ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
11-07-2020, 03:44
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ไปอ่านเรื่องของ "คุณรสนา" กับ "ปลื้ม" กันดีกว่าครับ ^_^ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
ไปอ่านเรื่องของ "คุณรสนา" กับ "ปลื้ม" กันดีกว่าครับ ^_^  (อ่าน 6589 ครั้ง)
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #50 เมื่อ: 14-03-2008, 20:27 »

ลองไปอ่านเล่น ๆ กัน สนุก สนุก ครับ

http://www.prachatai.com/webboard2/viewtopic.php?f=2&t=5301
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #51 เมื่อ: 14-03-2008, 23:08 »

อีกหนึ่งบทความที่มีชื่อเสียงของ คุณปลื้ม ตอนเกิดเหตุการณ์ม็อบ นปก.
บุกอาละวาดหน้าบ้านสี่เสา ซึ่งในบทความคุณปลื้มแสดงความไม่เข้าใจ
ว่าทำไมถึงต้องขัดขวางห้ามปราม ไม่ให้ม็อบเคลื่อนขบวนไปบ้านสี่เสา
ตอนนั้นก็สร้างความสนใจจากสาธารณะได้ประมาณหนึ่ง 

...

ประชาไท แปลจากบทความ "Double standards against protesters"
โดย ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล ที่ตีพิมพ์ใน นสพ. Bangkok Post, 26 July 2007

-------------------------------------------------------------------------------------
การใช้น้ำ, แก๊สน้ำตา หรือแม้แต่สเปรย์พริกไทยในการสลายผู้ชุมนุมที่ตัดสินใจกระทำการรุนแรงโดยเจตนา ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้และยังอยู่ในขอบเขตของกฎหมายอย่างแน่นอน

เมื่อฝูงชนรวมตัวกันกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงโดยการใช้วาจาหยาบคายและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร เจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้รับสิทธิในการตอบโต้และปราบปรามผู้โจมตีได้อย่างทันทีทันใด

การกล่าวอ้างว่า สิทธิขั้นพื้นฐานส่วนบุคคลถูกละเมิดเพราะกรณีเช่นที่กล่าวมานี้ จึงไม่ต่างจากการพูดว่าคุณสามารถล่วงละเมิดการปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฏหมายได้

หากแม้จะดูเหมือนเป็นเช่นนั้นก็ตามที สิ่งที่เราได้เห็นกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ (22 ก.ค.2550) ที่ผ่านมา ต้องมีคำอธิบายมากกว่านั้น

การเดินขบวนโดยกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย เราได้เห็นการเดินขบวนเหล่านี้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วหรือแม้แต่ประเทศที่ด้อยพัฒนา

แรงจูงใจของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งปะทะกับเจ้าหน้าที่ในคืนก่อนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น มาจากการที่พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณที่พักอาศัยของประธานองคมนตรี เปรม ติณสูลานนท์ ได้ เป็นเหตุให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า: หลักเหตุผลทางกฏหมายอะไรที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาใช้ในการขัดขวางไม่ให้แกนนำกลุ่มต้านเผด็จการ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ’ (นปก.) มุ่งหน้าไปยังสถานที่ซึ่งพวกเขาต้องการจะไป?

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฝูงชนราว 50,000 คน ที่ออกมาเดินขบวนประท้วงอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ล้วนเคลื่อนขบวนไปตามสถานที่ต่างๆ โดยที่การเคลื่อนไหวของพวกเขาได้รับการเกื้อหนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำทางฝูงชนเหล่านี้ จากสนามหลวงไปถนนราชดำเนิน, จากถนนราชดำเนินไปลานพระบรมรูปทรงม้า, จากลานพระบรมรูปทรงม้าไปยังทำเนียบรัฐบาล และที่อื่นๆ อีกมาก

ตลอดระยะเวลายาวนานนับปีของความพยายามเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอกับการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมแทบจะทุกครั้ง กองทัพเองก็ไม่เคยว่ากล่าวอะไรออกมาสักคำเกี่ยวกับผู้ชุมนุม และไม่เคยต่อว่าพวกเขาเป็นตัวการสร้างความแตกแยกในสังคม

แต่ในปัจจุบันนี้ บทบาทของทุกเหล่าทัพ เป็นไปในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะอำนวยความสะดวกให้กับการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฏหมายได้กลายเป็น ‘ผู้กีดขวาง’ ความสามารถในการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมไปเสียแล้ว

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ขอกล่าวว่า บทความนี้ไม่ได้แบ่งแยกหรือชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างจุดมุ่งหมายของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและแกนนำกลุ่ม นปก.เพราะทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายทางการเมืองที่ไม่เหมือนกัน ส่วนจุดมุ่งหมายนั้นจะชอบธรรม หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับมุมมองทางการเมืองของแต่ละคน

ถึงแม้จะเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังจำได้ดีก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งพันธมิตรประชาธิปไตยเพิ่งเริ่มก่อตัวกันใหม่ๆ ครั้งแรกที่มีการเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลนั้น ตลอดทางจากสวนลุมพินี ผู้ชุมนุมได้พยายามใช้กำลังบุกเข้าไปในรั้วทำเนียบ ซึ่งผู้กระทำความผิดแต่ละคนได้รับการถอนข้อกล่าวหาในภายหลัง ซึ่งผมสงสัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะถอนข้อกล่าวหาแบบเดียวกันนี้กับแกนนำ นปก.หรือไม่ ถ้าหากว่าวันนั้นพวกเขาตัดสินใจจะใช้กำลังพังรั้วทำเนียบเข้าไปบ้าง

ในฐานะประเทศหนึ่ง เมืองไทยไม่เคยมีความสามารถที่จะควบคุมการชุมนุมประท้วงได้เลย ไล่มาตั้งแต่ม็อบขนาดเล็กอย่างสมัชชาคนจนหรือกลุ่มผู้ประท้วงเขื่อนปากมูล และม็อบขนาดกลางอย่างกลุ่มผู้ชุมนุมสหภาพแรงงานของ กฟผ. รวมถึงม็อบของจำลอง ศรีเมืองและธรรมกายที่ออกมาต่อต้านกลุ่มบริษัทไทยเบเวอเรจ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเวลาที่เรามีกลุ่มผู้เดินขบวนประท้วงขนาดใหญ่อย่างกลุ่มพันธมิตรฯ หรือ นปก. เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะถามว่าเราสามารถควบคุมหรือจัดการกับผู้ชุมนุมประท้วงเหล่านั้นโดยสันติวิธีได้หรือไม่

สิ่งที่ต้องทำให้ชัดเจนเด็ดขาดคือการสร้างมาตรฐานสำหรับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม และการปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้ต้องเที่ยงธรรม เสมอภาค และสามารถนำไปใช้กับเจตนารมณ์ต่างๆ โดยยึดหลักเดียวกัน ถ้าสนธิ ลิ้มทองกุล และสุริยะใส กตะศิลา แห่งพันธมิตรฯ สามารถเคลื่อนขบวนไปยังสยามพารากอนและถนนพระราม 1 ได้ เพราะอะไร เหวง โตจิราการ และจักรภพ เพ็ญแข จึงไม่ควรเคลื่อนไปยังสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของพลเอกเปรม?

ถ้าหากตำรวจพยายามขัดขวางไม่ให้กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนขบวนในเวลานั้น เป็นไปได้ไหมว่าอาจจะมีการปะทะกันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปลายปีก่อน ในทำนองเดียวกับที่เราได้เห็นมันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา?

ที่พำนักของประธานองคมนตรีต้องได้รับการคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษและห้ามไม่ให้มีการรบกวนใดๆ มีคนเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะตั้งข้อสงสัยต่อมติดังกล่าว และในฐานะประชาชนพลเมืองไทยคนหนึ่ง การขว้างก้อนหินหรือของแข็งเข้าใส่ที่พักอาศัยหรือผู้บริสุทธิ์ที่ยืนสังเกตุการณ์อยู่ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะควรอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้น สังคมยังต้องเผชิญกับความจริงของสถานการณ์ดังกล่าวด้วยว่า การแบ่งแยกและดูถูกกลุ่มคนที่รวมตัวกันด้วยจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่นั้นมีอยู่จริง แต่นี่ไม่ใช่การจะมาบอกว่าฝูงชนที่รวมตัวกันประท้วงควรได้รับอนุญาตให้เคลื่อนไหวเสมอไป และไม่ใช่การบอกว่าพวกเขาสมควรถูกสลายการชุมนุมด้วยวิธีการอันรุนแรงเช่นกัน

การสร้างมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมจะช่วยในการดำเนินงานทางด้านนโยบาย เช่น เมื่อหลายเดือนก่อนนักกิจกรรมทางสังคมที่ต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินรวมตัวปิดกั้นการประชาพิจารณ์์เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะของชุมชนที่มีต่อการสร้างโรงไฟฟ้า วิธีการจัดการรับมือกับผู้ชุมที่สุขุมรอบคอบและไม่เลือกปฏิบัติยังจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศในการดำเนินโครงการพัฒนาอื่นๆ อีกด้วย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ บางทีอาจเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป เมื่อยังมีเรื่องหนึ่งซึ่งต้องตระหนักว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ได้รับคำสั่งให้ควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม และบางครั้งพวกเขาก็ติดตามกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยวัตถุประสงค์อื่นๆ เหมือนอย่างที่กองทัพเคยช่วงชิงอำนาจจากกลุ่มพันธมิตรมาแล้ว โดยการใช้ประโยชน์จากกลุ่มผู้ชุมนุมนับแสนคน (ตามจำนวนที่กล่าวอ้าง) ที่ชุมนุมต่อต้านทักษิณ มาเป็นเหตุผลในการทำรัฐประหาร

หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากองทัพคงมีการวางแผนที่ดีกว่านี้สำหรับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านเผด็จการ ในฐานะที่เราขยับเข้าใกล้วันอันตรายทางการเมือง เช่น วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งเข้าไปทุกที

หวังว่าเมื่อถึงที่สุดแล้ว สิ่งที่พูดและทำกันมาตลอดทั้งปีนี้ จะทำให้ประเทศนี้หาหนทางที่จะปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทุกกลุ่มอย่างยุติธรรมโดยปราศจากการฉวยโอกาสได้เสียที
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #52 เมื่อ: 14-03-2008, 23:28 »

ลองมีม๊อบบุกไปบ้านมัน พังข้าวของบ้านมันกระจุยบ้าง ก็อยากจะรู้เหมือนกันครับว่าความเป็นธรรมและเท่าเทียมของม๊อบที่มันออกมาเรียกร้องน่ะ จะยังมีหน้ามาพูดได้อีกหรือเปล่า ?

แถวบ้านผมตอนนี้ตั้งชื่อให้ใหม่แล้วครับ "ปลื้ม เชิญยิ้ม" นักวิเคาะห์การเมืองระดับคาเฟ่ 
บันทึกการเข้า
Caocao
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557



« ตอบ #53 เมื่อ: 14-03-2008, 23:35 »

หวังว่าไอ้ปลื้มจะเข้ามาอ่าน ถ้าเรียนรู้จะรักษาสิทธิตนเอง ก็ควรเคารพสิทธิผู้อื่นด้วย นี่แหละประชาธิปไตย ไม่ใช่เพราะการกล่าวอ้างและใช้สิทธิของตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัดอย่างนี้เหรอ ที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย

ถึงลุงแคน ไม่ว่าคนภาคไหนเวลาถูกหยิกก็เจ็บเหมือนกันล่ะครับ
บันทึกการเข้า

หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มครอง
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #54 เมื่อ: 14-03-2008, 23:53 »

อีกหนึ่งบทความที่มีชื่อเสียงของ คุณปลื้ม ตอนเกิดเหตุการณ์ม็อบ นปก.
บุกอาละวาดหน้าบ้านสี่เสา ซึ่งในบทความคุณปลื้มแสดงความไม่เข้าใจ
ว่าทำไมถึงต้องขัดขวางห้ามปราม ไม่ให้ม็อบเคลื่อนขบวนไปบ้านสี่เสา
ตอนนั้นก็สร้างความสนใจจากสาธารณะได้ประมาณหนึ่ง 

...



ให้ปลื้มเอาหน้าไปรับอิฐซักก้อนคงจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นมั๊ง



ไม่่"ปลื้ม"จริงๆ
บันทึกการเข้า
pakon
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #55 เมื่อ: 15-03-2008, 00:38 »

อย่ายึดเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่เลยนะ  ฟังคนอื่นเขาบ้างจะได้ไม่เพี้ยน 
บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #56 เมื่อ: 15-03-2008, 02:09 »

คนกรุงจะเลือกใคร เมื่อผลออกมาเบ็ดเสร็จเด็ดขาดภายใต้กติกาที่เป็นธรรม
ก็ต้องเป็นไปตามนั้นอยู่แล้ว
ส่วนการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง จะใช้มิติใดมิติหนึ่งมาสรุปก็เห็นจะไม่ถูกต้อง
ยิ่งการยึดถือความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง ผลการวิเคราะห์และสรุปออกมาจะยิ่งผิดเพี้ยน

การเลือกไม่เลือก ได้รับเลือกหรือไม่ได้รับเลือก
ไม่เกียวกับความโง่หรือฉลาดแต่อย่างใด
หากแต่เป็นผลมาจากการเข้าถึง การรับรู้ และช่องทางในการสื่อสารระหว่างกัน

ผมอยากจะรู้เหมือนกันว่า
ถ้าคนกรุงพร้อมใจกันรณรงค์ไม่ใช้สินค้าที่ปลื้มเป็นพรีเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นนิสสันทีด้า ยาสีฟันซอลท์ ฯลฯ
หรือไม่ชมรายการที่ปลื้มเป็นคนอ่านตามข่าวหรือเป็นพิธีกร
ปลื้มจะวิเคราะห์มั้ยว่า คนกรุงไม่ฉลาดที่ต่อต้านปลื้ม
บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
คาคาชิ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 521


ที่นี่เหมือนโลกที่โดนมนุษย์ต่างดาวบุกหาตรรกะไม่เจอ


« ตอบ #57 เมื่อ: 15-03-2008, 03:45 »

ผมเคยบอกแล้วว่า ไอ้นี่น่ะ หน้าตามันคบไม่ได้จริง ๆ
ไปดูกระทู้เก่า ๆ ผมได้เลย

วันนี้ ได้ฟังรายการอะไรไม่รู้ ผู้ดำเนินรายการบอกว่า
หนังไอ้ปลื้มเข้าปุ๊บ มันก็ส่ง sms หาเพื่อนมัน แล้วบอกว่า
หนังเรื่องนี้น่ะ ใกล้เคียงเรื่อง "เซเว่น"
และบทบาทมันก็ใกล้เคียง "แบรดพิท"

ผมฟังปุ๊บ ผมหัวเราะจนหน้ำตาไหลเลย
หนังเรื่อง "โสโครก" เนี่ยอ่ะนะ
ให้ตั๋วฟรี ๆ ผมยังโกรธเลย ถือว่าดูถูกกัน

ยิ่งพอเข้ามาเห็นรูปมัน แสดงอารมณ์ได้หลากหลาย ใน rep ข้างต้น
ผมหัวเราะจนปวดท้องไปหมดแล้ว  สุดยอดจริง ๆ 
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 15-03-2008, 12:21 »

 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 15-03-2008, 12:28 »

อันนี้ตลกดีครับ

.............

3.1 สื่อสร้างภาพ ให้คนอิจฉาทักษิณ ในเงิน 7 หมื่นกว่าล้านบาท คนกรุงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจไทยถดถอย ความอิจฉาเงินทักษิณ ทำให้คน กทม. ประชด ลงคะแนนให้ รสนา ใครจะทำไม อีกอย่าง 1 เสียงไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว

.............


digital Prime Minister
13 มีนาคม 2551 19:47:15น.

ที่มา http://www.prachatai.com/webboard2/viewtopic.php?f=2&t=5301#p52678
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 15-03-2008, 12:43 »

digital Prime Minister
13 มีนาคม 2551 19:47:15น.

คนนี้เจอบ่อยๆ ท้ายข่าวมติชน แกขยันดีนะ แต่ผมไม่เคยอ่านซักที
บันทึกการเข้า

Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #61 เมื่อ: 15-03-2008, 12:47 »

DPM

นักเดินป่ามาตรฐานประชาไท พาเข้ารกเข้าพงเป็นอาจินต์
บันทึกการเข้า
baby
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8



« ตอบ #62 เมื่อ: 15-03-2008, 14:46 »

คุณปลื้ม  ชอบโชว์ว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่น

เป็นคนมีความมั่นใจสูงและหลงตัวเอง   พยายามแสดงความคิดให้ดูไม่รู้เรื่องเข้าไว้  คนจะได้งงว่าพูดอะไรออกมาว่ะ

ละอ่อนน้อยทางการเมืองที่อยากโดดเด่นแต่ดันมุขแป๊ก  มีดีอย่างเดียวคือสำเนียงภาษาอังกฤษ

ทุกวันนี้  คุณปลื้ม  เข้าใจตัวเองหรือยังว่าการออกมาพูดว่าคนส่วนใหญ่โง่    มันหมายถึงคนที่พูดออกมาย่อมโง่ด้วย

คนฉลาด  เขาไม่โง่ที่จะปล่อยไก่ด้วยคำพูดแบบนี้จำไว้นะน้อง  หน้าตาไม่ดีแล้วยังอวดเก่งอีก  \"ไม่ปลื้ม\"  ฮ่ะ

บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #63 เมื่อ: 15-03-2008, 15:10 »

       

ยังไม่ถึง ๔๘ ชั่วโมง .. ความคิดเห็นเกิน ๒๓๐๐ แล้ว

งานนี้ "หนูปลื้ม" ดังกว่า "หนูเพ็ญ"      

http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000031147


...
บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,026



« ตอบ #64 เมื่อ: 15-03-2008, 15:17 »

คนที่ชอบออกมาโชว์กึ๋นส์ ด้วยการด่าว่าคนนั้นคนนี้โง่
มันยังอยู่คู่กับสังคมไทยเสมอมา.....เอิ้กกกกกก

 
บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #65 เมื่อ: 15-03-2008, 16:59 »

เหมียวอ้วนขาวตัวนั้น ยังดีกว่าไอ้ปลื้มเยอะนะพี่สมชายนะ   
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #66 เมื่อ: 15-03-2008, 19:09 »

digital Prime Minister
13 มีนาคม 2551 19:47:15น.

คนนี้เจอบ่อยๆ ท้ายข่าวมติชน แกขยันดีนะ แต่ผมไม่เคยอ่านซักที

ลุงแคนน่าจะไปโต้มันซะที ปล่อยใหมันพล่ามคนเดียวในบอร์ดมติชนอยู่นั่น
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #67 เมื่อ: 15-03-2008, 21:55 »

DPM

นักเดินป่ามาตรฐานประชาไท พาเข้ารกเข้าพงเป็นอาจินต์

บางทีก็เขียนดีครับ แต่บางทีแกก็เขียนเข้ารกเข้าพงจริงๆ
อย่างที่เพิ่งโพสโจมตีนโยบายกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง
ที่ กรณ์ จาติกวณิช จากประชาธิปัตย์นำเสนอ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=22683&catid=5

----

กรณ์ ....3.การจัดให้มีกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงกองทุนละ 1-2 ล้านบาททุกตำบล และแขวงทั่วประเทศ
ใช้งบประมาณ 11,000 ล้านบาท

DPM....พปช. เคยให้ตัวเลขว่า มี ทั้งหมด 8 หมื่นหมู่บ้าน ถ้า ให้ 1 ล้านบาท งบที่ใช้ 8 หมื่นล้าน
ถ้าให้ 2 ล้าน งบที่ใช้ หนึ่งแสนหกหมื่นล้านบาท เฉลี่ย 1.5 ล้านบาท ต่อ หมู่บ้าน ใช้เงิน หนึ่งแสนสองหมื่นล้านบาท ..
กรณ์บอกใช้งบ 11,000 ล้านบาท แสดงว่า แสดงว่าได้หมู่บ้านละ 137,500 บาท กองทุนนี้ กรณ์บอกให้ฟรี ไม่ต้องใช้คืน
ตอนหาเสียง บอกให้ฟรีๆ ทันที 2 ล้าน ต่อชุมชน วันนี้ เหลือ ชุมชนละ 137,500 บาท ตัวเลขลดฮวบ


digital Prime Minister
07 มีนาคม 2551 22:43:19น. : 125.24.82.XXX 

---

คุณ digital Prime Minister แกเข้ารกเข้าพง เขาบอกว่าจะให้ "ตำบล" ละ 1-2 ล้านบาท
แต่ไปเข้าใจเอาว่าเขาจะแจกให้ "หมู่บ้าน" ละ 1-2 ล้านบาท
แต่เนื่องจากโพสอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ป่านนี้จะรู้หรือยังว่าปล่อยไก่ทิ้งเอาไว้แล้ว 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
truly
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 253


« ตอบ #68 เมื่อ: 15-03-2008, 23:41 »

คุณจี ทำไมอ่านละเอียดขนาดนั้น....
บันทึกการเข้า
Register_AC
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 119



« ตอบ #69 เมื่อ: 15-03-2008, 23:52 »

ยาวมากอ่านแล้วอยากจะบอกว่า ... ปลื้มเลือกข้างแล้วไง

ฟังรายการนึงเหมือนกัน นอกจากจะคุยเรื่องหนังของตัวเองแล้ว

ยังพูดเรื่องบ้านของตัวเองแถวสวนหลวงอีก ...

ต่อไปจะเป็นบ้านที่ใหญ่ เป็นที่ประชุมนักการเมือง เหมือนเปิดบ้านอะไรประมาณนั้น

แล้วก็บอกทำนองราคาแพงมาก


คราวนี้เห็นบทความนี้ถึงได้ร้อง อ้อ ... ปลื้มเลือกข้างแล้ว
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #70 เมื่อ: 16-03-2008, 23:59 »


คราวนี้เห็นบทความนี้ถึงได้ร้อง อ้อ ... ปลื้มเลือกข้างแล้ว

พบกระทู้หนึ่งในเว็บพันทิพ(ห้องราชดำเนิน-ทักษิณ) ที่คุณปลื้มไปร่วมกับทีมงานที่จัดทำหนังสือ "ไม่เปรม"

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5947208/P5947208.html

เมื่อได้อ่าน"ความคิดเห็นที่ 1" แล้วขำมากกกก ตรงที่บอกว่า ..

"ม.ล.ณัฎฐกรณ์  เทวกุล หรือคุณปลื้ม ชายหนุ่มซึ่งเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่อันมีแนวคิดเป็นประชาธิปไตยสุดขั้ว"

........................................................

ไม่รู้ว่า ผู้ที่พิมพ์ความคิดเห็นที่ 1 ตรงประโยคที่ว่า "มีแนวคิดเป็นประชาธิปไตยสุดขั้ว"
เธอใช้อะไรวัดความเป็นประชาธิปไตยสุดขั้วของคุณปลื้ม .. ในเมื่อคุณปลื้มเขียนบทความต่อว่า
คนกรุงเทพฯที่ใช้สิทธิทางประชาธิปไตยโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ในการเลือก ส.ว. คุณรสนา



       
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-03-2008, 00:04 โดย สมชายสายชม » บันทึกการเข้า
boyk
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,477



« ตอบ #71 เมื่อ: 17-03-2008, 02:32 »

อ้างถึง
จากคน กทม.ที่ฉลาดน้อยถึงคุณ “ปลื้ม” ที่ฉลาดมาก
 
โดย จิตตนาถ ลิ้มทองกุล 16 มีนาคม 2551 17:46 น.

 ผมหยุดเขียนคอลัมน์ใน นสพ.ผู้จัดการรายวันไปพักใหญ่เพราะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเมืองบ้านเรา นับตั้งแต่ยุคต่อสู้กับรัฐบาลไทยรักไทย ยุคขิงแก่ จนถึงยุครัฐบาลผสมพลังประชาชน ที่นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจล้วนแล้วแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก ผมรู้สึกว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนั้นแก่เกินดัดและน่าเอือมระอาเกินที่จะแก้ไขแล้วครับ
       
       สิ่งที่พอจะเป็นความหวังให้กับคนไทยได้บ้างก็คือการเมืองภาคประชาชนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริงๆ อย่างน้อยเราก็จะสามารถเห็นได้ชัดจากคะแนนเสียงท่วมท้นที่คน กทม.เทให้กับคุณรสนา โตสิตระกูล จนเธอเดินเข้าสู่สภาสูงด้วยคะแนนเป็นอันดับหนึ่งทิ้งห่างคนอื่นอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา
       
       คุณรสนาเป็นนักเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนผู้เสียภาษีตัวจริง คอยตรวจสอบมิให้การแปรรูปสัมปทานของรัฐเข้าสู่ตลาดทุนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยมีวาระทับซ้อนของผลประโยชน์แฝงอยู่ จนศาลได้มีการพิพากษาออกมาถึงที่สุด
       
       คุณรสนาลงเลือกตั้ง ส.ว.โดยมิได้มีกลุ่มทุนใดหรือพรรคการเมืองใดหนุนหลัง และด้วยอานิสงส์จากการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนผู้เสียภาษีที่คุณรสนาได้สร้างคุณูปการให้ประเทศชาติเรื่อยมานั้นเอง ส่งผลให้การเมืองภาคประชาชนในครั้งนี้ตบหน้าพรรคการเมืองทั้งหลายและนายทุนผู้เสียประโยชน์อย่างแรง
       
       คน กทม.รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งกับความสง่างามในการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาของคุณรสนา อย่างน้อยในส่วนตัวผมเองเริ่มจะมีความหวังกับคำว่า “การเมือง” ขึ้นมาอีกครั้ง และรู้สึกดีที่ภาคประชาชนสนใจติดตามการเมือง และลงคะแนนอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้น
       
       แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อได้อ่านบทความของ นักสื่อสารมวลชนหนุ่มรุ่นราวใกล้เคียงกัน ที่กำลังดังเป็นพลุอย่าง “คุณปลื้ม ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล” ที่ออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้า” และกล่าวว่า เขาหวังว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนชาว กทม.ที่ “ฉลาด” และคนที่ยังไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร จะเลือกตัวแทนของตนที่นำไปสู่ความก้าวหน้าได้ ไม่ใช่นำไปสู่ความตกต่ำอย่างคุณรสนา
       
       บอกตรงๆ ว่าเมื่อผมได้อ่านบทความดังกล่าวของคุณปลื้มในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์แล้วรู้สึกสมเพชรุ่นน้องคนนี้เหลือเกินครับ (ในฐานะที่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันและร่วมงานกันมาก่อน) สมเพชทั้งๆ ที่เขาทำงานในสายงานสื่อมวลชนเหมือนกันแต่กลับอ่านใจคนกรุงเทพฯ ไม่ออกว่าเสียงส่วนใหญ่นั้นกำลังสะท้อนถึงอะไร
       
       สมเพชมากกว่าเดิมที่การไปเรียนเมืองนอกเมืองนามาตั้งนาน จนพูดภาษาอังกฤษออกจอทีวีคล่องปร๋อจะเข้าใจเพียงคำว่า ‘ทุน’ คือการแปรรูปเข้าตลาดหุ้น และคำว่า ประชาธิปไตยเพียงแค่เปลือก นั่นคือมีแค่การเลือกตั้งก็พอ โดยไม่ดูว่าจะเป็นการเลือกโดยเสียงที่แท้จริงของประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง หรือเป็นการซื้อเสียงที่เข้ามา ซ้ำร้ายยังไม่เข้าใจคำว่าความโปร่งใส การตรวจสอบ การขจัดผลประโยชน์ทับซ้อน ธรรมาภิบาล และคุณธรรม
       
       “ถ้าจะเปรียบความเข้าใจของคุณปลื้มให้ชัดก็เหมือนคนที่เห็นว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีอาคารใหญ่ที่ดูทันสมัยน่าจะเป็นฮับการบินของเอเชียได้ แต่คนที่ใช้สนามบินนี้จริงๆ จะรู้ว่าสนามบินแห่งนี้ห่วยแตกและไม่ได้เรื่องขนาดไหน พูดง่ายๆ ก็คือเห็นแต่เปลือกที่ห่อหุ้มนั่นเอง”
       
       น่าตลกเหลือเกินที่คนข่าวอย่างคุณปลื้มไม่รู้เลยหรือว่าการแปรรูปของ กฟผ. และ ปตท.ที่มีปัญหานั้นมีวาระซ่อนเร้นและผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร กับคนกลุ่มไหน แต่คนกรุงเทพฯ ร่วมแปดแสนคนและศาลสถิตยุติธรรมท่านกลับรับรู้ได้ หรือ ถ้าคุณปลื้มรู้ข้อมูลแต่กลับเอาเพียงด้านเดียวมาพูดเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตัวเองก็ต้องถือว่าเป็นสื่อมวลชนที่แย่มากเพราะบิดเบือนข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้เสพข่าวสาร
       
       คนกรุงเทพฯ ทุกคนไม่มีใครปฏิเสธทุนนิยมและประชาธิปไตยหรอกครับ แต่ต้องเป็นทุนนิยมและประชาธิปไตยในฉบับของอารยประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ใช่แบบทุนสามานย์และการบริหารประชาธิปไตยแบบเทกโอเวอร์แบบกงสีเพื่อกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว และพวกพ้องอย่างบ้านเราในทุกวันนี้
       
       ถ้าส่งลูกส่งหลานไปเรียนเมืองนอกเสียเงินเป็นล้านแล้วได้แค่พ่นภาษาอังกฤษกับแอคติ้งในสไตล์ฝรั่งจ๋าแบบคุณปลื้ม กับสามารถคิดวิเคราะห์ได้เพียงเท่านี้ มิสู้ให้ลูกหลานเรียนในเมืองไทยแล้วให้เข้าใจคำว่าทุนที่โปร่งใส และการเมืองภาคประชาชนอย่างถ่องแท้จะดีกว่า
       
       การที่คุณปลื้มกำลังติงว่าการเลือกคุณรสนาในครั้งนี้ คนกรุงเทพฯ กำลังจะเริ่มมีการเบนไปในแนวซ้ายจัดเหมือนอย่างประเทศเกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา หรือโบลีเวีย นั้นสงสัยคุณปลื้มคงจะไม่ค่อยได้ติดตามข่าวต่างประเทศกระมังว่ากระแสของโลกกำลังพลิกกลับ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลียประเทศเจริญแล้วที่ประชาชนเขาพร้อมใจกันเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ที่สวนขั้วกับพวกขวาจัดอย่างสิ้นเชิงของอดีตนายกรัฐมนตรี จอห์น โฮเวิร์ด
       
       แม้แต่พี่เบิ้มอย่างอเมริกาที่สายนางฮิลลารี คลินตัน และนายบารัค โอบามา กำลังขับเคี่ยวกัน ดูจะได้รับความสนใจมากกว่าสายขวาจัดอย่างนายจอห์น แมคเคน ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของนายจอร์จ บุช ที่ผู้คนเอือมระอา ผมว่าเรื่องนี้คุณปลื้มยังต้องทำการบ้านอีกมาก
       
       หากคุณปลื้มมองคุณรสนาว่าเป็นการเมืองฝ่ายซ้ายแล้วจะนำประเทศไปสู่ความตกต่ำ สงสัยว่าคุณปลื้มน่าจะชอบนักการเมืองขวาจัดอย่างท่านนายกรัฐมนตรีคุณสมัคร สุนทรเวช หรือท่าน มท.1 อย่างคุณเฉลิม อยู่บำรุงที่กำลังจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญเป็นแน่แท้ ซึ่งก็คงไม่ผิดอะไรเพราะนั่นเป็นสิทธิของคุณ แต่ก็ไม่ควรเขียนทำนองปรามาสในการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ที่พิสูจน์ชัดในการเลือกตั้งแต่ละครั้งแล้วว่าเงินซื้อไม่ได้ และรู้จักใช้สิทธิ์ของตนอย่างมียุทธศาสตร์ ที่สำคัญคนกรุงเทพฯ รักความเป็นธรรมและไม่ชอบเหล่านักการเมืองที่ลุแก่อำนาจ
       
       เท่าที่ทราบมาได้ข่าวว่าคุณปลื้มคนนี้ เคยประกาศว่าสนอกสนใจการเมืองเพียงแต่ขอเวลาบ่มเพาะอีกระยะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีวันที่เขาเริ่มเข้าใจไหมว่ายุคนี้ไม่จำเป็นเสมอไปที่คนไหนเห็นหน้าในทีวีบ่อยๆ แล้วจะได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากลงสมัครเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ที่คนสนใจผลงานของผู้สมัครที่จะมาเป็นตัวแทนของเขามากกว่าหน้าตา
       
       ในฐานะคนในวงการข่าวด้วยกัน และติดตามการเมืองมาเช่นเดียวกัน อยากจะฝากถึงคุณปลื้มด้วยว่าถ้าวันใดในอนาคตข้างหน้าจะลงผู้แทนขอแนะนำอย่าลงในเขต กทม.เลยครับ
       
       คน กทม.คงจะไม่ฉลาดพอและคงจะเอียงซ้ายเกินไปที่จะเทคะแนนให้คนฉลาดและมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลอย่างคุณ คน กทม.นั้นชอบคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ต่อสู้เพื่อสังคมและกล้าในเวลาที่ควรจะกล้า ที่สำคัญคน กทม.ไม่ชอบคนที่อหังการ มมังการคิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียวโดยเฉพาะคนไม่มีสัมมาคารวะและชอบดูถูกคนอื่น
       
       คอมเมนต์ทั้งหลายนับพันเพียงเวลาชั่วข้ามคืนในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์เกี่ยวกับบทความของคุณปลื้มและคุณรสนาที่โต้ตอบกันคงจะเป็นบทพิสูจน์อย่างดีแล้วว่าคน กทม.รู้สึกอย่างไร
       
       บอกตรงๆ ผมรู้สึกเสียดายคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างคุณปลื้ม เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยเสียดายคนที่ปัจจุบันในสังคมใช้คำสั้นๆ เพียงคำเดียวเรียกหล่อนอย่างเสียมิได้ว่า...“เพ็ญ”!!!

http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000032020&CommentPage=1&#Comment


บันทึกการเข้า

ไล่งับคนโกง ตอกฝาโลงไม่ให้เกิด
chaturant
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499



« ตอบ #72 เมื่อ: 17-03-2008, 09:35 »

คุณปลื้มต้องฟังคำนี้น่ะ   "คนกรุงเทพฯ ทุกคนไม่มีใครปฏิเสธทุนนิยมและประชาธิปไตยหรอกครับ แต่ต้องเป็นทุนนิยมและประชาธิปไตยในฉบับของอารยประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ใช่แบบทุนสามานย์และการบริหารประชาธิปไตยแบบเทกโอเวอร์แบบกงสีเพื่อกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว และพวกพ้องอย่างบ้านเราในทุกวันนี้"   ถ้าทุกอย่างมันเท่าเทียมกัน แข่งขันเสรีจริง มันไม่มีปัญหาหรอกครับ
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #73 เมื่อ: 18-03-2008, 13:32 »

ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นไปแล้ว.....

ข่าวว่าเจ้าของ'รถเก๋ง' ที่ให้'ปลื้ม' เป็น 'พรีเซ็นเตอร์' นั้น...
กำลัง'ไม่ปลื้ม' และ'ไม่เปรม' แล้ว......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
เพื่อนร่วมชาติ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #74 เมื่อ: 18-03-2008, 14:20 »

ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นไปแล้ว.....

ข่าวว่าเจ้าของ'รถเก๋ง' ที่ให้'ปลื้ม' เป็น 'พรีเซ็นเตอร์' นั้น...
กำลัง'ไม่ปลื้ม' และ'ไม่เปรม' แล้ว......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



น่าสนุกแฮะ คนกรุงเทพฯส่วนหนึ่งในเจ็ดแสนกว่าคน น่าจะแสดงเจตนารมณ์ว่า

สินค้าไหนที่ใช้หนูปลื้มเป็นพรีเซนเตอร์ สินค้าไหนที่เป็นสปอนเซอร์รายการหนูปลื้ม...

ข้าไม่ซื้อ
บันทึกการเข้า
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #75 เมื่อ: 18-03-2008, 14:48 »

ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นไปแล้ว.....

ข่าวว่าเจ้าของ'รถเก๋ง' ที่ให้'ปลื้ม' เป็น 'พรีเซ็นเตอร์' นั้น...
กำลัง'ไม่ปลื้ม' และ'ไม่เปรม' แล้ว......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



อยากให้มันเป็นจริงจัง ว่าแต่ว่า จะหาเนื้อข่าวได้จากไหนน๊อออออออออ 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #76 เมื่อ: 19-03-2008, 09:53 »

ซ้อไม่ปลื้ม/ซ้อเจ็ด

และแล้ว “ซินาอ้า” ก็อาศัยจังหวะหลบลมเพชรหึงของ “ป้ากระบังลม” เผ่นกลับไปเมืองนอกแล้ว หลังซ้อสวมบทคนดีที่เห็นใจเมียหลวงด้วยกัน ออกมาแฉเรื่องของ “คุณพ่อบุญทำ” กับ “อีหนูโรบ็อต” เสียเล็กๆ
       
        ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยถ้าทำให้ท่านอ้าไม่ปลื้ม...แต่อย่าลืมนะเพราะซ้อออกมาแฉ ก็เลยทำให้มีงานเลี้ยงส่งที่ลาดพร้าวซอยเดิม ซึ่งเป็นเซฟเฮาส์ของท่าน จนท่านเพลินไปเลยไม่ใช่เหยอ อิอิอิ เพราะนอกจากอีหนูโรบ็อตแล้ว ยังมีน้องๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม ทั้งวงเดี่ยว และวงทรีโอในสังกัดเดียวกัน ถูกเรียกเข้าใช้งานตั้งเกือบ 20 คน สั่งลากรุงเทพฯแบบนี้...ไม่รู้ป้ากระบังรู้เรื่องรึเปล่า...555555555
       
        ต้องยอมรับว่า ซินาอ้าแกแมร่ง รักครอบครัว Ship หายเลยฟ่ะ!!
       
        พูดถึงเรื่องไม่ปลื้มแล้ว ก็ต้องขอพูดถึง “ไอ้ปลาดุก” ซะหน่อย เพราะเป็นสัตว์น้ำแท้ๆ แต่ดันสวมปากสุนัขเที่ยวไปด่าพรรคพวกเพื่อนฝูงมิตรรักของซ้อนับแสนๆ คนว่า โง่เง่า งี่เง่า ฐานที่ปลื้มกับบทบาทและหน้าที่ของ “เจ๊แว่นนักฟ้องเพื่อชาติ” และยกให้เป็นตัวแทนของพวกเรา
       
        ดูถูกเพื่อนร่วมตายนับแสนของซ้อแบบนี้ สงสัยอยากจะรีแพร์หน้าตัวเองจากปลาดุกให้กลายเป็นหน้าปลาตีน !!
       
        อาการอวดดีปนปาก***ของไอ้ปลาดุก ส่งผลให้พ่อแม่ถูกด่า “ข้อหาไม่สั่งสอนลูกเต้า” ไปอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วการที่ลูกจะปาก*** เลวกว่าหมา หรือชิงหมาเกิด ก็ไม่ได้เกี่ยวกับบุพการี ส่วนมากมันขึ้นกับสันดานของแต่ละคน
       
        แต่สำหรับกรณีของไอ้ปลาดุกเป็นข้อยกเว้น เพราะมันนั้น พ่อแม่ไม่สั่งสอนเจ็งๆ55555
       
        ก็แหม...ตั้งแต่เล็ก เด็กชายปลาดุกเป็นคนที่มีชีวิตน่าสังเวชมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีมือของพ่อและแม่ มาให้ความอบอุ่นอะไรเลย เพราะพ่อแม่แยกกันอยู่ เด็กชายปลาดุกจึงเติบโตขึ้นท่ามกลางสังคมคนใช้เสียมาก กิริยามารยาทที่ได้รับการอบรม จึงเป็น “ไพร่” ล้วนๆ จนกระทั่งโตปลาดุกก็ถูกส่งไปเมืองนอก ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะรับแนวคิดไอ้กันมาเต็มๆ กลายเป็น “ฝรั่งสถุล” อย่างน่าทึ่ง
       
        ด้วยความที่เป็นเด็กขาดความอบอุ่น ทำให้ไอ้ปลาดุกนิสัยก้าวร้าวขี้วีน ใครที่ทำงานกับหมอนี่จะรู้เลยว่า เรื่องมากสุดๆ ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจจะด่าเละ เสื้อผ้าหน้าผมจะต้องเนี้ยบ หล่อเริ่ดตลอดเวลา
       
       ไอ้อาการหลงตัวเองของปลาดุกเป็นมาช้านาน แต่พึ่งมาชัดเจนจนคนรอบข้างจะอ้วกแตก ก็เมื่อตอนที่เสล่อไปเป็นดารา ก่อนที่ผลงานของตัวเองจะออก หมอนี่จะทำหน้าที่พีอาร์ชั้นยอดฟอร์เวิร์ดเมลไปทั่วว่า อย่าลืมติดตามผลงาน ปิดท้ายด้วยการชมตัวเองว่า หล่อเหมือน “แบรด พิตต์”!?!
       
       ที่สำคัญ ชอบเข้าไปก้าวก่ายทุกเรื่อง เพราะคิดว่าตัวเองเจ๋ง จะเอาใครมาออกรายการต้องกราบทูลก่อน ถ้าพี่ปลาดุกแก “เป็นปลื้ม” ถึงจะได้ออก ถ้าไม่ปลื้มก็ฝันไปเหอะ
       
        นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องขี้วีนแล้ว ไอ้ปลาดุกยังขึ้นชื่อเรื่องหน้าหม้อ...(แต่หม้อแล้วน้อยครั้งที่จะสำเร็จ) เพราะฉะนั้นความง่านจึงมีอยู่เต็มหัว เจอหน้าสาวๆ ไม่ได้ ต้องออกอาการอยากล่อ แอบเอามือไปถูที่เป้ากับต้นขาของตัวเองอยู่เรื่อย จนสาวหลายคนที่ความรู้สึกไวพากันขยาด...นี่มันโรคจิตนี่หว่า
       
        พูดถึงวิธีการเริ่มต้นของการหลีของไอ้ปลาดุกหน่อย...หมอนี่ไม่ทำอะไรนอกจากจ้องหน้าคนที่ตัวเองเล็งไว้ จ้องเอา จ้องเอา จนกระทั่งเหยื่อรู้ตัว หรือทนไม่ไหวถ้าเอ่ยปากถามว่า จ้องทำไม ไอ้ประหลาดดุกจะตอบหน้าตาเฉยว่า
       
       “ไม่มีไร ไอว่ายูสวย ทำไมมองไม่ได้เรอะ” แล้วก็เดินหนีไปเข้าห้องน้ำ
       
        มุกควายๆ แบบนี้ไอ้ปลาดุกไม่เคยเปลี่ยน เพราะมันใช้กับทุกคน ไล่มาตั้งแต่เด็กในกอง ยันช่างแต่งหน้ากำลังทาแป้งให้อยู่ดีๆ มันก็จ้อง...นี่ถ้าในกองถ่ายมีหมาตัวเมีย สงสัยมันก็คงจะจ้องเอาไปทำพันธุ์เหมือนกัน
       
        อย่างไรก็ตาม มีบ้างที่ปลาดุกลากสาวไปฟันได้สำเร็จ
       
        ฐานะที่เป็น มสย.หรือ (หม่อมสามหยอย) มันก็ดึงดูดใจเด็กบางคนอยู่บ้าง แต่ก็กลายมาเป็นที่ซุบซิบทุกครั้ง วันหนึ่งต้องนั่งรถกองถ่ายไปทำงานต่างจังหวัดด้วยกัน พอขากลับไอ้ปลาดุกทำแมน อาสาไปส่งเด็ก โดยปุเลงสาวขึ้นแท็กซี่ แต่พอถึงหอของสาวดันอ้างว่ามีแต่แบงก์พัน จนเด็กต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง
       
        พอลงรถได้ปลาดุกก็ออกลวดลายหมาแก่ขอเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ แต่ที่ไหนพี่แกกลับเข้าไปล้างหำ สาวเองก็เปิดหวอรอ พอออกมาก็เลยได้อ่ะจั๊กๆ กันไปหลายยก พอเสร็จกิจปลาดุกก็สลัดไข่กลับบ้านอ้างมีธุระด่วน ส่วนอีหนูนั่นก็นอนเป็นผีตายซากพูดไม่ออก
       
        สงสัยอีคงจะอึ้งแดก งงคิดไม่ออกว่าจะเก็บ “ค่าตัว” หรือ “ค่าแท็กซี่” ดี
       
        แต่ที่แย่ไปกว่านั้น ก็คือ “ไอ้สามหย่อม” ตัวนี้ดันทำเป็นมึน ลืมเรื่องราวอ่ะจึ๊กๆ เจอหน้าอีหนูก็เหมือนไม่รู้จักกัน เจอหน้าคนในออฟฟิศก็บอกว่าเด็กมันมายอมเอง เล่นเอาอีหนูตูดไวคิดมากอับอายถึงขั้นยื่นใบลาออก
       
        อาการขี้ตืดของไอ้สามหย่อมเลยกลายเป็นตำนาน จนคนเมาท์กันให้แซด ขนาดไปจีบ “สาวหน้าหมวย” นักจ้อข้อเท็จจริง ปลาดุกก็ยังไม่ลงทุน อาศัยความหน้าด้านเข้าไปจ้องหน้าบอกชอบอย่างเดียว อย่าว่าแต่ซื้อดอกไม้ให้เลย โค้กกระป๋องเดียวยังไม่เลี้ยงเลยอ่ะ
       
        ขนาดชวนสาวหน้าหมวยไปดินเนอร์ ถึงเวลาเช็กบิลผู้หญิงเค้ายื่นเงินให้เป็นมารยาท แทนที่จะเซย์โนให้ผู้หญิงเค้าได้ลาภปากซักวัน เสือกริบเงินเค้าหน้าตาเฉยบอกอเมริกันแชร์ แล้วก็พร่ำพรรณนา ว่า คุณเป็นผู้หญิงที่ดีมากไม่เอาเปรียบผู้ชาย โอ๊ย...เป๊ก’สุดๆ 555555555
       
        จากนั้นมา ไอ้ปีศาจเกลือ ก็ตามติดสาวหน้าหมวยตลอด กะจะอเมริกันแชร์อีกหลายรอบ เล่นเอาสาวหน้าหมวยสะดุ้งโหยง ตายห่าแล้ว!!..ท่าทางไอ้ปลาดุกมันจะเอาจริง ว่าแล้วอีก็เลยย้ายช่องหนีมันซะเลย
       
        จบจากนักจ้อข้อเท็จจริง...ไอ้ปลาดุกก็ยังไม่หยุดขี้หลี หากแต่คราวนี้เล่นของสูงอยากจะไปสำรวจหม้อคนดัง งานนี้มีดาราดังหลายคนที่เห็นปุ๊ปเป็นเอามือถูไข่ตัวเองเล่น ที่ชื่นชอบสุดๆ เห็นจะเป็น “น้องนมปลอม” รายนี้ถึงขั้นรีเควสให้หนังสือเล่มหนึ่งไปจ้างน้องนมปลอมมาถ่ายแบบคู่ ไม่งั้นจะไม่ยอมขึ้นปกให้
       
        พอเจอหน้าน้องนมปลอมไอ้หน้าหม้อก็หูดำหนักกว่าเดิม เจือกไปเอ่ยปากชมว่า “นมปลอม” ของน้องหนูว่าน่ารักอย่างโน้นน่ารักอย่างนี้ แล้วขอลองจับดู เล่นเอาน้องนมปลอมเกือบช็อก..ไม่ได้กลัวว่า นมมันจะเสียรูปจากการโดนขยำ แต่ตกใจเพราะไม่เคยเจออะไรหน้าด้านและงี่เง่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนได้ถึงขนาดนี้
       
        ก็ได้แต่บอกเอาไว้ว่า วิธีคิดและวิธีทำของไอ้ปลาดุกนั้น มันไม่เหมาะกับวัฒนธรรมบ้านเราและไม่เหมาะกับวิธีที่ผู้เจริญแล้วจะทำด้วยซ้ำไป
       
        นี่ก็เห็นว่าไอ้ปลาดุกขยับจะเตรียมตัวลงเล่นการเมือง (หลังจากไปขอลงพรรคเก่าแก่แล้วเขาปฏิเสธ) ซ้อก็อยากจะขอเตือนไว้ว่า ตราบใดที่เอ็งยังดูถูกหาว่าทุกคนในเมืองนี้โง่และไม่มีใครฉลาดกว่าเอ็งแล้วไซร้ เอ็งจะต้องสอบตกตลอดกาล แถมประชาชนพร้อมจะมอบ “ตีน” ให้เอ็งมากกว่า “คะแนนเสียง” นะจ๊ะ
       
        ก็เหมือน “ไอ้แว่นปากมดลูก” ที่เอ็งไปติดต่อเพื่อขอให้ช่วยแนะนำให้เข้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งนั้นแหล่ะ...ไอ้นี่...เอ (หรือจะเรียกอีนี่ดีหว่า?) ก็ “ไม่เคย” ได้รับเลือกตั้ง เพราะชนะใจประชาชนเหมือนกัน
       
        แต่ที่วันนี้ได้ดีเป็นเพราะฝึกฝนการใช้ไมค์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
       
        สมัยที่ไอ้แว่นปากจู๋ไม่ดัง และอาศัยตึกย่าน “ประตูผี” คุ้มกะลาหัว เรื่องนี้คนที่เคยอยู่ที่ตึกนั้นต่างก็รู้ดีว่า วันดีคืนดีจะมีเสียงโหยหวนเล็ดลอดออกมาจากห้องเช่าของไอ้แว่น ผสมกับเสียงดังตึงๆ ตังๆ “ดันเข้าไปๆๆๆ” เล่นเอาสยองขวัญกันทั้งตึก เสียงโหยหวนที่ว่า เกิดขึ้นวันเว้นวัน จนสุดท้ายเลยมีผู้หวังดีโทร.ไปแจ้งตำรวจให้เข้ามาเคลียร์พื้นที่ด่วน
       
        พลเมืองดีเขากลัวว่าจะมีการทรมาน หรือ กักขัง ทำร้ายร่างกายกันหรือเปล่า ?
       
        ตำรวจรับแจ้งก็แห่กันมา เพราะนึกว่าจะได้มีคดีดัง พอทุบประตูปังๆ ที่ไหนได้ที่โผล่หน้าออกมาดันเป็นไอ้แว่นผู้มีปากรูปมดลูกคนนี้ที่ออกมาในสภาพหน้าตาวีนแตกหงุดหงิดสุดฤทธิ์ แถมมีอีคุณผัวยืนนุ่งผ้าเช็ดตัวขึ้นลำโด่อยู่ในห้อง พอเห็นสภาพแบบนี้ พี่ตำรวจก็ get ทันที ว่า ไอ้แว่นปากมดลูกก็คงกำลังจะให้คู่ขาดันไมค์เข้าดาก ทำเอาเจ้าหน้าที่ต้องตักเตือนเรื่องทำเสียงดังในยามวิกาล ก่อนรีบเผ่นกลับ สน.ด้วยอาการผวาดากแทน
       
        เพราะฝึกไมค์ตั้งแต่ยังไม่ดังแบบนี้นี่เอง ต่อมาถึงได้ทำหน้าที่ปาก***พิทักษ์ระบอบซินาอ้าได้ถึงลูกถึง ค.จนกลายเป็นคนโปรดของซินาอ้าไปเรียบร้อยแล้ว ได้ดิบได้ดีซะขนาดนี้ ป่านนี้ก็ไม่รู้ควงผัวไประเบิดถังขี้อยู่แถวไหน
       
        ยังไงก็เพลาๆ เสียงบ้างก็แล้วกัน ประเดี๋ยวเสียงหมดอด “เห่า” นายใหญ่อยู่ตั้งไกลไม่ปลื้มล่ะแย่แน่
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #77 เมื่อ: 19-03-2008, 10:13 »

555 ตอนอ่านเรื่องนี้ ก็กะว่าอยากเอามา Post ต่ออยู่เหมือนกันอ่ะ 

แต่กลัวข้อครหาว่าปั่นกระทู้ตัวเอง 


 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
ScaRECroW
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,000


สุสูสัง ลภเต ปัญญัง - ผู้ฟังดี ย่อมเกิดปัญญา


เว็บไซต์
« ตอบ #78 เมื่อ: 19-03-2008, 10:54 »

555 ตอนอ่านเรื่องนี้ ก็กะว่าอยากเอามา Post ต่ออยู่เหมือนกันอ่ะ 

แต่กลัวข้อครหาว่าปั่นกระทู้ตัวเอง 


 

มันคนแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ควรเอาอย่าง
บันทึกการเข้า

Politic is nothing but the continuation of [the sin of] 7 by other means.

ท่านคิดว่า นรม. ควรทำอย่างไรเมื่อพบว่ากฏหมายบางฉบับมีช่องโหว่?
ก.ใช้อำนาจ นรม.ที่ได้รับมาจากประชาชนแก้กฏหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน
ข.ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเองและคนรอบข้าง แล้วก็อ้างว่าคนอื่นเขาก็ทำกัน
~ เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ บนโลกใบนี้ ~
น้องใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3



« ตอบ #79 เมื่อ: 19-03-2008, 11:59 »

I คุณปลื้ม  แต่นู๋ไม่ปลื้ม   
บันทึกการเข้า

~ไม่มีใครคนไหนฉลาดหมด  ต้องปรากฎความโง่สักหนหนึ่ง ไม่มีบัวไหนบานอยู่เหนือบึง  โดยไม่พึ่งกิ่งก้านในธารตม ~
lekapuk
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 279



« ตอบ #80 เมื่อ: 21-03-2008, 23:07 »

นู๋ปลื้มมาแก้ตัวค่ะว่าที่แปลเป็นภาษาไทยน่ะ มันแปลผิด!!!!! ทำให้ตัวเขาถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม   

ความเห็นที่น่าอดสูของ Anchorman
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 มีนาคม 2551 18:27 น.

“ปลื้ม” ไม่เลิกซ่า! หลังโดนถล่มหนัก กรณีเขียนวิจารณ์คนกรุงเทพฯที่ลงคะแนนเลือก “รสนา” เป็น ส.ว.ล่าสุด ใช้คอลัมน์ของตัวเองโจมตีพันธมิตรฯ อ้างสัมมนา 28 มี.ค.สร้างเงื่อนไขยึดอำนาจ-ทำความแตกแยก ซ้ำเหน็บแนมคนขึ้นเวทีเคยถูกศาลพิพากษาระวังทำผิดซ้ำ จน “สนธิ ลิ้มทองกุล” ต้องเขียนจดหมาย เรื่อง “ความเห็นที่น่าอดสูของ Anchorman” สอนความรู้ประชาธิปไตยและภาษาอังกฤษให้ลูกชายอดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ
       
       หลังจากข้อเขียนในคอลัมน์ Anchorman ของ ม.ล.ณัฎฐกรณ์ เทวกุล ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วันที่ 13 มีนาคม 2551 ที่เขียนวิจารณ์คนกรุงเทพฯที่ลงคะแนนเลือก น.ส. รสนา โตสิตระกูล เป็นสมาชิกวุฒิสภาว่าเป็นพวกที่ “ไม่ฉลาด” ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ และเว็บไซต์อื่นๆ โดยมีการแสดงความคิดเห็นต่อสติปัญญาของผู้เขียนอย่างมากมาย
       
       คอลัมน์ Anchorman วันที่ 20 มีนาคม 2551 ผู้เขียนระบุว่า ผู้ที่วิจารณ์เขาในเว็บนั้น พูดนอกประเด็น เขายังอ้างว่าบทความของเขาที่แปลเป็นภาษาไทยนั้นแปลผิดความหมาย ทำให้เขาถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม
       
       ในข้อเขียนที่ตั้งชื่อว่า “Respecting The Majority Vote – Not only in Bangkok” ม.ล.ณัฎฐกรณ์ เขียนว่า ถ้าคนกรุงเทพฯต้องการให้เขายอมรับในเสียงที่เลือก น.ส.รสนา เป็นวุฒิสมาชิก คนกรุงเทพฯก็ควรยอมรับการตัดสินใจของประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสานด้วย
       
       แต่เป้าหมายของข้อเขียนนี้ คือ โจมตีการจัดสัมมนาของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 28 มีนาคม 2551 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเขาระบุว่า เป็นเจตนาสร้างเงื่อนไขให้มีการยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง และกล่าวหาว่า การชุมนุมต่อต้านระบบทักษิณของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นสาเหตุแห่งการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 อีกทั้งผู้นำในการจัดสัมมนาครั้งนี้ ยังเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งหมายความถึง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ดังนั้น ผู้ที่ไปร่วมการสัมมนาในวันที่ 28 มีนาคมนี้ จะเป็นการทำผิดซ้ำสอง
       
       ม.ล.ณัฎฐกรณ์ ยังเลือกใช้คำพิพากษาของศาลอาญาบางตอนมากล่าวหา นายสนธิ ว่า ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก
       
       นายสนธิ จึงได้เขียนจดหมายถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ว่าด้วยเรื่อง ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตย และความรู้ภาษาอังกฤษ ของ ม.ล.ณัฎฐกรณ์ ผ่านข้อเขียนชื่อ “A disgraceful exercise by Anchorman“ หรือ “ความเห็นที่น่าอดสูของ Anchorman” ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วันที่ 21 มีนาคม ในคอลัมน์ Post Bag

http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000034463
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2008, 23:09 โดย lekapuk » บันทึกการเข้า

เกลียดทักษิณ ใช่ว่าจะชอบประชาธิปัตย์ อย่าเหมารวม ใช้ความคิดก่อนแสดงความคิดเห็นนะจ๊ะ
Caocao
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557



« ตอบ #81 เมื่อ: 22-03-2008, 02:20 »

ยิ่งดิ้นเชือกมันก็ยิ่งรัด แค่เค้าออกมาใช้สิทธิทางการเมืองก็อ้างไปทั่วไปทีบ ยกคดีหมิ่นมาพูด ถ้าจะพูดก็ควรพูดให้ครบ จำใส่หัวไว้ ทีนายกก็โดนคดีเดียวกัน ยังบริหารประเทศอยู่เลย ปลื้มไม่ไปอ้างความชอบธรรมเอาแถวนั้นบ้าง
บันทึกการเข้า

หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มครอง
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #82 เมื่อ: 22-03-2008, 13:02 »

ผ่านไปเห็นซ้อเจ็ด เขียนบทความถึง "คนหน้าปลาดุก" ถล่มเสียหมดสภาพเลยครับ
เนื้อหาไม่สมควรเผยแพร่ในเว็บของเราสักเท่าไหร่ ถ้าสนใจก็หาอ่านเอานะครับ 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #83 เมื่อ: 22-03-2008, 13:27 »

ผ่านไปเห็นซ้อเจ็ด เขียนบทความถึง "คนหน้าปลาดุก" ถล่มเสียหมดสภาพเลยครับ
เนื้อหาไม่สมควรเผยแพร่ในเว็บของเราสักเท่าไหร่ ถ้าสนใจก็หาอ่านเอานะครับ 

เรื่องซ้อไม่ปลื้ม หรือเปล่าครับคุณG ถ้าใช่ มันอยู่นี่แล้วครับ

http://forum.serithai.net/index.php?topic=23319.msg274184#msg274184
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: