ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21-01-2020, 08:00
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  ผู้ส่งออกสะดุ้ง! เทขายดอลล์ หวั่นเลิก30%บาทพุ่ง จี้ ธปท. เอาไงพูดให้ชัด 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ผู้ส่งออกสะดุ้ง! เทขายดอลล์ หวั่นเลิก30%บาทพุ่ง จี้ ธปท. เอาไงพูดให้ชัด  (อ่าน 847 ครั้ง)
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« เมื่อ: 15-02-2008, 07:49 »

ผู้ส่งออกสะดุ้ง! เทขายดอลล์ หวั่นเลิก30%บาทพุ่ง จี้ ธปท. เอาไงพูดให้ชัด
มติชน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 - เวลา 21:16:08 น. 
 
ผู้ส่งออกตื่นตระหนก เทขายดอลล์ในมือ หวั่นขาดทุนถ้าเลิก 30% แล้วบาทขึ้นไปแข็งแตะ ชี้ถ้าไม่ทำอะไร 2 อาทิตย์แข็งขึ้น 2 บาทต่อดอลล์แน่ จี้ ธปท.เอาไงพูดให้ชัด 'หมอเลี้ยบ' ยันไม่ใช้มาตรการภาษีสกัดเงินไหลเข้า

ภายหลังจากที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีการหารือกับนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับมาตรการกันสำรองเงินตราต่างประเทศ 30% โดยมีข้อสรุปให้ ธปท.ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจว่าจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวหรือไม่ก่อนที่จะมีการโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ปรากฏว่า ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจากผู้ส่งออกเริ่มเทขายเงินดอลลาร์ออกมา เนื่องจากเกรงว่า หากมีการยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

ทั้งนี้ นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์รายหนึ่ง ระบุว่า ค่าเงินบาทวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เปิดตลาดที่ 32.88-32.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยระหว่างวันเงินบาทปรับตัวแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีเงินต่างประเทศไหลเข้าในภูมิภาคนี้ รวมถึงประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้ค่าเงินทั้งภูมิภาคปรับตัวแข็งค่าขึ้น ยกเว้นเงินเยนของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวอ่อนค่าลงสกุลเดียว อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลอื่น ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์สิงคโปร์ ริงกิตของมาเลเซีย นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า เป็นผลจากผู้ส่งออกไทยและธนาคารพาณิชย์เร่งเทขายดอลลาร์สหรัฐออกมาอย่างหนัก เนื่องจากเกรงว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอีกหาก ธปท.ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30%

ขณะที่วันเดียวกันนี้ ผู้นำเข้าไม่ได้เข้ามาทำธุรกรรมแต่อย่างใด นักค้าเงินกล่าวว่า ในวันนี้เงินบาทมีการเสนอซื้อขายปรับตัวแข็งค่าต่ำสุดที่ 32.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.74-32.76 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าสูงสุดทำสถิติใหม่อีกครั้ง โดยเห็นสัญญาณการเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทโดย ธปท.บ้าง แต่ไม่มากนัก คาดว่าสาเหตุที่ ธปท.ยอมปล่อยให้เงินบาทหลุดจากระดับ 32.80 นั้น เพราะประเมินแล้วว่า แม้จะเข้าไปแทรกแซงมากเพียงใดก็ไม่สามารถต้านแรงขายดอลลาร์สหรัฐของผู้ส่งออกได้ จึงได้เปลี่ยนมาตั้งรับค่าเงินบาทที่ระดับ 32.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

"สำหรับค่าเงินบาทในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.70-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ" นักค้าเงินระบุ

ผู้ส่งออกอาหารสำเร็จรูปรายหนึ่ง กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกเริ่มทยอยขายเงินดอลลาร์สหรัฐบางส่วนออกมา เพราะต้องการลดความเสี่ยงต่อนโยบายรัฐบาลที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% หรือจะปรับหลักเกณฑ์อย่างไร ทำให้ผู้ส่งออกกังวลว่า หากมีการยกเลิกมาตรการดังกล่าว จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วและอาจจะอยู่ที่ระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้รายได้ลดลงและอาจประสบปัญหาขาดทุน จึงต้องทยอยขายเงินดอลลาร์บางส่วนก่อน เพื่อลดความเสี่ยง

"อยากเสนอให้ ธปท.ประกาศให้ชัดเจนว่าจะมีนโยบายอย่างไร หากปล่อยให้มีการคาดเดาเช่นนี้ จะทำให้เกิดผลกระทบทั้งสองทาง คือ ตลาดส่งออกที่มีการขายสินค้าไปแล้ว และยังไม่มีการชำระเงิน อาจจะทำให้ผู้ซื้อต่อรองขอปรับลดราคา ส่วนตลาดส่งออก ที่ยังไม่มีการส่งออกสินค้า ก็ไม่สามารถกำหนดราคาซื้อขายที่แน่นอนได้ เป็นการกดดันสภาพการส่งออกให้แย่ลงอีก ซึ่งขณะนี้ผู้ส่งออก โดยเฉพาะรายเล็กสับสนมากและไม่กล้ารับออเดอร์แล้ว" ผู้ส่งออกอาหารกล่าว

ผู้ส่งออกรายใหญ่รายหนึ่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า หาก ธปท.ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% โดยไม่มีมาตรการอื่นรองรับ เชื่อว่าภายใน 2 สัปดาห์ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นทันที 2 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อคำนวณจากเงินดอลลาร์ที่อยู่ในมือผู้ส่งออกที่จะมีรายได้เดือนละประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะติดตามเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็จะรอข้อมูลที่ได้ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปรวบรวมกลับมาอีกครั้ง ระหว่างนี้กระทรวงการคลังเตรียมศึกษาทางเลือกต่างๆ อย่างรอบด้าน

นพ.สุรพงษ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่านายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมหารือการยกเลิกมาตรการสำรอง 30% และวอร์รูมเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า นายพันศักดิ์มีความรู้ความสามารถ ทำให้ต้องขอคำปรึกษา แม้จะร่วมประชุมในวาระสำคัญหรือไม่ก็ตาม

"ท่านเป็นที่ปรึกษาที่มีความรู้ความสามารถ เป็นอดีตประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีบทบาทในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ อย่างมาก ถึงจะเข้าหรือไม่เข้า ในบางเรื่องผมก็ต้องปรึกษาคุณพันศักดิ์อยู่แล้ว" นพ.สุรพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ นพ.สุรพงษ์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างชัดเจน แต่กล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "ใครบอกคุณว่าคุณพันศักดิ์เข้าประชุม คุณพันศักดิ์เข้าร่วมประชุม 4 หน่วยงาน ผู้ที่เข้าร่วมประชุมต้องเป็นผู้ที่มีข้อมูล เป็นผู้ที่ช่วยให้ผมตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น เพราะฉะนั้นการจะให้ใครเข้าไปคุยด้วยถือเป็นเรื่องความลับ และไม่ควรนำข้อมูลที่หารือกันมาเปิดเผย" นพ.สุรพงษ์กล่าว และว่า ปัจจุบันมีอดีตรัฐมนตรีที่มีบทบาททางการเงินและการคลังยังให้คำปรึกษากับ ธปท. ดังนั้นไม่ว่าจะมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการหรือไม่ ก็สามารถให้คำปรึกษาได้

นายกรณ์ จาติกวณิช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรี (เงา) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงการคลังกับ ธปท. มีการอ้างว่ามีข้อมูลลับ เมื่อให้คนอื่นเข้าไป ก็มีความเสี่ยงว่าความลับนั้นจะเป็นความลับจริงหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรต่อการนำความลับนั้นออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนภายนอก การที่จะแต่งตั้งนายพันศักดิ์มาเป็นที่ปรึกษาสามารถทำได้อยู่แล้ว เพื่อที่จะให้มีการตรวจสอบได้ในแง่ของคุณสมบัติ ความเหมาะสม ความประพฤติ หรือการกระทำของที่ปรึกษา ภายหลังจากที่มีการแต่งตั้ง แต่ถ้ายังไม่มีการแต่งตั้ง แต่กลับมีตำแหน่งเทียบเท่าที่ปรึกษาหรือบางกรณีเทียบเท่ากับรัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วยด้วยซ้ำไป คิดว่าไม่ใช่เป็นวิธีการที่เหมาะสม ควรที่จะปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน
 
   
บันทึกการเข้า

นทร์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,441



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 15-02-2008, 09:36 »

นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์

ไม่ควร

เข้าร่วมประชุมหารือการยกเลิกมาตรการสำรอง 30%
บันทึกการเข้า

"ประชาชน อย่าทิ้งประเทศชาติ"
jerasak
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,432



« ตอบ #2 เมื่อ: 15-02-2008, 12:32 »

ผมคิดว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมอเลี๊ยบไม่ควรให้สัมภาษณ์ไปเรื่อย
เพราะคำพูดของ รมว.คลัง อาจสร้างผลกระทบทางลบทางบวกให้กับตลาดเงินตลาดทุน

เรื่องนี้ไม่เหมือนตอนหาเสียงเลือกตั้ง ที่คิดนโยบายอะไรไว้ก็สามารถนำเสนอต่อประชาชน
แต่เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งแล้ว จะมาฟันธงอย่างโน้นอย่างนี้โดยยังไม่มีความแน่นอนไม่ได้
ความจริงหมอเลี๊ยบก็ไ่ม่เคยมีชื่อจะเป็น รมว.คลัง มาตั้งแต่ต้น ไม่เคยเสนอแนวคิดมาก่อน
พอเข้ามาดำรงตำแหน่งจะรีบแสดงความเห็นทำไม ในเมื่อไม่ได้ศึกษาเตรียมตัวมาก่อน

อย่างเรื่อง มาตรการสำรอง 30% ถ้ายังต้องประชุมกับ ธปท. และต้องให้ ธปท. ตัดสินใจ
แล้วจะมาให้สัมภาษณ์ทำไม ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนปั่นป่วนเปล่าๆ?


ยิ่งไปเอาคนข้างนอกเข้าร่วมประชุมในเรื่องความลับด้วยยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าจะให้นายพันศักดิ์
ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา อย่างน้อยก็ควรแต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อนให้เข้าประชุมลับ

หมอเลี๊ยบไม่เข้าใจหรือว่าการยกเลิกมาตรการสำรอง 30% มันมีผลปรับอัตราแลกเปลี่ยน
เรื่องนี้น้องๆ ลอยค่าเงินบาทปี 40 ถ้าข่าวรั่วอาจหาประโยชน์กันได้เป็นหมื่นเป็นแสนล้าน

เริ่มรู้สึกสยองกับรมว.คลังคนนี้ ตั้งแต่ยังไม่ได้แถลงนโยบายกับรัฐสภา 
บันทึกการเข้า

= A dreamer lives for eternity.=
== นัฝัมีชีวิพื่นิรัร์าล ==
Cherub Rock
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183


น้องๆ ช่วยไปบอกผู้หญิงคนนั้นที ว่าเลิกมองผมได้แล้ว


« ตอบ #3 เมื่อ: 15-02-2008, 12:36 »

แบบนี้ทั่นประธานาซิตี้ ที่อยู่อังกฤษ รู้ข้อมูลภายใน
ไม่เก็งกำไรกันเพลินเหรอครับ Money in mouth


บันทึกการเข้า

"นายกรัฐมนตรีกำลังใช้รัฐสภาประกอบพิธีกรรมสถาปนาอำนาจของตนเองโดยเห็นรัฐสภาเป็นเพียงแค่ตรายาง และปล่อยให้มีการทำร้ายประชาชนถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว" รสนา โตสิตระกูล
so what?
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,729


« ตอบ #4 เมื่อ: 15-02-2008, 13:31 »

ผมคิดว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมอเลี๊ยบไม่ควรให้สัมภาษณ์ไปเรื่อย
เพราะคำพูดของ รมว.คลัง อาจสร้างผลกระทบทางลบทางบวกให้กับตลาดเงินตลาดทุน
...

เริ่มรู้สึกสยองกับรมว.คลังคนนี้ ตั้งแต่ยังไม่ได้แถลงนโยบายกับรัฐสภา 


เค้าได้รับมรดกปากเปราะมาจากไอ้เหลี่ยมกันถ้วนหน้าครับ   
บันทึกการเข้า
ไม่อยากสมานฉันท์กับคนชั่ว
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


เตือนให้นึกถึง Icarus ผู้ไม่ประมาณตน


« ตอบ #5 เมื่อ: 15-02-2008, 17:14 »


ก่อนเลือกตั้ง มันตั้งใจกระทืบทุกอย่างที่เป็นนโยบายของขิงแก่
อะไรๆกูต้องว่าแย่ไปหมด

ตอนขิงแก่อยู่  พวกมันบอกว่าเศรษฐกิจดิ่งเหว
พอมันเป็น รมต มันก็พูดหน้าตาเฉยว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง อ้าว

เมื่อก่อนมันก็บอกจะยกเลิก 30% จะ discredit ขิงแก่
พอตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเก่งแต่ปาก

การส่งออกมันหมายถึงศักยภาพของประเทศระยะยาว
capital account คือไอ้เงินนอกที่ไหลเข้ามา หรือเรื่องการเก็งกำไรเงินบาทเนี่ย
มันก็ดีแต่สวาปามกันเฉพาะกลุ่ม 
เงินบาทแข็ง ก็เท่ากับเชือดผู้ส่งออกสังเวยไอ้พวกรอเงินนอก ไอ้พวกเก็งกำไร

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ชัดๆ

บันทึกการเข้า
55555
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,263



« ตอบ #6 เมื่อ: 15-02-2008, 19:20 »

เป็นไง หมอเลี๊ยบ ...พอเห็นข้อมูล ถึงกะอึ้ง ถอยตั้งหลักเลยเหรอ...

แล้วนี่ พันธ์ศักดิ์ เอาอีกแล้ว เหรอ......

คราวที่แล้ว ยุค ทนงค์ พิทยะ(ปี 40)  โภคิน ก็ไปอยู่ ในห้องประชุมครั้งนึงแล้ว.....เมื่อครั้งประชุมก่อนลอยตัวค่าเงินบาท...แล้วออกมาก็มีคนรวยอื้อ




 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2008, 19:41 โดย 55555 » บันทึกการเข้า
Can ไทเมือง
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,486



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 16-02-2008, 21:06 »

มันไม่ง่ายเหมือนที่คุยหรอกครับ ก็เอาหมอมาดูแลคลัง แล้วมันจะได้เรื่องอะไรละครับ

ที่สำคัญ หากคุณไปทำท่าแทรกแซง ธนาคารชาติ คุณก็แย่แล้ว ในสายตาพ่อค้าหรือต่างชาติ
บันทึกการเข้า

เล่าปี๋
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,417


ทำดีได้ดีมีไฉน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


« ตอบ #8 เมื่อ: 17-02-2008, 07:47 »

เป็นไง หมอเลี๊ยบ ...พอเห็นข้อมูล ถึงกะอึ้ง ถอยตั้งหลักเลยเหรอ...

แล้วนี่ พันธ์ศักดิ์ เอาอีกแล้ว เหรอ......

คราวที่แล้ว ยุค ทนงค์ พิทยะ(ปี 40)  โภคิน ก็ไปอยู่ ในห้องประชุมครั้งนึงแล้ว.....เมื่อครั้งประชุมก่อนลอยตัวค่าเงินบาท...แล้วออกมาก็มีคนรวยอื้อ




 



ประเทศไทยก็เป็นแบบนี้แหละครับ   

บันทึกการเข้า

ขงเบ้งดูดาว เฮอะเอ่อเอ้ย เมื่อดาวตก เสียวในหัวอกเมือเห็นดาว
ไม่พราวไสว  หรือว่าตัวเราจะหมดบุญ จึงเป็นไป
ดาวที่สดใสเมื่อก่อนนั้น  พลันมืดมัว....
หน้า: [1]
    กระโดดไป: