ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
20-04-2014, 17:47
378,181 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  ห้องสาธารณะ  |  พันธมิตรต้องการอะไรแน่ ??? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
พันธมิตรต้องการอะไรแน่ ???  (อ่าน 5567 ครั้ง)
กรวุฒิ
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 20-03-2008, 17:57 »

1. คุณต้องการล้มระบอบทักษิณ (ไม่มีในระบอบการเมืองการปกครองประเทศไทย) คุณได้มีการชุมนุมจนบรรลุผลสำเร็จ นำไปสู่การปฏิวัติฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ประชาชนภาคภูมิใจ ทำให้อดีตนายกทักษิณต้องพำนักอยู่ต่างประเทศปีกว่า หลังจากการปฏิวัตินำมาสู่รัฐบาลที่อยู่ภายใต้การกำกับของคมช. ช่วงนั้นคุณเห็นอยู่ว่าทำให้ประเทศไทยถอยหลัง การพัฒนาทุกด้านแทบจะหยุดชะงัก กลไกในการปกครองประเทศช่วงนั้นคมช.เป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น ไม่ว่าสนช. องค์กรอิสระต่าง ๆ มุ่งทำลายบุคคลคนเดียว คุณสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แสดงว่าเห็นด้วยกับคมช.อย่างเต็มที่

2. พรรคไทยรักไทย ถูกยุบไปกรรมการของพรรค 110 คน ถูกเว้นวรรค 5 ปี อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ได้รวมตัวตั้งพรรคใหม่ ภายใต้ชื่อ “พรรคพลังประชาชน” บางกลุ่มไปตั้งพรรคใหม่เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัฌชิมา เป็นต้น  เจตนารมณ์ของหัวหน้าคมช. ต้องการสลายพรรคไทยรักไทย ต้องการให้พรรคฝ่ายตรงข้ามไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลตามแผนบันได 4 ขั้น ซึ่งก็คงเป็นไปตามที่พันธมิตรต้องการมิใช่หรือ

3. หลังการเลือกตั้งเมื่อ 23 ธันวาคม 2550 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 พรรคพลังประชาชน ฝ่าด่านอรหันต์ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นรัฐบาลผสม ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่การบริหารประเทศ (ถ้าพรรคพลังประชาชนไม่ถูกอำนาจรัฐสกัดกั้น คงได้คะแนนอย่างถ่วมท้น สามารถจัดตั้งรัฐบาลเดียวได้) อันนี้ใช่หรือไม่ที่พวกคุณไม่พอใจ

4. อดีตนายกทักษิณกลับประเทศ เพื่อมาสู้คดีต่าง ๆ ที่คตส. ชี้มูลความผิด พันธมิตรเห็นด้วยมิใช่หรือ ให้อดีตนายกทักษิณมาต่อสู้ตามขบวนการยุติธรรม แต่พอมีการโยกย้าย ข้าราชการบางคนที่แต่งตั้งโดยคมช. และคืนความชอบธรรมแก่ข้าราชการที่ถูกโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม พวกคุณเริ่มเคลื่อนไหว เริ่มโจมตีว่าการโยกย้ายเพื่อเปิดทางให้อดีตนายกทักษิณต่อสู้คดีง่ายขึ้น เกรงว่าเช่นนี้มิเป็นการดูหมิ่นดูแคลนกระบวนการยุติธรรมหรือ อดีตนายกทักษิณจะถูกจะผิดควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน พวกคุณอย่าตัดสินเองเลย


ที่กล่าวมาทั้งหมดมิใช่ความต้องการของพันธมิตรหลอกหรือ (ยกเว้นข้อ 3  เพราะเป็นความต้องการของประชาชนไม่ใช่ของพันธมิตร) แล้วพันธมิตรต้องการอะไรกันแน่ จะไม่ยอมรับฉันทานุมัติของประชาชนบ้างเลยหรือไร

ที่มา http://spiritofpolitics.blogspot.com/
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #1 เมื่อ: 20-03-2008, 18:10 »

ขอตอบว่าที่บอกมาไม่มีความต้องการของพันธมิตรซักข้อเดียว
มีแต่ตรรกะบวยของขี้ข้าแม้วเขียนตามใบบอกไว้โพสตามเว็บเท่านั้น

ถ้าอยากรู้ว่าพันธมิตรต้องการอะไร
กลับไปอ่านข้อความของคุณใหม่อีกรอบ
อ่านกฎหมาย รัฐธรรมนูญอีกสามรอบ
แล้วก็ไปศึกษาพระธรรม เอาคำว่า "จริยธรรม"มาใส่หัวซะบ้าง
คุณก็จะรู้คำตอบเอง
บันทึกการเข้า
กรวุฒิ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 20-03-2008, 18:22 »

ผิดรัฐธรรมนูญปีไหนครับ
บันทึกการเข้า
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #3 เมื่อ: 20-03-2008, 19:39 »


อย่าแอบอ้างประชาชนเลย เพราะพันธมิตรก็เป็นประชาชนเช่นกัน
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
ไอ้ห้อย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 20-03-2008, 19:48 »

ต้องการให้ ไอ้ พวกเชี่ย มันออกไปจากการเมืองซะที

ศาล เค้าห้ามยุ่งการเมืองแล้ว ยังเสือก เป็นอีแอบอยู่เบื้องหลัง จนได้  แล้ว เอ็งดูพวกรัฐมนตรี แต่ละคน ดิ ไม่รู้แม่งขุดมาจากไหน

 
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #5 เมื่อ: 20-03-2008, 19:54 »

เศรษฐกิจ-การเมือง ในระบอบทักษิณ
เกษียร เตชะพีระ
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(บทความนี้ยาวประมาณ 16 หน้ากระดาษ A4)


หมายเหตุ : บทความนี้ได้รับมาจาก ดร.เกษียร เตชะพีระ (วันที่ 1 พฤศจิกายน 2546)รวม 3 เรื่อง คือ

    1. "นโยบายเคนเชียนแบบรากหญ้าของรัฐบาลทักษิณ (Grassroots Keynesianism)"
    2. "หัวหน้าฝ่ายบริหารทางการเมืองของชนชั้นนายทุน (Capitalist Political CEO)"
    3. "ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนจากการเลือกตั้ง (Elected Capitalist Absolutism)"

"นโยบายเคนเชียนแบบรากหญ้าของรัฐบาลทักษิณ (Grassroots Keynesianism)"

การอ้างว่า "คิดใหม่ทำใหม่" ทางเศรษฐกิจของระบอบทักษิณอาจแบ่งได้เป็น ๒ เรื่องใหญ่คือ: -

    -การ "คิดใหม่ทำใหม่" เชิงนโยบาย (policy innovation)
    -การ "คิดใหม่ทำใหม่" เชิงการพัฒนา (development innovation)

    การ "คิดใหม่ทำใหม่" เชิงนโยบาย: ลัทธิเคนเชียนแบบรากหญ้า (grassroots Keynesianism) รัฐบาลทักษิณได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในแนวทางลัทธิเคนเชียนแบบรากหญ้าขนานใหญ่ โดยใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐแบบขาดดุลและอาศัยเงินนอกงบประมาณจากสถาบันการเงินของรัฐ มากระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาหลังวิกฤตให้ฟื้นตัวผ่านการบริโภคของคนชั้นล่าง
    (สินีพร มฤคพิทักษ์, "ประชาชื่นชม แต่ไม่ประชานิยม" วิจารณ์ สามัคคี วิจารณ์ฉบับ 'ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ'," เนชั่นสุดสัปดาห์, ๑๒: ๕๘๔ (๑๑-๑๗ ส.ค. ๒๕๔๖), ๒๒-๒๓)

    (อัมมาร สยามวาลา เห็นแย้งในประเด็นนี้โดยระบุว่าเอาเข้าจริงนโยบายอัดฉีดเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตาม "ทฤษฎีเก่า ๆ ของเคนส์" นั้น ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงหลังของรัฐบาลชวน-ธารินทร์แห่งพรรคประชาธิปัตย์แล้ว โดยใช้เงินกู้โครงการมิยาซาวาของญี่ปุ่น ผ่านกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคมหรือ Social Investment Fund - SIF ซึ่งตนเองเป็นประธานกรรมการ แต่ก็ยอมรับว่า "รัฐบาลนี้ (ทักษิณ) ดูจะทุ่มเทมากเป็นพิเศษ" ดูสัมภาษณ์อัมมารใน ฐานเศรษฐกิจ, ๒๒: ๑๗๓๐ (๑๒-๑๔ ก.ย. ๒๕๔๕), ๑๖; ประชาชาติธุรกิจ, ๒๑: ๘๙๕ (๒๐-๒๓ ม.ค. ๒๕๔๖), ๑๑; และ October, ๒ (มีนาคม ๒๕๔๖), ๑๖๔-๘๗)

    ในบริบทของแนวทางเศรษฐกิจกระแสหลักระดับสากลและตลาดนโยบายเศรษฐกิจในประเทศร่วมสมัย การ "ริเริ่ม" หรือ "ทุ่มเท" ดำเนินนโยบายเคนเชียนแบบรากหญ้าดังกล่าวนับว่ากล้าแหกคอกออกนอกกรอบ"ลัทธิเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่" (neoliberal economic orthodoxy) และ "ธรรมเนียมเคร่งวินัยทางการคลังแบบอนุรักษ์นิยมของเทคโนแครตไทย" (Thai technocrats' conservative norms of fiscal discipline) กล่าวคือ:-

    ใน บรรดามอเตอร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติทั้ง ๔ อันได้แก่ การบริโภค, การใช้จ่ายภาครัฐ, การลงทุน, และการส่งออก (consumption, government spending, investment, export) นั้น กล่าวในทางอุดมการณ์ ลัทธิเสรีนิยมใหม่จะเน้นการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนในตลาด, ทว่าตัดรอนความสำคัญของการใช้จ่ายภาครัฐและการบริโภคลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคของคนจนระดับรากหญ้าผ่านสวัสดิการของรัฐและการ ถ่ายโอนรายได้ (government spending & consumption by the poor through public welfare & income transfer)

    กล่าวอีกนัยหนึ่ง แนวนโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่มีอคติที่จะก่อเงินฝืด (deflationary bias) ด้วยความเกลียดกลัวเงินเฟ้อ (inflation) เพราะการที่ค่าเงินแข็งเป็นประโยชน์ต่อมูลค่าทรัพย์สินของนักลงทุน นักการเงินและคนรวย, เสรีนิยมใหม่จึงไม่ส่งเสริมให้รัฐสิ้นเปลืองงบประมาณด้านสวัสดิการ-สังคม สงเคราะห์-การถ่ายโอนรายได้ให้คนจนไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ด้วยเงินหลวง งบฯหลวงผ่านคนจน, เห็นว่านั่นเป็นการฝ่าฝืนวินัยและบิดเบือนกลไกตลาด ใช้จ่ายเงินทุนและทรัพยากรอย่างด้อยประสิทธิภาพ, รัฐไหนประเทศใดดำเนินนโยบายแบบนั้น เสรีนิยมใหม่จะชี้แนะนักลงทุนข้ามชาติให้ขนเงินทุนเผ่นหนีเปิดแนบไปลงทุน ประเทศอื่นที่รัฐบาลว่านอนสอนง่าย รู้จักประหยัดรัดเข็มขัด (austerity) ไม่ฟุ่มเฟือยงบประมาณด้านสวัสดิการสงเคราะห์ช่วยเหลือคนจน หากปล่อยให้ทุกบุคคลดิ้นรนเสี่ยงชีวิตเอาตัวรอดเองอยู่เดียวดายแบบตัวใคร ตัวมันในตลาดเสรี

    ในทางตรงข้าม เสรีนิยมใหม่คัดค้านนโยบายเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า (progressive tax ซึ่งถือว่าผู้ใดรายได้ยิ่งมาก ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราสูงขึ้น) แต่กลับสนับสนุนการลดภาษีให้คนรวย (regressive tax คือผู้ใดระดับรายได้ยิ่งสูง กลับยิ่งเสียภาษีในอัตราต่ำลงฉิบ) เพื่อที่คนรวยจะมีรายได้ในกำมือตนหลังหักภาษีแล้วล้นเหลือเฟือฟายขึ้น ด้วยความเชื่อว่าคนรวยจะใช้รายได้ส่วนเกินไปลงทุนต่อ หรือถึงใช้มันไปบริโภคนิยมอย่างฟุ่มเฟือย แต่นั่นก็จะหวนกลับมากระตุ้นการลงทุนและจ้างงานในที่สุดอีกนั่นแหละ

    นโยบายเคนเชียนแบบรากหญ้านับเป็นการแหกกรอบลัทธิความเชื่อข้างต้นซึ่งครอบ งำเป็นกระแสหลักในแวดวงเศรษฐศาสตร์และธุรกิจสากลในรอบกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ดังที่เรียกกันว่า "ฉันทามติวอชิงตัน" (Washington consensus) โดยมีบรรดาสถาบันโลกาภิบาลทางการเงิน การค้าและการพัฒนาระหว่างประเทศ, สื่อธุรกิจลูกโลก, บรรษัทข้ามชาติ, สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำ, ที่ปรึกษาการลงทุนและบรมครูผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ เป็นองครักษ์พิทักษ์กฎและนายตรวจความคิด

    ผมจำได้ประทับใจว่า ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ บทความของสมาชิกกองบรรณาธิการนิตยสารธุรกิจแนวหน้าของไทยอย่าง Corporate Thailand เคยเอ่ยถึงแนวคิดเศรษฐศาสตร์ของ เคนส์ ด้วยท่าทีดูเบาและปัดทิ้งอย่างไม่สนใจไยดีอย่างไร

    อีกแง่หนึ่ง เทคโนแครตไทยก็มีธรรมเนียมยึดบรรทัดฐานอนุรักษ์นิยมในการจัดทำงบประมาณ เน้นวินัยการคลังมาแต่เดิม เท่าที่จำได้ ธรรมเนียมการจัดทำงบประมาณแบบอนุรักษ์นิยมนี้เคยถูกแหกกรอบสมัยนายบุญชู โรจนเสถียร เข้าร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบดูแลด้านนโยบายเศรษฐกิจ

    ในครั้งนั้น ดูเหมือนรังสรรค์ ธนะพรพันธุ์จะเคยวิจารณ์ว่าเห็นด้วยที่บุญชูกล้าแหกกรอบ แต่ไม่เห็นด้วยในแนวทางที่เขาแหก อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมดังกล่าวมาอ่อนเปลี้ยลงมากในระยะหลัง ภายใต้ระบอบเลือกตั้งธิปไตยที่นักเลือกตั้งผู้กุมอำนาจบริหารแทรกแซงนโยบาย การคลังขนานใหญ่ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองและทุจริตคอรัปชั่นของตนและพรรคพวก

    รัฐบาลทักษิณไม่ยอมให้ลัทธิเสรีนิยมใหม่ทางสากล และธรรมเนียมอนุรักษ์นิยมด้านการคลังของเทคโนแครตไทยมาเป็นอุปสรรคขัดขวาง การ "ริเริ่ม"/"ทุ่มเท" ดำเนินนโยบายเคนเชียนแบบรากหญ้าของตน โดยใช้เงินภาครัฐทั้งในและนอกงบประมาณไปกระตุ้นและเน้นความสำคัญของตลาด- อุปสงค์-เศรษฐกิจในประเทศมากกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มา เดินเส้นทางที่เรียกว่า dual-track policy คือเดินคู่ขนานกันไปทั้งตลาดในประเทศ/ตลาดส่งออก, กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มรายได้และการบริโภคของมวลชนรากหญ้า/สนับสนุน การส่งออก ไปพร้อมกัน ท่ามกลางความหวาดเสียวใจหายใจคว่ำของฝ่ายค้าน นักวิจารณ์และผู้สังเกตการณ์

    ต้องนับว่าเฮงจริง ๆ สำหรับรัฐบาลทักษิณที่กล้าเดินนโยบายเคนเชียนแบบรากหญ้า ย้ายน้ำหนักมาอาศัยพลังเศรษฐกิจในประเทศและภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนเพิ่ม ขึ้นได้ถูกจังหวะที่เศรษฐกิจโลกทุนนิยมที่พัฒนาแล้วกำลังถดถอยพร้อมกันทั้ง ๓ ศูนย์ (อเมริกาเกิดฟองสบู่แตกและเศรษฐกิจถดถอย, ญี่ปุ่นยังติดกับดักสภาพคล่องและเงินฝืดเรื้อรังฟื้นไม่ขึ้นหลังวิกฤตนาน นับสิบปี, ส่วนสหภาพยุโรปเกิดภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำหรือกระทั่งชะงักงันในประเทศ สมาชิกหลัก ๆ อย่างเยอรมนีและฝรั่งเศส) เนื่องจากวงจรธุรกิจทุนนิยมระยะสั้นตกต่ำลงบรรจบกับคลื่นยาวของเศรษฐกิจทุน นิยมโลกอยู่ในช่วงขาลงพอดี ประจวบกับปัญหาการก่อการร้ายและสงครามสถาปนาจักรวรรดิโลกของอเมริกาซ้ำเติม เข้ามา
    (ดู Walden Bello, "THE CRISIS OF THE GLOBALIST PROJECT & THE NEW ECONOMICS OF GEORGE W. BUSH" บทความนำเสนอในการประชุม McPlanet Conference ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี, ๒๗ มิ.ย. ๒๕๔๕)

"หัวหน้าฝ่ายบริหารทางการเมืองของชนชั้นนายทุน (Capitalist Political CEO)"

บทบาทหัวหน้าฝ่ายบริหารทางการเมืองของชนชั้นนายทุน (Capitalist Political CEO) ของระบอบทักษิณแสดงออกอย่างรวมศูนย์ในแง่นโยบายเศรษฐกิจ โดยเล่นบทเป็นผู้ตัดสินคำถามหลักทางการเมืองในเรื่องของการจัดสรรแจกแจงผลประโยชน์แก่บรรดากลุ่มทุนฝ่ายต่าง ๆ ว่า "ใครจะได้อะไร, เมื่อไหร่, และอย่างไร?" (Who gets what, when & how?)

ดังที่ ธีรยุทธ บุญมี ได้บ่งชี้ประเด็นนี้ไว้ในการบรรยายหัวข้อ "การปลดปล่อยกระบวนทัศน์การพัฒนาประเทศจากการครอบงำโดยตะวันตก"แก่สภาที่ ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเมื่อ ๑๑ ก.ย. ศกนี้ตอนหนึ่งว่า: -

    "ในปัจจุบันรัฐกลับเป็นผู้ผูกขาดการจัดสรรผลประโยชน์เศรษฐกิจต่างๆ ของประเทศเกือบจะโดยผู้เดียว โดยดูเหมือนจะได้รับฉันทานุมัติจากเสียงสังคมด้วย"
    (เส้นใต้เน้นโดยผู้เขียน มติชนสุดสัปดาห์, ๒๓: ๑๒๐๕ (๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖), ๒๖)

ในการบรรยายครั้งล่าสุดหัวข้อ "Road Map ประเทศไทย" ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เนื่องในโอกาสรำลึกครบรอบ ๓๐ ปีการลุกขึ้นสู้ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ธีรยุทธคิดรวบยอดประเด็นนี้กระชับชัดขึ้นว่าเป็นโยบาย "การ บูรณาการกับกลุ่มทุนต่าง ๆ" ของกลุ่มทุนใหม่แห่งพรรคไทยรักไทย กล่าวคือ: -

    "อำนาจเด็ดขาดของไทยรักไทยจะทำให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ ถือว่า "อำนาจคือความสำเร็จ" จะหวังเข้าร่วมกับแกนเดิมของไทยรักไทย คือกลุ่มธุรกิจสื่อสาร กลุ่มบันเทิง เกษตรกรรม อุตสาหกรรมรถยนต์ มีโอกาสเกิดระบบพรรคการเมืองที่คุมโดยกลุ่มทุนใหม่ ดังเช่นพรรคแอลดีพีของญี่ปุ่น.....

    "ถึงที่สุดการบูรณาการกลุ่มทุนใหม่เข้ากับภาคการเมือง ภาคราชการ และอำนาจมาเฟีย ก็คือการจัดระเบียบอำนาจและผลประโยชน์ใหม่ให้ลงตัวตามกำลังของแต่ละส่วนในสภาพการเมืองใหม่นั่นเอง กล่าวคือ กลุ่มทุนใหม่ได้ประโยชน์ชัดเจนขึ้น กลุ่มการเมืองท้องถิ่นอิทธิพลมาเฟียและข้าราชการถูกลดผลประโยชน์ลง"
    (เส้นใต้เน้นโดยผู้เขียน มติชนรายวัน, ๖ ต.ค. ๒๕๔๖, น. ๒, ๑๕)

ในงานวิจัยเรื่อง "อิทธิพลของกลุ่มธุรกิจกับพรรคการเมือง ศึกษาเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคไทยรักไทย" ของสถาบันวิจัยพระปกเกล้าฯ ได้แจกแจงกลุ่มทุนใหม่ของพรรคไทยรักไทยว่าประกอบด้วย: ๑) กลุ่มคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ๒) กลุ่มนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ๓) กลุ่มนายอดิศัย โพธารามิก ๔) กลุ่มนายประชา มาลีนนท์ ๕) กลุ่มนายธนินท์ เจียรวนนท์ ๖) กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ๗) กลุ่มนายประยุทธ มหากิจศิริ และ ๘) กลุ่มนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
(อ้างจาก ศัลยา ประชาชาติ, "วิจัยร้อน 'สถาบันพระปกเกล้า' เปิดถุงเงิน 'อีแต๋น-ดาวเทียม' ทุนต่างพรรคแต่ใจเดียวกัน," มติชนสุดสัปดาห์, ๒๓: ๑๒๐๓ (๕ ก.ย. ๒๕๔๖), ๑๖)

ข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับลักษณะร่วมของกลุ่มทุนใหม่แห่งพรรคไทยรักไทยเหล่านี้ คือ ล้วนเป็นกลุ่มทุนใหญ่ระดับชาติ, การประกอบการมักเป็นแบบทำสัญญาสัมปทานผูกขาดกิจการกับรัฐ, หลายกลุ่มทำธุรกิจด้านสื่อสารไฮเทค, และสำหรับกลุ่มที่นำบริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็จะมี มูลค่าหุ้นค่อนข้างสูงในระดับต้น ๆ

นั่นสะท้อนว่าความสำเร็จทางธุรกิจของพวกเขาที่ผ่านมาต้องอาศัยทักษะด้าน know-who ไม่ด้อยไปกว่าด้าน know-how หากยืมถ้อยคำสำนวนของนายอานันท์ ปันยารชุนมากล่าว

ในแง่พัฒนาการและแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ อัมมาร สยามวาลา ได้กล่าวในการบรรยายสาธารณะหัวข้อ "ครึ่งศตวรรษเศรษฐกิจไทย" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อ ๒๘ ก.ย. ศกนี้ ("อัมมารวิพากษ์ทุนนิยมระบบใหม่จับตา Dual Track สไตล์แม้ว," มติชนรายวัน, ๒๙ ก.ย. ๒๕๔๖, น. ๒) ว่าสภาพปัจจุบันนับเป็นระยะที่ ๓ ของการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจไทยสืบต่อจาก: -

    ระยะที่ ๑) ทุนนิยมระบบราชการ (bureaucratic capitalism) ซึ่งอำนาจการจัดสรรทุนอยู่ที่ระบบราชการ, ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๔๘๘ ถึงการสิ้นสุดอำนาจของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามใน พ.ศ. ๒๕๐๐

    ระยะที่ ๒) ทุนนิยมนายธนาคาร (banker capitalism) ซึ่งอำนาจการจัดสรรทุนอยู่ที่นายธนาคาร, ตั้งแต่สิ้นรัฐบาลจอมพล ป. แล้วเริ่มการปกครองของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เต็มตัวใน พ.ศ. ๒๕๐๑ มาสิ้นสุดลงในวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดของไทยเมื่อกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ยังผลให้อัมมารฟันธงว่า "ในความคิดของผม ทุนนิยมระบบนายธนาคารจะไม่หวนกลับคืนมาอีกแล้วสำหรับระบบเศรษฐกิจไทย"

    ระยะที่ ๓) ทุนนิยมแบบประชานิยม (populist capitalism) นี่คือชื่อที่อัมมารเรียกแบบจำลองการพัฒนาของรัฐบาลทักษิณ ในการบรรยายเนื้อหาใกล้เคียงกันในงานเลี้ยงอาหารเที่ยงของสโมสรโรตารี่เมื่อ ๑๙ สิงหาคม ศกนี้
    (Nareerat Wiriyapong, "Populist Capitalism lifting consumption but not efficiency," Bangkok Post, 20 August 2003, Business Section, p. 1)

อย่างไรก็ตาม ชื่อ "ทุนนิยมแบบประชานิยม" คลุมเครือกว่า ๒ ชื่อแรกในแง่อำนาจการจัดสรรทุนว่าอยู่ที่ใครกันแน่ และอัมมารก็ระมัดระวังไม่ด่วนสรุปเรื่องนี้ โดยบอกว่า: -

    "จะเป็นทุนนิยมของใคร ผมไม่มีคำตอบ ส่วนรูปแบบที่จะเกิดอาจมีหลายรูปแบบ ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐหรือคนในรัฐจะเป็นผู้จัดสรรทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป
    (ขอให้เทียบกับธีรยุทธซึ่งระบุข้างต้นว่า "รัฐกลับเป็นผู้ผูกขาดการจัดสรรผลประโยชน์เศรษฐกิจต่าง ๆ ..." - ผู้เขียน) อีกทั้งเราต้องตั้งคำถามว่า อำนาจการจัดสรรจะอยู่ที่ใคร..." (มติชนรายวัน, ๒๙ ก.ย. ๒๕๔๖, น. ๒)

สำหรับแนวโน้มเกี่ยวกับอำนาจโดยเปรียบเทียบของกลุ่มทุนต่าง ๆ ชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้ตั้งข้อสังเกตในการบรรยายสาธารณะในโอกาสครบรอบ ๓๐ ปี ๑๔ ตุลาฯ ณ หอสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อ ๙ สิงหาคม ศกนี้ว่า
("ชัยอนันต์ สมุทวณิช วิพากษ์สังคมไทยหลัง ๑๔ ตุลา," มติชนรายวัน, ๑๐ ส.ค. ๒๕๔๖, น. ๒): -

    ๑) "ในระบบทุนนิยมแบบโลกาภิวัตน์ ทุนที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและทุนจากหุ้นจะเป็นทุนที่มีความสำคัญ"

    ๒) ขณะที่ "ทุนที่เกิดจากทุนนิยมล้าหลังคือทุนที่เกิดจากการค้ายาเสพติด ทุนของบ่อนของซ่อง...ทุนที่เกี่ยวกับท้องถิ่นที่มาจากหวยเถื่อน" กลับตกเป็นเป้าโจมตีของทุนหุ้นในฐานะ "แหล่งทุนที่จะเป็นศักยภาพของทุนทางการเมืองได้"

    ๓) ส่วน "ระบบเศรษฐกิจและระบบธนาคารที่เคยเป็นทุนของการปฏิวัติและทุนทางการเมืองก็พังทลายไป ดังนั้นในระบบธนาคารเป็นอย่างนี้ จะมีทุนใดที่จะทัดเทียมทุนหุ้นเป็นไม่มี" (ตรงกับบทสรุปเกี่ยวกับทุนนิยมนายธนาคารของอัมมารข้างต้น)

ความใหม่ทางการเมืองของระบอบทักษิณอยู่ตรงกลุ่มทุนใหม่แห่งพรรคไทยรักไทยได้เข้ายึดกุมอำนาจรัฐเอง บริหารเองโดยตรง แทนที่จะเป็นการบริหารเพื่อทุนนิยมผ่านตัวแทน เช่น ทหาร, เทคโนแครตหรือนักเลือกตั้งดังก่อน

ระบอบทักษิณยังได้ริเริ่มการคิดใหม่ทำใหม่เชิงนโยบาย (policy innovation สำหรับประเด็นนี้อัมมารไม่เห็นด้วย) และการคิดใหม่ทำใหม่เชิงการพัฒนา (development innovation) ที่สำคัญบางอย่าง เพื่อกอบกู้-ปกป้อง-ปฏิรูป-ชี้นำทุนนิยมไทยในภาวะคับขันหลังวิกฤตเศรษฐกิจ ให้อยู่รอดได้ในทุนนิยมโลก, ชูธงทุนไทยต่อรองกับทุนต่างชาติ
(ประมวลจาก สุวินัย ภรณวลัย, ทัศนะวิพากษ์เศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญ," ฟ้าเดียวกัน, ๑: ๓ (ก.ค.-ก.ย. ๒๕๔๖), ๕๘-๕๙; สุวินัย ภรณวลัย, สัมภาษณ์โดยสุรพล ธรรมร่มดี, "เข้าใจสรรพสิ่งด้วยแถบสีแห่งวิวัฒนาการของจิตและสังคมมนุษย์," October, ๒ (มีนาคม ๒๕๔๖), ๒๓๒, ๒๓๗-๓๘; สินีพร มฤคพิทักษ์, "'คุณทักษิณเป็นนายทุนเต็มตัว ต้องการปฏิรูปทุนน้อย แต่เขาไม่ใช่นักสังคมนิยม' ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ," เนชั่นสุดสัปดาห์, ๑๒: ๕๘๕ (๑๘-๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๖), ๒๒-๒๓; และ "ชัยอนันต์ สมุทวณิชวิพากษ์สังคมไทยหลัง ๑๔ ตุลา")

จนได้รับการเปรียบเปรยยกย่องประดุจฉินซีฮ่องเต้ผู้นำอำนาจรัฐเด็ดขาดเข้มแข็งมารับใช้ทุนไทย (ความ เห็นประจำคงเส้นคงวาของ บุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ เช่นในบทความ "ความเข้มแข็งหารสองของประเทศไทย...อีกครั้ง," มติชนรายวัน, ๑๔ ก.พ. ๒๕๔๖, น. ๖; หรือ "ซีอีโอต้นแบบ," มติชนรายวัน, ๑๕ ก.ย. ๒๕๔๖, น.๖ เป็นต้น)

เป็นชาตินิยมแบบใหม่ผ่านผู้นำคนเดียวที่รู้จักจัดการอธิปไตยไทยซึ่งจำเป็นแก่การต่อรองอยู่ร่วมกับมหา อำนาจเดี่ยวอเมริกา ("ชัยอนันต์ สมุทวณิชวิพากษ์สังคมไทยหลัง ๑๔ ตุลา") และเป็นระบบ "ทุนนิยมโดยรัฐ" (สุวินัย, "ทัศนะวิพากษ์ฯ" ซึ่งสรุปคล้ายธีรยุทธ เทียบกับการสงวนความ เห็นของอัมมารข้างต้นที่ยังไม่อาจสรุปชัดเจนว่ารัฐหรือคนในรัฐจะเป็นผู้จัด สรรทุน) ยิ่งกว่านั้น ในความเห็นของผาสุก พงษ์ไพจิตรกับคริส เบเคอร์ รัฐบาลทักษิณยังกระทั่งทำให้ทุนนิยมยิ่งแผ่ขยายกว้างและหยั่งรากลึกขึ้นใน ประเทศไทยด้วยซ้ำ ("extending & deepening capitalism in Thailand" ในการนำเสนอของทั้งคู่ที่ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต เมื่อมีนาคม ศกนี้)

น่าสนใจที่ทั้งนักวิชาการผู้วิจารณ์รัฐบาลทักษิณอย่างธีรยุทธ, ผาสุกและเบเคอร์ และนักวิชาการที่เห็นอกเห็นใจรัฐบาลอย่างณรงค์ เพ็ชรประเสริฐและสุวินัย ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหลักนโยบายของระบอบทักษิณโดยเนื้อแท้เป็นทุนนิยมเต็มตัว ไม่มีอะไร"สังคมนิยม" เกี่ยวกับมันเลย ตรงข้ามกับความเข้าใจนโยบายตัวเองของนายกฯทักษิณ
(Yuwadee Tunyasiri, "Thaksin to push on with 'parallel policy'," Bangkok Post, 7 September 2003, p.3) และทรรศนะของ "ทักษิณา" ในมติชนสุดสัปดาห์พอดี (ทักษิณา, "แนวคิดทักษิณ ชินวัตรกับแนว Social Capitalism และ Dual Track," มติชนสุดสัปดาห์, ๒๓: ๑๒๐๖ (๒๖ ก.ย. ๒๕๔๖), ๘)

"ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนจากการเลือกตั้ง (Elected Capitalist Absolutism)"

เราจะเข้าใจระบอบทักษิณว่าอย่างไรดี?

ความพยายามทำความเข้าใจปรากฏการณ์ระบอบทักษิณต่อไปนี้ประมวลสังเคราะห์ขึ้นมาจากข่าว สารข้อมูลและทรรศนะเชิงวิเคราะห์ของปัญญาชนสาธารณะและนักวิชาการบางท่านทั้งฝ่ายที่มองรัฐบาลในแง่เห็นอกเห็นใจ (เช่น ชัยอนันต์ สมุทวณิช, สุวินัย ภรณวลัย), ในแง่เห็นขีดจำกัดข้อบกพร่อง (เช่น อัมมาร สยามวาลา, ผาสุก พงษ์ไพจิตร, คริส เบเคอร์, ธีรยุทธ บุญมี, รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, เอนก เหล่าธรรมทัศน์, บรรเจิด สิงคะเนติ, เวียงรัฐ เนติโพธิ์), รวมทั้งบุคคลในทีมที่ปรึกษาและคณะทำงานของรัฐบาลเอง (เช่น โอฬาร ไชยประวัติ, ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ) แน่นอนว่า การยอมรับหนี้ทางปัญญาข้างต้นมิได้หมายถึงการโบ้ยบอกปัดความรับผิด ชอบของผู้เขียนในการเลือกสรร ตีความและประกอบต่อเข้าด้วยกันเป็นภาพรวมซึ่งชิ้นส่วนทางความคิดเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม แวบประกายความคิดที่จุดใจผู้เขียนให้สว่างวาบขึ้นจนพลันคิดรวบยอดปัญหา "ระบอบทักษิณ" ได้ มาจากรายงานของนักศึกษาผู้หนึ่งที่ทำส่งวิชาสัมมนาปัญหาการเมืองการปกครองของไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้อความสำคัญที่คุณ ๔๓๐๓๖๘๐๑๑๒ เขียนมีว่า: -

    "ตามบทสรุปของ Ben Anderson ในบทความ "ศึกษารัฐไทย: วิพากษ์ไทยคดีศึกษา" นั้น ปัญหาการเมืองที่แท้จริงของสยาม/ไทย ก็คือ ยังไม่มีการแตกหักอย่างเด็ดขาดจากระบอบสัมบูรณาญาสิทธิ์ อันหมายถึงการแตกหักแบบที่ประชาชนลุกฮือเข้าร่วมและขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ที่มุ่งเปลี่ยนสังคมอย่างถอนรากถอนโคนและลัทธิชาตินิยมของมวลชน คำถามที่น่าสนใจก็คือ มาจนถึงระบอบทักษิณในปัจจุบันและแน่นอนว่าต้องเรื่อยไปยังอนาคต (อันใกล้หรืออาจจะไกล) ปัญหาการเมืองไทยดังกล่าวแก้ตกหรือยัง? หรือยังไม่แก้? และถ้ายัง, มันได้กลายตัวเปลี่ยนรูปการแสดงออกไปบ้างหรือไม่อย่างไร?

    "ซึ่งรายงานจะตอบคำถามนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่ถูกแก้ ทว่าได้กลายตัวเปลี่ยนรูปการแสดงไป โดยระบอบสัมบูรณาญาสิทธิ์ก็ยังคงอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็มีการเปลี่ยนผู้กุมอำนาจ จากทหารในรัฐราชการ ไปสู่นักเลือกตั้งในห้วงเวลาสั้น ๆ จากนั้นก็กลายมาเป็นนายทุนที่มีอำนาจสัมบูรณาญาสิทธิ์ไม่ด้อยไปกว่า สมัยสฤษดิ์ อันมีที่มาจากการปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน....."

แน่นอน สิ่งที่นักศึกษาผู้นี้หมายถึงมิใช่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy) ในอดีตเพราะผู้ปกครองมิใช่พระราชา, หากเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของคณะกรรมการจัดการผลประโยชน์ร่วมของชนชั้นนาย ทุนใหญ่ไทย (capitalist political CEO), ผู้ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง (elected) และใช้อำนาจนั้นแบบอาญาสิทธิ์ (absolute power)

เพราะฉะนั้น เมื่อประมวลเชื้อมูลลักษณะสำคัญทางการเมืองต่าง ๆ เข้าด้วยกันแล้วคิดรวบยอด ก็อาจจะเรียกระบอบนี้ได้ว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนหรือระบอบอาญาสิทธิ์ทุนนิยมจากการเลือกตั้ง (elected capitalist absolutism) โดยชื่อที่ตั้งมิใช่เป็นเพียงการประดิษฐ์คำ หากแต่ละองค์ประกอบของมันมีความหมายเป็นแก่นสารสาระ กล่าวคือ: -

ลักษณะสมบูรณาญาสิทธิทุนในแง่การใช้อำนาจการเมือง
นี่เป็นระบอบที่พยายามรวมศูนย์อำนาจ สร้างเสริมความเข้มแข็งและการจัดการบริหารอย่างสมเหตุ สมผลให้แก่รัฐ (rationalizing, centralizing & strengthening the state) โดยรวมศูนย์อำนาจเด็ดขาดที่หัวหน้าฝ่ายบริหาร ใช้อำนาจรัฐแก้ปัญหา เพื่อการนี้ ระบอบได้แสดงให้เห็นว่ามีความโน้มเอียงและความพร้อมที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพในร่างกาย ชีวิต ทรัพย์สินของพลเมือง ก้าวล่วงรัฐธรรมนูญ ผูกขาดการเมือง และอุปถัมภ์ชาวบ้าน

กล่าวเฉพาะในแง่การใช้อำนาจการเมือง ระบอบนี้ค่อนข้างมีลักษณะ "คิดเก่า ทำเก่า" รับทอดมรดกรัฐในยุคสงครามเย็น-ปราบคอมมิวนิสต์มา และสืบสานต่อเนื่องธรรมเนียมการใช้อำนาจแบบอาญาสิทธิ์และเจ้าขุนมูลนาย, รวมศูนย์และผูกขาดอธิปัตย์ (absolutist & sakdina, centralist & monist tradition) ของรัฐไทยต่อไป
(จากข้อวิเคราะห์ลักษณะรัฐไทยของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สองนัคราประชาธิปไตยฯ, ๒๕๓๘) ซึ่งเท่ากับรื้อโละมรดกหลักนิติรัฐ (the rule of law) ซึ่งสถาปนาขึ้นในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ เลยทีเดียว (คำวิจารณ์ของ บรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ อ้างใน Pradit Ruangdit, "A terribly important short-cut?," Bangkok Post, 23 August 2003)

ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนได้ใช้อำนาจบริหารเข้มแข็งเด็ดขาดนั้นไปกำราบและปฏิรูปกลไกรัฐราชการที่อืดอาดเฉื่อยเนือยหย่อนยาน คอรัปชั่น ชอบปกครองควบคุม ไม่ค่อยรับใช้บริการ และมีอิสระโดยสัมพัทธ์มาก, ทำให้กลไกรัฐราชการยอมรับและเป็นเครื่องมือเชื่อง ๆ ว่านอนสอนง่ายแก่การนำทางการเมืองการบริหารของกลุ่มทุนใหญ่ (ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มทุนใหญ่ ๘ กลุ่มหลักของพรรคไทยรักไทยปรากฎใน ศัลยา ประชาชาติ, "วิจัยร้อน 'สถาบันพระปกเกล้า' เปิดถุงเงิน 'อีแต๋น-ดาวเทียม' ทุนต่างพรรคแต่ใจเดียวกัน," มติชนสุดสัปดาห์, ๒๓: ๑๒๐๓ (๕ ก.ย. ๒๕๔๖), ๑๖)

พร้อมกันนั้น ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนก็ใช้อำนาจรัฐ "ทำสงคราม" แก้ปัญหาวิกฤตของชาติอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อาทิ สงครามปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า สงครามปราบปรามผู้มีอิทธิพล ฯลฯ โดยไม่จำกัดวิธีการแก้ไขแต่ในกรอบศีลธรรมและขอบเขตกฎหมาย และกลับได้รับคะแนนนิยมจากมหาชนอย่างกว้างขวางเพราะการนั้น ดังที่พระราชวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ โคราช ผู้ทรงฐานะบทบาทสำคัญเสมือนหนึ่งหลวงพ่อประจำรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เทศนายกย่องสนับสนุนแนวทางแก้วิกฤตของนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรที่เดินทางเข้านมัสการเมื่อ ๒๙ ก.ย. ศกนี้ว่า: -

    "ดีแล้วที่เกิดมาสร้างบารมี มาช่วยชาติ ถ้าไม่มีมึง ยาบ้าไม่หมดแน่นอน กลัวแต่ว่าเมื่อหมดอำนาจแล้ว จะไม่มีคนมาทำแทน ยาบ้าก็จะมาอีก จะหาคนอย่างมึงมันยากเต็มที นับตั้งแต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นต้นมา ก็มีมึงนี่แหละ เป็นคนสำคัญมาเกิด มากู้ประเทศชาติได้ทันเวลา..... คนค้าคนขายยาบ้าเอาไปขังคุกขื่อคา มันไม่จำ ยาบ้าเกิดที่ไหนดับที่นั่น ฆ่าคนขายยาบ้าบาปเท่ากับตบยุงตาย ๑ ตัว มึงไม่ต้องไปกลัวมันหรอก อย่าให้มันอยู่รกแผ่นดิน ไม่ต้องให้มันไปติดคุก มันก็ไปนอนกินยาบ้าในคุกสบาย เดี๋ยวก็ออกทำเหมือนเดิม"
    ("หลวงพ่อคูณชู 'แม้ว' เทียบ 'สฤษดิ์'," มติชนรายวัน, ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๖, น. ๑๔)

เราจะเข้าใจวิธีคิดแบบนี้ว่าอย่างไรดี? ข้อถกเถียงดีที่สุดที่พอจะช่วยให้สาธุชนเข้าใจได้มาจากตำราคู่มือการเมืองการปกครองลือชื่อเรื่อง "เจ้า" (The Prince, เขียนราว พ.ศ. ๒๐๕๖) ของนิคโคโล มาเคียเวลลี (พ.ศ.๒๐๑๒ - ๒๐๗๐) ชาวอิตาเลียนผู้ได้รับยกย่องเป็นบิดาแห่งรัฐศาสตร์สมัยใหม่ กล่าวคือ เมื่อเผชิญวิกฤตที่คุกคามความอยู่รอดของรัฐ(ชาติ) เจ้าผู้ปกครองมีหน้าที่ต้องกอบกู้รัฐ(ชาติ)เอาไว้ก่อน ถึงจะต้องละเมิดศีลธรรมและกฎหมายเพื่อการนั้นก็ต้องทำ, เพราะถ้าไม่มีรัฐ, รัฐประสบวิกฤตล่มสลายเสียแล้ว ศีลธรรมและกฎหมายก็จะมีไม่ได้ และวิถีชีวิตปกติสุขในบ้านเมืองก็จะสูญสิ้นไป

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะ (สมมุติฐานของมาเคียเวลลีที่ว่า) คนเรามีสันดานบาปหยาบช้าโดยธรรมชาติ จะตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมและกฎหมายโดยลำพังตัวเองหาได้ไม่ มีแต่ต้องอาศัยรัฐคอยกำกับควบคุมตรวจตราลงโทษให้ยำเกรงเท่านั้น คนเราจึงจะยอมอยู่ในศีลในธรรมและเคารพขื่อแปของบ้านเมือง

จวบจนเมื่อเจ้าผู้ปกครองยอมละเมิดศีลธรรมและกฎหมายเพื่อกอบกู้รัฐ(ชาติ) เอาชาติบ้านเมืองให้อยู่รอดไว้ได้สำเร็จเสร็จแล้วนั่นแหละ บัดนั้นกฎหมายและศีลธรรมจึงจะหวนกลับมาบังเกิดมีขึ้นและธำรงคงอยู่ได้สืบ ไป.....จนกระทั่งบ้านเมืองค่อย ๆ เสื่อมถอยถึงขั้นวิกฤตอีก และเจ้าผู้ปกครองต้องลงมืออย่างเด็ดขาดเพื่อกอบกู้บ้านเมือง แม้จะต้องละเมิดศีลธรรมและกฎหมายอีก ฯลฯลฯลฯลฯ ad infinitum

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เจ้าผู้ปกครองจำต้องละเมิดศีลธรรมและกฎหมาย -> เพื่อรักษารัฐ(ชาติ)ให้อยู่รอด -> ก็เพื่อจะได้ผดุงรักษาไว้ซึ่งศีลธรรมและกฎหมายในท้ายที่สุดนั่นเอง

ผมยังกับรู้สึกว่านี่อาจพอช่วยให้เข้าใจวิธีคิดเบื้องหลังสงครามปราบผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์, สงครามปราบยาบ้า, สงครามปราบผู้มีอิทธิพล, รวมทั้งรัฐประหารและการฆ่าหมู่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ขึ้นบ้าง.....

หรือ หากจะกล่าวด้วยภาษาทฤษฎีบริหารรัฐกิจใหม่ล่าสุด ชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้อธิบายวิธีบริหารใหม่ของรัฐบาลทักษิณเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตของชาติทั้งหลาย ว่าเป็นแบบ "การจัดการประเทศเชิงยุทธศาสตร์" กล่าวคือ "ไขว้ความสัมพันธ์ในแนวราบ" (น่าจะเป็นระหว่างหน่วยงานราชการต่าง ๆ ซึ่งฟังคล้ายสิ่งที่ในภาษาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเรียกว่า "สัมพันธ์ขวาง" แทนที่จะสัมพันธ์แบบขึ้นบน -> ลงล่างตามลำดับชั้นการจัดองค์กรแบบปกติธรรมดา) "ลุยปัญหาเป็นแนวหน้ากระดานทั้งระบบทั่วทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดแรงผลักที่หนักหน่วงพอ (critical mass) ที่จะข้ามห้วงแห่งปัญหา (treshold) ที่หมักหมมมานาน การจัดการเชิงมิติสัมพันธ์ (matrix management) นี้อาศัยยุทธศาสตร์การจัดการอย่างเป็นองค์รวมโดยใช้แนวทาง "พื้นที่-กลุ่มเป้าหมาย, ภารกิจหลัก, การมีส่วนร่วม" (Area, Function, Participation หรือ AFP)" ("สังคมไทยยุคหลังรัฐธรรมนูญ," ผู้จัดการรายวัน, ๙ มิ.ย. ๒๕๔๖) ซึ่งดูจะสะท้อนคล้องจองกับฉากลำดับขั้นตอนการรณรงค์ปราบยาเสพติดทั้งระบบ ทั่วประเทศที่ผ่านมา

ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุน ยังใช้อำนาจรัฐแจกจ่ายงบประมาณ เงินทุน สวัสดิการ อุปถัมภ์ชาวบ้านเจ็บป่วยยากไร้ผ่านกลไกรัฐ

ภาพรวมของวัฒนธรรมการใช้อำนาจรัฐของระบอบนี้จึงดูจะเน้นรัฐ/รัฐนิยม (state/statism), ลดทอนความสำคัญและอิสระของประชาสังคม (civil society) ลง, และปฏิเสธเกลียดชังสิ่งที่ถูกมองเป็น "อนาธิปไตย" (anarchism) หรือนัยหนึ่งพลังหรือบุคคลในรัฐและสังคมที่ไม่เชื่อฟังรัฐ/เสียงข้างมาก ไม่อยู่ในกรอบวิถีแนวทางการนำของรัฐ/มติเสียงข้างมาก เป็นที่สุด การจำกัดอำนาจรัฐและถ่วงดุลตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยองค์การมหาชนอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ถูกแทรกแซง บิดเบน ขัดขวางจากฝ่ายการเมืองจนค่อนข้างล้มเหลว หรือนัยหนึ่งมาตรการตามรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขอำนาจอาญาสิทธิ์ (absolutism) ไม่ทำงาน

ส่วนมาตรการกระจายอำนาจรัฐไปให้พลังสังคมนอกรัฐ (decentralization of power) เพื่อแก้ไขการรวมศูนย์อำนาจโดยรัฐ (state centralism) และมาตรการแบ่งปันอำนาจรัฐไปให้พลังสังคมนอกรัฐ (distribution of power) เพื่อแก้ไขการผูกขาดอธิปัตย์โดยรัฐ (state monism) ถูกบิดเบือนเฉไฉและไม่นำไปปฏิบัติ

http://midnightuniv.org/midarticle/newpage46.html


 
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #6 เมื่อ: 20-03-2008, 20:33 »

พวกพันธมิตรต้องการอะไรกรูไม่รู้ เหมือนๆกับที่กรูไม่รู้ว่ามรึงเอาเรื่องเxี้ยๆใส่ความพวกมันมาจากนรกขุมไหน

รู้แต่ความต้องการของกรู
คือกรูอยากได้หนังหัวพ่อมรึงมาทำแปรงขัดรองตีน
ว่างๆมรึงก็ช่วยตัดหัวพ่อมรึงมาให้กูละกัน
ไม่ต้องคิดมากมาย แค่ตัดหัวหมาตัวนึงเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-03-2008, 00:03 โดย นกกระสากวนน้ำ » บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
TheBluECaT
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 824


"แมวน้อยสีน้ำเงิน..."


« ตอบ #7 เมื่อ: 20-03-2008, 20:37 »

แค่ออกมาสัมนาวิชาการ...

เหล่าบรรดาสาวก และลิ่วล้อ ก็ออกมาดิ้นเหมือนโดนน้ำร้อนซะแว้ว~!!

หนุกจริง ๆ เล้ย~
 
บันทึกการเข้า

"ยามบุญมากาไก่กลายเป็นหงส์  ยามบุญหลงหงส์เป็นกาน่าฉงน...
ยามบุญมาหมูหมากลายเป็นคน  ยามบุญหล่นคนเป็นหมาน่าอัศจรรย์"
กรวุฒิ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 20-03-2008, 21:17 »

Cherub Rock

ขอบคุณมากครับ ได้ข้อมูลที่ดีมากๆครับ

----------------------------------

ตอบนกกระสากวนน้ำ

ก็ดีกว่ากบเลือกนายนะครับ

-----------------------------------

TheBluECaT

ไร้สาระนะครับ
บันทึกการเข้า
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #9 เมื่อ: 20-03-2008, 21:35 »

อ้าว  มรึงได้คำตอบของมรึงแล้วหรือ?

กรูนึิกว่ามรึงตั้งหน้าตั้งตาไล่กัดประชาชนที่ใช้สิทธิทางการเมืองตาม รธน.ซะอีก

ว่าแต่พวกมรึงและไอ้พวก นปช.(แนวร่วมเพื่อการปราบดาภิเศกแห่งตระกูลชินวัตร)
ใช้สิทธิตรงไหน มาตราไหนใน รธน.ปีไหน
ในการตั้งหน้าตั้งตาทำลายล้างและ สร้างความเสื่อมเสีย-เกลียดชัง ประชาชนฝ่ายอื่น
ที่เขาใช้สิทธิและดำเนินการอย่างเปิดเผยและสงบ
วะ?

มรึงตอบกรูซิ...
ว่าทำไมมรึงต้องทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งต้องเสี่ยงกับการโดนทำร้าย
โดยกลุ่มคนที่รักใคร่ทักษิณ  ชินวัตร ?

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2008, 22:01 โดย นกกระสากวนน้ำ » บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
TheBluECaT
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 824


"แมวน้อยสีน้ำเงิน..."


« ตอบ #10 เมื่อ: 20-03-2008, 22:30 »


ไอ้ที่ไร้สาระน่ะ...

ข้อความของคุณกรวุฒิ มากกว่าล่ะมั้งครับ

ผมอ่านไป ขำไป สนุกจริง ๆ ...

ไอ้ประเภทคิดเองเออเอง เอาความดีใส่ตัว เอาความชั่วใส่คนอื่น น่ะ

เป็นบทความที่ "เกรียน" จริง ๆ นะครับ


 

บันทึกการเข้า

"ยามบุญมากาไก่กลายเป็นหงส์  ยามบุญหลงหงส์เป็นกาน่าฉงน...
ยามบุญมาหมูหมากลายเป็นคน  ยามบุญหล่นคนเป็นหมาน่าอัศจรรย์"
Familie
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 369



« ตอบ #11 เมื่อ: 21-03-2008, 15:42 »

เขาจัดกันในหอประชุม เชิงวิชาการ
กลับไปหาว่าเขาก่อม๊อบ สร้างความวุ่นวาย
แต่พอ พปช. จะก่อม๊อบจริงมาต้าน ข้างนอก
กลับบอกว่า เป็นไปในระบอบประชาธิปไตย
งง.....
บันทึกการเข้า


บรรพบุรุษ ของไทย แต่โบราณ      ปกบ้าน ป้องเมือง คุ้มเหย้า
เสียเลือด เสียเนื้อ มิใช่เบา           หน้าที่เรา รักษา สืบไป
ลูกหลาน เหลนโหลน ภายหน้า      จะได้มี พสุธา อาศัย
อนาคต จะต้องมี ประเทศไทย       มิยอมให้ ผู้ใด มาทำลาย
กรวุฒิ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: 21-03-2008, 21:27 »

ตอบคุณ Cherub Rock

- ที่ว่าเคนเชียน กราสรูท ว่าระบบนี้ไม่ดี -
นโยบาย กองทุนหมู่บ้าน ต้องการให้เข้าแหล่งเงินกู้โดยไม่ต้องเสียดอก กองทุนหมู่บ้าน และบริหารเองไม่ต้องเสียดอกร้อยละ 5 ร้อยละ 10 ดีกว่าไปกู้แบงค์ พวกมาต่อต้านสงสัยเป็นนายทุนเงินกู้มั้งครับ
กองทุนจัดเก็บได้เกิน 80 เปอร์เซนต์ซึ่งถึอว่าประสบความสำเร็จดี

- ที่ว่านโยบายระบบชนชั้นทุนนิยม CEO ไม่ดี -
ต้องการให้เงินไปตั้งที่ผู้ว่าจังหวัดเกิดปัญหาอะไรก็สั่งจ่ายได้ทันท่วงที ลดชั้นสายการบังคับ ที่จะเล็ดลอดคอรัปชั่นก็ขึ้นกับตัวบุคคล

- สมบูรณายาทุนนิยม -
การเลือกตั้งตั้งแต่ไหนแต่ไรก็ซื้อกันทั้งนั้น หรือว่าจะเถียงว่ามีพรรคที่ไม่ซื้อ แต่ปัญหาการซื้อเสียงคงต้องค่อยแก้ค่อยเป็นค่อยไป สหรัฐอเมริกากว่าจะพัฒนาก็ใช้เวลาเกิน 200 ปี เราเพิ่ง 70 ปี ระบบที่ใช้อยู่ปัจจุบันนำมาจากนักเรียนนอกไม่ได้เข้าใจพื้นฐานวัฒนธรรม ความคิด ค่านิยมของคนไทย เอาฝรั่งจ๋ามาใช้กับเมืองไทยไม่เหมาะหรอกครับ 

สรุปเอาเรื่องปัจจุบันมาคุยกันดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #13 เมื่อ: 21-03-2008, 21:56 »

เอาจริงเหยอออ... Mr. Green

ตกลงระบอบทักษิณมีหรือเปล่า เอาแค่นี้ก่อน Idea


บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
โต มิ โต โชว์ ดะ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #14 เมื่อ: 21-03-2008, 22:03 »

จะต้องการอะไรแอบแฝงบ้างรึเปล่า


ถ้ามีจุดยืนร่วมกันก็หาแนวร่วมกันได้


คนน่ะไม่ใช่ฟายจะได้สนตะพายกันได้ง่าย
บันทึกการเข้า
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: 21-03-2008, 22:32 »

ข้อความบางท่านมันแรงไปนะคะ ทำไมที่นี่ไม่มีระบบกรองคำพูดเลยหรอคะ หยาบจิงๆ

ตอบอย่างไร้หัวจิตหัวใจสุดๆ ก้อดีค่ะทีี่ดีแต่พูด แต่ถ้าทำจิงๆ คุณคือคนที่ควรถูกกำจัดก่อนทักษิณค่ะ
บันทึกการเข้า
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #16 เมื่อ: 21-03-2008, 22:35 »

ข้อความบางท่านมันแรงไปนะคะ ทำไมที่นี่ไม่มีระบบกรองคำพูดเลยหรอคะ หยาบจิงๆ

ตอบอย่างไร้หัวจิตหัวใจสุดๆ ก้อดีค่ะทีี่ดีแต่พูด แต่ถ้าทำจิงๆ คุณคือคนที่ควรถูกกำจัดก่อนทักษิณค่ะ

กระแดะ
บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
โต มิ โต โชว์ ดะ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #17 เมื่อ: 21-03-2008, 22:38 »

ข้อความบางท่านมันแรงไปนะคะ ทำไมที่นี่ไม่มีระบบกรองคำพูดเลยหรอคะ หยาบจิงๆ

ตอบอย่างไร้หัวจิตหัวใจสุดๆ ก้อดีค่ะทีี่ดีแต่พูด แต่ถ้าทำจิงๆ คุณคือคนที่ควรถูกกำจัดก่อนทักษิณค่ะ





ถ้า สี ทนไม่ได้แนะนำให้ไปใช้ สีทาบ้าน ยี่ห้ออื่นครับ
บันทึกการเข้า
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 21-03-2008, 22:47 »

ต้องบอกไว้ก่อนค่ะ ว่าไม่ได้เข้มาบ่อย และไม่ตั้งใจจะเข้ามาป่วน เราไม่รุ้พูดไรผิดนะ แต่เห็นบางคำตอบ บางคำพูดมันเกินไป ขนาดเราพูดแค่นี้ยังโดนขนาดนี้

คุณก้อคนไทย ฉันก้อคนไทย ให้เกียรติกันหน่อยเถอะค่ะ

อย่าให้การเมืองดึงจิตใจพวกคุณลงสู่ที่ต่ำเลย
ลองถามดูตัวเองสิว่า การมองคนอื่นแง่ร้าย  หยาบคายก่อนนอน  มันมีความสุขจิงหรอ
สวรรค์ อยู่ในอก นรก อยู่ในใจค่ะ

ใจเย็นๆ ก่อนตอบนะคะ
บันทึกการเข้า
โต มิ โต โชว์ ดะ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #19 เมื่อ: 21-03-2008, 23:02 »

ต้องบอกไว้ก่อนค่ะ ว่าไม่ได้เข้มาบ่อย และไม่ตั้งใจจะเข้ามาป่วน เราไม่รุ้พูดไรผิดนะ แต่เห็นบางคำตอบ บางคำพูดมันเกินไป ขนาดเราพูดแค่นี้ยังโดนขนาดนี้

คุณก้อคนไทย ฉันก้อคนไทย ให้เกียรติกันหน่อยเถอะค่ะ

อย่าให้การเมืองดึงจิตใจพวกคุณลงสู่ที่ต่ำเลย
ลองถามดูตัวเองสิว่า การมองคนอื่นแง่ร้าย  หยาบคายก่อนนอน  มันมีความสุขจิงหรอ
สวรรค์ อยู่ในอก นรก อยู่ในใจค่ะ

ใจเย็นๆ ก่อนตอบนะคะ




ผมไม่เห็นใครหยาบคายจนเกินไป


หากไม่สะดวกแนะนำว่าอย่ามาอ่านกระทู้การเมืองเลยนะครับ


คนที่นี่ไม่ชอบพวกจิตอ่อนประสาทหลอนหน่อมแน้ม


เตือนด้วยความห่วงใย
บันทึกการเข้า
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #20 เมื่อ: 21-03-2008, 23:17 »

ต้องบอกไว้ก่อนค่ะ ว่าไม่ได้เข้มาบ่อย และไม่ตั้งใจจะเข้ามาป่วน เราไม่รุ้พูดไรผิดนะ แต่เห็นบางคำตอบ บางคำพูดมันเกินไป ขนาดเราพูดแค่นี้ยังโดนขนาดนี้

คุณก้อคนไทย ฉันก้อคนไทย ให้เกียรติกันหน่อยเถอะค่ะ

อย่าให้การเมืองดึงจิตใจพวกคุณลงสู่ที่ต่ำเลย
ลองถามดูตัวเองสิว่า การมองคนอื่นแง่ร้าย  หยาบคายก่อนนอน  มันมีความสุขจิงหรอ
สวรรค์ อยู่ในอก นรก อยู่ในใจค่ะ

ใจเย็นๆ ก่อนตอบนะคะ

แถ
บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #21 เมื่อ: 21-03-2008, 23:20 »

ต้องบอกไว้ก่อนค่ะ ว่าไม่ได้เข้มาบ่อย และไม่ตั้งใจจะเข้ามาป่วน เราไม่รุ้พูดไรผิดนะ แต่เห็นบางคำตอบ บางคำพูดมันเกินไป ขนาดเราพูดแค่นี้ยังโดนขนาดนี้

คุณก้อคนไทย ฉันก้อคนไทย ให้เกียรติกันหน่อยเถอะค่ะ

อย่าให้การเมืองดึงจิตใจพวกคุณลงสู่ที่ต่ำเลย
ลองถามดูตัวเองสิว่า การมองคนอื่นแง่ร้าย  หยาบคายก่อนนอน  มันมีความสุขจิงหรอ
สวรรค์ อยู่ในอก นรก อยู่ในใจค่ะ

ใจเย็นๆ ก่อนตอบนะคะ

การมองคนอื่นแง่ร้าย  หยาบคายก่อนนอน  มันมีความสุขจิงหรอ

จริงมั้ง
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #22 เมื่อ: 21-03-2008, 23:28 »

ถ้าหยาบในห้องนี้อย่างเดียวก้อดีค่ะ

แต่อย่าให้การกระทำของคุณมันหยาบตามสิ่งที่พูดเลย

สังคมมันนับวันยิ่งน่ากัว+รุนแรง ระงับอารมณ์กันบ้างก้อดีค่ะ

ไอ้เราน่ะกัวว่าพวกคุณจะเก็บเอาอารมณ์จากในบอร์ด ไประบายกะคนรอบข้าง

เราเห็นคนใกล้ชิดเราบางคนที่คลั่งการเมือง จากคนที่เคยมีสเน่ห์ ตอนนี้เหือดหายไปหมด เห็นข่าวการเมืองไม่ได้ ใส่อารมณ์ตลอด(ไม่รุ้นะ บางคนอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้)

ยังไงอย่าให้การเมืองเปลี่ยนนิสัยคุณนะคะ

จะไม่พูดไรมากแล้วค่ะ ,เราเองไม่ใช่ คอการเมือง เพราะการเมืองทำให้้ พ่อ-แม่เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น มันทำให้เราเกลียด สังคมไทยตอนนี้มากๆ

แต่ยังไงเราเชื่อว่าคนไทย ยังใจดี เหมือนเดิม
บันทึกการเข้า
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #23 เมื่อ: 21-03-2008, 23:36 »

ถ้าหยาบในห้องนี้อย่างเดียวก้อดีค่ะ

แต่อย่าให้การกระทำของคุณมันหยาบตามสิ่งที่พูดเลย

สังคมมันนับวันยิ่งน่ากัว+รุนแรง ระงับอารมณ์กันบ้างก้อดีค่ะ

ไอ้เราน่ะกัวว่าพวกคุณจะเก็บเอาอารมณ์จากในบอร์ด ไประบายกะคนรอบข้าง

เราเห็นคนใกล้ชิดเราบางคนที่คลั่งการเมือง จากคนที่เคยมีสเน่ห์ ตอนนี้เหือดหายไปหมด เห็นข่าวการเมืองไม่ได้ ใส่อารมณ์ตลอด(ไม่รุ้นะ บางคนอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้)

ยังไงอย่าให้การเมืองเปลี่ยนนิสัยคุณนะคะ

จะไม่พูดไรมากแล้วค่ะ ,เราเองไม่ใช่ คอการเมือง เพราะการเมืองทำให้้ พ่อ-แม่เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น มันทำให้เราเกลียด สังคมไทยตอนนี้มากๆ

แต่ยังไงเราเชื่อว่าคนไทย ยังใจดี เหมือนเดิม

เพ้อเจ้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2008, 23:37 โดย นกกระสากวนน้ำ » บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
โต มิ โต โชว์ ดะ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #24 เมื่อ: 21-03-2008, 23:41 »

ถ้าหยาบในห้องนี้อย่างเดียวก้อดีค่ะ

แต่อย่าให้การกระทำของคุณมันหยาบตามสิ่งที่พูดเลย

สังคมมันนับวันยิ่งน่ากัว+รุนแรง ระงับอารมณ์กันบ้างก้อดีค่ะ

ไอ้เราน่ะกัวว่าพวกคุณจะเก็บเอาอารมณ์จากในบอร์ด ไประบายกะคนรอบข้าง

เราเห็นคนใกล้ชิดเราบางคนที่คลั่งการเมือง จากคนที่เคยมีสเน่ห์ ตอนนี้เหือดหายไปหมด เห็นข่าวการเมืองไม่ได้ ใส่อารมณ์ตลอด(ไม่รุ้นะ บางคนอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้)

ยังไงอย่าให้การเมืองเปลี่ยนนิสัยคุณนะคะ

จะไม่พูดไรมากแล้วค่ะ ,เราเองไม่ใช่ คอการเมือง เพราะการเมืองทำให้้ พ่อ-แม่เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น มันทำให้เราเกลียด สังคมไทยตอนนี้มากๆ

แต่ยังไงเราเชื่อว่าคนไทย ยังใจดี เหมือนเดิม





มามุกไหนวะนี่


ตรูละเป็นงง
 

ไปละนะหนู
บันทึกการเข้า
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #25 เมื่อ: 21-03-2008, 23:54 »

สงสัยได้รับรังสีอำมหิตมาจากนายก
บรรยากาศเลยระอุดุเดือด Twisted Evil

ยุคนี้ต้องจิตแข็งๆ หน่อยครับ

ถ้าดูรายการสนทด่าประสาซาหมากกแล้วมีอาการวิงเวียน
แนะนำให้ไปดูซีรียส์เกาหลี หรือปิดเทอมหย่าย แทน Tongue out
บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
ตัวแทนคนอีสาน
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #26 เมื่อ: 22-03-2008, 00:09 »

คนรักทักษิณตอบได้มั้ยว่าทำไมทักษิณถึงยุบสภาในครั้งนั้น
เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเรื่องการขายหุ้นใช่หรือไม่
สภามีไว้เพื่อตอบคำถาม แต่ทักษิณกลับยุบหนี แบบนี้คนรักทักษิณคิดว่าเป็นการกระทำที่ขาดมารยาททางการเมืองหรือไม่
ปกติการยุบสภากระทำกันในกรณีที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเกิดความขัดแย้งกัน แต่กรณีนั้นสส.ไทยรักไทยคุมสภาถึง 371 เสียง
เรียกว่าคนของทักษิณคุมสภาเบ็ดเสร็จ ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับทักษิณ แต่ทักษิณกลับยุบเพื่อหนีการอภิปราย
คนรักทักษิณคิดยังไงบ้าง ขอให้คนรักทักษิณตอบคำถามเรื่องการยุบสภานี้ก่อน ก่อนที่จะไปรักทักษิณ ถ้าคนรักทักษิณหาเหตุผลมาอธิบายได่ว่าการยุบสภาครั้งนี้ชอบธรรมแล้วค่อยรักทักษิณ [/size]

แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็แสดงว่าคุณกำลังรักคนโกง คนที่ไม่มีมารยาททางการเมือง คนที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต


จะเลิกได้รึยัง คนรักทักษิณจะเลิกเป็นควายให้เขาหลอกแล้ว หลอกอีก หลอกซ้ำหลอกซากได้รึยัง

ตลอด 5 ปีมานี้คนรักทักษิณร่ำรวยขึ้นบ้างรึยัง ก็เห็นแต่ทักษิณกับพวกพ้องรวยขึ้นเป็น 10 เท่า

แบบนี้ไม่เรียกคนรักทักษิณว่าควายแล้วจะให้เรียกอะไร
บันทึกการเข้า
ken
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #27 เมื่อ: 22-03-2008, 10:33 »

คุณ maggarden ครับ สีซอให้กระบือฟัง ยังดีกว่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือครับ 
(เดี๋ยวก็โดนด่าว่าโง่ครับคอยดู อิอิ ใครรับว่าฟังซอก็ด่าเลยครับ) 
บันทึกการเข้า
Familie
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 369



« ตอบ #28 เมื่อ: 22-03-2008, 14:28 »

ผมเข้าใจในเจตาดีที่ คุณmaggarden ต้องการสื่อนะครับ
แต่ผมว่าคุณต้องทำใจบ้าง แต่ละคนพื้นฐานไม่เหมือนกัน
ในนี้ยังดีนะครับ คุณลองไปดูที่อื่นสิครับ ยิ่งกว่านี้อีก
บางคนเก็บกดไม่มีที่ระบาย ก็ในบอร์ดละครับ ไม่มีใครรู้จัก
คุณก็อ่านผ่านๆไปละกัน จะให้ดีไปหมดไม่ได้หรอกครับ 
บันทึกการเข้า


บรรพบุรุษ ของไทย แต่โบราณ      ปกบ้าน ป้องเมือง คุ้มเหย้า
เสียเลือด เสียเนื้อ มิใช่เบา           หน้าที่เรา รักษา สืบไป
ลูกหลาน เหลนโหลน ภายหน้า      จะได้มี พสุธา อาศัย
อนาคต จะต้องมี ประเทศไทย       มิยอมให้ ผู้ใด มาทำลาย
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #29 เมื่อ: 23-03-2008, 12:34 »

พวกพันธมิตรต้องการอะไรกรูไม่รู้ เหมือนๆกับที่กรูไม่รู้ว่ามรึงเอาเรื่องเxี้ยๆใส่ความพวกมันมาจากนรกขุมไหน

รู้แต่ความต้องการของกรู
คือกรูอยากได้หนังหัวพ่อมรึงมาทำแปรงขัดรองตีน
ว่างๆมรึงก็ช่วยตัดหัวพ่อมรึงมาให้กูละกัน
ไม่ต้องคิดมากมาย แค่ตัดหัวหมาตัวนึงเท่านั้น


ถ้าอีหนูเม็กกระเด็นหมายถึง คคห.นี้ 
ก็ขอบอกว่าี้"บรรลุจุดประสงค์"

นั่นคือการสร้าง"ความสะเทือนใจ+ความตื่นตระหนก"ให้แก่ผู้อ่าน

เพราะเมื่อฝ่ายหนึ่งตั้งหน้าตั้งตายัดเยียด"มุมมองและตรรกะของตน"
โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมทางภาษา"ลากถูลู่ถูกัง"สิงที่เรียกว่า"ธรรมของสังคม"เพื่อให้"ไปถึงฝั่งที่ตนมุ่งหมาย"
...มันก็เ็ป็นเรื่องสมควร+สมน้ำสมเนื้อ ที่อีกฝ่ายหนึ่งจะใช้ยุทธวิธีที่แตกต่างไป
โดยอาจจะใช้"ความพอใจและความอยากของตน"
ร่วมกับสิ่งที่เรียกว่าความกักขฬะสามหาว"เดินเข้าไปจิกหนังหัว"ฝ่ายแรก
ให้นำสิ่งที่เรียกว่า"ธรรมของสังคม"นั้น กลับคืนมาตั้งไว้ ณ จุดเดิม


เปรียบเทียบได้กับ"เมียดอกทอง" ที่วันๆเอาแต่ทำตัว"ขี้ฉ้อตอแหล"
ย่อมเหมาะสมกับ"ผัวสันดานถ่oย" ที่ชอบ"เอ็ดตะโรด้วยภาษาและกิริยาอันหยาบคาย"
...มันต้องอยู่กัน 
เป็นคู่เวรคู่กรรม รับชะตากรรมจากความเฮงซวยห่วยแตก
ทั้งในฐานะนักโทษและผู้คุมของกันและกัน
นอกจากนั้น ทั้ง2ฝ่ายจะได้ไม่ไปทำให้คนอื่นๆที่เขาปกติดีต้องเดือดร้อนทุกข์ใจ


ด้วยเหตุที่หนูเป็นฝ่ายเมียดอกทอง 
ชอบความหวานระรื่นละเมียดละไมที่ฉาบอยู่บนจิตใจอันลามกสามานย์
ที่ำสำแดงด้วยพฤติกรรมพฤติการบิดเบือน แถกไถ มั่วซั่ว ตอแหล
หนูย่อมทนไม่ได้เมื่อเห็นผัวถ่oย เข้ามาตบกบาล-ตบกะโหลกนังเมียดอกทองคนที่หนูหลงใหลได้ปลิ้ม

...แต่มันตรงข้ามกับฝ่ายที่กำลังเดือดเนื้อร้อนใจ
ถึงขั้นครอบครัวเขาอาจจะฉิบหายแตกแยกด้วยพฤติกรรมพฤติการบิดเบือน แถกไถ มั่วซั่ว ตอแหลของนังเมียดอกทอง
เช่นนี้แล้ว  เขาย่อม"สะใจ" ที่ได้เห็นนังเมียดอกทองโดนตบกะโหลก


หวังว่าเมื่อหายตื่นตระหนกแล้ว คงเลิกเอามือกุมหน้าอก
เพราะการทำแบบนั้นไม่ได้ปกปิดนมแบนๆให้ดูดีขึ้นแต่ประการใด
 



หมายเหตุ :
วันนี้ผมขออนุญาตใช้เครื่อง LAPTOP ของอาจารย์ วอ.นะครับ  จะเปลี่ยน Log in ก็เกรงใจ
ด้วยความเคารพ
...นกกระสากวนน้ำ / พร.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-03-2008, 12:56 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #30 เมื่อ: 23-03-2008, 12:39 »

แควม้วย
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
ken
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #31 เมื่อ: 23-03-2008, 14:14 »

คุณ qazwsx
อ้างถึง
นั่นคือการสร้าง"ความสะเทือนใจ+ความตื่นตระหนก"ให้แก่ผู้อ่าน

สะเทือนใจ (สมเพศด้วย) ครับ ที่มีคนคิดแบบนี้ครับ
 
อ้างถึง
เพราะเมื่อฝ่ายหนึ่งตั้งหน้าตั้งตายัดเยียด"มุมมองและตรรกะของตน"
โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมทางภาษา"ลากถูลู่ถูกัง"สิงที่เรียกว่า"ธรรมของสังคม"เพื่อให้"ไปถึงฝั่งที่ตนมุ่งหมาย"
...มันก็เ็ป็นเรื่องสมควร+สมน้ำสมเนื้อ ที่อีกฝ่ายหนึ่งจะใช้ยุทธวิธีที่แตกต่างไป
โดยอาจจะใช้"ความพอใจและความอยากของตน"
ร่วมกับสิ่งที่เรียกว่าความกักขฬะสามหาว"เดินเข้าไปจิกหนังหัว"ฝ่ายแรก
ให้นำสิ่งที่เรียกว่า"ธรรมของสังคม"นั้น กลับคืนมาตั้งไว้ ณ จุดเดิม
ต่างคนต่างคิดครับ คุณพูดงี้เท่ากับคุณก็เป็นเผด็จการซะเองสิครับ คิดเองเออเองว่าคุณถูกคนเดียว 

 
ปล. ผมว่าคุณควรพูดเรื่องการเมืองดีกว่าเอาคำพูดดูถูกเพศแม่มากล่าวในนี้ อย่างน้อยเราก็คนไทยเกิดในแผ่นดินเดียวกัน ถ้าเค้าเป็นญาติคุณแล้วโดนด่าอย่างนี้ละครับ
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #32 เมื่อ: 23-03-2008, 14:59 »

คุณ qazwsx 
สะเทือนใจ (สมเพศด้วย) ครับ ที่มีคนคิดแบบนี้ครับ
 ต่างคนต่างคิดครับ คุณพูดงี้เท่ากับคุณก็เป็นเผด็จการซะเองสิครับ คิดเองเออเองว่าคุณถูกคนเดียว 

 
ปล. ผมว่าคุณควรพูดเรื่องการเมืองดีกว่าเอาคำพูดดูถูกเพศแม่มากล่าวในนี้ อย่างน้อยเราก็คนไทยเกิดในแผ่นดินเดียวกัน ถ้าเค้าเป็นญาติคุณแล้วโดนด่าอย่างนี้ละครับ

อย่าดัดจริตนักครับ
แล้วผมก็ไม่ได้บอกว่าความคิดของผมถูก-ความคิดของคนอื่นผิด

อีกอย่างนึ่ง
จะเพศแม่หรือเพศไหนก็ไม่ต้องยกมาอ้าง
พ่อของคุณผู้ใช้นามแฝง ken ก็คงไม่ได้กราบxีแม่ของคุณทุกวัน
ผู้หญิงคือผู้หญิง...ไม่มีอะไรวิเศษไปกว่าผู้ชาย
ส่วนแม่ก็คือแม่...ผู้หญิงอื่นไม่เกี่ยวอะไรกับ"ความเป็นแม่"ของผมหรือของคุณ

เช่น
ถ้าคุณผู้ใช้นามแฝง ken จะกราบไหว้ีxีของแม่คุณ
หรือพ่อของคุณผู้ใช้นามแฝง ken จะกราบไหว้ีxีของย่า่คุณ
...อันนั้นไม่แปลก  ไม่มีอะไรน่าขำหรือน่าหัวเราะ  เพราะเป็นบริเวณที่คุณ2คนใช้ผุดหัวขึ้นมาบนโลก
่็ไม่ใช่่คุณผู้ใช้นามแฝง ken หรือคุณพ่อของคุณจะต้องเที่ยวกราบไหว้ีxีของผู้หญิงทุกคนให้ทั่วไปหมด
...เพียงเพราะเห็นเป็นอวััยวะเพศ ของเพศเดียวกันกับแม่ของพวกคุณ


ผู้หญิงไม่มีอะไรพิิเศษจนผู้ชายคนไหนๆจะต้องทำตัวตอแหลดัดจริตเสอพลออ้อร้อแบบคุณ
เหมือนๆกับที่ผู้ชาย"เพศพ่อ"ของผู้หญิงทุกคนในโลกก็ไม่ได้วิเศษวิโสถึงขนาดที่ผู้หญิงคนไหนๆจะต้องเกรงกลัวศักดาบารมี

ถ้าจะให้ผมทำตัวให้เกียรติแม่คุณ
อันนี้โอเค
...เพราะท่านเป็น"แม่ของคุณ"

แต่ถ้าคุณจะอ้างว่าผู้หญิงคนไหนๆก็เหมือนแม่ผมเพราะเป็นเพศเดียวกัน
อันนี้นี้รับไม่ได้
...พ่อผมไม่สำส่อน
ไม่ใช่ตัวผู้ที่เที่ยวตัดสัดกับสัตว์ตัวเมียได้ทุกตัว จนลูกๆต้องคอยระวังไม่ให้ไปผสมทับสัตว์ตัวเมียที่มีศักดิ์เท่าแม่ของมัน
เยี่ยงเดียวกับที่คุณคุ้นเคย


หวังว่าคงเลิกดัดจริตเสียที
ผู้ชายที่ออกหน้าเถียงแทนผู้หญิง  ด้วยการยกเอาผ้าถุงของผู้หญิงขึ้นบังหน้า
...ไม่ได้มีศักดิ์ศรีอะไรในสายตาผู้หญิง
หล่อนหรือพวกหล่อน อาจเพียง"เอ็นดู"คุณ เหมือนมองลูกหมาคาบผ้าอนามัยใช้แล้วของหล่อนมาเล่น เสียมากกว่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-03-2008, 15:08 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

อธิฏฐาน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,912


รักษาประเทศชาติ เป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคน


« ตอบ #33 เมื่อ: 23-03-2008, 15:09 »





กาแฟเย็นค่ะปู่เย็น
บันทึกการเข้า

หยุด...สัมปทานอุทยานแห่งชาติ
http://www.oknation.net/blog/sandstone
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #34 เมื่อ: 23-03-2008, 18:39 »

คุณ qazwsx 
สะเทือนใจ (สมเพศด้วย) ครับ ที่มีคนคิดแบบนี้ครับ
 ต่างคนต่างคิดครับ คุณพูดงี้เท่ากับคุณก็เป็นเผด็จการซะเองสิครับ คิดเองเออเองว่าคุณถูกคนเดียว 

ไม่ว่าคุณ ken จะเกิดความสมเพชหรืออยากมีเพศสัมพันธุ์กับผม
อันนี้ผมคงไม่สามารถขัดขวางห้ามปราม
หรือแม้แต่ร่วมรับผิดชอบ
ได้หรอกนะครับ

จริตของคุณ  จะดัดหรือจะเหยียด
ก็ต้องจัดการด้วยตัวของคุณเอง



 
ปล. ผมว่าคุณควรพูดเรื่องการเมืองดีกว่าเอาคำพูดดูถูกเพศแม่มากล่าวในนี้ อย่างน้อยเราก็คนไทยเกิดในแผ่นดินเดียวกัน ถ้าเค้าเป็นญาติคุณแล้วโดนด่าอย่างนี้ละครับ


ผมพูดเรื่องการเมืองล้ว
คือ"เมืองที่ไม่มีมึง(จะทำให้กูเป็นสุขยิ่ง)"

และถ้าญาติผมคนใดทำตัวเองให้โดนค่า  ไม่ว่าจะเป็น ช-ญ-ตุุ๊ด
ผมก็สมน้ำหน้าเค้าสิครับ
...ไม่ใคร่ชอบสาระแน (เอาหน้าไปรับตีนแทนคนอื่น)


บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #35 เมื่อ: 23-03-2008, 23:55 »

ไม่ทราบว่าเราทำอะไรที่สมควรโดนด่า  เจตนาเราแค่เตือน กรุณาอย่าแปลเจตนาเราผิดๆ
ถ้าคำพูดของเราพูดแล้วสะเทือนใจใครหลายๆคน ก้อขอโทดด้วย

เราเองไม่ได้เป็นคนสุภาพอะไรมากมาย กะเพื่อนสนิทก้อพูดกู มึง เอ็ง ข้า ทั่วๆไป
แต่ในที่สาธารณะ หรือกะคนไม่รุ้จักพื้นเพ เราไม่กล้าจะด่า หรือ กล่าวหาใครลอยๆหรอก..ไม่ได้ ดัจจริต

 แต่แค่คิดว่ามันคือสิ่งที่สมควรทำ ....การพูดกระแนะกระแหน่กัน คำหยาบๆพวกนั้นเราก้อพูดเป็นเราเองก้อพูดเป็น

แม่ค้าปากตลาดที่ไหนก้อพูดเป็น ยิ่งตอนโมโห แม๊ๆๆๆ ยิ่งพูดยิ่งสะใจ อันนี้เรารู้ แต่นอกจากสะใจแล้วได้อะไรอีก

...นอกจากจะไม่เข้าใจกัน ยังสร้างความบาดหมาง+เกลียดชัง อารมขุ่นมัวแล้วเหมาไปเกลียดคนอื่นด้วย

แต่ถ้าต่างคนต่างพูดแบบนี้ เมื่อไหร่เรื่องจะจบ สาระอะไรก้อไม่ได้ ได้เรียนรู้แค่คำหยาบๆเอาไว้ไปพูดกะคนอื่น

และเราเองไม่ต้องการจะเจาะจงใครทั้งนั้น คนที่ทำเขาก้อคงจะเดือดร้อนในใจเขาเอง(หากรุ้ว่าตัวผิดน่ะนะ)

.....

อีกอย่างเราพลาดเอง ที่หลุดเข้ามาที่นี่  หลายๆคนใจดี แต่หลายๆคน ก้อ...อย่างว่าอ่ะนะ

และเราเองก้อไม่หวังให้ผุชายที่ไหนมาให้เกียรติเราหรอก สังคมไทยมันเปลี่ยนไป ผุชายที่ชอบดูถูกผุ ญ มีเยอะแยะ

แต่เรายังไม่เคยเจอหรอก เพิ่งเจอที่นี่ล่ะที่แสก หน้าเข้าอย่างจัง เจ็บนิดๆ แต่ก็พยายามเข้าใจมาตรฐานคน





บันทึกการเข้า
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #36 เมื่อ: 24-03-2008, 00:11 »

อ้อขอบคุณ Familie+Ken นะคะ ที่อย่างน้อยก้อตอบโต้เราด้วยเหตุผล มากกว่าอารมณ์ และให้เกียรติในความคิดของเรา

ถึงแม ้Familie จะให้เหตุผลในเชิงขัดแย้งก้อตาม แต่ก็จะรับฟังและเข้าใจสิ่งที่คุณพูดค่ะ 
บันทึกการเข้า
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #37 เมื่อ: 24-03-2008, 00:18 »

ยังไง ก้อลบความเห็นเราไปก้อได้ค่ะ  ไม่อยากให้ใครที่เข้ามาอ่านแล้วคิดว่าเรามาป่วนกระทู้

กลายเป็นว่าตอนนี้ไม่มีใครสนใจตอบความเห็นเจ้าของกระทู้เลย เราขอโต๊ดดดดเน้อ

บันทึกการเข้า
นกกระสากวนน้ำ
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


"ผมจะทำให้คนไทยรวยแต่เขือ"


« ตอบ #38 เมื่อ: 24-03-2008, 00:33 »

ดูจะเป็นโรคจิต
ชอบต่อล้อต่อเถียง-ไม่ยอมใครง่าย ๆ
...แบบนี้ชอบ

ว่าแล้วก็ Regist + Lock in เข้ามาให้จีบอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยดิ๊
(เอ...หรือมี Lock in อยู่แล้วหว่า?)
 


บุคคลในเว็บบอร์ด-โลกไซเบอร์ ไม่มีอวัยเพศ  ไม่มีนม  ไม่มีตูด  ไม่มีอะไรชี้บ่งว่าเป็นเพศอ่อนแอหรือแข็งแกร่งกว่าโดยธรรมชาติ
มีแต่พิมพ์เร็็ว  พิมพ์ช้า  สื่อสารได้ดี  สื่อสารไม่รู้เรื่อง 
...วันนี้คุณแสดงตัวเป็น ญ  มาอีกวันคุณอาจแสดงตัวเป็นตุ๊ด  เกย์ 
...ทั้งๆที่ความเป็นจริงคุณอาจจะเป็นคนตัวผู้แท้ๆ้  เจ้าของไอ้นั่นขนาดใหญ่ยาวกว่าของผมครึ่งคืบ !!

คิดดูสิว่าถ้าผมเอาผ้าถุงบังหน้า  แถออกมาปกป้องศักดิ์ศรีความเป็น ญ ให้ผู้ชายตัวล่ำ - ดำเป็นเหนี่ยง - ไอ้นั่นยาวเป็นศอก
...โคตรพ่อโคตรแม่ผมที่ตายไปรออยู่ในปรโลกแล้วรู้เข้า  จะคิดยังไง ??


ยังไงซะ  ผมก็หวังว่าคุณคงไม่พยายามพิสูจน์เพศให้ทราบ
ด้วยการถ่ายรูป.xxx.แล้วอัพขึ้นเว็บบอร์ด 


เพราะตอนนี้ผมยังพอใจ Wallpaper รูป Gillian Chung @#&$ กับเฉินกวนซี 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-03-2008, 01:23 โดย นกกระสากวนน้ำ » บันทึกการเข้า

ประชาธิปไตยภายใต้ระบบทุนนิยม
คือ  การปกครองที่ผู้คนจำนวนน้อยซึ่งมีสติและความรับผิดชอบ จำต้องอดทนและรับผลกรรมจากกระทำของผู้คนจำนวนมากกว่าซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สาและจมปลักอยู่กับตัณหาทิฐิ
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #39 เมื่อ: 24-03-2008, 11:17 »

การให้เกียรติผุอื่นมันถือว่าเสียศักดิศรีหรอคะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก้อสามารรถให้เกียรติผุอื่นได้ จะตุ๊ด กระเทย เขาก้อคนค่ะ แล้วในทางกลับกันถ้าบังเอิญว่าคนที่คุณพูดจาหยาบๆใส่ เขาเป็นคนที่ทำประโยชน์กับสังคมไว้มาก หรือเป็นคนเคยมีบุญคุณกับคุณล่ะคะ คุณจะว่าไง  แต่ถ้าคิดว่าการให้เกียรติผุ้อื่นมันยากลำบากนัก ก้อไม่ต้องฝืนหรอกค่ะ

เชิญใช้สัญชาติญาณดิบต่อไปเถอะค่ะ

แต่เป็นไปได้ควรฝังมันไว้ลึกๆเก็บไว้ใช้ยามจนตรอกดีกว่า

อย่าให้มันผุดขึ้นมาเหนือความเป็นคนนักเลย


มนุษย์เรามีสัญชาติญาณดิบๆแฝงอยู่ แต่เมื่ออยู่ในสังคมเราก้อต้องรั้งจุดนั้นเอาไว้ เพือ่สังคมจะได้สงบสุข

มุมมองแตกต่าง ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องหยาบคายกะเขานี่คะ

คนที่มีเหตุผลมากที่สุด คือ คนที่น่ายกย่อง+น่าประทับใจ กว่าคนใช้อารมณ์ค่ะ

บันทึกการเข้า
กรวุฒิ
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #40 เมื่อ: 24-03-2008, 11:25 »

อ้างถึง
ยังไง ก้อลบความเห็นเราไปก้อได้ค่ะ  ไม่อยากให้ใครที่เข้ามาอ่านแล้วคิดว่าเรามาป่วนกระทู้

กลายเป็นว่าตอนนี้ไม่มีใครสนใจตอบความเห็นเจ้าของกระทู้เลย เราขอโต๊ดดดดเน้อ


ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณ maggarden เป็นสีสันดีออก ขำ ๆ หล่ะครับ
เขาก็ตอบแบบตามสมองและวุฒิภาวะของเขา ผมรู้สึกสนุกไปอีกแบบครับ  
บันทึกการเข้า
55
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #41 เมื่อ: 24-03-2008, 12:03 »

พวกพันธมาร  ยังไงมันก็หาเรื่องวันยังค่ำละครับ     เรื่องหุ้นเค้าจะขายแล้วรวยมันก็หุ้นเค้า  ธุรกิจเค้า  แต่ดันไปอิจฉาเค้าเอง     สมัยพรรคแมลงสาบ นะยิ่งหนัก   มันเอาที่ดินแผ่นดินไปแบ่งขาย จนเป็นที่มาของเรื่องราว  สปก ฉาว....    ไอ้เลว...     แผ่นดินของประเทศนะมรึง
บันทึกการเข้า
ตัวแทนคนอีสาน
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #42 เมื่อ: 24-03-2008, 14:16 »

คุณ maggarden จะรักใคร ชอบใคร ผมไม่รู้ แต่คุณแน่ใจรึยังว่าคนที่คุณรักเป็นคนดีจริง
คำถามนี้ช่วยตอบหน่อย เพราะมันเกี่ยวข้องกับตัวทักษิณโดยตรง เป็นประเด็นที่จะตัดสินว่าทักษิณเป็นคนดีหรือเลว


คนรักทักษิณตอบได้มั้ยว่าทำไมทักษิณถึงยุบสภาในครั้งนั้น
เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเรื่องการขายหุ้นใช่หรือไม่
สภามีไว้เพื่อตอบคำถาม แต่ทักษิณกลับยุบหนี แบบนี้คนรักทักษิณคิดว่าเป็นการกระทำที่ขาดมารยาททางการเมืองหรือไม่
ปกติการยุบสภากระทำกันในกรณีที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเกิดความขัดแย้งกัน แต่กรณีนั้นสส.ไทยรักไทยคุมสภาถึง 371 เสียง
เรียกว่าคนของทักษิณคุมสภาเบ็ดเสร็จ ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับทักษิณ แต่ทักษิณกลับยุบเพื่อหนีการอภิปราย
คนรักทักษิณคิดยังไงบ้าง ขอให้คนรักทักษิณตอบคำถามเรื่องการยุบสภานี้ก่อน ก่อนที่จะไปรักทักษิณ ถ้าคนรักทักษิณหาเหตุผลมาอธิบายได่ว่าการยุบสภาครั้งนี้ชอบธรรมแล้วค่อยรักทักษิณ
บันทึกการเข้า
maggarden
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #43 เมื่อ: 24-03-2008, 15:24 »

ประเด็นที่เราพูดมิได้เกี่ยวข้องทางการเมืองค่ะ และขอไม่ตอบอะไรที่เกี่ยวกะการเมือง

ประเด็นของเราคือ การให้เกียรติ+เคารพ ความเห็นผู้อื่น พูดจาด้วยเหตุผล

และเราไม่ได้คิดแย้งความเห็นที่พวกคุณเสนอค่ะ

และเราไม่รุ้หรอกว่าใครดีใครเลว และในเมื่อเราไม่รุ้ เราก้อควรจะปฎิบัติกะเขาเฉกเช่นคนปกติทั่วไป ปราศจากการดูหมิ่น หยาบโลน





บันทึกการเข้า
supersub
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #44 เมื่อ: 24-03-2008, 15:53 »

อ่านๆมา เจอคนดูถูกผู้หญิงหนึ่งคน(คงชอบย่ำยีคนอื่น)
 คนมองโลกแง่ร้ายหนึ่งคน
 คนชอบเอาชนะหนึ่งคน
 คนที่คิดว่าการหยาบคายเป็นความเสรี(ไม่ใช่การศึกษาจากโรงเรียนหรือ มหาวิทยาลัย แต่เป็นการศึกษาจากทางบ้าน)คนนึง

อ้าว   นั่นมันคนเดียวกันนี่หว่า เฮ้อ มันผสมออกมาได้ยังไงเนี่ย

ผมเป็นคนนึงที่ไม่ได้ชื่นชอบทักษิณหรอก แต่หลัง มี คมช ก็เริ่มหูตาสว่างบ้าง ว่าอะไรคืออะไร

ทุกท่านต้องเข้าใจนะครับ พวกพันธมิตรเขาหลังชนฝาแล้ว เงินก็ไม่มี ทีวีก็จะเจ๊ง เห็นประกาศ บริจาคหน่อยค่ะ บริจาคหน่อยเถอะค่ะ โถ แป๊ะลิ้ม ขา เงินไปไหนหมดคะ

เสื้อขายไม่ได้หนึ่งปี ขาดทุนยับเลยหรอ แป๊ะลิ้มผู้มีจริยธรรม เก่งนัก ไม่ลงการเมืองหละ


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ที่คุณด่า แมกกาเด้น หนะจะด่าไปทำไม ถูเอาสีข้างเข้าไปเถอะครับ คุณเหมาะกับแป๊ะลิ้มจริงๆ สมัครพันธมวยตลอดชีพรึยังครับ อย่าลืมบริจาคเงินนะครับ




ใจคนมันต่ำลงทุกวัน คิดเหมือนผมมั้ย?

หรือชีวิตที่เขาเดินมา มันไม่มีเกรียติ เลยซักนิด




อ้อ คุณตัวแทนอีสานครับ ถ้าอยากรู้นัก ก็หัดไปหาข้อมูลเองบ้างสิครับ หรือปกติชีวิตยังเกาะเมียกินอยู่
บันทึกการเข้า
ตัวแทนคนอีสาน
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #45 เมื่อ: 24-03-2008, 16:54 »

ประเด็นที่เราพูดมิได้เกี่ยวข้องทางการเมืองค่ะ และขอไม่ตอบอะไรที่เกี่ยวกะการเมือง

ประเด็นของเราคือ การให้เกียรติ+เคารพ ความเห็นผู้อื่น พูดจาด้วยเหตุผล

และเราไม่ได้คิดแย้งความเห็นที่พวกคุณเสนอค่ะ

และเราไม่รุ้หรอกว่าใครดีใครเลว และในเมื่อเราไม่รุ้ เราก้อควรจะปฎิบัติกะเขาเฉกเช่นคนปกติทั่วไป ปราศจากการดูหมิ่น หยาบโลน

ผมจะให้เกียรติ เฉพาะคนที่ผมเห็นสมควรจะให้เกียรติเท่านั้น บอร์ดนี้เป็นบอร์ดการเมือง ไม่ใช่บอร์ดที่จะมาโต้วาทีเรื่องไร้สาระ

ถ้าคุณชอบบอร์ดที่ให้เกียรติ เคารพผู้อื่น เชิญพันทิพ ราชดำเนินได้เลย






บันทึกการเข้า
เกลียดเหลี่ยม
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #46 เมื่อ: 24-03-2008, 17:01 »

อ่านๆมา เจอคนดูถูกผู้หญิงหนึ่งคน(คงชอบย่ำยีคนอื่น)
 คนมองโลกแง่ร้ายหนึ่งคน
 คนชอบเอาชนะหนึ่งคน
 คนที่คิดว่าการหยาบคายเป็นความเสรี(ไม่ใช่การศึกษาจากโรงเรียนหรือ มหาวิทยาลัย แต่เป็นการศึกษาจากทางบ้าน)คนนึง

อ้าว   นั่นมันคนเดียวกันนี่หว่า เฮ้อ มันผสมออกมาได้ยังไงเนี่ย

ผมเป็นคนนึงที่ไม่ได้ชื่นชอบทักษิณหรอก แต่หลัง มี คมช ก็เริ่มหูตาสว่างบ้าง ว่าอะไรคืออะไร

ทุกท่านต้องเข้าใจนะครับ พวกพันธมิตรเขาหลังชนฝาแล้ว เงินก็ไม่มี ทีวีก็จะเจ๊ง เห็นประกาศ บริจาคหน่อยค่ะ บริจาคหน่อยเถอะค่ะ โถ แป๊ะลิ้ม ขา เงินไปไหนหมดคะ

เสื้อขายไม่ได้หนึ่งปี ขาดทุนยับเลยหรอ แป๊ะลิ้มผู้มีจริยธรรม เก่งนัก ไม่ลงการเมืองหละ


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ที่คุณด่า แมกกาเด้น หนะจะด่าไปทำไม ถูเอาสีข้างเข้าไปเถอะครับ คุณเหมาะกับแป๊ะลิ้มจริงๆ สมัครพันธมวยตลอดชีพรึยังครับ อย่าลืมบริจาคเงินนะครับ


ใจคนมันต่ำลงทุกวัน คิดเหมือนผมมั้ย?

หรือชีวิตที่เขาเดินมา มันไม่มีเกรียติ เลยซักนิด


อ้อ คุณตัวแทนอีสานครับ ถ้าอยากรู้นัก ก็หัดไปหาข้อมูลเองบ้างสิครับ หรือปกติชีวิตยังเกาะเมียกินอยู่


หัวตัวเองแตกมองไม่เห็น
บันทึกการเข้า
ตัวแทนคนอีสาน
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #47 เมื่อ: 24-03-2008, 17:06 »

อ่านๆมา เจอคนดูถูกผู้หญิงหนึ่งคน(คงชอบย่ำยีคนอื่น)
 คนมองโลกแง่ร้ายหนึ่งคน
 คนชอบเอาชนะหนึ่งคน
 คนที่คิดว่าการหยาบคายเป็นความเสรี(ไม่ใช่การศึกษาจากโรงเรียนหรือ มหาวิทยาลัย แต่เป็นการศึกษาจากทางบ้าน)คนนึง
เอาอะไรรับประกันว่าผู้ใช้นามแฝง maggarden เป็นผู้หญิงจริง? นี้เป็นห้องสาธารณะไม่ต้องสมัครสมาชิก ใครจะแสดงความเห็นก็ได้
คุณรู้ได้ไงว่าเป็นผู้หญิง ถ้าเกิดเป็นผู้ชายปลอมตัวมาล่ะ อ่านอะไรให้ใช้สมองคิดเอาไว้ก่อน ไม่ใช่เชื่อทันทีเลย
คนแบบคุณน่ะ ถูกจูงจมูกมานักต่อนักแล้ว ประเภทเชื่ออะไรง่ายๆ



อ้าว   นั่นมันคนเดียวกันนี่หว่า เฮ้อ มันผสมออกมาได้ยังไงเนี่ย

ผมเป็นคนนึงที่ไม่ได้ชื่นชอบทักษิณหรอก แต่หลัง มี คมช ก็เริ่มหูตาสว่างบ้าง ว่าอะไรคืออะไร
ทุกท่านต้องเข้าใจนะครับ พวกพันธมิตรเขาหลังชนฝาแล้ว เงินก็ไม่มี ทีวีก็จะเจ๊ง เห็นประกาศ บริจาคหน่อยค่ะ บริจาคหน่อยเถอะค่ะ โถ แป๊ะลิ้ม ขา เงินไปไหนหมดคะ
เสื้อขายไม่ได้หนึ่งปี ขาดทุนยับเลยหรอ แป๊ะลิ้มผู้มีจริยธรรม เก่งนัก ไม่ลงการเมืองหละ
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ที่คุณด่า แมกกาเด้น หนะจะด่าไปทำไม ถูเอาสีข้างเข้าไปเถอะครับ คุณเหมาะกับแป๊ะลิ้มจริงๆ สมัครพันธมวยตลอดชีพรึยังครับ อย่าลืมบริจาคเงินนะครับ
พลามออกมาซะยืดยาว คนที่เกลียดทักษิณจำเป็นที่จะต้องรักสนธิหรือคมช.ด้วยหรือ ตรรกะแบบนี้เจอจนเบื่อ มุขของพวกลิ่วล้อทักษิณทั้งนั้น


ใจคนมันต่ำลงทุกวัน คิดเหมือนผมมั้ย?

หรือชีวิตที่เขาเดินมา มันไม่มีเกรียติ เลยซักนิด
ใจคนมันต่ำลงเพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ยกระดับคุณภาพการศึกษาไง มัวแต่ทำประชานิยม ให้คนหลงแต่วัตถุนิยม
เขากลัวว่าถ้าคนมีการศึกษาโอกาสที่เขาจะโกงกินก็น้อยลง เพราะประชาชนรู้เท่าทันเขาง่ายขึ้น


อ้อ คุณตัวแทนอีสานครับ ถ้าอยากรู้นัก ก็หัดไปหาข้อมูลเองบ้างสิครับ หรือปกติชีวิตยังเกาะเมียกินอยู่
คนในบอร์ดนี้รู้ทันทักษิณหมดแล้ว ก็เลยตั้งคำถามนี้ถามกลับพวกรักทักษิณไง จะได้หู ตาสว่างขึ้นบ้าง
ถ้าคุณไม่ได้รักทักษิณ ก็อย่าเดือดร้อนแทนทักษิณสิ ใช่ครับ ผมเกาะเมียกิน เพราะผมชอบให้เมียทำอาหารให้กิน
เมียผมทำอาหารอร่อย ชอบให้เทียทำให้กิน แลเวคุณล่ะ ยังขอเงินพ่อ แม่อยู่รึเปล่า ถ้ายังขออยู่ก็อย่าเพิ่งวิจารณ์การเมืองเลยไอ้น้อง

บันทึกการเข้า
เกลียดเหลี่ยม
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #48 เมื่อ: 24-03-2008, 17:07 »

พวกพันธมาร  ยังไงมันก็หาเรื่องวันยังค่ำละครับ     เรื่องหุ้นเค้าจะขายแล้วรวยมันก็หุ้นเค้า  ธุรกิจเค้า  แต่ดันไปอิจฉาเค้าเอง     สมัยพรรคแมลงสาบ นะยิ่งหนัก   มันเอาที่ดินแผ่นดินไปแบ่งขาย จนเป็นที่มาของเรื่องราว  สปก ฉาว....    ไอ้เลว...     แผ่นดินของประเทศนะมรึง

หุ้นซุกให้คนใช้  ภาษีเงินรายได้แผ่นดินยังโกง ข้อสอบยังโกง  นี่ไงไอ้เดระฉานของแผ่นดิน
บันทึกการเข้า
ken
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #49 เมื่อ: 24-03-2008, 21:54 »

อ้างถึง
เอาอะไรรับประกันว่าผู้ใช้นามแฝง maggarden เป็นผู้หญิงจริง? นี้เป็นห้องสาธารณะไม่ต้องสมัครสมาชิก ใครจะแสดงความเห็นก็ได้
อ้าว แล้วสมาชิกนี่ยืนยันได้เหรอครับว่าชายหรือหญิง ?? 
การเหยียดหญิง เหยียดเชื้อชาติ เหยียดศาสนา คุณว่ามันทำให้ชาติเจริญไหมล่ะครับ maggarden หญิงจริงป่าวไม่รู้ (ผมคิดว่าหญิงจริงนะ เพราะไม่มีเหตุผลแต่แรกว่าทำไมต้องปลอมเป็นหญิงให้ปาก dog บางตัว ที่ใครก็รู้ว่ามันมีในนี้มาด่าเหรอ) แต่การแสดง สันด.. นี่มัน..
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: