ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-07-2020, 21:08
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  สัญญาณอันตรายต่อระบบการปกครองในปัจจุบัน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
สัญญาณอันตรายต่อระบบการปกครองในปัจจุบัน  (อ่าน 3639 ครั้ง)
Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« เมื่อ: 04-03-2008, 06:16 »

หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า คดีความต่างๆของทักษิณ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น เป็นดัชนี เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ระหว่างอำนาจเก่า และ อำนาจใหม่

เรากำลังอยู่ในรัชกาลที่ 9 อาจจะเรียกได้ว่า เข้าสู่ปลายรัชสมัยแล้วก็ได้ เพราะพระบาทสมเด็จพระอยู่หัวทรงมีพระชนม์มากแล้ว พระพลานัยก็มิได้ทรงแข็งแรงหรือสมบูรณ์ดังแต่ก่อน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆทางการเมืองนับจากนี้ จึงเป็นสิ่งที่คนไทยจะต้องเฝ้าจับตามองแบบไม่กระพริบ

ปีนี้จะเป็นปีสำคัญสำหรับทิศทางการเมืองของไทย ซึ่งผมพอสรุปเป็นสองแนวทางได้ดังนี้

หากทักษิณสามารถวิ่งเต้นให้ตัวเอง หลุดคดีต่างๆ ได้สำเร็จ นั่นหมายถึง ความพ่ายแพ้ของอำนาจเก่า และ ฝ่ายขวา ความชอบธรรมในการปฏิวัติยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยา ก็หมดไป กลุ่มอำนาจต่างๆที่เคยหนุนหลังคณะปฏิวัติก็จะหมดความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชน เป็นสัญญาณแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์เป็น ระบอบสาธารณรัฐ แน่นอน ประชาชนรากหญ้าจะชืนชมทักษิณมากขึ้น

หากทักษิณถูกพิพากษาให้จำคุกหรือได้รับโทษประการใดประการหนึ่ง นั่นหมายถึง ความมั่นคงในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ประชาชนที่เคยไม่เชื่อ หรือ ประชาชนที่ศรัทธาทักษิณ ก็จะหมดความศรัทธา ด้วยเหตุผลคือ ทักษิณถูกตัดสินโทษในขณะที่พรรคพวกของตัวเองเป็นรัฐบาล แสดงว่า ศาลเป็นระบบยุติธรรม ที่ไม่มีใครแทรกแซงได้ และ ทักษิณได้กระทำความผิดจริง ด้วยการใช้อำนาจในทางที่มิชอบ

ผมหวังว่า สิ่งที่ต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี่ จะไม่มีผลต่อการตัดสินของศาลในอนาคต ผมภาวนาให้กระบวนการตุลาการภิวัฒน์ ช่วยเหลือประเทศไทยให้รอดพ้นความมืดมนอีกครั้ง

บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #1 เมื่อ: 04-03-2008, 07:05 »

ในความเห็นของผมเชื่อว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
เพราะเสี่ยงที่จะได้รับการต่อต้าน โดยไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องทำ

แต่ในเรื่องของเนื้อหา และการให้ความสำคัญ อาจมีการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับองค์พระประมุขของประัเทศในแต่ละรัชสมัยอยู่แล้ว

การที่ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ทรงได้รับการเคารพเทิดทูนอย่างสูงสุด
ไม่ใช่มาจากเพียงสถานะองค์พระประมุข แต่มาจากพระราชกรณียกิจ
พระอัจฉริยภาพ ที่พศกนิกรต่างยอมรับยกย่อง และพระเมตตากรุณา
พระวิริยะอุตสาหะ อันเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด
ระยะเวลาอันยาวนานหลายสิบปี

...

โดยส่วนตัวผมกลับคิดว่าวันเวลา และยุคสมัยของทักษิณต่างหาก
ที่กำลังมาถึงบั้นปลายของชีวิตทางการเมืองแล้ว  อย่างมากเราก็ทน
ดูคนหน้าเหลี่ยมคนนี้ไปอีกสักสิบกว่าปีเท่านั้น

อย่ากังวลอะไรมากมายขนาดนั้นเลยครับ มาถึงขั้นนี้แล้วผมคิดว่า
คนที่เคยเกลียดจะให้กลับมารักทักษิณมันเป็นไปไม่ได้แล้ว

แต่พวกที่บอกว่ารักทักษิณต่างหาก ถึงเวลาถ้าทักษิณมีอันเป็นไป
ยังจะรักมั่นคงกับทักษิณจริงไหม หรือจะแยกย้ายไปคนละทาง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2008, 07:09 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Caocao
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557



« ตอบ #2 เมื่อ: 04-03-2008, 07:47 »

ผมค่อนข้างเป็นห่วงเช่นเดียวกัน เพราะมันมีอะไรบ้างอย่างที่ดูล่อแหลม ซึ่งขณะนี้คิดอยู่ว่า มันอาจเกี่ยวเนื่องกับเงื่อนเวลา และส่วนตัวได้แต่ภาวนาอย่างให้เงื่อนเวลาต่างๆมันมาสอดรับกันเลย
บันทึกการเข้า

หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มครอง
::วิญญาณห้อง2::
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 656



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 04-03-2008, 08:11 »

ผมไม่รู้ว่าที่สุดแล้วเราจะมีระบอบการปกครองเป็นอย่างไร

เราอาจจะสร้างระบอบการปกครองที่ไม่มีที่ไหนในโลกมีก็เป็นไปได้

เรามีประชาธิปไตยมาหลายสิบปี แต่ไม่เห็นว่ามันจะเหมาะกับพื้นฐานรากเหง้าของไทยตรงไหน มีแต่คนได้ประโยชน์กันไม่กี่กลุ่มเท่านั้น

ส่วนคอมมูก็ไม่ใช่ระบบที่ใช้ได้ดีในโลกปัจจุบัน ขยาดยักษ์ใหญ่อย่างจีนยังต้องสยบต่อความฟุ้งเฟ้อด้านวัตถุ

สุดท้าย อะไรคือคำตอบ .........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2008, 08:18 โดย ::วิญญาณห้อง2:: » บันทึกการเข้า

--------this is the world-------
Puggi
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182


« ตอบ #4 เมื่อ: 04-03-2008, 10:53 »

ผมคิดเหมือนเจ้าของกระทู้ครับ

  ต้องมองตามจริง ในหลวง  ก็ อายุมากแล้ว   แต่ไอ้เหลี่ยม ยังอยู่อีกนาน
  ผมไปทำธุระต่างจังหวัด ยอมรับ ว่า ชักเห็ฯรูปไอ้เหลี่ยม อัดใส่กรอบรูป ไว้ที่ผนังบ้าน เยอะขึ้นแล้วครับ
  บอกตรงๆ  ใกล้จุดตัดสิน อนาคตประเทศไทยเต็มที

 
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 04-03-2008, 12:15 »

เห็นแบบนี้แล้ว เหมือนผมได้ยินได้ฟังข่าวร้ายอะไรบางอย่าง เมื่อสองสามวันก่อน

การกลับมาของผู้ต้องหาตามหมายจับในครั้งนี้ เข้ามาในมาตุภูมิท่ามกลางบรรยากาศที่ตนเองไม่มีอะไรเหลือ ทั้งตำแหน่งกลาโหมที่ไม่ได้อยู่ในมือเขา ซึ่งสามารถคอนโทรลเพื่อให้ทางสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งตำแหน่ง ผบ.ทบ.ก็ไม่มีคนของเขาเลยสักคน เขาจึงกลับมาเพื่อจัดระเบียบ "อำนาจ" ให้ตัวเขาสามารถยังมีอำนาจต่อไปได้

ว่ากันว่าการกลับมาในครั้งนี้ เขาจะใช้เวลาในการจัดระเบียบในชั่วระยะเวลาอันสั้น คือไม่เกินเดือนตุลาคม

สัญญาณที่ผ่านมาก็คือ มีการกดดันจากฝ่ายข้าราชการจำนวนมาก ข่าวการสั่งปลดบุคคลสำคัญๆ ในตำแหน่งต่างๆ ทั้งอธิบดีดีเอสไอ (สุนัย) เลขาธิการ อ.ย. (หมอศิริวัฒน์) อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (ปราโมท) และล่าสุดอย่าง ผบ.ตร. (เสรีพิศุทธ์) ซึ่งถือเป็นการจัดระเบียบอำนาจด้วยกันแทบทั้งสิ้น

ไม่นับรวมนโบยปล่อยผีอย่างเช่น ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% ที่ทำให้ "คนบางคน" ได้กำไรไปเต็มๆ จากการเก็งกำไรค่าเงินกว่า 5,000 ล้านบาท

ว่ากันว่า ต่อจากนี้ไป คดีต่างๆ ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ส่งสัญญาณว่าจะมีการปล่อยผ่านจนกระทั่งสั่งไม่ฟ้องทักษิณ โดยอ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอ แต่เพราะมีการเปลี่ยนอธิบดีที่ดูแลคดีมาเป็น "คนใกล้ชิต" ของผู้ต้องหาเสียเอง มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจจะมีการ "ทำลายหลักฐาน" และกระบวนการต่อไปก็คือ "ซื้อศาล" ที่ทำให้ตัวผู้ต้องหาพ้นมลทิน

อีกอย่างหนึ่งก็คือ ในช่วงมีการโยกย้ายข้าราชการ ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม อาจจะมี "ใบสั่ง" ในการโยกย้ายนายทหารข้าราชการจำนวนมาก และคาดการณ์ว่านายทหารสายเตรียมทหารรุ่น 10 จะกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง และถือว่าเป็นการเช็คบิลที่เสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้อำนาจยังคงอยู่ที่จะควบคุมเสถียรภาพของตนเอง

ความน่าเป็นห่วงอีกประการที่อยากจะแจ้งให้ทราบก็คือ สัญญาณการรอมชอมระหว่าง "ฝ่ายอำนาจผู้ต้องหา" กับ "อมาตยธิปไตย" ที่แต่ละฝ่ายยุติศึกนัยว่าไม่อยากมีเรื่อง ฝ่ายที่สามารถเข้ากัทหารได้จะมีการเบรกกำลังทหารไม่ให้มายุ่มย่ามผู้ต้องหา ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลสูงสุดของประเทศ สถานะของเขาเปรียบได้กับ "ตรายาง" และไม่อาจขัดกับข้อเรียกร้องของ "ผู้ต้องหา" คนนี้

นี่แหละที่อยากจะบอกด้วยความเป็นห่วง คงไม่ขอพูดอะไรมากกว่านี้ จริงเท็จประการใดโปรดใช้วิจารณญาณละกัน
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« ตอบ #6 เมื่อ: 04-03-2008, 14:22 »

ผมค่อนข้างเห็นเหมือน คุณ kitinun นะครับ คือ การที่ทักษิณกลับประเทศไทยนี่ หากเขาไม่ได้การรับรองว่า เขาจะรอดพ้นทุกคดีและรอดจากการลอบสังหารแล้ว เขาจะไม่มีวันกลับประเทศหรอกครับ อย่างน้อยเขาต้องมีโอกาสรอดไม่ต่ำกว่า 80 % เขาจึงเลือกที่จะกลับเมืองไทย

การรอมชอมกันระหว่าง อำนาจเก่า และ ฝ่ายทักษิณ จะทำให้รากฐานของกระบวนการยุติธรรมของไทยถึงจุดเสื่อมโทรม ประชาชนที่เคยอยู่เคียงข้างอำนาจเก่า จะรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก ถูกทรยศจากกลุ่มอำนาจเก่า และ แน่นอน จะส่งผลสถาบันด้วยเช่นกัน เพราะ อำนาจเก่าเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับสถาบัน

ตรงนี้เองที่ผมเป็นห่วงว่า จะเป็นสัญญาณแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐในอนาคต

ปัจจัยเร่งของการเป็นระบอบสาธารณรัฐอีกอย่างหนึ่งคือ ความแตกต่างกันทางการเมืองของประชาชนในแต่ละภูมิภาค ทุกวันนี้สังคมไทย โดยนักการเมืองทำให้เกิดความแตกแยก ใน แกนของภูมิภาค และ แกนของชนชั้น

ประชาชนในภาคเหนือ และ อีสาน มีความเชื่อและศรัทธาในพรรคการเมืองอีกแบบนึง
ประชาชนในภาคใต้และภาคกลางรวมถึง กทม ก็มีความเชื่อและศรัทธาในพรรคการเมืองอีกแบบนึง

นี่คือความแตกต่างและอาจจะเกิดเป็นความแตกแยกของคนในชาติมากขึ้นเรื่อยๆ หากคนที่เป็นนักการเมืองไม่ตระหนักถึงความสามัคคีแล้วยังคงตอกลิ่มให้ประชาชนแตกแยก ผมว่า คนส่วนน้อย ในภาคกลางและภาคใต้ เขาไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองที่ต่ำทรามหรอกครับ

เรื่องความแตกแยกตรงนี้จะเป็นปัจจัยหนุนอย่างดีในการปกครองแบบสาธารณรัฐ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่า ฝ่ายทักษิณจงใจหรือเปล่า ที่ต้องการให้เกิดการปกครองในลักษณะนี้ คือ บีบ ให้ประชาชนในส่วนภูมิภาคบางส่วน ไม่ยอมรับ อำนาจการบริหารของรัฐบาลกลาง ที่กรุงเทพ จนนำไปสู่การตั้งรัฐบาลท้องถิ่น

ในเรื่องของชนชั้น จะเห็นชัดเจนว่า ชนชั้นรากหญ้า กับ ชนชั้นกลาง+สูง ก็มีความแตกแยก เนื่องจากระดับสติปัญญาในการเข้าใจปัญหาและแทคติกทางการเมืองของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน การที่นักธุรกิจการเมืองเอาช่องว่างตรงนี่มาใช้ประโยชน์ หลอกชนชั้นรากหญ้า เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง ชนชั้นกลางและสูง จะทำให้เกิดความระส่ำระสายในสังคม อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ผมเองก็ยังไม่เข้าใจ คุณสมัคร สุนทรเวช เขามองปัญหาความแตกแยกของสังคมไทย เป็นเรื่องเล็กน้อยหรืออย่างไร ถึงได้ปล่อยให้รัฐมนตรีของตัวเอง ย้ายข้าราชการ ออกนโยบาย ตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกในสังคม อยู่ตลอดเวลา



บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #7 เมื่อ: 04-03-2008, 14:33 »

น้ำลดตอผุด

ขี่หลังเสือ[/size][/color]

สุภาษิตสองอันนี้ นักการเมืองของไทยทั้งหลายทราบดี มีตัวอย่างให้เห็นหลายราย เมื่อหมดอำนาจ หรือเสื่อมอำนาจ ความชั่วที่กระทำไว้ก็โผล่ออกมาประจาน และเมื่อลงจากหลังเสือ เสือก็กัด

โดยเฉพาะนักการเมืองที่โกงชาติไว้ และกำลังถูกตรวจสอบ คนเหล่านี้จะปล่อยให้ น้ำลด หรือจะยอม ลงจากหลังเสือ ไม่ได้ ต้องรักษาอำนาจไว้อย่างเหนียวแน่น อย่างน้อยก็จนกว่าเรื่องชั่วๆจะหมดอายุความ หรือศัตรูไม่มีเหลือแล้ว


แต่นั่นมันเป็นความคิด ของนักการเมืองที่คิดคอรัปชั่น และคดโกงธรรมดาเท่านั้น

มีนักการเมืองอีกประเภท ที่อาจะเรียกได้ว่า ผ่าเหล่า พิศดาร นั่นคือนักการเมืองที่ เหิมเกริม จาบจ้วง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

นักการเมืองประเภทนี้ ต้องรักษาน้ำไม่ให้ลดไปตลอดกาล ต้องขี่หลังเสือให้ได้ตลอดกาล ไม่มีอายุความ

ความพยายามในการสถาปนาระบอบอำนาจใหม่นั้น ไม่จำเป็นสำหรับนักการเมืองพันธ์โกงชาติธรรมดา แต่สำคัญยิ่งสำหรับนักการเมืองพันธุ์เหิมเกริม พันธุ์จาบจ้วง เพราะนักการเมืองเหล่านี้ มีศัตรูถาวรทางการเมือง ผิดกับนักการเมืองโกงชาติธรมดา ที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในทางการเมือง

ศัตรูถาวรของนักการเมืองพันธุ์เหิมเกริมจาบจ้วงนั้น คือประชาชนผู้จงรักภักดี ซึ่งมีมากมายล้นแผ่นดิน เพียงแต่มีบางกลุ่มบางพวกที่ยังไม่เห็นความจริง เพราะม่านหมอกเงินและผลประโยชน์บังตา  แต่เมื่อได้ทราบความจริง 19 ล้านเสียง จะเหลือเพียงไม่เกิน 19 แสนเสียง

นี่จึงเป็นเหตุให้นักการเมืองพันธุ์เหิมเกริม ออกมาแหลว่าจงรักภักดี ทั้งที่บางคนนนั้นเมื่ออยู่ในป่า ประกาศก้องจะล้มราชา ประกาศจะล้างราชวงศ์

อุดมการณ์นั้นยังคงอยู่ แต่ต้องปิดบังเอาไว้ เหมือนนายของมัน ที่คิดเป็นใหญ่เหนือทุกผู้คนในกรุงสยาม แต่แสร้งทำตนเป็นคนจงรักภักดี

สิ่งที่เจ้าของกระทู้เกรงนั้น เนสิ่งที่คนจำนวนมากกำลังกริ่งเกรง และแน่นอนว่ามันจะเกิดขึ้น  เงื่อนเวลาที่ฝ่ายทรราชกำลังเฝ้ารอ ก็เป็นดังที่เจ้าของกระทู้คาด

หน้าที่รักษาระบอบการปกครองของประเทศนั้น เป็นของคนไทยผู้จงรักภักดีทุกคนค่ะ

ใครอยากมีประธานาธิบดี เชิญที่ประเทศอื่น แต่ถ้าคิดจะมีในประเทศนี้

ข้ามศพกรูไปก่อน
บันทึกการเข้า
Arch_FreeMan
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 210



« ตอบ #8 เมื่อ: 04-03-2008, 14:44 »

อ้างถึง
ก็คงไม่ต้องมีศาลและระบบยุติธรรมเลยครับ...เล่นบอกว่าถ้าทักษิณหลุดแสดงว่ากระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง อย่าแสดงความไร้เดียงสาทางความคิดหน่อยเลยครับ

ถ้าทักษิณไม่หลุด พวกคุณจะเคารพความยุติธรรมของศาลบ้างป่ะครับ   
บันทึกการเข้า

ธรรมเท่านั้นคือทางรอดของสังคมไทย
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #9 เมื่อ: 04-03-2008, 15:18 »

เป็นกระทู้ที่มีเนื้อหาน่าสนใจครับ

ผมมีประเด็นที่อยากออกความคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้..

ประการแรก..

คดีความของทักษิณ

ผมเชื่อว่า ท้ายของท้ายที่สุด หากปล่อยให้ขบวนการยุติธรรมดำเนินไปภายใต้การครองอำนาจของ พปช. แล้ว คุณทักษิณจะหลุดจากคดีอาญาทั้งหมด  แต่จะสะดุดคดีแพ่งที่ทำให้ต้องเสียทรัพย์จำนวนหนึ่ง ไม่น่าจะเกิน 1000 ล้านบาท  ซึ่งคุณทักษิณจะยอม เพราะถือว่า "ฟาดซวย" ไป  เพื่อซื้อศักดิ์ศรีและอนาคตของตระกูลให้ดำรงอยู่ต่อไป

และเพื่อตบแต่ง "สภาพศพ" ของ คมช. ไม่ให้ดูเน่าเฟะมากนัก  ถือว่า..ทำเพื่อให้ทั้งคณะยังมองหน้าสังคมได้บ้างไม่ถึงกับต้องใส่ปี๊บเดินตลอดเวลา

การที่จะให้ได้ทางออกเช่นนั้น แน่นอนว่า คุณทักษิณจะต้อง "จ่าย" ค่านำทางตลอดเวลาที่คดีและสำนวนเดินทางไปสู่ศาล  ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องควักเป็นเงินสดทั้งหมด แต่สามารถจ่ายเป็น "ตำแหน่ง" ให้กับผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือในเรื่องคดีความให้ได้กันถ้วนหน้า  ด้วยระบบ "แกมบังคับ"  ใครไม่ร่วมมือ "เอ็งเด้ง"

ประการที่สอง
เรื่องการคืนสถานะทางการเมือง

อีกไม่เกิน 4 ปี หรือ ประมาณนี้ ได้พบกับเขาแน่นอนครับ  "ทักษิณ ชินวัตร" ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองหรือประธานที่ปรึกษาแล้วแต่เขาอยากจะป็น  แต่จะเป็นนายกหรือไม่ ไม่แน่ใจครับ  อาจใช้วิธีชักหุ่นไปเรื่อยๆ ก็ได้  เพราะไม่เจ็บตัว สามารถเปลี่ยนหุ่นเชิดได้เรื่อยๆ  ไม่รู้เบื่อ

ส่วนเหตุผลก็จะอ้างว่า มีชาวอีสานและชาวเหนือจำนวนหนึ่งออกมาชูป้ายเรียกร้องให้กลับมา ในเมื่อเป็นคนไทยก็อดที่จะสนองคุณแผ่นดินไม่ได้  ..ประมาณนี้

ประการที่สาม
เรื่องโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์

ผมว่า พวกเขาหยั่งกำลังกันอยู่ตลอดเวลาทั้งสองฝ่ายว่า ตอนนี้ใครมีพลังมากกว่ากัน  หือได้หรือหือไม่ได้  ถ้ายังหือไม่ได้ก็ไม่เสี่ยงที่จะเจ็บตัวครับ เพราะอาจสิ้นชีวิตได้โดยไม่มีการสั่งลา

แต่ในส่วนลึกๆ ของคณะทำงาน ผมเชื่อว่า พวกเขาคิดไปถึงการครอบครองประเทศนี้อย่างแน่นอนโดยให้สถาบันเป็นเพียงสัญลักษณ์ ไม่มีอำนาจในการลงตราประทับในกฎหมายใดๆ

คณะทำงานได้ประเมินแล้วว่า ศรัทธาของประชาชนในเวลานี้อยู่ที่องค์พระประมุขมากกว่าความเป็นสถาบัน  สิ้นองค์ประมุขแล้ว  ระดับความเคารพ ศรัทธา ในประมุของค์ใหม่ "ย่อมไม่เหมือนเดิม"

จะมีการใส่ร้าย ป้ายสี และยกเอาเรื่องไม่ดีไม่งามออกมาเผยแพร่ในระบบ "กระมิดกระเมี้ยน" อย่างที่ทำกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรกับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม และโยนหินถามทางกับประชาชนส่วนหนึ่งไปแล้ว

ขณะเดียวกันก็จะมีภาพอันงดงาม อบอุ่น และใจดีของเศรษฐีใจดีเข้ามาแทนที่ และครอบคลุมทุกสื่อสารมวลชนด้วยระบบยัดเยียดให้ออกอากาศ (ดังจะเห็นได้ว่า ขณะนี้มีการกรุยทางในเรื่องของทีวี เคเบิลทีวี และคนไอทีวีกันขนานใหญ่ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเร่งร้อนอะไรที่รัฐบาลต้องใส่ใจในยามนี้)

คนคั่วถั่วจะรู้เองครับว่า ถั่วในกะทะสุกได้ที่หรือยัง ถ้ายังไม่ถึงเวลา เขาก็ลดระดับไฟให้อ่อนๆ เอาไว้ แต่คงไม่ปล่อยให้ไหม้เกรียมหรอกครับ

และผมเชื่อว่า..
ถ้าคณะทำงานของเขาตัดสินใจโค่นจริง แผ่นดินนี้จะนองเลือดแน่นอนครับ  เพราะแม้แต่ทหารก็ยังถูกแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย

ประเด็นสุดท้าย
อนาคตรัฐบาลหุ่นเชิดชุดนี้

เงินสั่งผีให้โม่แป้งได้ฉันใด  สื่อสีแดง เหลือง ดำ รวมทั้งกลุ่มต่อต้านทั้งหลาย แม้ไม่หัก ก็จะมีวันงอครับ

โดยคุณทักษิณตัดใจแล้วว่า หากจะต้องแลกด้วยเงินสัก "20000" ล้านบาท ก็จะยอม เพราะถือว่า เป็นเงินที่ถูกยึดไปแล้วแต่ได้คืนมาก็เอามาหว่านจ่าย  ไม่เสียดายมากนัก  (เพราะได้คืนมากว่า 40,000ล้านจากการอายัด)

รัฐบาลหุ่นเชิดจะยังคงอยู่ต่อไปครับ  อาจจะอายุยืนกว่านายสมัครเสียอีก  เพราะมีตัวตายตัวแทน  ตราบใดที่เงินยังทำงานได้  แม้ยุบสภา  ลาออก พวกนี้ก็จะกลับมาครองบ้านครองเมืองใหม่ครับ  

ประเทศเรามีคนดีที่มีความกล้าน้อยเกินไปจริงๆ
ไอ้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากน้อยแล้วยังมีอีโก้สูง  ยามมีเวลา มีอำนาจวาสนา มีโอกาสในการเปลี่ยนแปลงสังคมในทางที่ดีขึ้น

เสือกหันมาทะเลาะกันเอง ........เฮ้อ
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #10 เมื่อ: 04-03-2008, 15:19 »

ถ้าไม่เคารพ...คนกว่า 10 ล้านคนคงเผาศาลแล้วเมื่อตอนยุบพรรค  พิสูจน์มาแล้วครับว่าพวกเราเล่นตามกติกาและกฏหมาย 

ตอนนั้น พวกหัวโดนหลอกให้ตายใจมั๊ง และยังพูดว่า "ขอน้อมรับคำตัดสิน"

ก็เลยไม่มีใครรวบรวมคนมาขู่เผาศาลเหมือนคดีซุกหุ้น

แต่หลังจากนั้น พวกสาวกและลิ่วล้อ ต่างก็ไม่ยอมรับศาลมิใช่หรือ ที่บอกว่า ..
 
"ไม่ได้ใส่ชุดครุย"      

...
บันทึกการเข้า
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 04-03-2008, 16:03 »

ผมได้มองเห็นเตรียมการรับสถานการณ์มาเป็น 10 กว่าปีตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนอยู่ด้วยซ้ำ ผมตั้งคำถามเงียบๆอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่นึกว่า พอถึงเวลาจริงๆสถานการณ์จะเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้ รู้สึกจริงๆว่าถูกหักหลัง   ก็ขนาดคนที่ออกมาแต่งเครื่องแบบ ออกมาพร่ำบ่นให้ทุกคนเสียสละ มีอาวุธในมือ ยังยอมถอยแตกไม่เป็นท่า เอาตัวรอดกันหมดเลย แล้วจะมาพล่ามเรื่องรักชาติทำอะไร
บันทึกการเข้า

qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #12 เมื่อ: 04-03-2008, 16:29 »


ผมได้เขียน Outline เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในกระทู้นี้ไว้แล้ว  และกำลังจะเอาลงในกระทู้ของผมพอดี
http://forum.serithai.net/index.php?topic=20484.msg251258#msg251258

บังเอิญมีการเปิดประเด็นในกระทู้นี้เสียก่อน
...เช่นนั้น  ผมคงจะไม่กล่าวถึงประเด็นนี้ ในกระทู้ของผมแล้วล่ะ
แต่จะไปเพิ่มน้ำหนักให้ส่วนอื่นแทน  โดยเฉพาะส่วนที่บอกว่า "แล้วจะจัดการกับอนาคต ( ของตัวเอง ) อย่างไร"
บันทึกการเข้า

Puggi
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182


« ตอบ #13 เมื่อ: 04-03-2008, 17:17 »

มาคิด ดูอีกที  ผมว่าคนไทย ยึดกับ ตัวบุคคลมากกว่าระบบมานานแล้วครับ

แต่ด้วยความบังเอิญที่ ในหลวง รัชกาลปัจจุบัน ครองราชย์ มายาวนาน จนทำให้บางที มันทับซ้อนว่า เรานับถือที่ตัวบุคคลหรือว่าสถาบันกันแน่

แต่ในหลวงท่านก็ชราภาพมากแล้ว   

 ผมเชื่อว่าเหลี่ยม มันรอได้ มันยังมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน   

จะว่าไป พูดตรงๆ   หากหมดรัชกาลปัจจุบัน  เป็น รัชกาลใหม่   ประชาชนยังจะยอมรับเหมือนเดิมหรือเปล่า ข่าวใต้ดินด้านไม่ดีต่างๆนาๆ ก็คงได้ยินกันมาบ้างจะจริงหรือเท็จคงไม่กล่าวถึง

ผมว่าเหลี่ยมมันมองตรงนี้ ออกแน่นอน   

ผมคงไม่พูดมากไปกว่านี้ แต่  เท่าที่รับรู้  ทุกคนรักในหลวง แต่ ลูก ในหลวง นี่ ก็พูดยากครับว่าจะรักเหมือนในหลวงหรือเปล่า

แต่หากถึงตอนนัน ผมคงเป็นคนนึงที่ต้องออกมาสู้กับไอ้เหลี่ยมแน่นอน
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #14 เมื่อ: 04-03-2008, 17:38 »

หลังจากอ่านถึงตรงนี้ผมก็ยังคงเชื่อเหมือนเดิม ว่าจะไม่มีใครคิดล้มสถาบันฯ
เป้าหมายตามข้อความในปฏิญญาฟินแลนด์ มีความสมเหตุผลมากที่สุดแล้ว
นั่นคือมุ่งลดสถานะความสำคัญและบทบาทของสถาบันลง ไม่ใช่มุ่งแตกหัก
ซึ่งจะไม่เกิดผลดีอะไรเลย เพราะเป้าหมายของเขาคือการครองอำนาจรัฐ
โดยมีสถาบันฯ เป็นเพียงสัญลักษณ์

อีกประการหนึ่งที่เหมือนการวิเคราะห์ทั้งหมดในกระทู้จะมองข้ามไปก็คือ
สถาบันฯ และเครือข่ายผู้จงรักภักดีไม่ได้อยู่เฉยๆ เป็นเป้านิ่งอย่างเดียว
แต่สามารถมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง เพื่อรับมือกับสถานการณ์
ฝ่ายประสงค์ร้ายต่างหากที่ต้องระวังตัวกลัวพลาดพลั้ง เพราะตลอดเวลา
กำลังกระทำผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ผมเชื่อว่าถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรจริงๆ จึงไม่น่าจะเป็นการเปลี่ยน
ระบอบการปกครองแผ่นดิน แต่จะเป็นการปรับเข้าสู่สมดุลย์ใหม่มากกว่า


...

สำหรับผู้ที่กังวลหากมีการเปลี่ยนรัชกาล ผมอยากให้ความเห็นเอาไว้ว่า
เรื่องนี้อาจเปรียบเทียบได้กับการที่คนธรรมดาบวชเป็นพระ แต่มีระดับ
ของสถานะความสำคัญสูงกว่ามากๆ ในเมื่อขนาดคนธรรมดาที่อาจเคย
รับรู้กันว่าเป็นคนบกพร่อง เมื่อผ่านพิธีการบวชแล้วยังได้รับการกราบไหว้
นับถือว่าเป็นพระ แล้วการขึ้นครองราชย์จะมีระดับความสำคัญมากกว่า
ไปถึงขนาดไหนในความรู้สึกของชาวบ้าน

ในทางกลับกันที่พระได้รับการกราบไหว้ก็เพราะรักษาศีลสูงกว่าสามัญชน
พระมหากษัตริย์ก็ทรงมีข้อกำหนดมากมายมหาศาลในการดำรงพระองค์

แม้พวกเราจะศรัทธาในองค์รัชกาลที่ 9 แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องคาดหวัง
ว่าพระมหากษัตริย์ต่อไปทุกรัชกาลจะต้องทรงบำเพ็ญทุกสิ่งเหมือนองค์
รัชกาลที่ 9 ทุกประการ เราต้องการเพียงให้ทรงเป็นพระประมุขของชาติ
สมตามโบราณราชประเพณีเป็นเบื้องต้น ส่วนที่จะเหนือไปกว่านั้นย่อมขึ้น
อยู่กับการที่จะทรงบำเพ็ญพระบารมีต่อไป


หากทุกอย่างปรับเปลี่ยนให้อยู่ในสมดุลย์ได้ ผมยังมองไม่ออกว่าจะมีใคร
"หาที่ตาย" คิดเปลียนแปลงการปกครองในรูปแบบ

มากที่สุดก็คงพยายามแทรกแซงที่เนื้อหา ซึ่งจะทำได้หรือไม่เพียงใด
ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน แต่ผมสรุปเอาไว้ก่อนสำหรับพวกเราทุกคน..

ว่าสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ตั้งแต่นี้ต่อไปก็คือ การช่วยให้ประชาชน
ได้รู้เท่าทันแผนการณ์ชั่วร้ายพวกนี้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของการชวนเชื่อ
เพื่อหวังผลในการโจมตีสถาบันสำคัญของชาติ


ในอีกทางหนึ่งผมก็อยากให้พวกเราวางใจในสถาบันฯ โดยเฉพาะกระแส
ข่าวเรื่องการสมานฉันท์อะไรต่างๆ ว่าหากมีขึ้นจริงก็เป็นการตัดสินใจที่ดี
เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศมากที่สุดแล้ว หากฝ่ายใดสามารถจัดการ
อีกฝ่ายได้แน่นอนคงไม่มีใครปล่อยให้รอด แต่ในเมื่อจะเป็นการนำประเทศ
และประชาชนเข้าไปเสียง ก็จำเป็นต้องเลือกทางที่ดีที่สุด

ไม่อยากให้มองทุกอย่างเลวร้ายไปหมดจนไม่เหลือความศรัทธาครับ
และที่สำคัญอย่าสิ้นศรัทธาในตัวเอง รวมทั้งควรเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า
นอกจากตัวเรายังมีคนอื่นมากมายที่มีสติปัญญาและหวังดีต่อประเทศชาติ

อนาคตประเทศส่วนหนึ่งก็อยู่ในมือพวกเราครับ ไม่ใช่มีแค่คนหน้าเหลี่ยมๆ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2008, 17:43 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Priateľ
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #15 เมื่อ: 04-03-2008, 17:53 »

สถาบันฯเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยส่วนใหญ่มานาน การคาดการณ์ใดๆเป็นเรื่องในอนาคตซึ่งเมื่อพิจารณาประวัติศาสตร์ที่คล้ายๆกันที่ผ่านมาก็ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายอย่างที่หลายๆคนในฝั่งตรงข้ามอยากให้เป็น หากดึงดันที่จะเปลี่ยนแปลงใดๆย่อมส่งผลกระทบรุนแรงที่ค่อนข้างแน่นอน
บันทึกการเข้า

If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.

ก๊อปมาจากหนัง Indecent proposal
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #16 เมื่อ: 04-03-2008, 18:41 »

หลังจากอ่านถึงตรงนี้ผมก็ยังคงเชื่อเหมือนเดิม ว่าจะไม่มีใครคิดล้มสถาบันฯ
เป้าหมายตามข้อความในปฏิญญาฟินแลนด์ มีความสมเหตุผลมากที่สุดแล้ว
นั่นคือมุ่งลดสถานะความสำคัญและบทบาทของสถาบันลง ไม่ใช่มุ่งแตกหัก
ซึ่งจะไม่เกิดผลดีอะไรเลย เพราะเป้าหมายของเขาคือการครองอำนาจรัฐ
โดยมีสถาบันฯ เป็นเพียงสัญลักษณ์

อีกประการหนึ่งที่เหมือนการวิเคราะห์ทั้งหมดในกระทู้จะมองข้ามไปก็คือ
สถาบันฯ และเครือข่ายผู้จงรักภักดีไม่ได้อยู่เฉยๆ เป็นเป้านิ่งอย่างเดียว
แต่สามารถมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง เพื่อรับมือกับสถานการณ์
ฝ่ายประสงค์ร้ายต่างหากที่ต้องระวังตัวกลัวพลาดพลั้ง เพราะตลอดเวลา
กำลังกระทำผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ผมเชื่อว่าถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรจริงๆ จึงไม่น่าจะเป็นการเปลี่ยน
ระบอบการปกครองแผ่นดิน แต่จะเป็นการปรับเข้าสู่สมดุลย์ใหม่มากกว่า


...

สำหรับผู้ที่กังวลหากมีการเปลี่ยนรัชกาล ผมอยากให้ความเห็นเอาไว้ว่า
เรื่องนี้อาจเปรียบเทียบได้กับการที่คนธรรมดาบวชเป็นพระ แต่มีระดับ
ของสถานะความสำคัญสูงกว่ามากๆ ในเมื่อขนาดคนธรรมดาที่อาจเคย
รับรู้กันว่าเป็นคนบกพร่อง เมื่อผ่านพิธีการบวชแล้วยังได้รับการกราบไหว้
นับถือว่าเป็นพระ แล้วการขึ้นครองราชย์จะมีระดับความสำคัญมากกว่า
ไปถึงขนาดไหนในความรู้สึกของชาวบ้าน

ในทางกลับกันที่พระได้รับการกราบไหว้ก็เพราะรักษาศีลสูงกว่าสามัญชน
พระมหากษัตริย์ก็ทรงมีข้อกำหนดมากมายมหาศาลในการดำรงพระองค์

แม้พวกเราจะศรัทธาในองค์รัชกาลที่ 9 แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องคาดหวัง
ว่าพระมหากษัตริย์ต่อไปทุกรัชกาลจะต้องทรงบำเพ็ญทุกสิ่งเหมือนองค์
รัชกาลที่ 9 ทุกประการ เราต้องการเพียงให้ทรงเป็นพระประมุขของชาติ
สมตามโบราณราชประเพณีเป็นเบื้องต้น ส่วนที่จะเหนือไปกว่านั้นย่อมขึ้น
อยู่กับการที่จะทรงบำเพ็ญพระบารมีต่อไป


หากทุกอย่างปรับเปลี่ยนให้อยู่ในสมดุลย์ได้ ผมยังมองไม่ออกว่าจะมีใคร
"หาที่ตาย" คิดเปลียนแปลงการปกครองในรูปแบบ

มากที่สุดก็คงพยายามแทรกแซงที่เนื้อหา ซึ่งจะทำได้หรือไม่เพียงใด
ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน แต่ผมสรุปเอาไว้ก่อนสำหรับพวกเราทุกคน..

ว่าสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ตั้งแต่นี้ต่อไปก็คือ การช่วยให้ประชาชน
ได้รู้เท่าทันแผนการณ์ชั่วร้ายพวกนี้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของการชวนเชื่อ
เพื่อหวังผลในการโจมตีสถาบันสำคัญของชาติ


ในอีกทางหนึ่งผมก็อยากให้พวกเราวางใจในสถาบันฯ โดยเฉพาะกระแส
ข่าวเรื่องการสมานฉันท์อะไรต่างๆ ว่าหากมีขึ้นจริงก็เป็นการตัดสินใจที่ดี
เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศมากที่สุดแล้ว หากฝ่ายใดสามารถจัดการ
อีกฝ่ายได้แน่นอนคงไม่มีใครปล่อยให้รอด แต่ในเมื่อจะเป็นการนำประเทศ
และประชาชนเข้าไปเสียง ก็จำเป็นต้องเลือกทางที่ดีที่สุด

ไม่อยากให้มองทุกอย่างเลวร้ายไปหมดจนไม่เหลือความศรัทธาครับ
และที่สำคัญอย่าสิ้นศรัทธาในตัวเอง รวมทั้งควรเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า
นอกจากตัวเรายังมีคนอื่นมากมายที่มีสติปัญญาและหวังดีต่อประเทศชาติ

อนาคตประเทศส่วนหนึ่งก็อยู่ในมือพวกเราครับ ไม่ใช่มีแค่คนหน้าเหลี่ยมๆ 

นานทีนะ ที่ผมจะกล้ายก คคห.ของคุณจีฯ ขึ้นมาพิเคราห์เป็นการเฉพาะ
แต่ครั้งนี้  ผมเห็นทีจะต้องขออนุญาต

คุณจีฯ ครับ
สถานการณ์ในทุกวันนี้มันไม่เหมือน "เมื่อก่อน" อีกแล้ว

โลกในวันนี้ขนาดเท่าเดิม  ผู้คนเยอะขึ้น
แต่ "สังคม" ที่ผู้คนเลือกเอาตัวเข้าไปซุกอยู่ด้วยความปรารถนาจะได้รับการตอบสนอง
ไม่ว่าจะเป็นการสนองตอบต่อ "ทิฐิอัตตา"
ไม่ว่าจะเป็นการสนองตอบต่อ "โลกียวิสัย"
ไม่ว่าจะเป็นการสนองตอบต่อ "ภวสันดาน"
...ขนาดของมันเล็กลง  แถมยังคับแคบ  ไ่ม่เอื้อเฟื้อต่อบุคคลอื่นใด
( นอกเสียจากว่าผู้มาใหม่จะต้องทำตัวพินอบพิเทา หรือจัดหาประโยชน์ใด ๆ มาสังเวยให้แก่คนมาก่อน อันเป็นพฤติการเดียวกับคนป่า หรือกลุ่มแก๊ง ซ่องโจร )


ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ ทำให้พวกเขาไม่รู้จัก - ไม่มีคำว่า "ศรัทธา" อยู่ในจิตใจหรอกครับ
ทั้งต่อบุคคล  ต่อสถาบัน  องค์กร  หรือแม้แต่ระบอบใด ๆ
วลีที่ว่า ...ศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งแผ่นดิน...เป็นอย่างไร
...ไม่เข้าใจหรอกครับ
เพราะความหมายของ "แผ่นดิน" คืออะไร
...ยังตอบไม่ได้เลย
( หรือถ้าตอบได้  ก็คงเป็นไปในทำนองการให้ความหมายทางภูมิศาสตร์ - เกษตรกรรม - Logistics ที่เน้นที่ "การผลิต - การเพิ่มมูลค่า )

เมื่อไม่ีมี "ศรัทธา ( คนสมัยนี้แยกไม่ออกระหว่างคำว่า "ซาบซึ้ง + ประทับใจ" กับ "ปิติยินดี + ศรัทธา" )"
ก็อย่าถามหาคำว่า "( จงรัก ) ภักดี"
แล้วก็อย่าถามถึง "เทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม"
...เพราะคนรุ่นใหม่จะ "งง ๆ" แล้วตอบว่า "ทูนไว้ทำไมให้หนักหัว ?"


สิ่งที่เราเข้าใจ อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเห็นคุณค่า
...ไม่เห็นคุณค่าซะจนไม่นำเข้าไปไว้ในสมองหรือหัวใจของพวกเขา


หากคุณจี ฯ อยากรู้ว่า "พวกเด็ก ๆ สมัยนี้" เขาคิดเห็นกันอย่างไร
ต่อสถาบันกษัตริย์
ต่อทักษิณ  ชินวัตร
...ลองเข้าไปดูตามแช้ทรูม + เว็บบอร์ด ของวัยรุ่น
จะลองเข้าเว็บบอร์ดของโรงเเรียนต่าง ๆ ก็ได้ ( สวนกุหลาบ ฯ นี่ล่ะตัวดีเลย )
...แล้วคุณจี ฯ จะสลดหดหู่ + สังเวชใจ 
จนอาจจะต้องมาปลงอย่างผม ว่า

"เออ...แล้วแต่พวกมรึงเถิด  จงปิดหูปิดตา ( Ignorant ) แล้วรับรู้แต่ความสนุก เสพย์และสิงสู่สิ่งที่คนรุ่นก่อน ๆ ทำไว้ให้อิ่มหมีพีมันซะตั้งแต่วันนี้เถอะ"
"เพราะเมื่อถึงวันที่มือซึ่งปิดหูปิดตาพวกเธอไว้  ไม่ว่าจะเป็นมือของพวกเธอเอง  หรือเป็็นมือของบุคคลที่พวกเธอยกย่องชื่นชม  ถูกเอาออกไป   วันนั้นพวกเธอจะได้เห็นความเป้นจริง  อันมีแต่ความว่างเปล่า - ไม่เหลืออะไรให้เธอได้นำไปใช้สร้างความสนุก  หรือแม้แต่ใช้ซุกหัว - ใช้ยาไส้"
"เมื่อถึงวันนั้น  ไม่ว่าพวกเธอจะก่นด่าคนรุ่นฉันว่าโง่เง่า ไม่เอาใจใส่ ไม่สร้างสมสิ่งที่เธอใช้เสพย์และสิงสู่ไว้ให้มากพอ อย่างไร  พวกเธอย่อมมีสิทธิทำได้ตามความพอใจ เหมือนอย่างที่พวกเธอมักตำหนิติเตียนคนอื่น - ใครต่อใครมาโดยตลอด"
"เนื่องจากวันนั้น - เวลานั้น  พวกฉันคงจากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยหนทางที่ฉันเชื่อและศรัทธา   ในขณะที่อีกฝ่ายซึ่งปรนเปรอให้พวกเธอรับรู้แต่ความสนุก เสพย์สุขและสิ่งสู่อย่างสบายบนสิ่งที่พวกเธอวางใจมอบไว้ในมือพวกเขา...เขากำลังแอบหัวเราะและยิ้มให้กันและกัน"
"...ด้วยความขบขันแกมสมเพชเวทนา  ในชะตากรรมอันเกิดเนื่องมาจากความไม่รู้สึกไม่รู้สาของพวกเธอ"

( *คนรุ่นใหม่แยกไม่ออกระหว่างพฤติกรรมไม่รู้สึกไม่รู้สา - Ignorant กับพฤติกรรมไร้เดียงสา - Innocent )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2008, 20:01 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 04-03-2008, 18:53 »

หลังจากอ่านถึงตรงนี้ผมก็ยังคงเชื่อเหมือนเดิม ว่าจะไม่มีใครคิดล้มสถาบันฯ
เป้าหมายตามข้อความในปฏิญญาฟินแลนด์ มีความสมเหตุผลมากที่สุดแล้ว
นั่นคือมุ่งลดสถานะความสำคัญและบทบาทของสถาบันลง ไม่ใช่มุ่งแตกหัก
ซึ่งจะไม่เกิดผลดีอะไรเลย เพราะเป้าหมายของเขาคือการครองอำนาจรัฐ
โดยมีสถาบันฯ เป็นเพียงสัญลักษณ์

อีกประการหนึ่งที่เหมือนการวิเคราะห์ทั้งหมดในกระทู้จะมองข้ามไปก็คือ
สถาบันฯ และเครือข่ายผู้จงรักภักดีไม่ได้อยู่เฉยๆ เป็นเป้านิ่งอย่างเดียว
แต่สามารถมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง เพื่อรับมือกับสถานการณ์
ฝ่ายประสงค์ร้ายต่างหากที่ต้องระวังตัวกลัวพลาดพลั้ง เพราะตลอดเวลา
กำลังกระทำผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ผมเชื่อว่าถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรจริงๆ จึงไม่น่าจะเป็นการเปลี่ยน
ระบอบการปกครองแผ่นดิน แต่จะเป็นการปรับเข้าสู่สมดุลย์ใหม่มากกว่า


...

สำหรับผู้ที่กังวลหากมีการเปลี่ยนรัชกาล ผมอยากให้ความเห็นเอาไว้ว่า
เรื่องนี้อาจเปรียบเทียบได้กับการที่คนธรรมดาบวชเป็นพระ แต่มีระดับ
ของสถานะความสำคัญสูงกว่ามากๆ ในเมื่อขนาดคนธรรมดาที่อาจเคย
รับรู้กันว่าเป็นคนบกพร่อง เมื่อผ่านพิธีการบวชแล้วยังได้รับการกราบไหว้
นับถือว่าเป็นพระ แล้วการขึ้นครองราชย์จะมีระดับความสำคัญมากกว่า
ไปถึงขนาดไหนในความรู้สึกของชาวบ้าน

ในทางกลับกันที่พระได้รับการกราบไหว้ก็เพราะรักษาศีลสูงกว่าสามัญชน
พระมหากษัตริย์ก็ทรงมีข้อกำหนดมากมายมหาศาลในการดำรงพระองค์

แม้พวกเราจะศรัทธาในองค์รัชกาลที่ 9 แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องคาดหวัง
ว่าพระมหากษัตริย์ต่อไปทุกรัชกาลจะต้องทรงบำเพ็ญทุกสิ่งเหมือนองค์
รัชกาลที่ 9 ทุกประการ เราต้องการเพียงให้ทรงเป็นพระประมุขของชาติ
สมตามโบราณราชประเพณีเป็นเบื้องต้น ส่วนที่จะเหนือไปกว่านั้นย่อมขึ้น
อยู่กับการที่จะทรงบำเพ็ญพระบารมีต่อไป


หากทุกอย่างปรับเปลี่ยนให้อยู่ในสมดุลย์ได้ ผมยังมองไม่ออกว่าจะมีใคร
"หาที่ตาย" คิดเปลียนแปลงการปกครองในรูปแบบ

มากที่สุดก็คงพยายามแทรกแซงที่เนื้อหา ซึ่งจะทำได้หรือไม่เพียงใด
ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน แต่ผมสรุปเอาไว้ก่อนสำหรับพวกเราทุกคน..

ว่าสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ตั้งแต่นี้ต่อไปก็คือ การช่วยให้ประชาชน
ได้รู้เท่าทันแผนการณ์ชั่วร้ายพวกนี้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของการชวนเชื่อ
เพื่อหวังผลในการโจมตีสถาบันสำคัญของชาติ


ในอีกทางหนึ่งผมก็อยากให้พวกเราวางใจในสถาบันฯ โดยเฉพาะกระแส
ข่าวเรื่องการสมานฉันท์อะไรต่างๆ ว่าหากมีขึ้นจริงก็เป็นการตัดสินใจที่ดี
เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศมากที่สุดแล้ว หากฝ่ายใดสามารถจัดการ
อีกฝ่ายได้แน่นอนคงไม่มีใครปล่อยให้รอด แต่ในเมื่อจะเป็นการนำประเทศ
และประชาชนเข้าไปเสียง ก็จำเป็นต้องเลือกทางที่ดีที่สุด

ไม่อยากให้มองทุกอย่างเลวร้ายไปหมดจนไม่เหลือความศรัทธาครับ
และที่สำคัญอย่าสิ้นศรัทธาในตัวเอง รวมทั้งควรเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า
นอกจากตัวเรายังมีคนอื่นมากมายที่มีสติปัญญาและหวังดีต่อประเทศชาติ

อนาคตประเทศส่วนหนึ่งก็อยู่ในมือพวกเราครับ ไม่ใช่มีแค่คนหน้าเหลี่ยมๆ 

คุณประเมิน "ความทะเยอทะยาน/ความโลภ" ของคนต่ำจนเว่อร์ !  มันมีเหตุการณ์ที่ไม่เป็นข่าวที่น่าตกใจและหดหู่เกิดขึ้นมากมาย คุณจีระศักดิ์ คุณรู้บ้างไหม? ในบ้านเมืองนี้ถ้าจะวิเคราะห์แบบนักวิชาการน่ะเลิกได้แล้ว จะมองคนที่อำมหิต จะต้องคิดอย่างคนอำมหิต

คนที่โลภ เมื่อได้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือแล้ว ก็จะฝันถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเสมอ  นอกจากนี้คนที่โลภก็มีความรอบคอบอย่างสุดๆเช่นกัน เมื่อเสียเปรียบก็จะถอยพร้อมโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้งและยอมสมานฉันท์ จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นได้เปรียบก็จะรุกแบบล้างหมดจด เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่มีหอกข้างแคร่มาทิ่มแทงได้อีก

กล้าฟันธงได้เลยว่า หากมีความพยายามให้ "พลิกล็อก" เพื่อดิ้นเฮือกสุดท้ายในการกำจัดคนที่โลภ อย่างมากก็แค่หนีไปตั้งหลัก และคงมีรายการ "คนชนคน เลือดนอง" แน่นอน  เพราะสีเขียวคงไม่เข้ามายุ่งแล้ว เนื่องจากขี้ยัดปากกันหมดแล้ว เพราะเอาตัวรอดกันหมด

ไอ้คำว่า "การเมืองภาคประชาชน" ขอบอก คนพูดโคตรหน่อมแน้ม

และคุณ qazwsx ก็สามารถหยั่งความรู้สึกของสังคมนี้ได้ถูกต้องจริงๆ ผมได้ไปคุยกับพวกเด็กนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังหลายแห่ง   คนพวกนี้วันๆไม่รู้อะไรนอกจาก พรีเมียร์ลีกจะเตะวันไหน กี่โมง ใครเจ็บ วางแผนการเล่นยังไง ส่วนถ้าเป็นสาวๆก็แอ๊บแบ๊ว ไม่ได้มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่กันเลย สนใจแต่ดาราคนนั้นคนนี้ แฟชั่น มือถือ  นอกจากนั้นก็เป็นการท่องหนังสือสอบ  ผมหวิดจะทะเลาะกับคนพวกนี้ โดยเฉพาะมีอยู่คนเรียนนิติศาสตร์ซะด้วย อยากจะถามมันว่า วันๆมันรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับความเป็นไปของสังคมนี้บ้าง ?? ความรู้คนพวกนี้จะเทียบกับรุ่นพ่อเราที่จบแค่ ป.6 ยังไม่ได้ถึงขนหน้าแข้งเลย คนพวกนี้เกลียดการปฏิวัติ 19 ก.ย. เป็นที่สุด แต่เป็นคนละเหตุผลกับผมอย่างสิ้นเชิง

ผมจึงพูดหลายๆครั้งแล้วว่า PHILIPPINES II แน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2008, 19:05 โดย The Inconvenient Truth » บันทึกการเข้า

Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #18 เมื่อ: 04-03-2008, 20:11 »

ความเป็นจริงอันน่าเศร้าในปัจจุบัน คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ มีศรัทธาอยู่กับสิ่งเดียวเท่านั้น คือเงิน

ที่เรียก ๆ กันว่ารากหญ้า แท้ที่จริงไร้รากแล้วโดยสิ้นเชิง เป็นเพียงพืชล้มลุก

สภาพทุกวันนี้ เหมือนกับซอมบี้ เงินมาทีถึงจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

คนพวกนี้ ยอมศิโรราบให้กับระบบอะไรก็ได้ ขอเพียงมีเงินฟาดหัว

ไม่แปลกครับที่ปีกซ้ายอุดมการณ์และซ้ายจับฉ่ายในพรรค พคท. หรือปัจจุบันเปลี่ยนเป็น พปช. จะอ่านพฤติกรรมของคนพวกนี้ได้ขาด จึงไปยกไอ้นายทุนบ้าอำนาจคนนึงมาอุปโลกให้กลายเป็นพ่อพระ เป็นศาสดา หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่จะกุมหัวใจคนรากหญ้า ซอมบี้กลุ่มนี้ได้

ตัวไอ้นายทุนซึ่งบ้าอำนาจเป็นสันดานอยู่แล้ว จึงคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที แต่ตัวมันเองก็ลืมคิดไปว่า ตัวมันก็กลายเป็นแค่หุ่นเชิดให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างหลังอีกที

แม้ว่าปีกซ้าย และ นายทุน อาจจะมีอุดมการณ์ต่างกันสุดกู่ แต่เพื่อเป้าหมายเดียวกันแล้ว มันกลับผสมพันธ์กันได้อย่างเมามันส์ ชนิดว่าพลิกตำรารัฐศาสตร์โลก

คอยจับตาดูกันต่อไปครับ ว่าการเปลี่ยนแปลงที่กำลังถูกเร่งด้วยความเร็วสูงสุด จนผิดเพี้ยนไปจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ จะส่งผลกระทบอะไรกับชาติไทยและสังคมไทยของเราอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้
บันทึกการเข้า
qazwsx
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,359


นักธุรกิจและตำรวจ ต้องออกไปจากการเมือง


« ตอบ #19 เมื่อ: 04-03-2008, 20:35 »

คุณ Limmy กับผมคิดตรงกันอีกแล้ว

~~~ไอ้นายทุนซึ่งบ้าอำนาจเป็นสันดานอยู่แล้ว จึงคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที แต่ตัวมันเองก็ลืมคิดไปว่า ตัวมันก็กลายเป็นแค่หุ่นเชิดให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างหลังอีกที~~~

เพียงแต่ในสายตาผม
...ไอ้นายทุน ฯ ตัวนี้  ไม่ได้ถูกเชิดด้วยมือของคนคนเดียว
และที่่มันยังรอดอยู่ได้ก็ด้วย "หลายมือ" นี้เอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2008, 20:56 โดย qazwsx » บันทึกการเข้า

พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #20 เมื่อ: 04-03-2008, 20:47 »

ความเป็นจริงอันน่าเศร้าในปัจจุบัน คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ มีศรัทธาอยู่กับสิ่งเดียวเท่านั้น คือเงิน

ที่เรียก ๆ กันว่ารากหญ้า แท้ที่จริงไร้รากแล้วโดยสิ้นเชิง เป็นเพียงพืชล้มลุก

สภาพทุกวันนี้ เหมือนกับซอมบี้ เงินมาทีถึงจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

คนพวกนี้ ยอมศิโรราบให้กับระบบอะไรก็ได้ ขอเพียงมีเงินฟาดหัว

ไม่แปลกครับที่ปีกซ้ายอุดมการณ์และซ้ายจับฉ่ายในพรรค พคท. หรือปัจจุบันเปลี่ยนเป็น พปช. จะอ่านพฤติกรรมของคนพวกนี้ได้ขาด จึงไปยกไอ้นายทุนบ้าอำนาจคนนึงมาอุปโลกให้กลายเป็นพ่อพระ เป็นศาสดา หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่จะกุมหัวใจคนรากหญ้า ซอมบี้กลุ่มนี้ได้

ตัวไอ้นายทุนซึ่งบ้าอำนาจเป็นสันดานอยู่แล้ว จึงคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที แต่ตัวมันเองก็ลืมคิดไปว่า ตัวมันก็กลายเป็นแค่หุ่นเชิดให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างหลังอีกที

แม้ว่าปีกซ้าย และ นายทุน อาจจะมีอุดมการณ์ต่างกันสุดกู่ แต่เพื่อเป้าหมายเดียวกันแล้ว มันกลับผสมพันธ์กันได้อย่างเมามันส์ ชนิดว่าพลิกตำรารัฐศาสตร์โลก

คอยจับตาดูกันต่อไปครับ ว่าการเปลี่ยนแปลงที่กำลังถูกเร่งด้วยความเร็วสูงสุด จนผิดเพี้ยนไปจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ จะส่งผลกระทบอะไรกับชาติไทยและสังคมไทยของเราอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้

  เห็นด้วยค่ะ

การเร่งการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากนายร้อนรน มันก็จะส่งผลเหมือนภาวะโลกร้อน ที่เกิดขึ้นเพราะมนุษย์โง่เง่า และส่งผลร้ายต่อทุกผู้คน

ผลกระทบกับอนาคตอันใกล้จริงๆค่ะ หนูว่าจบในปีนี้ ไม่ยืดเยื้อ 
บันทึกการเข้า
เพื่อนร่วมชาติ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #21 เมื่อ: 04-03-2008, 23:23 »

เป็นเรื่องน่าห่วงและต้องช่วยกันหาทางออกจริง ๆ ครับ

แนวทางป่าล้อมเมืองสายพันธุ์พิศดารของไทย ที่เกิดจากการผสมข้ามสปีซี่ส์ระหว่างคอมมิวนิสต์กับนายทุนนี่ ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่ามันจะเกิดขึ้นได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว

และลูกผสมที่ออกมาก็สุดแสน upree จริง ๆ

ผมเชื่อว่าคนอย่างไอ้แม้วไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะเหลือแค่ซากปรักหักพัง หรือคนจะล้มตายไปมากแค่ไหน ตราบใดที่มันเป็นผู้ชนะ

ปัญหาก็คือดันมีคนไทยจำนวนไม่น้อยคิดจะต่อสู้เพื่อมันราวกับยอมเป็นทาส

ผมไม่รู้ว่าทางไหนจะเป็นไปได้มากกว่า ระหว่าง

1) หวังพึ่งกระบวนการยุติธรรม

2) พยายามปล่อยทาสพวกนั้น หรือ

3) ปิดทางไอ้แม้วด้วยวิธีการอื่น

บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #22 เมื่อ: 04-03-2008, 23:51 »

คาดการณ์ไม่ถูกค่ะ เพราะ "อนิจจัง" -- ว่ามันจะรุนแรง หรือมันจะเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น

แม้แต่อดีตยักษ์หลับเช่นจีน ที่ปกครองด้วยระบบศักดินามาหลายพันปี สุดท้ายก็ยังต้องล่มสลาย

เมื่อเปลี่ยนเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ที่ส่งผลกระทบถึงความเชื่อดั้งเดิม ประเพณี ฯลฯ แต่ก็มิอาจต้านกระแสทุนนิยมที่ไหลบ่าท่วมโลกได้

ตอนนี้ นโยบายลูกคนเดียว กำลังนำกลับมาพิจารณาใหม่ เพราะในที่สุดก็เจอความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า ทำให้จำนวนประชากรชาย และหญิง เสียสมดุลอย่างผิดปกติ ด้วยเรื่องน่าเศร้าและโหดร้ายที่ว่า ทารกหญิงจำนวนไม่น้อยถูกกำจัดทิ้งไป   Lips are sealed

ส่วนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งในจีน และในอีกหลายประเทศทั่วโลกก็ถูกมอมเมาด้วยค่านิยมที่มองกันแค่เปลือก ตกเป็นเหยื่อของความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ใช่เป็นความผิดของเด็กเท่านั้นจริง ๆ หรือ หรือเป็นเพราะคนรุ่นพ่อรุ่นแม่จำนวนหนึ่ง (ที่ก็ตกเป็นทาสของความโลภจากทุนนิยมเช่นกัน) สร้างความร่ำรวยจากการทำมาหากินกับเด็ก ? หรือไม่ก็เลี้ยงลูกจนเสียคนเพราะถูกปรนเปรอด้วยวัตถุและเงินที่มากเกินไป ?

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
democrazy
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #23 เมื่อ: 05-03-2008, 00:14 »

กระบวนการจู่โจมแบบใต้ดิน เริ่มทำงานมาหลายปีแล้วครับ ทั้งข่าวจริง ข่าวลือ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว

ถูกกระจายอย่างเงียบๆ เพื่อลดความศรัทธาในหมู่ชนชั้นต่างๆ จุดแตกหักอยู่อีกไม่ไกลนักหรอกครับ

แต่ที่ผมกลัวจริงๆ คือการสมยอมกันเพื่อผสานประโยชน์ ถ้าบทสรุปเป็นแบบนี้ บ้านเมืองเราคงอยู่ยาก
บันทึกการเข้า
kasemsakk
สมาชิกสามัญขั้นที่ 2
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 68


รักชาติ ป้องกษัตริย์ แต่อนาคตของชาติละ...


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 05-03-2008, 03:13 »

อืมม...

ในฐานะที่ผมยังเป็นนักเรียนนะครับ (ม.4)

ผมก็คิดแบบพี่ๆ หลายท่านเลยคือ ผมเป็นห่วงอนาคตต่อไปจริงๆ ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร

ผมเคยลองถามเพื่อนดูว่า "แกรักในหลวงหรือเปล่า" เพื่อนมันก็ตอบว่า รัก "รักในหลวง แล้วรักสถาบันหรือเปล่า" เพื่อนมันบอก ไม่รู้...

แล้วตอนนี้ ลายเซ็นด้านล่าง ที่ผมเกลียดพวกแอ๊บแบ๊ว ก็เพราะอย่างนี้ละครับ วันๆ คิดแต่เรื่องอะไรไม่รู้ เรื่องบ้านเมืองไม่สน กูดูช่อง 3 ช่อง 7 ต่อไป

แล้วพวกนี้ เห็นอ่านหนังสืออะไรบ้างละครับ I-Like เอย I-Spy เอย Cawaii เอย ไม่ก็หนังสือบันเทิงดารา (อ่านหนังสือพิมพ์นะหรือ หน้าบันเทิง อันนี้พี่ผมเอง) หรือแนะนำไปดู Hi5 ได้ เยอะแยะ

เห็นแล้วอนาถแทนครับ ไม่อยากจะนึกถึงอนาคตจริงๆ เมื่อวันนั้นมาถึง...
บันทึกการเข้า



อยากบอกให้โลกรู้ ว่ากรูเกลียดพวกแรด พวกแอ๊บแบ๊ว จัดฟัน และไอ้เหลี่ยม
http://www.oknation.net/blog/kasemsakk เข้าไปดูด้วยเน้อ
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 05-03-2008, 03:50 »

สายใยไทยทั้งเมือง


วันอังคาร ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2551
ระบอบทักษิณ จัดตั้ง สภาเปรสิเดียมอันมีทักษิณเป็นประธานเรียบร้อยแล้ว
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 160 , 01:22:05 น. 
 

สภาพของสังคมการเมืองในปัจจุบัน หลังการปฏิวัติและรัฐบาลขิงแก่หมดหน้าที่

ผมอยากมองดังนี้ครับ

"ระบอบทักษิณ" คือ "จอมปลวก" ที่โดนทำลายไปบางส่วน

แต่ตัวปลวกเล็กๆ ยังคงมีชีวิตและใช้ชีวิตอยู่ในโพรงนั้น

ตอนนี้ หลังการเลือกตั้งบรรดาปลวกงานทั้งหลาย ก็เข้ามาสร้างบ้านใหม่ ขนดินขึ้นมาทำค่ายคูประตูหอรบกันแล้ว

คงทำลายยากยิ่ง...เพราะมันมีคนหาประโยชน์ ได้ประโยชน์จากระบอบทักษิณกันเยอะ

หากผมจะบอกว่า "ระบอบทักษิณ" ได้สถาปนา "ระบอบทักษิณอันมีทักษิณเป็นประมุข" ผ่าน "สภาเปรสิเดียม" ขึ้นเรียบร้อยแล้ว

นั่นคือ "ทักษิณ" เป็นประธานพรรค มี "111 สัมภเวษิณ" เป็น "สมาชิกสภาเปรสิเดียม"

มี เลขาพรรคคือ หมอเลี๊ยบ แล้วก็ตั้งรัฐบาลหุ่น "หมักเมถุน" ขึ้นมาบริหาร ตามคำบัญชาของ ท่านประธานพรรคทักษิณ
เจ้าหน้าที่บริหารงานทุกระดับ ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาเปรสิเดียม และ การอนุมัติ ของท่านประธานประเทศทักษิณ

ภาพจำลองมองไปที่ตำแหน่ง ประธานพรรค ของพรรคคอมมูนุสต์จีน หรือ คอมมูนิสต์เกาหลีเหนือ ก็ได้ครับ

ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่

ถ้าหากมีการนิรโทษกรรมเกิดขึ้น เราอาจเห็นผู้นำประเทศต่างๆ เข้าเยี่ยมคารวะ ท่านประธานทักษิณก็ได้ ใครจะรู้

แคน ไทเมือง
 
สายใยไทยทั้งเมือง

Permalink : http://www.oknation.net/blog/canthai
http://www.oknation.net/blog/canthai/2008/02/12/entry-1


บันทึกการเข้า

h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #26 เมื่อ: 05-03-2008, 08:12 »

เป็นกระทู้ที่มีเนื้อหาน่าสนใจครับ

ผมมีประเด็นที่อยากออกความคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้..

ประการแรก..

คดีความของทักษิณ

ผมเชื่อว่า ท้ายของท้ายที่สุด หากปล่อยให้ขบวนการยุติธรรมดำเนินไปภายใต้การครองอำนาจของ พปช. แล้ว คุณทักษิณจะหลุดจากคดีอาญาทั้งหมด  แต่จะสะดุดคดีแพ่งที่ทำให้ต้องเสียทรัพย์จำนวนหนึ่ง ไม่น่าจะเกิน 1000 ล้านบาท  ซึ่งคุณทักษิณจะยอม เพราะถือว่า "ฟาดซวย" ไป  เพื่อซื้อศักดิ์ศรีและอนาคตของตระกูลให้ดำรงอยู่ต่อไป

และเพื่อตบแต่ง "สภาพศพ" ของ คมช. ไม่ให้ดูเน่าเฟะมากนัก  ถือว่า..ทำเพื่อให้ทั้งคณะยังมองหน้าสังคมได้บ้างไม่ถึงกับต้องใส่ปี๊บเดินตลอดเวลา

การที่จะให้ได้ทางออกเช่นนั้น แน่นอนว่า คุณทักษิณจะต้อง "จ่าย" ค่านำทางตลอดเวลาที่คดีและสำนวนเดินทางไปสู่ศาล  ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องควักเป็นเงินสดทั้งหมด แต่สามารถจ่ายเป็น "ตำแหน่ง" ให้กับผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือในเรื่องคดีความให้ได้กันถ้วนหน้า  ด้วยระบบ "แกมบังคับ"  ใครไม่ร่วมมือ "เอ็งเด้ง"

เห็นด้วยว่าหลุดครับ แต่ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง เพราะหากอาญาหลุด ไม่มีมูลส่วนใดที่จะทำให้การพิจารณาคดีในทางแพ่งต้องรับผิดชอบ

สถาบันตุลาการ นั้นจำต้องพิเคราะห์พยานหลักบานตามกฏหมายและเขียนให้ชัดเจนในคำพิพากษา ดังนั้น การจะพลิกคดีจะทำได้ลำบากหากพยานหลักฐานแน่น    ผมคาดว่าหลุดจากพยานหลักฐานที่ฝ่ายนำเสนอทำและนำเสนอต่อศาลมากกว่า เช่นนี้ ตุลาการจะทำงานง่ายขึ้นและไม่เกิดปัญหาให้กับมวลชนปัญญาชนที่จะกังขาสถาบันตุลาการ อันอาจเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรง

ประการที่สอง
เรื่องการคืนสถานะทางการเมือง

อีกไม่เกิน 4 ปี หรือ ประมาณนี้ ได้พบกับเขาแน่นอนครับ  "ทักษิณ ชินวัตร" ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองหรือประธานที่ปรึกษาแล้วแต่เขาอยากจะป็น  แต่จะเป็นนายกหรือไม่ ไม่แน่ใจครับ  อาจใช้วิธีชักหุ่นไปเรื่อยๆ ก็ได้  เพราะไม่เจ็บตัว สามารถเปลี่ยนหุ่นเชิดได้เรื่อยๆ  ไม่รู้เบื่อ

ส่วนเหตุผลก็จะอ้างว่า มีชาวอีสานและชาวเหนือจำนวนหนึ่งออกมาชูป้ายเรียกร้องให้กลับมา ในเมื่อเป็นคนไทยก็อดที่จะสนองคุณแผ่นดินไม่ได้  ..ประมาณนี้

การคืนสถานะทางการเมือง อาจใช้เวลามากกว่านั้น
ผมมองข้ามไปถึงว่า หากคนคนนี้จะกลับมาสู่สถานะทางการเมือง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเล็กเกินไปสำหรับเขาแล้วครับ ดังนั้น หากระบอบและระบบยังจัดไม่ตรงตามแผน เขาจะยังไม่กลับเข้ามาเป็นเป้า

ประการที่สาม
เรื่องโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์

ผมว่า พวกเขาหยั่งกำลังกันอยู่ตลอดเวลาทั้งสองฝ่ายว่า ตอนนี้ใครมีพลังมากกว่ากัน  หือได้หรือหือไม่ได้  ถ้ายังหือไม่ได้ก็ไม่เสี่ยงที่จะเจ็บตัวครับ เพราะอาจสิ้นชีวิตได้โดยไม่มีการสั่งลา

แต่ในส่วนลึกๆ ของคณะทำงาน ผมเชื่อว่า พวกเขาคิดไปถึงการครอบครองประเทศนี้อย่างแน่นอนโดยให้สถาบันเป็นเพียงสัญลักษณ์ ไม่มีอำนาจในการลงตราประทับในกฎหมายใดๆ

คณะทำงานได้ประเมินแล้วว่า ศรัทธาของประชาชนในเวลานี้อยู่ที่องค์พระประมุขมากกว่าความเป็นสถาบัน  สิ้นองค์ประมุขแล้ว  ระดับความเคารพ ศรัทธา ในประมุของค์ใหม่ "ย่อมไม่เหมือนเดิม"

จะมีการใส่ร้าย ป้ายสี และยกเอาเรื่องไม่ดีไม่งามออกมาเผยแพร่ในระบบ "กระมิดกระเมี้ยน" อย่างที่ทำกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรกับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม และโยนหินถามทางกับประชาชนส่วนหนึ่งไปแล้ว

ขณะเดียวกันก็จะมีภาพอันงดงาม อบอุ่น และใจดีของเศรษฐีใจดีเข้ามาแทนที่ และครอบคลุมทุกสื่อสารมวลชนด้วยระบบยัดเยียดให้ออกอากาศ (ดังจะเห็นได้ว่า ขณะนี้มีการกรุยทางในเรื่องของทีวี เคเบิลทีวี และคนไอทีวีกันขนานใหญ่ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเร่งร้อนอะไรที่รัฐบาลต้องใส่ใจในยามนี้)

คนคั่วถั่วจะรู้เองครับว่า ถั่วในกะทะสุกได้ที่หรือยัง ถ้ายังไม่ถึงเวลา เขาก็ลดระดับไฟให้อ่อนๆ เอาไว้ แต่คงไม่ปล่อยให้ไหม้เกรียมหรอกครับ

และผมเชื่อว่า..
ถ้าคณะทำงานของเขาตัดสินใจโค่นจริง แผ่นดินนี้จะนองเลือดแน่นอนครับ  เพราะแม้แต่ทหารก็ยังถูกแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย

บางส่วนผมไม่ค่อยเห็นด้วยครับ ขออนุญาตแย้งนะครับ
เพราะหากสิ้น.................ไปแล้ว    แต่ "คนใน" รู้เห็นเป็นใจ ไม่มีนองเลือดครับ

ประเด็นสุดท้าย
อนาคตรัฐบาลหุ่นเชิดชุดนี้

เงินสั่งผีให้โม่แป้งได้ฉันใด  สื่อสีแดง เหลือง ดำ รวมทั้งกลุ่มต่อต้านทั้งหลาย แม้ไม่หัก ก็จะมีวันงอครับ

โดยคุณทักษิณตัดใจแล้วว่า หากจะต้องแลกด้วยเงินสัก "20000" ล้านบาท ก็จะยอม เพราะถือว่า เป็นเงินที่ถูกยึดไปแล้วแต่ได้คืนมาก็เอามาหว่านจ่าย  ไม่เสียดายมากนัก  (เพราะได้คืนมากว่า 40,000ล้านจากการอายัด)

รัฐบาลหุ่นเชิดจะยังคงอยู่ต่อไปครับ  อาจจะอายุยืนกว่านายสมัครเสียอีก  เพราะมีตัวตายตัวแทน  ตราบใดที่เงินยังทำงานได้  แม้ยุบสภา  ลาออก พวกนี้ก็จะกลับมาครองบ้านครองเมืองใหม่ครับ  

ประเทศเรามีคนดีที่มีความกล้าน้อยเกินไปจริงๆ
ไอ้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากน้อยแล้วยังมีอีโก้สูง  ยามมีเวลา มีอำนาจวาสนา มีโอกาสในการเปลี่ยนแปลงสังคมในทางที่ดีขึ้น

เสือกหันมาทะเลาะกันเอง ........เฮ้อ

ทำไมเราต้องมองหาผู้อื่นมาช่วยทั้งที่เราก็มีพลังกันทุกคน เพียงแต่พลังของเรานั้นควรจะรวบรวมให้มันเป็นก้อน เป็นมวลให้มากกว่าที่เป็นอยู่ครับ
มดอยู่เดี่ยวๆ ก็โดนขยี้ตาย  แต่อยู่รวมทั้งรัง ช้างยังหนีนะคุณบอนนี่

การรวมตัวไม่ยาก แต่ความกล้าที่จะคิดจะทำ ยากกว่า อันนี้ผมเห็นด้วย

แต่ประชาชนอย่างเราๆยังไม่ได้รวมตัวกันอย่างจริงจัง
อย่าเพิ่งท้อไปสิครับ

สู้เสียก่อนให้เต็มที่ แล้วค่อยว่ากัน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-03-2008, 08:15 โดย h_e_a_t » บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #27 เมื่อ: 05-03-2008, 08:30 »

*  เข้าใจ  และ   รับทราบ   .........  มาตลอด ค่ะ

    ปัญหา  ของ  ดิฉัน  ....  คือ   ไม่ใช่ไม่รู้   ???

    เพียงแต่ ...  บ่อยครั้งที่มานั่งถามตัวเอง  คือ  .........  วันหนึ่งถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา

    กรู   จะทนอยู่กะสิ่งที่ตัวเอง   เกลียด   ยังไง  ??   แบบไหน  ???

    หรือว่าเราควรจะมี      หลายเซลล์     หลายสปีชีส์    ดี  ค่ะ  ...  ขำ ๆ

    ใครมีคำแนะนำบ้างมั๊ยหล่ะ .....  ???


บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 05-03-2008, 10:36 »

ผมว่าตลกดี Smile

แต่ก่อนเรากลัว(ถูกทำให้กลัว)เสมอมาว่า สังคมนิยมคอมมิวนิสต์จะทำลายสถาบัน

มาตอนนี้กลายเป็นว่า ทุนนิยมประชาธิปไตย

กำลังทำลายทั้งสถาบัน ทำลายทั้งจารีตวัฒนธรรม

และกำลังทำลายทั้งจิตใจของคน(superego)


มันเป็นกลไก(พลวัต)ของทุนนิยมสามานย์ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ขึ้นครับ

เราแทบจะไปทำอะไรมันไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไป เปรียบเสมือนเป็นกับดัก

คุณหนีไปไหนก็ไม่ได้ อยู่กับว่าคุณจะปรับตัวปรับใจเข้ากับมันได้อย่างไร...


Cool
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: 05-03-2008, 10:54 »

ผมไม่ค่อยห่วงเรื่องสถาบันฯ เพราะเค้ามีแนวป้องกันไว้ยาวนาน

ผมมองว่า ในที่สุด ทักษิณต้องพลาดซักคดี ที่ศาลช่วยยังไงก็ไม่รอด

และนั่นจะเป็นตราบาปที่ห้ามลงสู่สนามการเมือง หรือการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

มันมีข้อห้ามหรือคุณสมบัติที่ไม่พึงประสงค์กำกับอยู่ในรัฐธรรมนูญ

หากทักษิณรอดไปได้ ก็คงได้แค่ชักใยอยู่แบบนี้

และยังเชื่ออีกว่า คนแบบนี้ไม่ตายดี ไม่ได้แช่งนะ มันเป็น"ครุกรรม"

ยังต้องชดใช้อีกเยอะ
บันทึกการเข้า

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 05-03-2008, 11:26 »

*  เข้าใจ  และ   รับทราบ   .........  มาตลอด ค่ะ

    ปัญหา  ของ  ดิฉัน  ....  คือ   ไม่ใช่ไม่รู้   ???

    เพียงแต่ ...  บ่อยครั้งที่มานั่งถามตัวเอง  คือ  .........  วันหนึ่งถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา

    กรู   จะทนอยู่กะสิ่งที่ตัวเอง   เกลียด   ยังไง  ??   แบบไหน  ???

    หรือว่าเราควรจะมี      หลายเซลล์     หลายสปีชีส์    ดี  ค่ะ  ...  ขำ ๆ

    ใครมีคำแนะนำบ้างมั๊ยหล่ะ .....  ???






ให้คิด ไว้ว่า  บางทีเงินมันก็อาจะจ้างผีมาโม่แป้งได้  แต่อย่างไรเงินก็ไปแก้กฏแห่งกรรมไม่ได้...

และอะไรจะเกิด  มันก็ต้องเกิด


ฉะนั้นอย่ากลัวกะสิ่งที่ันจะเกิด เพราะการเปลี่ยนเเปลงมันคือวัฏจักรของโลกใบนี้..มันคือวัฏจักรของโลกใบนี้.. 
 

 ปล.


บางครั้งผมก็คิดว่า  ไอ้คำพูดแบบนี้ มันโคตรจะน้ำเน่าเลยซิว่ะ  แต่ผมก็คิดว่า ถึงมันจะน้ำเน่าขนาดไหน แต่ผมก็ว่ามันเอามาใช้ในชีวิตจริงได้ครับ...   

เพราะชีวิตคนเรานั้น  มันมิได้สำเร็จรูปเหมือนมาม่า (ฮา... )


ฉะนั้นเครียดมากไปมันก็ไม่ได้อะไร.. แต่เราควรจะนิ่งๆเข้าไว้เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาจะดีกว่า 



ปล.๒

กะไอ้ที่ว่าๆมาเนี๊ย..ที่ดันเอามาบอกคนอื่นๆเขาเนี๊ยยยย 

ก็มิใช่ว่าตนเองก็จะกระทำได้ทั้งหมดอะไรหรอกนะ    แต่ก็คิดว่า ถ้าใครทำได้ มันก็น่าจะดี เเละตนเองก็พยายามจะกระทำอยู่..

ก็เเค่นั้นแหละ....

 
บันทึกการเข้า
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #31 เมื่อ: 05-03-2008, 15:19 »

อืมม...

ในฐานะที่ผมยังเป็นนักเรียนนะครับ (ม.4)

ผมก็คิดแบบพี่ๆ หลายท่านเลยคือ ผมเป็นห่วงอนาคตต่อไปจริงๆ ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร

ผมเคยลองถามเพื่อนดูว่า "แกรักในหลวงหรือเปล่า" เพื่อนมันก็ตอบว่า รัก "รักในหลวง แล้วรักสถาบันหรือเปล่า" เพื่อนมันบอก ไม่รู้...

แล้วตอนนี้ ลายเซ็นด้านล่าง ที่ผมเกลียดพวกแอ๊บแบ๊ว ก็เพราะอย่างนี้ละครับ วันๆ คิดแต่เรื่องอะไรไม่รู้ เรื่องบ้านเมืองไม่สน กูดูช่อง 3 ช่อง 7 ต่อไป

แล้วพวกนี้ เห็นอ่านหนังสืออะไรบ้างละครับ I-Like เอย I-Spy เอย Cawaii เอย ไม่ก็หนังสือบันเทิงดารา (อ่านหนังสือพิมพ์นะหรือ หน้าบันเทิง อันนี้พี่ผมเอง) หรือแนะนำไปดู Hi5 ได้ เยอะแยะ

เห็นแล้วอนาถแทนครับ ไม่อยากจะนึกถึงอนาคตจริงๆ เมื่อวันนั้นมาถึง...

ดีใจที่มีคนรุ่นใหม่ๆ อย่างคุณ kasemsakk สนใจเรื่องอนาคตบ้านเมือง
ความจริงทุกยุคทุกสมัย ก็มีคนเพียงส่วนเดียวที่สนใจการเมืองนะครับ
แต่จะสนใจวงการบันเทิง กับกีฬามากกว่า เป็นแบบนี้มาตลอด

เพิ่งจะมีหลังการเคลื่อนไหวไล่ทักษิณ ที่สื่อให้ความสนใจการเมือง
มากกว่าเรื่องบันเทิง สัดส่วนข่าวการเมืองในพื้นที่สื่อสูงขึ้นอย่างมาก

แต่น่าเสียดายที่นักข่าวมักไปเล่นข่าวตามกระแสที่นักการเมืองปล่อย
กลายเป็นเครื่องมือของเขาไป (หรือไม่ก็กลายเป็นพวกเดียวกัน Mr. Green)


...

ปัญหาของประเทศไทยคือชาวบ้านคิดไปว่าปัญหาของประเทศ
เป็นหน้าที่ของนักการเมือง ก็เลยไม่สนใจศึกษาคิดหาทางแก้ไข
ไม่สนใจมีส่วนร่วมอื่นๆ นอกจากไปกาลงคะแนน 4 วินาที

..แล้วหวังไปว่านักการเมืองจะช่วยแก้ปัญหาสารพัดให้..
ระบบตัวแทนล้มเหลวเพราะผู้มอบอำนาจด้อยกว่าผู้รับมอบอำนาจ

พอนักการเมืองพูดอะไรก็เชื่อตามไปหมด พอเขาทำโครงการอะไร
เอามาลงให้ก็เห็นว่าเขามีบุญมีคุณ พอบวกกับ การประชาสัมพันธ์
บวกแผนการตลาดของกลุ่มการเมือง เลยได้ "แม้วเทวดา" ขึ้นมา

ซึ่งในมุมมองของคนชั้นกลางในเมืองไม่ได้ปลื้มตามชาวบ้านด้วย
เพราะระดับความเจริญในเขตเมือง หลุดจากระบบอุปถัมภ์ที่เป็น
พื้นฐานของเครือข่ายหัวคะแนนไปแล้ว คนชั้นกลางไม่ได้มอง
นักการเมืองแบบหวังพึ่งพาเหมือนกับชาวบ้าน

ที่บ้านเมืองแตกแยกถึงขนาดต้องกังวลกันอยู่ตอนนี้ถึงที่สุดแล้ว
ผมมองว่ารากฐานปัญหามาจาก ความแตกต่างในทุกๆ ด้าน
ระหว่างเขตเมือง กับเขตชนบท เกิดเป็นช่องโหว่ให้นักการเมือง
นำชาวบ้านที่หวังพึ่งนักการเมือง มาเป็นฐานมวลชนของตัวเอง

โดยอาศัยข้อได้เปรียบด้านจำนวนคนจน ที่มีมากกว่าคนรวย
ทำให้สามารถชนะการเลือกตั้ง เข้ามาครองอำนาจ แทรกแซง
กระบวนการยุติธรรมที่พวกตัวเองทำทุจริตเอาไว้

ผมคิดว่าตอนนี้คนชั้นกลางต่างหากที่กำลังเผชิญวิกฤตการเมือง
ไม่ใช่ระบบการปกครองกำลังเผชิญวิกฤต เพราะพวกเรากำลัง
มีปัญหาไม่สามารถจัดการกับนักการเมืองทุจริตได้


ที่่พวกเราหลายคนรู้สึกเซ็ง อึดอัด คับข้องใจ ก็เพราะปัญหานี้

...

สำหรับเรื่องเพื่อนของคุณ kasemsakk ไม่ทราบเขาคิดยังไง
กับอดีตนายกฯทักษิณ ผมคิดว่าถ้าประชาชนได้รับทราบข่าว
และแน่ใจว่าทักษิณมีแผนคิดร้ายต่อสถาบันฯ เพื่อครองอำนาจ
ก็คงไม่มีใครเอาด้วย และจะมีจำนวนหนึ่งที่คิดรุนแรงกว่านั้น

ผมอยากให้พวกเราที่รับรู้รับทราบข่าวการเคลื่อนไหวคิดร้ายฯ
เมื่อพบเจอคนมีทัศนคติไม่ดีต่อสถาบันฯ ก็ช่วยกันบอกให้เขา
รับรู้ว่ากระแสข่าวที่เขาได้รู้ได้เห็นทั้งหลายมีที่มาอย่างไร

...
สุดท้าย.. ผมแวะไปดูบล็อกคุณที่ oknation แล้วนะครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-03-2008, 15:27 โดย jerasak » บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
mebeam
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634


Fear can hold you prisoner. Hope can set you Free.


« ตอบ #32 เมื่อ: 05-03-2008, 21:46 »

คิดกันมากไปหรือเปล่า   

ทำไมไปให้ความสำคัญคุณทักษิณถึงขนาดนั้นกัน

คนเหนือคนอีสาน ที่รักคุณทักษิณ แต่ถ้ามีเรื่องกับราชวงศ์ หรือ
เชื้อพระวงศ์ ทรง บอกว่ามีปัญหากับ คุณทักษิณ คุณทักษิณจะเหลือ
อะไรมาสู้   ถ้าพระเจ้าอยู่หัวอึดอัดกับคุณทักษิณ ท่านเอ่ยปากในที่ประชุม คุณทักษิณก็จบ ....

เรื่องนี้ อีก20 ปีค่อยมาคุยกันไหม่  10ปีนี้ไม่มีอะไรหรอก 
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 06-03-2008, 01:30 »

ปมปัญหาในขณะนี้ มันวนกลับมาที่เดิม คือเรื่อง นิรโทษกรรม กับ แก้ไขรัฐธรรมนูญ

ถ้ามองคนกุมสภาพในองค์กรอิสระ ผมคิดว่ายังพอเชื่อถือได้

ที่อยากให้มอง กลับเป็นเรื่องคัดสรรตัว ตุลาการรัฐธรรมนูญ ใน 150 วัน

หากเค้าสามารถยึดกุมวุฒิสภาได้ ก็น่าห่วง

ถึงกระนั้น รัฐธรรมนูญใหม่ ก็ให้ความสบายใจไว้ชั้นหนึ่งว่า

กรรมการสรรหา มาจากฝ่ายศาลฎีกา น่าจะเชื่อใจได้ในระดับหนึ่ง

ที่พึ่งที่หวัง คงยังอยู่ที่พลังของอำนาจตุลาการ

นอกจากนั้น การถอดถอนนักการเมือง ทำได้ง่ายขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-03-2008, 01:38 โดย CanCan » บันทึกการเข้า

คาคาชิ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 521


ที่นี่เหมือนโลกที่โดนมนุษย์ต่างดาวบุกหาตรรกะไม่เจอ


« ตอบ #34 เมื่อ: 06-03-2008, 04:43 »

พอดีดันไปอ่านเว็บหมอนิด เจอนี่เข้า

1.  ยงยุทธ จะหลุด กลับมาเป็นทั่นประธานต่อ
2.  พรรคประชาธิปัตย์ จะกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านถาวร
3.  111 คน จะกลับมาผงาดอีกไม่นาน

เซ็ง ไม่รู้ว่าจะเชื่อได้แค่ไหน แต่ดูแนวโน้มแล้ว มันก็ใกล้เคียงแฮะ

ว่าแต่ว่า พวกเราจะสามัคคีกันอีท่าไหนดีละเนี่ย
บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 06-03-2008, 05:32 »

หมอดู คู่หมอเดา

อาจถูกอาจผิด

อย่าไปกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ถ้าศาลตัดสิน ก็ต้องยอมรับ

ส่วน 111 คนนั่นน่าจะยังอีกยาวใกล

แตะเมื่อไหร่ร้อนเป็นไฟทันที
บันทึกการเข้า

An.mkII
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,984


Out of kontrol....!!!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: 06-03-2008, 12:18 »

พอดีดันไปอ่านเว็บหมอนิด เจอนี่เข้า

1.  ยงยุทธ จะหลุด กลับมาเป็นทั่นประธานต่อ
2.  พรรคประชาธิปัตย์ จะกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านถาวร
3.  111 คน จะกลับมาผงาดอีกไม่นาน

เซ็ง ไม่รู้ว่าจะเชื่อได้แค่ไหน แต่ดูแนวโน้มแล้ว มันก็ใกล้เคียงแฮะ

ว่าแต่ว่า พวกเราจะสามัคคีกันอีท่าไหนดีละเนี่ย

เอ๋...!!!!???


ไม่ทราบว่า หมดนิด นี้ไม่ทราบว่านิดไหนครับ... 

ใช้นิดเดียวที่บอกหลังจากการัฐประหารที่จะที่มีนายกคนต่อไปชื่ออภิสิทธิ์รึไม่ครับ..


แต่พอกระเเสการเมืองเปลี่ยน นิดคนนี้ก็บอกว่า อภิสิทธิ์ อาาจะเเห้วตำเเหน่งนายกเล้วก็ได้.  ใช่รึไม่ครับ.5555 


ปล.

เมื่อเช้าผมเข้าเวปมติชน แล้วผมชอบข่าวเนี๊ยยเเหละครับ..




     'จ่ามี' จำเลยคดีฆ่าแม่ส.ส. 'คมคาย' แน่นหน้าอก-หมดสติ ถูกส่งไปรพ.ตำรวจแล้ว
 

 
  วันที่ 05 มีนาคม 2551 เวลา 14:38:50 น.    

 
นายสิทธิพร ขำอาจ หรือ 'จ่ามี' จำเลยคดีฆ่าแม่ส.ส.ปชป. 'คมคาย พลบุตร' มีอาการแน่นหน้าอกและหมดสติ ก่อนถูกนำตัวไปรักษาที่รพ.ตำรวจ ด้านเจ้าหน้าที่ราชทันฑ์เฝ้าดูใกล้ชิด เหตุเป็นนักโทษประหาร

นายวันชัย รุจนวงศ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่านายสิทธิพร ขำอาจ หรือ 'จ่ามี' อดีตส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์


ซึ่งเป็นจำเลยที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต จากคดีฆาตกรรมนางปัทมา เฟื่องประยูร มารดานางคมคาย พลบุตร อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์


ได้ถูกส่งตัวจากเรือนจำกลางเขาบินไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากจ่ามีมีอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง และหมดสติ


โดยแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น แต่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง จึงต้องส่งตัวจ่ามีไปรักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่า


จ่ามีมีอาการเส้นเลือดหัวใจตีบและน้ำท่วมปอด อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ จ่ามีมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว


 และคาดว่ามีอาการกำเริบเนื่องจากความเครียด โดยคงไม่มีนักโทษรายอื่นๆ ทำร้ายร่างกาย ซึ่งตอนนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปเฝ้าดูอาการจ่ามีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นนักโทษประหาร


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=22338&catid=17


 
บันทึกการเข้า
paper punch
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 672



« ตอบ #37 เมื่อ: 07-03-2008, 16:00 »

อืมม...

ในฐานะที่ผมยังเป็นนักเรียนนะครับ (ม.4)

ผมก็คิดแบบพี่ๆ หลายท่านเลยคือ ผมเป็นห่วงอนาคตต่อไปจริงๆ ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร

ผมเคยลองถามเพื่อนดูว่า "แกรักในหลวงหรือเปล่า" เพื่อนมันก็ตอบว่า รัก "รักในหลวง แล้วรักสถาบันหรือเปล่า" เพื่อนมันบอก ไม่รู้...

แล้วตอนนี้ ลายเซ็นด้านล่าง ที่ผมเกลียดพวกแอ๊บแบ๊ว ก็เพราะอย่างนี้ละครับ วันๆ คิดแต่เรื่องอะไรไม่รู้ เรื่องบ้านเมืองไม่สน กูดูช่อง 3 ช่อง 7 ต่อไป

แล้วพวกนี้ เห็นอ่านหนังสืออะไรบ้างละครับ I-Like เอย I-Spy เอย Cawaii เอย ไม่ก็หนังสือบันเทิงดารา (อ่านหนังสือพิมพ์นะหรือ หน้าบันเทิง อันนี้พี่ผมเอง) หรือแนะนำไปดู Hi5 ได้ เยอะแยะ

เห็นแล้วอนาถแทนครับ ไม่อยากจะนึกถึงอนาคตจริงๆ เมื่อวันนั้นมาถึง...
ยินดีต้อนรับครับ ผมเคยตั้งกระทู้ถามในนี้ว่าเรามีน้องนักเรียน นักศึกษาเป็นสมาชิกบ้างไหม เพราะผมเชื่อมั่นว่า ณ ตอนนี้ ประเทศไทย
 ต้องอาศัยพลังคนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาในการตกผลึกทางความคิด เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศครับ ขอให้น้องkasemsakk
ยึดมั่นในความคิด อุดมการณ์ ต่อไป ประเทศชาติต้องการคนอย่างน้องครับ..
ปล. หนังสือวัยรุ่น หรือ hi5 ที่ว่าแน่ ยังแพ้ camfrogครับ ลองเข้าไปดูซิ แล้วจะรู้ว่าวัยรุ่นไทยเป็นอย่างไร   "สงสารประเทศไทยครับ"
บันทึกการเข้า

LOVE CHANGES EVERYTHING...
ton
สมาชิกสามัญขั้นที่ 3
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 137


« ตอบ #38 เมื่อ: 07-03-2008, 17:35 »

หมดเวลาปชต.แบบไทยๆแล้ว...คนไทยต้องการปชต.แบบสากลมากกว่า หมดยุคทาสในเรือนเบี้ยแล้ว...ปลดแอกด่วน!!

ปลดตัวเองก่อนดีกว่า คร่ำครึโคตรๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
    กระโดดไป: