ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
15-07-2020, 12:05
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ขอข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์หน่อยครับ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: 1 [2]
ขอข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์หน่อยครับ  (อ่าน 7397 ครั้ง)
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #50 เมื่อ: 10-03-2008, 15:06 »

อ่านมาตั้งนาน แล้ว ไอ้หัวโต นี่ใครเหรอครับ ลุง Can     

ชื่อ นายโทรมสัตว์  ไม่เจียมกะลาหัว

ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เป็นคอมมิวนิสต์สายหอนเห่า เอาแต่สัมมนา
ไม่เคยยิงปืนสักเม็ด - ไม่เคยเช็ดเลือดให้ใคร
อาจไม่เคยแบกข้าวแบกน้ำให้พรรคพวกด้วยล่ะมั้ง ?

( พูดถึง "แบกข้าวแบกน้ำ" แล้วทำให้นึกถึง "จืด  ข้าวบูด" )




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-03-2008, 15:19 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #51 เมื่อ: 10-03-2008, 15:14 »

ตอนเกิดเหตุ 6 ตุลา 19

ไอ้หัวโตนุ่งขาสั้นยังไม่ถึงเกณฑ์เอ็นเข้ามหาลัย แต่ซ่าไปหน่อย เลยตกเป็นผู้ต้องหากับเค้าด้วย

ออกมาเรียน มธ. ประเภทเรียนมั่งไม่เรียนมั่ง เลยความรู้ไม่เต็มเต็ง


สมองหยุดการพัฒนามาตั้งแต่ ติดคุกคราวนั้น

ฉายา "ซ้ายในซ้าย" ในจำพวกฝ่ายซ้าย เค้าคิดเอาเองว่าไม่มีใครเก่งเกิน "ไอ้หัวโต"

บันทึกการเข้า

Şiłąncē Mőbiuş
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,215



เว็บไซต์
« ตอบ #52 เมื่อ: 10-03-2008, 15:24 »

ตอนเกิดเหตุ 6 ตุลา 19

ไอ้หัวโตนุ่งขาสั้นยังไม่ถึงเกณฑ์เอ็นเข้ามหาลัย แต่ซ่าไปหน่อย เลยตกเป็นผู้ต้องหากับเค้าด้วย

ออกมาเรียน มธ. ประเภทเรียนมั่งไม่เรียนมั่ง เลยความรู้ไม่เต็มเต็ง


สมองหยุดการพัฒนามาตั้งแต่ ติดคุกคราวนั้น

ฉายา "ซ้ายในซ้าย" ในจำพวกฝ่ายซ้าย เค้าคิดเอาเองว่าไม่มีใครเก่งเกิน "ไอ้หัวโต"



ไอ้หัวโตที่ลุงบอกเนี่ย ผมขาวๆ เวลานั่งชอบเอามือกุมหัวด้วยป่ะครับ 
บันทึกการเข้า



“People should not be afraid of their governments. Governments should be afraid of their people.”

. “ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน” .

. แวะไปเยี่ยมกันได้ที่ http://silance-mobius.blogspot.com/ นะครับ .
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #53 เมื่อ: 10-03-2008, 15:39 »

เข้าใจว่า โลโก้ยาบวดหาย จะได้รูปนั้นแหละ ไปแอบวาดมาใช้จนทุกวันนี้

เมื่อก่อนยาซองแบบนั้นเรียก "ยาปวดหาย" กินแล้วหายปวดหัว

แต่ลืมสวมแว่นตาจ้า...


จะว่าไปหากมันทำมาหากินเป็นข้าราชการมาเกิน 5 ปี น่าจะมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้วมั๊ง

ไม่รู้ว่ามันทำหนังสือคืนเครื่องราชฯ ไปหรือยัง


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-03-2008, 15:45 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

ฮูลิแกน
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 234



« ตอบ #54 เมื่อ: 10-03-2008, 16:41 »

คือว่า เว็บฟ้าเดียวกัน หรือพวกต้านเจ้า ชอบหยิบยกเรื่องราวของฝรั่งเศสอยู่เรื่อย โดยที่มันไม่คิดหรอกรึ ว่าตอนนี้ อำนาจบริหารประเทศนั้นอยู่ในมือกษัตริย์หรือเปล่า

อันที่จริง ผมเห็นพวกต้านเจ้าในไทยแล้ว ผมไม่คิดหรอก ว่าพวกนั้นจะเป็นเหมือนพรรคบอลเซวิค
เพราะคอมฯไทยน่ะ ของเก้
ตอนยิงพระเจ้าซาร์ ทหารรัสเซียยังไม่กล้ายิง
ปอดแหกแบบไทย อย่าคิดจะฝันไกลถึงนั่นเลย
นั่งจินตนาการตามลัทธิสมศักดิ์ เจียมฯที่อยากเขียนใส่ร้ายอะไรก็ได้ หลักฐานก็ตกแต่งปนจินตนาการเข้าไป

ไม่รู้พวกคลั่งคอมฯไปเห็นภาพประธานาธิบดีรัสเซียเขาจัดพิธีเคารพกระดูกของพระเจ้าซาร์หรือเปล่า
ชาวรัสเซียหันมาติดรูปพระเจ้าซาร์ และเรียกร้องให้ทางการตามหาญาติโกโหติกาของพระเจ้าซาร์

เพราะรู้แล้วว่าลัทธิคอมบิดเบี้ยวที่อดีตผู้นำมอบให้นั้น เฮงซวย

เพราะสุดท้าย สิ่งที่ได้ประชาชนที่ได้จากพวกคอมมิวนิสต์ก็คึอ ใช้แรงงานให้รัฐ / จับปืนไปตาย
และคนได้เสวยสุขก็พวกตัวใหญ่ในพรรคนั่นแล

 

อ้าว  ไม่ใช่ เอาคนไปไถนา เอาปู่เอาย่าไปทำปุ๋ย ดอกเหรอ? 555

ปล.แต่เท่าที่ทราบมา สำนักงานทรัพย์สินฯ สามารถถูกฟ้องร้อง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้(ในสังคมภายนอก) โดยไม่เกี่ยวกับข้อหาหมิ่นฯ เลย  ถ้าคุณเล่นเฉพาะสำนักงานนี้ ไม่ลามปามไปถึงบุคคลในสถาบันฯนะ...แต่ที่ฝ่ายการเมืองไม่อยากเข้าไปยุ่ง ก็เพราะเดี๋ยวนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามจะเอามาเล่นดิสเครดิตกัน หาว่าหมิ่นฯ(ทั้งที่ความจริงไม่หมิ่นฯ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้นัก) แบบกรณีของสนธิลิ้ม เอาเรื่องวัดพระแก้ว มาดิสเครดิตทักษิณนั่นแหละ(แต่อย่างว่า ถ้าทักษิณไม่มีแผลเหวอะหวะเรื่องอื่นๆนอกจากนี้ การใส่ร้ายแบบนี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก)
บันทึกการเข้า

ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน
บทความของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก ค.คน ฉบับเมษายน 2550
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #55 เมื่อ: 10-03-2008, 17:06 »

อ้าว  ไม่ใช่ เอาคนไปไถนา เอาปู่เอาย่าไปทำปุ๋ย ดอกเหรอ? 555

ปล.แต่เท่าที่ทราบมา สำนักงานทรัพย์สินฯ สามารถถูกฟ้องร้อง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้(ในสังคมภายนอก) โดยไม่เกี่ยวกับข้อหาหมิ่นฯ เลย  ถ้าคุณเล่นเฉพาะสำนักงานนี้ ไม่ลามปามไปถึงบุคคลในสถาบันฯนะ...แต่ที่ฝ่ายการเมืองไม่อยากเข้าไปยุ่ง ก็เพราะเดี๋ยวนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามจะเอามาเล่นดิสเครดิตกัน หาว่าหมิ่นฯ(ทั้งที่ความจริงไม่หมิ่นฯ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้นัก) แบบกรณีของสนธิลิ้ม เอาเรื่องวัดพระแก้ว มาดิสเครดิตทักษิณนั่นแหละ(แต่อย่างว่า ถ้าทักษิณไม่มีแผลเหวอะหวะเรื่องอื่นๆนอกจากนี้ การใส่ร้ายแบบนี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก)

กรณีวัดพระแก้ว ฯ
ไม่มีใครเขาติดใจในเรื่อง "การทำบุญ"
เพราะใตรจะเข้าไปทำบุญใวัดพระแก้วก็ทำได้ทั้งนั้นล่ะครับ 

แต่ จุด ที่ผู้คนซึ่งมีวัฒนธรรม เขา "ไม่พอใจ" ก็คือ

"การนั่งในตำแหน่งเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว - พระบรมวงศานุวงศ์
แล้วมีข้าราชการ

คลานเข่าเข้ามาในท่าทูลถวาย ซึ่งสิ่งของที่ใช้ในพิธี"


อาจไม่มีใครว่าหรอกครับ  ถ้าไอ้หน้าเหลี่ยมนามสกุลกินที่วัด เดินเข้ามาในบ้าน
...แต่เมื่อถึงเวลากินอาหาร  หากไอ้หน้าเหลี่ยมนามสกุลกินที่วัดคนนั้น "เสือก" นั่งที่หัวโต๊ะกินข้าว
ซึ่งควรจะสำรองไว้เสมอ  เนื่องจากเป็น "ที่นั่งของพ่อ - ประมุขของบ้าน"
...ไอ้บ้าหน้าเหลี่ยมนามสกุลกินที่วัด ย่อมสมควรถูกตำหนิติด่าว่า "ไม่รู้จักมารยาท - ขาดสัมมาคารวะ"


ประเด็นมันอยู่ตรงนี้
แต่ก็โดนพวกบริวารไอ้เหลี่ยมเบี่ยงเบนไปจนมั่ว



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-03-2008, 17:18 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #56 เมื่อ: 23-03-2008, 13:43 »

ผมอยากทราบว่าสำนักงานทรัพย์สินฯนี้เป็นองค์กรประเภทไหนครับ ถือเป็นองค์กรของรัฐหรือเอกชน
ทำไมสำนักงานทรัพย์สินฯจึงได้รับการยกเว้นภาษีครับ
สำนักงานทรัพย์สินฯมีองค์กรภายนอกตรวจสอบมั้ยครับ

อยากทราบเป็นวิทยาทาน

บังเอิญผ่านไปเจอ สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี สมัยทักษิณ 1 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544
ในเรื่องที่ 4. ข้อกฎหมายเกี่ยวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

มีเนื้อหาตรงกับคำถามของกระทู้พอดี ก็เลยนำมาลงเป็นคำตอบให้นครับ
โดยสรุปคือ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นว่า สำนักงานทรัพย์สิน
ไม่ใช่ "หน่วยงานราชการ" และไม่ใช่ "รัฐวิสาหกิจ" แต่ถือเป็น "หน่วยงานของรัฐ"

ผู้อำนวยการ พนักงานเจ้าหน้าที่ ในสังกัดสำนักงานทรัพย์สิน ถือเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง
ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาฯ
จึงอยู่ในอำนาจตรวจสอบของ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาฯ

ในขณะที่ คณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติหน้าที่ในรูปคณะกรรมการ
จึงมิใช่พนักงานหรือลูกจ้างตามมาตรา 16 ดังกล่าว

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ยังมีข้อสังเกตว่าการพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริง
ตามคำร้องเรียน ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภานั้น
ควรต้องเป็นไปตามพระราชประสงค์ และต้องไม่เป็นการกระทบต่อองค์พระมหากษัตริย์ด้วย

...

สำหรับในเรื่องได้รับการยกเว้นภาษีนั้น ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในความดูแลของ
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้รับการยกเว้นภาษีอากรเช่นเดียวกับ
ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติ
จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479

ในขณะที่ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ ในความดูแลของ สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์
ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีอากร ... อ่านสรุปในวิกิพีเดียก็ชัดเจนดีนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 พฤษภาคม 2544
http://www.dopa.go.th/gov/cab0501t.htm

...

4.  เรื่อง  ข้อกฎหมายเกี่ยวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

 คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะที่ 1) และข้อสังเกตเกี่ยวกับฐานะของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ. 2542

                        ทั้งนี้ เนื่องจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ได้ขอหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กรณี นายสุชัย  ยอดโพธิ์ทอง ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเพื่อขอให้สอบสวนหาข้อเท็จจริง
กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมี
ประเด็นว่า คณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ผู้อำนวยการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ ตลอดจนลูกจ้างของ
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะถือว่าเป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ
หรือรัฐวิสาหกิจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาฯ มาตรา 16 หรือไม่อย่างไร

                        สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแจ้งว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ได้พิจารณาแล้ว มีความเห็น
และข้อสังเกต ดังนี้

                        1. สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้น แม้จะจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่าย
พระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 และเป็นนิติบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2491 ก็ตาม
แต่ก็มิได้มีการจัดให้เป็น “หน่วยราชการ” ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือกฎหมายว่าด้วยการ
ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม หรือกฎหมายอื่น ฉะนั้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงมิใช่หน่วยราชการ

                        2. ส่วนที่ว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็น “รัฐวิสาหกิจ” หรือไม่คณะกรรมการกฤษฎีกา
(กรรมการร่างกฎหมาย กองที่ 2) ได้เคยให้ความเห็นว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่เป็น “รัฐวิสาหกิจ”
ฉะนั้น จึงมีความเห็นในทำนองเดียวกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย กองที่ 2) ว่า
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ

                        3. สำหรับปัญหาที่ว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็น “หน่วยงานของรัฐ” หรือไม่ นั้น
เมื่อได้พิจารณานิยาม “หน่วยงานของรัฐ” ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
ผู้ตรวจราชการแผ่นดินของรัฐสภาฯ แล้ว ได้กำหนดให้หมายถึงหน่วยงานอื่นของรัฐนอกจากหน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ
หรือของราชการส่วนท้องถิ่น การที่บัญญัติไว้เช่นนี้กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะให้มีความหมายอย่างกว้าง โดยหน่วยงานของรัฐ
จะหมายถึงกิจการของรัฐทุกส่วนที่รวมกันขึ้นเป็นรัฐ ซึ่งมิได้หมายถึงแต่คณะรัฐมนตรีหรือองค์กรการบริหารเท่านั้น แต่รวมถึง
สถาบันอื่น เช่น สถาบันพระมหากษัตริย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของรัฐด้วย ฉะนั้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งทำ
หน้าที่ดูแลจัดหาผลประโยชน์ของพระมหากษัตริย์ จึงถือได้ว่าเป็น “หน่วยงานของรัฐ” ตามพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาฯ โดยเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีสถานะเป็นพิเศษมิได้ขึ้นอยู่ในกำกับของ
คณะรัฐมนตรีหรือกระทรวง ทบวง กรมใด และด้วยเหตุนี้ ผู้อำนวยการ พนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง
ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาฯ ส่วนคณะกรรมการ
ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้น โดยที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในรูปคณะกรรมการจึงมิใช่พนักงานหรือลูกจ้างตามมาตรา
ดังกล่าว

                        อนึ่ง การที่มีความเห็นว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภานี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) มีข้อสังเกตว่า ในการเข้าไป
ตรวจสอบโดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเกี่ยวกับกิจการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้น
จะต้องคำนึงถึงสถานะพิเศษของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ
ที่เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยหรือที่ต้องได้รับพระบรมราชานุญาตนั้น บุคคลใดไม่พึงดำเนินการสอบสวนให้เป็นที่กระทบ
กระเทือนต่อพระราชอำนาจดังกล่าว ทั้งนี้ เพราะพระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิด
มิได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 8 ซึ่งการจะพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนตาม
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาได้เพียงใดนั้น ควรต้องเป็นไปตามพระราชประสงค์และ
ต้องไม่เป็นการกระทบต่อองค์พระมหากษัตริย์ด้วย
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
หน้า: 1 [2]
    กระโดดไป: