดหว่า"


หลังลดค่าเงินจนถึงวันที่ 9 ตุลา 40 มีข้อมูลอะไรหรือที่บ่งชี้ว่าครอบครัวชินฯ เลว
ผมแค่บอกว่า พระราชดำรัสปี 41-42 ที่ยกมาไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในปี 40
หรือคุณจะให้เกี่ยวข้องย้อนหลัง มีผลทำให้ครอบครัวชินฯ เลวมาตั้งแต่ปี 40
คุณยิ่งตีความก็ยิ่งมั่วไปเรื่อยๆ นะคุณอยากประหยัดฯ ไปไม่รอดแล้วมั๊งนี่ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 15:27 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #65 เมื่อ: 18-04-2008, 15:55 »

แถมบทวิเคราะห์ล่าสุดกรณี ลอยค่าเงินบาท กับ บริษัทในเครือชินวัตร ไปด้วยแล้วกัน
อ่านดูแล้วมีการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับข้อมูลภายในของ ธปท. อย่างมีนัยสำคัญ
ก็สมควรแล้วที่ศาลจะวินิจฉัยว่าคุณทักษิณสมควรถูกคุณสุเทพตั้งข้อสงสัย 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถอดรหัสคำพิพากษาศาลฎีกาคดีค่าเงินบาท ย้อนรอยวิกฤต 40 เปิดขบวนการปล้นชาติ
ตอนที่ 2 : เปิดบัญชี “ชินวัตร” ก่อนลอยค่าเงิน

โดย ผู้จัดการรายวัน 18 เมษายน 2551 07:49 น.
ข่าวเชิงวิเคราะห์ โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000045180
       
       เปิด หลักฐานการเตรียมตัวล่วงหน้าของบริษัทในเครือของครอบครัวชินวัตร พบบัญชีวันปิดงบครึ่งปีก่อนลอยค่าเงินบาท 2 วัน
มีสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 2 เท่าตัว ตามด้วยภรรยานักธุรกิจสื่อสาร
ถอนเงินบาทขนไปแลกสิงค์โปร์ให้กลับมาโจมตีค่า เงินบาทตามสัญญา SWAP อีกหลายระลอก
       
       [อ่าน  ถอด รหัสคำพิพากษาศาลฎีกาคดีค่าเงินบาท ย้อนรอยวิกฤต 40 เปิดขบวนการปล้นชาติ -
ตอนที่ 1 : เวลา 4 ทุ่ม กับคืนที่ทักษิณรู้ข่าวลดค่าเงินบาท
]

       
       หลังจากการลอยค่าเงินบาทในปี พ.ศ. 2540 ประชาชนชาวไทยจำนวนมากต้องตกระกำลำบาก ตกงาน ล้มละลาย ล่มจม
ทรัพย์สินถูกยึด เจ้าหนี้ที่เคยขอร้องให้ลูกหนี้ก็หันมาอาฆาตลูกหนี้เยี่ยงศัตรู ลามไปจนถึงการฆ่าตัวตายจากปัญหาเศรษฐกิจ
อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กิจการสุจริตจำนวนมากที่สร้างมาหลายทศวรรษต้องประสบปัญหาการขาดทุนจนถึงขั้น ล่มสลาย
เพราะไม่สามารถจะรู้ล่วงหน้าถึงการลอยค่าเงินบาทก่อนได้ และไม่สามารถจะทราบล่วงหน้าในการปิดสถาบันการเงินจำนวนมากๆ ได้
ในขณะมีคนบางกลุ่มได้อาศัยการล่วงรู้ข้อมูลลับทางราชการแสวงหาผลกำไร อย่างมหาศาลร่ำรวยบนความเดือดร้อนและคราบน้ำตา
ของประชาชน
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้น ที่ทรงพระราชทานกระแสพระราชดำรัส
แสดงความห่วงใยกับวิกฤตการณ์ปี 2540 เกี่ยวกับนักเก็งกำไรค่าเงินบาทกับระบบค่าเงินบาทเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2541 และวันพฤหัสบดีที่
23 ธันวาคม 2542
       
       วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยกับระบบการลอยค่าการเงินที่ไร้เสถียรภาพในยุคนั้นว่า
คนส่วนใหญ่ล่ม จม แต่พวก “หัวใส” ซื้อตุนเงินเหรียญสหรัฐ เพราะทราบว่าจะลอยค่าเงิน ดังปรากฏความตอนหนึ่งในกระแส
พระราชดำรัสอย่างชัดเจนในครั้งนั้นว่า :
       
       “เขา พูดกันว่า คนที่เป็นนักธุรกิจส่งนอก บอกว่าเดี๋ยวนี้เงินบาทแข็งเกินไป แต่ก่อนนี้เงินบาทลอยไป ไม่ต้องมีเครื่องบิน
ไม่ต้องมีบอลลูนหรอก มันลอยขึ้นไป พวกที่หัวใสในทางเก็งราคา ก็เก็งราคาดอลลาร์ ไปซื้อดอลลาร์ เพราะทราบว่าจะลอย
ก็ซื้อดอลลาร์มากมายทีเดียว เมื่อลอยก็ขายได้กำไร ถ้าซื้อล้านบาทก็ได้กำไรกลับคืนมาสองล้านบาทภายในไม่กี่เดือน
       
       ถ้าเงินขึ้นลง บางคนที่ไม่เก่งนักซื้อวัตถุดิบมาในราคาแพง แล้วขายสินค้าของเขาในราคาถูก คนเหล่านั้นก็ล่มจม ส่วนใหญ่
นักธุรกิจธรรมดาๆ ก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะขึ้น เมื่อไหร่จะลง ก็เลยผิดจังหวะ เขาก็ล่มจม ในวงการธุรกิจจึงบอกว่าล่มจม ส่วนผู้ที่
เรียกว่าฉลาดหรือหัวใสเก็งราคา คือรู้ว่าเงินมีขึ้นมีลง ก็เล็งเอาตอนที่เหมาะสม ซื้อวัตถุดิบมาในราคาถูก และขายสินค้าในราคาแพง
อย่างนี้ควบคุมไม่ได้ ก็ทำให้พวกนี้สบาย”

       
       
       วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวข้องกับค่าเงินบาทเป็นปีที่ 2
ติดต่อกัน โดยในปีนั้นทรงพระราชทานคำแปลภาษาอังกฤษจากคำว่า Insider ว่าเป็น “พวกรู้ไส้” ที่ร่ำรวยด้วยการล่วงรู้ข้อมูลและ
ทำกำไรจากค่าเงินบาทภายในไมกี่วัน แต่ทำให้เศรษฐกิจของชาติพัง ดังปรากฎความตอนหนึ่งในกระแสพระราชดำรัสครั้งนั้นว่า :
       
       “พูด มาก่อนนี้แล้ว พูดมาก่อนที่ผู้ที่เป็นตัวละครในการถกเถียงกัน ได้มาอยู่ในตำแหน่งนั้น พูดมานานแล้ว แต่ว่าถ้าเงิน 20 บาท
25 บาทมั่งต่อดอลลาร์ 50 บาทมั่งต่อดอลลาร์ คนที่ ขอใช้คำว่าหัวใส เขารู้ ไปซื้อดอลลาร์ในราคา 25 บาท ไม่กี่วันดอลลาร์ขึ้นเป็น
50 บาท เขาขาย 50 บาทได้กำไร 2 เท่า อย่างนั้นเราเห็นว่าคนได้กำไรเราก็ยินดีด้วย ยินดีด้วยกับเขา ว่าคนไหนรวยก็ดี แต่ที่ไม่ยินดี
เพราะว่าคนไหนที่ได้กำไรโดยมีเทคนิคสูงในการแลกเปลี่ยน หรือมีความรู้ รู้ไส้ ฝรั่งเขาเรียกว่าอินไซเดอร์ ถ้าคนไหนรู้ไส้ของเศรษฐกิจ
ชั้นสูงๆอย่างนี้ รวย แต่ว่าคนนั้นรวย ก็อย่างที่ว่า เรายินดีด้วยกับเขา ถ้าเขารวยแล้วใจบุญ แต่ว่าอย่างนี้เศรษฐกิจพัง พังเพราะอย่างนี้
จะไม่พูดว่าอันนี้เป็นทุจริต แต่ว่าได้พูดไปแล้ว”

       
       
       จากกรณีที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาที่ 5730/2550 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2550 ที่ยกฟ้องคดีความที่นายโภคิน พลกุล ในฐานะ
อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นโจทก์ ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
ที่ได้อภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2540 เรื่องการลดค่าเงินบาท โดยนายสุเทพ
ตั้งข้อสงสัยว่านายโภคินได้นำมติจากที่ประชุมลับเรื่องการลดค่า เงินบาท ไปบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้บริษัทของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประโยชน์ ย่อมแสดงให้เห็นว่าศาลฎีกาได้พิพากษาการอภิปรายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณในครั้งนั้น
มีมูลเพียงพอที่จะตั้งข้อสงสัยเช่นนั้นได้

       
       คำถามที่หลายคนสงสัยในเวลานี้ก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับรู้เรื่องของค่าเงินบาทได้อย่างไร, รู้ตั้งแต่เมื่อไร และ
นายโภคิน พลกุล เป็นสาเหตุแต่เพียงผู้เดียวตามทีนายสุเทพได้เคยตั้งข้อสงสัย ใช่หรือไม่?
       
       ตามคำพิพากษาศาลฎีการะบุความตอนหนึ่งว่า : พัน ตำรวจโททักษิณซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจการค้ารายใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ
เสียหาย รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอย่างผู้ประกอบธุรกิจการ ค้าใหญ่รายอื่นที่มีหนี้สินเป็น
เงินตราต่างประเทศที่ต่างประสบความเสีย หายอย่างรุนแรง
ย่อมเป็นมูลเหตุเพียงพอที่จะทำให้จำเลยที่ 1 (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ)
ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายตั้งข้อสงสัยโจทก์ได้
       
       จากการตรวจสอบได้ปรากฏว่า มีคำสัมภาษณ์ของนายนิวัฒน์ บุญทรง ประธานกรรมการสายธุรกิจ มีเดีย บริษัท ชินวัตร
คอมพิวเตอร์แอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในหนังสือผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2540 ระบุให้ความเห็น
ต่อกรณีการลดค่าเงินบาทความตอนหนึ่งว่า :
       
       “ส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับนโยบายครั้งนี้ เพราะจะทำให้เงินบาทมีคาตามความเป็นจริงมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
เงินจากต่างประเทศก็จะไหลเข้าประเทศไทยมากขึ้น เห็นได้ชัดจากตลาดหลักทรัพย์ที่ดัชนีพุ่งสูงขึ้นมาก
       
       เห็นด้วยกับการลดค่าเงินบาท เพราะยิ่งช้ายิ่งแย่ ผมคิดว่านักธุรกิจไทยส่วนใหญ่คงเห็นด้วยกับนโยบายนี้ ส่วนผลกระทบ
กับกลุ่มชินวัตรนั้นมีบ้างแต่ไม่มากนัก เพราะ ชินวัตรติดตามสถานการณ์เงินบาทอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
เงินกู้ไหนสามารถชำระได้ ก็รีบชำระหรือไม่ก็ทำประกันความเสี่ยงกับสถาบันการเงิน

       
       และเมื่อตรวจสอบกับงบการเงินของบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2540
ซึ่งเป็นวันปิดงบครึ่งปีก่อนลอยค่าเงินบาทเพียงแค่ 2 วัน พบข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
       
       ประการแรก บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้ทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและแลกเปลี่ยนอัตรา ดอกเบี้ย จำนวน 16 ฉบับ
เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ยจากการชำระเงินกู้ และดอกเบี้ยภายใต้
สัญญาเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนเงิน 264,831,200 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่สัญญาไว้เป็นจำนวนเงินรวม
6,775,025,447 บาท ในขณะไตรมาสแรกของปี 2540 ก็ไม่พบหมายเหตุประกอบงบการเงินในลักษณะเดียวกัน
       
       ประการที่สอง บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้ทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าจำนวน 6 ฉบับ เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาดทุน
จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน จากการชำระเงินกู้ภายใต้สัญญาเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่าง ประเทศจำนวน 61 ล้านดอลลาร์
สหรัฐอเมริกา ในมูลค่าที่สัญญาไว้ ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2540 และวันที่ 15 สิงหาคม 2540 เป็นจำนวนเงินอีก 1,592.96 ล้านบาท
ในขณะที่ไตรมาสแรกของปีเดียวกันก็ไม่พบหมายเหตุประกอบงบการเงินในลักษณะดังกล่าว
       
       ประการที่สาม บริษัทฯ และบริษัทย่อยพบว่า มีสินค้าคงเหลือจาก 869,541,000 บาท จากไตรมาสแรกของปี 2540 เพิ่มขึ้น
กลายมาเป็น 2,196,940,000 บาท มากกว่าไตรมาสแรกถึง 2.52 เท่าตัว และมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 2.14 เท่า
       
       การแสวงหาผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในช่วงเวลานั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบหากมีความเชื่อหรือรู้ข้อมูลว่า
จะต้องลดค่าเงินบาท เช่น การซื้อเงินตราต่างประเทศกักตุนเอาไว้ล่วงหน้า, การทำสัญญา SWAP กับธนาคารแห่งประเทศไทย,
การกักตุนสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ, การชำระหนี้ต่างประเทศก่อนกำหนด, การกู้เงินบาทจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไปแลก
เงินตราต่างประเทศ, การทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงเงินกู้ต่างประเทศ, การที่ต่างชาติซื้อหุ้นด้วยมาร์จิ้นเทขายหุ้นเพื่อนำเงินตรา
ต่างประเทศออก นอกประเทศ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการรู้ข้อมูลภายใน การเก็งกำไรค่าเงินบาท และการโจมตีค่าเงินบาท
       
       ซึ่งการแสวงหาผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยเงินตรานั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการแสดงงบการเงินของบริษัทที่จดทะเบียน
ในตลาดหลัก ทรัพย์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงยังสามารถทำกันในนามส่วนบุคคลซึ่งไม่สามารถที่จะไปตรวจสอบ ได้ง่ายนัก
โดยเฉพาะการโอนเงินหรือการขนเงินเพื่อแลกเปลี่ยนเงินตราใต้ดินที่เรียกกัน ว่า “โพยก๊วน”
       
       แต่ เนื่องจากในเวลานั้น ฐานะของทุนสำรองระหว่งประเทศ และภาระผูกพันของการทำ SWAP ของแบงก์ชาติ ถือเป็น
ความลับที่สุด ที่คนไทยทั่วไปไม่มีทางที่จะเข้าถึงข้อมูลได้จึงทำให้การเก็งกำไรทำได้ยาก เช่นเดียวกับยุคในปัจจุบัที่หลายคน
เชื่อว่าเงินหยวนของจีนจะแข็งค่าขึ้นใน วันหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจะแข็งค่าอีกเท่าใดและเมื่อใด เช่นเดียวกันกับ
เงินเหรียญสหรัฐที่หลายคนเชื่อว่าจะอ่อนค่าลงไป แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะอ่อนค่าที่สุดเมื่อใด
       
       ถึงแม้ว่าจากการประเมินฐานะทางเศรษฐกิจก็น่าเชื่อได้ว่า ค่าเงินบาทควรจะอ่อนค่าลงในวันใดวันหนึ่ง แต่ การเก็งกำไร
จะทำได้ยากขึ้นไปอีกในปี 2540 เมื่อแบงก์ชาติใช้ทุกวิถีทางในการปกป้องค่าเงิน ทั้งการทำ SWAP มาเพื่อเพิ่มทุนสำรอง
ในการต่อสู้กับการโจมตีค่าเงิน จนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้พ่ายแพ้ขาดทุนจากการโจมตีค่าเงินบาทไปถึง 2 ระลอก การที่นักธุรกิจ
จะรู้ล่วงหน้าว่าค่าเงินบาทจะต้องลดค่าเงินลงในวันใดยิ่งทำ ได้ยากมากขึ้นเป็นหลายเท่าทวีคูณ เพราะไม่รู้หน้าตักที่แท้จริง
ของแบงก์ชาติว่าเหลืออยู่อีกเท่าใด
       
       โดย เฉพาะมาตรการ “หักดิบ” ที่แบงก์ชาติได้ออกมาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 เพื่อแยกตลาดเงินบาทในประเทศ
และนอกประเทศออกจากกัน และห้ามนำเงินบาทออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด เพื่อทำให้นักเก็งกำไรต่างชาติที่เป็นคู่สัญญา
SWAP ไม่สามารถหาเงินบาทมาคืนแบงก์ชาติตามสัญญาได้ เป็นการสร้างอำนาจต่อรองในยามที่แบงก์ชาติมีทุนสำรองร่อยหรอ
จนจะไม่สามารถหา เงินเหรียญสหรัฐมาคืนตามสัญญา SWAP ให้สามารถเจรจาผ่อนปรนกับคู่สัญญา SWAP ได้
       
       ดังนั้น ช่วงสุดท้ายของสงครามการปกป้องค่าเงินและการโจมตีค่าเงินก่อนที่จะพ่ายแพ้ จึงน่าจะเกิดขึ้นด้วยการผสมโรง
ของคนไทยด้วยกันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนเงินสดที่เป็นเงินบาทไปแลกกับเงินดอลลาร์ที่ชายแดน ไทย เพื่อให้นักเก็งกำไร
ต่างชาตินำเงินบาทไปคืนแบงก์ชาติของไทยตามสัญญา SWAP ได้สำเร็จ
       
       การ เก็งกำไรในช่วงเวลานั้นจึงเกิดขึ้นจากคน 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือกลุ่มที่เก็งกำไรจากการตั้งใจร่วมมือกับต่างชาติ
เพื่อโจมตีถล่ม ค่าเงินบาท และกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่เก็งกำไรจากการรู้ไส้ค่าเงินบาท

       
       สำหรับกลุ่มที่เก็งกำไรจากการตั้งใจร่วมมือกับต่างชาติเพื่อโจมตี ถล่มค่าเงินบาทนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นก่อนปลายเดือน
มิถุนายน 2540 ได้ปรากฏคำสัมภาษณ์ของ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทีพีไอ จำกัด (มหาชน)
ที่เคยเปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2548 ว่า
       
       “ในปี 2540 นายจอร์จ โซรอส ได้วางแผนโจมตีค่าเงินบาทของไทย โดยนายจอร์จ โซรอส ได้ติดต่อผ่านบริษัทไฟแนนซ์
ขนาดใหญ่ เช่น บริษัท โกลด์แมน แซค บริษัท จีอี แคปปิตอล บริษัท เลห์แมน บราเธอร์ ให้ร่วมกันซื้อขายเงินบาทและดอลลาร์
โดย บริษัทเหล่านี้ได้มาเชิญชวนนายประชัยและนักธุรกิจรายใหญ่ของประเทศรวมทั้ง กลุ่มบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่
ที่สุดของประเทศ 2 คน ให้เข้าร่วมกันซื้อ-ขายเงินบาทและดอลลาร์ด้วย
       
       โดยนายจอร์จ โซรอส ต้องการส่วนต่างจากการซื้อขายเงินบาทและดอลลาร์ จำนวน 3 บาท สำหรับนายประชัยกลับคิดว่า
การดำเนินการไม่คุ้มกับการทำลายประเทศ ดังนั้นจึงได้ปฏิเสธไม่ร่วมมือด้วย แต่ สำหรับกลุ่มบริษัทธุรกิจสื่อสาร 2 คนนั้น ก็ได้ตกลง
ร่วมทำการซื้อ-ขายเงินบาทและดอลลาร์กับกลุ่มนายจอร์จ โซรอสตั้งแต่ต้นปี 2540 และภรรยาของนักธุรกิจสื่อสารผู้นี้ได้นำ
เงินบาทซึ่งเป็นเงินสดออกไปประเทศ สิงค์โปร์เพื่อไปขายให้ต่างชาติ ให้ต่างชาติมีเงินบาทมาทำการซื้อ-ขายดอลลาร์และ
โจมตีค่าเงินบาทต่อไป....

       
       แต่สำหรับ “คนรู้ไส้” ที่ล่วงรู้แนวโน้มการลดค่าเงินบาท ถ้ามีการล่วงรู้ข้อมูลลับทางราชการแล้ว ก็สามารถแบ่งออกเป็นความ
ชัดเจนได้หลายระดับ
       
       ระดับแรก คือการประชุมร่วมกันของผู้บริหารแบงก์ชาติ เมื่อ วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2540 ถือได้ว่ามีความเชื่อมั่นว่าจะต้อง
มีการลอยค่าเงินบาทอยู่ในระดับหนึ่ง
       
       ระดับที่สอง คือการประชุมร่วมกันของผู้บริหารแบงก์ชาติ กับนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยที่
นายทนง พิทยะ ให้เปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2540 ถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้นค่อนข้างแน่นอน
       
       ระดับที่สาม คือการประชุมของผู้ว่าการและรองผู้ว่าการแบงก์ชาติ ร่วมประชุมร่วมกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายโภคิน พลกุล
ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2540 เห็นว่าต้องลอยค่าเงินแน่นอน ถือว่ามีความชัดเจนที่สุด
       
       เพราะเหตุนี้ อัตราในการไหลเงินออกจึงเป็นอัตราเร่งเพิ่มขึ้นทุกวันแบบก้าวกระโดดหลังวัน ที่ 24 มิถุนายน 2540 โดยมี
เงินไหลออกสุทธิเกือบ 5 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์สุดท้ายก่อนลอยค่าเงินบาท และแบงก์ชาติมีการทำสัญญา SWAP กับเอกชน
ในวันที่ 30 มิถุนายน 2540 ถึง 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ในวันเดียวเท่านั้น
       
       ถ้า หากมีการรั่วไหลของข้อมูลไม่ว่าในวันใดระหว่างวันที่ 21 – 30 มิถุนายน 2540 ก็สามารถที่จะทำประโยชน์
ที่มีความชัดเจนมากขึ้นทุกวันตามระดับของข้อมูลใน แต่ละวันเวลา ซึ่งเรื่องนี้แบงก์ชาติควรจะต้องเปิดเผยข้อมูล
ให้ปรากฏต่อสาธารณชน

       
       พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มักจะมีอุปนิสัยที่จะตอบแทนหรือสมนาคุณให้กับคนที่ทุ่มเทหรือทำประโยชน์ให้ กับตัวเอง
นายโภคิน พลกุล, นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์, นายทนง พิทยะ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต่างก็ได้มีตำแหน่งในทางการเมือง
และตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลทักษิณอย่างต่อ เนื่อง สังคมย่อมเกิดความสงสัยในความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อนลอยค่าเงินบาท
ครั้ง นั้นอย่างหลีกเลี่ยงได้
       
       อย่าง น้อยประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเจ็บปวดจากวิกฤตการณ์ ปี 2540 ก็คงอยากให้คนที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมือง
ได้ชดใช้ผลแห่งกรรมที่ทำเอาไว้กับประชาชน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 16:07 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #66 เมื่อ: 18-04-2008, 16:14 »

"ยึดที่เกี่ยวอะไรกันคนละเรื่อง นี่พูดเรื่องซื้อขายที่ดิน ตามทันมั้ยเนี่ย หรือว่าเบลอจน
ลืมจับผิด เห็นว่าการซื้อขายของคุณหญิงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ทั้งที่
ประเทศไทยมีคนมีเงินซื้อที่ดินแปลงนั้นได้ตั้งเยอะ ตอบหน่อยทำไมต้องคุณหญิง"


เรื่อง "ยึดที่" ตัวคุณอยากประหยัดเองเป็นคนเอาข้อความมาลง ซึ่งมันนอกประเด็น
ผมเป็นคนถามว่าเกี่ยวอะไรกัน ในเมื่อมันคนละเรื่อง แล้วคุณไปพูดถึงทำไม
คุณนั่นแหละที่โพสเองเบลอเอง (ตกลงตามตัวเองทันไหมเนี่ย) 

...

ในเมื่อคุณยกเรื่องคุญหญิงซื้อที่ดินขึ้นมา คุณก็ลองบอกมาสิว่าบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์
ในความเห็นผมคิดว่าเป็นการซื้อขายธรรดา หรือคุณคิดว่าไม่ธรรมดาก็บอกมา

..ควรระวังตัวด้วยว่าลงข้อความอะไรไว้คุณต้องรับผิดชอบ..

...

"จะบอกว่าหลังลดค่าเงินจนถึงวันที่ 9 ตุลา 40 ครอบครัวชินฯ ยังเป็นคนดีในสายตาวัง
เหรอ จินตนาการเลยเถิดไปหรือเปล่า ว่ากันตรงๆ ยอมรับดีกว่าว่าพระราชดำรัสที่ยกมา
นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทักษิณในเหตุการณ์ลดค่าเงินเลย ตีความเองทั้งนั้น ตีความ
เลยเถิดกับพระราชดำรัสก็ยอมรับเหอะ ลูกผู้ชายหรือเปล่า หรือว่าตุ๊ดหว่า"


หลังลดค่าเงินจนถึงวันที่ 9 ตุลา 40 มีข้อมูลอะไรหรือที่บ่งชี้ว่าครอบครัวชินฯ เลว
ผมแค่บอกว่า พระราชดำรัสปี 41-42 ที่ยกมาไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในปี 40
หรือคุณจะให้เกี่ยวข้องย้อนหลัง มีผลทำให้ครอบครัวชินฯ เลวมาตั้งแต่ปี 40
คุณยิ่งตีความก็ยิ่งมั่วไปเรื่อยๆ นะคุณอยากประหยัดฯ ไปไม่รอดแล้วมั๊งนี่ 

ข่าวก็ลงด้วยกัน พูดถึงทักษิณ คุณหญิง ดันผ่าไปสนใจอ่านแต่เรื่องยึดที่ เวร แถมยังเถียง กรูละงง
มันอ่านข่าวจับประเด็นได้มั้ยเนี่ย หรือว่าเห็นข่าวเป็นหม่อมคนเก่าเลยตาลาย

แล้วยืนยันใช่มั้ยเอาให้ชัดๆ ว่า พระราชดำรัสที่ยกมานั่นทรงกล่าวตำหนิทักษิณ กล้าๆ หน่อย อย่าตุ๊ด
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #67 เมื่อ: 18-04-2008, 16:20 »

ไอ้คนเขียนมันคงคิดว่าคนอื่นคงทำอะไรเหมือนๆ กับนาย เจริญ พัวพงพันธ์ ญาติมันละม้าง
ไอ้คนอ่านก็จินตนาการน้ำแตกต่อกันมันส์ แบบว่า ทักษิณ ต้องรู้ในวันใดวันหนึ่งในช่วงนั้นแหละ
แบบนิยายอะไรนะ พ่อไม่ทำ ปู่ก็ทำ ยังไงก็ผิด โภคินไม่บอก ก็ชัยวัฒน์บอก ไม่งั้นก็ทนง ถ้า
พวกนี้ไม่บอก ก็บิ๊กจิ๋วแหงๆ จริงๆ ปีนั้นใครๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องลดค่าเงิน นอกจากพวกโลภมาก
ขนาดงานที่ทำอยู่พวกที่รู้จักทั้งหมดยังรู้เลย ถึงไม่เจ๊งซักราย ไม่ใช่มีแค่ทักษิณคนเดียว
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #68 เมื่อ: 18-04-2008, 16:36 »

ข่าวก็ลงด้วยกัน พูดถึงทักษิณ คุณหญิง ดันผ่าไปสนใจอ่านแต่เรื่องยึดที่ เวร แถมยังเถียง กรูละงง
มันอ่านข่าวจับประเด็นได้มั้ยเนี่ย หรือว่าเห็นข่าวเป็นหม่อมคนเก่าเลยตาลาย

แล้วยืนยันใช่มั้ยเอาให้ชัดๆ ว่า พระราชดำรัสที่ยกมานั่นทรงกล่าวตำหนิทักษิณ กล้าๆ หน่อย อย่าตุ๊ด


ผมแค่ถามเท่านั้นว่าเรื่องไม่เกี่ยวกันแล้วคุณไปพูดถึงทำไม
ผมไม่ได้เถียงแต่ผมถาม ตัวคุณต่างหากที่ทำเฉไฉอยู่เห็นๆ
ถ้าไม่มีข้อมูลอะไรจะแสดง ก็อย่าพูดเลื่อนลอยเปล่าๆ
หรือถ้าคุณรู้ตัวว่าผิดไปแล้วก็ยอมรับเถอะ อย่ามาทำเป็นงง 

...

ประเด็นหลักที่คุณถามผมก็ตอบแล้ว ผมจับประเด็นไม่ได้ตรงไหน
ตัวคุณต่างหาก หายข้องใจหรือยังเรื่องคุณพจมานซื้อที่ดิน

พระราชดำรัสที่ยกมา ถ้าคุณทักษิณเก็งกำไรค่าเงินทำลายชาติ
ก็ชัดเจนว่าคุณทักษิณย่อมถูกตำหนิด้วย และถ้าเราสงสัยได้ว่า
คุณทักษิณอาจเก็งกำไรค่าเงิน ก็เป็นได้ว่าคุณทักษิณถูกตำหนิ

ประเด็นตอนนี้คือคุณทักษิณต้องสงสัยว่าเก็งกำไรค่าเงินจริงๆ
ถ้าจะปกป้องทักษิณ ไปหาข้อแก้ต่างที่ทำให้หายสงสัยมาดีกว่า 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #69 เมื่อ: 18-04-2008, 16:46 »

ไอ้คนเขียนมันคงคิดว่าคนอื่นคงทำอะไรเหมือนๆ กับนาย เจริญ พัวพงพันธ์ ญาติมันละม้าง
ไอ้คนอ่านก็จินตนาการน้ำแตกต่อกันมันส์ แบบว่า ทักษิณ ต้องรู้ในวันใดวันหนึ่งในช่วงนั้นแหละ
แบบนิยายอะไรนะ พ่อไม่ทำ ปู่ก็ทำ ยังไงก็ผิด โภคินไม่บอก ก็ชัยวัฒน์บอก ไม่งั้นก็ทนง ถ้า
พวกนี้ไม่บอก ก็บิ๊กจิ๋วแหงๆ จริงๆ ปีนั้นใครๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องลดค่าเงิน นอกจากพวกโลภมาก
ขนาดงานที่ทำอยู่พวกที่รู้จักทั้งหมดยังรู้เลย ถึงไม่เจ๊งซักราย ไม่ใช่มีแค่ทักษิณคนเดียว

ไปลากคนนอกเข้ามาเป็นประเด็นอีกแล้ว คุณเจริญไม่ใช่แค่ญาติธรรมดา แต่เป็นบิดาคุณปานเทพ
และคุณปานเทพ เป็นน้องชายของเพื่อนผมเอง ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็ว่ามาผมจะลองถามให้

...

เรื่องคุณทักษิณ รายชื่อที่ไล่มาทั้งโภคิน ชัยวัฒน์ ทนง บิ๊กจิ๋ว ฯลฯ ก็ล้วนต้องสงสัยด้วยกันทั้งนั้น
เพราะต่อมา ต่างก็ไปร่วมงานได้ดิบได้ดีกับคุณทักษิณกันทุกคน

..ตลกจริงที่บอกว่าปีนั้นใครๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องลดค่าเงิน..

ถ้ารู้แน่ๆ เหมือนทักษิณทุกคนจริง ก็คงประกันค่าเงิน เร่งชำระหนี้ต่างประเทศ กักตุนสินค้านำเข้า
เหมือนกับที่ชินคอร์ปทำ แต่ก็เห็นๆ กันว่าธุรกิจใหญ่ๆ มีชินคอร์ปทำและรอดมาสบายแค่กลุ่มเดียว

ที่สำคัญหลังจากนั้นบรรดาคนที่เกี่ยวข้องก็ได้เข้าร่วมงานกับคุณทักษิณ ตัวอย่างเช่น คุณชัยวัฒน์
ก็ได้ไปเป็น ประธานกรรมการบริหาร ของ เอสซีแอสเซท
มีข้อมูลอะไรมาช่วยแก้ต่างให้ชินคอร์ปเป็นปกติเหมือนธุรกิจเกือบทั้งหมดที่เจ๊งตอนนั้นไหม? 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #70 เมื่อ: 18-04-2008, 17:02 »

ดูจากข้อมูล คำสัมภาษณ์ของนายนิวัฒน์ บุญทรง ประธานกรรมการสายธุรกิจ มีเดีย บริษัท ชินวัตร
คอมพิวเตอร์แอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในบทความของคุณปานเทพ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จากการตรวจสอบได้ปรากฏว่า มีคำสัมภาษณ์ของนายนิวัฒน์ บุญทรง ประธานกรรมการสายธุรกิจ มีเดีย บริษัท ชินวัตร
คอมพิวเตอร์แอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในหนังสือผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2540 ระบุให้ความเห็น
ต่อกรณีการลดค่าเงินบาทความตอนหนึ่งว่า :
       
       “ส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับนโยบายครั้งนี้ เพราะจะทำให้เงินบาทมีคาตามความเป็นจริงมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
เงินจากต่างประเทศก็จะไหลเข้าประเทศไทยมากขึ้น เห็นได้ชัดจากตลาดหลักทรัพย์ที่ดัชนีพุ่งสูงขึ้นมาก
       
       เห็นด้วยกับการลดค่าเงินบาท เพราะยิ่งช้ายิ่งแย่ ผมคิดว่านักธุรกิจไทยส่วนใหญ่คงเห็นด้วยกับนโยบายนี้ ส่วนผลกระทบ
กับกลุ่มชินวัตรนั้นมีบ้างแต่ไม่มากนัก เพราะ ชินวัตรติดตามสถานการณ์เงินบาทอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
เงินกู้ไหนสามารถชำระได้ ก็รีบชำระหรือไม่ก็ทำประกันความเสี่ยงกับสถาบันการเงิน

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ช่วงเวลาที่คุณนิวัฒน์ให้สัมภาษณ์น่าจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม 2540 และ "เวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา" ก็น่าจะเป็นช่วง
เดือนเมษายน - มิถุนายน 2540 ซึ่งเมื่อดูกราฟข้อมูล เงินสำรองทางการและภาระผูกพันล่วงหน้าสิ้นเดือน ของ ธปท.
จะพบว่าตัวเลข "ภาระล่วงหน้า" จากการทำ swap พุ่งสูงจนกราฟหักขึ้นเห็นได้ชัดพอดี


เงินสำรองทางการและภาระผูกพันล่วงหน้าสิ้นเดือน รายเดือนระหว่าง ก.ค. 39-มิ.ย. 40
http://www.info.tdri.or.th/reports/published/soporo/fig12.gif

จุดสำคัญที่สุดคือเรื่องนี้เป็น "ข้อมูลภายใน" ซึ่งบุคคลภายนอกไม่สามารถล่วงรู้ได้ในขณะนั้น นอกจากมีการใช้ อินไซด์เดอร์
การที่คุณนิวัฒน์กล่าวว่า "ชินวัตรติดตามสถานการณ์เงินบาทอย่างใกล้ชิด" ไม่ทราบว่าใช้ข้อมูลอะไรในการติดตาม

รบกวนคุณอยากประหยัดทำให้ประชาชนหายสงสัยในประเด็นนี้ก่อนก็แล้วกัน 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 17:08 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #71 เมื่อ: 18-04-2008, 17:08 »

ไปลากคนนอกเข้ามาเป็นประเด็นอีกแล้ว คุณเจริญไม่ใช่แค่ญาติธรรมดา แต่เป็นบิดาคุณปานเทพ
และคุณปานเทพ เป็นน้องชายของเพื่อนผมเอง ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็ว่ามาผมจะลองถามให้

...
เรื่องคุณทักษิณ รายชื่อที่ไล่มาทั้งโภคิน ชัยวัฒน์ ทนง บิ๊กจิ๋ว ฯลฯ ก็ล้วนต้องสงสัยด้วยกันทั้งนั้น
เพราะต่อมา ต่างก็ไปร่วมงานได้ดิบได้ดีกับคุณทักษิณกันทุกคน

..ตลกจริงที่บอกว่าปีนั้นใครๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องลดค่าเงิน..

ถ้ารู้แน่ๆ เหมือนทักษิณทุกคนจริง ก็คงประกันค่าเงิน เร่งชำระหนี้ต่างประเทศ กักตุนสินค้านำเข้า
เหมือนกับที่ชินคอร์ปทำ แต่ก็เห็นๆ กันว่าธุรกิจใหญ่ๆ มีชินคอร์ปทำและรอดมาสบายแค่กลุ่มเดียว

ที่สำคัญหลังจากนั้นบรรดาคนที่เกี่ยวข้องก็ได้เข้าร่วมงานกับคุณทักษิณ ตัวอย่างเช่น คุณชัยวัฒน์
ก็ได้ไปเป็น ประธานกรรมการบริหาร ของ เอสซีแอสเซท
มีข้อมูลอะไรมาช่วยแก้ต่างให้ชินคอร์ปเป็นปกติเหมือนธุรกิจเกือบทั้งหมดที่เจ๊งตอนนั้นไหม? 

ฮ่า เจอแล้วบริษัทไหนที่รู้ล่วงหน้าว่าลดค่าเงินบาท บริษัทที่ยอมล้มแบบมีหนี้ห้าพันล้านมีทุนสองร้อยล้านนั่นเอง
แถมบริษัทนั้นยังเป็นหนี้ของเจ้าของอีก เจ้าของชื่ออะไรน้อเจริญจริงๆ เพื่อนที่ว่านั่นก็คงบริหารบริษัทนี้ด้วย พวก
ล้มบนฟูก ตึกที่ตั้งบริษัทอยู่แถวสีลมก็อยู่ครบเพราะเป็นชื่อของเจ้าของ บริหารแบบนี้ทักษิณยังอาย ยังมีหน้าส่ง
ลูกตัวเองไปด่าคนอื่น เห้อ คนเรา
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #72 เมื่อ: 18-04-2008, 17:17 »

ดูจากข้อมูล คำสัมภาษณ์ของนายนิวัฒน์ บุญทรง ประธานกรรมการสายธุรกิจ มีเดีย บริษัท ชินวัตร
คอมพิวเตอร์แอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในบทความของคุณปานเทพ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จากการตรวจสอบได้ปรากฏว่า มีคำสัมภาษณ์ของนายนิวัฒน์ บุญทรง ประธานกรรมการสายธุรกิจ มีเดีย บริษัท ชินวัตร
คอมพิวเตอร์แอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ในหนังสือผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2540 ระบุให้ความเห็น
ต่อกรณีการลดค่าเงินบาทความตอนหนึ่งว่า :
       
       “ส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับนโยบายครั้งนี้ เพราะจะทำให้เงินบาทมีคาตามความเป็นจริงมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
เงินจากต่างประเทศก็จะไหลเข้าประเทศไทยมากขึ้น เห็นได้ชัดจากตลาดหลักทรัพย์ที่ดัชนีพุ่งสูงขึ้นมาก
       
       เห็นด้วยกับการลดค่าเงินบาท เพราะยิ่งช้ายิ่งแย่ ผมคิดว่านักธุรกิจไทยส่วนใหญ่คงเห็นด้วยกับนโยบายนี้ ส่วนผลกระทบ
กับกลุ่มชินวัตรนั้นมีบ้างแต่ไม่มากนัก เพราะ ชินวัตรติดตามสถานการณ์เงินบาทอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
เงินกู้ไหนสามารถชำระได้ ก็รีบชำระหรือไม่ก็ทำประกันความเสี่ยงกับสถาบันการเงิน
”

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ช่วงเวลาที่คุณนิวัฒน์ให้สัมภาษณ์น่าจะเป็นต้นเดือนกรกฎาคม 2540 และ "เวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา" ก็น่าจะเป็นช่วง
เดือนเมษายน - มิถุนายน 2540 ซึ่งเมื่อดูกราฟข้อมูล เงินสำรองทางการและภาระผูกพันล่วงหน้าสิ้นเดือน ของ ธปท.
จะพบว่าตัวเลข "ภาระล่วงหน้า" จากการทำ swap พุ่งสูงจนกราฟหักขึ้นเห็นได้ชัดพอดี

จุดสำคัญที่สุดคือเรื่องนี้เป็น "ข้อมูลภายใน" ซึ่งบุคคลภายนอกไม่สามารถล่วงรู้ได้ในขณะนั้น นอกจากมีการใช้ อินไซด์เดอร์
การที่คุณนิวัฒน์กล่าวว่า "ชินวัตรติดตามสถานการณ์เงินบาทอย่างใกล้ชิด" ไม่ทราบว่าใช้ข้อมูลอะไรในการติดตาม

รบกวนคุณอยากประหยัดทำให้ประชาชนหายสงสัยในประเด็นนี้ก่อนก็แล้วกัน 

ตกลงนอกจากที่ว่า

ระดับแรก คือการประชุมร่วมกันของผู้บริหารแบงก์ชาติ เมื่อ วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2540 ถือได้ว่ามีความเชื่อมั่นว่าจะต้อง
มีการลอยค่าเงินบาทอยู่ในระดับหนึ่ง
       
ระดับที่สอง คือการประชุมร่วมกันของผู้บริหารแบงก์ชาติ กับนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยที่
นายทนง พิทยะ ให้เปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2540 ถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้นค่อนข้างแน่นอน
       
ระดับที่สาม คือการประชุมของผู้ว่าการและรองผู้ว่าการแบงก์ชาติ ร่วมประชุมร่วมกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายโภคิน พลกุล
ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2540 เห็นว่าต้องลอยค่าเงินแน่นอน ถือว่ามีความชัดเจนที่สุด


ถ้ามันไม่รู้ในสามระดับนี้ ก็ต้องรู้ข้อมูลภายในจากสองเดือนก่อนอีกใช่ปะ ว่ากันตั้งแต่เมษาเลยนะนั่น
เรียกว่ามรึงต้องรู้ตรงไหนซักตรงที่เป็นข้อมูลภายในว่างั้นเหอะ มรึงไม่โกงกรูไม่ยอมนะนั่น แบบนี้ไม่
รู้สึกเหรอว่ากรณี โภคิน มันเป็นประเด็นอ่อนไปเลย แปะจนเลอะเองหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #73 เมื่อ: 18-04-2008, 17:20 »

ฮ่า เจอแล้วบริษัทไหนที่รู้ล่วงหน้าว่าลดค่าเงินบาท บริษัทที่ยอมล้มแบบมีหนี้ห้าพันล้านมีทุนสองร้อยล้านนั่นเอง
แถมบริษัทนั้นยังเป็นหนี้ของเจ้าของอีก เจ้าของชื่ออะไรน้อเจริญจริงๆ เพื่อนที่ว่านั่นก็คงบริหารบริษัทนี้ด้วย พวก
ล้มบนฟูก ตึกที่ตั้งบริษัทอยู่แถวสีลมก็อยู่ครบเพราะเป็นชื่อของเจ้าของ บริหารแบบนี้ทักษิณยังอาย ยังมีหน้าส่ง
ลูกตัวเองไปด่าคนอื่น เห้อ คนเรา

อ่านแล้วดูเหมือนบริษัทเขาก็เจ๊งจากการลดค่าเงินบาทด้วย แล้วจะว่ารู้ล่วงหน้าได้ยังไง
ส่วนจะล้มบนฟูกหรืออะไร น่าจะเป็นการแก้ไขรับสถานการณ์ภายหลังความเสียหาย

ข้อมูลไม่ได้ชัดเจนอะไรเลย ไปหารายละเอียดหรือลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติมมาให้หน่อยสิครับ
ทำเบลอๆ แบบนี้จะช่วยแก้ต่างให้แม้วได้ยังไง ขอแบบชัดๆ มีไหม?  
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #74 เมื่อ: 18-04-2008, 17:24 »

ตกลงนอกจากที่ว่า

ระดับแรก คือการประชุมร่วมกันของผู้บริหารแบงก์ชาติ เมื่อ วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2540 ถือได้ว่ามีความเชื่อมั่นว่าจะต้อง
มีการลอยค่าเงินบาทอยู่ในระดับหนึ่ง
       
ระดับที่สอง คือการประชุมร่วมกันของผู้บริหารแบงก์ชาติ กับนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยที่
นายทนง พิทยะ ให้เปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2540 ถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้นค่อนข้างแน่นอน
       
ระดับที่สาม คือการประชุมของผู้ว่าการและรองผู้ว่าการแบงก์ชาติ ร่วมประชุมร่วมกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายโภคิน พลกุล
ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2540 เห็นว่าต้องลอยค่าเงินแน่นอน ถือว่ามีความชัดเจนที่สุด


ถ้ามันไม่รู้ในสามระดับนี้ ก็ต้องรู้ข้อมูลภายในจากสองเดือนก่อนอีกใช่ปะ ว่ากันตั้งแต่เมษาเลยนะนั่น
เรียกว่ามรึงต้องรู้ตรงไหนซักตรงที่เป็นข้อมูลภายในว่างั้นเหอะ มรึงไม่โกงกรูไม่ยอมนะนั่น แบบนี้ไม่
รู้สึกเหรอว่ากรณี โภคิน มันเป็นประเด็นอ่อนไปเลย แปะจนเลอะเองหรือเปล่า
ตกลงคุณอยากประหยัดฯ จะช่วยแก้ต่างให้ทักษิณ หรือช่วยผมสรุปข้อสงสัย 

เรื่องนี้เปรียบเทียบได้ว่ากรณีคุณโภคินเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งนั่นเอง
ความจริงก็รับรู้กันมานานแล้วว่า เรื่องนี้มีคนเกี่ยวข้องต้องสงสัยจำนวนมาก
ยิ่งขุดคุ้ยก็ยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าอาจมีการทำกันเป็นขบวนการ
ขอบคุณที่ช่วยสรุปภาพรวมของสถานการณ์นะ คุณอยากประหยัดฯ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #75 เมื่อ: 18-04-2008, 17:36 »

อ่านแล้วดูเหมือนบริษัทเขาก็เจ๊งจากการลดค่าเงินบาทด้วย แล้วจะว่ารู้ล่วงหน้าได้ยังไง
ส่วนจะล้มบนฟูกหรืออะไร น่าจะเป็นการแก้ไขรับสถานการณ์ภายหลังความเสียหาย

ข้อมูลไม่ได้ชัดเจนอะไรเลย ไปหารายละเอียดหรือลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติมมาให้หน่อยสิครับ
ทำเบลอๆ แบบนี้จะช่วยแก้ต่างให้แม้วได้ยังไง ขอแบบชัดๆ มีไหม?  

เป็นเพื่อนภาษาลิงอะไร ให้(เพื่อนชื่อ)ควายต้ม บริษัทส่วนบริษัทเจ๊งไปไม่เกี่ยวเจ้าของ
เงินห้าพันล้านมันไหลไปไหนแล้วไม่รู้ ป่านนี้คงรวยไม่แพ้ทักษิณหรอก ตอนนั้นอะไรๆ ก็
รับหมดไม่ใช่เรอะ รถไฟรางคู่ก็จะเอา ทำอะไรไว้ใครๆ ก็รู้บริษัทนั่นฉาวโฉ่ตายชัก พูดถึง
ประชัยยังแมนซะกว่า ยอมรับผิดชอบไม่ล้มบนฟูก แล้วแบบนี้ให้ลูกมาพ่นๆ อะไรในเครือ
ผู้จัดการ มันจะเชื่อได้ไง ใช้ตรรกะเดียวกับพ่อลูกเจ้าของเดียวกันแบบทักษิณเลย เถียง
ไม่ออกอะดิ

ตกลงคุณอยากประหยัดฯ จะช่วยแก้ต่างให้ทักษิณ หรือช่วยผมสรุปข้อสงสัย 

เรื่องนี้เปรียบเทียบได้ว่ากรณีคุณโภคินเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งนั่นเอง
ความจริงก็รับรู้กันมานานแล้วว่า เรื่องนี้มีคนเกี่ยวข้องต้องสงสัยจำนวนมาก
ยิ่งขุดคุ้ยก็ยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าอาจมีการทำกันเป็นขบวนการ
ขอบคุณที่ช่วยสรุปภาพรวมของสถานการณ์นะ คุณอยากประหยัดฯ 

เหน็บแนมมัน มันยังไม่เข้าใจ นึกว่าสรุปให้มันอีก กุ้มหว่ะ
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #76 เมื่อ: 18-04-2008, 17:40 »

เป็นเพื่อนภาษาลิงอะไร ให้(เพื่อนชื่อ)ควายต้ม บริษัทส่วนบริษัทเจ๊งไปไม่เกี่ยวเจ้าของ
เงินห้าพันล้านมันไหลไปไหนแล้วไม่รู้ ป่านนี้คงรวยไม่แพ้ทักษิณหรอก ตอนนั้นอะไรๆ ก็
รับหมดไม่ใช่เรอะ รถไฟรางคู่ก็จะเอา ทำอะไรไว้ใครๆ ก็รู้บริษัทนั่นฉาวโฉ่ตายชัก พูดถึง
ประชัยยังแมนซะกว่า ยอมรับผิดชอบไม่ล้มบนฟูก แล้วแบบนี้ให้ลูกมาพ่นๆ อะไรในเครือ
ผู้จัดการ มันจะเชื่อได้ไง ใช้ตรรกะเดียวกับพ่อลูกเจ้าของเดียวกันแบบทักษิณเลย เถียง
ไม่ออกอะดิ

เหน็บแนมมัน มันยังไม่เข้าใจ นึกว่าสรุปให้มันอีก กุ้มหว่ะ

ตกลงจะมีลิงค์ข้อมูลรายละเอียดอะไรมาให้ดูไหมครับ หรือมีแต่จินตนาการแห้งๆ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #77 เมื่อ: 18-04-2008, 17:49 »

เรื่องบริษัทแบบนี้มันไม่มี link ข่าวใน internet หรอก อย่างมากก็แค่เรื่องไปซื้อหัวบริษัท นามประเสริฐก่อสร้าง
จะไปรับงานรถไฟรางคู่ แล้วไม่สำเร็จ ไอ้ที่เจ๊งแล้วรวยมันไม่ได้แบบว่าพอลดค่าเงินบาทปุ๊บจะทำได้ทันที เงินตั้ง
ห้าพันล้าน ยังไงก็ต้องโยกเข้ากระเป๋าล่วงหน้าอยู่แล้ว ไม่งั้นโดนคนอื่นเอาไปหมด นี่พอลดค่าเงินปุ๊บก็ล้มได้แบบ
ท่าสวยเลย แต่เจ้าของไม่เป็นไรแถมยังทำหนามาทวงหนี้บริษัทร่วมๆ กับพนักงานอีก สุดยอด ไหนว่าเป็นเพื่อนกัน
ไม่ใช่เรอะ ไปถามดูเองสิ นอกจากจะซี้ไม่จริง มันถึงไม่ยอมบอกว่าไปก่อวีรกรรมความรวยให้คนแช่งไว้มั่ง ปกติก็
เกาะงานกับสายการเมือง สายแบงค์แถวสีลมอยู่แล้วนี่ ส่งลูกไปมั่วกับสนธิมันเลยไม่เห็นจะแปลกตรงไหน
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #78 เมื่อ: 18-04-2008, 18:01 »

เรื่องบริษัทแบบนี้มันไม่มี link ข่าวใน internet หรอก อย่างมากก็แค่เรื่องไปซื้อหัวบริษัท นามประเสริฐก่อสร้าง
จะไปรับงานรถไฟรางคู่ แล้วไม่สำเร็จ ไอ้ที่เจ๊งแล้วรวยมันไม่ได้แบบว่าพอลดค่าเงินบาทปุ๊บจะทำได้ทันที เงินตั้ง
ห้าพันล้าน ยังไงก็ต้องโยกเข้ากระเป๋าล่วงหน้าอยู่แล้ว ไม่งั้นโดนคนอื่นเอาไปหมด นี่พอลดค่าเงินปุ๊บก็ล้มได้แบบ
ท่าสวยเลย แต่เจ้าของไม่เป็นไรแถมยังทำหนามาทวงหนี้บริษัทร่วมๆ กับพนักงานอีก สุดยอด ไหนว่าเป็นเพื่อนกัน
ไม่ใช่เรอะ ไปถามดูเองสิ นอกจากจะซี้ไม่จริง มันถึงไม่ยอมบอกว่าไปก่อวีรกรรมความรวยให้คนแช่งไว้มั่ง ปกติก็
เกาะงานกับสายการเมือง สายแบงค์แถวสีลมอยู่แล้วนี่ ส่งลูกไปมั่วกับสนธิมันเลยไม่เห็นจะแปลกตรงไหน

ข้อมูลเลื่อนลอยไร้ที่มา ดูท่าจะเป็นแค่ข่าวลือที่อ้างอิงอะไรไม่ได้
นึกว่าจะมีอะไรที่แท้ก็แค่บัวแล้งน้ำยา..
"อยากประหยัดให้ติดแก๊ส จินตนาการน้ำแตกตัวจริง" 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #79 เมื่อ: 18-04-2008, 18:05 »

ข้อมูลเลื่อนลอยไร้ที่มา ดูท่าจะเป็นแค่ข่าวลือที่อ้างอิงอะไรไม่ได้
นึกว่าจะมีอะไรที่แท้ก็แค่บัวแล้งน้ำยา..
"อยากประหยัดให้ติดแก๊ส จินตนาการน้ำแตกตัวจริง" 

คำพิพากษายังวางแถวนี้เป็นเล่มเบ้อเริ่ม ไม่รู้จะยัดเข้าอินเตอร์เน็ตยังไง
ข้อมูลที่มีค่ามันไม่ได้หาได้จาก link นะจ๊ะ เข้าใจโลกนี้หน่อย คุณอ่อน
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #80 เมื่อ: 18-04-2008, 18:18 »

คำพิพากษายังวางแถวนี้เป็นเล่มเบ้อเริ่ม ไม่รู้จะยัดเข้าอินเตอร์เน็ตยังไง
ข้อมูลที่มีค่ามันไม่ได้หาได้จาก link นะจ๊ะ เข้าใจโลกนี้หน่อย คุณอ่อน

คำพิพากษาอะไรของคุณ ไม่มีหลักฐานอะไรมาให้ดูสักอย่างจะให้สรุปยังไงเล่า? 
ผมก็บอกได้ลอยๆ ว่ามีหลักฐานโกงค่าเงินเก็บไว้เต็มห้องสมุด แต่เอามาให้ดูไม่ได้

ถ้าจะอ้างแบบนี้อย่ามาคุยในอินเตอร์เน็ต ไปคุยกันเองที่บ้านคุณแล้วกัน
ไปไม่รอดแล้วล่ะคุณอยากประหยัดฯ หลักฐานไม่มีต่างหากที่เรียกว่า "อ่อน" 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 18:20 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #81 เมื่อ: 18-04-2008, 18:26 »

ถ้าจะคุยในอินเตอร์เน็ตก็ไปหาลิงค์ หาหลักฐานอะไรที่ดูได้ทางอินเตอร์เน็ตมา

ตัวอย่างหลักฐานอ้างอิง คำพิพากษาศาลฎีกา ในอินเตอร์เน็ต :

==คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเต็ม คดีทักษิณเช็คเด้ง หมายเลขแดงที่ 149/2532==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=23313.0

...

หรืออย่างน้อยก็เอาเนื้อหาที่เป็นข่าวสาธารณะมาให้ดูก็ยังดี เช่นแบบนี้ :

== "แม้ว"ขอยอมความนักธุรกิจมะกัน (คดีเบิกความเท็จ)==
http://forum.serithai.net/index.php?topic=15017.0
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #82 เมื่อ: 18-04-2008, 19:23 »

เอาง่ายๆ ไม่ต้องจินตนาการมาก หลังจากยุค รสช บริษัทรับเหมานั่นก็รับปีละ
ห้าหกตึกสูง ทั้งโลตัส ตึกช้าง สารพัด ตกโครงการละสามร้อยกว่าล้านบาท
เป็นอย่างน้อย ปีนึงบิลลิ่งเป็นพันล้าน ทำมาห้าปีฟองสบู่แตกเจ๊ง มีหนี้ห้าพัน
ล้าน (อยากรู้รายละเอียดไปขอคัดคดีล้มละลายบริษัทเกษมกิจคอนสตรัคชั่น
ได้ที่ศาล) ถ้าปีนึงมีบิลลิ่งประมาณพันล้านทำมาห้าปีจะไม่มีกำไรซักนิดเรียก
ว่าเจ๊งไม่ได้เงินซักโครงการที่ทำตลอดห้าปีเลยเหรอ ตีลังกาคิดก็คิดไม่ออก
ว่าคนอะไรจะบริหารได้ห่วยขนาดนั้นแล้วยังมีแบ๊งค์ดอกบัวให้กู้เงินทำโครงการ
ได้ตลอด พอล้มคดีถึงศาลปรากฏว่ามีทรัพย์สินแค่สองร้อยล้าน ตึกที่ทำงาน
อยู่นั่นก็ไม่ใช่ พอดีเช่าเจ้าของอยู่ เจ้าของก็มาทวงหนี้บริษัทอีก มันชัดซะยิ่ง
กว่าไปจินตนาการว่าโภคินอยู่ในห้องแล้วเอาความลับไปบอกทักษิณอีก ถ้าไม่
รู้รายละเอียดตรงนี้สงสัยจะไม่ใช่เพื่อนกับนายควายนั่นจริง ที่แท้แอบอ้างนี่หว่า
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #83 เมื่อ: 18-04-2008, 19:35 »

เอาง่ายๆ ไม่ต้องจินตนาการมาก หลังจากยุค รสช บริษัทรับเหมานั่นก็รับปีละ
ห้าหกตึกสูง ทั้งโลตัส ตึกช้าง สารพัด ตกโครงการละสามร้อยกว่าล้านบาท
เป็นอย่างน้อย ปีนึงบิลลิ่งเป็นพันล้าน ทำมาห้าปีฟองสบู่แตกเจ๊ง มีหนี้ห้าพัน
ล้าน (อยากรู้รายละเอียดไปขอคัดคดีล้มละลายบริษัทเกษมกิจคอนสตรัคชั่น
ได้ที่ศาล) ถ้าปีนึงมีบิลลิ่งประมาณพันล้านทำมาห้าปีจะไม่มีกำไรซักนิดเรียก
ว่าเจ๊งไม่ได้เงินซักโครงการที่ทำตลอดห้าปีเลยเหรอ ตีลังกาคิดก็คิดไม่ออก
ว่าคนอะไรจะบริหารได้ห่วยขนาดนั้นแล้วยังมีแบ๊งค์ดอกบัวให้กู้เงินทำโครงการ
ได้ตลอด พอล้มคดีถึงศาลปรากฏว่ามีทรัพย์สินแค่สองร้อยล้าน ตึกที่ทำงาน
อยู่นั่นก็ไม่ใช่ พอดีเช่าเจ้าของอยู่ เจ้าของก็มาทวงหนี้บริษัทอีก มันชัดซะยิ่ง
กว่าไปจินตนาการว่าโภคินอยู่ในห้องแล้วเอาความลับไปบอกทักษิณอีก ถ้าไม่
รู้รายละเอียดตรงนี้สงสัยจะไม่ใช่เพื่อนกับนายควายนั่นจริง ที่แท้แอบอ้างนี่หว่า

บ่นเรื่องอะไรครับ เกษมกิจ ไปซื้อกรีไทย มามิใช่รึ แล้วซื้อมาแล้วทำอะไรได้บ้าง

แต่ไม่เห็นเกี่ยวกะกระทู้นี้ตรงไหน อ่านแล้วงงงงงงงงงงง


แต่โพชิน มันโกหกกลางตลาดสด เชื่อหรือไม่ก็แล้วไป 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #84 เมื่อ: 18-04-2008, 19:52 »

เอาง่ายๆ ไม่ต้องจินตนาการมาก หลังจากยุค รสช บริษัทรับเหมานั่นก็รับปีละ
ห้าหกตึกสูง ทั้งโลตัส ตึกช้าง สารพัด ตกโครงการละสามร้อยกว่าล้านบาท
เป็นอย่างน้อย ปีนึงบิลลิ่งเป็นพันล้าน ทำมาห้าปีฟองสบู่แตกเจ๊ง มีหนี้ห้าพัน
ล้าน (อยากรู้รายละเอียดไปขอคัดคดีล้มละลายบริษัทเกษมกิจคอนสตรัคชั่น
ได้ที่ศาล) ถ้าปีนึงมีบิลลิ่งประมาณพันล้านทำมาห้าปีจะไม่มีกำไรซักนิดเรียก
ว่าเจ๊งไม่ได้เงินซักโครงการที่ทำตลอดห้าปีเลยเหรอ ตีลังกาคิดก็คิดไม่ออก
ว่าคนอะไรจะบริหารได้ห่วยขนาดนั้นแล้วยังมีแบ๊งค์ดอกบัวให้กู้เงินทำโครงการ
ได้ตลอด พอล้มคดีถึงศาลปรากฏว่ามีทรัพย์สินแค่สองร้อยล้าน ตึกที่ทำงาน
อยู่นั่นก็ไม่ใช่ พอดีเช่าเจ้าของอยู่ เจ้าของก็มาทวงหนี้บริษัทอีก มันชัดซะยิ่ง
กว่าไปจินตนาการว่าโภคินอยู่ในห้องแล้วเอาความลับไปบอกทักษิณอีก ถ้าไม่
รู้รายละเอียดตรงนี้สงสัยจะไม่ใช่เพื่อนกับนายควายนั่นจริง ที่แท้แอบอ้างนี่หว่า

แล้วตกลงจะบอกว่าเขาโกงยังไง ล้มบนฟูกยังไง มีอะไรยืนยันว่าเขาโกงล่ะครับ
มีคดีฉ้อโกงอะไรที่ไหนหรือ ถ้าเป็นแค่คดีล้มละลายมันก็คือการล้มละลายเฉยๆ

ที่ว่าปีนึงมีบิลลิ่งประมาณพันล้านคุณเอาตัวเลขมาจากไหน มั่วเอาเองหรือเปล่า
และถ้ามีบิลลิ่งพันล้านจริง เขามีกำไรปีละเท่าไหร่ จะกล่าวหาเขาก็มีอะไรในมือ
มาแสดงบ้าง ไม่ใช่มั่วเอาแบบลมๆ แล้งๆ

การเช่าตึกเป็นที่ทำการมันแปลกตรงไหน ใครๆ เขาก็ทำกันดูตัวอย่างทักษิณ
ก็ให้เครือชินคอร์ปเช่าตึกตัวเองเห็นๆ หรืออย่างแกรมมี่ก็เช่าตึกเหมือนกันเลย
ในเมื่อมีการเช่าตึกแล้วค้่างค่าเช่า เจ้าของตึกก็ต้องมีสิทธิทวงเงินเป็นธรรมดา

ที่ว่า "มันชัดยิ่งกว่าเรื่องโภคินอยู่ในห้องแล้วเอาความลับไปบอกทักษิณ"
ผมก็ไม่เห็นมันจะมีอะไรเป็นการทุจริตเลย ตกลงที่จะกล่าวหาเขามีแค่นี้เองหรือ 

..

ผมเปิดโอกาสไว้ให้ว่า "ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็ว่ามาผมจะลองถามให้"
ก็นึกว่าจะมีเนื้อหาสาระที่เป็นประเด็นชัดเจน อ้างอิงได้สักหน่อย

..แต่ถ้ามันเลื่อนลอยแบบนี้ ผมตอบเองได้เลยว่าไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัย..
หาเรื่องอื่นมาปกป้องแม้วแทนดีกว่า เรื่องนี้ไม่ work นะคุณอยากประหยัดฯ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #85 เมื่อ: 18-04-2008, 20:00 »

วินมาร์กใครบอกตรงไหนวะว่าเป็นของลูกแม้ว ไอ้มั่ว บอกกันเองอะดิ
รู้เรื่องอะไรที่เป็นข้อเท็จจริงมั่งเนี่ย งี่เง่าแบบนี้ถึงไม่พัฒนา

"วินมาร์ก" เป็นของลูกแม้วหรือไม่ ต้องไปคุยกันในศาล
แต่ที่แน่แน่ "วินโคสท์" เป็นของหลานทักษิณ .. ตระกูลนี้คงจะชอบ "WIN" เนอะ 

http://forum.serithai.net/index.php?topic=17069.msg223583;topicseen#msg223583
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #86 เมื่อ: 18-04-2008, 20:01 »

เลื่อนลอยพอกับที่บอกว่าเป็นเพื่อนกับพี่ชายนายปานเทพ นั่นแหละ
รายละเอียดทั้งหมดก็อยู่ในคำพิพากษาคดีล้มละลายไปหาเอาเอง
เหอะ ไม่ใช่คดีดังๆ อย่างของทักษิณที่จะมีใครเอามาแปะให้ในเว็บ
ขี้เกียจขยับตูดออกจากเก้าอี้ไปหาข้อมูลเกินไปหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #87 เมื่อ: 18-04-2008, 20:03 »

"วินมาร์ก" เป็นของลูกแม้วหรือไม่ ต้องไปคุยกันในศาล
แต่ที่แน่แน่ "วินโคสท์" เป็นของหลานทักษิณ .. ตระกูลนี้คงจะชอบ "WIN" เนอะ 

http://forum.serithai.net/index.php?topic=17069.msg223583;topicseen#msg223583

วินโคสท์ เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย หลานทักษิณเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย เลอะเทอะว่ะ
หรือจะบอกว่า มีคำว่า วิน ต้องเป็นของตระกูล ชินวัตร นับเป็นอีกระดับขั้นของการ
จินตนาการน้ำแตกจริงๆ
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #88 เมื่อ: 18-04-2008, 20:11 »

วินโคสท์ เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย หลานทักษิณเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย เลอะเทอะว่ะ
หรือจะบอกว่า มีคำว่า วิน ต้องเป็นของตระกูล ชินวัตร นับเป็นอีกระดับขั้นของการ
จินตนาการน้ำแตกจริงๆ

นายแถความรู้สึกช้าจัง .. ถ้าความรู้สึกช้า แสดงว่า น้ำคงจะไม่เคยแตก 

ที่ยกคำว่า "วินมาร์ก" และ "วินโคสท์" มาเพื่อจะบอกว่า ..

"เชื่อได้ว่า บริษัทต่างๆของตระกูลนี้ คงจะไม่ได้ตั้งชื่อคล้ายกันโดยบังเอิญ" 

...
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #89 เมื่อ: 18-04-2008, 20:13 »

***ดังนี้ จึงเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่า โจทก์ซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและไม่สมควรจะไปนั่งอยู่ด้วยในการประชุมตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะให้ค่าเงินบาทลอยตัวนั้น ไม่ใช่ข้อความอันเป็นเท็จหรือฝ่าฝืนต่อความจริง ฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ต่างหากที่ฝ่าฝืนต่อความจริง


http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000041371

ฝากลิ้งค์ใว้หน่อยครับ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #90 เมื่อ: 18-04-2008, 20:16 »

นายแถความรู้สึกช้าจัง .. ถ้าความรู้สึกช้า แสดงว่า น้ำคงจะไม่เคยแตก 

ที่ยกคำว่า "วินมาร์ก" และ "วินโคสท์" มาเพื่อจะบอกว่า ..

"เชื่อได้ว่า บริษัทต่างๆของตระกูลนี้ คงจะไม่ได้ตั้งชื่อคล้ายกันโดยบังเอิญ" 

...

ตกลงที่เจ้าของนามสกุล ชินวัตร มีแต่วินโคสท์ ส่วน วินมาร์ก รอการพิสูจน์
ใช้ตรรกะได้ควายสุดขีด ถึงบอกว่า
"เชื่อได้ว่า บริษัทต่างๆของตระกูลนี้ คงจะไม่ได้ตั้งชื่อคล้ายกันโดยบังเอิญ" 
ถามจริงเหอะ แสดงตรรกะได้โง่ไม่อายควายแบบนี้ ยังโชว์โง่ได้ต่อเนื่อง
ไม่มีความอายหรือทุเรศตัวเองมั่งเลยเหรอ
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #91 เมื่อ: 18-04-2008, 20:26 »

รอนานมาก คิดอะไรนานจัง ตกลงมีหลักฐานหรือเปล่าว่าเป็นเพื่อนพี่ชายนายปานเทพ
หรือเกาะกระแสความดังของนายปานเทพเลยแอบอ้างเล่นๆ เพิ่มเครดิตและเรทติ้งให้
ตัวเอง ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงไม่รู้เรอะว่าบริษัทนั่นใหญ่แค่ไหน รับเหมาปีละหลักร้อยล้าน
มันจะเป็นการดูถูกเกินไป ถ้าเป็นหลายพันล้านหรือเป็นหมื่นล้านมันก็เว่อร์ บริษัทเอกชน
ปกติรับเหมาทำสาขาให้แบ๊งค์ดอกบัวจะขยายตัวเป็นหมื่นล้านแค่หลัง รสช. มันเป็นไป
ไม่ได้ ใช้สมองคิดความเป็นไปได้มั่ง ไม่ใช่โวยวายหาแต่หลักฐาน แต่พอโดนจี้กลับมั่ง
ว่ามีหลักฐานหรือเปล่าว่าเป็นเพื่อนกะนายควาย ดันใบ้
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #92 เมื่อ: 18-04-2008, 20:27 »

เลื่อนลอยพอกับที่บอกว่าเป็นเพื่อนกับพี่ชายนายปานเทพ นั่นแหละ
รายละเอียดทั้งหมดก็อยู่ในคำพิพากษาคดีล้มละลายไปหาเอาเอง
เหอะ ไม่ใช่คดีดังๆ อย่างของทักษิณที่จะมีใครเอามาแปะให้ในเว็บ
ขี้เกียจขยับตูดออกจากเก้าอี้ไปหาข้อมูลเกินไปหรือเปล่า

ตกลงยอมรับแล้วหรือว่ากล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ถ้าอย่างนั้นจะคุยกันทำไม?  

ข้อใหญ่ใจความที่เราคุยกันไม่ใช่ว่าผมเป็นเพื่อนกับใครจริงหรือไม่สักหน่อย
แต่อยู่ที่ว่าคุณกล่าวหาคนในตระกูลพันพงษ์พันธ์ตรงไหน ด้วยหลักฐานอะไร
ถ้ามันเข้าท่าผมก็รับปากว่าจะลองไปถามให้อีกที ซึ่งตอนนั้นค่อยไปดูกันว่า
ผมจะสอบถามได้หรือไม่ และได้คำตอบมาอย่างไร

แต่เรื่องมันบัวแล้งน้ำยามาตั้งแต่ต้น คุณเองไม่มีอะไรมาอ้างอิงเลยสักอย่าง
ตกลงคำพิพากษาที่คุณอ้างว่ามีมันเป็นเรื่องอะไร "ฉ้อโกง" หรือ "ล้มละลาย"
มีอะไรมากล่าวหาเขาที่พอจะอ้างอิงได้บ้าง
มันจะตลกเกินไปไหมจะกล่าวหาเขาทั้งทีแต่ให้ผมเป็นคนไปคัดข้อมูลเอง  
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #93 เมื่อ: 18-04-2008, 20:33 »

รอนานมาก คิดอะไรนานจัง ตกลงมีหลักฐานหรือเปล่าว่าเป็นเพื่อนพี่ชายนายปานเทพ
หรือเกาะกระแสความดังของนายปานเทพเลยแอบอ้างเล่นๆ เพิ่มเครดิตและเรทติ้งให้
ตัวเอง ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงไม่รู้เรอะว่าบริษัทนั่นใหญ่แค่ไหน รับเหมาปีละหลักร้อยล้าน
มันจะเป็นการดูถูกเกินไป ถ้าเป็นหลายพันล้านหรือเป็นหมื่นล้านมันก็เว่อร์ บริษัทเอกชน
ปกติรับเหมาทำสาขาให้แบ๊งค์ดอกบัวจะขยายตัวเป็นหมื่นล้านแค่หลัง รสช. มันเป็นไป
ไม่ได้ ใช้สมองคิดความเป็นไปได้มั่ง ไม่ใช่โวยวายหาแต่หลักฐาน แต่พอโดนจี้กลับมั่ง
ว่ามีหลักฐานหรือเปล่าว่าเป็นเพื่อนกะนายควาย ดันใบ้

ก็ต้องรอนานอยู่แล้วเพราะผมไปกินข้าวเย็นมา กินข้าวเย็นล่าช้าก็เพราะมัวคุยกับคุณนี่แหละ
โพสตอบไปก่อนแล้วนึกว่าจะสำเร็จ แต่มันเด้งกลับเพราะมีคนตอบเพิ่มผมเพิ่งกลับมาเห็น

ตกลงตัวเลขพันล้านก็ยกเมฆขึ้นมาเองลอยๆ อีกต่างหาก แสดงว่าไม่มีงบการเงินในมือ
ที่กล่าวหาเขาเป็นเรื่องจินตนาการล้วนๆ ไม่มีเอกสารอ้างอิง ใช้วิธีกะๆ เดาๆ ตามประสา
..สารภาพมาเลยดีกว่าว่าไม่มีอะไรในมือ.. 

ตอบคำถามง่ายๆ มาก่อนแล้วกันว่าคำพิพากษาที่อ้างมันเรื่อง "ล้มละลาย" หรือ "ฉ้อโกง" 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 20:35 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #94 เมื่อ: 18-04-2008, 20:39 »

กำลังจะเผ่นพอดี คิดตั้งนานตอบได้แค่นี้เรอะ ข้อเท็จจริงก็บอกไปหมดแล้ว
คดีล้มละลายก็เหมือนกับนายสนธินั่นแหละ ศาลไม่ได้ตัดสินว่าโกง ก็เหมือน
กับทักษิณนั่นแหละ หลักฐานที่เป็นเอกสารไม่มีก็เหมือนกับที่บอกเป็นเพื่อน
พี่ชายนายปานเทพนั่นแหละ จะไปหาให้มันก็ไม่ใช่หน้าที่เพราะเป็นคดีเอกชน
ไม่ใช่คดีการเมือง ที่เกี่ยวข้องเพราะดันเป็นพ่อนายปานเทพ (จริงหรือเปล่าก็
ไม่รู้) แค่รูปการณ์ออกมาว่า บริษัทมีหนี้ห้าพันล้าน ทุนสองร้อยล้าน ทำงาน
มาห้าหกปี ปีละพันกว่าล้าน ถ้าทุกงานไม่มีกำไรเลยตลอดห้าปี ถึงจะสร้าง
หนี้ได้ห้าพันล้าน ตามตรรกะแล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าถ้าไม่มีกำไร ธนาคาร
ไม่มีทางปล่อยกู้ต่อ ทีงี้ทำเป็นคิดไม่ได้ หลักฐานที่ว่ามีเฉพาะคำพิพากษา
แต่คงไม่บ้าเอามาเก็บไว้ที่บ้าน พอดีไม่มีแรงจูงใจขับรถไปเอามาเพื่อโพสต์
อะไรกระจอกๆ ยามดึกหรอก ในอินเตอร์เน็ตคงหามูลหนี้ที่จะเข้าฟื้นฟูได้
ประมาณห้าพันล้าน คงไม่ต้องหาให้นะ

แค่โภคินนั่งในห้องดันจินตนาการแตกซ่าน จินตนาการยังเป็นสองมาตรฐาน
ได้อีกแฮะ คนเรา
บันทึกการเข้า
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #95 เมื่อ: 18-04-2008, 21:26 »

ก็ต้องรอนานอยู่แล้วเพราะผมไปกินข้าวเย็นมา กินข้าวเย็นล่าช้าก็เพราะมัวคุยกับคุณนี่แหละ
โพสตอบไปก่อนแล้วนึกว่าจะสำเร็จ แต่มันเด้งกลับเพราะมีคนตอบเพิ่มผมเพิ่งกลับมาเห็น

ตกลงตัวเลขพันล้านก็ยกเมฆขึ้นมาเองลอยๆ อีกต่างหาก แสดงว่าไม่มีงบการเงินในมือ
ที่กล่าวหาเขาเป็นเรื่องจินตนาการล้วนๆ ไม่มีเอกสารอ้างอิง ใช้วิธีกะๆ เดาๆ ตามประสา
..สารภาพมาเลยดีกว่าว่าไม่มีอะไรในมือ.. 

ตอบคำถามง่ายๆ มาก่อนแล้วกันว่าคำพิพากษาที่อ้างมันเรื่อง "ล้มละลาย" หรือ "ฉ้อโกง" 

พูดตั้งแต่ต้นว่า ล้มบนฟูก มีคำว่าฉ้อโกงที่ไหน คิดเองหรือเปล่า
ล้มบนฟูก คือทำบริษัทล้มละลายแต่เจ้าของไม่ได้เจ๊งไปด้วย
ไม่ได้เข้าข่ายฉ้อโกง เพียงแค่เจ้าหนี้ทั้งหลายสมยอมไปให้เงิน
เค้าใช้เอง ในเมื่อเป็นบริษัทจำกัดความรับผิดชอบ จะไปบอกว่า
เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ว่าโกงได้ไง แค่บอกว่า นิสัย ล้มบนฟูก
บริษัทเจ๊งเจ้าของรวย ถ้าไม่เข้าใจตัวอย่างอื่นเห็นๆ ก็มี เช่น ตึก
ศรีวราที่ไฟไหม้นั่น แบ๊งค์ยึดเจ๊งเจ้าของก็รวยเหมือนกัน

บิลลิ่งหลักพันล้านก็ได้ยินมาจากนายควายนั่นแหละ กี่คนจะรู้ว่า
ชื่อนายควาย มันรุ่นเดียวกะเสี่ยหนูใช่มั้ย แต่จบเกษตร เสี่ยหนู
ไปจบบอสตัน นี่เป็นเรื่องส่วนตัวสงวนชื่อจริงไว้ ถ้าเพื่อนกันจริง
อ่านแล้วก็รู้ จะให้โม้มากกว่านี้ว่ารับงานกี่หน่วยงานอะไรบ้างก็
ยังไงอยู่ เพราะไม่ใช่นายปานเทพที่ให้ข่าวเรื่องการเมืองเต็มตัว
ด่าได้เต็มปากเต็มคำ เดี๋ยวดันมาอำว่าหมอนี่เป็นพี่ชายปานเทพ
แต่จริงๆ ไม่ใช่ก็ซวยอีก คนบริหารเจ๊งตัวจริงก็เป็นพ่อซะด้วย ไม่
ใช่มัน
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #96 เมื่อ: 18-04-2008, 21:26 »

กำลังจะเผ่นพอดี คิดตั้งนานตอบได้แค่นี้เรอะ ข้อเท็จจริงก็บอกไปหมดแล้ว
คดีล้มละลายก็เหมือนกับนายสนธินั่นแหละ ศาลไม่ได้ตัดสินว่าโกง ก็เหมือน
กับทักษิณนั่นแหละ หลักฐานที่เป็นเอกสารไม่มีก็เหมือนกับที่บอกเป็นเพื่อน
พี่ชายนายปานเทพนั่นแหละ จะไปหาให้มันก็ไม่ใช่หน้าที่เพราะเป็นคดีเอกชน
ไม่ใช่คดีการเมือง ที่เกี่ยวข้องเพราะดันเป็นพ่อนายปานเทพ (จริงหรือเปล่าก็
ไม่รู้) แค่รูปการณ์ออกมาว่า บริษัทมีหนี้ห้าพันล้าน ทุนสองร้อยล้าน ทำงาน
มาห้าหกปี ปีละพันกว่าล้าน ถ้าทุกงานไม่มีกำไรเลยตลอดห้าปี ถึงจะสร้าง
หนี้ได้ห้าพันล้าน ตามตรรกะแล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าถ้าไม่มีกำไร ธนาคาร
ไม่มีทางปล่อยกู้ต่อ ทีงี้ทำเป็นคิดไม่ได้ หลักฐานที่ว่ามีเฉพาะคำพิพากษา
แต่คงไม่บ้าเอามาเก็บไว้ที่บ้าน พอดีไม่มีแรงจูงใจขับรถไปเอามาเพื่อโพสต์
อะไรกระจอกๆ ยามดึกหรอก ในอินเตอร์เน็ตคงหามูลหนี้ที่จะเข้าฟื้นฟูได้
ประมาณห้าพันล้าน คงไม่ต้องหาให้นะ

แค่โภคินนั่งในห้องดันจินตนาการแตกซ่าน จินตนาการยังเป็นสองมาตรฐาน
ได้อีกแฮะ คนเรา

สรุปว่าเป็นจินตนาการฟุ้งซ่านล้วนๆ ว่ามีการโกงเกิดขึ้น  

ในเมื่อมันเป็นคำพิพาษาคดีล้มละลายมันก็ไม่มีเนื้อหาอะไรต้องคุยกัน
เพราะก็มีแค่เรื่องไม่มีเงินจ่ายหนี้จริงๆ ตัดสินให้ล้มละลายแค่นั้น
..ไม่ทราบจะท้าให้ผมไปคัดสำเนามาดูทำไม เสียเวลาเปล่าๆ.. 

...

คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นพ่อลูกกัน แค่เห็นนามสกุลเหมือนกันเฉยๆ
ก็เอามาพูดเป็นตุเป็นตะ  ที่เคยพูดบ่อยๆ ว่าคนอื่นกล่าวหาทักษิณ
แบบไร้หลักฐานอ้างอิง ตัวคุณเองอาการหนักกว่าหลายเท่าเห็นๆ

ในเมื่อไม่เคยมีหลักฐานว่าเขาถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ก็จบแค่นั้น
แต่ฝ่ายคุณทักษิณถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงไม่รู้กี่คดี ย้อนไปในอดีต
ก็เคยถูกฟ้องร้องแพ้คดีมาแล้ว รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง


...

"ทุนทรัพย์ตามคำร้องขอเข้ารับการฟื้นฟูฯ" จากเว็บ กรมบังคับคดี
อยู่ที่ 4,903,087,105.01 บาท ประมาณ 5 พันล้านตามที่คุณอ้าง
อาจพอเชื่อได้ว่าคุณมีคำพิพากษาอยู่จริง

แต่ในเมื่อเป็นแค่ คดีล้มละลาย เอกสารของคุณจึงไม่มีน้ำหนักอะไร
ในการกล่าวหาว่าเขาโกงนะครับ  ดังนั้นเอามันเก็บไว้ที่เดิมก็ดีแล้ว
ไม่จำเป็นต้องเอามาโพสให้เมื่อยมือและรกบอร์ด

และผมสรุปได้เลยว่าคุณกล่าวหาเขาจากจินตนาการของคุณล้วนๆ
แนะนำว่าไปหาเรื่องอื่นมาแก้ต่างแทนแม้วได้แล้วครับ  
...
สำหรับข้อกล่าวหาที่โพสมาผมจะเอาไปเป็นโจ๊กเล่าให้เขาฟังก็แล้วกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2008, 21:28 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #97 เมื่อ: 18-04-2008, 21:34 »

พูดตั้งแต่ต้นว่า ล้มบนฟูก มีคำว่าฉ้อโกงที่ไหน คิดเองหรือเปล่า
ล้มบนฟูก คือทำบริษัทล้มละลายแต่เจ้าของไม่ได้เจ๊งไปด้วย
ไม่ได้เข้าข่ายฉ้อโกง เพียงแค่เจ้าหนี้ทั้งหลายสมยอมไปให้เงิน
เค้าใช้เอง ในเมื่อเป็นบริษัทจำกัดความรับผิดชอบ จะไปบอกว่า
เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ว่าโกงได้ไง แค่บอกว่า นิสัย ล้มบนฟูก
บริษัทเจ๊งเจ้าของรวย ถ้าไม่เข้าใจตัวอย่างอื่นเห็นๆ ก็มี เช่น ตึก
ศรีวราที่ไฟไหม้นั่น แบ๊งค์ยึดเจ๊งเจ้าของก็รวยเหมือนกัน

บิลลิ่งหลักพันล้านก็ได้ยินมาจากนายควายนั่นแหละ กี่คนจะรู้ว่า
ชื่อนายควาย มันรุ่นเดียวกะเสี่ยหนูใช่มั้ย แต่จบเกษตร เสี่ยหนู
ไปจบบอสตัน นี่เป็นเรื่องส่วนตัวสงวนชื่อจริงไว้ ถ้าเพื่อนกันจริง
อ่านแล้วก็รู้ จะให้โม้มากกว่านี้ว่ารับงานกี่หน่วยงานอะไรบ้างก็
ยังไงอยู่ เพราะไม่ใช่นายปานเทพที่ให้ข่าวเรื่องการเมืองเต็มตัว
ด่าได้เต็มปากเต็มคำ เดี๋ยวดันมาอำว่าหมอนี่เป็นพี่ชายปานเทพ
แต่จริงๆ ไม่ใช่ก็ซวยอีก คนบริหารเจ๊งตัวจริงก็เป็นพ่อซะด้วย ไม่ใช่มัน

สรุปว่าโกงก็ไม่ใช่ แค่ล้มบนฟูกเฉยๆ ไม่ได้โกงอะไรสักหน่อย
อย่างนั้นคุยมาตั้งนานเพื่ออะไร เอาไปเทียบอะไรได้กับทักษิณ
ไปพูดเรื่องตึกไฟไหม้อะไรอีก ไม่ได้เรื่องแล้วครับ

ตัวเลขพันล้านก็แค่ฟังเขามา สารภาพแล้วว่าไม่เคยเห็นงบการเงิน
และสรุปว่าพูดกันมาเสียเวลาเปล่า เพราะยังไงก็ไม่ได้โกงอยู่แล้ว
คุยกันมาตั้งนาน .. สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำยาจริงๆ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
อยากประหยัดให้ติดแก๊ส
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,406



« ตอบ #98 เมื่อ: 18-04-2008, 21:39 »

สรุปว่าโกงก็ไม่ใช่ แค่ล้มบนฟูกเฉยๆ ไม่ได้โกงอะไรสักหน่อย
อย่างนั้นคุยมาตั้งนานเพื่ออะไร เอาไปเทียบอะไรได้กับทักษิณ
ไปพูดเรื่องตึกไฟไหม้อะไรอีก ไม่ได้เรื่องแล้วครับ

ตัวเลขพันล้านก็แค่ฟังเขามา สารภาพแล้วว่าไม่เคยเห็นงบการเงิน
และสรุปว่าพูดกันมาเสียเวลาเปล่า เพราะยังไงก็ไม่ได้โกงอยู่แล้ว
คุยกันมาตั้งนาน .. สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำยาจริงๆ 

ทักษิณ ก็ไม่ได้แพ้คดีฉ้อโกงไม่ใช่เหรอ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
คดีเช็ค ไม่ใช่คดีฉ้อโกง

ตัวเลขพันล้าน ฟังจากผู้บริหารระดับลูกเจ้าของ ไม่ให้เชื่อก็เกินไป
เป็นคุณตอนนั่งฟังจะถามหางบการเงินมั้ย มีสมองคิดตามว่ามีหน่วย
งานอะไรบ้างก็พอประมาณได้ พอดีไม่โง่ซะด้วย ส่วนคำว่า ล้มบนฟูก
แล้วแต่จะคิดแล้วกัน ถ้าเป็นทักษิณ คงหาว่าโกงแหง
บันทึกการเข้า
soco
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,842



« ตอบ #99 เมื่อ: 18-04-2008, 21:44 »

ทักษิณ ก็ไม่ได้แพ้คดีฉ้อโกงไม่ใช่เหรอ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
คดีเช็ค ไม่ใช่คดีฉ้อโกง

ตัวเลขพันล้าน ฟังจากผู้บริหารระดับลูกเจ้าของ ไม่ให้เชื่อก็เกินไป
เป็นคุณตอนนั่งฟังจะถามหางบการเงินมั้ย มีสมองคิดตามว่ามีหน่วย
งานอะไรบ้างก็พอประมาณได้ พอดีไม่โง่ซะด้วย ส่วนคำว่า ล้มบนฟูก
แล้วแต่จะคิดแล้วกัน ถ้าเป็นทักษิณ คงหาว่าโกงแหง

เซ็นเช็คแล้วบอกไม่ได้เซ็น

ค๊าบ ๆ ๆ ไม่ฉ้อโกง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
    กระโดดไป: