ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
10-07-2020, 06:15
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  กระทู้ภาคนิยม ภาควิเคราะห์ ภาควิพากษ์ ในเสรีไทยเว็บบอร์ด 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
กระทู้ภาคนิยม ภาควิเคราะห์ ภาควิพากษ์ ในเสรีไทยเว็บบอร์ด  (อ่าน 3784 ครั้ง)
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« เมื่อ: 07-03-2008, 19:17 »

 

กระทู้ภาคนิยม ภาควิเคราะห์ ภาควิพากษ์ ในเสรีไทยเว็บบอร์ด

เห็นมีหลายกระทู้ ก็เลยอยากรวบรวมครับ.

ก็ให้พยายามอ่านข้ามข้อความชวนทะเลาะหรือบิดเบือนกันออกไป เผื่อจะได้ประโยชน์บ้าง.





เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเมือง คนอีสานทุกระดับควรเลิกคิดว่าตัวเองมีบุญคุณกับคนกรุง « 1 2 ... 5 6 »  isa  274  2006
http://forum.serithai.net/index.php?topic=22985.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-03-2008, 19:26 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 07-03-2008, 19:28 »


ทำไมอีสาน ถึงหลงไหลทักษิณกันจริงๆ  (อ่าน 6273 ครั้ง)

http://forum.serithai.net/index.php?topic=20596.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-03-2008, 19:43 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 07-03-2008, 19:38 »




คนอีสาน – คนใต้ คู่ตรงกันข้ามบนแผ่นดินเดียวกัน...(ทำไมคนใต้จึงใจดำสำหรับคนอีสาน?  (อ่าน 1819 ครั้ง)

http://forum.serithai.net/index.php?topic=16188.0
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 07-03-2008, 19:46 »



มายาคติ:คนเหนือใจง่าย คนใต้ใจดำ คนอีสานโง่ คนกรุงเทพฯเห็นแก่ตัว คนไทยขี้เกียจ  (อ่าน 734 ครั้ง)

http://forum.serithai.net/index.php?topic=16067.0
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 07-03-2008, 19:48 »



คะแนนไม่รับร่าง ของภาคอีสาน เห็นแล้วปวดใจ  (อ่าน 1550 ครั้ง)

http://forum.serithai.net/index.php?topic=16061.0
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 07-03-2008, 19:52 »



อีสานขบถ  (อ่าน 205 ครั้ง)

http://forum.serithai.net/index.php?topic=16140.0
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 07-03-2008, 19:54 »



อีสานและ อีสานและ อีสานและ ไปจนถึง เสี่ยวอีสานกับเสี่ยวอีสาน  (อ่าน 501 ครั้ง)

http://forum.serithai.net/index.php?topic=16182.0
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 07-03-2008, 19:59 »



 

***ชมรม"เสี่ยวอีสาน" ต้านทักษิณ***  (อ่าน 12030 ครั้ง)

http://forum.serithai.net/index.php?topic=16191.0
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 07-03-2008, 20:11 »



ปํญหาภาคใต้ ปัญหาลับสมองสส.ปชป.และคนภาคใต้มากกว่าปัญหาอื่นๆเพราะมีคนไทยตายไปมาก « 1 2 3 4 5 »  ********Q********  224  2979
http://forum.serithai.net/index.php?topic=20718.0
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 07-03-2008, 20:17 »


ใครอยากจะเพิ่มเติมก็เชิญครับ

ไอ้คนเหนือชื่อใต้นี่สมควร จับมาแยกธาตุดูว่า

มันกระตุ้นกำพืดธาตุแท้ของคนแต่ละภาคออกมาได้มากมาย

ที่แท้มันเอามาจากภาคไหน?


ผมสงสารคนกรุงฯครับ 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 08-03-2008, 00:25 »



จะว่าไปแล้วคำตอบสำหรับภาคนิยม และการถกเถียงกันมันมีอยู่

แต่ก็เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก หากจะเปิดกระทู้เปรียบเทียบคนแต่ละภาคกันตรงๆ

เพราะจะต้องมีคนออกมาสู้กัน และตอกย้ำกัน อยู่อย่างนี้ จะให้ยอมรับโดยไม่โต้แย้งกันคงจะยาก

ก็หวังว่าจะไม่เป็นกระทู้แนวช่วนทะเลาะ ยั่วยุกัน หากเจอกรณีเช่นนี้ ก็ให้ประกบคู่ถกเถียง

เถียงกันจนกว่าจะเหนื่อยกันไปเอง ไม่เหนื่อยก็ไม่เป็นไร เพราะถึงกับจะให้เกิดข้อสรุป

คงต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เหมาะสมต่อประเด็นการสนทนา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-03-2008, 00:28 โดย ********Q******** » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 08-03-2008, 01:54 »

จัดเข้ากลุ่มกรณีศึกษา "การสร้างวาทะกรรมแบ่งแยกประชาชนเพื่อผลทางการเมืองผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต"
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 09-03-2008, 01:48 »



จัดเข้ากลุ่มกรณีศึกษา "การสร้างวาทะกรรมแบ่งแยกประชาชนเพื่อผลทางการเมืองผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต"

คนอินเตอร์เน็ตถ้าถูกหลอกได้บ่อยๆ ผมว่าในโลกจริงคงอาการหนักครับ

ทางที่ดีควรเลือกเว็บที่จะเล่น หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ เอามาแบ่งปันกัน

รับอะไรมาก็ต้องช่วยกันกลั่นกรอง..ด้วยครับ
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 09-03-2008, 01:53 »

ปัญหาความแตกแยกของประชาชนเป็นปัญหาใหญ่สุด

เพราะขาดความสามัคคี มีอะไรนิดหน่อยก็จะชวนทะเลาะร่ำไป

แล้วแต่จะไปหลงติดอยู่กับมาคติแบบไหน
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 09-03-2008, 02:06 »



จะรวมตัวกันได้เหนี่ยวแน่นบางทีก็ต้องทะเลาะกันหนักๆก่อน

หากปรับเข้าหากันได้ ก็จะเป็นชุมชนที่เข้มแข็งครับ

ผมเพียงมองว่าระยะยาวต้องคิดเผื่อเอาไว้ จะมีอะไรเป็นตัวดึงชุมชนให้อยู่ร่วมกันได้

ซึ่งต้องมีความแตกต่างจากที่อื่น..ก็คิดเล่นๆครับ ทุกชุมชนก็อยู่ในการแข่งขัน

ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความผูกพันธ์ที่เป็นเชิงบวกต่อชุมชนให้ชัดเจนให้ได้..
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 09-03-2008, 02:43 »

ผมกลับไม่เห็นแปลก กลุ่ม NGO เถียงกันเหมือนทะเลาะเบาะแว้ง ยังกะจะยกปืนกรอกปากกัน

ผมไม่เห็นเค้าตีกันเองจริงๆ ซะที

ใครยกมือต้องได้พูด

ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด แค่ไม่ทำร้ายกันก็พอแล้ว

ความเป็นปัจเจก หรือบางทีเค้าเรียก พวกความคิดกบฎ

ของแท้ต้องเถียง

ไม่เถียงกัน ไม่ส่วง...อิ อิ

"ส่วง" ภาษาอีสาน แปลว่า สบายใจ โล่งใจ

ส่วนทหารในระบบจะต้องฟังนายกระแอม...จะพูดได้ พูดไม่ได้ต้องดูสีหน้าเจ้านายก่อน


สังคมเว็บบอร์ดก็แบบนี้แหละครับ ใครหลงไปโกรธก็บ้าเต็มที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-03-2008, 03:13 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

Caocao
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557



« ตอบ #16 เมื่อ: 09-03-2008, 02:56 »

ความแตกต่างคือประชาธิปไตย ไม่รู้ใครพูด จำไม่ได้ แต่ชอบมากๆ
บันทึกการเข้า

หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มครอง
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 09-03-2008, 03:18 »

การยอมรับในอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนพื้นถิ่น บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ยิ่งไปปิดกั้นความคิดคนนี่ไม่ได้เลยครับ ใครจะคิดยังไงก็เป็นเรื่องของแต่ละคน

แม้ไม่เห็นด้วยก็ต้องปล่อยให้เค้าพูด ให้เค้าแสดงออก


ตราบใดที่การแสดงออกนั้นไม่ผิดกฎหมาย
บันทึกการเข้า

aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #18 เมื่อ: 09-03-2008, 14:17 »

ถ้าจะวิเคราะห์วิจารณ์ในเชิงวิชาการ อย่างสร้างสรรค์ ระดมสมองช่วยกันคิดก็เป็นเรื่องที่ควรให้การสนับสนุน

แต่กระทู้ล่อเป้าเช่นของคุณ isa http://forum.serithai.net/index.php?topic=22985.0

มีแต่สร้างปัญหา ความร้าวฉาน และความแตกแยก เพราะอคติ และทัศนคติที่คับแคบ แฝงไว้ด้วยคำพูดดูหมิ่น ดูแคลน เยาะเย้ย ถากถาง ยกหางตัวเอง (ไม่เมื่อยหรืออย่างไร) สมควรถูกตำหนิอย่างยิ่ง







บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 09-03-2008, 22:56 »



เรื่องเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก

ทุกสังคมมีระดับของวัฒนธรรมและเจตนากำกับพฤติกรรมและการแสดงออกอีกชั้นหนึ่ง

การชักใยหรือบงการอันไม่เปิดเผยจริงใจ คือแนวทางของคนที่จิตใจยังไม่พัฒนาถึงระดับของความเท่าเทียมกัน
บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 10-03-2008, 02:46 »

“อานันท์” เผยบทวิเคราะห์ต่างชาติ หมิ่นนิสัยคนไทย“ขี้เกียจ ขี้โอ่ ขี้โกง ขี้อิจฉา”

นาย อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวเปิดงานสัมมนาประจำปี โดยระบุว่า การสัมมนาครั้งนี้จะครอบคลุมด้านเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค เพื่อระดมความคิดเห็นในการลดความเสี่ยงจากวิกฤติเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาตลาดทุน และเพิ่มพูนหลักธรรมาภิบาล ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อไม่ให้นโยบายเศรษฐกิจถูกบิดเบือน รวมถึงเอื้อประโยชน์ให้ผู้มีอำนาจทางการเมือง พร้อมกันนี้ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ของต่างชาติ ที่ระบุว่า นิสัยคนไทยมี 4 อย่าง คือ ขี้เกียจ ขี้โอ่ ขี้โกง และขี้อิจฉา หากในความเป็นจริงนิสัยคนไทยเป็นเช่นนั้น ถือเป็นเรื่องน่าเศร้า


ประธาน ทีดีอาร์ไอ ยังขอให้ทุกฝ่ายน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงพระราชทานทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง มาปฏิบัติ
วันที่ 9/12/2006

88888888888888888

กระทู้ ชาตินิยม ก็นำมาเล่นได้นะ อิ อิ
ช่วยเถียงนายอานันท์ทีครับ
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 10-03-2008, 18:54 »



ผมว่าก็ต้องดู ระดับของความเจริญและมาตรฐานในด้านต่างๆของไทย

ประกอบกับการวิเคราะห์นิสัยคนไทย ขากนั้นคงต้องดูว่าเอารากเหง้านิสัยเหล่านั้นมาจาก

อิทธิพลของสิ่งใดบ้าง..
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 11-03-2008, 17:37 »



ถ้าจะเล่นแนวภาคนิยม

ผมว่าเล่นแนวการพัฒนาท้องถิ่นดีกว่า


หรือจะเล่นแนวภาคประชาชนที่ไม่ถือหางพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ

ส่วนพรรคฝ่ายค้านตะบัน อย่างไรก็ตามผมคิดว่าไม่จำเป็นครับ เพราะทำให้บ้านเมืองแตกแยก


ขอทำนายไว้เลยว่า พันธมิตรจะแตกเป็นอันดับแรกก่อนพรรคการเมือง

จากนั้นคงจะเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ปรับตัวและวิธีการทางการเมือง

ถ้าแพ้เลือกตั้งหลายสมัย อย่าอ้างซื้อเสียงหรือโกงครับ ฟังไม่ขึ้น


ย้ำอีกครั้ง นักการเมืองต้องทำงานให้ได้ผลดี เท่านั้น
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 12-03-2008, 17:24 »

ฝากขัง2 ตร.ประชาชื่นผลัดแรกโดยไม่ค้านประกันตัว  
http://www.innnews.co.th/crime.php?nid=95110 
   
  โดยทีมข่าว INN News 12 มีนาคม 2551 16:08:24 น.     
 
   
     
 

2 ตำรวจ สน.ประชาชื่น ถูกนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก และไม่คัดค้านการประกันตัว เชื่อไม่มีพฤติการณ์หลบหนี



พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น พร้อมนายทหารพระธรรมนูญ นำตัว ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา และ จ.ส.ต.ปรวิศว์ จองพิทักษ์พงษ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ไปขออำนาจศาลอาญา รัชดา ฝากขังผลัดแรก หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิง ส.ต.ชัยวุฒิ ประสพศรี ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด เสียชีวิต โดย ส.ต.อ.ประสาท ถูกดำเนินคดีข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่และป้องกันตัวเพราะสมควรแก่เหตุ/ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และไม่ช่วยเหลือผู้ตกอยู่ในภยันตรายแก่ชีวิต ส่วน จ.ส.ต.ปรวิศว์ ถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด/หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และไม่ช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในภยันตรายแก่ชีวิต

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การปฏิเสธ อ้างเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่และป้องกันตัวตามสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้จะต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก และรอตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และรอผลตรวจพยานวัตถุจากกองพิสูจน์หลักฐาน จึงขออำนาจศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนก็ไม่คัดค้าน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยานแต่อย่างใด


.............

 รองผบช.น.เร่งสอบคดีตร.ยิงทหารก่อนสรุปยันไม่มีมวยล้ม     
   
  โดยทีมข่าว INN News 12 มีนาคม 2551 13:11:10 น.     
 
   
     
 

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เร่งสอบปากคำพยาน ก่อนสรุปคดี ตร.สน.ประชาชื่น ยิงทหารดับคาตลาดนัด ยันไม่มีมวยล้ม



พล.ต.ต.จุติ ธรรมโนวานิช รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้า การสอบสวนเหตุการณ์ ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ถูกตำรวจ สน.ประชาชื่น ใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงเสียชีวิตว่าเบื้องต้น ได้มีการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุไปแล้ว 3-4 ปาก โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงและเห็นว่า ส.ต.อ.ประสาท เป็นคนใช้อาวุธปืนยิง แต่ขณะนี้จะต้องรอผลการสอบสวนให้ชัดเจนว่า ใครเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อนส่วนที่มีพยานเห็นว่า ฝ่ายตำรวจ นำอาวุธปืนจากเอวของผู้ตาย ไปวางไว้ใกล้ตัวผู้ตายเหมือนจะสร้างฉากนั้น พล.ต.ต.จุติ กล่าวว่ามีพยานเห็นกันจำนวนหลายคน คดีนี้ไม่มีการล้มอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องพิจารณาให้ ส.ต.อ.ประสาท ออกจากราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่าง
การพิจารณา

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฆ่ากันตายกับ ส.ต.อ.ประสาท ส่วนอีกคนที่ไปด้วยกันขณะนี้ ยังรอผลการสอบสวนต่อ เพราะดำเนินการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น
 
 
 

 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 12-03-2008, 17:33 »

ที่ผมอยากเห็นคือ ตำรวจกรุงเทพฯไม่ต้องพกปืนครับ

เอาแค่กระบองยางก็พอ..



ส่วนเรื่องประชาธิปไตยก็ขอบคุณคณะราษฎร์และร.7

ส่วนพัฒนาการที่ช้า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอดีต

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ชาวบ้านก็เลิกทาสกันโดยไม่เสียเลือดเนื้อ

ดังนั้นก็ตำหนิ พวกอนุรักษ์มากจนเกินไป พวกไม่รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว

พวกเพิกเฉยละเลยต่อปัญหาต่างๆรอบตัว หากไม่ใช่ปัญหาของตนเอง

หรือที่ตนเองสนใจด้วยแรงจูงใจอะไรสักอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม




ฝากขัง2 ตร.ประชาชื่นผลัดแรกโดยไม่ค้านประกันตัว  
http://www.innnews.co.th/crime.php?nid=95110 
   
  โดยทีมข่าว INN News 12 มีนาคม 2551 16:08:24 น.     
 
   
     
 

2 ตำรวจ สน.ประชาชื่น ถูกนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก และไม่คัดค้านการประกันตัว เชื่อไม่มีพฤติการณ์หลบหนี



พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น พร้อมนายทหารพระธรรมนูญ นำตัว ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา และ จ.ส.ต.ปรวิศว์ จองพิทักษ์พงษ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ไปขออำนาจศาลอาญา รัชดา ฝากขังผลัดแรก หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิง ส.ต.ชัยวุฒิ ประสพศรี ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด เสียชีวิต โดย ส.ต.อ.ประสาท ถูกดำเนินคดีข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่และป้องกันตัวเพราะสมควรแก่เหตุ/ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และไม่ช่วยเหลือผู้ตกอยู่ในภยันตรายแก่ชีวิต ส่วน จ.ส.ต.ปรวิศว์ ถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด/หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และไม่ช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในภยันตรายแก่ชีวิต

ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การปฏิเสธ อ้างเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่และป้องกันตัวตามสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้จะต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก และรอตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และรอผลตรวจพยานวัตถุจากกองพิสูจน์หลักฐาน จึงขออำนาจศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนก็ไม่คัดค้าน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยานแต่อย่างใด


.............

 รองผบช.น.เร่งสอบคดีตร.ยิงทหารก่อนสรุปยันไม่มีมวยล้ม     
   
  โดยทีมข่าว INN News 12 มีนาคม 2551 13:11:10 น.     
 
   
     
 

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เร่งสอบปากคำพยาน ก่อนสรุปคดี ตร.สน.ประชาชื่น ยิงทหารดับคาตลาดนัด ยันไม่มีมวยล้ม



พล.ต.ต.จุติ ธรรมโนวานิช รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้า การสอบสวนเหตุการณ์ ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ถูกตำรวจ สน.ประชาชื่น ใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงเสียชีวิตว่าเบื้องต้น ได้มีการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุไปแล้ว 3-4 ปาก โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงและเห็นว่า ส.ต.อ.ประสาท เป็นคนใช้อาวุธปืนยิง แต่ขณะนี้จะต้องรอผลการสอบสวนให้ชัดเจนว่า ใครเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อนส่วนที่มีพยานเห็นว่า ฝ่ายตำรวจ นำอาวุธปืนจากเอวของผู้ตาย ไปวางไว้ใกล้ตัวผู้ตายเหมือนจะสร้างฉากนั้น พล.ต.ต.จุติ กล่าวว่ามีพยานเห็นกันจำนวนหลายคน คดีนี้ไม่มีการล้มอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องพิจารณาให้ ส.ต.อ.ประสาท ออกจากราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่าง
การพิจารณา

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฆ่ากันตายกับ ส.ต.อ.ประสาท ส่วนอีกคนที่ไปด้วยกันขณะนี้ ยังรอผลการสอบสวนต่อ เพราะดำเนินการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น
 
 
 

 
 

บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 12-03-2008, 21:26 »

12 มีนาคม 2551 19:14 น. http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000030579

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แสดงความมั่นใจ ตำรวจยิงทหารเสียชีวิต จะไม่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว สั่งนายทหารพระธรรมนูญติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ขณะที่ เจ้ากรมยุทธบริการทหาร ระบุ ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ยิงคนกลางตลาด ขณะที่ตำรวจทำคำร้องฝากขัง ถูกทหารท้าทาย และโชว์ปืนใส่ก่อน พร้อมใช้ตำแหน่งตั้งแต่ ผกก.รอง ผกก.ขอประกันตัว แต่ศาลไม่เชื่อ ระบุ ไม่ยอมพาส่งโรงพยาบาล จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว
       
       วันนี้ (12 มี.ค.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ยิงเสียชีวิต ว่า ขณะนี้ได้สั่งให้ทางเจ้ากรมยุทธบริการทหาร ไปติดตามเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในฐานะที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานว่า ส.ต.ชัยวุฒิ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิต ส่วนรายละเอียดต้องว่ากันอีกครั้ง ทั้งนี้ คงไม่จะเกิดเหตุบานปลายกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างทหารกับตำรวจ เพราะคุยกันรู้เรื่องไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งตนได้ให้กรมพระธรรมนูญของ บก.ทหารสูงสุด ไปติดตามดูรายละเอียดเรื่องนี้ด้วย
       
       ด้าน พล.ท.สมหมาย เกาฏีระ เจ้ากรมยุทธบริการทหาร ผู้บังคับบัญชา ส.ต.ชัยวุฒิ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ซึ่งตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ได้ปรึกษากับนายทหารฝ่าย เสธ.ของกรมยุทธบริการทหาร เห็นตรงกันว่า ตำรวจทำเกินเหตุมากไป ใช้อาวุธปืนยิงคนในตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ และไม่น่าจะกระทำ อย่างน้อยควรใช้วิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่ควรใช้อาวุธให้เกิดความรุนแรง ซึ่งผู้บังคับบัญชาของตำรวจน่าจะลงมาดูว่า การใช้อาวุธน่าจะมีหลักการมากกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ และควรปรับปรุงมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับล่าง เพราะหากเกิดกับประชาชนคนธรรมดาจะรู้สึกอย่างไร อยากเรียกร้องให้ตำรวจพิจารณาในสิ่งเหล่านี้ด้วย
       
       พล.ท.สมหมาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนเรียกลูกน้องที่เห็นเหตุการณ์มาสอบถามได้ความว่า ส.ต.ชัยวุฒิ ที่เสียชีวิต ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการขายซีดีแต่อย่างใด แต่ขณะที่ไปซื้อของที่ตลาดพบเห็นบุคคลแต่งตัวนอกเครื่องแบบ ไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจเข้าไปจับกุมพ่อค้าขายซีดี และได้กระทำรุนแรงกับพ่อค้า ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นการรังแกประชาชน และไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ เพราะแต่งตัวคล้ายตำรวจปลอม จึงเข้าไปตักเตือน และเกิดปากเสียงกันขึ้น โดยมีประชาชนและตำรวจนอกเครื่องแบบห้ามปรามจึงยุติ แต่ขณะเดียวกัน ลูกน้องตนที่อยู่ในที่เกิดเหตุเห็น ส.ต.ชัยวุฒิ ซื้อข้าวเหนียวหมู่ย่าง และกำลังจะขึ้นรถมอเตอร์ไซค์กลับ ปรากฏว่า ตำรวจได้ควักปืนจากเอวมายิงจนเสียชีวิตอย่างอุกอาจ
       
       “ตำรวจยิงง่ายเกินไป ไม่น่าถึงขั้นลงไม้ลงมือด้วยการใช้อาวุธ ดังนั้น เรื่องนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่า เรื่องจะจบไปตามกระบวนการทางกฎหมายเอง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สอบถามจากหลายๆ คน มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุไป ส่วนการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่แล้ว และผู้บังคับบัญชา โดยท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ทราบเรื่อง และได้กำชับมาแล้วด้วยเช่นกัน” พล.ท.สมหมาย กล่าว
       
       พล.ท.สมหมาย กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้การสอบสวนอย่างเป็นธรรม อย่าบิดเบือน ตนไม่เรียกร้องอะไรมาก แต่อยากเห็นความเป็นธรรมขึ้น ไม่อยากให้เกิดเรื่องบานปลาย เพราะลูกน้องตนเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเสียใจ และขณะนี้มีตำรวจนอกเครื่องแบบเดินเกลื่อนอยู่บริเวณดังกล่าว ไม่รู้ใครเป็นใคร เพราะมีตำรวจปลอมที่มีพฤติกรรมกรรโชกทรัพย์ประชาชนตกเป็นข่าวบ่อยครั้ง อยากให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจเอาใจใส่มากกว่านี้
       
       เจ้ากรมยุทธบริการทหาร กล่าวอีกว่า นายทหารพระธรรมนูญ ได้รายงานให้ทราบว่า ตำรวจไปขออำนาจศาลฝากขัง ส.ต.อ.ประสาท แล้ว ส่วนจะให้ฝากขังหรือไม่ขึ้นอยู่กับศาล แต่ถ้าฝากขังและตำรวจขอประกันตัว ก็เป็นเรื่องของสิทธิผู้ต้องหา แต่เราเตรียมยื่นขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และทำเกินกว่าเหตุไป เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้สะเทือนขวัญ และกำลังใจของกำลังพล
       
       เมื่อถามว่า จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกน้องอย่างไร ในเมื่อทางตำรวจทำเกินกว่าเหตุ พล.ท.สมหมาย กล่าวว่า ผบ.ทหารสูงสุด ให้ดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ ขณะนี้ได้ให้นายทหารพระธรรมนูญจากกรมยุทธบริการทหารไปติดตามเรื่องนี้โดยตรงถึง 2 คน ทั้งนี้ ได้เรียนไปทางผู้ใหญ่ของตำรวจว่า คดีนี้ช่วยกรุณาสั่งกำชับให้ความเป็นธรรม ให้ความยุติธรรมว่าไปตามข้อเท็จจริง เพราะหากไม่ว่าไปตามข้อเท็จจริง จะเกิดปัญหาบานปลาย
       
       พล.ท.สมหมาย กล่าวต่อว่า จากการที่เข้าไปในที่เกิดเหตุ และเรียกลูกน้องมาสอบถามทุกคนก็ให้การตรงกัน และเหตุการณ์เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ และทุกคนก็พูดตรงกัน และอีกอย่างหนึ่ง เชื่อในความเป็นทหารของพวกตน ว่า พูดความจริงไม่มีการแต่งเติม สรุปคือมีความรู้สึกว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ เพราะไม่น่าถึงขั้นต้องใช้อาวุธ และอีกอย่างหนึ่งตำรวจใช้อาวุธในที่กลางตลาด และมีคนอื่นอีกเยอะ ในความรู้สึกของตนถือว่าตำรวจไม่ใช้วิจารณญาณในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจน่าจะใช้วิจารณญาณให้มากกว่านี้ คิดว่าวิจารณญาณต่ำไปหน่อย สมมติว่า ถ้ายิงลูกน้องตนไม่ถูก ก็จะต้องไปถูกประชาชนคนอื่น เพราะอยู่ในตลาด ดังนั้น การเป็นตำรวจเมื่อใช้อาวุธจะต้องมีวิจารณญาณ หรือสติสัมปชัญญะสูงกว่านี้เยอะ
       
       “ลูกน้องผมเป็นสารวัตรทหาร และในที่เกิดขึ้นก็อยู่บริเวณบ้านพักของทหาร บก.ทหารสูงสุด ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว ก็อยู่ในพื้นที่ แต่วันนั้นได้เลิกงานแล้วก็เกิดเรื่องนี้ขึ้น เขาไม่เกี่ยวกับเรื่องซีดี และไม่รู้จักกับตำรวจผู้ยิง ไม่ได้มีความแค้นเคืองกัน ไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เลย ขณะนี้ไม่อยากให้เกิดปัญหาบานปลาย แต่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องของผมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ ผกก.สน.ประชาชื่น คุยกัน และพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะไม่อยากให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ขณะนี้ ทางผู้ใหญ่ก็คุยกันอยู่ แต่ทางทหารยืนยันว่า จะต้องให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเราถูกกระทำจนเสียชีวิต” พล.ท.สมหมาย กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การเข้าไปจับกุม หรือตรวจค้นบริเวณดังกล่าว จำเป็นจะต้องขออนุญาตฝ่ายทหารหรือไม่ พล.ท.สมหมาย กล่าวว่า ในจุดที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณด้านหน้า ตำรวจสามารถเข้าไปตรวจค้นก็ได้ แต่เรื่องนี้ตนไม่ได้สนใจอะไร สนใจแต่เพียงลูกน้องตนถูกกระทำจนขั้นเสียชีวิต ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องซีดีอะไรเลย ที่ผ่านมา สารวัตรทหารก็ช่วยงานตำรวจเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดมาตลอด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่รู้ว่า เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงแบบนี้ เพราะเราก็ร่วมมือกับ สน.ประชาชื่น มาตลอด
       
       วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.รัชพล พูลเกิด พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ประกอบด้วย ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่และป้องกันตัว และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ จ.ส.ต.ปรวิศร์ จองพิทักษ์พงษ์ ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าผู้อื่น กักขังหน่วงเหนี่ยว ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาฝากขังต่อศาลอาญา โดยทั้งสองคนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น
       
       ในคำร้องฝากขัง สรุปว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2551 เวลา 17.30 น.ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองคน ออกตรวจท้องที่พบ นายประมาณ เนียมเผือก จำหน่ายแผ่นซีดี โดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณแผงลอยริมถนนเลียบคลองประปา ใกล้แฟลต บก.สส.แขวงจตุจักร กทม.จึงได้เข้าจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดี ระหว่างจับกุม มี.ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี และ จ.ส.อ.วิชิต เอื้อเฟื้อกลาง เข้าไปสอบถาม และ ส.ต.ชัยวุฒิ ได้พูดท้าทาย พร้อมกับเปิดชายเสื้อด้านขวาให้เห็นอาวุธปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอว ก่อนจะเดินจากไป และเมื่อผู้ต้องหาทั้งสองจับกุมนายประมาณเสร็จ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาสนับสนุน ระหว่างนั้นผู้ต้องหาที่ 1 เห็น ส.ต.ชัยวุฒิ ขี่รถจักรยานยานยนต์ออกมา จึงเรียกให้หยุดแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ ส.ต.ชัยวุฒิ ชักอาวุธปืนออกจากเอว ผู้ต้องหาที่ 1 จึงชักปืนออกมายิง เพื่อยับยั้งและป้องกันเหตุ 1 นัด จน ส.ต.ชัยวุฒิ เสียชีวิต ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหาที่สองได้ใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะและลำตัวของ จ.ส.อ.วิชิต เอื้อเฟื้อกลาง และใส่กุญแจมือ เพื่อป้องกันเหตุร้าย
       
       ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่า เป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่และป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
       
       พนักงานสอบสวนพิจารณาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ส่วนผู้ตายและผู้ถูกกล่าวหา เป็นทหาร และการสอบสวนยังไม่เสร็จเสร็จ ต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลการตรวจพยานวัตถุ จากกองพิสูจน์หลักฐาน จึงขออนุญาตฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วัน ถึง วันที่ 23 มี.ค.นี้
       
       ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี หรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยาน
       
       ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
       
       ต่อมา พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ประชาชื่น และ พ.ต.ท.เอนก อุ่นเดช สว.สส.สน.ประชาชื่น ได้ใช้ตำแหน่งตีมูลค่ารวม 565,300 บาท เป็นหลักทรัพย์ขอประกันตัวผู้ต้องหาที่ 1 ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ถวัลย์ พวกเกษม รอง ผกก.สส.สน.ประชาชื่นใช้ตำแหน่งตีมูลค่า 319,600 บาท เป็นหลักทรัพย์ขอประกันตัวผู้ต้องหาที่ 2
       
       ศาลโดย นายวิธูร คลองมีคุณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พิเคราะห์สำนวนสอบสวนที่เลขานุการศาลอาญาประสานมาจากพนักงานสอบสวน จ.ส.อ.วิชิต เอื้อเฟื้อกลาง (ทหารที่ถูกยิงบาดเจ็บ) และพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุให้ถ้อยคำทำนองเดียวกันว่า ขณะผู้ต้องหาเข้าจับกุมผู้ค้าแผงลอย มีการยื้อยุดฉุดกระชากผู้ค้า ผู้ตายจึงเข้าไปสอบถาม ผู้ต้องหาเปิดชายเสื้อให้เห็นปืนแล้ว บอกว่า เป็นตำรวจ ผู้ตายจึงเดินกลับไป บริเวณปากทางเข้าแฟลต จากนั้นประมาณ 10 นาที จึงเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์และกำลังถอยรถจักรยานยนต์ จากนั้นผู้ต้องหาที่ 1 เข้าไปยิงผู้ตายจนล้มลงทั้งรถจักรยานยนต์ ขณะที่มือผู้ตายอีกมือหนึ่ง ยังถือถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง เพื่อนผู้ตายเข้ามาจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ผู้ต้องหาก็ไม่ยินยอม ส่วนอาวุธปืนของผู้ตาย ผู้ต้องหาก็เป็นผู้หยิบออกจากเอวของผู้ตาย หลังจากที่ถูกยิงแล้ว ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นการกระทำต่อผู้ตาย โดยที่ผู้ตายไม่ได้ทันระวังตัว และไม่มีการแสดงท่าทางข่มขู่หรือขัดขวาง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ต้องหาแต่อย่างใด จึงเป็นการกระทำโดยอุกอาจ ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก โดยที่ผู้ตายไม่ได้ชักอาวุธปืนออกมาตามที่ระบุในคำร้องฝากขัง อีกทั้งเมื่อเพื่อนและผู้บังคับบัญชาของผู้ตายจะพาตัวส่งโรงพยาบาล ผู้ต้องหาก็ไม่ยินยอม ดังนั้น หากปล่อยตัวชั่วคราวไปเกรงว่าจะหลบหนีและจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทำให้พยานเกิดความหวาดกลัวได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอประกันตัว พร้อมสั่งคืนหลักทรัพย์
       
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 12-03-2008, 21:39 »



แฉนาทีฆ่า! ตร.ขู่ห้ามใครช่วย ปล่อยทหารตายอย่างเลือดเย็น!
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000030420


 
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2551 17:57 น.
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 
ตำรวจนำตัว ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา อายุ 37 ปี ผบ.หมู่ ป.ช่วยงานฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาฯ

 
จ.ส.ต.ปรวิศร์ จองพิทักษ์พงศ์ อายุ 36 ปี ผบ.หมู่ งานสืบสวน สน.ประชาชาชื่น

 
ญาติพากันร่ำไห้เมื่อไปรับศพส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี จากสถาบันนิติเวช

 
นำร่างไร้วิญญาณบรรจุลงโลงศพ

 
นำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่เพชรบุรี

 
สภาพศพ ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี อายุ 32 ปี ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ที่ถูกยิงเสียชีวิตอย่าง***มโหด

 
 
 
  ตำรวจประชาชื่นเปลี่ยนท่าทีคุมตัว 2 ตำรวจ ฆ่าและพยายามฆ่าทหารฝากขังศาลอาญาผลัดแรก แต่ไม่คัดค้านการประกันตัว อ้างเหตุผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งกับพยานหลักฐาน ข่มขู่พยานแต่อย่างใด ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์เผยนาทีโหด แฉคนยิงพูดใครช่วยจะยิงให้ตาย
       
       วันนี้ (12 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา อายุ 37 ปี ผบ.หมู่ ป.ช่วยงานฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิง ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี อายุ 32 ปี ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด จนเสียชีวิต เหตุเกิดที่ตลาดนัดหน้าอาคารสวัสดิการประชาชื่น กองบัญชาการทหารสูงสุด ถนนริมคลองประปาประชาชื่น แขวงและเขตจตุจักร กทม.เมื่อเวลา 18.00 น.ของเมื่อวานที่ผ่านมา ว่า เมื่อเวลา 14.00 น.พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้ควบคุมตัว ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา ผู้จ้องหาฐานฆ่าคนตายโดยอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานพยายามปฏิบัติหน้าที่ และจ.ส.ต.ปรวิศร์ จองธรรมพิทักษ์พงศ์ ผบ.หมู่ ป.ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ผู้ต้องหาฐานพยายามฆ่า มาที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง
       
       โดย พ.ต.ท.รัชพล พูลเกิด รอง ผกก.สส.สน.ประชาชื่น กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอฝากขังโดยไม่คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งกับพยานหลักฐาน ข่มขู่พยานแต่อย่างใด เบื้องต้นทั้งสองให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่และป้องกันตัวตามสมควรแก่เหตุ ซึ่งผลการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องมีการสอบพยานเพิ่มเติ่มอีก 10 ปาก และรอตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลการตรวจพยานวัตถุ จากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีกำหนดฝากขัง 12 วัน ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 มีนาคม 51
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาที่ศาลอาญาได้ใช้เสื้อคลุมหน้าผู้ต้องหาทั้งสองคนอย่างมิดชิด และรีบนำเข้าห้องส่งตัวผู้ต้องหาอย่างรวดเร็ว
       
       ด้าน ร.ต.พิเชษฐ์ พิมพ์ทอง สารวัตรทหาร สังกัดกรมยุทธการบริการทหาร พยานคนสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า ปกติหน้าแฟลตทหารจะมีตลาดนัดทุกวันอังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ โดยมีแม่ค้าทั่วไปและแม่บ้านทหารนำสินค้ามาวางขายจำนวนมาก แต่ช่วงเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายเข้ามาจับกุมแผงค้าซีดีในตลาดนัด พร้อมพูดจาข่มขู่ด้วยการเอะอะโวยวายเสียงดัง และใช้ความรุนแรง มีการกระชากตัวคนขายใส่กุญแจมือ ก่อนกดตัวลงกับพื้น และใช้เท้าเหยียบหลัง เมื่อ ส.ต.ชัยวุฒิ และ จ.ส.อ.วิชิต เอื้อเฟื้อกลาง เห็นเข้าก็เกิดความไม่พอใจจึงเดินเข้าไปสอบถามว่าทำไมต้องใช้ความรุนแรง เป็นตำรวจจริงหรือไม่ พร้อมขอดูบัตร จากนั้น ส.ต.อ.ประสาท ไม่ได้พูดอะไรพร้อมเปิดเสื้อขึ้นให้ดูปืนที่พกอยู่ที่เอว และบอกว่า “มึงไม่เกี่ยวอย่ามายุ่ง” จากนั้นเห็นทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันจนเหตุการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ตนจึงเข้าไปแสดงตัวว่าเป็นนายทหารยศ ร.ต. และบอกกับลูกน้องว่าตำรวจสองคนนี้มาทำงาน อย่าไปยุ่ง ถ้าอยากจับใครก็ให้จับไป จากนั้นทั้งหมดได้แยกย้ายกันไป
       
       “หลังแยกย้าย ชัยวุฒิเดินไปซื้อหมูปิ้งแล้วเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์เตรียมขี่กลับบ้าน ระหว่างที่คร่อมรถก็หยิบหมูปิ้งมากิน ช่วงนั้นผมเห็นตำรวจชื่อประสาทกำลังขึ้นลำปืนเลยตะโกนบอกให้ชัยวุฒิหลบ แต่ไม่ทันขาดคำมันก็จ่อปืนยิงเข้าที่หน้าอกจนชัยวุฒิล้มลงคารถมอเตอร์ไซค์ ช่วงนั้นจ่าวิชิ วิ่งเข้าไปช่วยก็ถูกตำรวจอีกคนจับใส่กุญแจมือ ผมเห็นเลยเดินเข้าไปบอกให้ใจเย็นๆ ก่อน แต่มันไม่ฟัง หันปืนมาที่ผม พูดว่า มึงไม่เกี่ยว ถ้าเข้ามากูจะยิงมึงอีกคน ตอนนั้นผมเหลือบไปเห็นชัยวุฒินอนร้องตะโกนให้ผมช่วย บอกว่าผมเจ็บๆๆ ผมถูกปืนจ่อเลยเข้าไปช่วยไม่ได้ จนชัยวุฒินอนแน่นิ่งไป” ร.ต.พิเชษฐ์ กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       
       นอกจากนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์อีกรายหนึ่งระบุว่า ได้ออกจากบ้านไปซื้อของที่ตลาดนัดดังกล่าว โดยได้ยืนอยู่แถวสะพาน จากนั้นเห็นตำรวจทั้ง 2 นายเข้าไปจับกุมแผงขายซีดี จึงได้ชะโงกหน้าไปดู โดยมีทหาร 2 คนตามไปดูด้วย จากนั้นไม่ได้สนใจอะไร แต่ต่อมาไม่นานเห็นทหารอีกคนโวยวายว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุมาจับซีดีแต่ไม่แสดงบัตรประจำตัว
       
       “สักพัก ผมเห็นผู้ตาย(ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี) เดินไปขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์ที่จอดหันหน้าไปติดคลอง ขณะนั้นเห็นมีคนใส่หมวก (ส.ต.อ.ประสาท จันทิมา มือปืน) วิ่งถืออาวุธปืนตามผู้ตายมา และเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ตายได้ดันรถจักรยานยนต์ถอยหลังพร้อมกับหันกลับรถไปพอดี ก็เห็นคนยิง มาทราบตอนหลังว่าเป็นตำรวจ ยิงเข้าใส่ผู้ตาย 1 นัด ผมยังได้ยินผู้ตายร้องโอ๊ยคำเดียวแล้วหงายหลังล้มลงพร้อมรถไปกองอยู่ที่พื้น ขณะนั้นผู้ที่เห็นเหตุการณ์พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่ตำรวจคนยิงส่ายกระบอกปืนไปมา พร้อมประกาศห้ามใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวและช่วยเหลือ ขณะที่เพื่อนของตำรวจอีกคน (จ.ส.ต.ปรวิศร์ จองธรรมพิทักษ์พงศ์) วิ่งตามเพื่อนของผู้ตาย (จ.ส.อ.วิชิต เอื้อเฟื้อกลาง) ไป ก่อนจะเข้าชาร์จ จากนั้นใช้อาวุธปืนจ่อเข้าที่หน้าอก พร้อมกับกดหัวลง และให้ตำรวจสายตรวจมารับตัวไปภายหลัง ผมยังเห็นเขาบังคับไม่ให้ผู้ตายลุกขึ้นมาทั้งที่ยังไม่เสียชีวิต ก่อนที่จะใช้มือดึงอาวุธปืนผู้ตายออกจากเอวแล้วใช้เท้าเขี่ยต่อ โดยกว่ารถพยาบาลหรือรถมูลนิธิจะมาถึง ขณะนั้นกินเวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมง โดยจากบริเวณจุดเกิดเหตุไปยังโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สาขาประชาชื่นนั้น ระยะทางไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร หากคนยิงจะให้นำตัวผู้ตายส่งโรงพยาบาลอาจจะไม่เสียชีวิตก็เป็นได้” ผู้เห็นเหตุการณ์รายนี้ กล่าว
       
       ที่สถาบันนิติเวชวิทยา จ.ส.อ.ศักดิ์ชัย ประสมศรี อายุ 67 ปี บิดา ส.ต.ชัยวุฒิ ประสมศรี ทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารบก กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ทีถูกส.ต.อ.ประสาท วันทิมา ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม ช่วยงานสืบสวนสน.ประชาชื่น ยิงเสียชีวิต พร้อมด้วยนางนกแก้ว ประสมศรี อายุ 22 ปี ภรรยา ผู้บังคับบัญชา และญาติเดินทางมารับศพ ส.ต.ชัยวุฒิ
       
       จ.ส.อ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า หลังจากนี้ จะนำเพื่อไปบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าศาลาราม ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เบื้องต้นจะทำบุญ 3 วันต้องไปคุยกับญาติอีกที อาจจะเป็น 5 วัน แต่อย่างไรก็ไม่เกิน 5 วัน จากนั้นก็จะฌาปนกิจเลย สำหรับลูกชายคนนี้ปกติเป็นคนใจเย็น พูดจาไพเราะอ่อนหวาน รักครอบครวบครัว ไม่น่าเกิดเหตุแบบนี้กับเขา และเขาก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร เขาจะกลับไปเยี่ยมตนเองและครอบครัวเดือนละประมาณ 8 ครั้ง เพราะบ้านอยู่แค่เพชรบุรีไม่ไกลจากกรุงเทพ ครั้งสุดท้ายที่คุยกันก็เมื่อวานนี้ โดยคุยกันเรื่องโอนโทรศัพท์ให้กับตนเอง ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำศพทางต้นสังกัดก็จะดูแลให้ ส่วนเรื่องคดีก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาเป็นคนดำเนินการ
       
       ด้านนางนกแก้ว กล่าวทั้งน้ำตาว่า แต่งงานอยู่กินกับ ส.ต.ชัยวุฒิ มา 3 ปี จนมีลูกชายด้วยกัน 1 คนอายุเพิ่งได้ 1 ขวบ 7 เดือน ชื่อ ด.ช.ชนาธิป ประสมศรี ตนเองกับลูกอยู่บ้านที่ จ.ปราจีนบุรี ตนเองได้คุยกับสามีครั้งสุดท้ายเมื่อวานเวลา 09.40 น. โดยได้โทรศัพท์พุดคุยกันสามีบอกเพียงว่าจะนอนพักผ่อนก็วางสายกันไป จนกระทั่งช่วงเย็นตนเองจะออกจากบ้านปิดประตูบ้านก็ได้ยินเสียงถ้วยชามในบ้านเหมือนกระทบกันแตกเสียงดัง ก็เปิดประตูเข้าไปในครัวก็พบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นคิดว่าเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
       
       นางนกแก้ว กล่าวต่อว่า จนกระทั่งดึกญาติโทรมาบอกว่าสามีเสียชีวิต ก็ไม่เชื่อให้เพื่อนที่เป็นกู้ภัยเช็กให้ก็ปรากฏว่ามีชื่อสามีเสียชีวิตจริงก็รู้สึกเสียใจมาก ปกติเขาเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น รักครอบครัวไม่มีท่าทีโผงผางแต่อย่างใด ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเขา ขาดเขาไปก็เหมือนขาดเสาหลักของครอบครัวลูกก็ยังเล็กอยู่ ตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป เรื่องคดีและเรื่องศพทางผู้บังคับบัญชาของสามีก็เป็นคนดำเนินการให้
 
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 19-03-2008, 02:42 »



จริงๆกระทู้แนวภาคนิยม ที่ประกอบด้วยความคิด ลดอคติส่วนตัวและกลุ่ม

ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อการเมืองไทย..
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: