ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
19-04-2014, 11:29
378,181 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  ชายคาพักใจ  |  โอวยัวะ ป๋องนึง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
โอวยัวะ ป๋องนึง  (อ่าน 3218 ครั้ง)
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« เมื่อ: 16-02-2008, 09:57 »

เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด อ๊าด อ๊าด ปึงปัง กร่อก

ปลดกลอนล๊อก ประตูไม้ พับเข้าหา

ร้านกาแฟ เปิดแล้ว เช้าแล้วนา

อาโกมา ชงกาแฟ ให้กินกัน


โอวยัวะแก้ว โก๋จาน เสียงร้องสั่ง

นั่งก่องนั่ง อ่านสือพิมพ์  รอปูเหลียว

อีกรายมา เป็นเด็กน้อย ร่างปราดเปรียว

เปล่งเสียงเจี๊ยว  โกจ๊า เอาป๋องนึง

............
............
               น้ำร้อนเดือดผุดปุด   จนฝาหลุดเผยไอพุ่ง

           รอเหลียวนะคุงคุง          ล้ามเพิ่งเหลือดเหลียวนี้เอง

               ยกถุงชงกาแฟ          ค่อยจุ่มแหย่ลงในถ้วย

           น้ำร้อนไอพุ่งพวย            ราดลงทั่วกาแฟ

              โอวยัวะสีเข้มข้น          กลิ่นหอมล้นชวนใฝ่ฝัน

           หยิบช้อนอีกหนึ่งคัน         ตวงน้ำตาลใส่ลงไป

               ไล่แล้วรอเหลียวนะ       เหลียวอั๊วจะไปส่งห้าย

            โกร้องบอกทักทาย         ไม่ดูดายรีบจัดการ

...............................................................
...............................................................


      เมื่อก่อน สมัยเด็ก ทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน หน้าที่สำคัญหลักของผมคือ การต้องวิ่งตื๋อ ไปซื้อโอวยัวะ ให้ปู่ และ พ่อ รวมทั้งคนในบ้านอีกหลายชีวิต

กาแฟในสมัยนั้น จะมีร้านที่เราเรียกกันว่า ร้านกาแฟ แต่ไม่ได้ขายกาแฟอย่างเดียว
อาจเรียกได้ว่าเป็นคอนวิเนี่ยนสโตร์ยุคแรกๆก็ไม่ผิด หากไม่นับรวมร้านโชวห่วย

ส่วนใหญ่แล้วคนไทยเชื้อสายจีน หรือชาวจีนอพยพ ก็จะทำการค้าในลักษณะนี้ นับว่าเป็นการค้าที่มีผลการประกอบการดีทีเดียว

สมัยก่อนหากนั่งกินที่ร้าน กาแฟร้อน (ใส่นม) หรือ  กาแฟดำ(ที่เรียกว่าโอวยัวะ--โอว/ดำ....ยั่วะ-ร้อน ภาษาจีนแต้จิ๋ว) ก็จะใช้แก้วใส ขนาดกลางๆรูปทรงเหมือนกรวย ต่างจากแก้วน้ำดื่มปกติ 

กาแฟจะมาพร้อมชาจีน เป็นการเสิร์ฟคู่กัน
บางร้านอาจมีกาน้ำชาร้อนๆอยู่บนโต๊ะ ไว้เติมอีกต่างหาก

สิ่งที่เคียงกัน ก็น่าจะเป็นไข่ลวก ปาท่องโก๋ และ ขนมฝรั่ง

ในยุคแรกๆ ขนมฝรั่งนั้น เป็นก้อนกลมๆเทมุมคางหมู ไม่มีไส้ แต่ต่อมาก็พัฒนาไปมีไส้ต่างๆ

สำหรับผู้ที่มาซื้อกลับบ้าน หรือปัจจุบันคนรุ่นใหม่ๆเรียกว่า take home นั้น  อาโกแกจะใช้กระป๋องนมข้น เปิดฝาแล้วแบบไม่ให้ฝาขาดออกจากกระป๋อง แล้วก็ รูที่อยู่กลางกระป๋องอันเป็นผลมาจากที่เปิดกระป๋องสมัยก่อน ก็เอาเชือกกล้วยหรือเชือกฟาง ร้อยเป็นที่หิ้ว เป็นภาชนะ

แบบส่งถึงบ้านก็มีครับ ( เดี๋ยวนี้เรียก dellivery)ก็ลูกอาโกนั่นแหละ ขี่จักรยานส่งตามบ้านลูกค้าในละแวก พร้อมปาท่องโก๋หรือขนมฝรั่ง


ร้านกาแฟในอดีต ในตอนเช้าจะเป็นที่พบปะกันของคนทุกคนในชุมชุนก็ว่าได้
จะใส่บาตร ตักบาตร ก็จะมารวมตัวกัน วางโต๊ะ ใกล้ๆหน้าร้านกาแฟนั่นแหละ รอพระท่านมาแล้วก็ตักบาตรกัน

เด็กๆนักเรียนก็จะมาซื้อขนมเป็นส่วนใหญ่ ก่อนไปโรงเรียน
บ้างก็แวะมาจับสลาก หวังเอาของเล่น
บ้างก็แวะเวียนมาจ้องของเล่นที่วางขายที่ร้าน เก็บออมเงินได้พอเมื่อไร ก็จะมาซื้อ

พวกผู้ใหญ่ หลายท่านจะมานั่งคุยกันในเรื่องต่างๆ
แน่นอนว่า มีการเมืองด้วยล่ะครับ  (จะเป็นที่มาของสภากาแฟหรือไม่  ..อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน)

หลายคนก็มานั่งอาจหนังสือพิมพ์ เพราะห้องสมุด หายาก และ อัฐก็น้อยไม่อยากซื้อหนังสือพิมพ์อ่านเอง
หนังสือพิมพ์ตามร้านกาแฟ ส่วนใหญ่รับมากกว่า หนึ่งเจ้า

ดังนั้นหากเข้าร้านกาแฟ คุณจะได้อ่านอย่างน้อยๆสองฉบับ ทุ่นอัฐไปโขทีเดียว

หลักๆในอดีตก็น่าจะมี พิมพ์ไทย ไทยรัฐ และเดลินิวส์ (เท่าที่ผมจำได้)


ชุมชนในอดีตของไทย น่าอยู่นะครับ และก็ไม่เชยอย่างที่บางท่านเข้าใจและบอกว่าโลกมีนเจริญขึ้นแล้ว มันต้องพัฒนา
แต่ผมว่า ร้านกาแฟในอดีตไม่เชยเลยครับ

เป็นทั้งที่สังสรรค์พบปะ
เป็นทั้งร้านขายของเบ็ดเตล็ด
มีบริการ เทคโฮม และเดลิเวอรี่
.............เชยตรงไหน?.........ไม่เข้าใจเลยครับ

ตอนเย็นๆ ยิ่งคึกคัก
วันไหนมีบอลไทยถ่ายทอด โอยยยย คนแน่นร้านทีเดียว
วันไหนมีมวย บรรยากาศแบบนี้หาไม่ได้แล้วครับ

เสียง ตี ๆๆๆๆๆ ฮึ่ยยยๆๆๆๆๆ  เอ้อๆๆๆๆ  เชียร์มวยกัน มันแปลกครับ มันให้ความสุข ความรู้สึกไปอีกแบบ มันอบอุ่นครับ บอกตามตรง เหมือนกับ ทุกๆคน มีความสุขร่วมกัน


ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ สำหรับคนวัยเกษียณแบบผม
เพียงแต่วันเวลาดีๆเก่าๆ บางครั้งเราก็อยากให้มันกลับมาอีกเท่านั้นเอง
บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #1 เมื่อ: 16-02-2008, 11:20 »

ในแต่ละยุคสมัย แต่ละยุคของเทคโนโลยีในขณะนั้น จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ได้เชยหรอกค่ะ ทุกอย่างมันมีเสน่ห์ มีความโรแมนติกในตัวของมันเอง เพียงแต่อยากบอกว่า ไม่มีอะไรที่จะคงรูปแบบได้ตลอดไป ต้องเปลี่ยนไปกับเทคโลยี คุณภาพของชีวิตที่เปลี่ยนไป รวมถถึงกิเลสของมนุษย์ที่จะดิ้นตามเทคโนโลยีสมัยใหม่

ตามต่างจังหวัดยังมีอยู่นะค่ะ ร้านกาแฟแบบนี้ และเวลาหนูกลับบ้านก็ไปนั่งจอยสภากาแฟกับคุณปะป๋าบ้าง วันไหนหนูไปคุณปะป๋าของหนูท่านจะเปิดประเด็นการเมืองเลยเพราะรู้ว่าวันนี้มีพวก ซึ่งก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย ฮ่าๆๆๆ ส่วนมากพรรคพวกคุณปะป๋าเขาเป็นพวกลุงแม้ว อะ ชักไปเรื่องการเมืองแระ 

หนูชอบบรรยากาศแบบนี้เหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าโรแมนติกดี มันเหมือนกับว่าเรายังอยู่ในวัยเด็ก (ตอนนี้เป็นสาวแย้ว  ) เวลาตามคุณพ่อมานั่งมันยิ่งตอกย้ำภาพในสมัยเด็กมาก ถึงหลายคนหนูอาจจะไม่ได้เห็นหน้าแล้วก็ตาม รวมถึงเจ้าของร้านคนเก่า แต่มนต์เสน่ห์ บรรยากาศเก่าๆ ก็ยังอยู่มิมีเสื่อมคลายเลยค่ะ 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #2 เมื่อ: 16-02-2008, 12:24 »

ผมเองเป็นคนในยุคหลังซึ่งไม่เคยเห็นบรรยากาศ เช่นนี้เท่าใดนัก(แม้บางทีไปต่างจังหวัดก็พอพบเห็น)

สิ่งเหล่านี้เองเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถพบได้ใน ห้างสรพพสินค้าใหญ่ๆ

ความเป็นกันเองนี้ หรือบริการเช่นนี้ จะจางหายไปในอนาคตอย่างรวดเร็ว

เพราะการรุกคืบเข้ามาของวัฒนธรรมบริโภคนิยม ต้องการความรวดเร็ว

ปัจจุบัน แม้โอเลี้ยง ยังมีแบรน 
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #3 เมื่อ: 16-02-2008, 12:46 »

การอนุรักษ์สิ่งดีๆเก็บไว้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือตกยุคเลยครับ

แต่มันเป็น บันทึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีชีวิตต่างหาก

หลายประเทศครับ ในประเทศที่เจริญแล้วมากๆทางเทคโนโลยี ก็ตาม ก็อนุรักษ์ความเป็นอยู่เดิมๆไว้ เพื่อบอกเล่าและถนอมวัฒนธรรมดีๆแบบมีชีวิตไว้ศึกษาและชื่นชม

มีทุกประเทศแหละครับ และ เป็นจุดขายในการท่องเที่ยวแบบไม่ต้องแสดงละครด้วย


ทุกวันนี้ คนเมือง คนเจริญแล้ว ในยุคเทคโนโลยีล้ำยุคและสังคมบริโภคนิยมสมัยใหม่ กลับโหยหาสิ่งสามัญ หรือ ธรรมชาติ ยามที่ตนเองต้องการ การพักผ่อนอย่างจริงจัง

สำหรับคนที่ทำงานอยู่ตลอดในสังคมเมือง ห้อมล้อมไปด้วยความเจริญสมัยใหม่

หากวันนึงคุณตื่นขึ้นมา ..........ไม่มีเสียงรถ แต่ได้ยินเสียงนกร้อง
ไม่ได้กลิ่นไอเสียหรือกลิ่นขยะ  แต่ได้กลิ่นดินหญ้า อากาศโปร่ง

คุณได้กลิ่นกาแฟ หอมข้ามบ้านมาที่เตียง
มองไปลิบๆ เห็นผู้คนนั่งสนทนากัน และ มีกาแฟ อยู่บนโต๊ะ

บางทีมันอาจจะทำให้คุณสดชื่นมากกว่า การขับรถไปทำงานในช่วงจราจรติดขัด และต้องไปเข้าคิวซื้อกาแฟกินที่สตาร์บั๊ก


**********

ในอดีตกาแฟ นั้นก็มีแบรนด์นะครับ ไม่ใช่ไม่มี แต่ต่างไปจากปัจจุบันเท่านั้นเอง

หลายท่านอาจไม่ทราบว่า กาแฟเม็ดซูซูกิที่แพงทีเดียวนั้น  ในอดีตเป็นกาแฟกระป๋องที่ส่งให้ร้านกาแฟของอาโกมาก่อน


นักการเมืองไทยสมัยก่อน ตอนเช้าก็ไปกินกาแฟกันหลายๆที่  ที่ไม่ใช่รัฐสภา

แถวสามเสน แถวสุโขทัย แถวโอเดียน และ ท่าพระจันทร์


แถวสุโขทัยนั้น พวกนายทหารใหญ่ๆ นิยมไปกินกาแฟ ตบด้วยข้าวแกง


กาแฟเรือจ้างนี่ก็หนึ่งในตำนานเช่นกัน
บ้านใครอยู่ริมคลอง เช้ามาก็จะได้ยินแตรลมบีบ ปู๊ดๆๆๆๆ 




บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #4 เมื่อ: 16-02-2008, 16:03 »

สมัยก่อน ผมก็ลูกค้าร้านกาแฟแบบนี้เหมือนกัน
กินไมโล โอวัลติน กับขนมโก๋บ้าง ปาท่องโก๋บ้าง
บางวันก็กินไข่ลวกสุกๆหน่อยใส่ซอสแม็กกี้
มีร้านหน้าบ้านร้านนึง ขายข้าวด้วยผมชอบสั่งไข่เจียวหมูสับ ทอดกรอบๆ
หมูปรุงรสเล็กน้อย ไข่เจียวกรอบๆ ใส่ซอสพริกศรีราชา กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ

ยังทันสมัยประป๋องนมข้นอยู่
แต่อาศัยว่าที่บ้านอยู่ใกล้กัน
สั่งมากินกับพี่สองแก้ว ได้ชาร้อนมาอีกสองแก้ว
ยกใส่เถาใส่แก้ว4ใบมากินได้เลย กินเสร็จก็ยกกลับไปคืน

สมัยนี้ อด...ครับ
ย้ายบ้านมานานแล้ว จะกินสตาร์บัคก็ไม่ได้บรรยากาศแบบนั้น
ความอบอุ่นเป็นกันเอง รสชาติ มันต่างกันเยอะเลย
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #5 เมื่อ: 16-02-2008, 16:11 »

สมัยนี้ ยังมีใครเคยกิน โอวเลี้ยงยกล้อ บ้าง

โอวเลี้ยงยกล้อ ต่างกับกาแฟเย็น อย่างไร .. บางคนอาจจะคิดว่าเหมือนกัน

...
บันทึกการเข้า
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #6 เมื่อ: 16-02-2008, 16:19 »

โอวยั๊วะ = กาแฟดำร้อน
โอวเลี้ยง = กาแฟดำเย็น (ไปร้านฝรั่งเขาเรียกว่า อเมริกาโน่ร้อน,เย็น)
กาแฟเย็น = กาแฟใส่นม
ยกล้อ = เข้มข้นพิเศษ (ไปร้านฝรั่งเขาเรียกว่า ดับเบิ้ลช็อต)

(ยั๊วะ = ร้อน , เลี้ยง = เย็น)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-02-2008, 16:24 โดย login not found » บันทึกการเข้า
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #7 เมื่อ: 16-02-2008, 16:29 »

สมัยนี้ ยังมีใครเคยกิน โอวเลี้ยงยกล้อ บ้าง

โอวเลี้ยงยกล้อ ต่างกับกาแฟเย็น อย่างไร .. บางคนอาจจะคิดว่าเหมือนกัน

...

55  ปกตินะครับคุณสมชาย โอวเลี้ยง มันคือกาแฟดำ(หวาน)แบบเย็น คือใส่น้ำแข็งทุบ ถ้าไม่ทุบ ไม่หร่อยครับ

ส่วนยกล้อ นั้น หมายถึง ราดด้วยนมสดเยอะๆ มันจะหวานมัน เย็นชื่นทรวง ทะลวงใจไปเลยแหละครับ

นมสดกระป๋อง ที่ผมคุ้นตาน่าจะเป็นตรานกอืนทรีนี่แหละ แล้วก็คาร์เนชั่น  ประมาณนี้

ยิ่งใครสั่งชาเย็น (ชา+นมข้น ชงกัน) แล้วขอยกล้อ ก็ไม่ผิดครับ อร่อยไม่แพ้กันเลย


ร้านกาแฟบางร้าน มีต้มน้ำขมไว้ขายด้วยนะครับ  น้ำขมจริงๆ แบบห่อแล้วต้ม และชงมาดื่ม
ส่วนใหญ่ผู้ใช้แรงงาน บางท่านไม่สบาย ก็มาสั่งดื่ม  แก้วเดียว หายไข้ หายร้อนในกันเลยทีเดียว


ที่ขาดไม่ได้ บางทีร้านกาแฟที่หรูหน่อยจะมีถัง(เรียกถูกหรือเปล่าไม่รู้) ทำด้วยสเตนเลสหรืออะไรไม่ทราบสีเงินๆ แต่นั่นคือ หม้อก๋วยเตี๋ยว ของก๋วยเตี๋ยวแคะ กระดูกหมู ขายด้วย

ก๋วยเตี๋ยวแคะ กระดูกหมูนั้น เหมาะสำหรับนักเรียนอัฐน้อยอย่างผม ยามหิวโหยครับ อาแปะแกให้กระดูกหมูมาแทะชิ้นโต ติดเนื้อเยอะๆ เป็นประจำ
บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #8 เมื่อ: 16-02-2008, 16:33 »

อ่า..ขายหน้าเข้าอย่างจัง

พูดถึงยาขม(น้ำเต้าทองด้วยหรือเปล่าครับ) ก็ชักอยากกินจับเลี้ยง 
บันทึกการเข้า
หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,131


กูรู้มึงต้องอ่าน ฮ่าๆ ขำขำนะจ๊ะ


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 16-02-2008, 16:42 »

อ่า..ขายหน้าเข้าอย่างจัง

พูดถึงยาขม(น้ำเต้าทองด้วยหรือเปล่าครับ) ก็ชักอยากกินจับเลี้ยง 

เอาโอเลี้ยง ไอเภกไปกินก่อนมั้ย 55
บันทึกการเข้า

ขอมอบ เพลงนี้ให้กับพี่น้อง พันธมิตรทุกคนฮะ


http://www.imeem.com/sakujo/music/04_GaHIQ/09_avenged_sevenfold_strength_of_the_worldmp3/

strength of the world
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #10 เมื่อ: 16-02-2008, 16:45 »

อ่า..ขายหน้าเข้าอย่างจัง

พูดถึงยาขม(น้ำเต้าทองด้วยหรือเปล่าครับ) ก็ชักอยากกินจับเลี้ยง 

อิอิ ไม่หรอกครับ ไม่ถึงขนาดนั้น บางทีผมว่าคุณอาจจำผิดมากกว่า

ใช่ครับ ยาขมน้ำเต้าทอง อะไรเลี่ยงเต๊ นี่แหละครับ

จับเลี้ยงก็ใช่ครับ จะมีรวมอยู่ในร้านกาแฟ แถบหลังวัง เยาวราช ข้างเหลิมกรุงเก่า ก็มีครับ  อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จับเลี้ยงนี่ก็ยาขนานเอกเลยครับ


อีกอย่างที่ทำให้ผมเป็นคนไม่วู่วามและรู้จักไตร่ตรองให้รอบคอบก็คือ  "หมากรุกไทย"

ร้านกาแฟที่ไหนๆ จะขาดกระดานหมากรุก หรือหมากฮอส ไม่ได้เลย

บ่ายๆ เช้าๆ เย็นๆ  เห็นมีผู้ใหญ่นั่งโจ้กันประจำ  จิบโอเลี้ยง โอวยัวะ เล่นกัน มีคนดูรายรอบ แต่เซียนข้างกระดานไม่มีเพราะ โดนด่าเปิงไปหลายรายแล้ว

หมากรุกนั้น สอนให้คนรู้จักคิด สอนให้คนรู้จักชนะแล้ว ไม่ฆ่าให้ตาย สอนให้คนรู้จักให้โอกาสคนที่อยู่มุมอับ สอนให้คนรู้จักวางแผนและมองไปข้างหน้า สอนให้คนรู้จักใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอย่างคุ้มค่า สอนให้รู้จักใช้งานเบี้ยทหารเลว
สอนมากมายครับ  แล้วแต่ใครจะฉุกคิดได้


บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
ชัย คุรุ เทวา โอม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,846


สมัครรักแมว แต่ผมรัก Cat


« ตอบ #11 เมื่อ: 16-02-2008, 22:05 »

ออน ล็อก หยุ่น ... สภากาแฟกลางกรุง เก่าแก่ แต่ยังคงมีชีวิตชีวา
Posted by lotslikelove , ผู้อ่าน : 345 , 21:45:53 น.   
 พิมพ์หน้านี้



เชื่อว่าหลายๆท่าน ที่มีอายุสักหน่อย ไม่ได้บอกว่าแก่นะครับ เรียกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควรจะไพเราะกว่า คงได้มีโอกาสลิ้มรสบรรยากาศของร้านกาแฟ เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 70 ปีของร้าน ออน ล็อก หยุ่น ( on lok yun ) โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่อาศัยอยู่ระแวกเขตพระนคร หลายคนคงยังได้แวะเวียนไปย้อนบรรยากาศเก่าๆ สมัยที่เฉลิมกรุงยังเป็นแหล่งรวมขาโจ๋ โก๋หลังวัง



ทางร้านก็มีเจตนาที่จะรักษาสภาพเดิมๆ ของร้านเอาไว้ โต๊ะ เก้าอี้  ชั้นโชว์ เค้าท์เตอร์ ยังคงเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน น่าทึ่งเหมือนกันที่เจ้าของร้านยังคงดูแลให้มีอายุยาวนานได้ขนาดนี้



ฝั่งหนึ่งของร้านเป็นที่วางชั้นโชว์ ผมเคยไปเมื่อก่อนมีของโชว์ พวกของที่ใช้ปรุง ชงในร้าน มากกว่านี้ โต๊ะ เก้าอี้กลมๆ แบบโบราณอย่างนี้ นั่งแล้วได้อารมณ์ เหมาะแก่การตั้งวงสนทนายามเช้า



ตู้โชว์หน้าร้าน วางอยู่ตรงกลาง เคยวางยังไงก็ยังเหมือนเดิม เป็นร้านสมัยใหม่คงเอาออกไปแล้ว



กระป๋องไมโล โบราณ สีเขียวๆ ของมันดูซีดจาง แต่เอากระป๋องใหม่สีสดๆไปแลกยังไงเจ้าของก็คงไม่ยอม



คุณลุงคนหนึ่งนั่งทอดอารมณ์ยามเช้า ดูท่าทางท่านจะครุ่นคิดอะไรอยู่

ดูบรรยากาศภายในร้านกันพอสมควรแล้ว ขออนุญาตพาชิมอาหารในร้านกันนะครับ ส่วนใหญ่แล้วบรรดาคุณลุงที่มาเปิดสภากาแฟกันยามเช้า ได้กาแฟร้อนๆ สักแก้ว ก็ออกอรรถรสกันได้แล้ว แต่ถ้าจะหาอะไรลองท้องสักหน่อย ก็มีอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเบรคฟาสต์ กับ บรรดาเมนูขนมปังให้ลิ้มลองกัน



บังเอิญว่าผมไม่ทานกาแฟ ก็ขอแอ๊บแบ๊วสั่งไมโลเย็น เสิร์ฟพร้อมน้ำชา มาดูดให้คล่องคอก่อนที่เมนูหลักจะตามมา



นั่งอินบรรยากาศสักพัก อาหารเช้าที่ประกอบไปด้วย ไข่ดาวร้อนๆ สองใบทอดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หมูแฮมทอดกำลังพอดี กับไส้กรอกทอดกลิ่นหอม ยั่วน้ำลาย



แต่จะให้อร่อยขึ้นไปอีก ปรุงสักหน่อยคงดี ซอสมะเขือเทศกับซอสพริกจิ้มกับไส้กรอก ส่วนซอสแม๊กกี้ เกลือ พริกไทย สำหรับไข่ดาวร้อนๆ



และแล้วมันก็พร้อม ลงไปผสมกับน้ำย่อยในกระเพาะผม ที่กำลังร้องจ๊อกๆ



ระหว่างเคี้ยวไส้กรอก ก็ควักมือถือขึ้นแอบถ่ายคุณลุงโต๊ะข้างหลัง ที่ผมแอบฟังท่านคุยมาตั้งแต่เข้าร้าน ประเด็นเผ็ดร้อนทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นหลักในสภากาแฟ และส่วนใหญ่ก็จะต้องมีการต่อว่ารัฐบาลเสมอ ( น่าจะเป็นเรื่องปกติทุกยุคทุกสมัย จะมาชมเยินยอกันเดี๋ยวจะเหลิงซะ )



การได้นั่งสนทนากับเพื่อนที่รู้ใจกันยามเช้า ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร การใช้ร้านกาแฟเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นที่ที่สามที่ให้ใช้เวลาในแต่ละวัน ต่อจากบ้านและที่ทำงาน น่าจะทำให้แต่ละวันที่ผ่านไปสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

อยากบอกฮาเวิร์ด ชูลทส์ ซีอีโอของสตาร์บัค สักหน่อยว่า สิ่งที่คุณคิดว่าจะให้สตาร์บัคเป็นสถานที่ที่สามนั้น จริงๆแล้ว คนเอเชียอย่างเราๆ คิดได้ก่อนตั้งนานนมแล้ว ไม่ว่าจะเจียะเต้ หยำฉา ดื่มน้ำชา หรือจิบกาแฟ ตั้งวงสนทนา มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับพวกเราเลย แต่ก็นับถือเค้านะครับ ที่ทำให้รูปแบบที่ว่านี้มันมีราคา ขายกาแฟได้แก้วละร้อยกว่าบาท โดยที่ทุกคนเต็มใจซื้อ ทำไมเราคิดแบบเค้าบ้างไม่ได้นะ

ยังไงคราวหน้าอย่าลืมร้านกาแฟ แบบไทยๆ ดูบ้างนะครับ

ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

 
http://www.oknation.net/blog/lotslikelove/2007/10/05/entry-1
*****************************************

เอามาแปะ จากโอเคเนชั่น ร้านนี้ผมเคยไปกินครับ ชอบบรรยากาศมากกกกกก
บันทึกการเข้า

"...สิ่งที่มนุษย์เราหวงแหนที่สุดก็คือชีวิต และก็เป็นสิ่งที่ให้แก่เขาเพื่อดำรงอยู่ได้แต่เพียงครั้งเดียว เขาจักต้องดำรงชีวิตอยู่เพื่อที่ว่าจะไม่ต้องทรมานใจด้วยความโทมนัสว่าวันเดือนปีที่ผ่านไปนั้นปราศจากจุดหมาย จักต้องไม่มีความรู้สึกอับอายว่าตนมีอดีตอันต่ำต้อยด้อยคุณค่า ชีวิตเช่นนี้ เมื่อตายลงก็สามารถพูดได้ว่าชีวิตของฉัน และพลังกายพลังใจทั้งหมดของฉันได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์ที่ดีงามที่สุดแล้วในโลกนี้ นั่นคือการต่อสู้เพื่อกอบกู้อิสรภาพของมนุษย์..."

คำรำพัน ณ สุสานสหายผู้เสียสละในการต่อสู้ปฏิวัติ จากนวนิยายโซเวียตยอดนิยมเรื่อง เบ้าหลอมวีรชน

(How the Steel Was Tempered)

นิโคไล ออสตร๊อฟสกี้ เขียน ค.ศ.1933


*******************************

เชิญเยี่ยมชมบล็อคครับ
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #12 เมื่อ: 16-02-2008, 22:39 »

นึกถึงยุคก่อนถุงพลาสติกครับ คนขายเค้าจะเอากระป๋องนมข้นหวานที่เปิดโดยใช้ที่เปิดกระป๋องแบบเจาะรูตรงกลางฝากระป๋องแล้วหมุนไปขนเกือบครบรอบ เหลือฝาติดขอบกระป๋องอยู่ 2-3 ซม. แล้วคนขายก็เอาเชือกกล้วยหรือเชือกฟางพลาสติกมามัดเป็นวงคล้องฝากระป๋องจากด้านบนแล้วร้อยเข้าใต้รูขึ้นมาเป็นที่หิ้ว ส่วนมากใช้ชงกาแฟร้อนใส่นมก่อนที่นมหข้นหวานจะหมดกระป๋อง เอาไว้ให้เด็กหิ้วกลับบ้าน

แต่ถ้ากระป๋องจัมโบ้ก็ต้องขนาดกระป๋องอลูมิเนียมใส่นมผงตราหมีครับ ซึ่งมีขนาดเหมาะมือสารพัดประโยชน์จริงๆ ใส่ได้ทั้งกาแฟร้อนเย็นไปยันพวกโจ๊กหือข้าวต้มเลย ส่วนเจ้าของร้านก็เอาไว้ใส่เศษตังค์ทอนได้ด้วย
บันทึกการเข้า
สมชายสายชม
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,048


« ตอบ #13 เมื่อ: 17-02-2008, 12:24 »

milk coffee

http://www.youtube.com/watch?v=z-f_7-2nuTw&feature=related

    
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #14 เมื่อ: 17-02-2008, 12:44 »

เห็นชื่อกระทู้ตอนแรกรู้สึกงง ๆ นึกว่า วัยรุ่นที่ไหนมาแซวอะไรเสียอีกค่ะ 

ไม่เคยทานโอวยัวะเลยค่ะ อ่านกระทู้ไปถึงได้บางอ้อว่า จริงด้วย โอวยัวะ ตรงข้ามกับ โอวเลี้ยง  Mr. Green Very Happy Mr. Green ส่วนโอวเลี้ยงยกล้อก็เพิ่งรู้จักนี่ค่ะ

สมัยเด็ก ๆ กินแต่ "เต่นีเลี้ยง" (ชาเย็น) เท่านั้นค่ะ ต้องขี่จักรยานพร้อมกับแขวนกระติกไว้หน้ารถไปซื้อประจำ ชอบกินกันทั้งบ้าน 

ส่วนกระป๋องนมที่เจาะรูแล้วผูกด้วยเชือกฟางสีต่าง ๆ  ได้เห็นบรรดาเด็ก ๆ ที่รับคำสั่งจากผู้อาวุโสที่เคารพใช้ให้มาซื้อหิ้วกลับบ้านประจำ เป็นภาพที่คุ้นตามาก

แต่ชอบนมกระป๋องตราหมีที่มีขนาดสูงกว่ากระป๋องนมข้นทั่วไป พอทานหมดแล้วก็เอามาใส่โน่นใส่นี่ ถ้าเป็นขนาดใหญ่ จะเป็นกระป๋องของยี่ห้อแอตตาไวท์ และที่ชอบทานอีกอย่างเป็นข้าวบาร์เลย์หรือข้าวโอ๊ต มั้งคะ ที่ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า "แบ๊ะ" ตรานางพยาบาล 

เรื่องเก่าเล่าความหลังทั้งน้านนนน   


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-02-2008, 12:50 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #15 เมื่อ: 17-02-2008, 14:11 »

ครั้งหนึ่ง ผมได้มีโอกาส ขึ้นเหนือ ไปชม ต้นกาแฟ พระราชทานที่ปลูกบนภูเขาให้แก่ ชนกลุ่มน้อยที่เดิมปลูกฝิ่น

ปัจจุบัน ต้นโตแข็งแรงมาก มีผู้นำไปกระจายพันธ์ไว้ตามที่ต่างๆมากมาย
พยายามจะขอไปปลูกที่บ้านแต่ก็ไม่ได้ ไม่ใช่ไม่ให้แต่บอกว่า ที่บ้านผมมันคงปลูกขึ้นยาก


เดี๋ยวนี้ บ้านเราปลูกกาแฟกันมาก และ ก็เป็นพืชเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง น่าภูมิใจและดีใจแทนจริงๆ

*********************************************************************

สมัยเด็กๆ แม่ชอบให้ไปขอ กากกาแฟ มาจากอาแปะ ประจำ

กากกาแฟที่อาแปะชงนั้น แกชงจนเอากากมาแช่น้ำแล้วสีออกเพียงเหลืองๆเท่านั้น เรียกได้ว่า ใช้จนคุ้ม

ผมก็สงสัยว่า แม่จะเอามาทำอะไร แม่เอามาโรยไว้ที่โคนต้นไม้ บอกว่า มันกันเพลี๊ยแป้งได้ จริงเท็จประการใด ผมไม่เคยสืบเสาะ สอบถามผู้รู้  แต่ที่แน่ๆ  ต้นไหนที่โรยไว้โคนต้นไม้ที่บ้าน แปลกแฮะ ไม่มีเพลี๊ยเลยครับ


พ่อผมชอบกินโอวยัวะมาก เรียกได้ว่า เช้าๆวันไหน ก็ตามหากไม่ได้ดื่ม ท่านจะหงุดหงิด คงเป็นเพราะ คาเฟอีน เข้าเส้นแน่ๆ  อิอิ

ตอนเด็ก แอบชิม บ่อยๆเวลาต้องเดินมาซื้อ หรือเวลาที่เขาเอามาส่ง ก็แอบชิม ดูซิว่ามันอร่อยตรงไหน เห็นผู้ใหญ่เขาชอบกินกัน
ทำไมต้องแอบชิม ก็เพราะ ผู้ใหญ่สั่งห้ามว่า เป็นเด็ก ห้ามกินกาแฟ ..แต่ก็แปลก ทีโอวเลี้ยง ผมซื้อกิน กลับไม่มีใครห้าม 555

เด็กๆ กินน้ำข้าวเหยาะเกลือ เป็นอาหารจานด่วนมื้อเช้า ส่วนผู้ใหญ่ก็โอวยัวะ ไม่ก็ โอวัลติน หรือ แล็คโตเย่น(ไม่รู้เดี๋ยวนี้หายไปไหน)

ข้าวแฝ่ คำนี้แหละ มาจากน้ำข้าวล่ะครับ  มันน่าจะเป็นคำเรียกกันแบบเล่นๆ แต่ก็มีคนใช้อยู่ระยะหนึ่ง

ละแวกบ้านผม สมัยก่อน ลูกหลานกินน้ำข้าวกันทั้งนั้น โดยเฉพาะมื้อเช้าก่อนไปโรงเรียน น้ำข้าวใส่เกลือเล็กน้อย ขามใหญ่ๆ ซดเข้าไป ตามด้วยไข่ต้ม 1 ฟอง  อิ่มจนพักเที่ยงทีเดียว


ตอนปู่เสีย..........ขนาดหน้าศพ พ่อยังเอาโอวยัวะ ไปวางไว้ให้เลย
ปู่คงลุกมากินไม่ได้ แต่พอเผลอๆ  เอ๊ะ เหลือแต่แก้ว โอวยัวะหายไป
ถามพ่อ  พ่อบอกว่า   แมวที่วัดคงชอบกินเหมือนกัน

อิอม์ พ่อนะพ่อ  หลอกผมได้

...........

พ่อผมเลิกกาแฟตอนท่านอายุได้ 60 ปี ตอนวันแซยิดพอดี  แม่ดีใจมากๆ เพราะท่านเลิกทั้งบุหรี่ไปด้วย

ผมถามท่านว่า ทำไม คิดไง ถึงเลิกล่ะพ่อ

พ่อบอกว่า ความจริง ก็ไม่อยากเลิกหรอก แต่ถ้ายังดื่มกาแฟ ก็เลิกบุหรี่ไม่ได้  ไหงเป็นงั้นไปก็ไม่ทราบ??

ท่านเล่าให้ฟังว่า กาแฟนั้น หากคนเราดื่มติดต่อกัน 25 ลิตร จะไม่มีวันแก่เลย
ผมก็งง ว่าทำไม?เป็นไปได้ แต่คนเราจะดื่มได้ถึง25 ลิตร เหรอ ร่างกายช๊อค ตายแน่ เหมือนเด็กนายร้อยที่กินน้ำจนตายไป

ท่านหัวเราะแล้วบอกว่า ก็ใช่น่ะสิ ดื่มไป 25 ลิตร น่ะ ไม่แก่จริงๆ เพราะตายห่าซะก่อนไง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-02-2008, 15:34 โดย h_e_a_t » บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
พรรณชมพู
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,073


« ตอบ #16 เมื่อ: 17-02-2008, 19:43 »

เมื่อสมัยเด็กๆ อยากดื่มโอเลี้ยงเป็นที่สุด เพราะมันหอมชื่นใจ แต่ผู้ใหญ่ไม่ยอมให้ได้ลิ้มรส บอกว่า เด็กดื่มไม่ได้ 

เมื่องอแงจะดื่มให้ได้ ก็โดนหลอกว่า คนขายเอาถุงเท้าเก่าๆ มาใส่กาแฟ เห็นไหม มันดำปี๋ และยาน เราก็โง่พอที่จะเชื่อ และยอมดิ่มน้ำแดงเฮลส์บลูบอยแทน 

ทุกวันนี้ เจอกาแฟที่ชงด้วยวิธีโบราณที่ไหน เป็นอดไม่ได้ที่ต้องสั่งโอเลี้ยง และมองถุงเท้าเก่าๆของคนขายนั้นอย่างชื่นชม ถูงเท้าก็ถุงเท้าไม่เป็นไร ศรีทนได้  กาแฟไทยแก้วหนึ่ง ถูกกว่าสตาร์บัคไม่รู้กี่เท่า อร่อยกว่าด้วย 
บันทึกการเข้า
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #17 เมื่อ: 17-02-2008, 21:34 »

นึกถึงยุคก่อนถุงพลาสติกครับ คนขายเค้าจะเอากระป๋องนมข้นหวานที่เปิดโดยใช้ที่เปิดกระป๋องแบบเจาะรูตรงกลางฝากระป๋องแล้วหมุนไปขนเกือบครบรอบ เหลือฝาติดขอบกระป๋องอยู่ 2-3 ซม. แล้วคนขายก็เอาเชือกกล้วยหรือเชือกฟางพลาสติกมามัดเป็นวงคล้องฝากระป๋องจากด้านบนแล้วร้อยเข้าใต้รูขึ้นมาเป็นที่หิ้ว ส่วนมากใช้ชงกาแฟร้อนใส่นมก่อนที่นมหข้นหวานจะหมดกระป๋อง เอาไว้ให้เด็กหิ้วกลับบ้าน

แต่ถ้ากระป๋องจัมโบ้ก็ต้องขนาดกระป๋องอลูมิเนียมใส่นมผงตราหมีครับ ซึ่งมีขนาดเหมาะมือสารพัดประโยชน์จริงๆ ใส่ได้ทั้งกาแฟร้อนเย็นไปยันพวกโจ๊กหือข้าวต้มเลย ส่วนเจ้าของร้านก็เอาไว้ใส่เศษตังค์ทอนได้ด้วย



สมัยเด็กๆ ผมเคยเอากระป๋องนม  ที่ใส่โอวยั๊วะที่ผู้ใหญ่

ดื่มเสร็จ  มาร้อยเชือกให้ยาวหน่อย  ต้องใช่สักสองกระป๋อง

ขึ้นไป  แล้วแอบย่องไปผูกกับเอวหมา  ที่มันนอนอยู่   

แล้วทีนี้ก็ไล่มันให้ลุกไปที่อื่น  พอมันได้ยินเสียงที่ตัวมันลากกระป๋องนม

ทีนึ้แหละคุณเอ๋ย  มันตกใจ  ยิ่งวิ่งมันก็ยิ่งดัง  ฮ่า..ฮ่า  จนกว่าเชือกจะะขาดแหละครับ
 


สงสัยเวรกรรมมันตามมาทัน  เดี๋ยวนี้ถึงได้โดนเจ้านาย

จี้ให้ทำงาน  ทำเสร็จไว นึกว่าจะได้พักผ่อนบ้าง  ที่ไหนได้

เส็รจแล้วเอางานใหม่นี่ไปทำต่อ  ฮือๆ  เวรกรรมนะครับ  ผมคิดว่าอ่ะครับ
 



 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-02-2008, 18:08 โดย เล่าปี๋ » บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #18 เมื่อ: 17-02-2008, 21:49 »



 ลืมไปอีกเรื่องครับ  กระป๋องนมใส่โอวย๊วะที่ใช้แล้ว

ยังเป็นของเล่นของเด็กในสมัยนั้น  ด้วยอีกอย่างนะครับ

พวกเด็กๆจะเอา กระป๋องนมที่ว่า  มาหาของชิ้นไม่ใหญ่นัก

คือว่า ต้องเอาใส่ไว้ในกระป๋อง  ให้มันมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก

แล้วก็หาฆ้อนทุบ มิ้มพับตรงปากกระป๋องให้มันแบน  เสร็จแล้วก็เริ่มมีของเล่นที่

เด็กสมัยก่อนชอบเล่นกัน  คือนำเอากระป๋องมาผลัดกันเข่นที่ก้นกระป๋อง

ถ้าของใครเข่นไม่แม่น  หรือแรงน้อย  ก้นกระป๋อง จะเป็นแผล ทะลุมาก

จนของที่ใส่ถ่วงไว้ในกระป๋อง  มันรั่วไหลได้  ก็ต้องเสาะหาเอามาทำเล่นใหม่




บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #19 เมื่อ: 18-02-2008, 10:05 »

เข้ามาเชคอายุ เฮ้ยยย เชคเรทติ้งของกระทู้ค่า 
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
อังศนา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,860


Can't fight the moonlight!


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 18-02-2008, 13:03 »

มารำลึกถึงฟามหลังด้วยคน ..อิอิ
..เห็นคุณ จขกท. พูดถึงน้ำข้าวแล้วคิดถึงงงง 
เพราะตอนเด็กข้าพเจ้าก็ชอบกินน้ำข้าวเหมือนกัน
แต่ของข้าพเจ้าชงกับนมข้น ..รสชาติอร่อยเป็นเลิศ!
ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความพ่วงพีมาจนปรัตยุบัน

บันทึกการเข้า

แม้ผืนฟ้า มืดดับ เดือนลับละลาย 
ดาวยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน (จิตร ภูมิศักดิ์)
h_e_a_t
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 313


น้ำข้าว อร่อยกว่า ไวน์ เยอะเลยย


« ตอบ #21 เมื่อ: 09-03-2008, 09:31 »

มารำลึกถึงฟามหลังด้วยคน ..อิอิ
..เห็นคุณ จขกท. พูดถึงน้ำข้าวแล้วคิดถึงงงง 
เพราะตอนเด็กข้าพเจ้าก็ชอบกินน้ำข้าวเหมือนกัน
แต่ของข้าพเจ้าชงกับนมข้น ..รสชาติอร่อยเป็นเลิศ!
ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความพ่วงพีมาจนปรัตยุบัน



ตอนแรกผมสงสัยว่ารสชาติมันเป็นไง? ไอ้นมข้มชงกินกะน้ำข้าว เพราะไม่เคยทำกิน

หลังอ่านความเห็นคุณอังศนาแล้ว ก็เลยตัดสินใจทำดู

โอ้โห โง่มาซะนานจนแก่ผมขาว  มันอร่อยจริงๆครับ หวานมัน อร่อยกว่ากินน้ำเต้าหู้ข้นๆอีก

พูดถึงน้ำข้าว

ที่ตรังเมื่อสิบปีก่อน

มีร้านร้านหนึ่ง หลังตลาดอะไรจำไม่ได้แล้ว เขาขายน้ำข้าว ร้อนๆในชาม กับ ไข่เจียวที่ทำคล้ายๆสครัมเบิ้ลเอก และ หมูย่าง

อร่อยมาก

ผมเคยคิดจะเอาไอเดียนี้มาทำร้านในกรุงเทพเลย


บันทึกการเข้า

โลกนี้ ไม่มีใครสูงกว่าใคร  แต่ที่เรามองเห็นคนอื่นสูงกว่า ก็เพราะเราไปคุกเข่าให้เขาเอง
หน้า: [1]
    กระโดดไป: